--- title: (บ่ายรอบสอง) งานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” subtitle: date: วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 15.20 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (Mrs. Rania) ขอบคุณทุกคนนะคะ ดิฉันตื่นเต้นมากที่มากรุงเทพฯ ดิฉันเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการดีไซน์ ก็ทำงานในการนำดีไซน์มาทำงานร่วมกับเทคโนโลยี และ 5 เดือนที่แล้ว ดิฉันได้ย้ายไปนิวยอร์กเพื่อที่จะทำงานใหม่ ฉันเห็นมือยกขึ้นมาหลายคน พูดโดยคุณ Thomas Junior งานดีไซน์กับธุรกิจเชื่อมโยงกันเป็นหลายทศวรรษแล้ว คือดิฉันอยากจะพูดถึงสัปดาห์นี้อีกครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าคุณรู้ไหมว่า IBM นี้ให้มี Program ทั่วบริษัท ในปี 1956 คุณ Elliot Noise เป็นหัวหน้าแผนก Design ประจำ IBM ก็คือสร้างมาตรฐานที่เหมือนกันทั้งหมด เป็นเรื่องราวของการปฏิบัติงานทำโลโกแล้วก็วัฒนธรรมองค์กรให้เหมือนกันทั้งหมด เขาก็ได้ทำงานกับดีไซเนอร์ เช่น ฮอลแลนด์ เพื่อที่จะสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า ยุคนั้นเราเรียกว่างานดีไซน์ที่ใหญ่ Program ดีไซน์ที่ใหญ่ที่สุดเราจะเรียกสิ่งนั้นว่า Digital Transformation ก็ได้ สุดท้ายแล้วมันก็คือการทำ Culture Transformation แล้วก็มาโฟกัสไปยังดีไซน์ในยุคนี้ด้วย มันเริ่มกลายเป็นคำที่ใช้กันเยอะแล้ว ดิฉันอยากจะบอกว่ามันสร้างความแตกต่างได้เยอะทีเดียว เหตุผลก็คือเราอยู่ในยุคที่โลกนั้นซับซ้อนขึ้นมาก เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปด้วยความรวดเร็ว Social Media เรามี Cloud เรามีโทรศัพท์มือถือ เรามี Analytic ขอยกตัวอย่างดิฉันบินจากนิวยอร์กมากรุงเทพฯ ใช้เวลา 25 ชั่วโมง และดิฉันคิดว่า ฉันใช้ Application มากกว่า 70 App ตั้งแต่เที่ยวบินจาก New York มากรุงเทพฯ ต่อ Wi-Fi ในมือถือ มาเรียกแท็กซี่ที่กรุงเทพฯ และจองโรงแรมอื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นประสบการณ์ตรงนี้เชื่อมโยงกัน เราก็ทำให้มันไร้รอยต่อมากที่สุด นั่นคือเหตุผลที่เวลาเราเป็นมนุษย์ การเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดมนุษย์จะต้องได้รับประสบการณ์ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นมนุษย์เราซื่อสัตย์ต่อประสบการณ์ ไม่ใช่ต่อแบรนด์อีกต่อไปแล้ว แน่นอนว่าเราจะจำประสบการณ์ เช่นว่าเราบินจากนิวยอร์กมากรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นเวลาคุณมอบสิ่งต่าง ๆ ให้ลูกค้าคุณกำลังมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าอยู่ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ สิ่งที่เราทำก็คือ ตั้งแต่ปี 1950 และก็ปี 2012 ด้วยก็คือคุณ จิมมี่ โรมาจีซึ่งเป็น CEO ของ IBM สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมกับดีไซน์ และ Design Thinking ดีไซน์จะสร้างในช่วงทศวรรษหน้า แล้วคุณจะทำอย่างไร คุณจะเริ่มต้นอย่างไร คุณจะต้องเริ่มจากการมีผู้นำ ที่ชื่นชมงาน Design นี่คือคุณ Phill Gilbert และสิ่งแรกที่เขาพูดเลย ก็คือว่าเราต้องมี Designer มากขึ้น มากขึ้นใน IBM คุณลองดูสิว่าในทีมใน IBM นี่มี Designer กี่คน และสิ่งแรกที่เขาทำคือจ้าง Designer เพิ่มขึ้น เรามีกลยุทธ์ในการดีไซน์ก็คือ นำวัฒนธรรม Design มามากขึ้น แล้วก็ให้อยู่ในทุกหน่วยงาน ทุกส่วนของแผนก เพื่อที่จะทำ เล่าสั้น ๆ ก็คือนำประสบการณ์ของมนุษย์ มาเล่าให้มากขึ้น และเราทำอย่างไร เราก็คือไปที่เสาหลัก 3 อย่าง ก็คือคน สถานที่ และวิธีการทำงาน แน่นอนธุรกิจต้องการผลลัพธ์ถูกไหมคะ เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าเรา Design แบบไหน เขาอยากรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ในการที่มีการโฟกัสไปยังบุคคล และสถานที่นี่ และกระบวนการนี้ มันจะได้ผลลัพธ์อย่างไร เดี๋ยวจะบอกต่อไปนี้ เราจ้าง Designer มากว่า 1,500 คนในช่วงเรามีทีมที่มีความสามารถมากมายที่ช่วยสนับสนุน และตัวอย่างที่เรากำลังแบ่งปันต่อไปนี้ ดิฉันได้รับการว่าจ้างจาก IBM IX เมื่อ 4 ปีที่แล้ว มันงานนี้มันจะยากมาก เพราะเราทำ Design Transformation อยู่ ซึ่งดิฉันบอกว่ายาก แต่ดิฉันก็รู้สึกภูมิใจกับมันมาก เพราะฉะนั้นอย่างแรกก็คือการมีบุคลากรนะคะ อย่างที่ 2 ก็คือ สถานที่ นี่เป็นสถานที่ทำงาน สตูดิโอของเราทั่วโลก สถานที่ที่จะก่อให้เกิดนวัตกรรม และการทำงานร่วมกัน ดิฉันไม่ได้บอกนะคะ การมีเฟอร์นิเจอร์สวย ๆ หรือการที่มีออฟฟิศที่สวย แต่อยากจะให้บรรยากาศการทำงานนี้เอื้อต่อการพูดคุย และสินค้าหรือบริการที่ยอดเยี่ยมนี่ ส่วนมากมักจะเป็นผลลัพธ์จากทีมงานที่ดี และทีมงานที่ดี ก็คือทีมงานที่ชอบอยู่ด้วยกัน และสถานที่นี่มีความสำคัญต่อคนในทีมนะคะ เรามีคนและก็สถานที่แล้วนี่ เราจะต้องทำอย่างไรต่อ เราจะต้องมีสิ่งที่มีกรอบว่าเขาจะต้องทำอะไรถึงจะประสบความสำเร็จ มีกรอบตรงนี้ มี Design มาจาก Design Thinking ซึ่งต้องมีความยืดหยุ่นนะคะ มีทีมที่ทำงานอย่างรวดเร็ว และก็มีระบบ Devs Off เรามี Design Thinking แล้วก็มี Devs off ที่ทำงานร่วมกัน ดิฉันอยากจะทำแบบฝึกหัดเล็ก ๆ ดิฉันเป็นคนที่ชอบมองรูป อยากจะใช้เวลาประมาณ 1 นาที เพื่อคิดถึงแจกันดอกไม้ ขอให้คุรณหลับตาก็ได้นะคะ แจกันดอกไม้ คุณนึกถึงขนาด สี ของแจกัน ทีนี้ลืมแจกันนั้นไปซะ แล้วขอให้คุณคิดถึงวิธีที่ว่า เราจะเอาดอกไม้มาไว้ที่บ้าน แล้วจะชื่นชมดอกไม้อย่างไร คุณอยากจะให้มีดอกไม้อยู่ในบ้านเอาไว้ตรงไหน ลองคิดดูสักพักนะคะ ดิฉันก็คิดว่า สิ่งแรกที่ดิฉันขอให้ทำ คุณน่าจะคิดถึงภาพประมาณนี้ คุณอาจจะคิดว่ามีขนาด มีดอกไม้อยู่ข้างใน มีสีของแจกัน มีน้ำอยู่หรือไม่ เยี่ยมค่ะ ดิฉันอยากให้คุณคิดถึงดอกไม้ และคุณก็คิดอย่างนั้น อย่างที่ 2 ก็คือ ดิฉันถามว่าคุณจะชื่นชมดอกไม้นั้นอย่างไร ไม่ว่าจะคุณจะเอาอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วเราเป็นมนุษย์ แล้วก็มักจะชื่นชมด้วยอารมณ์ของเรา เพราะฉะนั้น มันก็มีความคิดหลายวิธีเลย ที่คุณจะชื่นชมดอกไม้นั้นได้ เพราะฉะนั้น นี่คือการ Design Thinking ก็คือการเปลี่ยนมุมมอง จากการคิดถึงผลิตภัณฑ์ไปยังประสบการณ์นะคะ เพราะฉะนั้นใช้เวลามากกว่า ดิฉันอยากขอให้คุณคิดถึงผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ 2 อยากให้คุณคิดถึงประสบการณ์ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนประสบการณ์ตรงนี้ คือสิ่งที่เปลี่ยนไป คือการทำ Digital Transformation ที่ดิฉันพูดถึง เพราะฉะนั้น เพื่อที่จะใช้ Design Thinking นี่ ก็คือการคิดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ง่าย ๆ ได้มีการแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว มันไม่ใช่การติดตั้ง Smart Censor หรือว่าไปยังแจกันแล้วกลายเป็น Smart Vase แล้วคุณก็กลายเป็นนวัตกรที่จะให้ความหมายของประสบการณ์ใหม่ ๆ เลย เราจำเป็นต้องมีแจกันไหม มันเป็นการคิดกระบวนการใหม่ตั้งแต่แรก การ Design ก็คือความตั้งใจเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ ถูกไหมคะ ถ้าเกิด Design คือความตั้งใจนี่ Design Thinking การสร้างความตั้งใจโดยเห็นอกเห็นใจผู้ใช้ ความเห็นอกเห็นใจนี้คือความสำคัญ มันไม่ได้เกิดขึ้นข้ามวัน การที่เห็นอกเห็นใจจะต้องใช้เวลา ก็ในจุดตรงนี้ถึงตอนนี้ก็อยากจะให้ดูตัวอย่าง ไม่พูดถึงเรื่องศึกษาต่าง ๆ มันมีโปรเจกต์หนึ่งที่ฉันทำอยู่ ว่าเป็น Project ว่าในการออกแบบให้เราอย่างไร แล้วก็ Project นี้เป็นส่วน เป็นสิ่งของฉันมาก ๆ ของ Project นี้ อีกอย่างหนึ่งคือการตระหนักว่าประสบการณ์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าสมมติคุณดูในเรื่องของค้าปลีก หรือว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ จะเห็นว่า คนที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ก็จะเป็นผู้นำ ดูว่าเขาทำอะไรได้ดีที่สุด และสิ่งที่เราทำก็คือการให้คำนิยามใหม่ของประสบการณ์ เรากลับไปดูว่าผู้ใช้เขาพบแบรนด์ของเราได้อย่างไร เขาให้ feedback ไม่ชอบแบรนด์ของเราอย่างไร ก็อันนั้นคือสิ่งที่เราทำ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ใครเป็นคนที่ขับรถมาที่นี่บ้างคะ ก็การที่เราไปปั๊มน้ำมันก่อนไปทำงาน คุณก็อยากจะทำให้เสร็จ ๆ ไป ถูกไหมคะ แต่การที่มีประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป สมมุติว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ และคุณกำลังจะกลับบ้าน แล้วก็ไปเติมน้ำมัน คือการกระทำเหมือนกันเติมน้ำมัน แต่ว่าประสบการณ์จะไม่เหมือนกัน ดังนั้น เราอาจจะต้องใช้ Design Thinking เข้าไป แล้วก็เดี๋ยวดิฉันก็จะพูดถึงเรื่องนี้ให้มันสั้นมันดีมาก และมันมีการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น แล้วก็มีการพูดถึงเราใน Social Media ที่ดีขึ้น แล้วก็มีรีวิวที่ดีขึ้นแล้วก็อันนี้ก็เป็น Platform หลักที่ลูกค้าใช้คุยกันด้วย การใช้ Design Thinking และการที่บริษัทมีความคล่องแคล่ว มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย หรือว่าเกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลา และต้องใช้คนที่เหมาะสมในการทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นด้วย และการ Design Thinking มันใช้ได้ การสร้าง Design Thinking ทำให้เกิดธุรกิจที่ดี แล้วก็มีรายงานออกมาแล้วมีการประมาณออกมานะคะ ว่าเงินจำนวน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ที่จะจ่ายใน project ทุก ๆ ปี มันก็จะมีผลที่ดี และก็ผลที่ไม่ดีนะคะ แล้วก็บริษัทที่ล้มเหลวก็จะมีประเด็นของการทำงานภายในไม่ดี หรืออะไรประมาณนี้ และเราพูดถึงการออกแบบความคิด Design Thinking ซึ่งดิฉันก็มีการแบ่งปันเรื่องราวกับคุณ แล้วคุณทำอะไรได้บ้าง แล้วมันไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทขนาดไหนก็ตาม จะเป็นระดับโลกหรือระดับเล็กมีอยู่ 3 สิ่งที่คุณควรจะเริ่มทำได้แล้ว อย่างแรกเลย ให้โฟกัสในผลลัพธ์ของผู้ใช้ คงพูดง่ายกว่าทำจริง ๆ เพราะว่าปกติแล้ว เราก็ไม่รู้จักผู้ใช้ของเราดี เราก็ต้องทำงานวิจัย และศึกษาเพิ่มขึ้น อันที่ 2 เราก็สร้างทีมสหวิชาชีพขึ้นมานะคะ ฉันเคยทำงาน เรียนที่ North England แล้วไปทำงานที่ New York อยู่ในทั่วโลกมันก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ และอย่างที่ 3 ก็คือการทำซ้ำ ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน เพราะว่าโลกมันไม่หยุดนะคะ เพราะฉะนั้นคุณก็ควรไม่หยุดเช่นกัน สิ่งที่เราทำตอนนี้ หลัก ๆ ก็คือเราพยายามทำ Design Thinking ในระบบ AI แล้วก็คุณก็คงได้รับฟังหลายสิ่งหลายอย่าง และคงได้รับฟังเพิ่มเติมอีก ถ้าหากว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้จำไว้จริง ๆ จากสิ่งที่พูดมาทั้ง 20-30 นาทีนี้ เป็นสิ่งสำคัญ และอยากจะทราบความเปลี่ยนแปลง ให้จ้างผู้นำธุรกิจที่ดี ที่เห็นความสำคัญกับการออกแบบให้ผู้ที่เชี่ยวชาญ ที่รู้ว่าต้องออกแบบมาทำ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ (คุณอกนิษฐ์) ขอบคุณมาก ๆ เลยคุณ Rania สำหรับ Presentation ในหัวข้อต่อมา ก็คือ Email ภายใน 2020 จะมีการพูดโดยคุณ Len Shneyder ท่านเป็นคนที่มีประสบการณ์ใน e-Mail สูงมากนะคะ และเขาเป็นคนที่สนับสนุนในเรื่องในเรื่องของการทำปฏิบัติการที่ตามแนวทางที่ดีที่สุด จากจำนวน เขาจะพูดถึง Email จากนั้นก็ยินดีต้อนรับของ VIP ของ SendGrid (Mr. Len) สวัสดีตอนกลางวันก็สวัสดีครับ ตอนนี้ก็มาอยู่ตรงนี้ ตื่นเต้นมาก ๆ ผมชื่อ Len Shneyder ผมเป็นตัวแทนของ SendGrid ผมเป็นตัวแทนของบริษัทต่าง ๆ ไม่ว่าจะบริษัทมากมาย คุณอาจจะเห็นว่า twilio ได้มีการซื้อบริษัทของ SendGrid ไปแล้วส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เขามีการเข้าซื้อก็คือว่าเขาทั้ง 2 บริษัทมีการเริ่มต้นที่คล้าย ๆ กันมาก Sender เขาต้องการนักพัฒนา 3 คนที่อยากจะทำให้ E-mail เข้าไปอยู่ใน Cloud แล้วก็ทั้ง 2 การทำ e-mail ทำให้อยู่วงกว้างนั้น ที่ยากมาก ๆ แล้วก็ Twilio ก็มีปัญหาในการทำธุรกิจนี่ก็มีปัญหาเหมือน SendGrid เขาก็ต้องคิดว่าต้องมีวิธีการที่ดีกว่านี้ในการที่ทำให้มี SMS และการสื่อสารทางโทรศัพท์ใน Application และจึงได้มีการสร้าง API 8 ตัว แล้วทั้ง 2 Platform เราก็มีการ scale up ไปค่อนข้างจะเยอะมาก Twilio ก็จะมีการปฏิสัมพันธ์ 7 หมื่นล้านต่อปี และก็ร่วมกันทั้ง 2 บริษัทสามารถที่จะเข้าถึง ลูกค้าในทุก ๆ อุปกรณ์ และลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ใน Inbox หรือ แล้วก็เดี๋ยวจะพูดถึงว่า E-mail เป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่เราเริ่มแรกคือเกิดขึ้นในปี 