﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008

4
00:00:12,010 --> 00:00:16,010
เข้าใจว่าอย่

5
00:00:16,011 --> 00:00:20,011
ที่ไม่เหื

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012
ก็เหมือนกับคนต่างชาติ ต่างภา

7
00:00:24,013 --> 00:00:28,013
ผมกับคุณตอนนี้น่ะครับ

8
00:00:28,014 --> 00:00:32,014

9
00:00:32,015 --> 00:00:36,015
เราอาจจะสื่อสาร อยากให้เข้าใจกัน

10
00:00:36,017 --> 00:00:40,017
แต่เราก็ต้องอาศัยพี่ล่าม

11
00:00:40,019 --> 00:00:44,019
พี่ล่าม นะครับพี่ล่ามนะครับ

12
00:00:44,020 --> 00:00:48,020
พี่ล่ามนี่ ทำหน้าที่ในการแปล ให้เรา

13
00:00:48,021 --> 00:00:52,021
เข้าใตซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกัน

14
00:00:52,022 --> 00:00:56,022

15
00:00:56,023 --> 00:01:00,023
นะครับ ถ้าผู้สส่งและผู้รับไม่เหมืือนกัน

16
00:01:00,023 --> 00:01:04,023
ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ต้องมีล่ามแปล

17
00:01:04,025 --> 00:01:08,025
นะครับ ซึ่งกำหนดให้เป็น บางทีอาจะกำหนดให้เป้ฯ

18
00:01:08,025 --> 00:01:12,025
เป็นสัญญาณติดต่อสื่อสารกัน

19
00:01:12,026 --> 00:01:16,026
เราต้องทำความเข้าใจแบบนี้ว่า ต่างภาษา

20
00:01:16,027 --> 00:01:20,027
ข่าวสารจะถูกนำมาแสดงผล

21
00:01:20,031 --> 00:01:24,031
ในรูปรหัส 2 แบบคือ อันนี้เราเรียนมา

22
00:01:24,031 --> 00:01:28,031
ครั้งที่แล้วใช่ไหมคะ

23
00:01:28,032 --> 00:01:32,032
Asgy กับ Assidic

24
00:01:32,033 --> 00:01:36,033
ฝ่ายส่ง และรับ

25
00:01:36,034 --> 00:01:40,034
ต้องรับทราบรูปแบบของข่าวสาร

26
00:01:40,036 --> 00:01:44,036
ต้องทราบรูปแบบคราวนั้น

27
00:01:44,038 --> 00:01:48,038
เพื่อทราบว่าข่าวสารที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ต้อง

28
00:01:48,038 --> 00:01:52,038
มีการทำความเข้าใจรูปแบบ

29
00:01:52,038 --> 00:01:56,038
ทั้งผู้ส่ง โดยเฉพาะผู้รับ

30
00:01:56,038 --> 00:02:00,038
เปนรูปแบบไหน

31
00:02:00,039 --> 00:02:04,039
เราจะต้องทำความเข้าใจข่าวสารแบบนี้นะครับ ไม่อย่างนั้น

32
00:02:04,039 --> 00:02:08,039
การรับส่งข้อมูลก็อาจไม่เป็นไป

33
00:02:08,041 --> 00:02:12,041
ตามวัตถุประสงค์ก็ได้

34
00:02:12,042 --> 00:02:16,042
ต่างภาษากัน ส่งไปก็ไม่เข้าใจกันอยู่ดี

35
00:02:16,043 --> 00:02:20,043
อย่างนี้เป็นต้นใช่ไหมครับ หรือไม่มีล่ามคอยแปล

36
00:02:20,043 --> 00:02:24,043
ในความเป็นจริงใช่ไหม เช่นเดียวกัน

37
00:02:24,045 --> 00:02:28,045
การสื่อสารทางเทคโนโลยี ก็จะเป็นต้องมีล่าม

38
00:02:28,046 --> 00:02:32,046
ล่ามที่ว่าคืออะไรหนอ

39
00:02:32,048 --> 00:02:36,048
เราก็มาดูอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการแปลงข่าวสาร

40
00:02:36,048 --> 00:02:40,048
เราค่อย ๆ เรียนรู้กันไปนะครับ

41
00:02:40,048 --> 00:02:44,048
ซึ่งภาษาที่ว่า

42
00:02:44,049 --> 00:02:48,049
นะครับ ข่าวสารที่ว่า

43
00:02:48,051 --> 00:02:52,051
จะต้องนำมาให้อยู่ในรูปของ Asgy กับ ASSid

44
00:02:52,051 --> 00:02:56,051
เป็นมาตรฐาน เป็นรหัสมาตรฐาน

45
00:02:56,053 --> 00:03:00,053
ที่มนุษย์ใช้กันมานะครับ

46
00:03:00,054 --> 00:03:04,054

47
00:03:04,055 --> 00:03:08,055
ที่นี้ เครือข่ายนี่ มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ

48
00:03:08,055 --> 00:03:12,055

49
00:03:12,055 --> 00:03:16,055
2 แบบ นะครับ

50
00:03:16,057 --> 00:03:20,057
แบบที่ 1 นะครับ ก็คือแบบ

51
00:03:20,057 --> 00:03:24,057
Terminal Network ก็ประกอบด้วย

52
00:03:24,058 --> 00:03:28,058
คอม 1 ตัว แล้วก็มีจุด

53
00:03:28,059 --> 00:03:32,059
เขาเรียกว่า เทอมีโนนี่

54
00:03:32,060 --> 00:03:36,060
หลายตัวเชื่อมอยู่กับโฮสต์

55
00:03:36,062 --> 00:03:40,062
การทำงานทั้งหมด เกิดที่ Host

56
00:03:40,063 --> 00:03:44,063
เป็น IO เท่านั้น

57
00:03:44,066 --> 00:03:48,066
เครือข่ายในลักษณะแบบนี้ ก็จะมีคอมฯ

58
00:03:48,066 --> 00:03:52,066
อยู่ตรงกลางนะครับ มีคอมเครื่องหนึ่งอยู่ตรงกลาง

59
00:03:52,068 --> 00:03:56,068
แล้วก็มีแุปกรอุปกรณ์ปลายทางนะครับ

60
00:03:56,070 --> 00:04:00,070
เหมืิอนอะไรดี ถ้าอยู่ในห้องนี้

61
00:04:00,071 --> 00:04:04,071
เปรียบนะครับ เปรียบเครื่องที่อยู

62
00:04:04,071 --> 00:04:08,071
ก็เปรียบเป็นเพียงหน้าจอ หน้าจอหนึ่ง

63
00:04:08,072 --> 00:04:12,072
ซึ่งไม่มีการประมวลผล ไม่มีการคิดคำนวณในจอนี้

64
00:04:12,073 --> 00:04:16,073
การคิดคำนวณการประมวลผลนี่จะอยู่

65
00:04:16,074 --> 00:04:20,074
กับเครื่องอีกเครื่องต่างหาก

66
00:04:20,076 --> 00:04:24,076
ก็จะเป็นในลักษณะแบบนี้

67
00:04:24,076 --> 00:04:28,076
เครื่องที่อยู่ข้างหน้าเรา ก็จะทำหน้าที่เป็นเพียงอุป

68
00:04:28,078 --> 00:04:32,078
อุปกรณ์ทำให้เราคีย์

69
00:04:32,079 --> 00:04:36,079
เข้าไปเป็นคีย์บอร์ด ผ่านเมาท์

70
00:04:36,081 --> 00:04:40,081
นะครับ แบบนี้เขาเรียกว่า Terminal

71
00:04:40,082 --> 00:04:44,082
นะครับ ส่วนการประมวลผล การคิดคำนวณ

72
00:04:44,083 --> 00:04:48,083
ก็จะไปอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง

73
00:04:48,084 --> 00:04:52,084
เครื่องเดียว แต่สามาถรที่จะให้พวกเรา

74
00:04:52,085 --> 00:04:56,085
ได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นหลายจอ

75
00:04:56,086 --> 00:05:00,086
ผ่านหน้าจอหลายหน้าจอ ตัวนี้เรียกว่า

76
00:05:00,088 --> 00:05:04,088
เทอร์มิเนอร์เน็ตเวิร์คนะครับ

77
00:05:04,089 --> 00:05:08,089
ต่อมาอีกประเภทหนึ่งก็คือ เน็ตเวริก์

78
00:05:08,090 --> 00:05:12,090
network with

79
00:05:12,091 --> 00:05:16,091
ื

80
00:05:16,092 --> 00:05:20,092
ประกอบไปด้วยคอมะพิวเตอร์

81
00:05:20,092 --> 00:05:24,092
ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป เชื่อม

82
00:05:24,093 --> 00:05:28,093
นะครับ ด้วยสื่อคอมพิวเตอร์

83
00:05:28,095 --> 00:05:32,095
แต่ละตัว ก็อาจจะมีหน้าจอต่ออยู่อีกที

84
00:05:32,097 --> 00:05:36,097
การทำงาน

85
00:05:36,098 --> 00:05:40,098
การคิดคำนวณ การประมวลผล ก็อาจ

86
00:05:40,100 --> 00:05:44,100
เกิดแบบกระจายเท่าเทียมกัน

87
00:05:44,100 --> 00:05:48,100
หรือเน้นไปที่เครื่องใดเคริื่องหนึ่ง เราเรีกยว่า

88
00:05:48,102 --> 00:05:52,102
เครื่องแม่ข่าย เราก็จะมีคำศัพท์อีกคำ

89
00:05:52,103 --> 00:05:56,103
คือ เครื่องแม่ข่าย

90
00:05:56,104 --> 00:06:00,104
ภาษาอังกฤษเรียกว่า Server นะครับ

91
00:06:00,105 --> 00:06:04,105
เครื่องแม่ข่ายนั่นเอง

92
00:06:04,107 --> 00:06:08,107
ซึ่งในครั้งต่อไป ผมจะพา

93
00:06:08,107 --> 00:06:12,107
พวกเรานะ ไปดู

94
00:06:12,108 --> 00:06:16,108
ห้องที่เขาเก็บ

95
00:06:16,109 --> 00:06:20,109
เครื่องแม่ข่ายนี่ เก็บเอาไว้ ว่ามันมีลักษณะ

96
00:06:20,110 --> 00:06:24,110
หน้าตาเป็นอย่างไรแล้วก็ที่เขาดูแล

97
00:06:24,110 --> 00:06:28,110
เครื่องแม่ข่ายนี่ครับ

98
00:06:28,112 --> 00:06:32,112
เขาก็จะให้ความรู้พวกเราด้วย เครื่องแม่ข่าย

99
00:06:32,113 --> 00:06:36,113
เขาทำหน้าที่อะำไรบ้าง แล้วมันถูกจะดเก็บไว้อย่างไร

100
00:06:36,114 --> 00:06:40,114
แล้วมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร มีการ

101
00:06:40,114 --> 00:06:44,114
ทำงานอย่างไร นะครับ ราคาเท่าไร อะไรอย่างนี้ครับ

102
00:06:44,115 --> 00:06:48,115
ซึ่งน่าจะแพงมากด้วยครับ

103
00:06:48,117 --> 00:06:52,117
เบื้องต้นเราำไม่ต้องไปดูไกลนะครับ

104
00:06:52,119 --> 00:06:56,119
แม่ข่ายของมหาวิทยาลัยของเรา

105
00:06:56,119 --> 00:07:00,119
ซึ่งอยู่ที่อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์นะครับ

106
00:07:00,120 --> 00:07:04,120
เคยไปครั้งที่แล้วไง

107
00:07:04,121 --> 00:07:08,121
ใช่ไหม นะครับ ที่เราไปอบรมอยู่ชั้น 1

108
00:07:08,122 --> 00:07:12,122
เก็บเครื่องแม่ข่ายนี่จะอยู่ที่ชั้น 4

109
00:07:12,123 --> 00:07:16,123
เดี๋ยวเราค่อยไปดูกัน

110
00:07:16,124 --> 00:07:20,124
ตัวนั้นเขาเรียกว่าเครื่องแม่ข่าย ซึ่งมีความแตกต่างกันไ

111
00:07:20,125 --> 00:07:24,125
ตามระยะการเชื่อมต่อ เราจะต้องทำความรู้จัก

112
00:07:24,126 --> 00:07:28,126
ขนาดของเครือข่าย

113
00:07:28,128 --> 00:07:32,128
ซึ่งมีคำศัพท์

114
00:07:32,128 --> 00:07:36,128
อยู่ 3 แบบ ก็คือ

115
00:07:36,129 --> 00:07:40,129
LAN MAN WAN

116
00:07:40,129 --> 00:07:44,129
LAN ก็คือระยะใกล้ MAN คือระยะ

117
00:07:44,131 --> 00:07:48,131
แล้วก็ VAN ระยะไกล

118
00:07:48,132 --> 00:07:52,132
นะครับ มีอยู่ 3 รูปแบบนี้

119
00:07:52,133 --> 00:07:56,133
ทีนี้มาดู

120
00:07:56,134 --> 00:08:00,134
มาดู 3 รูปแบบนี้เป็นอย่างไรบ้าง

121
00:08:00,135 --> 00:08:04,135

122
00:08:04,136 --> 00:08:08,136
ตัวนี้ครับ

123
00:08:08,138 --> 00:08:12,138
ในสไลด์นี้ก็จะเป็นตารางการเปรียบเทียบ

124
00:08:12,139 --> 00:08:16,139
ประเภทของ

125
00:08:16,140 --> 00:08:20,140
เครือข่าย ที่เขาจัดเป็นระยะนะครับ ก็

126
00:08:20,141 --> 00:08:24,141
เกิดจากแถวแรกก็จะเป็น

127
00:08:24,144 --> 00:08:28,144
LAN ข้างบน

128
00:08:28,144 --> 00:08:32,144
ตรงกลางก็จะเป็น MAN ฃ

129
00:08:32,146 --> 00:08:36,146
อันนี้ข้อมูลนะครับ

130
00:08:36,147 --> 00:08:40,147
3 ข้อมูลอยู่

131
00:08:40,147 --> 00:08:44,147
3 ชุด เทียบกันให้ดู มาดูระยะทางก่อน

132
00:08:44,150 --> 00:08:48,150
ระยะทางของเครือข่ายชนิดที่เรียกว่า MAN นี่

133
00:08:48,152 --> 00:08:52,152
โดยทั่วไปก็จะไม่เกิด 100 เมตร

134
00:08:52,153 --> 00:08:56,153
สามารถขยายได้ถึง

135
00:08:56,154 --> 00:09:00,154
การติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระยะใกล้กัน

136
00:09:00,155 --> 00:09:04,155
ไม่เกิน 100 เมตรน่ะ ไม่เกิน 100 เมตร

137
00:09:04,157 --> 00:09:08,157
นี่ครับ เหมือนกับเราให้เครื่องทั้งหมด 30 เครื่อง

138
00:09:08,158 --> 00:09:12,158
30 เครื่องใช่ไหมครับ

139
00:09:12,160 --> 00:09:16,160
ให้มันคุยกันได้ ให้มันติดต่อสื่อสารกันได้

140
00:09:16,160 --> 00:09:20,160
วงเครือข่ายที่ให้สื่อสารในห้องนี้

141
00:09:20,162 --> 00:09:24,162
เขาเรียกว่า LAN นะครับ

142
00:09:24,163 --> 00:09:28,163
แต่ถ้าเป็น MAN

143
00:09:28,164 --> 00:09:32,164
อันนี้น่ะ ไม่เกินร้อยใช่ไหมครับ แต่ถ้าเป็น MAN

144
00:09:32,164 --> 00:09:36,164
จาก 100 เป็น 200

145
00:09:36,165 --> 00:09:40,165
200 เมตร นะครับ นั่นก็แปลว่า

146
00:09:40,166 --> 00:09:44,166
อาจจะอยู่ในอาคารเดียวกัน แต่อยู่คนละห้อง

147
00:09:44,167 --> 00:09:48,167
นะครับ คอมเครื่องที่ 1 เครื่องนี้ ก็อาจจะ

148
00:09:48,168 --> 00:09:52,168
ไปติดต่อสื่อสารกับคอมอีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ชั้น 5

