--- title: (บ่าย) งานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity”งานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” subtitle: date: วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) งานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity”งานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” (พิธีกร) สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กลับเข้าสู่บรรยากาศของ Digital Thailand Big Bang 2019 connectivity ณ ขณะนี้เราอยู่กันที่บริเวณ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้เราจะดำเนินกิจกรรมต่อไปในส่วนของ ซึ่งทาง Depa ได้จับมือกับ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สปีกเกอร์จากทุกศาสตร์ทั่วทุกมุมโลก ผมขอเรียนเชิญทุกท่านพร้อมกันได้เลยครับ กิจกรรมในช่วงบ่ายวันนี้จะมีทั้งภาษาไทย และส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษ สำหรับแขกผู้มีเกียรติที่มีความประสงค์อยากใช้เครื่องแปลภาษาท่านสามารถติดต่อรับเครื่องแปลภาษาที่โต๊ะลงทะเบียน กิจกรรมในช่วงบ่ายจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ขอเชิญเตรียมพร้อมกันที่บริเวณด้านหน้าได้เลยครับ ขอบคุณครับ [เสียงดนตรี] (พิธีกร) สวัสดีครับ ขอสวัสดีท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าสู่บรรยากาศของเราในวันนี้ครับ งานของเราจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมครับ หรือ DEPA โดยจัดที่ศูนย์การประชุม ไบเทค ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคมที่จะถึงนี้นะครับ และขณะนี้เราอยู่บริเวณ big bang ซึ่งเราจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องกันไปตั้งแต่วันนี้ ตลอดจนถึงวันที่ 31 ตุลาคมที่จะถึงนี้ กิจกรรมนี้ทาง Depa เดอะเน็กเว็ปจากเนเธอร์แลนด์ ในการที่คัดสรร speaker จากทุกศาสตร์ดิจิทัลจากทั่วทุกมุมโลก พาคนไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลไปพร้อม ๆ กันนะครับ ในโอกาสนี้เพื่อเริ่มต้นงานช่วงบ่ายอย่างเป็นทางการ ผมขอเรียนเชิญท่านผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ขึ้นกล่าวบรรยายเปิดงานในครั้งนี้ครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ครับ (ดร.ณัฐพล) ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกคนนะครับ สำหรับการจัดงาน Digital Thailand big bang ต้องเรียนสื่อมวลชนว่าจากการจัดงานครั้งนี้ มีจากเนเธอร์แลนด์มาในงานของเราครั้งนี้ แล้วก็มีสปีกเกอร์เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ผมอยากนำเรียนว่าเป็นการประกาศก้าวประเทศไทยเป็น hub ของอาเซียนทางด้านดิจิทัลจริง ๆ เกิดขึ้นครั้งนี้คงไม่เฉพาะคนไทยอย่างเดียว คงจะเกี่ยวกับอาเซียนด้วย โอกาสนี้ถือโอกาสพูด ASEAN Digital Hub จริง ๆ แล้วทางสำนักงานส่งเสริมฯ เราทำอะไรบ้าง จริง ๆ แล้วหลาย ๆ คนคงทราบแล้วว่าเราทำเรื่องของ digital ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เราพยายามขับเคลื่อน ตัว IOT หรือสถาบัน เราพยายามขับเคลื่อนให้สถาบันนี้หรือตัว valley คล้าย ๆ กับ แต่ทำไม่สำเร็จแน่นอนถ้าหากขาดผู้สนับสนุนทำงานในประเทศไทย วันนี้ผมจะนำเรียนในระยะเวลาอันสั้น 15 นาที หลังจากนี้ จะเห็นว่ารัฐบาลเองโยนโจทย์หนึ่งเข้ามาในประเทศไทยว่าอยากจะเป็นตัว ASEAN Digital Hub การเป็น ASEAN Digital Hub เรียกว่า EEC ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้ มีพื้นที่ที่รัฐมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ประมาณสัก 800 ไร่ เราก็บอกว่าถ้าจะเอาพื้นที่ 800 ไร่ มาพัฒนาให้กลายเป็น hub ของอาเซียนคงยาก กลายเป็น hub ของกลุ่มหนึ่งที่มาทำงานได้ ก็จะมีวัตถุประสงค์การทำงานที่ชัดเจน รัฐบาลบอกว่าพื้นที่ 800 ไร่ จะทำให้กลายเป็น Hub ของอาเซียนนี้ Sector เป้าหมายในเมืองไทยกลับมาดู ในอดีตตั้งแต่พัฒนามาที่เรียกว่า 1.0 2.0 3.0 หรือ 4.0 ตามนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่เอามาจากฝรั่งเยอรมณีญี่ปุ่นเองกำลังเข้าสู่โซเชี่ยล 5.0 ก็ตาม เราต้องวาง positioning สู่ภาคการผลิตเดิมที่เป็นภาคอุตสาหกรรมหนัก และการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาสู่ยุคดิจิทัลเรามี 5 sector หลัก 1. เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราเองว่าอุตสาสหกรรมากการพัฒนาแบบดั้งเดิมมาเป็นก็คือการพัฒนา software ที่มีคุณภาพสูงไม่ใช่พวก web service หรือการทำ e-Commerce 2. การออกแบบในตัวที่เรียกว่า Smart Device อุปกรณ์อัจฉริยะ วันนี้เดินตามบูธต่าง ๆ ถ้าเมืองไทยไม่ชิปตัวเราเองไปสู่ผู้ผลิตตัว smart เราจะ Move ไปสู่ Next ได้ยากมาก กลุ่มที่ ๓ ที่เรียกว่า sector telecommunication กลุ่ม operator มาทั้งหมดเลยในประเทศไทย มีองค์ประกอบและมี supply ถ้าเราสามารถที่จะเป็น Hub ได้เราต้องเป็นผู้ผลิตด้านนี้ได้เช่นกัน ตัวที่ ๔ digital service เรามีเรื่องของ Startup อยู่ ที่เราเห็น ๆ ก็คือฟินเทค หรือที่เราเห็น ๆ ก็คือ เฮลท์เทค เรื่องของเฮลท์เทค สิ่งที่เรามี เกษตร ผลิต เกษตร ผลิต และการท่องเที่ยว หรือการค้านั่นเอง เราจะกลายเป็น hub ของภูมิภาคได้คงยากเพราะมี Hub อยู่ที่สิงคโปร์ ตัวสุดท้ายเรียกว่า digital content อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเท้นท์มาด้วย และล่าสุดที่เราใส่เข้าไปก็คือตัว data หรือ big data ทั้งหมด 5 Sector นั้นจะอยู่ที่ไหนครับ รัฐบาลให้มาพื้นที่ 800 ไร่ แต่มีคนใช้อยู่แล้วที่ชลบุรี 200 ไร่ เหลืออยู่ประมาณสัก 500 ไร่บอกโยนให้ดีป้าว่าช่วย Promote ให้ กลายเป็น Hub ของอาเซียนได้ไหม เราแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเราทำเองในพื้นที่บน slide อีกส่วนหนึ่งประมาณ 500 กว่าไร่ เราให้เอกชนเข้ามา jump หรือกระโดดเข้ามาลงทุนเรียกว่า PPP30 ไร่ เราจะแปลงจากการทำงานเชิง economic เป็น Thailand Digital Valley จะกลายเป็น production base ของ 5 sector ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ทำตัวชิพจากฮาร์ดดิสไดร์เข้าสู่สมาร์ทดีไวซ์การวาง positioning หรือนิวเวฟนี่คือกลุ่มที่เราพยายามเดินเข้าไปคุย เข้ามาช่วยพัฒนากลุ่มเหล่านี้ให้เป็น hub เราพยายามคุยตั้งแต่ตัว Smart city Platform คนที่ทำเรื่องระบบนิเวศวิทยา หรือ economy system คุยเรื่องของคนที่จะทำเกี่ยวกับ IOT และสิ่งทั้งหมดนี้ของประเทศไทย และท่านเห็นว่าท่านเดินอยู่ในบูธต่าง ๆ ในงานเดินฝั่งนั้น เข้ามาหน่อยหนึ่ง ท่านก็จะเห็น operator ตัว Startup แล้วอีกกลุ่มหนึ่งหรือกลุ่มบริษัทซอฟแวร์จับมือรวมพลังกันได้จริง ๆ ผมเชื่อว่าประเทศไทยสามารถเป็น hub เหล่านี้ได้ แต่สิ่งที่เราจะทำสิ่งเหล่านั้นคำถามแล้วประเทศไทยจะเตรียมอินฟราอะไร เขาบอกว่า ถ้าอย่างนี้ depa หรือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลพื้นที่หนึ่งที่ availability หมายความว่าพื้นที่นี้น่าจะเป็นพื้นที่ที่ฟรีสำหรับคนที่จะมาลงทุน ถ้าจะทำอย่างนั้นผมคนเดียวทำไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นวิธีการทำต้องดึงภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมงาน วันนี้ภาครัฐดึงภาคการศึกษาเข้ามาในวันนี้ เหตุผลจะพูดให้ฟังว่าทำไมดึงมาทำงานร่วมกันถ้าเราทำได้ ต้องมีระบบที่สร้างโอกาสให้กับเขาในกับการทำงาน ระบบที่สร้างโอกาสเขาในการทำงานไม่ใช่พื้นที่แซนบอกซ์ที่เขาสามารถทดลองทดสอบใหม่ ๆ ได้อย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบนิเวศให้มีตลาดได้ด้วย เดี๋ยวผมจะเล่าให้ท่านฟังว่าประเทศไทยเรามีตลาดได้อย่างไร สุดท้ายการออกแบบตัวสินค้าเป็นตัวสำคัญทำไม เพราะเมืองไทยสมัยก่อนเป็นผู้รับจ้างผลิตที่เรียกว่า OEM เราพูดตั้งแต่ 2543 จนมาถึงจนกระทั่งถึงปี 2545 แตกเหมือนกับ Big bang คือแตกเหมือนกับที่เรียกว่า ปี 2562 เราแตะอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง Big Bang ต้องพูดว่าเศรษฐกิจไทย drive โดย ED ที่มี contribution เกือบ 20 ปี วันนี้เราต้อง change อีกรอบหนึ่งของเทคโนโลยีที่ผมนำเรียนท่านทั้งหมด ถ้าเราจะเปลี่ยนต้องมีการทำ high value จริง ๆ ครั้งหนึ่งเคยไปเกาะทางใต้ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านเราในกลุ่มอาเซียน วันนี้มาโชว์ด้วยเป็นไอร์แลนด์สำหรับครีเอท 2 ฝั่ง จับเป็นซอฟแวร์ 2 ฝั่งนี้ เขาจับ 2 กลุ่มนี้มาเข้าด้วยกัน แล้วออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเสนอเข้าสู่การผลิตแล้วก็ Production Base สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดในประเทศไทย มีโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นฐานการผลิตค่อนข้างเยอะ แต่เราไม่ทำตัวแล้วก็ซอฟต์แวร์เหล่านั้น เขาก็บอกว่าเมืองไทยยังไม่มีระบบ Eco System เพียงพอ เหมือนตบหน้าเราน้อย ๆ เดินไปอีก แล้วเด็กเหล่านี้ที่มาทำในประเทศของเขาคือใคร ไม่ใช่คนในประเทศของเขา แต่กลับเป็นคนประเทศอื่นที่มาทำงานร่วมกันออกแบบตัวผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ถ้าเราสร้างเหล่านี้ได้ก็กินตลาดไปครึ่งหนึ่งในการสร้างอุตสาหกรรมอนาคตเราก็บอกว่า ถ้าเราจะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิด พื้นที่ที่อยู่ในดิจิทัล ทั้งหมดที่จะรอการลงทุนของภาคเอกชน ขอสัก 30 ไร่ มาสร้างให้กลายเป็นพื้นที่ที่เป็นแซนด์บอกซ์ให้ startup ไทย ฝั่งผลิตซื้อสินค้าจากการออกแบบผลิตภัณฑ์เหล่านั้น จะกลายเป็นตึกร้างว่างเปล่าแน่นอน เราต้องชวนคนอีกกลุ่มหนึ่ง ลากเท็กเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่คงไม่ลงทุนเป็นอุตสาหกรรมการผลิต เป็นโรงงานอุตสาหกรรมในการผลิตในการได้ไปซึ่งนวัตกรรมใหม่ของเขา หรือลงทุนมาเพื่อเอา platform ทำงานเพื่อหา solution แล้วขยาย scale ตลาดในประเทศไทยหรือกลุ่มอาเซียน จะเห็นว่าพื้นที่นี้ที่เรียกว่า digital valley ประมาณเกือบ 1 แสนตารางเมตร หมายความว่าพื้นที่ทั้งหมด create เริ่มการก่อสร้างแล้วในปีนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 ก็หลังจากนี้ไปเราจะมีเส้นทางใหม่สำหรับการสร้างอนาคตใหม่ ความจริงพื้นที่นี้ คือพื้นที่ที่จะทำให้เหล่าบรรดา startup ที่เราพูดกัน เข้าไปรังสรรค์นวัตกรรม แต่ 5 อุตสาหกรรมนั้นอย่าลืมว่ามีเฉพาะ service การวาง Position ครั้งนี้ทำให้เมืองไทยมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัว AI หรือแม้จะเป็นตัวที่เกิดขึ้นจากตัวเทคโนโลยีที่เกี่ยวขึ้นจากการเรียนรู้ผ่านไปจีแอพพลิเคชั่น 6G application ในการวิจัยอยู่ พื้นที่นี้ถ้าเราสร้างสำเร็จ คำถามบอกว่าแล้วเราจะมีใครไปอยู่ไปอยู่คำถามผมเมื่อสักครู่นี้ ก็คือเราต้องสร้างรุ่นใหม่ไม่ใช่ให้เข้ามาพิชชิ่งตรงนี้ ได้รับเงินแล้วกลับบ้านแต่เราพยายามสร้างทั้งระบบ eco system ให้เขาเห็นว่า startup เหล่านี้มาอยู่ที่นี่ คุณสามารถใช้โอกาสในการลงทุนประเทศไทยเกิดการขยายธุรกิจเรียกว่า scale ธุรกิจได้ 2. เราพยายามจะออกแบบนวัตกรรมที่เป็น lab ที่เกิดจากการลงทุนมาเห็นทางขวามือ เราก็คุยเรื่อง AI Platform เราคุยกับหัวเหว่ย บริษัทชั้นนำมาอยู่ถ้าคุณเอา platform มาอยู่ที่นี่ จะช่วยให้ของคุณถูกขยายและมีคนเอา การทำการตลาด คำถามของเขาคือถ้าจะมาลงทุนในไทย แล้ว startup create platform ใหม่ให้กับประเทศไทย แล้วตลาดอยู่ไหน ตลาดอยู่ในการที่พยายามจะสร้างตลาดให้เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนโครงการ Smart city เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านพูดถึงโครงการเมืองอัจฉริยะ แต่ในตัวผมเองผมใช้เมืองอัจฉริยะเหล่านี้เป็นพื้นที่ในการทดลองตลาด และขยายตลาดของกลุ่มบรรดาดิจิทัลเหล่านั้นผมยก Case ตัวหนึ่งให้ท่านฟัง เช่น มี Startup ออกแบบตัวในพื้นที่แหลมฉบัง ติดปัญหาเรื่องของกฎระเบียบข้อกฎหมาย ติดปัญหาในเรื่องของการใช้ platform เทคโนโลยี Development เราจับเข้ามาเอ็กซเรติง program ในบริษัทนี้ โดยการร่วมลงทุนที่โซล์ปัญหาที่เกิดจากกฎหมาย ที่เป็นข้อจำกัดเหล่านั้น เป็นสิ่งที่เขาจะพัฒนาตัวเขาเอง โดยมีลาสเท็กซ์คอมพานีทางด้านเทคโนโลยี ถ้าองค์ประกอบนี้เกิดขึ้นที่เป็น hardware development ได้จับมือกันทำงานบวกกับคนที่เป็นที่คอย Support ทางด้านเทคโนโลยีปัญหาเท็กเดิมที่ไม่สามารถแก้ปัญหา แล้วเราขยายโอกาสที่เรียกว่า Smart city อย่างนี้เกิด เขามีโอกาสทางการตลาด คำถามนั้นก็คือว่าไม่มีใครในโลกนี้ หรือไม่มีใครทำธุรกิจขึ้นมาแล้วไม่หาผลทางกำไรอย่างแน่นอน สิ่งเหล่านี้คือการวาง positioning โดยการสร้างตลาดให้กับบรรดาพวก Startup ของประเทศไทย ซึ่งเป็นของประเทศไทยตัวอย่างที่ ๒ ถ้าท่านเห็นเดินในห้องต่าง ๆ จะเห็นตัว Application ที่เกี่ยวกับเฟสคอกนิชั่นทำที่พัทยา และบางแสน เมื่อเช้ามีรัฐมนตรีมาด้วย จับกล้อง CCTV ตามปกติที่อยู่ในเอ็กซิบิเตอร์วันนี้มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลกับอาชญากรรมของประเทศไทยเราต้องเปิดทะลุทะลวงของกฎหมาย เพื่อจับดีแทคหน้าของคนที่เป็นอาชญากรเอา Application เหล่านั้นไปขายให้กับร้านค้า จะเป็นธุรกิจรีเทลตามชายหาดดีแทคได้ก็เป็นการเตือนภัยของคนในพื้นที่ นี่คือการพัฒนา solution ที่เกิดขึ้น โดยเราเอื้อตลาดให้เกิดในพื้นที่นั่นเอง ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดระบบนิเวศถึงเกิดมากกว่าสร้างระบบ startup ไม่มีตลาดอีกส่วนสุดท้ายเราพยายามสร้างตลาดโดยการที่จะพยายามเก็บข้อมูลที่เป็นตัว real time จะ Move เข้าสู่ยุค Big Data แต่ต้องมีการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นตัว real time ข้อมูลที่เรามีทรัพยากรสูงในเรื่องปศุสัตว์ เรื่องเกษตร เป็นต้น การเก็บข้อมูลหมูเพื่อให้หมูเข้าสู่ตลาดที่เหมาะสม 2. เราพยายามส่งเสริมให้ชุมชนมีการอดอบใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้คือการสร้างตลาดเพื่อให้เกิดการขยายตัวถ้าลาสเท็กซ์คอมพานีจะเข้ามาลงทุนในเมืองไทย นิวเวฟไทยในการจดจัดตั้งสุดท้ายเองการจะขับเคลื่อนให้กลายเป็นฮับของอาเซียน มีคำถามอยู่มากมายเสมอว่าคนไทย เราจะ move ไปอย่างไร ถ้าทั้งหมดยังไม่มีกำลังคนเพียงพอ ตัวเลขนี้ สำคัญ เด็กไทยในปัจจุบันจบสาย IT 20,000 คน ถ้าเมื่อสักครู่ผมจะทำให้ดิจิทัลเกิดขึ้น มาลงทุนในไทย เขาบอกว่าเขาไม่ต้องการแค่ 20000 คึน บนหน้า Slide นี้ แต่เขาต้องการตัวเลขนี้ 40000 คน แสดงว่า 20,000 คนเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรม หรือบริษัทขนาดใหญ่ประมาณ 13,000 คน 7,000 คน ไปทำงานอย่างอื่นที่เรียกว่า Digital Startup แต่เขาบอกเขาไม่ต้องการ 13,000 หรือ 20,000 คือ 40,000 มาจากไหน ประมาณ 20000 ที่พยายามเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนตัวเองเข้ามาอุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกว่า Smart Device ประมาณ 9,600 คน หรือ 9,600 อัตราต่อปีแล้วกลุ่มโรบอติกที่มีการทำงานมากขึ้นในเชิงของแมชชีนารี อีกประมาณ 6,200 อันนี้มาจากการสำรวจของโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในประเทศไทยและบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในประเทศไทยว่าเขาต้องการคนกลุ่มนี้ในเรื่องอะไร คนกลุ่มนี้ถ้าเราบอกว่าเราจะเปลี่ยน เราต้องสร้างเพิ่มเติมอีก ซึ่งวันนี้ไม่มีมหาวิทยาลัยไหน หรือไม่มีใครผลิตในส่วนนี้ให้กับประเทศไทย คำถามทำได้อย่างไรเราออก Smart Visa ไปแล้ว ให้นักต่างชาติหรือทาเลนเข้ามาทำงานในเมืองไทย ออก 4 ปี แต่ยังมีการขอเข้าทำงานในเมืองไทยค่อนข้างน้อยอยู่ เราจะทำอย่างนี้ ถ้าเราจะสร้างระบบให้กลายเป็นดิจิทัล แล้วหาคน 27,000 มาฟิตอินเราเอาคนที่จบไอที ต้องช่วยสนับสนุนให้เขาเรียนรู้ที่เรียกว่านิวสกีลใหม่ ใหม่ๆ AI นิว สกิลคือเดด้าเอ็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ITO สิ่งเหล่านี้ป้อนเข้าไปสู่ภาคอุตสาหกรรม หรือป้อนเข้าไปสู่ภาคการศึกษาเดิมที่มีการผลิตเด็กอยู่ 2,000 คน ส่วนอีกอันหนึ่งคือเด็กที่เป็นพวก Non IT จบราชภัฏหรือเรียนราชภัฎการเรียนรู้สิ่งใหม่ สิ่งเหล่านี้ต้องจับมือกันเดิน เวลาผมหมดในเวลา 15 นาที ถ้าเราทำได้สำเร็จเราจะผลิตคนทั้งหมด 40,000 คนได้ ในอนาคต แล้ว 40,000 จะตอบโจทย์ ที่เรียกว่า new wave แล้วก็การศึกษาที่เปลี่ยนไป แล้วเราก็พยายามเปลี่ยนระบบการศึกษา เข้าสู่การศึกษาที่เรียกว่านอกห้องเรียนสุดท้ายปิดท้าย เราทำแบบนี้ ทำโดยให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปลี่ยนตัวเองจากการสอนในห้องเรียนที่เป็นการสอน re skill new skill แล้วเอาเวนเดอร์คนที่ต้องการสิ่งเหล่านี้ที่ต้องการสิ่งเหล่านี้มาแมชชิ่งกับการศึกษา ให้บิทเท็กที่เป็นคนทำวิจัย พัฒนาคือ AI รีเสิร์ช จากการใช้งานก็จะสร้างคนเราทำอย่างนี้ในการที่จะ Up Skill แรงงานไทย สร้างศูนย์เรียนรู้ได้รับ Smart VISA เข้าไปช่วยอัพสกิล ถ้าทั้งหมดทำได้ เราจะเกิดโอกาสที่เป็นพื้นที่ใหม่ที่เป็นแซนด์บ๊อกซ์ เราจะเกิดอุตสาหกรรมใหม่ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกันการลงทุนของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ของประเทศไทย เพียงพอต่อการเปลี่ยนคนที่เรียนในสาขาที่ไม่ตรงเข้าสู่สาขาที่ตรง แล้วเราสามารถ Up skill ของเราได้ ทั้งหมดคือแผนงานที่ทำ ในระยะเวลา 15 นาทีนี้ แล้วก็กราบขอบพระคุณทุกท่านที่เข้าร่วมงานบิ๊กแบงครับ ที่พูดมากว่า 200 คนบนเวทีนี้คงจะเกิดประโยชน์กับทุกท่าน (พิธีกร) ขอบคุณมากครับ ขอขอบพระคุณ ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ จาก Depa ครับ อย่างที่เราทราบว่าดีป้าเองก็เป็นหัวเรือใหญ่ทั้ง 3 ปีที่ผ่านมารวมถึงปีนี้ 2019 ซึ่งก็เป็นมหกรรม นวัตกรรมตะวันออกเฉียงใต้ครับ [ภาษาต่างประเทศ] ในโอกาสนี้ผมขออนุญาตแนะนำท่านวิทยากรท่านต่อไปครับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ในวันนี้ท่านจะบรรยายในหัวข้อ Bring Digital Future to Everyone : Making Changes to Remap Thailand in the Digital World ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ครับ (คุณศุภชัย) สวัสดีครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็นท่าน MC นึกว่าท่านรัฐมนตรีดีอีมาเอง แต่ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับทางกระทรวงดีอี ตลอดจนทางภาครัฐในการจัดงาน Big Bang ไทยแลนด์ ในวันนี้นะครับ ในแง่ของสภาดิจิทัลเอง เราก็มองภาพรวมว่าเราจะสามารถที่จะเชื่อมโยงกับทางภาครัฐแล้วก็ network ในภาคเอกชนอย่างไรในการที่จะตอบโจทย์การขับเคลื่อนดิจิทัล economy ของประเทศ นี่คือโจทย์สำคัญของประเทศเราถ้าเราดูวันนี้ ประเทศไทยเราอยู่อันดับที่ 40 ตกลงไป 1 อันดับ อันนี้คือเมื่อ ซอส ก็คือ IMD ของเนเธอแลน ranking ของเราทางด้านดิจิทัล competitiveness ถ้ามองกลับขึ้นไป ขอสไลด์เมื่อสักครู่สิงคโปร์อยู่อันดับ 2 รองจากอเมริกา ถัดจากสิงคโปร์ คือเกาหลีใต้ซึ่งขยับจาก 14 ปีที่ผ่านมาเป็นอันดับที่ 10 เราจะเห็นว่าผู้เล่นในระดับโลกประเทศจีน อยู่ลำดับที่ 30 ขยับมาอันดับที่ 22 แซงญี่ปุ่นขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เราคิดว่าประเทศเพื่อนบ้านเราแม้ในกรณีของมาเลเซียจาก 27 มาเป็น 26 และฟิลิปปินจาก 56 มาเป็น 55 จริง ๆ แล้วถ้าเราไม่มองตัวเอง ไม่ยอมปรับตัวเองได้เร็วพอ เราอาจจะอยู่ในสถานที่ทั้งฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียมีโอกาสแซงเรา อินโดนีเซีย ผมเพิ่งกลับมา ต้องยอมรับว่าเทคสตาร์ทอัพที่เป็นคอลหลายตัวมาก และความตื่นตัวทางด้านดิจิทัลสูงมากสูงมาก รัฐบาลมีการตัดสินใจที่ค่อนข้างเฉียบขาดแล้วก็รวดเร็ว ในอันดับที่ 40 IMD เบรกดาวน์ ออกมาเป็น 3 ส่วนด้วยกันใหญ่ ๆ ส่วนแรกเราเรียกว่าโนเลจคือองค์ความรู้ เทคโนโลยีเอง และส่วนที่ 3 ก็เรียกว่าฟิวเจอร์เนส โครงสร้างพื้นฐานเราค่อนข้างจะไปได้เร็วพอสมควร เดี๋ยวเราจะเห็นว่าทำไมผมถึงบอกว่าประเทศไทยไปได้เร็วพอสมควรอันนี้ถือว่าเป็นอันดับที่ดีมาก แต่ทางด้าน knowledge ทางด้าน education เมื่อสักครู่นี้ทท่านวิทยากรก่อนหน้านี้ก็ได้พูดถึงเรื่องความพร้อม การ re skill ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ที่จะทำเรื่องนี้ เดี๋ยวเราจะลอถัดไปครับ เราพูดถึง Knowledge นี้ เขามีการพูดถึง talent training education สิ่งที่เราทำได้ดีก็คือทางด้านของผู้วิจัย ทางด้านที่เป็นผู้หญิง อันนี้เป็น agenda อันหนึ่งทางด้านที่เราอาจจะทำได้ไม่ดีหรืออยู่อันดับที่ต่ำ ยกตัวอย่างเช่น ก็ยังถือว่ายังค่อนข้างจะสูง และถัดมาคือ talent เทคโนโลจิคัล สกิล ตัวนี้เป็นตัวให้อยู่ในขั้นที่ต่ำอยู่ตัวฉุดคะแนนของเรา Slide ถัดไปครับ ทางด้านเทคโนโลยี ก็คือเรื่องของกฏหมาย กฎระเบียบ การส่งเสริมของข้อบังคับต่าง ๆ ของทางภาครัฐซึ่งต้องบอกว่าไม่ได้แย่เสียทีเดียวนะครับ อันที่แย่ที่สุดจะเป็นเรื่อง ซึ่งเราก็มีจำนวจ internal property ในประเทศเราค่อนข้างจะน้อย ก็ดูไปแล้วที่เป็นตัวบวกของเราอย่างมาก ๆ ก็คือทางด้าน banking financial ปรับตัว การปรับตัวตรงนี้หมายความว่าอย่างไร จะมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมแล้วก็เศรษฐกิจให้เข้าสู่ digital ได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามในแง่ของ investment เป็นข้อถัดลงมาซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากในการขับเคลื่อน ดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น ของอุตสาหกรรมและของเศรษฐกิจบ้านเรายังถือว่าอยู่ในคะแนนที่ไม่สูง โดยเฉพาะถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เทคโนโลจิทัล เฟรมเวิร์ค จริง ๆ แล้ว สิ่งที่เราทำได้ดี อย่างเช่น เรื่องโมบายบอร์ดแบรนด์หรือว่าเรื่องของ Hitec Export ก็ดี คะแนนภาพรวมไม่ได้แย่จนเกินไปขอ slide ถัดไปครับ ถ้าเราดูในเรื่องของ future ฉุดคะแนนเรา 2 ตัว เมื่อสักครู่นี้จริง ๆ คะแนนเราเพิ่มขึ้นจากปีที่ถัดมา ตัวนี้ตัวฉุดหนัก คือการทำความพร้อมสู่อนาคต มี 3 ด้านด้วยกัน คือข้อนี้เป็นเรื่องใหญ่คำว่าแอดติจูดก็คือเหมือนกับเป็นทัศนคติที่มีการเปิดกว้าง มีการขับเคลื่อนอย่างมีความคล่องตัว มีจินตนาการ ตัวที่ 2 ก็คือบิซินิสอะจิลิตี้ ก็คือองค์กรอย่างพวกเราเอง อุตสาหกรรมว่าเรามีความยืดหยุ่นแค่ไหน หรือว่าเราบริหารแบบไซโล นอกจากไซโลแล้วไม่พอ ไม่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและไม่มีข้อมูลที่ real time เชื่อมโยงกับผู้บริโภคหรือคู่ค้าโดยตรง