(คุณเกียรติยา) นะคะ ขอบพระคุณทุกท่าน เชิญนั่งได้นะคะ เอาล่ะค่ะ วันนี้ดิฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ นางสาวเกียรติยา ธรรมวิภัชน์ ค่ะ เป็นผู้สื่อข่าวและก็เป็นผู้ประกาศข่าวของ ช่อง 9 MCOT HD นะคะ รวมทั้งเป็นผู้บรรยายงานโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยด้วยนะคะ วันนี้รู้สึกยินดีมาก ๆ เลย ที่ได้มาร่วมงานแถลงข่าวในวันนี้ แล้วก็ขอต้อนรับทุกท่านที่มากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเลยนะคะ ขอนำทุกท่านเข้าสู่งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการการขายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ค่ะ วันนี้นะคะ ขอกราบเรียนท่านอธิการบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นางสาวสนธยา บุณยภูษิต นะคะ ท่านเป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ เป็นประธานในวันนี้ค่ะ นอกจากนี้นะคะ ยังมีผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะคะ ท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เจ้าบ้านนะคะ และเป็นที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีคณะกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวมทั้งผู้แทนจากทั้งมหาวิทยาลัยเครือข่ายจาก 9 สถาบันการศึกษา วันนี้มากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งนะคะ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่นนะคะ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครนะคะ มหามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดีค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมินะคะ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีค่ะ วันนี้ก็ยังมีหัวหน้าโครงการทั้ง 12 โครงการด้วยนะคะ มีผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้บริการของมหาวิทยาลัยเครือข่าย ท่านผู้บริหารจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะคะ รวมทั้งท่านผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และที่สำคัญ ก็คือพี่น้องคนพิการนะคะ สื่อมวลชน แล้วก็แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่มาเข้าร่วมงานวันนี้ อย่างที่บอกว่าอุ่นหนาฝาคั่งมาก ๆ นะคะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ การขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีค่ะ วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยนะคะ ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนั้น ก็อย่างที่ทราบว่าได้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับคนพิการมาตั้งแต่ปี 2557 แล้วนะคะ แล้วก็ได้เกิดความร่วมมือกับทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เมื่อปีที่แล้วนะคะ ทำให้เกิดการร่วมมือกันต่อไปขยายผลจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วนะคะ จะเริ่มดำเนินการต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2568-2569 ค่ะ การจัดงานวันนี้เพื่อการขยายผลการดำเนินโครงการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการนะคะ ด้านการฝึกงาน มจธ. ไปยังสถาบันการศึกษาในส่วนภูมิภาค อย่างที่เราได้ทราบกันว่ามีหลากหลายด้วยกันนะคะ นอกจากนี้เพื่อเป็นการส่งเสริม แล้วก็สนับสนุนให้สถาบันการศึกษานี่ ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการให้คนพิการได้มีอาชีพนะคะ ได้มีรายได้ เพื่อส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการต่าง ๆ นะคะ รวมทั้งได้รับความร่วมมือสนับสนุนงบประมาณค่ะ จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาชีวิต… คุณภาพชีวิตคนพิการนะคะ โดยในปีที่ 2 นี้นะคะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือว่า มจธ. นี่ ได้ร่วมมือกับอีก 8 สถาบันการศึกษาชั้นนำนะคะ ในแต่ละภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครนะคะ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แล้วก็สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังนะคะ รวมหลักสูตรการฝึกอบรมทั้งสิ้น 12 หลักสูตรด้วยกันนะคะ เพื่อเป็นการช่วย Upskill แล้วก็ Reskill ให้กับคนพิการของเรานะคะ กิจกรรมวันนี้ค่ะ ก็ยังจะมีการออกบูธด้านหน้านะคะ ด้านซ้ายมือของดิฉันนี่ ออกบูธนำเสนอรายละเอียดหลักสูตรทั้ง 12 โครงการด้วยนะคะ ซึ่งเมื่อกี้แอบไปดูมาแล้วน่าสนใจมาก ๆ ทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะบูธของโบว์เบเกอรี่นะคะ วันนี้มีขนม Timbering มาให้ลองได้ชิมกันด้วยนะคะ ใครสนใจนะคะ น่ารับประทานมาก ๆ ทีเดียวค่ะ ก็มาสนับสนุนโครงการการขยายผลอีกมากมายนะคะ ขนมอร่อย ๆ นำมาวันนี้ ต้องขอบพระคุณบริษัทโบว์เบเกอรี่เป็นอย่างสูงเลยค่ะ เอาล่ะค่ะ ลำดับแรกนะคะ เพื่อให้เรารู้สึกผ่อนคลายนะคะ หลังจากที่เดินทางกันมาเหน็ดเหนื่อยนะคะ เราขอเรียนเชิญทุกท่านรับฟังการขับร้องเพลงเสียงประสานนะคะ โดยวงประสานเสียงศิษย์เก่า มจธ. และคนพิการ มจธ. วันนี้มา 2 บทเพลงด้วยกันค่ะ บทเพลงแรก ก็คือรักข้ามขอบฟ้านะคะ และบทเพลงที่ 2 ก็คือเพลงปรารถนาสิ่งใด ขอเชิญรับชมรับฟังได้เลยค่ะ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ] [เพลง รักข้ามขอบฟ้า] [เสียงดนตรี] รัก… ข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์ อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวง ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ [เสียงดนตรี] ขอบฟ้าเหนืออาณาใดกั้น ใช่รักจะดั้นยากกว่านกโบยบิน รักข้ามแผ่นน้ำ รักข้ามแผ่นดิน เมื่อความรักดิ้น ฟ้ายังสิ้นความกว้างไกล ขอบฟ้าทิ้งโค้งมาคลุมครอบ อ้าแขนรายรอบโอบโลกไว้ภายใน เหมือนอ้อมกอดรัก แม้ได้โอบใคร ชาติภาษาไม่สำคัญเท่าใจตรงกัน รัก..ข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์ อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวง ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ ขอบฟ้าแม้จะคนละฝาก ห่างไกลกันมากแต่ก็ฟ้าเดียวกัน รักข้ามขอบฟ้า ข้ามมาผูกพัน ผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียว [เสียงดนตรี] รัก..ข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์ อาจมีใจคนละดวง ต่างเก็บอยู่คนละทรวง ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์ ขอบฟ้าแม้จะคนละฟาก ห่างไกลกันมากแต่ก็ฟ้าเดียวกัน รักข้ามขอบฟ้า ข้ามมาผูกพัน ผูกใจรักมั่น สองดวงให้เป็นดวงเดียว [เสียงปรบมือ] [เพลง ปรารถนาสิ่งใดฤๅ] [เสียงดนตรี] อยู่เพื่อความรัก หรืออยู่เพื่อความฝัน อยู่เพื่อศรัทธา หรืออยู่เพื่อความหวัง อยู่เพื่อชีวิตตัวเอง หรืออยู่ไปเพื่อใครกัน ให้ตัวฉันตายแต่ชื่อ ยังต้องอยู่เพื่อใคร [เสียงดนตรี] ยังรู้สึก ยังต้องการใครสักคน ยังฝันใฝ่ ทางหนใดจะหลุดพ้น เฝ้าตามหา ร้อยพันหมื่นเหตุผล เหตุใดหนอ ใจเราไยสับสน หนึ่งชีวิตคนเราล้วนทุกข์ทน หมื่นเหตุผลอับจนหัวใจ ปรารถนาสิ่งใดกัน สิ่งที่ฉันนั้นเฝ้าคอย มีชีวิตอย่างเลื่อนลอย ตะวันคล้อยลาลับไป ราตรีดวงดาวลอยเกลื่อนฟ้า ชีวิตฉันมีคุณค่าหรือไม่ หรือชีวิตฉันเลยล่วงไป โดยไม่มีอะไรเลย ยังทุกข์ทน ยังวกวนไร้จุดหมาย ยังร้องไห้ ให้เรื่องราวที่ผ่านพ้น เฝ้าตามหา ร้อยพันหมื่นเหตุผล เหตุใดหนอ ใจเราไยสับสน หนึ่งชีวิตคนเราล้วนทุกข์ทน หมื่นเหตุผลอับจนหัวใจ ปรารถนาสิ่งใดกัน