149
00:09:52,169 --> 00:09:56,169
อย่างนี้ครับ ซึ่งระยะทางไม่เกิน 200 เมตร

150
00:09:56,171 --> 00:10:00,171
เช่นเดียวกันครับ ถ้าเป็น WAN

151
00:10:00,172 --> 00:10:04,172
จะไม่จำกัดระยะทางเลย นั่นแปลว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้อ

152
00:10:04,174 --> 00:10:08,174
สามารถไปคุยกับเรื่องคอมพิวเตอร์

153
00:10:08,175 --> 00:10:12,175
ที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งได้เลยนะครับ

154
00:10:12,176 --> 00:10:16,176
ระยะทางไม่จำกัดนะครับ เหมือนกับเรา

155
00:10:16,176 --> 00:10:20,176
ใช้อิรเทอร์เน็ต เ

156
00:10:20,177 --> 00:10:24,177
ใช้อินเทอร์เน็ต เช่น

157
00:10:24,178 --> 00:10:28,178
เราจะเข้าใช้เฟซบุ๊ก เร

158
00:10:28,178 --> 00:10:32,178
Facebook เราใช้ Facebook

159
00:10:32,180 --> 00:10:36,180
ไปนี่ รู้เปล่า เครื่องที่เขาประมวลผล Facebook

160
00:10:36,180 --> 00:10:40,180
อยู่ในจังหวัดสกลนครใช่ไหม ไม่ใช่

161
00:10:40,181 --> 00:10:44,181
อยู่ในประเทศไทยไหม

162
00:10:44,182 --> 00:10:48,182
ก็ไม่น่าจะใช่อีก

163
00:10:48,183 --> 00:10:52,183
เครื่อง Server ของเขา

164
00:10:52,185 --> 00:10:56,185
เจ้าของเฟสบุ๊กใช่ไหม

165
00:10:56,185 --> 00:11:00,185
แต่เราก็ติดต่อสื่อสารกัน พวกนี้ครับ พวกอินเ

166
00:11:00,186 --> 00:11:04,186
ก็จะอยู่ใน สโคป ใน

167
00:11:04,188 --> 00:11:08,188
เครือข่ายระดับ WAN อันนี้... นะ

168
00:11:08,190 --> 00:11:12,190
ทีนี้ความเร็ว

169
00:11:12,191 --> 00:11:16,191
ความเร็ว เรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูล

170
00:11:16,193 --> 00:11:20,193
นะครับ ก็จะมีความต่างกัน

171
00:11:20,195 --> 00:11:24,195
ถ้าระคับ LAN นี่

172
00:11:24,196 --> 00:11:28,196
10 100 1,000

173
00:11:28,197 --> 00:11:32,197
ก็คือ

174
00:11:32,199 --> 00:11:36,199
เมกต่อวินาที

175
00:11:36,200 --> 00:11:40,200
ถ้าเป็น MAN ก็ประมาณร้อย

176
00:11:40,200 --> 00:11:44,200
ถ้าเป็น WAN ก็จะ

177
00:11:44,201 --> 00:11:48,201
มีหลายความเร็วมาก ส่วนใหญ่

178
00:11:48,203 --> 00:11:52,203
ก็จะต่ำ ถ้าสูงก็แทงหน่อย

179
00:11:52,203 --> 00:11:56,203
อะไรอย่างนี้ครับ ก็จะเป็นในลักษณะแบบนั้น

180
00:11:56,203 --> 00:12:00,203
ทีนี้เรื่องของ 4

181
00:12:00,204 --> 00:12:04,204
ตัวสัญญาณ

182
00:12:04,206 --> 00:12:08,206
ตัวนำสัญญาณ อุปกรณ์ที่

183
00:12:08,208 --> 00:12:12,208
ภาษาอังกฤษเรียกว่า Media นะครับ

184
00:12:12,210 --> 00:12:16,210
จะเป็นสายทองแทง สายไฟเบอร์

185
00:12:16,211 --> 00:12:20,211
หรือเป็นแบบไร้สาย หน่วยงานก็เป็นเจ้าอข

186
00:12:20,211 --> 00:12:24,211
นะครับ พวกนี้ นะครับ

187
00:12:24,213 --> 00:12:28,213
เช่นเดียวกันกับ MAN

188
00:12:28,213 --> 00:12:32,213
ผผู้ใช้ส่วนใหญ่เขาจะเช่า

189
00:12:32,214 --> 00:12:36,214
เช่าสายบริการ เพราะว่ามัน

190
00:12:36,216 --> 00:12:40,216
อยู่ไกลออกไป ก็จะมี

191
00:12:40,216 --> 00:12:44,216
หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการสร้างสายสัญญาณนี้มาไว้

192
00:12:44,217 --> 00:12:48,217
ให้เจ้าของเป็นคนเช่าครับ

193
00:12:48,218 --> 00:12:52,218
ที่อยากจะส่งสัญญาณให้ครับ ก็เป็นลักษณะ

194
00:12:52,218 --> 00:12:56,218
นะ ทีนี่

195
00:12:56,219 --> 00:13:00,219
ถ้าเป็น LAN นี้ พวก Node

196
00:13:00,220 --> 00:13:04,220
หรือเครื่องที่อยู่ใกล้ชิดกับระบบ ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์

197
00:13:04,222 --> 00:13:08,222
ซึ่งอาจจะจำนวนไม่มากนัก

198
00:13:08,222 --> 00:13:12,222
30 20 เครื่องไม่

199
00:13:12,224 --> 00:13:16,224
ประมาณนี้ครับ เอาไว้สื่อสารกัน ส่วนถ้าเป็น MAN

200
00:13:16,224 --> 00:13:20,224
แล้วก็อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพ

201
00:13:20,224 --> 00:13:24,224
สูงขึ้นนะครับ ที่เขาเรียกว่าเป็น

202
00:13:24,225 --> 00:13:28,225
นะครับ แบบนี้ ถ้าเป็น WAN หลากหลายชนิด

203
00:13:28,227 --> 00:13:32,227
นะครับ อันนี้ก็เป็นข้อมูลเปรียบเทียบ

204
00:13:32,227 --> 00:13:36,227
ให้ดูว่าเครือข่ายคอมพิวเตอร์

205
00:13:36,228 --> 00:13:40,228
มีชนิดนะ

206
00:13:40,229 --> 00:13:44,229
ของเครือข่ายมาก ถ้าเทียบ

207
00:13:44,230 --> 00:13:48,230
ตามระยะทางการติดต่อสื่อสารออกเป็น 3 ประเภท

208
00:13:48,232 --> 00:13:52,232
บางตำรา ทุกวันนี้นะ

209
00:13:52,233 --> 00:13:56,233
บางตำรา ก็อาจจะลงเหลือแค่ 2 ประเภ

210
00:13:56,234 --> 00:14:00,234
นะครับ คือ LAN

211
00:14:00,235 --> 00:14:04,235
แล้วก WAN

212
00:14:04,237 --> 00:14:08,237
ก็ไม่เอ่ยถึงนะครับ

213
00:14:08,237 --> 00:14:12,237
เราบอกว่าอันไหนผิดอันไหนถูกนะครับ

214
00:14:12,238 --> 00:14:16,238
ไม่ต้องบอกว่าอย่างนั้น บางตำราบอกว่า

215
00:14:16,239 --> 00:14:20,239
คือ LAN กับ WAN เลย

216
00:14:20,240 --> 00:14:24,240
แต่ก็ให้เป็นความรู้ไว้

217
00:14:24,241 --> 00:14:28,241
นะครับ

218
00:14:28,242 --> 00:14:32,242

219
00:14:32,243 --> 00:14:36,243
ต่อมา นะครับ

220
00:14:36,244 --> 00:14:40,244
สไลด์นี้ครับ เป็นสไลด์

221
00:14:40,245 --> 00:14:44,245
ที่เราจะต้องทำความรู้จักเบื้องต้นนะครับ

222
00:14:44,247 --> 00:14:48,247
ว่า OSI

223
00:14:48,247 --> 00:14:52,247
คืออะไร นะ OSI คือออะไร

224
00:14:52,247 --> 00:14:56,247
ย่อมาจาก Open System

225
00:14:56,248 --> 00:15:00,248
นะครับ OSI

226
00:15:00,249 --> 00:15:04,249
OSI นะครับ OSI

227
00:15:04,249 --> 00:15:08,249
ซึ่งกำหนดโดย ISO

228
00:15:08,251 --> 00:15:12,251
เรารู้จักแล้วนะ ISO คืออะไร เป็นองค์กรที่

229
00:15:12,252 --> 00:15:16,252
กำหนดมาตรฐาน

230
00:15:16,254 --> 00:15:20,254
องค์กรหนึ่งใน 4 องค์กร ที่เราได้ศึกษามาแล้ว

231
00:15:20,254 --> 00:15:24,254
เมื่อครั้งที่แล้วนะครับ เขากำหนด OSI

232
00:15:24,256 --> 00:15:28,256
ำทำไมนะครับ กำหนดทำไม

233
00:15:28,257 --> 00:15:32,257
นะครับ ก็เนื่องจากว่า

234
00:15:32,258 --> 00:15:36,258
คอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายชนิด

235
00:15:36,259 --> 00:15:40,259
นะครับ แล้วก็มี Application ต่างกัน

236
00:15:40,260 --> 00:15:44,260
ระบบปฎิบัติการต่างกัน โปรแกรมต่างกัน

237
00:15:44,261 --> 00:15:48,261
ต่างกันใช่ไหมครับ แล้วก็

238
00:15:48,262 --> 00:15:52,262
อะไรที่มันทำให้มันแตกต่างกัน

239
00:15:52,264 --> 00:15:56,264
ทำให้มันคุยกันรู้เรื่อง ยกตัวอย่างเช่น เบราว์เซอนร

240
00:15:56,264 --> 00:16:00,264
แค่เบราเซอร์อินเทอร์เน็ต

241
00:16:00,265 --> 00:16:04,265
มีตั้งเยอะแยะเลย มีอะไรบ้างครับนี่

242
00:16:04,266 --> 00:16:08,266
ท่องอินเทอร์เน็ตเราเลย

243
00:16:08,267 --> 00:16:12,267
มีอะไรบ้าง มากับ Windows เลย

244
00:16:12,268 --> 00:16:16,268
คือ Internet Exploer

245
00:16:16,269 --> 00:16:20,269
ใช้ไหม ไม่ใช้แล้วนะ

246
00:16:20,271 --> 00:16:24,271
บางคนก็ใช้อยู่นะ

247
00:16:24,271 --> 00:16:28,271
Internet

248
00:16:28,273 --> 00:16:32,273
พวกเราชอบใช้อะไรครับ

249
00:16:32,273 --> 00:16:36,273
อะไรนะ

250
00:16:36,274 --> 00:16:40,274
ใช้ Chome

251
00:16:40,278 --> 00:16:44,278
บางคนก็ใช้อะไรดี Firefox

252
00:16:44,280 --> 00:16:48,280
บางคนก็ใช้ Firefox ก็ยังใช้อยู่นะ

253
00:16:48,282 --> 00:16:52,282
ดีต่างกันอย่างไร

254
00:16:52,283 --> 00:16:56,283
อะไรดีกว่า ใช้ความรู้สึกตอบก็ได้

255
00:16:56,283 --> 00:17:00,283
ใช้ความรู้สึกตอบก็ได้ บางคนก็ชอบ Chrome

256
00:17:00,285 --> 00:17:04,285
โปแกรมแค่นี้ อันนี้เฉพาะที่อยู่

257
00:17:04,286 --> 00:17:08,286
เครื่อง PC นะ

258
00:17:08,286 --> 00:17:12,286
แต่ถ้าอยู่ในมือถือเราล่ะ เอาไว้ดูเน็ต

259
00:17:12,287 --> 00:17:16,287
เอาไว้ดูนี่ ถ้าอยู่ใน Andriond

260
00:17:16,287 --> 00:17:20,287
ใช้อะไร

261
00:17:20,287 --> 00:17:24,287
ก็มี Chrome อีกนะ

262
00:17:24,289 --> 00:17:28,289
อยู่ในแอปหน่อย ๆ

263
00:17:28,289 --> 00:17:32,289
ปกติเลยครับ ก็มี Safari

264
00:17:32,290 --> 00:17:36,290
มีอะไรอีกครับ โปรแกรมที่ชื่อ เบราเซอร์

265
00:17:36,292 --> 00:17:40,292
เลยใช่ไหม อย่างนี้ครับ

266
00:17:40,294 --> 00:17:44,294
ก็มีหลากหลายนะครับ แล้วจะทำอย่างไรล่ะ

267
00:17:44,295 --> 00:17:48,295
ให้โปรแกรมหลากหลายโปรแกรม

268
00:17:48,298 --> 00:17:52,298
ไปไหนแล้ว ให้ระบบปฏิบัติการ

269
00:17:52,299 --> 00:17:56,299
ที่ต่างชนิดกันนี่

270
00:17:56,300 --> 00:18:00,300
ทำอย่างไรให้มันคุยกันได้ ก็จะมีองค์กร

271
00:18:00,301 --> 00:18:04,301
ที่ออกแบบบนะครับ ออกแบบ OSI ขึ้นมา

272
00:18:04,301 --> 00:18:08,301
ให้มันคุยกันได้ ให้มันสามารถคุยกันได้

273
00:18:08,302 --> 00:18:12,302
และก็ให้มั่นใจว่าฮาร์

274
00:18:12,304 --> 00:18:16,304
ก็สามารถใช้ร่วมกันได้

275
00:18:16,304 --> 00:18:20,304
เช่นอะไรครับ เครื่องที่อยู่ข้างหน้าเรา

276
00:18:20,305 --> 00:18:24,305
เป็น PC ยี่ห้ออะไร

277
00:18:24,306 --> 00:18:28,306
HP ใช่ไหม

278
00:18:28,307 --> 00:18:32,307
เครื่องที่อยู่แลป

279
00:18:32,308 --> 00:18:36,308
รุ่นพี่เราเรียนอยู่ อันนั้นเป็นอะไร เป็นเครื่อ

280
00:18:36,309 --> 00:18:40,309
เป็น IOS ใช่ไหม

281
00:18:40,310 --> 00:18:44,310
นี่ทำไม มันถึงจะคุยกันได้

282
00:18:44,311 --> 00:18:48,311
ร่วมกันนะครับ มันถึงจะคุยกันได้

283
00:18:48,312 --> 00:18:52,312
นะครับ มันถึงจะคุยกันได้ กำหนดขั้นตอนการสื่อสาร

