﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,003 --> 00:00:08,003

3
00:00:08,009 --> 00:00:12,009

4
00:00:12,014 --> 00:00:16,014
คราวนี้ที่แล้วเราพูดถึงเรื่องอะไร

5
00:00:16,018 --> 00:00:20,018
IP Address

6
00:00:20,031 --> 00:00:24,031

7
00:00:24,032 --> 00:00:28,032
แล้วเราก็มีความรู้ความเข้าใจนะ

8
00:00:28,034 --> 00:00:32,034
เกี่ยวกับการทำความรู้จักกันมัน

9
00:00:32,034 --> 00:00:36,034
นะครับ ทวนนิดนึงในข้อสอบ IP Address

10
00:00:36,035 --> 00:00:40,035
มีกี่ Class นะครับ มี 5 Class

11
00:00:40,037 --> 00:00:44,037
มี Class อะไรบ้างนะ A B C D อะไร

12
00:00:44,038 --> 00:00:48,038
พวกนี้นะครับ แล้วก็แต่ละคลาสจะมีความแตกต่างกันไป แล้วก็

13
00:00:48,039 --> 00:00:52,039

14
00:00:52,040 --> 00:00:56,040
ถูกต้องไหมครับ แล้วก็ IP นี่ ทุกวันนี้มีอยู่ 2 ประเภท

15
00:00:56,055 --> 00:01:00,055
มีอยู่ 2 ประเภทใช่ไหม

16
00:01:00,056 --> 00:01:04,056
มี Version 4 กับ 6 เขาเรบ

17
00:01:04,056 --> 00:01:08,056
กับ IPV6 นะ

18
00:01:08,056 --> 00:01:12,056
ซึ่งครั้งที่แล้วก็ได้มีการทำ Workshop นิดหน่อย

19
00:01:12,058 --> 00:01:16,058
เรื่องการเกี่ยวกับว่า

20
00:01:16,058 --> 00:01:20,058
เครื่องเรา IPV4 หมายเลขอะไร

21
00:01:20,058 --> 00:01:24,058
IPV6 หมายเลขอะไร ซึ่งทุกคน

22
00:01:24,059 --> 00:01:28,059
ก็มีความรู้ความเข้าใจ ก็ได้เทส ได้ทดสอบ

23
00:01:28,061 --> 00:01:32,061
ได้คะแนนกันอย่างมีความสุขนะ

24
00:01:32,061 --> 00:01:36,061
มีความสุขนะ ได้คะแนนเท่าไรไม่รู้

25
00:01:36,062 --> 00:01:40,062
ก็ตามนั้นนะ ซึ่งพวกเราได้

26
00:01:40,064 --> 00:01:44,064
ทวนในสิ่งที่เราได้ทำความเข้าใจ

27
00:01:44,064 --> 00:01:48,064
ในครั้งที่แล้วนะครับ ในครั้งนี้ ในครั้งนี้

28
00:01:48,066 --> 00:01:52,066
เราก็จะมาพูดถึงเรื่อง ระบบเครือข่าย

29
00:01:52,066 --> 00:01:56,066
อีกประเภทหนึ่ง ต้องทวนก่อน ทวนไปสัปดาห์นู่น

30
00:01:56,070 --> 00:02:00,070
สัปดาห์ไหนนะ ที่เราได้

31
00:02:00,070 --> 00:02:04,070
ซ้อมได้มีการทำ Work shop

32
00:02:04,072 --> 00:02:08,072
การเข้าหัวสาย สาย LAN ใช่ไหม

33
00:02:08,073 --> 00:02:12,073
ก็สนุกสนานกันไปนะ

34
00:02:12,075 --> 00:02:16,075
แล้วบางคนถ้าหัวพังแล้วพังอีก จนได้เอามาทำเป็นต่างหู

35
00:02:16,076 --> 00:02:20,076
ก็ประดับเป็นต่างหู

36
00:02:20,077 --> 00:02:24,077
ราคา เป็นต่าหูเกียรติยศนะ เพราะว่า

37
00:02:24,091 --> 00:02:28,091
เกิดจากความผิดพลาดของเราใช่ไหม เข้าหัวผิด

38
00:02:28,091 --> 00:02:32,091
นะครับ นั้นคือการเรียนรู้ ทุกคนเข้าหัว

39
00:02:32,092 --> 00:02:36,092
สายแลนเป็นนะครับ และ

40
00:02:36,093 --> 00:02:40,093
ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

41
00:02:40,094 --> 00:02:44,094
ก็จะมาทำ Workshop การเข้าหัว ไฟเบอร์ออบติก

42
00:02:44,095 --> 00:02:48,095
ซึ่งน่าสนใจมาก สาขาวิชาเรา

43
00:02:48,098 --> 00:02:52,098
ประชาสัมพันธ์ไปแล้วนะครับ

44
00:02:52,099 --> 00:02:56,099
รับสมัคร 20 คน แล้วก็

45
00:02:56,113 --> 00:03:00,113
เต็มไปแล้ว เท่าที่ดูในรายชื่อไม่มีรายชื่อ

46
00:03:00,114 --> 00:03:04,114
พวกเราเลยนะครับ ในคลาสนี้แต่จริง ๆ

47
00:03:04,115 --> 00:03:08,115
ก็น่าสนใจ ก็เป็นอีก

48
00:03:08,115 --> 00:03:12,115
เป็น Media ตัวหนึ่ง

49
00:03:12,116 --> 00:03:16,116
แต่ตัวนั้นเป็นสายไฟเบอร์อ๊อบติก

50
00:03:16,117 --> 00:03:20,117
อยู่นะ รู้จักอยู่นะ Fiber oftic

51
00:03:20,119 --> 00:03:24,119
บริษัทนี้ก็จะมาพาเข้าหัว

52
00:03:24,120 --> 00:03:28,120
ของสาย Fiber ก็น่าสนใจมาก ๆ เลย

53
00:03:28,121 --> 00:03:32,121
แต่ก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้มีโอกาสเข้าไปใน Workshop นั้น

54
00:03:32,122 --> 00:03:36,122
แต่เราก็สามารถเรียนรู้ได้ใน

55
00:03:36,122 --> 00:03:40,122
Social Media ต่าง ๆ นะ

56
00:03:40,123 --> 00:03:44,123
ใน YouTube มีคลิปเยอะแยะมากมายเลย

57
00:03:44,125 --> 00:03:48,125
นะครับ ฟรีด้วยนะ อบรมวันที่ 19 นี้นะ

58
00:03:48,128 --> 00:03:52,128
ฟรีด้วยนะครับ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ

59
00:03:52,129 --> 00:03:56,129
ครั้งที่แล้วเราพูดถึง

60
00:03:56,129 --> 00:04:00,129
IP Address ครั้งก่อนโน้น เรา

61
00:04:00,130 --> 00:04:04,130
พูดถึงเกี่ยวกับสาย LAN

62
00:04:04,132 --> 00:04:08,132
ครั้งนี้เรามาทำความรู้จักกับการส่ง

63
00:04:08,135 --> 00:04:12,135
ลักษณะของคลื่น เขาเรียกว่า

64
00:04:12,136 --> 00:04:16,136
ระบบเครือข่ายไร้สายนะครับ ก็คือพวก

65
00:04:16,137 --> 00:04:20,137
Wirless LAN

66
00:04:20,137 --> 00:04:24,137
ทีนี่เราก็มาดูกันนะครับ

67
00:04:24,139 --> 00:04:28,139
เดี๋ยวท้ายคาบวันนี้ก็จะมี

68
00:04:28,139 --> 00:04:32,139
ก็จะมีงานให้พวกเราลอง

69
00:04:32,140 --> 00:04:36,140
ใช้ประโยชน์จาก Wirless LAN ดู

70
00:04:36,141 --> 00:04:40,141
นะ ครับ ระบบ

71
00:04:40,142 --> 00:04:44,142
เครือข่ายไร้สาย

72
00:04:44,143 --> 00:04:48,143
มันคือเทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์การสื่อสาร

73
00:04:48,144 --> 00:04:52,144
เหมือนกันเลย ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปนี่

74
00:04:52,145 --> 00:04:56,145
สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ แต่ ๆ

75
00:04:56,146 --> 00:05:00,146
ปราศจากสายสัญญาณใด ๆ

76
00:05:00,155 --> 00:05:04,155
ไม่มีสายเลย นะครับ ไม่มีสายเลย อย่างนั้น

77
00:05:04,156 --> 00:05:08,156
Wireless ก็

78
00:05:08,157 --> 00:05:12,157
เป็นการใช้คลื่นสัญญาณแม่เหล็กตามอากาศ

79
00:05:12,158 --> 00:05:16,158
นะครับ ก็ไปตามอากาศนะ

80
00:05:16,162 --> 00:05:20,162
เช่น คลื่นวิทยุ คลื่นอินฟาเรด นะครับ

81
00:05:20,162 --> 00:05:24,162
พวกนี้นะ ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปก็สื่อสารกัน

82
00:05:24,162 --> 00:05:28,162
ผ่านคลื่นเหล่านี้ได้ อย่างนั้นพวกสาย Lan

83
00:05:28,163 --> 00:05:32,163
สาย Fiber Optic

84
00:05:32,165 --> 00:05:36,165
ไม่ได้ใช้แล้ว ถ้าจะใช้เทคโนโลยีนี้

85
00:05:36,168 --> 00:05:40,168
ซึ่งก็จะมีอุปกรณ์หลักใช่ไหมครับ

86
00:05:40,168 --> 00:05:44,168
อุปกรณ์หลักที่เรียกว่า

87
00:05:44,180 --> 00:05:48,180
Access Point

88
00:05:48,180 --> 00:05:52,180
อยู่ตรงไหนของห้องนี้ อยู่ตรงกลาง

89
00:05:52,181 --> 00:05:56,181
กล่องนั้น เดี๋ยวนะผมเดินไปดูก่อน

90
00:05:56,181 --> 00:06:00,181

91
00:06:00,183 --> 00:06:04,183
อย่างเช่นตัวนี้

92
00:06:04,184 --> 00:06:08,184
เป็น Access Point ของ true

93
00:06:08,184 --> 00:06:12,184
ทรูคอเปอร์เรชัน นะ

94
00:06:12,186 --> 00:06:16,186
มาติดตั้งให้ไว้บริการพวกเรา ยี่ห้อของ Access Point นี้

