﻿1
00:08:49,672 --> 00:08:51,086
สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ เราจะเริ่ม

2
00:08:51,086 --> 00:08:55,086
ภายในอีกไม่กี่นาที

3
00:09:01,756 --> 00:09:05,756
ขอความกรุณาเข้านั่งประจำที่ค่ะ

4
00:09:16,583 --> 00:09:20,583
หวังว่าทุกท่านจะได้มีโอกาสพักผ่อนอย่างดีนะคะ

5
00:09:20,628 --> 00:09:21,760
เมื่อวานนี้ในช่วงเย็นและช่วงค่ำ

6
00:09:21,760 --> 00:09:22,938
และพร้อม

7
00:09:22,938 --> 00:09:24,606
สำหรับการประชุม

8
00:09:24,606 --> 00:09:27,709
ของเรา

9
00:09:27,709 --> 00:09:29,261
ในวันที่ 2 นี้

10
00:09:29,261 --> 00:09:31,043
สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม

11
00:09:31,043 --> 00:09:35,043
ที่อยู่ทางด้านนอก

12
00:09:36,224 --> 00:09:40,224
ขอความกรุณาเข้ามาทางด้านในเลยนะครับ

13
00:09:52,319 --> 00:09:54,199
ทุกท่าน

14
00:09:54,199 --> 00:09:56,440
หลับสบายนะครับ

15
00:09:56,440 --> 00:09:58,717
เมื่อวานนี้

16
00:09:58,717 --> 00:10:01,151
แล้วเราก็

17
00:10:01,151 --> 00:10:03,097
กำลังจะเริ่ม

18
00:10:03,097 --> 00:10:06,009
และหลังจากนั้น

19
00:10:06,009 --> 00:10:10,009
จะเป็นการนำเสนอ

20
00:10:10,451 --> 00:10:14,451
ของท่าน ดร.ผดุง

21
00:10:18,537 --> 00:10:21,977
เราจะเริ่มในอีกประมาณอีก 10 นาทีข้างหน้าค่ะ

22
00:10:21,977 --> 00:10:25,963
ในขณะที่

23
00:10:25,963 --> 00:10:29,963
เรากำลังรอ

24
00:10:35,386 --> 00:10:39,287
ดอกเตอร์

25
00:10:39,287 --> 00:10:43,287
มัสยาจะขึ้นมาอีกสักครู่หนึ่ง

26
00:10:43,398 --> 00:10:46,510
ดิฉันอยากจะขอกล่าวถึงกำหนดการของวันนี้

27
00:10:46,510 --> 00:10:48,547
เราจะมี Program ไปจนถึง 4 โมงครึ่ง

28
00:10:48,547 --> 00:10:52,156
ตอนเย็นแล้วก็มีผู้นำเสนอหลาย ๆ ท่าน

29
00:10:52,156 --> 00:10:56,156
แล้วก็มีท่าน ดร.ผดุง อารยะวิญญู

30
00:11:00,071 --> 00:11:03,417
ที่จะนำเสนอแล้ว

31
00:11:03,417 --> 00:11:06,104
ก็มีที่จะนำเสนอ

32
00:11:06,104 --> 00:11:10,104
และดิฉันอยากจะขอให้ดอกเตอร์มัสยาได้ให้ข้อมูลเราเพิ่มเติมค่ะ

33
00:11:19,580 --> 00:11:21,158
แขกผู้มีเกียรติทุกท่านแล้วก็คณะผู้เข้ารับการอบรม

34
00:11:21,158 --> 00:11:25,158
วันนี้ก็ขออนุญาตประชาสัมพันธ์นิดหนึ่ง

35
00:11:27,557 --> 00:11:28,677
เกี่ยวกับเรื่องแบบ

36
00:11:28,677 --> 00:11:30,231
ผลใบประเมิน

37
00:11:30,231 --> 00:11:32,303
แบบประเมินในวันนี้เรารบกวนทุกท่านช่วยกรอกแบบประเมิน

38
00:11:32,303 --> 00:11:36,303
ซึ่งบางคนอาจจะได้รับไปแล้วแต่วันนี้เราจะมีอีกรอบหนึ่ง

39
00:11:42,381 --> 00:11:45,046
ก็รบกวนท่านช่วยกรอกแบบประเมิน

40
00:11:45,046 --> 00:11:46,709
แล้วก็ส่งที่คุณดารัตน์อยู่ด้านหลัง

41
00:11:46,709 --> 00:11:47,741
หลังจากการดูนิทรรศการ

42
00:11:47,741 --> 00:11:51,741
เราเรียนเชิญทุกท่านด้วย

43
00:12:13,244 --> 00:12:14,578
จะมีช่วงเวลาให้ท่านได้ออกไปดูนิทรรศการของนักศึกษา และผู้วิจัย

44
00:12:14,578 --> 00:12:16,233
แล้วก็กรอกแบบประเมินให้คณะดำเนินงาน

45
00:12:16,233 --> 00:12:18,108
กราบขอบพระคุณค่ะ

46
00:12:18,108 --> 00:12:21,509
และขณะที่เรากำลังรอเนื่องจากว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่านกำลังเดินทางมา

47
00:12:21,509 --> 00:12:24,623
แล้วก็อยากจะขอให้เรารอประมาณ ๕ - ๑๐ นาที

48
00:12:24,623 --> 00:12:28,487
เพื่อที่เราจะได้เริ่มไปพร้อม ๆ กัน

49
00:12:28,487 --> 00:12:29,764
แล้วก็วันนี้มีหลายท่านที่เป็นวิทยากรที่มีหัวข้อต่าง ๆ

50
00:12:29,764 --> 00:12:33,764
ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ

51
00:12:43,193 --> 00:12:44,709
แล้วก็มีท่านวิทยากรท่านหนึ่ง

52
00:12:44,709 --> 00:12:46,489
ซึ่งท่านมีปัญหา

53
00:12:46,489 --> 00:12:49,182
ด้านสุขภาพ

54
00:12:49,182 --> 00:12:50,537
แล้วก็ไม่สามารถ

55
00:12:50,537 --> 00:12:51,525
ที่จะมา

56
00:12:51,525 --> 00:12:54,373
นำเสนอ

57
00:12:54,373 --> 00:12:55,382
ในวันนี้ได้นะคะ

58
00:12:55,382 --> 00:12:57,142
ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก

59
00:12:57,142 --> 00:12:59,911
แต่ว่าเรา

60
00:12:59,911 --> 00:13:02,169
จะใช้ช่วงเวลานั้น

61
00:13:02,169 --> 00:13:03,971
เป็นโอกาส

62
00:13:03,971 --> 00:13:05,539
ให้เราได้ชมนิทรรศการแทนค่ะ

63
00:13:05,539 --> 00:13:06,779
ฉะนั้นก็จะขอเชิญให้ทุกท่าน

64
00:13:06,779 --> 00:13:10,779
ได้มีโอกาส

65
00:13:11,176 --> 00:13:14,409
ไปดูนิทรรศการ

66
00:13:14,409 --> 00:13:18,409
แล้วก็ได้มีโอกาสที่จะ

67
00:13:18,813 --> 00:13:22,205
ช่วยตอบ

68
00:13:22,205 --> 00:13:24,395
แบบประเมินให้กับเราในช่วงเวลานั้นนะคะ

69
00:13:24,395 --> 00:13:25,981
เวลาที่ผู้วิจัย

70
00:13:25,981 --> 00:13:29,981
หรือว่าผู้นำเสนอนั้น

71
00:13:33,367 --> 00:13:34,512
มีโอกาสแสดงงานนิทรรศการ

72
00:13:34,512 --> 00:13:37,637
แล้วมีคนไปชื่นชม

73
00:13:37,637 --> 00:13:40,700
หรือไปชมผลงานของเขา

74
00:13:40,700 --> 00:13:44,183
ก็เป็นสิ่งที่นำความภาคภูมิใจเขานั้น

75
00:13:44,183 --> 00:13:45,203
ก็เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิให้กับผู้ที่สร้างชิ้นงาน

76
00:13:45,203 --> 00:13:47,166
และเป็นกำลังใจให้กับเขา

77
00:13:47,166 --> 00:13:48,880
เดี๋ยวเราจะเริ่มวันที่ 2

78
00:13:48,880 --> 00:13:49,426
ของการประชุมสัมมนาเชิงวิชากา

79
00:13:49,426 --> 00:13:53,426
ร

80
00:14:01,954 --> 00:14:05,954
วิทยากรท่านแรกของวันนี้

81
00:14:06,858 --> 00:14:10,708
ก็จะเป็น

82
00:14:10,708 --> 00:14:14,708
ศาสตราจารย์ ดร.ผดุง อารยะวิญญู

83
00:14:24,083 --> 00:14:27,254
ในหัวข้อการออกแบบการปรับเปลี่ยนการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนที่มีความบอกพร่องทางการได้ยิน

84
00:14:27,254 --> 00:14:29,212
(ดร.ผดุง)

85
00:14:29,212 --> 00:14:30,151
สวัสดีตอนเช้าทุกท่าน

86
00:14:30,151 --> 00:14:33,078
ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย

87
00:14:33,078 --> 00:14:34,965
ขอต้อนรับเข้าสู่การบรรยายของผมในเช้านี้

88
00:14:34,965 --> 00:14:36,810
ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของการศึกษาครับ

89
00:14:36,810 --> 00:14:40,810
มีอะไรที่ใหม่ไหม

90
00:14:42,775 --> 00:14:44,492
ในการศึกษามีอะไรบางอย่างที่ใหม่

91
00:14:44,492 --> 00:14:45,595
ในเรื่องของการศึกษาพิเศษไหม

92
00:14:45,595 --> 00:14:47,162
ใช่

93
00:14:47,162 --> 00:14:50,812
เมื่อวานนี้

94
00:14:50,812 --> 00:14:53,828
เพื่อนของผม

95
00:14:53,828 --> 00:14:55,910
ก็ได้พูดถึงเรื่องของ RTI

96
00:14:55,910 --> 00:14:59,910
ทุกคนคุ้นเคยกับ RTI ไหมครับ

97
00:15:00,845 --> 00:15:01,607
แล้วก็เรื่องของการเรียนการสอนที่มีรูปแบบ

98
00:15:01,607 --> 00:15:05,607
แตกต่างกัน

99
00:15:07,305 --> 00:15:08,957
เป็นเรื่องที่ใหม่ไหม

100
00:15:08,957 --> 00:15:11,857
สิ่งที่ใหม่สำหรับวันนี้

101
00:15:11,857 --> 00:15:15,857
ก็คือสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวก

102
00:15:25,618 --> 00:15:26,271
คือการพักอยู่ในโรงแรมหรือเปล่า

103
00:15:26,271 --> 00:15:27,340
ไม่มี

104
00:15:27,340 --> 00:15:29,583
หรือว่าปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างหรือเปล่า

105
00:15:29,583 --> 00:15:30,704
เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนของเรา

106
00:15:30,704 --> 00:15:32,505
เพราะฉะนั้นหัวข้อในการนำเสนอของเราก็คือ

107
00:15:32,505 --> 00:15:35,321
การออกแบบ

108
00:15:35,321 --> 00:15:37,749
แล้วก็เรื่องของการอำนวยความสะดวกในเรื่องการเรียนการสอน

109
00:15:37,749 --> 00:15:39,276
ซึ่งตรงกับความต้องการของนักเรียนที่พิการทางการได้ยิน

110
00:15:39,276 --> 00:15:42,221
ซึ่งนำไปประยุกต์ใช้ได้

111
00:15:42,221 --> 00:15:44,876
ไม่ใช่สำหรับนักเรียนพิการทางการได้ยินเท่านั้น

112
00:15:44,876 --> 00:15:48,876
แต่ว่านักเรียนประเภทอื่น ๆ ด้วย

113
00:15:50,975 --> 00:15:52,273
เราพูดถึงเรื่องของการศึกษาทุกคน

114
00:15:52,273 --> 00:15:53,371
เมื่อวานนี้

115
00:15:53,371 --> 00:15:54,810
พูดถึงเรื่องของโรงเรียนเรียนรวม

116
00:15:54,810 --> 00:15:58,810
เราก็ดูว่า

117
00:15:58,826 --> 00:16:00,232
เด็กนักเรียน

118
00:16:00,232 --> 00:16:01,359
มีความปกติไหม

119
00:16:01,359 --> 00:16:03,628
หรือว่ามีความพิการ

120
00:16:03,628 --> 00:16:05,966
หรือพิการทางการได้ยิน

121
00:16:05,966 --> 00:16:07,770
สิ่งที่หัวข้อนี้หมายถึงก็คือว่า

122
00:16:07,770 --> 00:16:11,770
เรามีนักเรียน

123
00:16:12,658 --> 00:16:14,380
เรารู้ว่า

124
00:16:14,380 --> 00:16:16,051
เขาต้องการอะไร

125
00:16:16,051 --> 00:16:19,312
รู้ว่าจำเป็นต้องใช้อะไร

126
00:16:19,312 --> 00:16:21,933
เราเรียกเขาว่า

127
00:16:21,933 --> 00:16:24,152
เป็นความต้องการพิเศษ

128
00:16:24,152 --> 00:16:25,262
ในสิ่งที่เขาต้องการ

129
00:16:25,262 --> 00:16:27,688
แล้วทำอย่างไรล่ะ

130
00:16:27,688 --> 00:16:31,678
นี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อครับ

131
00:16:31,678 --> 00:16:35,678
ในภาพรวมของการนำเสนอของผม

132
00:16:36,788 --> 00:16:39,633
เราก็จะดูในเรื่องของจำนวนประชากรพิการในประเทศไทย

133
00:16:39,633 --> 00:16:41,422
ในทุกช่วงอายุ

134
00:16:41,422 --> 00:16:45,107
แล้วจากนั้น

135
00:16:45,107 --> 00:16:47,861
ก็จะดูที่จำนวนของนักเรียนพิการ

136
00:16:47,861 --> 00:16:49,290
ทางการได้ยินในประเทศไทย

137
00:16:49,290 --> 00:16:53,290

138
00:16:53,363 --> 00:16:55,548
แล้วก็เป็นจำนวนของนักเรียนที่มีความพิการอื่น ๆ

139
00:16:55,548 --> 00:16:58,871
จากนั้น

140
00:16:58,871 --> 00:17:02,871
ก็จะดูนักเรียนที่มีความพิการตามกฎหมาย

141
00:17:02,932 --> 00:17:06,279
และซึ่งหลาย ๆ ท่าน

142
00:17:06,279 --> 00:17:10,279
ก็อาจจะคุ้นเคยอยู่แล้ว

143
00:17:10,315 --> 00:17:14,315
ผมจะให้แนวคิดแล้วก็

144
00:17:17,770 --> 00:17:18,895
เพื่อการพูดคุยกันว่า

145
00:17:18,895 --> 00:17:20,685
การนำเสนอจะเป็นอย่างไร

146
00:17:20,685 --> 00:17:23,779
แล้วเราก็จะไปดูที่กระทรวงต่าง ๆ

147
00:17:23,779 --> 00:17:27,779
ที่ให้บริการด้านการศึกษาพิเศษ

148
00:17:28,937 --> 00:17:32,522
ไปดูที่ความต้องการของนักเรียนพิการทางการได้ยิน

149
00:17:32,522 --> 00:17:36,038
ผมใช้คำว่า

150
00:17:36,038 --> 00:17:39,368
พิการทางการได้ยิน

151
00:17:39,368 --> 00:17:43,368
ก็คือคนพิการหูหนวกกับคนพิการที่หูตึง

152
00:17:48,971 --> 00:17:52,971
และเรา

153
00:17:54,331 --> 00:17:56,870
ก็จะมาดูที่ว่าทำไม

154
00:17:56,870 --> 00:17:59,215
เราถึงต้องไปตอบสนอง

155
00:17:59,215 --> 00:18:00,523
ความต้องการของนักเรียน

156
00:18:00,523 --> 00:18:03,272
และทำอย่างไร

157
00:18:03,272 --> 00:18:05,242
ทีนี้

158
00:18:05,242 --> 00:18:06,017
มาดูใน

159
00:18:06,017 --> 00:18:10,017
หัวข้อแรก

160
00:18:10,541 --> 00:18:14,541
ในการนำเสนอของผมก็คือว่า

161
00:18:15,602 --> 00:18:17,773
เป็นเรื่องของสถิติคนพิการในประเทศไทย

162
00:18:17,773 --> 00:18:21,572
ผมอาจจะ

163
00:18:21,572 --> 00:18:22,821
ไม่เห็นด้วย

164
00:18:22,821 --> 00:18:26,821

165
00:18:27,108 --> 00:18:31,108
หรือคุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับจำนวนตัวเลข

166
00:18:31,477 --> 00:18:35,477
อันนี้ไม่ใช่มาจากกระทรวงศึกษาฯ นะครับ

167
00:18:36,391 --> 00:18:40,391
แต่ว่ามาจากกระทรวง พม.

168
00:18:42,439 --> 00:18:44,162
ความพิการทางกายและการเคลื่อนไหวนะครับ

169
00:18:44,162 --> 00:18:45,796
ก็ประมาณ 1 ล้าน

170
00:18:45,796 --> 00:18:49,698
ต่อมาด้านการได้ยินและการสื่อสาร

171
00:18:49,698 --> 00:18:50,518
ประมาณสัก 3 แสน

172
00:18:50,518 --> 00:18:54,252
ก็ค่อนข้างสูง

173
00:18:54,252 --> 00:18:58,252
พิการทางการเห็นก็สูงเหมือนกัน

174
00:19:03,347 --> 00:19:06,100
ในความคิดของผมความพิการทางจิตใจ

175
00:19:06,100 --> 00:19:10,100
และพฤติกรรมก็ประมาณนั้น

176
00:19:23,226 --> 00:19:24,549
แล้วก็ความพิการทางสติปัญญา

177
00:19:24,549 --> 00:19:28,549
ก็ค่อนข้างสูง

178
00:19:36,789 --> 00:19:37,240
ออทิสติกส์ autism

179
00:19:37,240 --> 00:19:39,060
ความพิการทางการเรียนรู้ก็ค่อนข้างน้อย

180
00:19:39,060 --> 00:19:43,052
ซึ่งผมว่าก็ไม่จริง

181
00:19:43,052 --> 00:19:45,068
คือมีประมาณแค่ 10,000 คน

182
00:19:45,068 --> 00:19:47,370
ผมว่าน่าจะเป็นล้านคน

183
00:19:47,370 --> 00:19:48,166
แต่ว่าอาจจะมีปัญหาที่คำนิยามว่าความพิการทางการเรียนรู้คืออะไร

184
00:19:48,166 --> 00:19:49,361
ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไป

185
00:19:49,361 --> 00:19:51,803
แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการ

186
00:19:51,803 --> 00:19:52,825
ก็จะพูดถึงเรื่องความสามารถของการอ่าน

187
00:19:52,825 --> 00:19:54,818
และเขียน

188
00:19:54,818 --> 00:19:55,429
แต่ว่าในส่วนของกระทรวง พม.

189
00:19:55,429 --> 00:19:58,386
ก็อาจจะไปดูในเรื่องของ

190
00:19:58,386 --> 00:20:01,362
คืออาจจะเป็นมุมมองที่แตกต่างกัน

191
00:20:01,362 --> 00:20:05,362
ระหว่าง ๒ กระทรวง

192
00:20:06,813 --> 00:20:08,404
กระทรวงศึกษาฯ กับกระทรวง พม.