สิ่งที่ฉันนั้นเฝ้าคอย มีชีวิตอย่างเลื่อนลอย ตะวันคล้อยลาลับไป ราตรีดวงดาวลอยเกลื่อนฟ้า ชีวิตฉันมีคุณค่าหรือไม่ หรือชีวิตฉันเลยล่วงไป โดยไม่มีอะไรเลย [เสียงดนตรี] เฝ้าตามหา ร้อยพันหมื่นเหตุผล เหตุใดหนอ ใจเราใยสับสน หนึ่งชีวิตคนเราล้วนทุกข์ทน หมื่นเหตุผลอับจนหัวใจ ปรารถนาสิ่งใดกัน สิ่งที่ฉันนั้นเฝ้าคอย มีชีวิตอย่างเลื่อนลอย ตะวันคล้อยลาลับไป ราตรีดวงดาวลอยเกลื่อนฟ้า ชีวิตฉันมีคุณค่าหรือไม่ หรือชีวิตฉันเลยล่วงไป โดยไม่มีอะไรเลย อยู่เพื่อความรัก หรืออยู่เพื่อความฝัน อยู่เพื่อศรัทธา หรืออยู่เพื่อความหวัง อยู่เพื่อชีวิตตัวเอง หรืออยู่ไปเพื่อใครกัน ให้ตัวฉันตาย แต่ชื่อยังต้องอยู่เพื่อใคร ปรารถนาสิ่งใดกัน [เสียงดนตรี] [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ค่ะ ต้องปรบมือให้ดัง ๆ เลยนะคะ กับเพลง 2 เพลง ที่ไพเราะมาก กับวงประสานเสียงศิษย์เก่า มจธ. ขอบพระคุณอาจารย์ป๊อบนะคะ แล้วก็ท่านวาทยากรด้วย ขอเสียงปรบมืออีกครั้งหนึ่ง [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ค่ะ เรียนเชิญน้อง ๆ ลงจากเวทีนะคะ อีกสักครู่ ขอเรียนเชิญพี่ ๆ สื่อมวลชนขึ้นบนเวทีเพื่อถ่ายรูปกลับมายังงานด้านล่างนะคะ ขอบคุณน้องมาก ๆ เลยนะคะ ร้องเพลงเพราะมาก ๆ พี่ยังแอบร้องตามเลยนะคะ ค่ะ เรียนเชิญพี่ ๆ สื่อมวลชนขึ้นบนเวทีเพื่อถ่ายรูปบริเวณงานค่ะ เรียนเชิญค่ะ วันนี้ได้รับเกียรติจากท่านสื่อมวลชนจากหลากหลายสาขานะคะ มากันให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าปัจจุบันนี้โครงการความร่วมมือความช่วยเหลือคนพิการเป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วก็จะจำเป็นมากนะคะ ยิ้มหวาน ๆ เลยค่ะ เดี๋ยวจะรบกวนทุกท่านช่วยยืนด้วยได้ไหมคะ ขอบพระคุณค่ะ ขอบพระคุณค่ะ รบกวนนั่งได้เลยนะคะ ลำดับถัดไปค่ะ เรายังมีให้ชมวีดิทัศน์ที่มาของโครงการด้วยนะคะ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ทุกท่านจะได้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นนะคะ พร้อมแล้วหรือยังคะ ค่ะ เรียนเชิญรับชมเลยค่ะ (บรรยาย) พลังเครือข่าย พลังคนพิการ สู่อนาคตที่ยั่งยืน โครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงาน คนพิการ มจธ. ระยะที่ 2 ในสังคมที่โอกาสไม่ได้มีให้ทุกคนเท่ากัน คนพิการจำนวนมากยังคงเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา การมีอาชีพที่มั่นคง แต่ความเชื่อมั่นในศักยภาพของพวกเรา ไม่เคยจางหาย ด้วยความร่วมมือจากภาคการศึกษา จึงได้เกิดเป็นโครงการที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง (รศ. ดร.สุวิทย์) โครงการแบบนี้สร้างผลกระทบให้กับประเทศได้มาก ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างศักดิ์ศรีให้กับผู้พิการ เราก็คุยกับทางกระทรวง พม. ว่าระยะที่ 2 นี่ เราน่าจะดำเนินการต่อเนื่อง ยังมีผู้พิการอีกมากที่อยากจะฝึกอบรม อยากจะมีอาชีพ อันนั้นก็เป็นที่มาของระยะที่ 2 ทีนี้ ในอนาคตนี่ ก็เป็นอย่างที่ทราบกันว่าเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น AI ใช้หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มมหาวิทยาลัยนี่ ก็มานั่งคิดกันว่า เอ๊ะ เราจะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้นี่ เข้ามาประยุกต์แล้วก็ช่วยฝึกอาชีพให้กับผู้พิการได้มากน้อยแค่ไหน เราก็ลองสาธิตให้ผู้พิการอยู่ที่หนึ่ง แล้วสั่งให้มีการชงกาแฟอัตโนมัติในอีกที่หนึ่ง ซึ่งก็ทำได้ดี อันนี้ก็เป็นแนวคิดที่ว่าผู้พิการนี้ ไม่ต้องเดินทาง อยู่ที่บ้าน แต่ก็สามารถที่จะทำงานอะไรต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ก็คือเราฝึกให้เขาดูกล้องรักษาความปลอดภัยในสถานที่ต่าง