1971 โดย Tomlinson นะครับ และในปี 1976 พระราชินีอลิซาเบธก็ทรงส่งข้อความทาง Electronics เป็นครั้งแรกฐานะ ผู้นำของรัฐนะคะ แล้วก็ 1978 ก็จะเป็นครั้งแรกที่มีการส่งโฆษณาทางอิเล็กทรอนิกส์ออกไปใน 1982 คำว่า e-mail มีการถูกสร้างขึ้นมา แล้วก็ 1982 เป็นครั้งแรกนะคะ ที่มีการสร้าง Smiley แล้วก็ 1993 ก็มีการสร้าง Web Mail แล้วก็ Web Mail ทำให้คนเข้าถึง e-mail ได้มากขึ้น คุณไม่ต้องใช้พวกได้มากขึ้น มันจะมี Web Mail อย่างเช่น Hotmail หรือ Rocket Mail คือตอนนี้เราสามารถที่จะใส่รูปภาพมันเราสามารถที่จะใส่รูปภาพเข้าไปใน Email ของเราด้วยนะคะ และ Email ในวันนี้ ทำไมถึงมีอยู่ตั้งแต่ 1971 เลย ใครบอกว่าไม่ใครใช้อีเมล์มีคนหลายคนเลยในทางออนไลน์ นี่เขาบอกว่า Email จะเป็นอะไรที่ล้าหลังแล้วในปี 2020 แล้ว Email จะใช้ไม่ได้ Facebook Email ทิ้งไป ทำให้หายไป หรือว่า WhatsApp จะทำให้ หรือว่าการเปลี่ยนแปลงในเรื่องคำนวณงานต่าง ๆ ให้ Email หายไป เราต้องรู้ว่า Email มาตั้งแต่ 1971 อย่างที่ มาร์ค เวน บอกว่า การรายงานเกี่ยวกับความตาย และ Email จะไม่ตายจริง ๆมันยังไม่ตายจริง ๆ ด้วย เหตุผลเพราะว่าเรามีพันธมิตรที่ไม่มีใครที่จะสามารถเทียบได้นะครับ เอา I นะครับ ของเราที่ได้มา ต่อ 1 ดอลลาร์ที่จ่ายไปก็คือ 42 ดอลล่าร์ ในโลกนี้นะครับ ก็มี Email มากกว่า 6,000 ล้านบัญชี ใครมี Email มากกว่า 1 บัญชี บ้างคุณยกมือข้างหลังเดี๋ยวผมจะไปคุยด้วยนะครับ รู้สึกว่าน่าจะมีปัญหา แล้วก็เรามีมือถืออยู่ในกระเป๋าของเรา บางคนบอกมีมือถือไปดู YouTube เฉย ๆ เราว่าไม่ใช่ เรามีการทำสำรวจของผู้บริโภคใช้ช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างไรบ้าง แล้วก็วิธีการต่าง ๆ ที่ ผู้ใช้ Gen Z ไปจนถึง Baby boomer เราก็พบว่า Email เป็นวิธีการที่ขึ้นอันดับต้นเลย ที่จะมาเป็นช่องการสื่อสาร สิ่งที่เราเห็นก็คือว่า Gen Z ที่ตอนนี้กำลังในมัธยมปลายหรืออะไรต่าง ๆ เขาก็บอกว่า เขาคิดว่ามีแนวโน้มที่จะใช้ Email มากขึ้น ในอีก 5 ปี ลองคิดดูว่าเราจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ได้รับตัวใบเสร็จใน Email หลังจากที่เราซื้ออะไรทางออนไลน์แล้ว Email เหล่านี้ช่วยให้เรา เราทำอะไรไปแล้วบ้าง ในธุรกรรมออนไลน์และจะมาพูดถึงอนาคตกัน ที่เราต้องคุยกันก็คือการทำ ให้ปรับให้เหมาะกับส่วนบุคคล ต้องดูว่าไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบเรื่อง Sci-Fi หรืออะไรก็ตามเพราะว่าอันนี้ค่อนข้างที่จะปรับให้เป็นส่วนบุคคลมากเกินไป แต่ถ้าสมมุติ อันนี้นี่ AI และ AI ก็จะครองโลก อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ AI ครองโลก เราไม่อยากให้เป็นแบบนี้ 2 กรณี เป็น Echo dot ที่บ้านของผม มันก็มี Email ใน inbox ของผมตัว Echo Dot เป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างที่จะแสดงให้เห็นชัดว่า Email สามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับบุคคลต่างได้อย่างไร แล้วก็อีเบย์เขาก็เป็นบริษัทที่เขาไม่มีสินค้าคงคลังเลย เพราะว่าเขาเป็น Platform ที่ติดต่อระหว่างผู้ค้ากับผู้ซื้อเท่านั้นเอง ก็อันนี้นะครับ Ebay ก็อาจจะไม่ได้ส่ง Email เพิ่ม เพราะว่าบางทีเขาส่ง Email มาแล้วเราก็อาจจะไม่ได้มีการไปเปิด แล้วตัวดีลที่เขาให้มาอาจจะหมดไปแล้วนะครับ แต่ว่าอย่างที่บอก Email อาจจะมีการส่งน้อยลงแต่ว่าคุณภาพของ Email มากขึ้น เพิ่มมากขึ้น เพราะว่าคนส่ง Email และในคุณค่าที่มากขึ้น ไปส่ง Email ให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ในตัวเนื้อหา แล้วก็ในเรื่องการปรับให้เหมาะกับส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ๆ นะครับ ในเรื่องของการปรับให้เป็นส่วนบุคคลได้ เราสามารถที่จะปรับตัวหัวข้อให้เหมาะกับคน ๆ นั้น อาจจะเป็นชื่อจริงของคนที่เราส่งไปถึง ลองคิดดูสิครับ ว่า Email ของประเทศไทย มีการใช้ Email อะไรบ้าง มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เลย ก็ถ้าเราสามารถที่ Email ไปถึง Gmail เหล่านี้เราก็จะค้นได้เหมาะสม แล้วก็เราก็สามารถที่จะดูได้ว่าข้อมูลใน Email เหล่านี้จะต้องถูกเปิดโดยอุปกรณ์แบบไหน เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และอันนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งว่าคนอยากจะได้รับ Email เมื่อไหร่ เพราะว่าคนไม่อยากจะรับ Email ในตอนเย็น เพราะว่ามันเป็นเวลาครอบครัว เขาก็คงไม่อยากมาคุยกับคุณในตอนเย็น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนต่าง ๆ เขาอยากจะรับ Email ความถี่ในการต้องการรับ Email เยอะขนาดไหน ก็ให้สิ่งที่ดีที่สุด คือเราต้องให้ลูกค้าเป็นคนกำหนดเองว่าเขาอยากจะได้รับ Email เมื่อไร เพราะว่าอันนี้จะเป็นเรื่องของความไว้วางใจ และก็เรื่องสุดท้ายก็คือ Interactive ก็คือการมีปฏิสัมพันธ์กัน Google ก็มีการทำ Email ขึ้นมานะครับ และมีองค์ประกอบที่เป็นองค์ประกอบที่เป็น Interactive มากขึ้น อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของสิ่งที่เราเห็นก็คือของ Doodle เพราะว่าจะช่วยเราในการจัดตารางได้นะครับ ซึ่งอันนี้มันอยู่ใน Inbox ของเราเลย แทนที่จะต้องไปนั่งโหลดเว็บฯ อื่น โน่น นี่ เราสามารถทำทุกอย่างได้ใน inbox ของเราเลย คุณก็อาจจะถามว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ก็เมื่อลูกค้าสามารถที่จะทำอะไรเกี่ยวกับ Email ที่จะทำอะไรได้มากขึ้น อาจจะช่วยธุรกิจของคุณ ทั้ง Outlook Hotmail mail.ru group อันนี้บริษัทเราก็จะเป็นผู้เล่นด้วย อันนี้คือเป็นตัวอย่างที่มี shopping card ที่อยู่ใน Email ด้วที่อยู่ใน Email ด้วย ซึ่งอันนี้เป็นอะไรที่ระดับ Advance มากนะครับ เขาสามารถที่จะเลือกสินค้าใน Email ของเขาได้ และสามารถที่จะจ่ายเงินได้เลย และตอนนี้เราพูดถึงความปลอดภัย และอันนี้ก็จะเป็นอาจจะเป็นส่วนที่คุณหลับ ก็ทนผมหน่อยนะครับ แล้วก็มีคนที่ทำงานในเรื่องของความปลอดภัยในด้าน Cyber นะครับ ก็คือ บางทีอันที่จริงแล้ว 72 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าโดนโจมตีทาง Cyber นะครับ เพราะว่า Link ต่าง ๆ ถูกเปิด เพราะว่ามี ที่เป็นเทคโนโลยีมาตรฐานที่คุณจะสามารถปกป้องตัวเองได้อย่างไรที่จะปกป้องตัวเองจากโดยการฟิชชิง หรือ SPF