﻿1
00:03:08,585 --> 00:03:12,585
งานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity”

2
00:16:27,201 --> 00:16:31,201
[เสียงดนตรี] (พิธีกร) สวัสดีค่ะ [ภาษาต่างประเทศ]

3
00:16:31,241 --> 00:16:35,241
กลับมาอีกครั้งหนึ่งนะคะ กับ Topic ที่น่าสนใจ

4
00:16:41,321 --> 00:16:43,688
ในงานของเราในวันที่ ๓ วันนี้ค่ะ

5
00:16:43,688 --> 00:16:47,688
เป็นหัวข้อที่สำคัญทีเดียวนะคะ

6
00:16:58,265 --> 00:17:02,265
เกี่ยวข้องกับหัวข้อ นั้นก็คือ ติดอาวุธประเทศไทย ก้าวไกล ASEAN Connectivity

7
00:17:02,833 --> 00:17:04,720
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองค่ะ

8
00:17:04,720 --> 00:17:08,720
[ภาษาต่างประเทศ]

9
00:17:25,881 --> 00:17:29,881
[เสียงดนตรี]

10
00:17:49,881 --> 00:17:53,881
(ดร.กอบศักดิ์ ) ครับก็ขอสวัสดีทุกคนนะครับ

11
00:17:58,168 --> 00:18:01,225
ในช่วงเวลาบ่าย ๆ ผมดูผู้ที่เข้าร่วมก็มีหลายหน้าหลายตา

12
00:18:01,225 --> 00:18:05,225
แล้วก็น้อง ๆ หลายคนนะครับ

13
00:18:11,497 --> 00:18:13,928
วันนี้ก็อยากจะมาพูดในหัวข้อเรื่องของ Digital Bigbang ASEAN  Connectivity

14
00:18:13,928 --> 00:18:14,991
ผมอยากจะพูดให้กำลังใจน้อง ๆ มากกว่า

15
00:18:14,991 --> 00:18:18,991
ในโลกยุคใหม่นะครับ

16
00:18:25,464 --> 00:18:29,464
มันเป็นโลกของการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

17
00:18:30,072 --> 00:18:31,784
น้อง ๆ ผมเห็นในขณะนี้ก็มีน้อง ๆ เยอะแยะไปหมด

18
00:18:31,784 --> 00:18:34,959
ความจริงต้องเรียกน้อง ๆ เพราะพี่ 50 แล้ว

19
00:18:34,959 --> 00:18:36,488
อาจจะดูหนุ่มนะ

20
00:18:36,488 --> 00:18:40,378
แต่อายุเยอะแล้วเหมือนกัน

21
00:18:40,378 --> 00:18:44,378
แต่พี่อยากพูดกับทุกคนนะครับ

22
00:18:46,706 --> 00:18:48,439
ว่า โลกกำลังเปลี่ยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

23
00:18:48,439 --> 00:18:52,439
เพราะอะไรครับ เพราะว่าล่าสุดนะครับ

24
00:18:56,335 --> 00:18:57,920
เราไปดูโรงงานผลิตของมือถือของ Huawei

25
00:18:57,920 --> 00:19:01,359
ในโรงงานดังกล่าวนะครับ

26
00:19:01,359 --> 00:19:02,704
เราเห็นเลยครับว่าไม่มีโอกาสทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอีกต่อไป

27
00:19:02,704 --> 00:19:06,704
อันนี้พูดความจริงนะครับว่า

28
00:19:06,735 --> 00:19:10,160
โอกาสการทำงานของพี่น้องของประชาชนน้อยมาก

29
00:19:10,160 --> 00:19:14,160
เนื่องจากมือถือ 1 เครื่องนะครับ

30
00:19:15,903 --> 00:19:18,921
มีชิ้นส่วนอยู่ประมาณ 10 000 ชิ้น

31
00:19:18,921 --> 00:19:22,048
ในแต่ละสายการผลิตเป็นแขนกลโดยส่วนมาก

32
00:19:22,048 --> 00:19:26,048
แต่ละชิ้นที่ได้มาเขาติดเหมือนกับสก็อตเทป

33
00:19:30,063 --> 00:19:31,233
เป็นม้วน ๆ มา

34
00:19:31,233 --> 00:19:33,608
พี่เข้าไปดูคืออะไร

35
00:19:33,608 --> 00:19:36,695
ในแต่ละส่วนสก๊อตเทปจะมีเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ

36
00:19:36,695 --> 00:19:40,695
ติดมาโรงงานที่เป็นต้นทางเขาก็ส่งมาเป็นม้วน ๆ

37
00:19:41,112 --> 00:19:44,304
แบบนี้ครับ เวลาทำ IC เล็ก ๆ

38
00:19:44,304 --> 00:19:47,304
เขาไม่ได้ส่งมาเป็นกรอบ ๆ

39
00:19:47,304 --> 00:19:51,304
นะครับ ไม่ใช่ เขาติดใส่ม้วนมาอย่างเรียบร้อย

40
00:19:55,000 --> 00:19:59,000
แล้วหลังจากนั้นเมื่อเอาไปสู่กระบวนการผลิตแขนกลมันก็จะดึงเข้าไปแล้วจากนั้นแขนกลมันก็จะค่อย ๆ ติดทีละอัน 2 อัน

41
00:19:59,135 --> 00:20:02,904
และใช้กาวติด และคนที่ติดกาวก็คือแขนกล

42
00:20:02,904 --> 00:20:06,904
มือถือแรก ๆ ใช้มือคนทำ แต่ปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีคนทำแล้ว

43
00:20:08,265 --> 00:20:09,863
ทั้งสายการผลิตที่ถามเขาว่ามันมีคนเหลืออยู่ตรงไหนบ้าง

44
00:20:09,863 --> 00:20:13,863
เขาบอกว่าเดี๋ยวพาไปดูค่ะ

45
00:20:21,088 --> 00:20:24,023
คนที่ 1 ที่เราเห็น คนที่ทำการ Testing ระบบ

46
00:20:24,023 --> 00:20:26,447
หลังจากติดทุกอย่างหมดแล้วดูว่าแขนกลมันติดถูกต้องหรือเปล่า

47
00:20:26,447 --> 00:20:29,040
มีตำหนิตรงไหนหรือเปล่า

48
00:20:29,040 --> 00:20:33,040
แล้วคนที่ 2 ก็คือคนที่เอามือถือไปใส่กล่อง

49
00:20:33,112 --> 00:20:37,112
พี่ก็ถามว่าทำไมต้องเอาคนมาทำตรงนี้ด้วย

50
00:20:47,304 --> 00:20:49,071
พี่คิดว่าเขาเอาเป็นตุ๊กตาประกอบไว้

51
00:20:49,071 --> 00:20:50,927
คือ เป็นตุ๊กตาว่าให้เป็นคนอยู่

52
00:20:50,927 --> 00:20:53,264
แต่ความจริงแล้ว ไม่จำเป็น เพราะความจริงนี่

53
00:20:53,264 --> 00:20:55,871
สามารถเอาแขนกลมาประกอบก็ได้

54
00:20:55,871 --> 00:20:59,871
ในปัจจุบันนะครับบริษัทหนึ่งเป็นบริษัทที่ซื้อแขนกลของเยอรมัน

55
00:21:02,055 --> 00:21:06,055
เอามาจับมือกันเรียบร้อย

56
00:21:12,016 --> 00:21:13,904
ในขณะนี้มือยังไม่นิ่มอยู่

57
00:21:13,904 --> 00:21:16,775
เหมือนมือเราใช่ไหมครับ

58
00:21:16,775 --> 00:21:19,415
แต่ว่าในอนาคตมือจะนิ่มลง ๆ

59
00:21:19,415 --> 00:21:21,566
แล้วสุดท้ายนี่คนที่เป็นคนหยิบขึ้นมาประกอบใส่กล่อง Rapping อย่างดี

60
00:21:21,566 --> 00:21:24,614
จะเป็นอีกอย่าง ก็จะไม่ใช่คนอีกต่อไป

61
00:21:24,614 --> 00:21:28,614
แล้วปรากฏว่าเรามีอีกบริษัทหนึ่งบอกว่า

62
00:21:29,751 --> 00:21:33,751
เขามีเทคโนโลยีอะไรเคยได้ยินไหมครับ

63
00:21:55,689 --> 00:21:57,993
Light Out หมายความว่า สามารถผลิตได้โดยปิดไฟ เหมือนห้องนี้จะปิดไฟแล้วใช่ไหมครับ พี่ก็ถามว่าแล้วดีอย่างไร เขาบอกก็ไม่มีคนครับ มันปิดไฟทั้งเช้า ทั้งเย็น ทั้งมืด มันทำงานเองได้หมดเลย นี่ นี่คือโลกยุคใหม่ใช่ไหมครับ

64
00:21:57,993 --> 00:21:58,808
เพราะฉะนั้น ดิจิทัล Big Bang

65
00:21:58,808 --> 00:22:00,270
มาจริง

66
00:22:00,270 --> 00:22:04,270
แล้วจะทำให้เราต้องคิดหนักว่าจะอยู่ตรงไหน

67
00:22:07,678 --> 00:22:09,255
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลที่พี่ก็ไปอีกโรงงานหนึ่ง

68
00:22:09,255 --> 00:22:13,255
ชื่อยะสุกาว่า

69
00:22:17,993 --> 00:22:18,983
เป็นโรงงานของญี่ปุ่นทำแผงกล

70
00:22:18,983 --> 00:22:20,791
โรงงานนี้นะครับ

71
00:22:20,791 --> 00:22:24,607
ประเทศไทยอยากจะให้มาอยู่ที่ประเทศไทย

72
00:22:24,607 --> 00:22:28,607
บอกว่ามาตั้งอยู่ที่

73
00:22:29,431 --> 00:22:33,431
ประเทศไทยได้ไหม

74
00:22:49,649 --> 00:22:51,638
เพราะประเทศไทยจะก้าวสู่ยุค 4.0 มีอุตสาหกรรมเมจิกเคนิก

75
00:22:51,638 --> 00:22:52,296
ต่าง ๆ ที่เป็นเป้าหมายของเรา

76
00:22:52,296 --> 00:22:53,742
เขาถามว่าอะไรทราบไหมครับ

77
00:22:53,742 --> 00:22:54,655
ตกลงเราใช้แขนกลกี่แขน

78
00:22:54,655 --> 00:22:55,703
ปีหนึ่งท่านทราบหรือไม่

79
00:22:55,703 --> 00:22:56,407
ท่านตอบ ไม่รู้หรอก อยากให้มาตั้งเฉย ๆ เ

80
00:22:56,407 --> 00:22:57,039
ขาบอกรู้ไหมว่า Asian

81
00:22:57,039 --> 00:22:58,984
ทั้ง Asian

82
00:22:58,984 --> 00:23:02,655
ทั้งหมด 3,600 แขนกลใน 1 ปี 1

83
00:23:02,655 --> 00:23:04,118
ปีนี้มี order ประมาณ 3,600 แขน

84
00:23:04,118 --> 00:23:05,286
แล้วเขาถามต่อไปว่า ท่านทราบหรือไม่ว่า

85
00:23:05,286 --> 00:23:09,286
โรงงานของผมผลิตแขนกลได้

86
00:23:14,935 --> 00:23:18,935
กี่แขน ภายใน 1 วัน

87
00:23:20,496 --> 00:23:22,256
เขาบอกผลิตได้ 3,100 ใน 1 วัน

88
00:23:22,256 --> 00:23:23,295
เขาบอกว่าถ้าเกิดมาที่ประเทศไทยแล้วขายให้อาเซียน

89
00:23:23,295 --> 00:23:25,000
เปิดโรงงานวันเดียวก็พอแล้ว

90
00:23:25,000 --> 00:23:25,838
ขายได้ทั้งปี

91
00:23:25,838 --> 00:23:27,039
เขาบอกว่าจะให้ไปดูเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่ง

92
00:23:27,039 --> 00:23:29,735
ว่าทำไมเราถึงจะย้ายมาอยู่ในประเทศไทย

93
00:23:29,735 --> 00:23:33,735
หรือย้ายไป

94
00:23:40,791 --> 00:23:41,767
อยู่ประเทศไหนก็แล้วแต่ พี่บอก โอ.เค.

95
00:23:41,767 --> 00:23:42,664
เดี๋ยวจะตามไปดูเห็นอะไรหรือเปล่าครับ

96
00:23:42,664 --> 00:23:44,567
ทั้งโรงงานนี่มีคนอยู่ 200 คน

97
00:23:44,567 --> 00:23:47,334
ผลิตได้ 3,600 แขนต่อวัน

98
00:23:47,334 --> 00:23:51,334
ใน 200 คนนี้

99
00:23:54,887 --> 00:23:55,711
เป็น reception สาว ๆ

100
00:23:55,711 --> 00:23:57,615
เหลือแค่ 150 คน

101
00:23:57,615 --> 00:23:58,294
เป็นโรงงาน ผลิตได้ 3,600 แขน

102
00:23:58,294 --> 00:24:00,343
พี่ก็สงสัยว่าทำได้อย่างไร

103
00:24:00,343 --> 00:24:01,335
พอเข้าโรงงานไปปุ๊บเข้าใจเลยว่าเพราะอะไร

104
00:24:01,335 --> 00:24:02,359
เพราะว่าสิ่งที่เกิดนขึ้นก็คือ

105
00:24:02,359 --> 00:24:03,039
เหมือนในสตาร์วอร์

106
00:24:03,039 --> 00:24:05,278
เคยเห็นโอบีทูไหม

107
00:24:05,278 --> 00:24:09,278
เคยเห็นใช่ไหมครับ

108
00:24:11,168 --> 00:24:15,168
เวลาเจ๊ง เวลามันมีปัญหา มันเอาหุ่นยนต์ซ่อมหุ่นยนต์เอง

109
00:24:15,174 --> 00:24:19,174
เหมือนใน Terminator

110
00:24:27,385 --> 00:24:28,030
หุ่นยนต์ผลิตแขนกลเป็นคนผลิตแขนกล

111
00:24:28,030 --> 00:24:28,999
มีที่ให้คนยืนอยู่ที่เดียว

112
00:24:28,999 --> 00:24:30,781
ที่ไหนรู้ไหมครับ ที่ ๆ

113
00:24:30,781 --> 00:24:33,550
เอาสายไฟไปประกอบกับแขนกล เพราะอะไร

114
00:24:33,550 --> 00:24:34,766
เพราะว่าเขาบอกว่ามือยังแข็งอยู่

115
00:24:34,766 --> 00:24:35,693
ถ้าเอาไปจับสายไฟ

116
00:24:35,693 --> 00:24:39,693
เดี๋ยวสายไฟแตก

117
00:24:40,327 --> 00:24:40,997
เพราะฉะนั้นก็เอาคนเป็นคนประกอบตรงจุดนั้น

118
00:24:40,997 --> 00:24:43,750
คนนี้ก็จะไปเช่นกัน

119
00:24:43,750 --> 00:24:47,728
อีกที่ที่ไปเพื่อให้เห็นภาพ

120
00:24:47,728 --> 00:24:51,728
ว่าโลกมันเปลี่ยนขนาดไหน

121
00:24:53,959 --> 00:24:55,797
โรงงานของบริษัทชื่อเดนโซ่เป็นบริษัทที่ทำแอร์รถยนต์

122
00:24:55,797 --> 00:24:59,797
ประมาณ 300 - 400 ล้านเครื่อง

123
00:25:00,535 --> 00:25:03,055
เรียบร้อยแล้วครับในปัจจุบัน

124
00:25:03,055 --> 00:25:03,878
ติดประมาณ 1 ใน 3 รถยนต์

125
00:25:03,878 --> 00:25:06,229
ทั่วโลกในตอนนี้

126
00:25:06,229 --> 00:25:08,759
ทุกคันที่ใช้ส่วนมากจะมาจาก

127
00:25:08,759 --> 00:25:10,502
แอร์ของเดนโซ่ เ

128
00:25:10,502 --> 00:25:12,397
ขาบอกอะไรทราบไหมครับ

129
00:25:12,397 --> 00:25:13,007
เขาบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปดูสายการผลิต

130
00:25:13,007 --> 00:25:16,843
เช่นกัน

131
00:25:16,843 --> 00:25:17,845
เขาบอกแต่ก่อน

132
00:25:17,845 --> 00:25:19,294
1 การผลิต

133
00:25:19,294 --> 00:25:20,014
ใช้สายพานการผลิต 15 คน

134
00:25:20,014 --> 00:25:24,014
ต่อมาเหลือ 7 คน

135
00:25:24,679 --> 00:25:26,174
อย่างประเทศไทยเหลือ 7 คน

136
00:25:26,174 --> 00:25:27,022
ญี่ปุ่นตอนนี้เหลือกี่คนทราบไหมครับ

137
00:25:27,022 --> 00:25:30,142
เหลือคนเดียว

138
00:25:30,142 --> 00:25:31,726
พี่ก็ไปถามว่า 1 คนเอาไว้ทำไม

139
00:25:31,726 --> 00:25:32,287
เขาเอาไว้เป็นไม้ประดับ

140
00:25:32,287 --> 00:25:33,255
ถามว่า 1 คน

141
00:25:33,255 --> 00:25:37,255
เอาไว้ทำไม

142
00:25:37,550 --> 00:25:41,550
เขาบอกว่าท่านเคยเห็นเครื่อง

143
00:25:41,743 --> 00:25:45,743
Xerox ไหม

144
00:25:53,583 --> 00:25:55,400
คนมีไว้ทำอะไร เวลาเครื่องมันติด ก็เอาคนเข้าไปแกะ

145
00:25:55,400 --> 00:25:57,933
แล้วก็ดึงกระดาษออกมา

146
00:25:57,933 --> 00:25:59,199
แล้วก็กดเข้าไปใหม่

147
00:25:59,199 --> 00:26:01,021
แล้วอีกรอบหนึ่ง

148
00:26:01,021 --> 00:26:02,151
ในเดนโซ่นี้เขาก็จะมีเครื่องกลเป็นต่อเนื่องตลอดเลย

149
00:26:02,151 --> 00:26:02,919
เครื่องส่งมา

150
00:26:02,919 --> 00:26:05,119
เขาบอกว่า

151
00:26:05,119 --> 00:26:09,119
เมื่อไรติด ต้องแก้ให้ได้ภายใน 1 นาที

152
00:26:09,455 --> 00:26:10,814
เพราะจะติดทั้งสายพานการผลิต 1

153
00:26:10,814 --> 00:26:12,471
คน

154
00:26:12,471 --> 00:26:13,411
มีไว้เพื่อไปวิ่งไปดูว่าติดจากโค้ดอะไร

155
00:26:13,411 --> 00:26:14,303
แล้วหลังจากนั้นก็ต้องดู

156
00:26:14,303 --> 00:26:15,478
manual

157
00:26:15,478 --> 00:26:19,478
ให้เรียบร้อยว่า

158
00:26:21,462 --> 00:26:24,638
เสร็จภายใน 1 นาที

159
00:26:24,638 --> 00:26:26,469
เพื่อให้สายการผลิตเดินต่อไปได้ นี่ล่ะครับ Digital Big Bang