ๆ อันนี้ก็ทำให้ผู้พิการนี่ มีอาชีพได้นะครับ โดยเหมาะสมกับสภาพร่างกาย หรือให้เขาเป็นพนักงานต้อนรับในสถานที่ราชการ ก็จะสร้างความเข้าอกเข้าใจในสังคมได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่ ผมคิดว่าเมื่อผนวกกับเทคโนโลยี ก็จะนำไปสู่การสร้างอาชีพ ทำให้ผู้พิการมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ผมคิดว่าโครงการแบบนี้เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยจะต้องเข้ามาช่วยสังคมกันอย่างเต็มที่ ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายนะครับ ที่รับฟัง แล้วก็รับชม ขอบคุณครับ (ดร.อรกัญญาณี) จากความสำเร็จของโครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงาน คนพิการ มจธ. ซึ่งดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคม 2567 ถึงเดือนมีนาคม 2568 โดยมี 6 สถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมหลักสูตร ทั้งเพื่อการทำงานในสถานประกอบการ และการประกอบอาชีพอิสระ มีคนพิการเข้าร่วมโครงการถึง 300 คน และประสบความสำเร็จในการมีอาชีพและมีรายได้มากถึง 85 เปอร์เซ็นต์ (คุณอนงค์) ความรู้สึกภาคภูมิใจ ที่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนในจุดนี้ (คุณภคมน) ตรงนี้มันเป็นกำไรสำหรับพี่แล้ว อย่างน้อย ๆ นี่ ถ้าอยู่บ้านพี่ก็เป็นแค่ผู้ป่วย (คุณนาซีรา) โครงการนี้ มันทำให้เราได้สัมผัสถึงความรักความอบอุ่นเป็นอย่างมากน่ะค่ะ (คุณอนัญญา) ดีใจ ได้พบปะเพื่อน และก็ได้ความรู้ (คุณกิตติภพ) มันเหมือนกับเราได้เพิ่มความรู้ในตัวเองครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดต่อวิดีโอ การใช้โปรแกรมออฟฟิศต่าง ๆ การดูกล้องวงจรปิดอะไรอย่างนี้ครับ (คุณวาสนา) จบจากโครงการนี้ไปแล้ว อยากจะนำความรู้ที่ได้มาไปใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ (คุณประนอม) ก็สนุกดีค่ะ พราะมีอาชีพติดตัวเราด้วย (คุณอ้อยทิพย์) เรารู้สึกว่าูมิใจมาก เพราะว่าศักยภาพของผู้พิการ เรามีศักยภาพและสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งใคร (คุณอนุชา) คนพิการสามารถทำได้ครับผม (คุณหลอด) เมื่อก่อนนี้คนพิการจะอยู่บ้าน แล้วจะไม่มีความรู้อะไรเลย แต่ทุกวันนี้พอได้ทางมหาวิทยาลัย ให้ความรู้ตรงนี้แล้ว มันสมหวังน่ะครับผม (ดร.อรกัญญาณี) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพเครือข่ายถ่ายทอดองค์ความรู้ และกระบวนการในการฝึกอาชีพต่าง ๆ ผ่านระบบ “Train the Trainer” พร้อมสนับสนุนการบริหารโครงการตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร การคัดเลือกผู้เข้าอบรม ไปจนถึงการติดตามผลลัพธ์ความสำเร็จของคนพิการอย่างเป็นระบบ ในปี 2568 นี้ ก้าวเข้าสู่โครงการในระยะที่ 2 เราขยายความร่วมมือไปยัง 8 สถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเปิดหลักสูตรอบรมในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 12 หลักสูตร ครอบคลุมคนพิการ ที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ขยายโอกาสไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ให้ครอบคลุม ทำให้คนพิการสามารถฝึกอบรมใกล้บ้านได้มากยิ่งขึ้น โครงการระยะที่ 2 นี้ สอดคล้องกับนโยบาย “พม. ใกล้คุณ พก. ใกล้บ้าน” โดยเป้าหมายจะสามารถฝึกอบรมคนพิการ ให้มีโอกาสในการประกอบอาชีพสูงถึง 370 คน (รศ. ดร.สุวิทย์) เมื่อคนพิการได้โอกาส พวกเราก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของตนเองและสังคม จากความร่วมมือของภาคการศึกษาสู่การยอมรับของภาคเอกชน และการสนับสนุนจากภาครัฐ โครงการนี้คือหลักฐานว่า ความร่วมมือ คือ พลัง และศักยภาพของคนพิการ คือ เรื่องจริง (ดร.