ทำให้เราไม่สามารถที่จะสร้าง เราเรียกว่าเป็นฮีดแมพของธุรกิจของเราได้ ปรับตัวของเรานี้ยังคงมีความช้าและไม่คล่องตัว อันที่ 3 IT integration อันนี้คะแนนต่ำสุดก็จะเป็นเรื่องของ software privacy ต้องยอมรับว่าอันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าทั่วโลกเขาจะให้คะแนน ซอฟแวร์พาเรนซี่เราจะเห็นว่าประชากรเรา 7,700 ล้านคน เรามีเออร์เบอร์ไนเซชั่นก็คือคนที่ mauve เข้าไปอยู่ในเมืองมีความสะดวก แล้วที่สำคัญคือการที่มีลักษณะของ cluster หรือของเมืองสร้างสรรค์ให้เกิดระบบที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ Innovation ได้ดี ถัดไปก็คือยูนีค mobile มีถึง 5,100 ล้านแล้ว โดยที่เพนเนเทชั่น คือ 67 เปอร์เซ็นต์และยังเติบโตขึ้นในอัตราที่อาจจะอัตราเร่งน้อยลงก็ตาม internet user คนที่ใช้มือถือก็ดี หรือว่าใช้บอร์ดแบรนด์ก็ดี 4,400 ล้านคน เราถึงไม่แปลกใจว่ายักษ์ใหญ่ของโลกที่เป็นดิจิทัล เช่น Google apple ไมโครซอฟ เป็นตลาดที่สามารถสร้างตลาดที่ใหญ่มาก และเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้ง startup ที่เราเรียกว่ายูนิคอนที่เข้ามาเติบโตในตลาดในโลก Internet ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แอคทีฟ โซเซียล มีเดีย User อย่างมากก็ถือว่าเป็นเรื่องของมีเดียสิ่งที่เชฟพฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นสิ่งที่สามารถเข้าไปถึง culture เป็นสิ่งที่สามารถนำไปถึงเรื่องของ transformation education เช่น education หรือการศึกษาเป็นต้นโมบาย โซเชี่ยล มีเดีย User อันนี้กำลังเติบโตตามขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง slide ถัดไปครับ โกลบอล การเติบโตของการบริโภคข้อมูลผมถือว่าทุก ๆ อย่างบน Internet เราเรียกว่าเป็นข้อมูล จริง ๆ แบ่งหลายเรื่อง content service มากมายฟอร์แคสไว้ว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า คือ 2022 จะเติบโตสูงถึง 396 เอ็กซ์ทาไบรท์ ย่าถามผมว่าคืออะไร เขาบอกว่า 10 ยกกำลัง 15เขาบอกว่ายกกำลัง 15 ครับ เพราะฉะนั้นค่อนข้างจะเติบโต ถ้าเรามองภาพว่าปี 17 คือแต่ปี 2022 คือเกือบ 400 โตเกือบ 4 เท่าแล้วผมยังคิดว่าตัวเลขนี้ยัง under estimate ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ consumer ไปแล้วก็จริง แต่ว่า industry หรือ enterprise เพราะฉะนั้นข้อมูลอันมหาศาลที่อยู่บนระบบคลาวด์ ที่อยู่ในระบบ internet ต่าง ๆ ยังจะเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดเลย cloud จึงเป็นอะไรที่เอ็นคอเรจมากหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ขนาดโลก ที่ทำมูลค่าให้เขาจริง ๆ ไม่ได้มาจาก มาจาก e-Commerce แล้วก็ไม่ได้มจากระบบซอฟแวร์ในออฟฟิต การที่เขาขับเคลื่อนตัวเองเข้าสู่คลาวด์เทคโนโลจี เพราะเขารู้ว่า industry แม้ว่าผู้บริโภคหรือ Consumer นี้ transform ไประดับหนึ่งแล้ว แล้วถ้า 5G เกิดขึ้นแม้กระทั่งผู้บริโภคก็ยังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สไลด์ถัดไปครับ อันนี้ก็เป็นอีกภาพหนึ่งซึ่งเป็นภาพเดียวกันแต่ทำให้เราเห็นถึงระดับภูมิภาค เราจะเห็นว่าเอเซียแฟซิฟิก คือที่ที่เราอยู่เป็นตัวขับเคลื่อน digital consumption ของโลก ถ้าจะว่าไปแปแล้วเกือบจะเรียกว่า 40 ถึง 45 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2022 เพราะฉะนั้นมาทั้งในแง่วิกฤติที่ว่าการขับเคลื่อนจะจะรวดเร็ว แล้วก็ competitive มาก แต่ก็มาพร้อมกับโอกปาสเราเองที่เรามีความเข้าใจสูงก็จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แล้วเราจะรักษาในระดับประเทศ หรือในระดับของอุตสาหกรรม หรือในระดับขององค์กรของเราเองไว้ได้อย่างไรอันนี้ก็เป็น indication อันหนึ่ง เพราะว่าถ้าดูอย่างนี้การเติบโตของโมบาย คอนซัมชั่นของประเทศไทยเติบโตถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเขาเติบโต 68 แล้วก็ระดับของการใช้ จิกะบิทต่อผู้ใช้บริการมือถือ ทางด้านข้อมูล เราก็ถือว่าไม่ได้ต่ำมากจริง ๆ แล้วเป็นที่น่าแปลกใจว่าสูงกว่าญี่ปุ่น สูงกว่าออสเตรเลีย สูงกว่าแม้กระทั่งอังกฤษเป็นต้น แต่ที่อยู่ข้างหน้าเราเราจะเห็นเกาหลี จนกระทั่งถึงฟินแลนด์และแน่นอนสิงคโปร์ ถ้าเรามองอุตสาหกรรมหรือ evaluation ทางด้านเกษตร มนุษยชาติเรา หรือว่าระบบเศรษฐกิจของเรา เริ่มจากอุตสาหกรรมเกษตร คือด้านอาหารเราก็จะขยับมาเรื่องของอุตสาหกรรมด้านการผลิต และขยับมาสู่เราเรียกว่ายุคของเศรษฐกิจ 3.0 ก็คือการไหลเวียนของทุน หรือเราจะเรียกว่า capital ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจโลกให้เกิด โกลเบิลไลเซชัน เข้ามาสู่เศรษฐกิจ 4 ที่เป็นหนึ่งเดียวกันของโลกในทุก ๆ มิติ ทำให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่าข้อมูลอันมหาศาล และเข้าสู่ยุคที่เราเรียกว่า AI ยุคของคนหมดหน้าที่ที่จะทำงานในการที่จะเป็นแรงงาน แต่เป็นยุคของ automation เป็นนักของคนที่เป็น inventor เป็นนวัตกร ความสร้างสรรค์แล้วก็เรื่องของการให้บริการกันและกัน อันนี้เป็นยุคของ 4.0 ยุค 4.0 ยังรวมไปถึง ความยั่งยืนใน 3 เทล่าด้วยกันก็คือ เศรษฐกิจ สังคม แล้วก็สิ่งแวดล้อม และมีความเชื่อของคนรุ่นใหม่ ทั้งหมดเลยที่บอกว่าเทคโนโลยีทางด้านดิจิทัลจะเป็นตัวช่วยลด gap ของสังคม ก็คือเรื่องของอีโคโรตี้ หรือความเหลื่อมล้ำ และสามารถที่จะช่วยสร้างนวัตกรรมที่รักษาสิ่งแวดล้อม และถ้าใช้ให้ถูกทางจะช่วยให้สังคมของเรามีระบบความปลอดภัย โปร่งใส เป็นสังคมที่น่าอยู่ แม้กระทั่งการเลือกตั้งในอนาคตของทุกประเทศ ก็จะเกิดขึ้นแบบผ่านมือถือ เป็นต้น อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นยุคของดิจิทัล เป็นการเอ็มพาวเวอร์ให้กับผู้คน การเอาอำนาจกลับไปให้ผู้คน ให้กับสังคมโดยรวม และการขับเคลื่อนแบบโปร่งใสแล้วก็ผมใช้ คำว่า ไม่มีขอบเขต และไม่มีชั้นหรือระดับชั้น หรือว่า layer ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมเศรษฐกิจในบ้านเรา สิ่งที่เป็นสิ่งที่พูดถึงกันมากพูดถึงกันมากในช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมานี้ เราคงได้ยินคำว่า singularity หมายถึงจุดตัดระหว่างความอัจฉริยภาพของมนุษย์ของ artificial intelligence หรือ AI เราเรียกว่า สมองกล ซึ่งจุดตัดอันนี้ จริง ๆ แล้ว เป็นเทอมที่มาจากทางด้านของก็คือในแบลกโฮลนี้มีจุดที่แสงวิ่งเข้าไปและในที่สุดหายไป คือหมายความว่าเป็นจุดที่ไม่ตอบต่อทุกสูตรของฟิสิกส์ จึงมีคนบอกมากมายบอกว่าคือลอฟิสิกส์ทั้งหมดไปหายตรงแบล็กโฮลด์เป็นจุดที่บอกว่า unknown ว่า ในยุคซึ่งจะมีอัจฉริยภาพสูงกว่ามนุษย์ 1 คน เพราะว่ารวบรวมข้อมูลมหาศาล แล้วก็ประเมินอย่างไม่มีบายแอส ประเมินอย่างไม่มีอคติอะไรเลย อันนี้จะเป็นจุดที่เราไม่รู้ว่าแล้วประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมนุษยชาติใน 10 ปี 20 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ถัดไปบางคนก็พูดว่าน่าจะดีมาก ถ้ามนุษย์กับ AI เชื่อมโยงกันได้มนุษย์ก็จะมีศักยภาพขึ้นมามหาศาลหรือว่าอาจจะทดแทนมนุษย์ออกไปจากระบบก็ได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่คนสเปคคูเรทกันครับจะเป็นยุคไหน สมัยไหน ตั้งแต่ 1.0 2.0 มา 3.0 และ 4.0 มนุษย์ก็ยังคงสามารถที่จะนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ในทางบวกจนกระทั่งเรามีความเจริญก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้ แล้วทำให้มนุษยชาตินี้จริง ๆ แล้วโดยส่วนใหญ่มีชีวิตที่ดีตามลำดับของ evaluation ของเทคโนโลยี ถ้าเรามองกลับมาดูอุตสาหกรรมของพวกเราอุตสาหกรรม Transformation ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ สเตจแรก digital เนสสันเราอยู่ในจุดที่ยังเพิ่งเริ่มต้น จุดที่ 2 ดิจิทัลอิมเมอจน คือตรงนี้เริ่มถูก disrupt เริ่มถูก disrupt แล้วโดยดิจิทัลบิซิเนส ส่วนที่ 3 digital in new room ส่วนนี้คือส่วนที่ดิจิทัลบิสซิเนส disrupt เดิมและทดแทนอุตสาหกรรมเดิมที่มีอยู่ธุรกิจเดิมที่มีอยู่ ท่านลองสังเกตดูว่าตอนนี้เราอยู่สเตจไหน media new ทราเวลลิ่ง การเดินทาง เว็บไจแอนท์ เหล่านี้เป็นต้น ส่วนที่อยู่ในสเตจที่ 2 ซึ่งกำลังปรับตัวอยู่ ก็มี banking insurance ออโตโมทีฟ และส่วนที่ 3 ซึ่งกำลังถูกดิสรับซึ่งเพิ่งเริ่มต้นอาจจะช้ากว่าอินเนสทรี่อื่น ก็คือเกษตร consumer packaging ออโตเมชั่น อันนี้ก็กำลังเริ่มต้น แล้วก็ chemical เพราะฉะนั้นทั้ง 3 เมื่อไปถึงสเตจที่ 3 ดิจิทัลเดอะนิวรูม คือดิจิทัลเป็นตัวที่ทดแทนระบบธุรกิจเก่า ใครก็ตามที่ปรับตัวไม่ทัน เขาใช้คำว่า แรคการ์ด มีอะเด็ปบิลิตี้น้อย ก็ไม่สามารถอยู่ได้ ก็จะเป็นเคิฟดาวน์ลงไป เป็น slide ถัดไปครับ เป็น life cycle ครับ ผมขอพูดถึงสภาดิจิทัลเป็นผู้แทนของสภาดิจิทัลมาพูดให้กับทุกท่านได้ฟัง Slide ถัดไปนะครับ สภาดิจิทัลมีสมาชิกอยู่ถึง 89 member ด้วยกัน มีสมาชิกที่เป็นสมาคมมากกว่า 20 สมาคม และมีองค์กรทั้งหมด ภายใต้เครือข่ายมากกว่า 4,000 องค์กร ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล ตั้งแต่ infrastructure ที่สำคัญ 5 มิสชั่นที่สำคัญ ซึ่ง 5 มิสซั่นนี้ผมก็เชื่อว่า อลายกับประเทศอลายและเศรษฐกิจเพื่อสังคม คือ 1 บทบาทคือต้องช่วยในการที่จะเซ็ทอัพสแตนด์ดาสใหม่ อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่าง imd standard ใหม่ แม้กระทั่งเรื่องของการรีสกีล ที่ทำให้เด็กของเราเติบโตขึ้นมาในลักษณะที่เป็นดิจิทัลดิสเท็กซ์มากขึ้น อันที่ 2 เราพูดถึง พีพีพีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของเราขับเคลื่อนดิจิทัลอีโคโนมีได้ช้า เพราะว่าเรา operate เป็นคือนอกจากระหว่างอุตสาหกรรมจะเป็นไซโรแล้วไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตเชื่อมกัน ระหว่างเอกชนกับรัฐก็เป็นไซโล แล้วในรัฐเองก็ยังเป็นไซโล ภาคประชาสังคมก็ยังเป็นไซโล เพราะฉะนั้นบทบาทที่สำคัญในระดับต่อไปคือ public ได้อย่างไร อันนี้เป็นบทบาทที่สำคัญมาก อันนี้ยังสามารถ address ตอบปัญหาหรือว่าตอบโจทย์หรือเป้าหมายของประเทศเราในเรื่องของดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น 4.0 บทบาทอันที่ 3 ดิจิทัลแมนพาวเวอร์อันนี้เป็นในเรื่องตั้งแต่ education เลย หรือว่า e education หรือว่า e-Education รวมไปถึงการสร้างนิวสกิล และรวมถึงรีสกิล คนในระบบอุตสาหกรรม เพื่อให้เราสามารถที่จะมี อทิลิตี้ หรือความสามารถพอในการที่จะปรับตัวมี Mindset หรือว่าแอดติจูดที่เพียงพอในการที่จะปรับตัว อันที่ 4 develop digital economy หมายความว่าอย่างไรครับ เราจะต้องช่วยสนับสนุน อุตสาหกรรมในแต่ละเวอร์ติเคิลให้เกิดธุรกิจให้มี awareness หรือความตื่นรู้ ความเข้าใจในเรื่องของ transformation ได้มากขึ้นและปรับตัวได้ทัน แล้วอันสุดท้ายข้อที่ 5 ก็คือว่าทำอย่างไรเราถึงจะเป็น ดิจิทัลอินโนเวชันฮับทำอย่างไรถึงจะมี skill เพียงพอที่จะช่วยแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลให้กับโลกภายใต้ทั้ง 5 เป้าหมาย วัตถุประสงค์เหล่านี้ เรามีทั้งหมด 12 เราเรียกว่า strategy ในการทรานฟอร์ม 12 ข้อด้วยกัน เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่าง 2 ข้อ 1 ซึ่งผมคิดว่าเราทำได้ดีพอสมควร ผู้เล่นอย่างเช่นดีแทค AIS ก็ดี การสื่อสารองค์การโทรศัพท์ทุก ๆ องค์กรเราเห็นเยอะ หัวเว่ย แซททีอีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยเราสร้าง infrastructure เราก็ยังต้องพูดว่าเรายังอยู่ในฮาร์ตแวร์ระบบเก่าอยู่ ทำอย่างไรเราถึงจะมาระบบใหม่ ถ้าพวกเราได้ยินข่าว US ไซน่าเทรดวอลบีบให้องค์กรใหญ่ ๆ หลายองค์กรจะต้องบริหารความเสี่ยงโดยการย้ายออกจากประเทศจีน ล่าสุดบริษัทฟ๊อกคอน ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดที่ผลิตไอโฟนให้กับ Apple มีพนักงาน 1 ล้านกว่าคน จะย้ายฐานการผลิต 30 เปอร์เซ็นต์ออกจากประเทศจีนไปประเทศเวียดนาม เป็นต้นนะครับ แต่ถ้าถามผมผมคิดว่าประเทศไทยในแถบ EEC ก็น่าจะเหมาะถ้าเรามีความเคลื่อนไหวเร็วพอ แล้วมี one stop service ที่จะไปคุยกับเขา คือเป็นลักษณะของคือเราเดินหน้าไปหาเขา เอาข้อเสนอไปหาเขา ผมเชื่อว่าถ้า 1 บริษัทเมาได้ถึง 200,000 อัตรา อันนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ นะครับ ไม่ได้หมายความว่ามาทดแทน SMEs บ้านเราทำให้ SMEs บ้านเราสามารถปรับตัว อย่างเมนเทรน์หรือความยั่งยืนในระบบ อินดัสทรีอันที่ 3 ก็คือซอฟแวร์ อันที่ 4 ทาเลน คือเรื่องคน คือเรื่องทุน ทุนที่จะไหลเวียนเข้ามา ปีที่ผ่านมาสิงคโปร์ได้รับการลงทุนจากทั่วโลก จากต่างประเทศสูงสุดคือ 60,000 ล้านเหรียญ อันนี้พูดถึงในอาเซียน ถัดมาคืออินโดนีเซียถัดมาคือเวียดนาม 16,000 ล้านเหรียญ แล้วถัดมาจึงจะเป็นประเทศไทย นั่นหมายความว่า เราอาจจะยังไม่มีที่พร้อมที่สุด ที่ดีที่สุด ดึงเอาทุนมาลงทุนในประเทศไทย หรือเราพูดถึง startup อย่างนี้เป็นต้น ในประเทศไทยก็ไปตั้งอยู่ที่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์เป็นต้น เพราะว่าแท็กอินเซนทิวของผู้ลงทุนยังไม่เพียงพอ ดังนั้นผู้ลงทุนก็จะสร้างเงื่อนไขว่าถ้าคุณจะให้ฉันไปลงทุน ขอให้คุณไปตั้งที่โน่นที่นี่ เพราะว่ามี tax incentive สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงกว่าเป็นต้น ความไว้วางใจ เมื่อสักครู่เรามีข้อหนึ่งที่อาจจะทำให้เรามีคะแนนต่ำไพเรซี่ กฎระเบียบต่าง ๆ ด้านกฎหมายว่ามีแล้วมี รีเอ็นฟอสไหม ถ้าทำให้เกิดขึ้นได้ในระดับภูมิภาคประเทศไทยเราจะเป็นฮับได้ PP ผมแตะไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ Innovation and IP เดี๋ยวผมจะพูดถึงนิดหนึ่ง ดิจิทัลลิเทอเรซี รวมถึงด้านการศึกษา policy on conductive การส่งเสริมของทางภาครัฐ อย่างเช่น โครงการ EEC อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ equity ทำอย่างไรให้สังคมสามารถเดินขนานอย่างสมดุลกับการพัฒนาของเทคโนโลยี แน่นอนครับ อันสุดท้ายก็คือเรื่องความยั่งยืน เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจของเราเอง อยากจะยกตัวอย่าง อย่างเรื่องของอินเทอเร็กชัวร์ พับเพอร์ตี้ เราจะเห็นว่าตอนนี้จีนเพิ่งจะแซงญี่ปุ่นขึ้นมา มีแพทเทิร์นที่รีจิสเตอร์ ถึง 53,000 เพิ่มจาก 48,000 ขึ้นมา ญีี่ปุ่นมี 49,000 ประเทศไทยเรามี 105 ถ้าเราจะเทียบประเทศที่ใกล้เคียงในขนาดของเรา เราน่าจะดูเกาหลีใต้ มีประชากร 45 ล้านคน และในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ตัวเองกลายเป็นอีโคโนมีได้สำเร็จ แล้วก็เป็น 1 ในผู้นำของยันเรื่องฮาร์ดแวร์เลย เขามีถึง 17,000 ในปี 2018 เราจะต้องตั้งเป้าหมายอยู่ตรงไหน ผมอยากจะฝากให้ทุกท่านช่วยกัน คิดว่าในเรื่องของ pattern ในเรื่องของ IP อินเทอร์เร็ก พร็อพเพอร์ตี้ เพราะว่าการตั้งเป้าจะมากระตุ้นว่า แล้วเราลงทุนอย่างไรเราควรจะต้องอินเวสในเรื่องของรีเซิร์ทแอนด์ดิวิลอปเม้นท์อย่างไร เราควรจะต้องมีบุคลากรในการที่จะของแต่ละบริษัทหรือระดับมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง อันนี้เป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่ง ถัดไปครับ เรื่องของ re skill อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดิจิทัลขึ้นมาได้หลาย ๆ สถาบันในประเทศไทย และเชื่อมโยงเป็นระบบ online ทางด้านของดิจิทัลอีโคโนมี และมี certificate ด้วยจากทั่วโลก อันนี้จะช่วยให้เรา Re Skill หรือสร้าง Skill ได้มาก เราอย่าเพิ่งหมดหวัง ผมเรียนว่าเมื่อไม่นานมานี้เอง ผมก็ได้เอาเด็กรุ่นใหม่มาติดตามผล ผมก็ให้แต่ละหน่วยงานเขาเลือกขึ้นมา ปรากฏว่าหน่วยงานทางด้านอิเรติกส์ ส่งเด็กคนหนึ่งขึ้นมา ผมเข้าใจว่าเขาคงเป็นดาต้าไซโอจีสต์ น้องคนนี้อายุ 24 นะครับ เป็น top performer ถามว่าน้องจบอะไรมา น้องบอกจบเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์หน่วยงานทางด้านดาต้าอนาลิติกส์ได้อย่างไร ไม่มีงานทำ ดังนั้นผมก็เลยเรียน Online คอร์ส 6 เดือน เป็น Online คอร์สของต่างประเทศ 6 เดือน แล้วก็มาสมัครงานเลย หลังจากสมัครงานไปอีกประมาณ 9 เดือน ผมก็เลยได้กลายเป็น top data ผมกำลังบอกว่าการสร้าง New Skill หรือการ Re Skill หรือว่าการรีสกิลสำหรับเด็กรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องมาก สำหรับรุ่นผมนี้อาจจะยากหน่อย แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ว่าเราทำอย่างไรให้เกิดเราเรียกว่าอะแวอะบิลิตี้ ทำให้เขาเข้าถึงได้ และต้องให้ incentive เพราะว่าบางทีเด็กบางคนเขากระตือรือล้นด้วยตนเอง เช่น ถ้าเข้าคอร์สนี้ได้ certificate แบบนี้เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นกี่พันหรือกี่หมื่น แล้วรัฐบาลจะให้ TAX ในการที่จะให้ incentive ตรงนี้กับเด็กรุ่นใหม่อย่างไรเป็นต้น อันนี้ก็๋เป็นแค่ตัวอย่างอันหนึ่ง Slide นี้เราพูดถึถ้าเราพูดว่า data analytic ผมจะยกตัวอย่างในวงกลมสีส้มก็คือ business skill สีเหลืองก็คือ เทคโนโลยีสกิล สีฟ้าก็คือ analytic skill แต่ว่าแต่ละด้านยัง over lab กัน ทำให้เกิด skill ยูนิแล้วก็ใหม่ แล้วก็สามารถที่จะ transform องค์กรได้จริง ถ้าเราแยกแต่ละสี อยู่ระหว่างกันโดยไม่สร้าง โอเวอร์แลปปิ้ง เราจะเห็นว่า อคิเทค คือมีความเข้าใจทั้งธุรกิจ และเทคโนโลยีแล้วก็ data บางส่วน C ที่เราบอกว่า บิซินิส ด้าน analytic มา และมีความเข้าใจด้านเทคโนโลยีบางส่วน และ data science คือมีความเข้าใจ over lab ระหว่าง 3 อัน เช่นกัน คือ analytic แล้วก็ business skill ถ้าไม่เกิดการคอนเวิร์ทหรือโอเวอร์แลป เราเรียกว่าบิสสิเนตรีดเดอร์เราก็จะมี แต่ดี เช่น เวอชัวไลเซชันของของแอนนาลิสต์ แล้วก็สีเหลืองนี้คือ C คือเราจะมีดาต้าเอนจิเนียแต่ว่าถ้าเราจะก้าวเข้าสู่การเป็น data analytic และต่อไปเราต้องมี skill เหล่านี้เพิ่มขึ้นครับ อันนี้คือถ้าเราเปรียบเทียบอุตสาหกรรมหรือว่าองค์กรของเรานะครับ มี 6 transformation 6 ด้าน ด้านที่ 1 ก็คือประสบการณ์ลูกค้า เพราะว่าต่อไปเราเห็นว่า 4,000 กว่าล้านคน 5,000 ล้านคนมีมือถือ 4,000 กว่าล้านคนมีการเชื่อมโยง internet ถ้าต่อไปตลาดของเราพฤติกรรมเปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่องค์กรเราไม่เปลี่ยนเหมือนเดิม หรือมาที่หน้าร้านแต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้ว อันที่ 2 ดิจิทัลเวิร์กเพลสเอาง่าย ๆ เลยก็คือว่า ทุกวันนี้เรามีเอกสารเต็มไปหมด และเราก็ไปเช่าโกดังเก็บไว้ ให้พนักงานกับพนักงาน และระหว่างพนักงานกับองค์กรที่เหลือสื่อสารกันได้ด้วยข้อมูลและเชื่อมโยงกันได้ real time ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะบอกว่า เราใช้อีเมล์แล้ว แต่อีเมล์ออฟเซอร์รีดไปค่อนข้างนานแล้ว ทุกวันนี้เราเรียกว่าเป็นที่เก็บ junk เราแทบจะไม่ได้อ่านเลยด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้น digital workplace คืออะไร ที่สุดใน ๖ ส่วน ใน 6 ส่วน เป็นส่วนสำคัญที่สุดใน 6 สุด เดี๋ยวจะตอบใน Slide สุดท้าย AI and automation ว่าเราเข้าสู่ big data กับการใช้ข้อมูล แล้วก็เรื่อง automation เราใช้แค่ไหน Data and Analytic พูดไปแล้วนะครับ เน็คเจเนอเลชันเรื่องของ IOT ต่าง ๆ แล้วแต่อุตสาหกรรมนะครับ บางอุตสาหกรรมมีเทคโนโลยีถูก disrupt ใหม่ ๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเรื่องของไบโอ นาโน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดิจิทัลด้วยตัวเองต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเทคโนโลยีที่ถูกคอนเวิร์ท อัตราการเร่งของการวิจัยเพิ่มขึ้น และสุดท้ายพอข้อมูลอันมหาศาล ทั้งของบริษัท ทั้งของลูกค้าอยู่ในมือเรา การแข่งขันที่สูง ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จัดซื้อ การเทรด การขายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบน online ขึ้นอยู่กับระบบที่เราเรียกว่า cyber security ซึ่งศักยภาพตัวนี้จะต้องมีกันทุกองค์กรในลำดับต่อไป การใช้คลาวด์เทคโนโลยีดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ง่าย เพราะว่าบริษัทระดับโลกเขาใช้ทางเลือกที่มีความสเคียริตี้ มาให้เราแล้ว และเขาก็พยายามศึกษา แต่ถ้าองค์กรขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลมาก ๆ เราอาจจะต้องทำของเราเองด้วย เราคงจะได้ยิน ไวท์แฮกเกอร์ มีแบลคหรือดาร์ก Hacker อันนี้เป็นกลุ่มแบบโจรกรรม และไวท์แฮกเกอร์ศึกษาตลอดตลอดว่าในระบบของเรามีอะไรบ้าง ลูกชายผมคนเล็กไปเรียนต่อที่อเมริกาเป็น high school มัธยมที่อเมริกา กลับมาถึงใส่เสื้อยืด แฮกเกอร์คลับ เราก็รีบว่าลูกเลย เธอจะไปทำเรื่อง hacking ทำไม เป็นไวท์ Hacker เขาเรียนรู้เรื่อง hacking เพื่อเข้าใจเรื่องระบบ ในเรื่องนี้เกิดขึ้นในระดับเด็กมัธยมที่อเมริกา เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องจริงมาก ๆ ของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก ถัดไปครับ แล้วองค์กรที่เราเรียกว่า digital organization เป็นอย่างไร เรามักจะได้ยินโครงสร้างองค์กรตั้งแต่ไซโรยันเมทริกส์ออร์แกไนเซชั่น โมดูลาออกาไนเซชันเราได้ยินมาหมด แต่จริง ๆ แล้วก็คือเดอะคอมบิเนชั่น กลายเป็นองค์กรที่เราเรียกว่า เป็นแอร์ไชออร์แกไนเซซั่น หรือเป็นโมดูลาออร์กาไนเซชันที่ขับเคลื่อนโดยข้อมูล เหนือกว่าข้อมูลก็คือ AI การขับเคลื่อนนี้โชเอกคูเรท คือแม่นย่ำ ต้นทุนก็ลด โอกาสทางการตลาดก็เกิด ความพึงพอใจของลูกค้าก็สูงขึ้น เราจะปรับตัวจากองค์กรที่เป็นสามเหลี่ยมที่เห็นมาเป็นโมดูล่าร์ เป็นแอจายออกาไนเซชัน ซูเปอร์อิมโพสเดต้าได้อย่างไร อันนี้คือโจทย์ที่เราต้องให้ได้ ถ้าเราพูดถึง startup เขาสามารถ Mixed ทุกสีขึ้นมาเพื่อทำแต่ละความเปลี่ยนแปลงแต่ละ project แต่ละการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว จึงมี innovation จึงมีเชื่อมโยงกันด้วยข้อมูล อันนี้ก็เป็นโอกาสของคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ก็ดี แพลตฟอร์ม สตาร์ทอัพ เพราะว่า industry ยังอยู่ที่สามเหลี่ยม 99 เปอร์เซ็นต์นี้ อาจจะไม่ 99 98 ยังอยู่ที่ตัวสามเหลี่ยมจากสามเหลี่ยมมาเป็นโครงสร้างองค์กรดิจิทัล อุตสาหกรรมด้านซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรมด้านแม้กระทั่งฮาร์ดแวร์ด้วย แล้วก็ Startup ทุกคน อันนี้เป็นบีทูบี ไม่ดุเดือนเท่าบีทูซีไม่ดุเดือดเท่า B2C สุดท้ายครับผมพูดถึงดิจิทัลเวิร์กเพลส คืออะไร จริง ๆ แล้วอินเดอนัทเชล การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นระดับบริษัทขนาดเล็ก บริษัทขนาดกลาง บริษัทขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมจนกระทั่งถึงประเทศ มาจบตรงที่ mindset ของคน mindset ที่ยอมรับและปรับตัว สร้างความเปลี่ยนแปลง mindset ที่เห็นว่าจะต้องเปลี่ยนและจะต้องเปลี่ยนก่อน มิเช่นนั้น เราจะไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ทัน แล้วก็สูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน แล้วก็ค่อย ๆ หายไป ฉันใดก็ฉันนั้นประเทศก็เหมือนกัน เป็นเรื่องใหญ่มากว่าถ้าเราไม่ยอมสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ เราไม่ยอมสร้างตัวชี้วัดใหม่ เราไม่มี mindset ใหม่ ว่าวันนี้เราเริ่มเรียนรู้ใหม่ แม้ว่าในวัยที่เราอาจจะคิดว่าเรามีประสบการณ์มากแล้วและผ่านอะไรมาเยอะ สิ่งนี้แหละครับ Mindset ตัวนี้ทำให้เราอยู่ใน auto pilot โมทเดิม การที่เราอยู่ใน auto pilot mode เดิม ถ้าเราจบออกมาทำงานธนาคารก็ทำงานธนาคารถ้าเราอยู่ในสาย Department ทางด้านการเงินเราก็ทำการเงิน เราไม่สามารถมองเห็น objective ขององค์กร แล้วเราไม่สามารถมองว่า การ apply เทคโนโลยีทำให้ objective เป็นอย่างไร เราอยู่ในไซโรของเรา เราอยู่ในออโตไพรอทโหมด ว่าฉันจบมาทำแค่นี้ เราผลักพลังงานการผลักพลังงานของฉัน โฟกัสของฉัน ฉันอยู่ในไซโล ไม่สามารถมองภาพที่เป็นโฮลิสติกส์ได้ ฉันไม่สามารถมองภาพว่าแล้วฉันต้องเรียนรู้ใหม่มา apply อย่างไร mindset ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตรงนี้ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ตัวเราอยู่ในออโต้ไพรอทจากความสำเร็จของเรา เพราะว่าความสำเร็จของเราที่ผ่านทุกคนคือจุดเริ่มต้นของความล้มเหลว ดังนั้นถ้าเราพูดว่าระบบการศึกษาไทย เราสอนให้เด็กจำได้ สอบได้ ให้ฟังคุณครู เชื่อฟังคุณครู แต่ระบบการศึกษาใหม่ เราสอนให้เด็กตั้งคำถาม ตั้งคำถามค้นหาคำตอบและลงมือทำร่วมกันแล้วอภิปรายด้วยเหตุผล ฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าการศึกษาต้องการการปฏิรูป องค์กรเล็กใหญ่ก็เหมือนกัน ผมจึงอยากจะฝากพวกเราไว้นะครับว่า การที่เราจะทำ digital transformation ให้กับระบบเศรษฐกิจ ให้กับบริษัทของเรา ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ของเราเราต้องเริ่มต้นที่ mindset ครับ และความหวังความสำเร็จจะต้องตามมาอย่างแน่นอน (พิธีกร) ขอบคุณครับ และขอเรียนเชิญคุณศุภชัยอยู่กับเราบนเวทีก่อนครับ โอกาสนี้ผมขอกราบเรียนเชิญผู้อำนวยการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัของที่ระลึกครับ เรียนเชิญครับ เมื่อสักครู่ก็คือปาฐกถาพิเศษ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยขอบพระคุณคุณศุภชัยและท่าน ดอกเตอร์ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ด้วยครับ สำหรับการบรรยายในช่วงต่อไปท่านที่มีความประสงค์ใช้เครื่องแปลภาษา สามารถรับได้ที่บริเวณโต๊ะลงทะเบียน ในช่วงที่ผ่านมา ในช่วงต่อไปนี้จะบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากจะฟังล่ามแปลภาษา เอาหูฟังได้ การบรรยายทั้งหมดมาจากการรร่วมมือกันของเน็กซ์เว็บกับของอัมสเตอร์ดัม แล้วก็ของฝ่ายดีปาทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะนำสิ่งต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ ขอข้อมูลพวกนี้ได้เพิ่มเติมได้ ก็ขอแนะนำผู้อภิปรายต่อไป มีประสบการณ์มา 17 ปี ในการพัฒนาเทคมีการพัฒนาเทคโนโลยีหัวหน้าในกลุ่มซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูล big data engineering แล้วก็ระบบการเรียนรู้แมชชีนต่าง ๆ วันนี้ก็จะมาพูดว่า AI มีการเปลี่ยนแปลงโลกของการเดินทางอย่างไร ขอต้อนรับท่านรองประธานกรรมการ Mr. Idan Zalzberg ของบริษัท Agoda (Mr. Idan) สวัสดีทุกท่านครับ ผมชื่อ Idan วันนี้พูดกันเล็กน้อยว่า AI จะมาเกี่ยวข้องกับโลกของการเดินทางและเปลี่ยนโลกนี้อย่างไร ทีนี้ agoda ก็เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับ Online Agency แห่งหนึ่งของโลกทีเดียว ถือว่าเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกทีเดียวในเรื่องของการเดินทาง มีลูกจ้างมากกว่า 5,000 คน กว่า 70 สัญชาติ 1,200 พวกเทคโนโลยีอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็มี เรามีสำนักงานอยู่ 30 กว่าประเทศ เราบริหารจัดการมูลค่าประมาณ 2.5 ล้าน แล้วพูดภาษาได้ 40 ภาษา แล้วก็สกุลเงินกว่า 50 สกุลเงิน เราก็มีนโยบายยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในการที่จะใช้ข้อมูลเป็นตัวผลักดัน Agoda เราพยายามให้มีการแข่งขันสูง เรามีบีแอนด์บี ก็พยายามที่จะได้มีส่วนตลาดของการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งก็มีการเจริญเติบโตที่สูงมาก ซึ่งเราจะวางใจไม่ได้ เราต้องหาวิธีการ หาทรัพย์สินมูลค่าที่จะให้กรอบงานของเราในอนาคต 2 ปีที่แล้วบริษัทของเราทรัพย์สินของเราก็คือข้อมูล ในการลงทุนในเรื่องของข้อมูล เราก็จะได้มีผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในตลาด ก็อยากจะกล่าวว่าอันนี้ไม่ใช่การตัดสินใจทางเทคโนโลยี แต่เป็นการตัดสินใจจากธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารของ Agoda จัดทำขึ้นมา ถือว่าการลงทุนที่ใหญ่ใช้เวลากว่าที่จะเห็นผลกับมัน แต่จากที่ทำมาแล้วไม่กี่ปีเราก็เห็นแล้วว่าเราสามารถที่จะสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ ผมจะพูดถึงว่าเราจะใช้ AI อย่างไร แล้วเพื่อจะให้กระจ่าง เราก็พูดถึงว่ากรวย กรวยนี้คืออะไร กรวยก็คือการที่จะให้ลูกค้าของเราเวลาจะเดินทางเขาต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง อันแรกคือเขาต้องหาเราก่อน ว่าอยู่ที่ไหน ติดต่อเราให้ได้ อันนี้ก็คือขั้นตอนของการเข้าหาเรา ให้เขามาหาเราสนใจที่จะเดินทาง ประการที่ 2 คือหลังจากที่เราได้ Application จาก website ของเราสิ่งที่เขาอยากจะเที่ยวบินที่เขาต้องการเดินทาง หรือที่พักเป็นขั้นตอนของการค้าหาแล้วก็จอง แล้วหลังจากที่ค้นหาและจองแล้วเราก็ต้องแน่ใจว่าเขามีประสบการณ์ที่ดี หลังจากให้การสนับสนุนเขาเรามีการสื่อสารกับเขา เพื่อเขาต้องการ เพราะฉะนั้นจะพูดถึงองค์ประกอบแต่ละขั้นตอน เข้าไปในขั้นตอนแต่ละขั้นตอนอย่างไร ขั้นตอนแรกให้ติดต่อเราคือพยายามที่จะให้ลูกค้าเข้ามาถึงเรา ลูกค้าจะเข้าถึง Agoda ได้อย่างไร หรือว่า Website คือเขาก็จะมี App ก็เข้าไปได้ ง่ายที่สุด เราก็ไม่ต้องไปจ่ายค่า marketing แต่ว่าเสร็จแล้วก็อาจจะเข้า browser ไปก็ได้ ค้นหาใน google แต่หลายคนเขาก็ใช้ search engine เขาก็ใช้ search engine ก็แบ่ง 2 พวก อันแรกค้นทั่วไป เช่น google ที่จะไบนู แล้วก็เนเวอร์ในเกาหลี เสร็จแล้วก็มีวิธีการที่ 2 คือเมเตอร์เซิร์ทเอ็นจิน ซึ่งเกี่ยวของการเดินทาง ก็คือเป็นบริษัทที่เขามีการค้นเกี่ยวกับการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางอย่างเดียว ยกตัวอย่าง ทีวาโก้ คุณจะบอกเลยว่าจะเดินทางวันไหน จะไปที่ไหน แล้วเขาก็จะเห็นว่าคุณมีทางเลือกอะไรบ้าง เราอยากจะให้ Agoda ถือว่าเป็นทางเลือกอย่างหนึ่ง เขาเข้ามาค้นหาเรา ทีนี้ลองคิดดูว่ากระบวนการการค้นเป็นอย่างไร หมายความว่าอย่างไร อย่างเช่นคนไปดูใน google โรงแรมที่แถวสุขุมวิทเราก็ต้องให้แน่ใจว่า เรามีคำโฆษณาที่เหมาะสมในการที่จะให้กับลูกค้าเราก็ต้องถามว่าลูกค้าต้องการอะไรอยู่ เจตนารมณ์ของเขาคืออะไร ในกรณีนี้ชัดเจนว่าเขาต้องการโรงแรมที่ถนนสุขุมวิท ที่กรุงเทพฯ ประการที่ 2 ข้อมูลที่ดีที่สุดที่เราจะใส่ให้กับลูกค้าใส่ให้กับลูกค้าเรา เราเห็นว่าลูกค้าค่อนข้างจะไวทีเดียว เราก็ต้องพูดถึงว่าเราก็ไม่มีค่าบริการการจอง อันนี้อาจจะทำให้ลูกค้าสนใจ จูงใจ เราก็จะให้เห็นถึงการ link อื่น ๆ อย่างเช่น เขาหาโรงแรมที่สุขุมวิทที่กรุงเทพฯ เราก็เห็นว่าสุขุมวิทนี้เป็นท้องที่ในกรุงเทพฯ แต่เราอาจจะเชื่อมโยงให้ไปค้นหาในกรุงเทพฯ ลองคิดดูนะครับอย่างนี้กับการที่ค้นทุก ๆ รายทีเดียว ไม่ใช่เฉพาะโรงแรมที่สุขุมวิทเท่านั้น เพราะฉะนั้นการค้นทุก ๆ ข้อความเราต้องใส่ข้อมูลที่ลูกค้าต้องการ นี่แค่ 1 ปัญหา เราจะทำอย่างไร ทุกวันนะครับ มีการค้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอาจจะเป็นโรงแรมที่อะโบอา เราก็ต้องมีภาษาท้องถิ่นก่อนแล้วก็เปลี่ยนไปเป็นคำหลัก แล้วก็โรงแรม และพอเรารู้เจตนาว่าเขาต้องการอะไรเราก็ดูถึงว่าในฐานข้อมูลของเรา กำไรสูงขึ้น คุณต้องจ่ายเงินค่าคลิกมาก กำไรของคุณก็จะลดลง การจองก็จะมากขึ้น แต่ว่าการจองที่เพิ่มขึ้นมา ทุกครั้งที่มีการคลิกเข้าไปก็ไม่คุ้ม ดังนั้นในกรณีนี้เมื่อถึงจุดนี้แล้ว คุณได้กำไรสูงสุด ปัญหาก็คือว่า คุณต้องทำอย่างนี้กับแต่ละคนที่เขาเข้ามาค้นหาข้อมูล อย่างที่คุณเห็นมาก่อนนี้เรามีการโฆษณากับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณจินตนาจินตนาเลย ไม่ใช่เพียงเพราะว่าอะไรก็ตามแต่ที่เป็นจุดหมายปลายทาง เราจะเชื่อมโยงให้คุณหมด เพราะฉะนั้นเราก็จะมีการสร้างทุกวันเลย 1.5 พันล้านบิท มีการจาก platform ที่เรามี มีอยู่ 18 แล้วจากอะกอริจิ้นพวก keyword ทำได้อย่างไร 1.5 ล้านแอดต่อวัน ทีนี้เราพูดถึงตลาดมาแล้วเดี๋ยวจะมาพูดถึงว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากได้ลูกค้าเข้ามาแล้ว เข้ามาใน website ของเรา เราอยากจะให้เขามาค้น แล้วมาจองกับเว็บไซต์ของเรา และทำไมผมต้องพูดถึง AI ในการที่จะจองปัญหา คืออะไรที่เราพยายามจะแก้ กราฟที่เห็นแสดงให้เห็นว่าจำนวนของสิ่งที่เราจะขายในอโกด้า ในช่วง 10 ปี แล้วก็กราฟที่เห็นนี้ก็คือ 100 เท่า คือ 1 แสน ของการเจริญเติบโตให้กับในอโกด้า แพลตฟอร์ม หรือ action ของลูกค้า ๑๐ ปีที่แล้วถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า แล้วในขณะเดียวกัน จริง ๆ มากกว่านั้น คือไม่ใช่ว่าเรามีแต่สิ่งของ พลอบเพอร์ตี้เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้น ที่เขาเข้ามา อย่างที่ในห้องโรงแรมเรามีรูปให้ดูว่าห้องขนาดไหน เป็นของครอบครัวหรือเปล่า มีข้อมูลมากมายทีเดียวที่่เรามีซึ่งดีเยี่ยมเลยลูกค้าของเราได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ได้สิ่งที่เขาต้องการ แล้วขณะเดียวกันจำนวนข้อมูลที่มหาศาลอย่างนี้ อาจจะเกิดการ overload ของข้อมูลก็ได้ ดังนั้นเราต้องมีประสบการณ์ที่ดีว่าคุณต้องการอย่างไร คุณเกิดความมั่นใจ ถ้าคุณเกิดความรู้สึกว่ามากเกินไป เราควรจะดูสิ่งนั้นหรือดูสิ่งนี้หรือเปล่า ในท้ายที่สุดคุณก็หงุดหงิด แล้วก็แบบว่าเครียด แต่ AI จะเข้ามาช่วยลูกค้าของเรา เพราะฉะนั้นลูกค้าไม่จำเป็นต้องข้อมูลทุกอย่าง เขาต้องการข้อมูลที่เขาเห็นว่ามีความสำคัญสำหรับเขาเท่านั้นเอง เราก็ใช้ AI เข้ามายกตัวอย่าง ในเพชของเราก็ไม่ค่อยจะชัดนัก คุณก็จะเห็นนะคะ ในรูปภาพ จริง ๆ แล้ว เลือกมาให้กับลูกค้า เราไม่ได้เอารูปนี้ให้กับทุกคนดู เราก็จะเอารูปภาพที่ให้กับลูกค้าที่เราคิดว่าเหมาะกับเขาแล้วขณะเดียวกันเราจัดลำดับของโรงแรมเราเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าและขณะเดียวกันจุดหมายปลายทางอื่น เราเลือกให้เขา คิดว่าลูกค้าเขาสนใจอะไร ถึงกับว่าเราเข้าไปถึงในสถานที่นั้นแล้ว ในโรงแรมแล้ว เราเลือกเลยว่าคุณควรจะเห็นภาพใด อะไรที่คุณสนใจ ที่คุณสนใจมากที่สุด ยกตัวอย่าง ถ้าคุณเดินทางไปทำธุรกิจอย่างนี้ เราก็มองสิ นักท่องเที่ยวที่ไปทำธุรกิจกับนักท่องเที่ยวดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ก็จะไม่เหมือนกัน ข้อมูลที่สำคัญสำหรับคุณ เดินทางภายในประเทศคุณก็ไม่ต้องไปแลกเงิน เพราะว่าสกุลเดียวกัน แต่ถ้าคุณเดินทางมาจากต่างประเทศ คุณก็ต้องการจะทราบว่าโรงแรมนี้มีการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือเปล่า นอกจากนี้เราอาจจะเอาข้อเสนอที่คล้ายคลึงกันมารวมกลุ่มเข้ากัน แล้วคุณจะได้เลือกได้เราก็ให้คำแนะนำโรงแรมอื่น ๆ หรือสถานที่อื่นที่คล้ายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคุณแล้วคุณสนใจ ทีนี้ได้ผลได้อย่างไร สิ่งทั้งหลายระบบที่ค่อนข้างจะซับซ้อนใช่ไหม ทีนี้จะอธิบายถึงเรื่องง่าย ๆ ว่าได้ผลอะไร เมื่อคุณเข้าไปใน Website เราพอจะได้รู้แล้วว่า คุณ จากที่คลิกเข้าไปคุณกำลังมองหาอะไร โดยที่ไม่ได้ถามคุณเลย คุณคลิกเข้าไปว่าเราก็บอกว่าอยู่ตรงใจกลางเมือง เพราะฉะนั้นลูกค้าสนใจใจกลางเมือง แล้วเสร็จแล้วคุณก็คลิ๊กถึงโซลิแท แบงคอก ที่สุขุมวิท 11 อยู่ใจกลางเมืองด้วย ขณะเดียวกันก็มีอิเลเว่นโฮเทลมีอีเรปเวนโอเทลแบงกอกและสร้างใหม่ด้วย เสร็จแล้วก็มีโนโวเทล แบงคอก ตรงสุขุมวิทซอย 4 เป็นคล้าย ๆ ข้อมูลที่จะทำให้เราเห็นว่าเข้าไปอยู่ใน AI แล้วพยายามที่จะคาดเดาว่าลูกค้ารายนี้ต้องการอะไร แสดงว่าเขาต้องการดูใจกลางเมืองแล้วก็โรงแรมเพิ่งสร้างใหม่ แล้วก็อะไรที่เป็นตัวที่ลูกค้าสนใจมากที่สุด เขาต้องการเจอโรงแรมใหม่หรือโรงแรมที่แพง เขาก็อาจจะไม่จองเลยก็ได้ แต่ว่าแมชชีนนี้ก็มีสติปัญญาที่จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ ที่พูดมาทั้งหมด ทั้งเอไอในเรื่องของแอพ ที่เราคิดว่านี่คือสถานที่ที่จะเริ่มต้น บริษัทหลายบริษัททีเดียวก็กำลังมุ่งเน้นมาในทิศทางนี้ แต่ก็ยังมีอีกมากมายเราสามารถจะทำได้ เมื่อ 2 เดือนที่แล้วผมมีเพื่อนคนหนึ่งอยากจะเดินทางมาที่ประเทศไทย แล้วเขาก็ถามผมว่าควรจะพักที่ไหน จะทำอะไรดี บอกเขาว่าผมรู้จักคุณมานานแล้วแน่นอน คุณควรจะพักโรงแรมนี้ แล้วคุณควรจะไปไปดูสถานที่นี้ แล้วไปสถานที่นั้นก็ง่าย เพราะเขาเป็นเพื่อนผม เขาถามผม ผมก็บอกเขา แต่เนื่องจากเขาไว้วางใจผมเขาไม่จำเป็นถึงได้ข้อมูลต่าง ๆ มากมายเลย ถึงแม้ว่าผมจะมีอยู่แล้ว และผมให้ข้อมูลที่เขาสนใจ เขาเชื่อใจ แต่ถ้าเขาอยากจะเอาประสบการณ์นี้โดยที่ไม่รู้จักผม แต่เข้าไปใน Agoda ก็จะให้ประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งเป็นถนนนี้ เส้นยาวทีเดียว สิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังอย่าให้เขาเกิดความรำคาญ คือเหมือนกับว่าคุณเข้าไปซื้อของ ต้องการช่วยอะไรหรือไม่ สิ่งที่ท้าทายเราควรจะต้องรู้ว่าลูกค้าเราต้องการอะไร โดยที่เราไม่ไปบุกรุกในความคิดเขามากเกินไป เราก็ยังเจอปัญหานี้อยู่ ทีนี้ในขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่เรามีการจองเรียบร้อยแล้ว เมื่อจองแล้วคุณอาจจะต้องการคุยกับผู้ให้คำสนับสนุน อย่างเช่น การยืนยันการจอง หรือมีปัญหากับโรงแรมที่จองเอาไว้ เราทำ เราก็ฟังจากแชตดูว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่เราจะสามารถช่วยคุณได้โดยเร็ว อย่างเช่น การยืนยันการจองของคุณ เราก็ pop-up เลย ต้องการการจองใช่ไหมครับ เดี๋ยวขอส่งให้คุณโดยตรงเลย ไม่ต้องรอให้คนมาตอบคุณ ถ้าเกิดคุณสามารถที่จะช่วยเขาได้ แล้วขณะเดียวกันคุณอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับสถานที่ อย่างเช่นว่า มีที่จอดรถไหม เรามีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสถานที่ แต่เราไม่รู้เลยว่าข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะใส่ไปให้กับลูกค้าของเราไหม แต่ถ้าเรามีอินเตอร์เฟสอย่างอื่นที่เขาจะถามคำถาม แล้วเราก็สามารถที่จะให้คำตอบเขาได้ เราก็บอกเขาเลยว่าเขาก็มีที่จอดรถ โดยตรง เพราะเรามีคำตอบให้คุณแล้ว ง่าย ไม่ต้องพูดถึงรายละเอียด เราได้คำร้องขอขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามแต่แต่บางครั้งเราก็มีเทคโนโลยีที่ไม่มีการพัฒนาขึ้นมา ไม่มีการพัฒนาขึ้นมา อย่างไทยเป็นจีน เราก็ทำได้ง่ายทีเดียว แต่ถ้าเกาหลีหรือไทยอย่างนี้ก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ประการที่ 2 หลังจากที่ได้ข้อความเป็นภาษาอังกฤษแล้ว เราก็จะมาดูถึงว่าข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกันเพื่อจะให้ได้ข้อมูลจริง ๆ และหลังจากที่ได้ข้อมูลจริง ๆ แล้วเราหาคำตอบเราก็แนะนำไปที่ลูกค้า ฟังดูแล้ว AI ก็มาอ่านข้อมูลเราต้องสร้าง Model ต่าง ๆ เทคโนโลยีทั้งหมด เพื่อจะทำสิ่งเหล่านี้ เวลาคุณใช้ data ของคุณเอง chat ของคุณเอง แชตของคุณเองในการที่จะดูว่าคุณกำลังมองหาอะไร ว่าในภาษานี้ซึ่งเราค้นเข้ามา เวลาคนเขาพูดถึงการให้การสนับสนุนเรา ภาษาอย่างเดียว เขามีวิธีการพิเศษ ที่เวลาคนพูดด้วยกันไม่เหมือนกับใช้คนละภาษากันไม่เหมือนกับไม่ใช้คนละภาษากัน เวลาการพูดคุยปกติ email หรือในศาล เราก็สามารถที่จะให้บริการเพราะฉะนั้นการใช้ข้อมูลของเรา เราก็สามารถที่จะให้บริการ คนกำลังมองหา สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึง ก็คือคนก็ห่วงใยว่าหุ่นยนต์จะมาแทนที่คนแล้ว Agoda จะไม่เอาหุ่นยนตร์มาทำงานแทนคน เราก็ต้องเอาคนมาทำงานของคน เพราะฉะนั้นเวลาคุณเดินทาง บางครั้งอาจจะเครียด อาจจะมีปัญหา คุณพูดภาษาเขาไม่ได้ โรงแรมเขาไม่รู้ว่าคุณก็ต้องการคุยกับใครสักคนหนึ่ง คนที่ตอบสายอยู่อีกปลายสายอีกข้างกับคุณ คุยกับคุณ ดูว่าคุณจะช่วยผมได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นอยากจะให้มนุษย์มาตอบคำถามคุณ เพราะฉะนั้นงานที่คลิก ๆ แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย เราก็ไม่เอา เราพยายามที่จะเอาคนที่จะเอาคนมาให้คำตอบกับคุณ ตอนนี้เรามี AI มากมาย แล้วก็มีโครงการมากมายด้วย อย่างเช่น เรามีการตรวจสอบคนที่ไม่รูัจักเราก็มีการตรวจสอบได้ เราก็มี supply ของเราเรามีบราวน์เซอร์ เรามีอุปกรณ์โมบายต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจากวันนี้เราก็มีปัญหาในเว็บไซต์ของ Agoda ที่บราวเซอร์ประมาณ 0.1 เปอร์เซ็นต์ ของคนที่ใช้แค่นั้นเองแต่เราจะทำได้อย่างไรถ้าเกิดเราดูแต่การจองทั่ว ๆ ไป อาโนมารี ความผิดปกติที่เราเจอขึ้นมา เราก็จะบอกได้เลยว่า งานของ Agoda ทั้งหมดแล้วมองไปถึงว่าอะไรที่เราจะแบ่งแยกออกไปได้บ้าง แล้วทำแบบใน real time จริง ๆ จุดน้อยของธุรกิจเราจะแก้ไขทันที สำหรับลูกค้าของเรา ประการที่ 2 ก็คือว่า Platform ในการทดลองของเรา คือเราจะมีทำทุกการเปลี่ยนแปลงของเราในเว็บไซต์ เรามาจากการทำทดลองเป็นพันการเปลี่ยนแปลงนี้ก็เป็นผลดีกับลูกค้า หรือว่าจะทำให้ลูกค้าไม่ดีขึ้น และมากกว่านั้นก็คือว่าในโครงการ AI ของเรา อย่างเช่น การฉ้อโกงหรือว่าการป้องกันข้อมูลของลูกค้าเราใช้ AI หมด แล้วเราทำได้อย่างไร เอา AI มาใช้ในวิธีการต่าง ๆ ในด้านต่าง ๆ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เราก็สร้าง Data Platform ขึ้นมาช่วยเรามากทีเดียวเพื่อให้เข้าถึงวิสัยทัศน์ของเรา ของเราเป็นส่วนผสมกับสกิลต่าง ๆ ตอนนี้มากกว่า 1.5 ล้าน ๆ ต่อวัน เพราะฉะนั้นทีมใด ๆ ก็ตามใน Agoda ก็ทำงานอิสระได้ ทำงานของตัวเอง แล้วก็ Application ที่นำโดย AI แล้วใช้ Platform ของตัวเอง และถึงแม้ว่าเป็นงานบริการ เราก็ต้องให้แน่ใจว่าข้อมูลนี้มีคุณภาพที่ดี สิ่งต่าง ๆ เราสามารถผสมผสานกัน เราก็มีนวัตกรรมในเรื่องของ AI มากมาย และแน่นอนเรามี technology ใช้ผลิตภัณฑ์เยี่ยม ๆ ทั้งหลาย แต่ถ้าเกิดว่าท่านกับสิ่งเหล่านี้ที่เห็นอยู่บนจอ พวกนี้ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย นี่เป็นแหล่งเปิด เป็นโครงการที่เป็น open source ในข้อมูลเปิด สิ่งที่สำคัญของ Agoda ก็คือคน เราก็โชคดีที่ทำงานที่เมืองไทยคนรุ่นหนุ่มสาวที่มุ่งมั่นในการทำงาน มีความฉลาด พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้วก็ทำโครงการเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการที่ผสมรวมกัน กับคนที่เราเอามาจากข้างนอก แล้วก็นำเข้ามาทำงานในที่เมืองไทย ทำงานใกล้ชิดกันเราประสบความสำเร็จ และสร้างชุมชนขึ้นมา และสิ่งที่เราพยายามจะทำเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็มีการส่งออกเทคโนโลยี ออกไปจากบริษัท ออกจากบริษัท คือตอนนี้เราทำมาแล้ว ๓ ปี ที่ทำงานเกี่ยวกับเพื่อจะช่วยสร้างชุมชนให้ในเรื่องของทางด้านเทคโนโลยี ผมอยู่ที่นี่มาเกือบ 6 ปี แล้ว แบบว่าน่าทึ่งมากเลย เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย จากในเรื่องของเทคโนโลยีและกลายเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของโลกแล้ว ผมอยากจะพูดแค่อีก 2 คำ ขอบคุณ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ Vice President of Data ของ Agoda ท่านครับคุณลอเลนซ์ โฟเกอร์ ในส่วนของการตั้งแต่ 1979 เป้าหมายก็คือในเรื่องของการย้ายแวร์เฮาส์ ท่านทำหน้าที่เป็น president ของเมอซิเดสเบนซ์มาเลเซียตั้งแต่ 2011 จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ท่านก็เป็นเมเนเจอร์ ไดเร็กติ้ง 2015 จนถึงท่านเป็น CEO ของเมซิเดสเบนซ์เมืองไทยค่ะ เกี่ยวกับเรื่องของอนาคตทางด้านการเคลื่อนไหวในเมืองไทย เพรสซิเด้น CEO คุณโลเลน โฟเกอร์ ขอเรียนเชิญค่ะ (Mr. Roland) สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับวันนี้ แล้วก็มารับฟังจากเมอซิเดสเบนซ์ ก็คือว่าเราเห็นอนาคตของดิจิท้ลเป็นอย่างไรในประเทศไทย ท่านเคยดูรถของท่านไหมครับ แล้วบอกว่าเริ่มมาอย่างไร ในช่วง 1478 เมื่อปี 1418 ได้คิดประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ก็เหมือนกับสิ่งประดิษฐ์ อันนี้ก็เหมือนเป็นการสเก็ต บนแทนที่จะเป็นรถขึ้นมาจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของกระบวนการของการประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วก็ออกมาเป็นรูปร่างในกระดาษ แล้วจนกระทั่ง 1895 สร้างรถขึ้นมา โดยการใช้แก๊สโซลีน เป็นเครื่องน้ำมัน ซึ่งเหมือนกับเป็นรถสามล้อแล้วก็มีเครื่องยนต์ ท่านอาจจะคิดบอกว่า เบนซ์ ชื่อคุ้นหู เพราะฉะนั้นในเรื่องของประวัติศาสตร์ ก็คือสิ่งหนึ่งนำไปสู่สิ่งหนึ่งปี 1985 สามารถทำให้ผมสามารถมาอยู่กับเราได้จนถึงวันนี้ และพวกเราก็คือเบนซ์ 400 ปีมาแล้ว หลังจากรูปสเก็ต แล้วก็การคิดประดิษฐ์รถใช้น้ำมัน และอันนี้ซึ่งในอุตสาหกรรมของรถเราคือประวัติศาสตร์ ในเรื่องของสิ่งประยุกต์ต่าง ๆ อาจจะมาในเรื่องของอิเล็กทริกประยุกต์ และนี่ก็คือ เราไม่ใช่สร้างแต่รถเราสร้างประวัติศาสตร์ เราสามารถที่จะปรับรูปแบบในอนาคตได้ลองคิดดูครับว่าคนในกรุงเทพฯ ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน เราใช้เวลามากมายในรถตามรถที่เป็นรถขนส่งมวลชน จากสาทรกลับบ้านไปเพลินจิต ไปรามคำแหง การนั่งในรถ ขับรถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อย่างหนึ่งของเราเราคุยกัน เรามี Playlist เราใช้ดิจิทัลดีไวซ์ ใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการทำงานในสิ่งต่าง ๆ ใหม่ ๆ ทาง social ทุกวัน แต่ผมก็เห็นว่าชีวิตของเราเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วทำไมเราถึงจะไม่ไปตามสายเทคโนโลยี