160
00:26:26,469 --> 00:26:27,630
ของแท้

161
00:26:27,630 --> 00:26:28,359
ที่กำลังเปลี่ยนแปลง

162
00:26:28,359 --> 00:26:31,134
แล้วดูสิครับชีวิตเราเปลี่ยนแค่ไหน

163
00:26:31,134 --> 00:26:32,486
เดี๋ยวนี้เราไม่คุยกับเพื่อนแล้วใช่ไหมครับ

164
00:26:32,486 --> 00:26:36,486
พี่ขึ้นรถไฟฟ้านะ

165
00:26:40,408 --> 00:26:41,126
พี่แอบดูเขาไม่คุยกันแล้ว

166
00:26:41,126 --> 00:26:41,824
เขาหาที่นั่งได้

167
00:26:41,824 --> 00:26:45,238
ยืนได้

168
00:26:45,238 --> 00:26:46,126
เขาก็เริ่มจิ้ม Facebook

169
00:26:46,126 --> 00:26:46,921
YouTube

170
00:26:46,921 --> 00:26:50,921
Line

171
00:26:56,934 --> 00:26:59,309
group เอย

172
00:26:59,309 --> 00:27:00,173
แล้วเขาก็แชทกับเพื่อน

173
00:27:00,173 --> 00:27:01,638
ว่าเธอดูภาพนี้สิ

174
00:27:01,638 --> 00:27:03,079
ถ่ายรูปปุ๊บส่งไปหาเขาอีกด้านหนึ่งใช่ไหมครับ

175
00:27:03,079 --> 00:27:04,967
แม้กระทั่งการเมืองก็เปลี่ยนในการทำโฆษณา

176
00:27:04,967 --> 00:27:08,119
ในการเป็น Youtuber

177
00:27:08,119 --> 00:27:11,119
ในการเป็นเซเลปต่าง ๆ

178
00:27:11,119 --> 00:27:13,502
นี่คือโลกยุคใหม่ครับ

179
00:27:13,502 --> 00:27:15,191
โลกยุคนี้นะครับเป็นโลกที่ท้าทายที่สุด

180
00:27:15,191 --> 00:27:19,191
สำหรับทุกคน

181
00:27:28,933 --> 00:27:32,933
พี่เคยทำงานภาคแบงก์

182
00:27:35,751 --> 00:27:37,805
เขาบอกว่าคนจะตกงานก่อน

183
00:27:37,805 --> 00:27:38,687
ก็คือ Banker นี่ล่ะ

184
00:27:38,687 --> 00:27:39,279
พี่ก็เลยบอกไม่เป็นไรครับ

185
00:27:39,279 --> 00:27:40,181
ผมลาออกมาแล้ว

186
00:27:40,181 --> 00:27:41,919
แต่ว่ากลับไปยาก

187
00:27:41,919 --> 00:27:42,861
เพราะเขาบอกว่าเพราะเดี๋ยวมันจะตกงานกันหมดเลย

188
00:27:42,861 --> 00:27:43,840
พี่ก็ถามทำไมล่ะ

189
00:27:43,840 --> 00:27:44,694
โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ

190
00:27:44,694 --> 00:27:45,965
แขนกลต่าง ๆ

191
00:27:45,965 --> 00:27:49,965
มาชดใช้คนในโรงงาน

192
00:27:53,302 --> 00:27:56,207
ส่วนแขนกลเขามี AI มี

193
00:27:56,207 --> 00:27:56,838
machine

194
00:27:56,838 --> 00:27:58,311
learning

195
00:27:58,311 --> 00:27:59,422
แล้วมันเปลี่ยนโลกจริง ๆ

196
00:27:59,422 --> 00:28:03,422
เพราะว่ามีครั้งหนึ่ง

197
00:28:15,031 --> 00:28:15,934
ไปเจอคุณแจ็ค หม่า เขาบอกว่าผมไม่ได้เป็น

198
00:28:15,934 --> 00:28:17,600
e-Commerce แล้ว Alibaba

199
00:28:17,600 --> 00:28:18,780
ที่ขาย มันคืออะไร

200
00:28:18,780 --> 00:28:21,799
เขาบอกมันคือใบ

201
00:28:21,799 --> 00:28:22,614
Product ของผม

202
00:28:22,614 --> 00:28:26,614
ผมเป็น Data

203
00:28:47,782 --> 00:28:49,638
driven company

204
00:28:49,638 --> 00:28:51,308
เขาพูดอย่างนี้ครับ เขาบอกเป็น data company Data is well

205
00:28:51,308 --> 00:28:52,397
คือความมั่งคั่ง ท่านทราบไหม ผมปล่อยสินเชื่อให้กับคน 6 ล้านคน 6 ล้านคน

206
00:28:52,397 --> 00:28:55,174
คนละเกือบ 25 ล้านบาท

207
00:28:55,174 --> 00:28:56,462
ลองคูณเข้าไปได้เท่าไรครับ 10 ล้าน ล้านบาท

208
00:28:56,462 --> 00:28:57,198
เท่ากับ 10 เท่า

209
00:28:57,198 --> 00:29:00,549
ของ GDP ไทย

210
00:29:00,549 --> 00:29:03,790
พี่ก็ถามเขา ปกติพี่ก็มาจากแบงก์กรุงเทพ 2 ล้านคน

211
00:29:03,790 --> 00:29:04,500
ใช้คน 25,000 เขาปล่อยสเขาปล่อยสินเชื่อ

212
00:29:04,500 --> 00:29:05,503
65,000 คน

213
00:29:05,503 --> 00:29:08,428
สัก 75,000 คน

214
00:29:08,428 --> 00:29:09,663
ระบบใหม่ของอาลีบาบา

215
00:29:09,663 --> 00:29:12,877
อยากรู้ว่าเขาใช้คนเท่าไร

216
00:29:12,877 --> 00:29:16,326
น้องทราบไหมครับ

217
00:29:16,326 --> 00:29:17,173
ว่าใช้คนเท่าไร

218
00:29:17,173 --> 00:29:19,701
เขาบอกใช้ 0 คน

219
00:29:19,701 --> 00:29:22,030
พี่ก็ถามว่าทำไมใช้ 0 คน ไม่กลัวเงินหายหรือ

220
00:29:22,030 --> 00:29:23,525
เงินตั้ง 50 ล้านล้านบาท

221
00:29:23,525 --> 00:29:24,973
เขาบอกว่าเขาไม่กลัว

222
00:29:24,973 --> 00:29:28,973
เพราะว่าเขามีระบบ scoring

223
00:29:35,958 --> 00:29:37,349
จากอาลีเพลย์ ตอนนี้ใช้ QR Code

224
00:29:37,349 --> 00:29:38,917
ทุกคนแล้วใช่ไหม

225
00:29:38,917 --> 00:29:41,692
เขาบอกว่าเขามีระบบของอาลี Pay

226
00:29:41,692 --> 00:29:42,879
แต่ละคนซื้อหวย

227
00:29:42,879 --> 00:29:43,645
ซื้อเหล้า ซื้อบุหรี่

228
00:29:43,645 --> 00:29:44,380
จ่ายเงินต้นเดือนปลายเดือน

229
00:29:44,380 --> 00:29:47,461
ชนกันหรือเปล่า

230
00:29:47,461 --> 00:29:48,470
รวมไปถึงมีพฤติกรรม

231
00:29:48,470 --> 00:29:52,470
ประหลาดอะไร

232
00:29:54,645 --> 00:29:57,259
หรือเปล่า

233
00:29:57,259 --> 00:29:58,222
อันนั้นก็กลายเป็น Scoring

234
00:29:58,222 --> 00:29:59,719
กลายเป็น Scrolling

235
00:29:59,719 --> 00:30:00,343
เขาก็ดูว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร Rating

236
00:30:00,343 --> 00:30:01,790
เป็นอย่างไร มี demand

237
00:30:01,790 --> 00:30:02,605
ค้าขายมากน้อยแค่ไหน

238
00:30:02,605 --> 00:30:03,444
ทุกอย่างตีกลับมาเป็น

239
00:30:03,444 --> 00:30:05,166
Scrolling

240
00:30:05,166 --> 00:30:08,838
หมดเลย คน 1 คน มี

241
00:30:08,838 --> 00:30:12,838
Attribute

242
00:30:20,094 --> 00:30:22,014
่ เท่าไร

243
00:30:22,014 --> 00:30:23,061
ตัวไม่สูง

244
00:30:23,061 --> 00:30:25,373
อายุ 51

245
00:30:25,373 --> 00:30:27,911
อันนี้ก็ 6-7 Attribute

246
00:30:27,911 --> 00:30:28,774
แล้วใช่ไหม น้อง ๆ ก็จะมี Attribute

247
00:30:28,774 --> 00:30:31,382
แตกต่างกันไปใช่ไหมครับ

248
00:30:31,382 --> 00:30:35,149
รู้ไหมว่าคนเมืองจีนเขารู้จักคนของเขากี่เรื่อง

249
00:30:35,149 --> 00:30:36,534
6,000 - 7,000

250
00:30:36,534 --> 00:30:39,920
เรื่อง

251
00:30:39,920 --> 00:30:43,920
รู้จักคนนี้

252
00:30:44,702 --> 00:30:47,006
1,000 - 7,000 เรื่อง

253
00:30:47,006 --> 00:30:48,790
เขาก็เลยสามารถเอาข้อมูลเหล่านี้

254
00:30:48,790 --> 00:30:50,341
มารวบรวมกัน

255
00:30:50,341 --> 00:30:51,181
แล้วก็แปลงเป็น

256
00:30:51,181 --> 00:30:53,012
analytic

257
00:30:53,012 --> 00:30:53,606
ว่า

258
00:30:53,606 --> 00:30:55,797
คนไหน

259
00:30:55,797 --> 00:30:59,574
ควรได้รับสินเชื่อหรือไม่ได้รับสินเชื่อ

260
00:30:59,574 --> 00:31:00,997
5 ล้าน 10 15 ล้าน 25 ล้าน

261
00:31:00,997 --> 00:31:02,838
แล้วแต่ระยะเวลาตามคุณสมบัติของคุณ

262
00:31:02,838 --> 00:31:04,590
ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเขาถึงทำได้ โดยไม่ต้อง

263
00:31:04,590 --> 00:31:06,182
มีคน

264
00:31:06,182 --> 00:31:07,195
แม้แต่คนเดียว

265
00:31:07,195 --> 00:31:11,195
นี่ล่ะครับ

266
00:31:11,288 --> 00:31:14,117
โลกยุคใหม่

267
00:31:14,117 --> 00:31:18,117
ที่เรากำลังจะก้าวเข้าไป

268
00:31:20,471 --> 00:31:22,405
พี่บอกเลยว่าพี่โชคดีกว่าตรงไหนทราบไหมครับ

269
00:31:22,405 --> 00:31:23,501
เพราะพี่กอบศักดิ์ทำงานมาแล้ว 20 ปี

270
00:31:23,501 --> 00:31:27,501
เหลืออีก 10 ปีเท่านั้น

271
00:31:31,422 --> 00:31:34,494
ที่จะหนีจากยุค robot ได้

272
00:31:34,494 --> 00:31:35,414
ส่วนน้อง ๆ ที่นั่งอยู่ในห้องนี้เป็นจำนวนมากที่พี่เห็นอยู่ขณะนี้

273
00:31:35,414 --> 00:31:38,165
บอกเลยว่าน้องหนีไม่ได้หรอก

274
00:31:38,165 --> 00:31:42,165
เพราะจะมาภายใน 5 - 10 ปีข้างหน้าครับ

275
00:31:44,438 --> 00:31:48,438
5 ปี 10 ปี ข้างหน้านี้ Robot AI

276
00:31:49,022 --> 00:31:49,862
Machine จะมาหมด

277
00:31:49,862 --> 00:31:51,518
รวมถึง 6G

278
00:31:51,518 --> 00:31:53,333
ไม่ใช่ 5G อีกต่อไป

279
00:31:53,333 --> 00:31:54,357
แล้วน้องต้องถามตัวเอง

280
00:31:54,357 --> 00:31:57,078
ได้แล้วว่า

281
00:31:57,078 --> 00:31:59,014
ตัวเองจะอยู่

282
00:31:59,014 --> 00:32:01,463
ในโลกนี้ได้อย่างไร

283
00:32:01,463 --> 00:32:02,335
พี่มาพูดทั้งหมดนี้นะครับ

284
00:32:02,335 --> 00:32:05,229
ไม่ได้มาพูดให้เรากลัว

285
00:32:05,229 --> 00:32:07,044
แต่มาพูดให้เราเห็นว่าโลกกำลัง

286
00:32:07,044 --> 00:32:11,044
เปลี่ยนอย่างแท้จริง

287
00:32:13,590 --> 00:32:15,180
แล้วก็อยากจะบอกอีกนิดหนึ่งว่า

288
00:32:15,180 --> 00:32:16,389
ภายใต้ความท้าทายมันมีโอกาสทั้งนั้น

289
00:32:16,389 --> 00:32:18,631
นี่คือโอกาสเลยครับ

290
00:32:18,631 --> 00:32:19,964
ที่เราจะรวยเป็นเศรษฐีพันล้าน

291
00:32:19,964 --> 00:32:22,332
เป็นเศรษฐีหมื่นล้าน

292
00:32:22,332 --> 00:32:24,214
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด

293
00:32:24,214 --> 00:32:28,214
อย่ากลัวความเปลี่ยนแปลง

294
00:32:28,669 --> 00:32:29,629
น้องเคยเล่น

295
00:32:29,629 --> 00:32:30,814
Angry

296
00:32:30,814 --> 00:32:32,899
Birds

297
00:32:32,899 --> 00:32:34,053
ไหมครับ

298
00:32:34,053 --> 00:32:38,053
สนุกใช่ไหมครับ

299
00:32:40,030 --> 00:32:41,279
แต่รู้ไหมว่าก่อนที่จะมาเป็นแองกี้เบิร์ด

300
00:32:41,279 --> 00:32:43,524
เขาต้องทำแล้วทำอีกเกือบ 50 ครั้ง

301
00:32:43,524 --> 00:32:47,524
ทำแล้วไม่สำเร็จ

302
00:32:50,558 --> 00:32:51,206
แต่พอสำเร็จแล้วมีคนเล่นของเขาเป็น 100 ล้านคน

303
00:32:51,206 --> 00:32:52,084
ทั่วโลก

304
00:32:52,084 --> 00:32:54,285
แล้วเขาก็รวย

305
00:32:54,285 --> 00:32:55,716
เขาเก็บคนละ 1 เหรียญ

306
00:32:55,716 --> 00:32:56,884
เขาก็สามารถรวยได้แล้ว

307
00:32:56,884 --> 00:32:59,543
นี่คือหัวใจเลยใช่หรือไม่ครับว่า

308
00:32:59,543 --> 00:33:00,572
เราสามารถหยิบฉวยโอกาสมาเป็นของเรา

309
00:33:00,572 --> 00:33:04,157
ได้หรือเปล่า

310
00:33:04,157 --> 00:33:08,157
แล้วยุคของการเปลี่ยนแปลง

311
00:33:08,398 --> 00:33:09,599
ลักษณะนี้

312
00:33:09,599 --> 00:33:10,717
ครับ

313
00:33:10,717 --> 00:33:14,717
ที่เรียกว่า

314
00:33:26,374 --> 00:33:27,542
Revolution

315
00:33:27,542 --> 00:33:28,515
เป็นยุคของการเปิดโอกาสให้กับคนที่อยากจะรวย

316
00:33:28,515 --> 00:33:30,364
คนที่อยากจะมีที่ยืน

317
00:33:30,364 --> 00:33:32,654
ความจริงพี่แอบอิจฉาน้อง ๆ นะครับ

318
00:33:32,654 --> 00:33:33,924
แล้วเกิดทันยุคนี้ก็คงไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

319
00:33:33,924 --> 00:33:37,924
เพราะรู้เปล่า แจ็ค หม่า

320
00:33:40,812 --> 00:33:43,847
แจ็ค หม่า ยังจนอยู่เลยครับ

321
00:33:43,847 --> 00:33:44,870
แจ๊ค หม่า เมื่อ 18 ปีที่แล้วเขายังเป็นอาจารย์ต๊อกต๋อยอยู่

322
00:33:44,870 --> 00:33:48,060
สอนภาษาอังกฤษ

323
00:33:48,060 --> 00:33:49,494
ความจริงเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้

324
00:33:49,494 --> 00:33:50,388
ต้องสมัครเข้า 4-5 ครั้ง

325
00:33:50,388 --> 00:33:54,388
แต่หลังจากเขาตัดสินใจ

326
00:33:55,300 --> 00:33:57,357
ที่จะเอาพลังของดิจิทัลมาเป็นพลัง

327
00:33:57,357 --> 00:33:59,124
ของการทำธุรกิจของเขาด้วยความมุ่งมั่นอย่างเดียวว่า

328
00:33:59,124 --> 00:34:00,391
เขาจะทำให้

329
00:34:00,391 --> 00:34:02,719
คนตัวเล็ก

330
00:34:02,719 --> 00:34:05,319
ในเมืองจีน

331
00:34:05,319 --> 00:34:07,716
สามารถส่งออกได้ไปเหมือนคนตัวใหญ่ ๆ

332
00:34:07,716 --> 00:34:09,959
เหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่

333
00:34:09,959 --> 00:34:11,118
ของเมืองจีน

334
00:34:11,118 --> 00:34:12,028
ต่างกันอย่างไรครับ

335
00:34:12,028 --> 00:34:13,259
เขาบอกคนตัวเล็กไม่มีสาขา

336
00:34:13,259 --> 00:34:14,494
ไม่มีตัวแทน

337
00:34:14,494 --> 00:34:16,052
ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศ

338
00:34:16,052 --> 00:34:17,066
เขาส่งออกไม่ได้

339
00:34:17,066 --> 00:34:17,942
แต่ถ้าใช้

340
00:34:17,942 --> 00:34:21,942
Power

341
00:34:22,190 --> 00:34:26,190
ของ

342
00:34:27,076 --> 00:34:31,076
e-Commerce

343
00:34:33,134 --> 00:34:34,244
และสู่โลกได้เหมือนกับคนตัวใหญ่เท่าเทียมกัน

344
00:34:34,244 --> 00:34:36,115
เดินผ่านมา

345
00:34:36,115 --> 00:34:36,851
อยู่ตรงนี้ให้น้องไปดูเลย

346
00:34:36,851 --> 00:34:37,771
ดีแทค

347
00:34:37,771 --> 00:34:38,573
เขาบอกพี่เลยนะ

348
00:34:38,573 --> 00:34:39,387
พี่ก็ปลื้มใจแทน

349
00:34:39,387 --> 00:34:40,164
มีปูดอง

350
00:34:40,164 --> 00:34:42,037
แต่ก่อนขายได้หลักหมื่น

351
00:34:42,037 --> 00:34:43,754
ปัจจุบันได้เท่าไหร่รู้ไหมครับ

352
00:34:43,754 --> 00:34:45,173
ปัจจุบันขายได้

353
00:34:45,173 --> 00:34:48,595
2 ล้านบาท

354
00:34:48,595 --> 00:34:50,044
หลักหมื่นขายได้ 2 ล้านบาท

355
00:34:50,044 --> 00:34:50,818
อีกคนอยู่ข้าง ๆ กัน

356
00:34:50,818 --> 00:34:52,708
ขายน้ำพริก

357
00:34:52,708 --> 00:34:54,028
ขายได้เยอะเหมือนกัน

358
00:34:54,028 --> 00:34:57,586
เห็นไหมนี่คือโลก

359
00:34:57,586 --> 00:35:00,333
โลกที่เปลี่ยนไป

360
00:35:00,333 --> 00:35:01,103
ตั้งตนได้กลายเป็นผู้ทำมาค้าขาย

361
00:35:01,103 --> 00:35:03,244
เปลี่ยนแนวคิด

362
00:35:03,244 --> 00:35:07,244
เปลี่ยนสินค้าของเรา

363
00:35:08,231 --> 00:35:09,925
รวยได้ในพริบตานี่ล่ะ

364
00:35:09,925 --> 00:35:12,019
คือโอกาสที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

365
00:35:12,019 --> 00:35:15,019
เพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่จะไม่มีงานทำ

366
00:35:15,019 --> 00:35:16,076
ปล่อยให้เครื่องจักรทำไป

367
00:35:16,076 --> 00:35:18,764
มันเหนื่อย

368
00:35:18,764 --> 00:35:22,764
แต่ถ้าเราหยิบฉวยโอกาสทางธุรกิจ

369
00:35:24,590 --> 00:35:26,748
ที่จะเกิดขึ้นได้

370
00:35:26,748 --> 00:35:30,748
มาเป็นของเรา

371
00:35:46,093 --> 00:35:48,806
เราก็จะเป็น billionaire

372
00:35:48,806 --> 00:35:50,647
ได้

373
00:35:50,647 --> 00:35:53,508
เป็นเจ้าของธุรกิจได้ เป็น Startup ได้ วันนี้ว่าในอีร่าของ

374
00:35:53,508 --> 00:35:54,499
ในอีร่าของ ASEAN Connectivityเขาอยากให้พี่พูด ASEAN Connectivity แต่มันน้อยไป เราทำอยู่แล้ว เราทำให้ใหญ่รวมกันใช่ไหมครับ

375
00:35:54,499 --> 00:35:56,346
ที่เรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้

376
00:35:56,346 --> 00:36:00,346
ทำอย่างไรที่โอกาสที่เกิดขึ้น

377
00:36:00,700 --> 00:36:01,428
ให้เป็นของเรา

378
00:36:01,428 --> 00:36:02,085
โอกาสอยู่หน้าน้อง ๆ

379
00:36:02,085 --> 00:36:03,131
ทุกคนแล้ว

380
00:36:03,131 --> 00:36:04,107
อยู่ว่ากล้าหรือเปล่า

381
00:36:04,107 --> 00:36:06,571
กล้าหรือเปล่า

382
00:36:06,571 --> 00:36:08,751
เมื่อกี้ก่อนมาพี่มายังไม่กินข้าว

383
00:36:08,751 --> 00:36:12,751
พี่ไปเปิดงานครบรอบ 1 ปี

384
00:36:13,684 --> 00:36:16,486
ไอคอนสยาม

385
00:36:16,486 --> 00:36:19,095
คุณแป๋มนี่ บอกเลยว่า

386
00:36:19,095 --> 00:36:23,095
เธอเป็นสาวที่มีใจกล้าแข็งมาก

387
00:36:25,084 --> 00:36:29,084
เมื่อก่อนนี้ยังเหลืองแดงอยู่เลย

388
00:36:29,125 --> 00:36:33,125
เธอประกาศจะทำโครงการไอคอนสยามอยู่เลยว่า

389
00:36:34,556 --> 00:36:35,461
ที่นี่จะเป็นที่ที่เปลี่ยนแปลงธนบุรี

390
00:36:35,461 --> 00:36:39,461
ที่นี่จะเปลี่ยนแม่น้ำเจ้าพระยา

391
00:36:40,215 --> 00:36:44,215
และจะยกระดับการค้าของเมืองไทยให้เป็น

392
00:36:50,485 --> 00:36:53,029
Global Distinatio

393
00:36:53,029 --> 00:36:56,987
เธอสู้ครับ

394
00:36:56,987 --> 00:36:58,034
เธอไม่ยอมแพ้

395
00:36:58,034 --> 00:37:00,172
ลงทุน

396
00:37:00,172 --> 00:37:02,275
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ 55,000 ล้านบาท

397
00:37:02,275 --> 00:37:03,476
รถไฟฟ้าสีทองก็จ่ายเอง

398
00:37:03,476 --> 00:37:04,790
กล้าทำทุกวิถีทางด้วยความเข้าใจ และเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพ

399
00:37:04,790 --> 00:37:05,788
แล้วประเทศไทยจะสามารถไปได้

400
00:37:05,788 --> 00:37:07,013
แล้วประเทศไทยธนบุรีก็จะเปลี่ยนนี่คือคนรุ่นใหม่ ค

401
00:37:07,013 --> 00:37:08,278
นที่คิดว่า

402
00:37:08,278 --> 00:37:08,751
ทำได้ คนที่คิดว่าปัญหาคือ

403
00:37:08,751 --> 00:37:10,804
สิ่งที่ต้องวิ่งชน

404
00:37:10,804 --> 00:37:11,989
และนี่คือสิ่งที่จะฝากน้อง ๆ เราต้องเอาโอกาสที่

405
00:37:11,989 --> 00:37:13,204
เกิดขึ้นมาเป็นของเราเอง

406
00:37:13,204 --> 00:37:15,960
ก้าวไกล

407
00:37:15,960 --> 00:37:17,893
ก้าวไปกับเรื่องหัวใจ

408
00:37:17,893 --> 00:37:20,638
คือเราต้องเอาพลังของดิจิทัล

409
00:37:20,638 --> 00:37:24,638
า

410
00:37:24,681 --> 00:37:28,681
มาเป็นพลังของเรา

411
00:37:28,772 --> 00:37:29,684
คือเอาพลังของเขามาเป็นพลังของเรา

412
00:37:29,684 --> 00:37:31,508
แล้วทำให้เรากล้าแข็งยิ่งขึ้น

413
00:37:31,508 --> 00:37:33,204
ในส่วนนี้

414
00:37:33,204 --> 00:37:34,635
ที่รัฐบาลจะทำอะไรนะครับ

415
00:37:34,635 --> 00:37:37,924
ไหน ๆ

416
00:37:37,924 --> 00:37:40,995
ก็พูดมาเยอะแล้ว

417
00:37:40,995 --> 00:37:42,884
รัฐบาลตั้งใจทำอะไร แล้วน้อง ๆ

418
00:37:42,884 --> 00:37:45,630
จะหยิบฉวยโอกาสได้ตรงไหนบ้าง อันที่ 1 ครับ

419
00:37:45,630 --> 00:37:48,620
รัฐบาลตั้งใจนะครับ

420
00:37:48,620 --> 00:37:51,010
ว่าเราจะสร้างโครงสร้าง

421
00:37:51,010 --> 00:37:51,786
พื้นฐาน

422
00:37:51,786 --> 00:37:55,786
ต่าง ๆ

423
00:37:56,794 --> 00:37:59,547
เพื่อรองรับความฝันของน้อง ๆ

424
00:37:59,547 --> 00:38:01,020
เราตั้งใจทำ 3 เรื่องนะครับ

425
00:38:01,020 --> 00:38:02,508
เรื่องที่ 1 ก็คือ เ

426
00:38:02,508 --> 00:38:04,838
รา

427
00:38:04,838 --> 00:38:08,838
ตั้งใจที่จะทำโครงสร้าง

428
00:38:10,293 --> 00:38:14,293
เพื่อมาร้องรับความผันของน้อง ๆ

429
00:38:21,483 --> 00:38:22,196
เพื่อให้ความฝันคืออะไรครับ การลงทุนในอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน

430
00:38:22,196 --> 00:38:23,490
เน็ตประชารัฐ

431
00:38:23,490 --> 00:38:24,347
เพื่อให้ประเทศไทยเชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด

432
00:38:24,347 --> 00:38:28,347
ให้ทุกคนเข้าถึงให้หมด

433
00:38:31,092 --> 00:38:32,683
ให้มี Critical

434
00:38:32,683 --> 00:38:33,308
ของประเทศไทย เพราะไม่อย่างนั้นน้องทำ

435
00:38:33,308 --> 00:38:34,947
Application

436
00:38:34,947 --> 00:38:36,036
มาก็ใช้ได้เฉพาะกรุงเทพฯ

437
00:38:36,036 --> 00:38:37,588
หัวเมืองใหญ่เท่านั้นเอง

438
00:38:37,588 --> 00:38:38,409
เพราะโครงการนี้สำคัญนะครับ

439
00:38:38,409 --> 00:38:40,422
เพราะอะไร

440
00:38:40,422 --> 00:38:42,275
เพราะว่าพี่ชอบพูดเล่น ๆ

441
00:38:42,275 --> 00:38:45,088
ไทยเป็นฮ่องเต้

442
00:38:45,088 --> 00:38:46,414
ในประเทศจีนนะครับ

443
00:38:46,414 --> 00:38:50,414
ปีแรกของการขึ้นครองราชย์

444
00:38:51,998 --> 00:38:53,764
เขาทำอะไรรู้ไหมครับ

445
00:38:53,764 --> 00:38:57,645
เขาจะขุดคลอง

446
00:38:57,645 --> 00:39:00,547
ขุดคลองเพื่อสร้างเส้นทางใหม่ในการคมนาคม

447
00:39:00,547 --> 00:39:02,981
ในการค้า

448
00:39:02,981 --> 00:39:06,981
การขุดคลองนี้เป็นการพลิกโฉม

449
00:39:07,091 --> 00:39:08,285
ในทุกยุคทุกสมัย กรุงเทพฯ

450
00:39:08,285 --> 00:39:12,285
ก็ทำเหมือนกัน

451
00:39:23,533 --> 00:39:24,443
คลองกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นจนถึงประมาณรัชกาลที่ 7

452
00:39:24,443 --> 00:39:25,093
คลองแสนแสบ

453
00:39:25,093 --> 00:39:26,099
คลองลาดพร้าว

454
00:39:26,099 --> 00:39:27,083
คลองต่าง ๆ

455
00:39:27,083 --> 00:39:27,862
เป็นคลองที่ขุดมา

456
00:39:27,862 --> 00:39:29,372
แต่ในยุคดิจิทัล

457
00:39:29,372 --> 00:39:31,009
ในยุค 4.0 เขาไม่ขุดคลองแล้ว

458
00:39:31,009 --> 00:39:35,009
เพราะขุดคลองได้แค่นั้น

459
00:39:36,043 --> 00:39:38,196
เขาขุดคลองอินเทอร์เน็ตเพื่อให้น้อง ๆ

460
00:39:38,196 --> 00:39:39,650
ใช้เป็นตัวลำเลียงในการค้าขายแล้วก็ใช้ในการทำงานค้าขาย

461
00:39:39,650 --> 00:39:41,334
นี่คือรัฐบาล

462
00:39:41,334 --> 00:39:44,653
ก็เลยลงทุนในการทำ

463
00:39:44,653 --> 00:39:46,954
Broadband

464
00:39:46,954 --> 00:39:50,954
พี่ก็เคยถามนะครับ

465
00:39:51,219 --> 00:39:53,083
ว่าทำไมรัฐบาลเกาหลีเขาถึงทำบรอดแบนด์ก่อนเพื่อนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว

466
00:39:53,083 --> 00:39:54,604
พี่นึกว่าเขาชอบเล่นเกมส์

467
00:39:54,604 --> 00:39:58,604
ใครเล่น Ragnarok บ้าง

468
00:40:01,773 --> 00:40:04,210
ใครเคยเล่น MU Online บ้าง

469
00:40:04,210 --> 00:40:06,052
เคยเล่นใช่ไหม

470
00:40:06,052 --> 00:40:06,755
เห็นไหมสารภาพกันมาหมด

471
00:40:06,755 --> 00:40:10,075
พี่ก็เล่นเหมือนกัน เ

472
00:40:10,075 --> 00:40:10,969
กมส์พวกนี้ขอบอกเลย

473
00:40:10,969 --> 00:40:12,196
ติด

474
00:40:12,196 --> 00:40:13,090
มัน

475
00:40:13,090 --> 00:40:15,796
มันเล่นได้ทั้งวันทั้งคืน

476
00:40:15,796 --> 00:40:17,349
พี่ก็สงสัยว่า

477
00:40:17,349 --> 00:40:19,157
ที่ประเทศเกาหลีนี่

478
00:40:19,157 --> 00:40:23,157
เขาติดบรอดแบรนด์

479
00:40:23,387 --> 00:40:27,387
เกมพวกนี้มาจากเกาหลีใช่ไหม

480
00:40:31,730 --> 00:40:33,004
Ragnarok

481
00:40:33,004 --> 00:40:34,057
ก็มาจากเกาหลีใช่ไหม

482
00:40:34,057 --> 00:40:38,057
ถามว่าทำไมเขาถึงมาไกล

483
00:40:40,362 --> 00:40:42,107
ก็เพราะเขามีบรอดแบรนด์ เขามี แบคโบน

484
00:40:42,107 --> 00:40:44,203
ทำให้เกมเหล่านี้เล่นได้เร็ว

485
00:40:44,203 --> 00:40:46,058
และเป็น Multi Mass Player พร้อม ๆ กันได้

486
00:40:46,058 --> 00:40:46,986
ตอนแรกพี่ก็นึกว่าประเทศเกาหลีบ้าเกมส์

487
00:40:46,986 --> 00:40:48,318
แต่ความจริงเขาไม่ใช่นะครับ

488
00:40:48,318 --> 00:40:50,065
สิ่งที่เขาทำ 10 ปีให้หลัง

489
00:40:50,065 --> 00:40:52,691
ทำให้ประเทศเกาหลีมี Smart Device

490
00:40:52,691 --> 00:40:54,427
เป็นชั้นนำที่สุดของโลก

491
00:40:54,427 --> 00:40:55,146
นี่คือยุคของ

492
00:40:55,146 --> 00:40:57,202
smart

493
00:40:57,202 --> 00:41:00,462
device

494
00:41:00,462 --> 00:41:04,462
แวอาริเบิล

495
00:41:24,970 --> 00:41:26,531
ตัวของ Gadget ต่าง ๆ

496
00:41:26,531 --> 00:41:27,202
ทั้งหมดเชื่อมโยง Communicate

497
00:41:27,202 --> 00:41:28,794
กลับไปแล้วก็เชื่อมโยงไปได้

498
00:41:28,794 --> 00:41:30,697
เกาหลีมาก่อน ตู้เย็น เวลาน้องเดินไปที่ต่าง ๆ เครื่องทำกาแฟ

499
00:41:30,697 --> 00:41:32,170
แม้กระทั่งรถยนต์ ทุกอย่าง

500
00:41:32,170 --> 00:41:36,170
แล้วคนที่นำเพื่อนก็คือเกาหลี เพราะอะไร เขาลงทุน

501
00:41:37,863 --> 00:41:38,346
เขาลงทุนในกองอินเตอร์เน็ตของเขาคือบรอดแบรนด์ก่อน เขาทำ 5G

502
00:41:38,346 --> 00:41:40,144
ตอนนี้อินเทอร์เน็ตเขาวิ่งไปไวกว่าทุกคนแล้ว

503
00:41:40,144 --> 00:41:43,809
นี่คือสิ่งที่รัฐบาลทำให้ เคเบิลที่เร็วขึ้น

504
00:41:43,809 --> 00:41:46,059
สมัยก่อนพี่มาทำงาน

505
00:41:46,059 --> 00:41:46,922
เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

506
00:41:46,922 --> 00:41:50,922
ที่แบงก์ชาติ

507
00:41:56,754 --> 00:41:57,938
จำได้เลย ถ้าน้อง ๆ อยู่ในยุคนั้นจะโกรธมาก

508
00:41:57,938 --> 00:41:58,858
มีมือถือเกิดอินเทอร์เน็ต

509
00:41:58,858 --> 00:41:59,962
จะปาเลย

510
00:41:59,962 --> 00:42:00,870
เปิดเว็บไซต์

511
00:42:00,870 --> 00:42:01,492
หมุน

512
00:42:01,492 --> 00:42:02,794
ไม่ขึ้นมาให้

513
00:42:02,794 --> 00:42:03,859
วิ่งไปเข้าห้องน้ำ

514
00:42:03,859 --> 00:42:06,915
กลับมามันก็ยังไม่ขึ้น

515
00:42:06,915 --> 00:42:07,692
ต้องรอ

516
00:42:07,692 --> 00:42:09,850
อีก

517
00:42:09,850 --> 00:42:13,850
5

518
00:42:16,244 --> 00:42:18,522
นาที นั่นคือยุคแบดโอเดย์

519
00:42:18,522 --> 00:42:19,811
เป็นยุคที่เป็นยุคมืดของอินเตอร์เน็ต

520
00:42:19,811 --> 00:42:22,611
เป็นยุคที่ต้องอดทน

521
00:42:22,611 --> 00:42:26,611
จะเปิดอันนึงก็ต้องเสิร์จ

522
00:42:27,139 --> 00:42:30,074
อดทนแล้วก็ต้องทำสารพัดอย่าง น้อง ๆ จะบอกขอเปลี่ยน Provider

523
00:42:30,074 --> 00:42:31,846
หน่อยใช่ไหมครับ

524
00:42:31,846 --> 00:42:35,846
ยุคนี้คือยุคที่เปลี่ยนแปลง

525
00:42:38,547 --> 00:42:39,460
และทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เราอยากจะทำนี่ พวก Animation

