เข้าใจว่าอย่ที่ไม่เหืก็เหมือนกับคนต่างชาติ ต่างภาผมกับคุณตอนนี้น่ะครับ เราอาจจะสื่อสาร อยากให้เข้าใจกัน แต่เราก็ต้องอาศัยพี่ล่าม พี่ล่าม นะครับพี่ล่ามนะครับ พี่ล่ามนี่ ทำหน้าที่ในการแปล ให้เราเข้าใตซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกัน นะครับ ถ้าผู้สส่งและผู้รับไม่เหมืือนกัน ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ต้องมีล่ามแปลนะครับ ซึ่งกำหนดให้เป็น บางทีอาจะกำหนดให้เป้ฯเป็นสัญญาณติดต่อสื่อสารกัน เราต้องทำความเข้าใจแบบนี้ว่า ต่างภาษา ข่าวสารจะถูกนำมาแสดงผลในรูปรหัส 2 แบบคือ อันนี้เราเรียนมาครั้งที่แล้วใช่ไหมคะ Asgy กับ Assidic ฝ่ายส่ง และรับต้องรับทราบรูปแบบของข่าวสาร ต้องทราบรูปแบบคราวนั้น เพื่อทราบว่าข่าวสารที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ต้องมีการทำความเข้าใจรูปแบบทั้งผู้ส่ง โดยเฉพาะผู้รับ เปนรูปแบบไหน เราจะต้องทำความเข้าใจข่าวสารแบบนี้นะครับ ไม่อย่างนั้นการรับส่งข้อมูลก็อาจไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ก็ได้ ต่างภาษากัน ส่งไปก็ไม่เข้าใจกันอยู่ดี อย่างนี้เป็นต้นใช่ไหมครับ หรือไม่มีล่ามคอยแปลในความเป็นจริงใช่ไหม เช่นเดียวกันการสื่อสารทางเทคโนโลยี ก็จะเป็นต้องมีล่าม ล่ามที่ว่าคืออะไรหนอ เราก็มาดูอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการแปลงข่าวสาร เราค่อย ๆ เรียนรู้กันไปนะครับ ซึ่งภาษาที่ว่านะครับ ข่าวสารที่ว่าจะต้องนำมาให้อยู่ในรูปของ Asgy กับ ASSidเป็นมาตรฐาน เป็นรหัสมาตรฐานที่มนุษย์ใช้กันมานะครับ ที่นี้ เครือข่ายนี่ มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ2 แบบ นะครับ แบบที่ 1 นะครับ ก็คือแบบ Terminal Network ก็ประกอบด้วยคอม 1 ตัว แล้วก็มีจุด เขาเรียกว่า เทอมีโนนี่ หลายตัวเชื่อมอยู่กับโฮสต์ การทำงานทั้งหมด เกิดที่ Host เป็น IO เท่านั้น เครือข่ายในลักษณะแบบนี้ ก็จะมีคอมฯ อยู่ตรงกลางนะครับ มีคอมเครื่องหนึ่งอยู่ตรงกลางแล้วก็มีแุปกรอุปกรณ์ปลายทางนะครับ เหมืิอนอะไรดี ถ้าอยู่ในห้องนี้เปรียบนะครับ เปรียบเครื่องที่อยูก็เปรียบเป็นเพียงหน้าจอ หน้าจอหนึ่ง ซึ่งไม่มีการประมวลผล ไม่มีการคิดคำนวณในจอนี้ การคิดคำนวณการประมวลผลนี่จะอยู่กับเครื่องอีกเครื่องต่างหาก ก็จะเป็นในลักษณะแบบนี้ เครื่องที่อยู่ข้างหน้าเรา ก็จะทำหน้าที่เป็นเพียงอุปอุปกรณ์ทำให้เราคีย์เข้าไปเป็นคีย์บอร์ด ผ่านเมาท์ นะครับ แบบนี้เขาเรียกว่า Terminal นะครับ ส่วนการประมวลผล การคิดคำนวณ ก็จะไปอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง เครื่องเดียว แต่สามาถรที่จะให้พวกเราได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นหลายจอ ผ่านหน้าจอหลายหน้าจอ ตัวนี้เรียกว่า เทอร์มิเนอร์เน็ตเวิร์คนะครับ ต่อมาอีกประเภทหนึ่งก็คือ เน็ตเวริก์network withืประกอบไปด้วยคอมะพิวเตอร์ ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป เชื่อมนะครับ ด้วยสื่อคอมพิวเตอร์แต่ละตัว ก็อาจจะมีหน้าจอต่ออยู่อีกที การทำงาน การคิดคำนวณ การประมวลผล ก็อาจเกิดแบบกระจายเท่าเทียมกัน หรือเน้นไปที่เครื่องใดเคริื่องหนึ่ง เราเรีกยว่าเครื่องแม่ข่าย เราก็จะมีคำศัพท์อีกคำ คือ เครื่องแม่ข่าย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Server นะครับ เครื่องแม่ข่ายนั่นเอง ซึ่งในครั้งต่อไป ผมจะพาพวกเรานะ ไปดูห้องที่เขาเก็บเครื่องแม่ข่ายนี่ เก็บเอาไว้ ว่ามันมีลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไรแล้วก็ที่เขาดูแลเครื่องแม่ข่ายนี่ครับ เขาก็จะให้ความรู้พวกเราด้วย เครื่องแม่ข่ายเขาทำหน้าที่อะำไรบ้าง แล้วมันถูกจะดเก็บไว้อย่างไร แล้วมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร มีการทำงานอย่างไร นะครับ ราคาเท่าไร อะไรอย่างนี้ครับ ซึ่งน่าจะแพงมากด้วยครับ เบื้องต้นเราำไม่ต้องไปดูไกลนะครับ แม่ข่ายของมหาวิทยาลัยของเรา ซึ่งอยู่ที่อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์นะครับ เคยไปครั้งที่แล้วไงใช่ไหม นะครับ ที่เราไปอบรมอยู่ชั้น 1 เก็บเครื่องแม่ข่ายนี่จะอยู่ที่ชั้น 4 เดี๋ยวเราค่อยไปดูกัน ตัวนั้นเขาเรียกว่าเครื่องแม่ข่าย ซึ่งมีความแตกต่างกันไตามระยะการเชื่อมต่อ เราจะต้องทำความรู้จักขนาดของเครือข่าย ซึ่งมีคำศัพท์อยู่ 3 แบบ ก็คือ LAN MAN WANLAN ก็คือระยะใกล้ MAN คือระยะแล้วก็ VAN ระยะไกล นะครับ มีอยู่ 3 รูปแบบนี้ ทีนี้มาดูมาดู 3 รูปแบบนี้เป็นอย่างไรบ้าง ตัวนี้ครับ ในสไลด์นี้ก็จะเป็นตารางการเปรียบเทียบประเภทของเครือข่าย ที่เขาจัดเป็นระยะนะครับ ก็เกิดจากแถวแรกก็จะเป็น LAN ข้างบน ตรงกลางก็จะเป็น MAN ฃอันนี้ข้อมูลนะครับ 3 ข้อมูลอยู่ 3 ชุด เทียบกันให้ดู มาดูระยะทางก่อน ระยะทางของเครือข่ายชนิดที่เรียกว่า MAN นี่ โดยทั่วไปก็จะไม่เกิด 100 เมตร สามารถขยายได้ถึง การติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระยะใกล้กัน ไม่เกิน 100 เมตรน่ะ ไม่เกิน 100 เมตรนี่ครับ เหมือนกับเราให้เครื่องทั้งหมด 30 เครื่อง 30 เครื่องใช่ไหมครับ ให้มันคุยกันได้ ให้มันติดต่อสื่อสารกันได้ วงเครือข่ายที่ให้สื่อสารในห้องนี้เขาเรียกว่า LAN นะครับ แต่ถ้าเป็น MAN อันนี้น่ะ ไม่เกินร้อยใช่ไหมครับ แต่ถ้าเป็น MANจาก 100 เป็น 200 200 เมตร นะครับ นั่นก็แปลว่า อาจจะอยู่ในอาคารเดียวกัน แต่อยู่คนละห้องนะครับ คอมเครื่องที่ 1 เครื่องนี้ ก็อาจจะไปติดต่อสื่อสารกับคอมอีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ชั้น 5 อย่างนี้ครับ ซึ่งระยะทางไม่เกิน 200 เมตร เช่นเดียวกันครับ ถ้าเป็น WAN จะไม่จำกัดระยะทางเลย นั่นแปลว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้อสามารถไปคุยกับเรื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งได้เลยนะครับ ระยะทางไม่จำกัดนะครับ เหมือนกับเราใช้อิรเทอร์เน็ต เใช้อินเทอร์เน็ต เช่น เราจะเข้าใช้เฟซบุ๊ก เรFacebook เราใช้ Facebook ไปนี่ รู้เปล่า เครื่องที่เขาประมวลผล Facebook อยู่ในจังหวัดสกลนครใช่ไหม ไม่ใช่ อยู่ในประเทศไทยไหม ก็ไม่น่าจะใช่อีก เครื่อง Server ของเขา เจ้าของเฟสบุ๊กใช่ไหม แต่เราก็ติดต่อสื่อสารกัน พวกนี้ครับ พวกอินเก็จะอยู่ใน สโคป ในเครือข่ายระดับ WAN อันนี้... นะทีนี้ความเร็ว ความเร็ว เรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลนะครับ ก็จะมีความต่างกัน ถ้าระคับ LAN นี่ 10 100 1,000 ก็คือ เมกต่อวินาที ถ้าเป็น MAN ก็ประมาณร้อย ถ้าเป็น WAN ก็จะมีหลายความเร็วมาก ส่วนใหญ่ก็จะต่ำ ถ้าสูงก็แทงหน่อย อะไรอย่างนี้ครับ ก็จะเป็นในลักษณะแบบนั้น ทีนี้เรื่องของ 4 ตัวสัญญาณ ตัวนำสัญญาณ อุปกรณ์ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Media นะครับ จะเป็นสายทองแทง สายไฟเบอร์หรือเป็นแบบไร้สาย หน่วยงานก็เป็นเจ้าอขนะครับ พวกนี้ นะครับ เช่นเดียวกันกับ MAN ผผู้ใช้ส่วนใหญ่เขาจะเช่า เช่าสายบริการ เพราะว่ามันอยู่ไกลออกไป ก็จะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการสร้างสายสัญญาณนี้มาไว้ ให้เจ้าของเป็นคนเช่าครับ ที่อยากจะส่งสัญญาณให้ครับ ก็เป็นลักษณะนะ ทีนี่ถ้าเป็น LAN นี้ พวก Node หรือเครื่องที่อยู่ใกล้ชิดกับระบบ ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะจำนวนไม่มากนัก 30 20 เครื่องไม่ประมาณนี้ครับ เอาไว้สื่อสารกัน ส่วนถ้าเป็น MAN แล้วก็อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพสูงขึ้นนะครับ ที่เขาเรียกว่าเป็น นะครับ แบบนี้ ถ้าเป็น WAN หลากหลายชนิดนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อมูลเปรียบเทียบให้ดูว่าเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีชนิดนะ ของเครือข่ายมาก ถ้าเทียบ ตามระยะทางการติดต่อสื่อสารออกเป็น 3 ประเภท บางตำรา ทุกวันนี้นะ บางตำรา ก็อาจจะลงเหลือแค่ 2 ประเภนะครับ คือ LAN แล้วก WAN ก็ไม่เอ่ยถึงนะครับ เราบอกว่าอันไหนผิดอันไหนถูกนะครับ ไม่ต้องบอกว่าอย่างนั้น บางตำราบอกว่า คือ LAN กับ WAN เลย แต่ก็ให้เป็นความรู้ไว้นะครับ ต่อมา นะครับ สไลด์นี้ครับ เป็นสไลด์ที่เราจะต้องทำความรู้จักเบื้องต้นนะครับ ว่า OSI คืออะไร นะ OSI คือออะไร ย่อมาจาก Open System นะครับ OSI OSI นะครับ OSI ซึ่งกำหนดโดย ISO เรารู้จักแล้วนะ ISO คืออะไร เป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานองค์กรหนึ่งใน 4 องค์กร ที่เราได้ศึกษามาแล้วเมื่อครั้งที่แล้วนะครับ เขากำหนด OSI ำทำไมนะครับ กำหนดทำไมนะครับ ก็เนื่องจากว่าคอมพิวเตอร์นี่มันมีหลายชนิด นะครับ แล้วก็มี Application ต่างกัน ระบบปฎิบัติการต่างกัน โปรแกรมต่างกัน ต่างกันใช่ไหมครับ แล้วก็อะไรที่มันทำให้มันแตกต่างกัน ทำให้มันคุยกันรู้เรื่อง ยกตัวอย่างเช่น เบราว์เซอนรแค่เบราเซอร์อินเทอร์เน็ตมีตั้งเยอะแยะเลย มีอะไรบ้างครับนี่ ท่องอินเทอร์เน็ตเราเลย มีอะไรบ้าง มากับ Windows เลยคือ Internet Exploerใช้ไหม ไม่ใช้แล้วนะ บางคนก็ใช้อยู่นะ Internet พวกเราชอบใช้อะไรครับ อะไรนะ ใช้ Chome