95
00:06:16,187 --> 00:06:20,187
คือ คืออะไรอ่านให้ฟังหน่อย

96
00:06:20,188 --> 00:06:24,188
อ่านให้ฟังหน่อย

97
00:06:24,189 --> 00:06:28,189
Cisco ใช่ไหม

98
00:06:28,190 --> 00:06:32,190
Sisgo ครับ

99
00:06:32,192 --> 00:06:36,192
จะใช้อุปกรณ์ตัวนี้นะครับในการ

100
00:06:36,193 --> 00:06:40,193
สื่อสารนะ ในการสื่อสารระหว่างเครื่องเรา

101
00:06:40,193 --> 00:06:44,193
กับอีกเครื่องหนึ่งอย่างนี้ครับ ก็จะผ่าน Acess

102
00:06:44,194 --> 00:06:48,194
โอเคนะ

103
00:06:48,195 --> 00:06:52,195

104
00:06:52,198 --> 00:06:56,198
ซึ่งการติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ในพวก

105
00:06:56,201 --> 00:07:00,201
ไร้สายนี้นะครับ ก็จะมีรูปของการสื่อสาร

106
00:07:00,202 --> 00:07:04,202
อยู่นะครับ แบบแรกเรียกว่า

107
00:07:04,203 --> 00:07:08,203
Service

108
00:07:08,211 --> 00:07:12,211
ก็ ก็จะเป็นลักษณะของพื้นที่การสื่อสาร

109
00:07:12,213 --> 00:07:16,213
ระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ติดต่อกัน

110
00:07:16,213 --> 00:07:20,213
นะครับ หลาย ๆ เครื่องติดต่อกัน ก็โดย

111
00:07:20,213 --> 00:07:24,213
ปกตินะ ก็เรียกว่าเป็น

112
00:07:24,227 --> 00:07:28,227
นะครับ อีกตัวหนึ่งก็คือ Indipendent

113
00:07:28,227 --> 00:07:32,227
เข้ามาคำว่า Independent

114
00:07:32,228 --> 00:07:36,228
แปลว่าอะไรครับ อิสระใช่ไหม

115
00:07:36,229 --> 00:07:40,229
นะครับก็คือการติดต่อสื่อสารแบบอิสระ

116
00:07:40,231 --> 00:07:44,231
โดยอุปกรณ์อื่นนะครับ ทำให้เกิดเครือข่ายขนาดใหญ่

117
00:07:44,231 --> 00:07:48,231
ผู้ใช้จำนวนมากนะครับ

118
00:07:48,232 --> 00:07:52,232
การสื่อสารแบบนี้ ก็จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ควบคุม

119
00:07:52,232 --> 00:07:56,232
นะครับหรือเรียกว่า Access Point

120
00:07:56,234 --> 00:08:00,234
นะครับ ตัวนี้เป็นรูปแบบที่ 2 เรียกว่า

121
00:08:00,247 --> 00:08:04,247
IBSS นะครับ ก็ใช้ access point

122
00:08:04,247 --> 00:08:08,247
ภาษาอะไรนะ ศัพท์เทคนิคเขาจะใช้

123
00:08:08,247 --> 00:08:12,247
AP เป็นตัวย่อนะครับ AP ย่อมาจาก

124
00:08:12,247 --> 00:08:16,247
Access Point คือตัวอุปกรณ์ที่ต้อง

125
00:08:16,249 --> 00:08:20,249
ดูแลการสื่อสารนะ ระหว่างเครื่องกับเครื่องนี่

126
00:08:20,249 --> 00:08:24,249
ทีนี่

127
00:08:24,257 --> 00:08:28,257
ระบบเครือข่ายไร้สายมีสถาปัตยกรรมอะไรบ้าง

128
00:08:28,258 --> 00:08:32,258
อะไรบ้างนะครับ พวกเรา

129
00:08:32,259 --> 00:08:36,259
ยังจำได้อยู่นะ ว่ามี Layer ที่พวกเราได้

130
00:08:36,260 --> 00:08:40,260
ท่อง ๆ มาใช่ไหม เราได้เรียนรู้

131
00:08:40,262 --> 00:08:44,262
เลเยอร์มาแล้ว และก็

132
00:08:44,263 --> 00:08:48,263
ในสถาปัตยกรรม ในระบบเครื่อข่ายไร้สาย

133
00:08:48,265 --> 00:08:52,265
นี้นะครับ เราก็จะพูดถึง

134
00:08:52,266 --> 00:08:56,266
การทำงานซึ่งจะแบ่งออกเป็นเลเยอร์ต่าง ๆ

135
00:08:56,266 --> 00:09:00,266
อยู่ 3 เลเยอร์ ก็จะมี

136
00:09:00,266 --> 00:09:04,266
Physical Data Link

137
00:09:04,266 --> 00:09:08,266
Phyical DataLink Network

138
00:09:08,279 --> 00:09:12,279
ภาระหน้าที่ของแต่ละเลเยอร์ได้ไหมของแต่ละภาพรวม

139
00:09:12,280 --> 00:09:16,280
จำไม่ได้แล้วหรือ

140
00:09:16,282 --> 00:09:20,282
แล้วจะสอบได้ไหมนี่ นะ

141
00:09:20,290 --> 00:09:24,290
นะครับ เช่น Phyical เขาทำอะไรครับ

142
00:09:24,291 --> 00:09:28,291
โดยภาพรวมเขาจะกำหนดอะไรครับ

143
00:09:28,292 --> 00:09:32,292
มาตรฐานของการเชื่อมต่อของเครือข่ายครับ

144
00:09:32,292 --> 00:09:36,292
ซึ่ง เช่น ถ้าเป็นพวกสาย

145
00:09:36,293 --> 00:09:40,293
ก็กำหนดมาตรฐานครับ กำหนดมาตรฐาน

146
00:09:40,295 --> 00:09:44,295
ของสาย Fiber Optic

147
00:09:44,296 --> 00:09:48,296
ในชั้นนี้เขาก็จะกำหนดมาตรฐาน

148
00:09:48,298 --> 00:09:52,298
ของช่องส่งสัญญาณที่เป็นคลื่นวิทยุ

149
00:09:52,300 --> 00:09:56,300
ก็จะมีการกำหนดมารตรฐานนะครับ

150
00:09:56,302 --> 00:10:00,302
ซึ่งในสไลด์ท้าย ๆ นี้ เราก็มีมาตรฐาน

151
00:10:00,302 --> 00:10:04,302
แต่ละตัวมันเป็นอย่างไร

152
00:10:04,303 --> 00:10:08,303
นะครับ เหมือนกันอย่างไร ต่างกันอย่างไร นะครับ

153
00:10:08,303 --> 00:10:12,303
แล้วก็จะพูดถึงตรงใน

154
00:10:12,305 --> 00:10:16,305
ในเรื่องขอ Layer Ficical

155
00:10:16,306 --> 00:10:20,306
ต่อมา คือ

156
00:10:20,313 --> 00:10:24,313
การทำงานในเลเยอร์ที่ชื่อว่า Data Link

157
00:10:24,315 --> 00:10:28,315
เขาทำอะไรนะ ครั้งก่อน

158
00:10:28,315 --> 00:10:32,315
Data Link ทำอย่างไรครับ

159
00:10:32,317 --> 00:10:36,317
รับส่ง ข้อมูล

160
00:10:36,318 --> 00:10:40,318
แล้วก็รับประกันว่าข้อมูลส่ง

161
00:10:40,319 --> 00:10:44,319
ไปครบแน่นอนใช่ไหม ในภาพรวม

162
00:10:44,321 --> 00:10:48,321
เช่นเดียวกันนะครับ ใน Layer นี้

163
00:10:48,321 --> 00:10:52,321
เทคโนโลยีไร้สายก็จะมีขั้นตอนการทำงาน

164
00:10:52,321 --> 00:10:56,321
ก็คือ 1

165
00:10:56,323 --> 00:11:00,323
เขาเรียกว่า CSMA นะครับ

166
00:11:00,323 --> 00:11:04,323
ก็เป็นเทคนิคอย่างง่าย ๆ เลย เวลาอุปกรณ์ต้องการ

167
00:11:04,324 --> 00:11:08,324
ส่งข้อมูล อุปกรณ์หนึ่งนะครับ

168
00:11:08,324 --> 00:11:12,324
ก็จะต้องตรวจขสอบก่อนว่า

169
00:11:12,324 --> 00:11:16,324
ช่องสัญญาณนี่ว่างไหม

170
00:11:16,325 --> 00:11:20,325
ถ้าไม่ว่าง ก็รอไป

171
00:11:20,327 --> 00:11:24,327
รอไปครับ รอครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ

172
00:11:24,327 --> 00:11:28,327
ที่ต้องการจะส่งข้อมูลต้องรอครับ รอ

173
00:11:28,329 --> 00:11:32,329
ตามเวลาที่สุ่มได้ อุปกรณ์ใดที่สุ่มได้

174
00:11:32,331 --> 00:11:36,331
ระยะเวลาน้อยที่สุด ก็มีโอกาสใช้ช่องสัญญาณก่อน

175
00:11:36,331 --> 00:11:40,331
รอคิวถ้าส่งได้ก็ใช้ช่องสัญญาณไป

176
00:11:40,338 --> 00:11:44,338
นะครับ แล้วก็ บางทีก็

177
00:11:44,338 --> 00:11:48,338
ข้อมูลชนกันก็มีนะครับ

178
00:11:48,339 --> 00:11:52,339
ก็อาจจะมีบ้างนะครับ เวลาชนกันต้องทำอย่างไร

179
00:11:52,340 --> 00:11:56,340
ข้อมูลชนกัน

180
00:11:56,341 --> 00:12:00,341
ก็ส่งใหม่ใช่ไหมครับ ก็ส่งใหม่นะครับ

181
00:12:00,343 --> 00:12:04,343
อันนี้ก็คือลักษณะของ Layer ที่เป็น DataLink นะครับ