526
00:42:39,460 --> 00:42:40,573
VDO

527
00:42:40,573 --> 00:42:42,155
YouTube

528
00:42:42,155 --> 00:42:46,155
5G

529
00:42:46,699 --> 00:42:47,688
IoT

530
00:42:47,688 --> 00:42:51,688
สารพัดอย่างเป็นไปได้หมด

531
00:42:52,266 --> 00:42:54,859
แล้วรัฐบาลจะดำเนินการ เพื่อให้แบ็กโบนเหล่านั้น

532
00:42:54,859 --> 00:42:57,402
เกิดขึ้น

533
00:42:57,402 --> 00:42:58,893
ซึ่งปีนี้ที่จะถึงนี้เราจะทำ 5G ให้ได้

534
00:42:58,893 --> 00:43:00,006
อย่างน้อยก็อยู่ใน Area

535
00:43:00,006 --> 00:43:04,006
ของ EEC

536
00:43:04,725 --> 00:43:05,882
กรุงเทพฯ

537
00:43:05,882 --> 00:43:06,722
เชียงใหม่ ภูเก็ต เมืองใหญ่ ๆ

538
00:43:06,722 --> 00:43:07,859
เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการ

539
00:43:07,859 --> 00:43:08,377
แล้วเมื่อมีแล้วนะครับ

540
00:43:08,377 --> 00:43:10,099
สิ่งที่ 2

541
00:43:10,099 --> 00:43:10,936
ที่เราจะทำก็คือการส่งเสริม

542
00:43:10,936 --> 00:43:13,521
ให้เกิด

543
00:43:13,521 --> 00:43:17,521
Application

544
00:43:18,699 --> 00:43:20,522
ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเตรียมการหลากหลายอย่างมากตรงนี้พี่จะขึ้นไปพูดอีกที่หนึ่ง

545
00:43:20,522 --> 00:43:24,522
เรียกว่า

546
00:43:40,419 --> 00:43:41,201
อินโน สเปซ ไซเบอร์พอร์ต ไทยแลนด์

547
00:43:41,201 --> 00:43:42,505
เป็นโครงการส่งเสริม

548
00:43:42,505 --> 00:43:44,860
Startup ทั้งหมด

549
00:43:44,860 --> 00:43:45,700
เราจะดำเนินการควบคู่กับ Provider ต่างประเทศ

550
00:43:45,700 --> 00:43:47,098
อย่างหัวเหว่ย google

551
00:43:47,098 --> 00:43:48,427
IBM LG ทุกคน

552
00:43:48,427 --> 00:43:49,218
รวมถึง Dtac

553
00:43:49,218 --> 00:43:50,017
True AIS

554
00:43:50,017 --> 00:43:50,818
รวมถึงภาคการเงินต่าง ๆ

555
00:43:50,818 --> 00:43:53,533
เพื่อให้น้อง ๆ

556
00:43:53,533 --> 00:43:55,142
มีคนมาสนับสนุนให้สามารถทำ Application ทำสิ่งต่าง ๆ

557
00:43:55,142 --> 00:43:56,315
ได้อย่างรวดเร็ว

558
00:43:56,315 --> 00:44:00,315
แล้วสามารถบุกสู่ตลาดโลกได้

559
00:44:02,436 --> 00:44:03,248
เพราะยุคนี้ครับ เป็นยุคของ

560
00:44:03,248 --> 00:44:04,619
Application

561
00:44:04,619 --> 00:44:06,644
นะครับ

562
00:44:06,644 --> 00:44:10,644
เมื่อเช้าเราก็ไปเปิดงานที่เรียกว่า

563
00:44:14,402 --> 00:44:18,402
digital

564
00:44:24,211 --> 00:44:25,506
เราเอาหน่วยงานของรัฐบาลกว่า 200 หน่วยงานไหนเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นดิจิทัล

565
00:44:25,506 --> 00:44:26,826
แล้วเราให้รางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจ

566
00:44:26,826 --> 00:44:30,826
ท่านนายกฯ

567
00:44:32,750 --> 00:44:33,955
ให้เราก็ตั้งใจครับว่ารัฐบาลก็จะทำ

568
00:44:33,955 --> 00:44:34,833
application

569
00:44:34,833 --> 00:44:38,833
จำนวนมาก น้อง ๆ

570
00:44:39,618 --> 00:44:40,428
ก็ต้องฉวยโอกาสนี้ลองผลิกผัน ทำ Startup ใหม่ ๆ

571
00:44:40,428 --> 00:44:42,050
ทำโครงการใหม่ ๆ

572
00:44:42,050 --> 00:44:42,580
เอาโอกาสที่เกิดขึ้นทางดิจิทัลมาเป็นโอกาสของตนเอง

573
00:44:42,580 --> 00:44:44,158

574
00:44:44,158 --> 00:44:45,386
แม้กระทั่ง

575
00:44:45,386 --> 00:44:46,241
online

576
00:44:46,241 --> 00:44:47,280
โลกยุคใหม่

577
00:44:47,280 --> 00:44:48,381
ไม่จำเป็นต้องเป็นเ

578
00:44:48,381 --> 00:44:52,381
ทค

579
00:45:00,202 --> 00:45:02,478
โนโลยีระดับสูง เอาเทคโนโลยี

580
00:45:02,478 --> 00:45:03,895
มาร่วมด้วย

581
00:45:03,895 --> 00:45:04,637
แล้วก็ทำมาหากินในโลก Digital

582
00:45:04,637 --> 00:45:05,730
สินค้าง่าย ๆ

583
00:45:05,730 --> 00:45:07,563
พี่ขอบอก วั

584
00:45:07,563 --> 00:45:10,154
นนั้นพี่เดินทางไปที่อยุธยาที่ตลาดนัดหลวงปู่ทวดอยุธยา เ

585
00:45:10,154 --> 00:45:11,266
ขามีทางเดินเข้าไปไหว้หลวงปู่ทวดประมาณ

586
00:45:11,266 --> 00:45:14,854
1 กิโล

587
00:45:14,854 --> 00:45:17,755
พี่ก็ถามซ้ายขวา ร้านธรรมดาครับ

588
00:45:17,755 --> 00:45:19,985
พี่ก็ถามว่าร้านไหนขายดี

589
00:45:19,985 --> 00:45:21,177
เขาบอก ร้านที่ขายดีหรอ มีอยู่ 2 ร้าน

590
00:45:21,177 --> 00:45:22,946
ความจริงขายดีทุกร้าน

591
00:45:22,946 --> 00:45:24,521
ถ้าเกิดไปขายตลาดนัดอะไรขายดี

592
00:45:24,521 --> 00:45:27,979
สิ่งที่ขายดีคือ

593
00:45:27,979 --> 00:45:31,979
ทองม้วนครับ

594
00:45:39,450 --> 00:45:40,929
ทองม้วน ที่เป็น ทองแบบพับ ๆ แล้วก็แบบนิ่ม ๆ

595
00:45:40,929 --> 00:45:42,438
ขายอยู่ 3-4 อย่าง

596
00:45:42,438 --> 00:45:46,437
น้องเดาสิในใจอันนี้ห้ามไปบอกสรรพากร

597
00:45:46,437 --> 00:45:50,399
พี่กอบขอบอก

598
00:45:50,399 --> 00:45:51,554
ห้ามไปฟ้องสรรพากร เขาขายได้ปีละ 6 ล้านบาทครับ

599
00:45:51,554 --> 00:45:52,251
กำไรปีละ 3 ล้านบาท

600
00:45:52,251 --> 00:45:54,414
คิดดู

601
00:45:54,414 --> 00:45:56,770
เห็นไหมโอกาส มีตลาด

602
00:45:56,770 --> 00:45:59,486
ทำสินค้าดี ๆ

603
00:45:59,486 --> 00:46:01,189
คุณภาพดี

604
00:46:01,189 --> 00:46:03,954
รวย น้อง ๆ ก็เหมือนกัน

605
00:46:03,954 --> 00:46:07,954
ทำออนไลน์

606
00:46:14,018 --> 00:46:17,203
E-Commerce

607
00:46:17,203 --> 00:46:17,962
ทำสิ่งต่าง ๆ นี่บอกเลยครับทำผลิตภัณฑ์ใช้ได้ขายทั่วโลก

608
00:46:17,962 --> 00:46:21,122
เดี๋ยวทางเราสนับสนุนเอง

609
00:46:21,122 --> 00:46:22,447
ซึ่งเดี๋ยวอีกไม่นาน ครม. เศรษฐกิจ วันที่ 1 วันศุกร์นี้

610
00:46:22,447 --> 00:46:25,370
ก็จะคุยเรื่องนี้ก็จะสนับสนุนคนตั้งคน

611
00:46:25,370 --> 00:46:27,629
ว่าจะสนับสนุบให้ตั้งตนขึ้นได้อย่างไร

612
00:46:27,629 --> 00:46:28,642
เพื่อให้สามารถเอา Power

613
00:46:28,642 --> 00:46:30,290
ของ Digital

614
00:46:30,290 --> 00:46:32,032
มาเป็นของเราให้ได้

615
00:46:32,032 --> 00:46:33,345
อันนี้บอกเลยนะครับว่า โอกาสเต็มไปหมด

616
00:46:33,345 --> 00:46:34,274
เราจะหยิบมาเป็นของเราได้อย่างไร

617
00:46:34,274 --> 00:46:38,274
คนที่

618
00:46:41,975 --> 00:46:45,478
ขี้กลัว

619
00:46:45,478 --> 00:46:46,608
คนที่จะไม่สำเร็จเขาจะกลัวไปหมดเลย

620
00:46:46,608 --> 00:46:47,634
เขาจะบอกว่าแย่แน่เลย

621
00:46:47,634 --> 00:46:49,130
ตายแน่เลย

622
00:46:49,130 --> 00:46:53,130
แต่คนที่จะสำเร็จ

623
00:46:55,019 --> 00:46:55,995
โอกาสเราจะหยิบไปหมด

624
00:46:55,995 --> 00:46:58,724
ซึ่งพี่ว่าน้องสมัยนี้แตกต่าง

625
00:46:58,724 --> 00:47:00,980
จากยุคพี่หมดแล้ว

626
00:47:00,980 --> 00:47:03,350
ทุกคนมีทางของตนเอง

627
00:47:03,350 --> 00:47:06,024
ทุกคนมีเป้าหมายของตนเอง

628
00:47:06,024 --> 00:47:08,275
ทุกอย่างเป็นไปได้หมด

629
00:47:08,275 --> 00:47:09,619
แม้กระทั่งขอโทษนะครับ

630
00:47:09,619 --> 00:47:10,833
สมัยก่อนถ้าจะเป็น Youtuber นะ จ

631
00:47:10,833 --> 00:47:12,148
น

632
00:47:12,148 --> 00:47:16,148
ถ้าจะเป็น

633
00:47:17,018 --> 00:47:19,048
Blogger นะ

634
00:47:19,048 --> 00:47:19,793
ไม่มีใครอ่านแน่เลย

635
00:47:19,793 --> 00:47:21,019
ไส้แห้ง

636
00:47:21,019 --> 00:47:22,355
แต่สมัยนี้คนเป็น

637
00:47:22,355 --> 00:47:26,355
Youtuber

638
00:47:28,920 --> 00:47:31,048
Blogger

639
00:47:31,048 --> 00:47:32,217
หรือแม้กระทั้งเซเลป รวย รวยยิ่งกว่าพี่อีกด้วย

640
00:47:32,217 --> 00:47:36,217
เพราะฉะนั้น

641
00:47:39,845 --> 00:47:40,586
บอกว่าทุกอย่างเป็นได้หมด

642
00:47:40,586 --> 00:47:42,421
อย่างที่ 3

643
00:47:42,421 --> 00:47:43,249
ที่รัฐบาลจะทำ นอกจากส่งเสริมให้น้อง ๆ

644
00:47:43,249 --> 00:47:44,204
หยิบฉวย

645
00:47:44,204 --> 00:47:45,049
กลายเป็น Startup

646
00:47:45,049 --> 00:47:46,018
น้อย ๆ

647
00:47:46,018 --> 00:47:50,018
กลายเป็น

648
00:47:52,483 --> 00:47:53,070
แจ็ค หม่า

649
00:47:53,070 --> 00:47:54,893
ขอโทษนะ

650
00:47:54,893 --> 00:47:56,362
ทุกคนที่รู้จักวันนี้เขาไม่มีอะไร

651
00:47:56,362 --> 00:47:57,154
เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

652
00:47:57,154 --> 00:48:01,154
ซูเกอร์ เบิร์ก

653
00:48:02,426 --> 00:48:06,426
คือใครรู้ไหมครับ

654
00:48:08,321 --> 00:48:12,321
ก็คือคนเรียนหนังสือไม่จบ

655
00:48:12,629 --> 00:48:13,857
เพราะเห็นโอกาสแล้วก็ลาออกมาก่อน

656
00:48:13,857 --> 00:48:14,716
แล้วหลังจากนั้นก็ไปทำ

657
00:48:14,716 --> 00:48:16,119
Facebook

658
00:48:16,119 --> 00:48:17,177
เห็นไหม

659
00:48:17,177 --> 00:48:18,244
เขาเรียนหนังสือไม่จบ

660
00:48:18,244 --> 00:48:19,416
ไม่ถึง 20 ปีเลย

661
00:48:19,416 --> 00:48:20,065
เขาก็ทำได้

662
00:48:20,065 --> 00:48:21,184
ทุกคนที่ดัง ๆ

663
00:48:21,184 --> 00:48:23,430
ขณะนี้ ที่ดัง ๆ

664
00:48:23,430 --> 00:48:27,430
ขณะนี้ใช้เวลาไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น

665
00:48:29,938 --> 00:48:33,374
ทำความร่ำรวยผ่าน Digital Big Bang

666
00:48:33,374 --> 00:48:34,973
พี่คิดว่าน้องโชคดีแล้วละ

667
00:48:34,973 --> 00:48:36,204
ที่เกิดยุคนี้

668
00:48:36,204 --> 00:48:37,195
เพื่อที่ว่าน้องจะได้เป็น Someone

669
00:48:37,195 --> 00:48:37,943
ในโลกของเรา

670
00:48:37,943 --> 00:48:39,605
ไม่ใช่ประเทศไทยแล้ว

671
00:48:39,605 --> 00:48:42,121
ไม่ใช่อาเซียนด้วย

672
00:48:42,121 --> 00:48:43,308
แต่ต้องระดับ

673
00:48:43,308 --> 00:48:44,264
global

674
00:48:44,264 --> 00:48:44,810
และทุกอย่างจะเป็นไปได้

675
00:48:44,810 --> 00:48:47,374

676
00:48:47,374 --> 00:48:51,369
แล้วถ้าใครคิดว่าประเทศไทยไม่มียูนิคอร์นนะครับ

677
00:48:51,369 --> 00:48:54,678
บอกเลยว่าไม่จริง

678
00:48:54,678 --> 00:48:57,209
ประเทศไทยก็เป็นที่ที่สร้าง Unicorn มาแล้ว

679
00:48:57,209 --> 00:49:00,915
แล้วเป็น unicorn

680
00:49:00,915 --> 00:49:04,915
ที่ทุกคนรู้จักอย่างดียิ่ง

681
00:49:05,434 --> 00:49:08,618
ลองเดาสิว่า

682
00:49:08,618 --> 00:49:11,380
ยูนิคอร์นในประเทศไทย

683
00:49:11,380 --> 00:49:14,428
ชื่ออะไร ยูนิคอร์นตัวนั้น

684
00:49:14,428 --> 00:49:16,510
ชื่อ A

685
00:49:16,510 --> 00:49:17,921
ถ้าบอกไปแล้วทุกคนคงเคยใช้แล้ว

686
00:49:17,921 --> 00:49:21,913
ไม่ครั้งใดก็ครั้งหนึ่ง

687
00:49:21,913 --> 00:49:25,913
ชื่อ Agoda ครับ

688
00:49:28,224 --> 00:49:28,928
เป็นบริษัทที่เกิดจากฝรั่ง 2 คนมาประเทศไทย ตัดสินใจ

689
00:49:28,928 --> 00:49:32,928
ชอบเรื่องของการท่องเที่ยว

690
00:49:34,477 --> 00:49:35,395
ทำเว็บไซต์เรื่องท่องเที่ยว

691
00:49:35,395 --> 00:49:37,292
ขึ้นมา

692
00:49:37,292 --> 00:49:38,305
หลังจากนั้นก็ทำธุรกิจในประเทศไทย

693
00:49:38,305 --> 00:49:42,305
ในวันนี้ยึดครองตึก

694
00:49:43,769 --> 00:49:45,120
Central World ไป 4-5 ชั้นแล้ว

695
00:49:45,120 --> 00:49:49,120
4 - 5 ชั้นเป็นของเขา

696
00:49:50,658 --> 00:49:52,779
แล้วก็ตึกออซีซั่นอีก

697
00:49:52,779 --> 00:49:56,779
แล้วก็ยังไปยึดครองที่สิงคโปร์

698
00:49:56,940 --> 00:49:59,113
คิดว่า พอเกินกว่า 2-3 พัน

699
00:49:59,113 --> 00:50:02,312
คนประเทศไทยกังวลใจ

700
00:50:02,312 --> 00:50:03,376
ผมบอกเขาไม่ต้องกังวลใจผมบอก 50}000 ก็ได้ผมไม่กลัวเลย

701
00:50:03,376 --> 00:50:04,104
แล้วคนที่สมัครงานที่นี่

702
00:50:04,104 --> 00:50:06,241
ไม่ใช่ง่าย

703
00:50:06,241 --> 00:50:07,242
เป็นหมื่นรับ 200 มาจากอิสราเอล

704
00:50:07,242 --> 00:50:08,616
แคนาดา

705
00:50:08,616 --> 00:50:10,218
เพื่อมาทำงานที่นี่

706
00:50:10,218 --> 00:50:12,288
เพราะฉะนั้นความฝันของเราเป็นจริงได้

707
00:50:12,288 --> 00:50:16,288
แล้วประเทศไทยสามารถเป็น

708
00:50:20,817 --> 00:50:21,532
unicorn ได้เช่นเดียวกัน

709
00:50:21,532 --> 00:50:22,480
และสุดท้ายครับ

710
00:50:22,480 --> 00:50:26,480
ที่รัฐบาลจะทำ

711
00:50:40,877 --> 00:50:43,129
ในโลกยุค connecty

712
00:50:43,129 --> 00:50:46,649
ในยุคของ Big Bang

713
00:50:46,649 --> 00:50:49,994
ในยุคของเรื่องของตัวส่งเสริมให้เป็นผู้ประกอบการ ทำ Big data ให้ เพื่อให้สามารถทำ Application ต่าง ๆ ได้ดี สุดท้ายนะครับที่เราจะทำ การเตรียมการเพื่อรองรับผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

