รับในเรื่องของการอบรมและพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ตอบรับกับผู้ประกอบการ เราเชิญชวนผู้ประกอบการหลายท่านนะครับ ว่าเข้าใจในเรื่องของ พรบ. ผู้… คนพิการนะครับ ในการดำเนินการจะทำอย่างไร แล้วก็เขาจะได้สิทธิ์อะไรบ้าง อันนี้โจทย์แรก และเราหวังว่านะครับ ในการทำงานครั้งนี้ เราจะได้เรียนรู้ แล้วก็จะนำไปสู่ในเรื่องของการยกระดับนะครับ คนพิการสู่ในระดับสากล แล้วก็ทำงานต่าง ๆ ให้มันมีความมั่นคง แล้วก็มั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืนต่อไปในการทำงาน อันนี้ก็ขอบคุณ ขอบคุณทาง มจธ. นะครับ ที่ให้โอกาสสงขลานครินทร์ในการทำงานในครั้งนี้ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ ขอบพระคุณนะครับ ท่านอาจารย์นิเวศน์ นะครับ ลำดับถัดไปครับ ขอเรียนเชิญ ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรีครับ ขอเชิญครับ [เสียงดนตรี] (ดร.วรานี) ค่ะ สวัสดีค่ะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะคะ แล้วก็ท่านอธิการบดีนะคะ ท่านรองปลัดฯ ท่านอธิบดีนะคะ ในส่วนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเองนี่ ได้จัดการศึกษานะคะ ในเรื่องของการศึกษาพิเศษนี่ 70 กว่าปีแล้วค่ะท่าน แล้วก็ได้ผลิต มีทั้งอนุบาล ระดับอนุบาลด้วย แล้วก็ระดับของปริญญาตรี ขณะนี้ขยายผลว่าไปถึงระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตนะคะ เพราะฉะนั้น ในส่วนของความเชี่ยวชาญด้านล่ามภาษามือนี่ เรามีมาก โครงการครั้งนี้ก็เลย เราจะเชิญรับสมัครผู้ที่พิการทางการได้ยินมานะคะ ซึ่งท่านรัฐมนตรีทราบไหมคะ ว่าในสุพรรณบุรีมีผู้พิการทางการได้ยินนี่ ทางด้านบกพร่องทางการได้ยินนี่ ท่านทราบจำนวนไหมคะ 4,000 ค่ะท่าน ท่าน พมจ. จังหวัดผู้ให้ข้อมูลนะคะ วันนี้ท่านมาร่วมงานด้วย จังหวัดสุพรรณบุรีนะคะ พมจ. ต้องขอขอบพระคุณท่านค่ะ เพราะฉะนั้น ท่านคงให้เราได้อบรมอีกยาวเลย แต่เราก็จะอบรมในแง่ความเชี่ยวชาญของสวนดุสิตค่ะ คือเรื่องของการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ แล้วก็ประดิษฐ์ดอกไม้แห้งค่ะ ซึ่งดอกไม้จันทน์ที่ผลิตออกมาจากผู้พิการหรือผู้บกพร่องทางการได้ยิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตรับซื้อทั้งหมดค่ะท่าน ก็น่าจะเป็นการสร้างรายได้ให้ได้นะคะ ต้องขอขอบคุณทาง มจธ. ค่ะ ที่ท่านจะลงพื้นที่ไปนะคะ ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม เพื่อจะไป Workshop กันค่ะ กราบขอบพระคุณโครงการนี้เป็นอย่างมากนะคะ ที่ทำให้สวนดุสิตได้โอกาสในครั้งนี้ แล้วก็พัฒนาผู้พิการไปสู่ความสำเร็จ ให้เขามีรายได้ มีอาชีพค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ ขอบพระคุณ ขอขอบคุณท่าน ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ ลำดับถัดไปครับ ขอเรียนเชิญท่าน รศ.ดร.จรสวรรณ โกยวานิช ท่านผู้อำนวยการสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ ขอเรียนเชิญครับ (รศ. ดร.จรสวรรณ) กราบสวัสดีท่านรัฐมนตรีนะคะ ท่านอธิบดีค่ะ ท่านรองปลัดฯ ท่านอธิการบดี และท่านบริหารทุกท่านนะคะ ก็วันนี้จรสวรรณค่ะ มาในนามสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตค่ะ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนะคะ จริง ๆ ลาดกระบังฯ นี่ ได้รับนโยบายจากท่านอธิการบดีค่ะ ว่าอยากจะให้ 3 พระจอมฯ นี่ ได้ทำงานร่วมมือกันนะคะ เป็นปึกแผ่นค่ะ แล้วท่านนี่ก็มอบนโยบายให้สำนักการเรียนรู้นี่ ได้ดูแลคนทุกช่วงวัยเลยค่ะ ซึ่งหนูก็ดูแลเด็กตั้งแต่ 3 ขวบนะคะ และไปจนถึง 80 กว่าขวบเลยค่ะ ตอนนี้นะคะ 80 กว่าปีค่ะ ซึ่งทางบางมดก็น่ารักมาก ๆ นะคะ กับเราจริง ๆ เลยค่ะ ที่อยากจะให้เรามาเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่จะช่วยพัฒนาทักษะของผู้พิการน่ะค่ะ ซึ่งผู้พิการนี่ ก็เป็นกลุ่มสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งของ Lifelong Learning Center เรานะคะ วันนี้ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งมาก ๆ ที่จะได้มีการทำและก็พัฒนาคอร์สต่าง ๆ ที่จะช่วยในการพัฒนาผู้พิการนะคะ ซึ่ง Lifelong Learning Center นี่ ดูแลคอร์สออนไลน์เราอยู่แล้วกว่า 100 วิชานะคะ ในสถาบันค่ะ ซึ่งการผลิตสื่อ การให้ผู้พิการได้เป็นผู้ประกอบการได้ การให้ผู้พิการได้สามารถได้ Present ได้เป็น ทำงานอยู่ที่บ้านได้ ได้รับรายได้เพิ่มขึ้นนี่ สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยนะคะ ก็จะช่วยให้เขานี่ ไม่ต้องเดินทางออกมาทำงานข้างนอกนะคะ สามารถเป็น TikToker ได้ด้วยน่ะค่ะ ซึ่งอันนี้แหละค่ะ เป็นสิ่งที่ทางลาดกระบังนี่ อยากจะทำ แล้วก็อยากจะสนับสนุนผู้พิการมาก ๆ เพราะว่าเรามีคอร์สออนไลน์อยู่แล้ว เรามีสถานที่ฝึกอบรมอยู่แล้วนะคะ ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งมาก ๆ เลยค่ะในวันนี้ ที่จะได้เป็น 1 ใน 6 มหาวิทยาลัยนะคะ ในการที่จะพัฒนาทักษะของผู้พิการนะคะ Reskill Upskill แล้วก็มาเรียนรู้เรื่อง New Skill กันนะคะ ขอบคุณบางมดอีกครั้งหนึ่งมาก ๆ เลยค่ะ ที่เชิญลาดกระบังมาเป็น 1 ใน 6 มหาวิทยาลัยค่ะ และก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยเช่นกันนะคะ ขอบพระคุณมาก ๆ เลยค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ ขอบคุณท่านอาจารย์จรสวรรณนะครับ และท่านสุดท้ายครับ ขอเรียนเชิญ ท่าน รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย ครับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีครับ ขอเรียนเชิญครับ [เสียงดนตรี] (รศ.ดร.