182
00:12:04,343 --> 00:12:08,343
อีกตัวหนึ่งก็คือ

183
00:12:08,344 --> 00:12:12,344
อีกเทคนิคนี้ก็จะ

184
00:12:12,358 --> 00:12:16,358
เป็นการตรวจสอบว่า ถ้าข้อมูลชนกัน

185
00:12:16,359 --> 00:12:20,359
จะต้องทำอย่างไรนะครับ เช่น ตรวจสอบว่า

186
00:12:20,359 --> 00:12:24,359
ผู้ส่งจะต้องรอรับสัญญาณง่าย ๆ

187
00:12:24,360 --> 00:12:28,360
ตัวนี้นะครับ เขาเรียกว่า

188
00:12:28,360 --> 00:12:32,360
ผู้ส่งก็รอสัญญาณจากผู้รับว่า

189
00:12:32,362 --> 00:12:36,362
ถึงหรือยัง ๆ

190
00:12:36,362 --> 00:12:40,362
หากผู้ส่งไม่ได้รับข้อมูลว่าถึงนี่

191
00:12:40,377 --> 00:12:44,377
ก็แสดงว่าข้อมูลชนกัน ก็

192
00:12:44,381 --> 00:12:48,381
ผู้ส่งต้องทำอย่างไรครับ ผู้ส่ง ส่งชุดเดิม

193
00:12:48,381 --> 00:12:52,381
นะครับ ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้

194
00:12:52,387 --> 00:12:56,387
มันก็จะเป็นเลเยอร์ที่รับประกันว่าข้อมูล

195
00:12:56,387 --> 00:13:00,387
ทุกก้อน

196
00:13:00,389 --> 00:13:04,389
ทุกก้อนนะ ข้อมูลทุกก้อนนะครับ จะ

197
00:13:04,389 --> 00:13:08,389
ถูกส่งจากผู้ส่งไปยังผู้รับจนครบ ถ้าชนก็ส่งใหม่

198
00:13:08,390 --> 00:13:12,390
นะครับนะ ก็จะเป็นในลักษณะแบบนี้นะครับ

199
00:13:12,392 --> 00:13:16,392
อีกเลเยอร์หนึ่ง

200
00:13:16,393 --> 00:13:20,393
ใช่ไหม ก็คือชั้น Network

201
00:13:20,394 --> 00:13:24,394
ด้วยภาพรวม Network เขาทำอะไรนะ

202
00:13:24,395 --> 00:13:28,395
เขาจะหาเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งข้อมูล

203
00:13:28,397 --> 00:13:32,397
จากโหนดหนึ่งไปยังโหนดหนึ่ง

204
00:13:32,409 --> 00:13:36,409
รับประกันว่า การส่งข้อมูลจะต้องเป็นอย่างไร

205
00:13:36,412 --> 00:13:40,412
จะต้องเร็ว มีประสิทธิภาพอะไรอย่างนี้นะ เขาจะรับประกัน

206
00:13:40,412 --> 00:13:44,412
เลเยอร์นี้ งั้นแน่นอน

207
00:13:44,426 --> 00:13:48,426
การส่งข้อมูลหนึ่งชุด เขาก็จะ

208
00:13:48,427 --> 00:13:52,427
แบ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ ใช่ไหมแบ่งข้อมูลอก

209
00:13:52,440 --> 00:13:56,440
ก้อนที่ 1 ก็อาจจะส่งไปอีกเส้นทางหนึ่ง อีกก้อนหนึ่ง

210
00:13:56,453 --> 00:14:00,453
ก็อาจจะถูกไปยังอีกเส้นทางหนึ่ง จะไม่ไปเส้นเดียวกัน

211
00:14:00,455 --> 00:14:04,455
แน่ ๆ นะครับ และก็ข้อมูลมีอยู่เยอะแยะเลย

212
00:14:04,455 --> 00:14:08,455
นะครับ มันก็อุปกรณ์ที่

213
00:14:08,464 --> 00:14:12,464
จะจัดการเรื่อง Layer นี้คืออะไรครับ

214
00:14:12,464 --> 00:14:16,464
เร้าอะไรครับ

215
00:14:16,465 --> 00:14:20,465
นะก็จะทำหน้าที่ในการหาเส้นทางที่ดีที่สุด

216
00:14:20,467 --> 00:14:24,467
ในการส่งข้อมูลไปนะครับ

217
00:14:24,481 --> 00:14:28,481
ซึ่งก็จะถูกแบบออกใช่ไหม แบ่งออกเป็น Packet

218
00:14:28,482 --> 00:14:32,482
นะ แล้วชั้นที่ 3

219
00:14:32,483 --> 00:14:36,483
ลักษณะของการทำงานของในชั้น

220
00:14:36,484 --> 00:14:40,484
Network Layer นะครับ

221
00:14:40,484 --> 00:14:44,484

222
00:14:44,484 --> 00:14:48,484
ทีนี่

223
00:14:48,484 --> 00:14:52,484
มาดูมาตรฐาน

224
00:14:52,486 --> 00:14:56,486
IEEE

225
00:14:56,487 --> 00:15:00,487
802.1 คืออะไร

226
00:15:00,489 --> 00:15:04,489
ก็เป็น

227
00:15:04,490 --> 00:15:08,490
มาตรฐานโดย IEEE

228
00:15:08,492 --> 00:15:12,492
เป็นคนกำหนด เป็นผู้กำหนดนะครับ

229
00:15:12,492 --> 00:15:16,492
เป็นการอธิบายเกี่ยวกับคลื่น

230
00:15:16,493 --> 00:15:20,493
แต่ละคลื่นว่ามันทำงานสำหรับเครือข่ายไร้สายนี้

231
00:15:20,494 --> 00:15:24,494
มีมาตรฐานอะไรบ้าง ซึ่ง

232
00:15:24,494 --> 00:15:28,494
อุปกรณ์ที่จะถูกผลิตออกมา ที่จะมา

233
00:15:28,495 --> 00:15:32,495
ขายให้กับพวกเรานี่

234
00:15:32,496 --> 00:15:36,496
จะต้องผลิตตามมาตรฐานที่เขากำหนด

235
00:15:36,497 --> 00:15:40,497
นะครับอย่างนี้ครับ ยี่ห้อใด ๆ ก็แล้วแต่ก็จะ

236
00:15:40,497 --> 00:15:44,497
ถูกผลิตออกมา

237
00:15:44,498 --> 00:15:48,498
ให้ตรงตามมาตรฐานนะ ซึ่ง

238
00:15:48,499 --> 00:15:52,499
มาตรฐานมีอยู่เยอะแยะมากมาย มาดู

239
00:15:52,500 --> 00:15:56,500
ทีละตัวกัน มาตรฐานตัวที่หนึ่งคือ

240
00:15:56,500 --> 00:16:00,500
IEEE 802.11 A

241
00:16:00,502 --> 00:16:04,502
นะครับ 802.11A มาตรฐานนี้เป

242
00:16:04,504 --> 00:16:08,504
มาตรฐานนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ

243
00:16:08,505 --> 00:16:12,505
ทำงานที่ย่านความถี่ 5 GHz

244
00:16:12,506 --> 00:16:16,506
เขาเรียกว่า GZh

245
00:16:16,506 --> 00:16:20,506
5 GHz

246
00:16:20,507 --> 00:16:24,507
อยู่ที่ 54 mb

247
00:16:24,507 --> 00:16:28,507
Persecond

248
00:16:28,507 --> 00:16:32,507
เราก็จะพูดว่างาย ๆ  54 Mb.

249
00:16:32,507 --> 00:16:36,507
นะครับ

250
00:16:36,508 --> 00:16:40,508
แล้วก็ใช้คลื่นวิทยุเป็นช่องสัญญาณนะครับ

251
00:16:40,508 --> 00:16:44,508
อย่างไรนะครับ มาตรฐานนี้

252
00:16:44,509 --> 00:16:48,509
มีอัตราความเร็วสูงสุด

253
00:16:48,510 --> 00:16:52,510
อยู่ที่ 54 MB นั้นแปลว่า

254
00:16:52,511 --> 00:16:56,511
เวลาที่มีการส่งข้อมูลความละเอียดสูง

255
00:16:56,513 --> 00:17:00,513
ก็ถือว่าสุดยอดแล้วถ้าเป็นเครือข่ายไร้สายนะครับ

256
00:17:00,513 --> 00:17:04,513
ถ้าเป็นเครือข่ายไร้สายอยู่ที่ 54 MB

257
00:17:04,514 --> 00:17:08,514
สามารถปรับลดอัตราความเร็วเพื่อลดระยะการเชื่อมต่อได้

258
00:17:08,515 --> 00:17:12,515
นะครับ มีปัญหาน้อย

259
00:17:12,517 --> 00:17:16,517
แต่ข้อเสียก็คือก็

260
00:17:16,517 --> 00:17:20,517
ต้องใช้ มีค่าใช้จ่าย

261
00:17:20,525 --> 00:17:24,525
ในการติดตั้งนะครับ ระบบค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐานอื่น

262
00:17:24,526 --> 00:17:28,526
แล้วก็มีระยะการเชื่อมต่อ

263
00:17:28,527 --> 00:17:32,527
300 ฟุต 300 ฟุต

264
00:17:32,530 --> 00:17:36,530
ไกลไหม 300 ฟุต

265
00:17:36,545 --> 00:17:40,545
300 ฟุต กี่เมตรล่ะ

266
00:17:40,547 --> 00:17:44,547
300 ฟุต กี่เมตร

267
00:17:44,548 --> 00:17:48,548
300 ฟุต

268
00:17:48,549 --> 00:17:52,549
ก็คำนวณเอานะ 300 ฟุต 300 ฟุตนะ

269
00:17:52,550 --> 00:17:56,550
ที่นี้มาดูมาตฐานต่อมา

270
00:17:56,550 --> 00:18:00,550
อันนี้เขาเรียก 802.1A

271
00:18:00,551 --> 00:18:04,551
ทีนี้ 802.11 B

272
00:18:04,552 --> 00:18:08,552
นะครับ 802.11 B

273
00:18:08,552 --> 00:18:12,552
นะครับ

274
00:18:12,554 --> 00:18:16,554
ก็เมื่อกี้ทำงานที่ย่านความถี่

275
00:18:16,554 --> 00:18:20,554
5 แต่มาตรฐานนี้จะอยู่ที่

276
00:18:20,563 --> 00:18:24,563
2.4 นะ 2.4 นะครับ

277
00:18:24,563 --> 00:18:28,563
แล้วความเร็วต่างกันไหม

278
00:18:28,564 --> 00:18:32,564
11A นี้ เท่าไรนะ

279
00:18:32,565 --> 00:18:36,565
54 11 B นี่

280
00:18:36,565 --> 00:18:40,565
11 ครับ

281
00:18:40,567 --> 00:18:44,567
11 MB ก็แสดงว่าอัตราความเร็วน้อย

282
00:18:44,571 --> 00:18:48,571
น้อยกว่า นะครับ แล้วก็ใช้คลื่นวิทยุเป็นช่องสัญญาณ

283
00:18:48,571 --> 00:18:52,571
นะครับ

284
00:18:52,573 --> 00:18:56,573
เป็นผู้รู้จัก ในเครื่องกมายการค้าแบบนี้

285
00:18:56,573 --> 00:19:00,573
WIFI ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 2.4

286
00:19:00,574 --> 00:19:04,574
นะครับ การทำงานที่ 2.4 gb

287
00:19:04,575 --> 00:19:08,575
การรับส่งประมาณ 11 Mbs

288
00:19:08,576 --> 00:19:12,576
นะครับ ข้อดี มีข้อดีนะครับ

289
00:19:12,578 --> 00:19:16,578
นิยมครับ ได้รับความนิยม ผู้ผลิตส่วนใหญ่

290
00:19:16,579 --> 00:19:20,579
ก็ทำการผลิตภายใต้มาตรฐานนี้ล่ะ

291
00:19:20,580 --> 00:19:24,580
แล้วก็มีระบบควบคุมการเข้าไปใช้งาน

292
00:19:24,580 --> 00:19:28,580
เครือข่ายนะครับ เจ้าหน้าที่ที่เขาดูแลพวกนี้

293
00:19:28,581 --> 00:19:32,581
ก็สามารถบริหารจัดการ

294
00:19:32,581 --> 00:19:36,581
อุปกรณ์ได้นะครับ มีระบบตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้งาน

295
00:19:36,582 --> 00:19:40,582
นะครับ พูดง่าย ๆ นะก็คือ

296
00:19:40,583 --> 00:19:44,583
มีระบบอะไรครับ สามารถที่จะ

297
00:19:44,583 --> 00:19:48,583
กำหนดว่าใครสามารถที่จะ

298
00:19:48,584 --> 00:19:52,584
เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวนี้ได้บ้าง

299
00:19:52,585 --> 00:19:56,585
ก็ส่วนใหญ่ก็ใช้มาตรฐานนี้กัน

300
00:19:56,585 --> 00:20:00,585
นะครับ ต่อมา

301
00:20:00,586 --> 00:20:04,586
มี 802.11

302
00:20:04,587 --> 00:20:08,587
E นะครับ

303
00:20:08,589 --> 00:20:12,589
802.11 E มาตรฐานนี้ถูก

304
00:20:12,605 --> 00:20:16,605
ออกแบบสำหรับการมใช้งาน Applica

305
00:20:16,605 --> 00:20:20,605
ด้าน มัลติมิเดีย แสดงว่า

306
00:20:20,606 --> 00:20:24,606
ข้อมูลเป็นไง มัลติมีเดีย

307
00:20:24,606 --> 00:20:28,606
นะครับ Multi Media

308
00:20:28,607 --> 00:20:32,607
ที่ต้องการประสิทธิภาพ ที่ต้องการประเภท

309
00:20:32,608 --> 00:20:36,608
เสียง วิดีโอ ใช่ไหมครับ

310
00:20:36,610 --> 00:20:40,610
อะไรที่มันเป็นการส่งข้อมูลที่

311
00:20:40,611 --> 00:20:44,611
ขนาดใหญ่นะครับก็จะใช้มาตรฐานนี้

312
00:20:44,620 --> 00:20:48,620
802.11 E นะครับ

313
00:20:48,629 --> 00:20:52,629

314
00:20:52,630 --> 00:20:56,630
ตัวต่อมานะครับ มีเยอะไหม

315
00:20:56,631 --> 00:21:00,631
มีเยอะไหม เยอะนะ ต่อมา

316
00:21:00,632 --> 00:21:04,632
802.11 อะไรครับ 4ฃฃฃ

317
00:21:04,633 --> 00:21:08,633
นะครับ 802.11G

318
00:21:08,635 --> 00:21:12,635
ก็เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้ ซึ่งจะมาทดแทนใช้

319
00:21:12,635 --> 00:21:16,635
802.11 B น่ะครับ

320
00:21:16,635 --> 00:21:20,635
สาดหตุคืออะไระครับ

321
00:21:20,636 --> 00:21:24,636
นะครับ ในการรับส่งข้อมูลนี่อยู่ที่

322
00:21:24,638 --> 00:21:28,638
54 เมก ตอน 802.11

323
00:21:28,639 --> 00:21:32,639
กี่ Mbs ครับ

324
00:21:32,644 --> 00:21:36,644
11 นะครับ มาตรฐานนี้ก็ต่างกันแล้ว อยู่

325
00:21:36,645 --> 00:21:40,645
ที่ 54 MB นะครับ

326
00:21:40,646 --> 00:21:44,646
แต่คลื่นสัญญาณก็อยู่ที่เท่าไรครับ 24 นะ

327
00:21:44,648 --> 00:21:48,648
และก็รัศมีการทำงานนี่

328
00:21:48,648 --> 00:21:52,648
ก็มากกว่า 801.11 A แล้วก็

329
00:21:52,648 --> 00:21:56,648
สามารถใช้งานร่วมกันกับ 802.11B ด้วย

330
00:21:56,650 --> 00:22:00,650
อันนี้ก็ถือว่าได้เข้ามาทดแทน

331
00:22:00,651 --> 00:22:04,651
ที่รองรับมาตรฐาน 802.11 B แล้วก็คือ

332
00:22:04,653 --> 00:22:08,653

333
00:22:08,654 --> 00:22:12,654
802.11G นะครับ

334
00:22:12,654 --> 00:22:16,654
มี F ด้วยครับ

335
00:22:16,655 --> 00:22:20,655

336
00:22:20,657 --> 00:22:24,657
802.11  F นพครับ

337
00:22:24,658 --> 00:22:28,658
มาตรฐานนี้ก็คือ Inter Access point Protocal

338
00:22:28,661 --> 00:22:32,661
Protocal

339
00:22:32,662 --> 00:22:36,662
นะครับ เขาถูกออกแบบมา

340
00:22:36,664 --> 00:22:40,664
เพื่อจักการกัดผ๔้ใช้งานที่

341
00:22:40,664 --> 00:22:44,664
ข้ามเขตการให้บริการ Access point

342
00:22:44,665 --> 00:22:48,665
นั้นหมายถึงอะไร มีอุปกรณ์แบบนี้ Access Point

343
00:22:48,666 --> 00:22:52,666
หรือ AP นี่นะครับ 2 ตัวอยู่

344
00:22:52,673 --> 00:22:56,673
ใกล้ลกัน มี 2 ตัวอยู่ใกล้กัน

345
00:22:56,673 --> 00:23:00,673
มาตรฐานนี้จะทำหน้าที่ในการ

346
00:23:00,674 --> 00:23:04,674
ทำให้อุปกรณ์ 2 ตัวนี้ เสมือนอุปกรณ์ตัวเดียวกัน

347
00:23:04,682 --> 00:23:08,682
นะครับ หากนักศึกษา

348
00:23:08,698 --> 00:23:12,698
กำลงเกาะกับ Access Point A

349
00:23:12,700 --> 00:23:16,700
Access point A อย่างนี้ครับ สักพักนักศึกษา

350
00:23:16,702 --> 00:23:20,702
เดินไปเจอไปใกล้

351
00:23:20,703 --> 00:23:24,703
Access Point ดีกว่า

352
00:23:24,703 --> 00:23:28,703
A กับ B นี้ ตัวมาตรฐาน

353
00:23:28,704 --> 00:23:32,704
ก็จะทำให้ทั้ง 2 Access point นี่

354
00:23:32,705 --> 00:23:36,705
เสมือนว่า Access Point ตัวเดียวกัน

355
00:23:36,712 --> 00:23:40,712
นักศึกษาก็ไม่ต้องทำการอะไรนะ ก็ไม่ต้องมา

356
00:23:40,713 --> 00:23:44,713
ตรงมาเปลี่ยนขาสัญญาณใหม่

357
00:23:44,715 --> 00:23:48,715
อะไรอย่างนี้ ไม่เอา ก็เสมือนเราใช้ Access point เหมือนกันเลย

358
00:23:48,717 --> 00:23:52,717
นะครับ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นที่นิยมมาก ๆ เลยครับ

359
00:23:52,718 --> 00:23:56,718
เขาเรียกว่าการ Rom

360
00:23:56,718 --> 00:24:00,718
การโรมมิงสัญญาณนะครับ

361
00:24:00,719 --> 00:24:04,719
โอ.เค. ไหม

362
00:24:04,721 --> 00:24:08,721
ต่อมา

363
00:24:08,721 --> 00:24:12,721
802.11 H

364
00:24:12,723 --> 00:24:16,723
.11 H ครับ ใช้ใน

365
00:24:16,724 --> 00:24:20,724
เครือข่ายไร้สายที่ใช้งานย่านความถี่ 5 GHz

366
00:24:20,724 --> 00:24:24,724
โดยปกติใช้เท่าไรนะ

367
00:24:24,735 --> 00:24:28,735
4 นะ 2.4 และใช้

368
00:24:28,736 --> 00:24:32,736
5 GHz ใช้งานในต่างประ

369
00:24:32,736 --> 00:24:36,736
ประเทศในทวีปยุโรป อันนี้

370
00:24:36,736 --> 00:24:40,736
ใช้ 5 GB

371
00:24:40,737 --> 00:24:44,737
มี IEEE 802

372
00:24:44,739 --> 00:24:48,739
.11 I นะครับ มาตรฐ านนี้จะเป็นเรื่

373
00:24:48,740 --> 00:24:52,740
802.11I นะครับ มาตรฐานนี้

374
00:24:52,740 --> 00:24:56,740
ก็จะเป็นเรื่องของ

375
00:24:56,747 --> 00:25:00,747
Security เรื่องของ

376
00:25:00,748 --> 00:25:04,748
ความมั่นคงปลอดภัยนะครับ

377
00:25:04,749 --> 00:25:08,749
โดยการปรับปรุง Max Layer

378
00:25:08,750 --> 00:25:12,750
นะครับ เนื่องจากว่า พวก

379
00:25:12,751 --> 00:25:16,751
อุปกรณ์ไร้สายนี่ก็จะมีช่องโหว่

380
00:25:16,751 --> 00:25:20,751
ในการแาจจะเกินผู้ๆม่ประสงค

381
00:25:20,752 --> 00:25:24,752
เข้าไป

382
00:25:24,753 --> 00:25:28,753
ขโมยเอาข้อมูล การส่งข้อมูล

383
00:25:28,754 --> 00:25:32,754
ก็

384
00:25:32,755 --> 00:25:36,755
ก็การเข้ารหัสนี่ ซึ่ง

385
00:25:36,756 --> 00:25:40,756
ใช้คีย์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่เหมาะกับงาน

386
00:25:40,756 --> 00:25:44,756
ที่ต้องการความปลอดภัยนะครับ มาตรฐานนี้

387
00:25:44,757 --> 00:25:48,757
จึงกำหนดเทค

388
00:25:48,757 --> 00:25:52,757
ใหม่นะ นะครัน ซึ่ง

389
00:25:52,759 --> 00:25:56,759
ก็ความปลอดภัยก็สูงขึ้นนะครับ เขาเรียกว่ามาตรฐาน

390
00:25:56,760 --> 00:26:00,760
822.1 I

391
00:26:00,760 --> 00:26:04,760
ถึงเรื่องของ Security

392
00:26:04,760 --> 00:26:08,760
ความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูล

393
00:26:08,760 --> 00:26:12,760
กำหนดเทคนิคการเข้ารหัส ก็คือการแปลงข้อมูล

394
00:26:12,762 --> 00:26:16,762
ถึงเขาเอาข้อมุ

395
00:26:16,762 --> 00:26:20,762
เอาข้อมูลไป ข้อมูลนั้นก็ไม่สามารถ

396
00:26:20,762 --> 00:26:24,762
ที่จะ อะไรนะ เขาเรียกว่าอะไร

397
00:26:24,778 --> 00:26:28,778
นะครับ อย่างนี้เป็นต้น

398
00:26:28,780 --> 00:26:32,780

399
00:26:32,781 --> 00:26:36,781
11 K นะครับ

400
00:26:36,783 --> 00:26:40,783
นะครับ มาตรฐานนี้ก็เป็นมาฐานที่้ิสใก

401
00:26:40,784 --> 00:26:44,784
มาตรฐานที่เอาไว้ใช้ในการจัดการ

402
00:26:44,786 --> 00:26:48,786
นะครับ ของเครือข่ายไร้สายอีกตัวหนึ่ง

403
00:26:48,788 --> 00:26:52,788
จะมีฟังก์ชันการเข้าสัญญาณ

404
00:26:52,789 --> 00:26:56,789
การควบคุม กำลังส่ง กำลังขอ

405
00:26:56,791 --> 00:27:00,791
แล้วก็ปรับแต่งค่าเหมาะสมกับการทำงาน

406
00:27:00,792 --> 00:27:04,792
การหารัศมีการใช้งานที่เหมาะสม

407
00:27:04,792 --> 00:27:08,792
ที่สุดอย่างนี้ครับ ก็เพื่อที่จะให้การทำงาน

408
00:27:08,792 --> 00:27:12,792
สามารถที่จะทำงานจากศูนยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

409
00:27:12,792 --> 00:27:16,792
เข้าไปค้นหา เขาเรียกว่า IEE

410
00:27:16,804 --> 00:27:20,804
นะ

411
00:27:20,804 --> 00:27:24,804

412
00:27:24,806 --> 00:27:28,806
มี .11 N

413
00:27:28,808 --> 00:27:32,808
นะครับ ก็เป็นมาตรฐานของผลิตภัณฑ์

414
00:27:32,809 --> 00:27:36,809
เครือข่ายไร้สายนะครับ ที่คิดว่าจะมาแทนนะ

415
00:27:36,809 --> 00:27:40,809
802.11 A นะครับ

416
00:27:40,810 --> 00:27:44,810
ซึ่ง แล้วก็มาตรฐาน

417
00:27:44,812 --> 00:27:48,812
802.11B แล้วก็ 802.11G นะครับ

418
00:27:48,813 --> 00:27:52,813
ถามว่าที่จะมาแทนนี่ เพราะอะไร 11. A

419
00:27:52,818 --> 00:27:56,818
นี่ความเร็วเท่าไหร่นะครับ

420
00:27:56,819 --> 00:28:00,819
50

421
00:28:00,820 --> 00:28:04,820
54 1D เท่าไรครับ

422
00:28:04,820 --> 00:28:08,820
11 แต่ถ้าเป็นมาตรฐาน

423
00:28:08,821 --> 00:28:12,821
นี้ครับจะอยู่ที่ 100

424
00:28:12,823 --> 00:28:16,823
อย่างนี้ครับ ก็ เป็นอย่างไรครับ ความเร็วก็เป็นอย่างไร

425
00:28:16,823 --> 00:28:20,823
เยอะเลย อัตราความเร็ว

426
00:28:20,824 --> 00:28:24,824
ในการรับส่งข้อมูลก็จะเร็วขึ้น

427
00:28:24,826 --> 00:28:28,826
มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

428
00:28:28,827 --> 00:28:32,827
นะครับ แล้วก็มีมาตรฐาน

429
00:28:32,835 --> 00:28:36,835
IEE802.11X นะครับ

430
00:28:36,836 --> 00:28:40,836
ความปลอดภัยเช่นเดียวกันนะครับ

431
00:28:40,837 --> 00:28:44,837
การเข้าใช้งานนะครับ

432
00:28:44,838 --> 00:28:48,838
ซึ่งจะใช้

433
00:28:48,840 --> 00:28:52,840
เขาเรียกว่า Protocal หรือกฎระเบียบ

434
00:28:52,842 --> 00:28:56,842
ในการตรวจสอบสิทธิ์ผ่านเซิร์ฟเวอร์

435
00:28:56,842 --> 00:29:00,842
ผ่านเครื่องแม่ข่าย ถ้าไม่มีสิทธิ์ก็

436
00:29:00,842 --> 00:29:04,842
ไม่สามารถที่จะใช้งานอุปกรณ์นี้ได้

437
00:29:04,843 --> 00:29:08,843
อันนี้ 802.11X นะครับ

438
00:29:08,843 --> 00:29:12,843
ทำไม

439
00:29:12,843 --> 00:29:16,843
ถึงมีไร้สาย ก็มีความเป็นมานะ

440
00:29:16,844 --> 00:29:20,844
โดยปกติถ้าเราส่งข้อมูลผ่านสาย มันก็

441
00:29:20,846 --> 00:29:24,846
ง่ายนะ ถ้าสำหรับแบบว่าแผนดินเป็นแผนเดียวกัน

442
00:29:24,847 --> 00:29:28,847
นะครับ แต่บังเอิญ ที่ไปที่มาเป็นแบบนี้ครับ

443
00:29:28,848 --> 00:29:32,848
นะครับ เกิดขึ้นครั้งแรกปี 1971

444
00:29:32,849 --> 00:29:36,849
ที่เกาะฮาวาย เขาเรียกเกาะฮาวาย

445
00:29:36,850 --> 00:29:40,850
นะครับ

446
00:29:40,852 --> 00:29:44,852
ซึ่งเป็นโปรเจ็คของนักศึกษา

447
00:29:44,854 --> 00:29:48,854
นะครับ แล้วก็การส่งข้อมูลนี่

448
00:29:48,856 --> 00:29:52,856
ก็เป็นการส่งข้อมูลแบบไปกลับง่าย ๆ

449
00:29:52,857 --> 00:29:56,857
ผ่านคลื่นวิทยุของคอมพิวเตอร์ 7 เครื่อง

450
00:29:56,858 --> 00:30:00,858
ที่ติดตั้งอยู่บนเกาะ 4 เกาะ

451
00:30:00,858 --> 00:30:04,858
อะไรนะ ภูมิประเทศบังเอิญว่าเขาไป

452
00:30:04,860 --> 00:30:08,860
ทดลองที่ไหนครับ ที่เกาะใช่ไหมครับ

453
00:30:08,860 --> 00:30:12,860
มันก็ลากสายได้ไหม ไม่ได้

454
00:30:12,861 --> 00:30:16,861
แต่ตอนนี้มันต้องได้อยู่นะ ลากลงใต้ทะเล

455
00:30:16,863 --> 00:30:20,863
ทุกวันนี้ แต่ว่า ณ ตอนที่ทดลองนี่ครับ

456
00:30:20,863 --> 00:30:24,863
แทนที่จะส่งข้อมูลผ่านสายอย่างเดียว

457
00:30:24,864 --> 00:30:28,864
นะครับ ก็มีการทดลองโดยโปรเจกต์ของนักศึกษา

458
00:30:28,877 --> 00:30:32,877
ก็ให้ผ่านคลื่นวิทยุไป

459
00:30:32,879 --> 00:30:36,879
ก็ใช้ได้นะครับ ก็ใช้ได้

460
00:30:36,879 --> 00:30:40,879
ซึ่ง ศูนย์กลางอยู่ที่เกาะนี้นะครับ หมูเา

461
00:30:40,879 --> 00:30:44,879
นะครับ

462
00:30:44,881 --> 00:30:48,881
อยู่หมู่เกาะฮาวาย ก็สามารถที่จะ

463
00:30:48,881 --> 00:30:52,881
ส่งข้อมูลข่าวสารกันได้โดยใช้คอม 7 เครื่อง

464
00:30:52,885 --> 00:30:56,885
ส่งหากันนะครับ อันนี้คือความเป็นมา

465
00:30:56,885 --> 00:31:00,885
แล้วก็ถ้า อะไรนะ

466
00:31:00,886 --> 00:31:04,886
พื้นที่ไหนที่ลักษณะ

467
00:31:04,887 --> 00:31:08,887
ภูมิประเทศไม่เอื้อต่อการติดต่อสื่อสาร

468
00:31:08,888 --> 00:31:12,888
แบบสาย ใช่ไหมครับ เช่นอะไรนะ ภูเขา

469
00:31:12,890 --> 00:31:16,890
สูง ไม่มีถนน

470
00:31:16,890 --> 00:31:20,890
ใช่ไหมนะครับ ปกติถ้าเป็น

471
00:31:20,891 --> 00:31:24,891
สายนี่มันก็จะไปอยู่ตามริมถนนนะ ตาม

472
00:31:24,892 --> 00:31:28,892
สายสัญญาณต่าง ๆ ก็จะไปตามนั้น ถ้าเป็นภูมิประเทศ

