﻿1
00:17:27,995 --> 00:17:28,517
(พิธีกร)  เรากำลังจะเริ่มการบรรยายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ขอให้ทุกทา่นเข้าประจำที่

2
00:17:28,517 --> 00:17:29,173
ถ้าเป็นไปได้ขอให้ทุกท่านมานั่งที่ด้านหน้า

3
00:17:29,173 --> 00:17:33,173

4
00:18:11,490 --> 00:18:15,490
หลังจากที่ได้รับประทานอาหารเบรก กาแฟแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับในช่วงเช้า

5
00:18:16,630 --> 00:18:17,887
คือหลังจากอาหารเที่ยงการนำเสนอก็จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก

6
00:18:17,887 --> 00:18:21,887
เราก็ได้เรียนรู้หลายอย่างในวันนี้

7
00:18:24,741 --> 00:18:25,881
เดี๋ยวเรากลับมาสู่เรื่องของการบรรยายต่อ

8
00:18:25,881 --> 00:18:29,881

9
00:18:45,717 --> 00:18:46,523
ก่อนที่เราจะเริ่มสำหรับวิทยากรถัดไปว่า วิทยากรคนต่อไปเป็นคนที่มาจากประเทศลาว

10
00:18:46,523 --> 00:18:47,864

11
00:18:47,864 --> 00:18:51,864
เป็นผู้หญิงสาวสวย

12
00:18:58,238 --> 00:19:02,238
แล้วก็เธอก็จะมานำเสนอเกี่ยวกับกิจกรรมที่

13
00:19:04,434 --> 00:19:07,048
ทำอยู่ในประเทศลาว

14
00:19:07,048 --> 00:19:11,048
คิดว่าทุกท่านก็คงจะชอบ

15
00:19:26,685 --> 00:19:28,859
ขอเรียนเชิญวิทยากรท่านถัดไปจากประเทศลาว คุณ Mrs. Sdwophaphone Heuanglith

16
00:19:28,859 --> 00:19:32,859
ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนคนหูหนวก

17
00:19:40,638 --> 00:19:44,638
ชื่อว่า School for the Deaf Hands of Hope in Laos

18
00:20:18,108 --> 00:20:22,108
(Mrs. Heuanglith) สวัสดีตอนบ่ายทุกท่านค่ะ

19
00:20:22,138 --> 00:20:24,226
ขอขอบคุณดอกเตอร์มะลิวัลย์ที่เชิญพวกเรามาร่วมงานนี้

20
00:20:24,226 --> 00:20:25,139
อันนี้เป็นครั้งแรกของฉันที่มานำเสนอแบบนี้

21
00:20:25,139 --> 00:20:27,671
ก็อาจจะต้องขออภัยด้วย

22
00:20:27,671 --> 00:20:31,671
ถ้าเกิดว่า

23
00:20:32,172 --> 00:20:36,172
ภาษาอังกฤษของดิฉันอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไร

24
00:20:38,447 --> 00:20:42,447
หรือฉันอาจจะตื่นเต้นแล้วก็อาจจะพูดเร็ว

25
00:20:42,868 --> 00:20:44,959
เราจะแนะนำตัวของพวกเราก่อน

26
00:20:44,959 --> 00:20:48,959
สวัสดีทุกท่าน

27
00:21:05,756 --> 00:21:07,168
"สบายดี" ดิฉันชื่อน้ำฝน

28
00:21:07,168 --> 00:21:08,633
มาจากประเทศลาว

29
00:21:08,633 --> 00:21:12,633

30
00:21:29,577 --> 00:21:31,754
สวัสดีทุกท่าน

31
00:21:31,754 --> 00:21:34,183
ชื่อจันทร์รสจากลาว

32
00:21:34,183 --> 00:21:35,230
แล้วก็ดิฉันก็อยู่ในองค์กรมือแห่งความหวังมา 3 ปีแล้ว

33
00:21:35,230 --> 00:21:36,618
สวัสดีทุกท่าน ดิฉันชื่ออ้น

34
00:21:36,618 --> 00:21:38,034
หรือศรีสมัยมาจากประเทศลาว

35
00:21:38,034 --> 00:21:40,225
ทั้งหมดนี้พวกเราก็มาจากประเทศลาวแล้วก็ดิฉันชื่อโส

36
00:21:40,225 --> 00:21:44,225
จากประเทศลาวเช่นเดียวกัน

37
00:21:52,675 --> 00:21:56,675
แล้ววันนี้ดิฉันจะให้คุณน้ำฝน

38
00:21:57,853 --> 00:21:58,790
ได้ใช้ภาษามือ

39
00:21:58,790 --> 00:21:59,889
ดิฉันก็จะแปล

40
00:21:59,889 --> 00:22:03,889
สวัสดีทุกท่านอีกครั้ง

41
00:22:11,754 --> 00:22:15,754
วันนี้ดิฉันอยากจะแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับคนหูหนวกเป็นกลุ่มของพวกเรา

42
00:22:25,330 --> 00:22:27,799
ที่โรงเรียนแล้วครูก็สอนหลายเรื่องให้ฉัน

43
00:22:27,799 --> 00:22:31,799

44
00:22:32,235 --> 00:22:32,944
ตอนแรกก็อาจจะเข้าใจยากนิดหนึ่ง

45
00:22:32,944 --> 00:22:33,712
ในเรื่องของความหมาย

46
00:22:33,712 --> 00:22:35,435
การใช้คำ

47
00:22:35,435 --> 00:22:38,388
ดิฉันไม่เข้าใจอะไรเลย

48
00:22:38,388 --> 00:22:41,112
ดิฉันต้องถามเพื่อน

49
00:22:41,112 --> 00:22:45,112
พวกเขาก็อาจจะมี

50
00:22:49,380 --> 00:22:53,380
หลังจากที่ฉันจบฉันก็พยายามที่จะสนทนากับเพื่อน

51
00:22:55,016 --> 00:22:56,369
แต่ว่าฉันก็สื่อสารกับเขาได้ยากมาก

52
00:22:56,369 --> 00:22:59,251
เขาไม่เข้าใจดิฉันเลย

53
00:22:59,251 --> 00:23:03,251
เพราะว่าคนหูหนวก

54
00:23:04,160 --> 00:23:06,153
เวลาที่เราเขียนภาษาสลับกันในภาษาลาว เราไม่มีมัธยม

55
00:23:06,153 --> 00:23:08,091
เราไม่มีมหาวิทยาลัย

56
00:23:08,091 --> 00:23:11,271
เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องยากสำหรับฉัน

57
00:23:11,271 --> 00:23:15,271
ฉันก็อยากจะเรียนต่อ

58
00:23:20,928 --> 00:23:24,928
แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

59
00:23:26,165 --> 00:23:28,423
ถ้าเราพัฒนามากขึ้นเราคิดว่าทุกคนก็น่าจะมี

60
00:23:28,423 --> 00:23:29,400
ฉันได้เจอคุณโส

61
00:23:29,400 --> 00:23:31,875
เธอก็เป็นครู

62
00:23:31,875 --> 00:23:32,907
แล้วก็เป็นคนที่ใช้ภาษามือกับคนหูหนวก

63
00:23:32,907 --> 00:23:34,340
และเธอก็อายุน้อยมาก

64
00:23:34,340 --> 00:23:34,894
แล้วก็ใช้ภาษามือได้

65
00:23:34,894 --> 00:23:38,894

66
00:23:43,502 --> 00:23:47,231
เท่าที่ฉันเห็น

67
00:23:47,231 --> 00:23:49,091
ส่วนมากเป็นครูที่อายุเยอะแล้วที่ใช้ภาษามือเป็น

68
00:23:49,091 --> 00:23:53,091
เธอก็อายุยังเป็นอายุยังน้อยอยู่

69
00:24:00,763 --> 00:24:02,227
ตอนฉันเจอเธอครั้งแรก

70
00:24:02,227 --> 00:24:06,227
มีความต้องการที่จะตั้งศูนย์สำหรับคนหูหนวกขึ้นมา

71
00:24:07,496 --> 00:24:08,362
แล้วก็ช่วยส่งเสริมให้กำลังใจคนหูหนวก

72
00:24:08,362 --> 00:24:11,156
ขอบคุณมากค่ะ

73
00:24:11,156 --> 00:24:15,156
ตอนนี้ดิฉันจะนำเสนอเกี่ยวกับประเทศของฉัน

74
00:24:24,131 --> 00:24:28,131
ฉันหวังว่าคุณก็จะเห็นจอ

75
00:24:28,200 --> 00:24:28,673
ต้องขออภัยด้วยถ้าภาษาอังกฤษของฉันไม่ค่อยดี

76
00:24:28,673 --> 00:24:32,673
สวัสดีทุกท่าน

77
00:24:37,574 --> 00:24:39,666
อันนี้ก็เป็นประเทศลาว

78
00:24:39,666 --> 00:24:43,666
หลาย ๆ คนไม่รู้จักประเทศลาว

79
00:24:43,713 --> 00:24:47,713
แล้วก็มักจะถามฉันว่า

80
00:24:52,577 --> 00:24:56,577
เธอมาจากไหน

81
00:25:00,104 --> 00:25:01,311
ฉันบอกฉันมาจากประเทศลาว

82
00:25:01,311 --> 00:25:02,385
ประเทศลาวหรือ

83
00:25:02,385 --> 00:25:03,665
เวียดนามหรือเปล่า

84
00:25:03,665 --> 00:25:04,579
ไม่ใช่ไทย

85
00:25:04,579 --> 00:25:05,755
ไม่ใช่เวียดนาม

86
00:25:05,755 --> 00:25:09,755
เป็นประเทศลาว

87
00:25:10,017 --> 00:25:10,814
ดิฉันก็พยายามที่จะอธิบายว่าลาวอยู่ตรงนี้

88
00:25:10,814 --> 00:25:11,546
ก็คืออยู่ใกล้พม่า

89
00:25:11,546 --> 00:25:12,624
อยู่ใกล้กัมพูชา

90
00:25:12,624 --> 00:25:16,624
เวียดนาม

91
00:25:25,399 --> 00:25:27,089
เป็นประเทศ land lock ก็คือไม่มีทางออกทะเล

92
00:25:27,089 --> 00:25:28,572
อันนี้ก็คือประเทศลาว

93
00:25:28,572 --> 00:25:31,348
อาหารโปรดของเราก็คือข้าวเหนียว

94
00:25:31,348 --> 00:25:35,348
ถ้าอยากจะลองกินข้าวเหนียวก็ไปที่ลาวได้

95
00:25:35,625 --> 00:25:39,625
ประเทศลาวก็จะมีกลุ่มชนกลุ่มต่าง ๆ

96
00:25:46,594 --> 00:25:50,594
ประมาณ 48 กลุ่มในประเทศลาว

97
00:26:00,807 --> 00:26:04,807
ค่อนข้างเยอะ

98
00:26:11,559 --> 00:26:13,425
จำนวนประชากรของประเทศลาวก็มีแค่เกือบ 7 ล้านคน

99
00:26:13,425 --> 00:26:17,224
ก็เป็นจำนวนประชากรที่ค่อนข้างน้อย

100
00:26:17,224 --> 00:26:18,107
ประเทศลาวก็เป็นประเทศที่มีป่าไม้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ของโลก

101
00:26:18,107 --> 00:26:19,901
ก็มีต้นไม้เยอะ

102
00:26:19,901 --> 00:26:23,901
มีภูเขาเยอะ

103
00:26:25,908 --> 00:26:29,908
ทีนี้ก็มาดูสถานการณ์ในประเทศลาว

104
00:26:36,020 --> 00:26:40,020
คนหูหนวกในประเทศลาวก็มีสักประมาณ

105
00:26:40,701 --> 00:26:42,309
70,000 คน ก็ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์

106
00:26:42,309 --> 00:26:44,393
ของประชากรทั้งหมด

107
00:26:44,393 --> 00:26:48,393
ในประเทศลาวเรามีคนแค่ 7 ล้านคน

108
00:27:04,992 --> 00:27:08,992
ตอนนี้เรามีแค่ 70,000 คน ก็น่าจะประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2003

109
00:27:10,113 --> 00:27:12,924
ก็มีนักเรียนที่หูหนวก 2,500 คน

110
00:27:12,924 --> 00:27:16,924
ก็ได้เข้ามาเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้

111
00:27:18,714 --> 00:27:20,568
ของคนหูหนวก

112
00:27:20,568 --> 00:27:21,199
ที่ได้รับการศึกษาในประเทศลาว

113
00:27:21,199 --> 00:27:25,199

114
00:27:31,905 --> 00:27:35,905
อันนี้เป็นโรงเรียนในหลวงพระบาง

115
00:27:41,573 --> 00:27:42,263
มีใครเคยได้ยินหลวงพระบางบ้าง

116
00:27:42,263 --> 00:27:44,877
ที่มีความสำคัญ

117
00:27:44,877 --> 00:27:47,796
เมืองที่ดังมาก เป็นเมืองท่องเที่ยว

118
00:27:47,796 --> 00:27:49,139
ก็ตอนนั้นตอนที่เร่ิมมีนักเรียน 20 คน

119
00:27:49,139 --> 00:27:53,139
ในปี 2007

120
00:27:53,631 --> 00:27:54,328
ในเวียงจันทน์จะมีโรงเรียนสอนคนหูหนวก

121
00:27:54,328 --> 00:27:55,214
เริ่มในปี 2003

122
00:27:55,214 --> 00:27:59,214
มีนักเรียน 25 คน

123
00:28:00,822 --> 00:28:02,760
แล้วก็ที่สะหวันนะเขต

124
00:28:02,760 --> 00:28:05,789
หลวงพระบางก็จะเป็นภาคเหนือ

125
00:28:05,789 --> 00:28:06,551
เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ภาคเหนือเขาก็จะมาเรียนที่หลวงพระบางกัน

126
00:28:06,551 --> 00:28:10,551

127
00:28:13,107 --> 00:28:14,586
ส่วนเวียงจันทน์จะอยู่ภาคกลาง คล้าย ๆ

128
00:28:14,586 --> 00:28:18,536
กับกรุงเทพฯ

129
00:28:18,536 --> 00:28:22,536
เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ภาคกลางก็จะมาที่เวียงจันทน์

130
00:28:23,223 --> 00:28:24,183
ส่วนสะหวันนะเขตก็เริ่มในปี 2004

131
00:28:24,183 --> 00:28:25,909
จนถึงปี 2011

132
00:28:25,909 --> 00:28:26,903
มีนักเรียน 18 คน

133
00:28:26,903 --> 00:28:30,695
ตอนนี้ก็ปิดไปแล้ว

134
00:28:30,695 --> 00:28:34,207
สะหวันนะเขตก็อยู่ภาคใต้ของลาว

135
00:28:34,207 --> 00:28:38,207
ส่วนอันต่อมาอันที่ ๔ สีม่วงเป็นของรัฐบาล

136
00:28:45,677 --> 00:28:47,935
ส่วนที่ 4 เป็นศูนย์ของเราเอง ซึ่งเราเริ่มจากนักเรียน ๕ คน

137
00:28:47,935 --> 00:28:51,935
ในปี 2016

138
00:28:55,249 --> 00:28:56,193
ในอำเภอเวียนจันทน์เป็นของเอกชน ไม่ใช่รัฐบาล

139
00:28:56,193 --> 00:29:00,193
อย่างที่ดิฉันได้บอกไปก่อน

140
00:29:02,273 --> 00:29:03,670
ที่สะหวันนะเขตเราไม่มีแล้ว

141
00:29:03,670 --> 00:29:07,670
ได้บอกไปก่อนว่าที่

142
00:29:11,396 --> 00:29:14,453
สะหวันนะเขตเราไม่มีแล้ว

143
00:29:14,453 --> 00:29:15,339
เนื่องจากว่าผู้อำนวยการก็มีปัญหา

144
00:29:15,339 --> 00:29:17,195

145
00:29:17,195 --> 00:29:21,195
คือโรงเรียนมีปัญหาอะไรสักอย่างก็เลยปิดไป

146
00:29:27,421 --> 00:29:29,119
แล้วก็ส่วนคนหูหนวกที่อยู่ในภาคใต้

147
00:29:29,119 --> 00:29:31,261
เขาก็จะมาที่เวียงจันทน์

148
00:29:31,261 --> 00:29:34,007
แต่บางคนเขาก็มาไม่ได้ก็มีปัญหาเยอะ

149
00:29:34,007 --> 00:29:34,996
ตอนนี้เรามีโรงเรียน 3 แห่ง

150
00:29:34,996 --> 00:29:38,996
ในประเทศลาว

151
00:29:41,143 --> 00:29:44,401
ศูนย์แรกอยู่ที่หลวงพระบาง เวียงจันทน์ ก็จะมีอยู่ 2 ศูนย์

152
00:29:44,401 --> 00:29:47,991
ในส่วนของอนุบาลในประเทศลาวจะมี 3 โรงเรียน

153
00:29:47,991 --> 00:29:51,991
ประถม

154
00:29:52,874 --> 00:29:55,175
มีโรงเรียนอนุบาล 3 โรงเรียน

155
00:29:55,175 --> 00:29:59,175
ประถม 2 มัธยม 2

156
00:29:59,189 --> 00:30:03,189
ไม่มีมหาวิทยาลัย

157
00:30:08,825 --> 00:30:10,803
แล้วทำไมเราต้องการที่จะเปิดศูนย์แล้วก็โรงเรียนขึ้นมา

158
00:30:10,803 --> 00:30:12,056
อันนี้เป็นวิสัยทัศน์ศูนย์ของเรา

159
00:30:12,056 --> 00:30:14,214
คือเราต้องการที่จะให้การศึกษาแก่คนหูหนวก

160
00:30:14,214 --> 00:30:16,437
รวมทั้ง

161
00:30:16,437 --> 00:30:20,437
ช่วยเหลือครอบครัวของเขา

162
00:30:20,777 --> 00:30:23,335
ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีในสังคมลาว

163
00:30:23,335 --> 00:30:25,054
เราก็วางแผนที่จะช่วเหลือคนหูหนวก

164
00:30:25,054 --> 00:30:29,054
ในประเทศลาว

165
00:30:40,483 --> 00:30:43,128
ตั้งแต่อนุบาล

166
00:30:43,128 --> 00:30:46,229
การเรียนรู้ของผู้ใหญ่แล้วก็ไม่รู้จะเรียนกี่ปี 5 ปี 10 ปี

167
00:30:46,229 --> 00:30:47,309
เรื่องของการเย็บปักถักร้อยอะไรต่าง ๆ

168
00:30:47,309 --> 00:30:50,080
เหล่านี้

169
00:30:50,080 --> 00:30:51,695
แล้วก็จะมีหอพักผู้ชาย ผู้หญิงด้วย

170
00:30:51,695 --> 00:30:54,631
ฉันก็เป็นล่ามเพียงคนเดียว

171
00:30:54,631 --> 00:30:58,631
ก็ยากสำหรับที่จะทำงาน

172
00:30:59,016 --> 00:30:59,638
ที่จะไปตรงนั้น ไปตรงนี้

173
00:30:59,638 --> 00:31:01,922
อันนี้เป็นศูนย์ของเรา

174
00:31:01,922 --> 00:31:05,922
อันนี้เป็นสมาชิกของเรา

175
00:31:13,098 --> 00:31:16,056
แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

176
00:31:16,056 --> 00:31:18,086
อันนี้เป็นนักเรียนของเราเริ่มตั้งแต่อนุบาล

177
00:31:18,086 --> 00:31:22,086
และอันนี้ความเป็นมาของเรา

178
00:31:25,299 --> 00:31:26,793
เริ่มจากปี 2016

179
00:31:26,793 --> 00:31:28,736
ก็เริ่มจากบ้านของครอบครัวของฉันนี้แหละ

180
00:31:28,736 --> 00:31:32,027
เรายังไม่ได้มีที่ของเราเอง

181
00:31:32,027 --> 00:31:35,205
ต้องเช่า

182
00:31:35,205 --> 00:31:36,126
จากนั้นเราก็เริ่มมีนักเรียนเพิ่มเป็น 12 คน

183
00:31:36,126 --> 00:31:38,023
แล้วก็เช่าบ้าน

184
00:31:38,023 --> 00:31:42,023
แล้วก็มีชั้นเรียนสำหรับการเรียนภาษามือ

185
00:31:43,973 --> 00:31:46,308
ส่วนมากก็จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากกว่า

