--- title: (สำรอง 2) พิธีเปิดงานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” subtitle: date: วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 08.27 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) พิธีเปิดงานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัลระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” พิธีเปิดงานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัลระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” (พิธีกร) สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่พิธีเปิดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ASEAN Connectivity กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คณะผู้บริหาร ท่านแขกผู้มีเกียรติ และท่านสื่อมวลชนทุกท่านครับ งานในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการไบเทค โดยสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมครับ [ภาษาต่างประเทศ] และในลำดับแรกนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นถึงภาพรวม และไฮไลท์ในการจัดงาน ผมขอนำเสนอวีดิทัศน์ Digital Thailand Big Bang 2019 ขอเชิญรับชมครับ [เสียงดนตรี] ขอเสียงปรบมือให้กับวีดิทัศน์ชุดเปิดตัวในครั้งนี้ด้วยครับ และในลำดับต่อไปขอเรียนเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ วัตถุประสงค์ของการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ขอเรียนเชิญครับ (คุณพุทธิพงษ์) เรียนท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนามของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งพันธมิตรในภาคเอกชน รัฐบาล และภาคประชาสังคม รวมถึงเพื่อน ๆ จากหลาย ๆ ประเทศ ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานในวันนี้ แล้วก็กล่าวปาฐกถาในวันนี้นะครับ ดิจิทัลคือสิ่งที่สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมในการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การทำธุรกิจ หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในวัยเกษียณอายุ ถึงแม้ว่าทุกท่านคงตระหนักดีในความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในประเทศไทยเรายังมีความเหลื่อมล้ำในส่วนของพี่น้องประชาชนในบางกลุ่ม ที่ยังไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไกล ๆ จากเมืองก็ยังมีปัญหาในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ ในทั่วโลก ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลได้รับนโยบายจากรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายให้พวกเราได้ผลักดันในส่วนของเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล ได้เข้าถึงในส่วนของการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิทัลให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ในการจัดงาน Digital Thailand Big Bang ในครั้งนี้ สะพานที่จะเชื่อมให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าถึง ได้เห็นถึงประโยชน์ การประยุกต์ดิจิทัลต่าง ๆ มาใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยต่อไป การแสดงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นับว่าเป็นนิมิตหมายที่สำคัญ นับว่าเป็นนิมิตที่สำคัญที่ประเทศไทยจะแสดงศักยภาพ ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของประเทศไทย ที่จะรับมือกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย รวมถึงเราจะได้ประกาศตัวให้ประเทศไทย เป็นดิจิทัล hub แห่งอาเซียนหรือของภูมิภาคนี้ให้ได้ จากการจัดงาน Digital Big Bang ใน ๒ ปีที่ผ่านมา ความตื่นตัวของพี่น้องประชาชน รวมถึงพันธมิตรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ต้องถือว่ามหกรรมดิจิทัลในครั้งนี้ เป็นมหากรรมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งาน Digital Thailand Big Bang 2019 ในครั้งนี้ เราจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ASEAN Connectivity ในปีนี้ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน ก็สอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ประเทศไทยและเพื่อน ๆ สมาชิกในภูมิภาคอาเซียน ได้มีความเชื่อมโยง เชื่อมต่อโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมาโดยตลอด การจัดงานในครั้งนี้ สถานที่แห่งนี้มีความกว้าง 40,000 ตารางเมตร ที่มีการแสดงแบ่งออกเป็น 3 Highlight หลัก ๆ โซนที่ ๑ ดิจิทัล economy หรือการพัฒนาเมืองสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่มาก ที่ทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การธนาคาร การพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นแนวคิดที่จะผลักดันให้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น AI internet of think หรือแม้กระทั่ง big data มีการใช้ และประกอบการในการแสดงในครั้งนี้อย่างครบถ้วน มีการนำในส่วนของเมืองอัจฉะริยะสมาชิกจากทั้ง ๑๐ ประเทศสมาชิกของอาเซียน ได้เข้ามาร่วมการแสดงในครั้งนี้ด้วย