﻿1
00:12:54,975 --> 00:12:57,935
(พิธีกร) สวัสดีตอนเช้าครับ

2
00:12:57,935 --> 00:13:00,028
ขอต้อนรับเข้าสู่การประชุมสัมมนาในวันที่ 3

3
00:13:00,028 --> 00:13:04,028
แล้วก็ขอให้ทุกท่านเข้าสู่ประจำที่

4
00:13:10,499 --> 00:13:11,840
ส่วนใครที่นั่งด้านหลัง

5
00:13:11,840 --> 00:13:12,754
รบกวนเชิญนั่งด้านหน้าด้วยนะคะ

6
00:13:12,754 --> 00:13:16,754

7
00:14:04,667 --> 00:14:07,272
ทุกคนพร้อมหรือยัง

8
00:14:07,272 --> 00:14:07,839
พร้อมแล้วนะคะ

9
00:14:07,839 --> 00:14:11,839
ดัง ๆ เลย

10
00:14:12,722 --> 00:14:14,441
สวัสดีตอนเช้าครับ

11
00:14:14,441 --> 00:14:15,919
ขอต้อนรับกลับสู่การอบรมของเรา

12
00:14:15,919 --> 00:14:19,919
เมื่อคืนมีฝนตกนะคะ

13
00:14:23,329 --> 00:14:24,756
ก็คิดถึง

14
00:14:24,756 --> 00:14:28,756
เมื่อคืนรู้สึกว่าจะมีน้ำท่วมในบางจุด

15
00:14:35,529 --> 00:14:39,529
แต่ดิที่มาในงาน Symposium

16
00:14:42,990 --> 00:14:44,498
วันนี้แล้วเป็น ๒ วันที่ยอดเยี่ยมมาก

17
00:14:44,498 --> 00:14:45,208
มีการแลกเปลี่ยนการนำเสนอต่าง ๆ

18
00:14:45,208 --> 00:14:49,208
มากมาย

19
00:14:57,249 --> 00:14:59,649
ก่อนที่เราจะเริ่มวันนี้ก็มีการรีแคปทบทวนเล็กน้อย

20
00:14:59,649 --> 00:15:03,649
ก็มีพิธีเปิดโดยคณะท่านรัฐมนตรีของ พม.

21
00:15:05,436 --> 00:15:06,126
แล้วก็มีการจัดแสดงนิทรรศการจากภูฏาน

22
00:15:06,126 --> 00:15:06,828
กัมพูชา

23
00:15:06,828 --> 00:15:10,828
แล้วก็ประเทศไทย

24
00:15:11,081 --> 00:15:13,926
นักเรียนเหล่านี้ก็ได้รับการถ่ายภาพ

25
00:15:13,926 --> 00:15:16,098
โดยคุณสมยศ

26
00:15:16,098 --> 00:15:20,098
ก็ต้องขอโทษด้วยที่อาจจะอ่านชื่อผิด

27
00:15:24,655 --> 00:15:28,655
ก็ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิคนหูหนวก

28
00:15:34,507 --> 00:15:36,908
คุณสมยศก็เป็นช่างภาพ

29
00:15:36,908 --> 00:15:37,570
แล้วก็เขาเป็นคนที่มาช่วยสอนคนหูหนวก

30
00:15:37,570 --> 00:15:38,918
ในเรื่องของการถ่ายภาพ

31
00:15:38,918 --> 00:15:42,918
ขอบพระคุณมากค่ะ

32
00:15:44,451 --> 00:15:47,535
แล้วก็มี event หนึ่งที่น่าสนใจมาก

33
00:15:47,535 --> 00:15:51,535
อาจารย์วิทยุต  บุนนาค

34
00:15:51,579 --> 00:15:55,579
ก็ได้เป็นประธานของสมาพันธ์หูหนวกโลก

35
00:15:56,947 --> 00:16:00,313
ต้องขอเสียงปรบมือให้ด้วยค่ะ

36
00:16:00,313 --> 00:16:01,805
[เสียงปรบมือ]

37
00:16:01,805 --> 00:16:05,328
ว่าเป็นตัวแทนจากประเทศไทย

38
00:16:05,328 --> 00:16:06,239
จากนั้นก็เป็นเรื่องของการปาฐกถาจากประเทศไทย

39
00:16:06,239 --> 00:16:07,367
ภูฏาน

40
00:16:07,367 --> 00:16:10,744
เวียดนาม

41
00:16:10,744 --> 00:16:12,583
แต่ละประเทศก็ได้แลกเปลี่ยน

42
00:16:12,583 --> 00:16:14,642
ความท้าทาย

43
00:16:14,642 --> 00:16:15,808
ความสำเร็จ

44
00:16:15,808 --> 00:16:19,808
แล้วก็พันธกิจของพวกเขา

45
00:16:23,413 --> 00:16:24,299
ดิฉันอยากจะแจ้งให้ทราบว่าการจัดงาน ครั้งที่ ๙ เราจะจัดปี 2020

46
00:16:24,299 --> 00:16:28,299
ในเดือนสิงหาคม

47
00:16:32,488 --> 00:16:35,969
ช่วยปรบมือให้ด้วยครับ [เสียงปรบมือ]

48
00:16:35,969 --> 00:16:39,969
ในการจัดงานที่ผ่านมาก็จะพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยี

49
00:16:40,446 --> 00:16:43,802
ที่มาช่วยในเรื่องของเด็กพิการ

50
00:16:43,802 --> 00:16:44,921
หรือการยกระดับคุณภาพชีวิต

51
00:16:44,921 --> 00:16:46,898
ในครั้งต่อไปจะเป็นการพูดถึงในเรื่องของอาชีพ

52
00:16:46,898 --> 00:16:49,767
เรื่องของความยั่งยืน

53
00:16:49,767 --> 00:16:53,147
และเรื่องของการดำรงชีวิตอิสระ

54
00:16:53,147 --> 00:16:56,695
ขอเรียนเชิญทุกท่านกลับมานำเสนอ

55
00:16:56,695 --> 00:17:00,695
หัวข้อเหล่านี้ต่าง ๆ อีกครั้ง

56
00:17:03,873 --> 00:17:04,752
ช่วยลงปฏิทินไว้ด้วยนะคะ

57
00:17:04,752 --> 00:17:08,752
ในแต่ละประเทศก็อยากจะให้มารายงาน

58
00:17:09,832 --> 00:17:11,332
แล้วก็พุ่งเป้าความสนใจไปที่ในเรื่องของความเชี่ยวชาญแต่ละคน

59
00:17:11,332 --> 00:17:12,388
เช่น

60
00:17:12,388 --> 00:17:13,349
ประเทศที่มาจากภูฏาน

61
00:17:13,349 --> 00:17:17,349
กัมพูชา ลาว

62
00:17:17,673 --> 00:17:20,598
พม่า

63
00:17:20,598 --> 00:17:22,728
ก่อนที่เราจะเริ่ม

64
00:17:22,728 --> 00:17:23,499
มีอีกอย่างที่สำคัญมาก

65
00:17:23,499 --> 00:17:25,069
อยากจะขอบคุณทาง

66
00:17:25,069 --> 00:17:26,567
NECTEC

67
00:17:26,567 --> 00:17:30,567
แล้วก็จะขอขอบคุณ

68
00:17:42,965 --> 00:17:46,008
ดอกเตอร์อนันลดา

69
00:17:46,008 --> 00:17:48,559
ซึ่งเป็นนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยและใช้ประโยชน์ได้ในการที่จะให้บริการ

70
00:17:48,559 --> 00:17:50,432
ก่อนที่เราจะไปต่อ

71
00:17:50,432 --> 00:17:52,936
นักเรียนที่เรียนจบแล้วอยู่ที่นี่หรือเปล่า

72
00:17:52,936 --> 00:17:54,999
ถ้าอยู่ที่นี่รบกวนช่วยยืนขึ้นด้วย

73
00:17:54,999 --> 00:17:58,999
รบกวนช่วยยืนขึ้นด้วยค่ะ

74
00:18:09,482 --> 00:18:12,472
นักเรียนที่กำลังจะจบแล้ว

75
00:18:12,472 --> 00:18:13,797
ก็อยากจะขอเรียนเชิญดอกเตอร์มลิวัลย์  ธรรมแสง

76
00:18:13,797 --> 00:18:14,246
มามอบรางวัลให้แก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาเป็นรายบุคคล

77
00:18:14,246 --> 00:18:16,378
ขอบพระคุณค่ะ

78
00:18:16,378 --> 00:18:20,378

79
00:18:53,376 --> 00:18:57,376
เมื่อคุณได้รับใบประกาศแล้ว

80
00:18:58,458 --> 00:19:02,458
ก็จะมีการมาถ่ายรูปร่วมกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ

81
00:19:07,413 --> 00:19:11,413
เมื่อได้รับรางวัล

82
00:21:53,320 --> 00:21:57,320
ขอบคุณมากค่ะ

83
00:22:03,335 --> 00:22:04,529
แล้วก็ขอแสดงความยินดีสำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา

84
00:22:04,529 --> 00:22:08,529
ดิฉันอยากจะขอเชิญดอกเตอร์มัสยา

85
00:22:12,062 --> 00:22:16,062
เพื่อขึ้นมากล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนการจัดงานของเรา

86
00:22:40,012 --> 00:22:41,029
(ดร. มัสยา) ขอบคุณทุกคนที่มากันในวันนี้ วันนี้เรายังมีวิทยากรอีกหลายท่านด้วยกันนะคะ

87
00:22:41,029 --> 00:22:42,294
ก็สิ่งที่จะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีบุคคลเหล่านี้เข้ามาสนับสนุน

88
00:22:42,294 --> 00:22:46,294
ผู้สนับสนุนดังต่อไปนี้

89
00:22:53,043 --> 00:22:55,383
ลำดับแรกมูลนิธิอนุเคราะห์ในพระราชินูปถัมภ์

90
00:22:55,383 --> 00:22:57,063
2.มูลนิธิอนุเคราะห์คนมูลนิธิอนุสารสุนทร

91
00:22:57,063 --> 00:22:59,059
3

92
00:22:59,059 --> 00:23:00,956
.

93
00:23:00,956 --> 00:23:04,669
โรงเรียนปัญญาวุฒิกร

94
00:23:04,669 --> 00:23:05,239
โรงเรียนโสตศึกษา

95
00:23:05,239 --> 00:23:09,154
จังหวัดปราจีนบุรี

96
00:23:09,154 --> 00:23:11,294
๕. โรงเรียนระยองปัญญานุกูลและ

97
00:23:11,294 --> 00:23:12,862
6. สถานทูตอเมริกาค่ะ

98
00:23:12,862 --> 00:23:14,597
ขอเสียงปรบมือให้ผู้สนับสนุนเหล่านี้

99
00:23:14,597 --> 00:23:16,083
[เสียงปรบมือ]

100
00:23:16,083 --> 00:23:19,263
ถ้าไม่มีคณะกรรมการ

101
00:23:19,263 --> 00:23:20,354
หรือว่าผู้สนับสนุนเหล่านี้งานวันนี้จะไม่เกิดขึ้นนะคะ

102
00:23:20,354 --> 00:23:21,533
กราบขอบพระคุณทุกท่านที่นี่ด้วย

103
00:23:21,533 --> 00:23:25,533
ขอบพระคุณค่ะ

104
00:23:56,689 --> 00:24:00,689
เพื่อไม่ให้เป็นการชักช้า ดิฉันขอเรียนเชิญดอกเตอร์อนันตลดา

105
00:24:05,410 --> 00:24:06,404
ซึ่งท่านเป็นนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

106
00:24:06,404 --> 00:24:10,404
ขอเรียนเชิญ

107
00:24:20,709 --> 00:24:24,709
(ดร. อนันต์ลดา)

108
00:24:27,398 --> 00:24:31,398
สวัสดีค่ะทุกท่าน

109
00:24:31,585 --> 00:24:32,612
ดิฉันจะคุยให้ฟังถึงเรื่องของ

110
00:24:32,612 --> 00:24:34,528
เทคโนโลยี

111
00:24:34,528 --> 00:24:38,528
เป็นตัวหนังสือ

112
00:24:41,877 --> 00:24:44,739
ที่แสดงคำบรรยายในห้องประชุม

113
00:24:44,739 --> 00:24:47,995
ที่แสดงอยู่บนจอภาพนะคะ

114
00:24:47,995 --> 00:24:50,288
๓ ปีที่แล้ว

115
00:24:50,288 --> 00:24:53,897
เนคเทคเราได้มีการจัดบริการ

116
00:24:53,897 --> 00:24:57,897
real time caption

117
00:25:01,553 --> 00:25:05,553
ครั้งแรกที่เราได้มาจัดที่งาน symposium

118
00:25:12,045 --> 00:25:16,045
ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตด้วย

119
00:25:25,911 --> 00:25:29,911
ดิฉันจะอธิบายในรายละเอียดมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเทคนิคที่เราใช้ในการบริการ real time captioning

120
00:25:30,585 --> 00:25:31,161
ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวดให้กับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

121
00:25:31,161 --> 00:25:35,161
สามารถเข้าใจและเข้าถึงบริการต่าง ๆ

122
00:25:36,076 --> 00:25:40,076
ก่อนที่ดิฉันจะเข้าถึงเรื่องระบบของ real-time captioning

123
00:26:04,212 --> 00:26:08,212
เราจะขอพูดถึงเรื่องศูนย์ที่เรียกว่าเอเมทเป็นศูนย์ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นประมาณ 1 ปี

124
00:26:11,657 --> 00:26:15,657
เป็นศูนย์วิจัยเรื่องของเทคโนโลยีเครื่องช่วยคนพิการและอุปกรณ์เกี่ยวกับการแพทย์

125
00:26:17,550 --> 00:26:18,345
เราออกแบบเพื่อที่จะแยกออกมาเป็นศูนย์วิจัยและโฟกัสในเรื่องการทำวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องช่วยคนพิการ

126
00:26:18,345 --> 00:26:21,577
และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการแพทย์ค่ะ

127
00:26:21,577 --> 00:26:25,577
ดิฉันขอเริ่มด้วยสถิติที่เกี่ยวกับคนพิการในประเทศไทยนะคะ

128
00:26:44,253 --> 00:26:46,849
คุณจะเห็นว่าคนพิการทางการได้ยินนั้น มีจำนวนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน

129
00:26:46,849 --> 00:26:49,079
เราคิดว่าจริง ๆ แล้ว

130
00:26:49,079 --> 00:26:53,079
จะมีจำนวนมากขึ้นกว่านี้

131
00:27:08,823 --> 00:27:11,672
เฉพาะตัวเลขที่เป็นคนพิการทางการได้ยิน

132
00:27:11,672 --> 00:27:15,672
ซึ่งจดทะเบียนคนพิการกับภาครัฐนะคะ

133
00:27:17,700 --> 00:27:18,703
อุปสรรคในการสื่อสารสำหรับคนหูหนวก

134
00:27:18,703 --> 00:27:19,853
และคนหูตึงส่วนมากก็จะเป็นเรื่องของภาษาพูด

135
00:27:19,853 --> 00:27:20,934
ซึ่งเขามักจะใช้ล่ามภาษามือ

136
00:27:20,934 --> 00:27:22,786
ในจำนวนล่ามภาษามือในประเทศไทยนั้น

137
00:27:22,786 --> 00:27:25,129
สำหรับคนหูหนวกก็คิดว่ามีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย

138
00:27:25,129 --> 00:27:29,129
แล้วก็จำนวนของล่ามภาษามือยังน้อยอยู่ค่ะ

139
00:27:46,823 --> 00:27:47,619
สำหรับคนหูตึงนั้นมีประมาณ ๑๐ ล้านคน

140
00:27:47,619 --> 00:27:48,580
รวมถึงผู้สูงอายุด้วย

141
00:27:48,580 --> 00:27:49,721
ซึ่งจำนวนก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ

142
00:27:49,721 --> 00:27:51,014
โดยเฉพาะในประเทศไทย

143
00:27:51,014 --> 00:27:53,689
เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

144
00:27:53,689 --> 00:27:55,188
จำนวนคนที่เป็นคนหูตึง

145
00:27:55,188 --> 00:27:59,188
จำนวน 10 ล้านคน

146
00:28:04,839 --> 00:28:08,839
ในปัจจุบัน

147
00:28:10,259 --> 00:28:12,459
แล้วก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

148
00:28:12,459 --> 00:28:12,933
คนเหล่านี้จะมีปัญหาเรื่องของการได้ยิน

149
00:28:12,933 --> 00:28:16,933
แต่ว่าไม่เข้าใจภาษามือ

150
00:28:17,325 --> 00:28:18,611
เราจึงพยายามพัฒนาบริการ เพื่อที่จะให้คำบรรยายแทนเสียงพูดเป็นข้อความ

151
00:28:18,611 --> 00:28:22,611
บางคนอาจจะคุ้นเคยคำว่า

152
00:28:23,013 --> 00:28:24,066
ซับไตเติล

153
00:28:24,066 --> 00:28:25,879
หรือว่าคำบรรยายใต้ภาพ

154
00:28:25,879 --> 00:28:27,711
ก็เป็นการแสดงคำบรรยายของเสียงพูด

155
00:28:27,711 --> 00:28:30,764
เพื่อที่คนที่มีปัญหาในการได้ยิน

156
00:28:30,764 --> 00:28:34,764
ก็สามารถที่จะเข้าใจได้โดยการอ่านข้อความ

157
00:28:35,120 --> 00:28:38,462
ความท้าทายที่สำคัญสำหรับการจัดทำ

158
00:28:38,462 --> 00:28:41,895
คำบรรยายแทนเสียงแบบทันเวลาจริง

159
00:28:41,895 --> 00:28:45,143
ก็คือเรื่องของการต้องทำให้ทันเวลา

160
00:28:45,143 --> 00:28:49,143
เนื่องจากเวลาที่ผู้บรรยายพูด

161
00:28:51,184 --> 00:28:53,548
เราก็จำเป็นจะต้องทำคำบรรยาย

162
00:28:53,548 --> 00:28:57,070
อย่างรวดเร็ว

163
00:28:57,070 --> 00:29:01,070
และถูกต้องแม่นยำ

164
00:29:02,411 --> 00:29:04,113
เราพยายามที่จะให้คำบรรยายนั้นปรากฏขึ้นภายใน ๕ - ๑๐ วินาที

165
00:29:04,113 --> 00:29:08,113
หลังจากที่ผู้บรรยายพูด

166
00:29:09,895 --> 00:29:13,895
เนื่องจากเราไม่ต้องการให้เกิดความล่าช้ามากเกินไป

167
00:29:14,893 --> 00:29:17,168
เพราะว่าถ้าเกิดว่าการบรรยาย

168
00:29:17,168 --> 00:29:18,010
เป็น slide

169
00:29:18,010 --> 00:29:20,599
เป็นการบรรยายในทีวี

170
00:29:20,599 --> 00:29:24,599
เวลาที่เสียงบรรยายช้าเกินไป

171
00:29:24,780 --> 00:29:26,444
ก็ทำให้ไม่สอดคล้องกับ slide

172
00:29:26,444 --> 00:29:29,180
ที่กำลังแสดงอยู่

173
00:29:29,180 --> 00:29:32,453
และอาจจะเกิดความสับสนได้

174
00:29:32,453 --> 00:29:34,725
เพื่อที่จะให้คำบรรยายที่แสดงอยู่บนจอสอดคล้องไปกับ

175
00:29:34,725 --> 00:29:35,908
slide

176
00:29:35,908 --> 00:29:37,735
PowerPoint

177
00:29:37,735 --> 00:29:41,644
ที่บรรยาย

178
00:29:41,644 --> 00:29:43,550
หรือว่าสอดคล้องไปกับเนื้อหาที่กำลังดำเนินอยู่ในภาพของ VDO

179
00:29:43,550 --> 00:29:47,550
หรือทีวี

180
00:29:49,598 --> 00:29:52,425
ขณะเดียวกันเราก็ต้องการให้มีความถูกต้องและแม่นยำด้วย

181
00:29:52,425 --> 00:29:56,425
เราไม่ต้องการให้มีความผิดพลาดมากจนเกินไป

182
00:29:57,034 --> 00:29:58,027
และเราต้องการ

183
00:29:58,027 --> 00:29:59,229
ที่จะให้ผู้ชมนั้น

184
00:29:59,229 --> 00:30:03,229
สามารถที่จะเข้าใจได้

185
00:30:07,538 --> 00:30:09,967
และส่วนใหญ่แล้วเราต้องการที่จะให้เกิด

186
00:30:09,967 --> 00:30:13,832
ความถูกต้อง

187
00:30:13,832 --> 00:30:17,733
เราก็ต้องมีเวลาในการตรวจสอบทบทวน

188
00:30:17,733 --> 00:30:19,085
และเนื่องจากเราจำเป็นให้มีความรวดเร็ว

189
00:30:19,085 --> 00:30:23,085
เพื่อให้เกิดการทันเวลา

190
00:30:24,419 --> 00:30:28,088
เราพบว่าสัดส่วนโดยทั่วไปนั้น

191
00:30:28,088 --> 00:30:32,002
คนหนึ่งก็มักจะพูดอยู่ที่ประมาณ ๑๕๐ ต่อนาที

192
00:30:32,002 --> 00:30:36,002
บางคนอาจจะพูดเร็วหรือช้ากว่านี้

193
00:30:36,482 --> 00:30:40,482
บางคนอาจจะพูดเร็วมาก เช่น

194
00:30:40,922 --> 00:30:41,917
อาจจะพูดมากกว่า ๒๐๐ คำต่อ ๑ นาที

195
00:30:41,917 --> 00:30:43,194
ยกตัวอย่างนะคะ

196
00:30:43,194 --> 00:30:47,194
ใน Slide ต่อไป

197
00:30:48,662 --> 00:30:52,612
เราพยายามจะทำคำบรรยายแทนเสียงพูดแบบทันเวลาจริง ๆ

198
00:30:52,612 --> 00:30:55,136
ตอนนั้นเป็นการพูดของท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์  จันทร์โอชา

199
00:30:55,136 --> 00:30:55,689
และทุกท่านทราบดีว่า

200
00:30:55,689 --> 00:30:56,479
ท่านนั้นพูดเร็วมาก

201
00:30:56,479 --> 00:30:58,006

202
00:30:58,006 --> 00:31:00,913
เราก็พยายามจับเวลา

203
00:31:00,913 --> 00:31:04,841
ท่านพูดอยู่ที่ประมาณ

204
00:31:04,841 --> 00:31:08,315
๒๐๐ คำต่อนาที

205
00:31:08,315 --> 00:31:12,315
หรืออาจจะมากกว่านั้น

206
00:31:25,638 --> 00:31:28,670
เนื่องจากว่าการพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 40-60 คำนาที

207
00:31:28,670 --> 00:31:32,670
ฉะนั้นถ้าเวลาที่ผู้บรรยายนั้นพูดเร็วมาก

208
00:31:32,698 --> 00:31:36,698
เราอาจจำเป็นจะต้องมีผู้พิมพ์ประมาณ 4 - 5 คน

209
00:31:37,096 --> 00:31:39,525
ทำให้สามารถที่จะเก็บเนื้อหาในการพูดออกมาเป็นคำบรรยายได้อย่างครบถ้วน

210
00:31:39,525 --> 00:31:40,747
ทันเวลา

211
00:31:40,747 --> 00:31:43,168
สำหรับเรื่องของคำบรรยายที่เป็นภาษาอังกฤษนั้น

212
00:31:43,168 --> 00:31:47,168
เราพยายามทำงานวิจัย

213
00:31:55,196 --> 00:31:59,196
แล้วก็พัฒนาเราได้เรียนรู้ว่าการทำงานแบบ Real-time Captioning นั้น

214
00:32:01,108 --> 00:32:05,108
มีเทคนิคที่เป็นไปได้อยู่ 3 เทคนิค ด้วยกัน

215
00:32:12,783 --> 00:32:15,605
อันที่ ๑ ก็คือการใช้ ชอร์ตแฮนด์

216
00:32:15,605 --> 00:32:16,464
หรือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เราสามารถที่จะพิมพ์ได้เร็วขึ้น

217
00:32:16,464 --> 00:32:17,834
เป็นคีย์บอร์ดพิเศษ

218
00:32:17,834 --> 00:32:19,724
หรือแป้นพิมพ์พิเศษ

219
00:32:19,724 --> 00:32:23,724
ใช้ในแป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษ

220
00:32:24,328 --> 00:32:28,328
แต่ยังไม่มีภาษาไทย แล้วก็อันที่ 2

221
00:32:29,789 --> 00:32:31,130
เป็นระบบที่จะใช้ในการแปลเสียงออกมาเป็นคำบรรยายภาพ

222
00:32:31,130 --> 00:32:32,409
ออกมาเป็นคำ

223
00:32:32,409 --> 00:32:36,409
แล้วก็อีกอันหนึ่งการพิมพ์

224
00:32:38,180 --> 00:32:39,804
พร้อมไปกับการฟังคำบรรยายเสียง

225
00:32:39,804 --> 00:32:43,804
อันนี้เป็นระบบที่ ๑

226
00:32:46,096 --> 00:32:47,831
อันนี้เป็นคีย์บอร์ดที่เป็นคีย์พิเศษทำเป็นภาษาอังกฤษ

227
00:32:47,831 --> 00:32:51,831
ในการพิมพ์ ๑ ครั้งนี้

228
00:32:59,574 --> 00:33:03,574
สามารถที่จะแสดงคำได้ ๓ พยางค์นะคะ

229
00:33:10,940 --> 00:33:14,463
แล้วก็แป้นพิมพ์ในลักษณะนี้

230
00:33:14,463 --> 00:33:18,463
ก็จะทำให้เราพิมพ์ได้เร็วขึ้น

231
00:33:23,634 --> 00:33:26,415
และสามารถจะพิมพ์แล้วก็มี ชอร์ตคัท

232
00:33:26,415 --> 00:33:30,415
สามารถทำให้ปรากฏเป็นคำที่ยาวขึ้นได้

233
00:33:33,678 --> 00:33:35,053
สำหรับคนที่พิมพ์ได้อย่างคล่องแคล่ว

234
00:33:35,053 --> 00:33:39,053
ในแป้นพิมพ์เหล่านี้

235
00:33:40,307 --> 00:33:44,307
จะทำให้เกิดอัตราการพิมพ์ได้ถึง 180-375 คำต่อนาที

236
00:33:45,949 --> 00:33:49,949
แต่ว่าในการเปลี่ยนมาทำในภาษาไทยนั้น

237
00:33:53,530 --> 00:33:57,530
สวนดุสิต ท่านดอกเตอร์มลิวัลย์เองก็พยายามที่จะพัฒนาแป้นพิมพ์

238
00:34:07,642 --> 00:34:09,333
ที่เป็นแป้นพิมพ์ shortcut อย่างนี้

239
00:34:09,333 --> 00:34:13,274
แล้วก็พยายามที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นภาษาไทย

240
00:34:13,274 --> 00:34:15,728
เพื่อที่จะทำให้การพิมพ์นั้นเร็วยิ่งขึ้น

241
00:34:15,728 --> 00:34:19,728
แล้วก็ทำให้กดแป้นพิมพ์เพียงไม่กี่ครั้ง

242
00:34:22,099 --> 00:34:26,099
สามารถที่จะทำให้อัตราการพิมพ์จำนวนคำต่อนาทีสูงขึ้น

243
00:34:29,432 --> 00:34:33,432
แล้วในภาษาไทยนั้นเรามีเรื่องของวรรณยุกต์

244
00:34:33,733 --> 00:34:37,733
และเรื่องของสระด้วย

245
00:34:38,064 --> 00:34:42,064
จะต้องมีการพัฒนาระบบแป้นพิมพ์ที่มีความซับซ้อนมากกว่าภาษาอังกฤษ

246
00:34:49,449 --> 00:34:53,449
นั่นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงพูดได้ดีขึ้น

247
00:34:59,108 --> 00:35:00,142
อันนี้เป็นวิดีโอตัวอย่างของการใช้แป้นพิมพ์

248
00:35:00,142 --> 00:35:03,327
ที่เป็นภาษาอังกฤษจะเห็นว่าเร็วมาก

249
00:35:03,327 --> 00:35:07,327
กดเพียงไม่กี่ครั้งก็จะเป็นภาษาอังกฤษที่เป็นคำยาว ๆ ขึ้นมา

250
00:35:58,533 --> 00:36:02,533
เทคนิคนี้มีการใช้ในอเมริกาแล้วก็ในอังกฤษ

251
00:36:03,038 --> 00:36:06,340
ที่พัฒนาขึ้น

252
00:36:06,340 --> 00:36:09,779
เราเห็นเป็นลักษณะการใช้แป้นพิมพ์แบบนี้ในศาล

253
00:36:09,779 --> 00:36:13,335
ในการบันทึกคำให้การ

254
00:36:13,335 --> 00:36:15,008
หรือว่าในที่ที่มีการจดคำบรรยายที่มีความรวดเร็ว

255
00:36:15,008 --> 00:36:16,747
แต่ว่าความท้าทาย ณ ขณะนี้

256
00:36:16,747 --> 00:36:20,747
การพัฒนาเป็นภาษาไทยนั้นยังทำได้ยาก

257
00:36:28,392 --> 00:36:29,872
แล้วก็มีข้อจำกัดในเรื่องของภาษา

258
00:36:29,872 --> 00:36:33,872
รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตด้วย

259
00:36:36,274 --> 00:36:37,387
เครื่องมือที่ 2 ก็คือระบบที่เรียกว่า

260
00:36:37,387 --> 00:36:41,387
Speech recognition with re-voicing

261
00:36:49,770 --> 00:36:51,584
หรือว่าการพูดเสียงที่ระบบคอมพิวเตอร์ได้เข้าใจ

262
00:36:51,584 --> 00:36:53,732
หรือได้บันทึกไว้แล้ว

263
00:36:53,732 --> 00:36:57,732
เพื่อที่จะแปลเสียงเป็นคำบรรยาย

264
00:37:02,840 --> 00:37:03,807
แต่ว่าความท้าทายเนื่องจากว่าเรายังไม่สามารถทำระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถจับเสียงคำบรรยายของผู้บรรยาย

265
00:37:03,807 --> 00:37:07,807
ที่มีความแตกต่างกันได้

266
00:37:11,353 --> 00:37:13,032
แต่ว่าคอมพิวเตอร์

267
00:37:13,032 --> 00:37:14,108
จะสามารถบันทึก

268
00:37:14,108 --> 00:37:16,983
หรือจดจำเสียงของผู้พูดคนเดิมได้

269
00:37:16,983 --> 00:37:20,983
ฉะนั้นเราจะเลือก

270
00:37:21,168 --> 00:37:23,411
คนที่ออกเสียงได้ชัด

271
00:37:23,411 --> 00:37:27,411
แล้วก็นำมา

272
00:37:30,676 --> 00:37:34,676
เป็นผู้ที่ใช้ในการให้เสียงพูด

273
00:37:37,209 --> 00:37:41,209
แต่ว่าปัญหาก็คือถ้าเกิดว่ามีการพูดที่เร็วมาก

274
00:37:41,491 --> 00:37:43,589
หรือผู้พูดก็จะมีโอกาสที่ทำให้เกิดความผิดพลาด

275
00:37:43,589 --> 00:37:47,589
หรือความแม่นยำนั้นก็จะลดลง

276
00:37:57,843 --> 00:37:58,983
ลักษณะของการใช้ผู้พูดต้องพูดได้อย่างชัดเจน

277
00:37:58,983 --> 00:38:02,223
และจะต้องทำให้ห้องเงียบ

278
00:38:02,223 --> 00:38:06,223
หรืออาจจะเป็นตู้ที่จัดทำขึ้นเพื่อที่จะป้องกันเสียงรบกวน

279
00:38:13,238 --> 00:38:17,238
คุณจะเห็นว่าในภาพมีอุปกรณ์ที่จะมีวัสดุที่แนบกับใบหน้า