ก็คือให้เชื่อม 1 IP กับ 1 domain อันที่ 2 ก็คือพนักงานต่อมา ซึ่งอันนี้เป็นการวิธีแบบคริปโตกราฟิก ซึ่งทำให้แน่ใจว่าข้อความของคุณไม่ได้มีการถูกเปลี่ยนแปลง และ DMARC รวมทั้ง 2 อันเข้าร่วมกัน เป็นนโยบายที่เราสามารถใช้สื่อสาร ที่เราใช้ผ่านผู้ให้บริการ Email ไม่ว่าจะเป็น Gmail Yahoo Outlook นะครับ ส่ง Email ที่มาจากฉัน แต่ไม่ผ่าน เพราะว่า SPF หรือลองคิดดูว่ามีประโยชน์ขนาดไหน สำหรับสถาบันทางการเงิน ในการที่จะปกป้องเราผ่านสถาบันทางไซเบอร์และ 80 เปอร์เซ็นต์ของ domain ในโลก ซึ่งประมาณ 5.3 พันล้าน Mailbox นะครับ แล้วก็อันนี้ก็เขาอาจจะไม่มีการบอก แล้วคุณก็อาจจะถามว่าเกี่ยวอะไรกับเรา ทำไมมันถึงสำคัญ มีเหตุผล 3 อย่าง ก็คือ 1 คุณกำลังปกป้องแบรนด์ของตัวเอง ผู้บริโภคของตนเอง และ 3. คือคุณทำให้อินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัย สิ่งสำคัญกว่านั้นคือมันมีสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ ซึ่งก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า BIMI ซึ่งมันก็จะเป็นเหมือนรูปที่เป็น Icon อยู่ใน Inbox และก็เป็น Local ที่เราสามารถที่จะไปเผยแพร่ บางคนอาจจะเคยเห็นนะ เคยเห็นสีเขียว ๆ อยู่บน Gmail ของคุณอันนี้คือเป็นตัวชี้วัดระดับความไว้วางใจด้วย มี step ต่อไปด้วย พวกเขาจะมีการส่ง Email ที่เป็นเหมือนแบบว่ามาจากหลาย ๆ ที่แล้วก็ดูว่าแล้วก็ดูว่า เพราะว่าเราเป็นสังคมที่ใช้ความเชื่อใจเป็นหลัก เราก็เห็นสิ่งที่เราคุ้นเคย อย่าง Grab Online เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย แล้วก็จะคลิก อันนี้ก็บริษัทเหล่านี้ก็มีการพัฒนาอยู่ และก็เราจะพูดถึง Schema ก็มีอยู่เป็นค่อนข้างจะนานแล้ว แล้วอันนี้ก็เป็นวิธีการสร้างประสบการณ์ ต่าง ๆ ในการที่จะส่งข้อมูลให้ผู้รับสามารถใช้งานได้ อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง เป็นการยื่นยันเที่ยวบินของเรา แล้วก็ Schema Yahoo Gmail ที่จริงแล้วคุณก็ต้องใช้การยืนยันลงทะเบียนใช้ ทำตามขั้นตอนเพื่อปกป้อง Demand ของตัวเอง วิธีการก็คือ Email สามารถเข้าถึงได้ โดยยืนยัน Email แล้วและคุณสามารถที่จะบอกผู้รับได้ว่า Email ของฉันหน้าตาแบบนี้ และ Schema จะอนุญาตให้ Email นี้เข้ามาได้ ในเรื่องของท้องถิ่นแล้วก็ระบบของความเป็นส่วนตัว เพราะว่ามีเรื่องประเด็นความเป็นส่วนตัวในโลกนี้ และทุก ๆ วัน มีนโยบายในเรื่องความเป็นส่วนตัว ของยุโรปเลย ทุก ๆ Sector ก็มี Privacy กฏหมายมากมายเหล่านี้ คือสิ่งที่เราจะต้องทำในสหรัฐอเมริกาในประเทศไทยก็เหมือนกัน เรามีพระราชกฤษฎีกาขึ้นมาในที่คล้าย ๆ กับ GDPR เพราะฉะนั้นคุณจะต้องเอากฎที่ยากที่สุด และทำตามกฎนั้น ไม่ว่าจะไทย ฝรั่งเศส มาเลเซีย หรือสหรัฐอเมริกา อินเทอร์เน็ตนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องลงชื่อ แต่ผมไม่ใช่ทนาย เพราะฉะนั้นคุณจะต้องไปปรึกษากับทนาย แต่วิธีที่คุณจะเก็บข้อมูล บันทึกมัน ใช้มันตอนนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของคุณแล้ว เพราะว่า Email ต้องใช้ข้อมูล แล้วก็จะต้องใช้ข้อมูลมากทีเดียว ที่จะให้ลูกค้าของคุณได้ใช้ เพื่อสรุปนะครับ ทำให้น้อยแล้วจะมีผลมากกว่า แล้วก็ทำให้ Email ของคุณมีการพิสูจน์ว่าเป็นของจริงมากขึ้น ใช้ประโยชน์สำหรับการเชื่อมโยง แล้วมันสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เวลากฎหมายมีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และสุดท้ายแล้วนี่ ผมเกิดในยุค 80 ขอจบด้วย Slide เมื่อสักครู่ และก็ปรึกษาผมได้ข้าง ๆ เวทีขอบคุณครับ (คุณอกนิษฐ์) ขอบคุณคุณ Len Shneyder แล้วเดี๋ยวอีกสักครู่เราจะไปคุยกับผู้พูดคนต่อไปนะครับ ตอน 16.35 น. ก็อีก 20 นาที ก็อีกสักครู่ครับ [เสียงดนตรี] สำหรับ Presentation ในช่วงต่อไปจะเป็นเวลา 16.30 โดย speaker จะนำเสนอเป็นภาษาญี่ปุ่น ฉะนั้นสำหรับท่านแขกผู้มีเกียรติที่สามารถที่จะติดต่อกับทางทีมงานได้ครับ Speaker จะเป็นภาษาญี่ปุ่นสามารถติดต่อรับเครื่องแปลภาษาได้ (คุณอกนิษฐ์) สวัสดีครับ สวัสดีผู้เข้าร่วมงาน เราจะมี Speaker ท่านต่อไปนะครับ ร่วมรับฟังกันได้นะครับ ที่ผู้รับเชิญจาก Konami Entertainment สำหรับในช่วงนี้ ท่านจะพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นท่านไหนที่อยากจะได้เครื่องแปลภาษา สามารถรับเครื่องแปลภาษาได้ครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงดนตรี] Ր (คุณอกนิษฐ์) เอาล่ะครับ ทุกท่านครับ เรามาต่อกับกิจกรรมในช่วงบ่ายวันนี้เลยครับ บ่ายวันที่ 2 ของ Digital Thailand Big Bang กับกิจกรรมที่ Big Bang Stage นี้ สำหรับ Speaker ท่านต่อไปนี้นะครับ ท่านจะบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น สำหรับท่านที่ต้องการเครื่องแปลภาษาติดต่อกับทางทีมงานเราเพื่อรับเครื่องแปลภาษาได้ครับ ผมขออนุญาตแนะนำ Speaker ท่านต่อไปครับ [ภาษาต่างประเทศ] (Mr. Yasushi) ครับ สวัสดีครับ กระผมชื่อ Ishihara Yasuhi จาก eSports Section บริษัท Konami Digital Entertainment ครับ ขอเริ่มอธิบายเลยแล้วกันนะครับ ขอเริ่มจากการแนะนำบริษัทเรา Konami ปีนี้เราตั้งมา 50 ปีแล้วนะครับ หน่วยงานที่ผมอยู่คือ Business ขายวีดีโอเกม โมบายเกมและการ์ดเกม และนอกจากนั้น Konami ยังมีเครื่องเกม เครื่อง Slot machine ต่าง ๆ ธุรกิจ sport club ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจาก Console Game, Mobile Game และ Card Game แล้ว เรายังมอบความสนุกในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า eSports ให้กับท่านลูกค้าอีกด้วย ขอแนะนำนะครับ ชื่อเกม ProEvolution Soccer หรือ PES Pro Evolution Soccer มีมาตั้งประมาณ 20 ปีที่แล้ว เป็นเกมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก ท่านผู้เล่นหลายคนในไทยน่าจะรู้จักในนามของ Winning 11 หรือเปล่านะครับ ทุก ๆ ปีนะครับ Pro Evolution Soccer หรือว่า PES เราเพื่อเพิ่มความสนุกสนานของเกม ความเหมือนจริงของเกม PES 2020 เราได้เชิญมีนิสต้าที่เคยสังกัดอยู่ในทีมฟุตบอลของบาเซโลนาด้วย เพื่อให้เกมส์มีความเสมือนจริง สนุกสนาน เสมือนจริงในเกมฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในงานนิทรรศการเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อ PES 2009 