สุวิทย์) ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านปลัดกระทรวงฯ ท่านอธิบดี แล้วก็ผู้แทนมหาวิทยาลัยพันธมิตรนะครับ ผู้บริหารและก็ผู้มีเกียรติทุกท่าน มจธ. เองนี่ก็ทำเรื่องคนพิการมายาวนานนะครับ ประมาณ 10 ปี แล้วก็สามารถอบรมคนพิการไปแล้วนี่ ก็ประมาณ 400 คนนะครับ ครึ่งหนี่งก็จะได้งานทำนะครับ อย่างมีศักดิ์ศรี แล้วก็ไม่แพ้คนปกตินะครับ วันนี้ก็มีความยินดีมากนะครับ ที่นำโดยท่านรัฐมนตรีฯ แล้วก็ท่านปลัดฯ ท่านอธิบดีฯ นะครับ ที่มีดำริให้ขยายโครงการนี้นะครับ เป็นเครือข่ายอย่างน้อย ๆ ทุกภาคในประเทศไทยนะครับ ในอนาคตนี่ก็คงจะมีการ... เขาเรียก… ให้มหาวิทยาลัยในภูมิภาคขยายเครือข่ายในพื้นที่นะครับ ให้ครอบคลุมมากขึ้นนะครับ ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งนะครับ ที่จะตอบโจทย์ เรื่อง ความมั่นคงของมนุษย์นะครับ แล้วก็เป็นการพัฒนาสังคม และผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นโจทย์ใหญ่ SDGs นะครับ ของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยได้ไปให้คำมั่นสัญญาไว้แล้วนะครับ มจธ. เองนี่ ก็ได้รับความกรุณาจากภาคเอกชนมากนะครับ ในการสนับสนุนในช่วงต้นนะครับ โดยให้เป็นทุน ให้เราจับมาตลอด และยังช่วยรับผู้พิการที่ได้รับการฝึกอาชีพแล้วนี่ เข้าไปทำงาน ผมก็ต้องขอขอบคุณกรรมการส่งเสริมฯ เรานะครับ ไม่ว่าจะเป็น ดร.สุมาลี ไม่ว่าจะเป็นคุณวนัสนะครับ จากเบทาโกร ซึ่งผมคิดว่ารวมถึงศิษย์เก่า บริษัทของศิษย์เก่าอีกหลายบริษัทนะครับที่เข้ามาช่วย ทำให้การทำงานของเรานี่ ต่อเนื่อง แล้วก็มีความมุ่งมั่นนะครับ ตอนนี้เราก็ได้ต่อยอดนะครับ ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน พยายามเอาหลักสูตรที่เราฝึกอบรมนี่ ไปเทียบวุฒินะครับ แล้วเมื่อได้วุฒินี่ ผู้พิการนอกจากจะได้ประกาศนียบัตรจากเราแล้วนี่ ยังได้ประกาศคุณวุฒิวิชาชีพที่เทียบเท่า แล้วก็สามารถเอาไปสมัครงานได้อย่างมีศักดิ์ศรีนะครับ อย่างมีศักดิ์ศรี นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วนี่ เรายังพยายามขยายผลนะครับ ไปยังผู้พิการนะครับ จาก ตชด. แล้วก็ผู้ที่… ผู้ต้องขังต่าง ๆ การสร้างอาชีพต่าง ๆ เหล่านี้นี่ ถ้าเขาสามารถทำงานได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทำงานได้อย่างเป็นมนุษย์คนหนึ่งนี่ ผมก็เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาสังคมไปได้อย่างมากนะครับ แล้วก็ประเทศไทยก็จะสามารถพัฒนาไปได้นะครับ แล้วก็ลดภาระต่าง ๆ ไปอีกพอสมควรนะครับ ท้ายที่สุดนี้ ผมคิดว่าในการทำงานในโครงการนี้นี่ เราก็ต้องการความมุ่งมั่นนะครับ เพราะว่าผู้พิการก็มีความละเอียดอ่อน การที่สามารถเข้าใจ แล้วก็ดูแลเขา ให้เขาบรรลุในการฝึกอาชีพต่าง ๆ นี่ ก็จะสะท้อนให้เห็นนะครับ เมื่อเขาได้งานทำ เขาได้อะไรนี่ แล้วลองพูดคุยดูนะครับ เราก็พูดง่าย ๆ นะครับ ผมก็แทบน้ำตาร่วงน่ะนะครับ เวลาเขารับประกาศนียบัตร แล้วก็ได้พูดคุยกับเขานี่ เขาก็มีความจริงใจมากนะครับ ก็มหาวิทยาลัยนี่ ก็จะพยายามจ้างคนพิการด้วย เพราะฉะนั้น ก็ต้องฝากทางมหาวิทยาลัยพันธมิตรนะครับ แล้วก็ภาคเอกชนในจังหวัด รวมถึงภาคราชการในจังหวัด ถ้าเราสามารถชักชวนเขาให้เข้ามาเป็นพันธมิตร แล้วดูผู้พิการที่มีศักยภาพและสามารถรับเข้าทำงานได้นี่ ผมคิดว่าก็จะเป็นบุญกุศล แล้วก็ช่วยความเป็นมนุษย์ให้มีศักดิ์ศรีมากขึ้นนะครับ สุดท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณทางกระทรวง พม. แล้วก็ท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งนะครับ รวมทั้งท่านปลัดฯ ที่… ท่านอธิบดีฯ ที่ช่วยผลักดัน แล้วก็ขับเคลื่อนโครงการนี้นะครับ เราจะพยายามทำให้ได้ผลสำเร็จ แล้วก็ยั่งยืนนะครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ ขอขอบคุณนะครับ ท่าน รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย ครับ ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีครับ ตลอดจนขอขอบคุณผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 6 แห่งนะครับ ที่ได้ขึ้นมาพูดกับพวกเราในวันนี้ครับ (คุณเมราณี) ค่ะ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ และในลำดับถัดไป จะเป็นการกล่าวคำแถลงข่าว ดิฉันค่ะ ใคร่ขอเรียนเชิญ นาย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวคำแถลงข่าว ขอกราบเรียนเชิญค่ะ (คุณวราวุธ) เรียนท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะครับ ท่านอาจารย์ สุวิทย์ แซ่เตีย นะครับ ท่านผู้แทนมหาวิทยาลัย จากทั้ง 5 ภูมิภาคนะครับ ท่านรองปลัดกระทรวง ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านผู้บริหารกระทรวง พม. นะครับ ท่านคณะอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ท่านแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่รักทุกท่านครับ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566 นะครับ เป็นครั้งแรก ที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมที่ มจธ. นะครับ ได้มีโอกาสพบกับท่านอาจารย์สุวิทย์ ต้องบอกว่าวันนี้งานวันนี้เกิดขึ้นได้ จริง ๆ ต้องขอบคุณงานในวันนั้น และก็ต้องขอขอบคุณท่านสุวิทย์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวผมในขณะนั้น เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ มาถึงวันนี้เกือบจะ 7 เดือน พรุ่งนี้นะครับ ก็จะครบ 7 เดือนพอดี การที่ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง การที่ได้พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างถึงได้เข้าใจครับ ว่าวันนี้ การทำงานให้กับพี่น้องคนพิการนั้น คนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร ภาษาอังกฤษเขาบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการ Pitifulness แต่คนพิการต้องการโอกาส คนพิการต้องการศักยภาพที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในสังคม ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีที่เท่ากับคนพวกเราทุก ๆ คน ไมไ่ด้ต่างอะไรกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่ามกลางปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันและในประเทศไทยของเรา ถ้าไม่นับเรื่อง Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่… นั้น อีกหลาย 10 ปีนะครับ 30 ปี 20 ปี แต่ปัญหาที่เรากำลังจะเจอในระยะสั้น อีกไม่ถึง 10 ปีจากนี้ไป ก็คือปัญหาวิกฤตประชากร มันจะลามมาจนถึงสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันราชภัฏ… มหาวิทยาลัยราชภัฏนะครับ ราชมงคล รวมไปถึง Locational ทั้งหลายนะครับ อาชีวะ เทคนิค สารพัดช่าง ว่าอีกในอนาคตอีกไม่นาน จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่มันน้อยลง แล้วจะฟีดเข้ามาในมหาวิทยาลัยก็จะลดลงไป เมื่อสักครู่ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านอาจารย์สุวิทย์ ก็ได้พูดคุยกันถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เรื่อง AI เราก็จะสงสัย ว่าแล้วอีกหน่อยจะมีมนุษย์ไว้ทำไม เพราะว่า AI มันทำได้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว แล้วมันก็จะลามไปถึงว่าพอคนเข้ามหาวิทยาลัยน้อย คนทำงานมันก็จะน้อยลงไป น้อยลงไปอีก ตรงกันข้ามกับผู้สูงอายุที่มากขึ้น มากขึ้นทุกวัน ๆ ดังนั้นวันนี้ด้วยแรงงานที่น้อยลง กำลังคนทำงานที่น้อยลง จำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ประเทศไทยของเราในระยะสั้น และระยะกลางนั้น เราจะต้องหากำลังแรงงาน หรือว่าศักยภาพ ผลิตภาพ หรือว่า Productivity ของคนทุก ๆ คนที่อยู่ในสังคมไทย วันนี้ อย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าคนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร เขาต้องการโอกาส ดังนั้นวันนี้เราจะหยิบยื่นโอกาส แล้วก็จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ในการที่จะมาผลักดัน มิติทุก ๆ มิติของสังคมไทย ต้องบอกว่าทั้ง 6 เครือข่ายนะครับ ทั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นในภาคเหนือ เป็น มช. นะครับ ภาคอีสาน มข. ภาคกลางของเรานะครับ มีทั้งสวนดุสิตที่สุพรรณบุรี บ้านผมเองนะครับ มีทั้งเจ้าคุณทหารลาดกระบังนะครับ แล้วก็สงขลานครินทร์ แล้วก็ต้องขอบคุณครับ เจ้าของสถานที่นะครับ พี่ใหญ่เลย จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ ก็คือ มจธ. นี่เป็นจุดเริ่มต้นครับ เพราะว่าผมเองได้… ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมนะครับ ปีที่แล้ว กลับไปที่กระทรวงก็ได้เรียนท่านปลัดฯ ท่านรองปลัดฯ วันนี้มากับเรา วันนี้ท่านปลัดฯ ติดงานอยู่นะครับ ผมขอให้ท่านปลัดฯ ไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี ประชุมกับท่านนายกฯ ก็มีท่านรองปลัดฯ และก็ท่านอธิบดีมา ผมบอกผมไม่รีบ แต่ว่าขอด่วน โครงการนี้ต้องเกิดให้ได้นะครับ โชคดีปรับ ครม. ครั้งล่าสุดมา ผมยังเป็นรัฐมนตรีอยู่นะครับ ผมบอกว่า อย่างไรเสีย โครงการนี้ต้องเกิดตอนที่ผมยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. อยู่ ก็โชคดีว่าปรับ ครม. ก่อน แล้วผมยังอยู่ ก็เลยได้มีโอกาสได้มาพูดแถลงข่าวในวันนี้นะครับ เพราะตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่ายังจะเป็นรัฐมนตรีกับเขาอยู่หรือไม่ แต่วันนี้ครับ เราได้มีโอกาสมาเห็นแล้วว่ามันทำได้จริง แต่การที่จะทำโครงการลักษณะนี้ได้ ผู้บริหารของสถานศึกษา ของมหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องเข้าใจถึงบริบทของการที่ไปเอาคนพิการเข้ามา มาฝึกฝีมือ มา Upskill มา Reskill เสียก่อน เข้าใจถึงวิถีชีวิตของคนพิการว่า แต่ละย่างก้าวหรือว่าแต่ละเมตรที่ออกมาจากบ้านเขานั้น มันคือความท้าทาย มันคือการผจญภัย ที่จบวันไปแล้วนี่ จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ อารยสถาปัตย์ในกรุงเทพฯ ในประเทศไทยในวันนี้ บางครั้ง ไม่ค่อยเอื้อคนพิการ บางครั้ง จะทำให้คนพิการไม่ต้องใช้กองทุนคนพิการอีกต่อไป ไปใช้กองทุนฌาปนกิจแทน เพราะว่าออกมาแล้วเสียชีวิตไปเลยก็มี ทางลาดที่ชันถึง 45 องศา อารยสถาปัตย์นะครับ ที่มันไม่ได้ตอบโจทย์ ดังนั้น วันนี้ เรากำลังจะมาเชื้อเชิญสถาบันการศึกษา วันนี้เราเริ่มต้นกันที่ 6 แห่ง และในอนาคตอันใกล้ ผมก็จะไปขอเซ็น MOU กับทาง อว. แล้วก็ ศธ. ในการที่จะขยายเครือข่ายของพวกเรา เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์สุวิทย์บอกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ท่านมีคนพิการเข้าอบรมกว่า 400 คนนะครับ แล้วก็ได้มีงานการทำไป ผมก็มานั่งคิดว่า นี่แค่มหาวิทยาลัยเดียว ในประเทศไทยของเรามีสถาบันที่มีคุณภาพนับพันนับหมื่นแห่ง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนะครับ ถ้าแห่งเดียวทำได้ 400 คน 10,000 แห่งจะทำได้สักเท่าไร หรือ 1,000 แห่งจะทำได้สักเท่าไร จำนวนพี่น้องคนพิการ 2,000,000 กว่าชีวิตในประเทศไทยนะครับ แน่นอน ความพิการมีดีกรีที่แตกต่างกันไป แต่ดีกรีที่แตกต่างกันไปนั้น ด้วยเทคโนโลยี ด้วยวิวัฒนาการทั้งหลาย มันกำลังจะทำให้เส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างความพิการกับความไม่พิการนั้น มันค่อย ๆ ลดน้อย หายลงไป เมื่อสักครู่ก็ได้เห็นการสาธิตนะครับ เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่าง นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะเห็น ว่าพี่น้องคนพิการนั้น ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ แล้วก็มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาเอง แล้วก็มาพัฒนาสังคมไทย แน่นอน วันนี้ในภาคเอกชนมีกฎหมายมากมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ภายใต้ พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 กว่าจะจำได้นี่ก็ ผมเองก็ปาเข้าไป 7 เดือนพอดีนะครับ ก็ได้องค์ความรู้ใหม่ ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ ข้าราชการกระทรวง พม. ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง แล้วก็เอามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ดังนั้น วันนี้นะครับ ต้องเรียนว่า การที่เราจะมาส่งเสริมศักยภาพชีวิต แล้วก็คุณภาพชีวิตของพี่น้องคนพิการนั้น มันจะอยู่ภายใต้ร่มนโยบายใหญ่ของกระทรวง พม. เรามีนโยบาย เรียกว่า “5 x 5 ฝ่าวิกฤติประชากร” นะครับ นโยบายนำข้อเสนอนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ผมเองได้ไปนำเสนอต่อที่ประชุมของคณะกรรมการธิการของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาแล้วก็เรื่องของประชากร เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทั่วโลกยอมรับในแผนนี้ เพราะว่าการแก้ไขปัญหาวิกฤประชากรที่มันจะกระทบกับทุก ๆ ภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ เมื่อสักครู่ ผมได้กล่าวไปว่าด้วยประชากรที่น้อยลง คนก็จะเข้ามหาวิทยาลัยที่น้อยลง คนก็จะมาทำงานได้น้อยลง ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยทุกแห่ง สถาบันการศึกษา Higher Education ในประเทศไทย เริ่มที่จะเปิดตลาด ให้มีคนพิการเข้ามามากขึ้น ในอนาคต เมื่อเด็กเข้ามาในมหาวิทยาลัยน้อยลงแล้ว เราจะใช้คนกลุ่มไหนเข้ามาเรียนได้อีก คนพิการ แน่นอนเป็นคนกลุ่มสำคัญ พี่น้องคนสูงอายุ จะต้องกลับเข้ามาเรียนใหม่ ในอนาคตผมคิดว่าเราจะได้เห็นนักศึกษา นิสิตในมหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ เด็กวัยรุ่น อายุ 10 กว่า ๆ 20 ต้น ๆ อีกต่อไป อีกหน่อยเราจะได้เห็นคนอายุ 50 มาอยู่ในมหาวิทยาลัย คนอายุ 60 กว่า มาอยู่ในมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคนพิการเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย นี่คือการที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาพบริบทของสังคมที่เกิดขึ้น และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น เราพร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อน และก็สนับสนุนการทำงานทุก ๆ อย่าง ต้องบอกว่าลำพังกระทรวง พม. เราเอง เราเปรียบเสมือนกาวนะครับ ไปติดต่อคนนู้น ติดต่อคนนี้ แล้วเราก็มาทากาวเชื่อมกันเหมือนอย่างวันนี้ เราเป็นกาวมาเชื่อม 6 มหาวิทยาลัย เหนือ กลาง อีสาน ใต้นะครับ ให้มาเชื่อมด้วยกัน แล้วก็สร้างเป็นเครือข่าย แล้วก็มาพัฒนาสังคม แล้วก็มาพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีอยู่หลายมิติเหลือเกิน ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านอาจารย์สุวิทย์ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยทั้ง 6 แห่ง ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมกันในโครงการนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่าในอนาคตอันใกล้ ทั้ง 6 มหาวิทยาลัยนี้จะเป็นเหมือน Node แล้วก็ขยายความของโครงการของเรา ไปตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาค และส่งผลให้พี่น้องคนพิการ ได้ไม่ต้องจากบ้าน จากถิ่นฐานมาทำงานในกรุงเทพฯ อยู่เหนือก็ทำงานภาคเหนือ อยู่อีสานก็ทำงานภาคอีสาน อยู่ภาคใต้ก็ทำงานภาคใต้ หรือแม้แต่ภาคตะวันออก แล้วเราจะได้มีโอกาสมาเห็นการพัฒนาสังคม ได้เห็นความมั่นคงของชีวิต ของพี่น้องคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเพศใด ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ไม่ว่าจะสถานภาพใด เป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุก ๆ คนนะครับ แล้วก็ขอขอบคุณทั้ง 6 มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในโครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ ชื่อโครงการยาวมากนะครับ ก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมต้องอ่านในนี้นะครับ เพราะว่าอันอื่นนี่รู้ เพราะว่าชื่อโครงการยาวมาก จำไม่ได้นะครับ แล้วก็กระทรวง พม. ครับ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ เรามีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ เงินเยอะมาก ฉะนั้น ขอมาเลยครับ เดี๋ยวผมอนุมัติ... เอ้อ ผมอนุมัติไม่ได้ ขออภัยนะครับ ท่านอธิบดีอยู่นี่ เดี๋ยวผมไปขอท่านอธิบดีให้เองนะครับ อยากทำอะไรนะครับ ขอมา สตางค์เรามี แล้วก็ไม่ใช่สตางค์ของเราด้วย เป็นสตางค์ของภาคเอกชน จ่ายมาเข้ากองทุน ฉะนั้น เรื่องสตางค์เรื่องเล็กครับ ไม่ใช่สตางค์ผม ใช้เลยนะครับ แล้วก็โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะได้เห็นคนพิการที่ไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่เรากำลังจะหยิบยื่นโอกาสให้กับพวกเขาเหล่านั้น แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับ สังคมไทยจากนี้ไป เราเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่ว่าจะอายุใด จะ Gen Baby Boomer, Gen X, Gen Y, Gen Z, Gen Alpha เดินไปด้วยกันครับ และทุก ๆ สถานะ โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง แล้วขอให้โชคดีครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ ขอขอบคุณนะครับ นายวราวุธ ศิลปอาชา ครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานในพิธีนะครับ และเดี๋ยวขอให้ท่านอยู่บนเวทีสักครู่หนึ่งนะครับ ลำดับถัดไป เราจะเป็นการมอบของที่ระลึกให้กับตัวแทนจากสถาบันทั้ง 5 แห่งที่ได้มาเข้าร่วมงานของเราในวันนี้นะครับ โอเคนะครับ เดี๋ยวก็สามารถถ่ายภาพไปด้วยได้นะครับ ลำดับแรกครับ ขอเรียนเชิญท่าน รศ.น.สพ. ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ครับ ท่านผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ ลำดับถัดไปครับ ท่าน ผศ. ดร.ชัยณรงค์ เหลืองวิลัย ครับ ท่านผู้ช่วยอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ลำดับถัดไปครับ เรียนเชิญ ผศ. ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า ครับ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพันธกิจสังคม จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ลำดับที่ 4 ครับ ขอเรียนเชิญ ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ ครับ ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรีครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ ลำดับที่ 5 ครับ ขอเรียนเชิญท่าน รศ.ดร.จรสวรรณ โกยวานิช ผู้อำนวยการสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ครับ เดี๋ยวในลำดับถัดไปครับ ขอเรียนเชิญ ท่าน รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย ครับ ท่านอธิการบดี ขึ้นมอบของที่ระลึกให้กับท่านประธานในพิธีครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) ขอเรียนเชิญท่านอธิการบดีอยู่ก่อนนะครับผม และเดี๋ยวลำดับถัดไปจะเรียนเชิญท่านรองปลัดฯ ขึ้นมานะครับ ในโอกาสนี้ครับ ขอเรียนเชิญ นายอนันต์ ดนตรี นะครับ ท่านรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ และก็เป็นการถ่ายภาพทั้งหมดเลยนะครับ (คุณเมราณี) ค่ะ ขอเชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั้ง… ทั้ง 5 สถาบันนะคะ ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก (คุณฮานีฟ) เก็บภาพกันทั้งหมดครับ (คุณเมราณี) ใช่ค่ะ เป็นเซตแรกของเราในวันนี้นะคะ เป็นภาพที่ภาคภูมิใจนะคะ (คุณฮานีฟ) ร่วมแสดงความยินดีร่วมกันนะครับ (คุณเมราณี) เพื่อนพี่น้องคนพิการนะคะ ที่จะได้รับโอกาสดี ๆ ค่ะ จากทางกระทรวงนะคะ และก็มหาวิทยาลัยทั้ง 6 มหาวิทยาลัยในวันนี้ค่ะ (คุณฮานีฟ) ครับ เดี๋ยวเราจะแบ่งภาพเป็น 2 เซตนะครับพี่เมย์ อันนี้เป็นเซตแรกนะครับ (คุณเมราณี) ใช่ค่ะ ค่ะ พี่ ๆ สื่อมวลชนให้สัญญาณได้เลยนะคะ (คุณฮานีฟ) โอเคครับ (คุณฮานีฟ) เดี๋ยวอยู่บนเวทีอีกสักครู่หนึ่งนะครับ (คุณเมราณี) ค่ะ ทุกท่านยังรออยู่ (คุณฮานีฟ) เซตที่ 2 นะครับ (คุณเมราณี) เดี๋ยวเราจะเติมเซตที่ 2 เข้าไปอีกนะคะ ค่ะ ในช่วงนี้ค่ะ ขอเชิญนะคะ เพื่อนพี่น้องคนพิการนะคะ ร่วมถ่ายรูปนะคะ กับทางผู้ใหญ่ใจดีของเราในวันนี้นะคะ รวมไปถึงคณะผู้บริหารค่ะ นางสาวสนธยา บุณยภูษิต ค่ะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ค่ะ ผู้อำนวยกองกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีด้วยนะคะ เรียนเชิญขึ้นบนเวทีนะคะ ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกนะคะ วันนี้เราก็จะมีเพื่อนพี่น้องคนพิการนะคะ ที่ถือว่าเป็น Role Model ของเราค่ะน้องนีฟคะ มาร่วมงานนะคะ แล้วก็ยินดีที่จะขยายโอกาสต่อ ๆ ไปให้กับเพื่อนพี่น้องคนพิการทั่วทุกภูมิภาคนะคะ (คุณฮานีฟ) ครับ ตรงนี้ อาจจะใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ไม่ต้องรีบนะครับ เอาให้ทุก ๆ ท่านอยู่ในเฟรม ได้มีภาพที่สวย ได้มีภาพที่เท่นะครับ เอาเป็นว่าเล็งเฟรมให้ดีนะครับ (คุณเมราณี) ค่ะ วันนี้นะคะ เรามีผู้ที่มีส่วนร่วมและสำคัญมากมายเลยนะคะ ที่มาร่วม ขอเรียนเชิญท่านนายกสมาคมผู้พิการทุกประเภทนะคะ ขึ้นถ่ายรูปบนด้านบนนะคะ (คุณฮานีฟ) อาจจะต้องมีการจัดพื้นที่สักนิดหนึ่งนะครับ แต่ไม่เป็นไรครับ (คุณเมราณี) ไม่เป็นไรนะคะ เรารอได้นะคะ (คุณฮานีฟ) เรียนเชิญตามสบายนะครับ เอาเป็นว่าได้ภาพที่สวย แล้วก็ที่เท่สำหรับท่านนะครับ โอกาสนี้เรียนเชิญทุก ๆ ท่านเลยนะครับ (คุณเมราณี) เชื่อว่าภาพนี้นะคะ จะเป็นภาพที่สื่อสารไปถึงเพื่อนพี่น้องคนพิการเรานะคะ (คุณฮานีฟ) เดี๋ยวนิดหนึ่งนะครับ พี่เมย์ เราอาจจะต้องขยับโพเดียมนิดหนึ่งนะครับ (คุณเมราณี) ได้ค่ะ ได้ค่ะ (คุณฮานีฟ) ขอบคุณครับ ครับผม วันนี้เฟรมเราล้น เฟรมเราแน่นนะครับ แต่ว่าก็เพื่อเก็บภาพในประวัติศาสตร์นะครับ เรียกว่าแสดงความยินดีกับทุก ๆ ท่านเลยนะครับ ที่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดตัวโครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษานะครับ ซึ่งเป็นงานที่เราก็ให้ความสำคัญ และเราก็จัดขึ้นมานี่ ทุก ๆ ท่านให้ความสำคัญเป็นอย่างดีนะครับ พี่เมย์เข้าเฟรมไหมครับพี่เมย์ โอเคครับผม ถ้าพร้อมแล้ว สามารถให้สัญญาณได้เลยนะครับ (คุณเมราณี) ได้ค่ะ เดี๋ยวขออนุญาตเข้าเฟรมด้วยนะคะ (คุณฮานีฟ) โอเคครับ ขอบคุณครับ กด Like นะครับ เรียนเชิญทุกท่านกด Like นะฮะ (คุณเมราณี) Mini Heart อีกรูปหนึ่งนะคะ (คุณฮานีฟ) Mini Heart นะครับ กลับมากด Like นะครับ โอเคครับผม ขอบคุณทุกท่านครับ [เสียงปรบมือ] (คุณฮานีฟ) เรามี... เรามีภาพกับเขาด้วยนะครับ พี่เมย์ครับ เรามีภาพกับเขาด้วย ใครถ่ายบูมเมอแรง สามารถ Tag ได้นะครับ (คุณเมราณี) ก็คือเป็นโอกาสที่ดีของเรานะคะ ที่ได้ร่วมเฟรมด้วยนะคะ ในงานที่ยิ่งใหญ่ (คุณฮานีฟ) ครับ (คุณเมราณี) โครงการที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้นะคะ (คุณฮานีฟ) ก็ขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่านจริง ๆ นะครับ (คุณเมราณี) ใช่ค่ะ ต้องขอขอบพระคุณนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยนะคะ นายวราวุธ ศิลปอาชา ค่ะ ประธานในพิธีของเรานะคะ ในช่วงนี้ค่ะ เดี๋ยวท่านประธานนะคะ จะ... ในช่วงถัดไปนะคะ ประธานนะคะ จะได้ให้สัมภาษณ์กับพี่ ๆ สื่อมวลชนนะคะ และเยี่ยมชมบูธนะคะ ในช่วงนี้ก็ขอเชิญคณะทำงาน รวมไปถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ร่วมเยี่ยมชมบูธของ 6 สถาบันในวันนี้นะคะ ที่มาร่วมออกบูธกับเรา โชว์หลักสูตรต่าง ๆ กับเรานะคะ ที่จะเกิดขึ้นในโครงการครั้งนี้ค่ะ (คุณฮานีฟ) ครับและในระหว่างนี้นะครับ ช่วงถัดไปของบริเวณหน้าเวทีนะครับ จะเป็นกิจกรรมเสวนานะครับ กิจกรรมเสวนาในเวลา 11.15 น. แต่ในช่วงนี้ครับ ก็จะเป็น… นะครับ กิจกรรมในช่วงนี้ครับก็จะเป็นการให้ทุก ๆ ท่านนะครับ ได้ออกไปเยี่ยมชมบูธนิทรรศการที่ออกมาจัดแสดงจากทั้ง 6 สถาบันนะครับ ซึ่งมาจากหน่วยงานกิจกรรมต่าง ๆ นะครับ ที่มานะครับ ขออนุญาตไล่เรียงตามลำดับนะครับ สถาบันแรกครับ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ มาในหลักสูตรการอบรมพัฒนาศักยภาพคนพิการ การฝึกอบรมการสร้างอาชีพประดิษฐ์ดอกไม้แห้งและดอกไม้จันทน์ครับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ มาในหลักสูตรพัฒนาคนสร้างงาน สร้างอาชีพอิสระ สถาบันที่ 3 ครับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครับ มาในหลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานครับ มหาวิทลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรีครับ มาในหลักสูตรงานประดิษฐ์ดอกไม้แห้งและดอกไม้จันทน์นะครับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ มาในหลักสูตร DEP Masterclass การผลิตสื่อดิจิทัล เพื่อคนพิการ สร้างงาน สร้างอาชีพครับ และมหาวิทยาลัยเจ้าภาพครับ ทาง มจธ. ของเรา มาในหลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานนะครับ ซึ่งในช่วงนี้ ก็สามารถเข้าไปรับชมบูธต่าง ๆ ได้นะครับ แต่ละบูธจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ต้องลองไปติดตามดูกัน ทุก ๆ ท่าน ถ้าสะดวกนะครับ ก็ลองไปติดตามดูกันได้ แล้วก็ตอนนี้ก็อัธยาศัย ตามสบายของทุก ๆ ท่านนะครับ เราจะกลับมาพบกันอีก 1 ครั้ง ในเวลา 11.15 น. เพื่อรับฟังการเสวนา ในหัวข้อ “เปิดแผนและหลักสูตรเพิ่มศักยภาพของคนพิการของสถาบันอุดมศึกษาไทย” นะครับ เราก็จะใช้เวลาช่วงนี้ ให้ทุก ๆ ท่าน เรียนเชิญตามสบาย จะเป็นการเปลี่ยนเวทีไปในตัวครับ และกลับมาพบกันใหม่ 11.15 น. ครับ (คุณวราวุธ) โดยที่ไม่ได้คำนึงถึง ว่าคน ๆ นั้น จะอยู่ในสถานะใด จะเป็นคนพิการ หรือไม่พิการนะครับ เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วนั้นนี่ คนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร ไม่ได้ต้องการบุญนะครับ แต่คนพิการต้องการโอกาสในการทำงาน และทางกระทรวง พม. เอง เราอยากให้คนพิการนั้นได้รับการจ้างงาน ไม่ใช่เพราะความพิการ ไม่ใช่เพราะมาตรา 33 ของ พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่เราต้องการให้บริษัท ห้างร้านทั้งหลาย จ้างงานคนพิการเพราะทักษะที่พี่น้องคนพิการมี และมีมากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งในขณะนี้ คนพิการทั่วประเทศกว่า 2,500,000 ชีวิตนั้นนะครับ มีเพียงแค่กระหยิบมือเดียวเท่านั้น ที่ได้รับการฝึกอบรมและก็มีงานทำนะครับ โครงการนี้ ต้องขอขอบคุณทางท่านอาจารย์สุวิทย์นะครับ ท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะครับ มจธ. ที่ได้เป็น... เรียกว่าจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ที่ครบรอบ 10 ปี ที่ทาง มจธ. นั้น ได้ทำโครงการนี้ขึ้นมา ผมเองจึงได้มาขอขยายผลเริ่มต้นใช้เครือข่ายมหาวิทยาลัยทางแต่ละภาคเสียก่อน วันนี้เราได้เห็นความคืบหน้านะครับ และในอนาคตอันใกล้ ผมเองก็จะขยายความ... การทำงานนี้นะครับ ไปยังกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ ผมเชื่อว่าภาคเอกชนมีความต้องการทักษะฝีมืออีกมากมาย ซึ่งทักษะฝีมือเหล่านี้ ซ่อนอยู่ในพี่น้องคนพิการกว่าล้านชีวิตในประเทศไทย หน้าที่ของพวกเรา หน้าที่ของภาครัฐ คือจะไปดึงเอาศักยภาพเหล่านั้นออกมาเป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศอย่างไรนะครับ (ผู้สื่อข่าว) ในส่วนของการกำหนดหลักสูตร แต่ละกลุ่ม อะไรก็เหมือนกันกับว่าฝึกให้สอดคล้องกับผู้ประกอบการแต่ละ… (คุณวราวุธ) ผมคิดว่าสำคัญที่สุด ต้องคุยกับภาคเอกชนก่อนนะครับ เหตุที่ผมอยากจะให้มีโครงการนี้ทั่วประเทศ เพื่อที่ว่าพี่น้องคนพิการจะได้ไม่ต้องจากภูมิลำเนาเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ๆ อย่างเดียวนะครับ จะได้อยู่ในที่บ้าน อยู่ในชุมชน อยู่ในภูมิลำเนาของท่านเองนะครับ แล้วก็จะได้เป็นส่วนสำคัญ ในการที่จะไปพัฒนาพื้นที่ของเขานะครับ ดังนั้น การทำงานทั่วประเทศนะครับ การขยายผลของทุก ๆ มหาวิทยาลัยนั้น ก็จะเป็นเป้าหมายสุดท้าย เป้าหมายปลายทางโครงการนี้นะครับ (ผู้สื่อข่าว) และในส่วนของการ… อย่างที่ท่านบอกว่ามีการเพิ่มศักยภาพในส่วนของการหา โดยเฉพาะความต้องการของผู้ประกอบการเองนี่ ทางมหาวิทยาลัยต้องอำนวยความสะดวกไปหา ไปสอบถาม หรือว่าของ พม. เป็นคนไปดูแลครับ (คุณวราวุธ) อันนี้ต้องขอรบกวนทางมหาวิทยาลัยนะครับ เพราะว่าผมเชื่อว่ามหาวิทยาลัยแต่ละพื้นที่นั้น