193
00:20:08,404 --> 00:20:10,050
ก็เลยทำให้นิยามต่างกัน

194
00:20:10,050 --> 00:20:12,792
จำนวนก็อาจจะต่างกัน

195
00:20:12,792 --> 00:20:15,443
จากนั้นเราก็จะมาดูเด็กนักเรียนที่พิการทางการได้ยิน

196
00:20:15,443 --> 00:20:16,876
ส่วนมากเด็กนักเรียนเหล่านี้ก็จะไปโรงเรียนการศึกษาพิเศษ

197
00:20:16,876 --> 00:20:20,876
คือเรามีโรงเรียน

198
00:20:26,229 --> 00:20:30,229
การศึกษาพิเศษ

199
00:20:32,557 --> 00:20:36,345
สำหรับคนหูหนวกมีทั้งหมด

200
00:20:36,345 --> 00:20:37,594
๒๑ โรงเรียนในประเทศไทย

201
00:20:37,594 --> 00:20:40,198
แล้วก็จำนวนของโรงเรียนก็เพิ่มขึ้น

202
00:20:40,198 --> 00:20:41,909
แล้วก็น่าแปลกใจอีกก็คือว่าจำนวนของนักเรียนของพิการหูหนวกก็เริ่มลดลง

203
00:20:41,909 --> 00:20:45,909
อันนั้นเป็นสิ่ง

204
00:21:13,949 --> 00:21:15,220
ที่ผมเข้าใจเห็นแต่ว่าอาจจะเข้าใจผิดก็ได้   ผมไม่รู้ว่าทำไมจำนวนโรงเรียนเพิ่มขึ้น

205
00:21:15,220 --> 00:21:16,301
นักเรียนพิการทางการได้ยินก็ไม่ได้ไปโรงเรียนเรียนรวม

206
00:21:16,301 --> 00:21:16,938
เขาไปโรงเรียนเรียนรวมไหม

207
00:21:16,938 --> 00:21:20,049
ก็ไปครับ

208
00:21:20,049 --> 00:21:22,188
แต่ว่าโดยส่วนมากเด็กนักเรียนหูหนวกจะไปโรงเรียนการศึกษาพิเศษ

209
00:21:22,188 --> 00:21:26,188
เพราะว่าเนื่องจากว่าโรงเรียนเรียนรวมทั่วไป

210
00:21:28,652 --> 00:21:31,504
จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียนเรียนรวมในประเทศไทย

211
00:21:31,504 --> 00:21:33,918
เขาบอกว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนเลยจะต้องเป็นโรงเรียนแบบเรียนรวม

212
00:21:33,918 --> 00:21:36,048
แต่ว่าในทางปฏิบัติผมก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

213
00:21:36,048 --> 00:21:38,996
ว่าโรงเรียนทั้งหมดเป็นโรงเรียนแบบเรียนรวมอย่างแท้จริง

214
00:21:38,996 --> 00:21:39,955
อันนี้ก็เป็นจำนวน

215
00:21:39,955 --> 00:21:41,921
ของนักเรียนหูหนวก

216
00:21:41,921 --> 00:21:45,921
อันนี้เป็นชื่อย่อ

217
00:21:48,213 --> 00:21:52,213
ของโรงเรียนที่ ๑

218
00:21:57,873 --> 00:22:01,873
ก็จะเป็นจำนวนค่อนข้างเยอะอยู่ในมุมมองของผม

219
00:22:11,832 --> 00:22:15,832
ทำไมจำนวนนักเรียนหูหนวกในโรงเรียนเหล่านี้สูงขึ้น

220
00:22:18,454 --> 00:22:22,042
เพราะว่าพ่อแม่เขาอยากให้เด็กนักเรียนมาเรียนที่นี่

221
00:22:22,042 --> 00:22:23,435
เป็นโรงเรียนแบบโรงเรียนประจำ

222
00:22:23,435 --> 00:22:26,273
เพราะฉะนั้น

223
00:22:26,273 --> 00:22:27,327
คุณก็ไม่จำเป็นกังวลว่าจะไปกินที่ไหน

224
00:22:27,327 --> 00:22:31,327
ไปใช้เงินอย่างไร

225
00:22:31,377 --> 00:22:32,670
เพราะว่าเป็นโรงเรียนประจำทุกอย่างรัฐบาลเป็นคนจ่ายให้

226
00:22:32,670 --> 00:22:34,145
แล้วก็พ่อแม่ก็บอกว่า โอ.เค.

227
00:22:34,145 --> 00:22:36,050
ก็ดีแล้วให้ลูกอยู่ที่นั่นแหล่ะ

228
00:22:36,050 --> 00:22:39,747
เพราะฉะนั้น

229
00:22:39,747 --> 00:22:41,003
ก็เลยทำให้จำนวนนักเรียนหูหนวกไม่ใช่เพิ่มขึ้น

230
00:22:41,003 --> 00:22:42,305
ค่อนข้างสูง

231
00:22:42,305 --> 00:22:46,305
ต่อมาประเภทที่ ๒

232
00:23:03,452 --> 00:23:04,392
คือนักเรียนพิการทางสติปัญญา

233
00:23:04,392 --> 00:23:08,392
เขาก็อยู่โรงเรียนการศึกษาพิเศษเช่นกัน

234
00:23:09,048 --> 00:23:11,781
จำนวนโดยรวมก็จำนวนนักเรียนพิการทางสติปัญญานี้

235
00:23:11,781 --> 00:23:13,152
ก็ประมาณเกือบ ๗,๐๐๐

236
00:23:13,152 --> 00:23:17,152
ก็คือขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ละปี

237
00:23:18,220 --> 00:23:19,785
จำนวนโรงเรียนก็เพิ่มขึ้นเป็น 20 โรงเรียน

238
00:23:19,785 --> 00:23:20,409
บางคนก็ไปเรียนอยู่ในโรงเรียนเรียนรวม

239
00:23:20,409 --> 00:23:23,776
หลาย ๆ คน

240
00:23:23,776 --> 00:23:27,776
ก็ค่อนข้างจะไป

241
00:23:30,907 --> 00:23:34,490
ในโรงเรียนเรียนรวมมากกว่า

242
00:23:34,490 --> 00:23:35,480
นักเรียนหูหนวก

243
00:23:35,480 --> 00:23:37,059
ดูในส่วนของนักเรียนทางการพิการทางการเคลื่อนไหว

244
00:23:37,059 --> 00:23:41,059
เรื่องพิการแขนขา

245
00:23:42,258 --> 00:23:46,258
ก็มีโรงเรียนทั้งหมดแค่ 4 โรงเรียน

246
00:23:46,258 --> 00:23:47,810
แล้วจำนวนนักเรียนทั้งหมดก็น้อยกว่า 1,000

247
00:23:47,810 --> 00:23:51,810
แล้วก็โรงเรียน

248
00:23:55,019 --> 00:23:56,270
พิการทางการเห็นก็มีไม่ค่อยเยอะเท่าไร ใน ๓ โรงเรียนนี้

249
00:23:56,270 --> 00:24:00,270
ส่วนมากนักเรียน

250
00:24:00,936 --> 00:24:03,220
เขาก็จะไปโรงเรียนเรียนรวมกัน

251
00:24:03,220 --> 00:24:04,294
ผมหมายถึงนักเรียนพิการทางการเห็น

252
00:24:04,294 --> 00:24:06,971
เขาก็

253
00:24:06,971 --> 00:24:08,122
เป็นกลุ่มที่ได้รับ

254
00:24:08,122 --> 00:24:10,430
การศึกษา

255
00:24:10,430 --> 00:24:14,430
ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

256
00:24:15,316 --> 00:24:17,669
และเขาก็ได้งบประมาณค่อนข้างเยอะจากรัฐบาล

257
00:24:17,669 --> 00:24:21,429
ในขณะที่

258
00:24:21,429 --> 00:24:25,429
คนพิการทาง

259
00:24:36,351 --> 00:24:37,731
สติปัญญาไม่ค่อยเรียกร้อง

260
00:24:37,731 --> 00:24:41,731
เพราะฉะนั้นเขาอาจจะต้องไปช่วยเด็กพิการทางสติปัญญามากขึ้น

261
00:24:42,102 --> 00:24:43,722
มาดูในเรื่องของประเภทความพิการ

262
00:24:43,722 --> 00:24:47,722
ตามกฎหมายนะครับ

263
00:24:50,626 --> 00:24:51,416
อย่างที่มีท่านวิทยากรได้กล่าวไปแล้ว

264
00:24:51,416 --> 00:24:53,358
เมื่อวานนี้ว่า

265
00:24:53,358 --> 00:24:55,785
เราต้องการ

266
00:24:55,785 --> 00:24:59,785
ที่จะพัฒนาการศึกษาพิเศษ

267
00:25:00,529 --> 00:25:01,665
เราจะต้องมีกฎหมาย

268
00:25:01,665 --> 00:25:04,507
มีกฎหมายที่เข้มแข็ง

269
00:25:04,507 --> 00:25:05,992
กฎหมายของไทยในปัจจุบัน

270
00:25:05,992 --> 00:25:07,503
นี้ยังไม่เข้มแข็งมากนัก

271
00:25:07,503 --> 00:25:11,503
กฎหมายในปัจจุบัน

272
00:25:12,044 --> 00:25:16,044
จะพูดถึงเงิน

273
00:25:17,781 --> 00:25:18,535
หรือว่างบประมาณก็จะมีกองทุนเป็นงบประมาณ

274
00:25:18,535 --> 00:25:22,535
จำนวนมากสำหรับเรื่องของการศึกษาพิเศษ

275
00:25:23,256 --> 00:25:27,256
หรือการศึกษาให้กับคนพิการ

276
00:25:33,453 --> 00:25:37,453
แต่ว่ากฎหมายนั้นยังไม่ได้พูดถึงทิศทางในการพัฒนา

277
00:25:38,649 --> 00:25:42,649
ในเรื่องของการศึกษา

278
00:25:42,822 --> 00:25:44,681
เพราะฉะนั้นเราควรจะเสนอให้มีกฎหมายเรื่องการศึกษาพิเศษอีกฉบับหนึ่ง

279
00:25:44,681 --> 00:25:47,345
ที่ให้แนวทาง

280
00:25:47,345 --> 00:25:48,120
ในการ

281
00:25:48,120 --> 00:25:50,720
จัดการศึกษาพิเศษ

282
00:25:50,720 --> 00:25:51,960
ที่มีประสิทธิภาพ

283
00:25:51,960 --> 00:25:52,861
ยกตัวอย่างเช่น

284
00:25:52,861 --> 00:25:55,065
ตอนนี้

285
00:25:55,065 --> 00:25:56,281
เขามีการแบ่งประเภท

286
00:25:56,281 --> 00:25:57,526
ความพิกา

287
00:25:57,526 --> 00:26:00,836
ร

288
00:26:00,836 --> 00:26:04,836
ออกเป็น ๙ ประเภท

289
00:26:05,537 --> 00:26:07,412
คุณเห็นด้วยไหมครับ

290
00:26:07,412 --> 00:26:10,130
คุณคิดว่าเป็นการแบ่งประเภทที่น่าพึงพอใจไหม

291
00:26:10,130 --> 00:26:11,019
นักเรียนบางคนอาจจะ

292
00:26:11,019 --> 00:26:13,531
ยังตกหล่น

293
00:26:13,531 --> 00:26:14,601
ไม่ได้รับบริการ

294
00:26:14,601 --> 00:26:18,601
เช่น

295
00:26:18,905 --> 00:26:22,009
นักเรียนที่มีความพิการทางจิต

296
00:26:22,009 --> 00:26:23,334
ตรงนี้ก็จะยังไม่ได้รับ

297
00:26:23,334 --> 00:26:24,620
บริการด้านการศึกษา

298
00:26:24,620 --> 00:26:28,620
หรือนักเรียน

299
00:26:30,058 --> 00:26:31,357
ที่มีความพิการเรื้อรัง

300
00:26:31,357 --> 00:26:33,465
ที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาล

301
00:26:33,465 --> 00:26:35,810
หรือต้อง

302
00:26:35,810 --> 00:26:39,417
อยู่ใน

303
00:26:39,417 --> 00:26:43,417
โรงพยาบาลเป็นเวลานาน

304
00:26:45,695 --> 00:26:46,761
นักเรียนกลุ่มเหล่านี้ก็จะยังไม่ครอบคลุม

305
00:26:46,761 --> 00:26:47,545
แล้วเรายังต้องพูดถึง

306
00:26:47,545 --> 00:26:49,387
คุณภาพ

307
00:26:49,387 --> 00:26:52,393
ของบริการด้วยว่า

308
00:26:52,393 --> 00:26:54,568
บริการต่าง ๆ ด้านการศึกษา

309
00:26:54,568 --> 00:26:58,568
มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด

310
00:26:59,096 --> 00:27:03,096

311
00:27:10,436 --> 00:27:12,252
เรื่องของ

312
00:27:12,252 --> 00:27:14,675
การช่วยเหลือ

313
00:27:14,675 --> 00:27:16,354
ในระยะแรกเริ่ม

314
00:27:16,354 --> 00:27:17,569
เป็นสิ่งสำคัญมาก

315
00:27:17,569 --> 00:27:21,494
เพราะว่า

316
00:27:21,494 --> 00:27:22,636
เราไม่ควร

317
00:27:22,636 --> 00:27:24,054
จะปล่อย

318
00:27:24,054 --> 00:27:25,585
ให้เวลาผ่านไป

319
00:27:25,585 --> 00:27:28,043
หลายปี

320
00:27:28,043 --> 00:27:32,043
โดยที่ไม่ได้มีการวินิจฉัย

321
00:27:34,326 --> 00:27:38,326
หรือไม่ได้มีการเข้าไปช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มเลย

322
00:27:41,864 --> 00:27:44,824
ใช่ครับ

323
00:27:44,824 --> 00:27:46,583
นี่เป็นสิ่งที่วิทยากรเมื่อวานนี้

324
00:27:46,583 --> 00:27:49,050
ท่านก็ได้กล่าวไว้

325
00:27:49,050 --> 00:27:51,435
แล้วก็เป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศ

326
00:27:51,435 --> 00:27:54,082
ควรจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้

327
00:27:54,082 --> 00:27:58,082
มีความพิการเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุต่าง ๆ มากมายในแต่ละวัน

328
00:28:04,681 --> 00:28:08,681
เรื่องของความพิการ

329
00:28:09,039 --> 00:28:13,039
ทางสติปัญญา

330
00:28:14,219 --> 00:28:18,219
แล้วก็อย่างที่เราได้พูดถึงกัน

331
00:28:19,578 --> 00:28:20,510
เรื่องของความพิการทางการบกพร่องหรือการพูด

332
00:28:20,510 --> 00:28:23,048
และภาษา

333
00:28:23,048 --> 00:28:27,048
ก็มีเด็กหลายคนที่อาจจะพูดภาษาไทยกลาง

334
00:28:36,751 --> 00:28:37,976
ที่เป็นภาษากรุงเทพฯ ไม่ได้ชัด ก็มีหลายคน โดยเฉพาะที่อยู่ในต่างจังหวัด

335
00:28:37,976 --> 00:28:38,700
เขาก็มีภาษาเป็นภาษาถิ่นของเขา

336
00:28:38,700 --> 00:28:42,700

337
00:28:48,132 --> 00:28:50,404
มีความบกพร่องด้านอารมณ์

338
00:28:50,404 --> 00:28:52,690
และพฤติกรรม

339
00:28:52,690 --> 00:28:56,690
ซึ่งบางคนบอกว่า

340
00:29:00,198 --> 00:29:04,198
นี่หมายถึง

341
00:29:15,004 --> 00:29:18,602
เด็กพิการทางจิต

342
00:29:18,602 --> 00:29:20,820
หรือว่าเด็กพิการที่อยู่ในโรงพยาบาล

343
00:29:20,820 --> 00:29:24,524
ก็มีการจัดบริการอยู่บ้างแล้วไม่ใช่หรือ

344
00:29:24,524 --> 00:29:25,634
บอกว่าจริง

345
00:29:25,634 --> 00:29:28,397
อาจจะมีบ้าง

346
00:29:28,397 --> 00:29:30,001
แต่ว่าไม่มากพอแล้วก็ควรที่จะให้ความสนใจ

347
00:29:30,001 --> 00:29:34,001
และจริงจังในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

348
00:29:37,321 --> 00:29:39,479
ในกลุ่มของความบกพร่องที่เป็นออทิสติกส์นั้น

349
00:29:39,479 --> 00:29:43,419
ก็มีจำนวนมากเพิ่มขึ้น

350
00:29:43,419 --> 00:29:44,621
เรามีแผนในระดับชาติ สำหรับการจัดการศึกษาให้กับเด็กออทิสติกส์

351
00:29:44,621 --> 00:29:47,756
ในเรื่องของการป้องกันความพิการ

352
00:29:47,756 --> 00:29:50,015
เป็นแผนของกระทรวงสาธารณสุข

353
00:29:50,015 --> 00:29:54,015
แต่เมื่อมาถึงในเรื่องของโรงเรียน

354
00:29:54,063 --> 00:29:58,063
แล้วเมื่อเขาเรียนเลื่อนชั้น

355
00:29:59,111 --> 00:30:01,222
ขึ้นไป

356
00:30:01,222 --> 00:30:03,259
เขาจะทำอะไร

357
00:30:03,259 --> 00:30:06,554
ก็ต้องมีเรื่องของอาชีพ

358
00:30:06,554 --> 00:30:07,573
เขาสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างกลมกลืน

359
00:30:07,573 --> 00:30:08,537
เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้หรือไม่

360
00:30:08,537 --> 00:30:10,381

361
00:30:10,381 --> 00:30:12,396
แล้วมีใคร

362
00:30:12,396 --> 00:30:16,204
ที่จะช่วยดูแลเขา

363
00:30:16,204 --> 00:30:20,016
ถ้าหากเขาต้องการดูแล

364
00:30:20,016 --> 00:30:21,604
เมื่อคุณพ่อคุณแม่เขาเสีย

365
00:30:21,604 --> 00:30:25,576
ชีวิตไป

366
00:30:25,576 --> 00:30:27,415
สิ่งเหล่านี้ควรเป็นสิ่งที่ถูกคำนึงถึง

367
00:30:27,415 --> 00:30:31,415
ผมพูดใน Facebook ของผมว่า

368
00:30:33,694 --> 00:30:37,694
เราควรจะมี

369
00:30:37,992 --> 00:30:39,395
roadmap

370
00:30:39,395 --> 00:30:41,950
ผมคิดว่าไม่ใช่แค่ roadmap

371
00:30:41,950 --> 00:30:43,426
ควรจะเป็นแผนแบบทางด่วนเลยครับ

372
00:30:43,426 --> 00:30:46,045
ไม่ใช่ทางธรรมดา

373
00:30:46,045 --> 00:30:48,349
คือต้องพิจารณา

374
00:30:48,349 --> 00:30:49,449
เรื่องนี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน

375
00:30:49,449 --> 00:30:53,449

376
00:30:58,553 --> 00:31:00,868
ต่อไปเป็นเรื่องของความพิการทางการเรียนรู้หลายคนยังไม่เข้าใจ

377
00:31:00,868 --> 00:31:04,597
เป็นคำที่เรานำมาใช้จากอเมริกา

378
00:31:04,597 --> 00:31:08,597
เราเรียนรู้เรื่องนี้จากต่างประเทศ

379
00:31:11,909 --> 00:31:15,909
คำทางการแพทย์เรียกว่า

380
00:31:34,407 --> 00:31:36,678
dyslexia

381
00:31:36,678 --> 00:31:38,549
สำหรับคนที่ทำงานด้านการศึกษาเราใช้คำว่า

382
00:31:38,549 --> 00:31:42,063
ความพิการทางการเรียนรู้

383
00:31:42,063 --> 00:31:44,362
ที่สำคัญก็คือคนในชุมชนยังไม่ได้มองนักเรียนกลุ่มนี้

384
00:31:44,362 --> 00:31:47,678
ในมุมมองเดียวกัน

385
00:31:47,678 --> 00:31:49,443
คำนิยามกลุ่มของความพิการ

386
00:31:49,443 --> 00:31:51,174
ทางการเรียนรู้

387
00:31:51,174 --> 00:31:51,899
เขาไม่ได้เรียนรู้ช้า

388
00:31:51,899 --> 00:31:55,899
บางคนพูดว่า

389
00:32:14,433 --> 00:32:17,976
ความพิการทางการเรียนรู้เหมือนกับกลุ่มเดียวกับออทิสติก

390
00:32:17,976 --> 00:32:21,116
ไม่ใช่

391
00:32:21,116 --> 00:32:25,116
ฉะนั้นเราทุกคนต้องเข้ามาร่วมกันทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่

392
00:32:26,682 --> 00:32:27,369
เพื่อจะพยายามพัฒนาให้การศึกษาของนักเรียนที่มีความจำเป็นพิเศษได้รับการพัฒนา

393
00:32:27,369 --> 00:32:30,219
และสื่อสารออกไปสู่สังคม

394
00:32:30,219 --> 00:32:31,541
นอกจากนี้เป็นเรื่องของความพิการซ้อน

395
00:32:31,541 --> 00:32:35,541
ซึ่งก็เป็นมีคำนิยามที่แตกต่างกันออกไป

396
00:32:39,325 --> 00:32:42,041
ระหว่างกระทรวงศึกษาฯ กับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