714
00:50:49,994 --> 00:50:50,700
เพราะอย่างที่พี่บอกว่าคนตกงานเยอะแน่

715
00:50:50,700 --> 00:50:51,426
เพราะโลกมาแน่

716
00:50:51,426 --> 00:50:52,728
แล้วถ้าจะตกงานขนาดนั้น

717
00:50:52,728 --> 00:50:55,079
เราก็จะต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้

718
00:50:55,079 --> 00:50:55,649
เพื่อให้คนไปสู่สิ่งอื่น ๆ

719
00:50:55,649 --> 00:50:59,649
ที่

720
00:51:00,975 --> 00:51:02,736
Machine ทำไม่ได้

721
00:51:02,736 --> 00:51:04,462
พี่บอกเลยว่าอย่ากลัว AI

722
00:51:04,462 --> 00:51:07,080
อย่ากลัวโรบอท

723
00:51:07,080 --> 00:51:09,479
อย่ากลัว machine

724
00:51:09,479 --> 00:51:10,425
เพราะสิ่งเหล่านี้

725
00:51:10,425 --> 00:51:12,420
ทำให้เราเก่งขึ้น

726
00:51:12,420 --> 00:51:13,545
ยกตัวอย่างเช่น

727
00:51:13,545 --> 00:51:16,401
มีคนหนึ่งเขาพูด

728
00:51:16,401 --> 00:51:19,073
พี่ก็ได้ยินมา

729
00:51:19,073 --> 00:51:21,944
อาจารย์รู้ไหม

730
00:51:21,944 --> 00:51:23,481
คุณหมอเวลาตรวจคนที่เป็นมะเร็งมีโอกาสพลาดประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์

731
00:51:23,481 --> 00:51:27,481
ถ้าใช้ระบบ AI

732
00:51:28,310 --> 00:51:31,257
ศึกษาดู 4-5 เปอร์เซ็นต์ ใช่ไหมครับ

733
00:51:31,257 --> 00:51:33,800
แต่เขาบอกอีกอย่างหนึงรู้ไหมว่า

734
00:51:33,800 --> 00:51:35,735
ถ้าเอาหมอกับ AI ทำงานร่วมกัน

735
00:51:35,735 --> 00:51:39,735
แล้วก็ครอสเช็กเป็น

736
00:51:44,222 --> 00:51:47,777
second ร่วมกัน

737
00:51:47,777 --> 00:51:48,531
จะพลาดประมาณต่ำกว่า 0.3 เปอร์เซ็นต์

738
00:51:48,531 --> 00:51:49,440
เห็นไหม

739
00:51:49,440 --> 00:51:50,145
นี่ล่ะครับ

740
00:51:50,145 --> 00:51:51,384
ไม่ว่าจะเป็นมือถือ

741
00:51:51,384 --> 00:51:54,344
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแมชชีน

742
00:51:54,344 --> 00:51:55,153
เลิร์นนิ่งต่าง ๆ

743
00:51:55,153 --> 00:51:55,864
หรือ AI

744
00:51:55,864 --> 00:51:56,593
เป็นสิ่งที่ทำให้เราเก่งขึ้น

745
00:51:56,593 --> 00:51:58,128
สมัยก่อน

746
00:51:58,128 --> 00:51:58,596
จะไปต่างประเทศ จะพูดภาษาญี่ปุ่น

747
00:51:58,596 --> 00:51:59,433
ภาษาจีน

748
00:51:59,433 --> 00:52:00,720
มันทำไม่ได้

749
00:52:00,720 --> 00:52:01,995
แต่สมัยนี้นะครับ

750
00:52:01,995 --> 00:52:03,335
พูดใส่แล้วก็ส่งให้เขาใช่ไหมครับ

751
00:52:03,335 --> 00:52:07,335
แต่ตอนนี้

752
00:52:07,425 --> 00:52:09,328
สวัสดีหนี่ฮ่าว ก็ โอ.เค.

753
00:52:09,328 --> 00:52:10,663
แล้ว

754
00:52:10,663 --> 00:52:14,663
พูดได้

755
00:52:17,668 --> 00:52:20,656
แต่บอกต้องการเอาก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้

756
00:52:20,656 --> 00:52:21,385
ก็ต้องนั่งทำตาปริบ ๆ ต้องการก๋วยเตี๋ยวชามนั้นหน่อย

757
00:52:21,385 --> 00:52:24,224
นี่แหละครับ

758
00:52:24,224 --> 00:52:25,562
นี่คือสิ่งที่เราสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นเพื่อนเราได้

759
00:52:25,562 --> 00:52:27,463
ทำงานได้ดีขึ้น

760
00:52:27,463 --> 00:52:29,232
แต่ว่าขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังเตรียมการว่า

761
00:52:29,232 --> 00:52:33,232
เราจะสร้างสิ่งที่

762
00:52:35,629 --> 00:52:39,471
Machine

763
00:52:39,471 --> 00:52:43,471
ทำไม่ได้ แมชชีนยังไปไม่ถึง เขียนการ์ตูนขำขัน

764
00:52:50,768 --> 00:52:51,815
machine

765
00:52:51,815 --> 00:52:52,469
ก็ทำไม่เป็น เขาบอกหมดเวลาแล้ว

766
00:52:52,469 --> 00:52:53,575
อันนี้ก็ยากเหมือนกัน แล้วจริง ๆ

767
00:52:53,575 --> 00:52:56,570
มันมีอีกหลายอย่างเลยนะครับ

768
00:52:56,570 --> 00:53:00,570
การดูแลผู้ป่วย

769
00:53:02,748 --> 00:53:03,649
สารพัดอย่างเลยว่าจะเป็นเซ็กเมนท์ที่เกิดขึ้นมาใหม่

770
00:53:03,649 --> 00:53:05,143
ที่ทำให้เกิดคุณค่าของเรา

771
00:53:05,143 --> 00:53:06,151
รวมไปถึงพวกครีเอทีฟดีไซน์

772
00:53:06,151 --> 00:53:07,665
พวกอื่น ๆ

773
00:53:07,665 --> 00:53:09,031
ที่อยากจะทำขึ้นมา

774
00:53:09,031 --> 00:53:12,556
นี่คือโอกาสของเราเพียงแต่มองให้ออกว่าตรงไหนลำบาก

775
00:53:12,556 --> 00:53:13,663
ตรงไหนคือโอกาสของเรา แล้วก็เดินหน้าต่อไป

776
00:53:13,663 --> 00:53:14,896
รัฐบาลนะครับ ก็

777
00:53:14,896 --> 00:53:16,688
เตรียมการในยุค

778
00:53:16,688 --> 00:53:20,688
Connectivity

779
00:53:24,359 --> 00:53:27,908
สร้างโอกาสใหม่ผ่าน

780
00:53:27,908 --> 00:53:29,476
Functionary

781
00:53:29,476 --> 00:53:31,420
ส่งเสริมให้น้องเป็น Startup

782
00:53:31,420 --> 00:53:32,147
แล้วก็เตรียมการเพื่อรองรับให้คนที่ถูกผลกระทบให้สามารถเข้าสู่ยุคใหม่ได้เหมือนกัน

783
00:53:32,147 --> 00:53:34,072
ถ้าเกิดเราทำได้อย่างนี้นะครับ

784
00:53:34,072 --> 00:53:35,264
ประเทศไทยเราจะประสบความสำเร็จ

785
00:53:35,264 --> 00:53:39,264
แล้วก็ขอบคุณนะครับ

786
00:53:40,687 --> 00:53:44,687
ทุกคนที่จัดงาน

787
00:53:47,601 --> 00:53:49,272
ผมคิดว่าที่ใช่ของประเทศไทย

788
00:53:49,272 --> 00:53:50,800
เรามาถูกทางแล้ว แล้วก็เรามีกองทัพเป็นน้อง ๆ

789
00:53:50,800 --> 00:53:51,824
ที่นั่งอยู่ตรงนี้จะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงประเทศไทยต่อไป

790
00:53:51,824 --> 00:53:53,938
พี่ก็ขอฝากฝั่งอนาคตกับประเทศนะ

791
00:53:53,938 --> 00:53:55,040
หวังว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้

792
00:53:55,040 --> 00:53:57,609
จะมีสักคน

793
00:53:57,609 --> 00:54:01,609
ที่เป็น

794
00:54:02,574 --> 00:54:04,855
แจ็ก หม่า

795
00:54:04,855 --> 00:54:06,152
ให้คนไทยปลื้มใจ แล้วก็หวังว่าจะเจอ Unicorn

796
00:54:06,152 --> 00:54:06,925
ในประเทศไทย และรัฐบาลสัญญาว่าเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อส่งเสริมให้เกิด Startup

797
00:54:06,925 --> 00:54:08,175
ให้เกิดการใช้ดิจิทัล

798
00:54:08,175 --> 00:54:12,175
แล้วก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

799
00:54:14,657 --> 00:54:15,719
องทุกคน

800
00:54:15,719 --> 00:54:19,719
ขอบคุณครับ

801
00:54:20,776 --> 00:54:22,824
(พิธีกร) ขอบคุณมากนะคะ

802
00:54:22,824 --> 00:54:23,665
ดร.กอบศักดิ์

803
00:54:23,665 --> 00:54:24,596
หรือต้องเรียกว่า พี่กอบศักดิ์หรือเปล่า

804
00:54:24,596 --> 00:54:27,501
เราขอเรียนเชิญนะคะ

805
00:54:27,501 --> 00:54:31,501
ผู้อำนวยการสำนักงาน

806
00:54:33,048 --> 00:54:37,048
ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

807
00:54:49,386 --> 00:54:50,559
กระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม

808
00:54:50,559 --> 00:54:53,707
ดอกเตอร์ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์ มามอบของที่ระลึกให้กับพี่กอบศักดิ์ค่ะ

809
00:54:53,707 --> 00:54:57,707
ค่ะ

810
00:54:59,584 --> 00:55:03,584
ขอบคุณนะคะ

811
00:55:05,020 --> 00:55:09,020
ดร. กอบศักดิ์นะคะ

812
00:55:10,674 --> 00:55:12,790
พวกเราจะสู้ต่อไปนะคะ โอ.เค.

813
00:55:12,790 --> 00:55:14,015
เราไปเรื่องของเราต่อไปในวันนี้นะคะ เราจะมาพูดถึง

814
00:55:14,015 --> 00:55:14,686
นั่นคืออะไร คือ

815
00:55:14,686 --> 00:55:15,326
Speaker

816
00:55:15,326 --> 00:55:19,326
ของเรานะคะ

817
00:55:24,681 --> 00:55:25,438
คนนี้ได้ทำงานกับสื่อที่ดังในต่างประเทศ

818
00:55:25,438 --> 00:55:26,768
จะเป็น GQ

819
00:55:26,768 --> 00:55:30,768
หรือว่าอัลลัวร์นะคะ

820
00:55:54,219 --> 00:55:58,219
เขาก็เป็นอดีต

821
00:56:01,763 --> 00:56:03,767
ต่อไปก็ขอให้งดบันทึกเสียง

822
00:56:03,767 --> 00:56:06,367
หรือภาพนะครับ

823
00:56:06,367 --> 00:56:10,367
หรือบันทึกเสียง

824
00:56:28,457 --> 00:56:30,166
[เสียงดนตรี] (Mrs. Pamela)

825
00:56:30,166 --> 00:56:32,323
สวัสดีทุกคนค่ะ

826
00:56:32,323 --> 00:56:36,323
ขอบคุณที่มาร่วมฟังวันนี้

827
00:56:40,486 --> 00:56:42,556
เป็นครั้งแรกที่ดิฉันเดินทางมาครั้งแรก

828
00:56:42,556 --> 00:56:45,491
แล้วก็อบอุ่นมากเลยก็ขอขอบคุณทุกคน

829
00:56:45,491 --> 00:56:47,110
ที่ได้มาพูดหัวข้อ

830
00:56:47,110 --> 00:56:47,766
ถึง กระบวน

831
00:56:47,766 --> 00:56:51,766
ทัศน์

832
00:56:54,259 --> 00:56:56,455
ที่มีผลกระทบต่อเราทั้งหลาย

833
00:56:56,455 --> 00:56:57,439
ทีนี้ก็ต้องพูดถึงบทบาทของแบรนด์นี้เป็นอย่างไร

834
00:56:57,439 --> 00:56:58,674
มีการเปลี่ยนอย่างมากเลย

835
00:56:58,674 --> 00:57:00,473
เพราะว่า

836
00:57:00,473 --> 00:57:01,303
ภูมิทัศน์ของเรา

837
00:57:01,303 --> 00:57:05,303
จะพูดถึงว่า

838
00:57:23,447 --> 00:57:27,419
Social Media

839
00:57:27,419 --> 00:57:28,648
แล้วเราก็จะพูดถึงอินเฟรนเชอร์

840
00:57:28,648 --> 00:57:32,648
ที่อยู่ในตลาดแล้วก็ความสำเร็จของแบรนด์

841
00:57:40,366 --> 00:57:42,302
ทีนี้บทบาทของโดรนในวันนี้เป็นอะไรนะคะ

842
00:57:42,302 --> 00:57:44,513
บทบาทในวันนี้ของแบรนด์เปลี่ยนแปลงอย่างมากเลย

843
00:57:44,513 --> 00:57:45,773
เปลี่ยนแปลงไปกับที่เป็นดิจิทัลของแบรนด์ โดยเฉพาะในการโฆษณา

844
00:57:45,773 --> 00:57:46,671
แล้วสื่อต่าง ๆ

845
00:57:46,671 --> 00:57:47,542
เรามีการที่จะถอนตัวนะคะ

846
00:57:47,542 --> 00:57:48,358
ออกจากการโฆษณาใน

847
00:57:48,358 --> 00:57:49,575
Media ในสื่อต่าง ๆ

848
00:57:49,575 --> 00:57:50,994
แล้วก็ใน Outlet ต่าง ๆ

849
00:57:50,994 --> 00:57:53,343
ดิฉันก็บอกว่าถ้าคุณถามว่า เราจะต้องการอะไรจากแบรนด์

850
00:57:53,343 --> 00:57:54,270
เขาก็จะบอกว่าปล่อยไปไกล ๆ

851
00:57:54,270 --> 00:57:56,294
ปล่อยไปให้พ้น

852
00:57:56,294 --> 00:57:57,912
ให้เราอยู่

853
00:57:57,912 --> 00:57:59,046
ตามลำพังดีกว่า

854
00:57:59,046 --> 00:58:03,046
ก็มีความจริงที่พูดอย่างนี้

855
00:58:07,171 --> 00:58:10,424
ทีนี้ผู้ค้าเขาก็มีพฤติกรรมต่อสื่ออย่างไร กว่า 22 ล้านคนนะคะ

856
00:58:10,424 --> 00:58:11,791
ผู้ใหญ่ไม่ดูทีวีอีกแล้ว

857
00:58:11,791 --> 00:58:13,038
ไม่ต้องการดูทีวี

858
00:58:13,038 --> 00:58:17,038
ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม

859
00:58:18,358 --> 00:58:19,259
หรือว่าเคเบิลทีวี

860
00:58:19,259 --> 00:58:20,333
อันนี้คือเจตนาก็คือ

861
00:58:20,333 --> 00:58:24,333
ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

862
00:58:26,398 --> 00:58:30,398
เขาอยากจะดูรายการที่เขาอยากจะดู

863
00:58:34,711 --> 00:58:36,342
ของผู้บริโภคตอนนี้ก็มีการดาวน์โหลดบล็อกเกอร์

864
00:58:36,342 --> 00:58:38,407
เหตุผลหลักใหญ่

865
00:58:38,407 --> 00:58:40,563
ที่เขาใส่ block

866
00:58:40,563 --> 00:58:44,563
ไม่ให้มีการโฆษณา

867
00:58:49,045 --> 00:58:50,687
เพราะว่าไม่อยากเห็นในสิ่งที่ไม่อยากดู

868
00:58:50,687 --> 00:58:53,327
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขา ทีนี้สุดท้าย

869
00:58:53,327 --> 00:58:55,737
ตอนนี้บทบาทของผู้บริโภค 94 เปอร์เซ็นต์

870
00:58:55,737 --> 00:58:57,454
ของผู้บริโภค

871
00:58:57,454 --> 00:59:00,379
นี่ โฆษณากดทิ้งไปเลย

872
00:59:00,379 --> 00:59:04,379
ข้ามโฆษณา

873
00:59:07,765 --> 00:59:08,854
สคริปต์หมด

874
00:59:08,854 --> 00:59:11,903
ที่แบรนด์ต้องเผชิญ

875
00:59:11,903 --> 00:59:15,538
ต้องไปติดต่อกับลูกค้าได้อย่างไร

876
00:59:15,538 --> 00:59:18,532
วิธีการดั้งเดิม

877
00:59:18,532 --> 00:59:19,862
แบบที่ลูกค้าทำหรือ

878
00:59:19,862 --> 00:59:21,423
ก็ไม่ได้ผลต้องใช้วิธีใหม่

879
00:59:21,423 --> 00:59:23,063
ในการที่จะติดต่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภค

880
00:59:23,063 --> 00:59:23,901
social

881
00:59:23,901 --> 00:59:26,086
media

882
00:59:26,086 --> 00:59:30,086
ก็มีการผุดเกิดขึ้นมา

883
00:59:31,315 --> 00:59:35,315
เพื่อจะดึงดูดความสนใจจากลูกค้า

884
00:59:38,670 --> 00:59:39,229
ใน Social Media

885
00:59:39,229 --> 00:59:42,654
ก่อน

886
00:59:42,654 --> 00:59:46,654
มันแยกออกจากมือถือ

887
00:59:46,934 --> 00:59:50,934
ไม่ได้

888
00:59:53,419 --> 00:59:54,029
แล้วพฤติกรรมนี้ก็เกิดต่อเนื่อง

889
00:59:54,029 --> 00:59:55,454
ตื่น

890
00:59:55,454 --> 00:59:56,640
ลืมตาขึ้นมาก็เช็ค s

891
00:59:56,640 --> 00:59:57,662
ocial media

892
00:59:57,662 --> 00:59:59,501
ในระหว่างนั้นก็ดู

893
00:59:59,501 --> 01:00:03,501
Social Media

894
01:00:05,678 --> 01:00:07,374
เมื่อดูสถิติแล้ว ใช้มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวันทีเดียว

895
01:00:07,374 --> 01:00:11,374
ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้ดู