บางคนก็ใช้อะไรดี Firefox บางคนก็ใช้ Firefox ก็ยังใช้อยู่นะ ดีต่างกันอย่างไร อะไรดีกว่า ใช้ความรู้สึกตอบก็ได้ใช้ความรู้สึกตอบก็ได้ บางคนก็ชอบ Chrome โปแกรมแค่นี้ อันนี้เฉพาะที่อยู่เครื่อง PC นะ แต่ถ้าอยู่ในมือถือเราล่ะ เอาไว้ดูเน็ต เอาไว้ดูนี่ ถ้าอยู่ใน Andriond ใช้อะไร ก็มี Chrome อีกนะ อยู่ในแอปหน่อย ๆ ปกติเลยครับ ก็มี Safari มีอะไรอีกครับ โปรแกรมที่ชื่อ เบราเซอร์ เลยใช่ไหม อย่างนี้ครับ ก็มีหลากหลายนะครับ แล้วจะทำอย่างไรล่ะ ให้โปรแกรมหลากหลายโปรแกรม ไปไหนแล้ว ให้ระบบปฏิบัติการที่ต่างชนิดกันนี่ ทำอย่างไรให้มันคุยกันได้ ก็จะมีองค์กรที่ออกแบบบนะครับ ออกแบบ OSI ขึ้นมา ให้มันคุยกันได้ ให้มันสามารถคุยกันได้ และก็ให้มั่นใจว่าฮาร์ก็สามารถใช้ร่วมกันได้เช่นอะไรครับ เครื่องที่อยู่ข้างหน้าเรา เป็น PC ยี่ห้ออะไร HP ใช่ไหม เครื่องที่อยู่แลปรุ่นพี่เราเรียนอยู่ อันนั้นเป็นอะไร เป็นเครื่อเป็น IOS ใช่ไหม นี่ทำไม มันถึงจะคุยกันได้ ร่วมกันนะครับ มันถึงจะคุยกันได้นะครับ มันถึงจะคุยกันได้ กำหนดขั้นตอนการสื่อสารให้ทุกคนปฏิบัติเป็นแบบเดียวกัน แล้วก็ปัญหาการผูกขาดสินค้า ไม่ใช่ว่า เครื่อง HP จะดูอินเทอร์เน็ตได้เฉพาะ HP ำไม่ใช่ ทุกชนิด ถึงจะต่างชนิดกัน ก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ โดย ISO องค์กรนี้เป็นผู้กำหนดมาตรฐานนี้ นะครับ มาตาฐานนี้เขาเรียกว่า OSIOSI นะครับ ครับ OSI Model ก็จะมีการกำหนดหน้าที่การทำงานต่าง ๆ ของแต่ละชั้นของแต่ละชั้นของการสื่อสาร นักศึกษาครับ นะครับ ซึ่งมีไว้ทั้งหมด 7 ชั้น ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Layer ผมจะขอทับศัพท์ไปเลยนะว่ามีอยู่ทั้งหมด 7 เลเยอร์ครับ ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง นักศึกาจะต้องเขาเรียกว่าอะไรดี เรียนวิชานี้ต้องจำนะ เรียนวิชานี้ประกอบไปด้วย 7 Layers ไม่แน่ใจว่า พี่ล่ามจะแปลอย่างไรนะ มี Application มี Presentation Layer Transport Layerdata link แล้วก็ Physical ซึ่งทั้ง 7 เลเยอร์ ก็จะมีหน้าที่เป็นของตัวเองนะครับ เห็นไหม ก็จะมีหน้าที่เป็นของตัวเอง กว่าเราจะเล่นอินเทอร์เน็ตได้ การเราจะเล่น Facebook ได้ มีมาตรฐานกำหนดการติดต่อสื่อสารทั้งหมด 7 ชั้น ทั้งหมด อีกที มีอะไรบ้างนะ มีApplication Presantation Transport Datalink และ Ficical นะครับ เรามาดูข้อมูลคล่าว ๆ ของแต่ละเลเยอร์กัน ซึ่งในรายละเอียดนี่มันจะอยู่อีกบท เป็นอีกบทหนึ่งไปเลยนะครับ ข้อมูลคล่าว ๆ กัน ก็จะเลเยอร์ที่เป็น Application ตัวนี้ครับ ก็จะเป็นกลุ่ม Application เซ็ต เป็นกลุ่มที่อยู่ข้างบน ก็จะเ)ป็นที่อยู่ด้านล่าง ตัวนี้เขาเรียกว่า เป็นกรุ๊ปของเป็นกลุ่มของ มาดูแต่ละตัวนะครับ เลLayer แรกเลยที่เราจะต้องรู้จักครับ เขาเรียกว่า Application Layer หน้าที่ Layers นี้ ชั้นนี้ คือ ชั้นที่ ส่วนใหญ่แล้วนะครับ ขึ้นอยู่กับ Application ที่ใช้งาน ส่วนมากจะทำหน้าให้กำเนิด ให้กำเนิด Data ให้กำเนิดข้อมูลแล้วใส่ลงไปใน Message ในข่าวนะครับ ใน Data นี้ แล้วก็ ความเป็นเจ้าของนะครับ เขาเรียน IND ทำงานลงไป ด้วยแล้วส่งต่อไปยัง Layers นี้จะเป็น Layers ที่อยู่ใกล้คน ก็คือเป็น Application เหมือนเป็นหน้าที่ให้กำเนิดข้อมูล Layer นี้ครับ จะอยู่ใกล้กับผู้ใช้มาก ๆ ใกล้กับพวกเรา ก็จะเป็น Application ต่าง ๆ นะครับ โปรแกรมต่าง ๆ ถ้าเทียบให้เห็นง่าย ๆนะครับ พอได้ข้อมูลชุดนั้น แล้วก็ใส่ลงไปใน แต่ด้วย Identifeนะครับ ก็จะมีเหมือนกับ เราใส่ข้อมูล ตั้งชื่อตั้งนามสกุลให้เขาน่ะครับ เขาเรียกว่า Presentation Layer นะครับ อันนี้เป็น Layer ที่ 2 นะครับ เป็นเลเยอร์ที่ 2 นะครับ Presentation Layer ทำอย่างไร ก็รับข้อมูลนะครับ รับ Massage จาก Application แล้วก็ทำการจัดรูปแบบ จัดรูปแบบของ Massege นะครับ เช่น อาจจะเข้ารหัส รู้จักการเข้ารหัสไหมครับ ครั้งที่แล้ว เราก็พูดถึงเรื่องของการเข้ารหัส ที่มาจากต้นทาง มันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนะครับ อาจจะเปลี่ยนเป็นภาษาที่ไม่รู้เรื่องเลย ใช่ไหมครับ ในการเข้ารหัส เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลนะครับ อาจจะมีการบีบอัดข้อมูล เขาบีบอัดข้อมูลทำไมครับ เขาบีบอัดทำไม ทำไมต้องบีบข้อมูล การบีบอัดข้อมูลคือทำให้ข้อมูลมันมีขนาดเล็กลงใช่ไหม ใช่ไหม เล็กลง พอเล็กลงแล้วปุ๊บ เวลาส่งข้อมูลนี่ มันก็จะเป็นอย่างไรครับ มันก็จะเร็วขนะครับ การบีบอัดข้อมูล การเข้ารหัส พวกนี้ครับ จะอยู่ใน Layer ที่อยู่ใน Present เลเยอร์ ที่ 2 การแปลงรูปแบบวันที่ หรือทำข้อมูลให้เป็นมาตรฐานพวกนี้ครับ คือการแปลงข้อมูลประเภทต่าง ๆ ก็จะอยู่ใน Layer ที่อยู่ใน Presentation Layer เลเยอร์ ที่ 2 ครับ Layer ที่ 3 เขาเรียกว่า Session Layer นะครับ เมื่อต้องการติดต่อสื่อสารกับใคร เลเยอร์นี้จะทำหน้าที่สร้าง Session สร้าง Session Layer สร้าง ก็จะเป็นศัพท์เฉพาะนะครับ ก็จะเป็น Session สำหรับการติต่อสื่อสารขึ้นมา เลเยอร์นี้ ก็เลยชื่อว่า Session Layer นะครับ Session จะเกิดเมื่อ และปลายทางตอบรับนะครับ หากปลายทางไม่รับ หรือไม่ว่าง Session ก็จะไม่เกิทำให้การติดต่อสื่อสารทำไม่ได้ นั้นแปลว่า Layer oเขาจะสร้างเหมือนกับอะไรดี กำหนดเป้าหมายครับ ว่าข้อมูลที่ได้นี่จะส่งไปที่ไหน เขาเรียกว่า Session Layer นะครับ ก็เอาไว้ติดต่อสื่อสารขึ้นมา นั้น Session จะเกิดไม่เกิด ก็ต่อเมื่อต้นทางต้องร้องขอ แล้วก็ปลายทางตอบรับ แสดงว่ามันจะต้องมีการสื่อสารระหว่างปลายทางเรียบร้อยแล้ว นะครับ เลเยอร์นี้ก็จะทำงาน ในเรื่องของการสร้าง Session ในั้นแปลว่า Layer นี่ก็จะทำหน้าที่เหมือนทราบเลยว่า อ๋อข้อมูลชุดนข้อมูลชุดนี้จะถูกส่งไปยังปลายทาง เลเยอร์ที่ 3 ก็มันทำงานประมาณนี้นะครับ ก็จะทำงานประมาณนี้นะครับ ทำงานประมาณนี้ ก็จะมีอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ ทำหน้าที่ของใคร ของเราอยู่ ทีนี่ผมไปเลเยอร์ที่ 4 นะครับ Layer ที่ 4 ครับ Layer ชื่อว่า Transport LayerTransport แปลว่าอะไรครับ นักศึกษา Transport แปลว่าอะไรปแปลว่าอะไรครับ แปลว่าการขนส่งนะ แปลว่าการขนส่งนะ Layer นี้ทำหน้าที่อะไร ทำหน้าที่ว่า รับประกันว่าข้อมูลที่จะส่งไปนี่ ทั้งหมดเลยนี่นะครับ จะต้องถูกส่งไปได้อย่างแน่นอน จะไม่มี Massege ไหนสูญหายระหว่างทางนะครับ ก็จะไม่ Error ก็คือไม่มีความผิดพลาด ต้นทาง ปลายทางของ Transport Lจะสื่อสารกันถึง Ցว่าครบหรือยัง ข้อมูลครบหรือยัง นะครับ ถ้ายังไม่ครบ ก็ส่งข่าวมาหาต้นทาง ้เดี๋ยวต้นทางจะส่งไป ก็จะทำหน้าที่ในการรับประกันเลยว่าข้อมูลที่ถูกดัดแปลง ถูกบีบอัด แล้วก็ Massage ทุก Message นะครับ นี้คือหน้าที่ของ Transport Layer นะครับ Layer ถัดมา เลเยอร์ถัดมา เขาเรียก Network Layer นะครับ Layer นี้ก็จะรับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลนะครับ เกี่ยวกับการส่งข้อมูลในระบบ แล้วก็เลือกเส้นทาง การเลือกเส้นทางนี่ เป็นศัพท์เฉพาะเรียกว่า Routing ก็จะสัมพันธ์กับอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ที่เราน่าจะรู้จักมันอยู่ เเราท์เตอร์นะ Network Layer ก็จะเลือกเส้นทางการส่งข่าวสาร คอยตรวจสอบแมสเซตที่เข้ามา หาต้นทางนะครับ เพื่อดูว่าจะส่งจากไหนไปไหนนะครับ Layer นี้ก็จะทำหน้าที่ในการหาเส้นทางทีเหมาะสมส่งข้อมูลข่าวสารไป จากโหนดหนึ่งไปยังอีก โหนดหนึ่ง ไปอีก Node หนึ่ง ไปถึงปลายทาง ไม่ได้ส่งไปเส้นทางเดียวกันก็ได้ ส่งไปหลายเส้นทาง Layer นี้ก็จะทำให้การตัดสินใจ ส่งข้อมูลข่าวสารที่ดีที่สุดให้ เพื่อให้ข้อมูลนี่ ถูกส่งไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจจะเร็วขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ในการทำหน้าที่นี้ นะครับ Layer mีที่เท่าไรแล้วนะ5 แล้วนะ มีเท่าไรนะ มี 7 นะ มี 7 นะครับ Layer ต่อมานะครับ Layer คือ Data Link Layer เขาเรียกว่า Data Link Layer นะครับ Layer นี้จจะทำหน้าที่อะไร Layer จะตรวจ Massage ที่ถูกส่งมาจาก Network เมื่อกี้ ก็จะตรวจสอบความผิดพลาดในการระดับ เขาเรียกว่า ระดับต่ำนะครับ แล้วก็เติมข้อมูลปิดหัวท้ายให้ แล้วก็เติมข้อมูล ปิดหัว ท้ายให้ อันนี้ก็จะเป็น Layer ที่ระดับต่ำลงแล้วนะครับ เขาเรียกว่า Data Link Layer นะครับ แล้ว Layer สุดท้าย เลเยอร์ที่ 7 ก็คือ Physical Layer นะครับ ก็จะรับผิดชอบในการส่งข้อมูลนะครับ ทางกายภาพ ส่ง สัญญาณไฟฟ้าไปตามสายต่าง ๆ สัญญานไฟฟ้าไปตามสายต่าง ๆ นะครับ Layer นี้ก็จะกำหนดว่าข้อมูลจะมีรูปร่างอย่างไรในสื่อนะครับ เช่นส่งแบบสัญญาณไฟฟ้า ส่งไปตามสาย ส่งไปตามคลื่นในอากาศ เลเยอร์นี้ก็จะทำหน้าที่ครับ เรียกว่า Physical Layer นะครับ นะ พวกเราเคยรู้เรื่องคำศัพท์เหล่านี้มาก่อนไหมครับ เหลา่านี้มาก่อนไหมครับ เคยผ่านหูผ่านตาไหม เคยมีใครเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟังไหม ก็อาจจก็ถือเป็นเรื่องใหม่ ของนักศึกษาห้องนี้ นะครับ ฉะนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องใหม่อย่างที่ว่า