397
00:32:42,041 --> 00:32:45,239
ผมชอบผู้นำเสนอจากญี่ปุ่น

398
00:32:45,239 --> 00:32:48,833
ที่เมื่อวานนั้นท่านพูดถึงการศึกษาในประเทศไทย

399
00:32:48,833 --> 00:32:51,799
และมีการจัดการโดยใช้กระทรวงหลายกระทรวง

400
00:32:51,799 --> 00:32:55,568
แล้วก็มีแหล่งทรัพยากรหลายแหล่ง

401
00:32:55,568 --> 00:32:57,671
เช่น มีถึง ๕ กระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องนี้

402
00:32:57,671 --> 00:33:01,671
ในเรื่องการจัดบริการด้านการศึกษา

403
00:33:07,137 --> 00:33:08,249
มีทรัพยากรใช่ครับ เช่น การศึกษาขั้นพื้นฐาน

404
00:33:08,249 --> 00:33:12,249
สำหรับประเทศไทย

405
00:33:17,829 --> 00:33:19,508
เรามีกระทรวงต่าง ๆ

406
00:33:19,508 --> 00:33:22,568
ที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษา

407
00:33:22,568 --> 00:33:23,917
ก็คือกระทรวงศึกษาฯ

408
00:33:23,917 --> 00:33:26,845
กระทรวงมหาดไทย

409
00:33:26,845 --> 00:33:27,942
กระทรวงกระทรวงเหล่านี้

410
00:33:27,942 --> 00:33:30,335
ก็มีสถาบัน

411
00:33:30,335 --> 00:33:34,335

412
00:33:46,282 --> 00:33:50,282
มีโรงเรียนของตนเองแล้วก็ยังมีกระทรวงสาธารณสุข

413
00:33:50,719 --> 00:33:52,599
ในกระทรวงอุดมศึกษาที่ให้การรับผิดชอบ

414
00:33:52,599 --> 00:33:55,488
ในเรื่องของการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย

415
00:33:55,488 --> 00:33:59,488
แล้วก็มีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

416
00:34:07,556 --> 00:34:09,587
ซึ่งกระทรวงเหล่านี้ก็ได้ให้บริการด้านการศึกษา

417
00:34:09,587 --> 00:34:12,167
เรามาดูในเรื่อง

418
00:34:12,167 --> 00:34:12,831
ของประเภทของการศึกษาพิเศษ

419
00:34:12,831 --> 00:34:16,831
อันที่ ๑

420
00:34:22,514 --> 00:34:26,093
เรามี inclusive classroom

421
00:34:26,093 --> 00:34:27,527
คือชั้นเรียนที่เป็นชั้นเรียนรวม

422
00:34:27,527 --> 00:34:31,527
ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังได้รับความนิยม

423
00:34:31,776 --> 00:34:33,318
และเป็นสิ่งที่เรากำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางนี้

424
00:34:33,318 --> 00:34:34,925
หมายถึง

425
00:34:34,925 --> 00:34:36,444
ในชั้นเรียนเดียวกัน

426
00:34:36,444 --> 00:34:37,962
เป็นโรงเรียนเรียนรวม

427
00:34:37,962 --> 00:34:38,795
และเป็นชั้นเรียนรวม

428
00:34:38,795 --> 00:34:42,610
อันที่ 2

429
00:34:42,610 --> 00:34:43,409
ก็เป็นเรื่องของโรงเรียนเรียนรวม

430
00:34:43,409 --> 00:34:46,024
โรงเรียนการศึกษาพิเศษ

431
00:34:46,024 --> 00:34:47,420
สำหรับส่วนของโรงเรียนเรียนรวมนั้น

432
00:34:47,420 --> 00:34:50,658
ก็เป็นกระแส

433
00:34:50,658 --> 00:34:54,658
ที่ทุกคนพยายามจะพัฒนา

434
00:34:59,486 --> 00:35:01,758
ให้โรงเรียนนั้นกลายเป็นโรงเรียนเรียนรวมให้มากยิ่งขึ้น

435
00:35:01,758 --> 00:35:03,295
จำนวนของโรงเรียนการศึกษาพิเศษประเภทที่ ๓

436
00:35:03,295 --> 00:35:06,862
โรงเรียนการศึกษาพิเศษ

437
00:35:06,862 --> 00:35:08,954
หรือว่าโรงเรียนเฉพาะประเภทความพิการ

438
00:35:08,954 --> 00:35:11,490
ก็จะมีจำนวนน้อยลง

439
00:35:11,490 --> 00:35:12,444
และอาจจะมีการปรับรูปแบบของบริการ

440
00:35:12,444 --> 00:35:16,444
เช่น

441
00:35:21,586 --> 00:35:25,586
เราไม่ได้มีโรงเรียนเฉพาะสำหรับเด็กออทิสติก

442
00:35:26,989 --> 00:35:30,989
และเด็กออทิสติกก็จะไปเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ

443
00:35:45,920 --> 00:35:48,860
แล้วโรงเรียนที่นักเรียนออทิสติก ก็จะมีจำนวนมากขึ้น

444
00:35:48,860 --> 00:35:52,860
เรามี program อยู่ในโรงเรียนทั่ว ๆ ไป

445
00:35:53,323 --> 00:35:56,703
เราสามารถจะมีโปรแกรมอยู่ในโรงเรียนการศึกษาพิเศษหรือโรงเรียนทั่วไปก็ได้

446
00:35:56,703 --> 00:35:58,671
แต่เราให้ความสนใจกับ program การศึกษา

447
00:35:58,671 --> 00:35:59,636
ไม่ว่าจะจัดในลักษณะไหนก็ตาม

448
00:35:59,636 --> 00:36:01,310
เราเน้นไปที่บริการ

449
00:36:01,310 --> 00:36:05,310
เรามีศูนย์การศึกษาพิเศษ

450
00:36:21,665 --> 00:36:23,275
ซึ่งหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้น

451
00:36:23,275 --> 00:36:24,239
เป็นกลุ่มที่ดำเนินการอย่างกว้างขวางในประเทศไทย

452
00:36:24,239 --> 00:36:25,329
มีในทุกภาค

453
00:36:25,329 --> 00:36:26,176
มีทั้งภาคเหนือ

454
00:36:26,176 --> 00:36:28,557
ภาคใต้

455
00:36:28,557 --> 00:36:30,945
ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคต่าง ๆ

456
00:36:30,945 --> 00:36:34,663
ทั่วประเทศก็มีการตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดด้วย

457
00:36:34,663 --> 00:36:38,663
ก็มีการส่งเด็กพิการเข้าไปที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ

458
00:36:48,742 --> 00:36:49,631
มีการคัดกรอง

459
00:36:49,631 --> 00:36:53,631
แล้วก็มีการจัดบริการให้กับเด็ก

460
00:36:55,032 --> 00:36:56,974
และเด็กได้กลับไปที่บ้านด้วย

461
00:36:56,974 --> 00:36:59,087
แล้วก็ได้มีการบริการให้ความรู้กับผู้ปกครองด้วย

462
00:36:59,087 --> 00:37:01,216
สิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นก็คือในเขตการศึกษาพิเศษต่าง ๆ

463
00:37:01,216 --> 00:37:03,367
ก็ได้มีการจัดตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษ

464
00:37:03,367 --> 00:37:07,367
ประจำเขต

465
00:37:19,339 --> 00:37:23,339
นี่เป็นสิ่งใหม่ที่มี

466
00:37:24,722 --> 00:37:26,934
การตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษขึ้นมาในทุกเขตการศึกษาพิเศษทั่วประเทศ

467
00:37:26,934 --> 00:37:28,660
แล้วก็มีการจัดตั้งศูนย์

468
00:37:28,660 --> 00:37:29,910
การศึกษาพิเศษในระดับ

469
00:37:29,910 --> 00:37:33,293
ตำบล

470
00:37:33,293 --> 00:37:37,293
ซึ่งเป็นศูนย์การศึกษาพิเศษใหม่

471
00:37:38,473 --> 00:37:42,473
ที่จะวางแผนที่จะมีในทุก ๆ ตำบล

472
00:37:48,005 --> 00:37:50,790
หรือเป็นแบบในลักษณะศูนย์การศึกษาพิเศษ

473
00:37:50,790 --> 00:37:52,685
ในระดับอำเภอ

474
00:37:52,685 --> 00:37:54,669
ซึ่งจะมีจำนวนมาก

475
00:37:54,669 --> 00:37:58,669
เป็นหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ

476
00:38:07,439 --> 00:38:09,808
อันนี้ก็มีชั้นเรียนในโรงพยาบาล

477
00:38:09,808 --> 00:38:12,577
เขาเรียกว่าเป็นชั้นเรียนในโรงเรียนสาธิต

478
00:38:12,577 --> 00:38:13,968
เป็นโรงเรียนเอกชน

479
00:38:13,968 --> 00:38:15,744
อาจจะอยู่ภายใต้มูลนิธิต่าง ๆ

480
00:38:15,744 --> 00:38:17,607
แล้ว

481
00:38:17,607 --> 00:38:18,785
พอมา

482
00:38:18,785 --> 00:38:20,784
ถึง

483
00:38:20,784 --> 00:38:23,025
เรื่องความต้องการ

484
00:38:23,025 --> 00:38:25,197
จำเป็นของนักเรียน

485
00:38:25,197 --> 00:38:26,334
ที่มีความพิการทางการได้ยิน

486
00:38:26,334 --> 00:38:29,861
รวมถึง

487
00:38:29,861 --> 00:38:33,861
กลุ่มที่

488
00:38:36,145 --> 00:38:38,172
เป็นคนตาบอดและหูหนวก

489
00:38:38,172 --> 00:38:39,943
คุณมีบริการอะไร

490
00:38:39,943 --> 00:38:43,943
ให้กับกลุ่มนี้

491
00:38:43,976 --> 00:38:44,997
เพื่อจะตอบสนองความต้องการจำเป็น

492
00:38:44,997 --> 00:38:48,997
ของนักเรียนเหล่านี้

493
00:38:49,578 --> 00:38:52,787
สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องมี

494
00:38:52,787 --> 00:38:56,516
ก็คือการสำรวจการประเมินความต้องการของเขาก่อน

495
00:38:56,516 --> 00:38:57,873
ควรจะต้องมีการขยายเสียง

496
00:38:57,873 --> 00:39:01,212
ให้ดังขึ้น

497
00:39:01,212 --> 00:39:02,828
สำหรับคนที่มี

498
00:39:02,828 --> 00:39:06,828
ความพิการทางการได้ยิน

499
00:39:10,178 --> 00:39:12,835
มีบริการ caption

500
00:39:12,835 --> 00:39:16,835
เพราะว่าเรามีทั้งกลุ่มของคนที่ไม่มีการได้ยินเลย

501
00:39:17,245 --> 00:39:18,737
หรืออาจจะยังมีการได้ยินหลงเหลือ

502
00:39:18,737 --> 00:39:22,737
อยู่บ้าง

503
00:39:27,469 --> 00:39:29,470
มี software ในเรื่องของการรับข้อมูลด้วยเสียง

504
00:39:29,470 --> 00:39:30,675
ในเรื่องของทักษะการอ่าน

505
00:39:30,675 --> 00:39:32,083
มีการจัดล่ามภาษามือ

506
00:39:32,083 --> 00:39:34,909
ซึ่งสำคัญมาก

507
00:39:34,909 --> 00:39:38,909
และปัจจุบันนี้

508
00:39:40,096 --> 00:39:44,096
ในโทรทัศน์

509
00:39:44,234 --> 00:39:48,234
หรือว่าคนในชุมชน

510
00:39:52,971 --> 00:39:56,960
เข้าใจเรื่องของล่ามภาษามือมากขึ้น

511
00:39:56,960 --> 00:39:59,127
หลายปีที่ผ่านมาบริการเหล่านี้ก็ยังไม่มีมาก่อน

512
00:39:59,127 --> 00:40:03,127
เรื่องของการบำบัดการพูด

513
00:40:03,573 --> 00:40:05,729
เรื่องของเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก

514
00:40:05,729 --> 00:40:07,112
เรื่องของการฝึกอบรม

515
00:40:07,112 --> 00:40:08,382
การใช้เทคโนโลยี

516
00:40:08,382 --> 00:40:12,382
เราต้องการ

517
00:40:18,692 --> 00:40:20,740
ฝึกอบรมสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

518
00:40:20,740 --> 00:40:22,437
ทำไมครับ

519
00:40:22,437 --> 00:40:24,995
เพราะว่าเราจะต้องมีการปรับเปลี่ยน

520
00:40:24,995 --> 00:40:25,998
ทำไมเราถึงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง

521
00:40:25,998 --> 00:40:27,477
อันนี้เป็นเรื่องของการศึกษา

522
00:40:27,477 --> 00:40:29,009
อันนี้คือการเรียนรวม

523
00:40:29,009 --> 00:40:31,506
อันนี้เป็นกระแส

524
00:40:31,506 --> 00:40:33,231
เป็นแนวโน้ม

525
00:40:33,231 --> 00:40:35,482
อันนี้เป็นทางเดียว

526
00:40:35,482 --> 00:40:36,727
ที่จะหัน

527
00:40:36,727 --> 00:40:40,727
ไปดู

528
00:40:50,505 --> 00:40:52,484
เรื่องของการศึกษาเราสามารถที่จะทำได้ไหม

529
00:40:52,484 --> 00:40:53,807
ในทางที่แตกต่างจากวิธีเดิม ๆ

530
00:40:53,807 --> 00:40:56,267
จากวิธีการสอนเดิม ๆ

531
00:40:56,267 --> 00:40:59,154
ให้แตกต่างจากวิธีปฏิบัติเดิม ๆ

532
00:40:59,154 --> 00:41:00,630
ในเรื่องของ

533
00:41:00,630 --> 00:41:04,630
การให้การศึกษา

534
00:41:07,265 --> 00:41:09,949
เด็กพิการและการเรียนในภาคปกตินั้น

535
00:41:09,949 --> 00:41:10,410
คุณจะทำอะไร

536
00:41:10,410 --> 00:41:11,352
เมื่อคุณต้องการจะสอน

537
00:41:11,352 --> 00:41:13,205
เช่น

538
00:41:13,205 --> 00:41:17,205
นี่คือหลักสูตร

539
00:41:34,500 --> 00:41:37,491
เพราะฉะนั้นคุณก็จะแบ่งหลักสูตรในประเทศไทย

540
00:41:37,491 --> 00:41:40,072
เราก็จะมีหลักสูตรแห่งชาติประมาณ ๓ อย่างด้วยกัน

541
00:41:40,072 --> 00:41:44,048
เราก็จะมีตั้งแต่การศึกษา

542
00:41:44,048 --> 00:41:45,253
ตั้งแต่แกนกลาง

543
00:41:45,253 --> 00:41:47,820
และการศึกษาหลักสูตรแบบอื่น ๆ

544
00:41:47,820 --> 00:41:51,646
จากนั้นก็ให้นักเรียนเข้ามาเรียน

545
00:41:51,646 --> 00:41:52,751
นี่คือตำราเรียนของคุณ

546
00:41:52,751 --> 00:41:53,530
เนื้อหานะ

547
00:41:53,530 --> 00:41:56,444
นี่คือวัตถุประสงค์

548
00:41:56,444 --> 00:42:00,444
เราจำเป็นจะต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

549
00:42:10,724 --> 00:42:11,217
ถ้าเราทำตามไม่ได้

550
00:42:11,217 --> 00:42:12,521
เราก็ไม่เก่ง

551
00:42:12,521 --> 00:42:15,751
อันนี้เป็นเรื่องจริงไหม

552
00:42:15,751 --> 00:42:17,073
เรื่องของการอำนวยความสะดวก

553
00:42:17,073 --> 00:42:18,108
ก็จะต้องทำในวิธีที่แตกต่างออกไป

554
00:42:18,108 --> 00:42:22,108
หมายถึงอะไรครับ

555
00:42:22,974 --> 00:42:24,972
ต้องเป็นเด็กผู้ชาย

556
00:42:24,972 --> 00:42:26,034
สมมติเด็กผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาในโรงเรียน

557
00:42:26,034 --> 00:42:26,602
ไม่มีอะไรมาเลย

558
00:42:26,602 --> 00:42:27,711
ไม่มีหลักสูตร

559
00:42:27,711 --> 00:42:31,525
ก็ไปนั่งอยู่ตรงนั้น

560
00:42:31,525 --> 00:42:32,557
หรือครูอาจจะเก่งมาก

561
00:42:32,557 --> 00:42:36,557
คุณมี

562
00:42:41,403 --> 00:42:45,403
ความเฉลียวฉลาด มีพรสวรรค์อย่างดี

563
00:42:45,593 --> 00:42:48,408
อย่างเพื่อนของผมเมื่อวานพูดว่า

564
00:42:48,408 --> 00:42:50,779
การศึกษาแบบเรียนรวมไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์

565
00:42:50,779 --> 00:42:52,389
คุณไม่สามารถที่จะเรียนรู้

566
00:42:52,389 --> 00:42:54,216
ได้อย่างง่าย

567
00:42:54,216 --> 00:42:55,468
คุณจะต้องคิด

568
00:42:55,468 --> 00:42:59,468
คุณจะต้องทำ

569
00:43:02,015 --> 00:43:03,193
มากกว่าคนอื่น

570
00:43:03,193 --> 00:43:04,785
เพราะฉะนั้น

571
00:43:04,785 --> 00:43:05,781
เราต้องปล่อยให้เขาเรียนรู้มากขึ้น

572
00:43:05,781 --> 00:43:07,150
แล้วอีกคนหนึ่ง

573
00:43:07,150 --> 00:43:09,879
ก็เข้ามา

574
00:43:09,879 --> 00:43:11,723
คุณไม่ใช่จะมานั่งอยู่เฉย ๆ

575
00:43:11,723 --> 00:43:13,544
คุณก็เดินมา

576
00:43:13,544 --> 00:43:17,544
คุณก็อาจจะพูดเยอะไปหน่อย

577
00:43:20,859 --> 00:43:24,859
คุณไม่ค่อยเงียบเลย

578
00:43:25,383 --> 00:43:27,277
แต่ว่าคุณก็ไม่ได้เรียนรู้อะไร

579
00:43:27,277 --> 00:43:31,277
เพราะฉะนั้นผมก็จะสอนให้คุณหยุดวิ่ง

580
00:43:31,377 --> 00:43:32,635
แล้วก็จะเพิ่มความสามารถในการใส่ใจของคุณให้มากขึ้น

581
00:43:32,635 --> 00:43:36,635
แล้วก็อีกคนหนึ่งก็เข้ามา

582
00:43:36,970 --> 00:43:39,557
ก็อาจจะเดินได้ไม่ค่อยดีนัก

583
00:43:39,557 --> 00:43:42,751
เนื่องจากว่า

584
00:43:42,751 --> 00:43:44,735
อาจจะขาไม่ดี

585
00:43:44,735 --> 00:43:47,901
อาจจะมองไม่ค่อยชัดเจน

586
00:43:47,901 --> 00:43:51,901
คุณจะทำอะไรล่ะ

587
00:43:52,083 --> 00:43:56,083
เขาต้องได้รับบริการจากโรงเรียนข้างนอกใช่ไหม

588
00:43:56,635 --> 00:44:00,635
หรือว่าต้องยกระดับการมองเห็น

589
00:44:02,162 --> 00:44:05,489
ต้องปรับปรุงเรื่องของกล้ามเนื้อ

590
00:44:05,489 --> 00:44:08,652
เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งแตกต่างกัน

591
00:44:08,652 --> 00:44:12,145
เพราะฉะนั้นเรายังไม่มีหลักสูตรแห่งชาติ

592
00:44:12,145 --> 00:44:13,603
แล้วก็ซึ่งสามารถที่จะตอบสนองความต้องการได้

593
00:44:13,603 --> 00:44:14,572
ไม่

594
00:44:14,572 --> 00:44:18,572
ไม่มีสิ่งนั้น

595
00:44:21,315 --> 00:44:23,492
เราจะต้องเหมือนกับที่เราตัดเสื้อที่จะต้องเหมาะสม