896
01:00:17,263 --> 01:00:17,822
social media เกิดอะไรขึ้น

897
01:00:17,822 --> 01:00:18,639
อันนี้คือวิธีการ

898
01:00:18,639 --> 01:00:19,885
ที่เรามาบริโภคนะคะ

899
01:00:19,885 --> 01:00:20,590
ที่เอาเนื้อหามาใส่อยู่ใน

900
01:00:20,590 --> 01:00:21,719
Social Media

901
01:00:21,719 --> 01:00:23,578
เรามีการ

902
01:00:23,578 --> 01:00:27,578
แบ่งปันประสบการณ์ในการเดินทาง

903
01:00:29,563 --> 01:00:32,218
กับเพื่อนทุกทางในโซเชียลมีเดียหมดเลย

904
01:00:32,218 --> 01:00:36,218
สำหรับแบรนด์

905
01:00:40,387 --> 01:00:41,238
เรามีข่าวดีนะคะ

906
01:00:41,238 --> 01:00:44,029
เรื่องเกี่ยวกับผู้บริโภคอย่างเดียว

907
01:00:44,029 --> 01:00:44,958
แต่จริง ๆ แล้วเป็น platform

908
01:00:44,958 --> 01:00:46,168
ที่ทำให้ลูกค้านะคะ

909
01:00:46,168 --> 01:00:50,168
ผู้บริโภคต้องการสินค้าอะไร

910
01:00:50,363 --> 01:00:52,061
ถ้ามีแบรนด์ใหม่ ๆ

911
01:00:52,061 --> 01:00:56,061
เราทำวิจัย

912
01:00:57,175 --> 01:01:00,042
เราอยากจะให้ลูกค้ามาสนใจ

913
01:01:00,042 --> 01:01:04,042
เป็นหมายอันดับหนึ่งเลยที่ทำให้ลูกค้าสนใจ

914
01:01:10,675 --> 01:01:14,675
แต่โชคไม่ดีอย่างที่โซเชียลมีเดียเป็นเรื่องเกี่ยวกับโฆษณา 9

915
01:01:21,053 --> 01:01:22,078
จะเข้าไปดูใน social media

916
01:01:22,078 --> 01:01:23,819
แล้วก็เรียนรู้จากแบรนด์

917
01:01:23,819 --> 01:01:25,319
แล้วก็มีการแบ่งปัน แล้วก็มีการแชร์กันด้วย

918
01:01:25,319 --> 01:01:25,926
แต่มันไม่มีการ Follow

919
01:01:25,926 --> 01:01:26,780

920
01:01:26,780 --> 01:01:28,414
ไม่มีการ Follow

921
01:01:28,414 --> 01:01:29,366
ในแบรนด์

922
01:01:29,366 --> 01:01:31,807
ในโปรไฟล์ของแบรนด์

923
01:01:31,807 --> 01:01:35,807
ตัวเรานี้ คุณ follow

924
01:01:36,213 --> 01:01:37,495
ใครบ้างใน Instagram

925
01:01:37,495 --> 01:01:39,331
คุณ Follow

926
01:01:39,331 --> 01:01:41,133
แบรนด์เยอะไหม Follow

927
01:01:41,133 --> 01:01:42,150
เพื่อนเยอะไหมนะคะ

928
01:01:42,150 --> 01:01:46,150
แต่ว่ารวมแล้ว

929
01:01:47,742 --> 01:01:51,742
คนส่วนใหญ่รวมทั้งดิฉันด้วยไม่ได้มีการติดตาม follow แบรนด์

930
01:01:52,204 --> 01:01:56,204
ทีนี้แบรนด์ไปถึง Costumer แล้ว

931
01:01:59,042 --> 01:01:59,758
เขาต้องอยู่ในโซเชียลมีเดีย

932
01:01:59,758 --> 01:02:02,626
แต่ต้องทำมากกว่านั้น

933
01:02:02,626 --> 01:02:06,626
อันนี้ก็เป็นคำพูดที่ดีมาก เราบอกว่าแบรนด์มันไม่ใช่สิ่งที่เราบอกถึงลูกค้าแล้ว

934
01:02:08,533 --> 01:02:09,684
แต่มันเป็นสิ่งที่ลูกค้าบอกกันเองปากต่อปาก

935
01:02:09,684 --> 01:02:13,684

936
01:02:14,136 --> 01:02:15,110
เสียงของลูกค้ามีพลังอำนาจมาก มีพลังอำนาจมาก

937
01:02:15,110 --> 01:02:16,029
แต่ไหน

938
01:02:16,029 --> 01:02:19,317
แต่ไรมาแล้ว

939
01:02:19,317 --> 01:02:23,317
แล้วตรงนี้มีความชัดเจน ในเรื่องของการตลาด

940
01:02:24,678 --> 01:02:27,367
ในส่วนของการติดต่อสื่อสาร

941
01:02:27,367 --> 01:02:31,367
เพื่อให้คำพูดบอกกัน

942
01:02:31,689 --> 01:02:32,862
ปากต่อปาก

943
01:02:32,862 --> 01:02:34,030
มีความสำคัญ

944
01:02:34,030 --> 01:02:35,747
แต่ว่า Social Media

945
01:02:35,747 --> 01:02:36,826
มีความสำคัญมากไม่เคยลดนั่นคือ 21 ราย

946
01:02:36,826 --> 01:02:38,028
ของ 25 ราย

947
01:02:38,028 --> 01:02:42,028
ราย

948
01:02:43,216 --> 01:02:44,015
ของ แอคเคาท์

949
01:02:44,015 --> 01:02:45,031
คน

950
01:02:45,031 --> 01:02:48,362
21

951
01:02:48,362 --> 01:02:51,224
ใน 25 ของ Account

952
01:02:51,224 --> 01:02:51,941
ที่อยู่ในอินสตาแกรมคือเราต้องดูถึงคนอื่น

953
01:02:51,941 --> 01:02:53,038
เพื่อขอคำแนะนำ

954
01:02:53,038 --> 01:02:57,038
และเขาก็จะเห็นว่า

955
01:03:00,255 --> 01:03:04,255
เสียงของผู้บริโภคนี่สำคัญมากที่สุด

956
01:03:07,414 --> 01:03:10,894
เสียงที่มีอิทธิพลอยู่ข้างบน เสียงที่มีอิทธิพลประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

957
01:03:10,894 --> 01:03:14,894
ของผู้บริโภค

958
01:03:27,803 --> 01:03:28,877
ก็บอกว่า เขาเชื่อคนที่มาบอกเขา inference

959
01:03:28,877 --> 01:03:30,592
มากกว่าคำโฆษณา

960
01:03:30,592 --> 01:03:32,528
เพราะการโฆษณามีปัญหาแล้วล่ะ

961
01:03:32,528 --> 01:03:36,528
เพราะว่าผู้บริโภคเกลียดโฆษณา

962
01:03:38,598 --> 01:03:42,598
ทีนี้การโฆษณาเสียงที่อยู่ในโซเชียลมีเดียนั้นเป็นเสียงที่มีคนฟังมากกว่า

963
01:03:46,958 --> 01:03:50,958
ทีนี่แฟนของอินเฟรนเซอร์

964
01:04:02,338 --> 01:04:03,228
ก็ทำงานกับแบรนด์ 90 เปอร์เซ็นต์ก็ใช้อินเครนเซอร์ในเรื่องของการตลาด

965
01:04:03,228 --> 01:04:04,358
แล้วมีประสิทธิภาพมาก

966
01:04:04,358 --> 01:04:08,358
และครึ่งหนึ่งก็คือจะเพิ่มงบประมาณปีหน้า

967
01:04:09,017 --> 01:04:11,212
เพื่อจะเพิ่มดูผลกระทบที่มีผลต่อแบรนด์ของเขาจากอินเฟรนเซอร์

968
01:04:11,212 --> 01:04:12,173
เพราะฉะนั้นในมุมมองที่จะประสบความสำเร็จมี 2 อย่าง

969
01:04:12,173 --> 01:04:13,017
นะคะ

970
01:04:13,017 --> 01:04:14,318
เอามุมมองของตัวเอง

971
01:04:14,318 --> 01:04:17,006

972
01:04:17,006 --> 01:04:20,222
มุมมองของตัวเอง

973
01:04:20,222 --> 01:04:21,485
นี่ที่จะมอง

974
01:04:21,485 --> 01:04:22,077
ต้องให้เกิดความสมดุลกัน

975
01:04:22,077 --> 01:04:26,077
คือจาก

976
01:04:41,775 --> 01:04:45,108
อินเฟรนเซอร์ แล้วก็จากผู้ที่ติดตามด้วย Influence

977
01:04:45,108 --> 01:04:48,195
กับ follower 2 อย่างนี้จะเป็นตัวที่จะดำเนินการไปด้วยกัน เพื่อจะเกิดความสำเร็จ

978
01:04:48,195 --> 01:04:49,796
มุมมองของ Influence

979
01:04:49,796 --> 01:04:50,622
เอง เดี๋ยวดิฉันจะให้ดูวีดิโอว่า

980
01:04:50,622 --> 01:04:51,308
เมื่อเรามีการสัมภาษณ์ อินเฟรนเซอร์

981
01:04:51,308 --> 01:04:55,308
ที่ทำงาน ชีวิตที่เป็น

982
01:04:59,725 --> 01:05:00,790
Infrencer ทำงานกับแบรนด์เป็นอย่างไร

983
01:05:00,790 --> 01:05:01,419
อะไรที่มีผล

984
01:05:01,419 --> 01:05:05,419
อะไรที่ไม่มีผล

985
01:05:12,497 --> 01:05:16,497
คือคนที่เขามีความสนใจ

986
01:05:26,432 --> 01:05:27,605
ดิฉันติดตามอะไรก็มีความสนใจ

987
01:05:27,605 --> 01:05:28,516
Influence มีประโยชน์

988
01:05:28,516 --> 01:05:32,516
มีประสิทธิภาพ

989
01:05:32,771 --> 01:05:36,771
เพราะว่าเรามีการสร้างความสัมพันธ์ ไปกว่าคนมี

990
01:05:37,875 --> 01:05:39,855
ความเชื่อเวลาเขาดูอะไรแล้วนี่

991
01:05:39,855 --> 01:05:43,855
เรามีผลต่อชีวิตของเขา

992
01:05:48,916 --> 01:05:52,916
คือเขาอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์นั้น

993
01:05:55,208 --> 01:05:57,973
คือ Influence เป็นคนที่เขียนอีเมล์

994
01:05:57,973 --> 01:05:59,037
เป็นคนที่ทำวิจัย และผลิตออกมา งานเยอะมากทีเดียว

995
01:05:59,037 --> 01:06:03,037
ผมต้องทำทุกอย่างเลย

996
01:06:03,382 --> 01:06:04,364
คุณให้อะไรกับเราบ้าง

997
01:06:04,364 --> 01:06:06,036
ให้ความหวัง ใ

998
01:06:06,036 --> 01:06:07,950
ห้แรง

999
01:06:07,950 --> 01:06:11,892
จูงใจ

1000
01:06:11,892 --> 01:06:13,908
ให้มีความสนุกหน่อยหนึ่ง

1001
01:06:13,908 --> 01:06:17,908
ให้แรงจูงใจ

1002
01:06:23,840 --> 01:06:27,840
คุณมีคำแนะนำอะไรกับแบรนด์บ้าง

1003
01:06:40,333 --> 01:06:41,134
คุณอยากมีแฟนมากขึ้น คือเขาจะชอบความสร้างสรรค์

1004
01:06:41,134 --> 01:06:41,876
ถ้าเกิดว่าคุณอยากจะเลือก

1005
01:06:41,876 --> 01:06:43,246
อยากจะฟังเรื่องราวต่าง ๆ

1006
01:06:43,246 --> 01:06:44,708
ให้เขา

1007
01:06:44,708 --> 01:06:45,589
ต้องมีตัวของตัวเอง

1008
01:06:45,589 --> 01:06:46,490
หางบประมาณ

1009
01:06:46,490 --> 01:06:47,198
และหาให้กับ Influence

1010
01:06:47,198 --> 01:06:50,147
แล้วก็สนุกไปด้วยกัน

1011
01:06:50,147 --> 01:06:54,147
นี่คือบทบาทของ Influence

1012
01:06:55,678 --> 01:06:58,445
สิ่งหนึ่งที่คุณได้ยินจากวิดีโอ

1013
01:06:58,445 --> 01:07:01,423
ก็คือว่าคำว่า Influence

1014
01:07:01,423 --> 01:07:05,423
เนื่องจากว่าอุตสาหกรรมเองไม่เห็นด้วยกับคำศัพ์คำนี้

1015
01:07:14,969 --> 01:07:15,780
คุณจะเป็น Influence

1016
01:07:15,780 --> 01:07:16,597
อะไร Influence

1017
01:07:16,597 --> 01:07:19,172
จะต้องเป็นอย่างไร

1018
01:07:19,172 --> 01:07:20,964
แต่ Influence

1019
01:07:20,964 --> 01:07:22,916
เขาไม่ชอบคำนี้นะ

1020
01:07:22,916 --> 01:07:24,492
Influence

1021
01:07:24,492 --> 01:07:28,427
อยากจะคิดว่าตัวเองเป็นคนสร้างบริบทมากกว่า

1022
01:07:28,427 --> 01:07:29,043
ถ้าเกิดว่าคุณทำงานกับพวก

1023
01:07:29,043 --> 01:07:30,077
Influence

1024
01:07:30,077 --> 01:07:31,904
นี้คุณก็ต้องดูว่ามีคนติดตามเท่าไร

1025
01:07:31,904 --> 01:07:33,393
มีคนสนใจงานเขา

1026
01:07:33,393 --> 01:07:34,830
เนื้อหาเป็นอย่างไร

1027
01:07:34,830 --> 01:07:35,854
และเนื้อหาเนื้อหาของเขานี่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์คุณ

1028
01:07:35,854 --> 01:07:36,517
แล้วทีนี้ถ้าเกิดจะสร้าง

1029
01:07:36,517 --> 01:07:37,367
content

1030
01:07:37,367 --> 01:07:38,747
นี้ทำอย่างไร

1031
01:07:38,747 --> 01:07:42,209
เขาก็ส่งผลเกือบทุกวันเลย

1032
01:07:42,209 --> 01:07:44,157
ก็คือมีการโพสต์ขึ้นมา

1033
01:07:44,157 --> 01:07:48,157
ใช้เวลา 5 ชั่วโมงกว่า

1034
01:07:55,548 --> 01:07:56,747
ต่ออินสตาแกรมหรือดู lifestyle ต่าง ๆ

1035
01:07:56,747 --> 01:07:58,294
ดู Instagram

1036
01:07:58,294 --> 01:08:00,164
ปรากฎว่าเขาต้องใช้เวลาทำมากเลย

1037
01:08:00,164 --> 01:08:04,164
ไม่ว่าจะไปกิน

1038
01:08:04,184 --> 01:08:05,766
แฟชั่นล่าสุดเป็นอย่างไร

1039
01:08:05,766 --> 01:08:07,660
ร้านอาหารที่ดีเป็นอย่างไร

1040
01:08:07,660 --> 01:08:08,889
อันนี้เป็น

1041
01:08:08,889 --> 01:08:12,035
Content

1042
01:08:12,035 --> 01:08:14,668
ใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมงต่อโพสต์แต่ละอัน

1043
01:08:14,668 --> 01:08:15,740
เพราะฉะนั้นก็ต้องมาทำงานเยอะเลยทีเดียว 86

1044
01:08:15,740 --> 01:08:19,740
เปอร์เซ็นต์

1045
01:08:22,818 --> 01:08:23,950
คิดว่าตัวเองเป็นคนบ้างาน

1046
01:08:23,950 --> 01:08:24,766
ที่ต้องยกมาบอกนี้

1047
01:08:24,766 --> 01:08:25,622
Influence

1048
01:08:25,622 --> 01:08:26,972
นี้เหมือนกับดูง่ายมาก

1049
01:08:26,972 --> 01:08:27,506
งานง่าย

1050
01:08:27,506 --> 01:08:31,506
ชีวิตสบาย

1051
01:08:31,680 --> 01:08:32,541
แต่เนื่องจากว่ามีคนที่อยากจะเป็น Influence

1052
01:08:32,541 --> 01:08:33,413
แต่ทำไม่ถูก

1053
01:08:33,413 --> 01:08:37,413
ทำไม่ได้ผล

1054
01:08:38,085 --> 01:08:39,552
แต่ที่จริงเขาทำงานหนัก

1055
01:08:39,552 --> 01:08:40,418
แล้วทำงาน Full time ด้วย

1056
01:08:40,418 --> 01:08:44,418
ไม่ใช่เป็นงานอดิเรก

1057
01:08:45,091 --> 01:08:49,091
ไม่ใช่เป็นงาน

1058
01:08:53,748 --> 01:08:55,483
part time

1059
01:08:55,483 --> 01:08:56,138
อันหนึ่งที่จะต้องพิจารณาก็คือ สร้าง Content

1060
01:08:56,138 --> 01:09:00,138
ขึ้นมา

1061
01:09:00,843 --> 01:09:02,163
เหมือนกับเป็นทูตทางด้านแบรนด์

1062
01:09:02,163 --> 01:09:02,962
เพราะงานของเขาก็คือสร้าง content

1063
01:09:02,962 --> 01:09:03,741
ขึ้นมา

1064
01:09:03,741 --> 01:09:05,131
เกี่ยวกับแบรนด์นั้น

1065
01:09:05,131 --> 01:09:09,131
แล้วก็ชอบ

1066
01:09:09,572 --> 01:09:11,398
แต่ว่าอันแรกที่สุดเลยนี่ต้องบอกว่าจะเอาเนื้อหาต่าง ๆ

1067
01:09:11,398 --> 01:09:12,867
เพื่อจะให้คนที่เขามาอ่าน

1068
01:09:12,867 --> 01:09:15,036
เขาติดใจ

1069
01:09:15,036 --> 01:09:16,155
เขาติดตามเวลาจะเอา

1070
01:09:16,155 --> 01:09:20,051
ผลิตภัณฑ์เข้ามา

1071
01:09:20,051 --> 01:09:24,051
เพื่อจะให้ลูกค้าเข้ามา

1072
01:09:46,897 --> 01:09:47,754
และในขณะเดียวกันให้ลูกมาติดตามต่อไป Influence

1073
01:09:47,754 --> 01:09:49,789
ในปัจจุบันนี้เราก็ถามว่า

1074
01:09:49,789 --> 01:09:51,717
คอนเทนซ์ของคุณนี่ 82 เปอร์เซ็นต์

1075
01:09:51,717 --> 01:09:53,482
น้อยกว่า 25 ประมาณ 1 ใน 4 ได้รับ

1076
01:09:53,482 --> 01:09:54,323
sponsor

1077
01:09:54,323 --> 01:09:55,194
จากแบรนด์

1078
01:09:55,194 --> 01:09:56,026
แต่ว่า 82

1079
01:09:56,026 --> 01:09:56,776
เปอร์เซ็นต์ของ

1080
01:09:56,776 --> 01:09:59,341
เขาถือว่า

1081
01:09:59,341 --> 01:10:02,112
เขาเป็น Content

1082
01:10:02,112 --> 01:10:06,112
แล้วก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