อีกด้วย และใน PS นี้เราจัดเป็นการแข่งขัน eSports 15 ปีที่แล้ว โดยจริง ๆ แล้วเริ่มจากการเป็นการแข่งขันแบบ Local Event Fan Community ที่ยุโรป แต่ตอนนี้มีผู้เข้าร่วมเล่นมากกว่าถึง 300,000 คน ในช่วงหลัง ๆ นี้ เราได้ไปจัดนะครับ สนามแข่ง หรือว่า Arena การแข่งขันภายในสนามฟุตบอล โดยได้รับการสนับสนุนจากสโมสรฟุตบอล ต่อจากนี้ขอแนะนำอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ASEAN Games เป็นระดับเอเชียเลยก็ว่าได้ หรือคณะกรรมการโอลิมปิกนั้น ปีที่แล้ว จัดขึ้นที่เมือง จากาต้า ได้มีการบรรจุ eSports เป็นประเภทกีฬา เป็นครั้งแรก ในหลากหลายการแข่งขันนั้น eSports เกม PES ของเราได้รับเลือก อันนี้เป็นรูปบรรยากาศของสนามแข่งที่เอเซียนเกมส์ที่จากาตาร์ Asian Game eSports ก็เหมือนกีฬาอื่น ๆ ที่ต้องได้รับความยินยอมก็เหมือนการแข่งขันกีฬาประเภทอื่น ๆ ที่จะไปในการส่งผู้เล่นเข้าร่วมแข่งขันจากคณะกรรมการโอลิมปิกของประเทศนั้น ๆ ซึ่งในประเทศไทย สมาคมกีฬา eSports ประเทศไทย เป็นผู้ดูแลในการคัดเลือก และผู้ดูแล และส่งผู้เล่นลงแข่งขัน Konami ใน Asian Games ได้เชิญชวนหลากหลายประเทศมา ดังนั้นจึงมีตัวแทนจากหลากหลายประเทศ จริง ๆ แล้วเราได้เชิญชวนหลากหลายประเทศมากกว่านั้นแต่มีปัญหาว่าในบางประเทศมีหลากหลายสมาคม eSports หลากหลายกลุ่ม หรือ หลายประเทศไม่ได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการโอลิมปิกในประเทศนั้น ๆ ก็เป็นที่น่าเสียดายนะครับ คงต้องมีการปรับปรุงในส่วนนั้นต่อไปในอนาคต อันนี้เป็นบรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ประเทศที่ชนะเลิศนะครับ ผู้ชนะเลิศจะได้รับเหรียญทอง ในรูปก็คือเหรียญทองนะครับ อันนี้เหมือนกับที่ผู้เล่นที่ชนะกีฬาประเภทอื่น ๆ ได้เลยนะครับ นอกจากนั้น มีการร้องเพลงชาติ ชักธงชาติ เหมือนกับประเภทกีฬาที่เป็น Official อื่น ๆ ด้วย ก็ในหลังจากที่อินโดนีเซีย Asian Games แล้วทำให้ในเวทีการแข่งขันระดับโลกของ Konami กล่าวคือในประเภทแข่งเดี่ยว PES นี่ Konami เอเชียได้ติด 1 ใน 4 และในประเภทแข่งทีมนี้ได้รางวัลรองชนะเลิศ ขณะนี้ผู้เล่นจากทั้ง ยุโรปและญี่ปุ่นเลยทีเดียว ก็ถือว่าผู้เล่นจากอินโดนีเซียเก่งขึ้นมากเลยโดดเด่น ต่อมาในไทยนะครับ ก็มีการทุ่มเทอย่างเต็มที่ต่อ eSports เช่นกัน มีการจัดการแข่งขัน Toyota e-league เป็นคลิปวิดีโอครับ Toyota e-league ในไทย ของฤดูกาลที่แล้ว ก็เป็นการจัดร่วมกับสโมสร Thai League มี 10 ทีม จากสโมสรของไทย มีการแข่งขันรวมทั้งหมด 90 นัด และก็มีการจัดสนามแข่งโดยเฉพาะนะครับ สำหรับ eSports นี้ อยู่ในส่วนของสนามแข่งฟุตบอลแต่ละสโมสร และได้มีการเชิญ BNK48 มาในการทำ Promotion online ด้วย ในการถ่ายทอดสดใช้อุปกรณ์มาตรฐานที่สูง และก็เชิญผู้พากย์ชั้นนำมาพากย์ รวมทั้งเงินรางวัลของลีกนี้มากถึง 3 ล้านบาท มีการจัดเวทีมอบรางวัลเหมือนกัน จึงได้รับความสนใจจากมีเดียมากมาย นอกจากนี้เราเชื่อมโยงการแข่งขันนี้ Official eSports ได้เชิญผู้ชนะของลีกนี้ ไปเข้าร่วมแข่งขันในระดับโลกของบริษัทเราด้วย ต่อจากนี้ก็คือเราอยากจะขยายนะครับ การแข่งขัน eSports แบบนี้ ทั้งในไทยและในเอเชีย ต่อจากนี้เป็นการอธิบาย Toyota E-League เป็นการแข่งขันฟุตบอล eSports สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มี 10 สโมสรที่อยู่ใน Thai League ร่วมมือกัน และเป็นการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะนะครับ สปอนเซอร์หลักก็คือ TOYOTA มีธนาคารออมสิน เป็น sponsor ร่วมกัน เป็นการแข่งขันที่ใหญ่มาก ตั้งแต่เมื่อตุลาคมที่ผ่านมานะครับ มีผู้เล่นมืออาชีพ 74 คน ที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามา โดยผู้เล่นเหล่านั้นเป็นผู้เล่นจากสโมสรต่าง ๆ ใน Thai League แต่ไม่ได้มีแค่ผู้เล่นชาวไทยนะครับ ยังมีผู้เล่นจากหลากหลายประเทศพม่าต่าง ๆ ได้เข้าร่วมด้วย ก็เหมือนสร้างเป็น Dream Team ขึ้นมา ตัวการแข่งขันตาม VDO clip เราได้ไปจัดขึ้นที่ Arena จัดการแข่งขัน eSports หรือว่าสโมสรต่าง ๆ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด ชลบุรี FC หรือว่า BCG ปทุมวัน เขาสโมสรเหล่านั้น เขาสร้าง Arena หรือ สนามแข่งขัน จัดการแข่งขัดของตัวเองขึ้นมา แล้วสนามก็จะอยู่ติดกับสนามแข่งขันจริงของเขา สนามแข่งขันจริงของเขา Konami นะครับ บริษัทเหล่านี้ให้ความสำคัญกับ eSports เป็นอย่างยิ่ง เพราะเราคิดว่าประสบการณ์ในการเล่นเกมจะสร้างความสุขให้กับผู้เล่น ขอเท้าความถึง PES ของเรานะครับ เกมนี้ได้เริ่มขายมาตั้งแต่ปี 2015 ก็จะใช้ Timeline ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เริ่มออกขายเมื่อปี 2015 ยุคแรกก็คือเป็น Package เป็น Video Game ที่ออกแบบให้ผู้เล่น แต่คราวนี้นะครับ เริ่มช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมามี Demand ของเกมออนไลน์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงพัฒนา concept ใหม่ขึ้นมา ให้สามารถเล่นได้ในลักษณะของเกมออนไลน์ ที่มีการเล่นแข่งขันกัน กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 2015 PES 2015 เรามี mode ใหม่ที่เรียกว่า My Club Mode ก็คือการสร้างทีมของตัวเอง สร้าง Dream Team ของตัวเองได้ โดยการไปซื้อตัวโค้ชหรือนักเตะ ดังนั้น จึงเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาไปสู่การให้บริการที่ผู้เล่นเกมสามารถเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องซื้อเกม Version ใหม่ User Experience จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก และเราได้เลือกระบบการแข่งขันออนไลน์ที่เล่นแข่งขันกัน ซึ่งเหมาะกับการเป็น eSports นะครับ เนื่องจากสามารถกระตุ้น Community ของผู้เล่นได้เป็นอย่างดีนะครับ เน้น Function การแข่งขันออนไลน์ ที่ให้ผู้เล่นหลาย ๆ คนมาเล่นแข่งกันก็เป็นการกระตุ้น community ของผู้เล่นได้ นอกจากนั้นนะครับ ในเดือนมีนาคม 2015 เราได้เปิดให้เล่นเป็น Free to Play Mode นะครับ ใน Mode ของ My Club Mode ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ในปีต่อมา ในปี 2016 นอกจากในประเทศญี่ปุ่นแล้ว เราก็เปิดเป็น Free To Play ให้กับประเทศนอกญี่ปุ่นด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมสภาพแวดล้อมด้วยกันได้ แต่เราก็ยังไม่หยุดแค่นั้น เนื่องจากอยากจะให้ผู้เล่นที่ไม่ต้องมีเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่สามารถเล่นเกมของเราได้ จึงออกขาย version สำหรับ mobile phone ผลที่ได้ก็คือ ผู้เล่นสามารถเล่นได้ทั้ง 24 ชั่วโมง 365 วัน เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา เล่นกับใครก็ได้ เพราะว่าเล่นผ่าน smart phone จึงได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างยิ่ง และอันนี้เป็นการโชว์ของจำนวน User ผู้เล่น ที่เพิ่มตัวอย่างก้าวกระโดดเลย ก็จากการเล่นเกม Online นะครับ ก็คือเราจะคิด concept ใหม่ขึ้นมาด้วย ไม่ใช่กีฬาธรรมดา เราเรียกว่า eFootball เป็นการแข่งขัน eSports ทั้งผู้เล่นที่ใช้ ที่ทางผู้เล่นใช้ Mobile Phone ในฟุตบอลนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Konami นักฟุตบอลแล้วก็ทีมบาเซโลนาเป็นผู้จัดตั้งขึ้น โดยใช้ชื่อเกม PES2020 คำศัพท์ว่า eFootball นะครับ ชื่อที่เราเอาคำว่า eSports กับฟุตบอลมาผสมกันโดยคาดหวังให้ผู้เล่นเกม PES ได้รับความสนุกสนานของ eSports นะครับ โดยเราแบ่งเป็น 2 ประเภทนะครับ eFootball กับตัว จะมีสโมสรไหนเข้ามาร่วมบ้าง จะเป็นการแข่งขันแบบเป็น League ซึ่งเป็นตัวแทนของสโมสรต่าง ๆ ส่วน eFootball จะเป็น PES Open จะเป็นการแข่งขันที่ User ทุก ๆ คนมือสมัครเล่นก็ได้ ใครก็ได้สามารถเข้าร่วมเล่นได้ และตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปนะครับ เงินรางวัลที่จัดไว้สำหรับ eFootball มากถึง 2 ล้าน US Dollars เตรียมการจัดการแข่งขันในประเทศต่าง ๆ โดยคาดหวังว่าอยากให้ User ที่หลากหลายสามารถเข้ามาเล่นได้ และเพื่อให้ eFootball เป็นไอคอนหรือเป็น Logo สำหรับผู้เล่นเกม PES เราจึงใส่ eFootball ลงไปใน PES ใน Package แบบใหม่ของเรา ดังนั้น ต่อจากนี้บริษัทเราก็จะนำเสนอเกมที่ทำให้แฟน ๆ จำนวนมากผ่าน eSports ครับ ขอบพระคุณมากครับ (คุณอกนิษฐ์) [ภาษาต่างประเทศ] Gilad Lotan ท่านมีการเขียน Journal ทางวิชาการ แล้วก็พูดถึงในเรื่องของโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ นะครับ ในวันนี้เขาก็จะพูดถึง Machine Learning กับ AI มีความสำคัญอย่างไร ก็ขอยินดีต้อนรับ Gilad Lotan ของ BuzzFeed ครับ (Mr. Gilad) สวัสดีครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมชื่อ Gilad และผมเป็นหัวหน้า Data Science and Analytics แล้วก็ขอบคุณนะครับ ที่เชิญผมมา และอยู่จนถึงตอนสุดท้ายเลยนะครับทุกคน จะใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่สุดและเราจะใช้ Machine Learning ของเราในฐานะที่เป็น Digital Media Company เราก็มีการพยายามสร้างเทคนิคแล้วก็เครื่องมือ ที่จะทำให้ทีมของเราเป็น Super power เราก็มีการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เท่าที่เราจะทำได้ ใน Platform ของเราและ Platform อื่น ๆ แล้วเราก็ใช้ข้อมูลในอดีตเหล่านี้ ในการที่ทำให้ฝึกตัวระบบของเรา ที่จะทำให้เก็บข้อมูลได้ดีขึ้น การสร้างเครื่องมือเหล่านี้ทำให้เรามี Super Power แล้วก็เครื่องมือเหล่านี้ และวิธีเหล่านี้ และพูดถึงการ Rank หรือว่าข่าวต่าง ๆ เราไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้น เราเห็นเราก็อาจจะมีพื้นที่ในออนไลน์ที่จะสุดขั้วกัน ซึ่งอย่างใน Instagram ก็จะมีคนที่มีลักษณะคล้าย ๆ เรา และคุณลักษณะของเราก็จะทำให้เห็นคนที่คล้าย ๆ กับตัวเราใน Platform Online เพราะว่าเครื่องมือเหล่านี้ก็จะทำให้เราได้รับ Content ที่มันเป็นไปตามมุมมองของตัวเอง ไม่ว่าเราจะเห็นว่ามีการ Engagement มากขึ้นแต่เราก็จะเห็นว่าความต่างแบบสุดขั้วก็มีมากขึ้นเหมือนกัน และทั้งหมดเหล่านี้ คือวิธีที่เรา Rank Content Online ก็ยากที่จะรู้ว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องจริง เวลาที่เราหาคำว่า Brexit ก็มี Brexit ดีหรือไม่ดี และผลของการที่สหรัฐอาณาจักร ออกจาก EU ข่าวที่เชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้เวลาที่เราหาข่าวต่าง ๆ คุณก็จะเห็นว่ามีทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน Social Media และก็อันนี้จะเป็นสิ่งที่เหลือตกค้างมาจากการเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งก่อน และคุณก็อาจจะสงสัยว่าอะไรที่เป็นเรื่องจริง แล้วปกติเราก็จะทำให้การเฝ้าระวังเป็นเรื่องธรรมดา บางทีเราก็คิดว่า โอ.เค. ก็ให้เขาเก็บข้อมูลไปโดยที่เราไม่ได้ใส่ใจมาก ๆ แต่ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะมีเรื่องของความโปร่งใส และใครเป็นคนเข้าถึงข้อมูลเราได้บ้าง และเขาเอาข้อมูลไปทำอะไรบ้าง และ Slide ก็หายไปแล้วนะครับ ผมก็บอกได้เลย ที่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมบอกได้เลยว่ามันมีปัญหามากมายในการที่เราจะต้องมานั่งแก้ เราก็ไม่สามารถที่จะลองให้คนอื่นมาแก้ให้ได้ และใครก็ตามที่ทำงานในเรื่องฟีลนี้ มันก็เป็นหน้าที่ของเราในการที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ ดังนั้น อยากจะพูดกับคุณแล้วก็บอกกับคุณว่า BuzzFeed ใช้ข้อมูล และวิทยาศาสตร์ทางข้อมูล Data science อย่างไรบ้าง และเราจะพูดถึงการรับมือปัญหา รับมือปัญหาที่มีการพูดถึงไปก่อนหน้านี้ ใครรู้จัก BuzzFeed บ้าง ใครอ่าน BuzzFeed บ้างครับ ซึ่งเรามีข้อมูลชุดหนึ่ง มี App ซึ่งผู้ชมของเราก็เป็นคนที่เป็นคนหนุ่มสาว แล้วก็มีหลาย Format ที่เราจะสามารถเข้าถึงผู้ชมได้ เรามีการทำควิซ เรามี Content เกี่ยวกับเรื่องอาหาร เราจะใช้เวลา 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร เป็น VDO ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมใน Facebook ที่ทวิตเตอร์ในสหรัฐฯ ด้วย อันนี้เราก็มี Platform อื่น ที่เป็นที่นิยมอย่างเช่น Snapshot หรืออะไรอย่างนี้ แล้วเราก็มีทีมนักข่าวที่ค่อนข้างที่จะที่เชี่ยวชาญนะครับ บางทีเรื่องที่เราเขียนอาจจะนาน บางเรื่องที่เราเขียนถึงอาจใช้เวลามากในการค้นข้อมูลแล้วก็เราก็มีหน้า Platform ที่เกี่ยวกับหน้าอาหาร แล้วก็มีผู้เชี่ยวชาญกูรูต่าง ๆ เรามาเชิญมาแนะนำเกี่ยวกับการทำอาหาร หรือวิธีการทำอาหารต่าง ๆ ก็จะมีอันนี้ที่เรียกว่า The Good Advice Cupcake ซึ่งมันเพิ่งได้รับการเปิดตัวออกมาก็เป็น Account ใน Instagram ซึ่งเป็นเหมือนคอลัมน์ที่ให้คำแนะนำ ก็เป็นเหมือนวัยรุ่นสามารถมาถามขอคำแนะนำต่าง ๆ ได้ อย่างเช่น แฟนสาวของเขาอารมณ์ไม่ดี วันนี้จะทำอย่างไร อันนี้ก็จะเป็น Engagement พอสมควรกันเลยทีเดียว ที่ค่อนข้างจะที่ประสบผลสำเร็จอย่างมาก ท่านนี้ก็เป็นหนึ่งใน โปรดิวเซอร์ เขามีการทำ Hundred Baby Shark และเธอก็พยายามที่ทำให้มีเด็กเกิดมา 100 คน ในขณะที่เล่น The Sims แล้วก็มันตลกมากเลยคุณต้องลองดูเอาเองและผมก็พูดถึง Format ของ Content ที่สร้างขึ้นมา แล้วก็ เครือข่ายของเราเป็นเครือข่ายระดับโลก เรามีการดำเนินการบนเว็บไซต์แล้วก็ใน App ที่เรามีการสร้างและดำเนินการ แล้วเราก็ Active ด้วย ใน Platform อื่น ๆ ช่องทางที่ใหญ่มาก ๆ อยู่ตรงนั้นนะครับ แล้วก็สิ่งที่เราคิดก็คือในการตีพิมพ์จะเป็นโอกาสทุก ๆ ครั้งเลย ที่เราตีพิมพ์ เรามีโอกาสที่จะเรียนรู้ เราคิดว่าโอกาสอันนี้นี่ โอกาสในการเรียนรู้ เราจะเข้าถึงผู้ฟังได้อย่างไร และพวกเขาทำอะไรบ้างจาก Content นี้ที่เราได้มา และแน่นอนว่า Process และในการเรียนรู้ต่อไปอันนี้นี่ มันถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ข้อมูลที่ได้มาทำให้เราเข้าใจผู้ฟังหรือว่าผู้อ่านของเรามากขึ้น หรือว่าผู้อ่านของเรามากขึ้น เราใช้ Machine Learning ในเว็บไซต์และก็ App ของเรา เราใช้มันในการคาดเดาว่าอันไหนจะไป Viral เพื่อช่วยเพื่อช่วย และเราก็มีการจัดการแยก Content เป็นกลุ่ม ๆ ต้องใช้ Tag แบบไหน และ Content แบบไหน แล้วก็เราก็มีการทดลองสร้าง Content อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราค่อนข้างที่จะเห็น จะเห็นหลาย ถ้าเราเป็นผู้พิมพ์ในทาง Digital ก็คือคุณก็อาจจะมีสมมติฐานขึ้นมา คุณก็อาจจะเทสต์ดู ทดสอบดู ว่าเนื้อหาไหนมันใช้ได้ ก็มีการทำ Re-testing แล้วก็จะดูว่า version ไหนมีนัยสำคัญทางสถิติ และเวอร์ชัน เหมือนว่าใช้งานได้แล้วแต่เกณฑ์ที่เรากำหนด อันนี้ก็จะมี version A กับ version B มันจะมีข้อความยาว และ Version B ก็จะเป็นข้อมูลที่สั้นหน่อย เราก็มาวัดและเราวัดที่ผู้ใช้เป็นคนคลิ๊ก ใครคิดว่า เวอร์ชัน A จะได้รับคลิกมากกว่า ยกมือหน่อยครับ ใครคิดว่า Version A จะได้รับคลิกมากกว่า ใครคิดว่า Version B จะได้รับมากกว่า คุณตอบถูกนะครับ ใน Digital และสื่อนะครับ คุณจะต้องพูดให้ตรงประเด็นนะครับ และก็พูดให้กระชับที่สุด เมื่อเราต้อง Post ใน Feed เราก็เห็นแล้วว่า เราต้องเป็นข้อความที่สั้น และได้เรียนรู้และเวลาที่เราพูดอะไร เราจะต้องทำให้ข้อความต่าง ๆ สั้นลง เมื่อเราทำอะไรแบบนี้เรื่อย ๆ และมีการทำเข้าไปใน CMF ในการตีพิมพ์ของเรา บรรณาธิการก็จะไม่ต้องทำงานหนัก ก็ค่อนข้างที่จะเป็นแบบอัตโนมัติ แล้วเราก็มีระบบการจัดอันดับที่ขึ้นอยู่กับ Algorithm เรามีระบบที่ช่วย rank รูปที่ติดอันดับต้น แล้วก็เป็นวิธีการที่เขาใช้ในการจัดอันดับสำหรับแต่ละบุคคล แล้วก็อันนี้คือตัวอย่างในการใช้สูตรอาหารเก่านะครับ อันนี้ในกรณี AI เราก็มีการฝึกให้ทำตัวสูตรอาหารี้ แล้ว AI หลังจากเรียนรู้เรื่องสูตรอาหารใหม่ ๆ และเมื่อคุณดูข้อมูลที่ตัว AI สร้างขึ้นมา คุณก็จะเห็นว่าก็ยังมีช่องว่าง เพราะว่ามันเขียนว่า ให้ไปอบสัก 15-20 นาที จนถึงตอนที่ข้าวอย่างน้อย 10 นาที มันเขียนแบบนี้นะครับ แต่ว่าตอน AI มันทำมันก็ไม่ค่อย Make Sense เท่าไร แต่ว่ามันยังไม่พร้อมใช้นะครับ อันนี้ก็จะเป็นอะไรที่ค่อนข้างที่รัสเซียคิดว่ามีค่ามาก ในเรื่องของ Curation นะครับ ปัญหาที่เราเคยมีก็คือ เมื่อเรามี Content นี้ควรที่จะไปอยู่หน้าเฟซบุ๊กไหน นะครับ และบาง Page มีคนเป็นล้านคน บาง Page มีเป็นร้อยคน ซึ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่เป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างใช้แรงงานเยอะนะครับ เพราะเราจะใช้ในก็จะมีอยู่ 3 สิ่งนะครับ ก็จะเป็นตัวน้องหมา แล้วก็จะเป็นตรงกลางก็จะเป็น Chilli Dog Bread Ring แล้วก็น้องวัว และคำถามก็คือว่า 3 อันนี้ควรไปไว้ที่ไหน แล้วก็วิธีการแรกนะครับ ก็คือไปดูคำว่า ไปดูว่าในหัวข้อนี้เขียนอย่างไร แล้วเราก็อาจจะตั้งตัวกรอง แล้วก็ให้จัดประเภทเข้าไป ลองคาดเดาดูสิว่า ตัวบทความต่อไปนี้ควรจะไปอยู่หน้าไหนกัน ให้มันเรียนรู้และก็แบ่งจัดแยกบทความเหล่านี้แล้วก็จะมีก็ คำว่า Chili Dog ก็กลายเป็น Hot Dog ก็เลยเป็นปัญหาที่เราเรียกว่า Hot Dog ด้วยการที่เครื่องจักรใช้วิธีการคิดแบบนี้ ทั้ง 3 หัวข้อก็ถูกมาในจัดอยู่ในประเภทเดียวกับสัตว์หมดเลย เพราะฉะนั้นเราก็จะมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ที่เรียกว่า Hot Dog Problem ทีนี้เราใช้ระบบที่ซับซ้อนขึ้นบ้าง เราจะใช้สิ่งที่เรียกว่า Bidirectional Hamstring หรือว่า Bidirectional LSTM Network ตรงนี้หมายถึงอะไรครับ ก็คือระบบที่เรียนรู้แล้วก็เข้าใจมากขึ้นว่า Chili dog ไม่ใช่สัตว์ Dog bread ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นอาหารนะครับ เวลาที่เริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษาแล้วก็คำศัพท์ว่าเกิดขึ้นตรงไหน มันก็จะจัดประเภทของประโยคได้ถูกต้องขึ้นนะครับ เวลาเรามีคำว่า Chili Dog หรือ Dog ก็จะไม่ถูกจัดประเภทไปเป็นประเภทสัตว์อีกต่อไป ตรงนี้ก็เพิ่มความสามารถ ทำให้เราเห็นได้ดีขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการที่เราใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่เรากล่าวมาเมื่อสักครู่ในการสร้างระบบอัตโนมัติ เราก็เลยสามารถเห็นการใช้ประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย ในการหาใช้จัดเอา Content เก่ามาใช้ใหม่ เอาเนื้อหาที่น่าจะแสดงผลลัพธ์ที่ดี แล้วก็เอามาเติมความเป็นมนุษย์ลงไป แล้วก็จัดตารางว่าจะตีพิมพ์เมื่อไร นี่คือเครื่องจักรที่เราสร้างในบริษัทของเรา แล้วก็ใช้ใน Platform ต่าง ๆ นี่เราพูดไปแล้วเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์กับเรา ว่าทำอย่างไรให้เรามีอำนาจพิเศษอย่างไร ทีนี้เรารู้แล้วว่าเรามีอำนาจพิเศษ เราก็ต้องใช้มันอย่างระมัดระวังและมีความรับผิดชอบ ไม่เกิดความวุ่นวายในสังคมใช่ไหมครับ เราต้องขอความร่วมมือจากผู้ใช้ของเราก่อน ความยินยอม ผมเคยพูดนะครับว่า เราต้องมีกระบวนการภายใน เราต้องมีการสร้างระบบการสร้างสถานการณ์ว่า อะไรคือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ถ้าเกิดเราใช้ข้อมูลในทางที่ผิด