596
00:44:23,492 --> 00:44:25,647
กับตัวเด็ก

597
00:44:25,647 --> 00:44:26,896
ถ้าคุณกลัวตัวใหญ่

598
00:44:26,896 --> 00:44:28,988
เสื้อของคุณก็ต้องตัวใหญ่ตาม

599
00:44:28,988 --> 00:44:32,340
เราจะต้องตัดให้เหมาะสมกับคุณ

600
00:44:32,340 --> 00:44:36,340
หรือถ้าเราตัวเตี้ยก็อาจจะให้เสื้อตัวเล็ก

601
00:44:54,213 --> 00:44:57,745
ก็อาจจะต้องเหมาะกับไหล่ของคุณ ตัดให้เหมาะสม

602
00:44:57,745 --> 00:44:59,563
เพราะฉะนั้นการอำนวยความสะดวกเป็นวิธีใหม่

603
00:44:59,563 --> 00:45:03,212
ในการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียน

604
00:45:03,212 --> 00:45:04,064
ตามที่สิ่งที่แต่ละคนต้องการในระดับรายบุคคล

605
00:45:04,064 --> 00:45:07,020
คุณเชื่อในอะไรครับ

606
00:45:07,020 --> 00:45:10,013
ประเทศของคุณนั้นเป็นประชาธิปไตยหรือไม่

607
00:45:10,013 --> 00:45:11,635
คุณพูดถึงเรื่องของ

608
00:45:11,635 --> 00:45:13,723
สิทธิ

609
00:45:13,723 --> 00:45:15,114
ที่เท่าเทียมกันหรือไม่

610
00:45:15,114 --> 00:45:16,444
ในโรงเรียนก็เช่นกัน

611
00:45:16,444 --> 00:45:19,962
ถ้าคุณอ่านหนังสือไม่ได้

612
00:45:19,962 --> 00:45:22,750
เรามองหาจุดแข็งของแต่ละคน

613
00:45:22,750 --> 00:45:26,750
และเราพยายามพัฒนาให้

614
00:45:29,250 --> 00:45:30,793
ุณอ่านได้

615
00:45:30,793 --> 00:45:31,619
คุณอ่านไม่ได้

616
00:45:31,619 --> 00:45:33,651
คุณเดินไม่ได้

617
00:45:33,651 --> 00:45:35,627
เราไม่พูดอย่างนั้น

618
00:45:35,627 --> 00:45:37,095
แต่เราพูดว่าคุณจะอ่านได้

619
00:45:37,095 --> 00:45:38,694
คุณจะเดินได้

620
00:45:38,694 --> 00:45:40,072
คุณจะพูดได้

621
00:45:40,072 --> 00:45:43,177
คุยได้

622
00:45:43,177 --> 00:45:45,034
คุณสามารถทำได้

623
00:45:45,034 --> 00:45:49,034
ถ้าบอกว่า

624
00:45:53,075 --> 00:45:53,826
คุณมีความพิการ

625
00:45:53,826 --> 00:45:57,004
คุณไปอยู่ข้างหลัง

626
00:45:57,004 --> 00:45:59,345
ไปแอบซ่อนหลบอยู่ตรงส่วนใดส่วนหนึ่งในสังคมไทย

627
00:45:59,345 --> 00:46:03,345
เด็กพิการ

628
00:46:09,045 --> 00:46:13,045
เคยถูกซ้อนไว้ เก็บไว้ ในบ้าน

629
00:46:13,313 --> 00:46:14,780
แต่ว่าเมื่อมีบริการของการศึกษาพิเศษเกิดขึ้น

630
00:46:14,780 --> 00:46:16,652
ก็ได้ออกมา

631
00:46:16,652 --> 00:46:19,492
ได้ออกมาจากบ้าน

632
00:46:19,492 --> 00:46:21,518
ที่เก็บซ่อนไว้

633
00:46:21,518 --> 00:46:22,624
แล้วก็ได้ออกมาในโรงเรียน

634
00:46:22,624 --> 00:46:24,208
ผู้ปกครองก็เริ่ม

635
00:46:24,208 --> 00:46:25,033
นำเขาออกมา

636
00:46:25,033 --> 00:46:29,033
ข้างนอก

637
00:46:38,721 --> 00:46:39,884
วิทยากรจากเนปาลและกัมพูชาเมื่อวานนี้

638
00:46:39,884 --> 00:46:43,884
ได้พูดถึงเรื่องของเด็กพิการ

639
00:46:44,329 --> 00:46:48,329
ที่ได้รับผลกระทบจากความเชื่อเรื่องเวรกรรม

640
00:46:48,828 --> 00:46:52,828
ที่บอกว่าความพิการเกิดมาจากการทำความผิด

641
00:46:53,924 --> 00:46:57,924
หรือทำสิ่งไม่ดีเมื่อชาติที่แล้ว

642
00:46:58,540 --> 00:47:01,698
คนไทยเช่นกัน ก็มีคนไทยกลุ่มหนึ่งที่เชื่อในเรื่องของเวรกรรม

643
00:47:01,698 --> 00:47:04,140
และการทำไม่ดีในชาติที่แล้ว

644
00:47:04,140 --> 00:47:08,140
ส่งผลให้เกิดความพิการในชาตินี้

645
00:47:10,191 --> 00:47:14,191
ทำให้เกิดความอับอาย

646
00:47:15,146 --> 00:47:19,146
ครอบครัวที่มีลูกพิการ

647
00:47:22,700 --> 00:47:23,477
ก็ไม่อยากให้คนในชุมชนรู้ว่าตัวเองมีลูกตาบอด

648
00:47:23,477 --> 00:47:25,482
มีลูกพิการ

649
00:47:25,482 --> 00:47:27,808
นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น

650
00:47:27,808 --> 00:47:31,387
ตอนนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว

651
00:47:31,387 --> 00:47:34,244
คนไม่อับอายที่มีลูกพิการ

652
00:47:34,244 --> 00:47:35,565
คนไม่มีความเชื่อแบบเดิมแล้ว

653
00:47:35,565 --> 00:47:39,565
ทั้งชุมชน

654
00:47:40,269 --> 00:47:44,269
และคนในครอบครัวก็มีความคิดที่เปลี่ยนไป

655
00:47:45,388 --> 00:47:49,388
ในอดีตนั้นคนจะตีตราว่า

656
00:47:50,559 --> 00:47:51,545
คุณเป็นคนหูหนวก

657
00:47:51,545 --> 00:47:55,545
คุณเป็นคนพิการ

658
00:47:56,334 --> 00:47:57,226
คุณเป็นคนที่ไม่มีความรู้

659
00:47:57,226 --> 00:47:59,690
แล้วก็ไม่มีสติปัญญา

660
00:47:59,690 --> 00:48:02,170
หลายคนก็จะบอกว่าในอดีตนั้น

661
00:48:02,170 --> 00:48:06,050
มีการถูกตีตรา

662
00:48:06,050 --> 00:48:07,067
มีการถูกมองข้าม

663
00:48:07,067 --> 00:48:07,872
ละเลยต่าง ๆ

664
00:48:07,872 --> 00:48:11,872
จากในชุมชน

665
00:48:13,217 --> 00:48:17,217
มีการ

666
00:48:21,347 --> 00:48:25,144
ถูกลดคุณค่าหรือทำให้ด้อยค่า

667
00:48:25,144 --> 00:48:29,017
ชุมชนหรือสังคมหรือประเทศที่มีความก้าวหน้า

668
00:48:29,017 --> 00:48:30,799
และมีความเป็นประชาธิปไตยนั้น

669
00:48:30,799 --> 00:48:33,441
ให้มีความเท่าเทียมกัน

670
00:48:33,441 --> 00:48:36,145
ให้ความสำคัญกับจุดแข็ง

671
00:48:36,145 --> 00:48:37,363
แล้วก็นับรวมหรือคำนึงถึงคนพิการ

672
00:48:37,363 --> 00:48:41,363
นักเรียนพิการ

673
00:48:44,020 --> 00:48:48,020
แต่ว่าเป็นกลุ่มที่ไม่เคารพในความเป็นมนุษย์ของเด็กพิการ

674
00:48:50,547 --> 00:48:54,547
และลดคุณค่า

675
00:48:56,267 --> 00:49:00,267
แล้วก็ตีตรา

676
00:49:02,683 --> 00:49:04,685
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของความเป็นเอกลักษณ์

677
00:49:04,685 --> 00:49:08,685
แต่ละคนไม่เหมือนกัน

678
00:49:10,023 --> 00:49:11,062
หลายคนบอกว่าฉันอยากให้ลูกเป็นวิศวกร

679
00:49:11,062 --> 00:49:14,753
ฉันอยากให้ลูกเป็นหมอ

680
00:49:14,753 --> 00:49:15,989
แต่ว่าเด็กแต่ละคนนั้นมีความเฉพาะตัว

681
00:49:15,989 --> 00:49:19,989
มองดูลูกของคุณ

682
00:49:22,675 --> 00:49:24,715
มองดูจุดแข็งของเขา

683
00:49:24,715 --> 00:49:26,779
ในแต่ละคนนั้น

684
00:49:26,779 --> 00:49:28,159
มีความเฉพาะตัว

685
00:49:28,159 --> 00:49:29,509
แล้วผมคิดว่า

686
00:49:29,509 --> 00:49:33,120
นี่ก็เป็นกระแส

687
00:49:33,120 --> 00:49:35,371
ที่กำลังจะได้รับ

688
00:49:35,371 --> 00:49:39,371
ความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

689
00:49:39,737 --> 00:49:41,177
ในอนาคตถ้าลูกของคุณ

690
00:49:41,177 --> 00:49:42,333
หรือนักเรียนของคุณ

691
00:49:42,333 --> 00:49:42,963
ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด

692
00:49:42,963 --> 00:49:43,854
คุณก็ตีเขา

693
00:49:43,854 --> 00:49:44,688
เราไม่ควรตีเด็ก

694
00:49:44,688 --> 00:49:48,688

695
00:49:51,744 --> 00:49:54,456
และ

696
00:49:54,456 --> 00:49:56,260
ที่สำคัญต่อไป

697
00:49:56,260 --> 00:50:00,260
คือเรื่องของ

698
00:50:09,016 --> 00:50:11,102
Inclusion

699
00:50:11,102 --> 00:50:12,537
คือการนับรวมทุกคน

700
00:50:12,537 --> 00:50:16,537
การรวมทุกคนเข้าด้วยกัน

701
00:50:17,667 --> 00:50:20,705
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรวมแบบที่เรียนรวมกันในบางส่วน

702
00:50:20,705 --> 00:50:24,251
หรือว่าการเรียนรวมกันทั้งหมดอย่างสมบูรณ์

703
00:50:24,251 --> 00:50:26,329
สำหรับสิ่งที่เราควร

704
00:50:26,329 --> 00:50:30,329
จะปรับเปลี่ยน

705
00:50:32,277 --> 00:50:36,277
ไม่ว่าจะเป็นสำหรับครูที่ควรจะเปลี่ยนหลักสูตร

706
00:50:40,014 --> 00:50:42,924
สร้างหลักสูตรที่เหมาะกับความต้องการของเด็ก

707
00:50:42,924 --> 00:50:45,957
แล้วคุณจะสอนอย่างไร

708
00:50:45,957 --> 00:50:49,957
คุณบอกว่าวิธีการสอนของครูคือฟังครูนะ

709
00:50:54,733 --> 00:50:57,200
แต่ถ้าคุณฟังไม่ได้ยินก็ออกไป

710
00:50:57,200 --> 00:51:01,200
ครูในรุ่นใหม่นั้น

711
00:51:01,728 --> 00:51:02,457
จะต้องไม่ใช่คนที่คอยแต่กำกับสั่งสอน

712
00:51:02,457 --> 00:51:06,457
ทำไม

713
00:51:11,747 --> 00:51:15,379
เพราะว่าเดี๋ยวนี้เด็กสามารถเรียนจาก Facebook

714
00:51:15,379 --> 00:51:17,195
เรียนจากเว็บไซต์

715
00:51:17,195 --> 00:51:17,984
เรียนจากไลน์

716
00:51:17,984 --> 00:51:21,496
เรียนจากสิ่งอื่น ๆ

717
00:51:21,496 --> 00:51:22,872
มากมาย

718
00:51:22,872 --> 00:51:25,708
ซึ่งน่าสนใจกว่าสิ่งที่ครูสอนเสียอีก

719
00:51:25,708 --> 00:51:28,069
แล้วเด็กรู้มากขึ้น

720
00:51:28,069 --> 00:51:31,167
เดี๋ยวนี้เด็กรู้มากกว่าครูด้วยซ้ำ

721
00:51:31,167 --> 00:51:32,553
ฉะนั้นสิ่งที่ครูควรทำ

722
00:51:32,553 --> 00:51:33,425
คืออำนวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้

723
00:51:33,425 --> 00:51:35,881
ครูสมัยเก่านั้น

724
00:51:35,881 --> 00:51:39,067
สอน

725
00:51:39,067 --> 00:51:39,762
ครูสมัยใหม่นั้นอำนวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้

726
00:51:39,762 --> 00:51:42,289
เช่น

727
00:51:42,289 --> 00:51:46,289
วันพรุ่งนี้อยากจะรู้ว่า

728
00:51:59,123 --> 00:52:03,123
มีข้อมูลอะไรที่เด็กค้นหามาจาก Internet ได้บ้างนำมาเสนอหน่อย

729
00:52:03,123 --> 00:52:04,551
มี website ใดบ้าง

730
00:52:04,551 --> 00:52:05,503
ที่นักเรียนหาความรู้อันนี้มาได้

731
00:52:05,503 --> 00:52:06,320
ดีมากเลย

732
00:52:06,320 --> 00:52:08,747
น่าสนใจมาก

733
00:52:08,747 --> 00:52:10,837
เราอยากจะเรียนรู้เรื่องใบไม้

734
00:52:10,837 --> 00:52:14,837
และเด็กมานำเสนอ

735
00:52:14,908 --> 00:52:18,908
ไม่ใช่ว่าครูจะมานั่งบรรยาย

736
00:52:19,725 --> 00:52:21,303
ว่าใบไม้เป็นแบบนี้อยู่ฝ่ายเดียว

737
00:52:21,303 --> 00:52:24,284
ว่าใบไม้เป็นแบบนี้ แบบนั้น

738
00:52:24,284 --> 00:52:25,708
เด็กสามารถจะมีส่วนร่วมได้

739
00:52:25,708 --> 00:52:26,854
หลักสูตรที่ครูสร้างขึ้น

740
00:52:26,854 --> 00:52:29,609
ปรับให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน

741
00:52:29,609 --> 00:52:32,055
ให้ความรู้

742
00:52:32,055 --> 00:52:34,119
โดยเฉพาะให้ความรู้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษนั้น

743
00:52:34,119 --> 00:52:35,333
จะต้องเป็นการตอบสนองความต้องการจำเป็นเฉพาะบุคคล

744
00:52:35,333 --> 00:52:39,333
เรื่องของเครื่องมือต่าง ๆ

745
00:52:40,543 --> 00:52:44,543
ในการสอนสื่อการสอนที่จัดให้เหมาะสม

746
00:52:44,920 --> 00:52:48,920
รูปแบบการประเมินผล

747
00:52:49,370 --> 00:52:53,370
หรือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

748
00:52:56,712 --> 00:52:59,340
ในการประเมินผลหลายครั้งเราบอกว่าควรต้องอ่านให้ได้

749
00:52:59,340 --> 00:53:02,645
ถ้าอ่านไม่ได้ แปลว่า

750
00:53:02,645 --> 00:53:03,586
สอบตก

751
00:53:03,586 --> 00:53:07,586
คุณต้องอ่านให้ได้

752
00:53:08,021 --> 00:53:11,558
ถ้าอ่านไม่ได้ แปลว่า ไม่ผ่าน

753
00:53:11,558 --> 00:53:13,215
นี่เป็นวิธีการเก่า

754
00:53:13,215 --> 00:53:14,707
วิธีการใหม่นั้น

755
00:53:14,707 --> 00:53:15,908
คุณสามารถทำได้หลายอย่าง

756
00:53:15,908 --> 00:53:16,899
จะใช้การอ่านก็ได้

757
00:53:16,899 --> 00:53:20,899
จะใช้ภาษามือก็ได้

758
00:53:24,927 --> 00:53:26,515
เข้าไปใน YouTube

759
00:53:26,515 --> 00:53:27,820
ก็ได้

760
00:53:27,820 --> 00:53:31,820
แล้วทดสอบแบบนี้

761
00:53:34,789 --> 00:53:38,789
คือเข้าไปใน YouTube

762
00:53:39,846 --> 00:53:42,520
ลองฟังข้อมูลนี้หลังจากดู YouTube

763
00:53:42,520 --> 00:53:43,097
จบแล้ว

764
00:53:43,097 --> 00:53:45,306
ตอบคำถามได้ไหม

765
00:53:45,306 --> 00:53:49,306
ถ้าตอบได้แล้วถือว่าผ่านได้

766
00:53:49,446 --> 00:53:53,446
อีกอันหนึ่งเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนที่เหมาะสม

767
00:54:14,113 --> 00:54:17,380
เรื่องของการจัดการอำนวยความสะดวกอาโทรเรชัน

768
00:54:17,380 --> 00:54:18,940
คือเรื่องของการที่ให้ทางเลือกที่แตกต่างกันสำหรับนักเรียนแต่ละคน

769
00:54:18,940 --> 00:54:21,637
ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันทุกสิ่งทุกอย่าง

770
00:54:21,637 --> 00:54:22,297
นักเรียนที่ไม่พิการอาจจะได้รับมอบหมายให้ทำงานลักษณะหนึ่ง

771
00:54:22,297 --> 00:54:25,186
ในชั้นเรียนเดียวกัน

772
00:54:25,186 --> 00:54:27,124
เด็กพิการก็อาจจะได้รับมอบหมาย

773
00:54:27,124 --> 00:54:28,253
ให้ทำลักษณะงาน

774
00:54:28,253 --> 00:54:31,449
หรือการบ้านอีกแบบหนึ่ง

775
00:54:31,449 --> 00:54:32,910
วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันให้เหมาะสมกับแต่ละคน

776
00:54:32,910 --> 00:54:36,910
สื่อการสอนแต่ละคนอาจจะต่างกัน

777
00:54:40,069 --> 00:54:42,753
ตาม style ของแต่ละคน

778
00:54:42,753 --> 00:54:46,133
เป็นวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน

779
00:54:46,133 --> 00:54:47,062
แต่ดำเนินการไปพร้อมกันในห้องเรียน

780
00:54:47,062 --> 00:54:49,288
ในโรงเรียนเดียวกัน

781
00:54:49,288 --> 00:54:50,872
ข้อต่อไป

782
00:54:50,872 --> 00:54:54,274
เป็นยุทธศาสตร์

783
00:54:54,274 --> 00:54:57,564
สำหรับการปรับเปลี่ยนข้อ ๑

784
00:54:57,564 --> 00:54:58,898
เป็นเรื่องของในการสอน

785
00:54:58,898 --> 00:54:59,701
2.