ปกติก็จะทำงานกับภาคเอกชนอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้ อาจจะเพิ่มมิติขึ้นไปอีกมิติหนึ่งนะครับ ว่านอกจากอาชีพการงานปกติแล้ว ทางภาคเอกชนนั้น สามารถแจ้งความจำนง หรือว่าสามารถ Accommodate รองรับพี่น้องคนพิการได้มากน้อยอย่างไร เพราะว่าต้องเรียนว่า ถึงแม้เราอยากให้พี่น้องคนพิการได้รับการจ้างงานเพราะศักยภาพ แต่ทางกายภาพนะครับ การเข้าไปทำงานในบริษัทหรือภาคเอกชนต่าง ๆ นั้น ต้องมีสถาปัตยกรรมและก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการดำเนินชีวิตของพี่น้องคนพิการด้วย เอาง่าย ๆ ก็เรื่องอารยสถาปัตย์ทั้งหลายนะครับ อาจจะต้องมีทางสำหรับคนตาบอดไหม จะต้องมีมนุษย์ล้อด้วย หรือไม่อย่างไรนะครับ อันนี้ก็คงจะต้องเป็นสิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการ แล้วก็ประสานงานกับภาคเอกชนในแต่ละพื้นที่นะครับ (ผู้สื่อข่าว) สถานที่ในส่วนของการทำงานร่วมกับ อว. นี่ เห็นว่า อว. ก็มีนวัตกรรมหรือว่ามีสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการนี่นะครับ มีการพูดคุยกันให้คนพิการได้เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ไหม อย่างเช่นพวก Test Case หรือว่าเครื่องช่วยเดินอะไรอย่างนี้ครับ (คุณวราวุธ) วันนี้ ทางกระทรวง พม. นะครับ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผมได้มอบนโยบายนะครับ เพราะว่าวันนี้เรามีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ เราก็มีเงินอยู่พอสมควร ดังนั้น การที่เราจะใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตของพี่น้องคนพิการ เป็นหัวใจที่สำคัญ นอกจากอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันแล้ว ยังสามารถเข้าไปลดช่องว่างระหว่างความพิการ และไม่พิการได้ด้วยนะครับ ถึงได้บอกว่าความร่วมมือกันระหว่างกระทรวง พม. และกระทรวง อว. นั้น เป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการด้วยนะครับ การ Combine เอาเทคโนโลยี องค์ความรู้ ทั้งในส่วนของภาคราชการ และทางสถาบันสถานศึกษาเข้ามาด้วยกันนั้น ท้ายที่สุดคนที่ได้ประโยชน์ก็จะเป็นพี่น้องคนพิการ แล้วก็พี่น้องคนไทยนะครับ (ผู้สื่อข่าว) การที่ทางส่วนราชการนี่มีการจ้างงานน้อยอย่างนี้ จะมีการประสานงานอย่างไรครับ (คุณวราวุธ) ผมได้หารือกับทางกรมนะครับ เพราะว่าอย่างภาคเอกชน เรามีมาตรา 33, 34, 35 ภายใต้ พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอยู่ แต่ในภาครัฐยังไม่ได้มีการ... มีการขอความร่วมมือ แต่ว่าไม่ได้มีบทลงโทษนะครับ ตอนนี้ มีกระทรวงเพียงแค่ 3 กระทรวงเท่านั้น ที่ได้มีการจ้างงานครบตามโควตาที่ทางกฎหมายได้กำหนดไว้ แต่ที่เหลือนะครับ ขออนุญาตไม่เอ่ยนามว่ามีกระทรวงใดบ้าง แต่ว่ายังมีอีกหลายกระทรวง ซึ่งผมเองก็กำลังหารือว่าจะขอมีบทค่าปรับ แบบมาตรา 34 ได้หรือไม่ เพราะว่ากระทรวง พม. เอง เอาเข้าจริง ๆ แล้ว งบประมาณก็ค่อนข้างน้อย จะขอปรับกระทรวงอื่นเอางบประมาณมาให้กระทรวง พม. เป็นค่าปรับ จะดีไหม ก็กำลังหารือกันอยู่นะครับ (ผู้สื่อข่าว) แล้วรุ่นแรกนี่ตั้งเป้าไว้ว่า เราจะอบรมคนพิการรวมหมดทั้ง 6 มหาวิทยาลัยนี่ ยอดเท่าไรครับ (คุณวราวุธ) ตอนนี้มหาวิทยาลัยละ 50 คนนะครับ ก็ทำเหมือน... คือต้องบอกว่าทั้งหมดนี้ ผมก็เรียนพักลักจำมาจาก มจธ. นะครับ จากท่านอาจารย์สุวิทย์นี่แหละครับ แล้วก็ขยายผลไปอีก 5 แห่ง ดังนั้น ปีหนึ่งนะครับ 6 แห่ง แห่งละ 50 คน ก็ 300 คน พี่น้องคนพิการ เราก็คาดหวัง ว่าอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของที่เข้าอบรมก็คือ 150 คนนั้นนะครับ จะสามารถมีงานทำ แล้วก็ทุกคนที่เข้าร่วม จะมีรายได้นะครับ ไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำในปี 2567 นะครับ ซึ่งพี่น้องคนพิการในอนาคต ถ้าหากว่าได้รับการจ้างงาน โอกาสที่เขาจะต้องมาพึ่งพาสวัสดิการของรัฐฯ ก็จะน้อยลงนะครับ แล้วก็ประเทศชาติก็จะได้ผลิตภาพเพิ่มขึ้นด้วย อันนี้ก็เป็นเป้าหมายที่ยิงปืนนัดเดียวนะครับ กระสุนนัดเดียวได้นก 2 ตัวนะครับ อ๋อ ก็แค่ 6 มหาวิทยาลัย แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนจาก 6 แห่ง เป็น 60 เป็น 600 หรือ 6,000 ก็คูณขึ้นไปอีกพันเท่า ผมคิดว่าท้ายที่สุดแล้ว ถ้าโครงการนี้ขยายผลได้ทั่วประเทศ ทุกสถาบันการศึกษา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสถาบันการศึกษาจะเข้าร่วมโครงการ แล้วก็เริ่มทำงานได้เลยนะครับ ผู้บริหารของแต่ละสถาบันต้องมีความเข้าใจถึงข้อจำกัด ต้องมีความเข้าใจถึงความต้องการของพี่น้องคนพิการเสียก่อน และระดับภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับแต่ละสถาบันการศึกษานั้น ต้องเข้ามาร่วมทำงานด้วย ถึงจะสำเร็จ ไม่ได้แปลว่าทุกคนสามารถเข้าร่วมโครงการได้ทันทีเลย ต้องมาศึกษาต้องมาพูดคุย ทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ และผมเชื่อว่าวันนี้นะครับ ภาษาอังกฤษเขาบอกว่าการเดินทาง... มีสุภาษิตนะครับ เขาบอกเดินทางหมื่นลี้ เริ่มต้นด้วยก้าวแรกนะครับ A thousand miles journey start with the first step. นะครับ ตอนนี้ ทาง มจธ. เริ่มที่ 50 ตอนนี้เราขยายเป็น 300 แล้วในอนาคตก็จะเป็น 3,000 30,000 และ 300,000 ในที่สุดนะครับ ทางมหาวิทยาลัยที่วันนี้เรามี 6 แห่งเข้าร่วมนะครับ มี มช. มี มข. นะครับ ทางภาคเหนือและภาคอีสาน ภาคกกลางเราก็มี มจธ. นะครับ เรามีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรามีสวนดุสิตที่สุพรรณ แล้วก็มีสงขลานครินทร์นะครับ ซึ่ง 6 แห่งนี้ พี่น้องคนพิการเข้าไปติดต่อได้ 6 มหาวิทยาลัยนี้ได้ก่อน หรือจะติดต่อเข้ามาที่กระทรวง พม. เอง หรือถ้าคิดอะไรไม่ออกนะครับ 1300 ครับ ศรส. ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดีภาพประชาชนของกระทรวง พม. โทรมาได้ 24 ชั่วโมง แล้วเดี๋ยวเราจะเชื่อมต่อให้ครับ ไม่มีครับ ครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ (คุณเมราณี) ถ่ายรูปนิดหนึ่งนะคะ [เสียงดนตรี] ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการ ยังเป็นประเด็นแรกที่เราเริ่มดำเนินการ โดยการเข้าไปหาในภาคส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น พม. จังหวัด จัดหางานจังหวัด แล้วก็ในส่วนของปลัดนะครับ คุณหมอ 2 ท่านที่ประสบความสำเร็จ อันนี้ก็จะเป็นผลงานที่ทางคุณหมออภิสิทธิ์ ท่านได้ให้คำแนะนำ ว่ากลุ่มคนพิการที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นนี่ เขาดำเนินมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ว่าผลงานท่านบอกว่ายัง... ยังต้องพัฒนาอีกค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้น ท่านก็อยากให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเอาความรู้ ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์จากภาควิชาต่าง ๆ ไปช่วยในการที่จะไปยกระดับในส่วนของทักษะของการ… ทำไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสบู่ หรือเรื่องของกล้วย หรือเรื่องของเครื่องจักสานต่าง ๆ นะครับ ซึ่งอันนี้เป็นโครงการที่คุณหมออภิสิทธิ์ท่านส่งเสริมให้ชาวบ้านนี่ ปลูกไผ่ซางหมดครับ ซึ่งเป็นไผ่ที่เรียกว่าคุณภาพดีแล้วก็ไม่มีหนามนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับทางเครือข่ายคนพิการของจังหวัดขอนแก่นนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนในเบื้องต้นครับ ครับ ขอบคุณครับ ตอนนี้ผู้ประกอบการคือ ท่านก็อยากที่จะเข้ามาร่วมกับโครงการ เพราะเขาไม่รู้ในเรื่องของ พรบ. ของคนพิการอยู่นะครับ (ผู้สื่อข่าว) เรียนสอบถามว่าไม่อยากให้จ้างคนพิการ เพราะว่าจ้างแล้วทำกันไม่ได้ คนทั่วไปมันมี Skill มากกว่า เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีเลยครับ ตอนนี้พยายามที่จะดึงเอกชนเข้ามาร่วม ใช่ครับ ๆ (ผู้สื่อข่าว) … แล้วอีกอย่างหนึ่งคืออารยสถาปัตย์ครับ ของสงขลานครินทร์ คงต้องปรับปรุงเพื่อที่จะให้ต้อนรับ… ตอนนี้สิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าวันนี้คืออย่างกรณีอบรมเราอบรมนี่ เราก็หาห้องยากเหมือนกัน เราก็เลยมองว่าเราต้องทำอย่างไรให้คนในมหาวิทยาลัยกระตุ้นในการที่จะ… เขาเรียกให้เห็นคนพิการ… ครับ (ผู้สื่อข่าว) ให้อาจารย์ไปนั่งรถเข็น แล้วอาจารย์มองว่า ถ้าอาจารย์ไปได้ครับ ทดลองได้ครับ ได้ทดลองนั่ง ปิดตาเดิน ถ้าเราทำได้ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี เพราะว่าท่านเป็นมุมมองของผู้บริหาร เพราะว่าคนนี้ก็คนสำคัญเหมือนกัน ก็เป็นคนหนุึ่งในเรื่องของ... ใช่ครับ ใช่ครับ ครับผม ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ไปชมของมหาวิทยาลัยต่อ ได้ [เสียงดนตรี] (ผู้นำเสนอชาย) ครับ สำหรับธุรกิจของเรานะครับ เราอยากเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับการทำขนมเบเกอรีครับ ซึ่งเราได้สืบค้นหาข้อมูลแหล่งทุนสนับสนุนของพวกเราครับ แล้วก็เราจะเริ่มทำการวางแผนนะครับ ในการที่จะหาวิทยากรในการสอนทำขนม สอนขนมเบเกอรีครับ แล้วก็จะมีการลงมือปฏิบัติจริงครับ และก็ฝึกการคำนวณต้นทุน แล้วก็กำไรขาดทุน แล้วก็ฝึกปฏิบัติงานนะครับ และก็จะมีการทำประชาสัมพันธ์ และก็ทำการตลาดจริงครับ แล้วก็ในส่วนสุดท้ายของเรานะครับ จะเป็นการสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นครับ และก็นำมาพัฒนาและก็ปรับปรุงครับ และก็หากธุรกิจของเราในครั้งนี้ครับ หากประสบผลสำเร็จ เราก็จะหาแหล่งทุนที่จะขยายในการทำธุรกิจของเราต่อไปครับ ขอบคุณครับ (คุณวราวุธ) สู้ ๆ เป็นกำลังใจให้ครับ ขอบคุณมาก (ผู้นำเสนอหญิง) สวัสดีค่ะท่าน เรามีท่านหัวหน้าโครงการค่ะ ท่านผู้ช่วยอธิการบดีค่ะ ทอแสง รัศมี ค่ะ จริง ๆ ทำเรื่องผู้พิการมาก่อนหน้านั้นแล้วค่ะ ค่ะ เดี๋ยวจะขออนุญาตให้ท่านได้แนะนำนะคะ (ผู้นำเสนอหญิง) สวัสดีค่ะ พระจอมเกล้าลาดกระบังนะคะ เราน่ะเคยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการค่ะ ทำเป็นสื่อภาพยนตร์สั้นสร้างบันดาลใจ 7 Inspiration นะคะ และเราก็ให้คนพิการต้นแบบได้มีส่วนร่วมในการผลิตสื่อด้วย ก็ทำให้เห็นว่าเขาน่ะได้มีโอกาสพัฒนาทักษะ และก็สามารถที่จะเอาไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ เพราะรอบนี้ ได้รับโอกาสจัดอบรมค่ะ เราก็เลยเป็นหลักสูตรนักสื่อสารดิจิทัลค่ะ นี่ค่ะ DEP Masterclass by KMITL ค่ะ ซึ่ง D ก็คือ Development Digital Skill นะคะ แล้วก็ตัววิชานี้ค่ะ คนที่มาอบรมนี่ เขาก็จะได้สามารถไปทำงานเองที่บ้านได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Infographic การออกแบบ การทำสื่อ ทำคลิปวิดีโอนะคะ แล้วก็เราก็จะให้เขาน่ะ ได้ฝึกงาน แล้วก็รับโจทย์จากภาคเอกชน ซึ่งก็ติดต่อไว้แล้ว ก็ทำที่บ้านก็ได้เงินจากที่บ้านได้เลย ไม่ต้องออกมาค่ะ และก็เราน่ะเป็นแผนก หนูน่ะดูสื่อสารองค์กรค่ะ ก็เขาก็จะได้มาฝึกงานกับฝ่ายสื่อสารองค์กร ผลิตสื่อให้พระจอมเกล้าลาดกระบังด้วยค่ะ อันนี้ก็เลยเป็นโครงการของเราค่ะ จบ จุฬาฯ ค่ะ วิพรรณค่ะ อาจารย์หนู ทำงานด้วยกันค่ะ ใช่ค่ะ ค่ะ ๆ ค่ะ ใช่ค่ะ แล้วนอกจากผู้พิการจริง ๆ ผู้สูงอายุเราก็อบรมค่ะ แล้วเดี๋ยวอาจารย์วิพรรณก็จะมาอบรมกับเราที่เขตร่มเกล้า มีนบุรี ลาดกระบังค่ะ ขอบพระคุณค่ะ