473
00:31:28,893 --> 00:31:32,893
ภูเขาเยอะ ๆ นะครับ ก็การสื่อสารประเภทไร้สายนี่

474
00:31:32,894 --> 00:31:36,894
เหมาะมากนะครับ เหมาะมาก แล้วก็มีหลายประเทศ

475
00:31:36,896 --> 00:31:40,896
ที่เขาไม่ได้

476
00:31:40,903 --> 00:31:44,903
มีการสื่อสารแบบมีสายเสมอไป

477
00:31:44,904 --> 00:31:48,904
ใช้เป็นอะไรนะ เทคโนโลยีหลักเลยก็ได้นะ

478
00:31:48,904 --> 00:31:52,904
ยกตัวอย่างเช่นที่ประเทศกัมพูชา

479
00:31:52,905 --> 00:31:56,905
นะ เขาก็จะใช้เทคโนโลยีไร้สายนี่ เยอะ

480
00:31:56,906 --> 00:32:00,906
ค่องข้างที่จะเยอะนะครับ เนื่องจากประเทศเขา

481
00:32:00,907 --> 00:32:04,907
มีภูเขามีอะไรอย่างนี้ด้วย

482
00:32:04,908 --> 00:32:08,908

483
00:32:08,922 --> 00:32:12,922
ประเภทของเครือข่ายไร้สายครับ

484
00:32:12,923 --> 00:32:16,923
ก็

485
00:32:16,925 --> 00:32:20,925
มีตัวหนึ่งเรียกว่าเครือข่ายไร้สาย เพียทูเพีย

486
00:32:20,939 --> 00:32:24,939
แบบ Addhock

487
00:32:24,940 --> 00:32:28,940
แบบที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ต้องใช้ Access Point

488
00:32:28,941 --> 00:32:32,941
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Base Station

489
00:32:32,941 --> 00:32:36,941
เป็นแบบอย่างไร เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์นี้

490
00:32:36,942 --> 00:32:40,942
เครื่อง A นี้อยากจะส่งข้อมูลไปยังเครื่อง B

491
00:32:40,943 --> 00:32:44,943
2 เครื่องนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะ

492
00:32:44,948 --> 00:32:48,948
ที่จะต้องใช้ Access Point เลย

493
00:32:48,951 --> 00:32:52,951
ก็สามารถที่จะ Set ซึ่งเขาบอกสามารถ Set ได้ครับ

494
00:32:52,952 --> 00:32:56,952
เดี๋ยวหลังเบรกเรามาทำเรื่องนี้กัน

495
00:32:56,962 --> 00:33:00,962
ว่าเครื่องหนึ่ง

496
00:33:00,964 --> 00:33:04,964
ให้มันรู้จักกันแค่ 2 เครื่องนี้ครับ ส่งข้อมูล

497
00:33:04,981 --> 00:33:08,981
หากันและกันนะครับ แบบนี้เขาเรียกว่า เพียทูเพีย

498
00:33:08,981 --> 00:33:12,981
นะครับ อีกตัวหนึ่งจะต้องใช้ตัวที่เป็น

499
00:33:12,982 --> 00:33:16,982
คืออุปกรณ์ที่อยู่ในห้องเรา

500
00:33:16,983 --> 00:33:20,983
ตัวนั้นนะ ที่แขวนบนเพดานนะครับ

501
00:33:20,985 --> 00:33:24,985
ผมปิดเครื่องคุณหรอ เสียใจ

502
00:33:24,986 --> 00:33:28,986
นะครับ ก็จะใช้

503
00:33:28,987 --> 00:33:32,987
อุปกรณ์ที่เรียกว่า Access Point

504
00:33:32,988 --> 00:33:36,988
ในการส่งข้อมูลนะครับ หากันและกันนะครับ

505
00:33:36,990 --> 00:33:40,990
ก็อันนี้คือประเภทของระบบเครื่อข่ายไร้สายนะครับ

506
00:33:40,991 --> 00:33:44,991
ผมอธิบายไปแล้วนะ

507
00:33:44,991 --> 00:33:48,991
Pear to Pear

508
00:33:48,993 --> 00:33:52,993

509
00:33:52,995 --> 00:33:56,995
อย่างนี้ เป็นต้น ดูที่รูปนะ ๆ

510
00:33:56,997 --> 00:34:00,997
ก็จะมีตัว Access Point ทำอะไรครับ

511
00:34:01,010 --> 00:34:05,010
ส่งสัญญาณหาอุปกรณ์ อาจจะ

512
00:34:05,011 --> 00:34:09,011
เป็นเครื่อง PC ก็ได้ เป็น Notebook ก็ได้

513
00:34:09,024 --> 00:34:13,024
เป็นอะไรครับ เป็น Mobile เป็นมือถือก็ได้

514
00:34:13,024 --> 00:34:17,024
นะ ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้

515
00:34:17,025 --> 00:34:21,025

516
00:34:21,026 --> 00:34:25,026
พอที่จะเข้าใจ

517
00:34:25,028 --> 00:34:29,028
การสื่อสารที่เป็นเทคโนโลยีแบบ

518
00:34:29,029 --> 00:34:33,029
ไร้สายไหมครับ

519
00:34:33,030 --> 00:34:37,030
ในชั่วโมงนี้มีคำถามไหม

520
00:34:37,031 --> 00:34:41,031
ไม่มีใช่ไหมครับ

521
00:34:41,031 --> 00:34:45,031

522
00:34:45,031 --> 00:34:49,031

523
00:34:49,032 --> 00:34:53,032
ผมถามคืนได้ไหม

524
00:34:53,035 --> 00:34:57,035
ผมอยากให้

525
00:34:57,036 --> 00:35:01,036
นักศึกษาพิการตอบน่ะ

526
00:35:01,040 --> 00:35:05,040
ขอถามหน่อยได้ไหม

527
00:35:05,041 --> 00:35:09,041

528
00:35:09,043 --> 00:35:13,043

529
00:35:13,044 --> 00:35:17,044

530
00:35:17,046 --> 00:35:21,046
มาตรฐาน ตอบช่วยกัน ๆ

531
00:35:21,047 --> 00:35:25,047
มาตรฐาน 802.11 A

532
00:35:25,049 --> 00:35:29,049
ทำงานที่ความถี่เท่าไรนะ

533
00:35:29,050 --> 00:35:33,050
ความถี่ ๆ เท่าไร

534
00:35:33,050 --> 00:35:37,050
54 หรอ อันนั้นเขาเรียกว่า

535
00:35:37,051 --> 00:35:41,051
คลื่นความถี่หรือ เท่าไหร่

536
00:35:41,054 --> 00:35:45,054
เท่าไรครับ 2.4

537
00:35:45,056 --> 00:35:49,056
อัตราความเร็วเท่าไรนะ

538
00:35:49,057 --> 00:35:53,057
A นะ A นะ

539
00:35:53,059 --> 00:35:57,059
A ความถี่เท่าไหร่ คลื่นความถี่

540
00:35:57,060 --> 00:36:01,060
ที่ 5 GB. อัตราความเร็วที่ 54

541
00:36:01,061 --> 00:36:05,061

542
00:36:05,062 --> 00:36:09,062
54 นะครับ

543
00:36:09,063 --> 00:36:13,063
มีการตอบคำถามผ่านระบบได้ด้วย

544
00:36:13,065 --> 00:36:17,065
ผมจิ้มถามเลยได้ไหม

545
00:36:17,066 --> 00:36:21,066
มี ๆ ๆ ๆ

546
00:36:21,068 --> 00:36:25,068
ปอยมาช่วยด้วย อย่างเช่น 001 ใช่ไหมครับ

547
00:36:25,069 --> 00:36:29,069
เขาเป็น

548
00:36:29,071 --> 00:36:33,071
007

549
00:36:33,071 --> 00:36:37,071

550
00:36:37,072 --> 00:36:41,072

551
00:36:41,073 --> 00:36:45,073
007 โอ้โห

552
00:36:45,075 --> 00:36:49,075
เหมือน อ่าวเหรอ

553
00:36:49,076 --> 00:36:53,076
007 นะ

554
00:36:53,078 --> 00:36:57,078
ถ้าเป็น 802.11 B

555
00:36:57,088 --> 00:37:01,088
ทำงานที่คลื่นความถี่เท่าไหรค้าบ

556
00:37:01,090 --> 00:37:05,090

557
00:37:05,091 --> 00:37:09,091

558
00:37:09,093 --> 00:37:13,093
2.4 ใช่ไหม

559
00:37:13,094 --> 00:37:17,094
2.4 ถูกนะ

560
00:37:17,109 --> 00:37:21,109
แล้วอัตราความเร็วเท่าไรครับ การส่งข้อมูล

561
00:37:21,110 --> 00:37:25,110

562
00:37:25,112 --> 00:37:29,112
เท่าไรเอ่ย

563
00:37:29,113 --> 00:37:33,113

564
00:37:33,113 --> 00:37:37,113

565
00:37:37,117 --> 00:37:41,117
ต้องแปลแล้วล่ะครับ ถูกไหมครับ

566
00:37:41,120 --> 00:37:45,120
ถูกไหมพี่อุ่ย อัตราความเร็ว

567
00:37:45,121 --> 00:37:49,121
802. เท่าไหร่คับ

568
00:37:49,123 --> 00:37:53,123
11B อัตราความเร็วเท่าไรครับ

569
00:37:53,123 --> 00:37:57,123

570
00:37:57,124 --> 00:38:01,124
อัตราความเร็วที่เท่าไร

571
00:38:01,125 --> 00:38:05,125
ความเร็วเท่าไหร่ครับ 11 ก็คือ

572
00:38:05,127 --> 00:38:09,127
สัญลักษณ์นี้ คือ 11

573
00:38:09,127 --> 00:38:13,127
ปรบมือให้เพื่อนนะครับ ปรบมือให้เพื่อน [เสียงปรบมือ]