186
00:31:46,308 --> 00:31:48,664
ฉันก็อธิบายว่าแบบนี้แปลว่าอะไร

187
00:31:48,664 --> 00:31:50,932
แล้วก็ในปี 2018

188
00:31:50,932 --> 00:31:54,932
มีชั้นเรียนสำหรับการทำขนม

189
00:31:59,111 --> 00:32:03,111
คือไม่ใช่เป็นมืออาชีพมาก

190
00:32:03,474 --> 00:32:04,921
อันต่อมาก็คือมีการขายเค้กในตลาดกลางคืน

191
00:32:04,921 --> 00:32:08,921
แล้วเราก็ได้รับการสนับสนุน

192
00:32:09,046 --> 00:32:13,046
และทุกเย็นคนหูหนวกก็จะออกไปหาเงิน

193
00:32:18,621 --> 00:32:22,621
ก็คือไปขายของที่ร้านเพื่อที่จะหาเงินมาช่วยศูนย์

194
00:32:23,876 --> 00:32:27,876
และมีการไปหาสปอนเซอร์มาใช้จ่ายในองค์กร

195
00:32:28,967 --> 00:32:32,143
ปี 2019

196
00:32:32,143 --> 00:32:36,143
เรามีนักเรียน ๓๐ คน

197
00:32:37,389 --> 00:32:41,389
ตั้งแต่แล้วก็มีครู 3 คน

198
00:32:51,444 --> 00:32:55,444
ที่ได้รับการเทรน และครู ๓ คน

199
00:33:00,020 --> 00:33:02,396
ก็ส่งมาเรียนที่โรงเรียนเศรษฐเสถียรที่ประเทศไทย   เพราะว่าโรงเรียนเศรษฐเสถียร

200
00:33:02,396 --> 00:33:06,261
ก็เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ดีที่สุดที่ฉันเจอ

201
00:33:06,261 --> 00:33:08,190
เพื่อจะช่วยพัฒนาครูเหล่านี้ครูประเทศลาว

202
00:33:08,190 --> 00:33:10,366
เราไม่มีการสอนครูหูหนวกเลย

203
00:33:10,366 --> 00:33:14,366
ปีนี้ศูนย์ของเราก็ได้รับการอนุมัติ

204
00:33:18,190 --> 00:33:19,099
ทางด้านเอกสารจากรัฐบาลท้องถิ่น

205
00:33:19,099 --> 00:33:21,118
เพราะฉะนั้น

206
00:33:21,118 --> 00:33:25,118
ก็สามารถตั้งเป็นศูนย์

207
00:33:27,913 --> 00:33:29,975
ทำงานสำหรับพวกเรา

208
00:33:29,975 --> 00:33:32,480
การได้เอกสารจากรัฐเป็นเรื่องยากมาก

209
00:33:32,480 --> 00:33:34,927
อันนี้เป็นคณะกรรมการขององค์กร

210
00:33:34,927 --> 00:33:38,927
ของศูนย์ของเรา

211
00:33:39,006 --> 00:33:43,006
ก็จะมีคนหูหนวกเป็นผู้จัดการ

212
00:33:43,798 --> 00:33:45,663
แล้วก็มีฝ่ายบัญชี

213
00:33:45,663 --> 00:33:49,663
และฝ่ายผู้นำ แล้วก็เป็นคนหูหนวก

214
00:33:50,711 --> 00:33:53,341
ทำไมถึงตั้งชื่อว่า มือแห่งความหวัง

215
00:33:53,341 --> 00:33:57,341
เพราะว่าเราต้องการที่จะเริ่มจากอนุบาล

216
00:34:00,289 --> 00:34:04,289
คือต้องการที่จะมีโรงเรียนอนุบาล

217
00:34:04,862 --> 00:34:07,378
ให้กับคนหูหนวก

218
00:34:07,378 --> 00:34:11,378
เด็กหูหนวก

219
00:34:17,165 --> 00:34:18,268
แล้วก็ต้องการที่จะมีระบบการศึกษาที่มี

220
00:34:18,268 --> 00:34:20,223
แล้วก็สอนทักษะชีวิต

221
00:34:20,223 --> 00:34:22,963
สอนหลักสูตรการศึกษาของลาว

222
00:34:22,963 --> 00:34:26,963
คือตอนนี้ในอนาคตเรายังไม่มีหลักสูตรเลย

223
00:34:33,765 --> 00:34:37,765
แล้วเราก็เปิดตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์

224
00:34:38,135 --> 00:34:39,579
อีกงานหนึ่งก็คือที่เราทำก็คือเรื่องของ on the job training

225
00:34:39,579 --> 00:34:40,403
ระหว่างการทำงาน

226
00:34:40,403 --> 00:34:42,274
ฝึกงาน

227
00:34:42,274 --> 00:34:43,863
ก็คือเราค่อยให้นักเรียนไปทำงานตามที่ต่าง ๆ เ

228
00:34:43,863 --> 00:34:47,863
ป็นการฝึกงาน

229
00:35:03,930 --> 00:35:07,930
อันนี้เราก็ไปข้างนอก

230
00:35:10,540 --> 00:35:13,875
คือศูนย์ของเรา

231
00:35:13,875 --> 00:35:15,813
คือฉันอยากให้พวกเขาไปเรียนรู้จากข้างนอกด้วย

232
00:35:15,813 --> 00:35:18,149
เพราะฉะนั้นเขาจะต้องมีประสบการณ์ไปดูอะไรข้างนอก

233
00:35:18,149 --> 00:35:19,351
เช่น การใช้ social media

234
00:35:19,351 --> 00:35:21,270
ไปดูว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไร

235
00:35:21,270 --> 00:35:23,574
มองคนหูหนวกอย่างไร

236
00:35:23,574 --> 00:35:25,021
หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนหูหนวกอย่างไร

237
00:35:25,021 --> 00:35:27,203
อันนี้เป็นนักเรียน 4 คน

238
00:35:27,203 --> 00:35:31,203
ก็เป็นครูด้วย

239
00:35:33,425 --> 00:35:34,892
อันนี้เป็นภาพที่มีความพิเศษ เพราะว่าเป็นโรงเรียนแรกที่เราได้มา

240
00:35:34,892 --> 00:35:37,403
โรงเรียนเศรษฐเสถียร

241
00:35:37,403 --> 00:35:39,437
แล้วก็มาเจอดอกเตอร์มะลิวัลย์

242
00:35:39,437 --> 00:35:41,867
ที่นี่มีความเมตตามาก

243
00:35:41,867 --> 00:35:43,160
เธอทำงานกับคนหูหนวกเป็นเวลานาน

244
00:35:43,160 --> 00:35:47,160
ตอนที่ฉันเจอเธอ

245
00:35:49,054 --> 00:35:52,445
เธอใช้ภาษามือได้ดีมาก ฉันทึ่งมาก

246
00:35:52,445 --> 00:35:53,301
และเธอก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับฉันเยอะ

247
00:35:53,301 --> 00:35:55,680
ฉันอยากเป็นแบบเธอในอนาคต

248
00:35:55,680 --> 00:35:58,801
ขอบคุณมากค่ะ

249
00:35:58,801 --> 00:36:00,247
ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของคุณ

250
00:36:00,247 --> 00:36:04,247
เราก็มีครู 3 คน

251
00:36:21,220 --> 00:36:24,639
แล้วก็ส่งจากประเทศลาวมาที่กรุงเทพฯ

252
00:36:24,639 --> 00:36:25,596
ส่งมาทุก ๆ 3 เดือน ส่งมา 2 รุ่น

253
00:36:25,596 --> 00:36:29,596
ส่งมา ๒ ครั้งแล้ว

254
00:36:30,714 --> 00:36:32,044
อันนี้เป็นกิจกรรมการแสดงของคนหูหนวกในหอศิลปวัฒนธรรม

255
00:36:32,044 --> 00:36:34,948
มีการทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย

256
00:36:34,948 --> 00:36:36,093
คือฉันก็พยายามที่จะให้คนอื่นได้มาเห็นว่า

257
00:36:36,093 --> 00:36:40,093
คนหูหนวกเขาก็สามารถทำได้

258
00:36:41,081 --> 00:36:41,570
แม้ว่าเขาจะไม่ได้อินแต่เขาก็ทำหลาย ๆ อย่างได้

259
00:36:41,570 --> 00:36:43,147
เขาแสดง

260
00:36:43,147 --> 00:36:47,147
ทำงานอะไรก็ตาม

261
00:36:48,523 --> 00:36:50,030
แค่ไม่ได้ยินเท่านั้นเอง

262
00:36:50,030 --> 00:36:50,970
เพียงแค่ไม่ได้ยินเท่านั้นเอง

263
00:36:50,970 --> 00:36:51,524
เขียนได้

264
00:36:51,524 --> 00:36:53,192
อ่านได้

265
00:36:53,192 --> 00:36:57,192
นี่คือสิ่งที่ฉันอยากให้คนอื่นได้เห็น

266
00:36:57,307 --> 00:36:58,200
เพราะส่วนมากคนก็จะถามว่าคนหูหนวกทำอะไรได้บ้าง

267
00:36:58,200 --> 00:37:01,164
อันนี้เป็นการทำขนม

268
00:37:01,164 --> 00:37:05,164
ก็มีการสอนทำเค้กขนาดเล็ก

269
00:37:06,072 --> 00:37:10,072
ที่เอาไปขายในตอนเย็นทุกวัน

270
00:37:11,898 --> 00:37:13,280
ในตลาด ในร้านอาหาร

271
00:37:13,280 --> 00:37:17,280
แล้วก็ออกไปทุกวันเลย

272
00:37:17,556 --> 00:37:21,556
ตอนนี้ก็มาที่ประเด็นปัญหาบ้าง

273
00:37:24,397 --> 00:37:28,397
เราไม่มีหลักสูตรสอนเด็กในประเทศลาว

274
00:37:29,847 --> 00:37:33,847
แม้กระทั่งตำราเรียนของอนุบาล

275
00:37:39,470 --> 00:37:41,885
บางทีก็จะเปลี่ยน

276
00:37:41,885 --> 00:37:45,885
ก็อยากจะแปลงมาเป็นภาษามือแต่ก็ยาก

277
00:37:48,049 --> 00:37:50,043
เราก็เลยอยากจะทำงานร่วมกับ

278
00:37:50,043 --> 00:37:54,043
โรงเรียนเศรษฐเสถียร

279
00:37:57,878 --> 00:38:00,323
เพื่อที่จะมาร่วมมือกัน

280
00:38:00,323 --> 00:38:02,664
แล้วก็เรายังไม่มีล่ามภาษามือเพียงพอ

281
00:38:02,664 --> 00:38:03,762
ตอนนี้เรามีอยู่แค่ 5 คน

282
00:38:03,762 --> 00:38:04,563
ในประเทศลาว

283
00:38:04,563 --> 00:38:07,634
รวมทั้งฉันด้วย

284
00:38:07,634 --> 00:38:10,721
เป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างล่ามภาษามือขึ้นมา

285
00:38:10,721 --> 00:38:14,721
ข้อต่อมาก็เป็นเรื่องของพ่อแม่ที่ไม่อยากให้ลูกไปเรียนที่โรงเรียนคนหูหนวก

286
00:38:27,550 --> 00:38:29,779
พอมาเรียนแล้วคือถ้าส่งมาตอนที่อายุเยอะแล้วอาจจะช้าไป

287
00:38:29,779 --> 00:38:33,779
เรื่องของการหางานก็เป็นเรื่องยาก

288
00:38:36,016 --> 00:38:37,783
แล้วก็เรื่องของเครื่องช่วยฟังก็ไม่มีในประเทศลาว

289
00:38:37,783 --> 00:38:41,783
เพราะว่าไม่มีการสนับสนุน

290
00:38:44,452 --> 00:38:47,095
แล้วก็ในอนาคตเราต้องการที่จะมีชั้นเรียนศิลปะ

291
00:38:47,095 --> 00:38:51,095
ชั้นเรียนไอที

292
00:38:53,038 --> 00:38:54,636
อยากจะมี e-Book

293
00:38:54,636 --> 00:38:56,617
ที่ประเทศลาว

294
00:38:56,617 --> 00:39:00,617
แล้วก็อยากจะมีชั้นเรียนสำหรับภาษามือสำหรับคนหูหนวก

295
00:39:00,982 --> 00:39:04,982
ในอนาคต

296
00:39:12,152 --> 00:39:13,005
เราก็ยังต้องการครูที่ได้ยิน

297
00:39:13,005 --> 00:39:17,005
ต้องการครูหูดี

298
00:39:18,086 --> 00:39:21,467
ต้องการ staff

299
00:39:21,467 --> 00:39:23,879
พนักงาน

300
00:39:23,879 --> 00:39:24,637
เราต้องการอะไรเยอะเลย

301
00:39:24,637 --> 00:39:26,432
ต้องการอบรมมากขึ้น

302
00:39:26,432 --> 00:39:28,129
คือตอนนี้เราเช่าที่เขาอยู่

303
00:39:28,129 --> 00:39:31,696
เรายังไม่มีที่ของเราเอง

304
00:39:31,696 --> 00:39:33,360
เราอยากได้ที่

305
00:39:33,360 --> 00:39:37,360
จากรัฐบาล

306
00:39:38,285 --> 00:39:42,285
แต่ก็เป็นเรื่องยาก

307
00:39:43,291 --> 00:39:46,101
ถ้ามีคำถามอะไร

308
00:39:46,101 --> 00:39:50,101
ฉันต้องไป แต่ก็ถามคำถามได้

309
00:40:04,125 --> 00:40:08,125
นี่คือประเทศลาว ก็เป็นการนำเสนอที่ยอดเยี่ยมมาก

310
00:40:08,232 --> 00:40:11,286
คุณทำได้ดีมาก

311
00:40:11,286 --> 00:40:13,430
คือสิ่งที่ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

312
00:40:13,430 --> 00:40:15,158
ที่จะผ่านไปได้

313
00:40:15,158 --> 00:40:19,158
มีคำถามขอ ๑ คำถามเท่านั้นนะคะ

314
00:41:06,515 --> 00:41:08,859
ดิฉันรู้สึกตื้นตันใจมาก ๆ เลยค่ะที่ได้มายืนตรงนี้แล้วก็ได้เห็นท่านอื่น ๆ ขึ้นมาอยู่บนเวทีทั้ง 3 ท่าน

315
00:41:08,859 --> 00:41:10,123
แล้วก็มีคุณครูที่มีการได้ยินอยู่ร่วมกันบนเวที

316
00:41:10,123 --> 00:41:14,059
เห็นได้ว่าอันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมาก

317
00:41:14,059 --> 00:41:16,201
ที่คนหูหนวกและคนที่มีการได้ยินทำงานร่วมกัน

318
00:41:16,201 --> 00:41:19,969
แล้วทำให้เราเกิดการพัฒนา

319
00:41:19,969 --> 00:41:23,969
คือพอเราได้เห็นทั้ง 4 ท่านนำเสนอ

320
00:41:26,353 --> 00:41:30,353
เราถึงกับตั้งใจฟังอย่างยิ่ง

321
00:41:31,857 --> 00:41:33,202
และรู้สึกภูมิใจมาก

322
00:41:33,202 --> 00:41:36,317
อยากจะให้ทุกคนมีความพยายามต่อไป

323
00:41:36,317 --> 00:41:38,268
แล้วก็ให้มีโอกาสได้เจอ

324
00:41:38,268 --> 00:41:42,195
ได้มาหาอาจารย์มะลิวัลย์บ่อย ๆ

325
00:41:42,195 --> 00:41:44,029
เราจะได้มีโอกาสพัฒนา

326
00:41:44,029 --> 00:41:45,619
และเราเป็นผู้หญิงเรามีสิทธิเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ

327
00:41:45,619 --> 00:41:46,714
เราสามารถที่จะทำได้

328
00:41:46,714 --> 00:41:48,860
ดิฉันยินดีมากเลย

329
00:41:48,860 --> 00:41:49,585
วันนี้ขอบคุณค่ะ

330
00:41:49,585 --> 00:41:53,585

331
00:41:58,904 --> 00:41:59,579
เยี่ยมมาก

332
00:41:59,579 --> 00:42:03,579
ขอบคุณมาก

333
00:42:04,278 --> 00:42:06,330
ทุก ๆ คนก็ต้องทำงานร่วมกัน เ

334
00:42:06,330 --> 00:42:08,460
พื่อที่จะทำให้งานสำเร็จ

335
00:42:08,460 --> 00:42:12,460
ลุล่วง

336
00:42:23,930 --> 00:42:26,207
ดิฉันได้คุยกับอาจารย์วิทยุต

337
00:42:26,207 --> 00:42:30,207
ดิฉันจะเชื่อมต่อ Hands Of Hope

338
00:42:30,212 --> 00:42:34,212
ให้กับอาจารย์วิทยุต

339
00:42:36,572 --> 00:42:37,697
ต่อไปได้ทำงานได้

340
00:42:37,697 --> 00:42:41,104
ต่อไปในอนาคตขอบคุณมาก

341
00:42:41,104 --> 00:42:43,020
ขอปรบมือให้เธออีกครั้งหนึ่งค่ะ

342
00:42:43,020 --> 00:42:44,989
[เสียงปรบมือ]

343
00:42:44,989 --> 00:42:48,989
ท่านถัดไป

344
00:43:07,862 --> 00:43:09,967
จากฟิลิปปินส์

345
00:43:09,967 --> 00:43:12,523
จากมหาวิทยาลัยภาคใต้ของฟิลิปปินส์

346
00:43:12,523 --> 00:43:16,523

347
00:43:29,545 --> 00:43:31,600
ซึ่งจะนำเสนอในเรื่องการนำการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กปัญญาเลิศ

348
00:43:31,600 --> 00:43:35,600
และเด็กที่มีความเป็นเลิศนะคะ

349
00:43:36,180 --> 00:43:39,939
(Ms. Neis)

350
00:43:39,939 --> 00:43:41,476
มีคำกล่าวว่าชีวิตนั้น

351
00:43:41,476 --> 00:43:45,476
เป็นเรื่องของการรับรู้

352
00:43:52,021 --> 00:43:56,021
ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ในเชิงบวกหรือเชิงลบ

353
00:44:03,283 --> 00:44:05,589
อยากจะขอสวัสดีทุกท่าน

354
00:44:05,589 --> 00:44:09,589
รวมถึงนักศึกษาผู้เข้าร่วมประชุม

355
00:44:16,359 --> 00:44:20,359
และคณะผู้จัดงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตทุกท่านดิฉันชื่อ

356
00:44:22,612 --> 00:44:26,612
Ms. Vania Mercy Neis

357
00:44:26,657 --> 00:44:30,389
ดิฉันจบการศึกษาระดับปริญญาโท

358
00:44:30,389 --> 00:44:34,389
ในเรื่องของการศึกษาด้านการศึกษาพิเศษในเด็กปัญญาเลิศและเด็กที่มีพรสวรรค์

359
00:45:00,121 --> 00:45:02,498
Weber ในปี 1991 ได้บอกว่ามุมมองนั้น

360
00:45:02,498 --> 00:45:03,884
เป็นเหมือนกับคนขับที่มีพลังมาก

361
00:45:03,884 --> 00:45:06,953
ในเรื่องของการขับเคลื่อนให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ

362
00:45:06,953 --> 00:45:07,786
ซึ่งไม่สำคัญว่าอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญกับคนนั้น

363
00:45:07,786 --> 00:45:10,387
ที่เขามองในแต่ละสถานการณ์

364
00:45:10,387 --> 00:45:12,266
ถ้าเขามองแต่ละสถานการณ์อย่างไร

365
00:45:12,266 --> 00:45:16,266
เขาก็มีพฤติกรรมอย่างนั้นนั่นเอง

366
00:45:21,116 --> 00:45:25,116

367
00:45:32,974 --> 00:45:34,285
ฉะนั้นพฤติกรรมของเด็กก็มีผลเกี่ยวเนื่องมาจาก

368
00:45:34,285 --> 00:45:37,056
ทัศนคติของครูที่เป็นคนที่มองเด็กนักเรียนคนนั้นด้วย

369
00:45:37,056 --> 00:45:39,335
มุมมองของครูมีผลต่ออัตลักษณ์ของเด็กปัญญาเลิศ

370
00:45:39,335 --> 00:45:43,335
และทำให้

371
00:45:55,322 --> 00:45:59,322
มุมมองที่ครูมีต่อความเป็นเด็กปัญญาเลิศของนักเรียนนั้น

372
00:46:03,422 --> 00:46:06,213
มีผลต่อมุมมองต่อตัวเขาเอง Thrailkill ในปี 1999

373
00:46:06,213 --> 00:46:09,529
ยังพูดถึงเรื่องของมุมมองที่ครูมีต่อนักเรียนก็จะนั้นก็จะมีผลต่อนักเรียน

