--- title: (รอบบ่าย-2) The 8th International Symposium on Special Education (ISSED) : Update Theory & Practice subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) การดูแลทางด้านสายตา จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ จะได้ช่วยให้เขาเห็นได้ชัดเจน เรื่องจากการวัดสายตาจะต้องมีการทำประเมินความเห็นทางสายตา ให้การรักษาทางการเห็นในเชิงพฤติกรรมแก่คนไข้ได้ อันนี้จะช่วยเพิ่มผลลัพท์ของแนวปฏิบัติในเรื่องการตรวจวัดสายตา การรู้จำในการส่งเสริมการเรียนรู้ กว้างขวางมากขึ้นนะครับ คือไม่ใช่มีแค่เรื่องของการตรวจวัดความชัดเจน อาจจะต้องมีการทักษะการรู้จำด้วย แล้วก็เป็นไปได้ที่จะมีการสร้างวัตถุประสงค์ร่วมของแต่ละนักวิชาชีพ ที่เกี่ยวกับเรื่องของการวัดสายตา เรื่องของกุมารแพทย์ เรื่องของกิจกรรมบำบัด เรื่องของประสาทวิทยา แล้วก็ศาสตร์อื่น ๆ อีกมากมาย แล้วก็ควรจะได้มีการวิจัยมากขึ้น เราต้องมีการวิจัยโดยใช้วิธีการแบบสหวิชาชีพเข้ามาใช้ในการวิจัย อันนี้ก็เป็นภาพประกอบจากการวิจัย อันนี้ก็เป็นเอกสารอ้างอิง ทั้งหมดนี้ผมก็อยากจะขอใช้โอกาสนี้ในการแสดงความยินดีต่อดอกเตอร์มะลิวัลย์ แล้วก็เรื่องของการจัดการอบรมเป็นอย่างดี ขอบพระคุณมากครับ พบกับท่านต่อไปมาจากประเทศภูฏานขอเชิญ Ms Pema Wangmo จะมาพูดถึงเรื่องของเด็กที่มีความพิการ 4P คุณ Pema มาจากเมือง Drukgyel Central ชื่อ Drukgyel Central School (Lower Campus) จากภูฏาน (Ms Pema Wangmo) สวัสดีค่ะ ท่านสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ ก่อนที่ดิฉันจะนำเสนอ ดิฉันอยากจะขอใช้โอกาสนี้เพื่อขอบคุณดอกเตอร์มะลิวัลย์ ที่ให้โอกาสแก่เราในการนำเสนอ ดอกเตอร์มะลิวัลย์ เป็นเหมือนกับคุณแม่อีกท่านหนึ่งของดิฉัน เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่สนับสนุนการริเริ่มการศึกษาพิเศษในโรงเรียน และท่านดอกเตอร์มะลิวัลย์ก็ได้แนะนำให้ดิฉัน ได้รู้จักกับโรงเรียนที่ฉะเชิงเทรา ที่ปราจีนบุรี โรงเรียนที่ชลบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนเกี่ยวกับการจัดการศึกษาให้กับนักเรียนหูหนวก ดิฉันอยากจะขอขอบคุณอย่างยิ่ง และดิฉันอยากจะขอขอบคุณที่สนับสนุนดิฉัน แล้วก็ให้คำแนะนำกับดิฉัน และที่โรงเรียนของเรานั้นโรงเรียนของเราแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นโรงเรียนทางด้านล่าง และโรงเรียนที่อยู่ทางด้านก็แบ่งเป็นชั้น 9 - 12 นะคะ แล้วก็แบ่งเป็นชั้นเล็ก ก็คือระดับ 1 - 9 อยากจะขอให้ข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับโรงเรียนของดิฉันนะคะ เราก่อตั้งโรงเรียนขึ้นเมื่อปี 1962 เป็นโรงเรียนเก่าแก่ ในโรงเรียนของเรานั้น มีนักเรียนหญิง 379 คน นักเรียนชาย 350 คน รวมแล้ว 729 คน การศึกษาพิเศษได้เริ่มขึ้นในโรงเรียนของเรา คือปี 2012 ปัจจุบันนี้เรามีนักเรียนที่เป็นนักเรียนที่รับการศึกษาพิเศษ 33 คน ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องการจัดการศึกษาพิเศษในโรงเรียนของเรา