786
00:54:59,701 --> 00:55:03,114
สภาพแวดล้อม

787
00:55:03,114 --> 00:55:03,959
3. หลักสูตร

788
00:55:03,959 --> 00:55:07,770
4.การทดสอบ

789
00:55:07,770 --> 00:55:11,652
๕. คือการสื่อสาร 6. คือเรื่องของการขยายผล

790
00:55:11,652 --> 00:55:15,652
๗. เป็นเรื่องของทักษะในการสื่อสาร

791
00:55:23,773 --> 00:55:26,022
วิธีการในการที่จะอำนวยความสะดวก

792
00:55:26,022 --> 00:55:27,398
ในการเรียนรู้

793
00:55:27,398 --> 00:55:29,478
อันที่ 1

794
00:55:29,478 --> 00:55:31,208
คือในการสอน

795
00:55:31,208 --> 00:55:32,766
คุณต้องเข้าใจ

796
00:55:32,766 --> 00:55:36,766
นักเรียนของคุณ

797
00:55:40,998 --> 00:55:42,513
คุณต้องเข้าใจนักเรียนที่มีความพิการในการเรียนรู้

798
00:55:42,513 --> 00:55:43,776
เข้าใจนักเรียน

799
00:55:43,776 --> 00:55:46,366
เข้าใจวิธีการทำงานของสมอง

800
00:55:46,366 --> 00:55:50,366
แต่ละคนนั้นทำงานด้วยสมอง

801
00:55:53,092 --> 00:55:54,965
ซีกซ้ายมากกว่า

802
00:55:54,965 --> 00:55:58,965
หรือซีกขวามากกว่า

803
00:56:00,370 --> 00:56:03,079
หลายคนสามารถใช้ภาษามือได้อย่างดี

804
00:56:03,079 --> 00:56:07,079
อย่างเร็ว

805
00:56:10,234 --> 00:56:11,249
ถ้าคุณเป็นเด็กหูหนวกที่ใช้สมองซีกซ้ายมาก

806
00:56:11,249 --> 00:56:15,249
เขาจะใช้ใช้ภาษามือได้อย่างรวดเร็ว

807
00:56:15,389 --> 00:56:19,267
เขาจะใช้ภาษามือได้ไม่ชัดเจนนัก

808
00:56:19,267 --> 00:56:23,267
แล้วก็อาจจะไม่คมชัด

809
00:56:26,808 --> 00:56:30,451
ถ้ามือของเขาก็อาจจะไม่ได้สวยงามมาก

810
00:56:30,451 --> 00:56:34,451
นั่นเป็นเพราะว่าสมองนั้นต่างกัน

811
00:56:36,655 --> 00:56:40,655
ถ้านักเรียนนั้นอ่านได้อย่างรวดเร็ว

812
00:56:42,843 --> 00:56:44,718
บางคนอาจจะอ่านได้ช้า

813
00:56:44,718 --> 00:56:48,108
เราไม่ควรจะต่อว่าหรือตำหนิเขา

814
00:56:48,108 --> 00:56:51,736
ไม่ควรจะมีเด็กคนใดเลยถูกตำหนิ

815
00:56:51,736 --> 00:56:53,334
แต่ควรจะหาวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน

816
00:56:53,334 --> 00:56:57,334
คุณไม่ใช่หมอ

817
00:56:59,133 --> 00:57:00,445
คุณอาจจะไม่ได้เข้าใจรายละเอียดของสมองในแบบการแพทย์

818
00:57:00,445 --> 00:57:02,377
แต่อย่างน้อย

819
00:57:02,377 --> 00:57:06,377
ให้คุณสังเกต

820
00:57:08,164 --> 00:57:10,477
และเรียนรู้วิธีการที่เหมาะกับเด็กของคุณแต่ละคน

821
00:57:10,477 --> 00:57:14,285
สมองของทุกคนนั้น

822
00:57:14,285 --> 00:57:17,057
สามารถเรียนรู้ได้

823
00:57:17,057 --> 00:57:21,057
แต่ต้องหาวิธีเรียนรู้ที่เหมาะ

824
00:57:23,340 --> 00:57:24,547
เด็ก LD นั้น

825
00:57:24,547 --> 00:57:26,339
ไม่อยากจะนั่งฟังคุณ

826
00:57:26,339 --> 00:57:30,339
ถ้าคุณพูดคุณบรรยายไป

827
00:57:33,995 --> 00:57:36,320
สำหรับเด็ก LD ไม่ชอบฟัง

828
00:57:36,320 --> 00:57:37,027
เด็กที่ใช้สมองด้านขวา ไม่ชอบนั่งฟัง

829
00:57:37,027 --> 00:57:38,769
เขาชอบทำ

830
00:57:38,769 --> 00:57:40,414
ชอบลงมือทำ

831
00:57:40,414 --> 00:57:43,114
เขาเรียนรู้

832
00:57:43,114 --> 00:57:46,998
ภาษา

833
00:57:46,998 --> 00:57:48,172
ไม่ใช่ด้วยการฟัง

834
00:57:48,172 --> 00:57:50,696
แต่อาจจะด้วยการทำสิ่งอื่น

835
00:57:50,696 --> 00:57:54,696
นักเรียนที่ถนัดการฟัง

836
00:57:57,171 --> 00:57:59,305
คือนักเรียนที่ใช้สมองซีกซ้าย

837
00:57:59,305 --> 00:58:03,305
ฉะนั้นคุณต้องเข้าใจวิธีการเรียนรู้

838
00:58:07,511 --> 00:58:08,477
หรือ style การเรียนรู้ของแต่ละคน

839
00:58:08,477 --> 00:58:10,152
ในรูปแบบการเรียนรู้

840
00:58:10,152 --> 00:58:12,366
ที่เหมาะกับเขา

841
00:58:12,366 --> 00:58:16,366
จะทำให้เขาเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

842
00:58:17,221 --> 00:58:19,387
คือต้องใส่ใจในเรื่องของความสนใจของเด็กด้วย

843
00:58:19,387 --> 00:58:21,436
เด็กเล็ก ๆ สนใจการ์ตูน

844
00:58:21,436 --> 00:58:25,436
คุณก็ต้องมีการ์ตูนเป็นสื่อการสอน

845
00:58:26,613 --> 00:58:30,613
สำหรับเด็กวัยรุ่นเยาวชนชอบดารา

846
00:58:31,013 --> 00:58:34,217
ชอบนักร้อง ชอบไอดอลต่าง ๆ

847
00:58:34,217 --> 00:58:35,863
คุณก็ต้องใช้สิ่งเหล่านั้น

848
00:58:35,863 --> 00:58:39,863
ที่เขาสนใจ

849
00:58:41,364 --> 00:58:45,364
และควรจะพิจารณาเรื่องของพหุปัญญา

850
00:58:49,685 --> 00:58:51,411
หรือว่าความเฉลียวฉลาดที่มีหลายด้าน

851
00:58:51,411 --> 00:58:55,411
สังคมไทย

852
00:58:56,597 --> 00:58:58,865
สมัยก่อน

853
00:58:58,865 --> 00:59:02,241
จะเน้นแต่ว่า

854
00:59:02,241 --> 00:59:03,613
ถ้าฉลาดต้องเก่งคณิตศาสตร์

855
00:59:03,613 --> 00:59:06,066
ต้องเก่งภาษาอังกฤษ

856
00:59:06,066 --> 00:59:08,355
แต่ไม่จริง

857
00:59:08,355 --> 00:59:10,276
คุณจะต้องพิจารณาเรื่องนี้

858
00:59:10,276 --> 00:59:14,181
เพราะว่าความเฉลียวฉลาดนั้นมีหลายด้าน

859
00:59:14,181 --> 00:59:16,274
สมองนั้นทำงานในหลายรูปแบบ

860
00:59:16,274 --> 00:59:20,274
และสมองจะอยู่กับคุณไปตลอด

861
00:59:22,727 --> 00:59:24,811
คุณเปลี่ยนสมองถอดออกมาไม่ได้

862
00:59:24,811 --> 00:59:27,740
หาสมองใหม่มาใส่ไม่ได้

863
00:59:27,740 --> 00:59:28,854
ฉะนั้นจะต้องทำความเข้าใจสมอง

864
00:59:28,854 --> 00:59:32,854
และส่งเสริมศักยภาพที่สูงสุด

865
00:59:34,350 --> 00:59:35,407
ไม่ว่าจะเป็น

866
00:59:35,407 --> 00:59:39,407
เรื่องของภาษา

867
00:59:41,705 --> 00:59:42,810
หรือเรื่องศิลปะ หรือเรื่องใด ๆ

868
00:59:42,810 --> 00:59:45,832
คุณจะต้อง

869
00:59:45,832 --> 00:59:49,832
ดูในเรื่องของสภาพแวดล้อมด้วยครับ

870
00:59:49,877 --> 00:59:51,850
การปรับสภาพแวดล้อม เช่น

871
00:59:51,850 --> 00:59:54,542
บางคนควรจะให้มานั่งใกล้ครู

872
00:59:54,542 --> 00:59:58,542
บางคนบอกว่า

873
00:59:59,953 --> 01:00:03,953
ทำไมเด็กคนนี้เดินอยู่เรื่อย ๆ

874
01:00:08,803 --> 01:00:12,803
เวลาที่ครูสอน

875
01:00:14,669 --> 01:00:18,669
แสดงว่าอาจจะต้องการมุมที่เป็นมุมเงียบสักนิดหนึ่ง

876
01:00:51,909 --> 01:00:52,890
ที่มี partition กั้นให้

877
01:00:52,890 --> 01:00:56,890
มุมที่เงียบ ๆ

878
01:00:59,743 --> 01:01:00,840
แล้วมี partition กั้นให้ในทุกห้อง

879
01:01:00,840 --> 01:01:01,294
ในห้องเรียนต่าง ๆ

880
01:01:01,294 --> 01:01:02,203
ในโรงเรียนต่าง ๆ

881
01:01:02,203 --> 01:01:03,244
แบบนั้นหรือ

882
01:01:03,244 --> 01:01:05,484
ใช่ครับ

883
01:01:05,484 --> 01:01:08,786
การจัดที่นั่งที่เหมาะสม

884
01:01:08,786 --> 01:01:11,322
มีหลายรูปแบบและเป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ

885
01:01:11,322 --> 01:01:14,280
การนั่งกับเพื่อนก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง เช่น

886
01:01:14,280 --> 01:01:18,280
ถ้าคุณนั่งกับเพื่อนช่วยกันนั่ง

887
01:01:19,940 --> 01:01:23,323
แล้วก็ช่วยกันเป็น buddy ในชั้นเรียน

888
01:01:23,323 --> 01:01:27,323
อีกเทคนิคหนึ่งคือการลดเสียงรบกวน

889
01:01:27,422 --> 01:01:29,130
จัดให้มีวัสดุที่กำแพงที่สามารถดูดซับเสียง ลดเสียงรบกวน

890
01:01:29,130 --> 01:01:33,130
คุณควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นะครับ

891
01:01:36,986 --> 01:01:40,986
แล้วก็มีการใช้ partition

892
01:02:05,868 --> 01:02:07,656
ที่จัดอะคูสติกของเสียง

893
01:02:07,656 --> 01:02:08,708
ที่มีความพิเศษและเอื้ออำนวย

894
01:02:08,708 --> 01:02:11,649
ผมมีอีก ๕ นาทีนะครับ

895
01:02:11,649 --> 01:02:13,539
อยากจะพูดถึงเรื่องการปรับ หลักสูตรในประเทศไทยนั้น

896
01:02:13,539 --> 01:02:14,654
มีหลักสูตรกลางที่เป็นหลักสูตรระดับชาติ

897
01:02:14,654 --> 01:02:16,070
แล้วก็ใช้เป็นหลักสูตรของโรงเรียน

898
01:02:16,070 --> 01:02:16,594
ก็จะบอกว่าแต่ละโรงเรียนจะต้องใช้หนังสือ

899
01:02:16,594 --> 01:02:17,477
แบบนี้

900
01:02:17,477 --> 01:02:18,534
หนังสือเรียนแบบนี้

901
01:02:18,534 --> 01:02:20,187
เนื้อหาแบบนี้

902
01:02:20,187 --> 01:02:21,153
ไม่ครับ

903
01:02:21,153 --> 01:02:22,047
อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด

904
01:02:22,047 --> 01:02:23,012
อันนี้ไม่ใช่วิธีใหม่

905
01:02:23,012 --> 01:02:27,012
นี่เป็นวิธีที่โบราณมาก

906
01:02:30,775 --> 01:02:31,536
คร่ำครึมาก

907
01:02:31,536 --> 01:02:34,575
วิธีการก็คือ

908
01:02:34,575 --> 01:02:35,655
สำหรับเด็กปัญญาเลิศ

909
01:02:35,655 --> 01:02:36,613
เขาดูตำราเรียนที่เป็นหลักสูตรกลาง

910
01:02:36,613 --> 01:02:37,534
มองแป๊บเดียว

911
01:02:37,534 --> 01:02:39,457
อ่านจบหมดแล้ว

912
01:02:39,457 --> 01:02:41,294
เข้าใจหมดแล้ว

913
01:02:41,294 --> 01:02:45,294
เด็กปัญญาเลิศบอกว่า

914
01:02:45,732 --> 01:02:49,302
ต้องมานั่งฟังสิ่งที่เรารู้แล้วหรือ ไม่น่าสนใจ

915
01:02:49,302 --> 01:02:53,068
นี่เป็นสิ่งที่ทำให้หลักสูตรนั้นไม่ตอบสนองกับเด็ก

916
01:02:53,068 --> 01:02:54,581
โรงเรียนของไทยส่วนใหญ่นั้นจะตอบสนองต่อนักเรียน

917
01:02:54,581 --> 01:02:56,610
ที่มาจากสังคมระดับกลาง

918
01:02:56,610 --> 01:02:58,240
คนที่ฉลาดก็จะได้รับความรู้มากขึ้นบ้าง

919
01:02:58,240 --> 01:03:01,450
แต่คนที่ไม่ฉลาดก็ยังคงไม่ฉลาดเช่นนั้น

920
01:03:01,450 --> 01:03:02,933
และนี่ก็เป็นสิ่งที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

921
01:03:02,933 --> 01:03:05,045
ควรจะเปลี่ยนแปลง

922
01:03:05,045 --> 01:03:09,045
ฉะนั้นเราควรที่จะให้หลักสูตรนั้น

923
01:03:19,104 --> 01:03:23,104
้หลักสูตรนั้นกระชับ

924
01:03:24,735 --> 01:03:28,735
และมีการขยาย

925
01:03:29,737 --> 01:03:30,082
อาจจะเป็นหรือว่าขยายเนื้อหาให้เหมาะสม

926
01:03:30,082 --> 01:03:34,082
เช่น

927
01:03:34,483 --> 01:03:36,200
สำหรับเด็กบางคนอาจจะอาจจะไม่สามารถที่จะคำนวณได้

928
01:03:36,200 --> 01:03:38,254
เราบอกใช้เครื่องคำนวณได้หรือไม่

929
01:03:38,254 --> 01:03:40,053
ถ้าอย่างนั้น บางคนบอกว่าไม่ได้

930
01:03:40,053 --> 01:03:41,643
ห้ามใช้

931
01:03:41,643 --> 01:03:42,275
แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว

932
01:03:42,275 --> 01:03:44,027
เวลาคุณไปซื้อของ

933
01:03:44,027 --> 01:03:48,027
คุณก็จะเห็นว่า

934
01:03:58,875 --> 01:04:00,831
มีเครื่องคำนวณที่คิดเงินให้กับคุณ

935
01:04:00,831 --> 01:04:04,212
เราควรจะปรับให้เหมาะกับความเหมาะสมของแต่ละคน

936
01:04:04,212 --> 01:04:07,418
ผมจำได้ว่ามีข่าวออกมาไม่นานนี้ว่าครูตีเด็ก

937
01:04:07,418 --> 01:04:11,270
แล้วก็มีเรื่องของการให้งานมากเกินไป

938
01:04:11,270 --> 01:04:13,357
และครูตีเด็กเพราะว่าเด็กทำการบ้านไม่เสร็จ

939
01:04:13,357 --> 01:04:17,357
ปรากฏว่าให้การบ้านถึง 10 หน้า

940
01:04:19,662 --> 01:04:20,396
และเด็กบางคนไม่สามารถทำการบ้านเสร็จทั้งหมด

941
01:04:20,396 --> 01:04:24,396
ก็ลงโทษเด็ก

942
01:04:26,592 --> 01:04:27,377
ควรจะให้การบ้านที่เหมาะสมกับความสามารถ

943
01:04:27,377 --> 01:04:29,080
หรือศักยภาพของเด็ก

944
01:04:29,080 --> 01:04:30,882
และควรจะลดการบ้าน

945
01:04:30,882 --> 01:04:34,882
ที่เป็นการเขียนลง

946
01:04:38,132 --> 01:04:42,132
คุณพูดถึงสิทธิที่เท่าเทียมกัน

947
01:04:43,825 --> 01:04:46,004
แต่ไม่ได้หมายความว่า

948
01:04:46,004 --> 01:04:49,260
ให้มีสิทธิที่เท่าเทียมกัน

949
01:04:49,260 --> 01:04:53,260
คือการที่จะให้ทุกคนมีการบ้านในจำนวนหน้าเท่ากัน

950
01:04:53,473 --> 01:04:57,132
อันนั้นไม่ใช่ความเท่าเทียม

951
01:04:57,132 --> 01:05:01,132
ควรจะปรับให้เหมาะสมให้การบ้าน

952
01:05:01,182 --> 01:05:04,836
ให้สิ่งที่ตั้งใจทำนั้นเป็นการตอบสนอง

953
01:05:04,836 --> 01:05:08,836
เหมาะกับความจำเป็นของเด็กแต่ละคน

954
01:05:09,451 --> 01:05:13,451
ไม่ใช่ว่าต้องให้การบ้านในปริมาณเท่ากัน

955
01:05:23,539 --> 01:05:25,296
หลายครั้งเราจะคิดค่าเฉลี่ย

956
01:05:25,296 --> 01:05:26,340
เราจะคิดแต่ว่าทุกคนต้องทำเหมือนกัน

957
01:05:26,340 --> 01:05:29,257
ต้องมีการสอบประเมิน

958
01:05:29,257 --> 01:05:32,235
และให้ทุกคนทำในวิธีเดียวกัน

959
01:05:32,235 --> 01:05:36,235
อันนี้ก็ไม่ถูกต้อง

960
01:05:36,300 --> 01:05:38,715
ควรจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการสอบ

961
01:05:38,715 --> 01:05:42,715
การประเมินผลที่เหมาะสม

962
01:05:43,089 --> 01:05:44,331
ในการปรับรูปแบบการศึกษา

963
01:05:44,331 --> 01:05:48,331
รูปแบบการสื่อสาร

964
01:05:48,602 --> 01:05:52,602
ไม่ว่าจะเป็นคนหูหนวก

965
01:05:54,407 --> 01:05:58,407
คนหูตึง

966
01:06:00,161 --> 01:06:03,863
เวลาเราสื่อสารกับเขา

967
01:06:03,863 --> 01:06:07,863
อย่างเช่น การสื่อสารกับคนหูหนวก

968
01:06:08,242 --> 01:06:12,242
คนหูตึงให้เราพูดซ้ำ 2 ครั้ง

969
01:06:12,246 --> 01:06:16,246
เช่นเดียวกับเวลาเราใช้ภาษาอังกฤษกับคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษาโดยตรง

970
01:06:19,307 --> 01:06:21,337
เราอาจจะต้องพูดซ้ำในการอธิบาย

971
01:06:21,337 --> 01:06:23,508
บางทีบอกว่า

972
01:06:23,508 --> 01:06:26,517
ช่วยพูดอีกครั้งหนึ่งได้ไหม

973
01:06:26,517 --> 01:06:30,517
คุณกำลังพูดอะไรนะครับ

974
01:06:33,521 --> 01:06:34,593
แล้วถ้าเกิดว่าคนที่กำลังสอนตะโกนกลับมา

975
01:06:34,593 --> 01:06:36,044
ไม่เข้าใจอีกหรือ

976
01:06:36,044 --> 01:06:40,044
อันนี้ไม่ถูกต้อง

977
01:06:41,582 --> 01:06:42,312
เราควรที่จะใช้วิธีการที่เหมาะสม

978
01:06:42,312 --> 01:06:43,830
เช่น

979
01:06:43,830 --> 01:06:46,981
พูดซ้ำ อธิบายซ้ำ

980
01:06:46,981 --> 01:06:50,981
เพื่อให้เกิดความเข้าใจ

981
01:06:51,422 --> 01:06:55,422
ในเรื่องของการขยายความ ขยายเสียงให้ชัดขึ้น

982
01:06:57,727 --> 01:07:01,727
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังส่วนตัวในระบบเอฟเอ็ม

983
01:07:14,748 --> 01:07:17,568
ใช้เรื่องซาวด์และฟิล์ม

984
01:07:17,568 --> 01:07:19,306
มีอุปกรณ์หลายอย่างที่จะช่วยเราได้ในเรื่องการขยายเสียงให้ดังขึ้น

985
01:07:19,306 --> 01:07:21,877
ใช้งบประมาณ

986
01:07:21,877 --> 01:07:24,326
วัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ต้องมีค่าใช้จ่าย

987
01:07:24,326 --> 01:07:25,550
อีกอย่างหนึ่งในเรื่องของการปรับเปลี่ยนได้ด้านภาษา