284
00:18:52,314 --> 00:18:56,314
ให้ทุกคนปฏิบัติเป็นแบบเดียวกัน

285
00:18:56,315 --> 00:19:00,315
แล้วก็ปัญหาการผูกขาดสินค้า

286
00:19:00,315 --> 00:19:04,315
ไม่ใช่ว่า เครื่อง HP

287
00:19:04,316 --> 00:19:08,316
จะดูอินเทอร์เน็ตได้เฉพาะ HP ำไม่ใช่

288
00:19:08,316 --> 00:19:12,316
ทุกชนิด ถึงจะต่างชนิดกัน ก็สามารถ

289
00:19:12,318 --> 00:19:16,318
ติดต่อสื่อสารกันได้

290
00:19:16,320 --> 00:19:20,320
โดย ISO องค์กรนี้

291
00:19:20,321 --> 00:19:24,321
เป็นผู้กำหนดมาตรฐานนี้ นะครับ มาตาฐานนี้

292
00:19:24,321 --> 00:19:28,321
เขาเรียกว่า OSI

293
00:19:28,323 --> 00:19:32,323
OSI นะครับ

294
00:19:32,324 --> 00:19:36,324

295
00:19:36,326 --> 00:19:40,326
ครับ OSI Model

296
00:19:40,327 --> 00:19:44,327
ก็จะมีการกำหนดหน้าที่การทำงาน

297
00:19:44,329 --> 00:19:48,329
ต่าง ๆ ของแต่ละชั้น

298
00:19:48,329 --> 00:19:52,329
ของแต่ละชั้นของการสื่อสาร

299
00:19:52,330 --> 00:19:56,330
นักศึกษาครับ นะครับ ซึ่งมีไว้ทั้งหมด 7 ชั้น

300
00:19:56,331 --> 00:20:00,331
ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Layer

301
00:20:00,333 --> 00:20:04,333
ผมจะขอทับศัพท์ไปเลยนะว่า

302
00:20:04,334 --> 00:20:08,334
มีอยู่ทั้งหมด 7 เลเยอร์ครับ

303
00:20:08,334 --> 00:20:12,334
ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง นักศึกา

304
00:20:12,335 --> 00:20:16,335
จะต้องเขาเรียกว่าอะไรดี

305
00:20:16,337 --> 00:20:20,337
เรียนวิชานี้ต้องจำนะ เรียนวิชานี้

306
00:20:20,338 --> 00:20:24,338
ประกอบไปด้วย 7 Layers

307
00:20:24,339 --> 00:20:28,339
ไม่แน่ใจว่า พี่ล่ามจะแปลอย่างไรนะ มี Application

308
00:20:28,341 --> 00:20:32,341
มี Presentation Layer

309
00:20:32,341 --> 00:20:36,341

310
00:20:36,343 --> 00:20:40,343
Transport Layer

311
00:20:40,344 --> 00:20:44,344
data link แล้วก็ Physical

312
00:20:44,345 --> 00:20:48,345
ซึ่งทั้ง 7 เลเยอร์

313
00:20:48,346 --> 00:20:52,346
ก็จะมีหน้าที่เป็นของตัวเองนะครับ เห็นไหม

314
00:20:52,347 --> 00:20:56,347
ก็จะมีหน้าที่เป็นของตัวเอง กว่าเราจะเล่นอินเทอร์เน็ตได้

315
00:20:56,349 --> 00:21:00,349
การเราจะเล่น Facebook ได้

316
00:21:00,350 --> 00:21:04,350
มีมาตรฐานกำหนด

317
00:21:04,351 --> 00:21:08,351
การติดต่อสื่อสารทั้งหมด 7 ชั้น ทั้งหมด

318
00:21:08,351 --> 00:21:12,351
อีกที มีอะไรบ้างนะ มี

319
00:21:12,352 --> 00:21:16,352
Application Presantation

320
00:21:16,354 --> 00:21:20,354
Transport Datalink

321
00:21:20,355 --> 00:21:24,355

322
00:21:24,356 --> 00:21:28,356
และ Ficical นะครับ

323
00:21:28,357 --> 00:21:32,357
เรามาดูข้อมูลคล่าว ๆ

324
00:21:32,359 --> 00:21:36,359
ของแต่ละเลเยอร์กัน ซึ่ง

325
00:21:36,360 --> 00:21:40,360
ในรายละเอียดนี่มันจะอยู่อีกบท

326
00:21:40,360 --> 00:21:44,360
เป็นอีกบทหนึ่งไปเลยนะครับ

327
00:21:44,361 --> 00:21:48,361
ข้อมูลคล่าว ๆ กัน ก็จะ

328
00:21:48,363 --> 00:21:52,363
เลเยอร์ที่เป็น Application

329
00:21:52,363 --> 00:21:56,363
ตัวนี้ครับ

330
00:21:56,365 --> 00:22:00,365
ก็จะเป็นกลุ่ม Application เซ็ต

331
00:22:00,365 --> 00:22:04,365
เป็นกลุ่มที่อยู่ข้างบน ก็จะเ)ป็นที่อยู่ด้านล่าง

332
00:22:04,366 --> 00:22:08,366
ตัวนี้เขาเรียกว่า เป็นกรุ๊ปของ

333
00:22:08,368 --> 00:22:12,368
เป็นกลุ่มของ

334
00:22:12,369 --> 00:22:16,369
มาดูแต่ละตัวนะครับ

335
00:22:16,370 --> 00:22:20,370
เล

336
00:22:20,371 --> 00:22:24,371
Layer แรกเลยที่เราจะต้องรู้จักครับ เขาเรียกว่า

337
00:22:24,374 --> 00:22:28,374
Application Layer

338
00:22:28,375 --> 00:22:32,375
หน้าที่ Layers นี้ ชั้นนี้

339
00:22:32,376 --> 00:22:36,376
คือ ชั้นที่ ส่วนใหญ่แล้วนะครับ

340
00:22:36,376 --> 00:22:40,376
ขึ้นอยู่กับ Application

341
00:22:40,381 --> 00:22:44,381
ที่ใช้งาน ส่วนมากจะทำหน้าให้กำเนิด

342
00:22:44,381 --> 00:22:48,381
ให้กำเนิด Data ให้กำเนิดข้อมูล

343
00:22:48,383 --> 00:22:52,383
แล้วใส่ลงไปใน Message

344
00:22:52,385 --> 00:22:56,385
ในข่าวนะครับ ใน Data นี้

345
00:22:56,385 --> 00:23:00,385
แล้วก็

346
00:23:00,385 --> 00:23:04,385
ความเป็นเจ้าของนะครับ

347
00:23:04,386 --> 00:23:08,386
เขาเรียน IND

348
00:23:08,386 --> 00:23:12,386
ทำงานลงไป

349
00:23:12,388 --> 00:23:16,388
ด้วยแล้วส่งต่อไปยัง

350
00:23:16,390 --> 00:23:20,390
Layers นี้จะเป็น Layers ที่อยู่ใกล้

351
00:23:20,391 --> 00:23:24,391
คน ก็คือเป็น Application เหมือนเป็นหน้าที่

352
00:23:24,392 --> 00:23:28,392
ให้กำเนิดข้อมูล Layer นี้ครับ

353
00:23:28,392 --> 00:23:32,392
จะอยู่ใกล้กับผู้ใช้มาก ๆ

354
00:23:32,392 --> 00:23:36,392
ใกล้กับพวกเรา ก็จะเป็น Application

355
00:23:36,394 --> 00:23:40,394
ต่าง ๆ นะครับ โปรแกรมต่าง ๆ ถ้าเทียบให้เห็นง่าย ๆนะครับ

356
00:23:40,395 --> 00:23:44,395
พอได้ข้อมูลชุดนั้น

357
00:23:44,395 --> 00:23:48,395
แล้วก็ใส่ลงไปใน

358
00:23:48,396 --> 00:23:52,396
แต่ด้วย Identife

359
00:23:52,398 --> 00:23:56,398
นะครับ ก็จะมีเหมือนกับ เราใส่ข้อมูล

360
00:23:56,399 --> 00:24:00,399
ตั้งชื่อตั้งนามสกุลให้เขาน่ะครับ

361
00:24:00,402 --> 00:24:04,402
เขาเรียกว่า Presentation Layer

362
00:24:04,402 --> 00:24:08,402
นะครับ อันนี้เป็น Layer

363
00:24:08,403 --> 00:24:12,403
ที่ 2 นะครับ เป็นเลเยอร์ที่ 2 นะครับ

364
00:24:12,404 --> 00:24:16,404
Presentation Layer ทำอย่างไร

365
00:24:16,406 --> 00:24:20,406
ก็รับข้อมูลนะครับ

366
00:24:20,407 --> 00:24:24,407
รับ Massage จาก Application

367
00:24:24,408 --> 00:24:28,408
แล้วก็ทำการจัดรูปแบบ

368
00:24:28,408 --> 00:24:32,408
จัดรูปแบบของ Massege นะครับ เช่น

369
00:24:32,408 --> 00:24:36,408
อาจจะเข้ารหัส รู้จักการเข้ารหัสไหมครับ

370
00:24:36,409 --> 00:24:40,409

371
00:24:40,411 --> 00:24:44,411
ครั้งที่แล้ว เราก็พูดถึงเรื่องของการเข้ารหัส

372
00:24:44,411 --> 00:24:48,411
ที่มาจากต้นทาง มันจะต้อง

373
00:24:48,412 --> 00:24:52,412
มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนะครับ

374
00:24:52,413 --> 00:24:56,413
อาจจะเปลี่ยนเป็นภาษา

375
00:24:56,415 --> 00:25:00,415
ที่ไม่รู้เรื่องเลย ใช่ไหมครับ ในการเข้ารหัส

376
00:25:00,416 --> 00:25:04,416
เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลนะครับ อาจจะมีการ

377
00:25:04,417 --> 00:25:08,417
บีบอัดข้อมูล

378
00:25:08,418 --> 00:25:12,418
เขาบีบอัดข้อมูลทำไมครับ

379
00:25:12,419 --> 00:25:16,419
เขาบีบอัดทำไม

380
00:25:16,420 --> 00:25:20,420
ทำไมต้องบีบข้อมูล การบีบอัดข้อมูล

381
00:25:20,423 --> 00:25:24,423
คือทำให้ข้อมูลมันมีขนาดเล็กลงใช่ไหม

382
00:25:24,424 --> 00:25:28,424
ใช่ไหม เล็กลง พอเล็กลงแล้วปุ๊บ

383
00:25:28,424 --> 00:25:32,424
เวลาส่งข้อมูลนี่ มันก็จะเป็นอย่างไรครับ มันก็จะเร็วข

384
00:25:32,425 --> 00:25:36,425
นะครับ การบีบอัด

385
00:25:36,427 --> 00:25:40,427
ข้อมูล การเข้ารหัส พวกนี้ครับ

386
00:25:40,427 --> 00:25:44,427
จะอยู่ใน Layer ที่อยู่ใน Present

387
00:25:44,428 --> 00:25:48,428
เลเยอร์ ที่ 2 การแปลงรูปแบบ

388
00:25:48,431 --> 00:25:52,431
วันที่ หรือทำข้อมูลให้เป็นมาตรฐาน

389
00:25:52,431 --> 00:25:56,431
พวกนี้ครับ คือการแปลงข้อมูลประเภทต่าง ๆ

390
00:25:56,433 --> 00:26:00,433
ก็จะอยู่ใน Layer ที่อยู่ใน

391
00:26:00,434 --> 00:26:04,434
Presentation Layer เลเยอร์ ที่ 2 ครับ

392
00:26:04,435 --> 00:26:08,435
Layer ที่ 3

393
00:26:08,437 --> 00:26:12,437
เขาเรียกว่า

394
00:26:12,438 --> 00:26:16,438
Session Layer นะครับ

395
00:26:16,439 --> 00:26:20,439
เมื่อต้องการติดต่อสื่อสารกับใคร เลเยอร์นี้จะทำหน้าที่

396
00:26:20,440 --> 00:26:24,440
สร้าง Session สร้าง

397
00:26:24,441 --> 00:26:28,441
Session Layer สร้าง

398
00:26:28,443 --> 00:26:32,443
ก็จะเป็นศัพท์เฉพาะนะครับ ก็จะเป็น Session

399
00:26:32,445 --> 00:26:36,445
สำหรับการติต่อสื่อสารขึ้นมา เลเยอร์นี้

400
00:26:36,446 --> 00:26:40,446
ก็เลยชื่อว่า Session Layer นะครับ

401
00:26:40,446 --> 00:26:44,446
Session จะเกิดเมื่อ

402
00:26:44,446 --> 00:26:48,446
และปลายทางตอบรับนะครับ

403
00:26:48,448 --> 00:26:52,448
หากปลายทางไม่รับ หรือไม่ว่าง Session ก็จะไม่เกิ

404
00:26:52,449 --> 00:26:56,449
ทำให้การติดต่อสื่อสารทำไม่ได้ นั้น

405
00:26:56,450 --> 00:27:00,450
แปลว่า Layer o

406
00:27:00,450 --> 00:27:04,450
เขาจะสร้าง

407
00:27:04,450 --> 00:27:08,450
เหมือนกับอะไรดี กำหนดเป้าหมายครับ

408
00:27:08,452 --> 00:27:12,452
ว่าข้อมูลที่ได้นี่จะส่งไปที่ไหน

409
00:27:12,452 --> 00:27:16,452
เขาเรียกว่า Session Layer

410
00:27:16,454 --> 00:27:20,454
นะครับ ก็เอาไว้ติดต่อสื่อสารขึ้นมา

411
00:27:20,455 --> 00:27:24,455
นั้น Session จะเกิดไม่เกิด

412
00:27:24,455 --> 00:27:28,455
ก็ต่อเมื่อต้นทางต้องร้องขอ

413
00:27:28,457 --> 00:27:32,457
แล้วก็ปลายทางตอบรับ แสดงว่า

414
00:27:32,459 --> 00:27:36,459
มันจะต้องมีการสื่อสารระหว่างปลายทางเรียบร้อยแล้ว

415
00:27:36,460 --> 00:27:40,460
นะครับ เลเยอร์นี้ก็จะทำงาน ในเรื่องของการสร้าง Session ใ

416
00:27:40,460 --> 00:27:44,460
นั้นแปลว่า Layer นี่ก็จะทำหน้าที่

417
00:27:44,462 --> 00:27:48,462
เหมือนทราบเลยว่า อ๋อข้อมูลชุดน

418
00:27:48,464 --> 00:27:52,464
ข้อมูลชุดนี้จะถูกส่งไปยังปลายทาง

419
00:27:52,464 --> 00:27:56,464
เลเยอร์ที่ 3 ก็มันทำงานประมาณนี้นะครับ ก็จะทำงาน

420
00:27:56,465 --> 00:28:00,465
ประมาณนี้นะครับ ทำงานประมาณนี้

421
00:28:00,467 --> 00:28:04,467
ก็จะมีอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์

422
00:28:04,468 --> 00:28:08,468
ทำหน้าที่ของใคร ของเราอยู่ ทีนี่

423
00:28:08,470 --> 00:28:12,470
ผมไปเลเยอร์ที่ 4 นะครับ

424
00:28:12,470 --> 00:28:16,470
Layer ที่ 4 ครับ

425
00:28:16,471 --> 00:28:20,471
Layer

426
00:28:20,472 --> 00:28:24,472
ชื่อว่า Transport Layer

427
00:28:24,473 --> 00:28:28,473
Transport แปลว่าอะไรครับ

428
00:28:28,475 --> 00:28:32,475
นักศึกษา Transport แปลว่าอะไร

429
00:28:32,476 --> 00:28:36,476
ป

430
00:28:36,478 --> 00:28:40,478
แปลว่าอะไรครับ

431
00:28:40,478 --> 00:28:44,478
แปลว่าการขนส่งนะ แปลว่าการขนส่งนะ

432
00:28:44,480 --> 00:28:48,480
Layer นี้ทำหน้าที่อะไร

433
00:28:48,482 --> 00:28:52,482
ทำหน้าที่ว่า รับประกันว่าข้อมูล

434
00:28:52,482 --> 00:28:56,482
ที่จะส่งไปนี่

435
00:28:56,484 --> 00:29:00,484
ทั้งหมดเลยนี่นะครับ จะต้องถูกส่งไปได้อย่างแน่นอน