ย้อนไปเมื่อปี 2012 ในปีนั้นก็มีผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนพิการ ซึ่งอยากที่จะมาเรียนในโรงเรียนของเรา คุณแม่ก็เป็นคนอุ้มมาเข้าสอบเข้าโรงเรียน ความฝันของผู้ปกครองก็คืออยากให้ลูกได้มีโอกาสได้เข้ามาเรียนในโรงเรียน แล้วก็ได้มีโอกาสมีชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคม นักเรียนคนนี้ชื่ออากาส มันไดร ที่มีภาวะความพิการเรียกว่า Cerebral Palsy มีความพิการที่ค่อนข้างรุนแรง ก็กระทบทั้งร่างกายของเขา มือของเขานั้นก็มีอาการเกร็ง ทั้ง 2 ข้าง แล้วก็พูดออกเสียงได้ไม่ชัด แล้วแขนและขารวมถึงเท้าก็อ่อนแรง แล้วก็มีอาการเกร็ง แล้วก็ทรงตัวได้ไม่ดี สามารถนั่งได้ แต่ว่าทรงตัวได้ไม่ดี ตอนแรกที่มานั้นไม่มีวีลแชร์ คุณแม่เป็นคนอุ้มมา ความท้าทายก็คือ โรงเรียนของเราตอนนั้นไม่มีครูที่ผ่านการอบรมด้านการศึกษาพิเศษ ที่มีประสบการณ์ หรือว่ามีประกาศนียบัตรที่รับรอง และเราก็ไม่มีคุณครูที่ได้รับการฝึกอบรมเลย ไม่มีคุณครูที่จบหลักสูตรด้านการศึกษาพิเศษเลย เรามีปัญหาเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ที่ไม่เพียงพอ อาคารสถานที่ก็ไม่เหมาะสม ตอนนั้นเราไม่มีห้องน้ำสำหรับนักเรียนพิการ แล้วจำนวนนักเรียนในแต่ละชั้นก็มีจำนวนนักเรียนมากด้วย และหลักสูตรของเราก็ยังไม่มีหลักสูตรเฉพาะสำหรับนักเรียนพิการ ความท้าทายที่เป็นอยู่ในสถานการณ์เมื่อ Akash Man Rai ได้มาที่โรงเรียน แล้วก็มีความท้าทายหลายอย่าง ก็มีกลุ่มของคุณครูมารวมตัวกัน เป็นอาสาสมัครอยากจะมาเป็นครู ที่จะช่วยดูแล Akash Man Rai ถูกก่อตั้งขึ้น แล้วก็เป็นครูที่อาสาสมัครมาด้วยใจ หลังจากเลิกงานตอนเย็นแล้วก็พยายามอยู่ที่จะช่วยกัน ในการดูแลแล้วก็หาทางในการที่จะจัดการศึกษาที่จะเหมาะกับเขา มีการให้ความสำคัญกับความต้องการจำเป็นของนักเรียน ในเวลานั้นส่วนมากสิ่งที่ทำในห้องเรียน ก็จะเป็นเรื่องของวิชาการ การเขียน การอ่าน การพูด การฟัง ก็มีการคุยกันว่า เราจำเป็นจะต้องช่วยกันพัฒนาทักษะอื่น ๆ นอกจากการฟัง พูด อ่าน เขียน การคำนวณในด้านวิชาการด้วย เราก็เลยวางแผนกันว่าเราจะมีการจัดเวลาให้ Akash ได้ใช้เวลาเรื่องของการเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อ เรามีอุปกรณ์ เพื่อให้เขาได้ฝึกใช้กล้ามเนื้อที่มือของเขา ที่แขนของเขา อันนี้เป็นภาพครูที่ช่วยส่งแท่งไม้ให้ Akash Man ได้ฝึกปักแท่งไม้ลงไปที่แป้น เรามีการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ให้กับ Akash แล้วก็ให้เขาได้มีโอกาสเล่นซอฟต์บอลกับเพื่อน ๆ ได้ฝึกในการติดกระดุมเสื้อ แล้วก็ได้เริ่มในเรื่องของการฝึกดื่มน้ำด้วยตัวเอง ในครั้งแรกที่ Akash Man Rai เขาทานอาหารหรือดื่มน้ำเองไม่ได้ คุณแม่ต้องคอยป้อนอยู่ตลอด นอกจากนี้สิ่งที่เป็นกลยุทธ์ที่ทางทีมคุณครูได้ระดมความเห็นกัน แล้วก็ได้ทดลองทำก็คือ Buddy หรือว่าเพื่อนคู่หู ซึ่งจะต้องเป็นสิ่งที่เกิดมาจากหัวใจของเด็กเอง เป็นความสมัครใจเอง ก็มีเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียน ที่สมัครใจอยากจะมาเป็นเพื่อนคู่หูของเขา แล้วอยากจะมาช่วย Akash รับเขาไปในที่ต่าง ๆ แล้วก็พาเขาไปห้องน้ำ นอกจากนี้ก็มีเรื่องของการมีคุณครูผู้ช่วยในการสอนเสริมวิชาการให้กับเขา นี่ก็เป็นคุณครูอีกท่านหนึ่งที่คอยช่วยเขาในการสอนเสริม นอกจากนี้ก็ยังมีเพื่อนนักเรียนที่มาเป็นคนติวให้กับเขาด้วย คอยเป็นเพื่อนนักเรียนที่คอยช่วยเขา ช่วยเขาในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน peer tutor หรือว่าเพื่อนช่วยติวนั้น จะเป็นนักเรียนที่มีคะแนนดี แล้วก็ขอให้เป็นอาสาสมัครตามความสมัครใจ นักเรียนเหล่านั้นก็จะมาช่วยกันไม่ว่าจะเป็นการจดโน้ต ไม่ว่าจะเป็นการช่วยในการทำความเข้าใจเนื้อหาที่เรียนหลังจากเราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็อยากจะขอนำเสนอผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นครับ ตอนนี้ Akash อายุ 16 ปี เขาสามารถใช้ laptop พิมพ์จดหมายได้ และดิฉันรู้สึกภูมิใจอย่างมาก ที่ Akash สามารถนั่งด้วยตนเองได้ เขาสามารถรับประทานอาหารด้วยตัวเองได้ สิ่งที่แตกต่างมากที่สุดที่เราเห็นที่นี่ คือในปี 2012 มาจนถึง 2019 ขณะนี้เขาอายุ 16 ปี ถ้าเห็นในภาพตอนเขาเด็ก ๆ ครั้งแรก เขาใช้แขนได้เพียงแขนเดียว ตอนนี้เขาใช้ได้ทั้ง ๒ แขน รับประทานอาหารเองได้ ดื่มน้ำเองได้ และทำหลายอย่างด้วยตัวเองได้ และมีเพื่อน นอกจากนี้เรื่องของเพื่อน ๆ ของเขา แล้วก็เพื่อนคู่หู รวมถึงเพื่อนช่วยติวของเขา ก็ทำให้เขาสามารถที่จะเรียนทันเพื่อน ๆ ได้ แล้วก็เพิ่มวงของเพื่อน มีเพื่อนหลายคนที่สลับสับเปลี่ยนกันมา และทำให้เขามีเพื่อนได้มากขึ้น เมื่อเพื่อนของเขามากขึ้นเขาก็จะต้องพูดคุยกับเพื่อนใช่ไหมคะ ทักษะการสื่อสารของเขา และทักษะสังคมของเขาก็จึงพัฒนาขึ้น นอกจากนี้เราได้เห็นสิ่งที่ดีที่สุดเลย ที่เราสังเกตเห็นก็คือเขาได้พัฒนาความไว้วางใจ และสร้างความผูกพันกับเพื่อนของเขา ความสำเร็จทั้งหมดที่เราเห็นนี้ และความก้าวหน้าของเขา และในที่สุดเราได้ให้ประกาศนียบัตร แล้วก็ได้ชื่นชม แล้วก็เพื่อน ๆ ที่เป็นเพื่อนช่วยติว และเพื่อนคู่หูที่คอยให้ความช่วยเหลือเขาด้วย คำแนะนำก็คือ เราจำเป็นที่จะต้องมีนักกายภาพบำบัด นักแก้ไขการพูด นักกิจกรรมบำบัด การสนับสนุนทางวิชาการ ตอนแรกเลยนั้นเรามีนักกายภาพเพียงคนเดียวในเขตของเรา และซึ่งดูแลในหลายพื้นที่ แล้วก็มาเยี่ยมโรงเรียนเราเพียงเดือนละ 1 ครั้ง แต่ว่าในนักเรียนพิการคนหนึ่งนั้นอาจจะต้องการหลายบริการ ไม่ว่าจะเป็นนักกายภาพ นักแก้ไขการพูด นักกายภาพบำบัด สนับสนุนทางวิชาการ ขอบคุณมากค่ะ มีคำถามไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ขอเสียงปรบมือให้เธออีกครั้งหนึ่ง [เสียงปรบมือ] เดี๋ยวเราจะไปพักเบรกกันนะครับ แล้วก็เดี๋ยวเราจะกลับมา เนื่องจากว่ายังมีวิทยากรอีก 5 - 6 คน เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านกลับมาอีกครั้ง ในเวลาไม่เกิน ๑๐ นาที เพราะว่าเราอยากจะเสร็จงานในวันนี้ให้ทัน 5 โมงเย็น ขอบคุณครับ [สิ้นสุดการถอดความ]