574
00:38:13,128 --> 00:38:17,128
เยี่ยมครับเยี่ยม

575
00:38:17,128 --> 00:38:21,128

576
00:38:21,128 --> 00:38:25,128

577
00:38:25,129 --> 00:38:29,129

578
00:38:29,131 --> 00:38:33,131
อย่างนี้นะ โอเค โอเคนะครับ

579
00:38:33,134 --> 00:38:37,134
เยี่ยมครับ เยี่ยม

580
00:38:37,135 --> 00:38:41,135
อีกคำถามไหม อีกคำถามมัน ๆ

581
00:38:41,137 --> 00:38:45,137

582
00:38:45,138 --> 00:38:49,138
อีกคำถามไหม อีกคำถามมัน ๆ

583
00:38:49,141 --> 00:38:53,141
นี่ ๆ

584
00:38:53,142 --> 00:38:57,142
ถามนักศึกษาพิการนะ

585
00:38:57,144 --> 00:39:01,144

586
00:39:01,144 --> 00:39:05,144
มี แอคโค่ด้วย

587
00:39:05,145 --> 00:39:09,145
กกกกกกกกก

588
00:39:09,146 --> 00:39:13,146
ผมไม่ได้เรียก 007 นะ เดี๋ยวนะ

589
00:39:13,148 --> 00:39:17,148

590
00:39:17,150 --> 00:39:21,150
22 ใช่ไหม

591
00:39:21,152 --> 00:39:25,152

592
00:39:25,152 --> 00:39:29,152

593
00:39:29,154 --> 00:39:33,154
22 [เสียงหัวเราะ]

594
00:39:33,157 --> 00:39:37,157
ก็จะมี

595
00:39:37,159 --> 00:39:41,159

596
00:39:41,160 --> 00:39:45,160

597
00:39:45,161 --> 00:39:49,161

598
00:39:49,164 --> 00:39:53,164
ครับ จะมีเสียงแบบนี้ใช่ไหม

599
00:39:53,167 --> 00:39:57,167

600
00:39:57,167 --> 00:40:01,167
หมายเลข 22 ครับ

601
00:40:01,167 --> 00:40:05,167
หมายเลข 22

602
00:40:05,168 --> 00:40:09,168
อุปกรณ์ที่เป็น

603
00:40:09,169 --> 00:40:13,169
เป็นอุปกรณ์หลักในการติดต่อ

604
00:40:13,170 --> 00:40:17,170
สื่อสารแบบไร้สาย

605
00:40:17,171 --> 00:40:21,171
เรียกว่าอะไรนะ

606
00:40:21,187 --> 00:40:25,187
เป็นศัพท์เฉพาะอันนี้เราจะต้อง

607
00:40:25,189 --> 00:40:29,189
เราจะต้องแบบว่าไม่แน่ใจว่าเราตกตลง

608
00:40:29,190 --> 00:40:33,190
นะครับ อุปกรณ์ที่

609
00:40:33,190 --> 00:40:37,190
เป็นอุปกรณ์หลัก

610
00:40:37,190 --> 00:40:41,190
ในการติดต่อสื่อสารแบบไร้สาย

611
00:40:41,191 --> 00:40:45,191
เรียกว่า อะไรเอ่ย

612
00:40:45,194 --> 00:40:49,194
อะไรเอ่ย จริง ๆ เป็นคำตอบที่ง่ายนะครับ

613
00:40:49,195 --> 00:40:53,195
แต่ว่าเราจะแปลอย่างไรดี ตกลงกันอย่างไรดี

614
00:40:53,197 --> 00:40:57,197
ว่า ไอ้นี้คืออุปกรณ์นั้น

615
00:40:57,198 --> 00:41:01,198
มันคืออุปกรณ์ที่อยู่บนเพดานนี้ล่ะ

616
00:41:01,199 --> 00:41:05,199
อุปกรณ์ที่อยู่บนเพดาน

617
00:41:05,199 --> 00:41:09,199
ของห้องนี่เขาเรียกว่าอะไรล่ะ

618
00:41:09,201 --> 00:41:13,201
ถ้าแปล

619
00:41:13,201 --> 00:41:17,201
ที่ได้ตกลงกันไหมครับว่าตัวนี้

620
00:41:17,202 --> 00:41:21,202
จะใช้สัญลักษณ์ว่าอะไรดี

621
00:41:21,203 --> 00:41:25,203

622
00:41:25,204 --> 00:41:29,204
(ล่าม) ...

623
00:41:29,205 --> 00:41:33,205
เขาเรียกว่าอะไร

624
00:41:33,220 --> 00:41:37,220

625
00:41:37,221 --> 00:41:41,221
จะได้บอกว่า ตกลงกันเลย เฉลย Access point

626
00:41:41,223 --> 00:41:45,223
หรือที่เราเรียกว่า วายฟาย

627
00:41:45,224 --> 00:41:49,224
เราจะเรียกติดปากว่า Wifi ก็คืออุปกรณ์

628
00:41:49,226 --> 00:41:53,226
Access Point นั่นเอง เราจะใช้สัญล

629
00:41:53,228 --> 00:41:57,228

630
00:41:57,229 --> 00:42:01,229

631
00:42:01,229 --> 00:42:05,229
สัญลักษณ์ไหนดี

632
00:42:05,231 --> 00:42:09,231
ใช่ครับ ใช่ น้อง

633
00:42:09,231 --> 00:42:13,231
ลองทำดูซิ

634
00:42:13,234 --> 00:42:17,234
น้องลองทำดูสิ

635
00:42:17,236 --> 00:42:21,236
ใช้สัญลักษณ์นี้นะ

636
00:42:21,237 --> 00:42:25,237
โอ.เค. นะครับ ก็คือ

637
00:42:25,238 --> 00:42:29,238
สัญลักษณ์ที่เพื่อนเราทำนะครับ

638
00:42:29,239 --> 00:42:33,239
ที่เรียกว่า Access Point

639
00:42:33,239 --> 00:42:37,239
ที่ทำหน้าที่ในการใช่ครับ

640
00:42:37,241 --> 00:42:41,241
เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมการสื่อสาร ระหว่างคอมพิวเอตรื

641
00:42:41,241 --> 00:42:45,241
โน้ตบุ๊ค มือถือ ได้หมดเลย

642
00:42:45,242 --> 00:42:49,242
แล้วก็ถือว่าสำคัญ

643
00:42:49,243 --> 00:42:53,243
โอ.เค. ปรบมือให้เพื่อนด้วยครับ

644
00:42:53,245 --> 00:42:57,245
ปรบมือให้เพื่อด้วยครับ

645
00:42:57,254 --> 00:43:01,254

646
00:43:01,256 --> 00:43:05,256
พอที่จะเข้าใจเรื่องของเทคโนโลยี

647
00:43:05,257 --> 00:43:09,257
ไร้สายไหมครับ

648
00:43:09,257 --> 00:43:13,257
1. เราจะต้องเข้าใจ Concept หลักการ

649
00:43:13,258 --> 00:43:17,258
ของมันนะครับ ว่าจะทำงานอย่างไร

650
00:43:17,260 --> 00:43:21,260
2 เราจะต้องรู้มาตรฐาน

651
00:43:21,261 --> 00:43:25,261
เรื่องของ

652
00:43:25,263 --> 00:43:29,263
การส่งข้อมูลนะ

653
00:43:29,263 --> 00:43:33,263
ซึ่งมีมาตรฐานอยู่หลายตัวใช่ไหมครับ

654
00:43:33,264 --> 00:43:37,264
ก็ต้องตอบให้ได้นะ ยกตัวอย่างที่เราได้มีการ

655
00:43:37,265 --> 00:43:41,265
ถามตอบกันแล้วนะครับ ทุกคนก็สามารถตอบได้นะ

656
00:43:41,266 --> 00:43:45,266
ทีนี้

657
00:43:45,267 --> 00:43:49,267
จะเบรกนะ เบรกก่อน

658
00:43:49,268 --> 00:43:53,268
แล้วเรามาทำ workshop กันหลังเบรก

659
00:43:53,269 --> 00:43:57,269
หลังเบรกนี่อาจจะ ไม่ได้รบกวนพี่ล่าม

660
00:43:57,270 --> 00:44:01,270
แล้วนะ นะครับ

661
00:44:01,272 --> 00:44:05,272
เดี๋ยวเราจะมีการทำ Workshop หลักเบรกนะครับ

662
00:44:05,273 --> 00:44:09,273
ขอบคุณพี่ล่าม จากส่วนกลางนะครับ

663
00:44:09,285 --> 00:44:13,285
(นักศึกษา) ขอบคุณครับ

664
00:44:13,287 --> 00:44:17,287

665
00:44:17,287 --> 00:44:21,287

666
00:44:21,289 --> 00:44:25,289
(อาจารย์) อะไรนะครับ (ล่าม) ถามว่า ....