ในโซนที่ 2 ครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับดิจิทัล society ดิจิทัลที่เกี่ยวกับภาคสังคม ซึ่งเรื่องนี้ก็สำคัญครับ มีการขับเคลื่อนทักษะด้านดิจิทัล เพื่อมาขับเคลื่อนในยุคดิจิทัลที่เข้ามาในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เราได้พัฒนาบุคลากรดิทิจัล เพื่อมารองรับต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย จะเห็นการนำเอาแนวคิด แนวทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โดรนในการขับเคลื่อน แล้วก็เคลื่อนย้ายบุคลากร หรือพูดง่าย ๆ สามารถจะเอาโดรนมายกพี่น้องประชากรขึ้นมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในชีวิตประจำวันในอนาคตได้ ในส่วนที่ 3 เป็นเรื่องของ creativity สร้างสรรค์ เพื่อจะผลักดันให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ให้สามารถพัฒนาการแล้วก็ช่วยปลดล็อคทางความคิดสร้างสรรค์ของพี่น้องประชาชน ได้มีโอกาสเห็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ วันนี้จะมีหุ่นยนต์ที่ผลิตแล้วก็สร้างโดยคนไทย สามารถนำมาต้อนรับแขกที่ผ่านไปผ่านมา และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในอนาคตอันใกล้นี้ รวมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีจะให้รางวัล Prime Minister's Digital Awards 2019 เพื่อประกาศความสำเร็จในด้านงานนวัตกรรมดิจิทัล ทั้งในระดับของเยาวชน ชุมชนดิจิทัล ธุรกิจดิจิทัล รวมถึงดิจิทัล startup การสัมมนา ต้องเรียนแขกผู้มีเกียรติ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ว่าครั้งนี้กระทรวงดิจิทัล แล้วก็พันธมิตรต่าง ๆ ได้ร่วมมือร่วมใจกันเชิญผู้ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นซึ่งเป็นผู้ที่จัดการสัมมนาต่าง ๆ ในภูมิภาคยุโรป มาจากเนเธอร์แลนด์ มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก เรามีพันธมิตรที่จะมาจัดหรือ creative talk เน้นความคิดสร้างสรรค์จากวิทยากรต่าง ๆ ทั่วโลก มาร่วมให้ความรู้ แล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ Startup รุ่นใหม่ของไทยด้วย รวมไปถึงยังมีในส่วนของผู้ที่ให้ความรู้ความสามารถต่าง ๆ ในเรื่องของการจัดแข่งขันเกม e-Sport มีการนำเอาการแข่งขับ ROV ซึ่งเป็นเกมที่มีคนให้ความสนใจ และติดตามเป็นจำนวนมาก บัดนี้ได้เวลาอันสมควร กระผมขอกราบเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล และแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ บทบาทประเทศไทยในเวทีตามลำดับให้แก่คณะผู้บริหารชั้นสูง และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานในวันนี้ ขอกราบเรียนเชิญท่านนายกครับ [เสียงดนตรี] (พิธีกร) ณ บัดนี้ขอนำเข้าสู่ช่วงมอบรางวัล Prime Minister's Digital Awards 2019 รางวัล Prime Minister's Digital Awards 2019 ถือเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จสูงสุดปีนี้มีผู้คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ ไปทั้งสิ้น 5 รางวัล รางวัลแรก Digital Youth of the year จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ รางวัลต่อมา Digital Community of the year คุณสุเทพ พิมพ์ศิริ ชุมชนบ้านถ้ำเสือครับ รางวัลต่อไป Digital Startup of the year คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท Que Q Application ผลงานระบบนิเวศด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล คุณศุภชัย เจียรวนนท์ Smart City ทรู ดิจิทัล พาร์ค คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บจม.ทรู คอร์ปอเรชั่น รางวัลต่อไป Digital Entrepreneur of the year ผู้นำขับเคลื่อนจากธุรกิจห้องแถวสู่ธุรกิจหมื่นล้าน คุณวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทั้ง 5 ท่านด้วยครับ เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ต่อบนเวทีเพื่อกล่าวเปิดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 อย่างเป็นทางการครับ นี่ก็คือบรรยากาศของพิธีมอบรางวัลซึ่งถือเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จสูงสุดในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ในประเทศไทยครับ ขอแสดงความยินดีกับผู้รับรางวัลทั้ง 5 ท่านด้วยนะครับ และในลำดับต่อไปจะเป็นปาฐกถาพิเศษในเวที ASEAN Connectivity กราบเรียนท่านรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์) ท่านเอกอัครราชทูต ผู้แทนสถานทูตต่าง ๆ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้ก็มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง เราได้จัดงานนี้มาหลายครั้ง แล้วแต่ละครั้งก็มีความก้าวหน้ามาเรื่อย ๆ วันนี้รู้สึกมีคนเยอะกว่าครั้งที่แล้ว คาดหวังว่าในการจัดงาน 4 วันนี้คนจะเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ ในภาคต่าง ๆ ภาคประชาชน เด็ก นักเรียน นักศึกษา กำลังเดินหน้าไปสู่ในเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีนะครับ วันนี้ขอกราบอีกครั้งหนึ่ง ว่ายินดีเป็นเกียรติได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ในวันนี้นะครับ ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า ASEAN Connectivity เราคง Connect ในประเทศเราคงไม่พอเราต้องมีการ connect เหนือ ใต้ เชื่อมโยงไปยังรอบบ้านของเรา วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีนะครับ ที่่เราจะได้มาเห็นการพัฒนาการเป็นปีที่ ๔ ซึ่งก็เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ของการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ผมก็ขอชื่นชมให้กำลังใจในความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ในการเร่งสร้างความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ผมได้เห็น Startup ที่มาฝีมือในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลาย ๆ งานด้วยกันได้เห็นเด็กรุ่นใหม่เป็นกันมากขึ้น ได้เห็นหลาย ๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่พลิกโฉม วันนี้เราต้องทำให้ดิจิทัลนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนทุกหมู่เหล่า ทุกฝ่าย ทุกอาชีพ ทุกรายได้ ก็ได้นำเทคโนโลยีนี้นำมาพัฒนาให้เข้าได้ทั่วถึง โดยผ่าน application ภาครัฐ ไม่ว่าทางการเงินอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็ทยอยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตามลำดับ ทั้งนี้ เพื่อจะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภาครัฐให้ก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลให้มากยิ่งขึ้น ต้องใช้เวลา ใช้งบประมาณ ต้องปรับแก้กฎหมาย เป็นสิ่งที่เราจะทำอย่างไรให้ connectivity อันนี้เป็นที่ไร้รอยต่อ ไม่มีอุปสรรคกีดกั้นไม่ว่าจะกฎระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ก็ต้องทำให้สอดคล้องกัน ไม่ง่าย เราช่วยทำกันให้ปราศจากความขัดด้วยการหารือซึ่งกันและกัน เกิดขึ้นได้แน่นอน ผมขอแสดงความชื่นชมยินดีกับรางวัล the winner ในงาน World Summit ที่ได้รับคะแนนโหวตออนไลน์สูงสุด จัดโดยคมนาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้ส่งเสริมการบริการตามผลการประชุมสุดยอดระดับโลก และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายที่ยั่งยืนสำหรับปีที่ 4 ของ Thailand 4.0 นี้นั้น ผมขอเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยจากข้อมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่เรียกว่า Big data สำหรับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ เราต้องใช้ในเรื่อง Big data มาใช้ในการบริหารงบประมาณด้วย เพื่อลดความซ้ำซ้อน ประหยัดงบประมาณ เพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับองค์กรต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้วย รัฐบาลเดินหน้าเป็นปกติ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเราทำไม่ได้ ก็เดินหน้าไปเรื่อย ๆ ตามขั้นตอน ตามระยะเวลาของเรา ในเรื่องของการที่เราจะก้าวสู่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เราจำเป็นต้องมีแผนภูมิมี Roadmap ในการเดินหน้าของเรา หลายอย่างไม่ใช่คิดแล้วก็ทำ แล้วทำได้เลย เพราะเกี่ยวข้องกับกับคนจำนวนมาก มีกฎหมายหลายตัว เพราะฉะนั้นทุกคนต้องแก้ไขเป็นขั้นเป็นตอน อะไรที่ร่วมมือกันได้โดยเร็ว ก็ต้องทำโดยเร็ว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ แล้วก็ผลประโยชน์ประชาชนให้มากที่สุด ตามกรอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เรามีนโยบายหลักของรัฐบาลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในยุทธศาสตร์เรามียุทธศาสตร์ ๖ ด้าน อย่าลืมตรงนี้การเดินหน้าของประเทศ การเดินหน้าของประเทศไทยจำเป็นต้องมีหลักคิด มีแนวนโยบายเพื่อให้เกิดความต่อเนื่ออย่างที่ผมเรียนไปแล้ว ว่ายุทธศาสตร์ 20 ปี ถ้าจะย้อนถอยหลังมาก็มีทุก ๕ ปี ก็ ๔ ช่วงตามแผนของสภาพัฒน์ แผนการปฏิรูปต้องสอดคล้องกันทั้งหมด อันนี้เป็นหลักเฉย ๆ แต่การดำเนินการเป็นเรื่องของรัฐบาล ที่จะต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินการ อะไรที่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายใน ภายนอก หรือผลกระทบจากเรื่องราวต่าง ๆ ในโลกใบนี้เราปรับแก้ได้ทั้งหมด เขียนเป็นกรอบกว้าง ๆ ไว้ มีการประเมิน อันนี้ก็ขอให้ทุกคนได้เข้าใจอีกครั้งหนึ่งครับ ในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ ด้านความมั่นคง เรามาพูดถึงตรงนี้เรื่องความมั่นคง เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกคนก็ทราบดีว่าการใช้สื่อ online digital มีมากมายมหาศาล ข้อมูลทุกนาที ทุกชั่วโมง เปลี่ยนแปลงไปตลอด ทั้งถูกและไม่ถูก ทั้งดีและไม่ดีนะครับ ถ้าเราใช้ในทางที่ดีเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นความมั่นคงปลอดภัย Cyber นั้น เรื่องของการก่อการร้าย เรื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นโดยใช้ดิจิทัลในการให้การสนับสนุนในการรวมคนต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นภัยคุกคามที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ รัฐบาลก็จะต้องเตรียมการแก้ปัญหาตรงนี้ เราได้เตรียมการ 2. การดิจิทัลโดยตรงได้แก่ พ.