436
00:29:00,487 --> 00:29:04,487
จะไม่มี Massege ไหนสูญหาย

437
00:29:04,488 --> 00:29:08,488
ระหว่างทางนะครับ ก็จะไม่ Error

438
00:29:08,488 --> 00:29:12,488
ก็คือไม่มีความผิดพลาด

439
00:29:12,489 --> 00:29:16,489
ต้นทาง ปลายทางของ Transport Lจะสื่อสารกันถึง

440
00:29:16,491 --> 00:29:20,491
Ցว่าครบหรือยัง

441
00:29:20,492 --> 00:29:24,492
ข้อมูลครบหรือยัง

442
00:29:24,492 --> 00:29:28,492
นะครับ ถ้ายังไม่ครบ

443
00:29:28,493 --> 00:29:32,493
ก็ส่งข่าวมาหาต้นทาง ้เดี๋ยวต้นทางจะส่งไป

444
00:29:32,494 --> 00:29:36,494
ก็จะทำหน้าที่ในการรับประกันเลยว่าข้อมูล

445
00:29:36,495 --> 00:29:40,495
ที่ถูกดัดแปลง ถูกบีบอัด

446
00:29:40,496 --> 00:29:44,496
แล้วก็ Massage

447
00:29:44,496 --> 00:29:48,496
ทุก Message

448
00:29:48,497 --> 00:29:52,497
นะครับ นี้คือหน้าที่ของ Transport Layer

449
00:29:52,499 --> 00:29:56,499
นะครับ

450
00:29:56,499 --> 00:30:00,499
Layer ถัดมา

451
00:30:00,500 --> 00:30:04,500
เลเยอร์ถัดมา เขาเรียก

452
00:30:04,502 --> 00:30:08,502
Network Layer นะครับ Layer นี้ก็จะ

453
00:30:08,503 --> 00:30:12,503
รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูล

454
00:30:12,504 --> 00:30:16,504
นะครับ เกี่ยวกับการส่งข้อมูลในระบบ

455
00:30:16,506 --> 00:30:20,506
แล้วก็เลือกเส้นทาง การเลือกเส้นทางนี่

456
00:30:20,507 --> 00:30:24,507
เป็นศัพท์เฉพาะเรียกว่า Routing

457
00:30:24,507 --> 00:30:28,507
ก็จะสัมพันธ์กับอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง

458
00:30:28,508 --> 00:30:32,508
ที่เราน่าจะรู้จักมันอยู่

459
00:30:32,508 --> 00:30:36,508
เเราท์เตอร์นะ

460
00:30:36,509 --> 00:30:40,509
Network Layer ก็จะเลือกเส้นทางการส่งข่าวสาร

461
00:30:40,510 --> 00:30:44,510
คอยตรวจสอบแมสเซตที่เข้ามา

462
00:30:44,511 --> 00:30:48,511
หาต้นทางนะครับ เพื่อดูว่า

463
00:30:48,513 --> 00:30:52,513
จะส่งจากไหนไปไหนนะครับ

464
00:30:52,514 --> 00:30:56,514
Layer นี้ก็จะทำหน้าที่ในการหาเส้นทาง

465
00:30:56,516 --> 00:31:00,516
ทีเหมาะสมส่งข้อมูลข่าวสารไป

466
00:31:00,516 --> 00:31:04,516
จากโหนดหนึ่งไปยังอีก โหนดหนึ่ง

467
00:31:04,516 --> 00:31:08,516
ไปอีก Node หนึ่ง ไปถึงปลายทาง

468
00:31:08,518 --> 00:31:12,518
ไม่ได้ส่งไปเส้นทางเดียวกันก็ได้ ส่งไปหลายเส้นทาง

469
00:31:12,519 --> 00:31:16,519
Layer นี้ก็จะทำให้การตัดสินใจ

470
00:31:16,519 --> 00:31:20,519
ส่งข้อมูลข่าวสารที่ดีที่สุดให้

471
00:31:20,519 --> 00:31:24,519
เพื่อให้ข้อมูลนี่ ถูกส่งไปได้

472
00:31:24,520 --> 00:31:28,520
อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจจะเร็วขึ้น

473
00:31:28,521 --> 00:31:32,521
ก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ในการทำหน้าที่นี้

474
00:31:32,522 --> 00:31:36,522
นะครับ Layer mีที่เท่าไรแล้วนะ

475
00:31:36,523 --> 00:31:40,523
5 แล้วนะ มีเท่าไรนะ มี 7 นะ

476
00:31:40,524 --> 00:31:44,524
มี 7 นะครับ Layer ต่อมา

477
00:31:44,525 --> 00:31:48,525
นะครับ Layer

478
00:31:48,527 --> 00:31:52,527
คือ Data Link Layer

479
00:31:52,528 --> 00:31:56,528
เขาเรียกว่า Data Link Layer

480
00:31:56,529 --> 00:32:00,529
นะครับ Layer นี้จ

481
00:32:00,530 --> 00:32:04,530
จะทำหน้าที่อะไร Layer จะ

482
00:32:04,531 --> 00:32:08,531
ตรวจ Massage

483
00:32:08,531 --> 00:32:12,531
ที่ถูกส่งมาจาก Network เมื่อกี้

484
00:32:12,533 --> 00:32:16,533
ก็จะตรวจสอบความผิดพลาด

485
00:32:16,534 --> 00:32:20,534
ในการระดับ เขาเรียกว่า

486
00:32:20,535 --> 00:32:24,535
ระดับต่ำนะครับ แล้วก็เติมข้อมูลปิดหัวท้ายให้

487
00:32:24,536 --> 00:32:28,536
แล้วก็เติมข้อมูล ปิดหัว ท้ายให้ อันนี้

488
00:32:28,537 --> 00:32:32,537
ก็จะเป็น Layer ที่ระดับต่ำลงแล้ว

489
00:32:32,538 --> 00:32:36,538
นะครับ เขาเรียกว่า Data Link Layer นะครับ

490
00:32:36,539 --> 00:32:40,539
แล้ว Layer สุดท้าย

491
00:32:40,540 --> 00:32:44,540
เลเยอร์ที่ 7 ก็คือ Physical Layer

492
00:32:44,541 --> 00:32:48,541
นะครับ ก็จะ

493
00:32:48,543 --> 00:32:52,543
รับผิดชอบในการส่งข้อมูลนะครับ

494
00:32:52,546 --> 00:32:56,546
ทางกายภาพ ส่ง สัญญาณไฟฟ้าไปตามสายต่าง ๆ

495
00:32:56,546 --> 00:33:00,546
สัญญานไฟฟ้าไปตามสายต่าง ๆ นะครับ

496
00:33:00,548 --> 00:33:04,548
Layer นี้ก็จะกำหนดว่าข้อมูลจะมีรูปร่าง

497
00:33:04,548 --> 00:33:08,548
อย่างไรในสื่อนะครับ

498
00:33:08,550 --> 00:33:12,550
เช่นส่งแบบสัญญาณไฟฟ้า ส่งไปตามสาย

499
00:33:12,551 --> 00:33:16,551
ส่งไปตามคลื่นในอากาศ เลเยอร์นี้

500
00:33:16,552 --> 00:33:20,552
ก็จะทำหน้าที่ครับ เรียกว่า Physical Layer

501
00:33:20,552 --> 00:33:24,552
นะครับ นะ

502
00:33:24,553 --> 00:33:28,553
พวกเราเคยรู้เรื่องคำศัพท์เหล่านี้มาก่อนไหมครับ

503
00:33:28,555 --> 00:33:32,555
เหลา่านี้มาก่อนไหมครับ เคยผ่านหูผ่านตาไหม

504
00:33:32,556 --> 00:33:36,556
เคยมีใครเล่า

505
00:33:36,557 --> 00:33:40,557
เรื่องราวเหล่านี้ให้ฟังไหม ก็อาจจ

506
00:33:40,558 --> 00:33:44,558
ก็ถือเป็นเรื่องใหม่ ของนักศึกษา

507
00:33:44,558 --> 00:33:48,558
ห้องนี้ นะครับ ฉะนั้นก็อาจจะเป็น

508
00:33:48,559 --> 00:33:52,559
เรื่องใหม่อย่างที่ว่า ก็น่าจะ

509
00:33:52,561 --> 00:33:56,561
มีการอะไรนะ ศึกษาเพิ่มเติม

510
00:33:56,563 --> 00:34:00,563
ว่าแต่ละ Layer

511
00:34:00,565 --> 00:34:04,565
ศึกษามาล่วงหน้าเลยนะ ก่อนที่จะถึงบทนี้

512
00:34:04,565 --> 00:34:08,565
นะครับ เพราะว่า

513
00:34:08,565 --> 00:34:12,565
เมื่อในสไลด์ที่พูดหรือผมอธิบายไปแล้วนี่

514
00:34:12,566 --> 00:34:16,566
อาจจะทำให้เรา ไม่ทัน ไม่ทัน

515
00:34:16,567 --> 00:34:20,567
นะครับ อาจจะไม่ทันนะครับ ฉะนั้นเราต้องศึกษาเพิ่มเติม

516
00:34:20,568 --> 00:34:24,568
ในเรื่องของตัว OSI นะครับ ที่มีทั้งหมด

517
00:34:24,569 --> 00:34:28,569
7 Layer อย่างที่ว่านะครับ

518
00:34:28,570 --> 00:34:32,570
นะครับ

519
00:34:32,572 --> 00:34:36,572
ทีนี้

520
00:34:36,573 --> 00:34:40,573
ดูสไลด์นี้นะครับ เวลามันจะส่ง

521
00:34:40,574 --> 00:34:44,574
ข่าวสาร มันจะทำอย่างนี้ครับ

522
00:34:44,576 --> 00:34:48,576
อันนี้ผู้ส่งใช่ไหม

523
00:34:48,576 --> 00:34:52,576
ฝั่งทางด้านสายของเรานี่ ที่เป็น Center

524
00:34:52,577 --> 00:34:56,577
จะมี Layer การทืำงาน ข้อมูล

525
00:34:56,578 --> 00:35:00,578
มันก็จะถูกกำหนดตั้งแต่ Application Layer

526
00:35:00,578 --> 00:35:04,578
ส่งให้อะไรครับ ส่งให้ Presentation

527
00:35:04,579 --> 00:35:08,579
ส่งให้ Presentation เขาก็ทำหน้าที

528
00:35:08,581 --> 00:35:12,581
ส่งให้ Session Layer Session Layer

529
00:35:12,582 --> 00:35:16,582
ก็ทำหน้าที่ของเขา ส่งให้ Transport Layer

530
00:35:16,583 --> 00:35:20,583
ส่งให้ Network ส่งให้ Data Link

531
00:35:20,584 --> 00:35:24,584
ส่งให้ Physical กว่าจะส่งข้อมูลได้นนนะนี่

532
00:35:24,585 --> 00:35:28,585
ต้องมีรูปแบบมาตรฐาน

533
00:35:28,587 --> 00:35:32,587
ในการส่งแบบนี้ แล้วก็ถูกส่ง

534
00:35:32,588 --> 00:35:36,588
ไปยังเขาเรียกว่า Transport Control

535
00:35:36,590 --> 00:35:40,590
ไปตามสื่อใช่ไหมครับ ไปตามคลื่น ไปตามเสาไฟ

536
00:35:40,591 --> 00:35:44,591
นู้นนี่นั้น

537
00:35:44,592 --> 00:35:48,592
เมื่อถึงปลายทาง ข้อมุ

538
00:35:48,593 --> 00:35:52,593
ข้อมูลก็จะเป็น Layer

539
00:35:52,594 --> 00:35:56,594
ก็จะส่งให้ Datalink Network Dat

540
00:35:56,594 --> 00:36:00,594
Session Layer Presentation Layer แล้วก็ไปถึง Application Layer

541
00:36:00,596 --> 00:36:04,596

542
00:36:04,597 --> 00:36:08,597
ผู้ส่งถึงได้รับข้อมูล

543
00:36:08,597 --> 00:36:12,597
ที่ครบถ้วน ทันเวลา และะมีประสิทธิภาพ

544
00:36:12,597 --> 00:36:16,597
ซึ่ง

545
00:36:16,598 --> 00:36:20,598
มาตรฐาน

546
00:36:20,600 --> 00:36:24,600
ของ Modำel แบบนี้นะครับ

547
00:36:24,601 --> 00:36:28,601
ผผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ

548
00:36:28,604 --> 00:36:32,604
จะต้องนำมาตรฐานนี้

549
00:36:32,605 --> 00:36:36,605
ไปประกอบการผลิตอุปกรณ์

550
00:36:36,606 --> 00:36:40,606
หรือไปประกอบการเขียนโปรแกรม

551
00:36:40,607 --> 00:36:44,607
เพื่อให้ทุกยี่ห้อ ทุกชนิดที่เ็ป็นอุปกรณ์การสื่อสารนี่

552
00:36:44,608 --> 00:36:48,608
สามารถที่คุยกันได้รู้เรื่อง

553
00:36:48,609 --> 00:36:52,609
ไม่อย่างนั้นก็จะคุยกันไม่รู้เรื่องนะ

554
00:36:52,610 --> 00:36:56,610
อันนี้ก็คือมาตรฐาน OSI โมเดล

555
00:36:56,612 --> 00:37:00,612
สังเกตว่า นักศึกษาดูตรงนี้ด้วย

556
00:37:00,614 --> 00:37:04,614
ข้อมูลนะครับ ข้อมูล

557
00:37:04,614 --> 00:37:08,614
จากตั้ง Layer ที่เป็น

558
00:37:08,615 --> 00:37:12,615
ก็จะมีข้อมูลอยู่นิดเดียวเห็นไหม

559
00:37:12,617 --> 00:37:16,617
พอถูกส่งจาก Application มา Presentation

560
00:37:16,618 --> 00:37:20,618
ข้อมูลเริ่มมีหัว มีหาง ขนาดเริ่มโตขึ้น ๆ

561
00:37:20,619 --> 00:37:24,619
ใช่ไหมครับ เหมือนกับถูกอะไรครับ

562
00:37:24,620 --> 00:37:28,620
เหมือนกับถูกอะไรครับ ถูก

563
00:37:28,621 --> 00:37:32,621
ำืเหมือนกับถูกครอบไว้

564
00:37:32,624 --> 00:37:36,624
เติมหัวใส่ เติมหางใส่ มาขนาด Layer ถัดมา

565
00:37:36,624 --> 00:37:40,624
ขนาดข้อมูลใหญ่ขึ้น ๆ นะครับ

566
00:37:40,626 --> 00:37:44,626
ซึ่งข้อมูลนั้นก็คือสีขาวนะครับ

567
00:37:44,626 --> 00:37:48,626
สีขาวนะครับ แต่เมื่อจะถูกส่งนะ แต่ละเลเยอร์

568
00:37:48,627 --> 00:37:52,627
ทำงานของมัน ก็เลยมีการเติม

569
00:37:52,628 --> 00:37:56,628
เติมส่วนที่ไม่ใช่ข้อมูลเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นหัวเป็นหาง

570
00:37:56,628 --> 00:38:00,628
กว่าจะมาถึงเรานะนี่ข้อมูล

571
00:38:00,629 --> 00:38:04,629
เช่นเดียวกัน เมื่อไปถึงแนวทางข้อมูล

572
00:38:04,629 --> 00:38:08,629
แต่มีหัวมีหางอะไรเต็มไปหมดเลย ก็จะถูก

573
00:38:08,631 --> 00:38:12,631
ถอดออก ๆ ๆ ผ่านแต่ละ Layer

574
00:38:12,632 --> 00:38:16,632
สุดท้าย เหลือแค่ข้อมูล

575
00:38:16,633 --> 00:38:20,633
ที่เป็นสีขาวจริง ๆ นะครับ ฉะนั้นการส่งข่าวสารนี่

576
00:38:20,634 --> 00:38:24,634
เป็นเรื่องที่มีความ

577
00:38:24,635 --> 00:38:28,635
มีความ มีขั้นตอน

578
00:38:28,636 --> 00:38:32,636
ที่มีความซับซ้อนอยู่หลายขั้นตอน

579
00:38:32,636 --> 00:38:36,636
นะ โอเคนะครับ

580
00:38:36,636 --> 00:38:40,636
ทีนี้เราเอาเน็ตเวิร์คไป

581
00:38:40,637 --> 00:38:44,637
ใช้งาน อย่างไรบ้างนะ

582
00:38:44,639 --> 00:38:48,639
อย่างไรบ้างนะ อย่างไรบ้างนะ

583
00:38:48,640 --> 00:38:52,640
Network ตัวแรกก็คือ เขาใช้คำว่า Pan PAN

584
00:38:52,640 --> 00:38:56,640
ย่อมาจาก Persanal

585
00:38:56,642 --> 00:39:00,642
ย่อมาจาก

586
00:39:00,645 --> 00:39:04,645
ก็เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์

587
00:39:04,646 --> 00:39:08,646
แบบพกพา เช่น โทรศัพท์ อะไรอย่างนี้ครับ เข้าด้วยกัน โดย

588
00:39:08,648 --> 00:39:12,648

589
00:39:12,649 --> 00:39:16,649
เป็นเครือข่ายไร้สาย เป็น

590
00:39:16,649 --> 00:39:20,649
เช่นอย่างมือถือกับมือถือ

591
00:39:20,649 --> 00:39:24,649
เชื่อมกัน 2 เครื่องระครับ P

592
00:39:24,650 --> 00:39:28,650
แปลว่าบุคคลใช่ไหมครับ

593
00:39:28,651 --> 00:39:32,651
ใช้เครือข่ายเพียงระยะสั้น ๆ นะครับ

594
00:39:32,652 --> 00:39:36,652
ก็มีลักษณะเป็นเครือข่ายไร้สาย

595
00:39:36,653 --> 00:39:40,653
2 เคื่อง คุยกันนะครับ

596
00:39:40,654 --> 00:39:44,654
เขาเรียกว่า

597
00:39:44,655 --> 00:39:48,655
ตัวต่อมาคือ LAN เมื่อสไลด์ก่อนหน้านั้นก็พูดถึง

598
00:39:48,656 --> 00:39:51,739

599
00:39:52,657 --> 00:39:56,657

600
00:39:56,659 --> 00:40:00,659
บริเวณที่จะำกัดแล้วก็

601
00:40:00,660 --> 00:40:04,660
ความเร็วสูง ปกติก็จะประมาณ

602
00:40:04,660 --> 00:40:08,660
10 ล้านบิต ต่อวินาที สถานทั้งหมด

603
00:40:08,661 --> 00:40:12,661
ก็จะเป็นเขาเรียกว่า Desktop

604
00:40:12,663 --> 00:40:16,663
บางตำราก็เรียก

605
00:40:16,664 --> 00:40:20,664
เห็นไหม Cliant

606
00:40:20,664 --> 00:40:24,664
นะครับ ก็ Server

607
00:40:24,665 --> 00:40:28,665
ก็คือเครื่องแม่ข่าย

608
00:40:28,667 --> 00:40:32,667
ก็คือเครื่องลูกข่าย เครื่องแม่ข่าย

609
00:40:32,668 --> 00:40:36,668
นะครับ นะ

610
00:40:36,669 --> 00:40:40,669
Server ก็คือเครื่องที่ให้บริการนั่นเอง

611
00:40:40,671 --> 00:40:44,671
เครื่องให้บริการนะครับ เช่น เพื่อให้เห็นภาพ

612
00:40:44,671 --> 00:40:48,671
เช่น เราเข้าเว็บไซต์

613
00:40:48,672 --> 00:40:52,672
ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เว็บคืออะไรครับ

614
00:40:52,673 --> 00:40:56,673
URL ก็คืออะไรครับ

615
00:40:56,674 --> 00:41:00,674
อย่างนี้ใช่ไหมคีรับ

616
00:41:00,675 --> 00:41:04,675
เครื่องนี้ ๆ เข้าเว็บไซต์

617
00:41:04,676 --> 00:41:08,676
เครื่องนี้เข้าเว็บไซต์

618
00:41:08,677 --> 00:41:12,677
เครื่งอที่เก็บข้อมูลของเว็บไซต์นะครับ

619
00:41:12,678 --> 00:41:16,678
อยู่ไหนครับ

620
00:41:16,679 --> 00:41:20,679
อยู่เครื่องแม่ข่าย

621
00:41:20,680 --> 00:41:24,680
ก็คืออยู่ที่อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์

622
00:41:24,682 --> 00:41:28,682
นะครับ ข้อมูลอยู๋เครื่องโน้นนะ ก็คือเครื่อง Server

623
00:41:28,683 --> 00:41:32,683
หรือเครื่องแม่ข่าย ส่วนที่เราดูอินเทอร์เน็ตอยู่นี่

624
00:41:32,685 --> 00:41:36,685
เขาเรียกว่า

625
00:41:36,686 --> 00:41:40,686
ก็จะประมาณนี้ครับ

626
00:41:40,686 --> 00:41:44,686
นะ ให้มองเห็นภาพนะครับ

627
00:41:44,687 --> 00:41:48,687
มาดูต่อไปเอา Network ไปใช่งานอย่างไรอีก

628
00:41:48,688 --> 00:41:52,688
MAN WAN

629
00:41:52,689 --> 00:41:56,689
MAN WAN

630
00:41:56,691 --> 00:42:00,691
ทวนอีกครั้ง ถ้าเป็น MAN ก็จะ

631
00:42:00,692 --> 00:42:04,692
ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า LAN

632
00:42:04,694 --> 00:42:08,694
อะไรอย่างนี้นะครับ

633
00:42:08,695 --> 00:42:12,695
โดยทั่วไปจาก LAN ก็มา WAN เลย

634
00:42:12,696 --> 00:42:16,696
ส่วนใหญ่นะ นะครับ นะครับ ถ้าเป็น WAN

635
00:42:16,698 --> 00:42:20,698
พื้นที่ไม่จำกัด ระยะทางไม่จำกัด

636
00:42:20,699 --> 00:42:24,699
นะครับ อาจ

637
00:42:24,701 --> 00:42:28,701
ทั้งประเทศหรือทั่วโลก หรืออยู่อาคารเดียวกัน

638
00:42:28,701 --> 00:42:32,701
ก็ได้นะครับ ก็ถือว่าเป็นเครือข่ายที่มีค

639
00:42:32,703 --> 00:42:36,703
เป็นเครือข่ายที่มีความสลับซับซ้อน

640
00:42:36,704 --> 00:42:40,704
มักจะเอาไว้เช่าบริการ

641
00:42:40,705 --> 00:42:44,705

642
00:42:44,708 --> 00:42:48,708
มีอะไรบ้างเมื่อกี้ PAN LAN

643
00:42:48,708 --> 00:42:52,708
MAN WAN แล้วก็ยัง

644
00:42:52,709 --> 00:42:56,709
มี CAN นะ

645
00:42:56,710 --> 00:43:00,710
เต็ม ๆ ก็คือ Control

646
00:43:00,711 --> 00:43:04,711
นะครับ Control แปลว่าอะไรครับ Contr

647
00:43:04,711 --> 00:43:08,711
ควบคุมนะ ควบคุม ตรงนี้ก็

648
00:43:08,712 --> 00:43:12,712
นำมาใช้กับโรงงาน ๆ อุตสาหกรรม

649
00:43:12,713 --> 00:43:16,713
ต่าง ๆ นะครับ พวกเชื่อมต่อกับอุปกรณ์

650
00:43:16,715 --> 00:43:20,715
ที่เอาไว้ใช้งานเฉพาะทางนะครับ

651
00:43:20,715 --> 00:43:24,715
เช่นต่อกับมอเตอร์บ้าง เชื่อมต่อกับ

652
00:43:24,716 --> 00:43:28,716
เซนเซอร์บ้างนะครับ

653
00:43:28,717 --> 00:43:32,717
เชื่อมต่อกับไมโครคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ

654
00:43:32,718 --> 00:43:36,718
สามารถรับส่งข้อมูลตอบสอนงได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูล

655
00:43:36,719 --> 00:43:40,719
จะอยู่ในโรงงานนะครับ

656
00:43:40,720 --> 00:43:44,720
เอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมนะครับ

657
00:43:44,724 --> 00:43:48,724
ใช้กับงานเฉพาะทาง เขาจะเรียกว่า

658
00:43:48,725 --> 00:43:52,725
CAN นะครับ

659
00:43:52,725 --> 00:43:56,725

660
00:43:56,726 --> 00:44:00,726
ตัวต่อมานะครับ

661
00:44:00,727 --> 00:44:04,727
เขาเรียกว่า Enterpri Network

662
00:44:04,728 --> 00:44:08,728
ณinterprice Network

663
00:44:08,729 --> 00:44:12,729
ก็เป็นเครือข่ายสำเร็จรูปเลย

664
00:44:12,729 --> 00:44:16,729
ในองค์กรใด ๆ นี่นะครับ

665
00:44:16,731 --> 00:44:20,731
สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนหรือเจ้าหน้าที่พนักงาน

666
00:44:20,731 --> 00:44:24,731
ใช้บน LAN ระบบหนึ่งติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้

667
00:44:24,733 --> 00:44:28,733
ติดต่อกับผู้ใช้บนระบบ LAN อื่น ๆ

668
00:44:28,733 --> 00:44:32,733
ก็ได้ เป็นแบบสำเร็จรูป

669
00:44:32,734 --> 00:44:36,734
เบ็ดเสร็จอยู่ในองค์กรเดียวกัน

670
00:44:36,735 --> 00:44:40,735
มีบริษัทที่รับออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์ แล

671
00:44:40,736 --> 00:44:44,736
บริษัทที่รับออกแบบ

672
00:44:44,738 --> 00:44:48,738
ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

673
00:44:48,738 --> 00:44:52,738
ระบบเครือข่ายในองค์กร

674
00:44:52,739 --> 00:44:56,739
ซึ่งคนี่รับออกแบบพวกนี้ ก็คือ

675
00:44:56,739 --> 00:45:00,739
รับออกแบบพวกนี้ก็คือ ฟิลด์ที่เราเรียนอยู่นี่

676
00:45:00,740 --> 00:45:04,740
นะครับ

677
00:45:04,742 --> 00:45:08,742
ก็ประกอบอาชีพเหล่านี้ขึ้นมา

678
00:45:08,743 --> 00:45:12,743
ให้กับบริษัทได้เอาไปใช้ ครบวงจรอยู่ในนี้

679
00:45:12,743 --> 00:45:16,743

680
00:45:16,744 --> 00:45:20,744
ก็เป็นเครือข่ายของเครือข่าย

681
00:45:20,745 --> 00:45:24,745
ทำการเชื่อมต่อหากัน มี Node

682
00:45:24,748 --> 00:45:28,748
นับล้านเครื่อง ที่เราใช้อินเทอร์เน็ตอยู่

683
00:45:28,748 --> 00:45:32,748
โห มีอยู่เป็นล้าน ๆ เครื่องเลยครับโลกนี่

684
00:45:32,748 --> 00:45:36,748
นะครับใช้ด้วยกัน ใช้พร้อมกันนะครับ

685
00:45:36,749 --> 00:45:40,749
ส่วนอีกคำหนึ่งก็คือ

686
00:45:40,751 --> 00:45:44,751
Intranet มันก็คือ Internet นั้

687
00:45:44,753 --> 00:45:48,753
แต่เป็นอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในกลุ่มใช้

688
00:45:48,753 --> 00:45:52,753
ในองค์กรนั้น ๆ

689
00:45:52,755 --> 00:45:56,755
นะครับ นอกองค์กรใช้ไม่ได้

690
00:45:56,756 --> 00:46:00,756
มีทุกอย่างที่ Internet มี แต่

691
00:46:00,757 --> 00:46:04,757
ใช้ในเฉพาะองค์กรเท่านั้น คำนี้เรียกว่า

692
00:46:04,759 --> 00:46:08,759
อินทราเน็ต

693
00:46:08,760 --> 00:46:12,760
มหาวิทยาลัยก็มีนะครับ

694
00:46:12,760 --> 00:46:16,760
เช่น เช่นอะไรดี ระบบการเงินใช่ไหม

695
00:46:16,760 --> 00:46:20,760
ระบบการเงิน นักศึกษาเข้าไปดูได้ไหม

696
00:46:20,762 --> 00:46:24,762
ไม่ได้นะ ไม่ได้เลย

697
00:46:24,762 --> 00:46:28,762
เพราะว่าเป็นระบบใช้เฉพาะ

698
00:46:28,763 --> 00:46:32,763
เจ้าหน้าีท่ที่เขาดูแล ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น

699
00:46:32,765 --> 00:46:36,765
หน้าตาเหมือนกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตตามปกติ แต่

700
00:46:36,767 --> 00:46:40,767
เป็นิอินเทอร์เน็ตเฉพาะ

701
00:46:40,768 --> 00:46:44,768
นะครับ ระบบอะไรอีกนะ

702
00:46:44,769 --> 00:46:48,769
ระบบส่งเกรด ของอาจารย์อย่างนี้ครับ

703
00:46:48,770 --> 00:46:52,770
แล้วก็จะเป็นระบบที่ใช้เฉพาะ

704
00:46:52,772 --> 00:46:56,772
อาจารย์ในมหาวิทยาลัย

705
00:46:56,773 --> 00:47:00,773
คนอื่นก็ใช้ไม่ได้

706
00:47:00,775 --> 00:47:04,775
นักศึกษาก็ใช้ไม่ได้

707
00:47:04,775 --> 00:47:08,775
อาจจะใช้ได้เฉพาะในมหาวิทยาลัยด้วยนะ ก็คือ

708
00:47:08,776 --> 00:47:12,776
เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์

709
00:47:12,777 --> 00:47:16,777
จะต้องอยู่ในมหาวิทยาลัย

710
00:47:16,778 --> 00:47:20,778
มีหลายเลข IP ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น

711
00:47:20,780 --> 00:47:24,780
ก็อาจจะมีข้อจำกัดพวกนี้ เขาเรียกว่า Intranet

712
00:47:24,782 --> 00:47:28,782
นะครับ

713
00:47:28,783 --> 00:47:32,783
ครับ

714
00:47:32,784 --> 00:47:36,784
เรามาสรุปเนื้อหานะครับ

715
00:47:36,786 --> 00:47:40,786
เนื้อหาที่เรา

716
00:47:40,786 --> 00:47:44,786
เรียนมาวันนะครับ

717
00:47:44,787 --> 00:47:48,787
การติดต่อสื่อสาร

718
00:47:48,788 --> 00:47:52,788
จะติดต่อถึงกับได้ จะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะครับ

719
00:47:52,788 --> 00:47:56,788
สอบไปแล้ว ทดสอบย่อยไปแล้ว ก็จะมีสาร

720
00:47:56,789 --> 00:48:00,789
จะต้องมีสาร ใช่ไหม

721
00:48:00,790 --> 00:48:04,790
มีผู้ส่ง ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Sent