อรกัญญาณี) ในนามของคณะทำงาน พวกเราหวังว่าความร่วมมือดี ๆ แบบนี้ จะไม่หยุดอยู่แค่ภายในรั้วมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น แต่จะขยายขอบเขตไปสู่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ ทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อช่วยให้คนพิการมีที่ยืนและสามารถพัฒนาศักยภาพ และใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ สร้างคุณค่าให้กับตนเอง สังคม และประเทศไทยของเราค่ะ [เสียงดนตรี] [สียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ทำให้เราทราบมากขึ้นแล้วนะคะ ว่าโครงการนี้ มีความสำคัญ แล้วก็น่าน่าสนใจอย่างไรบ้าง ในลำดับถัดไปค่ะ ขอเรียนเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย นะคะ ท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ท่านจะมากล่าวต้อนรับ แล้วก็กล่าวถึงที่มาของโครงการกันอีกสักครั้งหนึ่งค่ะ ขอเรียนเชิญค่ะท่าน (รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์) เรียนท่านประธานในพิธี ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเครือข่าย แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และสื่อมวลชนที่เคารพ ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่จะต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงาน คนพิการ มจธ. ในโอกาสนี้ ใคร่ขอขอบพระขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ต่อท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธาน และเป็นผู้กล่าวแถลงข่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ในเชิงนโยบาย และความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างภาครัฐและภาคการศึกษา สำหรับที่มาของโครงการนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการใช้องค์ความรู้ทางวิชาการ และทรัพยากรของมหาวิทยาลัย เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างโอกาสด้านอาชีพ และรายได้ ให้แก่คนพิการอย่างเป็นรูปธรรม จากแนวคิดดังกล่าว ได้นำไปสู่การพัฒนาโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ซึ่งเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะ กับสถานประกอบการ และบริบทการทำงานจริง โดยดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยใช้งบประมาณจากหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ตามมาตรา 35 โดยโมเดลนี้ มจธ. ดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรับฟังเสียงของคนพิการและสถานประกอบการ ที่ต้องการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 ออกแบบหลักสูตร คัดเลือกคนพิการ จัดฝึกอบรม ประเมินผล ช่วยหางาน เป็นพี่เลี้ยงระหว่างทำงาน และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยหลักสูตรแรกที่ มจธ. เปิดสอน หลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน ที่เน้นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับงานสำนักงานต่าง ๆ โมเดลนี้ได้ถูกถ่ายทอดไปยังสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 5 แห่ง ในโครงการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ระหว่างปี 2560-2568 และประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน โดยคนพิการที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 300 คน สามารถเข้าสู่ทำงานจริง และมีรายได้คิดเป็น 85 เปอร์เซ็นต์ ความสำเร็จดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงผลลัพธ์ของมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน จึงนำไปสู่การยกระดับโครงการปี พ.