280
00:38:32,969 --> 00:38:33,446
และริมฝีปากเพื่อที่จะตัดเสียงรบกวนภายนอก

281
00:38:33,446 --> 00:38:34,578
และผู้ที่เป็นผู้ที่พูดซ้ำ

282
00:38:34,578 --> 00:38:36,640
สิ่งที่เขาได้ยินผู้บรรยายพูดทั้งหมด

283
00:38:36,640 --> 00:38:37,404
แล้วระบบคอมพิวเตอร์ก็จะจับเสียงของผู้ที่

284
00:38:37,404 --> 00:38:39,317
re-voice

285
00:38:39,317 --> 00:38:40,101
นี้

286
00:38:40,101 --> 00:38:44,101
แล้วก็แปลออกมาเป็นตัวหนังสือ

287
00:38:45,544 --> 00:38:47,479
เราสามารถทำได้ทั้งเป็นการ re-voice

288
00:38:47,479 --> 00:38:48,619
หรือในห้องประชุมนั้น

289
00:38:48,619 --> 00:38:52,619
ทำผ่านทางไกลเข้ามาก็ได้

290
00:39:25,037 --> 00:39:29,037
ผู้ที่ทำการ re-voice นั้น

291
00:39:29,216 --> 00:39:30,976
สามารถที่จะนั่งอยู่ในห้องเรียน ในชั้นเรียน

292
00:39:30,976 --> 00:39:32,771
เพื่อที่จะจัดบริการให้การศึกษา

293
00:39:32,771 --> 00:39:35,848
หรือว่านั่งอยู่อีกที่หนึ่งก็ได้

294
00:39:35,848 --> 00:39:39,848
แล้วก็สามารถที่จะ re-voice

295
00:39:40,868 --> 00:39:43,719
เข้ามาผ่านทางระบบ internet

296
00:39:43,719 --> 00:39:47,719
โดยที่

297
00:39:57,264 --> 00:40:01,264
ให้อาจารย์ผู้สอนนั้นได้ติดไมโครโฟนไว้

298
00:40:04,091 --> 00:40:06,362
แล้วเสียงจากไมโครโฟนของอาจารย์นั้นก็จะถูกป้อนไปที่ออฟฟิศ

299
00:40:06,362 --> 00:40:09,378
ของผู้ที่ Re-voice นั้น

300
00:40:09,378 --> 00:40:11,960
แล้ว Re-voice พูดซ้ำออกมา

301
00:40:11,960 --> 00:40:14,062
เพื่อให้ปรากฏในคอมพิวเตอร์หน้าจอของนักศึกษา

302
00:40:14,062 --> 00:40:14,442
เพื่อนักศึกษาจะมองเห็นคำบรรยายได้

303
00:40:14,442 --> 00:40:18,442

304
00:40:34,307 --> 00:40:37,293
เครื่องมือที่ ๓

305
00:40:37,293 --> 00:40:38,362
เราเรียกว่าการพิมพ์พร้อมไปกับการบรรยาย

306
00:40:38,362 --> 00:40:40,679
อย่างที่เราบอกว่า

307
00:40:40,679 --> 00:40:44,679
ถ้าเกิดใช้ผู้พิมพ์เพียงท่านเดียวนั้น

308
00:40:46,321 --> 00:40:50,321
ก็จะยังไม่เร็วพอที่จะพิมพ์คำบรรยาย

309
00:40:51,803 --> 00:40:53,550
เนื่องจากว่าการพูดจะพูดได้จำนวนคำมากกว่าการพิมพ์หลายเท่า

310
00:40:53,550 --> 00:40:57,550
ก็จึงต้องมีผู้พิมพ์หลายคน

311
00:41:00,678 --> 00:41:04,678
เพื่อที่จะช่วยกันในการพิมพ์

312
00:41:10,800 --> 00:41:13,568
อันนี้เป็นตัวอย่างบริการนะคะ

313
00:41:13,568 --> 00:41:17,568
สามารถที่จะทำผ่านโทรศัพท์มือถือ

314
00:41:19,387 --> 00:41:23,387
หรือ Tablet ได้

315
00:41:27,736 --> 00:41:28,702
เคยติดต่อเข้าไปที่ศูนย์

316
00:41:28,702 --> 00:41:30,029
เขามีศูนย์ขนาดใหญ่มาก

317
00:41:30,029 --> 00:41:34,029
มีเจ้าหน้ที่อยู่ประมาณ 100 คน

318
00:41:34,089 --> 00:41:36,174
เพื่อที่จะทำหน้าที่พิมพ์คำบรรยาย

319
00:41:36,174 --> 00:41:38,970
แล้วก็จะทำงานคู่กันเป็นทีม

320
00:41:38,970 --> 00:41:42,970
และมี program

321
00:41:49,951 --> 00:41:51,679
ที่จะช่วยในการเรียบเรียง

322
00:41:51,679 --> 00:41:54,486
แล้วก็ส่งคำบรรยายกลับไปที่มือถือ

323
00:41:54,486 --> 00:41:58,486
เพื่อที่เขาจะสามารถอ่านจากมือถือได้

324
00:42:01,742 --> 00:42:03,177
หรือจาก Tablet ได้

325
00:42:03,177 --> 00:42:07,177
ให้การบริการในชั้นเรียนเช่นกัน

326
00:42:08,604 --> 00:42:09,480
อันนี้เป็นเทคนิค 3 รูปแบบที่เราใช้ในการทำบรรยายแทนเสียงพูด

327
00:42:09,480 --> 00:42:12,548
เป็นข้อความแบบทันเวลาจริง

328
00:42:12,548 --> 00:42:16,137
เราได้ทำ Program นี้

329
00:42:16,137 --> 00:42:20,137
หรือว่า project นี้ขึ้นมา ๓ ปีที่แล้ว

330
00:42:20,999 --> 00:42:24,999
คำบรรยายแทนเสียงพูดเป็นข้อความแบบทันเวลาจริงในประเทศไทย

331
00:42:25,258 --> 00:42:29,258
เราก็ทำงานวิจัยมาประมาณ 1 ปีด้วย

332
00:42:29,767 --> 00:42:33,767
แล้วก็จะต้องมีการฝึกอบรม

333
00:42:36,411 --> 00:42:40,411
เพื่อที่จะมีผู้พิมพ์ที่มีความเชี่ยวชาญ

334
00:42:48,919 --> 00:42:52,919
เราได้มีการทดลองใช้ในเรื่องของ Speech recognition ด้วย

335
00:42:53,391 --> 00:42:57,391
แล้วเราพบว่าในภาษาไทยนั้นยังไม่มีแป้นพิมพ์พิเศษ

336
00:43:00,253 --> 00:43:02,392
ที่เป็นแป้นพิมพ์ shortcut

337
00:43:02,392 --> 00:43:03,120
สามารถจะมี program Speech recognition

338
00:43:03,120 --> 00:43:03,743
ใช้ได้

339
00:43:03,743 --> 00:43:05,209

340
00:43:05,209 --> 00:43:07,036
แต่ว่าในเรื่องของความแม่นยำนั้นยังมีไม่มากนัก

341
00:43:07,036 --> 00:43:10,864
เราจึงเลือกใช้ระบบที่ ๓

342
00:43:10,864 --> 00:43:13,809
ก็คือการใช้คนพิมพ์พร้อมไปกับการบรรยาย

343
00:43:13,809 --> 00:43:17,289
ซึ่งเป็นระบบที่มีความแม่นยำที่สุด ณ ขณะนี้

344
00:43:17,289 --> 00:43:21,289
เสียงของผู้บรรยาย

345
00:43:22,113 --> 00:43:26,113
และเสียงของล่ามภาษาอังกฤษ

346
00:43:30,363 --> 00:43:34,363
จะถูกส่งไปที่ศูนย์ live caption ศูนย์เราอยู่ที่รังสิต

347
00:43:36,024 --> 00:43:37,260
แล้วเจ้าหน้าที่พิมพ์ที่ศูนย์นั้นจะเป็นผู้พิมพ์

348
00:43:37,260 --> 00:43:39,949
มี ๔ ท่านด้วยกัน

349
00:43:39,949 --> 00:43:42,917
ที่ช่วยกันพิมพ์คำบรรยายที่ได้ฟังออกมาเป็นตัวหนังสือ

350
00:43:42,917 --> 00:43:43,984
แล้วก็รวมตัวหนังสือ

351
00:43:43,984 --> 00:43:46,568
ที่พิมพ์ออกมา

352
00:43:46,568 --> 00:43:48,044
ทั้งหมดร่วมกัน

353
00:43:48,044 --> 00:43:48,944
แล้วก็แสดงขึ้นมา

354
00:43:48,944 --> 00:43:49,497
บนจอ

355
00:43:49,497 --> 00:43:53,497

356
00:44:07,205 --> 00:44:08,084
คุณจะเห็นบนสกรีนทั้งทางด้า้นซ้ายมือ และบนจอใหญ่

357
00:44:08,084 --> 00:44:12,084
เป็นคำบรรยาย

358
00:44:12,225 --> 00:44:13,159
นอกจากนี้ก็สามารถแสดงคำบรรยายในโทรศัพท์มือถือได้ด้วย

359
00:44:13,159 --> 00:44:15,579
เรามีตัวอย่างนะคะ

360
00:44:15,579 --> 00:44:16,559
เรื่องของการทำคำบรรยาย

361
00:44:16,559 --> 00:44:18,313
แสดงในมือถือห

362
00:44:18,313 --> 00:44:21,843
รือว่า

363
00:44:21,843 --> 00:44:24,719
ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

364
00:44:24,719 --> 00:44:27,548
คุณก็สามารถที่จะได้คำบรรยาย

365
00:44:27,548 --> 00:44:28,532
แทนเสียงพูด

366
00:44:28,532 --> 00:44:29,634
เป็นข้อความแบบทันเวลา

367
00:44:29,634 --> 00:44:33,634
คุณสามารถ

368
00:44:36,205 --> 00:44:40,205
ใช้ใน application ต่าง ๆ ได้

369
00:44:41,193 --> 00:44:45,193
ก็คล้ายกัน

370
00:44:46,039 --> 00:44:50,039
กับที่คุณพิมพ์ไลน์

371
00:45:02,040 --> 00:45:03,908
หรือพิมพ์ Message   จะต้องพิมพ์ตัวหนังสือให้ครบประโยคก่อน

372
00:45:03,908 --> 00:45:05,819
หรือว่าในจำนวนที่ต้องการก่อนแล้วก็กด Enter

373
00:45:05,819 --> 00:45:06,712
ลักษณะคล้ายกันเช่นนั้น

374
00:45:06,712 --> 00:45:08,228
อันนี้เป็นตัวอย่าง

375
00:45:08,228 --> 00:45:10,068
เราก็จะมีจอของผู้พิมพ์แล้วเขาก็จะเห็น

376
00:45:10,068 --> 00:45:11,962
แล้วก็สามารถแก้ไขคำได้

377
00:45:11,962 --> 00:45:15,566
อันนี้เป็นตัวอย่าง

378
00:45:15,566 --> 00:45:18,993
นี่เป็นการทำงานร่วมกันของผู้พิมพ์ ๔ คน

379
00:45:18,993 --> 00:45:22,993
ที่พิมพ์พร้อมกัน

380
00:45:39,368 --> 00:45:40,407
ก็จะเห็นว่าจะมีการแบ่งกันในทีม

381
00:45:40,407 --> 00:45:41,679
เช่น

382
00:45:41,679 --> 00:45:43,061
ในช่วง ๓ - ๕ คำแรก

383
00:45:43,061 --> 00:45:43,769
คนที่ 1

384
00:45:43,769 --> 00:45:47,769
จะเป็นผู้พิมพ์

385
00:45:49,560 --> 00:45:51,043
และช่วงต่อไป

386
00:45:51,043 --> 00:45:53,997
ก็จะเป็นผู้พิมพ์คนที่ ๒

387
00:45:53,997 --> 00:45:56,159
หลังจากนั้นเอามารวมกันเป็นประโยคยาว

388
00:45:56,159 --> 00:46:00,159
ทำให้เกิดการบรรยายที่ทันเวลาจริงได้

389
00:46:04,366 --> 00:46:08,085
เราใช้ระบบ

390
00:46:08,085 --> 00:46:10,562
คำบรรยายแทนเสียงพูด

391
00:46:10,562 --> 00:46:14,562
ในหลายสถานการณ์ด้วยกัน

392
00:46:16,188 --> 00:46:20,188
ไม่ว่าจะเป็นการประชุม   สัมมนา

393
00:46:20,338 --> 00:46:21,393
หรือว่าการทำคำบรรยายแทน

394
00:46:21,393 --> 00:46:22,477
เสียงพูดในชั้นเรียน

395
00:46:22,477 --> 00:46:25,180
รวมถึง

396
00:46:25,180 --> 00:46:29,180
ในโทรทัศน์ด้วย

397
00:46:35,403 --> 00:46:37,056
อันนี้เป็นการทำคำบรรยายแทนเสียงพูด

398
00:46:37,056 --> 00:46:40,763
ซึ่งเราสามารถ

399
00:46:40,763 --> 00:46:41,989
จะเปลี่ยนเป็นภาษาได้หลายภาษาแล้วแต่ผู้พิมพ์

400
00:46:41,989 --> 00:46:45,989

401
00:46:51,512 --> 00:46:55,512
อันนี้ก็เป็นการไปเยี่ยมศูนย์

402
00:46:59,868 --> 00:47:03,868
TTRS

403
00:47:15,295 --> 00:47:19,295
คือศูนย์ให้บริให้บริการรีเรข้อความสำหรับคนหูหนวกที่ศูนย์ APDC แล้วก็ที่ TTRS

404
00:47:23,429 --> 00:47:24,163
แล้วก็ที่ TTRS เป็นตึก 4 - 5 ชั้น

405
00:47:24,163 --> 00:47:25,932
ขึ้นลงไปตามชั้นต่าง ๆ

406
00:47:25,932 --> 00:47:26,828
แล้วเราก็ให้บริการ Captioning

407
00:47:26,828 --> 00:47:27,620
ประมาณ ๑ ชั่วโมง

408
00:47:27,620 --> 00:47:29,497
ที่ศูนย์แห่งนั้น

409
00:47:29,497 --> 00:47:33,195
คือผู้พูดก็สามารถพูดเข้าไปในไมค์ลอยได้เลย

410
00:47:33,195 --> 00:47:37,195
เราก็จะมีหน้าจอแล้วก็จะเชื่อมต่อกับ

411
00:47:40,293 --> 00:47:44,293
server

412
00:47:44,438 --> 00:47:45,178
แล้วก็จะเห็นว่าเราก็จะติดตั้งอุปกรณ์แบบนี้ไว้ในห้อง

413
00:47:45,178 --> 00:47:45,719
เพื่อที่คนที่มาจะได้เห็น

414
00:47:45,719 --> 00:47:49,719

415
00:48:17,792 --> 00:48:21,792
แล้วก็ไปอีกห้องหนึ่ง

416
00:48:42,537 --> 00:48:45,533
อันนี้ท่านอาจารย์วันทนีย์ก็บอกว่า

417
00:48:45,533 --> 00:48:49,533
ถ้าฉันพูดไม่เร็วมาก 3 คน ก็อาจจะทำได้

418
00:48:57,803 --> 00:48:59,117
แต่ถ้าไปทำนายกรัฐมนตรีเขาจะพูดเร็วมาก

419
00:48:59,117 --> 00:49:00,326
คือมีความเร็วประมาณ 200 คำต่อนาที

420
00:49:00,326 --> 00:49:03,045
เราอาจจะต้องการคนประมาณ 5 คน

421
00:49:03,045 --> 00:49:06,337
อันนี้จะเห็นว่าจะมีคนพิมพ์ 4 คน

422
00:49:06,337 --> 00:49:07,058
เราสามารถ

423
00:49:07,058 --> 00:49:09,083
ที่จะ

424
00:49:09,083 --> 00:49:13,083
เปลี่ยนภาษาได้

425
00:49:13,602 --> 00:49:15,497
และเทคนิคนี้

426
00:49:15,497 --> 00:49:19,497
จะเหมะสม

427
00:49:21,087 --> 00:49:23,649
เขาก็จะบอกว่าที่ยังไม่มีตัวรู้จำภาษา

428
00:49:23,649 --> 00:49:27,649
หมายถึงว่า

429
00:49:52,376 --> 00:49:56,376
speech recognition

430
00:49:56,719 --> 00:50:00,558
แปลงเสียงเป็นภาษาเขียน

431
00:50:00,558 --> 00:50:03,447
อันนี้เป็นตัวอย่างของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านพูดค่อนข้างเร็ว

432
00:50:03,447 --> 00:50:07,447
จะเห็นว่าอันนี้เป็นตัวอย่างของการจัดงานสัมมนา

433
00:50:14,667 --> 00:50:16,845
แล้วเราก็จะ live caption ให้

434
00:50:16,845 --> 00:50:19,075
หัวข้อต่อไปดิฉันอยากจะพูดถึงเรื่องการให้บริการในชั้นเรียน

435
00:50:19,075 --> 00:50:19,696
ในประเทศไทยแล้วก็มีความยากลำบาก

436
00:50:19,696 --> 00:50:23,696
ในการเข้าถึงการศึกษาที่สูงขึ้น

437
00:50:23,910 --> 00:50:27,910
เนื่องจากว่าเราไม่มีล่ามภาษามือที่เพียงพอ

438
00:50:31,919 --> 00:50:35,800
และภาษามือของไทยก็ต้องเป็นภาษามือของคนหูหนวกไทย

439
00:50:35,800 --> 00:50:37,373
แต่ว่ายากลำบากก็คือเรียงลำดับคำ

440
00:50:37,373 --> 00:50:41,373
ซึ่งแตกต่างจากวิธีการเขียนในภาษาไทย

441
00:50:47,260 --> 00:50:48,394
และในภาษาเขียนลำดับเขียนก็คือประธาน

442
00:50:48,394 --> 00:50:49,953
กริยา

443
00:50:49,953 --> 00:50:50,883
กรรม

444
00:50:50,883 --> 00:50:52,414
แต่ว่าภาษาของคนหูหนวก

445
00:50:52,414 --> 00:50:56,058
จะเป็น subject object

446
00:50:56,058 --> 00:51:00,058
ประธาน กรรม กริยา

447
00:51:05,966 --> 00:51:08,138
คือถ้าเป็นภาษาทั่วไปก็คืออาจจะพูดว่า "ฉันกินข้าว"

448
00:51:08,138 --> 00:51:10,177
แต่ถ้าเป็นภาษาของคนหูหนวก

449
00:51:10,177 --> 00:51:12,508
ซึ่งก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั่วไป

450
00:51:12,508 --> 00:51:14,211
คือคนหูหนวกอาจจะเข้าใจภาษาเขียนได้ยากหน่อย

451
00:51:14,211 --> 00:51:16,443
แล้วคนอื่นเองก็อาจจะไม่ทราบว่ามีปัญหานี้

452
00:51:16,443 --> 00:51:20,443
แล้วก็มีคนหูหนวกแค่ไม่กี่คนที่สามารถที่จะใช้ภาษาเขียนได้อย่างดี

453
00:51:22,044 --> 00:51:22,972
อีกปัญหาหนึ่งก็คือว่า

454
00:51:22,972 --> 00:51:26,349
คำศัพท์ของภาษาหูหนวก

455
00:51:26,349 --> 00:51:29,027
แค่ 10,000 คำ

456
00:51:29,027 --> 00:51:32,475
ถ้ามีคำใหม่เข้ามาแล้วต้องมีการแปล

457
00:51:32,475 --> 00:51:35,533
หรือต้องมีการอธิบาย

458
00:51:35,533 --> 00:51:37,414
ก็จะต้องมีการสร้างคำศัพท์ขึ้นมาใหม่

459
00:51:37,414 --> 00:51:38,709
ในภาษามือ

460
00:51:38,709 --> 00:51:42,658
ก็ยังไม่มี

461
00:51:42,658 --> 00:51:43,879
มหาวิทยาลัย

462
00:51:43,879 --> 00:51:46,022
ที่จะให้

463
00:51:46,022 --> 00:51:48,845
บริการนักเรียนหูหนวก

464
00:51:48,845 --> 00:51:52,845
หรือนักศึกษาหูหนวกได้

465
00:51:53,573 --> 00:51:55,223
แล้วก็มีการไปทำงานวิจัยที่ภาคอีสาน

466
00:51:55,223 --> 00:51:57,108
ของประเทศไทย

467
00:51:57,108 --> 00:52:00,398
ก็จะเห็นว่ามีล่ามอยู่จำกัดในประเทศไทย

468
00:52:00,398 --> 00:52:04,398
แล้วแต่ละคนก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้

469
00:52:06,867 --> 00:52:09,921
แม้กระทั่งเด็กหูตึงซึ่งต้องเข้าไปสอบ

470
00:52:09,921 --> 00:52:10,359
ก็ไม่มีบริการที่จะมาช่วยสอนเขาทุกปี

471
00:52:10,359 --> 00:52:14,359
เช่น

472
00:52:16,637 --> 00:52:20,637
มหาวิทยาลัยซึ่งมีจำนวนล่ามค่อนข้างเยอะ

473
00:52:21,124 --> 00:52:25,124
เขาก็สามารถที่จะรับนักเรียนที่มีคนพิการทางการได้ยิน

474
00:52:29,340 --> 00:52:33,340
แต่ว่าอาจจะไม่ได้รับทุกปี   แต่ก็ปีเว้นปี

475
00:52:36,958 --> 00:52:40,958
รับได้แค่คณะเดียว

476
00:52:41,323 --> 00:52:45,323
อย่างไรก็ตามเขายังคิดว่าเขายังมีล่ามภาษามือไม่พอ

477
00:52:45,844 --> 00:52:47,478
เพราะว่าเขาก็จะต้องมีการขอให้ศูนย์ให้บริการนักศึกษาคนพิการ

478
00:52:47,478 --> 00:52:49,940
หมายถึงว่า

479
00:52:49,940 --> 00:52:53,940
บริการก็จะไปขอผ่านจากที่นั่น

480
00:52:54,840 --> 00:52:58,840
แล้วปัญหาก็คือว่าถ้าเกิดล่ามป่วย หรือว่าลา

481
00:52:59,486 --> 00:53:03,486
class เรียนนั้นก็อาจจะต้องมีการยกเลิก

482
00:53:05,884 --> 00:53:08,834
แล้วอีกปัญหาหนึ่งก็คือว่าในการศึกษาระดับอุดมศึกษา

483
00:53:08,834 --> 00:53:12,834
ล่ามก็อาจจะต้องเข้าใจวิชาต่าง ๆ

484
00:53:15,697 --> 00:53:19,697
เพื่อที่จะสามารถแปลได้อย่างเที่ยงตรง

485
00:53:20,023 --> 00:53:21,260
แต่ว่าเราก็ยังไม่มีล่ามภาษามือที่เพียงพอ

486
00:53:21,260 --> 00:53:25,260
เราก็เลยได้มีโครงการนำร่อง

487
00:53:26,849 --> 00:53:30,658
กับราชภัฏสกลนคร

488
00:53:30,658 --> 00:53:31,824
ซึ่งเขามีการให้บริการ

489
00:53:31,824 --> 00:53:35,824
captioning

490
00:53:38,209 --> 00:53:40,939
ในชั้นเรียน

491
00:53:40,939 --> 00:53:41,543
แล้วก็เขาก็มีห้องเรียนเฉพาะที่มีเครื่องมือแบบนี้

492
00:53:41,543 --> 00:53:43,108
แล้วก็มีจอขนาดใหญ่

493
00:53:43,108 --> 00:53:44,753
แล้วก็มี

494
00:53:44,753 --> 00:53:46,208
internet

495
00:53:46,208 --> 00:53:47,240
ที่มีความเร็วที่ค่อนข้างดี

496
00:53:47,240 --> 00:53:47,788
ก็จะมีการทำ

497
00:53:47,788 --> 00:53:48,738
captioning

498
00:53:48,738 --> 00:53:50,288
แบบจากระยะไกล

499
00:53:50,288 --> 00:53:54,288
ก็คล้าย ๆ กับที่เราทำในห้องนี้

500
00:53:57,916 --> 00:54:01,916
แล้วก็จะมีเสียงของครูก็จะถูกส่งจากสกลนคร

501
00:54:07,077 --> 00:54:11,077
มาที่ศูนย์มาที่รังสิตมาที่ศูนย์

502
00:54:14,213 --> 00:54:15,333
ขอ live caption

503
00:54:15,333 --> 00:54:15,895
ซึ่งจะขึ้นไปอยู่ที่หน้าจอซึ่งจะคล้าย ๆ

504
00:54:15,895 --> 00:54:17,283
กับที่เราเห็นที่นี่

505
00:54:17,283 --> 00:54:19,572
แต่อันนี้ไปขึ้นที่หน้าจอของนักเรียนแต่ละคน

506
00:54:19,572 --> 00:54:23,554
เขาก็สามารถที่จะดูจากหน้าจอของตัวเองได้

507
00:54:23,554 --> 00:54:26,195
แต่ถ้ามีมือถือเขาก็สามารถที่จะดู

508
00:54:26,195 --> 00:54:30,195
จากมือถือได้ด้วย

509
00:54:33,435 --> 00:54:37,395
หรือในอุปกรณ์สามารถที่จะเปลี่ยนสีตัวหนังสือได้

510
00:54:37,395 --> 00:54:38,709
เพื่อให้เหมาะกับการเห็นของเขา

511
00:54:38,709 --> 00:54:40,024
จะเห็นว่า เช่น

512
00:54:40,024 --> 00:54:42,858
นักเรียนคนนี้

513
00:54:42,858 --> 00:54:46,858
จะเห็นตัวหนังสือเป็นสีเขียว

514
00:54:53,966 --> 00:54:55,624
คือเขาสามารถที่จะเปลี่ยนขนาดตัวอักษรสีของ text ที่

515
00:54:55,624 --> 00:54:59,624
เขาชอบได้แล้วหลังจากเลิก class

516
00:55:03,962 --> 00:55:06,973
นักเรียนก็สามารถที่จะเก็บมาไว้ในเครื่องของตัวเองได้

517
00:55:06,973 --> 00:55:07,799
แล้วเราก็ยังให้บริการเรื่องการให้บริการเล่นวิดีโอ

518
00:55:07,799 --> 00:55:11,149
ซึ่งมี caption

519
00:55:11,149 --> 00:55:13,693
ตามมาด้วย

520
00:55:13,693 --> 00:55:15,008
เพื่อที่จะเป็นการทบทวนการเรียนในชั้นเรียน

521
00:55:15,008 --> 00:55:19,008
อีกอันหนึ่งก็คือ

522
00:55:20,797 --> 00:55:24,797
เรื่อง text ที่อยู่ในมือถือนี้

523
00:55:33,470 --> 00:55:34,840
เราก็มีฟีเจอร์ที่จะไปส่วนถัดไป

524
00:55:34,840 --> 00:55:35,743
หรือส่วนก่อนหน้านี้

525
00:55:35,743 --> 00:55:39,743
หรือประโยคก่อนหน้านี้

526
00:55:40,533 --> 00:55:42,823
คือถ้าคุณตามไม่ทัน

527
00:55:42,823 --> 00:55:44,083
หรือว่าฟังผิดว่าครูพูดอะไร

528
00:55:44,083 --> 00:55:46,059
คุณก็สามารถที่จะย้อนกลับไปฟังได้

529
00:55:46,059 --> 00:55:50,059
แล้วเราก็ยังมีล่ามทางไกลภาษามือ

530
00:55:50,158 --> 00:55:50,966
เพื่อที่จะแก้ปัญหากรณีที่มีล่ามไม่พอในมหาวิทยาลัย

531
00:55:50,966 --> 00:55:54,966
อันนี้ก็เป็นระบบคล้าย ๆ กัน

532
00:55:58,213 --> 00:55:59,029
แต่ล่ามภาษามือระยะไกลนี้

533
00:55:59,029 --> 00:56:01,092
เราก็จะมี VDO

534
00:56:01,092 --> 00:56:02,928
คือไม่ใช่มีแค่เสียงเท่านั้น

535
00:56:02,928 --> 00:56:06,928
แต่มี VDO ด้วย

536
00:56:22,984 --> 00:56:26,984
เราก็จะมีการส่งวิดีโอของครูหรือในห้องเรียนไปที่ศูนย์ TTRS   แล้วจากนั้น

537
00:56:27,177 --> 00:56:28,042
เราก็จะมีล่ามก็จะแปลเป็นภาษามือ

538
00:56:28,042 --> 00:56:29,741
แล้วก็ส่ง VDO

539
00:56:29,741 --> 00:56:33,741
กลับมาที่ห้องเรียนอีกครั้งหนึ่ง

540
00:56:34,343 --> 00:56:36,558
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของสกลนคร

541
00:56:36,558 --> 00:56:40,558

542
00:56:41,558 --> 00:56:45,558
อันนี้เป็น

543
00:56:51,010 --> 00:56:52,469
caption ตามเวลาจริง

544
00:56:52,469 --> 00:56:53,642
แล้วก็จอเล็ก ๆ

545
00:56:53,642 --> 00:56:55,737
นี้

546
00:56:55,737 --> 00:56:59,737
ก็จะเป็นจอของนักเรียน

547
00:57:00,843 --> 00:57:03,026
คือครูก็สามารถที่จะเลือกนักเรียน

548
00:57:03,026 --> 00:57:05,289
แล้วก็ถามคำถาม

549
00:57:05,289 --> 00:57:09,134
แล้วก็นักเรียนก็สามารถตอบคำถามเป็นภาษามือได้

550
00:57:09,134 --> 00:57:13,134
แล้วล่ามก็จะช่วยแปลให้กับครูเป็นภาษาพูด

551
00:57:15,215 --> 00:57:16,291
อันนั้นก็จะเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง

552
00:57:16,291 --> 00:57:19,639
ระหว่างล่ามแล้วก็ในห้องเรียน

553
00:57:19,639 --> 00:57:23,639
ตัวอย่างสุดท้ายก็จะเป็น

554
00:57:28,510 --> 00:57:31,468
เรื่องของคำบรรยายแบบปิดสำหรับทีวี

555
00:57:31,468 --> 00:57:33,848
คือตามกฎหมายของ กสทช.