ร.บ. การป้องกัยภายทางไซเบอร์ และ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล 2562 มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 มีการจัดตั้งคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อกำหนดนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รัฐบาลก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ในการที่จะรับมือและป้องกันภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต วันนี้เมื่อเช้าผมนั่งรถมา ผมก็เห็นข่าวเรื่องของการลงทุนร่วม ลงทุน 1,000 จะให้กำไร 930 ต่อเงิน 1,000 ก็มีคนหลงเชื่อมากมายอันนี้ สิ่งสำคัญคือทุกคนจะต้องมีภูมิต้านทาน เรียกว่า มีภูมิคุ้มกันตัวเองก่อน ไม่มีอะไรได้กำไรขนาดนี้ เพราะฉะนั้นก็จะถูกหลอกลวงไปเรื่อย ๆ ฉะนั้น เราต้องแก้ไขปัญหานี้ มีทุกประเทศที่ต้องเจอปัญหาอย่างนี้ ช่วยกันแก้ไปด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันของพวกเราให้เข้มแข็ง คนไทยทุกคนนะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลก็ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือ กลไกสำคัญบางอย่างเราก็ต้องใช้ บางอย่างได้เปรียบ เสียเปรียบ ทุกอย่างเป็นกติกาของแต่ละคน ของแต่ละประเทศกฎหมายของใครเขาได้ ฉะนั้น เราต้องทำที่เราตัวเรา แก้ไขปัญหาไปทีละเรื่อง ทีละขั้นตอนของเรา ภายใต้ความเห็นชอบและผลประโยชน์ของคนไทย แต่เราจะไปก้าวล่วงของคนอื่นเขาไม่ได้ เราไม่ได้เช่นกัน แต่เราจะหาความร่วมมือได้อย่างไร ในเรื่องการค้า การลงทุน ในเรื่องขีดความสามารถวันนี้เราก็ได้ทำเต็มที่มา ได้เริ่มปรากฏผลสำเร็จ ใช้เวลาหลายปีด้วยกันด้านดิจิทัลของประเทศไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากดัชนี word ditital ตามการจัดอันดับของสถาบันการจัดการนานาชาติ IMD ของไทย เรื่องของดิจิทัลดีขึ้นจากอันดับที่ 41 ในปีก่อนมาเป็น อันดับ 39 2561 Global competitiveness index ซึ่งครอบคลุมการด้วยในปี 2561 ประเเทศไทยได้รับการจัดอันดับ อันดับที่ 38 จาก 130 ประเทศ ดีขึ้นจากปีก่อน ที่เราอยู่อันดับที่ 40 ถึงแม้ว่าจะขึ้นเพียง 2 อันดับ รายละเอียดข้างใน ถ้าเราทำได้บางอย่างดีขึ้นบางอย่างก็ยัง stable อยู่ บางอย่างเพิ่มได้น้อย ถัวเฉลี่ยออกมาเพิ่มขึ้น น่าจะสัมผัสได้เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน การปรับตัวภาคการเงินการธนาคารของเรา การให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลความร่วมมือกับภาคธุรกิจสู่สังคมไร้เงินสด e-Wallet อะไรพวกนี้ วันนี้เราก็กำลังพยายามในการผลักดัน ขับเคลื่อนเริ่มต้นให้เป็นนักรบเศรษฐกิจใหม่ รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมนี้นะครับ ในการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ผมพูดมานี้ คนที่เกี่ยวข้องกรุณาฟังว่าเราจะเกี่ยวข้องกับเขาตรงไหน ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่ทราบเราต้องฟังที่รัฐบาลพูด ที่หน่วยงานเขาพูดออกไป ว่าจะทำอะไรที่ไหนอย่างไร เราจะเข้ามาติดต่อได้ เชื่อมโยงได้วันนี้เราจะให้เป็นองค์กรกลางในการส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป็นการเฉพาะ อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทยเช่นเดียวกัน โลกกำลังไปสู่โลกแห่งเทคโนโลยี จังหวัดเก่าหรือจังหวัดใหม่ของเราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่วันนี้เรามี 77 จังหวัด บวกกรุงเทพมหานครด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ โดยให้ความสำคัญทั้งกลุ่มที่เมืองเดิม ผมพูดอยู่แล้วว่าเมืองเดิมก็คือเชียงใหม่ กรุงเทพฯ คือเมืองเดิม เราจะทำอย่างไรให้เป็นเมืองน่าอยู่โดยการใช้เทคโนโลยี คมนาคม พัฒนาพลังงาน และดิจิทัลในการปรับเปลี่ยน โดยการเพิ่มเมืองเดิมให้มีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคม สำหรับอีกกลุ่มเมืองที่เกิดขึ้นมาใหม่ โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาการก่อสร้างพื้นที่เมืองหใหม่ขึ้นมาทั้งหมดหาพื้นที่ความร่วมมือจากประชาชนไปด้วย ความเห็นชอบไปด้วยกัน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภค ที่อยู่อาศัย แรงงาน พาณิชยกรรม พื้นที่พักผ่อนให้เป็นเมืองที่ทันสมัยระดับโลก เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การวิจัยพัฒนาไปถึงเราก็มีเมืองประเภทนี้อยู่ อยู่ในขั้นตอนของการลงทุน ในการที่เราให้ BOI ได้มีการปรับเรื่องเหล่านี้ออกมาในเรื่องเหล่านี้ ออกมาเพื่อให้ชักจูงเกิดแรงจูงใจเกิดขึ้น ผมเชิญชวนเศรษฐีเมืองไทยหลายท่าน ทำได้ก็ทำแต่ต้องมีขั้นตอนต่าง ๆ มากพอสมควร ถึงจะได้รับการยอมรับ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง วันนี้รัฐบาลก็ไม่เพียงแต่จัดเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ เราต้องใช้การเรียนรู้สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนด้วย ใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อจะสร้างคนไทยให้เป็นคนไทย 4.0 หรือคนไทยในศตวรรษที่ 21 เป็นคนไทยที่มีทักษะด้านดิจิทัล