1083
01:10:06,328 --> 01:10:07,995
เป็นทูตของแบรนด์ชาวิช

1084
01:10:07,995 --> 01:10:10,692
เขาก็เป็น Influence

1085
01:10:10,692 --> 01:10:11,460
เขาก็บอกว่า Influence Marketing

1086
01:10:11,460 --> 01:10:15,460
ต้องเป็นการสร้างเนื้อหา

1087
01:10:16,751 --> 01:10:17,587
ซึ่งสอดคล้องแล้วก็มีสื่อให้เห็นถึงแบรนด ซึ่งจะเป็นไปโดยธรรมชาติ

1088
01:10:17,587 --> 01:10:18,100
ชัดเจน ให้ sponsor

1089
01:10:18,100 --> 01:10:20,243

1090
01:10:20,243 --> 01:10:21,278
แล้วก็พูดถึงแบรนด์นั้นถ้าเขาใช้มัน

1091
01:10:21,278 --> 01:10:24,913
หรือว่าชอบมัน

1092
01:10:24,913 --> 01:10:26,559
และคิดว่าลูกค้าของคุณจะได้

1093
01:10:26,559 --> 01:10:28,292
ประโยชน์

1094
01:10:28,292 --> 01:10:29,396
จากเขา

1095
01:10:29,396 --> 01:10:29,956
เพราะฉะนั้นคุณทำงานกับแบรนด์ที่คิดว่า

1096
01:10:29,956 --> 01:10:30,554
User

1097
01:10:30,554 --> 01:10:33,910
ชอบ

1098
01:10:33,910 --> 01:10:34,922
หรือว่าคนออเดียนจะชอบ

1099
01:10:34,922 --> 01:10:36,403
สิ่งแรกเลยนะคะ

1100
01:10:36,403 --> 01:10:37,947
ที่ Influence

1101
01:10:37,947 --> 01:10:38,629
จะต้องพิจารณาคือว่า

1102
01:10:38,629 --> 01:10:42,629

1103
01:10:44,118 --> 01:10:44,669
แบรนด์สอดคล้องกับ

1104
01:10:44,669 --> 01:10:46,029
Content

1105
01:10:46,029 --> 01:10:47,396
เขาแค่ไหน

1106
01:10:47,396 --> 01:10:48,324
พวกนี้ Content

1107
01:10:48,324 --> 01:10:50,882
ครีเอเตอร์

1108
01:10:50,882 --> 01:10:54,882
เขาภูมิใจในเนื้อหาที่เขาสร้างขึ้นมามากเลย

1109
01:11:00,028 --> 01:11:00,698
ก็มองดูแล้วก็ที่บอกว่าแบรนด์สอดคล้องกับ

1110
01:11:00,698 --> 01:11:02,891
Content

1111
01:11:02,891 --> 01:11:04,131
เนื้อหาเท่าไหร่

1112
01:11:04,131 --> 01:11:06,311
ก็ต้องดูว่ามีค่าต่าง ๆ

1113
01:11:06,311 --> 01:11:08,027
76 เปอร์เซ็นต์

1114
01:11:08,027 --> 01:11:10,239
อันนี้ก็เป็นธุรกิจของคนที่ทำงานเต็มเวลา

1115
01:11:10,239 --> 01:11:14,239
อันแรกก็คือว่า

1116
01:11:14,692 --> 01:11:15,598
Content

1117
01:11:15,598 --> 01:11:16,595
การได้รับเงินค่าจ้าง

1118
01:11:16,595 --> 01:11:17,204
สิ่งผิดพลาดของ

1119
01:11:17,204 --> 01:11:18,693
Influence

1120
01:11:18,693 --> 01:11:20,131
คุณคิดว่าอะไร

1121
01:11:20,131 --> 01:11:20,757
ที่จะทำให้ดี

1122
01:11:20,757 --> 01:11:22,884

1123
01:11:22,884 --> 01:11:26,884
ใครที่ทำได้ไม่ดี

1124
01:11:29,105 --> 01:11:33,105
แล้วปรากฎว่าประการแรก

1125
01:11:41,157 --> 01:11:41,747
ความผิดอันดับแรกคือเขาไม่ได้ทำงานร่วมกับ Influence

1126
01:11:41,747 --> 01:11:42,602
ได้ดี

1127
01:11:42,602 --> 01:11:43,212
เนื่องจากว่า Influence

1128
01:11:43,212 --> 01:11:44,347
นี่เป็นเรื่องใหม่

1129
01:11:44,347 --> 01:11:46,124
ทุกคนก็อยากจะทดลองใช้

1130
01:11:46,124 --> 01:11:50,124
ก่อนที่จะมีความผูกพันตัวเอง

1131
01:11:59,016 --> 01:12:00,155
ปัญหาคือว่า แค่ Post อันเดียวเท่านั้นเอง

1132
01:12:00,155 --> 01:12:01,307
ถ้าเกิดว่าไม่ได้ออเดียน

1133
01:12:01,307 --> 01:12:02,586
แล้วก็มีโอกาสที่จะรู้จักสัมผัสกับแบรนด์ของคุณนั้น

1134
01:12:02,586 --> 01:12:06,586
แบรนด์นี่

1135
01:12:17,580 --> 01:12:18,453
Partner

1136
01:12:18,453 --> 01:12:20,459
กับ

1137
01:12:20,459 --> 01:12:20,991
ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดไม่คิดเลยว่าการที่จะให้เป็นพี่เลี้ยงของบริษัทครั้งเดียว

1138
01:12:20,991 --> 01:12:21,949
จะสามารถที่จะดึงเข้าไปในลูกค้าเราได้

1139
01:12:21,949 --> 01:12:23,595
จะสามารถที่จะดึงไปในลูกค้าได้

1140
01:12:23,595 --> 01:12:24,573
แต่ทีนี่คนที่จะติดตามเรา

1141
01:12:24,573 --> 01:12:25,131
ต้องเห็นต่อความซื่อสัตย์ในผลิตภัณฑ์ของเรา

1142
01:12:25,131 --> 01:12:26,805
ทีนี้ Adidas

1143
01:12:26,805 --> 01:12:27,887
นี้เชื่อในเรื่องของ Influence

1144
01:12:27,887 --> 01:12:31,887
ในเรื่องของการตลาด

1145
01:12:34,685 --> 01:12:35,395
เขาทำตั้งแต่

1146
01:12:35,395 --> 01:12:36,540
Influence

1147
01:12:36,540 --> 01:12:37,426
จนกระทั่งถึงพวกที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ

1148
01:12:37,426 --> 01:12:40,747
Adidas

1149
01:12:40,747 --> 01:12:41,939
รู้แล้วว่า

1150
01:12:41,939 --> 01:12:43,343
เขาใช้

1151
01:12:43,343 --> 01:12:44,169
Influence

1152
01:12:44,169 --> 01:12:48,169
เข้ามาในบอร์ดรูม

1153
01:12:48,542 --> 01:12:50,210
คุยกันที่สำนักงานใหญ่

1154
01:12:50,210 --> 01:12:50,794
ที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์

1155
01:12:50,794 --> 01:12:54,794
ตัวใหม่

1156
01:12:56,277 --> 01:12:59,883
แล้วเขาเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวด้วย

1157
01:12:59,883 --> 01:13:01,044
รีโวลเป็นเสื้อผ้า 70 เปอร์เซ็นต์ของ online ให้ 10

1158
01:13:01,044 --> 01:13:02,298
เปอร์เซ็นต์

1159
01:13:02,298 --> 01:13:05,016
เขามี

1160
01:13:05,016 --> 01:13:08,027
3,500 Influence

1161
01:13:08,027 --> 01:13:10,954
ซึ่งจะสวมเสื้อผ้า

1162
01:13:10,954 --> 01:13:14,954
แบรนด์ของเขา

1163
01:13:14,956 --> 01:13:16,611
เสื้อผ้าแบรนด์ของเขาและ Designer

1164
01:13:16,611 --> 01:13:17,692
อันนี้ก็มีผลกระทบกับแบรนด์

1165
01:13:17,692 --> 01:13:19,212
การเปิดตัวแบรนด์ใหม่

1166
01:13:19,212 --> 01:13:20,316
เรื่องการร่วมมือกัน

1167
01:13:20,316 --> 01:13:22,139
ก็แน่นอนว่า

1168
01:13:22,139 --> 01:13:23,197
เป็นผลระยะยาวของแบรนด์ตัวนั้นเอง

1169
01:13:23,197 --> 01:13:27,197
นั่นคือมุมมองของเรื่อง

1170
01:13:27,984 --> 01:13:30,554
Influence

1171
01:13:30,554 --> 01:13:31,606
ปัจจัยที่ 2 อย่าลืมว่า

1172
01:13:31,606 --> 01:13:35,606
ก็คือ

1173
01:13:43,522 --> 01:13:44,224
follower ที่ิติดตาม

1174
01:13:44,224 --> 01:13:45,091
หมายถึงอุตสาหกรรมมันเพิกเฉย

1175
01:13:45,091 --> 01:13:46,210
ต่อสิ่งนี้ไป Follow

1176
01:13:46,210 --> 01:13:46,850
ของผู้ติดตาม

1177
01:13:46,850 --> 01:13:47,559
คือต้องดูที่ I

1178
01:13:47,559 --> 01:13:47,994
nfluence ก่อน

1179
01:13:47,994 --> 01:13:49,430

1180
01:13:49,430 --> 01:13:50,138
คือเขาจะไม่ดูถึงแบรนด์ ดู

1181
01:13:50,138 --> 01:13:51,290
Influence

1182
01:13:51,290 --> 01:13:55,290
ไม่ได้ดูโฆษณาอะไร

1183
01:13:55,716 --> 01:13:56,900
เขาดูมากกว่า 210 เปอร์เซ็นต์

1184
01:13:56,900 --> 01:13:57,994
เขาติดตาม

1185
01:13:57,994 --> 01:14:00,461
Influence

1186
01:14:00,461 --> 01:14:01,675
มากกว่าที่จะดูในแบรนด์ในกิจกรรมเอง

1187
01:14:01,675 --> 01:14:03,010
เพราะฉะนั้นคำกล่าว

1188
01:14:03,010 --> 01:14:05,817
คนที่ตอบคำถามให้เรา

1189
01:14:05,817 --> 01:14:09,817
เขาก็เป็นบุคคล

1190
01:14:09,827 --> 01:14:13,728
ในแต่ละวัน

1191
01:14:13,728 --> 01:14:15,596
ระหว่างคนปกติกับเซเลบ มีความเชื่อใจ

1192
01:14:15,596 --> 01:14:16,577
มีความสัมพันธ์

1193
01:14:16,577 --> 01:14:20,466
แล้วก็

1194
01:14:20,466 --> 01:14:21,555
มีขนาดเดียวกัน

1195
01:14:21,555 --> 01:14:25,555
และแรงจูงใจให้กับคุณ

1196
01:14:32,122 --> 01:14:36,122
แล้วก็ให้คำแนะนำกับคนที่ติดตามได้ เราก็เลยถาม

1197
01:14:43,563 --> 01:14:44,930
ว่าคุณพิจารณาอะไร

1198
01:14:44,930 --> 01:14:45,828
เขาเป็นเหมือนกับต้นแบบ

1199
01:14:45,828 --> 01:14:47,643
เป็นเพื่อน

1200
01:14:47,643 --> 01:14:51,643
ซึ่งอันนี้ 3 อย่าง

1201
01:14:52,065 --> 01:14:52,955
ก็คือเป็นเหมือนกับบุคคลต้นแบบให้เขา

1202
01:14:52,955 --> 01:14:53,809
เป็นเพื่อน

1203
01:14:53,809 --> 01:14:55,338
เป็นเพื่อนที่คุณรู้สึกสบายใจ

1204
01:14:55,338 --> 01:14:56,037
และในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เราไว้วางใจได้

1205
01:14:56,037 --> 01:15:00,037
เราเชื่อในตัวเขา

1206
01:15:02,363 --> 01:15:06,363
ทีนี้จะคิดว่าเซเลบบริตีหรือว่าผู้เชี่ยวชาญ

1207
01:15:07,884 --> 01:15:08,754
จะเป็น Influence ได้ไหม

1208
01:15:08,754 --> 01:15:10,192
ไม่

1209
01:15:10,192 --> 01:15:14,192
เพราะฉะนั้นแบรนด์ไม่ควรไปทำกับ

1210
01:15:14,820 --> 01:15:16,310
expert

1211
01:15:16,310 --> 01:15:17,090
ไม่ใช่นะคะ

1212
01:15:17,090 --> 01:15:17,842
แต่ขณะเดียวกันต้องทำด้วย

1213
01:15:17,842 --> 01:15:18,633
มีคน 2 ประเภท

1214
01:15:18,633 --> 01:15:20,737
และข้อความที่แตกต่างกัน

1215
01:15:20,737 --> 01:15:24,306
เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องทำงานกับเซเลป

1216
01:15:24,306 --> 01:15:24,995
ทีนี้

1217
01:15:24,995 --> 01:15:26,002
บทบาท

1218
01:15:26,002 --> 01:15:30,002
ของ Influence

1219
01:15:30,169 --> 01:15:31,322
จะเป็นอย่างไร เราก็พบว่า

1220
01:15:31,322 --> 01:15:32,578
Influence

1221
01:15:32,578 --> 01:15:35,418
นี้

1222
01:15:35,418 --> 01:15:39,418
พูดผิดนะคะ

1223
01:15:54,378 --> 01:15:56,002
่ ไม่ใช่ค่ะ พูดผิด Follower

1224
01:15:56,002 --> 01:15:58,068
ทำให้ตระหนักรู้ว่าเป็นอย่างไร 52 เปอร์เซ็นต์เราต้องดูว่า แนะนำว่าแบรนด์ใหม่นี้เป็นอย่างไร ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นอย่างไร

1225
01:15:58,068 --> 01:15:58,873
อะไรบ้าง

1226
01:15:58,873 --> 01:15:59,660
เสร็จแล้วเขาจะได้นำไปสู่การพิจารณาที่จะซื้อ

1227
01:15:59,660 --> 01:16:01,435
เห็นไหมตัวเลขที่เกิดขึ้น

1228
01:16:01,435 --> 01:16:02,370
คน Version

1229
01:16:02,370 --> 01:16:06,370
ที่จะไป

1230
01:16:07,043 --> 01:16:08,210
ซื้อน้อยกว่า

1231
01:16:08,210 --> 01:16:11,401
ทีนี้มุมมองของ

1232
01:16:11,401 --> 01:16:12,818
Influence นี้ก็ใช้ในการที่จะผลักดันให้กับ

1233
01:16:12,818 --> 01:16:14,347
ผู้บริโภคลงมือซื้อ

1234
01:16:14,347 --> 01:16:16,660
สินค้า

1235
01:16:16,660 --> 01:16:17,153
จริง ๆ พูดถึงว่า Influence

1236
01:16:17,153 --> 01:16:17,793
สัก 2

1237
01:16:17,793 --> 01:16:21,793
Post

1238
01:16:34,574 --> 01:16:35,258
ก็เป็นอีกระยะหนึ่งจากการที่จะให้ผู้บริโภคตัดสินใจที่จะซื้อ

1239
01:16:35,258 --> 01:16:37,235
โดยได้มีข้อมูลเพียงพอ

1240
01:16:37,235 --> 01:16:41,235
ให้ข้อมูลเป็นระยะ ๆ เพียงพอที่จะซื้อ

1241
01:16:41,662 --> 01:16:42,640
เขาบอกว่าคุณอยากจะเห็นข้อความ Influence กี่ครั้งละ

1242
01:16:42,640 --> 01:16:43,423
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อ