374
00:46:09,529 --> 00:46:13,529
แล้วก็เรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ

375
00:46:14,975 --> 00:46:17,567
Miller ในปี 2009

376
00:46:17,567 --> 00:46:18,802
ได้กล่าวว่าในมุมมองของครูนั้น

377
00:46:18,802 --> 00:46:20,943
ได้รับผลกระทบมาจากวัฒนธรรม

378
00:46:20,943 --> 00:46:23,167
ความเชื่อส่วนตัว

379
00:46:23,167 --> 00:46:26,056
แล้วก็ประสบการณ์

380
00:46:26,056 --> 00:46:28,289
มุมมองของครูนั้น

381
00:46:28,289 --> 00:46:29,536
ในเรื่องของความปัญญาเลิศต่อความคาดหวัง

382
00:46:29,536 --> 00:46:33,536
การประเมินผล

383
00:46:35,105 --> 00:46:37,288
ทั้งในส่วนของศักยภาพด้านวิชาการในกลุ่มเด็กปัญญาเลิศ

384
00:46:37,288 --> 00:46:41,288
การมีมุมมองไม่ตรงกับความเป็นจริง

385
00:46:43,370 --> 00:46:46,108
จะมีผลทำให้เด็กปัญญาเลิศเหล่านี้ได้รับผลกระทบ

386
00:46:46,108 --> 00:46:48,518
ดิฉันอยากจะขอกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ

387
00:46:48,518 --> 00:46:52,518
ที่เกิดขึ้น

388
00:46:53,073 --> 00:46:56,454
ทั้งในระดับนานาชาติ

389
00:46:56,454 --> 00:47:00,101
และในระดับท้องถิ่น

390
00:47:00,101 --> 00:47:02,998
การให้ความสนใจอย่างไม่สม่ำเสมอ

391
00:47:02,998 --> 00:47:06,998
กับความจำเป็น

392
00:47:07,062 --> 00:47:10,290
ในเด็กนั้นเกิดขึ้นทั้งในอเมริกาและในเอเชีย

393
00:47:10,290 --> 00:47:14,290
เรียกว่าเป็นวิกฤติเงียบ

394
00:47:16,272 --> 00:47:20,272
เป็นคำกล่าวของ Ross ในปี 1993

395
00:47:21,389 --> 00:47:25,389
การตีความเป็นปัญญาเลิศเป็นมุมมองหรือเป็นการเหมารวม

396
00:47:25,664 --> 00:47:29,664
เป็นแนวคิดของ Marland and Khamis

397
00:47:31,639 --> 00:47:34,407
ในระดับนานาชาติประเด็นที่กำลังกล่าวถึง

398
00:47:34,407 --> 00:47:35,887
ก็คือยังไม่มีเรื่องของการให้การศึกษาสำหรับ

399
00:47:35,887 --> 00:47:39,267
เด็กปัญญาเลิศ

400
00:47:39,267 --> 00:47:42,335
ที่เป็นมาตรฐาน

401
00:47:42,335 --> 00:47:46,103
ไม่ว่าจะเป็นทั้งในระดับชาติหรือในท้องถิ่น Vista

402
00:47:46,103 --> 00:47:50,103
กล่าวไว้ในปี 2015

403
00:47:52,736 --> 00:47:54,210
นอกจากนี้ Peñano-Ho ปี 2014

404
00:47:54,210 --> 00:47:57,382
ได้กล่าวว่าการเป็นบุคคลปัญญาเลิศนั้น

405
00:47:57,382 --> 00:48:01,382
ทำให้มีศักยภาพที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

406
00:48:10,316 --> 00:48:12,886
แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนา

407
00:48:12,886 --> 00:48:15,654
คือยังต้องได้รับการพัฒนาอยู่สุดท้าย Garry S. พูดในปี 2012

408
00:48:15,654 --> 00:48:19,654
บอกว่าเขาได้เน้นในเรื่องความสำคัญของการฝึกอบรมครู

409
00:48:26,047 --> 00:48:30,047
และครูที่ไม่ได้มีการผ่านมาตรฐานที่มาสอนในวิชาต่าง ๆ นั้นมีผลกระทบต่อเด็ก

410
00:48:33,734 --> 00:48:37,734
ดิฉันอยากจะขอแสดงให้เห็นการศึกษาวิจัยของดิฉัน

411
00:48:48,661 --> 00:48:49,336
ก็คือมุมมองที่มีต่อเด็กปัญญาเลิศ

412
00:48:49,336 --> 00:48:53,336
และเด็กในกลุ่มที่เรียกว่า

413
00:48:58,884 --> 00:49:01,157
ครูนั้นความเชื่อของครูมีผลอย่างยิ่งต่อแนวคิดของเด็ก

414
00:49:01,157 --> 00:49:05,157
มีผลจากความคาดหวังของครู

415
00:49:07,504 --> 00:49:11,097
และทัศนคติของครูและอะไรจะเกิดขึ้น

416
00:49:11,097 --> 00:49:15,097
อะไรจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้ที่จะแก้ปัญหานี้

417
00:49:20,214 --> 00:49:21,949
ดิฉันทำการศึกษาโดยใช้ทั้งการววิจัยเชิงปริมาณ

418
00:49:21,949 --> 00:49:25,949
และการวิจัยเชิงคุณภาพ

419
00:49:36,938 --> 00:49:40,938
คำถามก็คืออะไรคือความท้าทายที่หลากหลายเกี่ยวกับเรื่องของการสอนเด็กปัญญาเลิศ

420
00:49:42,713 --> 00:49:46,713
และการสอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษ

421
00:49:46,874 --> 00:49:50,874
และในส่วนของเชิงปริมาณ

422
00:49:55,595 --> 00:49:59,424
ดิฉันถามว่าในเรื่องของการค้นพบความแตกต่าง

423
00:49:59,424 --> 00:50:03,424
หรือว่าความพิเศษที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

424
00:50:03,802 --> 00:50:07,802
อะไรเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นสำหรับคนที่เป็นบุคคลปัญญาเลิศ

425
00:50:08,908 --> 00:50:10,497
กรอบการคิดของดิฉันก็คือ

426
00:50:10,497 --> 00:50:11,212
ดูในเรื่องของมุมมองของผู้ปกครอง

427
00:50:11,212 --> 00:50:12,262
มุมมองของครู

428
00:50:12,262 --> 00:50:16,262
มุมมองของเจ้าหน้าที่

429
00:50:23,096 --> 00:50:23,593
มุมมองของผู้บริหารในโรงเรียน

430
00:50:23,593 --> 00:50:27,593

431
00:50:39,387 --> 00:50:41,734
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาวิจัยของดิฉัน

432
00:50:41,734 --> 00:50:45,734
ใช้เครื่องมือที่หลากหลายผสมผสานกัน

433
00:50:52,068 --> 00:50:53,567
สำหรับการศึกษาเชิงปริมาณสำหรับการสำรวจ 77 คน

434
00:50:53,567 --> 00:50:57,567
เป็นผู้ปกครอง

435
00:50:59,919 --> 00:51:00,939
ในส่วนของการศึกษาเชิงคุณภาพมี 4 กรณีศึกษา

436
00:51:00,939 --> 00:51:02,161
เป็นตัวแทนจากกลุ่มต่าง ๆ

437
00:51:02,161 --> 00:51:06,161
กลุ่มละ 1 คน

438
00:51:07,662 --> 00:51:11,662
และเครื่องมือที่ดิฉันใช้

439
00:51:28,595 --> 00:51:29,436
การวิเคราะห์ แล้วก็ดิฉันใช้เรื่องของการประเมินผลและเปรียบเทียบ

440
00:51:29,436 --> 00:51:32,264
กระบวนการเก็บข้อมูล

441
00:51:32,264 --> 00:51:33,775
ดิฉันได้ทำจดหมายเพื่อที่จะขออนุญาตทำการศึกษาวิจัย

442
00:51:33,775 --> 00:51:34,472
และดิฉันก็ได้ติดต่อ

443
00:51:34,472 --> 00:51:38,472
ประสาน

444
00:51:42,716 --> 00:51:46,716
ไปยังฝ่ายการศึกษาประจำจังหวัด

445
00:51:47,024 --> 00:51:49,708
แล้วก็มีการเลือกกลุ่มเป้าหมาย

446
00:51:49,708 --> 00:51:53,708
เป็นกลุ่มตัวอย่างที่เข้ามาร่วมในงานวิจัย

447
00:51:55,870 --> 00:51:57,062
ดิฉันได้สอบถาม สัมภาษณ์

448
00:51:57,062 --> 00:52:01,062
สำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ

449
00:52:14,445 --> 00:52:16,341
แล้วก็มีการเก็บข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ค้นพบจากการศึกษาวิจัย

450
00:52:16,341 --> 00:52:17,756
ถ้าพูดถึงเรื่องของความท้าทาย

451
00:52:17,756 --> 00:52:21,756
ที่หลากหลาย

452
00:52:22,172 --> 00:52:25,443
ในการสอน

453
00:52:25,443 --> 00:52:29,443
คนที่เป็นบุคคลปัญญาเลิศและบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ

454
00:52:29,608 --> 00:52:32,769
คุณครูและพ่อแม่ผู้ปกครองมักจะกังวลในเรื่องของ program 4P

455
00:52:32,769 --> 00:52:36,769
และความจำเป็นของเรื่องของนักเรียนปัญญาเลิศ

456
00:52:37,095 --> 00:52:41,095
แล้วก็ Program ของปัญญาเลิศ

457
00:52:45,370 --> 00:52:49,370
พ่อแม่นั้นมักจะไม่รู้สึกพึงพอใจที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเต็มที่

458
00:52:49,991 --> 00:52:53,991
ในเรื่องของโครงการการศึกษาพิเศษที่ถูกจัดไว้ในโรงเรียนสำหรับเด็กปัญญาเลิศ

459
00:52:54,193 --> 00:52:56,854
ก็รู้สึกว่ากลุ่มเด็กปัญญาเลิศนั้น

460
00:52:56,854 --> 00:52:57,769
ได้ถูกจัดเข้าไปอยู่ในชั้นเรียนทั่ว ๆ ไป

461
00:52:57,769 --> 00:53:01,769
คำถามที่ 2

462
00:53:06,639 --> 00:53:10,639
อะไรเป็นสิ่งที่ได้รับความสำคัญสูงสุด

463
00:53:12,276 --> 00:53:14,307
และอะไรเป็นสิ่งที่ได้รับความสำคัญน้อยที่สุด

464
00:53:14,307 --> 00:53:15,525
ในการสอนบุคคลปัญญาเลิศ

465
00:53:15,525 --> 00:53:19,053
และบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ

466
00:53:19,053 --> 00:53:23,053
สิ่งที่ได้รับการให้ความสำคัญมากที่สุดจะเป็น อันที่ ๑

467
00:53:23,800 --> 00:53:27,800
ก็คือการจัดการศึกษาพิเศษให้กับบุคคลที่มีปัญญาเลิศ

468
00:53:33,550 --> 00:53:37,550
แล้วก็ควรจะถูกจัดอยู่ในชั้นเรียนพิเศษ และพบว่ามีความยากลำบาก

469
00:53:37,695 --> 00:53:41,695
ถ้าให้เขาเรียนในชั้นเรียนรวมทั่วไป

470
00:53:49,316 --> 00:53:53,316
ในส่วนของการศึกษาเชิงคุณภาพ

471
00:53:53,985 --> 00:53:57,985
เราจะค้นพบความพิเศษของคนเหล่านี้ได้อย่างไร

472
00:54:02,176 --> 00:54:04,873
ก็คือมีการใช้การประเมินความปัญญาเลิศโดยใช้การทดสอบแบบมาตรฐาน

473
00:54:04,873 --> 00:54:05,613
มีการใช้การทดสอบ GPA

474
00:54:05,613 --> 00:54:07,603
มากกว่า 91 คะแนน

475
00:54:07,603 --> 00:54:10,463
สังเกตของครู

476
00:54:10,463 --> 00:54:11,607
รวมถึงการสัมภาษณ์

477
00:54:11,607 --> 00:54:13,183
ข้อ ๒

478
00:54:13,183 --> 00:54:16,197
เด็กปัญหาเลิศนั้น

479
00:54:16,197 --> 00:54:18,255
มีความท้าทายอะไรบ้าง

480
00:54:18,255 --> 00:54:22,255
อันที่ 1

481
00:54:24,530 --> 00:54:28,530
ก็คือเรื่องของความท้าทายทางวิชาการ มี Project เยอะ

482
00:54:29,740 --> 00:54:32,934
มีการบ้านเยอะ

483
00:54:32,934 --> 00:54:33,639
เด็ก ๆ ก็เรียกว่ามีการบ้านหนักเกินกำลังของตนเอง

484
00:54:33,639 --> 00:54:37,639
อันที่ 2

485
00:54:39,257 --> 00:54:42,273
เป็นเรื่องของสิ่งที่คุณครูมอบหมายในแต่ละวิชา

486
00:54:42,273 --> 00:54:46,273
การบ้านหรือสิ่งที่มอบหมายให้ไปทำ

487
00:54:49,395 --> 00:54:53,395
หรือ Project ให้ไปทำ

488
00:54:53,862 --> 00:54:55,892
ประเด็นต่อไปเป็นเรื่องของความท้าทายที่มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มนี้

489
00:54:55,892 --> 00:54:58,599
แล้วก็การสนับสนุนของครอบครัว

490
00:54:58,599 --> 00:55:00,464
แล้วก็ความคาดหวังต่อเด็กปัญญาเลิศ

491
00:55:00,464 --> 00:55:04,464
และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ

492
00:55:10,097 --> 00:55:12,277
รวมถึงข้อจำกัดในเรื่องของหนังสือ

493
00:55:12,277 --> 00:55:14,603
หรือหลักสูตรของภาครัฐที่มีไม่เพียงพอ

494
00:55:14,603 --> 00:55:16,802
ในกรณีนี้เด็กก็จะต้องมีการยืมหนังสือ

495
00:55:16,802 --> 00:55:20,802
หรือแบ่งกันอ่านหนังสือ

496
00:55:24,768 --> 00:55:28,768
แล้วก็ในปีนี้กับปีหน้าเด็กก็จะได้รับหนังสือใหม่

497
00:55:37,330 --> 00:55:38,835
คำถามที่ ๓ เด็กปัญญาเลิศนั้นแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มเด็กปัญหาเลิศ

498
00:55:38,835 --> 00:55:40,316
และเด็กความสามารถพิเศษอย่างไร

499
00:55:40,316 --> 00:55:44,316
อันที่ 1 ก็คือมีการสื่อสารกับครู

500
00:55:46,846 --> 00:55:48,428
ผู้บริหารและผู้ปกครอง

501
00:55:48,428 --> 00:55:52,428
มีการส่งเสริมให้มีการแข่งขันที่เรียกว่า

502
00:55:55,870 --> 00:55:57,011
health competition หรือว่า

503
00:55:57,011 --> 00:56:00,632
เป็นการแข่งขันเชิงบวก

504
00:56:00,632 --> 00:56:01,703
และการส่งเสริมเขาแก้ปัญหา

505
00:56:01,703 --> 00:56:03,609
โดยการมีความสัมพันธ์ที่ดี

506
00:56:03,609 --> 00:56:07,609
ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ

507
00:56:11,616 --> 00:56:12,811
แต่ว่าเขาสามารถที่จะรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกันไว้ได้

508
00:56:12,811 --> 00:56:15,643
สรุปนะคะ

509
00:56:15,643 --> 00:56:19,643
มุมมองที่สำคัญ

510
00:56:25,640 --> 00:56:29,640
ที่มีต่อเด็กปัญญาเลิศ

511
00:56:35,616 --> 00:56:36,705
หรือการสอนเด็กปัญญาเลิศนั้น ในการศึกษาพิเศษในโรงเรียนนั้น

512
00:56:36,705 --> 00:56:37,972
เป็นสิ่งที่สำคัญ

513
00:56:37,972 --> 00:56:41,972
หลายครั้งเด็กปัญญาเลิศนั้นมักจะถูกปฎิเสธ

514
00:56:46,901 --> 00:56:48,150
เพื่อนร่วมห้องนั้นก็รู้สึกอิจฉาพวกเขาการที่จะมีการทดสอบที่เป็นมาตรฐาน

515
00:56:48,150 --> 00:56:49,469
ครูที่มีความใส่ใจ

516
00:56:49,469 --> 00:56:50,173
แล้วก็เรื่องของการให้เกรดคะแนน

517
00:56:50,173 --> 00:56:50,980
มีการสัมภาษณ์

518
00:56:50,980 --> 00:56:54,980
มีการค้นพบ

519
00:56:56,446 --> 00:57:00,446
มีการตรวจสอบคัดกรอง หรือว่า

520
00:57:04,373 --> 00:57:05,348
ค้นหาเรื่องของเด็กปัญญาเลิกนั้น

521
00:57:05,348 --> 00:57:06,416
มีความสำคัญตั้งแต่เนิ่น ๆ

522
00:57:06,416 --> 00:57:10,416
ก็มีความสำคัญ

523
00:57:11,254 --> 00:57:12,891
แล้วก็เรื่องของเด็กปัญญาเลิศนั้นควรจะได้รับการตอบสนองความต้องการจำเป็นในการเรียน

524
00:57:12,891 --> 00:57:13,905
โดยที่ไม่ต้องนำไปสู่ความเครียด

525
00:57:13,905 --> 00:57:16,637
ความกดดัน

526
00:57:16,637 --> 00:57:17,725
แล้วก็ไม่ต้องทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง

527
00:57:17,725 --> 00:57:20,763
แล้วก็ไม่ต้องกดความสามารถของตนเองไว้

528
00:57:20,763 --> 00:57:24,763
รวมถึงการให้ความสัมพันธ์ ให้คำปรึกษาด้านอารมณ์

529
00:57:32,459 --> 00:57:36,459
การช่วยในการสื่อสารแล้วก็ช่วยเขาในการแก้ไขคลี่คลายปัญหาที่เป็นเด็กปัญญาเลิศ

530
00:57:36,631 --> 00:57:38,550
คำแนะนำนะคะ

531
00:57:38,550 --> 00:57:42,550
คุณครูควรจะให้บริการ

532
00:57:42,841 --> 00:57:46,841
หรือโรงเรียนควรจะให้การศึกษาพิเศษให้กับเด็กปัญญาเลิศเหล่านี้

533
00:57:48,076 --> 00:57:52,076
เพื่อเขาสามารถพัฒนาไปสู่ศักยภาพสูงสุดของตัวเองต่อไป

534
00:57:56,903 --> 00:57:58,642
ในการที่จะระบุว่าใครเป็นเด็กปัญญาเลิศนั้น

535
00:57:58,642 --> 00:58:00,129
คุณครูควรใช้มาตรฐานในการทดสอบ

536
00:58:00,129 --> 00:58:01,747
โรงเรียนควรจะมีมาตรฐานในการทดสอบ

537
00:58:01,747 --> 00:58:05,747
แล้วก็มีการสัมภาษณ์

538
00:58:06,748 --> 00:58:08,723
มีการรวบรวมข้อมูลเรื่องของเด็กปัญญาเลิศ

539
00:58:08,723 --> 00:58:09,590
และเด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้น

540
00:58:09,590 --> 00:58:10,875
ควรได้รับความใส่ใจ

541
00:58:10,875 --> 00:58:14,089
ได้รับการสนับสนุน

542
00:58:14,089 --> 00:58:18,089
ป้องกันไม่ให้เกิดความเครียดไว้ไม่ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่

543
00:58:22,573 --> 00:58:25,876
ด้านอารมณ์ให้คำปรึกษาเป็นสิ่งสำคัญกับเด็ก

544
00:58:25,876 --> 00:58:29,876
เรื่องของความเชื่อของครูมีผลต่อระบบความคิดของเด็ก

545
00:58:31,756 --> 00:58:33,814
พฤติกรรมของเด็ก

546
00:58:33,814 --> 00:58:35,107
หรือสิ่งที่เด็กแสดงออกนั้น

547
00:58:35,107 --> 00:58:39,107

548
00:58:41,449 --> 00:58:44,204
ก็มีผลมาจากความคาดหวังของครู

549
00:58:44,204 --> 00:58:47,125
และทัศนคติของครูโรงเรียนควรจัดบริการพิเศษ

550
00:58:47,125 --> 00:58:50,324
เป็นการศึกษาพิเศษให้กับเด็กปัญญาเลิศ

551
00:58:50,324 --> 00:58:50,916
เพื่อที่จะช่วยเขาให้พัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่

552
00:58:50,916 --> 00:58:54,916
ได้อย่างเต็มศักยภาพ

553
00:58:57,274 --> 00:59:01,274
และโรงเรียนควรมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง

554
00:59:02,444 --> 00:59:05,822
ที่จะพัฒนาและให้ทางเลือกที่ดีที่สุด

555
00:59:05,822 --> 00:59:06,708
เพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กปัญญาเลิศในห้องเรียน

556
00:59:06,708 --> 00:59:10,708
ดิฉันอยากจะขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง

557
00:59:13,923 --> 00:59:17,923
อยากจะขอขอบคุณคุณอินทราที่ให้ความเมตตาและสนับสนุนอย่างดี

558
00:59:22,488 --> 00:59:26,488
และขอบคุณท่านอาจารย์ดอกเตอร์มะลิวัลย์ที่ได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

559
00:59:32,232 --> 00:59:33,886
และขอบคุณทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่ได้ให้โอกาสดิฉันได้มานำเสนองานศึกษาวิจัยนี้

560
00:59:33,886 --> 00:59:34,269
ซึ่งเป็นประสบการณ์จากต่างประเทศ

561
00:59:34,269 --> 00:59:35,058
ขอบคุณมากค่ะ

562
00:59:35,058 --> 00:59:39,058

563
00:59:51,603 --> 00:59:55,603
[เสียงปรบมือ]

564
00:59:57,739 --> 01:00:01,739
อันนี้เป็นวิทยากรท่านสุดท้ายจากประเทศฟิลิปปินส์

565
01:00:08,460 --> 01:00:12,460
ก็มีวิทยากรหลายท่านจากฟิลลปินส์เลย

566
01:00:13,809 --> 01:00:17,809
ต่อไปจากประเทศไทย กรุงเทพฯ คุณ คุณสุภชาญ ตรัยตรึงศ์สกุล

567
01:00:23,121 --> 01:00:24,427
เขามาจากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์

568
01:00:24,427 --> 01:00:25,854
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

569
01:00:25,854 --> 01:00:29,854
สร้าง Application

570
01:00:32,106 --> 01:00:36,106
ในการที่จะแก้ไขไวยกรณ์อัตโนมัติของนักเรียนหูหนวก

571
01:00:37,806 --> 01:00:41,806
รบกวนช่วยให้วิทยากรนำเสนอภายใน ๑๕ นาที ด้วยนะครับ

572
01:00:46,449 --> 01:00:50,449
ขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณสุภชาญ ตรัยตรึงศ์สกุล

573
01:00:53,669 --> 01:00:57,428
(คุณสุภชาญ) สวัสดีครับ ผมมีปัญหาเกี่ยวกับ

574
01:00:57,428 --> 01:00:58,442
เรื่องเทคนิคนิดหน่อย

575
01:00:58,442 --> 01:01:02,442

576
01:02:28,575 --> 01:02:29,012
ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ขอประทานโทษด้วยครับ

577
01:02:29,012 --> 01:02:29,745
มีปัญหาทางเทคนิค

578
01:02:29,745 --> 01:02:33,745

579
01:03:22,268 --> 01:03:26,268
ตอนนี้พวกเราก็พร้อมแล้วครับ

580
01:03:48,297 --> 01:03:52,009
สวัสดีตอนบ่ายครับ

581
01:03:52,009 --> 01:03:53,451
ท่านประธานและแล้วก็ท่านสุภาพสุบุรุษ

582
01:03:53,451 --> 01:03:55,982
สุภาพสตรีทั้งหลาย

583
01:03:55,982 --> 01:03:58,694
ผมเป็นนักเรียน ป. เอก

584
01:03:58,694 --> 01:03:59,920
ในภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

585
01:03:59,920 --> 01:04:02,178
คณะวิศวกรรมศาสตร์

586
01:04:02,178 --> 01:04:03,687
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

587
01:04:03,687 --> 01:04:07,687
ผมสามารถใช้ภาษามือได้ครับ

588
01:04:08,585 --> 01:04:10,003
แล้วก็ผมมีที่ปรึกษาอีกคน

589
01:04:10,003 --> 01:04:13,506
ชื่อคุณเอกพล

590
01:04:13,506 --> 01:04:17,495
เราจะมาพูดถึงเรื่องของการสร้าง application

591
01:04:17,495 --> 01:04:21,495
ในการที่จะแก้ไขไวยากรณ์

592
01:04:21,564 --> 01:04:22,811
จากการเขียน

593
01:04:22,811 --> 01:04:26,745
ของคนหูหนวก

594
01:04:26,745 --> 01:04:30,745
การใช้เครื่องแปล

595
01:04:31,455 --> 01:04:33,616
เราต้องการที่จะช่วยให้คนหูหนวกยกระดับการเขียน

596
01:04:33,616 --> 01:04:35,875
แล้วก็สามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ

597
01:04:35,875 --> 01:04:39,875
ที่สามารถได้ยิน

598
01:04:42,256 --> 01:04:44,244
ก็คือคนหูดี

599
01:04:44,244 --> 01:04:48,244
อันนี้ก็เป็นการนำเสนอของผมก็จะมีประมาณนี้

600
01:04:53,827 --> 01:04:57,827
ก็จะเป็นเรื่องของการแนะนำให้รู้จักกับตัวเทคโนโลยี

601
01:05:00,219 --> 01:05:02,027
จากนั้นจะพูดถึงเรื่องการเก็บข้อมูล ข้อสรุป

602
01:05:02,027 --> 01:05:06,027
เรื่องของที่มาที่ไปนะครับ

603
01:05:08,350 --> 01:05:12,350
คือคนหูหนวกก็จะใช้ภาษามือ

604
01:05:13,843 --> 01:05:16,916
คือเวลาคนหูหนวกสื่อสาร

605
01:05:16,916 --> 01:05:20,916
ก็จะใช้ภาษามือ

606
01:05:21,222 --> 01:05:22,868
ทั่วโลกภาษามือก็จะแตกต่างกัน

607
01:05:22,868 --> 01:05:26,540
แล้วก็มีการใช้ท่าทางคล้าย ๆ กัน

608
01:05:26,540 --> 01:05:28,583
แต่ว่าก็มีความหมายที่แตกต่างกัน

609
01:05:28,583 --> 01:05:32,583
เช่น

610
01:05:39,084 --> 01:05:40,039
อันนี้ก็เป็นภาพตัวอย่างของภาษามือไทยกับอเมริกัน

611
01:05:40,039 --> 01:05:41,951
ถ้าทำมือม้วน ๆ

612
01:05:41,951 --> 01:05:44,321
แบบนี้

613
01:05:44,321 --> 01:05:45,525
หมายถึง

614
01:05:45,525 --> 01:05:48,687
ผู้หญิง

615
01:05:48,687 --> 01:05:51,452
แต่ถ้าเป็นภาษามืออเมริกัน

616
01:05:51,452 --> 01:05:53,923
ถ้าทำแบบเดียวกัน

617
01:05:53,923 --> 01:05:56,696
จะเหมือนจะเป็นคือในภาษาเขียน

618
01:05:56,696 --> 01:05:57,891
ภาษามือ Grammar

619
01:05:57,891 --> 01:06:01,891
ของภาษามือก็จะแตกต่างกันไป

620
01:06:03,998 --> 01:06:07,336
โดยธรรมชาติคนหูหนวกที่ใช้การสื่อสาร

621
01:06:07,336 --> 01:06:09,647
เขาจะใช้ไวยากรณ์ของภาษามือ

622
01:06:09,647 --> 01:06:11,825
ซึ่งเขาก็จะจินตนาการขึ้นมา

623
01:06:11,825 --> 01:06:15,825
ในหัวของเขา

624
01:06:18,659 --> 01:06:22,659
แล้วก็สื่อสารออกมาผ่านการเขียน

625
01:06:27,915 --> 01:06:31,915
นั่นแปลว่าคนหูหนวกก็มีการถอดรหัสจากภาพในหัวของเขาออกมาเป็นการเขียน

626
01:06:36,819 --> 01:06:37,558
เพราะฉะนั้นปัญหาใหญ่ก็คือนอกจากหูหนวกก็อาจจะมีการข้าม

627
01:06:37,558 --> 01:06:39,016
เช่น คำนาม

628
01:06:39,016 --> 01:06:40,214
หรืออาจจะมีการละคำ

629
01:06:40,214 --> 01:06:44,214
ตัดออก

630
01:07:00,839 --> 01:07:03,609
อาจารย์ดอกเตอร์สุขศิริ

631
01:07:03,609 --> 01:07:06,142
แล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของไวยกรณ์ล่ามภาษามือ

632
01:07:06,142 --> 01:07:07,453
ผมภูมิใจกับตัวอาจารย์มาก

633
01:07:07,453 --> 01:07:11,453
อันนี้เป็นวัตถุประสงค์ก็มีอยู่ ๒ อย่าง

634
01:07:24,559 --> 01:07:25,950
อันแรกก็คือว่าต้องมีการระบุความผิดพลาด

635
01:07:25,950 --> 01:07:28,283
ในประโยคภาษาไทย

636
01:07:28,283 --> 01:07:32,037
ที่เขียนโดยคนหูหนวกในระดับเกรด 7 กับเกรด 9

637
01:07:32,037 --> 01:07:36,037
อันต่อมาก็เป็นเรื่องของการสร้าง Application

638
01:07:37,466 --> 01:07:41,466
การแก้ไขทางไวยกรณ์โดยอัตโนมัติ

639
01:07:45,242 --> 01:07:46,703
คือจะเปลี่ยนจากประโยคที่ไม่ถูกต้องเป็นประโยคที่ถูกต้อง

640
01:07:46,703 --> 01:07:49,350
ในเรื่องของการเก็บข้อมูลเราเก็บข้อมูลมาจาก

641
01:07:49,350 --> 01:07:51,512
3 โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ

642
01:07:51,512 --> 01:07:55,512
และโรงเรียนนนทบุรี

643
01:07:58,168 --> 01:08:02,168
แล้วก็เก็บข้อมูลจากนักเรียนหูหนวก 48 คน

644
01:08:06,347 --> 01:08:07,764
ตั้งแต่ชั้น ม. 1 ถึง ม. 3

645
01:08:07,764 --> 01:08:11,764
จาก ๓ โรงเรียน

646
01:08:13,924 --> 01:08:14,930
แล้วเราก็มีให้ทำกิจกรรมการเขียน

647
01:08:14,930 --> 01:08:18,930
มี 4 งานด้วยกัน

648
01:08:20,455 --> 01:08:24,455
มีการเขียนจดหมายหาเพื่อน

649
01:08:26,734 --> 01:08:30,734
อันที่ 2 ก็คือให้เขียนหัวข้อ ๔ หัวข้อ

650
01:08:34,664 --> 01:08:35,654
แล้วก็อันนี้เป็นตัวอย่างของการเขียนประโยค พวกคุณเห็นไหมครับ

651
01:08:35,654 --> 01:08:39,654
จากข้างล่างนี้

652
01:08:41,567 --> 01:08:43,012
อันนี้เป็นลักษณะ

653
01:08:43,012 --> 01:08:44,215
ประโยคที่ไม่ถูกต้อง

654
01:08:44,215 --> 01:08:45,656
คนที่อ่าน

655
01:08:45,656 --> 01:08:47,868
คุณจะแก้ไขอย่างไรครับ

656
01:08:47,868 --> 01:08:50,866

657
01:08:50,866 --> 01:08:52,765
ผมให้ดูแล้วคุณลองคิดตามดูนะครับ

658
01:08:52,765 --> 01:08:55,962
จะเห็นว่ามี Error

659
01:08:55,962 --> 01:08:59,962
ค่อนข้างเยอะ เช่น

660
01:09:04,603 --> 01:09:06,707
ตรงนั้นเขาเขียนว่า

661
01:09:06,707 --> 01:09:10,707
คือเป็นประโยคที่สลับกัน

662
01:09:10,749 --> 01:09:11,837
อาจจะอ่านเข้าใจยากนิดหนึ่ง

663
01:09:11,837 --> 01:09:15,083
อันนี้ก็จะเป็นทางออก

664
01:09:15,083 --> 01:09:19,083
ทางด้านขวามือ

665
01:09:26,262 --> 01:09:30,262
ในฐานะที่คนพัฒนาโปรแกรมระดับปริญญาเอก

666
01:09:31,032 --> 01:09:33,959
ผมก็พยายามที่ต้องแปลจากประโยคที่ไม่ถูกต้อง

667
01:09:33,959 --> 01:09:35,132
มาเป็นประโยคที่ถูกต้อง

668
01:09:35,132 --> 01:09:36,166
เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์

669
01:09:36,166 --> 01:09:39,116
แล้วก็ใช้ Application

670
01:09:39,116 --> 01:09:43,116
ทุกคนพอเข้าใจสิ่งที่ผมอธิบายไหมครับ

671
01:09:50,989 --> 01:09:52,782
อันนี้เป็นข้อมูลที่เราเก็บมาแล้วก็แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ

672
01:09:52,782 --> 01:09:54,303
เป็น 4 กลุ่มของความผิดพลาด

673
01:09:54,303 --> 01:09:58,303
อันแรกเป็นความผิดพลาดจากที่คำขาดหาย

674
01:10:04,515 --> 01:10:05,480
หรือต่อมาก็จะเป็นเรื่องการใช้คำ

675
01:10:05,480 --> 01:10:07,157
หรือการสะกดคำ

676
01:10:07,157 --> 01:10:08,339
ต่อมาก็จะเป็นของลำดับของคำ

677
01:10:08,339 --> 01:10:09,913
จากนั้นก็จะเป็นความผิดพลาดอื่น ๆ

678
01:10:09,913 --> 01:10:13,913
ที่ผิดพลาดมากที่สุดก็จะเป็นเรื่องของคำนาม

679
01:10:19,104 --> 01:10:21,338
แล้วก็เรื่องของคำกริยา

680
01:10:21,338 --> 01:10:23,464
และคำถามของผมก็คือว่า

681
01:10:23,464 --> 01:10:27,464
อนุประโยคสัมพันธ์คืออะไร

682
01:10:29,262 --> 01:10:33,262
คืออะไร ระหว่างประโยค

683
01:10:34,058 --> 01:10:35,972
A

684
01:10:35,972 --> 01:10:37,400
กับ B

685
01:10:37,400 --> 01:10:41,400
ก็จะมีความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประโยค

686
01:10:41,500 --> 01:10:42,231
นี้ใช่ไหมครับ

687
01:10:42,231 --> 01:10:46,231
เช่น

688
01:10:46,604 --> 01:10:48,720
ผมบอกว่าผมมาที่นี่สาย

689
01:10:48,720 --> 01:10:51,621
เนื่องจากว่านาฬิกาผมไม่ทำงาน

690
01:10:51,621 --> 01:10:53,942
เพราะฉะนั้นคำว่า because

691
01:10:53,942 --> 01:10:57,113
คนหูหนวกจะไม่ใช้

692
01:10:57,113 --> 01:11:01,113
เพราะฉะนั้นจะเป็นการละคำไว้

693
01:11:05,924 --> 01:11:08,023
เพราะฉะนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะมีการสร้างความผิดพลาดขึ้นมาให้เรารู้

694
01:11:08,023 --> 01:11:12,023
แล้วก็จะได้มีการแก้ไข

695
01:11:18,864 --> 01:11:22,497
เราก็จะมีเครื่องมือที่ใช้ในการแปลแนวคิดของเครื่องแปล

696
01:11:22,497 --> 01:11:26,497
ก็คือว่าก็จะได้ input

697
01:11:27,848 --> 01:11:31,848
มาจาก 1 ภาษา

698
01:11:34,728 --> 01:11:36,119
ก็จะเป็น output

699
01:11:36,119 --> 01:11:36,984
อาจจะเป็นอีกภาษาหนึ่ง

700
01:11:36,984 --> 01:11:39,359
เช่น

701
01:11:39,359 --> 01:11:40,725
แปลจากภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาไทย

702
01:11:40,725 --> 01:11:43,342
แล้วก็จะมีเครื่องแปล

703
01:11:43,342 --> 01:11:47,342
แต่ถ้าเป็นภาษาไทย

704
01:11:48,403 --> 01:11:49,365
เราก็จะเรียกว่าเป็นเครื่องแปลภาษาเดียว

705
01:11:49,365 --> 01:11:50,276
แล้วผมก็เชื่อว่าบางคนก็อาจจะใช้

706
01:11:50,276 --> 01:11:52,424
website

707
01:11:52,424 --> 01:11:56,424
อย่างเช่น

708
01:12:21,416 --> 01:12:23,822
grammarly.com

709
01:12:23,822 --> 01:12:27,822
ให้เป็นประโยคที่ถูกต้องแต่ว่านักวิจัยทั่วไปที่ทำงานด้วยภาษาอังกฤษนี้

710
01:12:29,535 --> 01:12:30,549
เราก็อยากจะสร้างต้นแบบของเครื่องแปล   อันนี้มาดูว่าทำงานอย่างไร

711
01:12:30,549 --> 01:12:32,070
เราจะมี 4 ส่วน

712
01:12:32,070 --> 01:12:32,763
ที่ทุกคนเห็น

713
01:12:32,763 --> 01:12:33,885
ก็จะมีเครื่องเข้ารหัส

714
01:12:33,885 --> 01:12:37,455
เครื่องถอดรหัส

715
01:12:37,455 --> 01:12:38,293
เดี๋ยวผมจะอธิบายว่ามีอะไรบ้าง

716
01:12:38,293 --> 01:12:40,924
ถ้าเป็นขั้นตอน

717
01:12:40,924 --> 01:12:44,924
มาดูที่ Slide นะครับ

718
01:12:45,460 --> 01:12:49,460
แล้วก็จะมีการใส่ข้อมูลเข้าไปเป็นประโยคที่ไม่ถูกต้องเข้าไปในตัวแบบ

719
01:12:53,709 --> 01:12:56,392
ก็คือตัวคอมพิวเตอร์จะไม่เข้าใจ

720
01:12:56,392 --> 01:12:57,627
ข้อความเราจะต้องมีการแปลงจากตัวหนังสือเป็นตัวเลข

721
01:12:57,627 --> 01:13:01,627
เพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ

722
01:13:04,110 --> 01:13:07,656
ซึ่งเราจะเรียกว่าส่วนตัวการเข้ารหัส

723
01:13:07,656 --> 01:13:11,656
ก็จะมีการสกัดเอาข้อมูลเข้ามา

724
01:13:14,948 --> 01:13:17,263
แล้วก็สร้างเป็นรหัส

725
01:13:17,263 --> 01:13:21,263
แล้วก็มาดูว่าเป็นไวยากรณ์

726
01:13:24,733 --> 01:13:25,679
มีลักษณะของโครงสร้างเป็นแบบไหน เช่น ป

727
01:13:25,679 --> 01:13:26,312
ระธาน

728
01:13:26,312 --> 01:13:27,427
กริยา

729
01:13:27,427 --> 01:13:29,964
กรรม

730
01:13:29,964 --> 01:13:30,513
จากนั้นก็จะเห็นลูกศรสีแดง

731
01:13:30,513 --> 01:13:34,513
ก็จะมีการสรุป

732
01:13:35,083 --> 01:13:39,083
จากนั้นก็จะเอาตัวข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วไปถอดรหัส

733
01:13:43,850 --> 01:13:45,997
ซึ่งก็จะสร้าง Output ออกมา

734
01:13:45,997 --> 01:13:49,997
เช่น ถ้าผมพูดในภาษาไทยว่า

735
01:14:30,157 --> 01:14:34,002
คือหลังจากที่มีการถอดรหัสแล้วก็จะมีการใช้ซอสแม็ก

736
01:14:34,002 --> 01:14:35,420
เพราะว่าตัวดีโค้ด

737
01:14:35,420 --> 01:14:37,692
ตัวถอดรหัสก็จะสร้างคำขึ้นมาเยอะเลย

738
01:14:37,692 --> 01:14:38,829
ตัวเลือกคำมา

739
01:14:38,829 --> 01:14:39,792
คิดว่าทุกคนน่าจะพอเข้าใจนะครับ

740
01:14:39,792 --> 01:14:41,583
ว่าก่อนที่จะสร้าง Application

741
01:14:41,583 --> 01:14:42,767
เราต้องมีข้อมูลจำนวนมาก

742
01:14:42,767 --> 01:14:46,767
ประมาณสัก 1 ล้านประโยค

743
01:14:47,323 --> 01:14:48,913
ที่เป็นประโยคที่ไม่ถูกต้องรวมทั้งประโยคที่ถูกต้องด้วยในภาษาอังกฤษเขา