556
00:57:33,848 --> 00:57:37,848
ก็มีการส่งเสริมเรื่องสิทธิ

557
00:57:39,592 --> 00:57:41,051
การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในทีวี

558
00:57:41,051 --> 00:57:43,993
ที่เป็น digital

559
00:57:43,993 --> 00:57:46,788
ซึ่งก็มี 3 บริการ

560
00:57:46,788 --> 00:57:48,875
ก็คือบริการล่ามภาษามือ

561
00:57:48,875 --> 00:57:50,377
บริการอันที่ 2 ก็คือเป็นบริการ captioning แบบปิด

562
00:57:50,377 --> 00:57:54,169
แล้วอันที่ 3

563
00:57:54,169 --> 00:57:58,169
ก็เป็นเรื่องคำบรรยายเสียงเพิ่มเติมสำหรับคนตาบอด

564
00:58:05,563 --> 00:58:08,931
เราวางแผนจะจัดทำให้ได้เมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้ว

565
00:58:08,931 --> 00:58:10,616
เราก็ยังติด

566
00:58:10,616 --> 00:58:11,464
คือผลิตบริการเหล่านี้ยังไม่ได้ดีพอ

567
00:58:11,464 --> 00:58:13,993
ก็เลยล่าช้าไป

568
00:58:13,993 --> 00:58:15,784
แต่ว่าตอนนี้เมื่อเดือนที่แล้วประมาณวันที่ 5 สิงหาคม

569
00:58:15,784 --> 00:58:19,784
ตอนนี้ทีวีทุกช่องก็จะต้องมี

570
00:58:21,716 --> 00:58:25,716
ตอนนี้เรามีช่องประมาณ 15 ช่อง

571
00:58:27,404 --> 00:58:29,163
คือช่องดิจิท้ลก็ต้องมีบริการทั้ง 3 อย่างนี้

572
00:58:29,163 --> 00:58:33,163
อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ต่อวัน

573
00:58:33,753 --> 00:58:37,753
แล้วก็เราก็พยายามที่จะต้องเพิ่ม

574
00:58:38,186 --> 00:58:42,186
บริการให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

575
00:58:44,444 --> 00:58:48,444
คือเขาจะต้องทำ CC

576
00:58:51,905 --> 00:58:53,183
Closed Captioning ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

577
00:58:53,183 --> 00:58:55,494
แล้วก็ในปีที่ 5

578
00:58:55,494 --> 00:58:57,479
เขาจะต้องเพิ่มจำนวนของนาที

579
00:58:57,479 --> 00:58:58,797
ไม่ให้น้อยกว่า

580
00:58:58,797 --> 00:59:02,797
3 ชั่วโมงต่อวัน

581
00:59:08,713 --> 00:59:10,163
ที่จะต้องให้บริการ captioning

582
00:59:10,163 --> 00:59:14,163
แบบปิด

583
00:59:19,347 --> 00:59:22,863
แต่การให้บริการเหล่านี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องทางเทคนิค

584
00:59:22,863 --> 00:59:26,863
ที่จะทำให้เกิดมี text

585
00:59:28,780 --> 00:59:32,780
ขึ้นมาแบบ Real-Time

586
00:59:33,097 --> 00:59:36,375
ระบบกระจายเสียงออกอากาศจะต้องมีการแปลงอะไรบางอย่าง

587
00:59:36,375 --> 00:59:40,375
แล้วเราก็เลยมี project

588
00:59:48,141 --> 00:59:50,604
ที่เราเริ่มเมื่อปีที่แล้วเราก็ไปทำงานกับไทยพีบีเอส

589
00:59:50,604 --> 00:59:53,703
ก็ไปจำลองเรื่องการออกอากาศที่จะมีการใช้ CC เข้าไป

590
00:59:53,703 --> 00:59:57,267
แล้วก็มีการไปปรับเปลี่ยนดัดแปลงระบบของเขา

591
00:59:57,267 --> 01:00:00,420
เพื่อให้สามารถที่จะเอา text ขึ้นไป

592
01:00:00,420 --> 01:00:01,128
แบบ Real-Time

593
01:00:01,128 --> 01:00:04,522
ได้

594
01:00:04,522 --> 01:00:05,603
อันนี้เป็นการจำลองเรื่องของการใช้

595
01:00:05,603 --> 01:00:06,529
Closed Captioning

596
01:00:06,529 --> 01:00:08,628
หรือว่า CC

597
01:00:08,628 --> 01:00:10,221
จากในช่องไทยพีบีเอส

598
01:00:10,221 --> 01:00:13,612
อันนี้เป็น version แรก

599
01:00:13,612 --> 01:00:16,974
ที่เราทำเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

600
01:00:16,974 --> 01:00:19,607
จะไม่มีเสียง

601
01:00:19,607 --> 01:00:23,607
แต่ว่าก็จะเห็นว่า

602
01:00:31,353 --> 01:00:34,746
มี Closed Captioning อยู่

603
01:00:34,746 --> 01:00:36,555
คุณจะเห็นว่าข้อความก็ยังขึ้นมา

604
01:00:36,555 --> 01:00:40,555
ยังไม่ค่อยราบรื่นเท่าไร

605
01:00:41,964 --> 01:00:45,964
เมื่อเราทำ CC ให้กับชั้นเรียน

606
01:00:46,607 --> 01:00:50,607
แล้วก็งานสัมมนา

607
01:00:54,006 --> 01:00:58,006
เราก็สามารถที่จะเอา text มาขึ้นมาทีละตัว

608
01:01:11,424 --> 01:01:15,424
เพราะว่ามี

609
01:01:18,003 --> 01:01:20,803
bandwidth มากกว่า

610
01:01:20,803 --> 01:01:23,335
แต่ว่าในระบบการออกอากาศก็มีข้อจำกัด

611
01:01:23,335 --> 01:01:25,884
เพราะว่าการออกแบบระบบ digital

612
01:01:25,884 --> 01:01:26,454
ตัวออกอากาศนี้แทนที่จะส่ง caption ที่เป็น text

613
01:01:26,454 --> 01:01:27,816
ที่เป็นข้อความ

614
01:01:27,816 --> 01:01:28,720
ซึ่งเขาก็ออกแบบให้ส่ง caption

615
01:01:28,720 --> 01:01:30,703
เป็นภาพมากกว่า

616
01:01:30,703 --> 01:01:32,776
คือจะไม่มีช่องสำหรับ text

617
01:01:32,776 --> 01:01:33,975
จะเห็นว่าภาพที่เป็นก็คือเป็นภาพของตัวหนังสือ

618
01:01:33,975 --> 01:01:37,344
ไม่ใช่ตัวหนังสือจริง

619
01:01:37,344 --> 01:01:41,344
เหตุผลที่เขาเลือกทางเลือกนี้

620
01:01:47,574 --> 01:01:51,574
เพราะว่าก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย

621
01:02:00,056 --> 01:02:04,056
ในเรื่องของ set top box

622
01:02:04,365 --> 01:02:06,913
แล้วก็ค่าใช้จ่าย

623
01:02:06,913 --> 01:02:08,067
หรือเครื่องตัวรับสัญญาดิจิทัล

624
01:02:08,067 --> 01:02:09,512
คือคนจะต้องไปซื้อมาไว้ที่บ้าน

625
01:02:09,512 --> 01:02:13,512
เพราะฉะนั้นถ้าเราส่งข้อความเป็น text

626
01:02:14,997 --> 01:02:16,808
ก็จะต้องมีการไปเซ็ตที่ตัว set top box

627
01:02:16,808 --> 01:02:20,059
อีก

628
01:02:20,059 --> 01:02:21,650
เพราะว่าจะได้เพื่อที่จะเข้ารหัสแล้วก็ส่งข้อความกลับมา

629
01:02:21,650 --> 01:02:25,650
ที่หน้าจอเหมือนเดิม

630
01:02:27,309 --> 01:02:31,309
แต่อันนี้ก็คือสามารถที่จะเปิด-ปิดได้

631
01:02:35,900 --> 01:02:39,900
ถ้าใช้วิธีนี้แค่เปิด-ปิด ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้

632
01:02:40,160 --> 01:02:42,733
แต่ว่าอาจจะไม่สามารถที่จะ update text ทัน

633
01:02:42,733 --> 01:02:45,957
เพราะอาจจะไปขัดขวางระบบออกอากาศ

634
01:02:45,957 --> 01:02:47,607
ซึ่งอาจจะทำให้การออกอากาศ Down ได้

635
01:02:47,607 --> 01:02:49,929
ถ้าเราส่งข้อมูลมากเกินไป

636
01:02:49,929 --> 01:02:53,929
เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าจากวิดีโอนี้

637
01:02:54,734 --> 01:02:56,709
ข้อความก็จะมีการส่งเป็นส่วน ๆ

638
01:02:56,709 --> 01:02:58,564
ประมาณ 5-6 ตัวอักษรต่อครั้ง

639
01:02:58,564 --> 01:03:01,733
อาจจะอ่านยากนิดหนึ่ง

640
01:03:01,733 --> 01:03:02,513
เราก็เห็นปัญหานี้

641
01:03:02,513 --> 01:03:05,493
แล้วก็พยายามแก้ปัญหานี้

642
01:03:05,493 --> 01:03:09,493
ในภาษาอังกฤษก็จะแก้ปัญหานี้

643
01:03:10,773 --> 01:03:12,213
ด้วยการส่งไปทีละคำ

644
01:03:12,213 --> 01:03:14,738
เพราะว่าภาษาอังกฤษจะมีช่องว่าง

645
01:03:14,738 --> 01:03:18,403
เพราะฉะนั้นก็จะส่งมาทีละคำได้

646
01:03:18,403 --> 01:03:19,173
แต่ภาษาไทย

647
01:03:19,173 --> 01:03:20,531
จะเห็นว่า

648
01:03:20,531 --> 01:03:24,531
จะไม่มีช่องว่างระหว่างคำ

649
01:03:26,276 --> 01:03:27,013
จะมีช่องว่างระหว่างอนุประโยค

650
01:03:27,013 --> 01:03:29,221
หรือว่าประโยคเท่านั้น

651
01:03:29,221 --> 01:03:33,221
แต่นั่นก็จะยาวเกินไป

652
01:03:33,988 --> 01:03:35,328
ก็อาจจะทำให้การส่ง

653
01:03:35,328 --> 01:03:37,124
ยิ่งดีเลย์เข้าไปอีก

654
01:03:37,124 --> 01:03:39,927
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำ

655
01:03:39,927 --> 01:03:41,554
ก็คือ

656
01:03:41,554 --> 01:03:43,072
เราก็มีการแบ่งคำ

657
01:03:43,072 --> 01:03:47,072
แบ่งประโยคเป็นคำ ๆ

658
01:03:49,689 --> 01:03:52,300
โดยอัตโนมัติ

659
01:03:52,300 --> 01:03:56,300
แล้วก็พยายามที่จะระบุคำแบบตามเวลาจริง

660
01:03:56,622 --> 01:03:57,904
แล้วก็มีการส่งเป็นคำ ๆ เข้าไป

661
01:03:57,904 --> 01:03:58,839
ในระบบการออกอากาศ

662
01:03:58,839 --> 01:04:02,839
อันนี้เป็นการเปรียบเทียบ

663
01:04:04,593 --> 01:04:08,593
ในส่วนของเวลา

664
01:04:10,733 --> 01:04:12,437
ที่เป็นเวลาที่ดีเลย์ไป

665
01:04:12,437 --> 01:04:14,542
หรือว่าล่าช้าไปจากเวลาจริง

666
01:04:14,542 --> 01:04:18,542
แล้วก็เป็นเรื่องของความแม่นยำ

667
01:04:20,141 --> 01:04:24,141
ในกรณีที่อาจารย์ในชั้นเรียนนั้นพูดช้าหน่อย

668
01:04:30,584 --> 01:04:33,397
ก็สามารถใช้ผู้พิมพ์ประมาณ 3 คน

669
01:04:33,397 --> 01:04:35,168
ในการที่จะทำคำบรรยาย

670
01:04:35,168 --> 01:04:37,445
แต่ถ้าพูดเร็วก็จะใช้ประมาณ ๔ คน

671
01:04:37,445 --> 01:04:41,445
ดีเลย์ประมาณ ๕ นาที

672
01:04:57,649 --> 01:05:01,127
ระบบของเรามีความแม่นยำใกล้เคียง ๙๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

673
01:05:01,127 --> 01:05:02,008
ในส่วนของคำบรรยายในทีวีนั้นอาจจะมีความดีเลย์มากสักนิดหนึ่ง

674
01:05:02,008 --> 01:05:05,995
ประมาณ 7 วินาที

675
01:05:05,995 --> 01:05:09,995
สำหรับสัมมนานั้นจะดีเลย์ประมาณ ๕ วินาที

676
01:05:12,377 --> 01:05:16,377
แต่เหตุผลของการ Delay ในโทรทัศน์หลายวินาทีสักหน่อย

677
01:05:26,990 --> 01:05:29,987
คือข้อจำกัดอีกสิ่งหนึ่งที่เราทำในระบบของเราก็คือ

678
01:05:29,987 --> 01:05:33,987
การแก้ไขคำหลังจากที่มีการพิมพ์แล้ว

679
01:05:39,944 --> 01:05:40,980
เนื่องจากว่าผู้ใช้บริการจะให้ความสำคัญกับเรื่องของความแม่นยำ

680
01:05:40,980 --> 01:05:44,980
หรือความถูกต้องของข้อความ

681
01:05:45,344 --> 01:05:49,344
เนื่องจากว่าผู้ที่เป็นคนหูหนวก

682
01:05:51,057 --> 01:05:55,026
หรือผู้ที่บกพร่องทางการได้ยิน

683
01:05:55,026 --> 01:05:59,026
จะเรียนรู้ภาษาเขียนจากการอ่านคำบรรยาย

684
01:05:59,664 --> 01:06:02,994
จึงมีการให้มีคนที่คอยกำกับดูแลความถูกต้อง

685
01:06:02,994 --> 01:06:06,994
หรือว่าทำการแก้ไขตรวจทาน

686
01:06:07,104 --> 01:06:11,104
เพื่อที่จะแก้คำที่ผิด

687
01:06:15,743 --> 01:06:19,743
ดิฉันจะให้ดูตัวอย่างใน slide ต่อไป

688
01:06:22,367 --> 01:06:24,153
จะมีตัวอย่างของการทำคำบรรยาย

689
01:06:24,153 --> 01:06:28,153
ซึ่งมีการใช้การตรวจทานแก้ไข

690
01:06:30,228 --> 01:06:34,228
ก่อนที่จะมีการตรวจทานแก้ไข

691
01:06:44,413 --> 01:06:48,413
ความถูกต้อง 83.94 เปอร์เซ็นต์

692
01:06:57,201 --> 01:07:01,201
แต่ถ้ามีการตรวจทานแก้ไข จะเพิ่มจาก ๘๓.94 เปอร์เซ็นต์ เป็น ๙๐.76 เปอร์เซ็นต์

693
01:07:09,977 --> 01:07:13,977
โดยมีตัวอย่างให้ดูเป็นเรื่องของการทำ Real-Time Transcription การทำ Real-Time Transcription ในช่วงเมษาหรือพฤษภาที่ผ่านมานี้

694
01:07:26,631 --> 01:07:30,631
เป็นพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ

695
01:07:34,067 --> 01:07:35,853
แล้วก็เราได้ทำในยูทูปและ Facebook ด้วย

696
01:07:35,853 --> 01:07:39,842
แต่ว่าใน YouTube นั้น

697
01:07:39,842 --> 01:07:42,112
เป็น open caption

698
01:07:42,112 --> 01:07:43,617
แล้วก็ในทีวีนั้นก็เป็นคำบรรยายด้วยเช่นกัน

699
01:07:43,617 --> 01:07:45,121
ดิฉันบันทึก VDO นี้

700
01:07:45,121 --> 01:07:49,121
มาจากโทรทัศน์ที่บ้านดิฉันเอง

701
01:07:49,134 --> 01:07:50,320
แต่ว่าเป็นโทรทัศน์ที่เป็นรุ่นเก่าสักนิดหนึ่ง

702
01:07:50,320 --> 01:07:53,441
อาจจะเห็นภาพไม่ชัดเจนมาก

703
01:07:53,441 --> 01:07:55,739
แต่ว่าจะเห็นตัวหนังสือที่เป็นคำบรรยายนั้น

704
01:07:55,739 --> 01:07:59,739
เราจะมีการเขียนคำบรรยายอยู่ทางด้านล่าง

705
01:08:01,362 --> 01:08:05,362
ธรรมดาเราจะมีการแสดงคำบรรยายด้านบน

706
01:08:06,026 --> 01:08:08,089
แต่เนื่องจากเป็นพระราชพิธีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

707
01:08:08,089 --> 01:08:12,089
จึงไม่ยกตัวหนังสือไว้ด้านบน

708
01:08:17,573 --> 01:08:21,573
เพื่อที่จะถวายพระเกียรติ

709
01:08:53,830 --> 01:08:55,407
คุณสามารถเห็นได้ว่าตัวหนังสือที่เป็นคำบรรยายนั้น

710
01:08:55,407 --> 01:08:57,944
จะแสดงขึ้นมาช้าสักนิดหนึ่ง

711
01:08:57,944 --> 01:08:59,483
เนื่องจากเราจะต้องมีการตรวจทานให้ถูกต้อง

712
01:08:59,483 --> 01:09:02,717
ก่อนที่จะแสดง

713
01:09:02,717 --> 01:09:06,717
ในอนาคตนั้นเราวางแผนที่จะให้มีการทำงาน

714
01:09:08,360 --> 01:09:11,489
โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์

715
01:09:11,489 --> 01:09:15,489
เป็นข้อความแบบทันเวลาจริงได้มากยิ่งขึ้น

716
01:09:18,378 --> 01:09:22,378
ซึ่งจะพัฒนามากขึ้นสำหรับภาษาไทยด้วย

717
01:09:44,076 --> 01:09:48,076
เราวางแผนที่จะใช้ Automatic Speech Recognition

718
01:09:54,131 --> 01:09:55,412
หรือว่า ASR เป็นการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาแทนคนที่เป็นผู้พิมพ์

719
01:09:55,412 --> 01:09:57,286
มากยิ่งขึ้น

720
01:09:57,286 --> 01:10:01,286
เพื่อที่จะทำบริการนี้ได้มากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะสามารถใช้คนที่จะตรวจ check

721
01:10:02,242 --> 01:10:03,447
หรือว่าพิมพ์ร่วมไปกับระบบคอมพิวเตอร์

722
01:10:03,447 --> 01:10:05,020
เพื่อเราจะสามารถขยายบริการของเรา

723
01:10:05,020 --> 01:10:07,232
ให้กว้างขวางได้ออกไปมากยิ่งขึ้น

724
01:10:07,232 --> 01:10:07,929
อันนี้เป็นแผนในอนาคตของเราสำหรับจัดทำบริการทันเวลาจริงในประเทศไทย

725
01:10:07,929 --> 01:10:09,772
ขอบคุณค่ะ

726
01:10:09,772 --> 01:10:13,772
[เสียงปรบมือ]

727
01:10:16,423 --> 01:10:19,868
คุณมีคำถามสำหรับดอกเตอร์อนันต์ลดาหรือเปล่าคะ

728
01:10:19,868 --> 01:10:23,868
เป็น amazing มาก

729
01:10:28,409 --> 01:10:32,409
ดิฉันหวังว่าดิฉันจะไม่พูดเร็วเกินไป ขอบคุณมากค่ะ

730
01:10:34,125 --> 01:10:35,285
สำหรับการนำเสนอขอเสียงปรบมือให้ดอกเตอร์อนันต์ลดาอีกครั้ง [เสียงปรบมือ]

731
01:10:35,285 --> 01:10:35,918
ขอบคุณค่ะ

732
01:10:35,918 --> 01:10:39,918

733
01:11:01,300 --> 01:11:03,133
ถัดไป ดร.ชวพร ธรรมนิตยกุล

734
01:11:03,133 --> 01:11:07,133
แล้วก็ ดร.นุดี หนูไพโรจน์

735
01:11:09,793 --> 01:11:13,793
ท่านมาจากวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

736
01:11:13,945 --> 01:11:15,298
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมของเด็กในวัยมัธยมศึกษา

737
01:11:15,298 --> 01:11:17,995
กับเด็กในวัยมัธยมศึกษา

738
01:11:17,995 --> 01:11:21,995

739
01:12:30,291 --> 01:12:31,264
(ดร.ชวพร) สวัสดีค่ะ ดิฉันมาจากมหาวิทยาลัยรังสิต จากนิเทศศาสตร์

740
01:12:31,264 --> 01:12:32,648
จริง ๆ

741
01:12:32,648 --> 01:12:34,593
แล้วการนำเสนอของดิฉันนั้น

742
01:12:34,593 --> 01:12:38,593
เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย

743
01:12:40,807 --> 01:12:44,807
ซึ่งงานวิจัยฉบับเต็มนั้นเป็นเรื่องของการพยายามจะสร้างตัวชี้วัด

744
01:12:45,364 --> 01:12:47,438
ในเรื่องของความรู้

745
01:12:47,438 --> 01:12:51,438
หรือความเข้าใจพื้นฐาน

746
01:12:55,173 --> 01:12:56,054
เกี่ยวกับ Digital Media

747
01:12:56,054 --> 01:12:59,334
ในประเทศไทย

748
01:12:59,334 --> 01:13:00,011
รู้เท่าทันสื่อในประเทศไทย

749
01:13:00,011 --> 01:13:03,746
สำหรับประชาชนทั่วไป

750
01:13:03,746 --> 01:13:07,746
และส่วนนี้เป็นส่วนของการศึกษา

751
01:13:09,069 --> 01:13:11,747
เรื่องของปัจจัยที่ผลต่อพฤติกรรมของการใช้สื่อ Online

752
01:13:11,747 --> 01:13:15,747
ในระดับมัธยมศึกษา

753
01:13:18,128 --> 01:13:22,128
ก่อนที่เราจะเริ่มนั้น

754
01:13:24,898 --> 01:13:28,898
อยากจะขอกล่าวถึงที่มานะคะ

755
01:14:03,412 --> 01:14:07,412
งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ในปี 2018

756
01:14:11,137 --> 01:14:12,208
เพื่อที่จะเข้าใจ หรือศึกษาให้ทำความเข้าใจถึงเรื่องรู้เท่าทันสื่อของประชาชน

757
01:14:12,208 --> 01:14:13,316
เรารู้ว่าเทคโนโลยีนั้นมีส่วนช่วย

758
01:14:13,316 --> 01:14:14,942
ประชาชนทุกกลุ่มในสังคม

759
01:14:14,942 --> 01:14:18,344
และนี่ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญด้วย

760
01:14:18,344 --> 01:14:21,171
เพราะฉะนั้นเรามุ่งที่จะเป็นประเทศไทยที่ใช้ดิจิทัล

761
01:14:21,171 --> 01:14:25,171
และประเด็นสำคัญ

762
01:14:25,709 --> 01:14:26,938
ก็คือเพื่อจะให้ทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้

763
01:14:26,938 --> 01:14:28,051
และสามารถใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเทคโนโลยีได้

764
01:14:28,051 --> 01:14:30,686
คุณจะเห็นว่าเราได้มีการพัฒนา

765
01:14:30,686 --> 01:14:32,109
ไม่ว่าจะเป็นคำบรรยายแทนเสียง

766
01:14:32,109 --> 01:14:36,109
เพื่อที่จะให้

767
01:14:36,358 --> 01:14:38,374
ทุกคน

768
01:14:38,374 --> 01:14:41,002
แล้วก็ประชาชนทุกกลุ่ม

769
01:14:41,002 --> 01:14:43,003
ทุกวัย

770
01:14:43,003 --> 01:14:47,003
สามารถใช้ประโยชน์ได้

771
01:14:47,404 --> 01:14:48,194
จาก Digital

772
01:14:48,194 --> 01:14:50,109
เกิดการเชื่อมโยงกัน

773
01:14:50,109 --> 01:14:54,109
เมื่อเราเชื่อมโยงกันจะเกิดอะไรขึ้น

774
01:14:55,718 --> 01:14:58,513
เมื่อเราพูดถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา

775
01:14:58,513 --> 01:15:02,513
เราเรียกว่า

776
01:15:02,586 --> 01:15:06,586
หรือว่าคนที่เกิดมา

777
01:15:06,984 --> 01:15:10,944
และเริ่มชีวิตของเขาท่ามกลางที่มีการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล

778
01:15:10,944 --> 01:15:14,944
แม้ว่าเขาจะเป็นประชากรจำนวนที่ไม่ได้มีมากนัก

779
01:15:21,823 --> 01:15:25,463
แต่ว่าเป็นกลุ่มที่ทรงพลังมาในการใช้ดิจิทัล

780
01:15:25,463 --> 01:15:27,636
เนื่องจากเขาเกิดในยุคดิจิทัล

781
01:15:27,636 --> 01:15:31,503
ฉะนั้นจึงเป็นกำลังสำคัญในการที่จะพัฒนา

782
01:15:31,503 --> 01:15:32,378
ไม่ว่าจะเป็นสังคมและเศรษฐกิจ digital

783
01:15:32,378 --> 01:15:36,378
ของประเทศต่อไป

784
01:15:37,812 --> 01:15:38,603
ก็จะเป็นกลุ่มคนที่เกิดประมาณ ปี 1989

785
01:15:38,603 --> 01:15:41,964
จนถึงปัจจุบัน

786
01:15:41,964 --> 01:15:45,964
สถิตินั้น

787
01:15:53,235 --> 01:15:57,235
มีการสำรวจโดย ITU ในปี 2013

788
01:16:00,614 --> 01:16:03,319
ว่าเยาวชน ๓๕ เปอร์เซ็นต์

789
01:16:03,319 --> 01:16:07,319
ของเยาวชนทั้งหมดในประเทศไทย

790
01:16:09,747 --> 01:16:13,747
เป็นผู้ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล

791
01:16:18,000 --> 01:16:22,000
แล้วมีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี

792
01:16:44,654 --> 01:16:46,821
ในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการพัฒนา

793
01:16:46,821 --> 01:16:48,529
จะเห็นว่าสมองของเยาวชนของเราโดยทั่วไปนั้น

794
01:16:48,529 --> 01:16:50,452
ก็ง่ายที่จะถูกล่อใจ

795
01:16:50,452 --> 01:16:51,936
หรือถูกกระตุ้นด้วยสื่อต่าง ๆ

796
01:16:51,936 --> 01:16:54,439
เรานำการศึกษาเรื่องของพฤติกรรม

797
01:16:54,439 --> 01:16:58,439
และศึกษาว่า

798
01:17:02,017 --> 01:17:03,468
เยาวชนเหล่านี้ได้เข้าไปใช้สื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม

799
01:17:03,468 --> 01:17:04,924
ด้วยสาเหตุอะไร

800
01:17:04,924 --> 01:17:08,924
หรือแหล่งจูงใจอย่างไร

801
01:17:17,791 --> 01:17:21,107
ประเด็นคือในการโครงการนั้น

802
01:17:21,107 --> 01:17:23,128
เราพยายามที่จะทำความเข้าใจในพฤติกรรม

803
01:17:23,128 --> 01:17:27,128
ของเยาวชน

804
01:17:40,604 --> 01:17:43,127
และพยายามจะเทียบเคียงกับคนกลุ่มอื่น ๆ ในประเทศ

805
01:17:43,127 --> 01:17:47,127
การศึกษามุ่งที่จะศึกษาเรื่องของพฤติกรรม

806
01:17:54,732 --> 01:17:58,353
และสถานการณ์ในปัจจุบันของการใช้ดิจิทัลมีเดียในนักเรียนมัธยมในประเทศไทยอายุ 13-18 ปี

807
01:17:58,353 --> 01:17:59,522
และพยายามจะศึกษา

808
01:17:59,522 --> 01:18:03,522
ถึงปัจจัย

809
01:18:15,632 --> 01:18:19,218
ที่ส่งผลกระทบมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้สื่อออนไลน์

810
01:18:19,218 --> 01:18:23,218
เราใช้การวิเคราะห์จากเอกสารและการอภิปรายกลุ่ม focus group

811
01:18:23,742 --> 01:18:25,787
ผลลัพธ์ที่เราคาดหวังก็คือ เราอยากจะทราบถึง

812
01:18:25,787 --> 01:18:29,787
เรื่องของการใช้งานสื่อ Online

813
01:18:35,369 --> 01:18:37,950
วัตถุประสงค์ของการใช้งาน

814
01:18:37,950 --> 01:18:41,950
ประเภทของเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมที่มีการเข้าถึง

815
01:18:48,211 --> 01:18:52,211
และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าใช้สื่อ Online

816
01:18:52,912 --> 01:18:55,679
หรือเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

817
01:18:55,679 --> 01:18:59,679
รวมถึงสาเหตุในการจัดทำสื่อที่ไม่เหมาะสมเหล่านั้น

818
01:19:05,598 --> 01:19:08,338
และเราต้องการที่จะสร้างเป็นความสามารถในการรู้เท่าทัน

819
01:19:08,338 --> 01:19:12,338
การใช้สื่อเพื่อที่จะให้เด็กมัธยมเหล่านี้

820
01:19:21,294 --> 01:19:24,043
สามารถที่จะนำสิ่งที่ได้ค้นพบจากงานวิจัย

821
01:19:24,043 --> 01:19:27,012
ไปพัฒนาความเท่าทันของตนเองในการใช้สื่อ Online

822
01:19:27,012 --> 01:19:31,012
สิ่งที่เราข้อค้นพบในงานวิจัยนี้

823
01:19:32,058 --> 01:19:36,058
ก็คือเยาวชนเหล่านี้มักจะใช้ smartphone

824
01:19:38,509 --> 01:19:39,769
และ Tablet PC

825
01:19:39,769 --> 01:19:43,722
ในการเข้าถึงสื่อ Online

826
01:19:43,722 --> 01:19:47,264
เขาใช้ 4G

827
01:19:47,264 --> 01:19:51,264
ระยะเวลาที่ใช้สื่อออนไลน์ทั้งหมดนั้น

828
01:19:51,479 --> 01:19:52,541
ประมาณ 5 - 6 ชั่วโมง

829
01:19:52,541 --> 01:19:53,815
ใช้ Facebook และ Line

830
01:19:53,815 --> 01:19:57,815
แล้วก็ใช้สื่อ Online ที่บ้าน

831
01:19:58,128 --> 01:19:59,862
มีเรื่องของการเล่นเกมส์ออนไลน์มากทีเดียว

832
01:19:59,862 --> 01:20:01,788
ส่วนมากจะพูดคุยกัน

833
01:20:01,788 --> 01:20:03,133
ในการใช้สื่อออนไลน์

834
01:20:03,133 --> 01:20:07,133
ใช้เล่นเกมส์ Online

835
01:20:09,668 --> 01:20:11,783
แล้วก็ใช้สำหรับที่โรงเรียน

836
01:20:11,783 --> 01:20:15,783
แล้วก็การบ้านด้วย

837
01:20:30,392 --> 01:20:34,392
ก็คือจะเป็นภาพลามก

838
01:20:35,904 --> 01:20:38,409
ก็จะมีคือเทคโนโลยีช่วยให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเท่าเทียมกัน

839
01:20:38,409 --> 01:20:41,281
ก็ต้องมีความรู้ในเรื่องของการใช้งานเช่นเดียวกัน

840
01:20:41,281 --> 01:20:43,533
เพราะว่าถ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนี้

841
01:20:43,533 --> 01:20:45,886
เขาก็จะใช้เข้าถึงเนื้อหาที่ไม่มีความเหมาะสม

842
01:20:45,886 --> 01:20:49,886
หรืออาจจะเป็นคนสร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในตัวเอง

843
01:20:52,288 --> 01:20:53,933
เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เป็นปัญหาก็คือ

844
01:20:53,933 --> 01:20:56,657
เรื่องของภาพลามกอนาจาร

845
01:20:56,657 --> 01:21:00,657
อันนี้เป็นภาพของนักเรียนชั้นมัธยม

846
01:21:08,308 --> 01:21:10,425
ซึ่งก็ทำท่าทาง sexy และถ่ายภาพและเอามา post ใน Facebook

847
01:21:10,425 --> 01:21:11,685
ส่วนตัว

848
01:21:11,685 --> 01:21:15,685
แล้วก็กระจายไปทั่ว

849
01:21:18,240 --> 01:21:21,140
อันที่ 2 การส่งข้อความเพื่อไป chat และพูดเกี่ยวกับเรื่องของเพศ

850
01:21:21,140 --> 01:21:23,820
และภาพที่เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ

851
01:21:23,820 --> 01:21:24,893
ที่พวกเขาก็อาจจะไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่จะตามมา

852
01:21:24,893 --> 01:21:27,655
ต่อมาก็เป็นเรื่องของการพนัน

853
01:21:27,655 --> 01:21:31,655
คือเขาบอกว่า

854
01:21:39,133 --> 01:21:41,399
เด็กไทยก็ชอบเล่นการพนัน

855
01:21:41,399 --> 01:21:45,399
ก็ประมาณ 4 ล้านคน

856
01:21:47,393 --> 01:21:51,393
ก็คือจะเล่นการพนัน แล้วก็มีการเล่นกีฬาที่เป็น

857
01:21:52,922 --> 01:21:54,778
E-Sport ในเด็กกลุ่มนี้

858
01:21:54,778 --> 01:21:56,992
ข่าวต่อมาเป็นเรื่องของการใช้ภาษาที่รุนแรง

859
01:21:56,992 --> 01:21:58,602
เป็นภาษาที่ไม่เหมาะสมเท่าไร

860
01:21:58,602 --> 01:22:00,029
คือเขาใช้ Internet

861
01:22:00,029 --> 01:22:04,029
ในการสร้างเครือข่าย

862
01:22:07,085 --> 01:22:11,085
ในการ post status บ่นเกี่ยวกับเรื่องของพ่อแม่

863
01:22:12,003 --> 01:22:16,003
ซึ่งอาจจะไม่ให้ทำอะไรบางอย่าง

864
01:22:17,457 --> 01:22:20,640
หรือใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง

865
01:22:20,640 --> 01:22:22,991
หรือไม่มีการคิดพิจารณาใด ๆ

866
01:22:22,991 --> 01:22:24,799
ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของความรุนแรง

867
01:22:24,799 --> 01:22:28,799
หรือการฆ่า

868
01:22:34,398 --> 01:22:38,398
อันนี้เป็น Net ไอดอลคนหนึ่ง

869
01:22:46,251 --> 01:22:48,175
เธอก็มีเพจเกี่ยวกับหมา

870
01:22:48,175 --> 01:22:52,175
แล้วก็บริจาคเงินเกี่ยวกับสัตว์ไปช่วยเหลือสัตว์

871
01:23:06,649 --> 01:23:07,568
แล้วก็มีการแลกเปลี่ยน Bitcoin แล้วเธอก็พยายาม ก็คือสิ่งที่เธอพยายามทำก็คือ

872
01:23:07,568 --> 01:23:10,704
เธอไปฆ่าแมวสด ๆ

873
01:23:10,704 --> 01:23:11,634
ซึ่งก็ค่อนข้างน่ากลัว

874
01:23:11,634 --> 01:23:13,240
ก็คือเป็นการใช้ Internet

875
01:23:13,240 --> 01:23:15,917
ในการที่จะอวดตัวเอง

876
01:23:15,917 --> 01:23:19,917
ซึ่งเขาต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมชุมชนของเขา

877
01:23:20,232 --> 01:23:23,124
เพราะว่าเด็กในวัยนี้

878
01:23:23,124 --> 01:23:24,379
เขาอยากได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ

879
01:23:24,379 --> 01:23:27,772
เพราะฉะนั้น

880
01:23:27,772 --> 01:23:28,362
สิ่งที่พวกเขาก็พยายามที่จะโชว์ออฟ

881
01:23:28,362 --> 01:23:29,652
หรือว่าอวด

882
01:23:29,652 --> 01:23:32,694
สิ่งหนึ่งที่ทำบ่อย ๆ

883
01:23:32,694 --> 01:23:36,694
ก็คือสื่อ Online มีไว้สำหรับอวด

884
01:23:38,301 --> 01:23:40,639
ผลกระทบจากเนื้อหามีอะไรบ้าง

885
01:23:40,639 --> 01:23:44,639
จากเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์มีอะไรบ้าง

886
01:23:44,645 --> 01:23:48,645
ก็จะเป็นเรื่องของความเชื่อ

887
01:23:51,189 --> 01:23:53,097
พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล เราจะต้องชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้

888
01:23:53,097 --> 01:23:57,077
ใช่เป็นสิทธิส่วนบุคคล

889
01:23:57,077 --> 01:23:59,364
แต่ว่าคุณจะต้องใช้สิทธิของคุณในทางที่ถูกต้องข้อ 2

890
01:23:59,364 --> 01:24:01,976
จะเป็นเรื่องของความปรารถนา

891
01:24:01,976 --> 01:24:02,634
ที่จะได้รับความนิยมในกลุ่มเพื่อน

892
01:24:02,634 --> 01:24:03,809
เช่น

893
01:24:03,809 --> 01:24:04,668
การอวดรวย

894
01:24:04,668 --> 01:24:08,668
อวดอะไรต่าง ๆ

895
01:24:09,124 --> 01:24:12,594
หรือการอวดเพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจ

896
01:24:12,594 --> 01:24:16,594
หรือการเลียนแบบ

897
01:24:17,028 --> 01:24:18,969
ถ้าคุณจำได้ในภาพที่แล้ว

898
01:24:18,969 --> 01:24:21,182
ในเรื่องของภาพลามกอนาจาร

899
01:24:21,182 --> 01:24:24,359
เด็กก็พยายามทำตามนางแบบอะไรทำนองนั้น

900
01:24:24,359 --> 01:24:26,518
แล้วก็ ข้อ ๕

901
01:24:26,518 --> 01:24:30,518
ก็จะเป็นเรื่องของการปลดปล่อยอารมณ์

902
01:24:34,893 --> 01:24:37,993
จะเห็นว่าใน Facebook status ก็มีตัวอย่างของการที่จะปลดปล่อยอารมณ์

903
01:24:37,993 --> 01:24:41,993
ต่อมาเป็นเรื่องของการหาเงิน

904
01:24:45,038 --> 01:24:46,224
เช่น Bitcoin จริง ๆ

905
01:24:46,224 --> 01:24:47,702
เขามีช่องทางหาเงินหลายอย่าง

906
01:24:47,702 --> 01:24:49,552
บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ดี

907
01:24:49,552 --> 01:24:52,102
แต่ว่าบางอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี

908
01:24:52,102 --> 01:24:53,319
อันสุดท้ายอาจจะการขาดความรัก

909
01:24:53,319 --> 01:24:56,382
เขาต้องการความรัก

910
01:24:56,382 --> 01:24:57,142
ฉะนั้นเขาก็เลยเรียกร้องความสนใจ

911
01:24:57,142 --> 01:25:01,142
เพื่อให้ได้ความรัก

912
01:25:05,587 --> 01:25:06,450
การที่เด็ก ๆ เข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้

913
01:25:06,450 --> 01:25:08,603
ก็จะมีเหตุผลหลาย ๆ เหตุผล

914
01:25:08,603 --> 01:25:12,603
เช่น

915
01:25:14,905 --> 01:25:16,779
เหตุผลแรกก็คือ เรื่องความอยากรู้อยากเห็น

916
01:25:16,779 --> 01:25:20,779
ต่อมาก็คือเป็นความกดดันจากเพื่อน

917
01:25:23,794 --> 01:25:25,409
ตอนที่ทำโฟกัสกรุ๊ป

918
01:25:25,409 --> 01:25:29,409
คำตอบหนึ่งที่ได้ยินก็คือ

919
01:25:31,059 --> 01:25:35,059
เพื่อนอยากให้ทำก็ทำ

920
01:25:35,779 --> 01:25:39,779
คือทำเพื่อให้สนุก

921
01:25:42,089 --> 01:25:42,739
หรืออันสุดท้ายก็ค่อนข้างที่จะน่ากลัว

922
01:25:42,739 --> 01:25:46,739
เช่น

923
01:25:51,378 --> 01:25:55,378
เราเคยเห็นไหมเวลาที่เราเข้าไปใน social media network

924
01:25:59,220 --> 01:26:03,220
ก็จะมีโฆษณา สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เหมาะสมมาก

925
01:26:04,086 --> 01:26:08,086
แล้วเด็ก ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นคนที่ได้รับเนื้อหาเหล่านี้

926
01:26:08,894 --> 01:26:11,062
เนื่องจากว่า internet เหล่านี้

927
01:26:11,062 --> 01:26:15,062
ยอมให้เด็กเหล่านี้เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาเหล่านี้ได้

928
01:26:18,875 --> 01:26:20,363
content หรือว่าเนื้อหานี้ก็จะกระจายไปทั่วเลย

929
01:26:20,363 --> 01:26:24,363
อีกเหตุผลต่อมา

930
01:26:25,135 --> 01:26:26,643
จะเป็นเรื่องของการไม่มีการปฏิสัมพันธ์

931
01:26:26,643 --> 01:26:30,643
ไม่มีการเช็คอายุ

932
01:26:36,219 --> 01:26:38,279
แต่ว่าเขาก็อยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในสังคม online

933
01:26:38,279 --> 01:26:40,623
อันนี้เป็นข้อสรุปการใช้สื่อออนไลน์

934
01:26:40,623 --> 01:26:42,397
ก็อาจจะนำไปสู่เรื่องของการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาตัวเอง

935
01:26:42,397 --> 01:26:45,788
คือเขานั่งอยู่หน้าจอ

936
01:26:45,788 --> 01:26:49,645
แล้วก็ลืมกิจกรรมอย่างอื่น

937
01:26:49,645 --> 01:26:53,645
ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับเขา

938
01:26:56,313 --> 01:27:00,313
หรือกิจกรรมทางกายหรือจิตใจช่วยพัฒนาตัวเขาได้

939
01:27:02,788 --> 01:27:06,788
ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการติดสื่อ

940
01:27:09,066 --> 01:27:13,066
การติดสื่อก็คือ WHO ก็พยายามบอกว่า

941
01:27:13,110 --> 01:27:17,110
smartphone หรือว่า internet ก็เป็นอาการติดอย่างหนึ่ง

942
01:27:22,043 --> 01:27:25,284
ข้อที่ 3 เป็นเรื่องของผลกระทบทางอารมณ์

943
01:27:25,284 --> 01:27:29,284
บางครั้งเด็กเหล่านี้เขาก็รู้สึกอารมณ์ไม่ดี

944
01:27:56,190 --> 01:28:00,190
เสียใจ หรือว่าเวลาเห็นคนอื่นเห็นเพื่อน ๆ คนอื่นโชว์ออฟ

945
01:28:00,453 --> 01:28:03,996
คือเขาก็อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ post

946
01:28:03,996 --> 01:28:04,489
สิ่งเหล่านี้เข้ามา หรือว่าแม้กระทั่งตอนที่เขาไม่ได้เข้าถึงสื่อพวกนี้

947
01:28:04,489 --> 01:28:06,593
ยังรู้สึกไม่ค่อยดี

948
01:28:06,593 --> 01:28:07,709
ข้อที่ 4 จะเป็นเรื่องของจะเป็นพฤติกรรมที่มีผลกระทบต่อคนอื่น ๆ

949
01:28:07,709 --> 01:28:11,709
ในสังคมซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อผู้อื่น

950
01:28:12,855 --> 01:28:15,997
เมื่อมีการแชร์ หรือมีการถ่าย แล้วก็โพสต์รูปที่ไม่เหมาะสมลงไป

951
01:28:15,997 --> 01:28:16,884
หรืออาจจะทำ VDO Clip

952
01:28:16,884 --> 01:28:20,884
แล้วก็ Post

953
01:28:21,709 --> 01:28:25,709
ลงไปข้อแนะนำจากงานวิจัยนี้ก็เป็นเรื่องของสมรรถนะของสื่อสารสนเทศ

954
01:28:26,160 --> 01:28:30,160
แล้วก็ความเป็นประชาชนในสังคมประชาธิปไตยก็จะต้องมีการไป

955
01:28:30,863 --> 01:28:34,863
เขาเรียกว่าสร้าง เป็นแนวคิดขึ้นมาใหม่

956
01:28:36,330 --> 01:28:37,450
แล้วก็มีการปลูกฝังแนวคิดเหล่านี้

957
01:28:37,450 --> 01:28:41,450
ตั้งแต่มัธยม

958
01:29:00,113 --> 01:29:02,109
เข้าใจความแตกต่างของคนตั้งแต่ช่วงเป็นเด็กจนกระทั่งเป็นผู้สูงอายุ

959
01:29:02,109 --> 01:29:03,620
รวมถึงเด็กพิการด้วย

960
01:29:03,620 --> 01:29:05,446
คนพิการด้วย

961
01:29:05,446 --> 01:29:08,195
ขอบคุณครับ

962
01:29:08,195 --> 01:29:12,195
มีคำถามไหมคะ

963
01:29:25,301 --> 01:29:26,273
ที่จะถามดอกเตอร์ชวพร

964
01:29:26,273 --> 01:29:28,403
เห็นแล้วก็รู้สึกกลัวมาก

965
01:29:28,403 --> 01:29:31,629
เพราะว่าดิฉันก็มีลูกวัยรุ่น

966
01:29:31,629 --> 01:29:32,762
และเราในฐานะผู้ปกครองก็ควรจะต้องตระหนักเรื่องนี้เช่นกัน

967
01:29:32,762 --> 01:29:34,973
ใช่

968
01:29:34,973 --> 01:29:38,973
เราก็มีการคุยกันเกี่ยวกับเรื่องทางออกสำหรับพ่อแม่ด้วย

969
01:29:39,668 --> 01:29:42,885
หลายครั้งพ่อแม่ก็รู้สึกว่าอยากจะให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนช่วยกัน

970
01:29:42,885 --> 01:29:46,885
ในการแก้ไขร่วมกัน ทุกฝ่ายค่ะ

971
01:29:47,703 --> 01:29:49,073
ขอเสียงปรบมืออีกครั้งหนึ่ง  [เสียงปรบมือ]

972
01:29:49,073 --> 01:29:52,940
ต่อไปอยากจะขอเชิญผู้นำเสนอท่านต่อไป

973
01:29:52,940 --> 01:29:55,398
นางสาววรัญนิตย์ จอมกลาง

974
01:29:55,398 --> 01:29:56,644
จากศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง

975
01:29:56,644 --> 01:29:58,224
ขอเสียงปรบมือค่ะ

976
01:29:58,224 --> 01:30:02,224
[เสียงปรบมือ]

977
01:30:32,953 --> 01:30:34,276
(นางสาววรัญนิตย์) สวัสดีค่ะทุกท่าน ดิฉันชื่อนางสาววรัญนิตย์ จอมกลาง เป็นครูจากศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลางที่กรุงเทพ

978
01:30:34,276 --> 01:30:36,293
ประเทศไทย

979
01:30:36,293 --> 01:30:40,227
ดิฉันรู้สึกยินดีมากที่ได้มาที่นี่

980
01:30:40,227 --> 01:30:43,989
ได้พบกับท่านอาจารย์และเพื่อน ๆ ทุกท่าน

981
01:30:43,989 --> 01:30:45,740
วันนี้ดิฉันอยากจะขอนำเสนองานวิจัยที่ดิฉัน

982
01:30:45,740 --> 01:30:49,740
และทางคณะได้จัดทำขึ้น

983
01:31:00,960 --> 01:31:04,960
เป็นรูปแบบการทำงานร่วมกัน

984
01:31:05,098 --> 01:31:07,770
ระหว่างครูทั่วไปและครูการศึกษาพิเศษ

985
01:31:07,770 --> 01:31:08,995
ในประเทศไทยเรามีการศึกษาพิเศษหลายรูปแบบ

986
01:31:08,995 --> 01:31:09,789
สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

987
01:31:09,789 --> 01:31:12,099
เช่น

988
01:31:12,099 --> 01:31:13,201
ความช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม

989
01:31:13,201 --> 01:31:17,201
ในศูนย์การศึกษาพิเศษ

990
01:31:20,297 --> 01:31:21,638
โรงเรียนการศึกษาพิเศษ

991
01:31:21,638 --> 01:31:25,114
โรงเรียนเรียนรวม

992
01:31:25,114 --> 01:31:28,433
โรงเรียนเอกชนและอื่น ๆ

993
01:31:28,433 --> 01:31:32,433
ในบางที่ก็จะมีครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนรวม

994
01:31:39,780 --> 01:31:42,704
เป็นโอกาสที่จะให้นักเรียนทั่วไป

995
01:31:42,704 --> 01:31:44,508
และนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษสามารถเรียนร่วมกัน

996
01:31:44,508 --> 01:31:48,508
เป็นเพื่อนกันแล้วก็เรียนรู้

997
01:32:01,156 --> 01:32:02,370
สังคมที่มีการอยู่ร่วมกันผู้ที่เกี่ยวข้อง

998
01:32:02,370 --> 01:32:03,675
ในเรื่องของการบริหารจัดการการศึกษาพิเศษนั้น

999
01:32:03,675 --> 01:32:07,675
สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

1000
01:32:08,943 --> 01:32:09,679
กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง

1001
01:32:09,679 --> 01:32:13,144
เช่น

1002
01:32:13,144 --> 01:32:13,920
หมอ  Audiologist

1003
01:32:13,920 --> 01:32:14,889
นักแก้ไขการพูด

1004
01:32:14,889 --> 01:32:16,068
นักกายภาพบำบัด

1005
01:32:16,068 --> 01:32:17,613
นักกิจกรรมบำบัด

1006
01:32:17,613 --> 01:32:19,955
นักสังคมสงเคราะห์

1007
01:32:19,955 --> 01:32:21,694
จะเป็นผู้ที่มีการสนับสนุน

1008
01:32:21,694 --> 01:32:23,875
ส่งเสริม

1009
01:32:23,875 --> 01:32:27,875
ไม่ว่าจะเป็นการบำบัด

1010
01:32:30,805 --> 01:32:34,450
และสิ่งต่าง ๆ

1011
01:32:34,450 --> 01:32:36,165
ทำให้เด็กสามารถที่จะเรียนได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

1012
01:32:36,165 --> 01:32:40,165
อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรง

1013
01:32:40,635 --> 01:32:44,635
กับเรื่องการศึกษาของเด็ก

1014
01:32:47,090 --> 01:32:49,103
ได้แก่ผู้บริหาร

1015
01:32:49,103 --> 01:32:53,103
ครูทั่วไป

1016
01:32:53,435 --> 01:32:57,435
และครูการศึกษาพิเศษ

1017
01:33:07,299 --> 01:33:09,723
ครูทั่วไปและครูการศึกษาพิเศษนั้นถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับพัฒนาการของเด็ก

1018
01:33:09,723 --> 01:33:13,723
โดยเฉพาะเด็กพิการในโรงเรียน

1019
01:33:16,286 --> 01:33:20,286
ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ครูทั่วไปและครูการศึกษาพิเศษจะร่วมมือกัน

1020
01:33:37,876 --> 01:33:38,405
ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการพัฒนาเด็กนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ

1021
01:33:38,405 --> 01:33:40,142
จากสถิติแสดงให้เห็นว่า

1022
01:33:40,142 --> 01:33:43,313
ครูทั่วไปนั้นมีทัศนคติที่เป็นบวก

1023
01:33:43,313 --> 01:33:47,313
ต่อการทำงานกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

1024
01:33:52,708 --> 01:33:55,939
เพียงแต่ว่าจะค่อนข้างมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาในการทำงาน มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของครูทั่วไป

1025
01:33:55,939 --> 01:33:59,939
ไม่สามารถสอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในชั้นเรียนรวมได้

1026
01:34:08,959 --> 01:34:12,959
และครูการศึกษาพิเศษก็ประสบปัญหาในการสอนในชั้นเรียนรวม

1027
01:34:22,581 --> 01:34:26,581
ฉะนั้นการส่งเสริมความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างครูทั่วไป และครูการศึกษาพิเศษยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่า ณ

1028
01:34:35,896 --> 01:34:38,772
ขณะนี้ยังไม่มีแนวทางในการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน

1029
01:34:38,772 --> 01:34:42,772
อะไรควรจะเป็นรูปแบบของการทำงานร่วมกัน

1030
01:34:49,605 --> 01:34:52,755
ระหว่างครูทั่วไปและครูการศึกษาพิเศษในนักเรียน

1031
01:34:52,755 --> 01:34:54,455
งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษา

1032
01:34:54,455 --> 01:34:57,954
และวิธีการหรือแนวทางในการทำงานร่วมกันระหว่างครูทั่วไป

1033
01:34:57,954 --> 01:35:01,954
และครูการศึกษาพิเศษ

1034
01:35:07,920 --> 01:35:09,565
เพื่อที่จะสร้างรูปแบบการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างครูทั่วไปและครูการศึกษาพิเศษ

1035
01:35:09,565 --> 01:35:13,565
กลุ่มตัวอย่างของงานวิจัยนี้มีครูทั่วไป ๘ คน

1036
01:35:14,048 --> 01:35:18,048
ที่ทำงานกับครูการศึกษาพิเศษในกรุงเทพฯ

1037
01:35:23,112 --> 01:35:25,124
โดยมีโรงเรียนการศึกษาพื้นฐาน

1038
01:35:25,124 --> 01:35:29,124
และโรงเรียนที่อยู่ในคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

1039
01:35:37,040 --> 01:35:41,040
และโรงเรียนที่ทำงานโรงเรียนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร

1040
01:35:42,505 --> 01:35:45,179
มีการถามคำถามในโฟกัสกรุ๊ป

1041
01:35:45,179 --> 01:35:46,979
และทบทวนวรรณกรรม

1042
01:35:46,979 --> 01:35:50,979
แล้วก็มีการวางแผนเครื่องมือวิจัย

1043
01:35:54,780 --> 01:35:58,780
และดำเนินการ

1044
01:36:06,898 --> 01:36:09,484
วิธีการทำงานวิจัยเรามีการส่งจดหมาย

1045
01:36:09,484 --> 01:36:13,376
ไปทางผู้อำนวยการของโรงเรียนจากนั้นทำการ Focus Group

1046
01:36:13,376 --> 01:36:17,376
แล้วก็มีการวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูลที่เก็บมาจากการดำเนินงาน

1047
01:36:18,124 --> 01:36:22,124
ผลที่เกิดขึ้นจากการศึกษา 3 กลุ่ม

1048
01:36:32,078 --> 01:36:33,454
เราพบว่าครูการศึกษาพิเศษที่สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในห้อง

1049
01:36:33,454 --> 01:36:37,454
resource room นั้น

1050
01:36:40,690 --> 01:36:43,359
แล้วก็มีเรื่องของการศึกษาความร่วมมือระหว่างครูทั่วไป

1051
01:36:43,359 --> 01:36:47,359
ที่สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ

1052
01:36:49,463 --> 01:36:53,463
ทุกคนนั้นก็พยายามที่จะแก้ปัญหา

1053
01:36:55,378 --> 01:36:57,988
พยายามที่จะจัดให้มีครูการศึกษาพิเศษ

1054
01:36:57,988 --> 01:37:01,988
แล้วก็พยายามให้มีการหารือร่วมกัน

1055
01:37:04,910 --> 01:37:08,910
เพื่อที่จะมีความเข้าใจที่ตรงกัน

1056
01:37:16,173 --> 01:37:18,815
รูปแบบของความร่วมมือระหว่างครูทั่วไป

1057
01:37:18,815 --> 01:37:21,834
และครูการศึกษาพิเศษ

1058
01:37:21,834 --> 01:37:22,709
ประกอบไปด้วย

1059
01:37:22,709 --> 01:37:23,724
7 องค์ประกอบ

1060
01:37:23,724 --> 01:37:25,054
เรียกว่า

1061
01:37:25,054 --> 01:37:29,054
PARTAKE Model

1062
01:37:40,293 --> 01:37:43,024
คือรูปแบบการทำงานร่วมกันให้เกิดคุณภาพการศึกษา

1063
01:37:43,024 --> 01:37:43,898
เป็นการทำงานระหว่างครูทั่วไป

1064
01:37:43,898 --> 01:37:45,556
และครูการศึกษาพิเศษ

1065
01:37:45,556 --> 01:37:49,556
ได้แก่

1066
01:37:50,188 --> 01:37:54,188
การทำงาน

1067
01:37:54,848 --> 01:37:56,729
เพื่อให้เด็กสามารถที่จะมีความสามารถ

1068
01:37:56,729 --> 01:37:58,705
ในการเรียนรู้

1069
01:37:58,705 --> 01:38:00,043
และได้รับความรู้

1070
01:38:00,043 --> 01:38:04,043
ได้อย่างเต็มที่

1071
01:38:05,439 --> 01:38:09,439
ความหมายของคำว่า PARTAKE Model

1072
01:38:10,570 --> 01:38:11,942
มาจากตัวหนังสือแต่ละตัวอักษร คือ

1073
01:38:11,942 --> 01:38:15,942
P มาจาก Partner Plan

1074
01:38:18,048 --> 01:38:22,048
ระบบการวางแผนงานที่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

1075
01:38:26,615 --> 01:38:28,384
A คือ Administrator

1076
01:38:28,384 --> 01:38:32,384
หรือผู้บริหาร

1077
01:38:37,728 --> 01:38:41,631
เป็นการทำงานภายใต้การกำกับดูแลโรงเรียนที่มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรวม R มาจากคำว่า Renew

1078
01:38:41,631 --> 01:38:42,779
หมายถึง การทำงานร่วมและพัฒนางานต่อเนื่องร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

1079
01:38:42,779 --> 01:38:44,465
เพื่อสร้างวิธีการใหม่ ๆ

1080
01:38:44,465 --> 01:38:48,305
และแนวความคิดใหม่ ๆ T

1081
01:38:48,305 --> 01:38:49,372
คือคำว่า Train การฝึกอบรม

1082
01:38:49,372 --> 01:38:51,775
เป็นการฝึกอบรมให้สามารถปฏิบัติงานได้

1083
01:38:51,775 --> 01:38:53,067
ยอมรับในบทบาทหน้าที่ K

1084
01:38:53,067 --> 01:38:57,067
มาจาก

1085
01:39:01,138 --> 01:39:05,055
Knowledge

1086
01:39:05,055 --> 01:39:08,203
E คือ Ethics

1087
01:39:08,203 --> 01:39:10,492
เป็นสิ่งที่สำคัญคือการทำงานตามจรรยาบรรณในฐานะของครู

1088
01:39:10,492 --> 01:39:14,492
ความคาดหวัง

1089
01:39:14,808 --> 01:39:16,701
เพื่อจะให้ทุกคนที่เป็นครู

1090
01:39:16,701 --> 01:39:20,195
ในโรงเรียนนั้น

1091
01:39:20,195 --> 01:39:21,646
สามารถเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษและไปในทิศทางเดียวกัน

1092
01:39:21,646 --> 01:39:23,570
เพื่อที่จะให้มีความรู้

1093
01:39:23,570 --> 01:39:26,963
ความตระหนัก

1094
01:39:26,963 --> 01:39:30,963
สำหรับเด็กทุกคน

1095
01:39:31,062 --> 01:39:32,919
ในโรงเรียน

1096
01:39:32,919 --> 01:39:36,919
ขอบคุณมากค่ะ

1097
01:39:42,816 --> 01:39:43,926
[เสียงปรบมือ]

1098
01:39:43,926 --> 01:39:45,073
ขอบคุณมากค่ะ

1099
01:39:45,073 --> 01:39:45,946
ก็อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่า

1100
01:39:45,946 --> 01:39:47,033
การศึกษาพิเศษ

1101
01:39:47,033 --> 01:39:47,879
เป็นสิ่งสำคัญมาก

1102
01:39:47,879 --> 01:39:51,639
เพราะฉะนั้นความร่วมมือ

1103
01:39:51,639 --> 01:39:53,367
และครูการศึกษาพิเศษจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ

1104
01:39:53,367 --> 01:39:56,487
เดี๋ยวเราจะมีเบรกสั้น ๆ เราเบรก 15 นาที

1105
01:39:56,487 --> 01:39:58,069
เนื่องจากเวลาเราค่อนข้างจะจำกัด

1106
01:39:58,069 --> 01:40:02,069
ขอให้กลับมาตรงเวลา

1107
01:40:26,737 --> 01:40:30,737
[สิ้นสุดการถอดความ]

1108
01:56:46,669 --> 01:56:50,265
(พิธีกร) ทุกท่านคะ

1109
01:56:50,265 --> 01:56:51,943
ทุกท่านที่กำลังรับประทาน

1110
01:56:51,943 --> 01:56:55,943
เบรก

1111
01:57:02,033 --> 01:57:06,033
อยู่ข้างนอกรบกวนเข้ามาในอีก 5 นาทีนะคะ

1112
01:57:24,008 --> 01:57:28,008
ขอบคุณค่ะ

1113
01:59:52,249 --> 01:59:56,249
ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วกรุณามานั่งด้านหน้านะคะ

1114
02:00:05,177 --> 02:00:09,177
ขอเชิญประจำที่นะคะ

1115
02:00:13,698 --> 02:00:17,698
คนที่นั่งอยู่โต๊ะกลม ๆ ด้านหลังช่วยขยับมานั่งด้านหน้าได้หรือไม่คะ

1116
02:00:37,980 --> 02:00:41,980
เรามีเวลาค่อนข้างจำกัด

1117
02:00:42,205 --> 02:00:43,634
ดิฉันจะขอบคุณมากถ้าเราจะเริ่มได้ตอนนี้เลย

1118
02:00:43,634 --> 02:00:47,634
รบกวนทุกท่านเข้าประจำที่ด้วยค่ะ

1119
02:00:49,213 --> 02:00:53,213
ตอนนี้เราก็ใกล้จะจบการสัมมนาของเราแล้ว

1120
02:00:58,463 --> 02:01:02,463
ทุกคนก็คงจะตื่นเต้นกัน

1121
02:01:29,378 --> 02:01:33,378
ทุกท่านคะ

1122
02:01:40,389 --> 02:01:44,389
เรากำลังจะเริ่มแล้ว ขอทุกท่านประจำที่นะคะ

1123
02:01:53,822 --> 02:01:57,822
ขอบคุณค่ะ

1124
02:02:11,462 --> 02:02:12,292
ก็รบกวนให้ความเคารพกับวิทยากรของเราด้วยนะคะ

1125
02:02:12,292 --> 02:02:16,292
ขอเชิญทุกท่านประจำที่ค่ะ

1126
02:02:19,329 --> 02:02:23,329
วิทยากรท่านถัดไปมาจากภูฏาน

1127
02:02:26,045 --> 02:02:30,045
คุณ Ms. Chencho Dem

1128
02:02:41,745 --> 02:02:45,745
มาจากสถาบัน ของคนหูหนวก เมืองปาโร ภูฎานก็จะมาพูดถึงเรื่องของการนำคนหูหนวกออกมารู้จักกับโลกภายนอก

1129
02:02:48,254 --> 02:02:50,905
เพราะว่าคนหูหนวกเหล่านี้ มีพื้นฐานของภาษามือหรือว่าวัฒนธรรมคนหูหนวกเลย (Ms. Dem)

1130
02:02:50,905 --> 02:02:51,835
สวัสดีค่ะ

1131
02:02:51,835 --> 02:02:55,835
ดิฉันอยากจะขอทักทายเป็นภาษาภูฏานนะคะ

1132
02:02:57,280 --> 02:03:01,280
แล้วก่อนที่ดิฉันจะขอเริ่มนำเสนอ

1133
02:03:05,553 --> 02:03:09,553
ดิฉันจะขอขอบคุณท่านอาจารย์มลิวัลย์

1134
02:03:10,633 --> 02:03:13,997
และคณะผู้จัดงาน รวมถึงทางสวนดุสิต

1135
02:03:13,997 --> 02:03:16,029
ที่ได้ให้โอกาสเราในการมาร่วมนำเสนอในการประชุมวิชาการ

1136
02:03:16,029 --> 02:03:18,324
และนี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้ร่วมในการประชุมวิชาการนานาชาติอย่างนี้

1137
02:03:18,324 --> 02:03:18,968
ดิฉันก็รู้สึกตื่นเต้น

1138
02:03:18,968 --> 02:03:22,968
เล็กน้อย

1139
02:03:31,307 --> 02:03:35,307
ดิฉันอยากจะขอขอบคุณ

1140
02:03:52,235 --> 02:03:54,903
ผู้ช่วย จากที่ได้เข้ามาให้ความรู้กับเราในการทำงานที่โรงเรียนด้วย

1141
02:03:54,903 --> 02:03:56,458
แล้วก็ขอขอบคุณนักเรียนนักเรียนของเราทุกคนที่เหมือนกับครูของฉันด้วย

1142
02:03:56,458 --> 02:03:59,877
ที่ให้ความรู้ฉันในการทำงาน

1143
02:03:59,877 --> 02:04:02,956
ที่จริงอยากจะขอขอบคุณนักเรียนหูหนวกของฉันทุกคน

1144
02:04:02,956 --> 02:04:06,956
ซึ่งมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาของดิฉัน

1145
02:04:16,273 --> 02:04:18,735
และนี่เป็นโรงเรียนของเราที่ภูฏาน

1146
02:04:18,735 --> 02:04:21,905
ที่โรงเรียนหูหนวกที่ภูฏานสอนที่นั่น 7 ปี

1147
02:04:21,905 --> 02:04:25,905
ก่อตั้งขึ้นในปี 2013

1148
02:04:31,176 --> 02:04:31,874
จะบอกตามตรงนะคะ

1149
02:04:31,874 --> 02:04:33,460

1150
02:04:33,460 --> 02:04:36,237
ตอนที่ดิฉันเข้าร่วมในชุมชนคนหูหนวก

1151
02:04:36,237 --> 02:04:36,898
ดิฉันก็รู้สึกเหมือนฝันร้าย

1152
02:04:36,898 --> 02:04:40,211
ทำไมจึงเป็นเหมือนฝันร้าย

1153
02:04:40,211 --> 02:04:42,130
เพราะว่าดิฉันไม่เข้าใจเรื่องของคนหูหนวกมาก่อนเลย

1154
02:04:42,130 --> 02:04:46,130
ดิฉันเป็นครูก็จริง

1155
02:04:47,745 --> 02:04:48,300
แต่ว่าได้รับการฝึกอบรมมา

1156
02:04:48,300 --> 02:04:52,300
เรียนมา

1157
02:04:54,417 --> 02:04:56,582
เกี่ยวกับการสอนในโรงเรียนทั่วไป

1158
02:04:56,582 --> 02:04:58,758
แล้วก็พูดถึงโรงเรียนเรียนรวม

1159
02:04:58,758 --> 02:05:02,486
แล้วเมื่อดิฉันถูกส่งไปแล้วก็ได้ทำงานกับนักเรียนหูหนวกนั้น

1160
02:05:02,486 --> 02:05:06,486
ที่โรงเรียนหูหนวก

1161
02:05:07,953 --> 02:05:11,953
ดิฉันไม่มีความรู้เกี่ยวกับภาษามือเท่าไรเลยในตอนแรก

1162
02:05:13,575 --> 02:05:15,759
ดิฉันไม่เข้าใจแล้วดิฉันก็มานั่งมองนักเรียน

1163
02:05:15,759 --> 02:05:17,724
นักเรียนก็มองดิฉันดิฉันก็ใช้ภาษามือไม่เป็น

1164
02:05:17,724 --> 02:05:20,269
หลังจากนั้นผ่านไป ๗ ปี

1165
02:05:20,269 --> 02:05:21,441
ดิฉันไม่มีฝันร้ายเลยค่ะ

1166
02:05:21,441 --> 02:05:25,441
ตอนนี้ดิฉันนอนหลับสบายมีความสุขในการทำงาน

1167
02:05:29,179 --> 02:05:31,530
เพราะว่าใน 7 ปี

1168
02:05:31,530 --> 02:05:35,530
ที่ดิฉันได้เรียนรู้ในโรงเรียนของคนหูหนวกนั้น

1169
02:05:35,834 --> 02:05:38,909
ดิฉันได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง

1170
02:05:38,909 --> 02:05:40,940
และดิฉันพบว่านักเรียนหูหนวกนี่เแหละ

1171
02:05:40,940 --> 02:05:44,940
เป็นครูของดิฉัน

1172
02:05:47,693 --> 02:05:49,856
เขาสอนดิฉันมากมายให้รู้ว่า

1173
02:05:49,856 --> 02:05:53,856
แม้ว่าครูมีหน้าที่ที่จะต้องสอนนักเรียน

1174
02:05:55,647 --> 02:05:59,647
แต่ดิฉันกลับได้เรียนรู้มากมายจากนักเรียนของดิฉัน

1175
02:06:06,107 --> 02:06:07,899
แล้วเรากำลังจะมีสัปดาห์ของคนหูหนวกนานาชาติ

1176
02:06:07,899 --> 02:06:11,899
ที่ภูฏานก็เช่นกัน

1177
02:06:14,383 --> 02:06:17,713
เราก็จะร่วมเฉลิมฉลองสัปดาห์ของคนหูหนวกนานาชาตินี้ด้วย

1178
02:06:17,713 --> 02:06:21,434
และนี่คือ slide

1179
02:06:21,434 --> 02:06:25,434
ที่ดิฉันได้เตรียมมานะคะ

1180
02:06:26,855 --> 02:06:30,855
ซึ่งดิฉันอยากจะขอกล่าวถึงประวัติความเป็นมา

1181
02:06:33,663 --> 02:06:37,663
ในปี 2004

1182
02:06:45,170 --> 02:06:49,170
เราเริ่มการศึกษาสำหรับคนหูหนวก

1183
02:06:50,968 --> 02:06:53,577
อย่างที่เพื่อนดิฉันบอกว่าจริง ๆ เราเริ่มในปี 2002

1184
02:06:53,577 --> 02:06:57,577
และเราเริ่มที่จะมีนักเรียนหูหนวก

1185
02:06:59,455 --> 02:07:01,616
แล้วก็เริ่มมีการสอน

1186
02:07:01,616 --> 02:07:04,258
ให้กับคนหูหนวก

1187
02:07:04,258 --> 02:07:08,258
หลังจากนั้นเราก็มีการยกระดับขึ้น

1188
02:07:14,339 --> 02:07:15,620
มีการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนหูหนวกในภูฏาน

1189
02:07:15,620 --> 02:07:19,620
ในปี 2016

1190
02:07:20,417 --> 02:07:21,015
ก็มีการยกระดับขึ้นมา

1191
02:07:21,015 --> 02:07:23,095
พัฒนาขึ้นมา

1192
02:07:23,095 --> 02:07:26,353
พอมาถึงปี 2018

1193
02:07:26,353 --> 02:07:30,353
เราก็มี

1194
02:07:31,296 --> 02:07:35,296
จำนวนของนักเรียนหูหนวกที่เพิ่มมากขึ้น

1195
02:07:39,468 --> 02:07:43,468
ในปี 2016 เรามีนักเรียน

1196
02:07:44,415 --> 02:07:48,415
ที่จบการศึกษาจาก ชั้น ม.3

1197
02:07:48,485 --> 02:07:52,485
แล้วหลายคนก็มาร่วมเป็นครู

1198
02:08:05,497 --> 02:08:08,625
เรามีหลักสูตรสอนภาษามือสำหรับการสื่อสารขั้นพื้นฐาน

1199
02:08:08,625 --> 02:08:12,625
และดิฉันในฐานะครู

1200
02:08:15,115 --> 02:08:18,319
สิ่งที่เป็นเหมือนกับขุมทรัพย์ที่มีค่าที่สุด

1201
02:08:18,319 --> 02:08:21,264
ก็คือชั้นเรียนของดิฉัน

1202
02:08:21,264 --> 02:08:24,739
นักเรียนของดิฉัน

1203
02:08:24,739 --> 02:08:26,770
ดิฉันจะพูดถึงเรื่องของชั้นเรียนในการนำเสนอนี้

1204
02:08:26,770 --> 02:08:28,130
ว่าชั้นเรียนของนักเรียนหูหนวกในภูฏานนั้นเป็นอย่างไร

1205
02:08:28,130 --> 02:08:29,112
พร้อมหรือไม่คะ

1206
02:08:29,112 --> 02:08:33,112
พร้อมนะคะ

1207
02:08:42,468 --> 02:08:46,468
ในโรงเรียนหูหนวกนั้น

1208
02:08:52,293 --> 02:08:56,293
เรามีตั้งแต่เด็กหูหนวก 5 ขวบ จนถึงอายุ 22 ปีค่ะ

1209
02:08:56,334 --> 02:09:00,049
เพราะว่าในสถาบันของเรา

1210
02:09:00,049 --> 02:09:01,868
เราพบว่าคนหูหนวกหลายคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

1211
02:09:01,868 --> 02:09:04,034
เขาไม่ได้รับการส่งเสริม

1212
02:09:04,034 --> 02:09:04,909
ทักษะทางภาษา

1213
02:09:04,909 --> 02:09:07,779
เพราะอะไร

1214
02:09:07,779 --> 02:09:11,779
เพราะว่า

1215
02:09:20,011 --> 02:09:24,011
ชุมชนคนหูหนวกในภูฏานนั้นมีจำนวนไม่มาก

1216
02:09:29,250 --> 02:09:33,250
และครอบครัวนั้นก็ยังไม่ค่อยได้ใช้ภาษามือ

1217
02:09:36,309 --> 02:09:40,309
ตอนเริ่มต้นเขามาที่โรงเรียนก็จะเห็นว่าเขาไม่ได้ทำภาษามือกับผู้ปกครอง

1218
02:09:42,193 --> 02:09:46,193
แล้วก็สังเกตได้ว่าเด็กหูหนวกที่มานั้น

1219
02:09:47,991 --> 02:09:51,991
เขาใช้ภาษามือได้น้อยมาก

1220
02:09:54,178 --> 02:09:55,739
แทบไม่มีภาษาที่จะใช้ร่วมกันระหว่างครอบครัว

1221
02:09:55,739 --> 02:09:58,107
แล้วก็เด็กหูหนวกเลย

1222
02:09:58,107 --> 02:10:00,909
นอกจากนั้นโรงเรียนของเรา

1223
02:10:00,909 --> 02:10:04,909
เป็นโรงเรียนแห่งเดียวที่ให้การศึกษากับคนหูหนวก

1224
02:10:07,090 --> 02:10:11,090
คือในประเทศมีโรงเรียนเราโรงเรียนเดียวค่ะ

1225
02:10:12,148 --> 02:10:16,148
สำหรับคนที่มีลูกหูหนวก

1226
02:10:17,862 --> 02:10:21,862
นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนก็ตาม

1227
02:10:32,239 --> 02:10:33,592
จะต้องเดินทางมาโรงเรียนเราโรงเรียนเดียว

1228
02:10:33,592 --> 02:10:37,592
ที่จะให้ความรู้กับลูกที่เป็นคนหูหนวกกับพวกเขาได้

1229
02:10:38,943 --> 02:10:39,824
มีโรงเรียนหูหนวกโรงเรียนเดียว เราไม่มีการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม

1230
02:10:39,824 --> 02:10:41,494
อย่างเช่น

1231
02:10:41,494 --> 02:10:42,926
ในการประชุมครั้งนี้

1232
02:10:42,926 --> 02:10:46,926
เราเห็นว่า

1233
02:10:51,504 --> 02:10:53,524
มีหลายท่านที่นำเสนอเป็นสิ่งที่ต้องมี

1234
02:10:53,524 --> 02:10:57,269
แต่ว่าเราไม่มีค่ะ

1235
02:10:57,269 --> 02:11:01,269
ในประเทศของเรายังไม่มี

1236
02:11:01,412 --> 02:11:02,342
สำหรับเด็กที่มีการได้ยิน ใช่

1237
02:11:02,342 --> 02:11:04,152
เขามีการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม

1238
02:11:04,152 --> 02:11:08,152
แต่ว่าสำหรับเด็กหูหนวกยังไม่มี

1239
02:11:08,655 --> 02:11:10,665
จะมีเฉพาะสำหรับคนหูดี

1240
02:11:10,665 --> 02:11:14,665
หรือเด็กที่เป็นเด็กหูดีเท่านั้น

1241
02:11:19,918 --> 02:11:23,918
และในอดีตที่ผ่านมาเด็กนั้น

1242
02:11:28,542 --> 02:11:32,542
ไม่เพียงแต่จะต้องเรียนภาษามือนะคะ

1243
02:11:42,106 --> 02:11:43,163
เด็กต้องเรียนภาษามือ

1244
02:11:43,163 --> 02:11:47,163
ต้องเรียนการเขียนภาษาอังกฤษ

1245
02:11:48,058 --> 02:11:49,104
ต้องเรียนการเขียนภาษาท้องถิ่น

1246
02:11:49,104 --> 02:11:50,659
โดยที่ไม่มีพื้นฐานภาษามือเลย

1247
02:11:50,659 --> 02:11:51,598
ยากมากสำหรับนักเรียน

1248
02:11:51,598 --> 02:11:54,500
และสำหรับครู

1249
02:11:54,500 --> 02:11:58,500
แล้วจะทำอย่างไร

1250
02:11:58,675 --> 02:12:02,675
คือก่อนจะมีภาษาที่ 2

1251
02:12:04,444 --> 02:12:08,444
คุณต้องมีภาษาที่ 1 ก่อนใช่ไหมคะ

1252
02:12:19,814 --> 02:12:23,814
และวิธีการที่เราจะมีการเป็นทางออกสำหรับเรื่องนี้

1253
02:12:34,544 --> 02:12:38,544
ในปี 2018 กระทรวงศึกษาธิการของภูฏาน

1254
02:12:59,102 --> 02:13:00,620
องค์กร volunteer

1255
02:13:00,620 --> 02:13:02,284
เป็นองค์กรของออสเตรเลียก็ได้ช่วยกัน

1256
02:13:02,284 --> 02:13:03,340
แล้วก็พัฒนาเป็นหลักสูตรภาษามือพื้นฐานสำหรับการสื่อสาร

1257
02:13:03,340 --> 02:13:04,474
นี่เป็นสิ่งที่เราทำในปี 2018

1258
02:13:04,474 --> 02:13:07,637
เราเริ่มเช่นเดียวกับทุกคน

1259
02:13:07,637 --> 02:13:11,634
เมื่อใครก็ตามพาลูกมาโรงเรียนครั้งแรก ต้องมาเข้าหลักสูตรนี้ก่อน

1260
02:13:11,634 --> 02:13:14,294
เราต้องการที่จะให้เป็นการปูพื้นฐาน

1261
02:13:14,294 --> 02:13:15,259
ตอนที่เรียนหลักสูตรนี้จะยังไม่ต้องเขียน

1262
02:13:15,259 --> 02:13:17,064
แต่ให้ใช้ภาษามือให้ได้ก่อน

1263
02:13:17,064 --> 02:13:21,064
เพื่อสื่อสารให้ได้ก่อน

1264
02:13:25,530 --> 02:13:27,950
เราจะให้ความสำคัญกับการสอนภาษามือก่อน

1265
02:13:27,950 --> 02:13:31,950
เพื่อที่จะมีภาษาเริ่มต้นให้กับนักเรียนของเรา

1266
02:13:33,485 --> 02:13:34,091
และหลังจากนั้นจะต่อยอดไปถึงภาษาต่อ ๆ ไปได้

1267
02:13:34,091 --> 02:13:38,091

1268
02:13:45,916 --> 02:13:49,916
เด็กหูหนวกที่เข้ามาในโรงเรียนก็จะเข้ามาเรียนคอร์สการสื่อสารด้วยภาษามือนี้

1269
02:13:50,207 --> 02:13:52,494
นี่คือสถิติจากปี 2018 - 2019

1270
02:13:52,494 --> 02:13:55,060
นี่เป็นภาพของเด็กในปี 2018

1271
02:13:55,060 --> 02:13:59,060
ในชั้นเรียนของเรา

1272
02:14:02,047 --> 02:14:02,899
อย่างที่บอกว่าตอนแรกเขามาโรงเรียน

1273
02:14:02,899 --> 02:14:03,795
เขายังแทบไม่รู้ภาษาอะไรเลย

1274
02:14:03,795 --> 02:14:05,893
ก็มาฝึกตั้งแต่แรก

1275
02:14:05,893 --> 02:14:09,893
เป็นครั้งแรกที่มาโรงเรียน

1276
02:14:18,310 --> 02:14:21,493
โดยที่ยังไม่รู้ภาษาอะไรเลยนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก

1277
02:14:21,493 --> 02:14:23,295
และ ๗ ปีที่ผ่านมา ในประสบการณ์การเป็นครูของดิฉัน

1278
02:14:23,295 --> 02:14:27,295
ดิฉันมีโอกาสที่จะได้ทำงานกับเด็กเหล่านี้

1279
02:14:27,910 --> 02:14:31,910
และปีนี้ก็เช่นกัน

1280
02:14:35,936 --> 02:14:39,620
ดิฉันพบว่ามีนักเรียนที่มาครั้งแรก

1281
02:14:39,620 --> 02:14:43,620
แล้วก็ไม่เคยได้ใช้ภาษาอะไรมาก่อน

1282
02:14:46,271 --> 02:14:47,586
ก็ดูเหมือนเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน

1283
02:14:47,586 --> 02:14:51,586
เด็กคนนี้ครั้งแรกเจอดิฉันร้องไห้เลยค่ะ

1284
02:14:55,983 --> 02:14:59,983
แล้วทุกคนก็บอกว่า "มา ๆ"

1285
02:15:13,606 --> 02:15:15,548
แล้วดิฉันก็พยายามให้เด็กนั่ง แล้วเด็กก็เขยิบ ๆ หนีอยากจะออกจากชั้นเรียนไป

1286
02:15:15,548 --> 02:15:17,326
แล้วเราก็ได้พูดคุยกันเรื่องของผีเสื้อ

1287
02:15:17,326 --> 02:15:21,326
แล้วก็ผีเสื้อนั้นใช้เวลากว่าจะเป็นดักแด้

1288
02:15:24,564 --> 02:15:25,853
แล้วก็เปลี่ยนเป็นผีเสื้อ

1289
02:15:25,853 --> 02:15:29,550
ฉะนั้นในตอนเริ่มต้นนั้นก็เหมือนกัน

1290
02:15:29,550 --> 02:15:30,306
จากเด็กที่ร้องไห้ที่กลัวที่เจอคุณครูครั้งแร

1291
02:15:30,306 --> 02:15:31,524
ก็จะต้องสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน

1292
02:15:31,524 --> 02:15:32,479
แล้วก็ทำความรู้จักกัน

1293
02:15:32,479 --> 02:15:34,083
หลังจากนั้น ๕ เดือน

1294
02:15:34,083 --> 02:15:36,663
ดิฉันพบว่าดิฉันมีผีเสื้อน้อย ๆ

1295
02:15:36,663 --> 02:15:38,902
ที่โบยบินมากมาย

1296
02:15:38,902 --> 02:15:41,474
ที่โบยบินอยู่ในชั้นเรียน

1297
02:15:41,474 --> 02:15:43,660
ของฉัน

1298
02:15:43,660 --> 02:15:46,984
ไม่อยากอยู่ใกล้ฉัน

1299
02:15:46,984 --> 02:15:50,984
เวลาดิฉันพยายามเข้าใกล้เด็ก

1300
02:15:53,353 --> 02:15:57,353
เด็กพยายามที่จะปฏิเสธดิฉันนะคะ

1301
02:16:05,458 --> 02:16:06,399
แต่ว่าหลังจากนั้น 5 เดือน หลังจากหลาย ๆ เดือนถัดไป

1302
02:16:06,399 --> 02:16:07,974
เราเห็นความก้าวหน้า

1303
02:16:07,974 --> 02:16:10,794
และนี่ก็เป็นสิ่งที่งดงามมาก

1304
02:16:10,794 --> 02:16:14,794
อันนี้เป็นข้อมูลสถิติก็จะมีนักเรียนทั้งหมด 22 คน

1305
02:16:16,244 --> 02:16:17,349
อายุตั้งแต่ 5 - 22 ปี

1306
02:16:17,349 --> 02:16:18,524
เป็นผู้ชาย ๔ คน

1307
02:16:18,524 --> 02:16:19,204
ผู้หญิง ๑๘ คน

1308
02:16:19,204 --> 02:16:23,204
ในปี 2019

1309
02:16:23,946 --> 02:16:24,599
มีนักเรียน 3 คน

1310
02:16:24,599 --> 02:16:28,599
เป็นเด็กชาย 1

1311
02:16:29,594 --> 02:16:33,425
และเด็กหญิง 2

1312
02:16:33,425 --> 02:16:36,927
สิ่งที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของเรามีอะไรบ้าง

1313
02:16:36,927 --> 02:16:39,560
ดิฉันเชื่อว่าภาพนั้นก็สื่อสารได้มากมาย

1314
02:16:39,560 --> 02:16:43,560
อันนี้เป็นบรรยากาศในชั้นเรียนของเรา

1315
02:16:45,070 --> 02:16:49,070
ไม่ใช่เป็นลักษณะของครูยืนอยู่หน้าห้อง

1316
02:16:53,219 --> 02:16:54,693
แล้วเด็ก ๆ นั่งฟังนะคะ

1317
02:16:54,693 --> 02:16:56,999
แต่ว่านี่เป็นภาพบรรยากาศของเรา

1318
02:16:56,999 --> 02:16:57,768
เรามีผู้ใหญ่ที่เป็นคนหูหนวก

1319
02:16:57,768 --> 02:17:01,768
แล้วก็สอนเขา

1320
02:17:04,819 --> 02:17:06,734
มีเด็กที่เป็นคนหูหนวก

1321
02:17:06,734 --> 02:17:10,734
แล้วก็สอนเรื่องง่าย ๆ เช่น การซักล้าง

1322
02:17:12,397 --> 02:17:16,397
การซักผ้า

1323
02:17:17,169 --> 02:17:21,169
แล้วก็มีคำศัพท์มากมายที่เราได้เรียนรู้จากกิจกรรมนี้

1324
02:17:22,195 --> 02:17:26,121
หลังจากนั้นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากในโรงเรียนของเรา

1325
02:17:26,121 --> 02:17:28,101
ก็คือการสอนของครูนั้น

1326
02:17:28,101 --> 02:17:29,359
เราในฐานะที่เป็นครู

1327
02:17:29,359 --> 02:17:32,179
เราใช้การเล่น

1328
02:17:32,179 --> 02:17:33,110
แล้วก็การทำโครงการ

1329
02:17:33,110 --> 02:17:37,110
สำหรับเด็กเล็ก ๆ

1330
02:17:41,753 --> 02:17:45,753
เราจะใช้การเล่นเป็นฐานในการเรียนรู้

1331
02:17:46,100 --> 02:17:49,472
เช่น เวลาเด็ก ๆ เข้ามา

1332
02:17:49,472 --> 02:17:51,509
เขาอาจจะไม่ต้องการเข้ามาเป็นการเรียนวิชาการในชั้นเรียน

1333
02:17:51,509 --> 02:17:53,999
อยากจะออกไปข้างนอกห้อง

1334
02:17:53,999 --> 02:17:55,154
ไปเรียนรู้นอกห้อง

1335
02:17:55,154 --> 02:17:56,245
นี่ก็คือสิ่งที่เราทำ

1336
02:17:56,245 --> 02:17:58,274
เราทำสวน

1337
02:17:58,274 --> 02:18:02,161
แล้วก็เด็ก ๆ ทุกคนชอบทำสวนมาก

1338
02:18:02,161 --> 02:18:06,161
และได้เรียนรู้ผ่านจากการทำสวน

1339
02:18:09,538 --> 02:18:13,538
และอีกภาพหนึ่งเราออกไปในชุมชนของเรา

1340
02:18:14,208 --> 02:18:18,208
และเราพูดคุยกันในเรื่องของน้ำ

1341
02:18:18,715 --> 02:18:22,715
เราดื่มน้ำจากอันนี้ได้ไหม

1342
02:18:23,728 --> 02:18:27,728
เด็กบอก ไม่ได้ อันนี้สกปรก

1343
02:18:28,771 --> 02:18:31,542
เราก็ได้เรียนรู้ว่าอันนี้เป็นภาษามือที่แสดงให้เห็นว่า

1344
02:18:31,542 --> 02:18:35,542
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของการทำงานร่วมกันในห้องเรียนด้วย

1345
02:18:45,542 --> 02:18:49,542
มีครูที่มีการได้ยิน แล้วก็มีครูที่เป็นครูหูหนวกด้วย

1346
02:18:49,605 --> 02:18:51,502
เหตุผลที่เรามีครูหูหนวก

1347
02:18:51,502 --> 02:18:54,144
ก็เพราะว่าเราต้องการที่จะให้เด็ก

1348
02:18:54,144 --> 02:18:58,144
ได้ซึมซับ

1349
02:18:58,179 --> 02:19:02,179
ซึ่งจะต้องเรียนจากครูหูหนวก

1350
02:19:07,497 --> 02:19:10,085
อันนี้ก็เป็นวิดีโอคลิปสั้น ๆ นะคะ

1351
02:19:10,085 --> 02:19:13,315
เป็นการสอนร่วมกันระหว่างครูหูหนวก

1352
02:19:13,315 --> 02:19:17,315
และครูที่มีการได้ยินค่ะ ทำงานกันเป็นทีม

1353
02:19:23,201 --> 02:19:27,201
เด็กหูหนวกเขาก็จะออกไปในพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติ

1354
02:19:39,091 --> 02:19:40,814
เพราะฉะนั้นการมีครูหูหนวกในห้องเรียนสำคัญมาก

1355
02:19:40,814 --> 02:19:41,823
ดีกว่าเยอะมากเลย

1356
02:19:41,823 --> 02:19:45,823
คือถ้ามีครูหูดีอย่างเดียว

1357
02:19:47,282 --> 02:19:51,282
ก็อาจจะไม่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก ๆ ได้

1358
02:20:01,106 --> 02:20:03,837
คือเรื่องของภาษามือครูหูหนวกก็เป็นครูที่ดีมาก

1359
02:20:03,837 --> 02:20:07,837
แล้วก็อันนี้เป็นต้นแบบของครูหูหนวก

1360
02:20:22,653 --> 02:20:26,653
เธอก็สอนให้เด็กเรียนรู้การ sign

1361
02:20:38,643 --> 02:20:39,673
อันนี้เป็นการทำท่าทางภาษามือของผีเสื้อ

1362
02:20:39,673 --> 02:20:43,218
คือเด็กผู้ชายเขาก็เล่าเรื่อง

1363
02:20:43,218 --> 02:20:43,759
อันนี้เป็นเรื่องของกลางวันกลางคืน

1364
02:20:43,759 --> 02:20:47,759

1365
02:21:12,529 --> 02:21:13,300
ต่อมาเป็นเรื่องของครูหูดีกับหูหนวกมาวางแผนการสอนด้วยกัน

1366
02:21:13,300 --> 02:21:17,300
ว่าพรุ่งนี้จะสอนอะไร

1367
02:21:18,018 --> 02:21:22,018
และครูหูดีก็ช่วยสนับสนุนในเรื่องของการวางแผน

1368
02:21:23,282 --> 02:21:27,282
ก็คือดูกลยุทธ์การสอน

1369
02:21:30,045 --> 02:21:31,755
เราก็มีเครื่องช่วยในการสอน

1370
02:21:31,755 --> 02:21:35,755
อุปกรณ์ในการสอนเยอะเลย

1371
02:21:39,154 --> 02:21:41,841
คือเรารู้ว่าคนหูหนวกเป็นคนที่เรียนรู้ในการเห็น

1372
02:21:41,841 --> 02:21:45,841
คือถ้าเขาเห็นเขาก็จะจำได้มากขึ้น

1373
02:21:50,310 --> 02:21:51,220
เขาก็จะจำได้นาน

1374
02:21:51,220 --> 02:21:55,220
ในภาพแรกก็จะเห็นว่า

1375
02:21:57,316 --> 02:22:01,316
เขาก็จะมีภาพเอาจานให้เด็กดู

1376
02:22:02,225 --> 02:22:06,225
จากนั้นก็ไปดูเรื่องของการสร้างถนน

1377
02:22:12,295 --> 02:22:13,623
เครื่องจักกลในการสร้างถนน

1378
02:22:13,623 --> 02:22:14,859
อันนี้มีการใช้วัตถุต่าง ๆ

1379
02:22:14,859 --> 02:22:18,859
เป็นการสอนเรื่องของผลไม้

1380
02:22:20,517 --> 02:22:24,517
ก็ให้มีการสอนเด็กให้ทำภาษามือ

1381
02:22:30,785 --> 02:22:34,785
อันนี้เป็นภาษามือ

1382
02:22:37,229 --> 02:22:41,229
ไม่ใช่เรื่องของการใช้ภาษามือเท่านั้น

1383
02:22:47,281 --> 02:22:51,281
ก็ยังมีการใช้ภาษาท่าทางอย่างอื่นด้วย แสดงออกต่าง ๆ

1384
02:23:09,088 --> 02:23:13,088
จากนั้นก็มีพาไปดูงานข้างนอก

1385
02:23:13,429 --> 02:23:17,429
เมื่อไปดูงานข้างนอกก็จะได้เรียนรู้เยอะเลย

1386
02:23:18,608 --> 02:23:21,572
ในภาพแรกก็ไปดูงานที่ศูนย์สุขภาพแห่งหนึ่ง

1387
02:23:21,572 --> 02:23:25,214
คือถ้าคุณป่วยเด็กก็รู้ว่าเขาจะต้องมาที่ไหน

1388
02:23:25,214 --> 02:23:29,214
และในอาคารนี้จะเจอใครบ้าง

1389
02:23:31,832 --> 02:23:34,613
แล้วเขาก็จะได้มีโอกาส คือเขาเรียนรู้

1390
02:23:34,613 --> 02:23:36,869
พาเขาไปดูงานข้างนอก ภาพที่ 2

1391
02:23:36,869 --> 02:23:40,869
ค่อนข้างสะเทือนใจฉัน

1392
02:23:44,137 --> 02:23:47,631
เห็นไหมเขาช่วยเหลือกันอย่างไร

1393
02:23:47,631 --> 02:23:50,534
คือเด็กผู้ชายคนนั้นไม่ใช่มีแค่ภาวะหูหนวก

1394
02:23:50,534 --> 02:23:52,997
แต่ว่ามีภาวะความพิการอย่างอื่นด้วย

1395
02:23:52,997 --> 02:23:56,997
บางครั้งเด็กคนนี้เขาก็อาจจะเดินไม่ได้

1396
02:23:58,825 --> 02:24:02,471
มีคนช่วยเขา

1397
02:24:02,471 --> 02:24:05,279
ก็จะช่วยเขาแบบนี้แล้วก็ไปฟาร์มปศุสัตว์

1398
02:24:05,279 --> 02:24:07,574
แล้วก็ไปสวนผัก

1399
02:24:07,574 --> 02:24:11,574
แล้วก็มีการสอนภาษามือ

1400
02:24:15,891 --> 02:24:17,259
อันนี้ก็มีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างเกิดขึ้น

1401
02:24:17,259 --> 02:24:21,259
เช่น

1402
02:24:22,350 --> 02:24:26,350
คือบางทีคุณวางแผน คุณจะไปทัศนศึกษา

1403
02:24:35,692 --> 02:24:39,692
ดิฉันก็แสดงให้นักเรียนดูว่าเราทำแบบนี้นะ

1404
02:24:43,365 --> 02:24:47,365
และอีกด้านหนึ่งก็คือเราสอนเด็กให้เข้าใจวัฒนธรรม

1405
02:24:51,650 --> 02:24:53,222
ในเรื่องของการเดินโค้ง เวลาคนเดินผ่านเราหรือต้องมีการแสดงมารยาทที่ดีต้องทำอย่างไร

1406
02:24:53,222 --> 02:24:57,222
เช่น

1407
02:24:58,990 --> 02:25:00,754
มีคนที่อยู่ในชุมชนของเราเป็นผู้อาวุโส

1408
02:25:00,754 --> 02:25:04,754
เราต้องทักทายท่าน

1409
02:25:05,043 --> 02:25:07,758
ดิฉันก็สอนเด็ก

1410
02:25:07,758 --> 02:25:11,758
เด็กก็บอกว่าเราไม่ต้องทักทาย

1411
02:25:12,330 --> 02:25:16,330
ต้องโค้ง เด็ก ๆ บอกว่าไม่ต้องโค้ง

1412
02:25:16,653 --> 02:25:19,712
เราโค้งให้คุณครูอย่างเดียว

1413
02:25:19,712 --> 02:25:21,237
ไม่ต้องโค้งให้คนอื่น เพราะเด็ก ๆ ไม่เคยเห็นคนอื่น