722
00:48:04,791 --> 00:48:08,791
มีผู้รับ นะ มีผู้รับ แล้วก็

723
00:48:08,792 --> 00:48:12,792
ต้องมีสื่อภาษาอังกฤษเขาเรียก Midia

724
00:48:12,793 --> 00:48:16,793
ใช่ไหมครับ สื่อที่เอาไว้ติดต่อสื่อสารกัน

725
00:48:16,795 --> 00:48:20,795
เป็นตัวกลางนะครับ เป็นตัวกลาง

726
00:48:20,795 --> 00:48:24,795
ต่อมา เมื่อกี้ เราเรียนไปก็คือ

727
00:48:24,797 --> 00:48:28,797
OSI Model นะครับ ก็

728
00:48:28,798 --> 00:48:32,798
เป็นมาตรฐานควบคุมการผลิต

729
00:48:32,798 --> 00:48:36,798
แนวทางปฏิบัติ

730
00:48:36,799 --> 00:48:40,799
ในการติดต่อสื่อสารกัน ซึ่มีทั้งหมดกี่เลเยอร์

731
00:48:40,802 --> 00:48:44,802
7 Layer นะ มีทั้งหมด 7 Layer นะ

732
00:48:44,804 --> 00:48:48,804
แต่ละ Layer ก็จะทำงาน

733
00:48:48,804 --> 00:48:52,804
ของอีกฟากหนึ่ง มันก็จะทำงานคู่กัน

734
00:48:52,805 --> 00:48:56,805
นะครับ เช่น เลเยอร์ที

735
00:48:56,806 --> 00:49:00,806
ทำหน้าที่ในการถอดรหัส

736
00:49:00,807 --> 00:49:04,807
ฝั่งผู้ส่ง ฝั่งผู้รับก็ทำหน้าที่

737
00:49:04,808 --> 00:49:08,808
ทำหน้าที่ในการ ทำ Layer

738
00:49:08,809 --> 00:49:12,809
ทำหน้าที่ในการเข้ารหัส อีกเลเยอร์หน

739
00:49:12,810 --> 00:49:16,810
ก็จะทำงานประสานกันนะครับ เครือข่ายหลัก ๆ

740
00:49:16,812 --> 00:49:20,812
มีอยู่ 3 ชนิดคือ

741
00:49:20,814 --> 00:49:24,814
LAN MAN WAN

742
00:49:24,815 --> 00:49:28,815
ก็ตามความเข้าใจนะ ว่า แต่

743
00:49:28,816 --> 00:49:32,816
ชนิดแต่ละชนิดมันเป็นอย่างไรนะครับ

744
00:49:32,816 --> 00:49:36,816

745
00:49:36,816 --> 00:49:40,816
ณ เวลานี้ มีใครจะถามอะไรก่อนไหม

746
00:49:40,817 --> 00:49:44,817

747
00:49:44,818 --> 00:49:48,818
มีคำถามไหมครับ

748
00:49:48,820 --> 00:49:52,820

749
00:49:52,820 --> 00:49:56,820

750
00:49:56,822 --> 00:50:00,822
ถ้าไม่มี เด๊่ยวจะให้พี่ทีเ่เป็นล่ามได้

751
00:50:00,823 --> 00:50:04,823
พี่ที่เป็นล่าม

752
00:50:04,824 --> 00:50:08,824
ได้พักนิดหนึ่งนะครับ

753
00:50:08,826 --> 00:50:12,826
เดี๋ยวเรามาคุยกันต่ออีกสักนิดหน่อย

754
00:50:12,827 --> 00:50:16,827
ัเรื่องของการบ้าน เรื่องของงาน

755
00:50:16,828 --> 00:50:20,828
ที่เราจะทำกิจกรรมร่วมกันในครั้งหน้า

756
00:50:20,829 --> 00:50:24,829
ด้วยนะครับ สัก 10 นาทีครับ

757
00:50:24,831 --> 00:50:28,831
โอเคครับ

758
00:50:28,831 --> 00:50:32,831

759
00:50:32,834 --> 00:50:36,834

760
00:50:36,835 --> 00:50:40,835

761
00:50:40,837 --> 00:50:44,837

762
00:50:44,843 --> 00:50:48,843

763
00:50:48,843 --> 00:50:52,843

764
00:50:52,847 --> 00:50:56,847

765
00:50:56,849 --> 00:51:00,849

766
00:51:00,854 --> 00:51:04,854

767
00:51:04,856 --> 00:51:08,856

768
00:51:08,859 --> 00:51:12,859

769
00:51:12,862 --> 00:51:16,862

770
00:51:16,863 --> 00:51:20,863

771
00:51:20,865 --> 00:51:24,865

772
00:51:24,868 --> 00:51:28,868

773
00:51:28,870 --> 00:51:32,870

774
00:51:32,875 --> 00:51:36,875

775
00:51:36,877 --> 00:51:40,877

776
00:51:40,879 --> 00:51:44,879

777
00:51:44,881 --> 00:51:48,881

778
00:51:48,881 --> 00:51:52,881

779
00:51:52,884 --> 00:51:56,884

780
00:51:56,889 --> 00:52:00,889

781
00:52:00,891 --> 00:52:04,891

782
00:52:04,891 --> 00:52:08,891

783
00:52:08,894 --> 00:52:12,894

784
00:52:12,896 --> 00:52:16,896

785
00:52:16,897 --> 00:52:20,897

786
00:52:20,900 --> 00:52:24,900

787
00:52:24,902 --> 00:52:28,902

788
00:52:28,904 --> 00:52:32,904

789
00:52:32,906 --> 00:52:36,906

790
00:52:36,909 --> 00:52:40,909

791
00:52:40,912 --> 00:52:44,912

792
00:52:44,913 --> 00:52:48,913

793
00:52:48,916 --> 00:52:52,916

794
00:52:52,917 --> 00:52:56,917

795
00:52:56,919 --> 00:53:00,919

796
00:53:00,925 --> 00:53:04,925

797
00:53:04,929 --> 00:53:08,929

798
00:53:08,930 --> 00:53:12,930

799
00:53:12,934 --> 00:53:16,934

800
00:53:16,935 --> 00:53:20,935

801
00:53:20,936 --> 00:53:24,936

802
00:53:24,939 --> 00:53:28,939

803
00:53:28,941 --> 00:53:32,941

804
00:53:32,943 --> 00:53:36,943

805
00:53:36,945 --> 00:53:40,945

806
00:53:40,948 --> 00:53:44,948

807
00:53:44,950 --> 00:53:48,950

808
00:53:48,953 --> 00:53:52,953

809
00:53:52,955 --> 00:53:56,955

810
00:53:56,958 --> 00:54:00,958

811
00:54:00,959 --> 00:54:04,959

812
00:54:04,962 --> 00:54:08,962

813
00:54:08,963 --> 00:54:12,963

814
00:54:12,966 --> 00:54:16,966

815
00:54:16,970 --> 00:54:20,970

816
00:54:20,974 --> 00:54:24,974

817
00:54:24,974 --> 00:54:28,974

818
00:54:28,978 --> 00:54:32,978

819
00:54:32,978 --> 00:54:36,978

820
00:54:36,981 --> 00:54:40,981

821
00:54:40,983 --> 00:54:44,983

822
00:54:44,986 --> 00:54:48,986

823
00:54:48,987 --> 00:54:52,987

824
00:54:52,991 --> 00:54:56,991

825
00:54:56,993 --> 00:55:00,993

826
00:55:00,996 --> 00:55:04,996

827
00:55:04,999 --> 00:55:08,999

828
00:55:09,001 --> 00:55:13,001

829
00:55:13,005 --> 00:55:17,005

830
00:55:17,006 --> 00:55:21,006

831
00:55:21,010 --> 00:55:25,010

832
00:55:25,010 --> 00:55:29,010

833
00:55:29,012 --> 00:55:33,012

834
00:55:33,014 --> 00:55:37,014

835
00:55:37,015 --> 00:55:41,015

836
00:55:41,016 --> 00:55:45,016

837
00:55:45,019 --> 00:55:49,019

838
00:55:49,020 --> 00:55:53,020

839
00:55:53,022 --> 00:55:57,022

840
00:55:57,024 --> 00:56:01,024

841
00:56:01,026 --> 00:56:05,026

842
00:56:05,028 --> 00:56:09,028

843
00:56:09,028 --> 00:56:13,028

844
00:56:13,029 --> 00:56:17,029

845
00:56:17,030 --> 00:56:21,030

846
00:56:21,034 --> 00:56:25,034

847
00:56:25,037 --> 00:56:29,037

848
00:56:29,038 --> 00:56:33,038

849
00:56:33,043 --> 00:56:37,043

850
00:56:37,047 --> 00:56:41,047

851
00:56:41,049 --> 00:56:45,049

852
00:56:45,051 --> 00:56:49,051

853
00:56:49,054 --> 00:56:53,054

854
00:56:53,057 --> 00:56:57,057

855
00:56:57,059 --> 00:57:01,059

856
00:57:01,062 --> 00:57:05,062

857
00:57:05,064 --> 00:57:09,064

858
00:57:09,066 --> 00:57:13,066

859
00:57:13,070 --> 00:57:17,070

860
00:57:17,073 --> 00:57:21,073

861
00:57:21,075 --> 00:57:25,075

862
00:57:25,076 --> 00:57:29,076

863
00:57:29,076 --> 00:57:33,076

864
00:57:33,079 --> 00:57:37,079

865
00:57:37,082 --> 00:57:41,082

866
00:57:41,085 --> 00:57:45,085

867
00:57:45,088 --> 00:57:49,088

868
00:57:49,089 --> 00:57:53,089

869
00:57:53,090 --> 00:57:57,090

870
00:57:57,092 --> 00:58:01,092

871
00:58:01,093 --> 00:58:05,093

872
00:58:05,096 --> 00:58:09,096

873
00:58:09,097 --> 00:58:13,097

874
00:58:13,100 --> 00:58:17,100

875
00:58:17,103 --> 00:58:21,103

876
00:58:21,105 --> 00:58:25,105

877
00:58:25,106 --> 00:58:29,106

878
00:58:29,109 --> 00:58:33,109

879
00:58:33,110 --> 00:58:37,110

880
00:58:37,112 --> 00:58:41,112

881
00:58:41,115 --> 00:58:45,115

882
00:58:45,117 --> 00:58:49,117

883
00:58:49,121 --> 00:58:53,121

884
00:58:53,124 --> 00:58:57,124

885
00:58:57,126 --> 00:59:01,126

886
00:59:01,130 --> 00:59:05,130

887
00:59:05,132 --> 00:59:09,132

888
00:59:09,133 --> 00:59:13,133

889
00:59:13,135 --> 00:59:17,135

890
00:59:17,138 --> 00:59:21,138

891
00:59:21,141 --> 00:59:25,141

892
00:59:25,143 --> 00:59:29,143

893
00:59:29,146 --> 00:59:33,146

894
00:59:33,147 --> 00:59:37,147

895
00:59:37,149 --> 00:59:41,149

896
00:59:41,152 --> 00:59:45,152

897
00:59:45,154 --> 00:59:49,154

898
00:59:49,156 --> 00:59:53,156

899
00:59:53,158 --> 00:59:57,158

900
00:59:57,162 --> 01:00:01,162

901
01:00:01,163 --> 01:00:05,163

902
01:00:05,166 --> 01:00:09,166

903
01:00:09,168 --> 01:00:13,168

904
01:00:13,170 --> 01:00:17,170

905
01:00:17,171 --> 01:00:21,171

906
01:00:21,174 --> 01:00:25,174

907
01:00:25,175 --> 01:00:29,175

908
01:00:29,178 --> 01:00:33,178

909
01:00:33,179 --> 01:00:37,179

910
01:00:37,181 --> 01:00:41,181

911
01:00:41,183 --> 01:00:45,183

912
01:00:45,185 --> 01:00:49,185

913
01:00:49,187 --> 01:00:53,187

914
01:00:53,189 --> 01:00:57,189

915
01:00:57,190 --> 01:01:01,190

916
01:01:01,192 --> 01:01:05,192

917
01:01:05,195 --> 01:01:09,195

918
01:01:09,196 --> 01:01:13,196

919
01:01:13,197 --> 01:01:17,197

920
01:01:17,200 --> 01:01:21,200

921
01:01:21,202 --> 01:01:25,202

922
01:01:25,206 --> 01:01:29,206

923
01:01:29,206 --> 01:01:33,206

924
01:01:33,207 --> 01:01:37,207

925
01:01:37,209 --> 01:01:41,209

926
01:01:41,212 --> 01:01:45,212

927
01:01:45,215 --> 01:01:49,215

928
01:01:49,218 --> 01:01:53,218

929
01:01:53,221 --> 01:01:57,221

930
01:01:57,224 --> 01:02:01,224

931
01:02:01,227 --> 01:02:05,227

932
01:02:05,227 --> 01:02:09,227

933
01:02:09,231 --> 01:02:13,231

934
01:02:13,234 --> 01:02:17,234

935
01:02:17,235 --> 01:02:21,235

936
01:02:21,238 --> 01:02:25,238

937
01:02:25,241 --> 01:02:29,241

938
01:02:29,243 --> 01:02:33,243

939
01:02:33,246 --> 01:02:37,246

940
01:02:37,249 --> 01:02:41,249

941
01:02:41,252 --> 01:02:45,252

942
01:02:45,255 --> 01:02:49,255

943
01:02:49,256 --> 01:02:53,256

944
01:02:53,258 --> 01:02:57,258

945
01:02:57,259 --> 01:03:01,259

946
01:03:01,263 --> 01:03:05,263

947
01:03:05,264 --> 01:03:09,264
โอเคไหมครับ

948
01:03:09,265 --> 01:03:13,265
พี่ล่ามพร้อมไหม

949
01:03:13,266 --> 01:03:17,266

950
01:03:17,267 --> 01:03:21,267

951
01:03:21,268 --> 01:03:25,268

952
01:03:25,271 --> 01:03:29,271
พี่ล่ามพร้อมนะครับ

953
01:03:29,277 --> 01:03:33,277

954
01:03:33,279 --> 01:03:37,279

955
01:03:37,281 --> 01:03:41,281
งานที่จะให้ทำส่ง

956
01:03:41,282 --> 01:03:45,282
หลังจากนี้นะ ไปจึ

957
01:03:45,283 --> 01:03:49,283
4 โมงครึ่งนะครับ

958
01:03:49,284 --> 01:03:53,284
ให้นักศึกษา

959
01:03:53,286 --> 01:03:57,286
ไปที่ ไปที่ไหนนี่

960
01:03:57,288 --> 01:04:01,288
ไปที่

961
01:04:01,289 --> 01:04:05,289
เครื่องของตนเองนะครับ

962
01:04:05,292 --> 01:04:09,292
ไปที่เมนู ที่เป็น ...