744
01:14:48,913 --> 01:14:52,913
ก็มีประมาณ ๑ พันล้านประโยค

745
01:14:54,024 --> 01:14:57,662
ก็ประมาณ

746
01:14:57,662 --> 01:15:00,843
มีมากกว่า 1,000 เท่า

747
01:15:00,843 --> 01:15:02,365
แต่ว่าสิ่งที่เราสามารถสร้างออกมาได้นี้

748
01:15:02,365 --> 01:15:03,573
อาจจะมีการละคำ

749
01:15:03,573 --> 01:15:04,759
ละคำนาม

750
01:15:04,759 --> 01:15:08,759
ละคำพูด

751
01:15:16,676 --> 01:15:18,861
อันนี้เป็นความท้าทายใหญ่

752
01:15:18,861 --> 01:15:22,861
ก็คือเรื่องของการจัดเรียงคำ

753
01:15:24,652 --> 01:15:28,652
ผมเชื่อว่าในพม่า ในลาว

754
01:15:30,332 --> 01:15:34,332
เขาจะมีคำที่เรียกว่า

755
01:15:45,643 --> 01:15:49,643
ซีเดิลเวิร์ด คือไม่มีการเว้นวรรค

756
01:15:59,160 --> 01:16:00,002
ภาษาไทยบางคำก็อาจจะดูกำกวม เช่น

757
01:16:00,002 --> 01:16:03,810
อันนี้จะเห็นว่า

758
01:16:03,810 --> 01:16:05,169
อันนี้คำว่า ตากลม

759
01:16:05,169 --> 01:16:06,859
ซึ่งอ่านได้ 2 แบบ

760
01:16:06,859 --> 01:16:08,327
แล้วก็มีความหมายต่างกัน

761
01:16:08,327 --> 01:16:12,087
ก็คือคำนี้อ่านได้ 2 คำ

762
01:16:12,087 --> 01:16:15,809
อ่านกว่า

763
01:16:15,809 --> 01:16:19,809
ตา-กลม

764
01:16:21,540 --> 01:16:25,540
ก็ได้ อ่านว่า ตาก-ลม ก็ได้

765
01:16:40,881 --> 01:16:41,917
ก็จะมีความหมาย

766
01:16:41,917 --> 01:16:45,216
อันนี้คือตัวอย่าง

767
01:16:45,216 --> 01:16:48,052
อันนี้คนไทยก็น่าจะอ่านได้

768
01:16:48,052 --> 01:16:51,317
เพราะฉะนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะทำงานหนักนิดหนึ่ง

769
01:16:51,317 --> 01:16:52,698
เพราะความหมายกำกวม

770
01:16:52,698 --> 01:16:54,524
ทีนี้เราจะตัดคำอย่างไร

771
01:16:54,524 --> 01:16:56,577
เพื่อให้ความหมายไม่ผิดเพี้ยน

772
01:16:56,577 --> 01:16:58,874
อันนี้ดอกเตอร์ปรัชญา บุญขวัญ

773
01:16:58,874 --> 01:17:01,128
อันนี้ภาษาไทยนี้ไม่ไปไหน

774
01:17:01,128 --> 01:17:05,128
เพราะว่าเรามีปัญาเกี่ยวกับเรื่องของ

775
01:17:06,784 --> 01:17:08,214
ภาษาไทย

776
01:17:08,214 --> 01:17:12,214
ที่มีลักษณะเฉพาะของมัน

777
01:17:12,832 --> 01:17:14,211
อันนี้ขอสรุปท้าย

778
01:17:14,211 --> 01:17:15,053
นิดหนึ่งครับ

779
01:17:15,053 --> 01:17:19,053

780
01:17:19,901 --> 01:17:22,451
เราต้องการที่จะมีข้อมูลขนาดใหญ่

781
01:17:22,451 --> 01:17:23,496
ใครที่ทำงานที่โรงเรียนคนหูหนวกบ้าง

782
01:17:23,496 --> 01:17:24,545
ช่วยยกมือหน่อยครับ

783
01:17:24,545 --> 01:17:28,545

784
01:17:29,306 --> 01:17:33,306
มีกี่คนครับ ในประเทศไทย

785
01:17:57,466 --> 01:17:59,658
จริง ๆ แล้วเราอยากจะบอกว่าเราอยากได้ข้อมูลมากขึ้น

786
01:17:59,658 --> 01:18:01,508
ในเรื่องของประโยคที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง

787
01:18:01,508 --> 01:18:03,935
แล้วก็เอาประโยคต่าง ๆ เหล่านี้

788
01:18:03,935 --> 01:18:05,360
เอาข้อมูลเหล่านี้เข้ามาสู่เครื่องแปล เพื่อให้เรียนรู้

789
01:18:05,360 --> 01:18:09,360
ถ้ามีข้อมูลมากเท่าไร

790
01:18:12,675 --> 01:18:15,570
ตัวเครื่องแปลก็จะช่วยให้คนหูหนวก

791
01:18:15,570 --> 01:18:17,382
ในเรื่องการสื่อสารดีขึ้น

792
01:18:17,382 --> 01:18:21,382
เราก็ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ

793
01:18:23,471 --> 01:18:25,439
ผมก็อยากจะขอขอบคุณ

794
01:18:25,439 --> 01:18:28,475
ผู้อำนวยการของโรงเรียน

795
01:18:28,475 --> 01:18:30,350
ในเรื่องของการให้ความร่วมมือในการเก็บข้อมูล

796
01:18:30,350 --> 01:18:32,293
แล้วก็ช่วยแยกประเภทของความผิดพลาด

797
01:18:32,293 --> 01:18:33,770
มีคำถามหรือไม่ครับ

798
01:18:33,770 --> 01:18:37,770

799
01:18:43,063 --> 01:18:47,063
ใช้ภาษามือได้ครับ

800
01:19:08,367 --> 01:19:09,327
เขาถามผมเป็นภาษามือ ผมก็ต้องใช้ภาษามือตอบโต้กับเขา

801
01:19:09,327 --> 01:19:13,327

802
01:19:48,868 --> 01:19:50,465
ปรับภาษาเขียนของคนหูหนวกที่สลับที่กันอย่างนี้

803
01:19:50,465 --> 01:19:53,536
ภาษาไทยตอนนี้ทำได้หรือยัง

804
01:19:53,536 --> 01:19:57,361
อาจารย์ตอบว่าผมพยายามทำอยู่

805
01:19:57,361 --> 01:19:58,938
ผมก็ขอให้อาจารย์ประสบความสำเร็จในการทำ Application

806
01:19:58,938 --> 01:20:02,938
ตัวนี้นะครับ

807
01:20:16,780 --> 01:20:17,907
ถามผมว่าคือคนหูหนวกก็จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร

808
01:20:17,907 --> 01:20:20,144
คือเรื่องลำดับคำ

809
01:20:20,144 --> 01:20:21,314
และผมสามารถที่จะแก้ปัญหานี้ได้หรือยังตอนนี้ก็เพิ่งเริ่มต้น ข

810
01:20:21,314 --> 01:20:23,195
อบคุณครับ

811
01:20:23,195 --> 01:20:27,195
หมดเวลาแล้วครับ

812
01:20:27,994 --> 01:20:31,994
อีก 1 คำถามได้นะครับ

813
01:20:56,584 --> 01:21:00,584
คนที่มีการได้ยินบางทีอ่านประโยคยาว ๆ

814
01:21:01,815 --> 01:21:03,675
บางทีดิฉันก็ยังอ่านผิดเลย

815
01:21:03,675 --> 01:21:04,623
จะต้องอ่านเป็นคำนี้

816
01:21:04,623 --> 01:21:08,623
แต่ดิฉันจะอ่านเป็นอีกคำหนึ่ง

817
01:21:09,810 --> 01:21:11,989
เพราะว่าคำบางคำถ้าเกิดวางเรียงกัน

818
01:21:11,989 --> 01:21:15,989
หรือวางติดกันก็จะให้ความหมายคำหนึ่ง

819
01:21:16,661 --> 01:21:17,669
แต่ถ้าเราอ่านแยกกันจะให้ความหมายอีกอย่างหนึ่ง

820
01:21:17,669 --> 01:21:19,052
อันนี้แก้ได้ไหม

821
01:21:19,052 --> 01:21:23,052
ผมก็พยายามทำอยู่นะครับ

822
01:21:24,820 --> 01:21:27,200
อันนี้จะเป็นอีกขั้นหนึ่ง

823
01:21:27,200 --> 01:21:28,346
อันนี้แต่ก็พยายามทำอยู่

824
01:21:28,346 --> 01:21:32,346
ขอบคุณมากครับ

825
01:21:38,388 --> 01:21:40,375
ช่วยปรบมือให้กับผู้นำเสนออีกครั้งหนึ่งด้วยครับ

826
01:21:40,375 --> 01:21:44,375
[เสียงปรบมือ]

827
01:21:56,012 --> 01:22:00,012
ผู้นำเสนอท่านต่อไปจะมาจากภูฏาน

828
01:22:02,031 --> 01:22:06,031
ชื่อว่าคุณ Ms. Sushita Gurung

829
01:22:08,836 --> 01:22:10,427
เธอมาจากสถาบันเพื่อคนหูหนวกในภูฏาน

830
01:22:10,427 --> 01:22:13,745
จะนำเสนองานวิจัยของตัวเอง

831
01:22:13,745 --> 01:22:17,225
ขอปรบมือต้อนรับครับ

832
01:22:17,225 --> 01:22:21,225
[เสียงปรบมือ]

833
01:22:30,113 --> 01:22:34,113
(Ms. Sushita) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะทุกคน

834
01:22:43,724 --> 01:22:47,724
วันนี้ก็เป็นวันที่มีโปรแกรมยาวทีเดียว

835
01:22:50,288 --> 01:22:54,288
แล้วก็ทุกท่านก็ได้ตั้งใจฟังการนำเสนอเป็นอย่างดี

836
01:23:00,299 --> 01:23:03,272
ก่อนที่ดิฉันจะไปถึงการนำเสนอของตนเอง

837
01:23:03,272 --> 01:23:06,384
ดิฉันอยากจะขอขอบคุณ

838
01:23:06,384 --> 01:23:10,384
ผู้ประสานงานของการประชุมวิชาการแห่งนี้

839
01:23:19,098 --> 01:23:23,098
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดร.มลิวัลย์ ที่ให้โอกาสเรานำเสนอบนเวทีแห่งนี้

840
01:23:28,311 --> 01:23:31,285
ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมากสำหรับพวกเราอยากจะขอเรียนตามตรงว่า ดิฉันรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกที่ดิฉันจะได้มีโอกาสนำเสนอในเวทีใหญ่อย่างนี้

841
01:23:31,285 --> 01:23:35,285
ดิฉันจะพยายามข่มความตื่นเต้นไว้นะคะ

842
01:23:42,060 --> 01:23:46,060
และดิฉันอยากจะขอขอบคุณท่าน ดร.มลิวัลย์ ที่ให้โอกาสเราเข้ามาร่วมนำเสนองานของเรา

843
01:23:46,940 --> 01:23:50,940
คุณจะเห็นว่ามีรายชื่อของคนที่ร่วมในงานวิจัยหลายท่าน

844
01:23:57,420 --> 01:23:59,515
ดิฉันอยากจะขอกล่าวถึงคนเหล่านี้

845
01:23:59,515 --> 01:24:01,870
เพราะว่าเราทำงานกันเป็นทีม

846
01:24:01,870 --> 01:24:05,870
ทุกคนก็ได้ร่วมกันทำงาน

847
01:24:06,178 --> 01:24:10,178
ดิฉันจึงอยากจะขออ่านรายชื่อของท่านเหล่านั้น

848
01:24:13,945 --> 01:24:15,366
และขอขอบคุณทางท่านวิทยากรที่แนะนำ

849
01:24:15,366 --> 01:24:16,904
ดิฉันขอแนะนำตนเองอีกเล็กน้อย

850
01:24:16,904 --> 01:24:20,904
ดิฉันชื่อ Ms. Sushita Gurung

851
01:24:23,057 --> 01:24:26,740
ดิฉันสอนในสถาบัน

852
01:24:26,740 --> 01:24:29,776
เพื่อคนหูหนวก

853
01:24:29,776 --> 01:24:33,356
ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับคนหูหนวกในภูฏาน

854
01:24:33,356 --> 01:24:37,356
เรามีนักเรียนประมาณ ๑๐๖ คน

855
01:24:41,743 --> 01:24:43,466
เป็นนักเรียนหูหนวก

856
01:24:43,466 --> 01:24:43,976
มาจากระดับต่าง ๆ กัน

857
01:24:43,976 --> 01:24:46,531
เช่น

858
01:24:46,531 --> 01:24:48,215
สูญเสียการได้ยินโดยสิ้นเชิง

859
01:24:48,215 --> 01:24:52,215
หรืออาจจะมีการได้ยินบ้างเล็กน้อย

860
01:24:52,311 --> 01:24:56,311
ดิฉันอยากจะขอนำเสนอ

861
01:25:01,397 --> 01:25:05,397
โดยขอย้อนกล่าวไปถึงเรื่องการศึกษา

862
01:25:10,804 --> 01:25:14,804
สำหรับคนหูหนวกในภูฏานก่อน

863
01:25:18,911 --> 01:25:19,807
ในปี 2003

864
01:25:19,807 --> 01:25:23,531
สำหรับเราก็รู้สึกว่าเป็นเวลานาน

865
01:25:23,531 --> 01:25:25,785
แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นก็ดูเหมือนว่าประเทศของเราเพิ่งเริ่มต้น

866
01:25:25,785 --> 01:25:29,785
ภาพนี้เป็นภาพโรงเรียนของเรา

867
01:25:33,485 --> 01:25:37,485
นี่เป็นอาคารของโรงเรียน

868
01:25:37,709 --> 01:25:41,709
เวลาที่ดิฉันบอกว่าปี 2003

869
01:25:47,261 --> 01:25:50,621
ในเวลานั้นเรามีการพยายามจะริเริ่ม

870
01:25:50,621 --> 01:25:52,495
เรื่องของการศึกษาสำหรับคนหูหนวก

871
01:25:52,495 --> 01:25:56,495
ถ้าคุณดูนะคะ

872
01:26:02,972 --> 01:26:06,481
เราจะเห็นชื่อของท่าน ดร.มลิวัลย์

873
01:26:06,481 --> 01:26:10,481
ท่านเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาของคนหูหนวกในภูฏาน

874
01:26:13,428 --> 01:26:17,016
ท่านได้มีโอกาสที่จะบุกเบิกให้คำแนะนำเรา

875
01:26:17,016 --> 01:26:21,016
และทำให้เราสามารถพัฒนาได้มาจนถึงจุดนี้ในปี 2013

876
01:26:26,800 --> 01:26:28,369
เรามีโอกาสได้จัดการประชุมด้วย ปี 2003

877
01:26:28,369 --> 01:26:31,980
มีการประชุมที่เกี่ยวกับ

878
01:26:31,980 --> 01:26:33,272
เรื่องของการพัฒนาการศึกษา

879
01:26:33,272 --> 01:26:37,272
ของคนหูหนวก

880
01:26:43,159 --> 01:26:47,159
ในภูฏาน

881
01:26:50,097 --> 01:26:54,097
และตั้งแต่ปี 2003 มาจนถึงปัจจุบัน

882
01:26:55,768 --> 01:26:59,768
คนหูหนวกนั้นจากหลาย ๆ ที่ได้เข้ามารับการศึกษา

883
01:27:05,576 --> 01:27:06,432
สามารถบอกได้ว่าประเทศภูฏานนั้นมีจำนวนคนไม่มาก

884
01:27:06,432 --> 01:27:08,743
ในปี 2003

885
01:27:08,743 --> 01:27:12,743
ก็จะเห็นว่า

886
01:27:18,225 --> 01:27:22,225
จำนวนคนหูหนวกก็ยิ่งน้อยกว่าในปัจจุบันลงไปอีก

887
01:27:23,335 --> 01:27:25,808
เวลาที่ดิฉันฟังเรื่องประวัติศาสตร์

888
01:27:25,808 --> 01:27:27,140
ความเป็นมาของการเริ่มการศึกษาสำหรับคนหูหนวก

889
01:27:27,140 --> 01:27:31,140
ทุกคนนั้นทำงานอย่างหนักมาก

890
01:27:33,478 --> 01:27:35,499
แล้วพยายามอย่างยิ่งที่จะเริ่มการศึกษาสำหรับคนหูหนวก

891
01:27:35,499 --> 01:27:39,499
โดยมีทรัพยากรอย่างจำกัด

892
01:27:42,360 --> 01:27:45,577
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหูหนวกซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในเรื่องของภาษามือ

893
01:27:45,577 --> 01:27:49,577
นี่เป็นภาพข่าวในปี 2003 ค่ะ

894
01:27:53,124 --> 01:27:56,397
ตัดมาจากหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

895
01:27:56,397 --> 01:27:58,537
เราก็ตัดข่าวนี้ออกมา

896
01:27:58,537 --> 01:28:02,537
แล้วก็เก็บรักษาไว้

897
01:28:04,136 --> 01:28:08,136
เป็นข่าวที่เผยแพร่ในปี 2003

898
01:28:10,677 --> 01:28:12,727
จะเห็นในภาพจะมี ดร.มลิวัลย์

899
01:28:12,727 --> 01:28:16,727
ด้วยนะคะ

900
01:28:17,118 --> 01:28:18,571
แล้วก็ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้นำคนพิการ

901
01:28:18,571 --> 01:28:22,571
แล้วก็มีผู้ปกครองของนักเรียนพิการ

902
01:28:29,453 --> 01:28:33,453
แล้วก็มีการพยายามที่จะเก็บรวบรวมเรื่องของภาษามือ

903
01:28:40,694 --> 01:28:44,465
และพยายามที่จะเริ่มเรื่องของการศึกษาให้กับคนหูหนวก

904
01:28:44,465 --> 01:28:45,526
เรามีการทำงานเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2002

905
01:28:45,526 --> 01:28:46,101
ปี 2003

906
01:28:46,101 --> 01:28:47,593
ปี 2004

907
01:28:47,593 --> 01:28:50,311
เพื่อที่จะเริ่มการศึกษาสำหรับคนหูหนวก

908
01:28:50,311 --> 01:28:52,006
นี่คือภาพของ ดร.มลิวัลย์

909
01:28:52,006 --> 01:28:55,721
ขอขอบคุณมากสำหรับภาพ

910
01:28:55,721 --> 01:28:57,486
ที่ภูฏาน

911
01:28:57,486 --> 01:29:01,486
เมื่อท่านได้ไป

912
01:29:05,165 --> 01:29:08,690
แล้วก็นำทีมไปช่วยกันนะคะ

913
01:29:08,690 --> 01:29:12,690
เพื่อที่จะไปริเริ่มงานการศึกษาพิเศษ

914
01:29:13,438 --> 01:29:14,352
สำหรับคนหูหนวกในภูฏาน

915
01:29:14,352 --> 01:29:15,383
ขอบคุณมากค่ะ

916
01:29:15,383 --> 01:29:17,361
ก็จะเห็นว่า

917
01:29:17,361 --> 01:29:21,361
มีคนหูหนวก

918
01:29:33,352 --> 01:29:37,352
ที่เราไปรวบรวมในเรื่องของภาษามือก่อนตอนแรก

919
01:29:40,393 --> 01:29:42,178
ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของภาษามือก่อนตอนแรก

920
01:29:42,178 --> 01:29:44,054
อันนี้ก็เป็นลักษณะของภาษามือมีใครรู้บ้างไหม

921
01:29:44,054 --> 01:29:47,331
ว่าเป็นท่าทางของภาษามือภูฏาน

922
01:29:47,331 --> 01:29:49,610
เป็นกีฬาของภูฏาน

923
01:29:49,610 --> 01:29:50,589
มีใครเดาได้บ้างคะ

924
01:29:50,589 --> 01:29:54,589
ว่าท่านี้เป็นคำว่าอะไร

925
01:29:54,925 --> 01:29:58,925
ใช่ค่ะ

926
01:30:05,617 --> 01:30:08,262
เป็นเรื่องของการยิงธนูค่ะ

927
01:30:08,262 --> 01:30:10,161
อันนี้เป็นท่าภาษามือ

928
01:30:10,161 --> 01:30:11,794
ที่พูดถึงยิงธนู

929
01:30:11,794 --> 01:30:15,794
ก็มีการรวบรวม

930
01:30:17,612 --> 01:30:20,715
ไม่ว่าจะเป็นชุดคำความหมายต่าง ๆ

931
01:30:20,715 --> 01:30:24,715
และท่าภาษามือที่คนหูหนวกของเราใช้

932
01:30:31,908 --> 01:30:35,068
แล้วก็เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนหูหนวก

933
01:30:35,068 --> 01:30:39,068
และคนที่มีการได้ยินเพื่อพัฒนาเป็นภาษามือของภูฏาน

934
01:30:43,831 --> 01:30:46,387
อันนี้เป็นการสะกดมือแล้วก็มีการปรับ อันนี้เป็นตัวสะกด

935
01:30:46,387 --> 01:30:50,387
การสะกดมือแล้วก็มีการปรับ

936
01:30:51,134 --> 01:30:55,134
เป็นการปรับท่ามือบางคำ

937
01:30:55,460 --> 01:30:56,851
ซึ่งบางท่ามืออาจจะยังมีความสับสน

938
01:30:56,851 --> 01:31:00,851
ก็มีการปรับให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

939
01:31:05,343 --> 01:31:09,343
และทำให้คนที่เห็นท่ามือนั้น

940
01:31:10,073 --> 01:31:14,073
สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น

941
01:31:16,512 --> 01:31:20,512
หลังจากนั้นก็มีการทำเป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ

942
01:31:21,911 --> 01:31:24,736
ได้รับการสนับสนุนจาก UNICEF

943
01:31:24,736 --> 01:31:28,736
และของเราได้เผยแพร่ นี่เป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ

944
01:31:41,561 --> 01:31:44,690
ที่เป็นคำศัพท์ภาษามือ เป็นภาษามือภูฏาน

945
01:31:44,690 --> 01:31:47,150
แล้วก็นำหนังสือภาษามือภูฏาน เล่มเล็ก ๆ นี้ไปใช้ในการสอน

946
01:31:47,150 --> 01:31:49,984
นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ณ เวลานั้นเลยค่ะ

947
01:31:49,984 --> 01:31:53,984
เมื่อเราดูย้อนไป

948
01:31:57,331 --> 01:32:01,331
เราก็จะเห็นว่ายังมีหลายสิ่ง

949
01:32:04,323 --> 01:32:06,863
ที่เราสามารถที่จะปรับปรุงได้ ณ ตอนนั้น

950
01:32:06,863 --> 01:32:10,820
เราทำอย่างดีที่สุด

951
01:32:10,820 --> 01:32:13,318
และหลังจากนั้นเราก็พยายามจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

952
01:32:13,318 --> 01:32:15,637
ให้มีภาษามือที่มีการบันทึก

953
01:32:15,637 --> 01:32:19,250
แล้วก็มีการทำงานวิจัย

954
01:32:19,250 --> 01:32:20,186
เกี่ยวกับภาษามือมากยิ่งขึ้น

955
01:32:20,186 --> 01:32:23,962

956
01:32:23,962 --> 01:32:25,586
อันนี้ก็เป็นคำศัพท์

957
01:32:25,586 --> 01:32:28,935
ภาษามือ

958
01:32:28,935 --> 01:32:31,027

959
01:32:31,027 --> 01:32:35,027
ตัวอักษร H ปี 2008

960
01:32:42,653 --> 01:32:45,353
อันนี้เป็นภาษามือสำหรับชั้น ป. 2 และ ป. 3

961
01:32:45,353 --> 01:32:49,353
เป็นหนังสือภาษามือภูฏาน

962
01:32:55,649 --> 01:32:59,649
ดิฉันเองนั้นก็เคยใช้หนังสือนี้ในปี 2009 ณ ตอนนั้น

963
01:33:02,878 --> 01:33:06,458
ก็ไม่มีสื่ออะไรที่เป็นสื่อสำหรับภาษามือภูฏานเลย

964
01:33:06,458 --> 01:33:08,402
เราก็ใช้หนังสือเล่มนี้ค่ะ

965
01:33:08,402 --> 01:33:09,804
ที่เป็นแนวทาง

966
01:33:09,804 --> 01:33:13,804
ในปี 2010

967
01:33:14,620 --> 01:33:18,620
ก็มีเอกสารที่รวบรวมในเรื่องของภาษามือ

968
01:33:30,553 --> 01:33:32,572
ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษา และเราก็มีการรวบรวมภาษามือทั้งหมดใน ๒๕ หัวข้อ

969
01:33:32,572 --> 01:33:34,429
หรือ 25 เรื่อง

970
01:33:34,429 --> 01:33:36,856
ลองดูนะคะ

971
01:33:36,856 --> 01:33:40,856
อันนี้เป็นตัวอย่าง VDO

972
01:33:54,743 --> 01:33:58,743
อันนี้เป็นท่ามือคำว่า "จิตวิญญาณ"

973
01:33:59,253 --> 01:34:03,141
นี่เป็นภาษาอังกฤษ

974
01:34:03,141 --> 01:34:07,141
แล้วก็เป็นภาษามีเสียงภาพด้วยแล้วก็มีคำบรรยายด้วย

975
01:34:13,397 --> 01:34:17,397
นี่ก็เป็นทรัพยากรที่สำหรับให้ครูได้ใช้ตอนที่ดิฉันเข้ามาสอนในสถาบัน

976
01:34:22,605 --> 01:34:24,522
วังเซีย เพื่อการศึกษาสำหรับคนหูหนวกนี้

977
01:34:24,522 --> 01:34:27,079
ก็ได้ใช้สื่อการเรียนการสอนนี้เหมือนกัน

978
01:34:27,079 --> 01:34:31,079
ตอนนั้นก็มีสื่อการเรียนการสอนอยู่ไม่มากนัก

979
01:34:35,875 --> 01:34:37,132
อันนี้ก็เป็นสื่อการสอนสำคัญ

980
01:34:37,132 --> 01:34:38,871
ที่ใช้ในการสอนของเรา ปี 2011

981
01:34:38,871 --> 01:34:39,863
โรงเรียนก็ได้มีการพัฒนาพจนานุกรมขึ้นมาอีก

982
01:34:39,863 --> 01:34:43,863
ต่อยอดขึ้นมาอีก

983
01:34:48,831 --> 01:34:50,094
แล้วก็ได้แจกจ่ายไปให้คุณครูที่สอนในชั้นต่าง ๆ

984
01:34:50,094 --> 01:34:50,806
ด้วย

985
01:34:50,806 --> 01:34:54,806
ปี 2013

986
01:34:59,470 --> 01:35:00,667
มีที่ปรึกษา

987
01:35:00,667 --> 01:35:04,667
คนหูหนวกที่มา

988
01:35:06,018 --> 01:35:10,018
โดยการสนับสนุนของ UNICEF

989
01:35:15,464 --> 01:35:19,464
แล้วกระทรวงก็บอกว่าจะได้มีการให้ข้อเสนอแนะ

990
01:35:23,983 --> 01:35:25,279
ว่าจะต้องมีการทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของการสื่อสารสำหรับคนหูหนวก

991
01:35:25,279 --> 01:35:29,279
2015

992
01:35:31,724 --> 01:35:33,781
ท่านดอกเตอร์มลิวัลย์

993
01:35:33,781 --> 01:35:37,044
แล้วก็ทีมของท่าน

994
01:35:37,044 --> 01:35:40,101
และตอนนั้นดิฉันก็เข้าไปร่วมฝึกอบรมในครั้งนี้ด้วยนะคะ

995
01:35:40,101 --> 01:35:40,594
เรามีการฝึกอบรม ๕ วัน

996
01:35:40,594 --> 01:35:43,688
ทั้งคนหูดี

997
01:35:43,688 --> 01:35:47,688
และคนหูหนวกก็เข้าร่วมใน workshop

998
01:35:47,976 --> 01:35:49,138
เดียวกัน

999
01:35:49,138 --> 01:35:53,138
มีคนเข้าร่วมไม่มากนัก

1000
01:35:57,710 --> 01:35:58,808
แต่ว่าเราได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องภาษามือ

1001
01:35:58,808 --> 01:36:01,583
เรื่องของเครื่องมือต่าง ๆ

1002
01:36:01,583 --> 01:36:02,232
ในการทำงานวิจัย

1003
01:36:02,232 --> 01:36:06,232
ในปี 2016

1004
01:36:15,604 --> 01:36:18,187
ก็มีการฝึกอบรมต่อเนื่่อง

1005
01:36:18,187 --> 01:36:21,204
และลงลึกลงไปในเนื้อหามากยิ่งขึ้น

1006
01:36:21,204 --> 01:36:22,815
เราก็สอน

1007
01:36:22,815 --> 01:36:26,815
ทั้งในระดับพื้นฐาน

1008
01:36:35,421 --> 01:36:37,706
และระดับสูงเกี่ยวกับเรื่องของการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ

1009
01:36:37,706 --> 01:36:40,782
ในการทำวิจัย ปี 2017

1010
01:36:40,782 --> 01:36:44,782
เรามีการทำวิจัยเรื่องของภาษามือภูฏาน

1011
01:36:50,612 --> 01:36:51,694
และเรามีดอกเตอร์สุขศิริที่ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศไทย

1012
01:36:51,694 --> 01:36:54,915
เข้าไปช่วยเรา

1013
01:36:54,915 --> 01:36:58,915
และหลังจากนั้น

1014
01:37:01,417 --> 01:37:03,677
เราก็ได้ทำกิจกรรม

1015
01:37:03,677 --> 01:37:04,624
ต่อเนื่อง

1016
01:37:04,624 --> 01:37:08,624

1017
01:37:12,794 --> 01:37:14,762
ท่านดอกเตอร์สุขสิริก็ไปสอนเราในเรื่องของภาษามือ

1018
01:37:14,762 --> 01:37:18,762
และเราได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ

1019
01:37:31,443 --> 01:37:33,739
ต่อไปเราจะขอพูดถึงเรื่องของการที่กระบวนการที่เราใช้

1020
01:37:33,739 --> 01:37:37,739
ในการพัฒนาให้ภาษามือนั้นมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

1021
01:37:40,385 --> 01:37:44,385
หรือตรวจสอบภาษามือ

1022
01:37:45,636 --> 01:37:49,636
เราก็มีการทำภาษามือและให้คนหูหนวกดูแล้วก็เลือกคำ

1023
01:37:52,321 --> 01:37:54,324
แล้วดูว่าสื่อสารได้ตามที่เราตั้งใจมากน้อยแค่ไหน

1024
01:37:54,324 --> 01:37:58,324

1025
01:38:03,800 --> 01:38:06,303
แล้วเราก็จะต้องดูในเรื่องของความถูกต้องของการใช้ภาษามือ

1026
01:38:06,303 --> 01:38:10,303
แล้วก็ความชัดเจนในการสื่อสาร

1027
01:38:17,956 --> 01:38:21,956
ก็คือเราจัดเป็นโต๊ะไว้แล้วก็มีวัสดุ อุปกรณ์ต่างกัน 23 ปี

1028
01:38:28,045 --> 01:38:32,045
ท่านมาร่วมในการวิจัยของเรา

1029
01:38:39,836 --> 01:38:43,836
หรือท่านจะเข้ามาดูห้องตัวอย่าง แล้วท่านได้ไปเพื่อสื่อสารให้คนหูหนวกอีกคนหนึ่ง

1030
01:38:44,114 --> 01:38:48,114
ได้วาดเป็นรูปของคนหูหนวกที่มาเห็นสถานที่นี้

1031
01:38:50,707 --> 01:38:53,602
ก็จะเห็นว่าไม่เพียงแต่เรื่องของท่าทาง

1032
01:38:53,602 --> 01:38:54,490
แต่ว่าในเรื่องของการจัดตำแหน่งท่าทางต่าง ๆ

1033
01:38:54,490 --> 01:38:58,490
ก็ใช้ในการสื่อสาร

1034
01:39:02,404 --> 01:39:03,437
จะเห็นว่าจากคำบอกเล่าคนหูหนวกอีกท่านหนึ่ง

1035
01:39:03,437 --> 01:39:07,283
ก็สามารถที่จะวาดออกมาได้

1036
01:39:07,283 --> 01:39:11,283
นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของการสร้างประโยค

1037
01:39:14,709 --> 01:39:18,709
เรารวบรวมข้อมูล พยายามที่จะแปลความเหล่านั้นออกมา

1038
01:39:23,752 --> 01:39:27,752
แล้วเราก็มาร่างเป็นภาษามือ แล้วก็เราตรวจสอบความถูกต้อง

1039
01:39:32,464 --> 01:39:35,088
หลังจากนั้นเราก็มีการบันทึก VDO

1040
01:39:35,088 --> 01:39:37,647
ภาษามืออีกครั้งหนึ่ง

1041
01:39:37,647 --> 01:39:41,647
ทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

1042
01:39:41,947 --> 01:39:45,947
แล้วก็มีผลออกมาเป็นลักษณะนี้ค่ะ

1043
01:39:53,913 --> 01:39:55,035
ในวีดิโอจะเห็นท่าภาษามือ

1044
01:39:55,035 --> 01:39:55,623
เห็นภาพ

1045
01:39:55,623 --> 01:39:56,686
เห็นประโยค

1046
01:39:56,686 --> 01:39:57,832
อันนี้เป็นวิดิโอที่เราทำขึ้นมา

1047
01:39:57,832 --> 01:40:01,832
ลองดูนะคะ

1048
01:40:27,079 --> 01:40:31,079
ชื่อของกษัตริย์องค์ที่ ๕ ชื่ออะไร

1049
01:40:33,122 --> 01:40:36,560
กษัตริย์องค์ที่ 5 ชื่อกษัตริย์จิกมี

1050
01:40:36,560 --> 01:40:39,791
ชุดนี้ก็ได้  upload ไว้ในที่ในเว็บไซต์ของกระทรวงศึกษาค่ะ

1051
01:40:39,791 --> 01:40:41,305
ความท้าทายมีความท้าทายหลายประการในการทำงานของเรา

1052
01:40:41,305 --> 01:40:45,305
แต่ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือเรื่องความยั่งยืน

1053
01:40:45,823 --> 01:40:49,188
เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้เรามีที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย

1054
01:40:49,188 --> 01:40:52,542
ในการให้คำแนะนำเรา

1055
01:40:52,542 --> 01:40:56,542
แต่ว่าถ้าในอนาคต

1056
01:41:05,390 --> 01:41:08,785
ผู้ช่วยเหล่านั้นอาจจะต้องกลับไปประเทศของตัวเองในเรื่องความยั่งยืน

1057
01:41:08,785 --> 01:41:11,230
เพราะว่าภาษามือภูฏานนั้นควรจะมีการทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง

1058
01:41:11,230 --> 01:41:14,045
เนื่องจากภาษาก็มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ

1059
01:41:14,045 --> 01:41:18,045
เราจำเป็นต้องมีคนที่มีทักษะ

1060
01:41:19,415 --> 01:41:23,415
ในการเรียนรู้ในการที่จะดำเนินงานตรงนี้ต่อไป

1061
01:41:28,657 --> 01:41:31,217
และเราสามารถที่จะเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

1062
01:41:31,217 --> 01:41:35,217
จากประเทศที่ไปช่วยเหลือเรา

1063
01:41:50,144 --> 01:41:53,741
ขอบคุณมากค่ะ คุณ Sushita ขออภัยที่ไม่มีเวลาสำหรับคำถามและคำตอบ

1064
01:41:53,741 --> 01:41:57,741
อาจจะต้องเชิญท่านนำเสนอท่านต่อไปเลย

1065
01:42:04,371 --> 01:42:08,371
วิทยากรท่านถัดไปท่านมาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ

1066
01:42:10,403 --> 01:42:12,505
จะมาพูดถึงเรื่องของการเสริมสร้างของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1067
01:42:12,505 --> 01:42:14,918
ขอเสียงปรบมือให้ท่านด้วยครับ

1068
01:42:14,918 --> 01:42:18,918
[เสียงปรบมือ]

1069
01:42:37,358 --> 01:42:41,358
(Dr.Nongyouw Srinangyam) สวัสดีตอนบ่ายทุกท่านค่ะ

1070
01:42:46,128 --> 01:42:50,128
ดิฉันชื่อดอกเตอร์นงเยาว์

1071
01:42:59,599 --> 01:43:03,599
มาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

1072
01:43:06,380 --> 01:43:10,380
วันนี้ดิฉันจะมานำเสนอเรื่องงานวิจัยของฉัน

1073
01:43:10,398 --> 01:43:13,113
ในหัวข้อเสริมสร้างสมรรถนะทางสังคมของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1074
01:43:13,113 --> 01:43:14,373
โดยการใช้คำปรึกษาแบบกลุ่ม

1075
01:43:14,373 --> 01:43:17,664
คือการให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม

1076
01:43:17,664 --> 01:43:18,549
อันนี้เป็นการแนะนำงานวิจัยสมรรถนะทางสังคม

1077
01:43:18,549 --> 01:43:22,549
มีนิยามว่าอย่างไร

1078
01:43:24,430 --> 01:43:25,386
ความหมายก็คือเป็นความสามารถของบุคคลที่สามารถทำได้อย่างถูกต้อง

1079
01:43:25,386 --> 01:43:29,386
ตามบรรทัดฐานของสังคม

1080
01:43:33,408 --> 01:43:35,705
แล้วทำไมสมรรถนะทางสังคมจึงมีความสำคัญ

1081
01:43:35,705 --> 01:43:37,234
มีความจำเป็นสำหรับประสบความสำเร็จในสังคมทุกวันนี้

1082
01:43:37,234 --> 01:43:41,234
เป็นความสามารถโดยร่วมมือกับคนอื่น ๆ

1083
01:43:41,240 --> 01:43:43,462
ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับการให้คุณค่าทั้งในโรงเรียนและในสถานที่ทำงาน

1084
01:43:43,462 --> 01:43:44,158
แล้วก็จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลในเชิงบวก

1085
01:43:44,158 --> 01:43:46,623
ดังนั้น

1086
01:43:46,623 --> 01:43:47,557
หากขาดสมรรถนะ

1087
01:43:47,557 --> 01:43:51,557
ทางสังคม

1088
01:43:55,661 --> 01:43:59,661
ก็จะทำให้เกิดผลว่า

1089
01:44:02,559 --> 01:44:05,791
บุคคลก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

1090
01:44:05,791 --> 01:44:09,791
ในการเรียนและการทำงานมีการยกระดับ

1091
01:44:10,975 --> 01:44:12,792
จะต้องมีการยกระดับในเรื่องของทางสังคมด้วย

1092
01:44:12,792 --> 01:44:14,157
การให้การปรึกษาแบบกลุ่ม

1093
01:44:14,157 --> 01:44:16,386
ช่วยให้สมาชิกในสังคม

1094
01:44:16,386 --> 01:44:19,403
สามารถที่จะพัฒนาทักษะ

1095
01:44:19,403 --> 01:44:22,397
และบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้

1096
01:44:22,397 --> 01:44:24,479
เราจะต้องมีการฝึกอบรมบุคคลเหล่านี้

1097
01:44:24,479 --> 01:44:26,751
ให้มีความรู้สึกที่อบอุ่นปลอดภัย

1098
01:44:26,751 --> 01:44:29,257
และเป็นระบบ

1099
01:44:29,257 --> 01:44:30,689
และสมาชิกก็สามารถที่จะฝึกปฏิบัติทักษะพฤติกรรมใหม่ ๆ

1100
01:44:30,689 --> 01:44:34,689
ด้วยกันกับผู้อื่น

1101
01:44:36,719 --> 01:44:37,692
รับฟังผู้อื่นที่จะปรับปรุงพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นให้ได้

1102
01:44:37,692 --> 01:44:41,692
วัตถุประสงค์

1103
01:44:43,001 --> 01:44:47,001
ของการศึกษานี้ก็คือมีดังนี้

1104
01:44:57,960 --> 01:45:01,960
ข้อที่ 1 ในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะทางสังคมของเด็กที่มีปัญหาทางการได้ยิน

1105
01:45:04,643 --> 01:45:07,069
ข้อ ๒ ต้องการที่จะสร้างต้นแบบการให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม

1106
01:45:07,069 --> 01:45:07,720
ในเรื่องของเพื่อจะยกระดับให้กับเด็กพิการทางการได้ยิน