ศ. 2568-2569 ซึ่งเป็นการขยายผลระดับประเทศ ผ่านการสร้างเครือข่ายอุดมศึกษา ที่มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำหน้าที่เป็นสถาบันต้นแบบและแม่ข่าย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเครือข่ายจากภูมิภาคของประเทศ โครงการที่เป็นผลความร่วมมือเชิงนโยบาย ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ 9 สถาบันอุดมศึกษา ซึ่งสะท้อนไม่เห็นจัดการบูรณาการภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์การศึกษาอู่ทองทราวดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การ Upskill และ Reskill คนพิการ ให้สามารถประกอบอาชีพได้จริง ทั้งในรูปแบบของการทำงานในสถานประกอบการ และการประกอบอาชีพอิสระ โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่การทำงานใกล้บ้าน และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ท้ายที่สุดนี้ ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ใคร่ขอขอบคุณประธานในพิธี ภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน มหาวิทยาลัยเครือข่าย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการอันทรงคุณค่านี้ ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญ ในการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีในการทำงานของคนพิการไทยอย่างยั่งยืน ขอบพระคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ขอเสียงปรบมือให้ท่านอธิการด้วยนะคะ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย ค่ะ หลังจากฟังที่มาโครงการแล้วนะคะ ลำดับถัดไปค่ะ เราจะมาฟังกันว่าแต่ละสถาบันการศึกษานั้น นำโครงการอะไรมานำเสนอบ้าง วันนี้เราจะได้ทราบกันอย่างคร่าว ๆ นะคะ แต่ถ้าสนใจนี่ จะมีบอร์ดด้านซ้ายที่ดิฉันได้กล่าวไว้นะคะ ลำดับถัดไปค่ะ เป็นการกล่าวรายงานหลักสูตรวันนี้นะคะ ได้รับเกียรติจากผู้แทนของเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 9 แห่ง ใน 12 หลักสูตรนะคะ ให้เกียรติขึ้นกล่าวรายงานหลักสูตรบนเวทีนะคะ ตามลำดับค่ะ ลำดับแรกเลย ก็จะเป็นเจ้าบ้านก่อนเลยนะคะ มหาวิทยาลัยเทคโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางมด หลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานค่ะ โดย ดร.อรกัญญาณี เลี้ยงอิสระ ท่านเป็นผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และหัวหน้าโครงการ การขยายผลอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ขอเรียนเชิญอาจารย์เลยค่ะ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ] (ดร.อรกัญญาณี) สวัสดีค่ะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะคะ ในฐานะมหาวิทยาลัยต้นแบบนะคะ แล้วก็แม่ขายนะคะ ปีนี้เราเปิดหลักสูตรด้วยกัน 4 หลักสูตรค่ะ ดิฉันเป็นตัวแทนของหลักสูตรที่ 1 นะคะ หลักสูตรเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานค่ะ ซึ่งหลักสูตรนี้ ในรอบนี้นะคะ เรารับคนพิการประเภทนะคะ จำนวน 20 คนค่ะ โดยเนื้อหาของหลักสูตรนั้นนะคะ จะเน้นในเรื่องของการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์นะคะ แล้วก็โปรแกรมอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับสำนักงานทั้งหมดนะคะ คนพิการที่ได้รับการฝึกนะคะ จะสามารถเทียบคุณวุฒิวิชาชีพนะคะ ด้านทักษะดิจิทัล Level 2 ได้ด้วยนะคะ ถ้าเกิดว่าผ่านโครงการนี้นะคะ ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพนะคะ ดังนั้น แปลว่าคนพิการที่ผ่านการฝึกอบรมของหลักสูตรนี้นี่ จะได้ทั้งประกาศนียบัตรจากโครงการและได้ใบประกอบคุณวุฒิวิชาชีพด้วยนะคะ ก็จุดเด่นของโครงการในปีนี้นะคะ เราจะพยายามนำเรื่องของ AI นะคะ มาประยุกต์กับเรื่องของการใช้คอมพิวเตอร์ให้มากขึ้นค่ะ เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนพิการสามารถได้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) กราบขอบพระคุณนะคะ ดร. อรกัญญาณี เลี้ยงอิสระ ค่ะ ถัดไปค่ะ ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีนะคะ แต่คราวนี้เป็นบางขุนเทียนค่ะ หลักสูตรนักพัฒนาธุรกิจ Business Developer ประเภทวิสาหกิจชุมชนนะคะ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรนุช ชื่นฤดีมล ค่ะ เป็นอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบ เรียนเชิญ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ [เสียงปรบมือ] (ศาตราจารย์วรนุช) กราบสวัสดีค่ะ ท่านประธาน แล้วก็ผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ เป็นตัวแทนจากคณะสถาปัตย์พระจอมเกล้าธนบุรี วิมยาเขตบางขุนเทียนนะคะ หลักสูตรที่รับผิดชอบน่ะค่ะ ก็จะพัฒนาทักษะผู้ประกอบการนะคะ ประเภทวิสาหกิจชุมชน โดยเราได้รับความร่วมมือและก็ประสานงานให้เรา จากทางศูนย์พัฒนาทักษะและอาชีพคนพิการสมุทรสาคร แล้วก็ทาง พมจ. สมุทรสาคร นะคะ ก็ได้คนพิการจากทางกระทุ่มแบน แล้วก็ขณะเดียวกัน ก็ได้คนพิการจากทางบางขุนเทียนเองน่ะค่ะ ทั้งหมด 20 คน ซึ่งเราก็ตั้งเป้าไว้ว่าเราจะพัฒนา Branding เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยที่ใช้วัตถุดิบในพื้นที่บางขุนเทียน ทั้งในเรื่องของวัตถุดิบที่เป็นพืชป่าชายเลน และขณะเดียวกันน่ะค่ะ ก็พัฒนาหัตถกรรมที่เกี่ยวกับการแปรรูปขยะค่ะ ก็หวังว่าจะประสบความสำเร็จและทีมงานที่อยู่ข้างหลัง ก็มาร่วมงานด้วยวันนี้ รู้สึกดีใจมากที่พี่ ๆ มาร่วมงานกับพวกเรานะคะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ค่ะ ขอบพระคุณนะคะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรนุช ชื่นฤดีมล ค่ะ ลำดับถัดไปค่ะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แต่ว่ามาจากราชบุรีนะคะ เป็นหลักสูตรส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีสำหรับคนพิการ เพื่อการประกอบอาชีพ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มนัญญา เพียรเจริญ ค่ะ เป็นผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราชบุรี ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และกายภาพ ขอเรียนเชิญค่ะอาจารย์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนัญญา) ค่ะ สวัสดีค่ะ ก็คือว่าเป็นตัวแทนนะคะ จากพื้นที่การศึกษาราชบุรีค่ะ ก็คือว่าหลักสูตรที่จะอบรมนะคะ เกี่ยวกับการฝึกอบรมทักษะการเกษตรนะคะ โดยใช้เทคโนโลยีสำหรับคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพค่ะ ขอเล่าจุดเริ่มต้นนิดหนึ่งค่ะ ก็คือว่าพื้นที่การศึกษาราชบุรีนี่ อยู่ที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีค่ะ ในปี 2562 นี่ เราส่งคนพิการมาฝึกอบรมหลักสูตรสำนักงานที่ มจธ. บางมดค่ะ แต่พบว่าคนพิการนี่ ไม่ได้รับการจ้างงานจากสถานประกอบการ เป็นเพราะว่าไกลบ้านค่ะ เราก็เลยกลับไปนะคะ สำรวจความต้องการของคนพิการนี่ คนพิการอยากจะประกอบอาชีพทางเกษตรที่อยู่ใกล้บ้านค่ะ อันนี้ก็คือเป็นจุดเริ่มต้นของ… ของหลักสูตรนะคะ เรามีการออกแบบแปลงปลูกผักนะคะ ยกสูงค่ะ เพื่อให้เหมาะสมกับสรีระของคนพิการค่ะ โดยควบคุมการรดน้ำอัตโนมัติ โดยใช้ระบบ IoT ผ่านมือถือ ไม่ว่าคนพิการจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย สามารถสั่งการทำการรดน้ำได้ค่ะ จำนวนผู้เข้าอบรมนะคะ ของเรานี่ มี 20 คนค่ะ แล้วก็เราอบรมนะคะ โดยมีใช้ความรู้ทั่วไป อบรมการบรรยายความรู้ทั่วไปค่ะ แล้วก็มีการปฏิบัติจริงที่แปลงนะคะ โดยแปลง แปลงปลูกผักของเรานี่ อยู่ที่พื้นที่การเรียนรู้ทางการเกษตรที่ มจธ. ราชบุรีค่ะ ซึ่งปัจจุบันน่ะค่ะ มีคนพิการค่ะ จำนวน 6 คน ที่ได้รับทุนจ้างงานจากบริษัทเบทาโกร ตามมาตรา 35 ค่ะ เราคิดว่านะคะ หลังจากคนพิการนี่ค่ะ จบหลักสูตรนี้นี่ เขาสามารถที่จะประกอบอาชีพใกล้บ้านหรือทำงานได้ที่บ้านค่ะ แล้วก็เรามาช่วยกันตั้งนานคุณภาพชีวิตของคนพิการ ด้วยการสร้างอาชีพค่ะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ขอบพระคุณนะคะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนัญญา เพียรเจริญ ค่ะ ลำดับถัดไปนะคะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เช่นกันค่ะ เป็นภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการบางมดนะคะ จัดการฝึกอบรมที่จังหวัดสระแก้วค่ะ หลักสูตรการฝึกทักษะอาชีพคนพิการ ด้านการซ่อมบำรุง แล้วก็ดัดแปลงรถเข็นสามล้อมือโยก ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้านะคะ โดย ดร.ศุภฤกษ์ บุญเทียร เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ขอเรียนเชิญค่ะ อาจารย์ค่ะ (ดร.ศุภฤกษ์) ครับ สวัสดีครับ ก็สำหรับหลักสูตรสุดท้ายของ มจธ. นะครับ ก็เป็นหลักสูตรที่จะช่วยพัฒนาผู้พิการ ในการที่จะให้เขาสามารถซ่อมบำรุง 1. นะครับ ซ่อมบำรุงรถเข็นวีลแชร์ที่เขานั่งนะครับ แล้วก็ดัดแปลงนะครับ รถเข็นสามล้อมือโยกนะครับ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้านะครับ ให้เขานี่ สามารถที่จะทั้งซ่อมทั้งดัดแปลงได้ด้วยตัวเองนะครับ หลักสูตรนี้นะครับ เกิดขึ้นจากความต้องการของผู้พิการเองนะครับ โดยความต้องการนี้ มาจากชมรมมนุษย์ล้อปราจีนบุรี เอ้ย จังหวัดสระแก้วนะครับ ชมรมมนุษย์ล้อจังหวัดสระแก้วนะครับ เราก็เข้าไปพูดคุย แล้วก็สร้างหลักสูตรเพื่อตอบโจทย์ผู้พิการตรงนั้นนะครับ เพื่อให้เขาสามารถที่จะซ่อมบำรุง แล้วก็ดัดแปลง ให้เขามีการสร้างอาชีพเขาเองนะครับ สามารถทำงานอยู่ใกล้บ้านใช่ไหมครับ ทำงานได้ แล้วก็ใช้งานรถเข็นได้นะครับ เพื่อเพิ่มศักยภาพของตัวเขาเองนะครับ เราก็ทราบดีว่าผู้พิการเองนี่ เวลาเขาเดินทางนี่ เขาค่อนข้างที่จะลำบาก ฉะนั้น การดัดแปลงมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไปติดตั้งด้วยตัวเขาเองได้นี่ จะทำให้เขาสามารถเดินทางไปประกอบกิจกรรมต่าง ๆ นะครับ ยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาได้เป็นอย่างมากนะครับ ผมก็หวังว่าหลักสูตรนี้ เราจะไม่ใช่แค่สอนเขาให้เรียนแค่ผ่าน แต่เราจะเป็นการมอบอาชีพให้กับเขาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นการประกอบอาชีพที่ทำอยู่ใกล้บ้าน เพราะเขามีชมรมอยู่แล้วนะครับ อยู่ที่ไหนเขาก็ทำได้นะครับ ก็หวังว่าหลักสูตรนี้ จะช่วยยกระดับชีวิตคนพิการที่จังหวัดสระแก้ว เป็นจุดเริ่มต้นก่อนนะครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (คุณเกียรติยา) ขอบพระคุณนะคะ ดร.ชูชาติ… ดร.ศุภฤกษ์ บุญเทียร ขออภัยค่ะ เราฟังมา 4 หลักสูตรแล้ว น่าสนใจทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ น่าเรียนมาก ๆ ยังไม่หมดค่ะ ยังมีหลักสูตรต่อไป จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นนะคะ เป็นหลักสูตรการพัฒนาทักษะ แล้วก็ต่อยอดการประกอบอาชีพคนพิการในจังหวัดขอนแก่นประจำปี 2568 นะคะ โดยท่านรองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ท่านผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการเรียนเชิญค่ะ อาจารย์ค่ะ (รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ชูชาติ) ครับ ขอบคุณครับ ก็เรียนท่านประธานนะครับ ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ อธิการบดีนะครับ