ก็น่าจะมีการอะไรนะ ศึกษาเพิ่มเติมว่าแต่ละ Layer ศึกษามาล่วงหน้าเลยนะ ก่อนที่จะถึงบทนี้ นะครับ เพราะว่าเมื่อในสไลด์ที่พูดหรือผมอธิบายไปแล้วนี่อาจจะทำให้เรา ไม่ทัน ไม่ทัน นะครับ อาจจะไม่ทันนะครับ ฉะนั้นเราต้องศึกษาเพิ่มเติม ในเรื่องของตัว OSI นะครับ ที่มีทั้งหมด 7 Layer อย่างที่ว่านะครับนะครับ ทีนี้ ดูสไลด์นี้นะครับ เวลามันจะส่งข่าวสาร มันจะทำอย่างนี้ครับ อันนี้ผู้ส่งใช่ไหม ฝั่งทางด้านสายของเรานี่ ที่เป็น Center จะมี Layer การทืำงาน ข้อมูลมันก็จะถูกกำหนดตั้งแต่ Application Layer ส่งให้อะไรครับ ส่งให้ Presentation ส่งให้ Presentation เขาก็ทำหน้าทีส่งให้ Session Layer Session Layer ก็ทำหน้าที่ของเขา ส่งให้ Transport Layerส่งให้ Network ส่งให้ Data Link ส่งให้ Physical กว่าจะส่งข้อมูลได้นนนะนี่ ต้องมีรูปแบบมาตรฐานในการส่งแบบนี้ แล้วก็ถูกส่งไปยังเขาเรียกว่า Transport Control ไปตามสื่อใช่ไหมครับ ไปตามคลื่น ไปตามเสาไฟ นู้นนี่นั้น เมื่อถึงปลายทาง ข้อมุข้อมูลก็จะเป็น Layer ก็จะส่งให้ Datalink Network DatSession Layer Presentation Layer แล้วก็ไปถึง Application Layer ผู้ส่งถึงได้รับข้อมูล ที่ครบถ้วน ทันเวลา และะมีประสิทธิภาพ ซึ่งมาตรฐานของ Modำel แบบนี้นะครับ ผผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับจะต้องนำมาตรฐานนี้ไปประกอบการผลิตอุปกรณ์ หรือไปประกอบการเขียนโปรแกรม เพื่อให้ทุกยี่ห้อ ทุกชนิดที่เ็ป็นอุปกรณ์การสื่อสารนี่ สามารถที่คุยกันได้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นก็จะคุยกันไม่รู้เรื่องนะ อันนี้ก็คือมาตรฐาน OSI โมเดล สังเกตว่า นักศึกษาดูตรงนี้ด้วย ข้อมูลนะครับ ข้อมูลจากตั้ง Layer ที่เป็น ก็จะมีข้อมูลอยู่นิดเดียวเห็นไหมพอถูกส่งจาก Application มา Presentation ข้อมูลเริ่มมีหัว มีหาง ขนาดเริ่มโตขึ้น ๆ ใช่ไหมครับ เหมือนกับถูกอะไรครับ เหมือนกับถูกอะไรครับ ถูกำืเหมือนกับถูกครอบไว้ เติมหัวใส่ เติมหางใส่ มาขนาด Layer ถัดมาขนาดข้อมูลใหญ่ขึ้น ๆ นะครับ ซึ่งข้อมูลนั้นก็คือสีขาวนะครับ สีขาวนะครับ แต่เมื่อจะถูกส่งนะ แต่ละเลเยอร์ทำงานของมัน ก็เลยมีการเติม เติมส่วนที่ไม่ใช่ข้อมูลเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นหัวเป็นหาง กว่าจะมาถึงเรานะนี่ข้อมูล เช่นเดียวกัน เมื่อไปถึงแนวทางข้อมูล แต่มีหัวมีหางอะไรเต็มไปหมดเลย ก็จะถูกถอดออก ๆ ๆ ผ่านแต่ละ Layer สุดท้าย เหลือแค่ข้อมูลที่เป็นสีขาวจริง ๆ นะครับ ฉะนั้นการส่งข่าวสารนี่ เป็นเรื่องที่มีความ มีความ มีขั้นตอนที่มีความซับซ้อนอยู่หลายขั้นตอนนะ โอเคนะครับ ทีนี้เราเอาเน็ตเวิร์คไปใช้งาน อย่างไรบ้างนะ อย่างไรบ้างนะ อย่างไรบ้างนะ Network ตัวแรกก็คือ เขาใช้คำว่า Pan PANย่อมาจาก Persanalย่อมาจาก ก็เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบพกพา เช่น โทรศัพท์ อะไรอย่างนี้ครับ เข้าด้วยกัน โดยเป็นเครือข่ายไร้สาย เป็น เช่นอย่างมือถือกับมือถือเชื่อมกัน 2 เครื่องระครับ Pแปลว่าบุคคลใช่ไหมครับ ใช้เครือข่ายเพียงระยะสั้น ๆ นะครับ ก็มีลักษณะเป็นเครือข่ายไร้สาย 2 เคื่อง คุยกันนะครับ เขาเรียกว่าตัวต่อมาคือ LAN เมื่อสไลด์ก่อนหน้านั้นก็พูดถึง บริเวณที่จะำกัดแล้วก็ความเร็วสูง ปกติก็จะประมาณ 10 ล้านบิต ต่อวินาที สถานทั้งหมดก็จะเป็นเขาเรียกว่า Desktop บางตำราก็เรียก เห็นไหม Cliant นะครับ ก็ Server ก็คือเครื่องแม่ข่าย ก็คือเครื่องลูกข่าย เครื่องแม่ข่าย นะครับ นะ Server ก็คือเครื่องที่ให้บริการนั่นเอง เครื่องให้บริการนะครับ เช่น เพื่อให้เห็นภาพเช่น เราเข้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เว็บคืออะไรครับ URL ก็คืออะไรครับ อย่างนี้ใช่ไหมคีรับ เครื่องนี้ ๆ เข้าเว็บไซต์ เครื่องนี้เข้าเว็บไซต์ เครื่งอที่เก็บข้อมูลของเว็บไซต์นะครับ อยู่ไหนครับอยู่เครื่องแม่ข่าย ก็คืออยู่ที่อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์นะครับ ข้อมูลอยู๋เครื่องโน้นนะ ก็คือเครื่อง Server หรือเครื่องแม่ข่าย ส่วนที่เราดูอินเทอร์เน็ตอยู่นี่เขาเรียกว่า ก็จะประมาณนี้ครับ นะ ให้มองเห็นภาพนะครับ มาดูต่อไปเอา Network ไปใช่งานอย่างไรอีก MAN WAN MAN WANทวนอีกครั้ง ถ้าเป็น MAN ก็จะครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า LAN อะไรอย่างนี้นะครับ โดยทั่วไปจาก LAN ก็มา WAN เลยส่วนใหญ่นะ นะครับ นะครับ ถ้าเป็น WAN พื้นที่ไม่จำกัด ระยะทางไม่จำกัดนะครับ อาจทั้งประเทศหรือทั่วโลก หรืออยู่อาคารเดียวกันก็ได้นะครับ ก็ถือว่าเป็นเครือข่ายที่มีคเป็นเครือข่ายที่มีความสลับซับซ้อน มักจะเอาไว้เช่าบริการ มีอะไรบ้างเมื่อกี้ PAN LAN MAN WAN แล้วก็ยังมี CAN นะ เต็ม ๆ ก็คือ Control นะครับ Control แปลว่าอะไรครับ Contrควบคุมนะ ควบคุม ตรงนี้ก็นำมาใช้กับโรงงาน ๆ อุตสาหกรรมต่าง ๆ นะครับ พวกเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ที่เอาไว้ใช้งานเฉพาะทางนะครับ เช่นต่อกับมอเตอร์บ้าง เชื่อมต่อกับเซนเซอร์บ้างนะครับ เชื่อมต่อกับไมโครคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สามารถรับส่งข้อมูลตอบสอนงได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลจะอยู่ในโรงงานนะครับ เอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมนะครับ ใช้กับงานเฉพาะทาง เขาจะเรียกว่า CAN นะครับ ตัวต่อมานะครับ เขาเรียกว่า Enterpri Network ณinterprice Network ก็เป็นเครือข่ายสำเร็จรูปเลยในองค์กรใด ๆ นี่นะครับ สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนหรือเจ้าหน้าที่พนักงาน ใช้บน LAN ระบบหนึ่งติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้ ติดต่อกับผู้ใช้บนระบบ LAN อื่น ๆ ก็ได้ เป็นแบบสำเร็จรูป เบ็ดเสร็จอยู่ในองค์กรเดียวกันมีบริษัทที่รับออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์ แลบริษัทที่รับออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่ายในองค์กร ซึ่งคนี่รับออกแบบพวกนี้ ก็คือรับออกแบบพวกนี้ก็คือ ฟิลด์ที่เราเรียนอยู่นี่นะครับ ก็ประกอบอาชีพเหล่านี้ขึ้นมา ให้กับบริษัทได้เอาไปใช้ ครบวงจรอยู่ในนี้ ก็เป็นเครือข่ายของเครือข่าย ทำการเชื่อมต่อหากัน มี Node นับล้านเครื่อง ที่เราใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ โห มีอยู่เป็นล้าน ๆ เครื่องเลยครับโลกนี่นะครับใช้ด้วยกัน ใช้พร้อมกันนะครับ ส่วนอีกคำหนึ่งก็คือ Intranet มันก็คือ Internet นั้แต่เป็นอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในกลุ่มใช้ในองค์กรนั้น ๆ นะครับ นอกองค์กรใช้ไม่ได้ มีทุกอย่างที่ Internet มี แต่ใช้ในเฉพาะองค์กรเท่านั้น คำนี้เรียกว่าอินทราเน็ต มหาวิทยาลัยก็มีนะครับ เช่น เช่นอะไรดี ระบบการเงินใช่ไหม ระบบการเงิน นักศึกษาเข้าไปดูได้ไหม ไม่ได้นะ ไม่ได้เลย เพราะว่าเป็นระบบใช้เฉพาะเจ้าหน้าีท่ที่เขาดูแล ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น หน้าตาเหมือนกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตตามปกติ แต่เป็นิอินเทอร์เน็ตเฉพาะนะครับ ระบบอะไรอีกนะ ระบบส่งเกรด ของอาจารย์อย่างนี้ครับ แล้วก็จะเป็นระบบที่ใช้เฉพาะอาจารย์ในมหาวิทยาลัย คนอื่นก็ใช้ไม่ได้ นักศึกษาก็ใช้ไม่ได้ อาจจะใช้ได้เฉพาะในมหาวิทยาลัยด้วยนะ ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะต้องอยู่ในมหาวิทยาลัย มีหลายเลข IP ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ก็อาจจะมีข้อจำกัดพวกนี้ เขาเรียกว่า Intranet นะครับ ครับ เรามาสรุปเนื้อหานะครับ เนื้อหาที่เราเรียนมาวันนะครับ การติดต่อสื่อสาร จะติดต่อถึงกับได้ จะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะครับ สอบไปแล้ว ทดสอบย่อยไปแล้ว ก็จะมีสาร จะต้องมีสาร ใช่ไหม มีผู้ส่ง ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Sent มีผู้รับ นะ มีผู้รับ แล้วก็ต้องมีสื่อภาษาอังกฤษเขาเรียก Midia ใช่ไหมครับ สื่อที่เอาไว้ติดต่อสื่อสารกัน เป็นตัวกลางนะครับ เป็นตัวกลาง ต่อมา เมื่อกี้ เราเรียนไปก็คือ OSI Model นะครับ ก็เป็นมาตรฐานควบคุมการผลิตแนวทางปฏิบัติในการติดต่อสื่อสารกัน ซึ่มีทั้งหมดกี่เลเยอร์ 7 Layer นะ มีทั้งหมด 7 Layer นะ แต่ละ Layer ก็จะทำงานของอีกฟากหนึ่ง มันก็จะทำงานคู่กัน นะครับ เช่น เลเยอร์ทีทำหน้าที่ในการถอดรหัสฝั่งผู้ส่ง ฝั่งผู้รับก็ทำหน้าที่ ทำหน้าที่ในการ ทำ Layer ทำหน้าที่ในการเข้ารหัส อีกเลเยอร์หนก็จะทำงานประสานกันนะครับ เครือข่ายหลัก ๆ มีอยู่ 3 ชนิดคือ LAN MAN WAN ก็ตามความเข้าใจนะ ว่า แต่ชนิดแต่ละชนิดมันเป็นอย่างไรนะครับ ณ เวลานี้ มีใครจะถามอะไรก่อนไหม มีคำถามไหมครับ ถ้าไม่มี เด๊่ยวจะให้พี่ทีเ่เป็นล่ามได้พี่ที่เป็นล่าม ได้พักนิดหนึ่งนะครับ เดี๋ยวเรามาคุยกันต่ออีกสักนิดหน่อยัเรื่องของการบ้าน เรื่องของงาน ที่เราจะทำกิจกรรมร่วมกันในครั้งหน้าด้วยนะครับ สัก 10 นาทีครับ โอเคครับ โอเคไหมครับ พี่ล่ามพร้อมไหม