เวลาเราพูดถึก็คือสิ่งที่จะทำให้เราเดินทางจาก A ไป B แต่พูดถึงในเรื่องของชาร์จเจอร์ที่จะชาร์จสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องของอดีต เมอร์เซเดส เบนซ์นั้นไม่ใช่แต่เพียงรถแล้ว ของเราจะสนับสนุนแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่านเลย นี่คือเป็นการเปลี่ยนชีวิตของเราในสิ่งแวดล้อม และทุกนาที ทุกขณะที่เรานั่งอยู่ในรถเบนซ์ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไลฟ์สไตล์ของเราก็คือความเคลื่อนไหวทางไฟฟ้า ท่านครับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็ว เหมือนอย่างเช่นเดียวกับพฤติกรรมของลูกค้า การที่จะไปเร็วดังนั้นขอแนะนำ case ขอแนะนำ case ครับ C คือ Connected คือการเชื่อมต่อในการจราจร เพราะว่าอุบัติเหตุอยู่ข้างหน้าห่างกันไปกว่าที่เราจะรู้ ลองคิดดูว่า ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะได้รับการเตือน แล้วให้คนขับได้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นต่อหน้าเรา อันนี้ก็คือ car to สิ่งที่เราสามารถที่จะเชื่อมโยง และศึกษาได้ใช้เทคโนโลยีอันนี้เป็น ในการที่จะส่งสัญญาณสำหรับไปที่รถ ตั้งแต่ปี การที่จะเชื่อมโยงอนาคตอะไรต่าง ๆ ในการที่จะยกระดับความมีประสิทธิภาพในเรื่องของการที่จะเชื่อมระหว่างรถต่อรถ ให้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นข้างหน้า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพ เรียกว่า มีซอยมากมายเหลือเกิน ซอยต่าง ๆ เหล่านี้ พอเลี้ยวเข้าไปแล้วก็ไปเจอมอเตอร์ไซค์กำลังจะมาอีกด้านหนึ่ง มาเร็ว มาที่โค้ง เราขับรถของเรามีครอบครัว แล้วก็มีเด็ก ๆ อยู่ในรถ เราก็คิดว่าดูแล้ว แต่เราไม่สามารถที่จะเห็นว่าในหัวโค้งที่มีตึกบังอยู่นั้นจะมีอะไร ต่อไปนี้เราไม่ต้อง เราคงจะทราบว่า car to เอ็กซ์สามารถทำให้รถนั้นสามารถที่จะมองได้ เหมือนกับทะลุผ่านกำแพงเลยและสามารถที่จะเตือนเราได้เพื่อที่จะไม่ให้เกิดอุบัติว่าขณะนี้กำลังมีรถวิ่งเข้ามาตรงหัวโค้ง เรามีมาก่อนที่คุณจะได้เห็นด้วยซ้ำไป อันนี้เป็นวิธีการที่เราจะปลอดภัยบนท้องถนนเราจะชื่นชมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะเป็นครอบครัวของคุณที่ชื่นชมเทคโนโลยีนี้ เรายังมีรถที่ขับได้ด้วยตนเอง ถ้าเราขับรถเบนซ์ตอนนี้คุณก็กำลังเข้าไปใกล้กับเรื่องของการที่ขับรถโดยไม่มีคนขับ เพราะว่าอะไร ตอนนี้รถของเขาก็กึ่ง ๆ อัตโนมัติแล้ว อย่างเช่น ในกรณีไม่ว่าจะเป็นระบบ electronic ในการที่จะติดตามรถข้างหน้า โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรสักอย่าง ส่วนใหญ่แล้วอุบัติเหตุนั้นเกิดจากความผิดพลาดของคน แล้วถ้าหากว่าเราปล่อยให้รถขับเอง เราจะมีเสรีภาพในการที่จะชื่นชมในเรื่องการนั่งรถ โดยไม่ต้องมีคนขับและไลฟสไตล์ชีวิตต่าง ๆ จะดูหนังหรือว่าจะเล่นวีดีโอแชต สตรีก็ใส่เมคอัพ ใส่เครื่องสำอาง ถ้าหากจะไปทำงานแล้วยังเช้าอยู่ หรือท่านผู้ชายอาจจะดูการแข่งฟุตบอลก็ได้บนโมบายโฟน แต่ท่านก็ดูว่าเราเชียร์ใคร แต่ตอนนี้ถ้าหากว่าเรามีโมบายเราสามารถเชื่อมโยงกับคนที่เรารักได้ โดยไม่ต้องห่วง เพราะว่าอะไร เพราะว่ารถนั้นเขาสามารถขับได้ด้วยตัวเองแล้ว และจากการที่เราเข้าใจ Idea รถที่ไม่มีคนขับนี้จะทำให้เราสามารถมีความรู้สึกว่าน่าทึ่ง เรื่องของความไม่แน่ใจ น่าทึ่ง เพราะว่าเทคโนโลยีใหม่ เป็นเรื่องของสิ่งที่น่าตื่นเต้น เพราะว่าทำให้เราเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย หรือควบคุมได้นิดหน่อย ก็มาเกี่ยวกับเรื่องของการไว้วางใจ เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ในเรื่องของการที่จะโอนให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น การที่เราจะอยู่ตามท้องถนน หรือว่าอยู่ในรถเราจำเป็นที่จะต้องเชื่อใจว่ารถที่ไร้คนขับเขาจะทำอะไรต่อไป อันนี้คือความไว้วางใจที่เรามี่และคนอื่นมี สำหรับรถของเรา เราจะมี Partner ของเราโคดออฟเปอร์เรตีฟในเรื่องการสื่อสาร การติดต่อ และการทำงานร่วมกันในการที่จะสร้างความไว้วางใจ รถจะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการที่ว่า คนจะได้เชื่อใจ หรือว่าในเรื่องของการหยั่งรู้ว่าเชื่อใช้ เช่น เรื่องโคออฟเปอร์เรทิฟซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเป็น 360 องศา แสงต่าง ๆ ที่ออกมาจะระบุว่าตอนนี้รถนั้นอยู่ในลักษณะ auto mode เช่น บอกว่ารถนี้กำลังจะเคลื่อนแล้ว จะเป็นการที่จะให้ icon ให้สัญญาณออกมา ซึ่งระหว่างเราและคนที่อยู่รอบ ๆ เราเพื่อที่จะได้รู้ว่าระบบนี้จะเป็นอย่างไรในชีวิตจริงของเรา ตัวอย่างอีกอัน ถ้าหากว่าท่านอยู่ในรถ ท่านก็กำลังแชทกับใครคนหนึ่ง กับใครคนหนึ่งที่พิเศษสำหรับท่าน ตั้งหน้าตั้งตาคุยเราก็ลืม บอกว่าเรายกไหล่เราบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราจะเปิดไปให้รถวิ่งเอง รถก็จะขับเอง แล้วก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้เป็นประสบการณ์ไร้ตะเข็บ เราสามารถทซึ่งเราคิดว่าเราสามารถที่จะทำได้ และเราจะสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความปลอดภัยเป็นสูงสุด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เหมือนเวทมนต์คาถาในเรื่องการใช้เทคโนโลยีที่เราใช้ชีวิตอยู่ในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ผมก็นึกไม่ออกว่าเฮลิคอปเตอร์อยู่ในสนามหลังบ้านเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหากเฮลิคอปเตอร์มีการแชร์ อันนั้นอาจจะฟังดูเหมือนเป็นไปได้ นั่นคือสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ ลองดูในอนาคต ถ้าหากว่าเราจะใช้โวโรคอปเตอร์ถึงแม้จะใช้เป็นรายวัน เหมือนกับใช้เป็นการขนส่งขนส่ง และในเรื่องของการที่จะแบ่งปันค่าใช้จ่ายด้วยกัน นั้นเป็นแอร์ taxi ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มนำมาใช้แล้ว จะเป็นว่ามีการเปิดตัวที่ออเบินไฟท์ที่สตุกการ์ที่เอเบิลไฟรท์ของรถที่สตูทการ์ด เมื่อหลายเดือนมาแล้ว แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีที่สิงคโปร์ Mercedes Benz ของเราในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องในอากาศ บนถนน แล้วก็ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ สำหรับทรัคซึ่งไม่มีคนขับ ในเรื่องการขนส่ง และในขณะเดียวกัน รถ van ซึ่งมีภาพเหมือนกับสามารถมีการปรับตัวได้ ในเรื่องของการที่จะเคลื่อนย้ายคนไปเราไม่เคยหยุดยั้งในการที่จะสร้างในเรื่องของการการติดต่อ การเชื่อมต่อ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเขตชานเมือง และเราในอนาคต เราอาจจะมีรถน้อยลงเราอาจจะมีการจราจรเสียงน้อยลง อุบัติเหตุน้อยลง มลพิษน้อยลง และสำหรับเราเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น จากเทคโนโลยีเราสามารถที่จะวางแผนของเราได้ ที่จะสนุกสนานระหว่างที่เดินทางได้ของเรายังเชื่อติดอยู่กับเรา แล้วเราสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพูดกันมาทั้งหมดนี้บางครั้งก็จะเป็นความจริง บางครั้งก็อาจจะเป็นวิสัยทัศน์สำหรับในอนาคต อนาคตก็คือสิ่งซึ่งกำลังถึงตัวแล้ว แล้วสิ่งที่เราทำก็คือในการที่จะขับเคลื่อนไปถึงจุดนั้นให้ได้ และถ้าหากว่าเราเรียกว่า e e ของเราคือไฟฟ้า ในกรณีของเคสเราเป็นความรับผิดชอบของเราทางสังคม และขอ เมอร์เซเดส เบนซ์ เรารับผิดชอบ เรามีความรับผิดชอบที่จะมีประดิษฐกรรมใหม่ ๆ ในเรื่องของการที่จะสร้างและในเรื่องของความปลอดภัยก่อนที่เราจะเอา Product ของเราเราต้องมีการทดสอบ เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าความเชื่อมั่น และความปลอดภัยนั้นเกิดขึ้นประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศที่มีน้ำท่วมที่มีน้ำท่วม ดังนั้นอาจจะมีผลความปลอดภัยกับสมรรถนของรถความปลอดภัยของรถ ไม่ว่าในสถานการณ์อะไรจะต้องเกิดขึ้น ความเชื่อถือได้ไหม ในเรื่องของการทำงานอย่างเต็มที่ได้ไหม และการที่จะทำงานเช่นนี้ เราทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานหลายคนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ อย่างเช่น national science tech สมาคมรถไฟฟ้าของไทยแลนด์ เราทำงานกับสถาบันการยานยนต์ของไทยในการจัดระบบต่าง ๆ สำหรับรถไฟฟ้าของเราตอนนี้ เรากำลังจะมาถึงการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราสามารถเชื่อได้ และอันนั้นก็คือเป็นคำพูดของบารัก โอบามา ใช่ไหมครับ และเรายังไปอีกระดับหนึ่ง ขณะนี้จะทำการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งในตอนนี้เบนซ์ของเราเป็น disruption อันหนึ่งที่จะเป็งเชิงปฏิวัติอุตสาหกรรมปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน อันนี้เป็นวิวัฒนาการใหม่เป็นการปฏิวัติของรถการเปลี่ยนแปลง อนาคตของรถเบนซ์ก็คือในเรื่องรถไฟฟ้า ตอนนี้รถไฟฟ้าของเราไปอยู่ใน generation ที่ 3 แล้ว เป็นไฮบริท เราก็คุ้นเคยกับอีคิวพาวเวอร์ ทั้งแก๊สโซลีนและทั้งไฟฟ้า และอีกในปี 2020 ดัลเลอร์ก็จะทำงาน EQ เป็นรถอีคิว ซึ่งจะเป็นรถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราจะเห็นรถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้ ทำไมครับ เพราะ Thailand เป็น 1 ในตลาด 1 ใน 10 ที่มีตลาดไฮบริด ถ้าหากในอาเซียนเราเป็นเบอร์ 1 เรามี demand ตอนนี้อยู่ในตลาดของเราที่นี่ และดังนั้นวิถีชีวิตของเรา สำหร้บคนที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี Demand สำหรับรถที่เรียกว่าอีคิวพาวเวอร์ รัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตเกี่ยวกับรถไฟฟ้าของเรา เช่น รัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้านของเรา เพราะฉะนั้นอนาคตนั้นไม่ไกลแล้ว อนาคตนั้นมาอยู่ถึงเราแล้ว และในพรุ่งนี้ ไม่เร็ว ไม่ช้าเลย จะมาเต็มตัวในเรื่องนั้นมีอยู่แล้ว ขณะนี้ที่เราใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นระบบออโตโนมัส เรื่องเบรกในกรณีฉุกเฉิน และในการที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรามีอยู่แล้ว ในเรื่องของแชร์เซอร์วิส ในเรื่องของการแบ่งปันการบริการ เราจะไม่คิดว่าอันนี้รถฉัน รถเธอ ในอนาคตนั้นจะเป็นรถของเรา และในเรื่องของไฟฟ้า ในปี 2020 เราจะไม่ใช้มุ่งมั่นเต็มที่ในการที่จะผลิตอีคิว และของเราจะไม่มีสถานีน้ำมันแล้ว เราจะมีแค่เสียบปลั๊ก ใช่ครับ เมื่อวันวานนั้นเป็นประวัติศาสตร์ ตอนนี้เราก้าวไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งไปสู่รถไฟฟ้า และสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องทำก็คือให้พบกับรถไฟฟ้าของ เมอร์เซเดส เบนซ์ พร้อมไหมครับ เชิญดูวิดีโอครับ ท่านเห็นไหมครับ เรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าของเราในอนาคต แต่ว่าเดี๋ยวก็มาครับ ตอนนี้ผมสรุปการกล่าวของผม ขอบพระคุณมาก และดีใจที่มาอยู่ที่นี่ แล้วก็พวกเรา อนาคตของเรา ขอบพระคุณสำหรับท่าน ถ้าหากว่าท่านมีคำถามิ เราก็ยินดีที่จะตอบคำถามของท่านทุกเมื่อ ขอบพระคุณครับ ขอบคุณนะครับท่านประธานบริษัท เมอร์ซิเดซ เบนซ์ ของไทยแล้วก็เวียดนาม คุณโรแลนด์ ขออภัยด้วยมีปัญหาเรื่องเทคนิค ผู้บรรยายคนต่อไปก็ดอกเตอร์เคนนิส ลี เป็นหัวหน้า เจดี ดอทคอม ในเรื่องของธุรกิจการค้าปลีก ถือว่าเป็นเรื่องของการค้าทางอีคอมเมิร์ซ ในเรื่องเทคโนโลยี big data เราจะมาพูดถึงว่าเทคโนโลยีมีผลกระทบต่อการค้าปลีกอย่างไร คุณ Mr. Kenny Li ทีนี้ Program ตอนบ่ายวันนี้นำเสนอมาจากดีปาและ The Next Web ก็เป็น platform ทางสื่อเทคโนโลยี ก็ทั้ง 2 หน่วยงาน สำนักงานส่งเสริมดิจิทัลทางเศรษฐกิจ ที่ไบเทคบางนาแห่งนี้ งานนี้จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบกับ Speaker ท่านต่อไปนะครับ ถ้าเกิดท่านอยากใช้เครื่องแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย สามารถติดต่อเพื่อรับเครื่องแปลภาษาได้ครับ ขอต้อนรับ Mr. Kenny Li สวัสดีครับ ท่านสุภาพสตรี ผมชื่อ Mr. Kenny Li จาก เจดีดอทคอม ก็จะมาเล่าสู่กันฟังว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนรูปโฉมของการขายปลีกอย่างไร มีประวัติมายาวนาน แต่แยกออกเป็นขั้นตอนขึ้นมาในช่วงแรก ๆ ก็มีการนิยมกันมากในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1962 ก็มีการเปิดร้านวอร์มาร์ทเป็นผู้ค้าปลีก เป็นที่รู้จักกันในการให้บริการ ทีนี้ในปี 1995 ก็มีการก่อตั้งอเมซอนขึ้นมาก็มีอีคอมเมสมีการขยายตัวทั่วโลก ปัจจุบันก็ถึงขั้นตอนใหม่ของการค้าปลีกแล้ว ก็คือทำให้ผู้บริโภคเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ลูกค้าเลือกสินค้าโดยที่ความต้องการสินค้า โดยที่ความต้องการของส่วนตัว สะดวก และมีประสิทธิภาพ เราพบว่าปัจจุบันนี้การค้าปลีกมีโอกาส 3 แบบใหม่ ๆ อันแรกก็คือว่าจัดให้มีการแยกย่อย ซื้อของ คือลูกค้าต้องการซื้ออะไรที่สะดวก ไม่ว่าจะช่องทางใด เวลาใด ประการที่ 2 ในการซื้อขาย online ในการช็อปปิ้งออนไลน์กัน แล้วก็เป็นส่วนตัว ก็จะเห็นว่ามีประสบการณ์ และสินค้านั้นเป็นส่วนตัวเฉพาะ และขณะเดียวกันก็มีการปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่เฉพาะรูปภาพหรือว่าข้อความอย่างเดียว แล้วนอกจากนี้เราพบว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นมาในเรื่องการค้าปลีกแบบดิจิทัลด้วย เพราะว่าออฟไลน์เขาก็ฉลาดขึ้น เขาสามารถที่จะให้ลูกค้ามีประสบการณ์พิเศษมากขึ้น นั่นคือสาเหตุที่เจดีดอทคอมมาช่วยเข้ามามีบทบาทมาช่วยการค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่ทำกันมา ขอให้ผมแนะนำเกี่ยวกับ JD.com ว่าคือใคร JD.com มีการใช้เทคโนโลยีในเรื่องการให้บริการก็มีการใช้เทคโนโลยีในเรื่องของการให้บริการ ทีนี้ JD.com ตั้งขึ้นมาในปี 1998 ที่ปักกิ่ง ร้านเล็ก ๆ ขายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ซีดีไลทท์เตอร์แต่ปัจจุบัน JD.com ก็ถือว่าเป็นลูกค้าปลีกใหญ่ที่สุด อันดับ 3 ของอินเตอร์เน็ตบริษัท มีผู้ซื้อของเราประมาณ 320 ล้านทั่วประเทศจีน แล้วก็ทั่วโลกเราก็มีเครือข่าย logistics ครอบคลุมประชากร 9 9 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรของจีน แล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ ของการที่ส่งเข้ามาภายในวันเดียวกันหรือวันถัดวันรุ่งขึ้น ก็น่าประทับใจจริง ๆ ในปี 2017 ก็มีการแต่งตั้ง joint venture เจดีเซ็นทรัลขึ้นมากับพาทเนอร์ของเรากับเซนทรัลกูรูที่เมืองไทย จริง ๆ แล้วมีการเปิดตัวขึ้นมาในปี 2018 เพื่อที่จะให้คุณภาพที่ดี ที่สูง ให้ผลิตภัณฑ์ โดยวิธีการที่่รวดเร็วส่งไปถึงมือผู้รับผู้ซื้อในเมืองไทย ที่ผ่านมาในเจดีเซ็นเตอร์มีผู้ใช้ 40 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้ก็เป็นผู้ใช้ที่กลับมาหาเราอีกครั้งหนึ่ง ทีนี้โลจิสติกส์ครอบคลุมถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรของไทยทีเดียว 95 เปอร์เซ็นต์ สามารถส่งของได้ภายในวันเดียวกัน หรือวันรุ่งขึ้นในเขตกรุงเทพฯ มีการเพิ่มคำสั่งซื้อขึ้นมา 35 เท่า แล้วเราสามารถที่จะส่งของได้ภายใน 20 นาที เจดีเซ็นทรัลสำคัญมากในเจดีดอทคอมก็ถือว่าสำคัญมากทีเดียวของ JD.com ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มการแข่งขันของ SMEs ของไทย แล้วก็ยังช่วยประเทศไทย ในการที่จะก้าวถึงโครงสร้างพื้นฐานทางอีคอมเมิร์ชของไทยด้วย อย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว มีแนวโน้มในเรื่องของการค้าปลีก ปัจจุบันนี้ ๓ อย่าง อย่างแรก ผมพูดถึงว่าเราก็มีการแบ่งย่อยของการ Shopping ออกไป แต่ตอนนี้ลูกค้ามีการ shopping ในหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเวลาไหน เมื่อไร เราเรียกว่าเป็นการค้าปลีกที่ไร้พรมแดน JD.Com นี้เราใช้ยุทธศาสตร์การขายปลีกที่ไม่มีพรมแดน ลูกค้าของเราสั่งซื้อที่ไหนก็ได้ ไม่ว่า online หรือว่า offline ใช้อุปกรณ์ใดก็ได้ อย่างเช่น สปีกเกอร์สมาร์ทสปีกเกอร์ อุปกรณ์ใดก็ได้สั่งซื้อได้ ลองดูนะครับในอนาคตของการค้าปลีก จากวีดิโอ อนาคตของการค้าปลีกการเรื่องเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพ ตู้เย็นอัจฉริยะ กระจกอัจฉริยะ ลำโพงอ้จฉริยะ บ้านอัจฉริยะ การซื้อของแบบใช้อีอาร์ แม้กระทั่งการลองสวมใส่เสื้อผ้า การจดจำใบหน้า การจ่ายเงินโดยการจดจำใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เงิน การตกแต่งบ้าน การส่งของโดยใช้การขับขี่ไร้คนขับ ใช้โดรน อันนี้ก็เป็นบริการของ JD.com วีดีโอนี้ดูแล้วยอดเยี่ยมจริง ๆ แล้วว่าในความเป็นจริงแล้ว มีการเอามาใช้ในการทำธุรกิจรายวันของเรา แล้วอันที่ 2 การ shopping online แบบมีปฏิสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีก้าวหน้าขึ้นมา e-Commerce กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ 2G หรือ 3G เราใช้แนะนำผลิตภัณฑ์ของเรา แต่ 4G เป็นที่นิยมมาก วีดิโอก็เป็นที่นิยมกันมาก ระบบ 5G ระบบ 5G ก็ต้องขอบคุณ VR เห็นเลยว่ายุทธศาสตร์ที่เห็นได้ visual ผู้ซื้อเห็นเลย ผู้ซื้อของเราเห็นเลยว่าเห็นได้ชัด จากวีดีโอที่ฉายให้ดูจะเห็นว่ามุมต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ทุกด้าน สามารถเข้าไปเปิด สามารถที่จะเข้าไปดู เปิดกระเป๋าเดินทาง ดูรายละเอียดข้างในเหมือนกับว่าเขาไปทดลองด้วยตนเอง ก็เลยเป็นแบบว่ามีปฏิกิริยากันเอง น่าประทับใจจริง ๆ ตอนนี้อยู่ในข้อมูลใหญ่ big data ข้อมูลที่ขึ้นมาทุกวันนี้เราจะมีการวิเคราะห์อย่างไร เพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้ซื้อของ ทีนี้ JD.com ก็มี e-commerce big data ที่มีคุณภาพสูงทีเดียว จากการตลาด ดูพฤติกรรมผู้ค้าไปยัง supply chain ตั้งแต่ผู้บริโภคไปถึงผู้ผลิต JD.Com นี้ให้ลูกค้าทุกคนกับข้อมูลที่ครบถ้วน แล้วก็สร้างคุณภาพ สร้างคุณค่าในเรื่องของการ shopping ให้กับผู้ซื้อในขณะเดียวกันการใช้ข้อมูลเหล่านี้ เราก็จะสามารถที่จะให้บริการผู้ผลิต ยี่ห้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้ เพื่อจะช่วยให้ผู้ซื่้อของเราตัดสินใจ แล้วก็แนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าอย่างถูกต้อง โดยใช้ข้อมูล big data มากมาย มีการทบทวน มีการที่จะดูพฤติกรรม ในการที่จะดูการทำธุรกรรมต่าง ๆ เราก็จะเข้าใจลูกค้า เราก็สามารถที่จะให้ข้อมูลที่เจาะจงเฉพาะตัวลูกค้าของเราแต่ละคนได้ และสามารถทำให้ลูกค้าของเราตัดสินใจได้เร็วขึ้น อย่างเช่น เราเห็นว่ามี 4 กลุ่ม business man นักธุรกิจ เทคแฟน แล้วก็คนทำงานในออฟฟิศมุมล่างซ้ายเวลาเขา Log in ของเขาแล้ว อย่างเช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น smartphone หรือ IOT เรารู้ว่าเขาสนใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แต่อีกกลุ่มอื่น ๆ ก็แตกต่างกัน app ของเราต้องใช้ที่แตกต่างกัน นี่คือสิ่งที่เราทำแบบเฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้าแต่ละคน เราสามารถให้บริการให้กับลูกค้าแต่ละคนแต่ละกลุ่มของเราได้ ทีนี้ JD.com เป็นผู้ค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของจีน เรามีทรัพยากรที่มีมูลค่าที่จะให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ กับตลาด ในอดีตแบรนด์ ก็ต้องไปที่บริษัทของผู้ทำวิจัย ผู้ให้คำปรึกษาเพื่อจะดูว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ นี้ จะถึงมือลูกค้าได้อย่างไร แต่ว่ากระบวนการเหล่านี้เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นที่เหมาะสมตลาดต้องการแล้วก็มีมากกว่านั้น กระบวนการนี้ใช้เวลา บางครั้งใช้เวลานานเกินไปกว่าที่ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่จะออกสู่ตลาด แต่ก็ไม่ดี ในเรื่องของสภาพแวดล้อมของการค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณจะพลาดโอกาสของการตลาดไป ทีนี้ big data กับ AI ก็มีบทบาทสำคัญของ JD.com จะทำให้บริษัทของเราสามารถคิดวิเคราะเห์ของการบริโภค การตัดสินใจของผู้ใช้ และข้อมูลลูกค้าของเรา 320 กว่าล้านคน จากข้อมูลใช้เวลาประมาณแค่ 3 เดือน แล้วก็ให้การสนับสนุนตลอดวงจรของผลิตภัณฑ์ของเรา ไม่ว่าการพัฒนาการทดสอบแล้วก็ขาย แล้วก็การตลาดด้วย ตลอดครบวงจร JD เราก็ทำงานรวมทั้งการสร้างใน app เพื่อให้ข้อมูลที่ให้กับลูกค้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นคลิ๊กหรือบราวซิ่ง หรือว่าอะไรก็ตามแต่ที่ลูกค้าเขาต้องการ อย่างเช่น ตัวอย่าง JD.Com เขามีวินดาก็เป็นเรื่องของการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษที่ลูกค้าเขาต้องการ และรวมกับ AI อัลกอริทึม แต่ก็พบว่าคนรุ่นใหม่ ผู้หญิงก็เป็นเป้าหมายของกระดาษ paper เช็ดอะไร และขณะเดียวกันก็สัมผัสกับอาหารด้วย นั่นก็บ่งชี้ว่า เพื่อความปลอดภัยเขาก็จะใช้ paper อันนี้ ในการที่จะจับต้องสัมผัสอาหารด้วย แล้วก็ผู้บริโภคยังใช้ paper ทาวเวอร์ก็มีการอยู่ในกล่อง เพราะว่าง่ายที่จะจับฉวยเวลาที่เขาอยู่ในครัว เพราะฉะนั้นข้อมูลทั้งหลายเราเอามาพิจารณาแล้ว เราก็ทำผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ paper travel ขึ้นมา เพื่อความปลอดภัยแล้วก็บรรจุภัณฑ์ก็ออกแบบมาอย่างสวยงาม เพื่อที่จะดึงดูดใจลูกค้าที่อายุน้อยของเราขึ้นมา ผลิตภัณฑ์อันนี้ เรื่องของราคาก็มีการเปลี่ยนจาก 3035 ก็เหมือนกับจาก 120 เป็น 150 บาทอย่างนี้ แต่ราคานี้ก็เป็นที่เหมาะสม สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ ของในของ เจดีดอทคอม ได้ตลาดกว่าครึ่งหนึ่ง หลายคนอาจจะแปลกใจว่า จะยากไหมในการที่หน่วยงานอื่นมีจะมามีการมาแข่งขันกับเรา แต่เราไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น แม้ว่าจะมี e-Commerce เข้ามา มีการผลิตอย่างรวดเร็ว แต่ว่าข้อมูลคือใช้ตลาดไปแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ เรื่องของการค้าปลีกก็ยังเป็นหลักขึ้นมา ออนไลน์ offline มีเทคโนโลยี data น้อยกว่า ก็มีการบูรณาการทั้งออนไลน์ และออฟไลน์เข้ามาด้วยกัน แล้วหาคำตอบให้กับลูกค้าออฟไลน์ให้กับ Partner offline เพิ่มธุรกิจทางด้านดิจิทัลขึ้นมา ก็มีตัวอย่างให้ฟังนะครับ เราทำงานร่วมกับวอลมาร์ทอินเวนเทอรี่กับ กับวอร์มาร์ท เมื่อลูกค้าของเราสั่งเข้ามาใน platform เข้ามา AI ก็จะมีการบริหารระบบก็จะระบุว่ามีวอลมาร์ทที่อยู่ใกล้กับ ลูกค้าอยู่ที่ไหนบ้าง ถ้ามีอยู่เราก็จะมีการส่งของไปยังวอลมาร์ทโดยตรง แทนที่จะส่งไปยังโกดังที่อยู่ไกลออกไปใช้วิธีจากประสบการณ์ให้ถึงมือลูกค้าได้โดยเร็ว เพราะว่าจริง ๆ แล้วเราใช้เวลาในการที่จะเอาผลิตภัณฑ์ขึ้นมา แล้วก็มีการส่งไปที่ร้านโดยตรงแล้วจะทำให้เพิ่มการขายด้วย แล้วก็สามารถสั่ง online platform ได้มากขึ้นได้มากขึ้น นี่คือวิธีการที่ JD.com ช่วยร้านที่อยู่ออฟไลน์มากกว่านั้น ก็คือว่าเขาให้ตำแหน่งที่ตั้งของผลิตภัณฑ์และทั้งตลาด เรื่องตลาดอัจฉริยะด้วยทั้งหมดนี้ก็เป็น Smart หมดเลย อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าโอกาสของการบริโภค หรือว่าเรื่องของการกลุ่มชนต่าง ๆ จากกลุ่มชนต่าง ๆ ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ว่าผู้บริโภคว่าเป็นอย่างไร ออฟไลน์ พาร์ทเนอร์ของ เวลาเขาใช้ Big data ของ JD ของวัยต่าง ๆ ของลูกค้าออกมาในปักกิ่ง ปรากฎว่าที่เป็นชาวนามีมากกว่ามีมากกว่าคนที่ได้รับการศึกษาสูง และผู้หญิงมีมากกว่าด้วย อันนี้ข้อมูลลักษณะ เพื่อที่จะเป็นการเพิ่มร้านค้าขึ้นมา ก็เรามี เรามี 3,000 เรื่องเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็น อิเล็กทรอนิกส์เราส่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าไป ก็ทำให้ร้านค้าเพิ่มการขายขึ้นมาได้ เราหาอย่างอื่นให้เขาอีก อย่างเช่น กล้องอัจฉริยะ smart camera หรือเทคโนโลยี เราสามารถที่จะคุณเอาไปทดลองในบูธของเราได้ แล้วเราก็มีอินเตอร์แอคทีฟคราวเชลออกมา ลูกค้าเราไปคลิกที่จอคลิกที่จอ AR ไทร์ออนกับของเรา เราจะเห็นว่ามีการรีวิวของออนไลน์ customer ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบ เพิ่มการขายให้กับร้านด้วยก็คือว่าเราสามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีคนคลิกเข้ามาดูกี่ครั้ง ข้อมูลนี้จะช่วยให้ร้านค้าในการคัดเลือก ในการที่จะเสริมผลิตภัณฑ์เข้ามาในร้านของตนดังนั้นร้านออฟไลน์ก็กลายเป็นดิจิทัลขึ้นมาได้ ทีนี้การใช้ AI ก็มีการลอง เช่น จะลองใช้ลิปสติก หรือว่าบลัชออน อย่างเช่นลองใช้ลิปสติก บรัชออนหรือว่าอายไลเนอร์เขาสามารถทดลองเองได้เลย ในอดีตเวลาเข้าไปในแผนกนี้แผนกเครื่องสำอาง เขามีการลองผลิตภัณฑ์หลายตัว และบางครั้งหน้าของตัวเอง ของตัวเองไม่รู้จะเป็นสีอะไร แต่ว่าการใช้ AR ใช้เทคโนโลยีในการลองในภาพไม่ต้องไปเอาใส่บนใบหน้าเราเอง สาเหตุที่ว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยร้าน offline store ของเราเป็นร้านที่มีความเป็นอัจฉริยะ สมาร์ทมากขึ้น ในช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมาก็มุ่งเน้น ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้ เราใช้เทคโนโลยีชั้นนำเข้ามาในธุรกิจเรา แล้วก็ในขณะเดียวกันในอนาคตที่เข้ามาก็มีการที่จะปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในชีวิตของเราทุกมุมมอง ในอนาคตเราก็จะเอาเทคโนโลยีของเราทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นกับพาทเนอร์ของเรา ขอบคุณมากครับ Mr. Kenny Li ท่านรองประธานของ JD.com เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก็ขอเรียนเชิญวิทยากรท่านถัดไป เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาคุณนพสิทธิ์ สวัสดีครับทุกท่าน ขอพูดภาษาไทยนะครับ เพราะว่าผมเป็นคนไทย ผมทำงานที่ไลน์ทำงานที่ LINE มาเกือบ 2-3 ปีแล้วครับ ผมเข้ามาอยู่ในชีวิตของคนไทยเกือบ 5 - 6 ปีแล้ว ผมอยากจะเล่าประวัติเล็ก ๆ จริง ๆ แล้วไลน์เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ที่อยู่มณฑล โฟอุกุ ในปี 2011 ช่วงนั้น ทุกอย่างถูกตัด บริษัทไลน์ถูก work ทางด้านตำบลของโทคุ เพื่อพัฒนาการสื่อสาร อย่างไรให้ง่ายที่สุดเพื่อทำให้คนที่ประสบภัยอยู่ประสบภัยอยู่สามารถติดต่อกับภาครัฐ และรัฐสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ นั่นคือที่มาของ line หลังจากนั้นเมื่อไลน์เกิดขึ้น ไลน์ก็เกิดคนใช้มากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นหลังจากนั้นเราก็ขยายมาในภูมิภาคเอเชีย เมืองไทยเป็นประเทศที่ 2 ที่มีคนที่ใช้ไลน์มากที่สุดในโลก ต่อจากประเทศญี่ปุ่น และปัจจุบันเรามีคนใช้ไลน์ 44 ล้านคนในเมืองไทย 1 ใน 3 ขอเพราะว่าตื่นเช้ามาอย่างแรกก็ต้องสวัสดีวันจันทร์ หลาย ๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยเป็นข้อความจากญาติผู้ใหญ่และคนที่ใกล้ชิดกับเราส่งความหวังดีมาให้ จริง ๆ อันนี้เป็นเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนไทยบอกถึงความน่ารักของคนไทย เราทำงานกับหลาย ๆ บริษัท หลาย ๆ Agency ที่เป็นฝรั่งทำไมต้องส่งสวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอังคาร และแต่ละวันสีก็แตกต่างกัน ตรงตามสีของวันด้วย มีเหตุผลอะไรหรือเปล่า ผมก็บอกเขาว่าจริง ๆ เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนไทยที่อยากส่งความหวังดีให้แก่กัน โดยเฉพาะคนที่รักกันตั้งแต่เช้าถึงเย็น เพราะว่าถ้าสังเกตตื่นเช้ามาเราก็สวัสดีตอนเช้ากันคนที่รักกันก่อนนอนตอนนี้ก็ยังทำแบบนั้นอยู่ ไม่ได้เป็นแบบนี้ในทุกประเทศ ประเทศเราที่มีความปรารถนาดี คราวนี้พอมาอยู่ในเวทีที่เกี่ยวกับของรัฐบาล หรือที่เกี่ยวกับ Government Sector แล้วไลน์เข้ามาเกี่ยวข้องอะไร อย่างที่ผมเล่าไปเราเกิดมาจากดิสแทสเตอร์ เราเกิดมาจากสิ่งที่สร้างขึ้นมา เพื่อสร้างให้ประชาชนสามารถเข้าถึงหน่วยงานภาครัฐได้นะครับ ทีนี้ในแง่ของเมืองไทย เมื่อมาถึงประเทศไทยสิ่งที่เรามองก็คือเรามองว่าจริง ๆ แล้ว vision ของเรา ของ line เอง น่าจะพอทราบนะครับ Vision ของเราคือ Closing the distance นะครับ ทำอย่างไรให้ 2 ที่ที่ห่างไกลกันเข้ามาใกล้ชิดกันได้ วันนี้เรา coding ของคน 44 ล้านคน ในเมืองไทย เพื่อให้ใกล้ชิดกันมากนะครับ ใช้กันทุกวัน คนไทยอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศ รู้ไหมครับว่าไม่มีใครใช้ line เหมือนคนไทย อย่างไรหรือครับ ที่ญี่ปุ่นนะครับ ถ้าเกิดว่าเวลาทำงานเขาจะใช้อีเมล์ เวลาคุยส่วนตัวเขาถึงใช้ไลน์ เขาแยกกันค่อนข้างชัดเจน แต่เมืองไทยเราใช้ไลน์ทำทุกอย่างเลยครับ ทุก ๆ คนน่าจะคุ้นเคยของการสร้างกรุ๊ปทำงาน สร้าง Group ของคนที่บ้าน แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นได้เร็วขึ้นนะครับ ทำให้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน เราก็มองว่าจริง ๆ เราก็มีค่อนข้างหลากหลาย ในแง่ของทางภาครัฐเราสามารถทำอย่างไรให้ความใกล้ชิดเหล่านี้เกิดขึ้นกับประชาชนและภาครัฐได้อย่างไรนะครับ จริง ๆ เราเริ่มทำโครงการนี้ซีเรียสปีนี้เป็นปีแรก ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาเรามีจัดงานไลน์ออฟเทคเป็น ครั้งแรกในเมืองไทย และครั้งแรกในโลก เป็นครั้งแรกที่เรารวบรวมหน่วยงานภาครัฐกว่า 200 เข้ามาฟังว่าไลน์มีโซลูชันอะไรบ้าง ที่สามารถทำให้ภาครัฐทำธุรกรรม ทำธุรกิจหรือทำ service ให้กับประชาชนได้ดี ถ้าแบ่งในแง่ของ Pillar ของไลน์หรือเสาหลัก ใน 3 ส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐ เรา Work ในแง่ของ 3 ส่วน อย่างแรก public sector Public Sector ก็คือเป็นเรื่องของ Public Service ในช่วงชีวิตจะต้องมีการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะไปที่อำเภอทำ ID พออายุถึง ไปที่ขนส่งทำใบขับขี่เมื่อสามารถขับรถได้ใบขับขี่นะครับ เพื่อสามารถขับรถได้นะครับ ไปที่่อำเภอเมืองหรือในต่างจังหวัด หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ทราบว่าโรงพยาบาลของรัฐมีหน้าที่และมีความสำคัญในชนบท และตำบลค่อนข้างมาก เราทำอย่างไรให้สิ่งแวดล้อมและดีขึ้น ซึ่งตรงนั้นเป็น public sector เสาที่ 2 เรามองในแง่ในส่วนของ smart city หลาย ๆ ท่านพูดว่าเราต้องทำแต่เราทำอย่างไรล่ะครับ ไลน์เป็นสิ่งที่คนทุกคนใช้อยู่แล้วหรือสามารถทำให้ผู้ว่าฯ หรือสามารถติดต่อเก็บข้อมูล และทำความรู้จักของประชาชนได้อย่างเข้าใจ และสามารถปรับปรุง Service เพื่อให้ service ได้ดีขึ้น และสามารถตอบสนองประชาชนได้ดีมากขึ้น ทำให้คนอยากเข้ามาหาหน่วยงานรัฐ ในส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนของ Commercial หรือในส่วนของธุรกิจ จริง ๆ เราเข้ามาทำงานกับภาคส่วนของ SMEs หรือในแง่ของต่างจังหวัดก็จะเป็นตำบลหลาย ๆ โครงการที่เราทำงานกับภาครัฐ ที่จริง ๆ แล้วไม่ใช่สิ่งที่เราเพิ่งเริ่มต้น เป็นสิ่งที่พ่อค้า เกษตรกร และหลาย ๆ ท่าน เอา platform ของเราไปใช้งานแล้วจริง ๆ มีความน่าสนใจในหลาย ๆ อย่าง ในการที่คนไทยใช้งาน line วันนี้ผมจะบรรยายให้ฟัง อย่างแรกที่อยากจะพูดถึง เสาแรกคือ public service ในต่างจังหวัดอย่างที่ผมเล่าไปเป็นส่วนสำคัญมาก และสิ่งที่หลาย ๆ ท่านประสบเหมือนกันหรือมีผู้ใหญ่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด การไปโรงพยาบาลรัฐ 1 ครั้งลำบาก เพราะว่าคิวยาวมาก ถ้าทุกคนสังเกตโรงพยาบาล ๑ ที่ จะมีอยู่ ที่เดียวที่ไม่ได้ใหญ่มาก แล้วคนก็จะไปออกัน คนจะแน่นมากเลยครับ เคยมีคนบอกว่าถ้าอยากได้คิวตอนบ่ายต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 อันนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เกิดขึ้นจริง ทำอย่างไร กระทรวงสาธารณสุขเล็งเห็นว่า จริง ๆ แล้วน่าจะปรับปรุงได้ ไม่ได้พูดถึงว่าเราเป็นโครงการ ทุกวันนี้ใช้อยู่กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือทางกับทาง ในเรื่องของเทคโนโลยี ในเรื่องของการตอนนี้เปิดโครงการที่เป็นที่เรียกว่า MOPH Connect สิ่งที่อันนี้ทำ ง่าย ๆ เลยครับ เปิดขึ้นมาเป็นเมนู สามารถที่จะจองคิวเพื่อพบคุณหมอได้ แล้วไม่ต้องมารอที่โรงพยาบาล เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าจะได้คิวกี่โมงสิ่งเหล่านี้ถามว่าคนต่างจังหวัดจะรู้เรื่องไหม จะใช้ได้ไหม นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ไลน์แตกต่างเพราะว่าทุก ๆ คนใช้งานไลน์เป็น ที่สำคัญที่สุด เพราะว่ามีข้อความส่งมาทุกเช้าเพราะฉะนั้นท่าน ๆ เหล่านั้นใช้ไลน์เป็นแน่นอน แต่ใช้อย่างไร แค่นั้นเองบนจอ สามารถจองคิวเลือกวันนัดหมายได้ แจ้งเตือนวันนัดหมายก่อน 1 วันที่จะไปพบหมอ แล้วไปถึงที่โรงพยาบาลแล้ว ยังไม่ต้องไปรอนะครับ ก่อนที่จะถึง 5 คิวจะมี message แจ้งมาว่าสามารถไปที่จองได้ แล้วหลังจากไปแล้วว่ามีความพอใจในแง่ของ service ได้ไหม สามารถเอาไปปรับปรุงของคนที่อยู่ในต่างจังหวัดให้ดีขึ้นเพื่อตอบสนองสิ่งที่เป็น service ที่เป็นบริการพื้นฐานแต่จริง ๆ น่าสนใจ เพราะผมอยากจะเอามาแชร์มีคนมาใช้งานใกล้เคียงกัน ซึ่งจะมีผู้หญิงมากกว่า ในแง่ของช่วงอายุ ทุก ๆ คน ชอบคิดว่าคน เด็ก ๆ หรือคนวัยทำงานเท่านั้นี่ใช้เทคโนโลยีดูช่วงอายุสิครับ Official Account คนที่ใช้งานมากที่สุดถึง 27.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เป็นไปตาม aging society ที่โรงพยาบาลมีผู้สูงอายุเข้าไปรอคิวค่อนข้างเยอะ แล้ว Solution ของไลน์ตอบสนองได้เพราะเขาใช้เป็นประจำ ตอนนี้จริง ๆ ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังขยายครับ เขาขยายไปตามหัวเมืองถ้าเกิดว่าใครมีญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ต่างจังหวัด แนะนำ add official account นี้แต่อีกสิ่งหนึ่ง จริง ๆ แล้วที่เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังแล้วก็เราไม่ได้แค่ทำงานเบื้องหน้าหลาย ๆ องค์กรชอบเข้ามาถามผม เห็นไลน์มี service เยอะแยะเลย มี official สามารถซื้อของได้ และทุกคนก็สามารถใช้ไลน์เพราะเวลาทำงานก็เปิดกลุ่มใช้ไลน์กัน เวลาส่งงานก็ส่งทางไลน์ เวลาตามงานก็ตามทางไลน์ ข้อดี ข้อเสีย อันนี้ก็ต้องแล้วแต่วิจารณญาณในการใช้งาน แต่ก็คือมีคนถามว่าที่สามารถใช้งานภายในองค์กรได้ไหม จริง ๆ มีเรามีที่เรียกว่า Enterprise solution ที่องค์กรสามารถเปิดขึ้นมาใช้ และ security และอยู่ภายในองค์กรนี้เท่านั้นคนนอกองค์กรไม่สามารถที่จะเข้ามาใช้ Official Account เหล่านี้ได้ ในแง่ของการแจ้งง่าน ในแง่ของการ approve งาน จะดีหรือไม่ครับ ถ้าการ approve ไม่ต้องเปิดอีเมล์เพราะว่าบางที ไม่ต้องอะไรหรอกครับ ขอลางาน กว่าเจ้านายจะ approve นานมาก ถ้าเกิดว่าเอาระบบมาติดกับไลน์ official account link กับระบบลางาน สามารถ Approve Official Account ได้เลย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนใช้อยู่ทุกวัน ไม่ต้องห่วงว่าจะอายุเท่าใช้อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะอายุเท่าไร อายุเกิน 50 ก็ใช้ได้คนใช้เยอะที่สุด เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีไม่ได้สำคัญว่าจะล้ำขนาดไหน สำคัญที่ว่ามีแล้วมีคนใช้ไหม ที่สำคัญคือคนไทยใช้หรือเปล่า ที่สำคัญคือคนไทยใช้หรือเปล่า แล้วเกิดผลหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้เราอยากจะผลักดัน เราทราบว่าไลน์เป็น communication ที่ใช้อยู่แล้วในปัจจุบันที่ทุกคนใช้อยู่แล้วครับ ที่ 2 เราตั้งใจทำ ก็คือในแง่ของ Smart city หลาย ๆ ท่านตอนนี้ พยายามที่จะทำให้เมืองเป็นเมืองที่ฉลาดมากขึ้นคำถามคือว่า แล้วเมืองที่ฉลาดมากขึ้นเกิดขึ้นได้อย่างไร จริง ๆ เมืองที่ฉลาดมากขึ้นก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเรารู้ว่าคนต้องการอะไรเรารู้ว่าคนในเมืองต้องการอะไร สิ่งที่เราทำ ณ ทุกวันนี้ในแง่ของ smart city แล้ว work กับ startup และหน่วยงานเอกชนที่เป็นของคนไทยทำ facility หลาย ๆ อย่าง อย่างเช่นทุก ๆ ท่านเข้ามาที่งานนี้ น่าจะเห็นแกนบอกว่าใช้ไวไฟฟรีอันนี้เป็นใน 1 Partner วันนี้ในงานนี้ และเข้าใช้ไวไฟต่อ official account ซึ่งสามารถให้ทุกคนเข้าใช้งานง่าย สามารถเก็บข้อมูล สิ่งเหล่านี้เจ้าเมืองหรือผู้ว่าฯ สามารถที่จะเก็บข้อมูลซึ่งข้อมูลอันนี้สำคัญนะครับ ข้อมูลก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. ของความคุ้มครองข้อมูล ณ ปัจจุบัน หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าข้อมูลที่จะเก็บข้อมูลเท่าที่สามารถจะเก็บได้เท่านั้น ข้อมูลที่เก็บได้จะเอาไปปรับปรุง เพื่อให้แต่ละเมืองสามารถที่จะเข้าใจได้ว่าประชาชนที่อยู่ในเมืองต้องการอะไร ยังนึกภาพไม่ออกใช่ไหม เดี๋ยวผมเปิดให้ดูอันนี้ยกตัวอย่างขึ้นมา เพราะจริง ๆ แล้วมีอยู่หลายเมืองที่กำลัง แต่ว่ายังไม่เสร็จ ใช้เวลาค่อนข้างนานหน่อย เพราะว่าเราต้อง test ให้ชัวร์ ถ้าเกิดว่าเป็นคนในเมืองสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ รถติด เพราะตื่นขึ้นมาตอนเช้า เช้านี้ฝนตก รถติดไหม ติดที่ไหนบ้าง มีอุบัติเหตุหรือเปล่า แล้วเราต้องไปทางไหน อยากที่จะเลี่ยง เพราะทุกคนคงไม่อยากที่จะติดอยู่ในรถตอนเช้า อยากจะรู้ว่าอย่างไรก็สามารถเช็กได้ ถ้าเป็นคนต่างจังหวัด ถ้าฝนตกท่านจะอยากรู้ว่าน้ำท่วมไหม หรือเป็นไปได้กับในบางพื้นที่ สามารถเช็คได้ครับ เพราะข้อมูล link กันหมด สามารถเช็กได้ว่าน้ำท่วมหรือเปล่า หรือถ้ามีเหตุเกิด เหตุร้ายเกิดขึ้น สามารถร้องเรียนได้ครับ เป็นประชาชนผู้หวังดี เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้หมดจริง ๆ แล้วเราสามารถเข้าถึงประชาชนได้ เพราะทุกคนใช้ไลน์อยู่แล้ว เราไม่ต้องบอกว่า download app เพราะรู้ไหมครับว่าการทำ 1 app ขึ้นมาใช้เวลา 1 - 2 ปี รู้ไหมครับ Application ใช้งานถ้าภายใน 1 ปี ถ้า app นั้นสามารถมีคนมาใช้งาน 1 แสนคน ถามว่าเก่งมากเลยครับ แต่การเปิด Officail Account Line สามารถเปิดสั้นกว่าภายในเวลาแค่ 1 เดือน จริง ๆ บางอันสั้นกว่าแค่ 1 เดียว จริง ๆ ภายในเวลาสั้นกว่านั้นครับ ใครใช้ได้บ้าง 44 ล้านคนครับ ไปจนถึงผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้ว ฟรีด้วย ในส่วนที่ทั่วไป เราถึงอยากให้หลาย ๆ หน่วยงานเข้ามาใช้งาน เสาที่ 3 ที่ผมอยากจะพูดถึง ก็คือในแง่ของ Online Commerce ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะจริง ๆ แล้วตอนนี้ทุกคนคิดหนัก เพราะเศรษฐกิจไม่ดี แล้วสิ่งที่เรามองเห็นก็คือไม่แค่อยู่ในกรุงเทพไม่ได้แค่อยู่ในกรุงเทพ เป็นทั่วประเทศ เกษตรกร ผลผลิตตกต่ำขายของ ขายยากมากขึ้น กว่าจะไปถึงผู้บริโภคซึ่งตรงนี้เรามองว่าเป็น Solution ที่เราสามารถเข้ามาเป็นส่วนร่วมได้ SMEs ในเมืองไทย ตอนนี้มีอยู่ 3 ล้านผู้ประกอบการ และขยายตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 4 ล้าน และ 5 ล้านในเวลาอันไม่ไหล เพราะจริง ๆ คนไทยชอบขายของ ทุกคนน่าจะคุ้นชิน แล้วคนไทยขายของน่ารัก SMEs ในเมืองไทย ในแง่ของ GDP มีผลต่อ GDP เกือบครึ่งหนึ่ง อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะแชร์ให้ฟัง เพื่อเปรียบเทียบว่าเมืองไทยไม่เหมือนที่อื่นอย่างไร ถ้าเกิดว่าหลาย ๆ คนที่ work ในเรื่องของหรือการขายของ Online จะทราบว่าในหลาย ๆ ประเทศโดยส่วนใหญ่แล้ว platform ของการขายของ online จะถูก dominance ด้วย platform ใหญ่เกือบทั้งหมด แล้วคนก็ซื้อของผ่านทางนั้น เมืองไทยเท่านั้นเป็นประเทศอันดับหนึ่งในโลก ประเทศเอเชีย ประเทศอันดับ 1 ในโลก ขายของ Online มากที่สุด ใน market share เกินครึ่งของผู้ประกอบการที่ขายของออนไลน์ไม่ถึง เมืองไทยมีอยู่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ณ วันนี้ของที่ขายกันอยู่ปัจจุบันใน Online เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่ผ่าน SMEs ทุกคนคุ้นเคยกันได้เพราะว่าอยากได้อะไรก็หาได้ อยากได้สีอย่างไรก็ถามเอา เราดูข้อมูลหลังบ้านเราจะเห็นว่าคึกคักมาก คนกรุงเทพก็ขายของเสื้อผ้าแฟชั่นเครื่องสำอางค์ หลาย ๆ คนต่างจังหวัดก็ขายของเกษตรกรรม หลาย ๆ อย่าง service ทุกอย่างเลย หรือในแง่ของโรงแรมก็ตาม คราวนี้เราก็เลยมองว่าถ้าเราช่วยผลักดันตรงนี้มากขึ้น น่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะว่าจริง ๆ แล้วถึงหลาย ๆ คนขายของกันอยู่แล้วแต่ก็ยังมีอีกหลายๆ ท่าน หรือผู้ประกอบการ หรือเกษตร หรือ ฟาร์เมอร์หรือคนทั่ว ๆ ไป ยังไม่รู้อยู่ดีผมมีตัวอย่าง อยากจะเปิดให้ดูอันนี้เป็น 1 ในผู้ประกอบการ ในเมืองไทย NTP box เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ที่เขาทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิตกล่องผลิตกล่อง เพราะปกติเวลามีของเวลาจะส่งต้องมีกล่อง เมื่อก่อนหายาก เดี๋ยวนี้มี design อยากได้ design แบบไหน เป็น 1 ร้านค้าที่ไม่มีหน้าร้าน แต่มีร้านค้าอยู่บนไลน์ให้กับ SMEs ทั่วไปนี้ครับ ขายกล่องอยากทำดีไซน์แบบไหน เพราะว่าเดี่ยวนี้ทุกคนต้องส่งแต่ต้องมีกล่อง ตัวอย่างอีกอย่างที่อยากจะพูดถึง ในแง่ของผู้ประกอบการ จริง ๆ แล้วเป็นตัวอย่าง ปีนี้เลย หลาย ๆ ท่านน่าจะจำได้ หรือถัดมาหน่อยนะครับ เป็นช่วงทุเรียนออก แล้วก็ตามมาด้วยมังคุด เพราะว่าตามกันมา ต้องกินด้วยกันถึงจะอร่อย ทุก ๆ ท่านน่าจะได้อ่านข่าวว่ามังคุดตกต่ำทั่วประเทศ ราคามังคุดปีนี้ที่ต่ำที่สุด ต่ำจนถึงกิโลกรัมละ 20 บาทมหลาย ๆ ท่านที่ชอบทานมังคุดแต่เชื่อไหมครับ มีเกษตรกรหัวใสคนไทยที่ทำ Farm ออร์แกนิกมที่ทำฟาร์มออแกนิกมังคุด เขาบอกว่าเขาไม่ใช้สารเคมี เขาใช้ปุ๋ยธรรมชาตรู้ไหมครับ มังคุดของเขาที่เป็นออแกนิกสามารถขายผ่านไลน์ได้ที่กิโลกรัมละเท่าไร กิโลกรัมละ 400 บาท อันนี้มีคนซื้อแล้ว เพราะว่าผมก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อ เพราะว่าเป็นมังคุดที่คัด เป็นเกรดที่คัดเป็นเกรดเอ ทุกอันดีหมด แล้วก็ขายรวมค่าจัดส่งแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเห็นว่ามังคุดที่ราคาตกต่ำ ราคา 40 บาท ที่ขายได้ในราคา นี่คือ 10 เท่า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น คือเกษตรกรสามารถสร้าง Startup การเพิ่มมูลค่าถึง 10 เท่า หรือสิ่งที่ startup ชอบทำ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนที่ทำ Startup แต่เกิดขึ้นจากเกษตรกรที่เขารู้วิธีว่าเขาจะขายของอย่างไร ว่าเขาจะขายของอย่างไรก็เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย คือคนไทยเป็นคนเก่ง เพียงแต่ว่าเราจะต้องมี platform หรือมีอะไรให้เขาใช้ อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะพูดถึง เรามีได้ทำงานกับในแง่ของการทำแพรกตอน เป็นการเปิดงานขึ้นมา ให้จุดประสงค์ 1 อย่าง แล้วก็ให้ developer มาแข่งกันว่าใครทำ Solution ได้ดีกว่ากัน เราได้มีการทำ ไลน์แฮกตอน มี developer เข้ามาทำตลอด ปีล่าสุด ภาคภูมิใจมาก เป็นทีมที่ได้รับรางวัล 1 รางวัลมาจากทางพระจอมเกล้าลาดกระบัง น้อง ๆ ทีมนี้ทำอะไรครับ เขาพัฒนาตัวจับความชื้นของดิน แล้วติดกับ official account ครับ แล้วติดกับ หมายความว่าเขาเอาตัวเซนเซอร์ที่โชว์อยู่ น้อง ๆ พัฒนากันเองนะครับ แล้วฝังที่ดิน เขาจะรู้ว่าปริมาณความชื้นของดินเป็นอย่างไรสามารถที่จะปรับความชื้น โดยการรดน้ำเพิ่มหรือปรับเขา Link แล้วเตือนผ่าน Official Account เหมือนมี message เตือนปกติวันนี้เป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้เขากำลังพัฒนาไปถึงว่า จริง ๆ แล้วในช่วงของการปลูกจะต้องมี Indicator อะไรบ้าง ละเป็นสิ่งที่ผมประทับใจมาก สิ่งนี้ไม่ได้บอกเขา เป็นสิ่งที่น้อง ๆ คิดกันเอง แล้วก็เป็น 1 project ที่เราได้ เเรากำลังติดตามต่อไปว่า Solution ไปถึงไหนสิ่งเหล่านี้ที่คิดด้วยคนไทยเอง สามารถเอาไปใช้ได้ โดยเฉพาะกับเกษตรกร อันสุดท้ายที่ไม่ได้เป็นเสาหลักที่เราโฟกัส แต่เป็นรากฐานเพราะจริง ๆ แล้ว SMEs ที่เป็นเท็กซ์ จริง ๆ ตอนนี้เราเรียกว่าเป็น startup แล้วก็หลาย ๆ คนในวงการ Startup ชอบพูดว่า ทำไมเมืองไทย ไม่มียูนิคอร์น สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ยูนิคอร์นจริง ๆ เป็นชื่อเรียกขนาดของบริษัท ฝรั่งเรียกกันว่าว่าถ้าบริษัทไหนที่มีมูลค่าของบริษัทถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เราเรียกว่าเป็นม้ายูนิคอร์น เพราะว่ามีมูลค่ามาก ในภูมิภาคเรามียูนิคอนไม่เยอะครับ มี 2 - 3 ตัว แล้วก็เป็นตัวใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย แต่ทำไมเมืองไทยไม่มี คนไทยไม่ได้ด้อยนะครับ หรือคนไทยไม่เก่ง แต่จริงผมว่ามีเรื่องโอกาส ของการลงทุนที่ไม่มีใครเข้ามาใช้ ซึ่งก็เป็นที่เราเรียกว่าเป็นไลน์สเกลอัพ จริง ๆ แตกต่างจาก program อื่นอย่างไร จะเป็นโปรแกรมที่เน้นในเรื่องของไซส์เล็ก เราโฟกัสที่ไซด์ใหญ่เท่านั้น แล้วทำอย่างไรที่ใหญ่ขึ้นไปอีกเพื่อให้ไปถึงยูนิคอร์นได้ เราเชื่อว่าเราเป็น platform ทั่วประเทศใช้งานอยู่แล้วแล้วเราเชื่อว่าความคิดหรือ idea ของคนไทย เมื่อเอาไปให้ถึงคนทั่วประเทศ ถ้าดีจริงใครจะไม่ใช้ ถ้าดีจริงทำไมไม่ใช้ แล้วถ้าเกิดดีจริง คนในภูมิภาคเราหรือคนทั่วโลกน่าจะใช้เหมือนกันก็น่าจะต้องใช้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นยูนิคอร์นไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเรื่องสเกลการขยาย เพราะว่าเราก็มีหลาย ๆ Office หรือในแง่การลงทุน funding เองเรามีทีม Startup ที่เป็นของคนไทย จริง ๆ ผ่านมาหลาย ๆ บ้านที่ทำ startup มาแล้วก็มาถึงในส่วนของเราที่เป็น Size ใหญ่พอใน 6 เจ้านี้ ที่ส่วนใหญ่แล้วมีครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น PIM เป็นในแง่ของอินชัวแรนซ์ ไฟแนนซ์ เซอร์วิส หรือในแง่ของ Marketing เอง บริษัทเหล่านี้เราจะเอ็กเซอเรทและลงทุน เพื่อให้เขาเป็นไซส์ของยูนิคอร์น เป็นตัวแทนของเซอร์วิสที่คนไทยภูมิใจได้ว่ามาจากเมืองไทยอันนี้เป็นรูปที่ทีมงานจริง ๆ ค่อนข้างแล้วก็โฟกัสไปข้างหน้า จริง ๆ ดูแลจริง ๆ เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี ตอนนี้อยู่ช่วงท้าย ๆ เริ่มที่จะมีการทำเดโมเดย์ ที่จะมีการลงทุน ซึ่งเราเชื่อว่า เราเชื่อว่า ไลน์ยังเชื่อ ตัวเองและทุกวันนี้ยังทำงานเป็น startup เพราะว่าวันแรกที่เราอยู่ที่เมืองไทย เชื่อไหมว่าไลน์มีออฟฟิศ 3 คน นั่งอยู่ที่สตาร์บัค ซึ่งเราเป็น startup ตั้งแต่แรก Startup ต้องทำอย่างไรถึงจะใหญ่ได้ เราซีเรียสในแง่ของ startup ขอบคุณมากครับ (พิธีกร) ขอบพระคุณมากครับ จากไลน์ไทยแลนด์ จะเป็นช่วงของพาแนลดิสแคปชั่น แล้วก็พูดเรื่องสิ่งที่น่าสนใจ เราขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการประชาสัมพันธ์ เรื่องของกิจกรรมเรสสกิลโดรน นอกเหนือจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราตั้งใจจะจัดขึ้นตลอดทั้ง 4 วันเต็ม ๆ คือการสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เราจัดขึ้นที่บริเวณลานเอาท์ดอร์ ที่ลานเอาท์ดอร์หน้าฮอลล์ 100 และเราก็จะแบ่งออกมาเป็นรอบ ๆ ยังคงเหลืออีก 2 รอบ รอบ 17.30 ส่วนวันพรุ่งนี้มี 4 รอบ 11.30 น. 14.30 น. 16.30 น.