988
01:07:25,550 --> 01:07:26,710
ควรจะมีการสื่อสารในภาษาหลักของนักเรียนเอง

989
01:07:26,710 --> 01:07:27,443
ไม่ว่าจะเป็นภาษามือ

990
01:07:27,443 --> 01:07:28,616
ภาษาเขียน

991
01:07:28,616 --> 01:07:30,718
หรือว่าการพูด

992
01:07:30,718 --> 01:07:31,866
ควรจะให้เวลาให้มากขึ้นในการที่จะให้เด็กได้พัฒนาด้านภาษา

993
01:07:31,866 --> 01:07:33,322
สุดท้าย

994
01:07:33,322 --> 01:07:34,593
เรื่องของเทคโนโลยี

995
01:07:34,593 --> 01:07:35,773
เด็กหูหนวกนั้น

996
01:07:35,773 --> 01:07:39,103
หลายคน

997
01:07:39,103 --> 01:07:43,103
สามารถที่จะ

998
01:07:55,484 --> 01:07:56,231
ใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว

999
01:07:56,231 --> 01:07:58,031
ใช้ไลน์

1000
01:07:58,031 --> 01:08:01,002
บางคนเก่งกว่าผมอีกครับ

1001
01:08:01,002 --> 01:08:03,082
ใช้ Application ต่าง ๆ ได้

1002
01:08:03,082 --> 01:08:06,370
ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับเขา

1003
01:08:06,370 --> 01:08:08,484
ฉะนั้นโรงเรียนควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

1004
01:08:08,484 --> 01:08:10,233
คือไม่เพียงแต่สำหรับนักเรียนทั่วไป

1005
01:08:10,233 --> 01:08:14,220
แต่ว่าควรจะส่งเสริมให้นักเรียนทุกคน

1006
01:08:14,220 --> 01:08:17,242
รวมถึงนักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน

1007
01:08:17,242 --> 01:08:21,242
รวมถึงเทคโนโลยีการใช้ application ต่าง ๆ

1008
01:08:21,314 --> 01:08:21,976
แล้วก็ให้เขาตระหนักถึงอันตรายที่มาจากการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ Application

1009
01:08:21,976 --> 01:08:24,282
เหล่านี้ด้วย

1010
01:08:24,282 --> 01:08:28,282
ผมขอกล่าวอะไรอีกเล็กน้อยก่อนจะจบ

1011
01:08:30,248 --> 01:08:33,987
เป็นสิ่งที่ดีที่เรามารวมตัวกันที่นี่ ในทุก 2 ปี

1012
01:08:33,987 --> 01:08:37,987
ผมรู้สึกยินดีมาก

1013
01:08:40,434 --> 01:08:42,671
ที่ได้ยินว่ามีหลายสิ่งที่เกิดขึ้น

1014
01:08:42,671 --> 01:08:44,002
ความก้าวหน้าในภูฏาน

1015
01:08:44,002 --> 01:08:48,002
ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

1016
01:08:49,646 --> 01:08:52,867
ประเด็นหลายเรื่องนั้นก็ก้าวหน้า

1017
01:08:52,867 --> 01:08:53,575
ยิ่งกว่าระบบในประเทศไทยแล้ว

1018
01:08:53,575 --> 01:08:56,923

1019
01:08:56,923 --> 01:08:58,442
ผมรู้สึกยินดีที่ได้ยินจากเมื่อวานนี้

1020
01:08:58,442 --> 01:09:01,292
สิ่งที่เกิดขึ้น

1021
01:09:01,292 --> 01:09:02,954
ในกัมพูชา

1022
01:09:02,954 --> 01:09:05,412
มีการพัฒนา

1023
01:09:05,412 --> 01:09:07,182
หลายอย่าง

1024
01:09:07,182 --> 01:09:08,537
ก้าวหน้าขึ้นมาก

1025
01:09:08,537 --> 01:09:12,537
แล้วก็ได้ฟัง

1026
01:09:13,793 --> 01:09:17,793
จากเพื่อนฟิลิปปินส์

1027
01:09:18,881 --> 01:09:22,881
ซึ่งผมก็เชื่อว่าจะได้ยินมากยิ่งขึ้น

1028
01:09:25,667 --> 01:09:26,649
แล้วก็จะได้ยินมากขึ้นจากเพื่อนเมียนมาร์และลาว

1029
01:09:26,649 --> 01:09:28,376
ไม่เพียงเท่านั้น

1030
01:09:28,376 --> 01:09:32,376
ไม่เพียงแต่เรื่องของกระแสใหม่ ๆ

1031
01:09:36,589 --> 01:09:37,586
เรื่องของทฤษฎี และการปฏิบัติใหม่ ๆ

1032
01:09:37,586 --> 01:09:41,209
แต่เรายังได้เป็นเพื่อนกัน

1033
01:09:41,209 --> 01:09:42,995
ในการมาพบปะกัน

1034
01:09:42,995 --> 01:09:44,120
เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

1035
01:09:44,120 --> 01:09:45,039
เราจะไปด้วยกัน

1036
01:09:45,039 --> 01:09:46,880
จับมือกัน

1037
01:09:46,880 --> 01:09:49,036
ในการพัฒนา

1038
01:09:49,036 --> 01:09:52,497
สิ่งเหล่านี้

1039
01:09:52,497 --> 01:09:53,362
ขอบคุณมากครับ

1040
01:09:53,362 --> 01:09:57,362
[เสียงปรบมือ]

1041
01:10:03,103 --> 01:10:07,103
(พิธีกร) ขอบคุณมากครับดอกเตอร์ผดุง

1042
01:10:10,537 --> 01:10:14,537
มีคำถามสำหรับดอกเตอร์ผดุงไหม

1043
01:10:17,737 --> 01:10:21,737
ขอบคุณมากครับ

1044
01:10:31,637 --> 01:10:35,637
ผมชื่อสุภฐาน

1045
01:10:38,970 --> 01:10:39,603
ผมทำงานที่มหาวิทยาลัยราชสุดามหิดล

1046
01:10:39,603 --> 01:10:41,849
ผมก็เป็นคนหูหนวก

1047
01:10:41,849 --> 01:10:43,247
คำถามของผมก็คือว่าใน 2 Slide

1048
01:10:43,247 --> 01:10:45,367
ก่อนนี้ที่พูดถึงเรื่องการสอบ

1049
01:10:45,367 --> 01:10:48,010
คือจะให้เด็กนักเรียนหูหนวกมีล่ามภาษามือใช่ไหม

1050
01:10:48,010 --> 01:10:50,103
ผมอยากจะให้คุณดูตัวอย่างของคนหนึ่ง

1051
01:10:50,103 --> 01:10:52,917
ซึ่งจบปริญญาโทในประเทศไทยเขาบอกผมว่า

1052
01:10:52,917 --> 01:10:56,917
เขาไปสอบอย่างไร

1053
01:11:08,784 --> 01:11:11,368
คืออยากจะบอกว่า

1054
01:11:11,368 --> 01:11:12,767
เช่น การสอบวิทยานิพนธ์

1055
01:11:12,767 --> 01:11:16,767
หรือว่าการสอบ

1056
01:11:25,599 --> 01:11:29,599
defend วิทยานิพนธ์

1057
01:11:29,862 --> 01:11:33,862
ก็จะมีคณะกรรมการ

1058
01:11:37,760 --> 01:11:41,760
คณะกรรมการไม่ยอมให้มีล่ามอยู่ในชั้นเรียน

1059
01:11:42,105 --> 01:11:46,105
แล้วก็นักเรียนหูหนวกก็ต้องพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ให้ขึ้นไปบน slide ทีละคำ ๆ

1060
01:11:55,786 --> 01:11:59,786
แล้วก็พบว่าใช้เวลาในการสอบ Thesis นานมาก

1061
01:12:01,972 --> 01:12:05,972
คณะกรรมการก็เลยเป็นคนพิมพ์เอง

1062
01:12:07,685 --> 01:12:09,797
ฉะนั้นเด็กนักเรียนหูหนวกก็พยายามที่จะตอบคำถาม

1063
01:12:09,797 --> 01:12:13,797
โดยการพิมพ์เช่นเดียวกัน

1064
01:12:14,146 --> 01:12:17,103
เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีความเห็นว่าเราน่าจะมีวิธีการ

1065
01:12:17,103 --> 01:12:19,262
ให้การอำนวยความสะดวกสำหรับคนหูหนวกให้ดีมากกว่านี้

1066
01:12:19,262 --> 01:12:19,950
คณะกรรมการบางคนก็ไม่เข้าใจเรื่องของการเป็นล่าม

1067
01:12:19,950 --> 01:12:23,689
เช่น

1068
01:12:23,689 --> 01:12:26,590
ผมเป็นคนหูหนวกผมต้องใช้ภาษามือกับล่าม

1069
01:12:26,590 --> 01:12:29,241
แล้วล่ามก็จะแปลภาษาพูดให้ผม

1070
01:12:29,241 --> 01:12:32,117
แต่ว่าคณะกรรมการอาจจะนึกว่า

1071
01:12:32,117 --> 01:12:32,942
คุณล่ามนี้จะมาตอบคำถามแทนคนหูหนวกหรือเปล่า

1072
01:12:32,942 --> 01:12:33,740

1073
01:12:33,740 --> 01:12:37,740
อย่างนั้น

1074
01:12:43,761 --> 01:12:47,761
คุณจะทำให้มหาวิทยาลัยในประเทศไทย

1075
01:12:51,102 --> 01:12:54,975
เข้าใจเรื่องความจำเป็นของการมีล่ามภาษามืออย่างไรบ้าง

1076
01:12:54,975 --> 01:12:56,197
หรือการอำนวยความสะดวกให้กับเด็กนักเรียนหูหนวก

1077
01:12:56,197 --> 01:12:57,830
เราจะทำเรื่องนี้อย่างไรครับ

1078
01:12:57,830 --> 01:13:01,830
ก็ต้องขยายแนวคิดออกไป

1079
01:13:05,657 --> 01:13:06,287
ต้องดัดแปลง ต้องเปลี่ยน แล้วก็ทำตาม

1080
01:13:06,287 --> 01:13:08,372
ปฏิบัติตาม

1081
01:13:08,372 --> 01:13:09,430
แล้วก็รวมใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วย

1082
01:13:09,430 --> 01:13:13,430

1083
01:13:30,829 --> 01:13:34,829
ได้รับความรู้ ดิฉันขึ้นมา

1084
01:13:35,224 --> 01:13:36,251
ดิฉันขอชื่นชมศาสตราจารย์ดอกเตอร์ผดุง

1085
01:13:36,251 --> 01:13:37,121
ขอบคุณมาก ๆ

1086
01:13:37,121 --> 01:13:39,400
ที่ให้ความรู้เรื่องคนหูหนวก

1087
01:13:39,400 --> 01:13:43,400
เป็นสิทธิของคนหูหนวกเรื่องล่าม

1088
01:13:45,265 --> 01:13:46,090
เราอย่าตัดล่ามออกไปจากคนหูหนวก

1089
01:13:46,090 --> 01:13:48,874
ตั้งแต่เล็กจนโต

1090
01:13:48,874 --> 01:13:50,626
ดิฉันเรียนจบ ป. ๗ เ

1091
01:13:50,626 --> 01:13:54,227
ขียนได้ ภาษามือได้

1092
01:13:54,227 --> 01:13:58,227
แต่เขียนไม่ได้

1093
01:13:59,305 --> 01:14:00,122
จะต้องเหมือนกับมีการเรียนไปด้วยกันรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่

1094
01:14:00,122 --> 01:14:01,576

1095
01:14:01,576 --> 01:14:05,521
สิ่งสำคัญคือการให้โอกาส

1096
01:14:05,521 --> 01:14:07,730
การถูกกีดกันล่ามออกไปจากคนหูหนวก

1097
01:14:07,730 --> 01:14:11,730
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง

1098
01:14:12,997 --> 01:14:14,036
ต้องพูดถึงเรื่องสมองนี้ ใช่เลยค่ะ

1099
01:14:14,036 --> 01:14:15,629
จะเป็นโอกาสให้กับคนหูหนวก

1100
01:14:15,629 --> 01:14:19,629
ได้รับปรับเปลี่ยน

1101
01:14:23,876 --> 01:14:24,971
เป็นสิทธิของคนหูหนวกที่จะต้องการล่าม

1102
01:14:24,971 --> 01:14:26,910
หรือไม่ต้องการล่าม

1103
01:14:26,910 --> 01:14:29,609
คนหูหนวกก็มีสมองที่แตกต่างกัน

1104
01:14:29,609 --> 01:14:33,609
มีความรู้ที่แตกต่างกัน

1105
01:14:34,245 --> 01:14:34,974
แต่สิทธิของเราก็มีอย่างเท่าเทียมกัน

1106
01:14:34,974 --> 01:14:38,974

1107
01:15:15,891 --> 01:15:19,891
ดอกเตอร์ผดุง  ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

1108
01:15:23,223 --> 01:15:27,084
เกี่ยวกับผลลัพธ์ของการศึกษาสำหรับคนหูหนวกในประเทศไทยตอนนี้

1109
01:15:27,084 --> 01:15:29,921
ในโรงเรียนของผม

1110
01:15:29,921 --> 01:15:32,565
ในโรงเรียนมัธยม เราก็ยังมีปัญหา

1111
01:15:32,565 --> 01:15:34,010
ในเรื่องของการอ่าน

1112
01:15:34,010 --> 01:15:34,900
แล้วก็การเขียนที่เป็นภาษาไทย

1113
01:15:34,900 --> 01:15:38,816
แต่ภาษาอังกฤษ

1114
01:15:38,816 --> 01:15:42,712
เด็กนักเรียนหูหนวกส่วนมาก

1115
01:15:42,712 --> 01:15:44,861
ในโรงเรียนของผมก็จะไม่รู้ภาษาอังกฤษ

1116
01:15:44,861 --> 01:15:48,861
ค่อนข้างจะยาก

1117
01:15:53,801 --> 01:15:56,282
สำหรับพวกเขา

1118
01:15:56,282 --> 01:15:58,106
ในการเขียนตั้งแต่ A จนถึงตัว Z

1119
01:15:58,106 --> 01:16:01,975
ในเรื่องของคณิตศาสตร์

1120
01:16:01,975 --> 01:16:05,975
เขาก็มีข้อจำกัดในการที่จะคำนวณในหัวของเขา

1121
01:16:06,064 --> 01:16:10,064
คือเขาจะไม่สามารถบวก ลบ

1122
01:16:13,982 --> 01:16:17,982
หรือคูณ หรือหาร

1123
01:16:24,045 --> 01:16:28,045
เมื่อคณบดี

1124
01:16:32,145 --> 01:16:35,965
จากมหาวิทยาลัย

1125
01:16:35,965 --> 01:16:39,965
มาเยี่ยมในคณะของเรา

1126
01:16:43,347 --> 01:16:47,347
เธอก็บอกเราว่า

1127
01:16:49,564 --> 01:16:53,281
เนื่องจากว่าเด็กหูหนวกไม่สามารถที่จะใช้ความสามารถทางการได้ยินได้

1128
01:16:53,281 --> 01:16:55,420
เพราะฉะนั้นส่วนนั้นของสมองก็จะไม่ค่อยดี

1129
01:16:55,420 --> 01:16:58,736
แล้วมันก็อาจจะไม่เป็นผลดีในอนาคตด้วย

1130
01:16:58,736 --> 01:17:02,584
แต่ว่าการที่จะปรับปรุงส่วนสมองตรงนั้น

1131
01:17:02,584 --> 01:17:06,330
ก็คือจะต้องใช้สมองส่วนนั้นในการคิด

1132
01:17:06,330 --> 01:17:09,114
เกี่ยวกับเรื่องของคณิตศาสตร์

1133
01:17:09,114 --> 01:17:10,944
ก็จะต้องใช้สมองส่วนนั้นในกระบวนการประมวลผลการคิด

1134
01:17:10,944 --> 01:17:14,944
ดังนั้น

1135
01:17:25,342 --> 01:17:29,342
ผมก็เลยอยากจะให้คุณช่วย comment

1136
01:17:31,281 --> 01:17:35,281
แล้วผมก็หวังว่าในอนาคตอันใกล้

1137
01:17:35,655 --> 01:17:37,256
เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงระบบ

1138
01:17:37,256 --> 01:17:38,395
ปรับปรุงระบบการศึกษา

1139
01:17:38,395 --> 01:17:42,395
แล้วก็พัฒนาให้ดีขึ้น

1140
01:17:43,020 --> 01:17:44,536
เพราะว่านักเรียนของเราส่วนมากก็ต้องไป

1141
01:17:44,536 --> 01:17:48,536
มหาวิทยาลัยราชสุดา

1142
01:17:51,591 --> 01:17:54,676
หรือว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิต

1143
01:17:54,676 --> 01:17:58,676
แต่คุณภาพของนักเรียนก็เหมือนเริ่มลดลง

1144
01:17:58,769 --> 01:17:59,902
อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมเริ่มรู้สึกคุณภาพของนักเรียนเริ่มลดลง

1145
01:17:59,902 --> 01:18:02,947
ก็เป็นสิ่งที่ผมรู้สึก

1146
01:18:02,947 --> 01:18:04,855
ผมก็เลยอยากจะทราบจากคุณ

1147
01:18:04,855 --> 01:18:07,033
ขอบคุณครับ

1148
01:18:07,033 --> 01:18:08,762
ขอบคุณมากครับ

1149
01:18:08,762 --> 01:18:09,900
ผมไม่แน่ใจว่าผมจะพูดให้จบภายใน ๑ นาทีได้ไหม คำ

1150
01:18:09,900 --> 01:18:10,568
ถาม

1151
01:18:10,568 --> 01:18:13,190
ก็คือ

1152
01:18:13,190 --> 01:18:15,632
ทักษะของ

1153
01:18:15,632 --> 01:18:17,779
เด็กนักเรียน

1154
01:18:17,779 --> 01:18:20,062
หูหนวก

1155
01:18:20,062 --> 01:18:21,404
ในเรื่องของคณิตศาสตร์ ภาษา

1156
01:18:21,404 --> 01:18:22,346
ก็ไม่น่าพอใจเท่าไร

1157
01:18:22,346 --> 01:18:25,129
อันนั้น

1158
01:18:25,129 --> 01:18:28,647
เป็นผลพวง

1159
01:18:28,647 --> 01:18:31,876
ของระบบสมอง

1160
01:18:31,876 --> 01:18:34,517
หรือว่าจะมีพฤติการปรับปรุงให้ดีขึ้นไหม

1161
01:18:34,517 --> 01:18:38,517
แล้วผมมองเรื่องนี้อย่างไร

1162
01:18:44,824 --> 01:18:48,824
ความคิดของผมก็คือก็ต้องทำให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคนมากขึ้น

1163
01:18:52,154 --> 01:18:54,232
ก็เด็กหูหนวกบางคนที่ฉลาดในโรงเรียนของเรา

1164
01:18:54,232 --> 01:18:57,000
แล้วคุณรู้ไหมว่าเขาฉลาดแค่ไหน

1165
01:18:57,000 --> 01:19:01,000
ลองดูที่ทักษะของเขา

1166
01:19:01,351 --> 01:19:05,351
ดูที่ความสามารถพิเศษของเขา

1167
01:19:10,771 --> 01:19:11,814
ก็สามารถใช้ทักษะที่หลากหลายตรงนี้

1168
01:19:11,814 --> 01:19:13,575
เหล่านี้ร่วมกัน

1169
01:19:13,575 --> 01:19:17,575
คือไม่ใช่ทุกคนจะมีทักษะแบบนี้

1170
01:19:17,817 --> 01:19:20,182
คือเด็กหูหนวกก็เหมือนกับเด็ก ๆ ทุกคนนั่นแหละ

1171
01:19:20,182 --> 01:19:22,790
เขาก็มีความหลากหลายของแต่ละคน

1172
01:19:22,790 --> 01:19:24,462
บางคนก็ฉลาด

1173
01:19:24,462 --> 01:19:26,920
บางคนก็อาจจะเรียนรู้ได้ปานกลาง

1174
01:19:26,920 --> 01:19:30,920
อาจจะเรียนได้ค่อนข้างแย่

1175
01:19:34,036 --> 01:19:36,671
คือคุณไม่สามารถทำให้ทุกคนฉลาดาได้เท่ากันทุกคน

1176
01:19:36,671 --> 01:19:40,671
อันนี้เป็นข้อสันนิษฐานที่ผิด

1177
01:19:40,943 --> 01:19:42,650
คือคุณจะต้องช่วยสนับสนุนให้เขาขึ้นไปสู่มาตรฐาน