พี่ล่ามพร้อมนะครับ งานที่จะให้ทำส่งหลังจากนี้นะ ไปจึ4 โมงครึ่งนะครับให้นักศึกษาไปที่ ไปที่ไหนนี่ ไปที่เครื่องของตนเองนะครับ ไปที่เมนู ที่เป็น ... นะครับ เจอไหมครับ เจอไหม ทำตามผมเลย ที่เป็นรูปแว่นขยาย เครื่องข้างหน้ากับเครื่องข้างหลัง Cmd ครับ CMD ครับ CMD CMD เจอไหม พิมพ์เสร็จแล้วนะ จริง ๆ แล้วมันจะขึ้น มันก็จะขึ้นตัวเลิือกเมนูที่ชื่อว่า Command ชื่อว่า Command Prompหรือพิมพ์ Cmd แล้วนักศึกษากด Enter ครับ กด Enter ปุ๊บ จะปรากฏ ๆ หน้าจอสีดำ ๆ นี้ ถูกต้องไหม ทุกคนปรากฎหน้าจอสีดำนะครับ แล้วก็จะมีข้อความ ตัวหนังสือสีขาว บอกว่า Microsoft Windows เวอร์ชันนู่นนี่นั่นอย่างนี้ครับ แล้วก็จะมี Promp เป็นสัญลักษณ์กระพริบอยู่ ถูกต้องไหม ทุกคนเห็นตรงกันนะ จากนั้นครับ ให้ทุกคนพิมพ์คำสั่ง คำสั่งนี้ครับ IP confixพิมพ์ ipconfigพิมพ์เลย ipconfigipconfig นะครับ ipconfig โอเค โอเคนะครับ ทีนี่กด Enter อะไรครับ เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นเยอะแยะเลย ทีนี่ให้นักศึกษาไปดู ๆไปดูตรงนี้ครับ เนื้อหาของ Text ที่ให้เราช่วยวิเคราะห์หน่อยว่า ช่วยให้คำสสั่ง ipconfig แล้วมันปรากฏข้อความบรรทัดอยู่ 1, 2 , 3เหมือนที่อยู่ในหน้าจอของผมครับ มันบอกว่า มันบอกว่า อเดปเตอร์ เจอไหม แล้วก็มี Connection Config Dns softfig แล้วก็บอกว่า Link IPV 4 เอะไรอย่างนี้นะ เห็นไหม ๆ การบ้านคือ ให้พวกเราไปศึกษาว่า 5 บรรทัดนี้มันคืออะไร สังเกตนะ คำตอบของแต่ละคนนี่ จะมีคำตอบที่ต่างกันบ้างอยู่ ยกตัวอย่างเช่น IPV 4 Address ของเครื่องทบอกว่า 10.13.201.237 ของเครื่องที่ 1 เท่าไรครับ 10.12.13แล้วตัวเลขอะไรที่มันเหมือนกัน แลเวตัวเลขอะไรที่มันต่างกัน แล้ว Ip ก็จะต่างกัน IPV 6 ก็จะต่างกัน IPV 4 ก็จะต่างกัน Subnetอะไรอย่างนี้ครับ ผมอยากรู้ว่า 5 บรรทัดนี้คืออะไร รบกวนพวกเราแแล้วล่ะ ต้องไปศึกษาว่ามันคืออะไร แล้วคำสั่งที่ผมให้พิมพ์น่ะครับ มันคือคำสั่งอะไร ใช้ดูอะไร แล้วก็ 5 บรรทัดนี้คืออะไร รบกวนเขียนส่ง ไอ้ จุด 4 จุด 5 จุด หมายถึงอะไร เครื่องหมายแบ่งอะไรอย่างนี้ครับ อย่างพูดง่าย ๆ ให้พวกเรารู้จักคำสั่งนี้ แล้วจะทำอะไร แล้วจะเอาไว้ดูอะไร อาจจะเขียนไม่เกิน 2 แผ่นหน้ากระดาษ อันนี้เป็นการบ้านวันนี้ทำส่ง เป็นแบบเขียนนะครับ รวบรวมส่งเหมือนเดิมเลย กับพี่ปอย พี่อุ๋ย ส่วน ส่วนงาน ทีนี้งานที่เป็นโปรเจ็ค Mini ผมจะขอให้พวกเราได้ทำงานเป็นทีม ไไม่เอางานเดี่ยว เอาเป็นทีม ทีมนี้ จะเป็นทีมไม่เกิน 3 คน ทีมนี้ก็จะเป็นคู่ ทีมก่อนนะ ว่าทีมที่ผมจัดให้เหมาะสมไหม รบกวนพี่ปอยกับพี่อุ่ยช่วยดูให้ด้วย งานทีมที่ว่าคือ งานทีมนี้ครับ ให้นักศึกษาจับกลุ่ม กลุ่มนะไม่เกินกลุ่มละไม่เกิน 3 คน ทำรายงาน 1. ทำรายงาน 2. เตรียมนำเสนอ มันต้องมันส์แน่ ๆ เลยน่ะ การนำเสนอ เนื่องจากว่าเรามีเพื่อนของเราที่เป็น Buddy คนหนึ่งด้วยวาจา อีกคนหนึ่งในทีมนะ ต้องทำหน้าที่ในการแปล นำเสนอด้วยภาษามือให้เพื่อนได้เข้าใจ แล้วก็พี่ล่ามคนสวยที่จะนำเสนอก็อาจจะไม่ได้อาจจะช่วยแปลอีกทีหนึ่งก็ได้ อาจจะช่วยแปลอีกทีหนึ่งก็ได้ ทีนี่กลุ่มที่ว่าเอาไปทำอะไรบ้าง จะให้นักศึกษาไปทำรายงานเรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์นะครับ ซ฿ึ่งเกิดจากพวกเราไปค้นคว้า แล้วเอามานำเสนอกัน เอามาแลกเปลี่ยนกัน นะ ซึ่งอุปกรณ์จริง ๆ ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์เต็มไปหมดเลย เยอะมาก ที่อยู่ในห้องนี้ก็เยอะนะ สาย LAN ก็ใช่นะ ไอ้ที่อยู่ในกล่องก็ใช่นะ แต่ผมก็ได้เลือกเอา เฉพาะอุปกรณ์ที่ควรจะรู้จักเข้า 8 ตัวนะครับ ซึ่งกลุ่มที่ว่านั้น มีอยู่ทั้งหมด 8 กลุ่มแบบนี้ พี่อุย กับ พี่ปอย ช่วยดูรหัสให้หน่อยนะครับ กลุ่มที่ 1 ให้นำเสนอเรื่องของ การ์ดเครือขเรื่องของการ์ดเครือข่ายภาษาอังกฤษ คพูดภาษาบ้านเราคือการ์ด LAN แต่ ณ วันนี้ไม่รู้ว่า เรารู้จักการ์ด LAN นะครับ ซึ่งกลุ่มที่จะมาทำเรื่องการ์ด Lรหัส 01 10 และ 18 01 10 และ 18 01 ยกมือ ใคร เราใช่ไหม คนนี้หรือเปล่า 01 01 ยกมือ 10 ยกมือ 10 10 ไปไหน ใช่ไหม เต้ เต้ คนไหน เต้ คนไหน คนนี้ 18 อยู่ไหน 18 อ๋อไม่มา ไหวไหมแบบนี้พี่ วรรณณิศา ที่ไม่มาใช่ไหมครับ จะไม่ได้คู่ Buอยากจะให้แบบว่า เปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนบรรยากาศนะครับ ทำงานคู่กันมาโดยตลอด ทีนี้เราลองเปลี่ยนคู่ดูนะครับ ถ้าอย่างนั้น 01 10 18 ก็ทำเรื่องการด์เครือข่ายไป นะครับHub ก็คืือรหัส 02 11 19 02 11 19 19 19 ใครครับ หนูค่ะ 02 ใครครับ นะ โอเคนะ ไหวนะ Switch รหัส 04 02 10 ยกมือ โอเค ดูจากข้างหน้าแล้วก็ไหวนะ โฮเค กลุ่มเดียวกันนะ Modem 05 13 และ 21 โอเคนะครับ Happy นะ มีต่อมา Router คำศุพทนะครับ 06 14 22 โอเคนะ โอเคนะครับ ไหวนะครับ คือสบายแท้อยู่กลุ่ม 1 มีเสียง... สบายจังเลย Gateway 07 กับ 15 ครับ เป็น Buddy กันพอดีเลย โอเีคนะ โอเคไม่มีปัญหา บริดจ์ 08 กับ 16 ครับ โอเคนะ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วนะครับ 09 กับ 17 ยกมือ โอเคไหมครับ พี่อุ๋ย 05 กับ 17 โอเคไหม โอเคนะ 09 หีรือ 17 ตอบ โอเคเมื่อกี้ โอเคนะ โอเคนะ โฮเคก็ได้ โอเคนะครับ ทั้ง 8 กลุ่มนี้ครับ จะต้องทำอะไรบ้างคคือไปศึกษาอุปกรณ์ที่ว่า ที่ได้รับมอบหมาย แล้ว ทำเป็นรายางนนะ ทำเป็นรายงาน ต้องปริ้นส่งไหมครับ ไม่ครับ ไม่ต้องปริ้นท์เลย สิ่งที่ต้องส่งครับ 1. ทำเป็นรายงานหรือ Google Doc ก็ได้นะ ได้หมดเลย 1 ไฟล์ แล้วก็แปลงจาก word เป็น PDF อีก 1 ไฟล์ เป็น 2 แล้วนะ นะครับ เตรียมนำเสนอ โดยใช้โปรแกรมนำเสนอ Power Point ก็ได้ หรือสไลด์ใน Google ก็ได้ ถ้าพวกเราถนัด แล้วก็ Flash แล้วแต่เราถนัดเลย โปรแกรมนำเสนอนะครับ 1 ไฟล์ แสดงว่าเราต้องส่งกี่ไฟล์ 3 ไฟล์ เข้าใจตรงกันนะ 3 ไฟล์ 3 ไฟล์ บีับ อัด ส่งให้เร็วใน Google Classroom สร้างงานไว้ใน Classroom ให้ ให้ตัวแทนกลุ่มส่งครับ ไม่ต้องส่งทุกคน นะครับ รอชมผลงานเลย รอชมผลงานเลย เราพร้อมที่จะนำเสนอวันอังคารหน้าไหมครับ ไม่แน่ใจ การนำเสนอ นำเสนออย่างไร ก็ ให้พวกเรา สมมุติกลุ่ม Hub มาก็มีเพื่อนที่ปกติจจับไมค์นำเสนอ เพื่อนที่พิการ ทำหน้าที่ในการแปล นั่นแปลว่าพวกเราจะต้องเตรียมความพร้อมมาก่อนหน้านี้พอสมควร เล่าเรื่องอุปกรณ์ที่ตัวเอง ไม่เกิน 5 นาที อุปกรณ์ชิ้นนี้มันเป็นอย่างไร มันราคาเท่าไร มีกี่ย่อห้อ สมมุตตินะ นะครับ มันทำหน้าที่อะไร ยิ่งเอาอุปกรณ์ตัวจริง เสียงจริงมายิ่งดี ไปเอามาจากไหน อย่าไปซื้อนะครับ เอาตัวจริงมาให้เพื่่อนได้มาดู ยิ่งดีมาก แต่ถ้าหาไม่ได้ ให้อยู่ในไฟล์นำเสนอครับ เป็น-ภาพเป็นอะไรก็ได้ครับ เอามาทำให้เพื่อเขาได้เข้าใจในการทำงาน ประโยชน์ของอุปกรณ์ชิ้นนั้น ความสำคัญของอุปกรณ์ชืิ้นนั้นครับ สังเกตว่าผมจะไม่มีรายละเอียดให้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ให้พวกเราคิด Create ที่จะนำเสนอได้เลยนะครับ โอเคไหม โอเคไหม มีใครจะถามอะไรไหมครับ เราจะเรียนครั้งหน้าเลยไหม พร้อมนำเสนอครั้งหน้าไหม ไม่พร้อม คงไม่พร้อม ผมให้เวลา 2 อาทิตย์ อาทิตย์หน้าก็มาเรียนในลักษณะแบบนี้ก่อน มาเรียนในลักษณะแบบนี้ ผมก็จะพูดเนื้อหาในบทที่ 3 ไปก่อน แล้วอาทิตย์ถัดไป เราก็มานำเสนอกันดีไหม ดีนะ ดีนะ นะครับ Happy นะครับ Happy นะ เพราะเห็นหลายคนทำหน้า พี่ล่ามหายไปไหนแล้ว เสร็จแล้ว พี่ล่ามแฮปปี้นะครับ ก็โอเคนะครับ ก็ทวนอีกครั้งก็ทวนอีกครั้ง ส่งอะไรบ้างครับ ส่งไฟล์ Microsoft Worส่งไฟล์ Microsoft Word แล้วก็ส่งไฟล์นำเสนอ เข้า Google Classroom เลย มันเปลืองกระดาษ มันเปลืองต้นไหม คุณก็ส่งทั้ง 3 ไฟล์ปกติก็ได้นะที่ Class Room มันสามารถส่งได้หลายไฟล์นะครับ แล้วก็มานำเสนอ ในสัปดาห์ นัดวันเลย วันที่เท่าไรครับ เอาวันอังคารโน้น ไกลมาเลย วันอังคารที่ 20 นี่ เราก็ยังเรียนอยู่นะครัแล้วมานำเสนอในวันอังคารที่ 27 แล้วเรามานำเสนอในวันอังคารที่ 27 วันอังคารที่ 27 นะครับ วันอังคารที่ 27 นี้ ผมขอเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าได้ไหม8 กลุ่ม จะเอาให้เสร็จเลยนะ เช้า 4 กลุ่ม บ่าย 4 กลุ่มอย่างนี้ครับ จะได้ไม่หนักมากนะครับ ขออังคารที่ 27 ทั้งวัน ห้งอนี้จะไม่ว่างตอนเช้าใช่ไหม แล้วข้างบนล่ะ สลับไปข้างบน แค่นำเสนอเฉย ๆ ครับ เราใช้เฉพาะเครื่องข้างหน้านะ อะไรนะครับ อ๋อ ล่ามออนไลน์ ในวันอังคาร ที่ 27 ขอไม่ได้ใช้นะครับ เพราะพวกเราจะเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มกันนะ ขอใช่พี่อุ๋ยแทนก็ได้ พี่อุ๋ยช่วยนะครับ ในวันที่ 27 นะ มีใครจะถามอะไรไหมครับ ถ้าไม่ถาม ผมกลับมาที่งานที่จะส่งวันนี้ ก็คืองานชิ้นนี้นะครับ นะครับ งานชิ้นนี้ ก็คัดลอกลงในกระดาษคัดลอกลงในกระดาษเขียนเลย คุณจะใช้ลูกศรชี้มาที่ตัวเลขนี้ ๆ ๆ อธิืบายได้เลยนะครับ โอเค งานวันนี้เบา ๆ แล้วก็ทำส่งผม เพียงแค่ส่งภายใน 4 โมงครึ่งเท่านั้นเอง โอเคนะ ถ้าอย่างนัเ้นก็ทำงานส่งในช่วงนี้ครับ พี่ล่ามพี่ล่าม ก็คง จะได้ได้รบกวนแล้วนะครับ ขอบคุณครับ เจอกันวันอังคารหน้าช่วงบ่ายครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]