แล้วก็ 17.30 น. ฉะนั้นอีกครั้งหนึ่ง กิจกรรมนี้ วันนี้เหลืออีก 2 รอบ พรุ่งนี้ 4 รอบ พลาดไม่ได้เลยทีเดียวนะครับพลาดไม่ได้เลยทีเดียวครับ [ภาษาต่างประเทศ] สิ่งท้าทายของถึง 7 ปีแล้ว ในภาพ 7 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างนะครับ เราพูดถึง 7 ปี โดยเฉพาะที่เมืองไทย มีความเรียกร้องต้องการมากขึ้น ในอดีตเขามองแต่สินค้าที่มีราคาถูก แต่ตอนนี้เขามองมาถึงยี่ห้อด้วย คืออันที่เหมาะสมกับเราคา เพราะว่าสิ่งที่ท้าทายก็คือว่าเราจะจัดหาบริการลูกค้าได้อย่างไร เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อของที่ดีในราคาที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นตลาดแนวโน้มเราก็จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ในอดีตไม่มี และในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากโดยเฉพาะ 2 - 3 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคต้องการแบรนด์ที่ตัวเองคุ้นเคย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เราเห็นผู้บริโภคมีสินค้ามากขึ้น ที่จะให้บริการให้กับลูกค้า เราจะเห็นเลยว่าในผู้บริโภค ผู้บริโภคใช้เวลามากทีเดียว ในสื่อสังคม ใช้เวลามากใน Social Media ในประเทศไทยหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุกคนใช้ social media มาก ๆ ไม่ว่าจะ KOR หรือแนวโน้มใหม่ ๆ บริษัทที่เป็นดิจิทัลชั้นนำ เราจะเอาตลาดนี้มาได้อย่างไร เพื่อที่จะได้ประสบผลสำเร็จ ตอนนี้เราก็มีการสะสมคนของเรา เรามีการบริการให้กับลูกค้า เข้ามาใน e-commerce platform ของเราแนวโน้มที่เราเห็น คุณเห็นด้วยไหมคะว่าแนวโน้มที่พูดมานี้ ที่สังเกตเห็นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือว่ามีแนวโน้มอื่นที่ท่านเห็นในแง่ของพฤติกรรมของผู้บริโภค ก็เห็นด้วยเรื่องเกี่ยวกับ Social Commerce โดยเฉพาะในประเทศไทย 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นคือทุกคนดูเหมือนกับว่าทำให้ประสบการณ์ พวกที่เป็นเคลื่อนที่โมบายต่าง ๆ ให้เหมาะสม 10 เปอร์เซ็นต์ ของการใช้ internet ทั่วโลก เพราะทุกคนก็ใช้เป็น mobile หมดเลย คิดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปอาจจะแตกต่างนิดหนึ่ง ของ Grab เริ่มต้นจากธุรกิจขึ้นมา เราก็ขยายตัวขึ้นมา ตั้งแต่ให้มีการเร่งรัด แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับส่งอาหารต่าง ๆ ทีนี้ grab ต้องดูเกี่ยวกับกฎ ระเบียบต่าง ๆ เพื่อจะให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับกฎระเบียบ กฎหมายเพื่อจะทำธุรกิจของเรา เมื่อเราให้บริการทางด้านการเงินขึ้นมา เราก็ก็ต้องมีการมองถึงเอากฎระเบียบต่าง ๆ มาพิจารณาในการทำธุรกิจ แต่ประการที่ 2 Grab เป็น Offline แต่ลูกค้าต้องเข้า online แล้วเข้ามาแล้วเข้ามาออนไลน์อีก เพราะฉะนั้นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เราเห็นเขาเรียกร้องมากเลย เขาค้นหารถอย่างนี้ หรือจะมีการสั่งอาหาร เขาอยากจะได้อาหารเร็ว หรือว่าจะจ่าอาหารเร็ว หรือว่าจะจ่าย เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าทุกอย่างไม่มีอุปสรรคใน app ของเราสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในเรื่องสิ่งท้าทาย สิ่งที่ผมอยากจะเน้นอีกอย่างหนึ่งก็คือบริบทของท้องถิ่น ถ้าเกิดว่าเรามีการขยายธุรกิจเข้าไปในกรุงเทพฯ ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเราจะขยายไปขอนแก่น เชียงใหม่ ทางใต้ของประเทศไทยการให้บริการหรือเนื้อหาต่าง ๆ จะต้องให้เข้ากับท้องถิ่น หรือฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม ดังนั้นเมื่อเราเห็นว่าการขยายตลาดอันนี้ก็เป็นสิ่งบางอย่าง เรื่องการควบคุมต่าง ๆ บริบทของท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ เราต้องพิจารณา อันนั้นจริงว่าก็เป็นอีกขั้นหนึ่งคุณก็ถามว่า บริษัทจะขยายตัวอย่างไรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตำรวจท้องถิ่นไม่เพียงแต่ต้องเห็นเรื่องเกี่ยวกับสกุลเงินตรา จะต้องดูพฤติกรรมผู้บริโภค อาจจะเมืองขนาดเล็กไม่ได้ผลเหมือนเมืองขนาใดเมืองขนาดเล็กอาจจะได้ผล ไม่เหมือนกับเมืองขนาดใหญ่ก็ได้ เขาอาจจะมองดูว่า supply เป็นอย่างไร จากความแตกต่างนี้จากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง เขาจะไม่เหมือนกัน ที่เขาต้องการในเวลาที่เขาต้องการด้วย คุณหมายความว่าผู้บริโภคมีความกระตือรือร้น มีความกระตือรือร้นแล้วจะแตกต่างกันอย่างไรคะ มีความแตกต่างอย่างไรเดี๋ยวผมพูดก่อนแล้วกัน ในแง่ของมุมมองที่แตกต่างกัน เราเริ่มต้นมาที่ธุรกิจเกี่ยวกับการขนย้าย การเคลื่อนที่ สุดท้ายมาที่อาหาร นอกเหนือ ออกนอกกรุงเทพฯ เขาก็มีมอเตอร์ไซค์ มียวดยานพาหนะอยู่แล้ว เขามีเจ้าของยานพาหนะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในจังหวัดที่ต่าง ๆ กันเราเป็น grab food เรื่องอาหาร บางจังหวัดเราจะให้บริการทางด้านการเงิน ดังนั้นในการที่บริการของแต่ละท้องที่ของ grab เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ใหญ่คือเอาศูนย์กลาง เอาท้องถิ่นแล้วก็ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ดูถึงที่คนในท้องที่กำลังต้องการ นั่นคือบริบทของ grab ทีนี้ผมอาจจะมองในมุมมองของการพาณิชย์ความแตกต่างกัน ระหว่างกรุงเทพฯ อินเดีย สิ่งที่แตกต่างใหญ่ก็คือว่ามันคือประเพณีของการค้าปลีก ที่กรุงเทพส่วนใหญ่แล้วมีร้าน shopping mall ที่หรูหราที่ดีกว่างเรามีแบรนด์มากมาย ผลิตภัณฑ์มากมาย แต่ว่าถ้าเกิดเป็นผู้บริโภคชั้นล่างกว่า ส่วนใหญ่แล้วการค้าปลีกแบบดั้งเดิมของเราก็ไม่ได้มีความเข้มแข็งเท่ากับที่กรุงเทพฯ สำหรับลูกค้าในท้องถิ่นก็จำกัด นี่ก็คือสำหรับลาซาดาที่จะให้บริการให้กับคนในเมืองที่มีรายได้น้อยกว่า เขาจะเห็น platform ของเรา ก็เหมือนกับลูกค้าในกรุงเทพฯ เขาจะเลือกไม่ว่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หรือผลิตภัณฑ์มีชื่อระดับโลก มีการซื้อของที่ราคาได้ถูกกว่า เพราะฉะนั้นเราก็อยากให้คนที่อยู่ในระดับล่าง เข้าถึงแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากกว่าที่เราเห็นได้ชัดในตลาดของเรา เป็นวิธีการที่น่าสนใจและเป็นลักษณะเฉพาะ แล้วทำไมสิ่งท้าทายอะไร ในแต่ละระดับเราจะทำให้ไร้รอยต่อได้อย่างไรสำหรับเรานะครับ เราก็มีการดูแลลูกค้าของเรา เรามีการจัด Event ต่าง ๆ แบบดั้งเดิม แต่สำหรับเราแล้วเราให้บริการที่ดีที่สุด เราเน้นที่การบริการ อย่างเช่น เรามีการแยกแยะผลิตภัณฑ์อย่างไร ในการที่จะให้เป็นส่วนตัวเฉพาะตัวของลูกค้า หลังจากที่ลูกค้าสั่งมาแล้วเราจะส่งผลิตภัณฑ์เราจะส่งผลิตภัณฑ์ของเขาในเวลาที่รวดเร็วได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการที่ให้บริการที่ดี ไม่ว่าจะเรื่องของ Logistics และการบริการ แล้วผู้บริโภคเกิดความพอใจ โดยเฉพาะที่จะเข้าถึงลูกค้าในระดับล่าง ถือว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า แล้วพวกท่านการบริการที่ไร้รอยต่อนี้จะทำได้อย่างไร เพื่อจะทำให้ลูกค้า สั่งมาก่อนใช่ไหมคะ ในเมื่อ grab หรือ lazada มีอะไรเพิ่มเติมไหมไม่ทราบว่าคุณจะมีอะไรเพิ่มเติมไหมว่าผู้ใช้ที่เข้ามาการที่จะหาลูกค้าใหม่ สิ่งที่สำคัญของ grab คืออยากจะให้ grab ที่สามารถใช้ได้ทุกวันเพราะเราจะหาลูกค้าใหม่ขึ้นมา คือถ้าเรามุ่งเน้นในเรื่องการเดินทางอย่างเดียว เราก็เปิดธุรกิจใหม่ grabfood แล้วเราก็มีการขยายลูกค้ารายใหม่ขึ้นมาในอนาคตเราจะให้บริการทางด้านการเงิน เราก็เชื่อว่าเราจะได้มีลูกค้าทางด้านการเงินเข้ามา แล้วก็เรามี grab reward เป็นหน่วยงานของธุรกิจภายใต้ อันนี้ก็ขึ้นกับ case ที่ใช้ไปแล้วแล้วมีผลประโยชน์กับชีวิตประจำวันของเขา grab อยู่ที่อุปทาน อุปสงค์ อย่างเช่น ถ้าเกิดว่ามีอาหารที่ไม่อร่อยเราก็ดูว่าความต้องการ ในเรื่องของอาหาร อาหารแบบ street food อาหารที่เป็นรถเข็นหรือว่าอาหารที่เป็นของดั้งเดิมในการที่จะเข้าถึง สิ่งที่เราพยายามจะทำก็คือ เอาอุปทานเหล่านี้ให้สอดคล้องกับอุปสงค์ของลูกค้า ในงานที่จะดึงดูดลูกค้าว่า Platform การทำธุรกรรมทุกอย่างเวลาที่ลูกค้ามาใช้บริการของเรา เขาก็มีรางวัลให้ เขาสามารถจะเอารางวัลไปแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ อย่างเช่น เดินทางโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือว่าสั่งอาหารโดยไม่ต้องเสียค่าส่งอย่างนี้ ทีนี้ในกรณีของดิฉันก็แตกต่างกันนิดหนึ่ง ในเรื่องของตลาด 2 - 3 ปีนี้ เราก็มุ่งเน้นในเรื่องของผลิตภัณฑ์ในการที่จะเอาตลาด เราก็เห็นแล้วว่าอนาคตของ lazada หรือพฤติกรรมของผู้บริโภค พฤติกรรทางด้าน E-commerce ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราเป็น บีทูบีมากกว่าอย่างเช่น ที่จตุจักร และจากนั้นเราก็ดูว่าปัญหาของผู้ขายคืออะไร มีการ B2C หมายถึงว่าคนขายไปยังผู้บริโภค เราต้องให้แน่ใจว่ามีความสุขในการที่ขายเขามีความสำคัญระหว่างผู้ค้ากับเรา เป็นสิ่งที่เราให้ความใส่ใจก็มี 2 ปัญหา คือในเรื่องของเงินลงทุน แล้วก็ในเรื่องของแหล่งเงินทุน เช่น เอเซียมอลล์ เราก็มีการส่ง supply ไปยังระดับ 1 ระดับ 2 สิ่งที่เราพยายามจะทำเพื่อจะให้แน่ใจว่าในห่วงโซ่เรื่องของ fashion ใน supply ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย ในฟิลิปินส์ เราจะได้มีแหล่งมาจากอินเดียหรือไทยที่ไหนก็ได้ทั่วโลก จะสามารถเข้าถึงได้ใน SMEs ทุกภาคส่วน ที่จะให้โอกาสกับทุก ๆ คน ฟังแล้วก็สมเหตุสมผล เพราะว่าอุปสงค์ อุปทานกัน เราก็มีการขายสินค้าได้ แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค คุณซื้อเดี๋ยวนี้ก็มีการเรียกร้องมากขึ้น อุปสงค์มากขึ้น เราก็ทำไป 2 - 3 อย่าง อันแรกคือเราทำให้เป็นการส่วนตัว Personal ไลฟ์มากกว่า อย่างเช่น ทางใต้เราก็มี ลาซาดาทางใต้ขึ้นมาให้เจาะจงสำหรับความต้องการของผู้ซื้อ ถ้าเป็นผู้ชายถ้าคุณชอบแฟชั่น ถ้าคุณชอบแฟชั่นคุณก็ได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแฟชั่น โดยเฉพาะข้อมูลส่วนตัวที่เขาส่งมาเราก็สามารถที่จะจัดหาสินค้าที่ลูกค้าเขาชอบได้ เหมือนกับเป็นการอุปสงค์ อุปาทานเหมือนกัน ประการที่ 2 เราทำาก็มีการเราก็เน้นที่การขายทางด้าน social เราอาจจะเอาเครื่องมือทางด้านโซเชียลต่าง ๆ ขึ้นมา แล้วผู้ใช้ก็มีส่วนที่จะสนใจมากขึ้น และทำให้เป็นเรื่องมีความต้องการ shopping มีความต้องการที่จะ shopping มากขึ้น ประการที่ 3 เราก็จัดบริการสิ่งที่เป็นของท้องถิ่นจัดการแสดง Event ขึ้นมา ซึ่งเราก็จัด เราจัดที่เมืองไทย ประเทศอื่นเราก็ไม่จัด ก็เหมือนกัน ดังนั้นเวลาเราจะจัดอะไรต่าง ๆ เราก็เน้นความต้องการท้องถิ่นขึ้นมาเพื่อที่จะมีการร่วมมือกับทางด้านคนขายของเรา ในการที่ทำทั้ง 3 อย่าง เราก็สร้างความสมดุลการอุปสงค์ อุปทาน แล้วก็เรื่องนิเวศ แล้วนอกเหนือจากการซื้อขายเราเน้นเรื่องของระบบของนิเวศขึ้นมาด้วย คุณพูดถึงว่าการบริการทางด้านการเงินแล้วคนขายจะเข้าถึงบริการ บริการทางด้านการเงินอย่างไร นั่นก็คือเสาหลักของเรา เราก็มีการจ่ายให้กับผู้ขายก่อน ทีนี้ของเขาขยายตัวขึ้นมา เราก็ช่วยเขา นั่นก็คือมุมมองที่เราช่วยให้กับผู้ขาย เราก็ดูถึงโรงงานต่าง ๆ ทั่วโลกว่าเขาก็ไม่มีเข้าถึงเทคโนโลยีแสดงว่าเขาจะผลิตได้ไม่มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือเปล่า เขาก็เขียนไวท์บอร์ดอย่างนี้ เขียนด้วยมือให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยี ให้บริการทางด้านตลาด อยากให้คนขายคล้าย ๆ มี platform ถ้าเกิดจะขายให้กับ lazada คุณก็ทำได้ ถ้าคุณจะขายออฟไลน์ที่สถานี BTS คุณก็ทำได้ คุณสามารถจะเลือกได้ ถ้าเกิดคุณไม่มีเวลาทำเป็นแคตตาล็อก เราก็ทำให้คุณได้คือเราพยายามที่จะลดแรงกดดันให้กับพ่อค้ากับคนขายของ และจะทำให้ลาซาดาช่วยเขาได้ มาบอกพึ่งลาซาด้า มีอะไรจะเพิ่มเติมไหมคะบริการทางด้านการเงิน ส่วนแรกในเรื่องของผู้โดยสาร พาสเซนเจอร์ก่อน grab pay เป็นที่สำคัญในแอปของผู้ใช้ ในการที่จะจ่ายเงินได้อย่างสะดวกสบายซึ่งจะช่วยมากเลย ในการที่จะจับต้องเงินสดให้กับคนขับของเรา และเพิ่มความรวดเร็วการให้บริการ และสำหรับประเทศอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย เขาก็มีการบริการที่ว่าจ่ายทีหลังก็ได้ เขาใช้บริการเราก่อนจ่ายเงินทีหลัง นี่เป็นบริการการเงินที่เราเพิ่มมาใน app เพิ่มเข้ามาในแอป แต่สำหรับประเทศไทยในการเพิ่มการจ่ายเงิน อาจจะมีการนำมาใช้อีกไม่นาน อีกด้านหนึ่งการบริการทางด้านการเงิน เราก็ให้บริการแล้วก็พ่อค้า เพราะฉะนั้นคนขับ แล้วก็พาร์ทเนอร์ ก็ได้มีการมีการอุบัติเหตุ เขาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังนั้นเขาก็สามารถที่จะขับโดยความสบายใจ เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว แล้วก็มี program ที่จะหา smartphone จะได้เป็นเครื่องมือในการที่จะรับ GPS ทำให้มีคนสั่งเดินทาง บริการลูกค้าได้มากขึ้น เรื่องที่จะประสบความสำเร็จอีกอย่างหนึ่ง ในเรื่องของการให้ยืมเงิน ยืมเงินให้กับคนขับเขาจะได้มีงานมากขึ้น รายได้มากขึ้นอย่างเช่นที่สิงคโปร์ เราก็มีการให้การเช่าซื้อ เช่าซื้อรถ คนขับแท็กซี่ของ grab เขาสามารถจะอัพเกรดให้เป็นพรีเมี่ยมขึ้นมา แล้วก็มีค่าใช้จ่ายค่าโดยสารที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ที่จะรายได้เพิ่มขึ้น ชีวิตดีขึ้น ทั้งหลายนี้ก็เป็นแพทเทิร์นที่เราเริ่ม และตอนนี้อีกไม่ช้าไม่นานเราก็จะมาใช้ในประเทศไทย นี่ก็คือบริการทางด้านการเงินที่เราเห็น ทีนี้สั้น ๆ ก็คือเราไม่ได้แข่งขันกับทางด้านธนาคารเราทำงานร่วมกับธนาคารด้วยซ้ำไป ตอนนี้เราทำงานร่วมมือกับธนาคารกสิกร การบริหารทางด้านการเงินแต่วิธีการที่เราให้บริการทางด้านการเงินเป็นบางสิ่งบางอย่าง ที่ grab ให้บริการได้ อย่างเช่น การบริการทางด้านประกัน อย่างเช่น การบริการทางด้านประกัน เราก็มีนโยบายเป็นประกัน ในมาเลเซียเรามีบริการให้กับคนขับ คนขับไม่สามารถที่จะซื้อบริการทางด้านสุขภาพให้กับครอบครัวได้ ถือว่าช่วยคนที่ร่วมงานกับเราเพื่อทำให้ชีวิตดีขึ้น ถือว่าช่วยคนที่ร่วมงานกับเรา เพราะจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ท่านพูดถึงเกี่ยวกับว่าผู้บริโภคนั้นใช้ดิจิทัลวอเลทสำหรับแกร็ปมากขึ้น ท่านเห็นใน lazada มีหรือไม่คะ เพราะว่าเราเป็นหรือว่ายังใช้แคชอยู่เราก็มีแนวโน้มอย่างนี้ คล้าย ๆ กับตอนแรก ๆ เราจะเห็นว่าในประเทศไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา เราจะเป็น COD ส่งเก็บเงินปลายทาง และเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเราก็จะเห็นว่าลูกค้าใช้อีวอเลท และลูกค้าก็ใช้ในเรื่องของวิธีการจ่ายเงินที่ก้าวหน้ามากขึ้น และลาซาด้าเราก็มีเรามี ลาซาด้าวอเลทเหมือนกัน เราจะมีวอลเล็ทของเรา เราทำงานกับพาร์ทเนอร์ของเรา คือวอลเล็ตและธนาคารท้องถิ่นในการที่จะมอบให้หาวิธีการจ่ายเงินให้กับลูกค้า ตอนนี้เรามาดูฟีเจอร์ต่าง ๆ ว่า คุณคิดว่าอย่างไร พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนไปเยอะมีการเปลี่ยนไปในภูมิภาคของเราจากวิสัยทัศน์สำหรับธุรกิจ อย่างธุรกิจเล็ก ๆ นี้ค่ะ สำหรับแนวโน้มของ customer หรือคะ เรียกว่าไม่เคยพอใจได้ง่าย ๆ มีเงื่อนไข มีอะไรต่ออะไร อยากได้นั่นนี่อย่างนั้นอย่างนี้มากขึ้น และในอนาคตเราบอกว่าเราสามารถที่จะส่งให้เราสามารถที่จะส่งให้ในวันรุ่งขึ้น เราสามารถ เราก็บอกว่าอาจจะเป็นวันดีใน 2 ปี อาจจะเป็นวันดี คือสั่งเช้าได้เย็น ลูกค้าอยากจะใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ อยากจะใช้ในสิ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ วิธีการใหม่ ๆ อยากจะเห็นของใหม่ อยากจะเห็นของใหม่ อยากจะเห็นของมาจากสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน อะไรจะเป็นสิ่งต่าง ๆ และสุดท้ายก็คือลูกค้าอาจจะให้ความใส่ใจเกี่ยวกับการบริการมากขึ้น มากเลยสำหรับไม่ใช่ลาซาด้า แต่สำหรับทางด้านดิจิทัลทั้งหลาย และอันนี้ก็เป็นความมุ่งมั่นของเราที่เราจะให้บริการสำหรับ grab ของเรา future train ของเราที่เราจะเห็นในปีนี้เป็นการข้ามพรมแดนสำหรับคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา เพราะว่าgrab อยู่ใน 8 ประเทศทำอย่างไรถึงจะให้ประสบการณ์ในเรื่องของการข้ามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลูกค้าของเราสามารถที่จะสั่งอาหารได้ แต่ก็ยังอุปสรรค ซึ่งทำอย่างไรถึงจะให้บริการทางด้านการเงินข้ามพรมแดน สมมติเราเดินไปมาเลเซีย สิงคโปร์ เราอยากจะได้รถ ใช้กับวอเลทของไทยในการจ่ายค่าบริการอย่างไร แล้วขณะเดียวกันลูกค้าจากสิงคโปร์มาเมืองไทย เขาก็อยากจะจ่ายเงินโดยผ่านทาง app ของเรา อย่างในอินโดนีเซียเราใช้ grab pay ไม่ได้ เราต้องใช้ เวลาที่พูดถึงในเรื่องของบริการทางการเงิน เราจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ ผมเดินทางไปมาเลเซียเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่สนามบินก็อยากจะเช่ารถเพื่อที่จะเช่ารถ และใช้ไทยวอเล็ทจากใช้ไทยวอเล็ต เพื่อที่จะให้มี grab ในมาเลเซีย อันนั้นก็เป็นข้อจำกัดอันหนึ่งที่เราพยายามจะแก้ ในการที่จะทำธุรกรรมต่าง ๆ เวลาข้ามพรมแดนแล้วไม่มีปัญหา ง่าย ๆ อันนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน อีกสิ่งหนึ่งที่เราทำไปแล้วในเรื่องของการการให้ grab เซอร์วิสให้กับนักท่องเที่ยวจีนโดยการที่จะเอา grab ไปใส่อาลีเพย์ที่นักท่องเที่ยวจีนมาที่นี่ เขาอยากจะเช่ารถ และเขาไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนขับรถไทยได้ เขาสามารถใช้อาลีเพย์ได้ อันนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่เราพยายามแก้ไขและเราคิดว่าในเรื่องของข้ามพรมแดนก็จะเป็นแนวโน้มที่ใหญ่ในอนาคตทีเดียว ในด้านของผู้ขายคงไม่ใช่ในแพลตฟอร์มเดียว เราคงจะไม่ใช่ในเรื่อง location หรือ platform แต่ละอันเขาก็มีอิสระในเรื่องของการที่จะเข้าถึงบริการต่าง ๆ ดังนั้นจะมีความต้องการที่ว่าในอนาคต แล้วก็ใน Social ชาแนลก็มี ตอนนี้เราก็มีไม่ใช่แต่อินสตาแกรม หรือเฟสบุ๊คเท่านั้น ทำอย่างไรถึงจะทำการตลาดไลน์ได้ หรืออะไรต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้พัฒนาขึ้นมาว่า เราจะใช้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้อย่างไร และในเรื่องประสบการณ์ของลูกค้า อันนั้นกรณีไม่ใช้เงินสดไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรือเรื่องอะไร รู้ว่าเราจะซื่้อเราต้องดูแเขามีประสบการณ์แล้ว แล้วในเรื่องของ O2O ระบบ O2O ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจน เราเข้าถึงได้อย่างไร เราก็พยายามคิดแข่งขันกันจนกระทั่งถึงจุดอิ่มตัว เพราะฉะนัั้นเรามีเวลาอีกไม่กี่นาที บางทีท่านอาจจะมีข้อแนะนำที่จะให้กับทางผู้รับฟัง ผู้ที่ต้องการที่จะขยายงานของเขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกุญแจอะไรหรือไม่คะ ที่จะ takeaway เราจะบอกบอกว่า สำหรับในเรื่องของการสังเกตการณ์ ถ้าหากว่าคนหนึ่งพูดถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เราบอกว่าอย่าคิดว่า south Asia เป็นหนึ่งมีหลายประเทศมากเลย แต่ละตลาดก็แตกต่างกันมากเลย แต่ว่าตลาดนั้นก็เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ประชากร ลักษณะของพฤติกรรมผู้บริโภคก็ต่างกัน เวลาที่เราจะพูดถึง south จะพูดถึงเซาท์อิสเอเชีย เราจะต้องรู้ว่าเราเป็นท้องถิ่นจริง ๆ เราต้องเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรม แล้วก็ในเรื่องของกฎระเบียบของท้องถิ่นนั้นจริง ๆ แต่ละประเทศนั้นวิธีการทำการตลาดของเรา แต่ทำธุรกิจของเราต่างกันมากเลย แต่ละประเทศ ตลาดในเซ้าอิสเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นขยายได้ เราจะขยายเข้าไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างกรณีของ lazada เราก็เป็นห่วงว่าเราจะเข้ามา ถ้าหากว่าเข้ามามีแบรนด์ มีเอ็นเทอเพอเนอร์ใหม่ ๆ เข้ามา มีคนขายใหม่ ๆ เข้ามา ให้เขาเจริญเติบโต และสุดท้ายในตลาดอย่างนี้ การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเราไม่มีอะไรที่เป็นสูตร คือทุกวันเป็นการเปลี่ยนหมดเลย อย่าอยู่กับที่ตลอดไปตลอดไป คุณจะต้องมีการวิวัฒนาการตลอดไปในการที่จะผลักดันให้ออกจากเพื่อที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลง ในประเด็นนั้นเคล็ดอันหนึ่งทุกคนพูดถึง big data การเก็บ data ข้อมูลใหญ่ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ และจะบอกว่าในเรื่องของการใช้ และเก็บมาใช้อะไร จะเป็นตัวสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งถ้าหากว่าคุณสำคัญ ถ้าหากว่าคุณทำได้ สินค้าของคุณ แล้วคุณก็เปลี่ยนไปกับแนวสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้น เหมือนว่าอย่างที่คุณบอกวิวัฒนาการไป แล้วก็รับฟังไป แล้วก็วิธีการที่ทำก็คือ เราต้องรู้ว่าคนขายเขาพูดอะไร แล้วก็แปรเปลี่ยนไปตามนั้น ทริปอันหนึ่งที่สำคัญ เวลาที่ทำการบ้านผมหมายถึงว่าคุณจะต้องเข้าใจจริง ๆ ลูกค้าของคุณ อย่าไปดูในเชิงมหภาค จะต้องดูในลักษณะของจุลภาค ยกตัวอย่าง เช่นว่า สำหรับ grab เราทำวิจัยมากทีเดียวเวลาที่เราไปต่างจังหวัดต่าง ๆ เรามีการศึกษาทำวิจัยและต้องการคำแนะนำให้กับผู้ค้าใหม่ ๆ และนอกจากนั้นครับ ก่อนที่จะทำการศึกษา ก่อนที่เราจะลอชหรือเปิดตัวหรือเปิดตัวบริการใหม่ ๆ เราก็ต้องการที่จะเห็นการเจริญเติบโต อันที่ ๒ ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกิจกรรมการเงิน ก็คือทำงานร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแล เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ล่วงหน้าว่าเราจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเงินนั้น จึงสำคัญมากเลย ที่เราจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ และปฏิบัติตามกฎของระเบียบ ที่ผมอยากจะแบ่งปันนะครับ เพราะว่าท่านก็พูดถึงในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมที่เปลี่ยนในเรื่องของมีความต้องการมากขึ้น และหมายความว่าธุรกิจของคุณอย่างไร ในเรื่องของการที่จะคอสในการที่จะได้มาซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มีความหมายมากเลย อันแรกก็คือเราไม่สามารถที่จะหยุดได้ เราจำเป็นที่จะต้องมีการดูตลาดและในขณะเดียวกันก็ดูซิว่าแนวโน้มเป็นอย่างไร บางครั้งถึงแม้ว่าเรามี platform อยู่แล้ว แต่เราต้องผลักดันตัวเองว่าเราจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้ เราจะขยับต่อไปอย่างไร อันนั้นอย่างเมื่อปีที่แล้วเวลาเราเข้ามาในตลาด เราบอกเพราะว่าเราสังเกตุเห็นว่าอันนั้นอาจจะเป็นเทรนในอนาคต ก็เปิดตัว และตอนนี้แล้วก็ social เอ็นเกรดเม้นท์ แล้วก็เป็นเทรน ตอนนี้เรามีการพยากรณ์ว่าในเรื่องของเราเชื่อว่า ในเรื่องของ logistics สำคัญ ลูกค้าจะมีความดีมานมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเรื่องของการส่งของเร็ว ดังนั้นเราจึงมีการผลึกกำลังเกี่ยวกับ local network ของเรา ออกจาก comfort zone ของเรา เราเคยทำงานกันมาสบาย ๆ ท่านลงทุนในความเจริญเติบโต ลงทุนในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คุณดูในเรื่องผลกำไรหรือไม่คะ อันนี้ก็เป็นคำตอบง่าย ๆ ไม่ใช่ในเรื่องของกำหนด แต่ว่าในเรื่องการให้บริการลูกค้าได้ดีกว่า อย่างกรณีเราเป็นส่วนหนึ่งของอาลีบาบา เราก็ดูว่าเราไม่ได้ดูมุ่งเน้นในเรื่องของกำไรอย่างเดียว แต่ว่าเราดูการให้บริการและเมื่อเราให้สินค้าเป็นหนึ่งเป็นอันแรกเป็นอันแรก business ของเราก็เติบโต มากมาย เมื่อธุรกิจเราโต เราก็จะมีกำไรในอนาคต แล้วก็จะกำไรมากด้วยนะครับ โอ.