1178
01:19:42,650 --> 01:19:46,650
คือถ้าคุณเป็นครู

1179
01:19:54,652 --> 01:19:55,391
คุณก็ต้องกลับมาดูนักเรียนของคุณ

1180
01:19:55,391 --> 01:19:57,733
มาดูความสามารถพิเศษของเขา

1181
01:19:57,733 --> 01:19:59,320
ความสามารถพิเศษไหน

1182
01:19:59,320 --> 01:20:03,320
ที่จะพัฒนาเขาให้ดีขึ้น

1183
01:20:03,342 --> 01:20:04,150
เพื่อที่จะให้เขาเหล่านี้มีทักษะมากขึ้น

1184
01:20:04,150 --> 01:20:05,617
ในเรื่องของการอ่าน

1185
01:20:05,617 --> 01:20:06,743
การเขียน

1186
01:20:06,743 --> 01:20:10,743
บางคนก็อาจจะมีทักษะมากขึ้น

1187
01:20:38,348 --> 01:20:39,532
บางคนก็อาจจะสามารถที่จะไปเรียนที่ gallaudet ก็ได้

1188
01:20:39,532 --> 01:20:41,679
แล้วก็คนไหนที่ไม่สามารถเรียน

1189
01:20:41,679 --> 01:20:42,530
ไม่สามารถที่จะอ่านในระดับที่สูงขึ้น

1190
01:20:42,530 --> 01:20:43,047
ก็อาจจะไปเรียนฝึกอาชีพ

1191
01:20:43,047 --> 01:20:46,936
หรือคนที่

1192
01:20:46,936 --> 01:20:47,556
อาจจะมีทักษะบางอย่างที่ต่ำ

1193
01:20:47,556 --> 01:20:51,556
กระแสในทุกวันนี้ก็คือว่า

1194
01:20:53,655 --> 01:20:55,116
ก็มีนักเรียนบางคน ก็มีความพิการมากกว่า

1195
01:20:55,116 --> 01:20:56,806
มีนักเรียนบางคนก็มีความพิการมากกว่า ๑ อย่าง

1196
01:20:56,806 --> 01:20:58,396
ถ้าเมื่อก่อนก็คือคนหูหนวก

1197
01:20:58,396 --> 01:21:00,741
ถ้าเป็นคนตาบอดก็จะตาบอด

1198
01:21:00,741 --> 01:21:04,179
แต่ว่าปัจจุบันนี้บางคนก็อาจจะเป็นหูหนวก

1199
01:21:04,179 --> 01:21:06,080
แล้วก็มีภาวะออทิสติก

1200
01:21:06,080 --> 01:21:10,080
อาจจะมีอาการหูตึง

1201
01:21:13,727 --> 01:21:15,414
หรืออาจจะมีทางการเรียนซึ่งหลาย ๆ อย่างก็มาซ้อนกัน

1202
01:21:15,414 --> 01:21:17,996
แล้วจำนวนของเด็กเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้น

1203
01:21:17,996 --> 01:21:20,750
เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องรู้เรื่องเหล่านี้

1204
01:21:20,750 --> 01:21:22,465
เพราะฉะนั้นคนที่ฉลาดมาก

1205
01:21:22,465 --> 01:21:24,071
ก็อาจจะไปเรียนที่อื่น

1206
01:21:24,071 --> 01:21:28,071
ไม่อย่างนั้นก็เรียนที่เดิม

1207
01:21:29,710 --> 01:21:33,020
คืออย่าไปทำตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาฯ มากเกินไป

1208
01:21:33,020 --> 01:21:34,012
ก็ต้องทำหลักสูตรของตัวเองด้วยสอดคล้องกับความต้องการของเด็กพิการ

1209
01:21:34,012 --> 01:21:35,960
ขอบพระคุณมากครับ

1210
01:21:35,960 --> 01:21:37,391
เวลาหมดแล้ว

1211
01:21:37,391 --> 01:21:38,848
ขอบพระคุณครับ

1212
01:21:38,848 --> 01:21:42,848
ผมอยากจะเพิ่มเติมจากที่คุณพูดหน่อย

1213
01:21:43,563 --> 01:21:47,563
คือเราจะต้องมีการทำให้

1214
01:21:47,794 --> 01:21:49,762
ถ้าคุณไม่มีคนพิการ LD

1215
01:21:49,762 --> 01:21:53,762
หรือไม่มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ

1216
01:21:54,712 --> 01:21:56,452
สิ่งที่คุณจะผ่าน

1217
01:21:56,452 --> 01:21:59,322
คุณสมบัติก็คือ

1218
01:21:59,322 --> 01:22:01,590
เรื่องของการพูด

1219
01:22:01,590 --> 01:22:05,590
ถ้าคุณเรียนคณิตศาสตร์ไม่เก่ง

1220
01:22:06,101 --> 01:22:09,469
เราก็ใส่คณิตศาสตร์เข้าไปใน IEP

1221
01:22:09,469 --> 01:22:13,469
หรือไม่อย่างนั้น

1222
01:22:14,028 --> 01:22:18,028
คุณมีความพิการก็จะมีกิจกรรมบำบัดเข้าไปใน IEP

1223
01:22:18,955 --> 01:22:21,535
คือคุณต้องเก่งในทางใดทางหนึ่ง

1224
01:22:21,535 --> 01:22:22,931
แล้วก็คุณก็จะสามารถเก่งได้

1225
01:22:22,931 --> 01:22:26,767
มีทุกสิ่งทุกอย่างได้ที่คุณต้องการ

1226
01:22:26,767 --> 01:22:30,767
แต่ว่าคุณจะต้องผ่านคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน

1227
01:22:32,691 --> 01:22:35,583
ขออีก 1 นาทีสำหรับผม

1228
01:22:35,583 --> 01:22:37,041
สำหรับการศึกษาพิเศษในประเทศไทย

1229
01:22:37,041 --> 01:22:41,041
ในเรื่องของความพิการซ้ำซ้อน

1230
01:22:41,976 --> 01:22:43,315
อย่างที่คุณดอกเตอร์พูด

1231
01:22:43,315 --> 01:22:47,315
คุณขาดคุณสมบัติหนึ่ง

1232
01:22:47,413 --> 01:22:49,379
ถ้าคุณมีความพิการทางการเรียนรู้

1233
01:22:49,379 --> 01:22:53,379
แล้วก็เป็นคนหูหนวกคุณก็จะได้แค่หูหนวก

1234
01:23:14,125 --> 01:23:17,568
ถ้าคุณมีภาวะ autism

1235
01:23:17,568 --> 01:23:21,568
แล้วก็มีภาวะหูตึง

1236
01:23:27,194 --> 01:23:31,194
คุณก็จะ qualify

1237
01:23:36,211 --> 01:23:38,314
สำหรับ autism แค่นั้น ก็มีได้แค่ 1

1238
01:23:38,314 --> 01:23:40,501
แล้วก็จะให้บริการแล้วคุณก็จะได้บริการสำหรับคนพิการที่ 2 ด้วย ไ

1239
01:23:40,501 --> 01:23:41,503
ม่เรียกว่าเป็นความพิการซ้อนนะครับ อีก 1

1240
01:23:41,503 --> 01:23:44,307
คำถามจากดอกเตอร์ผดุงครับ

1241
01:23:44,307 --> 01:23:45,380
คำถามสุดท้ายขออภัยด้วยสำหรับผู้นำเสนอท่านถัดไป

1242
01:23:45,380 --> 01:23:49,187
ก็ได้เน้นบอกว่า

1243
01:23:49,187 --> 01:23:53,187
ต้องให้ทุกคนได้มีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องของการเรียน

1244
01:23:55,606 --> 01:23:57,815
อย่างดิฉันเรียนปริญญาโท

1245
01:23:57,815 --> 01:24:00,350
แล้วดิฉันสนใจในเรื่องการเรียนภาษามากสนใจเรื่องภาษาญี่ปุ่น

1246
01:24:00,350 --> 01:24:01,680
ภาษาอังกฤษอยากเรียนมาก

1247
01:24:01,680 --> 01:24:02,476
แต่ก็มีปัญหาสมัยที่เรียนปริญญาโท

1248
01:24:02,476 --> 01:24:04,399
ดิฉันสอบภาษาอังกฤษ

1249
01:24:04,399 --> 01:24:07,094
ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือว่า

1250
01:24:07,094 --> 01:24:11,094
การที่เข้าไปเรียน

1251
01:24:14,079 --> 01:24:15,988
ดิฉันขอทางมหาวิทยาลัยว่า

1252
01:24:15,988 --> 01:24:17,892
ดิฉันขอไม่พูดกับไม่ฟังได้ไหม

1253
01:24:17,892 --> 01:24:19,318
ถ้าจะเรียนเรื่องภาษา

1254
01:24:19,318 --> 01:24:22,132
ขอเรียนเฉพาะในเรื่องของการเขียน

1255
01:24:22,132 --> 01:24:25,938
เรื่องของไวยกรณ์ได้ไหม

1256
01:24:25,938 --> 01:24:29,938
เพราะอย่างที่ท่านอาจารย์ผดุงพูดก็คือพูดในเรื่องของการเรียนภาษา

1257
01:24:32,163 --> 01:24:36,163
ดิฉันอยากรู้ว่าถ้าเกิดอย่างดิฉันเป็นหูหนวกหรือหูตึง

1258
01:24:48,036 --> 01:24:49,059
ขอเรียนภาษาได้ไหมคะ ถ้าเกิดดิฉันไม่เรียนการฟัง

1259
01:24:49,059 --> 01:24:49,960
เรียนการพูด

1260
01:24:49,960 --> 01:24:53,960
แต่ขอเรียนการเขียน

1261
01:24:54,812 --> 01:24:56,132
เรื่องไวยกรณ์ขอเรื่องการเขียนอย่างเดียว

1262
01:24:56,132 --> 01:24:59,142
ไม่ต้องฟัง ไม่ต้องพูด

1263
01:24:59,142 --> 01:25:00,202
เพราะเป็นหูหนวกอย่างนี้ค่ะ

1264
01:25:00,202 --> 01:25:01,299
คำตอบก็คือ

1265
01:25:01,299 --> 01:25:04,381
ใช่

1266
01:25:04,381 --> 01:25:08,115
ผมขอโทษครับ คำถามก็คือว่า

1267
01:25:08,115 --> 01:25:08,815
คือดิฉันอยากเรียนภาษาไม่อยากฟัง

1268
01:25:08,815 --> 01:25:11,756
ไม่อยากพูด

1269
01:25:11,756 --> 01:25:15,756
ก็คืออยากจะเขียนอย่างเดียว

1270
01:25:16,885 --> 01:25:20,885
ก็คืออยากจะเรียนภาษาเขียน

1271
01:25:28,052 --> 01:25:29,510
ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ชอบการฟัง

1272
01:25:29,510 --> 01:25:31,132
ไม่ชอบการพูด

1273
01:25:31,132 --> 01:25:34,011
แต่ว่าชอบการเขียน

1274
01:25:34,011 --> 01:25:35,202
เพราะฉะนั้นขอเรียนภาษาด้วยการเขียนอย่างเดียวได้ไหม

1275
01:25:35,202 --> 01:25:36,227
อันนี้เป็นคำถามของเธอ

1276
01:25:36,227 --> 01:25:36,813
แล้วผมก็ตอบว่า

1277
01:25:36,813 --> 01:25:37,908
ใช่

1278
01:25:37,908 --> 01:25:39,458
ก็ไปตามทางที่คุณชอบ

1279
01:25:39,458 --> 01:25:41,251
ถนัดขอบคุณครับ

1280
01:25:41,251 --> 01:25:45,251
ขอบคุณมากครับ

1281
01:25:50,749 --> 01:25:52,148
ขอบคุณมากค่ะ ดอกเตอร์ผดุง

1282
01:25:52,148 --> 01:25:56,148
เราก็ชอบการนำเสนอของคุณมากเลย

1283
01:25:56,369 --> 01:25:58,693
ต่อไปผู้พูดท่านถัดไป

1284
01:25:58,693 --> 01:26:02,693

1285
01:26:03,649 --> 01:26:07,016
ดร.อรุโณทัย ไชยช่วย

1286
01:26:07,016 --> 01:26:11,016
มาจากสถาบันการศึกษาเพื่อการเยียวยา

1287
01:26:14,062 --> 01:26:15,523
ก็จะมาพูดในหัวข้อ

1288
01:26:15,523 --> 01:26:19,523
program

1289
01:26:27,105 --> 01:26:31,105
ให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองตามรูปแบบโครงการอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ

1290
01:27:04,099 --> 01:27:06,443
(ดร.อรุโณทัย)

1291
01:27:06,443 --> 01:27:09,089
สวัสดีตอนเช้าทุกท่าน

1292
01:27:09,089 --> 01:27:11,788
ดิฉันจะนำเสนอวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์

1293
01:27:11,788 --> 01:27:15,788
ในการให้การศึกษากับเด็ก

1294
01:27:15,939 --> 01:27:19,939
ดิฉันอยากจะขอเชิญให้ทุกคนยืนขึ้น

1295
01:27:21,599 --> 01:27:24,749
แล้วก็จะร้องเพลง

1296
01:27:24,749 --> 01:27:28,749
เพลงที่เราจะร้องเป็นเพลงที่เราใช้

1297
01:27:41,339 --> 01:27:45,339
้กับเด็ก ๆ ของเรา

1298
01:27:45,795 --> 01:27:49,088
เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโครงการของเรา

1299
01:27:49,088 --> 01:27:50,030
ในภาษาไทยเราเรียกว่าเป็นดั่งดอกไม้บาน

1300
01:27:50,030 --> 01:27:51,412
ลมหายใจเข้า

1301
01:27:51,412 --> 01:27:55,412
ลมหายใจออก

1302
01:27:57,082 --> 01:28:01,082
ภาษาอังกฤษก็คือ เราหายใจเข้าไป หายใจออก

1303
01:28:01,396 --> 01:28:02,630
แล้วดอกไม้ก็บาน

1304
01:28:02,630 --> 01:28:03,736
เราก็จะทำสิ่งนี้ด้วยกัน

1305
01:28:03,736 --> 01:28:05,280
เดี๋ยวเราจะทำด้วยกันนะคะ

1306
01:28:05,280 --> 01:28:09,280
เราอยู่ในที่นี่

1307
01:28:35,685 --> 01:28:39,685
เหมือนกับอยู่ใน project

1308
01:28:44,848 --> 01:28:48,848
เรียนเชิญใครที่มาข้างหน้าได้ ก็มาข้างหน้าเลย

1309
01:28:50,881 --> 01:28:52,375
มาจากภูฏานเชิญข้างหน้าเลย

1310
01:28:52,375 --> 01:28:53,611
คือการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

1311
01:28:53,611 --> 01:28:57,611
ในเรื่องของทักษะด้านภาษาในภาษาอังกฤษ

1312
01:28:58,021 --> 01:29:01,039
พร้อมหรือยังคะ

1313
01:29:01,039 --> 01:29:05,039
แล้วก็ร้องพร้อมกันนะ

1314
01:29:08,137 --> 01:29:11,021
ฉันไม่ใช่นักร้องที่ดี

1315
01:29:11,021 --> 01:29:15,021
แต่ฉันก็ร้องด้วยหัวใจ

1316
01:29:19,552 --> 01:29:21,382
ให้ฟังด้วยหัวใจด้วย ไม่ใช่หูอย่างเดียว

1317
01:29:21,382 --> 01:29:23,027
๑ ๒ ๓

1318
01:29:23,027 --> 01:29:24,818
เราหายใจเข้า

1319
01:29:24,818 --> 01:29:26,184
เราหายใจออก

1320
01:29:26,184 --> 01:29:27,848
เมื่อดอกไม้บาน

1321
01:29:27,848 --> 01:29:31,848
ภูเขาสูง

1322
01:29:33,330 --> 01:29:37,330
แล้วก็ริมฝั่งแม่น้ำ

1323
01:29:39,291 --> 01:29:43,291
แล้วก็อากาศที่ฉันหายใจ

1324
01:30:02,465 --> 01:30:02,862
ฉันก็บินได้

1325
01:30:02,862 --> 01:30:05,499
ฉันหายใจเข้า

1326
01:30:05,499 --> 01:30:09,227
ฉันหายใจออก

1327
01:30:09,227 --> 01:30:09,875
เมื่อดอกไม้บาน ภูเขาสูง

1328
01:30:09,875 --> 01:30:10,943
ริมฝั่งแม่น้ำ

1329
01:30:10,943 --> 01:30:12,199
แล้วก็อากาศที่ฉันหายใจเข้าไป

1330
01:30:12,199 --> 01:30:16,199

1331
01:30:25,893 --> 01:30:29,893
[เสียงปรบมือ] ขอบคุณมากค่ะ

1332
01:30:38,893 --> 01:30:40,689
ดอกเตอร์ผดุงบอกว่าพูดถึงเรื่องความเป็นเอกลักษณ์

1333
01:30:40,689 --> 01:30:43,553
ทุกคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง

1334
01:30:43,553 --> 01:30:45,622
ในโครงการของเรา

1335
01:30:45,622 --> 01:30:48,449
ในโครงการอรุโณทัยก็เป็นชื่อของฉันเอง

1336
01:30:48,449 --> 01:30:49,736
แต่ว่าชื่อนี้ก็มีอรุโณทัย

1337
01:30:49,736 --> 01:30:50,791
แปลว่า เช้ามืด

1338
01:30:50,791 --> 01:30:53,614
หรือเช้าตรู่

1339
01:30:53,614 --> 01:30:57,614
เพราะฉะนั้นโครงการของเราก็เป็นสัญลักษณ์

1340
01:30:59,796 --> 01:31:00,669
ของความเป็นเช้าตรู่ในประเทศไทย

1341
01:31:00,669 --> 01:31:04,669
เราเริ่มโครงการนี้

1342
01:31:04,922 --> 01:31:05,854
โดยที่ไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาล

1343
01:31:05,854 --> 01:31:06,745
คือเรารอไม่ได้

1344
01:31:06,745 --> 01:31:10,462
ถ้าเรารอรัฐบาล

1345
01:31:10,462 --> 01:31:14,462
รัฐบาลก็จะให้เงินเราเพื่อให้เราสร้างอาคาร

1346
01:31:15,570 --> 01:31:19,570
แต่ว่าก็ไม่มีเงินที่จะมาสนับสนุนให้บริหารจัดการโครงการที่จะต้องดำเนินต่อไป

1347
01:31:19,836 --> 01:31:21,084
เราก็ได้รับการสนับสนุน

1348
01:31:21,084 --> 01:31:23,505
รัฐบาลเสนอช่วยเหมือนกัน

1349
01:31:23,505 --> 01:31:27,505
แต่เราก็ปฏิเสธไป

1350
01:31:33,904 --> 01:31:35,118
ผู้ปกครองตอนนี้ยังไม่มีความรู้

1351
01:31:35,118 --> 01:31:37,710
เขาจะสอนลูกได้อย่างไร

1352
01:31:37,710 --> 01:31:39,666
เมื่อตอนที่ฉันจบจากโรงเรียนในกรุงเทพฯ

1353
01:31:39,666 --> 01:31:42,907
และฉันไปที่อเมริกา

1354
01:31:42,907 --> 01:31:46,665
ไปเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเรียนรู้เพื่อเยียวยา

1355
01:31:46,665 --> 01:31:47,574
และจากการเรียนจบ

1356
01:31:47,574 --> 01:31:51,574
ฉันก็กลับมาที่ประเทศไทย

1357
01:31:53,970 --> 01:31:56,536
เรื่องของการเมนเทอร์ผู้ปกครอง

1358
01:31:56,536 --> 01:31:59,743
แล้วก็ ๑๐ ปีต่อมา

1359
01:31:59,743 --> 01:32:03,743
ฉันก็มีครอบครัวที่เข้ามาร่วม project

1360
01:32:10,654 --> 01:32:13,583
ใน 5 ครอบครัว

1361
01:32:13,583 --> 01:32:14,944
และคนเหล่านี้ก็รู้วิธีการที่จะให้การศึกษา

1362
01:32:14,944 --> 01:32:15,767
ในการที่จะสั่งสอนลูกหลานของพวกเขา

1363
01:32:15,767 --> 01:32:19,767
เราเริ่มโครงการ

1364
01:32:21,625 --> 01:32:23,139
แล้วเขาก็ให้เกียรติฉันในการที่จะใช้ชื่อโครงการด้วย