667
00:44:25,293 --> 00:44:29,293

668
00:44:29,294 --> 00:44:33,294

669
00:44:33,294 --> 00:44:37,294

670
00:44:37,296 --> 00:44:41,296

671
00:44:41,298 --> 00:44:45,298
พอดีไม่ได้ยินเสียงพี่ล่ามน่ะนะ

672
00:44:45,302 --> 00:44:49,302
พอดีเสียงพี่ล่ามพอเปิดลำโพงแล้วจะหอน

673
00:44:49,314 --> 00:44:53,314
เลยมีเสียง Echo เยอะ

674
00:44:53,315 --> 00:44:57,315
ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

675
00:44:57,317 --> 00:45:01,317
ครับ

676
00:45:01,317 --> 00:45:05,317

677
00:45:05,318 --> 00:45:09,318

678
00:45:09,319 --> 00:45:13,319
ทำอะไรล่ะ

679
00:45:13,322 --> 00:45:17,322
อาจจะใช่

680
00:45:17,323 --> 00:45:21,323

681
00:45:21,325 --> 00:45:25,325

682
00:45:25,326 --> 00:45:29,326
ผมกลัวเป็นอย่างอื่น

683
00:45:29,327 --> 00:45:33,327
ไม่ใช่ครับ เดี๋ยว ๆ

684
00:45:33,329 --> 00:45:37,329
[เสียงหัวเราะ] ใช่ อันนี้ของผม

685
00:45:37,329 --> 00:45:41,329
อ๋อ พี่บ๊อบบี้เอามาให้ใช่ไหม ขอบคุณพี่เขา

686
00:45:41,331 --> 00:45:45,331
ด้วย ใครไปขอนแก่นยกมือ

687
00:45:45,332 --> 00:45:49,332
มีคนตื่นสายด้วย

688
00:45:49,332 --> 00:45:53,332

689
00:45:53,334 --> 00:45:57,334
แปลหน่อยพี่อุ่ย

690
00:45:57,334 --> 00:46:01,334
มีคนตื่นสาย และรถ

691
00:46:01,335 --> 00:46:05,335
ก็ไม่รอ [เสียงหัวเราะ]

692
00:46:05,338 --> 00:46:09,338
วุ่นวายกันทั้งรถ

693
00:46:09,339 --> 00:46:13,339
นอนสบายใจเลยนะ

694
00:46:13,340 --> 00:46:17,340
เรา

695
00:46:17,342 --> 00:46:21,342
นัดส่งงานที่ไปขอนแก่น

696
00:46:21,344 --> 00:46:25,344
วันไหนนะครับ

697
00:46:25,345 --> 00:46:29,345
ไม่ใช่ครับ หมายถึงเราด้วยกันนี่ครับ

698
00:46:29,346 --> 00:46:33,346
วันศุกร์นี้นะ

699
00:46:33,349 --> 00:46:37,349
วันศุกร์ส่งงาน

700
00:46:37,350 --> 00:46:41,350
นะครับ

701
00:46:41,352 --> 00:46:45,352
โอ.เค.

702
00:46:45,354 --> 00:46:49,354
โอเค

703
00:46:49,354 --> 00:46:53,354

704
00:46:53,356 --> 00:46:57,356
ทำไมจะทำไม่ได้

705
00:46:57,357 --> 00:47:01,357
คุยเรื่องวิชานี้ก่อน

706
00:47:01,358 --> 00:47:05,358
วิชานั้นมันปวดหัว โปรเจ็คเรามันปวดหัว

707
00:47:05,359 --> 00:47:09,359
เอาวิชานี้ เดี๋ยวหลังจากนี้

708
00:47:09,359 --> 00:47:13,359
จะให้เราทำงานส่งนะ นะครับ

709
00:47:13,360 --> 00:47:17,360
งานคืออะไรนะครับ ตัวสไลด์นี้ ๆ

710
00:47:17,360 --> 00:47:21,360

711
00:47:21,360 --> 00:47:25,360
ใช้สอบนะครับ

712
00:47:25,361 --> 00:47:29,361
กรุณาไปอ่าน แล้วทำความเข้าใจด้วย

713
00:47:29,362 --> 00:47:33,362
เอาตัวนี้

714
00:47:33,362 --> 00:47:37,362
ตัวนี้อาจจะไม่เห็นศัพท์ เอาตัวนี้

715
00:47:37,363 --> 00:47:41,363
ให้นักศึกษา

716
00:47:41,376 --> 00:47:45,376
ขอโทษ เห็นภาพขาวอยู่ตลอดเวลาเลย

717
00:47:45,378 --> 00:47:49,378

718
00:47:49,379 --> 00:47:53,379
ให้นักศึกษา

719
00:47:53,380 --> 00:47:57,380
ศึกษา

720
00:47:57,381 --> 00:48:01,381
ดูใน Internet คำว่า

721
00:48:01,383 --> 00:48:05,383
แอดฮอค

722
00:48:05,384 --> 00:48:09,384
โดยละเอียด และศึกษาวิธีการ

723
00:48:09,385 --> 00:48:13,385
เซ็ตให้เครื่องตัวเองนี่

724
00:48:13,387 --> 00:48:17,387
เป็น Add Hock ให้ได้นะครับ

725
00:48:17,388 --> 00:48:21,388

726
00:48:21,388 --> 00:48:25,388
มี ๆ นะครับ แล้วจากนั้น

727
00:48:25,389 --> 00:48:29,389
ให้ทำเป็น

728
00:48:29,391 --> 00:48:33,391
คู่มือการ Set Add Hock

729
00:48:33,406 --> 00:48:37,406
ส่งผมใน Google Classroom ครับ

730
00:48:37,407 --> 00:48:41,407
วันนี้ไม่ต้องเขียนใส่กระดาษ

731
00:48:41,409 --> 00:48:45,409
ดีมากเลย

732
00:48:45,409 --> 00:48:49,409
คุณลองดูสิว่ามันโอ.เค. ไหม

733
00:48:49,409 --> 00:48:53,409
ลอง Set ดูว่า ad hoc เครื่องนี้

734
00:48:53,410 --> 00:48:57,410
แล้วก็เซ็ตกับมือถือตัวเองใช้

735
00:48:57,410 --> 00:49:01,410
ได้ไหม พูดง่าย ๆ นะก็

736
00:49:01,412 --> 00:49:05,412
เป็นการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็น

737
00:49:05,413 --> 00:49:09,413
Access point ตัวหนึ่งนั้นเอง ซึ่งง่ายมาก โดย

738
00:49:09,414 --> 00:49:13,414
มีวิธีการที่ง่ายมากดูในอินเทอร์เน็ต

739
00:49:13,416 --> 00:49:17,416
ให้ส่งคู่มือ

740
00:49:17,417 --> 00:49:21,417
การ Set Add Hock นะครับ

741
00:49:21,417 --> 00:49:25,417
เราก็จะได้ทำความเข้าใจด้วย ส่งใน Classroom

742
00:49:25,418 --> 00:49:29,418
เป็นไฟล์เวิร์ดนะครับ โอเค

743
00:49:29,418 --> 00:49:33,418
เดี๋ยวให้การบ้านใน Classroom เลย

744
00:49:33,419 --> 00:49:37,419
นะครับ ส่งภายใน 16.30 นาฬิกา ครับ

745
00:49:37,419 --> 00:49:41,419
วันนี้ ๆ

746
00:49:41,425 --> 00:49:45,425
ครับ ส่งวันนี้ครับ

747
00:49:45,426 --> 00:49:49,426

748
00:49:49,427 --> 00:49:53,427

749
00:49:53,441 --> 00:49:57,441

750
00:49:57,444 --> 00:50:01,444

751
00:50:01,446 --> 00:50:05,446

752
00:50:05,446 --> 00:50:09,446

753
00:50:09,450 --> 00:50:13,450

754
00:50:13,452 --> 00:50:17,452

755
00:50:17,453 --> 00:50:21,453

756
00:50:21,456 --> 00:50:25,456

757
00:50:25,458 --> 00:50:29,458

758
00:50:29,461 --> 00:50:33,461

759
00:50:33,463 --> 00:50:37,463

760
00:50:37,465 --> 00:50:41,465

761
00:50:41,466 --> 00:50:45,466

762
00:50:45,468 --> 00:50:49,468

763
00:50:49,471 --> 00:50:53,471

764
00:50:53,473 --> 00:50:57,473

765
00:50:57,474 --> 00:51:01,474

766
00:51:01,478 --> 00:51:05,478

767
00:51:05,479 --> 00:51:09,479

768
00:51:09,482 --> 00:51:13,482

769
00:51:13,483 --> 00:51:17,483

770
00:51:17,484 --> 00:51:21,484

771
00:51:21,487 --> 00:51:25,487

772
00:51:25,490 --> 00:51:29,490

773
00:51:29,491 --> 00:51:33,491

774
00:51:33,493 --> 00:51:37,493

775
00:51:37,495 --> 00:51:41,495

776
00:51:41,496 --> 00:51:45,496

777
00:51:45,497 --> 00:51:49,497

778
00:51:49,499 --> 00:51:53,499

779
00:51:53,501 --> 00:51:57,501

780
00:51:57,502 --> 00:52:01,502

781
00:52:01,505 --> 00:52:05,505

782
00:52:05,506 --> 00:52:09,506

783
00:52:09,508 --> 00:52:13,508

784
00:52:13,510 --> 00:52:17,510

785
00:52:17,511 --> 00:52:21,511

786
00:52:21,513 --> 00:52:25,513

787
00:52:25,515 --> 00:52:29,515

788
00:52:29,517 --> 00:52:33,517

789
00:52:33,520 --> 00:52:37,520

790
00:52:37,522 --> 00:52:41,522

791
00:52:41,524 --> 00:52:45,524

792
00:52:45,526 --> 00:52:49,526

793
00:52:49,528 --> 00:52:53,528

794
00:52:53,530 --> 00:52:57,530

795
00:52:57,532 --> 00:53:01,532

796
00:53:01,534 --> 00:53:05,534

797
00:53:05,537 --> 00:53:09,537

798
00:53:09,539 --> 00:53:13,539

799
00:53:13,541 --> 00:53:17,541

800
00:53:17,547 --> 00:53:21,547

801
00:53:21,548 --> 00:53:25,548
[สิ้นสุดการถอดความ]