1414
02:25:21,237 --> 02:25:23,914
เด็ก ๆ เคยเห็นแต่คุณครู

1415
02:25:23,914 --> 02:25:27,589
เราก็พาเด็กออกมาในชุมชนให้เด็กได้รู้จักคนอื่น ๆ

1416
02:25:27,589 --> 02:25:29,234
เด็กก็ได้เรียนรู้เรื่องของมารยาทการอยู่ร่วมกัน

1417
02:25:29,234 --> 02:25:33,234
แล้วก็วัฒนธรรม

1418
02:25:49,893 --> 02:25:53,893
แล้วก็ยังมีเรื่องของหนังสือที่เรียกว่า experience book

1419
02:25:58,380 --> 02:25:59,043
เด็กสามารถอ่าน

1420
02:25:59,043 --> 02:25:59,984
เนื่องจากว่าเด็กเรียนรู้จากการเห็น ใช่ไหมคะ

1421
02:25:59,984 --> 02:26:00,929
เราก็จะมีภาพต่าง ๆ

1422
02:26:00,929 --> 02:26:04,929
เป็นประสบการณ์ให้กับเด็ก

1423
02:26:05,097 --> 02:26:06,221
จากในหนังสือให้กับเด็กจากหนังสือนี้

1424
02:26:06,221 --> 02:26:07,199
เด็กสามารถที่จะพัฒนาทักษะการอ่านด้วย

1425
02:26:07,199 --> 02:26:09,720
แล้วก็สร้างนิสัยการอ่าน

1426
02:26:09,720 --> 02:26:12,556
แล้วถ้าเกิดว่าเราทำให้เด็กเป็นเหมือนตัวละครหนึ่งในหนังสือ

1427
02:26:12,556 --> 02:26:14,759
เด็กก็จะรู้สึกมีส่วนร่วมในการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น

1428
02:26:14,759 --> 02:26:18,759
นอกจากนั้นยังมีการเรียนรู้

1429
02:26:19,823 --> 02:26:23,823
ผ่านการเล่น เรามีลานทราย

1430
02:26:31,477 --> 02:26:33,829
แล้วก็ให้เด็กวาดเป็นภาพต่าง ๆ

1431
02:26:33,829 --> 02:26:37,829
แล้วเราก็ใช้ก้อนหินฝึกในการนับเลข

1432
02:26:39,283 --> 02:26:40,169
และความประทับใจจากหลักสูตรการสื่อสารด้วยภาษามือพื้นฐาน

1433
02:26:40,169 --> 02:26:44,169
ในปี 2014

1434
02:26:47,653 --> 02:26:49,663
ที่ดิฉันได้เข้ามาในโรงเรียนนั้น

1435
02:26:49,663 --> 02:26:53,663
ตอนนั้นเรายังไม่มีชั้นเรียนภาษามือพื้นฐาน

1436
02:27:05,048 --> 02:27:06,977
แล้วก็พบว่านักเรียนไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เราสอนในวิชาอื่น ๆ เพราะว่ายากมาก

1437
02:27:06,977 --> 02:27:07,953
แล้วก็แม้แต่เรื่องการสื่อสารก็มีปัญหามาก

1438
02:27:07,953 --> 02:27:11,231
แต่ว่าปี 2018 ปีที่แล้ว

1439
02:27:11,231 --> 02:27:15,231
เราได้เริ่มมีชั้นเรียนภาษามือพื้นฐาน

1440
02:27:26,845 --> 02:27:29,512
เพื่อการสื่อสาร

1441
02:27:29,512 --> 02:27:33,169
มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการสื่อสารหลายอย่าง

1442
02:27:33,169 --> 02:27:35,412
ทำให้ง่ายขึ้นในการที่จะเรียน และต่อยอดในการเรียนวิชาอื่น ๆ ได้

1443
02:27:35,412 --> 02:27:39,412
ที่โรงเรียนเพื่อคนหูหนวกของเรานั้น

1444
02:27:44,572 --> 02:27:45,697
เราพบว่าตอนก่อนหน้านี้เราไม่มีชั้นเรียนภาษามือพื้นฐาน

1445
02:27:45,697 --> 02:27:49,697
เพื่อการสื่อสาร

1446
02:27:51,755 --> 02:27:55,755
เราพบว่ายากมากในการที่จะแสดงความคิดเห็นหรือสื่อสารกัน

1447
02:27:56,295 --> 02:28:00,295
แต่ว่าเมื่อมีชั้นเรียน

1448
02:28:00,668 --> 02:28:04,668
ภาษามือพื้นฐานเพื่อการสื่อสารนั้น

1449
02:28:07,301 --> 02:28:09,632
ไม่เพียงแต่เราได้รู้จักชื่อของเด็ก แต่ยังสามารถสื่อสารกัน

1450
02:28:09,632 --> 02:28:12,999
พวกเขาเข้าใจ concept

1451
02:28:12,999 --> 02:28:16,999
ในสิ่งที่คุณครูต้องการจะสอนได้ง่ายขึ้น

1452
02:28:20,837 --> 02:28:24,837
ทำให้การเรียนการสอนก้าวหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้นจากประสบการณ์ของดิฉันในฐานะครู

1453
02:28:38,391 --> 02:28:41,299
ทำให้ดิฉันเห็นว่าไม่มีปัญหาในการสื่อสารค่ะ

1454
02:28:41,299 --> 02:28:45,299
เมื่อมีพื้นฐานในการสื่อสารด้วยกันด้วยภาษามือได้

1455
02:28:51,808 --> 02:28:54,174
ฉะนั้นข้อเสนอแนะสำคัญมากที่เราจะต้องมีการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่ม

1456
02:28:54,174 --> 02:28:57,448
และความรู้และทักษะในเรื่องพื้นฐานการสื่อสารด้วยภาษามือเป็นสิ่งสำคัญ

1457
02:28:57,448 --> 02:29:01,448
และการมีครูที่เป็นคนหูหนวกสำคัญมาก

1458
02:29:07,438 --> 02:29:11,438
และการมีการฝึกอบรมให้ครูทั้งครูทั่วไป และครูหูหนวกนั้นมีความสำคัญ

1459
02:29:11,997 --> 02:29:15,997
และทำให้การศึกษาพิเศษนั้นมีคุณภาพมากขึ้น

1460
02:29:18,633 --> 02:29:22,633
และอันสุดท้ายก็คือเราพยายามที่จะหาแนวทางใหม่ ๆ

1461
02:29:31,478 --> 02:29:33,959
ในการแก้ปัญหา

1462
02:29:33,959 --> 02:29:34,785
ขอบคุณมากค่ะ

1463
02:29:34,785 --> 02:29:37,487
ขอบคุณค่ะ

1464
02:29:37,487 --> 02:29:41,145
[เสียงปรบมือ]

1465
02:29:41,145 --> 02:29:45,145
ถ้ามีสิ่งที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์คุณถ้ามีเวลาก็ไปอ่านได้

1466
02:29:52,855 --> 02:29:56,855
และอันนี้เป็นอีเมล์ของเรา   อันนี้เสียดายนิดหนึ่งที่ในการนำเสนอนี้ก็มีข้อมูลเยอะเลย

1467
02:29:57,479 --> 02:29:58,464
แต่ว่าเราก็มีเวลาน้อย

1468
02:29:58,464 --> 02:30:02,464
ต่อไปวิทยากรท่านถัดไป

1469
02:30:22,008 --> 02:30:26,008
จากประเทศฟิลิปปินส์

1470
02:30:30,104 --> 02:30:34,104
คุณ Ms. Mary Germain V. Alberto

1471
02:30:47,660 --> 02:30:51,660
จากโรงเรียนประถม Dumanlas Elementary School

1472
02:30:53,528 --> 02:30:57,391
จะมาพูดในเรื่องของโรงเรียนที่มาอยู่ในโรงพยาบาลที่เป็นโรคมะเร็ง

1473
02:30:57,391 --> 02:31:01,391
(Ms. Alberto) ผู้วิจัยทุกท่าน

1474
02:31:01,819 --> 02:31:05,819
ครูผู้สอนการศึกษาพิเศษแล้วก็คณะทำงานของสวนดุสิต แล้วก็เพื่อน ๆ พี่น้องทุกท่าน

1475
02:31:11,518 --> 02:31:12,195
และเพื่อนสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีทั้งหลาย

1476
02:31:12,195 --> 02:31:16,195
สวัสดีค่ะ

1477
02:31:25,933 --> 02:31:26,904
การทำงานของฉันมีชื่อว่าโรงเรียนในโรงพยาบาลสำหรับเด็กที่เป็นโรคมะเร็ง

1478
02:31:26,904 --> 02:31:30,904
ดิฉันชื่อ

1479
02:31:33,115 --> 02:31:37,115
Ms. Mary Germain

1480
02:32:10,192 --> 02:32:11,208
มาจากเมืองดาวาลประเทศฟิลิปปินส์ HVEP project มาประมาณ 5 ปีแล้ว

1481
02:32:11,208 --> 02:32:15,208
แล้วก็ HOH

1482
02:32:18,059 --> 02:32:20,863
ที่เป็นครู

1483
02:32:20,863 --> 02:32:23,135
ขอให้ดิฉันได้นำเสนอคำสำคัญ

1484
02:32:23,135 --> 02:32:23,808
ที่คุณอาจจะได้เห็นในการนำเสนอของดิฉัน

1485
02:32:23,808 --> 02:32:26,082
เป็นคำแรกคำว่า

1486
02:32:26,082 --> 02:32:27,333
คือเรื่องของใช้โรงพยาบาลเป็นฐาน

1487
02:32:27,333 --> 02:32:29,095
แล้วก็ผู้เรียนที่มีความป่วยอย่างต่อเนื่อง

1488
02:32:29,095 --> 02:32:29,735
แล้วก็เรื่องการเรียนรวม

1489
02:32:29,735 --> 02:32:31,989
เรื่อง ATM

1490
02:32:31,989 --> 02:32:35,078
เป็นวิธีการเรียนการสอนรูปแบบทางเลือก

1491
02:32:35,078 --> 02:32:39,078
ในโรงเรียนประถมเป็นโรงเรียนประถมแห่งแรก

1492
02:32:40,060 --> 02:32:43,663
ที่ตอบสนองต่อความต้องการทางด้านวิชาการ

1493
02:32:43,663 --> 02:32:47,663
ของเด็กที่เป็นโรคมะเร็ง

1494
02:32:53,476 --> 02:32:55,896
ที่อยู่ในโรงพยาบาลชอทูทัลลัส

1495
02:32:55,896 --> 02:32:58,045
ก็ให้การศึกษาแก่เด็กโดยที่ไม่มีการคิดค่าใช้จ่าย

1496
02:32:58,045 --> 02:33:02,045
ซึ่งเด็กเหล่านี้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

1497
02:33:11,600 --> 02:33:12,518
ซึ่ง program นี้เป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทางตะวันตกของฟิลิปปินส์

1498
02:33:12,518 --> 02:33:16,518
แล้วก็โรงเรียนประถม

1499
02:33:18,112 --> 02:33:20,569
แล้วก็ศูนย์การแพทย์ของที่นั่นด้วย

1500
02:33:20,569 --> 02:33:23,394
คำว่า

1501
02:33:23,394 --> 02:33:25,764
ผู้ป่วย

1502
02:33:25,764 --> 02:33:28,253
ผู้เรียนที่ป่วยต่อเนื่อง

1503
02:33:28,253 --> 02:33:32,253
ก็เป็นคนที่อาจจะไม่สามารถที่จะไปเข้าเรียน

1504
02:33:45,628 --> 02:33:49,628
เนื่องจากว่ามีความเจ็บป่วย อันนี้เป็น abstract Program นี้

1505
02:33:59,216 --> 02:34:03,216
ก็จะให้การศึกษาแก่เด็กที่อยู่ในระหว่างการศึกษาแล้วก็มีกิจกรรม

1506
02:34:03,560 --> 02:34:07,560
ไม่ใช่แค่การให้ผลประโยชน์ทางด้านการศึกษาแก่เด็กที่มีความพิการเท่านั้น

1507
02:34:07,566 --> 02:34:10,840
แต่ว่าก็ยังช่วยยกระดับเรื่องของการมีส่วนร่วมในสังคมให้กับเด็กเหล่านี้

1508
02:34:10,840 --> 02:34:13,755
และองค์กรของเราเริ่มในปี 2013

1509
02:34:13,755 --> 02:34:17,755
แล้วก็มีการจัด class เรียน

1510
02:34:28,950 --> 02:34:31,059
ในโรงพยาบาลของรัฐให้แก่ผู้เรียนที่มีความเจ็บป่วยต่อเนื่อง

1511
02:34:31,059 --> 02:34:31,780
แล้วก็มีการช่วยในเรื่องของการส่งเสริมการเรียนรวม

1512
02:34:31,780 --> 02:34:35,780
แล้วก็องค์กรของเรา

1513
02:34:36,739 --> 02:34:38,468
คือจะต้องไม่มีเด็กคนไหนที่ตายโดยที่ไม่ได้รับความรู้

1514
02:34:38,468 --> 02:34:39,687
แล้วก็ต้องมีความหวัง ต้องมีชีวิต

1515
02:34:39,687 --> 02:34:40,937
แล้วก็สำหรับเด็กที่เป็นมะเร็ง

1516
02:34:40,937 --> 02:34:41,702
แล้วก็ดิฉันขอนำเสนอแนวคิด

1517
02:34:41,702 --> 02:34:45,702
กรอบแนวคิด

1518
02:34:45,995 --> 02:34:49,995
ก็คืออันนี้เป็น Program

1519
02:34:53,298 --> 02:34:54,504
ด้านการศึกษา

1520
02:34:54,504 --> 02:34:58,504
แล้วก็ใช้รูปแบบของการนำเสนอการศึกษารูปแบบใหม่

1521
02:34:59,195 --> 02:35:02,680
ทางเลือก แล้วก็มีการสอนที่มีประสิทธิผลจากครูที่มีความมุ่งมั่น

1522
02:35:02,680 --> 02:35:04,750
ตั้งใจที่จะให้แก่ผู้เรียนที่เจ็บป่วยต่อเนื่อง

1523
02:35:04,750 --> 02:35:08,750
ให้ความหวัง

1524
02:35:08,871 --> 02:35:12,871
และการให้โอกาสที่เท่าเทียม

1525
02:35:18,299 --> 02:35:22,299
ในการที่จะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

1526
02:35:27,805 --> 02:35:31,198
ที่พวกเขามีสิทธิ ปัญหาก็คือการศึกษาอันนี้พยายามที่จะตอบคำถามอันนี้

1527
02:35:31,198 --> 02:35:35,198
อันนี้เป็นคำถามก็คือว่าเราจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนที่เจ็บป่วยต่อเนื่อง

1528
02:35:39,027 --> 02:35:43,027
เข้าถึงการศึกษาต่อเนื่องได้

1529
02:35:43,539 --> 02:35:45,084
อย่างที่เราทราบ เด็ก ๆ หลายคนวันนี้ เขาก็ได้เผชิญกับข้อจำกัด

1530
02:35:45,084 --> 02:35:47,311
ในเรื่องของการศึกษา

1531
02:35:47,311 --> 02:35:49,113
ซึ่งมีผลกระทบต่อการเรียนในโรงเรียน

1532
02:35:49,113 --> 02:35:49,904
เรื่องของสังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ

1533
02:35:49,904 --> 02:35:50,862
ก็เป็นเหตุผลหลัก ๆ

1534
02:35:50,862 --> 02:35:54,862
ที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้

1535
02:36:04,669 --> 02:36:06,700
ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยต่อเนื่องยาวนาน

1536
02:36:06,700 --> 02:36:07,907
ก็ไม่สามารถเข้าไปถึงการศึกษา

1537
02:36:07,907 --> 02:36:11,907
เนื่องจากว่าสุภาพไม่เอื้ออำนวย

1538
02:36:12,379 --> 02:36:16,379
เพราะฉะนั้นโรงเรียนของเราก็จะให้บริหาร

1539
02:36:16,439 --> 02:36:20,439
แล้วก็โอกาสที่เท่าเทียม ผ่

1540
02:36:21,211 --> 02:36:23,264
านโครงการ HBEP

1541
02:36:23,264 --> 02:36:27,264
คือให้ทุกคนก็เหมือนกับนักเรียนทั่วไปที่เขาได้รับ

1542
02:36:33,468 --> 02:36:35,428
ก็คือให้สิ่งที่เขาต้องการ

1543
02:36:35,428 --> 02:36:39,428
เป็นผู้สนับสนุนให้เขาที่นี่

1544
02:36:43,119 --> 02:36:45,556
ฉันก็มีคำถามในใจว่า

1545
02:36:45,556 --> 02:36:47,763
project

1546
02:36:47,763 --> 02:36:51,763
จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

1547
02:37:01,093 --> 02:37:03,092
มีตัวชี้วัดอะไร

1548
02:37:03,092 --> 02:37:07,092
แล้วผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน program

1549
02:37:18,798 --> 02:37:21,015
นี้ แล้วจากสิ่งที่ฉันเห็น

1550
02:37:21,015 --> 02:37:24,142
แล้วจากที่มีการตรวจสอบการทำงาน

1551
02:37:24,142 --> 02:37:24,791
เราก็ทำงานเพื่อที่จะประกันว่าโครงการของเรามีประสิทธิผล

1552
02:37:24,791 --> 02:37:25,667

1553
02:37:25,667 --> 02:37:29,377
แล้วก็ program

1554
02:37:29,377 --> 02:37:31,695
การศึกษาในโรงพยาบาลก็สามารถที่จะช่วยให้เด็กสามารถที่จะเรียนหนังสือแบบภาคปกติได้

1555
02:37:31,695 --> 02:37:33,235
แล้วก็มีอัตลักษณ์ของตัวเอง

1556
02:37:33,235 --> 02:37:37,235
มีความหวังโดยการใช้เครื่องมือหรือวิธีการเรียนทางเลือก

1557
02:37:41,060 --> 02:37:45,060
แล้วก็มีการใช้โมดูลต่าง ๆ

1558
02:37:45,695 --> 02:37:48,135
ผู้ให้การศึกษาก็สามารถให้

1559
02:37:48,135 --> 02:37:48,829
แล้วก็ช่วยให้ผู้เรียนแต่ละคน

1560
02:37:48,829 --> 02:37:52,829
ไปสู่ในจุดที่เขาต้องการไป

1561
02:37:58,064 --> 02:37:59,305
แล้วก็ผลสำเร็จของโครงการ

1562
02:37:59,305 --> 02:38:00,279
ก็แบ่งออกเป็นเกิดขึ้นได้จากการเรียนด้วยวิธีทางเลือก

1563
02:38:00,279 --> 02:38:04,279
คืออะไรหรือ ADM

1564
02:38:05,147 --> 02:38:09,013
อันนี้ก็เป็นวิธีการที่ใช้โดยฝ่ายแผนกการศึกษาของฟิลิปปินส์

1565
02:38:09,013 --> 02:38:13,013
ในการที่จะระบุให้เห็นถึงความท้าทายของการศึกษาภาคปกติ

1566
02:38:19,375 --> 02:38:20,854
ADM การศึกษาภาคบังคับก็จะฟรี

1567
02:38:20,854 --> 02:38:22,464
แล้วทุกคนเข้าถึงได้

1568
02:38:22,464 --> 02:38:24,899
แล้วก็การศึกษาก็จะต้องไปถึงทุกคน

1569
02:38:24,899 --> 02:38:26,469
แล้วข้อที่ 3

1570
02:38:26,469 --> 02:38:27,444
ก็คือการศึกษาจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ

1571
02:38:27,444 --> 02:38:29,026
ไม่เลือกปฏิบัติใคร

1572
02:38:29,026 --> 02:38:33,026
แล้วข้อ ๔

1573
02:38:40,142 --> 02:38:40,975
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องมีส่วนร่วม

1574
02:38:40,975 --> 02:38:42,780
อย่างที่เห็นในภาพนี้

1575
02:38:42,780 --> 02:38:46,780
ครูกับผู้เรียนมีผู้เรียนทั้งหมด 43 คน

1576
02:38:48,880 --> 02:38:49,913
แล้วก็ใช้ครูกับผู้เรียนมีผู้เรียนทั้งหมด 43 คน

1577
02:38:49,913 --> 02:38:53,092
แล้วก็ใช้วิธีการเรียนทางเลือก

1578
02:38:53,092 --> 02:38:57,092
แล้วก็อันนี้คือมิสโซซ่า

1579
02:38:59,374 --> 02:39:01,343
เราใช้วิธีการแบบมิสซอซาร์

1580
02:39:01,343 --> 02:39:04,220
ก็จะนำมาใช้ในการระบุถึงปัญหาของผู้เรียนที่่เจ็บป่วยต่อเนื่อง

1581
02:39:04,220 --> 02:39:08,220
และใช้ SIM

1582
02:39:16,118 --> 02:39:17,383
หรือสื่อการเรียนการสอนด้วยตัวเองที่ทำด้วยตัวเอง

1583
02:39:17,383 --> 02:39:18,950
แล้วก็ใช้กิจกรรมต่าง ๆ

1584
02:39:18,950 --> 02:39:22,950
คือจะไม่เหมือนกับห้องเรียนทั่ว ๆ ไป

1585
02:39:30,476 --> 02:39:32,721
คือวิธีการนี้จะทำให้เด็กเข้าการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน

1586
02:39:32,721 --> 02:39:36,604
แล้วก็พัฒนาทัศนวิสัยในการเรียนของผู้เรียน

1587
02:39:36,604 --> 02:39:40,604
คือการเรียนเป็นเรื่องของการเคารพตัวเองการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ

1588
02:39:40,739 --> 02:39:43,194
ในห้องเรียน ในโรงพยาบาลของเรา

1589
02:39:43,194 --> 02:39:44,346
จะใช้โมดูล

1590
02:39:44,346 --> 02:39:48,346
และทุกคนก็เรียนตามความถนัดของตนเอง

1591
02:39:51,378 --> 02:39:52,650
แล้วก็ในเรื่องของการอ่าน องค์กรของเราหรือว่า HBEP

1592
02:39:52,650 --> 02:39:56,650
ก็ใช้กลยุทธ์หลาย ๆ อย่าง

1593
02:40:04,387 --> 02:40:07,467
ผมเรียนสำคัญในเรื่องของการเรียนทางเลือก

1594
02:40:07,467 --> 02:40:08,353
ก็มีการ set มีการเตรียมตัวการจัดกิจกรรม

1595
02:40:08,353 --> 02:40:11,794
เรื่องเตรียมตัวต่าง ๆ

1596
02:40:11,794 --> 02:40:15,794
มีการแจกจ่ายโมดูล

1597
02:40:20,165 --> 02:40:23,245
และมีการให้ทำกิจกรรมวอร์มาอัพ

1598
02:40:23,245 --> 02:40:25,344
ทุกวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี

1599
02:40:25,344 --> 02:40:29,344
แล้วก็มีกิจกรรม action

1600
02:40:42,212 --> 02:40:46,212
และก็จะเป็นวันที่เรียนศิลปะ

1601
02:40:50,729 --> 02:40:54,729
แล้วเราก็ใช้ระบบเกรดที่หลากหลายนี้

1602
02:40:55,423 --> 02:40:57,293
ก็จะเป็นการสอนผู้เรียนที่อายุแตกต่างกัน

1603
02:40:57,293 --> 02:40:58,407
คือคุณครูก็จะต้องมีการบริหารจัดการระบบ

1604
02:40:58,407 --> 02:41:00,885
แล้วก็ต้องมีจัดการทรัพยากรต่าง ๆ

1605
02:41:00,885 --> 02:41:03,340
ซึ่งจะต้องตอบสนองต่อการเรียนการสอนที่มีความต้องการสูงได้ HBEP

1606
02:41:03,340 --> 02:41:05,661
ผู้เรียนก็จะมีความแตกต่างกัน

1607
02:41:05,661 --> 02:41:08,040
ในเรื่องของการเรียนเล็กน้อย

1608
02:41:08,040 --> 02:41:09,310
เราพยายามที่จะใช้ทรัพยากรที่มีทั้งหมด

1609
02:41:09,310 --> 02:41:13,310
ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

1610
02:41:15,257 --> 02:41:19,257
แล้วก็ครู A ก็อาจจะสอนในเกรดที่ 1

1611
02:41:22,575 --> 02:41:26,575
แล้วก็ครู A เกรด 1 ครู B เกรด 2 - 3

1612
02:41:27,328 --> 02:41:31,328
อันนี้เป็นเรื่องของหลักสูตร แล้วก็เรื่องของทรัพยากรที่นำมาใช้ในการเรียน

1613
02:41:33,668 --> 02:41:37,668
ก็อาจจะมีการปรับให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน

1614
02:41:43,668 --> 02:41:47,131
แล้วก็ตัว module

1615
02:41:47,131 --> 02:41:50,301
แต่ละคนก็จะได้รับการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน

1616
02:41:50,301 --> 02:41:54,269
อันนี้เป็นข้อมูล

1617
02:41:54,269 --> 02:41:58,269
ก็จะมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของคนที่มาเรียน

1618
02:41:59,815 --> 02:42:01,007
อันนั้นเป็นตัวชี้วัดที่ดี

1619
02:42:01,007 --> 02:42:02,619
แล้วก็ตัดสินความสำเร็จของ Program

1620
02:42:02,619 --> 02:42:05,159
คือ program มีประสิทธิผล

1621
02:42:05,159 --> 02:42:09,159
แล้วก็ประสบความสำเร็จ

1622
02:42:09,504 --> 02:42:12,440
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

1623
02:42:12,440 --> 02:42:13,795
ที่ได้มีการดำเนินการ

1624
02:42:13,795 --> 02:42:15,209
ฉันก็ได้เห็นมีมุมมองดังต่อไปนี้

1625
02:42:15,209 --> 02:42:19,209
ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

1626
02:42:26,184 --> 02:42:30,184
โรงเรียนในโรงพยาบาลก็ได้ช่วยให้เกิดการดำเนินการตามเป้าหมาย

1627
02:42:33,691 --> 02:42:36,484
การพัฒนาในเรื่องของการศึกษาสำหรับเด็กที่มีภาวะเจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง

1628
02:42:36,484 --> 02:42:38,448
แล้วก็ได้ให้ความหวัง

1629
02:42:38,448 --> 02:42:39,644
แล้วก็ในโปรแกรมนี้

1630
02:42:39,644 --> 02:42:43,644
ประตูใหม่ ๆ

1631
02:42:48,487 --> 02:42:52,487
หม่ๆ  ก็จะเปิดทั้งหมดสำหรับผู้เรียนที่่มีภาวะการเจ็บป่วยเรื้อรัง

1632
02:42:52,757 --> 02:42:53,654
แล้วก็ทุกคนสามารถใช้สิทธิในการเข้าถึง

1633
02:42:53,654 --> 02:42:56,413
และใช้สิทธิปกติ

1634
02:42:56,413 --> 02:43:00,413
เป็นการให้ความหวัง

1635
02:43:04,474 --> 02:43:08,474
กับผู้คนในเรื่องการให้บริการทางการศึกษา

1636
02:43:12,809 --> 02:43:16,809
ให้กับเด็กได้

1637
02:43:24,627 --> 02:43:26,713
ให้กับ เฮาส์ ออฟ โฮป นี้

1638
02:43:26,713 --> 02:43:30,713
ควรจะมีความพยายามที่มากขึ้นจากทางรัฐบาลท้องถิ่น

1639
02:43:31,855 --> 02:43:35,103
และทางกระทรวงศึกษาในการที่จะช่วยให้เกิดความยั่งยืนของ program

1640
02:43:35,103 --> 02:43:38,476
ควรจะมีการพยายามผลักดัน ให้ HBEP ครู HBEP

1641
02:43:38,476 --> 02:43:42,476
นั้น สามารถที่จะจัด Program การศึกษา

1642
02:43:43,601 --> 02:43:44,995
และให้ความรู้กับเด็ก

1643
02:43:44,995 --> 02:43:47,417
ที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรัง

1644
02:43:47,417 --> 02:43:49,608
โดยคำนึงถึงสุขภาพ

1645
02:43:49,608 --> 02:43:51,624
แล้วก็คุณภาพของการศึกษาในระหว่างที่เขากำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง เ

1646
02:43:51,624 --> 02:43:55,249
ด็ก ๆ เหล่านี้

1647
02:43:55,249 --> 02:43:57,365
มีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา

1648
02:43:57,365 --> 02:43:59,688
ที่มีคุณภาพ

1649
02:43:59,688 --> 02:44:03,688
เขามีสิทธิ

1650
02:44:20,649 --> 02:44:23,433
และผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น   ลองจินตนาการดูนะคะ

1651
02:44:23,433 --> 02:44:24,564
ว่าจากการสอนคุณได้แสดงถึงความห่วงใย

1652
02:44:24,564 --> 02:44:28,564
ความรักและความใส่ใจต่อเด็กเหล่านี้

1653
02:44:28,790 --> 02:44:32,790
ซึ่งกำลังอยู่ในความเจ็บป่วยที่ร้ายแรงให้ความหวังกับเขาที่เขาจะสามารถมีชีวิต

1654
02:44:33,995 --> 02:44:35,772
ที่มีความสุข

1655
02:44:35,772 --> 02:44:38,927
และมีพลังที่จะต่อสู้กับโรคมะเร็ง

1656
02:44:38,927 --> 02:44:42,927
ความคิดที่ดิฉันอยากจะฝากไว้กับทุกท่านก็คือ

1657
02:44:47,914 --> 02:44:50,159
เด็กทุกคนนั้นต้องการความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ

1658
02:44:50,159 --> 02:44:54,159
ความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ

1659
02:45:08,443 --> 02:45:12,443
และคนที่จะเชื่อในคนเหล่านี้ คนที่จะเชื่อในเด็ก ๆ เหล่านี้

1660
02:45:14,483 --> 02:45:17,724
House of Hope นั้น เด็กทุกคนนั้นได้รับความใส่ใจและความหวัง

1661
02:45:17,724 --> 02:45:20,653
ไม่มีใครสักคนที่จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

1662
02:45:20,653 --> 02:45:24,653
ขอใช้โอกาสนี้ที่จะขอบคุณทางคณะผู้จัดงานอีกครั้ง

1663
02:45:24,838 --> 02:45:28,838
หนึ่ง

1664
02:45:30,575 --> 02:45:32,104
และดอกเตอร์มลิวัลย์และผู้ประสานงที่ได้เชิญเรามาร่วมในการประชุมวิชาการนานาชาติ

1665
02:45:32,104 --> 02:45:36,104
ครั้งนี้

1666
02:45:40,397 --> 02:45:43,023
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของทุกท่านที่มีคุณค่าอย่างมาก

1667
02:45:43,023 --> 02:45:43,936
ขอบคุณสำหรับเวลาของทุกท่าน

1668
02:45:43,936 --> 02:45:47,028
ขอบคุณค่ะ

1669
02:45:47,028 --> 02:45:51,028
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับผู้นำเสนอ

1670
02:45:54,829 --> 02:45:58,829
ขอเสียงปรบมืออีกครั้งหนึ่งค่ะ [เสียงปรบมือ]

1671
02:46:08,505 --> 02:46:12,505
ต่อไปนะคะ เป็นผู้นำเสนอท่านสุดท้ายของวันนี้

1672
02:46:17,572 --> 02:46:21,572
คุณ Ms. Leah M. Labrador

1673
02:46:42,375 --> 02:46:46,311
จาก LSLS Cert AVT Habilitation Manager Asia Growth Market Cochlear Limited สิงคโปร์

1674
02:46:46,311 --> 02:46:50,311

1675
02:47:10,323 --> 02:47:14,323
(Ms. Labrador) ขออภัยดิฉันมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยใน PowerPoint

1676
02:47:15,755 --> 02:47:19,755
presentation ของดิฉัน

1677
02:47:28,362 --> 02:47:29,950
ก่อนอื่นอยากจะขอขอบคุณทางคณะผู้จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

1678
02:47:29,950 --> 02:47:31,084
อาจารย์มลิวัลย์และคณะผู้จัดงานทุกท่าน

1679
02:47:31,084 --> 02:47:34,272
ขอบคุณมากที่ชวนเรา

1680
02:47:34,272 --> 02:47:35,774
เชิญเราให้มีโอกาสเข้ามานำเสนอในการประชุมวิชาการครั้งนี้

1681
02:47:35,774 --> 02:47:37,505
เป็นการ update

1682
02:47:37,505 --> 02:47:41,505
แนวโน้ม

1683
02:47:44,631 --> 02:47:48,255
และวิธีสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1684
02:47:48,255 --> 02:47:52,255
และหวังว่าการนำเสนอนี้จะได้มีโอกาสแบ่งปันแก่ท่าน

1685
02:48:08,505 --> 02:48:11,784
ทั้งประสบการณ์และความท้าทายของเราเอง

1686
02:48:11,784 --> 02:48:15,784
ที่เราจะพัฒนาคุณภาพของการให้บริการกับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1687
02:48:29,235 --> 02:48:33,235
อันนี้เป็นคำที่ดิฉันชอบมาก

1688
02:48:33,629 --> 02:48:37,629
และอาเลนเทรนเลอร์บอกว่า

1689
02:48:37,890 --> 02:48:40,821
การตาบอด แยกผู้คนออกจากสิ่งของ

1690
02:48:40,821 --> 02:48:44,821
แต่ความหูหนวกแยกผู้คนออกจากคนอื่น ๆ

1691
02:48:46,183 --> 02:48:50,183
เพราะว่าถ้าคุณดูมนุษย์นั้น

1692
02:49:00,590 --> 02:49:01,908
มีความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

1693
02:49:01,908 --> 02:49:04,148
เราต้องการที่จะแบ่งปันและมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น

1694
02:49:04,148 --> 02:49:08,148
ดิฉันขอให้ update ว่าองค์การอนามัยโลกนั้น

1695
02:49:08,729 --> 02:49:12,729
ได้พูดถึงสถิติของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินในปี 2018

1696
02:49:15,854 --> 02:49:19,854
มีประมาณการว่าประมาณ 466 ล้านคน

1697
02:49:28,348 --> 02:49:32,348
ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินทั่วโลก

1698
02:49:45,396 --> 02:49:48,208
เป็นเด็ก

1699
02:49:48,208 --> 02:49:49,511
ถ้าเราดูในจำนวน ประมาณ 34 ล้านคน

1700
02:49:49,511 --> 02:49:50,684
ที่เป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินค่ะ

1701
02:49:50,684 --> 02:49:54,684
ฉะนัั้น

1702
02:50:01,251 --> 02:50:05,251
มาดูในภูมิภาคของเรา WHO

1703
02:50:06,229 --> 02:50:10,229
หรือองค์การอนามัยโลกได้พูดถึงจำนวนของผู้ที่บกพร่องทางการได้ยิน

1704
02:50:15,071 --> 02:50:19,071
ถ้าเราดูในกลุ่มที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอย่างรุนแรง

1705
02:50:31,623 --> 02:50:35,233
จะประมาณ 1.3 เปอร์เซ็นต์

1706
02:50:35,233 --> 02:50:39,233
ถ้าดูในข้อมูลนี้ในประเทศไทยประชากรของประเทศไทยทั้งหมด ณ ปัจจุบัน ในปี 2018

1707
02:50:42,960 --> 02:50:45,155
คือประชากรทั้งประเทศประมาณ

1708
02:50:45,155 --> 02:50:47,048
๖๗ ล้านคน

1709
02:50:47,048 --> 02:50:51,048
สำหรับคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอย่างรุนแรง

1710
02:50:52,073 --> 02:50:56,073
ประมาณ 246,000 กว่าคน

1711
02:50:57,190 --> 02:51:01,190
และทุก ๆ ปี

1712
02:51:02,946 --> 02:51:05,630
คุณจะมีเด็กทารกแรกเกิดที่เกิดมาพร้อมด้วยการบกพร่องทางการได้ยินอย่างรุนแรง

1713
02:51:05,630 --> 02:51:07,649
ประมาณ 745 คน

1714
02:51:07,649 --> 02:51:08,754
นั่นเป็นจำนวนที่มากนะคะ

1715
02:51:08,754 --> 02:51:11,401
และเราจะทำอย่างไร

1716
02:51:11,401 --> 02:51:15,401
จะมีทางเลือกอะไรให้กับเด็กเหล่านี้ได้บ้าง

1717
02:51:17,912 --> 02:51:21,912
ทำอย่างไรเราจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา

1718
02:51:24,238 --> 02:51:28,238
เมื่อเราดูเรื่องการบกพร่องทางการได้ยิน

1719
02:51:32,689 --> 02:51:36,689
สิ่งที่คุณจะเห็นก็คือเด็กที่เกิดขึ้นมาใหม่

1720
02:51:42,705 --> 02:51:46,705
ถ้าเขาสูญเสียทางการได้ยินก็จะมีผลต่อทักษะทางภาษาและการออกเสียง

1721
02:51:52,640 --> 02:51:56,640
มีความยากลำบากในการเข้าใจบทสนทนาของสมาชิกในครอบครัว

1722
02:51:57,642 --> 02:51:59,305
แล้วก็จะรู้สึกถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

1723
02:51:59,305 --> 02:52:02,958
หรือว่ากลายเป็นคนนอก

1724
02:52:02,958 --> 02:52:06,958
เพราะว่าเขาไม่สามารถจะเข้าใจในการเล่นกับผู้อื่น

1725
02:52:10,128 --> 02:52:14,128
หรือว่ามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วย

1726
02:52:15,123 --> 02:52:19,107
ถ้าคุณไม่สามารถได้ยินอย่างชัดเจน

1727
02:52:19,107 --> 02:52:23,107
ก็จะมีอุปสรรคปัญหาในชั้นเรียนแน่นอน

1728
02:52:25,513 --> 02:52:29,513
การสอนด้านวิชาการหลายอย่างที่เด็ก ๆ อาจจะได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน

1729
02:52:37,220 --> 02:52:39,652
แล้วก็ทำให้ในโรงเรียนนั้นอาจจะมีผลการเรียนที่ไม่ดีและนำไปสู่พฤติกรรมในเชิงลบ

1730
02:52:39,652 --> 02:52:43,652
เมื่อเติบโตขึ้นก็จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับผู้อื่น

1731
02:52:47,156 --> 02:52:51,156
หลายครั้งจะรู้สึกกลายเป็นเกิดความโดดเดี่ยวทางสังคม

1732
02:52:59,666 --> 02:53:01,087
แล้วก็มีความไม่มั่นใจต่อตนเองในเชิงลบ

1733
02:53:01,087 --> 02:53:05,087
มีปัญหาในเรื่องของโอกาสในการทำงาน

1734
02:53:05,988 --> 02:53:09,988
ในการหางานทำ

1735
02:53:11,649 --> 02:53:13,117
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากได้ยิน

1736
02:53:13,117 --> 02:53:13,934
ถ้าคุณอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว

1737
02:53:13,934 --> 02:53:14,564
เช่น

1738
02:53:14,564 --> 02:53:18,564
อเมริกา

1739
02:53:26,251 --> 02:53:27,372
มีโครงการที่ให้บริการกับเด็กแรกเกิดที่สูญเสียทางการได้ยิน

1740
02:53:27,372 --> 02:53:30,484
เรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

1741
02:53:30,484 --> 02:53:34,484
มีเครื่องช่วยฟังที่มีคุณภาพมากขึ้น

1742
02:53:42,221 --> 02:53:43,870
และมีการผ่าตัดใส่หูเทียม

1743
02:53:43,870 --> 02:53:47,469
และปัจจุบันนี้มีการศึกษาวิจัยหลายชิ้น

1744
02:53:47,469 --> 02:53:51,469
ที่แสดงให้เห็นว่ามีการบำบัด

1745
02:53:51,610 --> 02:53:55,610
มีการจัดสภาพแวดล้อม

1746
02:53:56,650 --> 02:53:57,911
และการสนับสนุนจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง

1747
02:53:57,911 --> 02:54:01,911
การแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

1748
02:54:06,249 --> 02:54:09,113
มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

1749
02:54:09,113 --> 02:54:10,669
เรื่องของการดูแลสุขภาพทางการได้ยินในปี 90

1750
02:54:10,669 --> 02:54:12,190
ย้อนไปในปี 90

1751
02:54:12,190 --> 02:54:16,190
เราเองนั้น

1752
02:54:17,143 --> 02:54:21,143
มีเครื่องช่วยฟังที่เป็นอนาล็อก

1753
02:54:23,438 --> 02:54:25,909
ณ เวลานั้นเรายังไม่ได้มีเทคโนโลยีที่พัฒนาสูงมาก

1754
02:54:25,909 --> 02:54:27,636
ณ เวลานั้น

1755
02:54:27,636 --> 02:54:31,636
การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม

1756
02:54:43,216 --> 02:54:47,216
จะเห็นว่าเด็กที่ผ่าตัดประสาทหูเทียมจะอยู่ที่อายุประมาณ 2 - 3 ปี

1757
02:54:51,291 --> 02:54:53,469
ส่วนใหญ่แล้วจะผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมที่สูญเสียการได้ยิน

1758
02:54:53,469 --> 02:54:57,469
และประมาณ 1 ปี ในทศวรรษปัจจุบัน

1759
02:55:00,940 --> 02:55:04,832
ในศตวรรษที่ 21 นั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก

1760
02:55:04,832 --> 02:55:08,832
ในสิงคโปร์เด็กทุกคน

1761
02:55:11,830 --> 02:55:14,359
ที่เป็นเด็กเกิดใหม่นั้น

1762
02:55:14,359 --> 02:55:15,669
จะได้รับการตรวจคัดกรอง

1763
02:55:15,669 --> 02:55:19,209
เรามีการคัดกรองที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

1764
02:55:19,209 --> 02:55:23,209
เรามีการคัดกรองตั้งแต่แรกเกิด

1765
02:55:23,543 --> 02:55:24,924
ในโรงพยาบาล

1766
02:55:24,924 --> 02:55:26,347
ดิฉันคิดว่าในประเทศอื่น ๆ

1767
02:55:26,347 --> 02:55:30,347
ก็พยายามที่จะพัฒนาในเรื่องนี้

1768
02:55:30,358 --> 02:55:32,403
ก็คือเรื่องของการคัดกรองเด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียการได้ยิน

1769
02:55:32,403 --> 02:55:36,403
หมายความว่าอย่างไร

1770
02:55:46,297 --> 02:55:47,581
หมายความว่าเมื่อเด็กได้มีการวินิจฉัยว่า สูญเสียการได้ยิน หรือบกพร่องทางการได้ยิน

1771
02:55:47,581 --> 02:55:50,985
ก็จะมีการช่วยเหลือแก้ไขอย่างรวดเร็ว

1772
02:55:50,985 --> 02:55:54,985
ในประเทศที่พัฒนาแล้ว

1773
02:56:00,573 --> 02:56:04,573
ประมาณเด็กอายุ 2-3 เดือน เขาก็จะได้เครื่องช่วยฟัง

1774
02:56:05,354 --> 02:56:09,354
และถ้าพูดถึงเรื่องของการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม

1775
02:56:11,660 --> 02:56:15,660
ตอนนี้เด็กได้รับการใส่ประสาทหูเทียม ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ

1776
02:56:19,676 --> 02:56:23,676
และดิฉันจะแสดงให้ดูในการวิจัย

1777
02:56:24,063 --> 02:56:24,774
เพื่อจะยืนยันในสิ่งเหล่านี้

1778
02:56:24,774 --> 02:56:28,774
มีการผ่าตัดอย่างรวดเร็ว

1779
02:56:33,856 --> 02:56:37,604
ยิ่งผ่าตัดเร็วก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นสำหรับเด็ก

1780
02:56:37,604 --> 02:56:41,604
การช่วยเหลือระยะแรกเริ่มเป็นกุญแจสำคัญ

1781
02:56:52,583 --> 02:56:56,583
เพื่อที่ช่วยเด็กทางภาษาได้

1782
02:56:57,426 --> 02:56:59,711
สิ่งที่ดิฉันอยากจะแชร์ ก็คือการสูญเสียการได้ยินนั้น

1783
02:56:59,711 --> 02:57:03,711
เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของระบบประสาท

1784
02:57:08,100 --> 02:57:11,873
การสูญเสียการได้ยินไม่ใช่เกี่ยวกับหู

1785
02:57:11,873 --> 02:57:15,873
แต่ว่าเป็นเรื่องของการพัฒนาการของสมอง

1786
02:57:16,784 --> 02:57:20,784
เพราะว่าสมองเป็นผู้ที่ประมวลผลและแปลเสียง

1787
02:57:22,776 --> 02:57:23,650
หูจะเป็นเพียงเป็นช่องทางของเสียงที่จะเดินทางเข้ามา

1788
02:57:23,650 --> 02:57:24,330
เพื่อรับสัญญาณ

1789
02:57:24,330 --> 02:57:27,353
ในช่วง 3 ปี

1790
02:57:27,353 --> 02:57:28,247
แรกเกิดถึง 3 ขวบนั้น

1791
02:57:28,247 --> 02:57:32,247
เป็นช่วงที่สำคัญมาก

1792
02:57:33,179 --> 02:57:36,814
เป็นช่วงที่เส้นใยประสาทได้กำลังสร้างตัวขึ้น

1793
02:57:36,814 --> 02:57:38,299
แรกเกิด 6 เดือน

1794
02:57:38,299 --> 02:57:42,299
และ 2 ปี

1795
02:57:49,084 --> 02:57:52,543
ไม่ว่าจะได้รับการกระตุ้นจากการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส

1796
02:57:52,543 --> 02:57:55,540
มีใยประสาทที่เชื่อมต่อกันใหม่

1797
02:57:55,540 --> 02:57:56,715
ถึง 700 เส้นใย

1798
02:57:56,715 --> 02:58:00,715
ในทุก ๆ วินาที

1799
02:58:01,364 --> 02:58:05,364
ของสมองนั้นเติบโตขึ้นในช่วง 3 ปีแรกของชีวิต

1800
02:58:05,443 --> 02:58:09,256
จึงเป็นเหตุผลว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องของสมอง

1801
02:58:09,256 --> 02:58:13,256
เพื่อที่เมื่อเขาจะได้ยินเสียง

1802
02:58:16,319 --> 02:58:18,164
เขาก็จะสามารถเรียนรู้และพัฒนาสมองได้มากขึ้น

1803
02:58:18,164 --> 02:58:21,023
เวลาเราพูดถึงความช่วยเหลือ

1804
02:58:21,023 --> 02:58:25,023
ในระยะแรกเริ่ม

1805
02:58:25,133 --> 02:58:29,133
ไม่ได้เป็นเพียงแค่การวินิจฉัย

1806
02:58:34,048 --> 02:58:35,320
แต่ว่าเป็นการให้เครื่องช่วยฟัง

1807
02:58:35,320 --> 02:58:39,320
เป็นการให้อุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างทันทีและรวดเร็ว

1808
02:58:40,185 --> 02:58:44,185
เราต้องมีการเตรียมเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้กับเขา

1809
02:58:46,429 --> 02:58:50,429
และขั้นต่อไปก็คือการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม

1810
02:58:53,845 --> 02:58:55,783
และเราจำเป็นที่จะต้องมีครอบครัวที่สนับสนุน

1811
02:58:55,783 --> 02:58:57,280
จะเห็นว่าการทำงานของเราปัจจุบันนี้

1812
02:58:57,280 --> 02:59:01,280
เราใช้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

1813
02:59:03,035 --> 02:59:06,649
และมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

1814
02:59:06,649 --> 02:59:10,649
ที่จะให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนในการพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1815
02:59:24,787 --> 02:59:26,782
นี่เป็นงานวิจัยในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกามีการศึกษาวิจัย

1816
02:59:26,782 --> 02:59:28,950
ที่สำหรับพวกเรานั้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

1817
02:59:28,950 --> 02:59:29,792
เป็นสิ่งที่เราควรจะพิจารณาแล้ว

1818
02:59:29,792 --> 02:59:31,873
ก็ถือเป็นความท้าทายของพวกเรา

1819
02:59:31,873 --> 02:59:35,873
เพราะว่าปัจจุบันนี้คนที่ทำงานด้านนี้

1820
02:59:46,400 --> 02:59:50,400
ดิฉันคิดว่าเป็นไปได้มาก สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราที่จะนำเอาวิวัฒนาการเหล่านี้เข้ามาใช้ในภูมิภาคของเรา

1821
02:59:51,470 --> 02:59:55,470
การศึกษาโลคีนก็ทำในแลปเป็นการเรียนที่มีผลในระยะยาว

1822
02:59:56,655 --> 02:59:59,879
ก็คือเริ่มจากปี 2002

1823
02:59:59,879 --> 03:00:03,879
และถึงปี 2007

1824
03:00:05,534 --> 03:00:09,534
ถ้าดูจากตัวจำนวนประชากรของเด็กที่มีความพิการทางการได้ยินก็ประมาณ 451 คน

1825
03:00:20,113 --> 03:00:21,249
ก็คือเริ่มตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงไม่ได้ยินเลยอายุ 3 ขวบ

1826
03:00:21,249 --> 03:00:25,032
ก็คือ 144 คน

1827
03:00:25,032 --> 03:00:26,617
ได้รับการฝังประสาทหูเทียม 107 คน

1828
03:00:26,617 --> 03:00:27,630
ก็ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการของการสูญเสียการได้ยิน

1829
03:00:27,630 --> 03:00:28,308
เด็ก 40 คน

1830
03:00:28,308 --> 03:00:32,308

1831
03:00:37,376 --> 03:00:41,376
เขาได้รับการฝังประสาทหูเทียม ในช่วงอายุ 12 ปี

1832
03:00:46,930 --> 03:00:49,839
ในเรื่องของวิธีการสื่อสาร LSL

1833
03:00:49,839 --> 03:00:53,839
อันนี้เป็นเรื่องของภาษาพูด

1834
03:00:55,462 --> 03:00:57,988
เรื่องของการ audition ประมาณ 303 คน

1835
03:00:57,988 --> 03:01:00,106
แล้วก็บางคนจะได้รับการสื่อสารแบบครบวงจร

1836
03:01:00,106 --> 03:01:04,106
แต่ว่าบางส่วนก็ได้รับบางส่วน

1837
03:01:07,667 --> 03:01:11,667
แล้วก็อย่างที่ฉันได้บอกไปว่าการศึกษานี้เริ่มในปี 2002

1838
03:01:13,903 --> 03:01:17,903
แล้วก็ได้ผลลัพธ์อีก 3 ปีถัดมา

1839
03:01:34,939 --> 03:01:35,997
ถ้าดูจากตัวผลลัพธ์จะเห็นว่าเป็นเรื่องของการประมวลผลการใช้ภาษา ความสามารถทางภาษา

1840
03:01:35,997 --> 03:01:39,516
คือถ้าใช้คะแนน 100

1841
03:01:39,516 --> 03:01:41,984
ในแนวนอนก็จะเป็นอายุในที่มีการใส่ประสาทหูเทียม

1842
03:01:41,984 --> 03:01:45,984
จะเห็นว่าหลังจากเด็กได้รับ

1843
03:01:46,803 --> 03:01:50,803
การใส่ประสาทหูเทียม

1844
03:01:54,375 --> 03:01:58,375
จะเห็นว่าคะแนนของภาษาก็จะใกล้ ๆ กับระดับปกติ

1845
03:01:58,636 --> 03:02:02,636
แล้วก็มาดูว่า

1846
03:02:09,008 --> 03:02:13,008
มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้การส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดี

1847
03:02:13,159 --> 03:02:17,159
เราก็พบว่าเรื่องของการสื่อสาร

1848
03:02:17,619 --> 03:02:19,357
ก็จะทำผ่านการฟังและพูดอย่างเดียว

1849
03:02:19,357 --> 03:02:22,326
คือถ้าเราอยากให้เด็กพัฒนาภาษาพูด

1850
03:02:22,326 --> 03:02:23,920
การฟังก็เป็นวิธีการเรียนรู้ที่เร็วที่สุด

1851
03:02:23,920 --> 03:02:27,920
คือถ้าใช้วิธีอื่นก็จะช้าลง

1852
03:02:41,963 --> 03:02:45,963
ต่อมาเราก็พบว่าคนที่เป็นแม่ก็คือมีการศึกษาที่ค่อนข้างดี

1853
03:02:49,564 --> 03:02:53,564
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ได้รับการศึกษาที่ดีก็อาจจะไม่สามารถที่จะสอนลูก ๆ ได้ดี

1854
03:02:58,412 --> 03:03:02,412
ครูหรือคนที่ตรวจการได้ยินก็จะต้องเข้ามาช่วย

1855
03:03:03,453 --> 03:03:05,767
ก็คือต้องมาช่วยเป็นโค้ชให้กับพ่อแม่

1856
03:03:05,767 --> 03:03:08,016
เมื่อเราทำการให้บริการการฟื้นฟูให้กับเด็ก

1857
03:03:08,016 --> 03:03:10,633
ผู้มาให้บริการก็เป็นพ่อแม่

1858
03:03:10,633 --> 03:03:14,633
เพราะฉะนั้นถ้าเราให้การบริการกับพ่อแม่ด้วย

1859
03:03:20,354 --> 03:03:22,298
มี coaching

1860
03:03:22,298 --> 03:03:26,298
ก็จะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

1861
03:03:26,439 --> 03:03:28,619
สิ่งที่เราพบสำหรับคนที่อาจจะทำผลงานไม่ค่อยดี

1862
03:03:28,619 --> 03:03:30,634
ก็คือจะเป็นเด็กที่มีความพิการเข้ามาด้วย

1863
03:03:30,634 --> 03:03:33,397
หรือว่ามีน้ำหนักน้อยในช่วงตอนที่เกิด

1864
03:03:33,397 --> 03:03:37,397
หรือว่ามีการสูญเสียการได้ยินค่อนข้างมาก

1865
03:03:39,119 --> 03:03:43,119
เป็นเด็กที่ใช้เครื่องช่วยฟัง

1866
03:03:48,422 --> 03:03:52,422
แล้วก็ปัจจัยที่ไม่ได้มีผลต่อผลลัพธ์

1867
03:04:06,468 --> 03:04:07,796
ก็คือไม่มีผลต่างในเรื่องความสามารถทางด้านภาษาของเด็กที่ใส่ค็อกเคลียร์ในช่วงอายุ 3 ปี

1868
03:04:07,796 --> 03:04:11,279
แต่ถ้าไปดูในเรื่องของจำนวนประชากร

1869
03:04:11,279 --> 03:04:14,540
คนที่ใช้เครื่องช่วยฟังก็จะเห็นตัวเฟชโฮล์

1870
03:04:14,540 --> 03:04:18,540
หรือค่าขั้นต่อ

1871
03:04:21,435 --> 03:04:25,435
ก็คือ 6 เดซิเบล

1872
03:04:25,813 --> 03:04:29,118
คือเด็กที่มีปัญหาการสูญเสียการได้ยินไม่มีความแตกต่างเท่าไร

1873
03:04:29,118 --> 03:04:31,055
เพราะฉะนั้นก็เลยมีการแนะนำว่า

1874
03:04:31,055 --> 03:04:35,055
การปลูกฝังประสาทหูเทียม

1875
03:04:36,120 --> 03:04:38,970
ก็จะต้องให้กับเด็กที่มีภาวะการสูญเสียการได้ยินที่ค่อนข้างมาก

1876
03:04:38,970 --> 03:04:42,970
คือการสูญเสียการได้ยินก็จะประมาณ 7 เดซิเบล

1877
03:04:43,130 --> 03:04:44,780
หรือมากกว่านั้น แล้วก็ผลที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า

1878
03:04:44,780 --> 03:04:48,780
เด็กที่มีภาวะ

1879
03:04:53,114 --> 03:04:57,114
NSD ก็จะสามารถทำผลงานได้ใกล้เคียงกันในเรื่องของภาษา

1880
03:05:07,769 --> 03:05:11,675
แล้วก็เป็นไปได้ที่สามารถที่จะมีความสามารถทางด้านภาษาที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับทั่วไป

1881
03:05:11,675 --> 03:05:15,675
และก็มีการไปศึกษาเพื่อติดตามผล

1882
03:05:15,885 --> 03:05:18,925
จะเห็นว่า pattern จะเหมือนกัน

1883
03:05:18,925 --> 03:05:22,925
แนวโน้มก็จะคล้าย ๆ กัน

1884
03:05:23,190 --> 03:05:26,444
เพราะฉะนั้นเด็กเหล่านี้ก็มีความสามารถทางภาษาก็ดีขึ้น

1885
03:05:26,444 --> 03:05:28,459
เฉพาะเด็กที่ได้รับการใส่ประสาทหูเทียมในช่วงที่ยังเด็กอยู่

1886
03:05:28,459 --> 03:05:32,459
แล้วก็มีเรื่องได้รับบริการต่าง ๆ

1887
03:05:34,366 --> 03:05:38,366
แล้วก็มีพ่อแม่ที่สนับสนุนด้วย

1888
03:05:57,937 --> 03:05:59,993
อีกการศึกษาหนึ่งก็ทำการศึกษาในเมลเบิร์น

1889
03:05:59,993 --> 03:06:01,243
ก็เป็นการศึกษาเพื่อที่จะสนับสนุนผลจาการศึกษาที่แล้ว

1890
03:06:01,243 --> 03:06:02,760
การศึกษาจากหลาย ๆ ศูนย์

1891
03:06:02,760 --> 03:06:06,760
ที่เข้ามาที่ใส่ค็อกเคลียร์อีก 3 คน

1892
03:06:12,993 --> 03:06:15,014
แล้วก็มีการไปมีการไปประเมินคนไข้ที่เข้าไปเรียนในชั้นเรียนประถม

1893
03:06:15,014 --> 03:06:19,014
แล้วก็เด็กเหล่านี้ได้รับการใส่ประสาทหูเทียมประมาณช่วงอายุ 6 ปี

1894
03:06:48,713 --> 03:06:50,879
ถ้าดูจากตัวประชากรทั้งหมดก็จะใส่ประสาทหูเทียมก่อนอายุขวบปีแรก

1895
03:06:50,879 --> 03:06:53,060
แล้วก็มีการประเมินเรื่องของภาษาที่เฉพาะเจาะจง

1896
03:06:53,060 --> 03:06:53,775
แล้วก็เป็นเรื่องของการเทสคำศัพท์มาตรฐาน

1897
03:06:53,775 --> 03:06:55,335
ในเรื่องของคำศัพท์

1898
03:06:55,335 --> 03:06:56,100
ก็จะเห็นว่าคะแนนก็คือ 100

1899
03:06:56,100 --> 03:07:00,100
ก็คือเป็นค่าปกติ

1900
03:07:19,948 --> 03:07:23,948
อันนี้ก็จะเป็นช่วงอายุของเด็ก

1901
03:07:24,100 --> 03:07:25,734
และถ้าดูจากกราฟนี้ก็จะเห็นว่าเด็กที่มีการใส่ประสาทหูเทียมตั้งแต่ช่วงอายุ 12

1902
03:07:25,734 --> 03:07:28,189
ก็จะเห็นว่าคำศัพท์ก็จะค่อนข้างสูง

1903
03:07:28,189 --> 03:07:29,976
ก็ได้คะแนนเกือบ 100 เลย

1904
03:07:29,976 --> 03:07:32,449
แต่ถ้าคุณพออายุมากขึ้น

1905
03:07:32,449 --> 03:07:36,449
ก็จะเห็นว่าความสามารถคำศัพท์ก็จะเริ่มลดน้อยลง

1906
03:07:44,020 --> 03:07:46,573
ต่อไปอันนี้เป็นเรื่องของการทดสอบเรื่องของภาษามืออีกเช่นเดียวกัน

1907
03:07:46,573 --> 03:07:50,573
เรื่องของความสามารถในการที่จะแสดงออกทางด้านภาษา

1908
03:07:51,523 --> 03:07:53,117
จะเห็นความสำคัญคือถ้าได้ฝังประสาทหูเทียมตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ

1909
03:07:53,117 --> 03:07:57,117
ก็จะได้คะแนนดี

1910
03:08:00,804 --> 03:08:04,804
คือตั้งแต่อายุ 1 ขวบ พอมากกว่า 1 ขวบก็จะเริ่มลดลง

1911
03:08:06,947 --> 03:08:10,947
ต่อมาจะเป็นเรื่องของความชัดเจนของการออกเสียง

1912
03:08:12,580 --> 03:08:13,544
จะเห็นว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์

1913
03:08:13,544 --> 03:08:17,544
ก็สามารถที่จะพูดได้ชัดเจน

1914
03:08:20,924 --> 03:08:24,924
ก็คือต้องปลูกประสาทหูเทียม ตั้งแต่ก่อนอายุ 1 ขวบ

1915
03:08:28,211 --> 03:08:32,211
ต่อมาเป็นการทดสอบเรื่องของความเข้าใจ ว่าคุณได้ยินเสียงอย่างไร

1916
03:08:35,520 --> 03:08:36,377
ปกติคนที่มาทดสอบก็จะมีการทำเสียง

1917
03:08:36,377 --> 03:08:38,940
แล้วเด็กก็จะทำเสียงตาม

1918
03:08:38,940 --> 03:08:42,940
การทดสอบนี้สำคัญมาก

1919
03:08:45,644 --> 03:08:49,644
สำคัญมากว่าเด็กจะสามารถเข้าใจภาษาได้มากน้อยแค่ไหน

1920
03:08:56,830 --> 03:08:57,669
ถ้าดูจากผลลัพธ์ก็จะเห็นว่าคนที่ถูกฝังประสาทหูเทียมตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ 12 เดือนแรก

1921
03:08:57,669 --> 03:08:59,474
หรือปีครึ่ง

1922
03:08:59,474 --> 03:09:01,784
หรือช่วงประมาณอายุ 2 ปี

1923
03:09:01,784 --> 03:09:02,865
เขาก็ได้คะแนนค่อนข้างดี

1924
03:09:02,865 --> 03:09:06,865
ในเรื่องของความเข้าใจ

1925
03:09:07,530 --> 03:09:08,369
ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

1926
03:09:08,369 --> 03:09:12,369
ค่อนข้างดี

1927
03:09:27,061 --> 03:09:28,853
สิ่งที่เราได้พบก็คือก็มีปัจจัยอื่นที่อาจจะมีผลต่อความก้าวหน้า เช่น

1928
03:09:28,853 --> 03:09:30,300
เรื่องของการศึกษาของแม่

1929
03:09:30,300 --> 03:09:33,655
อันนี้เราก็พูดถึงไปแล้ว

1930
03:09:33,655 --> 03:09:37,655
เรื่องของความซับซ้อน

1931
03:09:40,834 --> 03:09:43,571
เรื่องของการทดสอบ

1932
03:09:43,571 --> 03:09:47,571
ของพ่อแม่ที่สามารถจะสอนเด็กได้

1933
03:10:04,256 --> 03:10:06,123
คือไม่ใช่ให้เด็กไปพึ่งแต่ครูอย่างเดียว

1934
03:10:06,123 --> 03:10:07,381
ในเรื่องของการบำบัดในโรงเรียน

1935
03:10:07,381 --> 03:10:08,173
ก็อาจจะได้อยู่กับผู้บำบัดแค่ 1 ชั่วโมง

1936
03:10:08,173 --> 03:10:09,409
สัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง

1937
03:10:09,409 --> 03:10:11,326
ส่วนมากเขาก็อยู่ที่บ้าน

1938
03:10:11,326 --> 03:10:15,326
เพราะฉะนั้นพ่อแม่จะต้องรู้จักที่จะสอนลูกตัวเอง

1939
03:10:15,417 --> 03:10:19,417
ต่อมาก็มีการศึกษาที่น่าสนใจก็คือเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่เมลเบิร์น