เค. ครับ เพราะฉะนั้นขอบพระคุณมากเลยที่มาอยู่ในงานของเราในวันนี้ ขอบพระคุณค่ะ (พิธีกร) นี่ก็คือบรรยากาศของงานวันแรกของเราวันนี้ Digital Thailand Big Bang 2019 จากความสำเร็จตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แล้วก็เป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในระดับอาเซียนเลย อีกสักครู่เราจะมีกิจกรรมจัดต่อเนื่อง นี่ก็คือในส่วนของ Big Bang stage โดยจะเป็นกิจกรรม big bang เขาได้จับมือกับเดอะเน็กเว็บ ในยุโรปในการที่จะคัดสรรจากทุกศาสตร์ทั่วทุกมุมโลก เพื่อมาพูดที่งาน โดยเฉพาะเลย ก็มาเปิดประสบการณ์ แล้วก็เปิดโลกทัศน์ให้กับคนไทยนั่นเอง จะได้พบกับคุณกฤตธี มโนลีหกุล Embracing Digital Transformation ขอเสียงปรบมือต้อนรับเรียนเชิญครับ (คุณกฤตธี) สวัสดีทุกท่านครับ ผม กฤตธี มโนลีหกุล แล้วผม manage ที่อินโดนีเซีย แล้วก็ที่พม่าครับ วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่อง topic จะมาเล่าให้ฟังว่า Tencent กับดิจิทัล transformation ในประเทศไทย ในอาเซียนในการช่วยที่จะสร้างแต่ก่อนอื่นแล้วสั้น ๆ เกี่ยวกับ Tencent ก่อนก็แล้วกัน ทุกท่านคงรู้ว่าเราคือใคร เราเริ่มจากการเป็นบริษัทอินเตอร์เน็ต ในปี 1998 ปีนี้ก็เป็นปีที่ 21 แล้ว ปี 2004 เราได้เข้าไปในตลาดฮ่องกง ในฮั่งเซ็งแล้วก็ปี 2011 เราได้ louche product ดิจิทัล Internet ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจีน เรามี active 1,000 ล้านคน ก็ทำให้มูลค่าตลาดของเรา เพิ่มขึ้นตลอดเวลา อย่างปีที่แล้วเองปี 2018 forbes ได้ rank ว่า Tencent เป็น 1 of the most ในโลกเลย ในเรื่องของ service ของเรา จากการที่เราล็อนซ์ โพรดักส์ เราได้ ลอนท์ produce อื่น ๆ ขึ้นมาวีแชท เป็นต้น มี product ทางด้าน social media หลังจากนั้นก็เริ่มลอชเกมออกมานอกจากนั้นแล้วเราก็มี Product ที่เป็น Media entertainment จนล่าสุดเราได้ louche product B2C ฟินเทค คลาวด์ เป็นต้น สำหรับในเมืองไทยเอง Tencent เราเข้ามาประเทศไทยปีนี้เป็นปีที่ 9 เราเข้ามาใน snook.com คาดว่าทุก ๆ ท่านคงรู้จัก sanook.com website ที่อยู่กับคนไทยแทบที่จะนานปีนี้ก็เป็นปีที่ 21 ของสนุกดอทคอม เข้ามาถือหุ้นใน sanook.com เราได้เปลี่ยนแบรนด์ เปลี่ยนชื่อมาเป็น Tencent ถ้าดูจากไทม์ไลน์นี้ก็จะได้เห็นว่าไม่ได้หยุดแค่ล็อนซ์ โพรดักส์ของสนุกอย่างเดียว ในปี 2016 เราได้ jook เรามี Tencent game ซึ่งเกมหลักของเรา ล่าสุดเราล็อนซ์วีดีโอชื่อ WeTV และปีนี้เหมือนกันเป็นปีที่เราได้ launch ซึ่งหลัก ๆ แล้ว product ของเราจะแบ่งเป็นเวอร์ติเคิล entertainment solution โลโก้อาจจะดูแปลก ๆ อันนี้คือสนุกดอทคอม นอกจากนั้นแล้วเรามี reading produce ที่เราเพิ่ง launch และเรามี Tencent game ฝั่งโซลูขั่นเอง Business Partner ทั้งหลาย เรา launch ช่วยให้แบรนด์ พาร์ทเนอร์ของเรา ไปยูเซอร์คนจีนซึ่งต้องถามก่อนว่าการที่เราอยู่ประเทศไทยมา เรียกว่าตั้งแต่เราแอทไควท์มา 20 กว่าปี เนมของเรามีความเป็นไทย แล้ว strategy ในการช่วยประเทศไทย ประเทศไทยในการที่จะ Transform เราทำอย่างไรบ้าง ทั้งประเทศไทย ทั้งประเทศในอาเซียน จริง ๆ คือเรามองว่ามีอยู่ 3 อย่าง 1. คือการที่เรา connect people มาจับอยู่ด้วยกัน 2. พีเพิล การที่เรา connect user ไปไปทุก ๆ device ต้องมีอยู่แล้ว ปัจจุบันทุกคน3 Device นอกจากการที่เรา Connect กับยูเซอร์ด้วยกันเองแล้วเรายังเอาประสบการณ์ออนไลน์มาอยู่ที่โลกออฟไลน์ด้วย ที่มาจากงาน Joox ไทยแลนด์อะวอร์ด ตัวอย่างอันหนึ่งที่เรา introduce เราดึงยูเซอร์ของเรามาอยู่ในโลกออฟไลน์ อย่างของ JOOX มีไทยแลนด์มิวสิกอวอดศิลปินที่โดดเด่นในปีนั้น อันนี้ก็เป็นภาพที่เป็น online to offline ก็เป็นคอนเสิร์ตที่จัดโดย ปีที่แล้วมีคนมาประมาณ 10,000 คน ข้างบนขวานั้นเรานำดาราจีนมาเจอกับแฟนของเขาในเมืองไทยมาเจอกับแฟนของเขาในเมืองไทย ข้างล่างก็จะเป็น Pubg การที่เราทำลอนซ์เกมไปเราไม่ได้ที่จะมี good experience ออฟไลน์ด้วย สาเหตุที่เราทำ ตรงนี้ขึ้นมาได้สามารถที่จะเอ็กซ์สคริปมาได้เป็นเพราะว่าเรามีทั้ง smart solution ที่เราเรียกว่า ไฮเดียยู แพลตฟอร์ม เรามียูเซอร์เดต้าอยู่ตรงนี้ ที่สามารถที่จะช่วยให้เราเข้าใจในยูสอินไซด์ได้ในอินไซด์ของยูเซอร์เราได้ การที่เราจะสามารถเข้าใจได้ต้องมีระบบคลาว ระบบ AI ที่สำคัญ พอเรามาพูดถึงเรื่อง AI แล้วนี้เคยมี study ภายในปี 2050 โลกเราจะมีคนถึง 10,000 ล้านคน อันนี้ถือว่าเยอะมาก เพราะว่าจะมีเมืองที่เกิดขึ้นมาที่เป็นอย่างกรุงเทพที่มีคนหนาแน่น 10 ล้านคนเกิดขึ้นมาหลาย ๆ เมืองมาก ถ้าเราไม่สามารถที่จะมี AI ในเมื่อกรุงเทพปัจจุบันที่ไม่มีสัญญาณจราจร ถ้ากรุงเทพฯ มีแค่ตำรวจที่เป็นคนโบกจราจรให้สามารถทำให้รถยิ่งติดไปมากกว่านี้ไปมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นการที่มี AI ช่วยในเรื่อง every อันนี้คือยกตัวอย่างของยูสเคส ของ AI ที่ Tencent เราใช้ในปัจจุบัน ตัว Platform ของเรา วีเแชท เกมทั้งหลายแล้ว เอไอสามารถช่วยในการทำเฟชัวการที่จะ log in ไปที่แบงก์ ไม่ต้องยื่นให้ ID บัตรประชาชน หรือแค่สิ่งง่าย ๆ การเดินออก Office ตอนนี้เราก็มีเฟชัวเรกคอไนแพลนอีกต่อไป ในเรื่องของ อันนี้ก็สำคัญ ในเรื่องของเอเมค การที่เราดึง Content ที่เราไม่ต้องการออก การที่สามารถจะ เรกคอนไน object ได้อย่างในกรณีอย่างนี้ก็คือ อันแมนเชล์เราสามารถที่จะมอนิเตอร์ว่าการขายอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้เมคชัวว่าเวลา ลูกค้าเข้ามาสามารถที่จะส่งสินค้า ถ่ายสินค้าให้เขาได้ตรงนี้ ขายสินค้าตรงนี้ต่อไปได้ OCR การที่เราไม่จำเป็นมานั่งดูอีกต่อไปแล้วว่าจะถูกส่งไปที่ไหน สามารถมีคอมพิวเตอร์อ่านให้เราได้อันนี้คือเป็นยูสเคสหลาย ๆ อย่าง แต่สุดท้ายแล้วกลับไปเรื่องเดิม คือการที่เรามี AI ที่จะช่วย Connect people to serviceผมมีตัวอย่างจากประเทศจีนที่เรารอนซ์ไปแล้ว คือวีแบงก์เป็นแบงก์ออนไลน์แบงก์แรกในโลกOnline Bank แรกในโลก เริ่มตั้งแต่ ปี 2014 เดือน December ของประเทศจีนคือว่า ทุก ๆ คนที่อยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตไม่มีใครมีแล็ปท็อป ที่ประเทศจีนมีมี micro financing เยอะไมโครไฟแนนซิ่ง ไม่มี laptop ของประเทศจีนก็ใหญ่ด้วย คนไม่สามารถที่จะไปได้ ไม่มีแบงก์แบนที่จะมา serviceในฝั่งของแบงก์เอง เขาก็ต้องการที่จะมี solution online ที่เราสามารถที่จะ คนนี้คือลูกค้าของเราจริง สามารถจะรู้เครดิตเรทติ้งได้ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ Tencent สามารถที่จะรอนเซอร์ ที่เป็นไบโอเมตทริตได้เป็นไบโอแมททริกส์ สามารถที่จะ scan บัตรประชาชนได้ เพราะใช้ระบบ OCR ของเราเพื่อที่จะสามารถจากมือถือไม่ได้มาเจอกันตัวต่อตัวสามารถที่จะใช้ระบบตรงนั้นและสามารถ verify อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง EKYC ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วเพราะวีแบงก์ไม่ได้ทำออนไลน์หมด ทุกอย่างลดเวลาในการที่เราจะไปแบงก์ จาก 30 นาที เหลือ 5 นาที สามารถที่จะทำให้เกิดทราน ชัวร์ ๆ เลยเรื่องของ Cost ลดลงไป อย่างกรณีนี้คือ cost จาก 100 หยวน 20 หยวน ตัวอย่างที่ 2 อันนี้เป็น shopee ทุกคนน่าจะรู้จักชอปปี้ ซึ่งเป็น Partner กับเรา เขาชาร์เลนท์โตมาก e-Commerce ในเอเชียไปประเทศในอาเซียนหลาย ๆ ประเทศเขาต้องสามารถที่จะแอบซอฟท์จำนวนดีมานด์ของลูกค้าที่เข้ามา check ดูสินค้า ดูรูปเพราะฉะนั้นเรื่องของ image storage เป็นปัญหาสุดท้ายเลยก็เป็นเรื่องของยูสเซอร์เวลามีคนมาใช้เยอะ ๆ แล้วต้องเมคชัวว่าแอปไม่ล่ม สิ่งที่ Tencent ก็เป็นเรื่องของการที่เราเอา Cloud ของเราสามารถที่จะ service ของชอปปี้ได้ คลาวน์ของเรามีไลฟ์สตรีมมิ่งบอร์ดแคสสามารถช่วย Shopee ในระหว่าง 11-12 promotion ตอนที่เขามีสามารถที่จะไลฟ์สตีมสด ๆ ได้เลย ตอบปัญหาลูกค้า ทุก ๆ อย่าง รีเซาท์ ก็คือว่า เซลวอลุมของเขาโตขึ้น 8 - 10 เท่าอันนี้เป็น 2 ตัวอย่าง อันนี้เป็นตา่งประเทศ 2 ตัวอย่าง ค่อนข้างจะ regional แล้วเมืองไทยเรามีอะไร คิดว่าหลาย ๆ ท่าน ถ้าเล่นเกมก็จะรู้จักเกมพับจี เป็นเกมของ Tencent ที่เราได้โคเดลเวลลอปขึ้นมา เป็นเกมที่คอนข้างจะ success full ใน app store ทั่วโลก มียูเซอร์มีคนเข้ามาเล่นถึง 50 ล้านคนต่อวัน เราไม่ได้นับยูเซอร์ในจีน ญุี่ปุ่น เกาหลี 50 ล้านคนต่อวันที่มาเล่นเขาเล่นกันถึง 40 - 50 นาที เพราะฉะนั้นชัวร์ ๆ เรื่องของระบบก็ต้องมีเรื่องของสร้างระบบคลาวน์ขึ้นมา support คลาวน์ขึ้นมา Support แต่ว่าสิ่งที่ผมจะพูดถึงเป็นเรื่องของ e-Sport system ในเมืองไทยว่าการที่เราได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ อย่างที่ผมได้พูดไปว่า เราไม่ได้โฟกัสแต่เรื่องของออนไลน์โดยการที่เราดึงยูเซอร์ขึ้นมาจาก Online เพื่อมาเจอกัน การที่เราช่วยสร้าง industry จะเป็น industry ของเกมส์หนึ่ง มีวีดิโอมาให้ทุกคนดูครับ ก็จะเห็นว่าการเล่นเกมไม่ได้เป็นสิ่งที่เด็กเล่นอย่างเดียว อันนี้เป็นกีฬาที่เรียกว่าจะเป็นโอลิมปิกสปอร์ทได้ในอนาคต การเล่นเกมเหมือนกับการเล่นเทนนิส การตีกอลฟ์ เพราะว่าเงินรางวัล ตอนนี้ในทั่วโลก industry นี้สาเหตุที่เราช่วยขึ้นมาได้ ผมว่าถ้ามาให้เห็นง่าย ๆ ว่า industry นี้ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร คือจำนวนเงินที่ไหลมา ซึ่งปัจจุบันเงินไหลมาจาก brand partner ทั้งจากเกมส์ ดิวิลอปเปอร์ จากพับบิเวซไหลเข้าไปหาโปรทีนคนที่จัดทัวนาเมนต์ ไหลเข้าไปหา platform ทั้งหลาย ไหลเข้าไปหาผู้เล่น อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยในการพัฒนา ให้เกิดขึ้นในบ้านเรา ให้เกิดขึ้นในบ้านเรา หรือซิสเต็มนี้ขึ้นมา อย่างปีที่ผ่านมาเราช่วย organize ในประเทศ 12 จังหวัด มีคนมาดูทั้งหมด 32,000 คนเข้ามาร่วมแข่งกับเรา 18,000 เป็นสิ่งที่เยอะเลย จาก industry ค่อนข้างที่จะเยอะเลย จาก industry ที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกตัวอย่างหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของเพลงคิดว่าทุกคนคงรู้จัก Joox ต้องบอกว่า music ในบ้านเราอินดัสตรีเพลงในบ้านเรา เต็มไปด้วย privacy เต็มไปด้วยการฟังเพลงเถื่อนฟังเพลงไม่ถูกกฎหมาย บิสเนทออนไลน์ก็ไม่มีให้เห็นชัดเจน ว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ เจ้าของเพลง เขาสามารถทำเงินบนออนไลน์ platform บน online สามารถที่จะไปอินเทอรแอคกับออร์เดี้ยนก็ไม่ได้เป็นตัวเป็นตนที่ชัดเจนคำตอบของเราคือเรารอนซ์ joox เข้ามา joox เรา Setup Joox ไทยแลนด์มิวสิคอะวอร์ดทุก ๆ อย่างที่เรา setup ขึ้นมาเรารู้ตลอดเวลาว่ามีเพลงไหนถูกคนฟังบ้าง จำนวนเท่าไหร่บ้าง คืออะไร อันนี้คือสาเหตุที่เราสามารถสร้าง JOOX to chart ได้หรือตัว music award เราก็ขอเสียงคนที่อยู่ในอินดัสทรีด้วย Producer ค่ายเพลง แล้วเราก็จะโหวต แล้วเราก็เอาผลโหวตมารวมกับผลที่สตรีมอันนี้เป็นตัวอย่างของ JTMA ปี 2019 คือต้องบอกว่าสุดท้ายเลย คือโลก Online กับโลก Offline ไม่ได้เป็นโลกที่แยกจากกันแล้ว อย่างที่เราเห็นจาก JOOX จากกรณีของ Joox เอง ที่เราไม่ได้แค่ฟังเพลงแล้วมาจบแค่บนออนไลน์ จะดึงออร์เดี้ยนพวกนี้คนฟังทั้งหลายให้มาเจอกับศิลปิน ดารา นักแสดง คนที่เล่นเกมส์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นโลกออนไลน์ โลกออฟและว่าเมริชกันไปแล้ว ไฟนอลชอร์จก็คืออย่างที่ Tencent เรามองว่าเราจะเป็นผู้ช่วยในการสร้าง connect คนกับเซอร์วิส ช่วยในการที่จะทำให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้น Tencent เราก็อยู่กับประเทศไทยมา 20 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการเป็น สนุก เราได้ผ่านดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่นในประเทศ เราทราบว่ายูเซอร์ของเราต้องการอะไรเราก็มี intention ต้องการให้ประเทศไทยพัฒนาไปกับ digital economy ดิจิทัลอีโคโนมีในอนาคตด้วย นอกจากประเทศไทย ในประเทศอาเซียนอื่นด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ (พิธีกร) ขอบพระคุณคุณกฤตธี มโนลีหกุล (Mark) สวัสดีครับ ผมคิดว่าวันกำลังจะหมดแล้วผมจะสามารถที่จะพูดสำหรับเวลาที่เหลืออยู่นี้นะครับ อยากจะขอพูดเกี่ยวกับว่าเราพูดเชื่อในเรื่องของนวัตกรรม ไม่ใช่แต่เพียงพูดอย่างเดียว เขาทำอะไร ชอบพูดเกีี่ยวกับเรื่องนวัตกรรม แต่ว่ามีไม่กี่คนที่สามารถทำอะไรได้ ผมจะบอกให้ดูว่าระบบของเราเป็นอย่างไรเป็นอย่างไร สิ่งแรกเดี๋ยวเราเล่นเกม มองดู Mark Adams ใส่เข้าไปในลิงก์อิน แล้วคุณสามารถที่จะหาคำตอบได้ อีกสิ่งหนึ่งครับ เท็กซ์ไปหาเพื่อน แล้วถามเขาว่าให้สิ่งหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีในตัวของคุณคือสิ่งที่คนรู้จักเรา เขาบอกว่าเราเป็นสิ่งดี ๆ เราเป็นสิ่งดี ๆ หรือว่าอะไรเป็นสิ่งดี ๆ ของเรา เรื่องราวของกระผมเอง คือผมถามคำถามได้ตลอดเวลา อย่ามาดอนนา เรดี้กาก้า ซึ่งกระผมก็ดิวงาน ผมเป็น ของทาเลนเอเจนซีคือหน้าที่ของผมก็คือเขาไปพบกับคนมีชื่อเสียง ดาราต่าง ๆ ในการที่จะช่วยให้เขาทำดิจิทัล อันนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจที่น่าทึ่ง ซึ่งกระผมจะบอกกับการทำงานกับคนที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ ผมจะให้ดูวิดีโอสักหน่อยเกี่ยวกับไวซ์เสียหน่อย เพราะว่าไวซ์อาจจะเป็นสิแต่อยากจะให้ VDO อธิบายให้ดูว่าเราทำอะไรบ้าง โอ.เค. ครับ อันนั้นก็เป็นไวซ์นะครับ เราทำอะไรหลาย ๆ อย่างมากเลย ที่น่าสนใจเราเป็นบริษัทเราเป็นแมคกาซีนเล็ก ๆ เหมือนอย่างคนอื่นเป็น แม็กซีนธรรมดาเราตัดสินใจทำ เรามีความมุ่งมั่นจริง ๆ ในการที่จะนำนวัตกรรม เราสามารถที่จะผ่านอุปสรรคต่าง ๆ แล้วเราก็โตขึ้น ๆ เราบอกว่าอะไร เราไปทีวี เราไป เราไปเอเจนซีต่าง ๆ แล้วก็ไปซื้ออะไรต่าง ๆ และทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำเป็น Digital สำหรับเราทุกอย่างกลับมา ไม่โตขึ้น เราก็หดตัว ในฐานะที่เป็นบริษัท เพราะฉะนั้นเราจำเป็นจะต้องโตขึ้น เราไม่มีทางหยุด หยุดไม่ได้ เราจะต้องมีความหวั่นวิตก แล้วเวลาที่เราพักผ่อนสบายเราตายแน่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราบอกว่าอันนี้เป็น playbook ของเรา และเราก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ แล้วทำให้สิ่งต่าง ๆ นั้นเป็นจริง อยากจะแบ่งปันท่านอันนี้แหละครับ เราจะไปทีละขั้นทีละตอน แล้วหวังว่าคงจะเป็นการสร้างคุณค่าคิดจะสร้างอะไรสักอย่างหนึ่ง อันนี้เป็นการสร้างนวัตกรรม ถ้าหากว่าคุณมีลิงก์อินแล้วให้คุณ อันแรกทีเดียวบริษัทนั้นเขาจะทำสิ่งผิด สิ่งแรกที่เขาทำก็คือ เขาให้คำนิยามกับคนในสิ่ง ซึ่งคนไม่ได้เป็นอย่างนั้นให้พวกคุณพูดกัน ระหว่างกันแล้วบอกว่าคุณชอบอะไร ลองคุยกันครับ ว่าคุณชอบให้เวลา ๓๐ วินาที แล้วผมจะถาม แล้วมาดูว่าคุณพูดอะไรแล้วเดี๋ยวมาดูว่าคุณพูดอะไร คุณ 2 คน คุยกัน แล้วก็ฟังดูว่าคุณชอบอะไรมากที่สุดคุณชอบอะไรมากที่สุดครับ ชอบแบบชนิดที่หลงไหล ฝังจิตฝังใจเลยค่ะ คุณจะเห็นได้ว่าทุก ๆ ห้องที่เดินเข้าไป จะเป็นคลัสเตอร์ของคน ซึ่งมีความรู้สึกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง บอกว่าโยคะสำหรับผม อย่างในลอนดอนเขาอยากจะเป็นดีเจทั้งหมดที่คนเคยหลงไหลอะไรสักอย่างหนึ่ง ผมการันตีได้เลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียว ผมการันตีได้ว่าคนในห้องนี้จะต้องมีคนที่ชอบโยคะด้วยกัน แต่ผมเล่นไม่เป็น ท่านชอบโยคะ เพราะฉะนั้นคุณใช่ไหมคะ และอย่างบางคนชอบเพลงอิเล็กทรอนิกส์ อันนั้นก็เป็นผลสามารถที่คุณจะหา แต่สิ่งหนึ่งที่น่าประหลาดใจมากก็คือ Internet สามารถที่จะทำให้ห้องนี้สามารถที่จะไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าคุณทำอะไรก็ตาม ที่แปลกประหลาด ผมเจอกับสิ่งแปลก ๆ ที่ชอบของผม ที่อยากจะพูดกับสิ่งแปลก ๆ ที่อยากจะพูด อันนั้นเป็นปาฏิหาริย์ใช่ไหมครับ และสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นจริง ๆ ถ้าหากว่าเราจะเป็นปราบ แต่ว่าอินเตอร์เน็ตของเราง่ายดายเหลือเกินของเราที่บอกว่าเป็นซีรีย์ของเน็ตเวิร์คทีเดียว อันนั้น ถ้าหากว่าเราจำได้ เรามีสติ เราสามารถที่จะมีสติสัมปชัญญะได้ดี เพราะว่าเมื่อคืนนี้ผมบอกว่า เสียงของน้ำ 3 ชั่วโมง เพราะไหม พร้อมไหมค่ะ มีคนคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ฟัง 3 ชั่วโมง มี 48 ล้านคนทีเดียวที่สนใจ หรือ agency อะไร ไม่ว่าจะเป็น startup หรืออะไรสักอย่างหนึ่ง จำไว้นะครับ จำว่าเวลาที่คุณให้คน คนเขาจะมารวมตัวกันในสิ่งที่เขารัก เป็นสิ่งธรรมชาติที่เขาทำกันอย่างกรณีของกระผมนั้นเป็นอันหนึ่ง ในเบลเยี่ยมคุณรู้จัก มีใครเคยเข้าไปวิวเข้าไป 103 ล้าน อันนี้ไม่มีเหตุผลเลย ถ้าหากว่าคุณทำงานให้กับแบรนด์ ที่คุณบอกว่าทำงาน หรือทำงานกับรัฐบาลคุณไปชนะการรณรงค์หาเสียงเท่าไร ถ้าหากว่ามีคน 103 ล้านมาดูด้วยความจริงใจ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจริง ๆ ถ้าว่าไปแล้ว ในเน็ตเวิร์กของเรา เพียงแต่เป็นจุลชีวะ หรือว่าเป็นอะไรที่มาด้วยกัน แล้วก็มารอเป็นกลุ่มเป็นก้อนหรือว่าเป็นกลุ่มเป็นก้อน ประธานาธิบดีโอบามาเป็นวันที่เราประกาศว่าประธานาธิบดีโอบามาประกาศว่า ลงแข่งขันเป็นประธานาธิบดี ลองดูซิครับจุดต่าง ๆ เหล่านี้ นี่เหมือนกับเป็นชนเผ่าเล็ก ๆ ที่มารวมตัวสิ่งต่าง ๆ และเส้นโยงใยต่าง ๆ เหล่านั้น คือเป็นคน แบ่งปันคอนเทรนต่าง ๆ ซึ่งกันแลกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งหมดนี้ที่เห็นรอบตัวเราเป็นวีเอสทั้งนั้น ไม่ต้องไปฟัง ไม่ต้องไปเชื่อ แต่ที่เราจะต้องมุ่งเน้น ก็คือมุ่งเน้นทุกวันก็คือคำว่า Network ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเน็ตเวิร์ก และที่ไวซ์เราเรียกว่า เวลาที่เราให้เน็ตเวิร์กมาเจอกัน และมาเจอกันเราเรียกว่าเป็นชนเผ่าเดียวกันแล้วเราก็ฝังจิตฝังใจในการที่จะระบุว่าชาร์จนั้นคืออะไร เราไม่มีเวลา แต่ที่บริษัทเขาทำอย่างไร บริษัทต่าง ๆ นั้นเขาจะเริ่มด้วยคำจำกัดว่า มนุษย์ของเราเป็นอย่างนี้แล้วแต่ละบุคคลนั้นถ้าหากว่าเรามาถึงในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในเรื่องของการที่จะสร้างเน็ตเวิร์ก สร้างชนเผ่าของเราที่เหมือนกันขึ้นมา อย่างเช่น เป็น 29 ปี ผู้หญิงอยู่ในลอนดอน เราจะพูดเกี่ยวกับเรื่องอะไร เราจะพูดเกี่ยวกับโทรศัพท์ใหม่ เราอยากจะพูด Tencent อาลีบาบา เฟสบุ๊คหรืออะไร คือจะเกี่ยวกับเรื่องของมีเดียทั้งหลาย แล้วเราจะทำให้มีความสร้างสรรค์ขึ้นมา และนั่นคือในเรื่องของการที่ยากในเรื่องของการเติบโต คือได้เป็นเรื่องของการเหนื่อยล้าในการที่จะทำทุก ๆ 18 เดือน ที่เราทำงาน เขาก็จะย้ายงานใหม่แล้ว เขาบอกว่างานนี้เหนื่อยเหลือเกิน ทำไม่ได้แล้ว และนี่เป็นลักษณะของงานในเรื่องของการที่เรา create เราเริ่มด้วยประชากร ซึ่งอายุ 35 ปี แล้วก็ produce เป็นชิกเก้น เป็นเนื้อไก่ชิ้นเรียกว่านัตเก็ต ซึ่งเราต้องการจะใช้เฟสบุ๊ค เราใช้แล้วพยายามที่จะทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ โดยการที่จะทำให้นักเก็ตเป็นชิป มาผสมทำให้นัตเก็ตนั้นมาผสมกับชีส เขาทำทั้งวันเงินของเขาแล้วทรัพยากรของเขา แล้วทุก ๆ คนที่แบรนด์ก็รู้ว่าไม่มีใครหรอกที่จะบอกบอกว่าหยุด บอกว่าอันนี้เป็นความคิดที่บ้าคลั่ง และหยุดทุกคนก็เดินออกไป แบบว่าเพราะเขาเกลียดงานของเขาเอง และคิดว่า one day เขาคงหาอะไรทำได้ แต่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นเลย ถ้าหากว่าคุณไปเร็วลองดูครับ นี่คือรถโกด้า ผมหวังว่ามีคน เพราะว่านี่เป็นลักษณะที่เรียกว่าไม่มีเหตุผลเลย แบรนด์ใช้เวลาในการโฆษณาเราบอกว่าอินเตอร์เน็ตทุกคนหัวเราะหมดเลย