ได้ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไทยนิยมยั่งยืน สร้างความรู้เท่าทันเทคโนโลยี ในการขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับนโยบายตำบลลงไปให้ถึงประชาชนให้มากที่สุด รวมความไปถึงการใช้ทักษะ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ ส่งเสริมการใช้โลกออนไลน์อย่างมีสติ เพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัย Cyber ลดความเสี่ยง และภัยคุกคามที่จะตามมาทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน พัฒนาหลักสูตรการเป็นพลเมืองดิจิทัล นำหลักสูตรดังกล่าวบรรจุในการศึกษาในการเรียนการสอน แบบทางเลือกของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องนี้มอบหมายไปแล้ว เพื่อจะสร้างแนวปฏิบัติในการปกป้อง คุ้มครองเด็กจากดิจิทัลต่อไป ต่อไปยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึง และใช้โครงข่ายเน็ตประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันเราก็ได้ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่ 3 ใน 4 ของชุมชนเป้าหมายแล้ว นอจากนี้การขับเคลื่อนการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมให้ประชาชนให้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยขยายเครือข่ายปรับปรุงโครงข่าย internet ให้ครอบคลุมมากขึ้น ด้วย fiber optic ไปยังโรงเรียน ขยายความถี่ Internet ให้กับโรทางไกลในโรงพยาบาลเครือข่าย เราก็เน้นเรื่องการศึกษา การสาธารณสุข เรื่องสุขภาพอนามัย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะช่วยได้มากที่สุดคือ ดิจิทัลทาง Online ที่ปรึกษาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อจะลดความแออัดในโรงพยาบาล ใหญ่ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นต้องเชื่อมโยงให้ได้การดูแลผู้ป่วยเจ็บตั้งแต่อยู่ในบ้าน จากนั้นก็ไปสู่โรงพยาบาล สต. ตำบล ซึ่งมี 9}500 กว่าแห่ง ในประเทศไทย ซึ่งเราต้องพัฒนาแล้วพัฒนาโรงพยาบาลใหญ่ โรงพยาบาลประจำจังหวัดโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางทั่วไป ทำอย่างไรจะไม่ให้แออัดมากเกินไป ก็ต้องใช้ดิจิทัลมาเสริม ต้องมีการปรึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ประชาชนชายขอบเหล่านี้เราต้องเน้นเรื่องเน็ตชายขอบด้วย เพื่อจะลดภาระการเดินทาง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ บางทีมาแล้วโรคบางโรคอาจจะไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล ถ้าหมอได้มีการตรวจรักษาขั้นต้น สิ่งเหล่านี้เราต้องดูแลประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลคิดอย่างนี้ครับ กลุ่มเกษตรกรและผู้ผลิต SMEs ที่ยังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้น้อย รัฐบาลโดยกระทรวงดีอีได้นำนักรบมาช่วยกันวิเคราะห์ และหาทางนำเทคโนโลยีดิจิทัลง่าย ๆ ไปให้กับเกษตรกร วันนี้เกษตรกร ถ้าเราทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ภูมิปัญญาดั้งเดิมจะสู้กับภัยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้ไม่มากนัก เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน สามารถสร้างรายได้ตลอด Value Chain ตลอดห่วงโซ่ของเขานะครับ เพราะในกิจกรรมถ้าเรามองถึงเรื่อง SMEs เรามี SMEs ทั้งหมด ประมาณเกือบ 3 ล้านราย ถึง 5 ล้านราย ขยายไปอีก เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้เหล่านี้ของเขาเข้มแข็ง ด้วยการทำระบบบัญชี ในเรื่องของเครื่องจักร เครื่องไม้ เครื่องมืออะไรต่าง ๆ ไม่มีใครจะเดินได้แต่เพียงลำพัง รัฐบาลก็ต้องช่วยกันเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเกษตรเอาไปใช้เรื่องการเพาะปลูกเรา จะต้องเอาไปใช้ในเรื่องของกระบวนการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว ตลอดจนการค้า และบริการอีกด้วยวันนี้สิ่งที่เราต้องดูแลเป็นพิเศษ คือเรื่องเกษตร เกษตรกร ซึ่งเป็นที่มีรายได้น้อยในเรื่องของการท่องเที่ยว และการบริการ วันนี้เราก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี อาจจะดีในระดับโลก เราต้องรักษาในส่วนที่เรามีศักยภาพตรงนี้ให้ได้ ความแข่งขันมีมากขึ้นในโลกใบนี้ แล้วก็เข้าใจดิจิทัลมาเสริมด้วยกันทั้งสิ้น ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเติบโต คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันนี้เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลให้ความสำคัญในการปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใหม่ ให้มีระบบ มีเอกภาพยิ่งขึ้น รวบรวมกว่าสิบหน่วยงานและมีกระทรวงดิจิทัล กระทรวงอุดมศึกษา การทำงานกับหน่วยด้านน้ำอื่น ๆ ด้วย เพื่อบูรณาการข้อมูล องค์ความรู้ ด้านอุตุนิยมวิทยา นิวเคลียร์ เก็บข้อมูลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล สารสนเทศ การเตรียมการจัดทำฐานข้อมูลการจัดเก็บตัวอย่างน้ำฝนทั่วประเทศ เพื่อนำมาสนับสนุนการศึกษาด้านการเปลี่ยนฤดูกาล ในภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย และเพื่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ในอนาคตประเทศไทยถ้าจะบอกว่าน้ำมีไหม มี เก็บได้ไหม เก็บได้ ได้มากไหม ไม่พอ เพราะมีปัญหาในเรื่องพื้นที่การจัดเก็บ เป็นปัญหาคือพื้นที่ของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ก็พยายามรักษาพื้นที่ตนเองให้มากที่สุด แต่ก็มีผลในเรื่องของการทำให้เกิดความต่อเนื่อง เชื่อมโยงในระบบระบายน้ำ ส่งน้ำเป็นที่ดินของประชาชนเกือบทั้งสิ้น นี่คือปัญหาที่เราจะต้องพูดคุยกันต่อไป ในเรื่องของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมนั้น เราใช้ Big data ซึ่งเกิดจากการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน ประยุกต์ใช้จ่ายดาวเทียมข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ มาพัฒนาแบบจำลอง และปลูกพืชเศรษฐกิจต่างที่ผ่านมา ก็คือการนำระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการจัดการข้าวในชุมชนพื้นที่กุลา ก่อให้เกิด GI ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นต้น ที่เรามีศักยภาพอยู่ เราก็ต้องใช้ปฏิบัติการให้ได้ในหลาย ๆ พื้นที่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีทั้ง ดินดี น้ำดี หรือดินไม่ดี น้ำก็ไม่ดีอีก วันนี้เราก็ต้องใช้วิธีการเป็นข้อมูลในการปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช ในเรื่องของ agree map ซึ่งก็ได้วางไว้จากเครือข่ายดาวเทียม จากข้อมูลน้ำ ข้อมูลดินช่วยกันไปขับเคลื่อนดูด้วย พื้นที่ไหนควรจะปลูกอะไร แต่เป็นสิ่งที่เราต้องการจะลดความเสียหายลดในเรื่องปัญหาของเกษตรกรของเราลงไป ถ้าปลูกแล้วน้ำท่วม ฝนแล้งอย่างไม้คุ้มค่า อย่างเช่นที่ผ่านมาในหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ พื้นที่ ในเรื่องยุทธศาสตร์ที่ 6 การปรับสมดุล ยุทธศาสตร์ข้อสุดท้ายแล้วข้อ 6 ในด้านการปรับสมดุลและพัฒนาการบริหารภาครัฐ ให้เข้าใจความต้องการและยกระดับความเข้าใจของประชาชน อันนี้คือเป็นเป้าหมายหนึ่งที่สำคัญของรัฐบาล การให้บริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงในการทำงานของภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น ดังที่เราบอกไว้แล้ว ถ้าเราขับเคลื่อนคนเดียวก็ไม่ใช่ เราคิดให้อย่างเดียวก็ไม่ใช่อีก ในพื้นที่ไปด้วย ทั้งภาครัฐ เอกชน ธุรกิจเอกชน ประชาสังคม ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องคุยกัน และหาทางปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช่ผู้ประกอบการ รัฐบาลประกอบการอะไรไม่ได้อย่างเดิม รัฐวิสาหกิจบางแห่งเท่านั้นเอง แต่ในส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องการประกอบการในภาคธุรกิจเอกชนทั้งสิ้น เราก็ต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน เราจะทำอย่างไรให้เกิดผลดีไปด้วยกันทุกระดับ เพื่อจะยึดโยงมูลค่าของเรา ยึดโยงให้ได้ อันนี้ฝากบรรดาธุรกิจเอกชน ช่วยกันกันขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก จะดีขึ้นรัฐบาลก็จะอำนวยความสะดวกตรงนี้ในการบริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานภาครัฐให้ดียิ่งขึ้น ภาครัฐ 20 กระทรวง ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อจะนำไปใช้งานได้จริง ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้การบริการประชาชน ประชาชนได้รู้ว่าจะไปที่ไหน ทำอย่างไร ก็เปิดตรงนี้ออกมา จะมี big data เราจะได้รู้ว่าลดภาระ ลดเวลา ลดอะไรไป อันที่ ๒ ก็คือในเรื่องของเพื่อการบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้วยกัน หรืออันที่ ๓ ภาคเอกชน ภาคเอกชนจะได้รับรู้จากตรงนี้ว่า แต่ละคนมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไร ต้องทำอย่างไร ก็จะติด ๆ ขัด ๆ เหมือนเดิม ต้องใช้เวลามากมาพอสมควรในเรื่องนี้ เพราะเรามีถึง 20 กระทรวง ในเรื่องของการจัดทำ Big data ของแต่ละหน่วยงาน มี big data ของเรา ในส่วนที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงก็ต้องเก็บไว้ที่กระทรวง เรื่องความมั่นคงต้องแยกอีกส่วนหนึ่งเพื่อที่จะบูรณาการ โดยขณะนี้กระทรวงดิจิทัลก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ผมเร่งรัดมาตลอดนะครับ อันที่ 1 Big data หน่วยงาน อันที่ 2 ศูนย์ข้อมูลอันที่ 3 cloud service บริการฝากข้อมูลเรื่องกำลังคน ทั้ง 4 กลุ่ม ได้มีการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์ และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสถาบันแห่งแรกของประเทศ เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ อันนี้ฝากเด็กนักเรียน นิสิตนักศึกษา เราต้องการบุคลากรประเภทนี้จำนวนมาก Big data data เรียนพวกนี้ยาก แต่ก็มีงานทำและสอดคล้องกับอนาคตด้วย ทั้งนี้เพื่อจะรองรับการให้บริการด้านบุคลากร และการวิเคราะห์ข้อมูลใหญ่ ๆ ของภาครัฐ ประกอบการตัดสินได้พัฒนาระบบคลาวด์กลางของภาครัฐหรือที่เรียกว่า GDCC เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับหน่วยงานภาครัฐ และใช้ประโยชน์ big data ให้บูรณาการข้ามหน่วยงานได้ ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องทำเป็นแท่งกระทรวงใครกระทรวงมันกว่าจะเสร็จ ช้า เพราะฉะนั้นก็บูรณาการก็สามารถจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ติดหลายกระทรวงอันนี้คือการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ในเรื่องของแผนเงิน แผนงบประมาณทุกอย่างต้องทำไปพร้อมกันด้วย เราจะใช้ดิจิทัลมาเสริมได้เป็นจำนวนมาก ลดการลงทุนซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐได้ สิ่งสุดท้ายก็คือท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ท่านทราบดีอยู่แล้วประเทศไทยในฐานะประธานและเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน ผู้นำอาเซียน อาเซียน Summit ครั้งที่ 34 ผู้นำทุกประเทศเห็นพ้องในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อจะเพิ่ม GDP 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2568 จะเห็นได้ว่าต้องใช้เวลามากพอสมควร ไม่ใช่ทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้ได้ บางอย่างไม่ได้ครับ ต้องเสริมทีละเรื่อย ๆ เพิ่มทีละ จนกระทั่ง 50,000 หรือ 100,000 ถ้าทำได้เร็ว พัฒนาได้เร็ว ปรับปรุงเราได้เร็ว ใช้ดิจิทัลมาเสริมจะเร็วขึ้นกว่านี้ เรามีโอกาสอีกเยอะ ถ้าเราสามารถดำเนินได้ เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกห่วงของระบบเศรษฐกิจ เพื่อจะลดช่องว่างของการพัฒนา แล้วประเทศไทยก็จะใช้โครงการ EEC เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงอะไรก็ตามมา เหนือ ใต้ ตก ออก ผ่านประเทศไทยทั้งสิ้น เราต้องใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางให้ได้ พร้อมกับมิตรประเทศของเรา เพื่อนประเทศของเรา หรือเชื่อมโยงเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นเราต้องเอาพวกนี้มาดูด้วย แต่เราต้องเอาทุกเส้นทางของโลกใบนี้มาดู แล้วประเทศไทยจะอยู่ตรงไหน เพื่อนของเราอยู่ตรงไหน อาเซียนเราจะอยู่ตรงไหน เราต้องไปด้วยกันทั้ง 10 ประเทศ ต้องช่วยกันทั้งหมด ทะเลาะไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องแสวงหาความร่วมมือกับเอกชนที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G เทคโนโลยีเพื่อมาลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยในเขตเศรษฐกิจดังกล่าว EEC เรามี Digital Park Thailand เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาดิจิทัลของอาเซียน ที่เรียกว่า Digital hub ร่วมกับบรรดาเพื่อนประเทศ รวมทั้งมุ่งเน้นการใช้ดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ผลักดันให้อาเซียนด้านอิเล็กทรอนิกส์ จัดทำเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สอดคล้องกัน รวมทั้งการเชื่อมโยงทางการค้าของอาเซียน เร่งให้อาเซียนดำเนินการทดสอบใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบอาเซียน single window นอกจากนี้ผู้นำทุกประเทศเห็นพ้องต้องกัน ในการร่วมมือกันเดินหน้าในการส่งเสริมทางไซเบอร์สมาชิกอาเซียน จะได้รับประโยชน์ในการจัดตั้งศูนย์ในประเทศไทย การพัฒนาบุคลากร ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของอาเซียนของภูมิภาค ในการรับมือกับไซเบอร์อาเซียนมั่นคงขึ้นในอนาคต ผมคงมีเรื่องกล่าวเพียงเท่านี้ วันนี้จริง ๆ แล้วอาจจะยาวไปสักนิดหนึ่ง แต่ผมต้องการให้คนไทยทุกระดับ ทุกอาชีพจะได้รู้ว่ารัฐบาลมุ่งหวังอย่างเต็มที่ ในการที่จะเดินหน้าประเทศไทยไปข้างหน้า พร้อมกับเพื่อนของเรา มิตรของเรา เราจะขัดแย้งกับใครไม่ได้ทั้งสิ้น และปัญหาของใครของมัน ของเราคือของเรา ต่างคนต่างเคารพกฎหมายซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหลาย ๆ อย่าง เสี่ยง มีความอ่อนไหวมากในโลกปัจจุบัน ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีและในส่วนของดิจิทัลนี้ด้วย ต้องระมัดระวัง การพูดจาอะไรต่าง ๆ ก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด ผมคิดว่าเราจัด ASEAN Connectivity ให้สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยได้รับบทบาทประธานอาเซียนกว่าเราจะได้เป็นอีกครั้ง ก็อีก 10 ปีข้างหน้า เรื่องอาเซียนและครั้งนี้เป็นการประชุมตั้งแต่วันที่ 2 เป็นต้นไป 3 - 4 วันการประชุม ไม่ใช่ 10 ประเทศแล้ว บวกอีกหลายประเทศ บวก 6 บวก 3 อะไรต่าง ๆ มีถี่ยิบเลย 3 - 4 วัน ก็จะได้หารือกันทุกเรื่อง ทุกมิติ เพื่อจะสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกันในกลุ่มประเทศอาเซียนจะทำให้การเจริญเติบโตของภูมิภาคอาเซียนได้เติบโต เพิ่มโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วม ใช้ประโยชน์ เข้าถึงให้ได้อย่างมากมาย ในโอกาสนี้ ผมขอให้เราทุกคนช่วยกันมองไปในอนาคต ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าเราต้องมองไปข้างหน้า จะต้องมีสายตาที่มองไปข้างหน้าอีกอันด้วย ถ้าเรามองรอบตัวมีปัญหา มองไปข้างหน้าและดูรอบตัวจะแก้ปัญหาตรงไหน แล้วก็นำพาประเทศ นำพาตนเองไปข้างหน้า เป้าหมายที่ทุกคนต้องการ ความอยู่ดีมีสุข คุณภาพชีวิตที่ดี ได้ปรับตัวเองอะไรไปบ้างหรือยัง รัฐบาลจะเสริมให้ ตรงนี้จะแก้ปัญหาของตัวเองได้ รัฐบาลก็แก้ไม่ได้ ต้องแก้ไปด้วยกัน ขอให้มองไปข้างหน้า