1940
03:10:20,037 --> 03:10:24,037
เป็นการศึกษาที่จะศึกษาระดับของการได้ยิน

1941
03:10:27,234 --> 03:10:30,889
หรือระดับของการสูญเสียการได้ยินว่าจะต้องสูญเสียเท่าไร

1942
03:10:30,889 --> 03:10:34,889
ถึงจะควรใส่ค็อกเคลียร์

1943
03:10:49,155 --> 03:10:49,897
ผลสรุปก็คือสิ่งที่เขาทำก็คือมีการเปรียบเทียบเด็กที่ใส่ค็อกเคลียร์อินแพน

1944
03:10:49,897 --> 03:10:53,897
แล้วก็คนที่ใส่เครื่องช่วยฟังอย่างเดียว

1945
03:11:00,258 --> 03:11:01,342
แล้วก็มีการประเมินก่อนด้วย

1946
03:11:01,342 --> 03:11:04,053
อันนี้เป็นทักษะทางด้านภาษา

1947
03:11:04,053 --> 03:11:06,243
การประเมินด้านภาษา

1948
03:11:06,243 --> 03:11:10,243
แล้วก็มีการทดสอบเรื่องการใช้คำศัพท์

1949
03:11:14,679 --> 03:11:15,869
สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า

1950
03:11:15,869 --> 03:11:18,016
อันนี้ก็เป็นกลุ่มที่ได้รับ

1951
03:11:18,016 --> 03:11:20,881
แล้วก็อันนี้ก็จะเป็นลักษณะความดังของการสูญเสีย

1952
03:11:20,881 --> 03:11:24,881
เป็นระดับเดซิเบลของการสูญเสียจะเห็นว่า

1953
03:11:33,677 --> 03:11:37,677
้ เขาบอกว่าเด็กมีการสูญเสียความได้ยินประมาณ

1954
03:11:41,083 --> 03:11:42,879
ถ้ามีการใส่เครื่องช่วยฟังก็จะได้คะแนนประมาณ 80

1955
03:11:42,879 --> 03:11:44,319
แล้วถ้าเพิ่ม 73 เดซิเบล

1956
03:11:44,319 --> 03:11:45,805
จะเพิ่มขึ้น

1957
03:11:45,805 --> 03:11:49,805
85 เปอร์เซ็นต์

1958
03:11:50,208 --> 03:11:52,349
อันนี้ถึงบอกว่า การใส่ค็อกเคลียร์อินแพน

1959
03:11:52,349 --> 03:11:53,978
ถ้าให้

1960
03:11:53,978 --> 03:11:57,978
คือถ้าใส่ให้กับเด็กที่มีการสูญเสีย

1961
03:11:58,234 --> 03:12:02,234
เขาก็จะได้ยินค่อนข้างดี

1962
03:12:04,473 --> 03:12:06,699
อันนี้เป็นเรื่องของการพัฒนาทางด้านคำศัพท์

1963
03:12:06,699 --> 03:12:10,699
ในช่วงเวลาหนึ่งก็จะมีการวัด

1964
03:12:11,696 --> 03:12:15,696
จะเห็นว่า สีเทาก็คือเป็นเส้นปกติ

1965
03:12:16,492 --> 03:12:18,664
สีน้ำเงิน 6 เดือน

1966
03:12:18,664 --> 03:12:22,664
แล้วก็สีส้มก็เป็นช่วง 18 เดือน

1967
03:12:28,233 --> 03:12:32,215
คือถ้าเด็กได้รับการใส่ประสาทหูเทียมก่อน 1 ปี

1968
03:12:32,215 --> 03:12:36,215
จะเห็นว่าเส้นทางความก้าวหน้าของภาษาก็จะใกล้เคียงกับเด็กทั่วไป

1969
03:12:46,118 --> 03:12:47,373
แต่ถ้ามาทำทีหลังเด็กก็ยังปรับตัวได้

1970
03:12:47,373 --> 03:12:51,373
แต่ถ้าสิ่งที่เราเห็นในการศึกษานี้ก็คือว่า

1971
03:12:55,379 --> 03:12:59,379
ถ้าเราไปทำทีหลังจะเห็นว่าค่อนข้างช้า

1972
03:13:13,803 --> 03:13:15,418
สิ่งที่เป็นข้อแนะนำก็คือ จากผลงานวิจัย ถ้าเด็กได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมก่อน

1973
03:13:15,418 --> 03:13:19,418
2 ขวบครึ่ง

1974
03:13:26,025 --> 03:13:30,025
เขามีศักยภาพที่จะพัฒนาทักษะทางด้านภาษาได้เท่ากับเด็กทั่ว ๆ ไปทีเดียว

1975
03:13:34,005 --> 03:13:38,005
จากปี 2002 - 2004

1976
03:13:44,676 --> 03:13:46,155
มีการศึกษาวิจัยในพัฒนาการในเด็ก หลังจากได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม

1977
03:13:46,155 --> 03:13:50,155
มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา

1978
03:14:02,732 --> 03:14:04,909
ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากมีการใส่ประสาทหูเทียม

1979
03:14:04,909 --> 03:14:08,909
เด็กที่อายุน้อยกว่า ๕ ขวบ

1980
03:14:09,318 --> 03:14:10,549
เป็นกลุ่มที่มีการสูญเสียทางการได้ยินเป็นอย่างมาก

1981
03:14:10,549 --> 03:14:14,549
แล้วก็เป็นเด็กที่มีระดับสติปัญญาธรรมดา

1982
03:14:17,845 --> 03:14:21,845
เรียนโดยโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษแล้วก็ได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมทั้งหมด 285 คน

1983
03:14:37,620 --> 03:14:41,447
เป็นเด็กที่ใส่ประสาทหูเทียม เปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นก็จะเห็นว่าผลการวิจัยนั้นใกล้เคียงกับงานวิจัยของออสเตรเลีย

1984
03:14:41,447 --> 03:14:44,610
ก็คือ เด็กที่ได้รับการผ่าตัดการใส่ประสาทหูเทียมนั้น

1985
03:14:44,610 --> 03:14:48,610
ก็จะได้มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาด้านภาษาดีกว่า

1986
03:14:48,761 --> 03:14:52,761
ยิ่งการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมนั้นเกิดขึ้นเร็วเท่าไร

1987
03:14:58,778 --> 03:15:02,778
ก็จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาทางด้านภาษาดีมากขึ้นเท่านั้น

1988
03:15:06,503 --> 03:15:10,503
เด็กที่มีคุณพ่อคุณแม่ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะภาษา

1989
03:15:12,114 --> 03:15:16,114
หลังจากที่ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมแล้วก็ยิ่งทำให้พัฒนาการด้านภาษานั้นดียิ่งขึ้น

1990
03:15:18,255 --> 03:15:22,255
อีกการวิจัยหนึ่งในปี 2018

1991
03:15:29,948 --> 03:15:31,475
เป็นการศึกษาการทำงานของสมอง

1992
03:15:31,475 --> 03:15:35,475
สีแดงจะแสดงความเชื่อมโยงของสมองที่อยู่ในระดับสูง

1993
03:15:48,454 --> 03:15:50,513
แล้วก็สีน้ำเงินเป็นความเชื่อมโยงของสมองอยู่ในระดับสูง

1994
03:15:50,513 --> 03:15:52,593
ความเชื่อมโยงที่เป็นระดับน้อยอันนี้

1995
03:15:52,593 --> 03:15:56,593
เป็นพื้นที่ในส่วนมองที่เป็นพื้นที่ที่ตอบสนองในเรื่องของภาษา

1996
03:15:56,898 --> 03:16:00,768
จะเห็นว่าเมื่อพ่อแม่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก

1997
03:16:00,768 --> 03:16:03,651
ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของเซลล์สมองมากกว่า

1998
03:16:03,651 --> 03:16:07,651
ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทางภาษา

1999
03:16:15,267 --> 03:16:18,083
ถ้าเราต้องการที่จะส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านภาษา

2000
03:16:18,083 --> 03:16:19,064
ทั้งการฟังและการพูดของเด็กที่สูญเสียทางการได้ยิน

2001
03:16:19,064 --> 03:16:23,064
เราควรจะทำโดยเร็ว

2002
03:16:27,152 --> 03:16:31,152
ให้ตาของเราเปิดออกและให้หูของเรานั้นฟัง

2003
03:16:32,313 --> 03:16:35,395
นั่นหมายความว่าเมื่อใดก็ตามที่เด็กลืมตาดูโลก

2004
03:16:35,395 --> 03:16:39,395
เขาควรที่จะได้รับการได้ยินด้วย

2005
03:16:42,244 --> 03:16:44,348
ถ้าเขาสูญเสียการได้ยิน ก็ควรจะได้รับเครื่องช่วยฟังอย่างรวดเร็วทันท่วงที

2006
03:16:44,348 --> 03:16:48,348
และเราที่เป็นพ่อแม่

2007
03:16:52,987 --> 03:16:56,987
ที่อยู่รอบข้างเด็กนั้นต้องพูดกับเด็ก

2008
03:16:58,459 --> 03:17:00,209
ผู้ที่คอยพูดคุยกับเด็กอยู่เรื่อย ๆ

2009
03:17:00,209 --> 03:17:04,209
และต้องให้การสนับสนุนทั้งครอบครัว

2010
03:17:06,450 --> 03:17:09,378
เพื่อที่เขาจะสามารถช่วยพัฒนาลูกของเขาได้

2011
03:17:09,378 --> 03:17:13,378
อยากจะขอจบการนำเสนอด้วยการโชว์เป็น VDO Clip

2012
03:17:15,825 --> 03:17:16,844
ของเด็กคนหนึ่งที่ได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

2013
03:17:16,844 --> 03:17:20,844
เมื่อประมาณอายุ 3 ขวบ

2014
03:17:24,848 --> 03:17:28,848
ผมอายุ 22 ปี

2015
03:17:38,196 --> 03:17:41,378
ผมตอนนัั้นที่ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมนั้นตอนอายุประมาณ 3 ขวบ

2016
03:17:41,378 --> 03:17:45,378
ในปีที่ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม

2017
03:17:50,536 --> 03:17:54,536
แล้วก็ในตอนนั้นเนื่องจากมีฝนตกหนักและมีประตูปิดดังมาก

2018
03:17:57,902 --> 03:18:01,902
แต่ว่าผมไม่ได้ยินเสียงประตูเลย

2019
03:18:31,063 --> 03:18:35,063
และพ่อแม่ก็สังเกตเห็นไปตรวจที่ john tracy clinic

2020
03:18:38,280 --> 03:18:42,280
ตอนนั้นก็มีคนแนะนำให้ครอบครัวเราได้รู้จักการผ่าตัดใส่ประสาทหู และเราก็กลับมาที่มาเลเซีย

2021
03:18:43,010 --> 03:18:46,660
กลับมา

2022
03:18:46,660 --> 03:18:47,509
การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมนั้นทำให้ผมสามารถที่จะมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ทั่วไป

2023
03:18:47,509 --> 03:18:49,940
วัยรุ่นทั่วไป

2024
03:18:49,940 --> 03:18:51,366
ผมเข้าไปเรียนในโรงเรียน

2025
03:18:51,366 --> 03:18:53,480
ผมได้ชนะในการแข่งขันด้านการพูดด้วย

2026
03:18:53,480 --> 03:18:55,663
จนถึงทุกวันนี้ผมก็ได้มีโอกาสเรียนในมหาวิทยาลัย

2027
03:18:55,663 --> 03:18:59,303
แล้วก็รู้สึกมีความสุขผมไม่สามารถจะนึกได้เลย

2028
03:18:59,303 --> 03:19:03,216
ถ้าไม่มีการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต

2029
03:19:03,216 --> 03:19:05,721
ถ้าไม่มีการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมผมก็ได้แค่ใช้ภาษามือ

2030
03:19:05,721 --> 03:19:07,383
ซึ่งจะสื่อสารได้เฉพาะกับคนที่ใช้ภาษามือเท่านั้น

2031
03:19:07,383 --> 03:19:10,116
ชีวิตของผมนั้นก็จะจำกัดมาก

2032
03:19:10,116 --> 03:19:10,739
แต่ว่าหลังผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม

2033
03:19:10,739 --> 03:19:12,344
ผมสื่อสารกับใครก็ได้

2034
03:19:12,344 --> 03:19:13,651
พูดคุยกับใครก็ได้

2035
03:19:13,651 --> 03:19:17,651
สามารถได้พบเจอคนใหม่ ๆ

2036
03:19:20,513 --> 03:19:22,065
ชีวิตของผมน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

2037
03:19:22,065 --> 03:19:23,227
เรื่องราวของเขา

2038
03:19:23,227 --> 03:19:24,907
แล้วก็ได้แบ่งปันเรื่องราวของผม

2039
03:19:24,907 --> 03:19:28,907
ทำให้ชีวิตของผมมีความหมายและงดงาม

2040
03:19:47,076 --> 03:19:49,943
ดิฉันจะขอจบการนำเสนอแต่เพียงเท่านี้นะคะ

2041
03:19:49,943 --> 03:19:53,020
(พิธีกร) เป็นการนำเสนอที่งดงามมาก

2042
03:19:53,020 --> 03:19:57,020
มีคำถามอะไรอีกหรือไม่ เชิญค่ะ

2043
03:20:30,943 --> 03:20:32,148
อยากทราบว่ากรณีที่เด็กใส่ประสาทหูเทียม ถ้าเกิดว่าเด็กได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ

2044
03:20:32,148 --> 03:20:36,148
อย่างเช่น

2045
03:20:40,296 --> 03:20:44,296
ตอนกลางคืนอาจจะมีคนร้ายมาทุบที่ศีรษะเด็ก

2046
03:20:44,534 --> 03:20:48,534
จะเกิดผลกระทบอะไรกับตัวประสาทหูเทียมที่เด็กผ่าตัดฝังไว้ไหมคะ

2047
03:21:00,190 --> 03:21:04,190
(Ms. Labrador) อย่างแรกดิฉันก็อาจจะค่อนข้างกังวลในเรื่องของหัวที่ถูกตีมากกว่านะคะ

2048
03:21:23,940 --> 03:21:27,940
สิ่งแรกที่จะต้องกังวลก็คือเรื่องของศีรษะของเด็ก

2049
03:21:32,052 --> 03:21:36,052
คือส่วนค็อกเคลียร์อินแพนก็เป็นประเด็นที่ 2

2050
03:21:39,358 --> 03:21:40,864
แต่สิ่งที่ต้องกังวลสิ่งแรกก็คือศีรษะ เพราะว่าค็อกเคลียร์อินแพนอยู่ในหู

2051
03:21:40,864 --> 03:21:43,764
ทำด้วยไททาเนียม

2052
03:21:43,764 --> 03:21:47,764
แล้วก็แข็งแรง

2053
03:21:48,685 --> 03:21:51,303
เพราะฉะนั้นคือถ้าจะไปทำลายค็อกเคลียร์ได้

2054
03:21:51,303 --> 03:21:55,303
ศีรษะก็ต้องได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างเยอะ

2055
03:21:58,350 --> 03:22:00,365
มีใครอันนี้ตอบคำถามของท่านไหม

2056
03:22:00,365 --> 03:22:03,693
มีใครมีคำถามอีกหรือไม่คะ

2057
03:22:03,693 --> 03:22:07,333
ขอบคุณมากค่ะ

2058
03:22:07,333 --> 03:22:07,944
ขอเสียงปรบมือให้กับผู้นำเสนอด้วย [เสียงปรบมือ]

2059
03:22:07,944 --> 03:22:11,944
ขอบคุณค่ะ

2060
03:22:26,837 --> 03:22:28,204
ตอนนี้เราก็มาถึงช่วงสุดท้าย

2061
03:22:28,204 --> 03:22:32,204
ของการประชุมสัมมนาแล้ว

2062
03:22:34,348 --> 03:22:38,348
แล้วก็มีบางคนก็ยังไม่ได้ส่งชื่อมาทางอีเมล์

2063
03:23:02,900 --> 03:23:03,713
เพราะฉะนั้นส่งอีเมลมาให้ดิฉันด้วย แล้วก็มี QR Code

2064
03:23:03,713 --> 03:23:07,713
ถ้าใครอยากได้ภาพก็ถ่ายรูปนี้เอาไว้

2065
03:23:15,190 --> 03:23:17,549
แล้วก็จะได้เข้าไปดาวน์โหลดรูปภาพจาก QR Code นี้ในช่วง ๓ วันนี้

2066
03:23:17,549 --> 03:23:19,130
พวกเราก็ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

2067
03:23:19,130 --> 03:23:19,948
แล้วได้เพื่อนใหม่

2068
03:23:19,948 --> 03:23:21,258
มีการเชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ

2069
03:23:21,258 --> 03:23:24,014
ในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ เ

2070
03:23:24,014 --> 03:23:25,824
ราก็ได้เรียนรู้จากวิทยากร 6 คน

2071
03:23:25,824 --> 03:23:28,158
ที่มาจากฟิลิปปินส์

2072
03:23:28,158 --> 03:23:30,238
ภูฏาน

2073
03:23:30,238 --> 03:23:31,005
เวียดนาม ลาว

2074
03:23:31,005 --> 03:23:32,004
กัมพูชา

2075
03:23:32,004 --> 03:23:35,829
พม่า อเมริกา

2076
03:23:35,829 --> 03:23:39,600
แล้วก็ประเทศไทย

2077
03:23:39,600 --> 03:23:40,725
แล้วก็ช่วยปรบมือให้กับวิทยากรเหล่านี้ด้วย

2078
03:23:40,725 --> 03:23:43,941
[เสียงปรบมือ]

2079
03:23:43,941 --> 03:23:45,416
อย่างที่ดิฉันได้พูดเมื่อเช้านี้การจัดงานครั้งต่อไป

2080
03:23:45,416 --> 03:23:49,416
ก็จะจัดในสัปดาห์แรกของปี 2020

2081
03:23:50,148 --> 03:23:53,223
หัวข้อคือเรื่องของอาชีพ การดำรงชีวิตอิสระ

2082
03:23:53,223 --> 03:23:57,223
แล้วก็หวังจะได้พบกับทุกท่านอีกครั้ง

2083
03:23:57,467 --> 03:24:00,598
เพราะฉะนั้นช่วยลงปฏิทินไว้ด้วยนะคะ

2084
03:24:00,598 --> 03:24:03,884
ก่อนที่เราจะไปต่อ

2085
03:24:03,884 --> 03:24:07,884
ดิฉันอยากจะขอขอบคุณเป็นพิเศษ

2086
03:24:08,091 --> 03:24:09,431
แล้วก็ขอเสียงปรบมือให้กับผู้เข้าร่วมที่เป็นคนหูหนวกที่มาอยู่กับเราในช่วงตลอด 3 วัน

2087
03:24:09,431 --> 03:24:10,404
[เสียงปรบมือ]

2088
03:24:10,404 --> 03:24:11,094
ขอบคุณมากค่ะ

2089
03:24:11,094 --> 03:24:15,094

2090
03:24:41,819 --> 03:24:42,497
ก่อนที่เราจะไปต่อในช่วงพิธีปิดดิฉันก็อยากจะขอเป็นพิเศษให้กับคนจำนวนหนึ่ง

2091
03:24:42,497 --> 03:24:44,124
ดอกเตอร์ณัฐนิตย์

2092
03:24:44,124 --> 03:24:46,599
ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของศูนย์ดุสิต

2093
03:24:46,599 --> 03:24:48,724
แล้วก็ทีมของเธอ

2094
03:24:48,724 --> 03:24:50,848
ทีมนี้ก็ให้ความร่วมมือ

2095
03:24:50,848 --> 03:24:52,312
แล้วก็ทำให้การจัดงานครั้งนี้ราบรื่น

2096
03:24:52,312 --> 03:24:55,665
และเป็นที่ประทับใจแล้วก็ขอขอบคุณทีมของเนคเทค

2097
03:24:55,665 --> 03:24:59,665
แล้วก็ขอบคุณล่ามแปลภาษาที่แปลเป็นทุกอย่าง

2098
03:25:02,054 --> 03:25:04,023
จากภาษาอังกฤษไปเป็นไทย

2099
03:25:04,023 --> 03:25:06,356
แล้วก็ส่งไปให้ล่ามภาษามือด้วย

2100
03:25:06,356 --> 03:25:10,356
ขอบคุณมากค่ะ

2101
03:25:21,147 --> 03:25:23,304
แล้วก็ท้ายที่สุดก็มีอีกท่านหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอขอบคุณ

2102
03:25:23,304 --> 03:25:25,171
เหมือนกัน

2103
03:25:25,171 --> 03:25:27,302
ก็คือคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง

2104
03:25:27,302 --> 03:25:29,740
แต่ว่าความพยายามของเธอก็ทำให้การประชุมวิชาการครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี

2105
03:25:29,740 --> 03:25:31,920
ดอกเตอร์มลิวัลย์  ธรรมแสง

2106
03:25:31,920 --> 03:25:35,920
[เสียงปรบมือ]

2107
03:25:47,448 --> 03:25:50,370
ตอนนี้เป็นช่วงที่เราจะมาสนุกกันแล้ว

2108
03:25:50,370 --> 03:25:52,340
ก่อนที่เราจะไปสู่ช่วงพิธีปิดเรามีการให้รางวัลด้วย

2109
03:25:52,340 --> 03:25:56,340
ให้กับเอกสารที่ได้รับความนิยม

2110
03:26:03,707 --> 03:26:07,707
แล้วก็ขอเรียนเชิญคุณอาภาศิริ

2111
03:26:08,874 --> 03:26:09,505
คณบดีของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตขึ้นมาบนเวที

2112
03:26:09,505 --> 03:26:13,505
เพื่อที่จะมอบรางวัล

2113
03:26:25,405 --> 03:26:29,405
รางวัลแรกเป็นเรื่องของการให้รางวัลการนำเสนอแต่ละประเทศ

2114
03:26:35,988 --> 03:26:39,988
จะขอเรียนเชิญคุณ Mr. Nyendo Tshering จากประเทศภูฏานมารับรางวัล

2115
03:26:57,353 --> 03:27:01,353
ประเทศต่อไป Mr. Hang Kimchharm จากประเทศกัมพูชา

2116
03:27:20,447 --> 03:27:24,447
ประเทศต่อไปก็คือ จากประเทศลาว

2117
03:27:24,855 --> 03:27:28,855
คุณ Mrs. Sophaphone Heuanglith

2118
03:27:29,015 --> 03:27:33,015
เธอไม่อยู่ที่นี่ช่วยมารับแทนได้หรือไม่คะ

2119
03:27:44,633 --> 03:27:48,633
ต่อไปท่านที่ 4 คุณ Ms. Naw Thwe Lar Htoo

2120
03:27:50,410 --> 03:27:51,713
จากประเทศพม่า

2121
03:27:51,713 --> 03:27:55,713
ไม่อยู่ที่นี่

2122
03:28:09,027 --> 03:28:13,027
รางวัลต่อไปจะเป็นรางวัล Popular Vote

2123
03:28:15,140 --> 03:28:19,140
Ms. Vania Mercy Neil จากประเทศฟิลิปปินส์ขึ้นมารับรางวัล

2124
03:28:39,979 --> 03:28:42,244
ต่อไปสำหรับ Popular Vote Paper Ms. Sushila Gurung จากประเทศภูฏาน

2125
03:28:42,244 --> 03:28:46,244
ต่อไป

2126
03:28:48,214 --> 03:28:52,214
Mr. Ueda Satoshi

2127
03:28:53,114 --> 03:28:53,749
จาก ญี่ปุ่น

2128
03:28:53,749 --> 03:28:57,749

2129
03:29:10,472 --> 03:29:11,719
ต่อไป

2130
03:29:11,719 --> 03:29:12,467
Dr. Chawaporn Dhamanitaykul

2131
03:29:12,467 --> 03:29:16,467
จากประเทศไทย

2132
03:29:26,997 --> 03:29:30,997
ต่อไปท่านสุดท้าย

2133
03:29:31,920 --> 03:29:35,920
ที่ได้รางวัล

2134
03:29:41,874 --> 03:29:43,021
Popular Vote

2135
03:29:43,021 --> 03:29:44,099
ก็คือ Mr. Mary Germain V.Alberto

2136
03:29:44,099 --> 03:29:48,099
จากประเทศฟิลิปปินส์

2137
03:29:48,550 --> 03:29:52,550
แล้วก็มีรางวัลเพิ่มด้วย

2138
03:29:55,056 --> 03:29:59,056
คือ 2 รางวัลสุดท้าย

2139
03:30:03,430 --> 03:30:04,989
เป็นรางวัลสำหรับ Poster

2140
03:30:04,989 --> 03:30:08,989
เป็นรางวัลพิเศษ

2141
03:30:16,880 --> 03:30:20,880
ขอเรียนเชิญคุณ  Mr. Supachan Traitruengsakul  มารับรางวัล

2142
03:30:21,344 --> 03:30:25,344
คุณศุภชาญจาประเทศไทย

2143
03:30:31,849 --> 03:30:34,518
เขาเป็นคนหูหนวกแล้วก็ใส่ค็อกเคลียร์อินแพน

2144
03:30:34,518 --> 03:30:37,595
แล้วก็คนต่อไปก็คือคุณ

2145
03:30:37,595 --> 03:30:38,180
Miss Nantiya Par Sar Nay

2146
03:30:38,180 --> 03:30:42,180
ที่เป็นคนตาบอด

2147
03:31:11,869 --> 03:31:15,869
ดอกเตอร์มลิวัลย์ขอเรียนเชิญมาถ่ายรูปร่วมกันด้วยค่ะ

2148
03:32:09,494 --> 03:32:13,494
ลังจากที่ถ่ายรูปภาพร่วมกัน

2149
03:32:21,673 --> 03:32:23,637
หลังจากนั้นก็จะมีการถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

2150
03:32:23,637 --> 03:32:26,931
ก่อนที่จะไปรับประทานอาหารกลางวัน

2151
03:32:26,931 --> 03:32:30,931
ขอบพระคุณค่ะ

2152
03:32:59,842 --> 03:33:03,842
ดอกเตอร์อาภาศิริ สุวรรณนานนท์

2153
03:33:14,308 --> 03:33:17,700
ขอเรียนเชิญดอกเตอร์อาภาศิริ สุวรรณนานนท์ คณบดีจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

2154
03:33:17,700 --> 03:33:18,470
ขึ้นมากล่าวปิดงานด้วย

2155
03:33:18,470 --> 03:33:20,265
แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

2156
03:33:20,265 --> 03:33:21,749
ผู้เข้าร่วมงาน

2157
03:33:21,749 --> 03:33:23,040
สุภาพบุรุษ สุภาพสตรีทั้งหลาย

2158
03:33:23,040 --> 03:33:24,134
ขอขอบพระคุณสำหรับการมีส่วนร่วมของทุกคนในปีนี้

2159
03:33:24,134 --> 03:33:26,145
ตลอดทั้ง 3 วัน

2160
03:33:26,145 --> 03:33:27,389
ซึ่งเราก็ได้สำรวจหัวข้อ

2161
03:33:27,389 --> 03:33:28,468
แล้วก็มีการ update

2162
03:33:28,468 --> 03:33:30,240
การทำงานของเรา

2163
03:33:30,240 --> 03:33:33,293
เป็นการจัดงานครั้งที่ ๖ แล้ว

2164
03:33:33,293 --> 03:33:37,293
แล้วเราก็หวังว่าทุกคนก็จะได้รับประโยชน์

2165
03:33:38,369 --> 03:33:41,580
จากการเรียนรู้

2166
03:33:41,580 --> 03:33:45,580
เกี่ยวกับทฤษฎี

2167
03:33:45,778 --> 03:33:49,499
แล้วก็ภาคปฏิบัติล่าสุดในเรื่องของการศึกษาพิเศษ

2168
03:33:49,499 --> 03:33:53,499
ก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจ

2169
03:33:53,879 --> 03:33:57,879
การนำเสนอ

2170
03:33:58,954 --> 03:34:02,954
แล้วก็การพูดคุยที่น่าสนใจ

2171
03:34:04,188 --> 03:34:06,344
ซึ่งเกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 3 วันผ่านที่มา

2172
03:34:06,344 --> 03:34:07,467
เป้าหมายของการประชุมวิชาการครั้งนี้

2173
03:34:07,467 --> 03:34:11,467
ก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี

2174
03:34:12,473 --> 03:34:16,473
และดิฉันก็อยากจะขอแสดงความเคารพ

2175
03:34:17,044 --> 03:34:21,044
แล้วก็ความขอบคุณต่อผู้นำทุกคนที่เข้ามาร่วมงานนี้

2176
03:34:34,362 --> 03:34:36,646
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน

2177
03:34:36,646 --> 03:34:40,646
แล้วดิฉันก็หวัง

2178
03:34:51,784 --> 03:34:52,347
และเชื่อใจว่าสิ่งที่พวกเราได้เรียนก็จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศของคุณ

2179
03:34:52,347 --> 03:34:54,966
หลังจากที่คุณได้เดินทางกลับไป

2180
03:34:54,966 --> 03:34:57,848
แล้วคุณก็จะได้รับแรงบันดาลใจในการที่จะทำงานเพื่ออนาคตต่อไป

2181
03:34:57,848 --> 03:35:00,765
แล้วก็ในเรื่องของการทำงานมหาวิทยาลัยสวนดุสิตของประเทศไทย

2182
03:35:00,765 --> 03:35:01,885
ดิฉันก็อยากจะขอแสดงความขอบคุณ

2183
03:35:01,885 --> 03:35:03,393
ชื่นชม

2184
03:35:03,393 --> 03:35:07,393
ต่อคณะสมาชิกที่เป็นฝ่ายจัดงาน

2185
03:35:17,793 --> 03:35:19,195
แล้วก็ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่ได้สละเวลาของท่านที่จะมาร่วมและรวมทั้งองค์กรต่าง ๆ

2186
03:35:19,195 --> 03:35:21,306
ที่มาร่วมที่นี้ด้วย

2187
03:35:21,306 --> 03:35:23,473
ที่เป็นตัวแทนที่นี่ด้วย

2188
03:35:23,473 --> 03:35:27,473
สำหรับการสนับสนุนที่มีค่า

2189
03:35:28,040 --> 03:35:30,465
และประเมินค่าไม่ได้ของท่าน

2190
03:35:30,465 --> 03:35:34,465
แล้วก็ดิฉันก็อยากจะขอกล่าวปิดงานการจัดงานในปีนี้

2191
03:35:37,570 --> 03:35:40,143
และให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

2192
03:35:40,143 --> 03:35:42,431
แล้วก็หวังว่าจะได้เจอทุกท่านอีกครั้งหนึ่งปี 2020

2193
03:35:42,431 --> 03:35:45,020
ซึ่งก็จะมีการจัดงานในหัวข้อเรื่องของความยั่งยืน

2194
03:35:45,020 --> 03:35:49,020
การดำรงชีวิตอิสระ

2195
03:35:51,408 --> 03:35:53,833
แล้วก็ขออวยพรให้ทุกท่านในการทำงานร่วมกันต่อไป

2196
03:35:53,833 --> 03:35:57,544
ให้แก่คนที่มีความต้องการพิเศษ

2197
03:35:57,544 --> 03:36:01,544
ขอบพระคุณมากค่ะ

2198
03:36:02,181 --> 03:36:05,753
แล้วก็หวังว่าทุกคนจะได้เดินทางกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ

2199
03:36:05,753 --> 03:36:06,990
และปลอดภัย

2200
03:36:06,990 --> 03:36:10,990
[เสียงปรบมือ]

2201
03:36:13,584 --> 03:36:17,584
แล้วก็ขอเรียนเชิญทุกท่านมาบนเวที ทุกท่านเลย

2202
03:36:20,774 --> 03:36:24,774
มาถ่ายภาพร่วมกัน

2203
03:41:28,298 --> 03:41:32,298
[สิ้นสุดการถอดความ]