แล้วก็บอกว่ามีคน 4,000 ที่เข้าไป เขาไม่ใช่ Comment เพราะว่าในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นยุทธศาสตร์เป็นหายนะจริง ๆ ออกไป แล้วก็คือไกลออกไปแล้วก็แบรนด์เป็นคนจ่ายเงิน แล้วแบรด์ก็บอกว่าหรือว่า Facebook อะไรก็ตามบอกว่าในเรื่องนี้มีคนเข้ามาดูเพจของเรามากขึ้น ลองดูสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราอยู่ วิธีการที่เราแก้ไข อันนี้วิธีการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นคือหยุดสิ่งต่าง ๆ ไปทำสิ่งอื่น ระบุสิว่าอะไรเน็ตเวิร์กที่มีความโดยที่ไม่ต้องการ network ที่เราบอกว่าแทคทู ไปบอกว่าเป็นเน็ตเวิร์กเอฟเฟ็กขยายได้อย่างฮิวตัน โฮเทล เมื่อปีที่แล้ว เขาบอกว่าเขาจะมีห้องใหม่กี่หมื่นห้อง แล้วทุกคนก็ว่าเราจะมีห้องเพิ่มอีก ทุกวัน เพราะว่าเขามีเน็ตเวิร์คที่ฮิลตัน ทำให้เขาสามารถที่เขาจะมีพลที่จะมีพลังมากขึ้นในการทำ และของเรามก็มีความรักหลงไหลในเรื่องของการเติบโตของเรา ในการที่จะให้คำนิยามกับทุกคนในลักษณะแบบเดิม ๆ ที่เขาเป็นของเขา แล้วถ้าเราทำเช่นนั้นคุณสามารถที่จะเริ่มการคุย อย่างเพื่อนของผมชอบท่านชอบอันนั้นใช่ไหมครับ และเราทำอะไรได้ เราจะช่วยเขาอย่างไร อย่างกรณีของกลุ่มโยคะ เราจะช่วยดนตรีอิเล็กทรอนิกได้อย่างไร เราจะช่วยคนที่ชอบดูหนัง ชอบดูละครได้อย่างไร คือเราจะต้องมีความยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้คนกลุ่มนั้นหรือไทร์นั้นเขารู้สึกสดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วเราก็เลือกไทรฟ์นั้นแล้ว เราก็เลือกไทด์นั้น เพราะว่าเขาเหมือนกับเป็นตลาดเล็ก ๆ ของเรา เราเลือกของเรามา ถ้าหากว่าเราได้ 1 เซนเข้ามามาจ่ายให้กับเรา ไม่ว่าการกุศลของเราจากการเป็นตัวที่ทำให้ราคาของเราเปลี่ยนแปลง เราเลือกที่มาอยู่กับเราเพื่อที่จะเป็นยุทธศาสตร์ในการเติบโตของเรา ในพอบ culture เราจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างไร แต่ในแบรนด์เคาเจอร์ ไม่มีใครคิดว่าเราทำงานกับคน แบรนด์ต่าง ๆ เขาประสบความสำเร็จใน stock market เหมือนกับพวกเคาเจอร์ แทนที่จะไปคิดว่าแบรด์เคาเจอร์ เขาไม่ได้ขอให้เราโฆษณา แต่เราก็โฆณาให้เขา อันนั้นเป็นการยากในการให้คนสนใจหรือใส่ใจเราเพราะว่ามี content มากมายข้างนอกทีเดียว แต่เราก็ทำคอนเทรนมาก แล้วเน็ตฟิกซ์เขาก็ทำ Content มาก ในวันหนึ่งของเราทำเป็นปี วิธีการในการที่จะชนะได้ก็พยายามที่จะสร้างมูลค่า เพราะว่าผู้คนมักจะมองไม่เห็น ทำเป็นมองไม่เห็น เพราะฉะนั้นในพรอพเคาน์เจอร์ของเรา ยกตัวอย่าง เราบอกว่าเขาสูญเสีย market share เราก็บอกว่าใน website อันหนึ่งที่เราอยากจะไปพูดกับเขา ใหญ่แค่นี้ และเพื่อนของผมที่ชอบอิเล็กทริกมิวสิก เพราะว่าเราจะใช้เป็นไทด์อะไรก็ได้ เป็นชนเผ่าอะไรก็ได้ แล้วก็บอกว่ามีอะไรผิดแปลกใน electronic ของคนฟังเป็นผู้หญิง แล้วดีเจเป็นใคร อยู่ฝั่งผู้หญิง 7 คนเท่านั้น ที่เป็นอันนั้นไม่ใช่เลย ไม่ถูก แล้วไม่ควรที่จะเป็นกรณีอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเราจะเปลี่ยน เราจะทำงาน ในเรื่องของการไวซ์ของเราในการทำงาน แล้วเราก็บอกว่าสเมอนอฟจะให้เราจะไปตามผับต่าง ๆ ที่สเมอรนอฟมีสัมพันธภาพด้วย เราบอกว่าเราจะไม่มีสปอนเซอร์ทั้งหมด นอกจากไลน์อัพของเราขึ้นเป็น 50 : 50 เราคงไม่จำเป็นที่บอกว่า เราจะ content แล้ว content เราไม่มีใครสนใจ เราต้องจ่ายให้เขา ท่านก็รู้อยู่แล้วใช่ไหม ประสบความสำเร็จแล้วคุณก็ถูกครับ มีการที่จะแล้วมีการที่จะได้รับรางวัลแล้วก็สิ่งต่าง ๆ ในพรอฟ culture แต่ว่ามีโอกาสในการที่จะไปไกลได้มากกว่านี้ และนี่่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ยูโรเปี้ยนเฟสติวัลบอกว่าเราจะต้องทำอย่างนี้ ขอบคุณมากสเมอรนอฟ เราไม่รู้ว่าอันนั้นเป็นความผิดปกติ และต่อไปในเฟสติวัลในยูเค เราต้องร้องบอกว่าให้มีเพศชายเพศหญิง 50 : 50 และทุก ๆ ครั้งที่มีงานต่าง ๆ เราพูดถึงสเมอนอฟ แล้วไปที่กรีนเฟสติวัล เราเริ่มจากเพลง electronic แล้วก็ไปเวสติวัลใน UK และสุดท้ายเป็นฟลิมแล้ว ทั้งคนก็เป็นไม่ใช่ฟิล์มแล้ว ไม่ใช่เพลงแล้ว และจะไปจบที่ไหนครับ แต่นี่เกิดขึ้นแล้ว เราเริ่มในเรื่องของกระบวนการในเรื่องการเคลื่อนไหว และแบรนด์เขาก็ทำแล้วครับและตอนนี้ผู้คนก็สนใจเกี่ยวกับเรื่อง คือเป็นการขยาย อันนั้นเป็นหน้าที่เป็นการทำงานของ Network ปีหน้าเราจะเห็นได้ว่าเรามีการที่เราเข้ามาใน inside อันนี้ เพราะว่าเราไม่ได้พูดถึงคนที่ทำการตลาด ให้กับที่เป็น executive ในเรื่องของห้อง ในเรื่องของคณะกรรมการใหญ่ หรือบอร์ดรูม แต่ว่าเขาคิดในโลกของความเป็นจริงในเรื่องของการที่เราจะดูว่าทำไมไม่มีดีเจผู้หญิงขึ้นไปอยู่บนเวทีเขามีอัลกอลิทึ่ม เป็นพูดถึงเมล์อาทิสลองคิดดูซิครับ ปีหน้าทั้งหมดนี้เราจะมีความเท่าเทียมกัน ในเชิงอัลกอลิทึมแล้วเราก็สามารถที่จะมี playlist ทั้งหญิงและชาย และทำไมสเมอนอฟทำได้ เพราะว่าสเมอนอฟเราจะไม่ทำให้คุณเบื่อ แต่เราจะพูดถึงว่าเวลาที่คุณทำต่อไป เราจะมีการณรรงค์ต่อไปก็คือในเรื่องของการเท่าเทียมกัน อันนั้นเป็นยุทธศาสตร์ สำหรับคำถามต่อไปบอกว่าอย่างกรณีของเราเป็นเป็บซี่แล้วเราบอกว่า เป็นไทด์นี้แล้ว และเราจะไม่ใช่เวลา แล้วก็ส่งเคนนี แต่ถ้าหากว่าชื่อของคุณและคุณเห็นว่าในไทว์นี้ในไทด์นี้เขาต้องการแรงสนับสนุน เพราะว่าในการเพราะว่าอันนี้เป็นชื่อของเรา แล้วเรา support อย่างยิ่งคนผิวสี และเราจะให้เขามีแคมเปญของเรา ใส่เสื้อของคุณทุกวัน และคนหนุ่ม ๆ ทุกคน เพราะว่า prop นั้น ค่อนข้างจะติ๊งต๊องถ้าหากว่าอะไร เราบอกว่าจะมีคนที่บอกว่าเราบอกจะมีคนที่บอกว่า เพราะคนต่าง ๆ เหล่านั้น ที่ทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เขาไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องเขาก็จะเล็กลง ๆ แล้วโลกของเราบางครั้งก็มืด แต่ว่าในจริงแล้วจะสว่างขึ้น ๆ จะไม่มืดลงลูลูเลมอนก็บอกว่าการเจริญเติบโตนี่คือไทด์ของเรา ลู ๆ เลม่อนแฟมบอกว่าเป็นพวกบรรดาแม่ทั้งหลาย เป็นพวกผู้ชายหรือครับ ไม่ใช่ อันนั้นไม่ใช่ อันนั้นเป็นประชากร เราบอกว่าอะไร บอกว่าถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นคนเหล่านั้นเราไม่สามารถที่จะเติบโต ได้คนที่โยคะ teacher อาจจะเป็นไปได้ อาจจะเป็นสเกลที่ถูกต้อง เพราะเราต้องการที่จะ Network ที่เป็นไทว์ที่แน่นและใหญ่ เพราะฉะนั้นเราก็ลงมาบอกว่า ถ้าลู ลู เลมอนไปที่ฮิบฮอบหรือว่าไปที่ เราจะทำได้อย่างไร จะมีความเจ๋งเหมือนเป็นแบรนด์ เหมือนกับเป็นแบรนด์ใหญ่ ๆ แต่ขณะเดียวกันเราก็อยากจะเติบโตด้วยก็บอกว่าต้องการที่จะเติบโต เพราะฉะนั้นเราไปที่เพลงฮิปฮอบเกี่ยวกับสมาธิ โอ.เค. และภายในแบรนด์ต่าง ๆ เหล่านี้ต่าง ๆ เหล่านี้ลึก ๆ ไปใน DNA ของแบรนด์ ก็คือวิธีในเรื่องของการที่จะไปพูดของชนเผ่านั้น และในเรื่องของความเป็นจริง เราไม่ต้องไปเมคอัพอะไรเลย อันนี้เป็นการรณรงค์ของเราอันหนึ่ง แล้วเมื่อตอนนั้นเราวางตัวของเรา อาจจะใกล้ไปทางมัมมี่หน่อยแต่ว่าอาจจะยื้อลงไปที่คนหนุ่มหน่อย เดี๋ยวจะให้ดูงานของเรา 2 นาที การฝึกลมหายใจ การฝึกวิชาป้องกันตัวเอง การฝึกความทุ่มเท การฝึกเพื่อความสนุกสนามรื่นเริง การฝึกเพื่อความมีเมตตา โยคะ นี่แหละคือโยคะ ที่เล่นไปเมื่อสักครู่ อันนั้นไม่ได้พูดถึงเวลาที่พูดถึงแบรนด์เราเกิดความตื่นเต้น เวลาที่ชาวโลกเขาพูดถึงเรา ไม่มีใครสนใจสิ่งที่เราต้องการให้เกิด time magazine หรือนิวยอร์กไทม์ไม่ใช่แบรนด์เคาน์เจอร์ แล้วในวิดีโอก็คือมีมากกว่าเสื้อผ้าของลูลูกาเมนท์ มากกว่า 200 คน จะอยู่ใน VDO นั้น ไม่ใช่เป็น Content แต่เป็น Shop ซึ่งมีการซื้อขายในทุก ๆ ขณะ และน่าประหลาดใจมากทีเดียวที่วอลสตรีท ที่เห็นถึงการเจริญเติบโตเป็น 2 เท่าในยอดของการขายในปี 2018 อันนั้นก็คือวิธีการในเรื่องการใช้เน็ตเวิร์กสำหรับผู้คน ซึ่งมีความเห็น ลูลูเลมอน ลู ๆ เลมอนขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วเราก็บอกว่าเราทำอย่างนี้ด้วยเท็นไทว์เราจะมีกี่คน ที่เราสามารถที่จะทำได้ อันนั้นเป็นคำถาม อาจจะเป็นร้อยและในอาติเคิลนี้ เราจะเห็นได้ว่าลูลูเลมอน และทำไมลูลูเลมอน เสื้อผ้ากีฬา เกี่ยวกับเรื่องของการกีฬาสต๊อกเพิ่มขึ้น ผมไม่ได้พูดถึงตัวนั้นผมพูดถึงในเรื่องของการเจริญเติบโตของ หรือว่าหุ้น ซึ่งอันนั้นก็เป็นสิ่งที่คุณน่าจะสนใจ คำถามต่อไปนะครับ ในเรื่องของแบรนด์ แล้วก็ถามว่าต้องการที่จะทำ content เพราะว่าคุณยังไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อที่จะได้มีสิทธิในการที่จะได้ content เหมือนอย่างเช่นว่าผมไม่ทำ Content เกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง เพราะว่าไม่มีอะไรเลย และสำหรับคุณมีอะไร ต้องมาเสียเวลาในการทำ content ต่าง ๆ เหล่านี้ ต่อไปก็คือในพร้อพเคาน์เจอร์แล้ว ในพร็อพคุณจะต้องเปลี่ยน หรือว่ามีส่วนร่วมหรือว่าทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นคำถามก็คือว่า type ของคุณคือใครล่ะ แล้วคุณก็เห็นว่าเรามี type มากมาย เรามีเป็นร้อยเป็นร้อย แล้ว type ต่าง ๆ เหล่านั้นและคุณจะเอาอะไรให้เขาได้ และคุณจะทำอะไร จะทำอะไร ไม่ใช่แต่ในเรื่องของการที่จะเอาแอดแต่ว่าคุณจะทำอะไรได้ กระผมก็บอกว่ากระผมไม่ใช่คนที่ออกไปท่องเที่ยวเดินตามเขาตามป่าต้องการช่วย เพราะว่าเขาต้องการ support เพราะว่า outdoor นั้นจะเป็นสิ่งต่าง ๆ เราจะต้องมีเงิน ทั้งหมด เราจะมีคนมากมายที่สามารถทำได้ แล้วเขาก็ทำสิ่งเหล่านี้เขาไม่ใช่จะพูด หรือว่าในเรื่องโฆษณา เขาเอาเงินภาษีที่เขาได้ ไปฟ้องทรัมป์ เพราะว่าเขาผิดสัญญาหรืออะไรสักอย่าง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นนักกิจกรรม ที่คุณไม่มีทางเลือกคุณจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เดี๋ยวผมให้ดูตัวอย่างนะครับ อันนี้เป็นแบรนด์เกี่ยวกับแฟชัน ในเรื่องของการที่จะมีส่วนร่วมเรื่องภูมิอากาศ เราก็คิดว่ากลุ่มพวกนี้เขาพยายามที่จะเอาเป็นคนรุ่นใหม่ ในเรื่องของการที่เราบอกว่าเป็นชนเผ่าหนึ่ง เป็น type หนึ่ง เขาก็มีปัญหาว่าเขาไม่อยากจะใส่เสื้อเหมือน ๆ กันทุกวัน อย่างผมผมใส่เสื้อทุกวัน แต่คนรุ่นใหม่เขาอยากจะเปลี่ยนเสื้อในเรื่องถ้าหากมี Social Media ถ้าหากว่าคุณไม่ควร ไม่ควรที่จะเห็นเสื้อใน social media ซ้ำ ๆ กัน อย่างน้อย 2 ครั้งไม่มีเลย เขาจะต้องใส่เสื้อเปลี่ยนไปทุกวัน คนรุ่นเราอยู่ในความขัดแย้ง สร้างสรรค์ ก็ไม่อยากที่จะให้มีผลหรืออะไรที่เป็นภัยกับโลกของเรา เราอยู่ในโลกของเรา เราไม่สามารถที่จะเห็นภาพของเราบน online 2 ครั้ง ได้ แล้วจะทำได้อย่างไร ในเรื่องของการที่จะเปลี่ยนเป็นดิจิทัล ซึ่งเป็นเสื้อของการที่จะใส่ ซึ่งเราจะใส่ในดิจิทัลเท่านั้น เราทำอย่างนี้ครับ เราถ่ายรูปของเรา แล้วอันนี้เป็น Product ที่มาจาก Web ของเรา เป็น 3D เราจะจัดเสื้อผ้าให้พอดีและตอนนี้เสื้อผ้าของเราก็พร้อมที่จะไปโชว์ใน social แล้ว นี่เป็นวิธีในการที่จะใส่เสื่้อแฟชั่นใส่เสื้อแฟชั่นโดยที่ไม่ต้องทำให้โลกของเรา มีสัมบัติมากขึ้น หรือว่ามีขยะมากขึ้น และนี่เป็นสิ่งหนึ่ง แต่ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในเรื่องของรองเท้า ในเรื่องของเสื้อผ้า ต้องการที่จะให้ของเรา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอันนี้เป็นสิ่งที่มีนัยสำคัญมาก ในเรื่องของแฟชั่น เราจะเห็นได้ว่าเป็นแบรนด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ เหล่านี้ ซื้อได้ออนไลน์ เสื้อผ้าที่เป็นเสื้อผ้าเสมือนจริง อันนั้นไม่ใช่แบรนด์ใหญ่เลย ไม่ได้ใช้เงินมากเลยในการทำเช่นนี้ เพราะว่าทุกอย่างเป็นการเก็บเสื้อผ้าดิจิทัล และตอนนี้ผมจะบอกลา แล้วก็บอกซ้ำ เรามีแฟชั่นเพื่อที่จะทำอันนี้ปีหน้าแล้วนะครับ เป็นแบรนด์ใหญ่เลยนะครับ ถ้าหากว่าคุณไป คุณอยากให้ในการที่จะทำให้ในเรื่องของแฟชั่นนั้นมีความยั่งยืน จะทำอย่างไร ทำให้สนเรื่องแฟชั่น คุณไม่ต้องทำ ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินทองมาก เพียงแต่ขอให้มีทัศนคติในการที่จะให้ และตอนนี้เราใกล้จะจบแล้ว คำถามที่กระผมอยากจะถามท่าน ขอให้คุณคิดสิ่งเดียว อยากให้คุณคิดสิ่งเดียว อยากให้คุณคิดว่าผมชอบเสียงอันนี้ แต่ยังคิดว่าแต่ยังคิดว่าอย่างไร ยังเล็กเกินไป เพราะว่าเราทำงานให้กับแล้วเราต้องการพูดกับคนทั่วโลกทุกคน ขอให้ผมช่วย คุณสามารถพูดกับทุกคนได้ แต่คุณไม่สามารถจะทำการตลาดให้กับทุกคนได้ คุณจะต้องเลือกว่าคุณจะ market กับใครคุณทุ่มทุนของเขาได้ไหมเป็นส่วนหนึ่ง เหมือนกับเป็นเกมออฟโทรนตะโกนบอกว่าคุณจะต้องดูเกมออฟโทรน ผมก็บอกว่าคุณได้รับเงินจากมาให้คุณบอกว่าบอกเอชบีโอให้มาบอกว่าให้ดูเกมออฟโทรน ต้องดูโชว์นี้ และนั่นคือผู้คนที่มาเก็ตติ้ง เขาออกไปทำงานของเขา และนั่นเป็นพร็อพเคาน์เจอร์ เราไม่รู้ว่าเขาโฆษณาหรือไม่ เขาต้องการที่จะให้เลดี้กาก้า ไม่ใช่ ต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง กระจายออกไป ถึงแม้ว่าเราจะทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะจบในกรณีที่เป็นชื่อเสียงโด่งดัง เราทำบริษัทรถยนต์ เราบอกไม่ได้ว่าอะไร แต่เป็นบริษัทรถใหญ่ แล้วเราจะไปถึง type แล้วจะดูผลงานของเรา แล้วเราก็จะจบ ฉันไม่ใช่หญิงหรือชาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นความเท่าเทียมกันอเล็กซ่า ในการที่จะให้ผู้คนนั้นบางครั้งก็เป็นในการที่จะจัดประเภท และเราจะเปลี่ยน เราพูดถึง อันนี้เป็นดีไซน์เนอร์ เขาจะมีการเก็บเสียง แล้วก็ทำงานเป็นเสียงผู้ชาย เรามีการทดสอบเสียงหลาย ๆ รูปแบบในเรื่องของการที่จะสร้างเสียงเป็นกลาง ๆ ขึ้นมาได้ อย่างเช่น สังคมของเราเขาจับเราอยู่ในกล่อง เพราะฉะนั้นผู้คนในอนาคตคงไม่คิดว่านี่เป็นเสียงของผู้หญิงหรือของผู้ชาย เสียงของเรานั้นอาจจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือว่าอย่างไร เป็นเสียงของโฮป คุณเคยคิดไหมครับ เสียงซึ่งไม่บ่งบอกถึงเพศเราจะได้ และนี่คือเสียงค่ะ เป็นเสียงแรกที่ไม่บ่งบอกถึงเพศ สิ่งต่าง ๆ ที่ผมมีองค์ประกอบของเทคโนโลยีในนั้น ในเรื่องของการสื่อสาร ถ้าหากเราปล่อยให้อยู่ในเราจะต้องเปิดให้ใหญ่ เราจะต้องมีการเคลื่อนย้าย เราจะต้องให้ทุกคนอยู่ในรถ อยู่ในทุกคนเราจะต้องออกไปเป็นมวลใหญ่ ๆ เลย และเมื่อเราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมกับ type ของเราแล้วเราจะต้องให้น่าเชื่อว่าทุกคนบนโลกนี้ และเราจะไม่ไปทำเราจะต้อง Market อันนั้นคือสุดท้ายที่เราจะทำ แต่ว่ามี 5 step แบรนด์ที่เขาไม่ใส่ใจเลย เขาไม่โต แล้วเขาคิดไม่ออกว่าทำไมถึงไม่โตสักทีหนึ่ง กระผมคิดว่าถ้าใช้เวลาดูถึง 5 ขั้นตอนต่าง ๆ ที่ผมพูดแล้ว คุณก็จะเพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมจะจบด้วยการบอกว่าสุดท้ายเราจะดู ทีนี้เราสามารถที่จะทำการตลาดกับทุก ๆ คน โดยการเล่าเรื่องต่าง ๆ ถ้าหากว่าคุณสร้างสิ่งอะไรต่าง ๆ ร่วมกับคน และเราก็บอกเราทำอะไรด้วยกันผมสัญญาเลยนะครับ ว่าชีวิตของคุณ งานของคุณจะเติบโตมากกว่า 10 สนุกมากกว่า 10 โตมากกว่า 10 เท่า และสัญญาเลยว่าบริษัทของคุณจะไม่หยุดเลย ถ้าหากว่าผมผิดเอางานของผมให้คุณไป ไม่มีใครในแบรนด์ต่าง ๆ ที่รู้เรื่องนี่ก็ทำให้ผมประหลาดใจมากเลยว่าเราต้องการทำ content แต่ว่าทุกคนก็สามารถทำ Content อย่างในลอนดอนอาจจะมี เพราะว่าเรามีหมูในเมืองใหญ่ ๆ หมายความว่าเราบอกว่าทุกคนในโลกนี้สามารถที่จะเป็นคนสร้าง Content ขึ้นมาได้ การที่เป็น content จำเป็นจะต้องมีทักษะ แต่ผมคงไม่จ่ายเงินให้เขามากมาย Content อันนี้ทำให้เป็นสินค้า แล้วเราจะทำได้อย่างไร คุณจะต้องไปเกินกว่านั้นเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำ สิ่งต่าง ๆ ที่คุณมีความสัมพันธ์อย่าเพียงแต่ทำ Content อย่างเดียว คุณทำกับคุณหรือว่าคุณทำร่วมกับ partner ไม่ว่าจะเป็นซิเนมาและผมจะจบแล้วครับ ฮีโร่ที่อยู่ในคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง เหมือนอย่างเช่น ฮอฟบริดที่อยู่ในโลกมีความสุขอยู่ในโลกของเขา และเราต้องการที่จะบอกในเรื่องของการบอกว่าของใหม่ ๆ เราต้องการที่อยู่สบาย ๆ ในโลกของเรา อันนั้นก็หมายความว่า เพราะว่าอันนี้เราพูดในเรื่องอินโนเวชั่นเราจะต้องบังคับตัวเราเองให้ทำในสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเราอยู่สบาย ๆ แต่กฎของไม่เลือกความเจ็บปวด ความเจ็บปวดจะมาเลือกคุณ เพราะฉะนั้นในคอมฟอร์ดโซนที่อยู่ในความคุ้มครองของคุณจะระเบิดตูมแล้วครับ แล้วกลับมาบ้าน ปรากฎว่าในโทรศัพท์จบแล้วหมดแล้ว หรือว่าคุณโดนปลดงาน หรือคุณบอกว่าออกจากบ้านไม่ได้ต้องย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ คอมฟอร์ทโซนของคุณไม่ไปไกลหรอกครับ และอะไรเกิดขึ้นเวลาที่เราถดถอย เดี๋ยวนี้คอมฟอร์ตโซนหายไปแล้ว แล้วมีคนมาถึงยื่นมือมาให้เราบอกว่าเมอร์เกินฟรีเม้นท์ บอกว่าเป็นคนที่จะมาช่วย มือช่วยเหลือไหมเขาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเรา แล้วในเรื่องของการเนื่องจากว่าเราไม่มีคอมฟอร์ดโซนแล้วเรามีครูที่มาสอนวิธีใหม่ ๆ ในการที่จากคอนฟอดโซนของเราอย่างเร่งด่วน เราออกปทางนี้ไม่ว่าอวกาศหรืออะไรก็ตามเราแอดเข้าไป เราเจอเพื่อนใหม่ เจอศัตรูใหม่ ดังนั้นของเราลักษณะเดียวกัน ผมก็เจอคน ครู คนไม่ดี ก็คือเรามีศัตรูใหม่ แล้วก็มีเพื่อนใหม่ที่เป็นพันธมิตรของเราของเรื่องเราก็เติบโตแล้วก็มีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตและ เราจะเห็นมาสู่ในเรื่องของการเทรนเนอร์ และมีการฝึก แล้วคุณก็จะเห็นว่าคุณค่อย ๆ เติบโตขึ้นมา และว่าไปแล้วทุกเรื่องราวในโลกนี้เหมือนกันหมดเลย และนี่บทเรียนสำหรับชีวิตของเรา ณ ที่จุดนี้เมื่อคุณได้รับออกไปในโลกแล้ว แล้วพยายามที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งคุณเคยกลัวที่จะทำ แล้วอะไรเกิดขึ้นครับ เฟล ล้ม นั่นคือบทเรียนในชีวิตมันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกครั้งเดียว ไม่ work ไม่ใช่ปังเดียว work นะครับเหล่านี้ที่ผมบอกว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ถ้าหากว่าคุณต้องการ เวลาทำครั้งแรกไม่ ทุ่มตัวลงไป คุณยังเข้าไป แล้วก็อีก 3 ครั้ง ใส่เข้าไป 3 นิ้ว ถอยออกมา 3 นิ้ว ไม่ work หรอกครับ แล้วในเรื่องของการเล่าเรื่อง ในเรื่องการที่เราล้มแล้ว พี่เลี้ยงก็ไม่มา เราจะต้องยกตัวเราเองขึ้นมา และนั่นครับ คือคนใหม่ เราคนใหม่ คุณต้องการที่จะไปแล้วแล้วเราบอกว่าฮีโร่ ทุกคนในโลกนี้สามารถอบรมแล้วก็ล้ม แล้วก็อยู่ที่นั่น แล้วก็กลับเข้าไปในคอมฟอรทโซนของเราเองอีก เขาทำอย่างไร วีรบุรุษเขาทำอย่างไร แล้วก็ไปต่อไป นั่นแหละครับ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ทุกอย่างที่คุณปรารถนาจะหายไป และสิ่งที่คุณต้องการคือฮีโรนั้น เกี่ยวกับเรื่องบอกว่ากลับไปที่แหล่งต้นตอเขาเองจะมีพลังในการที่จะกลับมาเพื่อที่จะชนะ ไม่ว่าจะชนะอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะชนะอะไรก็ตาม แต่ว่าเขายังไม่เห็น ที่ทุกวีรบุรุษ มีวีรสตรีนั่นแหละถึงได้ถามคุณตั้งแต่ต้นว่าให้คิดถึงหรือว่าเท็กซ์ใครสักคนหนึ่งแล้วกระผมก็มีแมสเซสมา เพราะฉะนั้นผมถึงถามคุณว่าแล้วผู้คนเขาคิดสิ่งดี ๆ เยอะอย่างไร เขาเห็นคุณค่าอะไรเขามองหน้าคุณ บางทีคุณอาจจะใจดี คุณอาจจะมีเวลา เป็นผู้ฟังที่ดี อะไรก็ตาม อันนั้นคือสิ่งที่คุณจะต้องให้ แล้วสุดท้ายแล้ววีรบุรุษจะออกกลับมา เพราะว่าเขาเจอในสิ่งที่เขาต้องการ และเขาจะมีบทบาทใหม่ในโลกนี้เอาไม่ว่าจะอาจจะพาคนใหม่เข้ามา แล้วคุณก็กลายเป็นพี่เลี้ยงเป็นเมนโทร แล้วกงกรรมกงเกวียนนี้เข้ามาใหม่ และคุณก็สามารถที่จะเริ่มหมุนเข้ามาใหม่ เป็นพี่เลี้ยงให้กับคนอื่น ๆ แล้ว นั่นแหละครับ อันนั้นเป็นเรื่องราวที่คุณจะเล่าเรื่องราวให้ฟังคุณได้เห็นแบรนด์ใช้เงินเป็นล้าน ๆ ในเรื่องของคอนเทรนทุกวันเลย เขาไม่รู้เลยว่ากฎคืออะไรเขาจะต้องเหมือนกับเป็นการที่ติ๊งต๊องมากเลย แต่นี่เป็นไฟท์คลับ ซึ่งเราไม่สามารถที่จะแฮนท์คอนเท้นท์ที่ไม่สามารถที่จะใช้กฎต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ขอบคุณมากเลย แต่นี่ครับ การหาผู้คนที่ไปหาคนที่เขาให้คำจำกัดความให้คำจำกัดความของเขาเอง แล้วไปดูว่าจะสร้าง network และจะสร้างอะไร อย่าหา content อย่างเดียว แล้วก็สามารถที่จะเปลี่ยนออกมาเป็นแมสใหญ่ ให้เป็นมวลแล้วก็เล่าเรื่องสิ่งต่าง ๆ ในลักษณะที่บอกแล้วเราก็สามารถที่จะวางตลาดกับคนเหล่านั้นได้ แล้วผู้คนเราบอกว่าอันนี้น่ารักมาก คน ๆ นี้บอกว่า ผมจะไม่บอกว่าใคร เพื่อนบอกว่าผมทำเวลาที่เขาเศร้าโศกผมทำให้เขาหัวเราะได้ ทุกคนที่รู้จักคุณจะรักคุณทำไมเขาถึงเห็นมีคุณค่านั่นคือสิ่งที่เราสามารถที่จะให้ได้ เรามาเพื่อที่จะให้ใช่ไหมครับ เราสามารถที่จะนำสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเพราะ Work นั่นคือบุคคลคนหนึ่ง เราใช้เวลากับงานเราให้อะไรกับงานมากกว่าสิ่งต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเราจะต้องนำสิ่งต่าง ๆ ไปให้เอาไปให้กับเขา สำหรับฟิล์มอันนี้คือจุดสำคัญ อันนี้คือแบรนด์สำหรับเรา แบรนด์นั่นคือเหมือนกับเป็นสิ่งหนึ่งที่เขามี แต่เขาไม่ได้พูดว่าสิ่งที่จะให้ เขาพูดถึงแบรนด์ ในเรื่องของสิ่งที่เขาต้องการที่เราเลือกที่จะรัก เราเลือกมากกว่า เวลาที่เราพูดถึงฮีโร่ ฮีโร่เขาไม่รู้ว่าเขามีอะไรในตัวเขา จนกระทั่งเขาเริ่มที่จะใส่ใจกับผู้คนอื่น ๆ รอบตัวที่ต้องการเขา และในโมดูลนี้คือการที่จะใส่ใจกับผู้คนรอบตัวเรา คือเป็นการที่จะใส่ใจกับผู้คนรอบตัวเราที่อาจจะต้องการเรา ซึ่งเราสามารถที่จะช่วยเหลือเขาได้ แล้วก็ทำงาน ๒ ทาง เราช่วยเขาเขาช่วยเรา แล้วเราดูว่าเราจะให้อะไรเขาได้เขาได้ และอันนี้เป็นวิธีการสำหรับส่วนใหญ่แล้ว ขอบคุณมากเก็บผมไว้ในลิงก์อินนะครับ ในตอนนี้ก็มาถึงช่วงสุดท้ายในวันแรกของเรา อย่างที่บอกว่าเรามีงานตลอดทั้ง 4 วัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคมนี้ ที่ไบเทคบางนาแห่งนี้ฉะนั้นถ้าหากว่าท่านไหนมีญาติ มีเพื่อน มีคนรู้จักก็อย่าลืมที่ประชาสัมพันธ์สำหรับมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดี๋ยวมีกิจกรรมโดรน พรุ่งนี้เราก็มีกิจกรรม จัดกันที่ลานเอาท์ดอร์หน้าฮอล์ 100 ซึ่งก็แบ่งออกมาเป็นรอบต่าง ๆ พรุ่งนี้ มี 11.30 แล้วก็ 5 โมงครึ่ง พรุ่งนี้มีอยู่ด้วยกันกิจกรรมในส่วนของบิ๊กแบงก์สเตทแห่งนี้เราก็จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้เริ่มต้น 09.30 แบบนี้ ไม่ใช่ง่าย ๆ หวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง สำหรับวันนี้หมดหน้าที่ลงเพียงเท่านี้สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]