963
01:04:09,292 --> 01:04:13,292
นะครับ เจอไหมครับ

964
01:04:13,293 --> 01:04:17,293
เจอไหม ทำตามผมเลย

965
01:04:17,294 --> 01:04:21,294
ที่เป็นรูปแว่นขยาย

966
01:04:21,296 --> 01:04:25,296
เครื่องข้างหน้ากับเครื่องข้างหลัง

967
01:04:25,296 --> 01:04:29,296
Cmd ครับ

968
01:04:29,297 --> 01:04:33,297
CMD ครับ

969
01:04:33,299 --> 01:04:37,299
CMD CMD เจอไหม

970
01:04:37,299 --> 01:04:41,299
พิมพ์เสร็จแล้วนะ จริง ๆ แล้วมันจะขึ้น

971
01:04:41,300 --> 01:04:45,300
มันก็จะขึ้นตัวเลิือกเมนู

972
01:04:45,301 --> 01:04:49,301
ที่ชื่อว่า

973
01:04:49,301 --> 01:04:53,301
Command

974
01:04:53,302 --> 01:04:57,302
ชื่อว่า Command Promp

975
01:04:57,302 --> 01:05:01,302
หรือพิมพ์ Cmd แล้วนักศึกษา

976
01:05:01,303 --> 01:05:05,303
กด Enter

977
01:05:05,305 --> 01:05:09,305
ครับ กด Enter ปุ๊บ

978
01:05:09,306 --> 01:05:13,306
จะปรากฏ ๆ

979
01:05:13,307 --> 01:05:17,307
หน้าจอสีดำ ๆ นี้ ถูกต้องไหม

980
01:05:17,309 --> 01:05:21,309

981
01:05:21,311 --> 01:05:25,311
ทุกคนปรากฎหน้าจอสีดำ

982
01:05:25,312 --> 01:05:29,312
นะครับ แล้วก็จะมีข้อความ ตัวหนังสือสีขาว

983
01:05:29,312 --> 01:05:33,312
บอกว่า Microsoft Windows

984
01:05:33,313 --> 01:05:37,313
เวอร์ชันนู่นนี่นั่นอย่างนี้ครับ

985
01:05:37,315 --> 01:05:41,315
แล้วก็จะมี Promp

986
01:05:41,315 --> 01:05:45,315
เป็นสัญลักษณ์กระพริบอยู่ ถูกต้องไหม

987
01:05:45,316 --> 01:05:49,316
ทุกคนเห็นตรงกันนะ จากนั้นครับ ให้ทุกคน

988
01:05:49,317 --> 01:05:53,317
พิมพ์คำสั่ง คำสั่งนี้ครับ

989
01:05:53,319 --> 01:05:57,319
IP confix

990
01:05:57,321 --> 01:06:01,321
พิมพ์ ipconfig

991
01:06:01,321 --> 01:06:05,321
พิมพ์เลย ipconfig

992
01:06:05,323 --> 01:06:09,323
ipconfig

993
01:06:09,323 --> 01:06:13,323
นะครับ

994
01:06:13,324 --> 01:06:17,324
ipconfig

995
01:06:17,326 --> 01:06:21,326
โอเค

996
01:06:21,327 --> 01:06:25,327
โอเคนะครับ

997
01:06:25,328 --> 01:06:29,328
ทีนี่กด Enter

998
01:06:29,328 --> 01:06:33,328
อะไรครับ เกิดอะไรขึ้น

999
01:06:33,329 --> 01:06:37,329

1000
01:06:37,330 --> 01:06:41,330
เกิดอะไรขึ้นเยอะแยะเลย

1001
01:06:41,332 --> 01:06:45,332
ทีนี่ให้นักศึกษาไปดู ๆ

1002
01:06:45,333 --> 01:06:49,333
ไปดูตรงนี้ครับ

1003
01:06:49,334 --> 01:06:53,334
เนื้อหาของ Text

1004
01:06:53,335 --> 01:06:57,335
ที่ให้เราช่วยวิเคราะห์หน่อยว่า

1005
01:06:57,337 --> 01:07:01,337
ช่วยให้คำสสั่ง ipconfig

1006
01:07:01,338 --> 01:07:05,338
แล้วมันปรากฏข้อความบรรทัดอยู่ 1, 2 , 3

1007
01:07:05,339 --> 01:07:09,339
เหมือนที่อยู่ในหน้าจอของผมครับ มัน

1008
01:07:09,339 --> 01:07:13,339
บอกว่า มันบอกว่า

1009
01:07:13,340 --> 01:07:17,340
อเดปเตอร์

1010
01:07:17,342 --> 01:07:21,342
เจอไหม แล้วก็มี Connection Config

1011
01:07:21,344 --> 01:07:25,344
Dns softfig

1012
01:07:25,344 --> 01:07:29,344

1013
01:07:29,345 --> 01:07:33,345
แล้วก็บอกว่า Link

1014
01:07:33,348 --> 01:07:37,348
IPV 4 เ

1015
01:07:37,349 --> 01:07:41,349
อะไรอย่างนี้นะ เห็นไหม ๆ

1016
01:07:41,350 --> 01:07:45,350

1017
01:07:45,352 --> 01:07:49,352
การบ้านคือ

1018
01:07:49,353 --> 01:07:53,353
ให้พวกเราไปศึกษาว่า

1019
01:07:53,354 --> 01:07:57,354
5 บรรทัดนี้มันคืออะไร สังเกตนะ คำตอบ

1020
01:07:57,356 --> 01:08:01,356
ของแต่ละคนนี่ จะมีคำตอบที่

1021
01:08:01,356 --> 01:08:05,356
ต่างกันบ้างอยู่

1022
01:08:05,358 --> 01:08:09,358
ยกตัวอย่างเช่น IPV 4 Address ของเครื่องท

1023
01:08:09,358 --> 01:08:13,358
บอกว่า 10.13.201

1024
01:08:13,359 --> 01:08:17,359
.237 ของเครื่องที่ 1 เท่าไรครับ

1025
01:08:17,362 --> 01:08:21,362
10.12.13

1026
01:08:21,363 --> 01:08:25,363
แล้วตัวเลขอะไรที่มันเหมือนกัน แลเว

1027
01:08:25,364 --> 01:08:29,364
ตัวเลขอะไรที่มันต่างกัน

1028
01:08:29,366 --> 01:08:33,366
แล้ว Ip

1029
01:08:33,368 --> 01:08:37,368
ก็จะต่างกัน IPV 6 ก็จะต่างกัน

1030
01:08:37,370 --> 01:08:41,370
IPV 4 ก็จะต่างกัน Subnet

1031
01:08:41,371 --> 01:08:45,371
อะไรอย่างนี้ครับ ผมอยากรู้ว่า

1032
01:08:45,371 --> 01:08:49,371
5 บรรทัดนี้คืออะไร รบกวนพวกเราแแล้วล่ะ

1033
01:08:49,372 --> 01:08:53,372
ต้องไปศึกษาว่ามันคืออะไร

1034
01:08:53,373 --> 01:08:57,373
แล้วคำสั่งที่ผมให้พิมพ์น่ะครับ มัน

1035
01:08:57,374 --> 01:09:01,374
คือคำสั่งอะไร ใช้ดูอะไร แล้วก็

1036
01:09:01,375 --> 01:09:05,375
5 บรรทัดนี้คืออะไร

1037
01:09:05,376 --> 01:09:09,376
รบกวนเขียนส่ง ไอ้

1038
01:09:09,378 --> 01:09:13,378
จุด 4 จุด 5 จุด หมายถึงอะไร

1039
01:09:13,379 --> 01:09:17,379
เครื่องหมาย

1040
01:09:17,380 --> 01:09:21,380
แบ่งอะไรอย่างนี้ครับ

1041
01:09:21,381 --> 01:09:25,381
อย่างพูดง่าย ๆ ให้พวกเรารู้จักคำสั่งนี้

1042
01:09:25,381 --> 01:09:29,381
แล้วจะทำอะไร แล้วจะเอาไว้ดูอะไร

1043
01:09:29,384 --> 01:09:33,384
อาจจะเขียนไม่เกิน 2 แผ่นหน้ากระดาษ

1044
01:09:33,385 --> 01:09:37,385
อันนี้เป็นการบ้านวันนี้ทำส่ง เป็น

1045
01:09:37,385 --> 01:09:41,385
แบบเขียนนะครับ

1046
01:09:41,387 --> 01:09:45,387
รวบรวมส่งเหมือนเดิมเลย กับพี่ปอย พี่อุ๋ย

1047
01:09:45,387 --> 01:09:49,387
ส่วน

1048
01:09:49,388 --> 01:09:53,388
ส่วนงาน ทีนี้งานที่เป็น

1049
01:09:53,389 --> 01:09:57,389
โปรเจ็ค Mini

1050
01:09:57,391 --> 01:10:01,391
ผมจะขอให้พวกเราได้ทำงานเป็นทีม ไ

1051
01:10:01,392 --> 01:10:05,392
ไม่เอางานเดี่ยว เอาเป็นทีม

1052
01:10:05,393 --> 01:10:09,393
ทีมนี้ จะเป็นทีมไม่เกิน 3 คน

1053
01:10:09,394 --> 01:10:13,394
ทีมนี้ก็จะเป็นคู่

1054
01:10:13,395 --> 01:10:17,395
ทีมก่อนนะ ว่าทีมที่ผมจัดให้เหมาะสมไหม

1055
01:10:17,396 --> 01:10:21,396
รบกวนพี่ปอยกับพี่อุ่ยช่วยดูให้ด้วย

1056
01:10:21,396 --> 01:10:25,396
งานทีมที่ว่าคือ

1057
01:10:25,398 --> 01:10:29,398
งานทีมนี้ครับ

1058
01:10:29,399 --> 01:10:33,399
ให้นักศึกษาจับกลุ่ม กลุ่มนะไม่เกิน

1059
01:10:33,400 --> 01:10:37,400
กลุ่มละไม่เกิน 3 คน ทำรายงาน

1060
01:10:37,401 --> 01:10:41,401
1. ทำรายงาน 2.

1061
01:10:41,401 --> 01:10:45,401
เตรียมนำเสนอ

1062
01:10:45,403 --> 01:10:49,403
มันต้องมันส์แน่ ๆ เลยน่ะ การนำเสนอ

1063
01:10:49,403 --> 01:10:53,403
เนื่องจากว่าเรามี

1064
01:10:53,403 --> 01:10:57,403
เพื่อนของเราที่เป็น Buddy คนหนึ่ง

1065
01:10:57,404 --> 01:11:01,404
ด้วยวาจา

1066
01:11:01,404 --> 01:11:05,404
อีกคนหนึ่งในทีมนะ ต้อง

1067
01:11:05,406 --> 01:11:09,406
ทำหน้าที่ในการแปล นำเสนอ

1068
01:11:09,406 --> 01:11:13,406
ด้วยภาษามือให้เพื่อนได้เข้าใจ

1069
01:11:13,408 --> 01:11:17,408
แล้วก็พี่ล่ามคนสวยที่จะนำเสนอ

1070
01:11:17,408 --> 01:11:21,408
ก็อาจจะไม่ได้

1071
01:11:21,410 --> 01:11:25,410
อาจจะช่วยแปลอีกทีหนึ่งก็ได้

1072
01:11:25,412 --> 01:11:29,412
อาจจะช่วยแปลอีกทีหนึ่งก็ได้

1073
01:11:29,414 --> 01:11:33,414
ทีนี่กลุ่มที่ว่าเอาไปทำอะไรบ้าง

1074
01:11:33,414 --> 01:11:37,414
จะให้นักศึกษาไปทำรายงานเรื่อง

1075
01:11:37,414 --> 01:11:41,414
เครือข่ายคอมพิวเตอร์

1076
01:11:41,415 --> 01:11:45,415
นะครับ ซ฿ึ่งเกิดจากพวกเราไปค้นคว้า

1077
01:11:45,416 --> 01:11:49,416
แล้วเอามานำเสนอกัน เอามาแลกเปลี่ยนกัน

1078
01:11:49,417 --> 01:11:53,417
นะ ซึ่งอุปกรณ์จริง ๆ ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์เต็มไปหมดเลย

1079
01:11:53,418 --> 01:11:57,418
เยอะมาก ที่อยู่ในห้องนี้ก็เยอะนะ สาย LAN

1080
01:11:57,419 --> 01:12:01,419
ก็ใช่นะ ไอ้ที่อยู่ในกล่องก็ใช่นะ

1081
01:12:01,420 --> 01:12:05,420
แต่ผมก็ได้เลือกเอา

1082
01:12:05,421 --> 01:12:09,421
เฉพาะอุปกรณ์ที่ควรจะรู้จักเข้า

1083
01:12:09,423 --> 01:12:13,423
8 ตัวนะครับ ซึ่งกลุ่ม

1084
01:12:13,423 --> 01:12:17,423
ที่ว่านั้น มีอยู่ทั้งหมด 8 กลุ่มแบบนี้

1085
01:12:17,424 --> 01:12:21,424
พี่อุย กับ พี่ปอย ช่วยดูรหัสให้หน่อย

1086
01:12:21,425 --> 01:12:25,425
นะครับ กลุ่มที่ 1 ให้นำเสนอเรื่องของ การ์ดเครือข

1087
01:12:25,426 --> 01:12:29,426
เรื่องของการ์ดเครือข่ายภาษาอังกฤษ ค

1088
01:12:29,426 --> 01:12:33,426

1089
01:12:33,427 --> 01:12:37,427
พูดภาษาบ้านเราคือการ์ด LAN

1090
01:12:37,428 --> 01:12:41,428
แต่ ณ วันนี้ไม่รู้ว่า เรารู้จัก

1091
01:12:41,428 --> 01:12:45,428
การ์ด LAN นะครับ ซึ่งกลุ่มที่จะมาทำ

1092
01:12:45,428 --> 01:12:49,428
เรื่องการ์ด L

1093
01:12:49,430 --> 01:12:53,430
รหัส 01 10 และ 18

1094
01:12:53,430 --> 01:12:57,430
01 10 และ 18 01 ยกมือ

1095
01:12:57,432 --> 01:13:01,432
ใคร เราใช่ไหม

1096
01:13:01,432 --> 01:13:05,432
คนนี้หรือเปล่า 01

1097
01:13:05,432 --> 01:13:09,432
01 ยกมือ 10 ยกมือ

1098
01:13:09,433 --> 01:13:13,433
10 10 ไปไหน

1099
01:13:13,434 --> 01:13:17,434

1100
01:13:17,436 --> 01:13:21,436
ใช่ไหม เต้

1101
01:13:21,437 --> 01:13:25,437
เต้ คนไหน

1102
01:13:25,440 --> 01:13:29,440
เต้ คนไหน คนนี้ 18 อยู่ไหน

1103
01:13:29,441 --> 01:13:33,441
18

1104
01:13:33,442 --> 01:13:37,442
อ๋อไม่มา

1105
01:13:37,444 --> 01:13:41,444
ไหวไหมแบบนี้พี่

1106
01:13:41,444 --> 01:13:45,444

1107
01:13:45,444 --> 01:13:49,444
วรรณณิศา ที่ไม่มาใช่ไหมครับ

1108
01:13:49,447 --> 01:13:53,447
จะไม่ได้คู่ Bu

1109
01:13:53,449 --> 01:13:57,449
อยากจะให้แบบว่า เปลี่ยนบรรยากาศ

1110
01:13:57,451 --> 01:14:01,451
เปลี่ยนบรรยากาศนะครับ

1111
01:14:01,453 --> 01:14:05,453
ทำงานคู่กันมาโดยตลอด ทีนี้

1112
01:14:05,453 --> 01:14:09,453
เราลองเปลี่ยนคู่ดูนะครับ ถ้าอย่างนั้น

1113
01:14:09,454 --> 01:14:13,454
01 10 18 ก็ทำเรื่อง

1114
01:14:13,455 --> 01:14:17,455
การด์เครือข่ายไป นะครับ

1115
01:14:17,456 --> 01:14:21,456
Hub ก็คืือรหัส

1116
01:14:21,456 --> 01:14:25,456
02 11 19 02 11

1117
01:14:25,456 --> 01:14:29,456
19 19

1118
01:14:29,456 --> 01:14:33,456
19 ใครครับ

1119
01:14:33,457 --> 01:14:37,457

1120
01:14:37,457 --> 01:14:41,457
หนูค่ะ 02 ใครครับ

1121
01:14:41,458 --> 01:14:45,458
นะ โอเคนะ

1122
01:14:45,459 --> 01:14:49,459
ไหวนะ Switch

1123
01:14:49,460 --> 01:14:53,460
รหัส 04 02 10

1124
01:14:53,460 --> 01:14:57,460
ยกมือ โอเค

1125
01:14:57,461 --> 01:15:01,461
ดูจากข้างหน้าแล้วก็ไหวนะ

1126
01:15:01,462 --> 01:15:05,462
โฮเค กลุ่มเดียวกันนะ Modem

1127
01:15:05,463 --> 01:15:09,463
05 13 และ 21

1128
01:15:09,464 --> 01:15:13,464
โอเคนะครับ Happy นะ มี

1129
01:15:13,464 --> 01:15:17,464

1130
01:15:17,465 --> 01:15:21,465
ต่อมา Router คำศุพท

1131
01:15:21,467 --> 01:15:25,467
นะครับ 06 14 22

1132
01:15:25,467 --> 01:15:29,467
โอเคนะ โอเคนะครับ ไหวนะครับ

1133
01:15:29,469 --> 01:15:33,469
คือสบายแท้อยู่กลุ่ม 1

1134
01:15:33,470 --> 01:15:37,470
มีเสียง... สบายจังเลย

1135
01:15:37,471 --> 01:15:41,471
Gateway 07 กับ 15 ครับ

1136
01:15:41,473 --> 01:15:45,473
เป็น Buddy กันพอดีเลย โอเีค

1137
01:15:45,474 --> 01:15:49,474
นะ โอเคไม่มีปัญหา

1138
01:15:49,475 --> 01:15:53,475
บริดจ์ 08 กับ 16 ครับ

1139
01:15:53,476 --> 01:15:57,476
โอเคนะ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

1140
01:15:57,478 --> 01:16:01,478
นะครับ 09 กับ 17

1141
01:16:01,479 --> 01:16:05,479
ยกมือ โอเคไหมครับ

1142
01:16:05,480 --> 01:16:09,480
พี่อุ๋ย 05 กับ 17 โอเคไหม

1143
01:16:09,481 --> 01:16:13,481
โอเคนะ

1144
01:16:13,483 --> 01:16:17,483
09 หีรือ 17 ตอบ โอเคเมื่อกี้

1145
01:16:17,484 --> 01:16:21,484
โอเคนะ โอเคนะ

1146
01:16:21,485 --> 01:16:25,485
โฮเคก็ได้ โอเคนะครับ

1147
01:16:25,485 --> 01:16:29,485
ทั้ง 8 กลุ่มนี้ครับ จะต้องทำอะไรบ้างค

1148
01:16:29,486 --> 01:16:33,486
คือไปศึกษา

1149
01:16:33,486 --> 01:16:37,486
อุปกรณ์ที่ว่า ที่ได้รับมอบหมาย

1150
01:16:37,488 --> 01:16:41,488
แล้ว ทำเป็นรายางนนะ

1151
01:16:41,489 --> 01:16:45,489
ทำเป็นรายงาน ต้องปริ้นส่งไหมครับ

1152
01:16:45,490 --> 01:16:49,490
ไม่ครับ

1153
01:16:49,491 --> 01:16:53,491
ไม่ต้องปริ้นท์เลย

1154
01:16:53,494 --> 01:16:57,494
สิ่งที่ต้องส่งครับ 1. ทำเป็นรายงาน

1155
01:16:57,495 --> 01:17:01,495
หรือ Google Doc ก็ได้นะ ได้หมดเลย

1156
01:17:01,497 --> 01:17:05,497
1 ไฟล์

1157
01:17:05,498 --> 01:17:09,498
แล้วก็แปลงจาก word เป็น PDF อีก 1 ไฟล์

1158
01:17:09,500 --> 01:17:13,500
เป็น 2 แล้วนะ นะครับ เตรียมนำเสนอ

1159
01:17:13,501 --> 01:17:17,501
โดยใช้โปรแกรมนำเสนอ Power Point ก็ได้

1160
01:17:17,504 --> 01:17:21,504
หรือสไลด์ใน Google ก็ได้

1161
01:17:21,504 --> 01:17:25,504
ถ้าพวกเราถนัด แล้วก็ Flash แล้วแต่เราถนัดเลย

1162
01:17:25,506 --> 01:17:29,506
โปรแกรมนำเสนอนะครับ 1 ไฟล์ แสดงว่าเราต้องส่งกี่ไฟล์

1163
01:17:29,507 --> 01:17:33,507
3 ไฟล์ เข้าใจตรงกันนะ

1164
01:17:33,507 --> 01:17:37,507
3 ไฟล์ 3 ไฟล์

1165
01:17:37,508 --> 01:17:41,508
บีับ อัด ส่งให้เร็วใน Google Classroom

1166
01:17:41,508 --> 01:17:45,508
สร้างงานไว้ใน Classroom ให้

1167
01:17:45,508 --> 01:17:49,508
ให้ตัวแทนกลุ่มส่งครับ ไม่ต้องส่งทุกคน

1168
01:17:49,509 --> 01:17:53,509

1169
01:17:53,510 --> 01:17:57,510
นะครับ รอชมผลงานเลย

1170
01:17:57,511 --> 01:18:01,511
รอชมผลงานเลย เราพร้อมที่จะนำเสนอ

1171
01:18:01,513 --> 01:18:05,513
วันอังคารหน้าไหมครับ

1172
01:18:05,513 --> 01:18:09,513
ไม่แน่ใจ

1173
01:18:09,514 --> 01:18:13,514
การนำเสนอ นำเสนออย่างไร

1174
01:18:13,515 --> 01:18:17,515
ก็ ให้พวกเรา สมมุติ

1175
01:18:17,516 --> 01:18:21,516
กลุ่ม Hub มาก็มี

1176
01:18:21,516 --> 01:18:25,516
เพื่อนที่ปกติจ

1177
01:18:25,517 --> 01:18:29,517
จับไมค์นำเสนอ เพื่อน

1178
01:18:29,518 --> 01:18:33,518
ที่พิการ ทำหน้าที่ในการแปล นั่นแปลว่า

1179
01:18:33,519 --> 01:18:37,519
พวกเราจะต้องเตรียมความพร้อมมาก่อนหน้านี้พอสมควร

1180
01:18:37,521 --> 01:18:41,521
เล่าเรื่องอุปกรณ์ที่ตัวเอง

1181
01:18:41,523 --> 01:18:45,523
ไม่เกิน 5 นาที อุปกรณ์ชิ้นนี้

1182
01:18:45,524 --> 01:18:49,524
มันเป็นอย่างไร มันราคาเท่าไร มีกี่ย่อห้อ สมมุตตินะ

1183
01:18:49,524 --> 01:18:53,524
นะครับ มันทำหน้าที่อะไร

1184
01:18:53,525 --> 01:18:57,525
ยิ่งเอาอุปกรณ์ตัวจริง เสียงจริงมายิ่งดี

1185
01:18:57,525 --> 01:19:01,525
ไปเอามาจากไหน อย่าไปซื้อนะครับ

1186
01:19:01,527 --> 01:19:05,527
เอาตัวจริงมาให้เพื่่อนได้มาดู ยิ่งดีมาก

1187
01:19:05,527 --> 01:19:09,527
แต่ถ้าหาไม่ได้ ให้อยู่

1188
01:19:09,528 --> 01:19:13,528
ในไฟล์นำเสนอครับ เป็น-ภาพ

1189
01:19:13,530 --> 01:19:17,530
เป็นอะไรก็ได้ครับ

1190
01:19:17,532 --> 01:19:21,532
เอามาทำให้เพื่อเขาได้เข้าใจในการทำงาน

1191
01:19:21,534 --> 01:19:25,534
ประโยชน์ของอุปกรณ์ชิ้นนั้น

1192
01:19:25,534 --> 01:19:29,534
ความสำคัญของอุปกรณ์ชืิ้นนั้นครับ

1193
01:19:29,534 --> 01:19:33,534
สังเกตว่าผมจะไม่มีรายละเอียดให้ว่า

1194
01:19:33,534 --> 01:19:37,534
อุปกรณ์ชิ้นนั้นจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ให้

1195
01:19:37,535 --> 01:19:41,535
พวกเราคิด Create ที่จะนำเสนอ

1196
01:19:41,536 --> 01:19:45,536
ได้เลยนะครับ โอเคไหม

1197
01:19:45,536 --> 01:19:49,536
โอเคไหม มีใครจะถามอะไรไหมครับ

1198
01:19:49,537 --> 01:19:53,537
เราจะเรียนครั้งหน้าเลยไหม

1199
01:19:53,537 --> 01:19:57,537
พร้อมนำเสนอครั้งหน้าไหม

1200
01:19:57,538 --> 01:20:01,538
ไม่พร้อม

1201
01:20:01,540 --> 01:20:05,540
คงไม่พร้อม ผมให้เวลา

1202
01:20:05,542 --> 01:20:09,542
2 อาทิตย์ อาทิตย์หน้าก็มาเรียนในลักษณะแบบนี้ก่อน

1203
01:20:09,543 --> 01:20:13,543
มาเรียนในลักษณะแบบนี้ ผมก็จะพูดเนื้อหาในบทที่ 3

1204
01:20:13,544 --> 01:20:17,544
ไปก่อน แล้วอาทิตย์ถัดไป

1205
01:20:17,545 --> 01:20:21,545
เราก็มานำเสนอกันดีไหม ดีนะ

1206
01:20:21,546 --> 01:20:25,546
ดีนะ นะครับ Happy นะครับ Happy นะ

1207
01:20:25,548 --> 01:20:29,548
เพราะเห็นหลายคนทำหน้า

1208
01:20:29,550 --> 01:20:33,550

1209
01:20:33,550 --> 01:20:37,550
พี่ล่ามหายไปไหนแล้ว

1210
01:20:37,552 --> 01:20:41,552
เสร็จแล้ว

1211
01:20:41,554 --> 01:20:45,554
พี่ล่ามแฮปปี้นะครับ ก็

1212
01:20:45,555 --> 01:20:49,555
โอเคนะครับ ก็ทวนอีกครั้ง

1213
01:20:49,555 --> 01:20:53,555
ก็ทวนอีกครั้ง

1214
01:20:53,556 --> 01:20:57,556
ส่งอะไรบ้างครับ ส่งไฟล์ Microsoft Wor

1215
01:20:57,556 --> 01:21:01,556
ส่งไฟล์ Microsoft Word

1216
01:21:01,558 --> 01:21:05,558
แล้วก็ส่งไฟล์นำเสนอ

1217
01:21:05,558 --> 01:21:09,558
เข้า Google Classroom เลย

1218
01:21:09,560 --> 01:21:13,560
มันเปลืองกระดาษ มันเปลืองต้นไหม

1219
01:21:13,562 --> 01:21:17,562
คุณก็ส่งทั้ง 3 ไฟล์ปกติก็ได้นะที่ Class Room

1220
01:21:17,563 --> 01:21:21,563
มันสามารถส่งได้หลายไฟล์

1221
01:21:21,565 --> 01:21:25,565
นะครับ แล้วก็มานำเสนอ

1222
01:21:25,566 --> 01:21:29,566
ในสัปดาห์ นัดวันเลย วันที่เท่าไรครับ

1223
01:21:29,568 --> 01:21:33,568
เอาวันอังคารโน้น ไกลมาเลย

1224
01:21:33,568 --> 01:21:37,568
วันอังคารที่ 20 นี่ เราก็ยังเรียนอยู่นะครั

1225
01:21:37,570 --> 01:21:41,570
แล้วมานำเสนอในวันอังคารที่ 27

1226
01:21:41,572 --> 01:21:45,572
แล้วเรามานำเสนอในวันอังคารที่ 27

1227
01:21:45,574 --> 01:21:49,574
วันอังคารที่ 27 นะครับ

1228
01:21:49,574 --> 01:21:53,574
วันอังคารที่ 27 นี้

1229
01:21:53,575 --> 01:21:57,575
ผมขอเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าได้ไหม

1230
01:21:57,577 --> 01:22:01,577
8 กลุ่ม จะเอาให้เสร็จเลยนะ

1231
01:22:01,577 --> 01:22:05,577
เช้า 4 กลุ่ม บ่าย 4 กลุ่มอย่างนี้ครับ จะได้

1232
01:22:05,578 --> 01:22:09,578
ไม่หนักมากนะครับ

1233
01:22:09,579 --> 01:22:13,579
ขออังคารที่ 27 ทั้งวัน

1234
01:22:13,580 --> 01:22:17,580
ห้งอนี้จะไม่ว่างตอนเช้าใช่ไหม

1235
01:22:17,581 --> 01:22:21,581
แล้วข้างบนล่ะ

1236
01:22:21,581 --> 01:22:25,581
สลับไปข้างบน แค่นำเสนอเฉย ๆ ครับ

1237
01:22:25,583 --> 01:22:29,583
เราใช้เฉพาะเครื่องข้างหน้า

1238
01:22:29,583 --> 01:22:33,583
นะ อะไรนะครับ

1239
01:22:33,585 --> 01:22:37,585
อ๋อ ล่ามออนไลน์

1240
01:22:37,585 --> 01:22:41,585
ในวันอังคาร ที่ 27 ขอไม่ได้ใช้

1241
01:22:41,586 --> 01:22:45,586
นะครับ เพราะพวกเราจะเป็นการ

1242
01:22:45,587 --> 01:22:49,587
แลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มกันนะ ขอใช่พี่อุ๋ยแทนก็ได้

1243
01:22:49,589 --> 01:22:53,589
พี่อุ๋ยช่วย

1244
01:22:53,589 --> 01:22:57,589
นะครับ ในวันที่ 27 นะ

1245
01:22:57,590 --> 01:23:01,590
มีใครจะถามอะไรไหมครับ

1246
01:23:01,591 --> 01:23:05,591
ถ้าไม่ถาม ผมกลับมาที่

1247
01:23:05,592 --> 01:23:09,592
งานที่จะส่งวันนี้ ก็คือ

1248
01:23:09,593 --> 01:23:13,593
งานชิ้นนี้นะครับ นะครับ งานชิ้นนี้

1249
01:23:13,594 --> 01:23:17,594
ก็คัดลอกลงในกระดาษ

1250
01:23:17,594 --> 01:23:21,594
คัดลอกลงในกระดาษเขียนเลย

1251
01:23:21,595 --> 01:23:25,595
คุณจะใช้ลูกศรชี้มาที่ตัวเลขนี้ ๆ ๆ

1252
01:23:25,597 --> 01:23:29,597
อธิืบายได้เลยนะครับ

1253
01:23:29,597 --> 01:23:33,597
โอเค งานวันนี้เบา ๆ แล้วก็

1254
01:23:33,598 --> 01:23:37,598
ทำส่งผม เพียงแค่ส่งภายใน 4 โมงครึ่งเท่านั้นเอง

1255
01:23:37,598 --> 01:23:41,598
โอเคนะ

1256
01:23:41,599 --> 01:23:45,599
ถ้าอย่างนัเ้นก็

1257
01:23:45,599 --> 01:23:49,599
ทำงานส่งในช่วงนี้ครับ พี่ล่าม

1258
01:23:49,600 --> 01:23:53,600
พี่ล่าม ก็คง จะได้ได้รบกวนแล้วนะครับ

1259
01:23:53,602 --> 01:23:57,602
ขอบคุณครับ เจอกันวันอังคารหน้าช่วงบ่าย

1260
01:23:57,602 --> 01:24:01,602
ครับ สวัสดีครับ

1261
01:24:01,604 --> 01:24:05,604
[สิ้นสุดการถอดความ]