1365
01:32:23,139 --> 01:32:24,325
แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่โครงการของฉัน

1366
01:32:24,325 --> 01:32:26,807
ฉันก็เป็นแค่เมนเทอร์

1367
01:32:26,807 --> 01:32:29,551
เป็นคนที่ช่วยสอน

1368
01:32:29,551 --> 01:32:33,551
เพื่อให้ผู้ปกครองเหล่านี้สอนผู้ปกครองคนอื่น ๆ ได้

1369
01:32:39,874 --> 01:32:41,346
พวกเราที่นี่ในการที่เป็นนักการศึกษาพิเศษ

1370
01:32:41,346 --> 01:32:43,585
เราก็มีปัญหา

1371
01:32:43,585 --> 01:32:44,404
คือถ้าเราบอกให้ผู้ปกครองทำอะไรมากมาย

1372
01:32:44,404 --> 01:32:48,404
แต่ว่าพวกเขาก็อาจจะไม่ฟัง

1373
01:32:52,437 --> 01:32:56,437
แล้วเราก็บอกเขาว่าเรารู้ดีมากกว่าคุณ

1374
01:33:06,901 --> 01:33:08,962
มันก็เป็นเหตุผลที่ฉันเริ่ม

1375
01:33:08,962 --> 01:33:11,080
เพื่อที่จะสอนผู้ปกครอง

1376
01:33:11,080 --> 01:33:14,345
ให้เป็นผู้ปกครองที่ช่วยสอนคนอื่นได้

1377
01:33:14,345 --> 01:33:15,025
อันนี้เป็นของเรา

1378
01:33:15,025 --> 01:33:16,500
และวันนี้ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น

1379
01:33:16,500 --> 01:33:20,500
เราก็จะขอเริ่มจากประวัติการทำงานของเรา

1380
01:33:20,792 --> 01:33:24,792
ว่าเราได้ทำงานมานานแค่ไหนจนถึงวันนี้

1381
01:33:26,238 --> 01:33:30,238
อันนี้เป็นโครงการสำหรับที่มีความต้องการพิเศษทุกรูปแบบ

1382
01:33:31,604 --> 01:33:33,952
ในโครงการของเรา

1383
01:33:33,952 --> 01:33:37,952
แล้วต้องพัฒนามนุษย์ทุกคนให้มีอิสรภาพ

1384
01:33:50,261 --> 01:33:54,261
แล้วก็ที่จะไปตอบสนองทิศทางชีวิตของแต่ละคน

1385
01:34:00,850 --> 01:34:02,397
แล้วก็มีความจำเป็นต้องการในเรื่องของการสร้างจินตนาการ

1386
01:34:02,397 --> 01:34:03,820
ความรู้สึกรับผิดชอบทั้งหมด

1387
01:34:03,820 --> 01:34:07,820
เป็นเส้นประสาทสำคัญของเรา

1388
01:34:29,477 --> 01:34:30,921
คำพูดของคุณที่เป็นนักปรัชญา

1389
01:34:30,921 --> 01:34:31,648
ที่เราให้ความเคารพในช่วงเริ่มต้นในปี ๒๐๑๓

1390
01:34:31,648 --> 01:34:33,862
เราก็มี ๕ ครอบครัว

1391
01:34:33,862 --> 01:34:35,800
แล้วก็มีผู้นำในโครงการของเราลูกชายและครอบครัวนี้

1392
01:34:35,800 --> 01:34:37,122
แล้วก็ฉันไปสอนแม่ของเขาก่อน

1393
01:34:37,122 --> 01:34:41,122
เพื่อให้มีแผนระยะยาวสำหรับชีวิต

1394
01:34:50,474 --> 01:34:53,520
ที่จะสอนลูกชาย

1395
01:34:53,520 --> 01:34:57,520
แล้วก็ในการใช้ชีวิตกับลูกชายให้หลังจากที่แม่เสียชีวิตไปแล้ว

1396
01:34:58,976 --> 01:34:59,612
ลูกชายจะต้องอยู่ได้

1397
01:34:59,612 --> 01:35:02,154

1398
01:35:02,154 --> 01:35:03,299
๔ ปีหลังจากนั้นลูกชายก็เสียชีวิต

1399
01:35:03,299 --> 01:35:05,333
แต่ว่าแม่ก็ยังอยู่

1400
01:35:05,333 --> 01:35:06,976
เธอก็เลยเป็นผู้นำในโครงการของฉัน

1401
01:35:06,976 --> 01:35:08,976
แล้วเธอก็มีความกดดันพอสมควร

1402
01:35:08,976 --> 01:35:09,596
ฉันก็ต้องช่วยเยียวยา

1403
01:35:09,596 --> 01:35:12,679
แล้วก็ช่วยดูแลเธอ

1404
01:35:12,679 --> 01:35:14,610
เพื่อให้เธอดำเนินชีวิตต่อไปได้

1405
01:35:14,610 --> 01:35:18,610
แล้วก็มองชีวิตในแง่อื่น

1406
01:35:23,567 --> 01:35:27,567
การเสียชีวิตลูกชายของเธอก็เป็นสิ่งที่สร้างโอกาสใหม่ให้กับเธอ

1407
01:35:47,378 --> 01:35:48,041
เพื่อให้ไปทำงานกับครอบครัวอื่น

1408
01:35:48,041 --> 01:35:52,041
ตอนนี้เธอก็อยู่ที่นี่

1409
01:35:52,488 --> 01:35:56,488
แล้วเธอก็เป็นผู้นำแล้วในปี 2019

1410
01:35:59,648 --> 01:36:00,911
ตอนนี้เราก็มีครอบครัวเพิ่มเข้ามา 10 ครอบครัว

1411
01:36:00,911 --> 01:36:04,130
แล้วเราก็มีการสร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่ ๆ

1412
01:36:04,130 --> 01:36:04,862
ขึ้นมาจากชุมชนเล็ก ๆ

1413
01:36:04,862 --> 01:36:08,862
ที่มีความต้องการพิเศษ

1414
01:36:10,963 --> 01:36:14,963
วัตถุประสงค์ของโครงการของเราก็คือต้องการช่วยให้ครอบครัวผู้ปกครองในการที่จะยอมรับเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

1415
01:36:16,430 --> 01:36:20,430
แล้วก็สร้างแผนชีวิตรายบุคคลสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษร่วมกับชุมชนของพวกเขา

1416
01:36:44,620 --> 01:36:46,845
อันนี้เป็นหลักปรัชญาที่เราใช้ในการทำโครงการของเรา ก็คือ

1417
01:36:46,845 --> 01:36:48,169
เราเรียกว่าเป็นการศึกษาเพื่อการรักษาและการบำบัดทางสังคม ห

1418
01:36:48,169 --> 01:36:50,504
รือเรียกอีกอย่างหนึ่งเป็นภาษา

1419
01:36:50,504 --> 01:36:51,594
ซึ่งก็จะมีภาษาทางการ

1420
01:36:51,594 --> 01:36:55,420
ภาษาวิชาการด้วย

1421
01:36:55,420 --> 01:36:59,420
ซึ่งค่อนข้างยาว

1422
01:37:10,705 --> 01:37:14,705
คุณรู้จักรอดอฟว์ การศึกษาของรอดอฟว์หรือไม่ครับ

1423
01:37:21,694 --> 01:37:22,903
เราก็ใช้การศึกษาของโรลดอฟสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

1424
01:37:22,903 --> 01:37:23,895
ต้องจำเอาไว้ว่าสิ่งต่าง ๆ

1425
01:37:23,895 --> 01:37:25,416
คือชีวิตทางสังคม มีความสำคัญมาก

1426
01:37:25,416 --> 01:37:28,160
ชุมชนทั้งหมดก็จะเห็นผลของสิ่งที่ตัวเองกระทำ

1427
01:37:28,160 --> 01:37:29,864
แล้วก็อันนี้เป็นรูปแบบและโครงสร้างของโครงการ

1428
01:37:29,864 --> 01:37:32,757
เป็นชุมชน inclusive

1429
01:37:32,757 --> 01:37:35,639
ในกรุงเทพฯ

1430
01:37:35,639 --> 01:37:36,319
แล้วก็มีศูนย์อยู่ที่ไทรม้า

1431
01:37:36,319 --> 01:37:37,528
จังหวัดนนทบุรี

1432
01:37:37,528 --> 01:37:39,688
แต่ว่า 10 ครอบครัว

1433
01:37:39,688 --> 01:37:42,443
เขาก็มีครอบครัวของเขา

1434
01:37:42,443 --> 01:37:46,089
อยู่ที่กรุงเทพ

1435
01:37:46,089 --> 01:37:48,469
แล้วเราก็เป็นศูนย์ที่จะให้ความรู้บริการแรก

1436
01:37:48,469 --> 01:37:49,767
ที่เราให้ก็คือเรื่องของการใช้กิจกรรมบำบัดทางสังคมและการรักษา

1437
01:37:49,767 --> 01:37:51,043
การใช้ดนตรี

1438
01:37:51,043 --> 01:37:53,431
เราก็ไปอบรมให้มี

1439
01:37:53,431 --> 01:37:54,343
workshop

1440
01:37:54,343 --> 01:37:57,488
ด้านดนตรีให้เขา

1441
01:37:57,488 --> 01:37:58,655
แล้วก็คนที่จะมาเรียนก็จะเป็นคนที่มีความต้องการพิเศษ

1442
01:37:58,655 --> 01:38:02,655
หรือคนที่ทั่วไปด้วย

1443
01:38:05,492 --> 01:38:07,104
การใช้ศิลปะ

1444
01:38:07,104 --> 01:38:08,214
คือทุกคนมาเรียนรู้การใช้ศิลปะ

1445
01:38:08,214 --> 01:38:09,734
รวมทั้งการสอนศิลปะให้ทุกคนได้ด้วย

1446
01:38:09,734 --> 01:38:13,734
เรื่องของงานฝีมือ

1447
01:38:14,271 --> 01:38:16,100
เราก็มีผลิตภัณฑ์ของเรา

1448
01:38:16,100 --> 01:38:20,100
ซึ่งเราผลิตขึ้นแล้วเราก็ขายเพื่อเป็นเงินใช้จ่ายในโครงการ

1449
01:38:44,173 --> 01:38:48,173
เรื่องของการปั้นดินเหนียว เรื่องของการทอผ้า

1450
01:38:48,883 --> 01:38:52,693
เรื่องการทอผ้าเราเริ่มจากการปลูกฝ้าย

1451
01:38:52,693 --> 01:38:56,693
แล้วเราก็คือเราจะให้เมล็ดพันธุ์ไป

1452
01:38:57,356 --> 01:38:59,895
แล้วก็เอาไปปลูก จากนั้นก็ส่งฝ้ายกลับมา

1453
01:38:59,895 --> 01:39:03,371
แล้วเราก็ใช้เครื่องปั่นมาเป็นเส้นด้าย

1454
01:39:03,371 --> 01:39:07,371
แล้วก็มาทำการถักทอ

1455
01:39:08,710 --> 01:39:12,710
แล้วก็เป็นงานไม้ มีงานไม้ มี workshop

1456
01:39:13,203 --> 01:39:16,764
คนที่เป็นคนเก่งทางด้านนี้ก็เป็นผู้ชายออทิสติกด้วย

1457
01:39:16,764 --> 01:39:20,016
อันที่ ๒ ก็จะเป็นเรื่องของโปรแกรมฝึกอาชีพเป็น inclusive

1458
01:39:20,016 --> 01:39:22,983
คือสิ่งที่เรามีในตอนนี้ก็คือ

1459
01:39:22,983 --> 01:39:25,033
เราให้คนพิการที่มีความต้องการพิเศษนี้เป็นคนนำ

1460
01:39:25,033 --> 01:39:28,482
และมีอาสาสมัครก็เป็นคนทั่ว ๆ ไป

1461
01:39:28,482 --> 01:39:32,482
หรือความพิการประเภทอื่น

1462
01:39:45,349 --> 01:39:46,821
อันที่ ๓ เป็น program ในการสอน

1463
01:39:46,821 --> 01:39:47,854
สอนครู

1464
01:39:47,854 --> 01:39:50,239
สอนผู้ดูแล

1465
01:39:50,239 --> 01:39:53,541
แล้วก็สอนผู้ปกครอง

1466
01:39:53,541 --> 01:39:54,588
ตอนนี้ Project

1467
01:39:54,588 --> 01:39:55,681
อรุโณทัยของเรา

1468
01:39:55,681 --> 01:39:59,681
ในเรื่องของการสอน

1469
01:40:15,988 --> 01:40:18,405
วัตถุประสงค์ก็คือเพื่อที่จะสอนผู้ปกครองให้ยอมรับและเข้าใจลูก ๆ ของตนเอง

1470
01:40:18,405 --> 01:40:20,756
แล้วก็สอนพ่อแม่ให้สร้างชุมชนสำหรับเด็ก ๆ ของพวกเรา

1471
01:40:20,756 --> 01:40:21,811
เป็นเด็กของพวกเขา Community

1472
01:40:21,811 --> 01:40:22,441
ในที่นี้หมายถึง

1473
01:40:22,441 --> 01:40:24,296
ครอบครัว

1474
01:40:24,296 --> 01:40:25,653
อันนี้เป็นกระบวนการทำงานของเรา

1475
01:40:25,653 --> 01:40:27,725
เราก็จะเริ่มเรื่องของการบริหาร

1476
01:40:27,725 --> 01:40:31,309
คือแต่ละครอบครัวก็จะต้องมีวัตถุประสงค์สำหรับเด็กของเขาเอง

1477
01:40:31,309 --> 01:40:32,974
จากนั้นก็จะมีแผนระยะยาวสำหรับแต่ละบุคคลจากนั้นก็จะลงรายละเอียดในแต่ละปีในแต่ละปี

1478
01:40:32,974 --> 01:40:33,952
คุณอยากจะเห็นอะไรบ้าง

1479
01:40:33,952 --> 01:40:35,184
จนกระทั่งถึง ๗ ปี

1480
01:40:35,184 --> 01:40:36,684
แล้วก็มีการทำแผนแต่ละวัน

1481
01:40:36,684 --> 01:40:40,061
สำหรับแต่ละครอบครัว

1482
01:40:40,061 --> 01:40:43,892
หลังจากนั้นเราก็จะมีกระบวนการที่ปฏิบัติได้จริง

1483
01:40:43,892 --> 01:40:47,832
จากนั้นอันสุดท้ายก็จะมีการปรับปรุงแผน

1484
01:40:47,832 --> 01:40:50,990
ให้เหมาะสมกับชีวิตของผู้ปกครอง

1485
01:40:50,990 --> 01:40:52,262
คืออาจจะต้องปรับจังหวะชีวิต

1486
01:40:52,262 --> 01:40:54,405
เพื่อที่จะช่วยให้ลูก ๆ

1487
01:40:54,405 --> 01:40:58,405
สามารถที่จะบรรลุแผนได้

1488
01:41:14,498 --> 01:41:17,745
รวมทั้งแล้วเราก็ยังมี workshop

1489
01:41:17,745 --> 01:41:21,745
ที่จะให้ความรู้เราเรียกว่าโรงเรียนผู้ปกครอง

1490
01:41:23,647 --> 01:41:27,647
เราเรียกว่าเป็นเจอเนอร์ออฟไลท์

1491
01:41:28,546 --> 01:41:29,698
คือสังเกตลูกของตัวเอง

1492
01:41:29,698 --> 01:41:30,387
และเข้าใจลูกของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ

1493
01:41:30,387 --> 01:41:32,816
ที่แตกต่างกัน

1494
01:41:32,816 --> 01:41:33,655
เช่น ในเรื่องของการใช้พลังงาน

1495
01:41:33,655 --> 01:41:35,631
เรื่องของอารมณ์

1496
01:41:35,631 --> 01:41:37,340
เรื่องการตระหนักรู้

1497
01:41:37,340 --> 01:41:41,340
อันนั้นก็เป็นสิ่งที่เราสอน

1498
01:41:44,691 --> 01:41:46,667
แล้วเราก็มีโรงเรียน มี home school

1499
01:41:46,667 --> 01:41:48,900
การศึกษาแบบรอดอฟว์

1500
01:41:48,900 --> 01:41:52,900
ไม่ใช่เด็กทุกคนที่สามารถที่จะไปโรงเรียนได้

1501
01:41:58,284 --> 01:42:02,284
เพราะฉะนั้นในประเทศไทยก็เลยยอมให้ผู้ปกครองทำ home school ได้

1502
01:42:17,517 --> 01:42:20,570
แล้วก็ไปช่วย โดยใช้วิธีการเรียนแบบวอดรอฟวิธีการเรียนแบบรอดอฟว์

1503
01:42:20,570 --> 01:42:22,802
อันนี้เป็นวิสัยทัศน์ในช่วง ๕ ปี

1504
01:42:22,802 --> 01:42:23,836
แล้วก็หวังว่าโครงการของเราก็จะมีศูนย์ Day Care

1505
01:42:23,836 --> 01:42:24,630
สำหรับเด็กที่ความต้องการพิเศษ

1506
01:42:24,630 --> 01:42:26,293
แล้วก็คนอื่น ๆ

1507
01:42:26,293 --> 01:42:30,293
แล้วก็ภายใน ๑๐ ปี

1508
01:42:32,506 --> 01:42:33,583
เราก็จะมีชุมชนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษหลังจากที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับการรับฟังของทุกท่าน

1509
01:42:33,583 --> 01:42:36,332
เรามีเวลาค่อนข้างสั้น

1510
01:42:36,332 --> 01:42:40,332
น่าเสียดายแต่ว่าการนำเสนอของคุณก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายอย่างเลย

1511
01:42:42,412 --> 01:42:46,412
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับการแลกเปลี่ยนเรื่องราวดี ๆ เหล่านี้

1512
01:42:47,814 --> 01:42:51,814
[เสียงปรบมือ]

1513
01:42:52,643 --> 01:42:56,295
ขอเชิญดอกเตอร์มัสยาขึ้นมาบนเวทีอีกสักครั้งได้ไหมคะ

1514
01:42:56,295 --> 01:43:00,295
ดอกเตอร์มัสยาก็มีประกาศภาษาไทย

1515
01:43:06,445 --> 01:43:10,445
หลังจากที่การประกาศแล้วก็จะไปพักเบรกกัน

1516
01:43:14,642 --> 01:43:18,642
อีกรอบหนึ่งค่ะ

1517
01:43:18,668 --> 01:43:19,921
เราได้แจกแบบประเมินไปแล้ว

1518
01:43:19,921 --> 01:43:22,884
เดี๋ยวรบกวนท่านช่วยเช็กแบบประเมินทั้งหมด

1519
01:43:22,884 --> 01:43:26,884
แล้วก็ขอส่งที่ดอกเตอร์ดารัตน์ด้านหลัง

1520
01:43:31,935 --> 01:43:35,935
แล้วก็เรามีของที่ระลึกแจกด้วย

1521
01:43:37,943 --> 01:43:41,347
แล้วก็หลังจากเบรกอย่าลืมที่เราจะต้องเชิญชมนิทรรศการ

1522
01:43:41,347 --> 01:43:44,129
ซึ่งเป็นโปสเตอร์ด้านนอก

1523
01:43:44,129 --> 01:43:46,643
เราไปร่วมชื่นชมกับคณะที่มาชมด้วย

1524
01:43:46,643 --> 01:43:48,634
แล้วก็ที่แจ้งไว้กับผู้พิการทางหู

1525
01:43:48,634 --> 01:43:52,045
ทางการได้ยินว่าหลังเบรกให้ไปตรวจสอบรายชื่อด้วย

1526
01:43:52,045 --> 01:43:55,424
กราบขอบพระคุณค่ะ

1527
01:43:55,424 --> 01:43:56,388
ขอบคุณมากครับ

1528
01:43:56,388 --> 01:43:57,554

1529
01:43:57,554 --> 01:44:01,554
จากนี้เราไปพักเบรก

1530
01:44:09,588 --> 01:44:13,588
ตอนนี้นาฬิกาของฉันก็คือ ๑๐.๑๕ นาฬิกา

1531
01:44:15,049 --> 01:44:19,049
ขอให้กลับมาอีก 10 นาที

1532
01:45:10,217 --> 01:45:14,217
[สิ้นสุดการถอดความ]