1107
01:45:07,720 --> 01:45:11,720
ข้อ 3

1108
01:45:13,153 --> 01:45:15,115
จะเป็นการเปรียบเทียบสมรรถนะทางสังคม

1109
01:45:15,115 --> 01:45:19,115
ระหว่างกลุ่มทดลอง

1110
01:45:19,732 --> 01:45:21,143
และกลุ่มควบคุม

1111
01:45:21,143 --> 01:45:25,143
วิธีการวิจัยในระยะที่ 1

1112
01:45:29,572 --> 01:45:32,357
ก็จะมีการแบ่งเป็น 3 ระยะ

1113
01:45:32,357 --> 01:45:35,295
ระยะที่ 1

1114
01:45:35,295 --> 01:45:37,976
ก็จะเป็นการศึกษาสมรรถนะทางสังคมของเด็ก

1115
01:45:37,976 --> 01:45:39,991
ที่มีความพิการทางการได้ยิน

1116
01:45:39,991 --> 01:45:43,991
ระยะที่ 2

1117
01:45:44,702 --> 01:45:48,702
ก็จะเป็นการสร้าง program

1118
01:45:49,829 --> 01:45:53,829
ส่งเสริมสมรรถนะทางสังคมให้กับเด็กพิการทางการได้ยิน

1119
01:45:59,278 --> 01:46:00,861
โดยการให้คำแนะนำแบบกลุ่ม แล้วก็ระยะที่ ๓

1120
01:46:00,861 --> 01:46:04,861
ก็จะเป็นการศึกษาผลลัพ์ของการใช้ Program

1121
01:46:06,156 --> 01:46:09,336
การให้การศึกษาแบบกลุ่ม

1122
01:46:09,336 --> 01:46:13,336
เพื่อที่จะยกระดับสมรรถนะทางสังคมของเด็กที่มีความพิการทางการได้ยิน

1123
01:46:13,359 --> 01:46:16,039
หัวข้อก็จะมีการแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ

1124
01:46:16,039 --> 01:46:17,631
กลุ่มแรก

1125
01:46:17,631 --> 01:46:21,631
จะเป็นการศึกษาปัจจัย

1126
01:46:25,029 --> 01:46:27,354
ที่มีผลต่อสมรรถนะทางสังคม

1127
01:46:27,354 --> 01:46:30,176
มีการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ 7 คน

1128
01:46:30,176 --> 01:46:31,480
ที่ทำงานทางด้านเด็กหูหนวก

1129
01:46:31,480 --> 01:46:33,016
ซึ่งก็จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 คน

1130
01:46:33,016 --> 01:46:36,670
คือเป็นครูสอนศึกษาพิเศษ

1131
01:46:36,670 --> 01:46:38,001
แล้วก็มีนักจิตวิทยา

1132
01:46:38,001 --> 01:46:38,836
แล้วก็มีนักตรวจสอบเสียงพูด

1133
01:46:38,836 --> 01:46:41,554
จากนั้นคนที่ ๒

1134
01:46:41,554 --> 01:46:45,554
ก็จะมีเด็กทั้งหมด 6 คน

1135
01:47:01,947 --> 01:47:04,854
จะอยู่ภายใต้ช่วงเปอร์เซ็นต์ประมาณที่ 25 แล้วก็อยู่เรียนประมาณชั้น ป. 1 เ

1136
01:47:04,854 --> 01:47:08,854
รียนชั้นมัธยมนะครับ

1137
01:47:08,996 --> 01:47:10,836
ม. 1 - ม. 3

1138
01:47:10,836 --> 01:47:11,953
อันนี้เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย

1139
01:47:11,953 --> 01:47:15,953
ก็จะมีการสัมภาษณ์เชิงลึก

1140
01:47:17,828 --> 01:47:21,828
ก็จะมีการวัดระดับเป็น scale

1141
01:47:22,786 --> 01:47:23,872
เรื่องสมรรถนะทางสังคมมีแผนการให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม แล้วก็ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า

1142
01:47:23,872 --> 01:47:27,872
ข้อที่ ๑

1143
01:47:35,874 --> 01:47:39,874
ั ปัจจัยวัฒนธรรมทางสังคมก็มีอยู่ ๒ ปัจจัยด้วยกัน

1144
01:47:40,432 --> 01:47:44,377
เรื่องของทักษะการจัดการความสัมพันธ์ทางสังคม

1145
01:47:44,377 --> 01:47:48,377
อันนี้ก็จะมีองค์ประกอบสมรรถนะทางสังคมก็จะมี ๒ แขนง

1146
01:47:49,782 --> 01:47:51,151
เรื่องการจัดการความสัมพันธ์ทางสังคม

1147
01:47:51,151 --> 01:47:55,151
ข้อที่ ๒ program

1148
01:47:58,717 --> 01:48:00,635
ให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม

1149
01:48:00,635 --> 01:48:01,724
ก็จะช่วยยกระดับสมรรถนะทางสังคมใน ๓ ระยะด้วย

1150
01:48:01,724 --> 01:48:05,679
ระยะเริ่มต้น

1151
01:48:05,679 --> 01:48:07,307
ระยะทำงานแล้วก็ระยะสุดท้าย

1152
01:48:07,307 --> 01:48:10,732
อันนี้เป็นระยะเวลาของการทดลอง

1153
01:48:10,732 --> 01:48:13,734
จะใช้ระยะเวลา 3 ครั้งต่อสัปดาห์

1154
01:48:13,734 --> 01:48:14,908
1 ชั่วโมงต่อครั้ง

1155
01:48:14,908 --> 01:48:18,908
เป็นเวลา ๓ สัปดาห์

1156
01:48:25,011 --> 01:48:29,011
ตารางนี้ก็จะเป็นข้อมูลเรื่องของการให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม

1157
01:48:30,091 --> 01:48:34,091
ที่จะช่วยยกสมรรถนะทางสังคมของเด็กพิการทางการได้ยิน

1158
01:48:37,134 --> 01:48:37,900
ตัวโปรแกรมก็จะมี ๑๐ ช่วง

1159
01:48:37,900 --> 01:48:41,900
สำหรับ 3 สัปดาห์

1160
01:48:42,504 --> 01:48:43,805
ก็คือจะใช้ช่วงละ 1 ชม.

1161
01:48:43,805 --> 01:48:47,470
ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มต้นทำงาน

1162
01:48:47,470 --> 01:48:51,470
แล้วก็ช่วงสุดท้าย 3 ช่วงด้วยกัน

1163
01:49:00,441 --> 01:49:03,204
อันนี้เป็นรูปแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของสมาชิก

1164
01:49:03,204 --> 01:49:07,204
ของผู้นำ

1165
01:49:09,155 --> 01:49:13,155
แล้วก็ของคนที่เป็นล่าม

1166
01:49:25,505 --> 01:49:27,948
เป็นตำแหน่งที่นั่ง

1167
01:49:27,948 --> 01:49:28,961
อันนี้เป็นภาพเป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในการจัด section

1168
01:49:28,961 --> 01:49:31,036
มีล่าม

1169
01:49:31,036 --> 01:49:32,064
แล้วก็มีสมาชิก

1170
01:49:32,064 --> 01:49:34,184
ข้อที่ 3

1171
01:49:34,184 --> 01:49:38,184
ก็มีความแตกต่าง

1172
01:49:53,407 --> 01:49:55,368
ทางสถิติทางอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01

1173
01:49:55,368 --> 01:49:56,331
ซึ่งเป็นค่าของสมรรถนะทางสังคม

1174
01:49:56,331 --> 01:49:57,716
ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม

1175
01:49:57,716 --> 01:49:58,581
ก่อนและหลังการทดลอง

1176
01:49:58,581 --> 01:50:02,581
ข้อ 4

1177
01:50:08,164 --> 01:50:08,971
ก็จะมีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติ

1178
01:50:08,971 --> 01:50:09,685
ค่าเดียวกันก็คือ 0.01

1179
01:50:09,685 --> 01:50:13,244
เหมือนกัน

1180
01:50:13,244 --> 01:50:17,217
สำหรับกลุ่ม ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการทดลอง

1181
01:50:17,217 --> 01:50:18,034
รวมทั้งหลัก

1182
01:50:18,034 --> 01:50:18,771
แล้วก็รวมทั้งที่มีการในช่วงที่มีการวัดด้วย

1183
01:50:18,771 --> 01:50:22,771
ขอบคุณค่ะ

1184
01:50:25,743 --> 01:50:29,743
(พิธีกร) ขอบคุณมากครับ ดร.นงเยาว์ ศรีนางแย้ม

1185
01:50:32,804 --> 01:50:36,804
เดี๋ยวเราจะไปที่ท่านถัดไป

1186
01:50:39,201 --> 01:50:43,201
เรามีอีก 2 ท่านนะครับ

1187
01:51:14,313 --> 01:51:18,313
ดอกเตอร์ Caroline Ll. Ferrer  จาก มะนิลา ฟิลิปปินส์ นะคะ

1188
01:51:22,234 --> 01:51:26,234
จะพูดถึงการประเมินทางคลินิกและการบริหารจัดการคนไข้หรือว่าผู้ป่วยที่มีปัญหาตามัวจากการมีค่าสายตา ๒ ข้างที่แตกต่างกัน

1189
01:52:03,963 --> 01:52:07,963
(Miss Caroline) สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ Miss Caroline นะคะ ดิฉันมาจาก manila central university college

1190
01:52:10,562 --> 01:52:12,604
ดิฉันอยากจะขอนำเสนอเรื่องงานวิจัยเกี่ยวกับการประเมินทางคลินิก

1191
01:52:12,604 --> 01:52:15,004
ที่มีปัญหาตามัวจากการมีค่าสายตา

1192
01:52:15,004 --> 01:52:19,004
เนื่องจากว่าผู้ป่วยที่มีภาวะชนิดนี้บางครั้งอาจจะปล่อยตัวเอง

1193
01:52:21,035 --> 01:52:23,624
และนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงยิ่งขึ้น

1194
01:52:23,624 --> 01:52:25,808
พบว่ามีเด็กกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการมีปัญหาสายตามากกว่าเพื่อน ๆ

1195
01:52:25,808 --> 01:52:29,808
และนอกจากนี้เด็กที่มีความพิการนั้น

1196
01:52:39,929 --> 01:52:41,104
อาจจะมีปัญหาของความพิการทางประสาทสัมผัสต่าง ๆ

1197
01:52:41,104 --> 01:52:44,044
จำเป็นต้องได้รับการบำบัด

1198
01:52:44,044 --> 01:52:48,044
หรือการหนุนเสริม

1199
01:52:51,845 --> 01:52:53,447
ฉะนั้นการวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อที่จะมุ่งสำหรับให้บริการแก่เด็กพิการ

1200
01:52:53,447 --> 01:52:57,447
ในการประเมินทางคลินิก

1201
01:52:57,557 --> 01:52:59,673
และการบริหารจัดการคนไข้ที่มีปัญหาในเรื่องของตามัว

1202
01:52:59,673 --> 01:53:03,673
ที่เกิดจากมีค่าสายตาที่ไม่เท่ากัน

1203
01:53:20,492 --> 01:53:23,957
และเพื่อจะช่วยให้ทางโรงเรียนได้สามารถที่จะคัดกรองเด็กที่มีปัญหาเหล่านี้

1204
01:53:23,957 --> 01:53:27,789
และช่วยแก้ไขทำให้ผลการศึกษาของผลการเรียนในชั้นเรียนของเด็กเหล่านี้สามารถที่จะพัฒนาขึ้นได้

1205
01:53:27,789 --> 01:53:31,789
อะไรคือภาวะตามัวจากค่าสายตา 2 ข้างที่ไม่เท่ากัน

1206
01:53:46,132 --> 01:53:50,020
ที่เรียกว่าตาขี้เกียจหรือ lazy eye

1207
01:53:50,020 --> 01:53:53,757
เป็นเรื่องของการพัฒนา หรือเรื่องการบกพร่องของการพัฒนาของดวงตาทั้ง 2 ข้าง

1208
01:53:53,757 --> 01:53:55,828
ทำให้ไม่สามารถที่จะมีค่าสายตาที่เท่ากัน

1209
01:53:55,828 --> 01:53:57,043
องค์การอนามัยโลกได้มีการประเมินว่ามีเด็กประมาณ 19 ล้านคน

1210
01:53:57,043 --> 01:53:58,101
ซึ่งมีความบกพร่องทางการเห็น

1211
01:53:58,101 --> 01:54:00,611
เป็นสถิติในปี 2015

1212
01:54:00,611 --> 01:54:04,611
ในประเทศที่กำลังพัฒนา 7 เปอร์เซ็นต์

1213
01:54:09,911 --> 01:54:13,911
ของเด็กมีภาวะตาบอดหรือความบกพร่องทางการเห็นในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

1214
01:54:14,074 --> 01:54:16,230
ในฟิลิปปินส์ปัญหาตามัวหรือตาขี้เกียจนี้เป็นสาเหตุหนึ่งของความบกพร่องทางการเห็นของเด็ก

1215
01:54:16,230 --> 01:54:20,230
เรามีสถิติแสดงให้เห็นว่า ๑ ใน ๑๐

1216
01:54:24,092 --> 01:54:28,092
ของเด็กในโรงเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา ๒๕ เปอร์เซ็นต์

1217
01:54:29,056 --> 01:54:30,443
มีปัญหาเรื่องอขงตามัวที่เรียกว่า

1218
01:54:30,443 --> 01:54:34,443
ตาขี้เกียจ

1219
01:54:41,067 --> 01:54:45,067
นำไปสู่เรื่องของการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน 1 - 3 เปอร์เซ็นต์

1220
01:54:58,640 --> 01:55:02,192
มีนักเรียนเป็นจำนวนหลายล้านคนในฟิลิปปินส์

1221
01:55:02,192 --> 01:55:06,192
ที่เราควรจะได้มีการตรวจคัดกรอง

1222
01:55:09,178 --> 01:55:13,178
เพื่อสามารถที่จะค้นพบปัญหานี้ แล้วก็สามารถที่จะทำการแก้ไข

1223
01:55:13,684 --> 01:55:14,963
เพื่อที่จะให้เด็กไม่ได้เสียโอกาสในการพัฒนาด้านการศึกษา

1224
01:55:14,963 --> 01:55:16,138
และทักษะต่าง ๆ ทางสังคม

1225
01:55:16,138 --> 01:55:20,138
เราสามารถมีการคัดกรองได้ง่าย

1226
01:55:30,764 --> 01:55:34,764
และถ้ามีการค้นพบก็จะสามารถทำให้ได้รับการบำบัดแก้ไข

1227
01:55:34,961 --> 01:55:38,961
ประเภทของปัญหา Amblyopia

1228
01:55:45,129 --> 01:55:47,270
หรือว่าปัญหาของ lazy eye หรือตาขี้เกียจ

1229
01:55:47,270 --> 01:55:48,058
อาจจะมาจากเรื่องของสายตา ๒ ข้าง

1230
01:55:48,058 --> 01:55:52,058
มีค่าสายตาที่ต่างกัน

1231
01:55:54,736 --> 01:55:56,870
ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาต่างกัน

1232
01:55:56,870 --> 01:56:00,870
อีกสาเหตุหนึ่ง หรืออีกประเภทหนึ่งนั้น

1233
01:56:08,130 --> 01:56:11,899
มาจากเรื่องของปัญหาของตา ๒ ข้าง

1234
01:56:11,899 --> 01:56:15,899
ที่มีลานสายตาไม่เท่ากัน

1235
01:56:25,090 --> 01:56:29,090
และทำให้ลักษณะการเห็นต่างกัน และส่งผลให้ตาทั้ง 2 ข้างนั้นถูกใช้งานไม่เท่ากัน

1236
01:56:39,153 --> 01:56:43,153
ทำให้เกิดการโฟกัสที่ไม่ชัดเจน

1237
01:57:06,852 --> 01:57:09,268
แล้วก็มีคอนทรัสในเรตินานะคะ

1238
01:57:09,268 --> 01:57:10,806
อาการที่เราเห็นในเด็กที่มีภาวะเช่นนี้

1239
01:57:10,806 --> 01:57:12,146
จะเห็นว่ามีการเห็นที่น้อยลงหรือว่ามัว

1240
01:57:12,146 --> 01:57:13,444
ตามัวในตาข้างหนึ่งข้างใดหรือทั้ง 2 ข้าง

1241
01:57:13,444 --> 01:57:14,546
มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของจอตา

1242
01:57:14,546 --> 01:57:15,773
เคสที่ ๑ นะคะ

1243
01:57:15,773 --> 01:57:16,740
เป็นเด็กอายุ 12 ปี

1244
01:57:16,740 --> 01:57:20,159
เป็นนักเรียนชาย

1245
01:57:20,159 --> 01:57:24,159
แล้วก็มีปัญหาในเรื่องการมองระยะไกล

1246
01:57:29,012 --> 01:57:30,349
การมองระยะกลางแล้วก็รู้สึกปวดหัว หลังจากที่เลิกเรียนแล้วก็รู้สึกปวดล้าตาในการมองในวัตถุต่าง ๆ เ

1247
01:57:30,349 --> 01:57:31,656
ขา

1248
01:57:31,656 --> 01:57:35,656
ไม่ได้ใส่แว่นตา

1249
01:57:36,809 --> 01:57:39,438
แล้วก็พยายามที่จะปรับตัว

1250
01:57:39,438 --> 01:57:43,438
แต่ว่าหลายครั้งในการเดิน

1251
01:57:46,262 --> 01:57:50,262
ก็มีการสะดุดหกล้ม มีการตรวจสอบ

1252
01:57:54,409 --> 01:57:58,409
มีการทดสอบเพื่อที่จะหาสาเหตุของปัญหา

1253
01:58:05,151 --> 01:58:09,151
แล้วก็ผลการทดสอบ

1254
01:58:19,064 --> 01:58:23,064
อันนี้เป็นความคมชัดของการเห็นทั้งด้านซ้ายที่อยู่ไกล ๆ

1255
01:58:27,810 --> 01:58:31,810
ต้องมีแผนในการจัดการก็จะต้องมีการทำไว้

1256
01:58:37,750 --> 01:58:38,287
ก็คือก็จะต้องมีการให้ใช้เลนส์ เพื่อช่วยเรื่องการเห็น

1257
01:58:38,287 --> 01:58:40,230
เช่น

1258
01:58:40,230 --> 01:58:42,951
เรื่องของการใช้แผ่นปิดตา

1259
01:58:42,951 --> 01:58:46,951
แล้วก็มีการใช้การกระตุ้นด้วยแสงสีแดง

1260
01:58:58,855 --> 01:59:02,855
แล้วก็มีการใช้เลนสายตาหรือแว่นตาเพื่อแก้ไขนอกจากนั้นก็ยังมีการบำบัด

1261
01:59:03,641 --> 01:59:04,827
โดยการที่จะใช้การกระตุ้นเพื่อที่จะให้มีการใช้จอตาอีกด้านหนึ่งมากยิ่งขึ้น

1262
01:59:04,827 --> 01:59:06,319
เพื่อที่จะพัฒนาให้ตาทั้ง 2 ข้าง

1263
01:59:06,319 --> 01:59:09,567
มีการใช้งานที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น

1264
01:59:09,567 --> 01:59:13,567

1265
01:59:17,305 --> 01:59:21,305
ในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ที่มีการบำบัดเกี่ยวกับเรื่องการเห็น

1266
01:59:29,341 --> 01:59:32,730
ก็ได้เห็นผลที่เกิดขึ้นก็มีการลดลงของปัญหาความบกพร่อง

1267
01:59:32,730 --> 01:59:36,730
แล้วก็มีการเห็นด้านซ้าย

1268
01:59:36,996 --> 01:59:40,996
และด้านขวาที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น

1269
01:59:45,633 --> 01:59:49,633
และเด็กนั้นก็มีความสุขมากจากผลที่เกิดขึ้นจากการบำบัด

1270
02:00:00,825 --> 02:00:02,441
ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นการดำเนินงานที่ไม่ได้ยากหรือซับซ้อนเลย

1271
02:00:02,441 --> 02:00:03,497
แต่ว่านำมาสู่ผลที่ดีและมีประโยชน์อย่างยิ่ง

1272
02:00:03,497 --> 02:00:05,072
เคสที่ 2

1273
02:00:05,072 --> 02:00:07,841
เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ปี

1274
02:00:07,841 --> 02:00:11,841
แล้วก็เป็นนักเรียนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสายตาเบลอ

1275
02:00:12,278 --> 02:00:16,278
คุณแม่ก็สังเกตว่าเมื่อเธออายุ ๖ ขวบ

1276
02:00:18,538 --> 02:00:22,538
เธอมักจะดูทีวีในระยะที่ใกล้มาก

1277
02:00:25,312 --> 02:00:29,312
แล้วก็มีการเอียงคอบ่อย ๆ

1278
02:00:30,705 --> 02:00:34,705
เอียงศีรษะ ก็สังเกตว่า

1279
02:00:35,588 --> 02:00:39,588
คนไข้ท่านนี้เริ่มสวมแว่นตาตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ

1280
02:00:46,780 --> 02:00:50,780
แล้วก็ลักษณะของ Lenses ของแว่นตานั้นก็เปลี่ยนไปตั้งแต่ 6 ขวบ 7 ขวบ 8 ขวบ 9 ขวบ

1281
02:00:58,795 --> 02:01:00,381
ลักษณะของการวัดการเห็น

1282
02:01:00,381 --> 02:01:04,381
เห็นได้ไม่ค่อยดีแล้วก็แย่ลง

1283
02:01:11,812 --> 02:01:15,812
นอกจากนี้แล้วเธอก็ยังมีความเจ็บป่วยในเรื่องอื่นด้วย

1284
02:01:22,165 --> 02:01:26,165
มีปัญหาในเรื่องโรคข้อ

1285
02:01:26,902 --> 02:01:27,419
มีปัญหาเรื่องหัวใจ เมื่อเธออายุ 7 ขวบด้วยแล้ว

1286
02:01:27,419 --> 02:01:29,447
เธอก็ต้องรับยา

1287
02:01:29,447 --> 02:01:31,065
หลังจากที่มีการตรวจสอบ

1288
02:01:31,065 --> 02:01:33,172
หรือว่าทดสอบเรื่องของสายตา

1289
02:01:33,172 --> 02:01:35,254
ทดสอบสายตา

1290
02:01:35,254 --> 02:01:36,342
แล้วก็ได้มีการวางแผน

1291
02:01:36,342 --> 02:01:37,179
มีการบริหารจัดการ

1292
02:01:37,179 --> 02:01:38,572
แผนที่ 1

1293
02:01:38,572 --> 02:01:39,976
ก็คือจะเปลี่ยนเลนส์ของแว่นตา

1294
02:01:39,976 --> 02:01:41,597
แล้วก็จะใช้เรื่องของการบำบัด

1295
02:01:41,597 --> 02:01:45,597
มีการใช้แผ่นปิดตาที่บ้าน

1296
02:02:01,709 --> 02:02:04,332
ปิดตาเพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการใช้ดวงตาอีกด้านหนึ่ง

1297
02:02:04,332 --> 02:02:06,408
แล้วก็ใช้การกระตุ้นด้วยแสงสีแดง

1298
02:02:06,408 --> 02:02:09,271
ผลที่ได้จากการวัดสายตาอีกครั้ง

1299
02:02:09,271 --> 02:02:13,271
เมื่อกลับมาพบแพทย์นะคะเรามีการนัดทั้งหมด 11 ครั้ง

1300
02:02:14,930 --> 02:02:18,930
แล้วก็ได้เห็นว่าลักษณะของการทำงานของดวงตานั้นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

1301
02:02:31,681 --> 02:02:35,681
แต่ว่าหลังจากที่มีการบำบัดแล้ว

1302
02:02:36,063 --> 02:02:38,009
แล้วก็มีการประเมินผลก็เห็นว่ามีการพัฒนามากขึ้น

1303
02:02:38,009 --> 02:02:40,642
ทั้งผู้ปกครองแล้วเด็กก็รู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้ผลดี

1304
02:02:40,642 --> 02:02:44,642
ก็มีการทำการบำบัดที่บ้านอย่างต่อเนื่อง

1305
02:02:57,160 --> 02:03:01,160
แล้วก็ให้คอนแทคเลนส์ไปแล้วก็มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

1306
02:03:03,305 --> 02:03:07,305
แล้วก็พบว่าคอนแทคเลนส์ก็จะช่วยเธอในเรื่องของการปรับบุคลิกภาพ

1307
02:03:07,438 --> 02:03:11,438
แล้วก็ทำให้เธอมีความมั่นใจมากขึ้น

1308
02:03:13,270 --> 02:03:15,382
เมื่อเปลี่ยนมาใช้คอนแทคเลนส์แล้วก็มีการติดตามผลต่อเนื่อง ๒ ปี นะคะ

1309
02:03:15,382 --> 02:03:18,237
เธอกำลังจะเข้าในระดับมัธยมปลายเร็ว ๆ นี้

1310
02:03:18,237 --> 02:03:22,237
และการที่เธอไม่ต้องสวมแว่นตา

1311
02:03:22,441 --> 02:03:26,441
ก็ทำให้เธอมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้นของวัยรุ่น

1312
02:03:29,696 --> 02:03:31,374
แล้วก็ในการสรุปอยากจะบอกว่ามีปัจจัยหลายประการที่มีผลต่อความสำเร็จของการบำบัดของคนไข้แต่ละคน

1313
02:03:31,374 --> 02:03:33,923

1314
02:03:33,923 --> 02:03:37,923
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประเมินด้วยแบบทดสอบต่าง ๆ ที่เหมาะสม

1315
02:03:40,617 --> 02:03:43,730
การวินิจฉัยที่เหมาะสม การวางแผน

1316
02:03:43,730 --> 02:03:47,730
การจัดการรวมถึงความร่วมมือของคนไข้เองก็เป็นปัจจัยสำคัญ

1317
02:04:08,035 --> 02:04:12,035
การสามารถวินิจฉัยตั้งแต่แรกเริ่มการบำบัดรักษาที่เหมาะสมนั้น

1318
02:04:13,705 --> 02:04:15,476
ก็จะช่วยทำให้ลดภาวะความบกพร่องของดวงตาการเห็นพัฒนาการคุณภาพชีวิตของคนไข้สามารถหรือสัมฤทธิ์ในการศึกษาในโรงเรียนของเด็กนั้นก้าวหน้ายิ่งขึ้น

1319
02:04:15,476 --> 02:04:16,543
เมื่อมีการแก้ไขที่เหมาะสมเราทุกคนนั้นมีสิทธิที่จะมีการมองเห็นที่ดี

1320
02:04:16,543 --> 02:04:19,672
และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

1321
02:04:19,672 --> 02:04:21,707
เราควรส่งเสริมให้เด็กได้ใช้สิทธินี้

1322
02:04:21,707 --> 02:04:25,707
ขอบคุณมากค่ะ

1323
02:04:39,270 --> 02:04:43,270
ขอบคุณมากครับดอกเตอร์ Caroline ท่านสุดท้ายจากประเทศไทย ดร.สิริลักษณ์ โปร่งสันเทียะ

1324
02:04:47,649 --> 02:04:51,649
แบบคัดกรองอันต่อไปเป็นการนำเสนอปัญหาทางการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์

1325
02:04:56,778 --> 02:05:00,778
ดร.สิริลักษณ์ โปร่งสันเทียะ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นผู้นำเสนอท่านสุดท้ายนะคะ

1326
02:05:04,719 --> 02:05:08,719
(ดร.สิริลักษณ์) สวัสดีค่ะท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

1327
02:05:10,916 --> 02:05:14,916
ดิฉันชื่อ ดร.สิริลักษณ์ โปร่งสันเทียะ

1328
02:05:16,748 --> 02:05:17,680
ดิฉันมาจากการศึกษาพิเศษของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

1329
02:05:17,680 --> 02:05:21,680
ค่ะ

1330
02:05:27,831 --> 02:05:31,831
อยากจะขอนำเสนอเกี่ยวกับคู่มือในการคัดกรองสำหรับความพิการในการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์

1331
02:05:32,250 --> 02:05:35,400
อย่างที่ทุกคนทราบว่าการพิการทางการเรียนรู้นั้นมีผลได้หลายด้าน

1332
02:05:35,400 --> 02:05:39,400
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเขียนด้านการอ่าน

1333
02:05:46,092 --> 02:05:50,092
ตัวของแบบทดสอบนั้นเป็นตัวที่จะทำให้เราสามารถที่จะคัดกรองเด็กเหล่านี้ได้

1334
02:06:11,957 --> 02:06:14,789
ถ้าเทียบกับ dyslexia

1335
02:06:14,789 --> 02:06:16,846
ที่มีความพิการทางการอ่าน

1336
02:06:16,846 --> 02:06:19,425
หรือว่าความพิการทางการคำนวณนั้น

1337
02:06:19,425 --> 02:06:21,416
ก็เป็นลักษณะของความพิการ

1338
02:06:21,416 --> 02:06:22,486
ซึ่งจำเป็นต้องใช้การคัดกรองเครื่องมือ

1339
02:06:22,486 --> 02:06:26,486
เพื่อที่จะทำความเข้าใจ

1340
02:06:28,597 --> 02:06:30,508
แล้วก็ในแต่ละเครื่องมือนั้นเน้นในเรื่องของรูปแบบการเรียนรู้

1341
02:06:30,508 --> 02:06:33,486
เพื่อที่จะประมวลผลข้อมูลการเรียนรู้

1342
02:06:33,486 --> 02:06:35,661
เพื่อที่จะประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ

1343
02:06:35,661 --> 02:06:39,661
หรือเรื่องคณิตศาสตร์แล้วก็เรื่องของความทรงจำ

1344
02:06:41,290 --> 02:06:45,290
เรื่องของการประมวลผลส่วนที่เป็นขั้นตอน

1345
02:07:00,562 --> 02:07:01,614
เป็นการที่ Focus ในเรื่องของการใช้สมองของเด็กในการที่จะคำนวณ

1346
02:07:01,614 --> 02:07:05,614
ในส่วนที่ 2

1347
02:07:23,911 --> 02:07:25,105
เป็นลักษณะของเด็กในการเรื่องของควาทรงจำนะคะ

1348
02:07:25,105 --> 02:07:28,411
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจความหมาย

1349
02:07:28,411 --> 02:07:29,758
ความเข้าใจทั้งความจำระยะสั้น และความจำระยะยาว

1350
02:07:29,758 --> 02:07:31,417
และในส่วนของการทำความเข้าใจในเรื่องของตัวเลข

1351
02:07:31,417 --> 02:07:32,522
ข้อมูลต่าง ๆ

1352
02:07:32,522 --> 02:07:34,818
เพื่อนำไปใช้ในการคำนวณ

1353
02:07:34,818 --> 02:07:38,818
ดูในเรื่องของการมองเห็นนะคะ

1354
02:07:46,987 --> 02:07:48,231
เราจะให้เด็กดูตัวเลข

1355
02:07:48,231 --> 02:07:52,231
แล้วก็ให้ชี้ว่าเห็นตัวเลขอะไรบ้าง

1356
02:07:56,155 --> 02:08:00,155
ปัญหาแรกจะเป็นปัญหาของการที่สมองของเด็กเลือกมองเห็นบางส่วน

1357
02:08:00,227 --> 02:08:01,982
และมองไม่เห็นข้อมูลบางส่วนก็จะทดสอบ

1358
02:08:01,982 --> 02:08:02,636
โดยการให้ดูตัวเลขเห็นตัวเลขอะไร

1359
02:08:02,636 --> 02:08:06,636

1360
02:08:09,157 --> 02:08:13,157
อีกอันหนึ่งเป็นตัวเลขนับจำนวน

1361
02:08:14,932 --> 02:08:18,932
คือการให้เด็กได้เรียนรู้การนับจำนวนของตัวเอง ว่าถูกต้องหรือไม่

1362
02:08:19,040 --> 02:08:23,040
ก็จะมีการใช้เครื่องมือ เพื่อจะทดสอบให้เด็กลองนับว่า

1363
02:08:24,007 --> 02:08:28,007
นับว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้องนะคะ

1364
02:08:30,339 --> 02:08:33,064
ต่อไปเป็นเรื่องของการให้คำตอบเกี่ยวกับค่าของตัวเลข

1365
02:08:33,064 --> 02:08:37,064
เช่น

1366
02:08:37,415 --> 02:08:41,415
ตัวเลขนี้หมายถึงจำนวนเท่าไร

1367
02:08:44,076 --> 02:08:48,076
ตัวเลขอีกตัวหนึ่งจำนวนเท่าไร

1368
02:08:56,605 --> 02:08:58,987
นอกจากนี้ยังมีวิธีการเพิ่มเติมอีก

1369
02:08:58,987 --> 02:08:59,944
มีคำถามอีก ๒๐ คำถาม

1370
02:08:59,944 --> 02:09:03,944
ที่จะถามเรื่องของการแก้ปัญหา

1371
02:09:04,820 --> 02:09:06,292
โดยที่ให้เด็กนั้นได้ตอบคำถามเกี่ยวกับโจทย์คณิตศาสตร์

1372
02:09:06,292 --> 02:09:07,537
โดยที่ไม่ได้ใช้กระดาษหรือดินสอ

1373
02:09:07,537 --> 02:09:11,537
แต่สามารถใช้นิ้วมือได้

1374
02:09:13,208 --> 02:09:17,208
แล้วก็สามารถจะตอบจากความทรงจำของเด็กได้

1375
02:09:17,589 --> 02:09:20,957
แต่ไม่ให้เขียนคำนวณ ณ เวลานั้นนะคะ

1376
02:09:20,957 --> 02:09:21,910
แล้วก็มีการใช้เรื่องของการแก้ปัญหาที่เป็นคำ

1377
02:09:21,910 --> 02:09:22,844
ที่เป็นโจทย์

1378
02:09:22,844 --> 02:09:26,844
ที่เป็นเนื้อหา

1379
02:09:31,103 --> 02:09:34,204
มีคำถามประมาณ 10 คำถามที่จะเป็นโจทย์ให้เด็กได้

1380
02:09:34,204 --> 02:09:35,432
สามารถที่จะทดลอง

1381
02:09:35,432 --> 02:09:36,555
ทดสอบในการแก้โจทย์

1382
02:09:36,555 --> 02:09:40,555
บวกและลบ

1383
02:09:44,245 --> 02:09:48,245
แล้วก็มีการใช้คำถามอีกประมาณ ๓๙ คำถาม

1384
02:09:49,088 --> 02:09:53,088
เพื่อที่จะให้ทดสอบเกี่ยวกับเรื่องของการคำนวณ

1385
02:09:56,731 --> 02:10:00,731
ใช้ดินสอและกระดาษให้เห็นรูปแบบของความผิดพลาด

1386
02:10:11,902 --> 02:10:13,310
ซึ่งจะทำซ้ำ ๆ กับความพิการทางการคำนวณบางด้าน

1387
02:10:13,310 --> 02:10:14,493
หลังจากที่มีการทดสอบทั้งหมดแล้ว

1388
02:10:14,493 --> 02:10:16,197
ก็จะมีการนำคะแนนมาคำนวณกัน

1389
02:10:16,197 --> 02:10:18,791
ดิฉันจะแสดงให้เห็นนะคะ

1390
02:10:18,791 --> 02:10:22,791
ถึงผลของแบบทดสอบของเด็ก

1391
02:10:43,825 --> 02:10:47,825
ที่มีความเสี่ยงที่จะมีความพิการที่เกี่ยวกับการคำนวณ 95 เปอร์เซ็นต์นั้น

1392
02:10:49,723 --> 02:10:53,723
ในส่วนของการให้ค่าของตัวเลข

1393
02:10:54,768 --> 02:10:58,768
เด็กที่มีความเสี่ยงประมาณ 8.36 เปอร์เซ็นต์

1394
02:11:00,917 --> 02:11:04,917
ในส่วนของการแก้โจทย์ที่เป็นอัตนัย

1395
02:11:12,383 --> 02:11:13,665
มีประมาณ 8.3 เปอร์เซ็นต์

1396
02:11:13,665 --> 02:11:16,358
ส่วนที่เป็นคำถามอื่น ๆ 9.51 เปอร์เซ็นต์

1397
02:11:16,358 --> 02:11:17,241
ขอขอบคุณมากสำหรับความสนใจของทุกท่าน

1398
02:11:17,241 --> 02:11:21,241
ขอบคุณมากครับ

1399
02:11:23,873 --> 02:11:27,873
มีคำถามอีกหรือไม่คะ ถ้าไม่มีก็ขอขอบคุณมากครับ

1400
02:11:29,482 --> 02:11:33,048
ขอขอบพระคุณมาก ขอขอบคุณทุกคน

1401
02:11:33,048 --> 02:11:37,048
ที่อยู่กับพวกเราจนถึงช่วงสุดท้ายของวันนี้

1402
02:11:45,799 --> 02:11:49,799
แล้วก็ปรบมือให้เธออีกครั้งหนึ่ง

1403
02:11:52,483 --> 02:11:54,473
[เสียงปรบมือ]

1404
02:11:54,473 --> 02:11:56,794
ตอนนี้เราอยู่ในช่วงสุดท้ายของวันนี้แล้ว

1405
02:11:56,794 --> 02:12:00,794
เดี๋ยวมีข้อมูลที่จะประกาศอีก 2 - 3 เรื่อง

1406
02:12:14,842 --> 02:12:17,623
เป็นชื่อสะกดของตัวเองเป็นไทยและอังกฤษส่งมาที่อีเมล์ตรงนี้

1407
02:12:17,623 --> 02:12:21,356
ส่งอีเมล์เข้ามา

1408
02:12:21,356 --> 02:12:24,849
เพื่อที่เราจะได้มีประกาศนียบัตรให้กับท่าน

1409
02:12:24,849 --> 02:12:27,864
อาจจะมีการส่งอีเมล์ร่วมงาน

1410
02:12:27,864 --> 02:12:30,120
แล้วส่งกลับไป

1411
02:12:30,120 --> 02:12:34,120
หรืออย่างไรก็ตามจะมีการติดต่อกลับไป

1412
02:12:36,105 --> 02:12:36,858
กรุณาส่งชื่อที่เป็นตัวภาษาอังกฤษตัวสะกดเข้ามา

1413
02:12:36,858 --> 02:12:40,858

1414
02:13:01,941 --> 02:13:05,941
ทางโรงแรมได้จัดอาหารเย็นไว้ให้กับท่าน ณ หลังจากนี้เลย

1415
02:13:10,761 --> 02:13:12,384
ก็คือเป็นบุฟเฟ่ต์

1416
02:13:12,384 --> 02:13:16,206
ไม่จำเป็นจะต้องรอ ๖ โมง

1417
02:13:16,206 --> 02:13:17,136
เราเปิดสถานที่ตรงที่เดียวกับอาหารเช้า

1418
02:13:17,136 --> 02:13:21,136

1419
02:14:20,775 --> 02:14:24,343
ขอเสียงปรบมือให้กับท่านพิธีกรด้วยนะคะ

1420
02:14:24,343 --> 02:14:28,343
แล้วเรารู้สึกยินดีมากที่ได้เตรียมอาหารให้กับทุกท่าน

1421
02:14:31,823 --> 02:14:35,823
และ ดร.มลิวัลย์ ด้วย

1422
02:14:37,572 --> 02:14:41,572
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน

1423
02:14:44,395 --> 02:14:48,395
แล้วก็รู้สึกยินดีมากที่ได้มาร่วมเรียนรู้หลาย ๆ สิ่งกับทุกท่าน

1424
02:14:49,745 --> 02:14:52,336
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการศึกษาพิเศษ

1425
02:14:52,336 --> 02:14:54,628
ได้รู้จักทุกท่านที่มาจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก

1426
02:14:54,628 --> 02:14:57,507
ทั้งจากลาว

1427
02:14:57,507 --> 02:15:00,134
เพื่อนบ้านของเราซึ่งมีการนำเสนอที่ยอดเยี่ยมมากเลย

1428
02:15:00,134 --> 02:15:04,134
จากฟิลิปปินส์ด้วย

1429
02:15:04,528 --> 02:15:08,005
เพื่อน ๆ ฟิลิปปินส์ของเรา

1430
02:15:08,005 --> 02:15:08,696
และจากภูฏาน

1431
02:15:08,696 --> 02:15:09,504
จากกัมพูชา

1432
02:15:09,504 --> 02:15:13,504
เวียดนาม

1433
02:15:16,917 --> 02:15:18,592
อาจจะมีบางประเทศที่ผมยังไม่ได้กล่าวชื่อ

1434
02:15:18,592 --> 02:15:20,670
ทั้งหมด

1435
02:15:20,670 --> 02:15:23,088
แต่ทุกประเทศก็เป็นเพื่อนของเรา

1436
02:15:23,088 --> 02:15:24,613
และผมเชื่อว่าในปีหน้าก็จะขอเรียนเชิญทุกท่านมามาร่วมประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง

1437
02:15:24,613 --> 02:15:25,655
ขอบคุณครับ

1438
02:15:25,655 --> 02:15:29,655

1439
02:15:29,777 --> 02:15:33,676
ขอบคุณมาก ๆ

1440
02:15:33,676 --> 02:15:34,596
วันพรุ่งนี้เช้าเราจะเจอกับทุกท่าน 9 โมงตรงนะคะ

1441
02:15:34,596 --> 02:15:38,596
สวัสดีค่ะ

1442
02:15:46,206 --> 02:15:50,206
[สิ้นสุดการถอดความ]