เรามีระบบรายงาน วิเคราะห์ เพราะฉะนั้นเรามีระบบการประมวลผลจากโมเดลต่าง ๆ ทีนี้เราเริ่มการเก็บประเด็นที่เก็บข้อมูลก่อน สถานที่ ซึ่งใครก็ตามมันเป็นข้อมูลที่หาง่ายมากนะครับ สิ่งที่เป็นกังวลสำหรับผม คือสิ่งที่หลาย ๆ App แล้วก็หลาย ๆ บริการเก็บข้อมูล Location ตรงนี้ เพื่อที่จะไปขายต่อให้กับบริษัทอื่น ๆ โดยที่เจ้าของข้อมูลนั้นไม่ได้ยินยอม หรือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น เขามักจะอ้างว่าข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ใส่ชื่อจริงนามสกุลจริงลงไป เขาก็บอกว่าข้อมูลนี้ไม่มีชื่อ เพราะฉะนั้นสามารถเอาไปขายให้กับคนอื่นได้แต่ผมจะแสดงให้ดูว่าข้อมูลไม่มีชื่อจริงนี้ จะสามารถแปลงเป็นข้อมูลที่ระบุชื่อได้อย่างไรนะครับ ที่คุณเห็นตรงนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ มันมี ละติจูด ลองจิจูด ซึ่งเป็นตัวเลข โดยส่วนมากเราจะคาดเดาได้ว่าคนคนนี้อยู่เฉย ๆ หรือว่าขยับ หรือว่าเดินทางไปที่ไหน คอมพิวเตอร์สามารถเก็บข้อมูลของคุณในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอยู่ในกระเป๋าของคุณ ทีนี้เราทำอย่างไร เมื่อเราได้ข้อมูลแล้ว มาแล้วก็มาดูว่าคุณเดินทางไปที่ไหนมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นละติจูด ลองจิจูด แล้วก็เวลา เราเริ่มจากการทำความสะอาดข้อมูล แล้วก็เปลี่ยนจากข้อมูลนี้เป็นจุดในแผนที่เราเรียกตรงนี้ว่า GOHAD และหลังจากนั้นเราก็เติม Model ทางสถิติและความเป็นไปได้ และคาดเดาว่าคุณอยู่ที่ตรงไหน แล้วหลังจากนั้นคุณก็นำข้อมูลนี้ไปเชื่อมโยงกับ API ที่อยู่ใน Google แล้วก็บอกได้เลยว่าสถานที่นั้นชื่ออะไร ไม่ว่าจะเป็นบ้านโรงเรียน หรือธนาคาร หลังจากนั้นก็เริ่มจากข้อมูลที่ไม่มีชื่อก็กลายเป็นหน้า Facebook หน้าทะเบียนรถ เพราะฉะนั้นมันง่ายนะครับ ที่จะเอาเลข ละติจูด ลองจิจูด มาเชื่อมโยงกลายเป็นข้อมูล เพราะฉะนั้นด้วยการทำแบบฝึกหัดด้วยกันเมื่อสักครู่ การแปลงข้อมูลที่ไม่มีชื่อนั้น สามารถบ่งได้ว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลแน่นอนไม่ใช่ว่าข้อมูลดิบ ๆ นั้นเป็นอย่างไร แต่ว่าการแปลงข้อมูลนั้น กลายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร การแปลงข้อมูลนั้นแปลงข้อมูลเป็นข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สามารถสร้างผลกระทบต่อสังคม ถ้าเกิดว่าคน ๆ นี้เดินทางนอกจากจุดที่เขาเดินทางไป แล้วไปสถานที่ และเวลาสร้างเชื่อมโยคิดว่าเป็นข้อมูลบุคคลได้อย่างไร เวลาเราพูดถึงข้อมูลส่วนบุคคล เราจะบอกว่ากลไกเหล่านี้มีผลกระทบอย่างมาก เพราะฉะนั้นในฐานะบริษัทเราจะไม่เชื่อมโยงสถานที่ของผู้ใช้ของเรา และเรามีกระบวนการนี้และก็ให้ผู้ใช้ของเรารับทราบด้วย เราต้องมีการทำงานเราต้องมีศีลธรรม ต่อจากนั้นในระหว่างที่เราพัฒนาการพัฒนาระบบของเรา เราก็คิดค้นสถานการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาว่า สถานการณ์ที่แย่ที่สุดเป็นอย่างไร ถ้าเกิดเราเก็บข้อมูลนี้ และสร้างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด ด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ร้ายแรง เราเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นในโลกนี้ เพราะว่าไม่อยากจะไปอยู่ไม่อยากจะไปอยู่ในสถานที่แย่ ๆ แบบนั้น ในบริษัทของเรา เรามีเนื้อหามากมาย ที่อาจจะมีข่าวที่ไม่เป็นความจริง ข่าวปลอม เพราะฉะนั้นเราเป็นบริษัทแรก ๆ เลยที่ใช้คำว่าข่าวปลอม และเราก็แจ้งวิธีการทีและเราก็แจ้งวิธีการที่ผู้ใช้นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เราพยายามที่จะบ่งชี้มุมมองต่าง ๆ ให้ผู้อ่านของเรามองเห็น ตรงนี้เราเรียกว่า Outside Your Bubble ออกไปนอกจากฟองสบู่ของเรา เราสร้างโชว์นี้ในเฟซบุ๊กด้วยนะครับ เราเอา Idea แล้วก็ทำเป็นเกมโชว์แล้วก็ให้คนดูใน Facebook ได้ดู เพราะฉะนั้น เราจะเป็นผู้ร้ายหรือจะเป็นพระเอก ทีนี้ถ้าเกิดว่าคุณเอาประเด็นไปได้อย่างหนึ่ง แค่ 1 ประเด็นสำหรับการพูดของผมคุณคิดว่ามันซับซ้อนครับ มีวิธีหลากหลายมาก ที่คุณจะใช้วิธี Machine Learning วิธีที่แย่และวิธีที่ดี ในฐานะผู้ผลิตสื่อแล้วก็ผู้เข้าถึงผู้ฟังมากมาย เราจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจอย่างรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราพยายามส่งข้อมูลที่มีความจำเพาะต่อบุคคล เพราะฉะนั้นมันสำคัญ ทั้งผู้ให้บริการที่จะทำทุกอย่างนี้อย่างมีความรับผิดชอบ ขอบคุณมากครับ (คุณอกนิษฐ์) ขอบคุณคุณ Gilad Lotan วันนี้ก็ Digital Thailand Big Bang วันที่ 2 ก็จบแล้วนะครับ ในครั้งนี้ ทีนี้มาถึงกิจกรรมสุดท้าย นั่นคือการแจกรางวัลนั่นเอง อย่างที่ผมบอกไปในช่วงแรก และในก่อนหน้านี้ว่าเราบอกเพียงคุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน มีสิทธิลุ้นรับกว่า 3 แสนบาท ตลอดทั้ง 4 วันตลอดงาน สงวนลิขสิทธิ์ให้กับผู้ที่อยู่ในงานเท่านั้น สามารถที่จะโหลดแอปพลิเคชันผ่านเพลย์สโตร์ แอปสโตร์ ใครที่ยังไม่ได้โหลดสามารถกดเข้าไปได้เลยนะครับ DTBB 2019 ครับ และมาถึงช่วงเวลา 17.30 น. อย่างที่ผมบอกไว้ เราจะมาประกาศรายชื่อผู้โชดดี โดยที่เราได้ทำการสุ่มไว้แล้ว สุ่มจากระบบ จากท่านที่ได้ไปโหลด DTBB 2019 ย้ำอีกครั้งนะครับ สงวนสิทธิ์ให้ผู้ที่อยู่ในงานเท่านั้นครับ โดยรางวัลของเรานะครับ มี 2 รางวัล โดยรางวัลของเรามี 2 รางวัล ท่านแรกที่ได้รับรางวัลก็คือ คุณ ณดา งามเนตร QR Code นะครับ 6735559635 ต้องอยู่ในงานนี้เท่านั้นขึ้นมาได้เลย เผื่อว่าท่านเป็นผู้โชคดี เราก็จะเชิญท่านขึ้นมากันได้เลยสำหรับ DTBB 2019 นะครับ มีหรือไม่ครับ คุณณดา งามเนตร อยู่ใช่หรือไม่ครับ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ แล้วก็แสดงตัวกับทางทีมงานของเรา นี่คือผู้โชคดีได้บัตรที่พัก ไปพักที่ศาลาอยุธยา ดูสิครับ มาฟังได้ความรู้ทุกอย่างแล้ว และยังได้บัตรไปพักที่ศาลาอยุธยา แสดงตัวกับทางทีมงานนิดหนึ่ง กดแอปพลิเคชันเปิดไว้นะครับ แล้วก็แสดงให้เห็น QR ถ้าเกิดว่าเป็นคุณณดา งามเนตร ก็เรียนเชิญบนเวทีได้เลย มาที่ท่านต่อไปนะครับ ผู้ต่อไปที่ได้รับรางวัลนะครับ เปิดแอปพลิเคชันรอไว้นะครับ แสดงความยินดีนะครับ เรียนเชิญคุณณดา แล้วก็คุณภาสกร บนเวทีนี้ได้เลยครับ และโอกาสนี้ผมขอเรียนเชิญท่านดิจิทัล ท่านรองฉัตรชัย ใ