และกลุ่มประเทศอาเซียน และนอกกลุ่มอาเซียนด้วย ทั้ง EU ประเทศมหาอำนาจ อะไรก็แล้วแต่ ต้องใช้โอกาสพูดคุยด้วยความเข้าใจ เพื่อจะสร้างโอกาสทางเทคโนโลยี ในการสร้างสรรค์ภูมิภาคของเราให้มากที่สุด และต่อเนื่องให้เข้าถึงทุกกลุ่ม ทุกกิจกรรม เราจะต้องร่วมกันทำงาน ก้าวไปสู่การเติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน สวัสดีครับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ (พิธีกร) ขอเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ต่อบนเวที เพื่อทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการครับ และเมื่อสักครู่ ปาฐกถาพิเศษ โดยท่านนายกรัฐมนตรี เป็นมหกรรมดิจิทัลที่ใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ และทุกท่านทราบดี เกิดขึ้นจากความสำเร็จของการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา ซึ่งเราก็ได้สร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนทุก ภาคส่วน รวมถึงพันธมิตรต่าง ๆ ทั้งในและด้านต่างประเทศ ทำให้การกลับมาในครั้งนี้ เป็นปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ลำดับนี้ขอนำเข้าสู่ช่วงพิธีเปิดครับ กระผมขอเรียนเชิญ คณะรัฐมนตรีและคณะผู้จัดงาน ท่านนายกรัฐมนตรีบนเวที กราบเรียนเชิญครับ และในอีกสักครู่เราจะทำการนับถอยหลัง เพื่อเปิดงาน [ภาษาต่างประเทศ] โอกาสนี้ผมขออนุญาตนับถอยหลังครับ 5 4 3 2 1 [เสียงดนตรี] และนี่คือภาพความยิ่งใหญ่ของการเปิดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ขอเสียงปรบมืออีกครั้งครับ [เสียงปรบมือ] และในลำดับต่อไปเราจะนำเข้าสู่บรรยากาศของการถ่ายภาพเป็นที่ระลึกครับ การกลับมาอีกครั้งของสำหรับ Digital Thailand Big Bang 2019 ภายใต้แนวคิด ASEAN Connectivity ครับ เรียนเชิญท่านคณะรัฐมนตรี กราบเรียนเชิญครับ เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สอดรับกับประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน ให้ประชาชนคนไทยใกล้ชิดกับเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้นครับ ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนได้เลยครับ ขอขอบพระคุณท่านคณะรัฐมนตรีและคณะทูตานุทูตครับ ลำดับต่อไปขอนำเข้าสู่ภาพต่อไป สำหรับภาพต่อไปผมขอเรียนเชิญคณะผู้บริหารและผู้สนับสนุนให้เกียรติขึ้นถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบนเวที ขอเรียนเชิญครับ สำหรับงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ในครั้งนี้ก็จัดขึ้นต่อเนื่อง 4 วันเต็ม นับตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม ณ ศูนย์ประชุมไบเทคครับ [เสียงดนตรี] ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อเป็นสักขีพยานข้อตกลงความร่วมมือด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมครับ ลำดับแรก บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง Web Summit กับ depa [ภาษาต่างประเทศ] ลำดับต่อไปบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง Migosoft (Thailand) Limited กับ depa ขอเรียนเชิญ นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด ขอบพระคุณครับ ลำดับต่อไป บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง Ananda Development Public Company Limited กับ Depa คุณชานนท์ เรืองกฤตยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ขอขอบพระคุณครับ ขอเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีอยู่ต่อกับเราบนเวที ขอขอบพระคุณท่านดอกเตอร์ณัฐพล ผู้อำนวยการพัฒนาส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ลำดับต่อไป บันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนา platform หลัก และร่วมขับเคลื่อนระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และกระทรวงสาธารณสุข ขอเรียนเชิญพันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ครับ ขอบพระคุณมากครับ ลำดับนี้ถือว่าเสร็จสิ้น ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต และคณะผู้บริหารทุก ๆ ท่าน เป็นอย่างสูง รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงขอเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีและคณะเดินเยี่ยมชมนิทรรศการงานของเราจัดขึ้นถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ครับ กิจกรรมช่วงพิธีเปิดสิ้นสุดเพียงเท่านี้ แต่ว่ากิจกรรมยังเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากนี้ พลาดไม่ได้เสียทีเดียวสำหรับกิจกรรมเสวนา ตลอดทั้ง 4 วันเต็มของการจัดงานครับ ลำดับนี้ขอประชาสัมพันธ์ เรื่องการรับประทานอาหารกลางวัน เราจัดเตรียมห้องอาหารฟาร์เรนไฮส์ 300 ที่ เข็มกลัดแม่เหล็ก ผู้บริหารหน่วยงานระหว่างประเทศ speaker เป็น sponsor เฉพาะป้ายสีทองเท่านั้น ฟาร์เรนไฮส์ ส่วนที่ห้องอาหารจำนวน 500 ที่ ขอเรียนเชิญสปอนเซอร์แพ็คเกจป้าย V media สมาคมครับ รวมถึบผพิธีเปิดงานเฉพาะสติ๊กเกอร์สีเหลืองอย่างเดียวครับ ลำดับนี้ถือว่าเสร็จสิ้นทางการ และสวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]