1243
01:16:43,423 --> 01:16:44,170
เขาบอกว่า Influence

1244
01:16:44,170 --> 01:16:45,171
ในนามของแบรนด์

1245
01:16:45,171 --> 01:16:47,422
อย่างน้อยก็

1246
01:16:47,422 --> 01:16:49,354
3 ครั้งก่อน

1247
01:16:49,354 --> 01:16:50,895
ที่เขา

1248
01:16:50,895 --> 01:16:51,451
จะซื้อ

1249
01:16:51,451 --> 01:16:55,451
5 เท่า

1250
01:17:06,249 --> 01:17:07,209
ในลักษณะที่ว่า โดยเฉลี่ยแล้ว Follower

1251
01:17:07,209 --> 01:17:07,809
ต้องเห็น 5 ครั้ง

1252
01:17:07,809 --> 01:17:09,818
ถึงจะซื้อ

1253
01:17:09,818 --> 01:17:10,305
เสร็จแล้ว 79 เปอร์เซ็นต์

1254
01:17:10,305 --> 01:17:11,115
ไปที่แบรนด์

1255
01:17:11,115 --> 01:17:12,430
Website

1256
01:17:12,430 --> 01:17:13,687
62

1257
01:17:13,687 --> 01:17:15,049
เปอร์เซ็นต์

1258
01:17:15,049 --> 01:17:18,395
แล้วก็ 59 พวก google

1259
01:17:18,395 --> 01:17:20,185
เพราะฉะนั้นต้องมีการพิจารณา 5 เท่า

1260
01:17:20,185 --> 01:17:20,964
ก่อนที่จะพิจารณาซื้อ

1261
01:17:20,964 --> 01:17:23,226
แต่ขณะเดียวกัน

1262
01:17:23,226 --> 01:17:26,082
เรื่องของการตลาด 7 เท่า

1263
01:17:26,082 --> 01:17:29,098
เพราะฉะนั้นในเรื่องของการโฆษณา

1264
01:17:29,098 --> 01:17:30,088
ต้องมีการไปสัมผัส

1265
01:17:30,088 --> 01:17:33,201
อย่างน้อย

1266
01:17:33,201 --> 01:17:34,065
7 ครั้ง

1267
01:17:34,065 --> 01:17:35,696
ก่อนที่มันจะซื้อ

1268
01:17:35,696 --> 01:17:39,696
แต่ Influence

1269
01:17:40,934 --> 01:17:41,761
Marketing

1270
01:17:41,761 --> 01:17:43,778
5 เท่า

1271
01:17:43,778 --> 01:17:47,778
ทำให้เกิดการซื้อด้วยอัตราเร็วที่สูง

1272
01:17:48,654 --> 01:17:51,033
และ Influence

1273
01:17:51,033 --> 01:17:51,882
ทำอย่างไรละ

1274
01:17:51,882 --> 01:17:52,473
ไม่มี

1275
01:17:52,473 --> 01:17:56,473
Follower

1276
01:18:00,919 --> 01:18:02,096
เขาก็ทราบผลให้กับตัวเอง

1277
01:18:02,096 --> 01:18:03,066
แล้วเขาก็จะบอกเพื่อนก่อน

1278
01:18:03,066 --> 01:18:03,779
และเพื่อนก็ดูที่

1279
01:18:03,779 --> 01:18:04,431
Influence

1280
01:18:04,431 --> 01:18:08,431
ด้วยกัน

1281
01:18:17,483 --> 01:18:18,376
แล้วก็กระซิบต่อ ๆ กัน เพื่อนรู้เกี่ยวกับเขา

1282
01:18:18,376 --> 01:18:19,137
เพื่อนเรารู้

1283
01:18:19,137 --> 01:18:20,176
เราก็รู้จากเพื่อน

1284
01:18:20,176 --> 01:18:20,859
รู้จากกัน

1285
01:18:20,859 --> 01:18:21,603
และขณะเดียวกัน

1286
01:18:21,603 --> 01:18:22,824
Influence

1287
01:18:22,824 --> 01:18:24,289
เขาเป็นคนช่างพูดด้วย

1288
01:18:24,289 --> 01:18:27,688
อย่างน้อยก็ 4 คน

1289
01:18:27,688 --> 01:18:28,914
ถึงแบรนด์ที่เขาชอบ

1290
01:18:28,914 --> 01:18:32,100
ลองคิดดูนะคะ

1291
01:18:32,100 --> 01:18:34,689
เวลาคุณมีข้อความขึ้นมาสักข้อความหนึ่ง

1292
01:18:34,689 --> 01:18:37,758
มีพลังมาก 4 เท่า

1293
01:18:37,758 --> 01:18:41,758
ขยายต่อไปจากปากต่อปาก

1294
01:18:47,021 --> 01:18:51,021
ทีนี้ถ้าเกิดว่าคุณ

1295
01:18:51,081 --> 01:18:52,473
อยากได้อะไรไปจากการฟังการนำเสนอของดิฉันนี้

1296
01:18:52,473 --> 01:18:56,297
ตอนนี้ก็ต้องมีการปรับโฉมของตัวเองแล้ว

1297
01:18:56,297 --> 01:18:58,456
เพราะว่าผู้บริโภคกับแบรนด์คอนเน็ก

1298
01:18:58,456 --> 01:19:02,276
คือการที่แบรนด์นี่

1299
01:19:02,276 --> 01:19:03,508
เดี๋ยวนี้แบรนด์ว่าคืออะไร

1300
01:19:03,508 --> 01:19:04,518
แต่ว่าเสร็จแล้ว

1301
01:19:04,518 --> 01:19:08,518
Consumer

1302
01:19:11,680 --> 01:19:12,582
ต้องรู้ว่าฟังเสียงของเขา

1303
01:19:12,582 --> 01:19:13,738
Influence

1304
01:19:13,738 --> 01:19:14,842
เขาเป็นเหมือนกับคนที่สร้าง

1305
01:19:14,842 --> 01:19:17,059
Content

1306
01:19:17,059 --> 01:19:17,904
ขึ้นมา

1307
01:19:17,904 --> 01:19:20,387
เวลาคุณดูแบรนด์

1308
01:19:20,387 --> 01:19:21,298
คือเขารู้ว่าผู้บริโภคของเขา

1309
01:19:21,298 --> 01:19:25,298
เป็นใคร

1310
01:19:27,697 --> 01:19:31,697
ออเดียนที่จะใช้ความรู้ของเขาสร้าง

1311
01:19:31,928 --> 01:19:32,993
Content

1312
01:19:32,993 --> 01:19:36,993
ขึ้นมา

1313
01:19:37,714 --> 01:19:39,801
เพื่อออร์เดียนของเขาได้

1314
01:19:39,801 --> 01:19:40,422
แต่ Influence

1315
01:19:40,422 --> 01:19:41,009
ก็ถือว่าเป็นหลัก

1316
01:19:41,009 --> 01:19:42,010
ข้อมูลหลักใหญ่

1317
01:19:42,010 --> 01:19:44,012
หลักแรกของเขานะคะ

1318
01:19:44,012 --> 01:19:45,668
เหมือนกับว่าเป็นเพื่อน

1319
01:19:45,668 --> 01:19:46,429
เป็นบุคคลต้นแบบที่ไว้วางใจได้

1320
01:19:46,429 --> 01:19:47,090

1321
01:19:47,090 --> 01:19:49,745
จำนวนมากมาย

1322
01:19:49,745 --> 01:19:51,019
แล้วเขาจะไปสนใจศึกษาเ

1323
01:19:51,019 --> 01:19:51,936
นื้อหา

1324
01:19:51,936 --> 01:19:55,936
เกี่ยวกับแบรนด์

1325
01:19:56,231 --> 01:19:57,503
เพิ่ม

1326
01:19:57,503 --> 01:19:59,312
และถ้าเกิดเป็นระยะยาว

1327
01:19:59,312 --> 01:20:01,337
ที่เป็นพาร์ทเนอร์ขึ้นมา

1328
01:20:01,337 --> 01:20:03,554
อย่างน้อยต้องมีการ Post

1329
01:20:03,554 --> 01:20:04,301
ขึ้นมา 3 ครั้ง

1330
01:20:04,301 --> 01:20:07,075
ก่อนที่ผู้บริโภค

1331
01:20:07,075 --> 01:20:08,662
จะตัดสินใจ

1332
01:20:08,662 --> 01:20:12,662
ต่อไป

1333
01:20:12,974 --> 01:20:14,544
และจะซื้อก็ต่อเมื่อได้ดูโพสต์ 5 ครั้ง

1334
01:20:14,544 --> 01:20:18,544
แล้วก็ซื้อขึ้นมา

1335
01:20:22,937 --> 01:20:25,903
แล้วก็ปากต่อปาก

1336
01:20:25,903 --> 01:20:29,903
ถ้าไม่มีการบอกปากต่อปาก ใน follower

1337
01:20:38,898 --> 01:20:39,714
ทั้งหลายก็จะบอกกันต่อกันอย่างน้อย 4 ครั้ง  Influence

1338
01:20:39,714 --> 01:20:41,144
ทำให้คนพูดถึงแบรนด์

1339
01:20:41,144 --> 01:20:44,874
เพราะฉะนั้นที่จะขยายปากต่อปากกันไปนี้ไม่ใช่จะเฉพาะใน Influence

1340
01:20:44,874 --> 01:20:46,323
แต่ follower

1341
01:20:46,323 --> 01:20:47,278
ที่ฟังจาก Influence

1342
01:20:47,278 --> 01:20:51,278
ต้องขอขอบคุณมากนะคะ

1343
01:20:55,714 --> 01:20:57,496
ก็หวังว่าเราจะได้ติดต่อกันอีก

1344
01:20:57,496 --> 01:21:01,496
(พิธีกร) ขอบคุณนะคะ

1345
01:21:13,595 --> 01:21:14,644
Pamela Kaupinen

1346
01:21:14,644 --> 01:21:16,042
Influence ค่ะ

1347
01:21:16,042 --> 01:21:16,994
เป็นคนที่น่าสนใจทีเดียว

1348
01:21:16,994 --> 01:21:17,754
เพราะว่าก่อนหน้านี้เราจะพูดถึง

1349
01:21:17,754 --> 01:21:21,192
แต่วันนี้เราจะพูดถึง

1350
01:21:21,192 --> 01:21:25,192
โพซิเชี่ยล

1351
01:21:36,018 --> 01:21:36,906
ที่น่าสนใจว่า ในโลกของเรามีอะไรบ้าง

1352
01:21:36,906 --> 01:21:40,906
มีอะไรบ้างนะคะ

1353
01:21:49,552 --> 01:21:53,552
[ภาษาต่างประเทศ]

1354
01:21:53,933 --> 01:21:57,933
[เสียงดนตรี]

1355
01:22:22,622 --> 01:22:26,622
(Mr. James)

1356
01:22:47,258 --> 01:22:50,592
มีอะไรนอก Universe

1357
01:22:50,592 --> 01:22:51,462
ของเรา เพื่อนได้ของเรา

1358
01:22:51,462 --> 01:22:52,471
เพื่อนได้ถามคำถามนี้กับผม

1359
01:22:52,471 --> 01:22:54,955
เมื่อตอนอายุ 8 ขวบ

1360
01:22:54,955 --> 01:22:55,855
เคยมีคำตอบที่ดีเกี่ยวข้องสำหรับคำถามที่เกี่ยวข้องกับทางวิทยาศาสตร์

1361
01:22:55,855 --> 01:22:56,654
คราวนี้ผมไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไรดี

1362
01:22:56,654 --> 01:22:57,686
คำถามนี้น่ากลัว

1363
01:22:57,686 --> 01:22:59,448
ผมเติบโตในยูท่าภาคใต้ ซึ่

1364
01:22:59,448 --> 01:23:03,448
งอยู่ทางด้านฝั่งตะวันตกของสหรัฐ

1365
01:23:09,095 --> 01:23:10,911
อเมริกา ใกล้ ๆ

1366
01:23:10,911 --> 01:23:13,360
อันนี้ก็เป็นสภาพที่ดีมากที่จะชมดาว

1367
01:23:13,360 --> 01:23:17,360
ในฐานะตอนเป็นเด็ก

1368
01:23:20,141 --> 01:23:20,982
ผมแล้วก็เพื่อนนะครับ

1369
01:23:20,982 --> 01:23:22,478
ก็จะออกไปนอกเมือง

1370
01:23:22,478 --> 01:23:24,094
เพื่อที่จะไม่ต้องเห็นไฟของเมือง

1371
01:23:24,094 --> 01:23:25,122
และสามารถเห็นดาวในท้องฟ้า

1372
01:23:25,122 --> 01:23:26,434
แล้วจะได้ถามตัวเราเอง

1373
01:23:26,434 --> 01:23:27,935
โลกเราใหญ่ขนาดไหน

1374
01:23:27,935 --> 01:23:28,792
พระอาทิตย์ทำด้วยอะไร

1375
01:23:28,792 --> 01:23:29,863
แล้ว

1376
01:23:29,863 --> 01:23:33,863
Galaxy

1377
01:23:37,555 --> 01:23:38,449
อยู่ที่ไหน

1378
01:23:38,449 --> 01:23:39,567
เห็นแบล็กโฮล

1379
01:23:39,567 --> 01:23:40,640
แล้วขอบของ

1380
01:23:40,640 --> 01:23:41,703
Universe

1381
01:23:41,703 --> 01:23:43,271
อยู่ตรงไหน

1382
01:23:43,271 --> 01:23:47,271
และตอนที่ผมโดนถามคำถามนี้

1383
01:23:51,638 --> 01:23:54,025
และผมก็หยุดคิด

1384
01:23:54,025 --> 01:23:56,247
แล้วผมก็ต้องตอบว่าไม่ทราบสิครับ

1385
01:23:56,247 --> 01:23:57,330
และคุณเมโลดี้ก็บอกว่าบรรพบุรุษของผมคิดว่าโลกนี้เป็นก้อนหินที่แบน ๆ

1386
01:23:57,330 --> 01:24:01,330
แล้วคลุมด้วยฟ้า

1387
01:24:04,441 --> 01:24:07,318
มีคนไปวาดจุดของดาวไว้

1388
01:24:07,318 --> 01:24:11,318
แต่ผมคิดว่าสมัยก่อนไม่มีในเรื่องกล้องส่องทางไกล

1389
01:24:15,715 --> 01:24:19,715
แต่สมัยนี้เราทราบว่าจักรวาลของเรามันกว้างใหญ่ไพศาล

1390
01:24:25,106 --> 01:24:29,106
เราไม่ทราบว่าขอบจักรวาลอยู่ตรงไหน

1391
01:24:32,561 --> 01:24:35,567
ผมจำไม่ได้ว่า melody มา

1392
01:24:35,567 --> 01:24:36,741
แล้วก็พวกเด็ก ๆ มักจะล้อเมโลดี้

1393
01:24:36,741 --> 01:24:40,374
เพราะว่าเมโลดี้ไม่ชอบการสอบ

1394
01:24:40,374 --> 01:24:44,374
ไม่ชอบการบ้าน

1395
01:24:46,808 --> 01:24:48,712
แต่ว่า Melody

1396
01:24:48,712 --> 01:24:52,712
เราเป็นเพื่อน

1397
01:24:58,819 --> 01:25:01,203
เพราะเมโลดี้ กล้าที่จะถามคำถามใหญ่ ๆ

1398
01:25:01,203 --> 01:25:02,727
และสิ่งที่เมโลดี้ถามผมว่ามีอะไรอยู่นอกจักรวาล

1399
01:25:02,727 --> 01:25:03,679
คำถามก็ทำให้ผมตกใจ แ

1400
01:25:03,679 --> 01:25:04,738
ปลกใจ

1401
01:25:04,738 --> 01:25:05,665

1402
01:25:05,665 --> 01:25:09,665
ก็ไม่มีอะไร

1403
01:25:14,032 --> 01:25:17,252
จักรวาลคือทุกสิ่งทุกอย่าง

1404
01:25:17,252 --> 01:25:18,396
แล้วก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะถามว่า

1405
01:25:18,396 --> 01:25:19,560
นอกจากทุกอย่างมันคืออะไร

1406
01:25:19,560 --> 01:25:23,560
เพราะทุกอย่างมันคือทุกอย่าง

1407
01:25:28,075 --> 01:25:32,075
ถ้าเผื่อจักรวาลมีขอบก็ต้องมีอะไรนะครับ

1408
01:25:32,323 --> 01:25:36,323
เมื่อเลยไปจากขอบเราก็ได้มองดูฟ้าอีกเป็นเวลานาน

1409
01:25:38,965 --> 01:25:41,334
และผมคิดว่าอาจจะไม่มีขอบและไอ้ข้างนอก ไม่มีข้างนอก

1410
01:25:41,334 --> 01:25:44,008
แล้วเมโลดีบอกว่าใช่

1411
01:25:44,008 --> 01:25:48,008
จักรวาลนี้อาจจะไม่มีขอบ

1412
01:25:56,254 --> 01:25:59,049
นั่นก็คือทุกสิ่งทุกอย่าง

1413
01:25:59,049 --> 01:25:59,886
ที่มีอยู่ในจักรวาล และหลังจากนั้นเราเลย

1414
01:25:59,886 --> 01:26:01,001
เราก็เลยบอกว่า

1415
01:26:01,001 --> 01:26:01,959
ถ้าเราคิดทุกอย่างมันน่ากลัว

1416
01:26:01,959 --> 01:26:03,055
ตอนนั้นผมก็เป็นเด็กที่จริงจังมาก

1417
01:26:03,055 --> 01:26:04,158
แต่ผมก็อาจจะไม่ได้จริงจัง

1418
01:26:04,158 --> 01:26:04,838
แต่ว่าสิ่งที่น่ากลัว

1419
01:26:04,838 --> 01:26:08,838
ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่ดี

1420
01:26:11,503 --> 01:26:12,395
แต่ก่อนที่จะไปไกลมาก

1421
01:26:12,395 --> 01:26:14,898
เกิน

1422
01:26:14,898 --> 01:26:16,418
ไป

1423
01:26:16,418 --> 01:26:19,214
ผมต้องถามคำถามที่สำคัญว่าจักรวาลนี้คืออะไร

1424
01:26:19,214 --> 01:26:20,863
ลองคิดดู ครั้งสุดท้ายที่คุณออกไป

1425
01:26:20,863 --> 01:26:23,948
อยู่นอกเมือง

1426
01:26:23,948 --> 01:26:27,948
แล้วก็มองดูฟ้า

1427
01:26:31,830 --> 01:26:34,230
เห็นแสงต่าง ๆ

1428
01:26:34,230 --> 01:26:38,230
ที่ห่างจากเราเป็นหลายปีแสง

1429
01:26:38,900 --> 01:26:39,953
กว่าที่จะมาถึง

1430
01:26:39,953 --> 01:26:41,158
ห่างจากเราไปหลายปีแสง

1431
01:26:41,158 --> 01:26:43,629
กว่าที่จะมาถึงโลก

1432
01:26:43,629 --> 01:26:46,355
แล้วทำให้โลก

1433
01:26:46,355 --> 01:26:46,791
ได้เห็น

1434
01:26:46,791 --> 01:26:48,700

1435
01:26:48,700 --> 01:26:51,374
เรามองย้อนกลับไปในห้วงเวลา

1436
01:26:51,374 --> 01:26:53,541
และในระหว่างแสงจุดต่าง ๆ

1437
01:26:53,541 --> 01:26:57,541
เราเห็นอะไร

1438
01:27:00,034 --> 01:27:00,806
มันเหมือนเห็นพื้นที่เปล่า

1439
01:27:00,806 --> 01:27:04,806
สีดำ ๆ มืด

1440
01:27:08,885 --> 01:27:12,885
แต่ตาเราสามารถเห็นโฟตองได้ประเภทหนึ่ง

1441
01:27:16,301 --> 01:27:20,301
แต่ในระดับนะครับ

1442
01:27:23,490 --> 01:27:27,490
ตาเราสามารถเห็นโฟรตอนที่มีคลื่นสั้นซึ่งน้อยมาก

1443
01:27:32,342 --> 01:27:33,919
เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถมีเครื่องดูโฟรตอนที่สุดในโลกนี้

1444
01:27:33,919 --> 01:27:37,919
เราจะสามารถเห็นแสงที่ซ่อนอยู่

1445
01:27:53,581 --> 01:27:55,067
จากดาวและ galaxy

1446
01:27:55,067 --> 01:27:57,011
นี่นะครับ

1447
01:27:57,011 --> 01:27:58,546
ซึ่งห่างจากเราเป็นพัน ๆ ๆ ล้าน

1448
01:27:58,546 --> 01:28:00,725
และเราก็สามารถเราอาจจะเห็นอะไรคล้าย ๆ

1449
01:28:00,725 --> 01:28:02,085
อย่างนี้

1450
01:28:02,085 --> 01:28:03,414
ซึ่งแสงเมื่อสมัยโลกเรานี่นะครับ

1451
01:28:03,414 --> 01:28:07,414
มีอายุเพียงไม่กี่พันปี

1452
01:28:08,438 --> 01:28:10,645
นี่คือสิ่งที่ใกล้ที่สุดสำหรับภาพของจักรวาลของเรา

1453
01:28:10,645 --> 01:28:13,030
แต่ว่าเดี๋ยวรอก่อน

1454
01:28:13,030 --> 01:28:17,030
อันนี้เป็นภาพเบบี๋เลยนะครับ

1455
01:28:44,761 --> 01:28:45,508
ซึ่งมีอายุหลายพันล้านอันนี้ก็แสดงว่าเป็น Baby

1456
01:28:45,508 --> 01:28:48,442
ที่เรียกว่า

1457
01:28:48,442 --> 01:28:50,173
แต่แสงก่อนที่จะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

1458
01:28:50,173 --> 01:28:51,294
ยังไม่มีเวลาที่จะมาถึงตัวเรา Galaxy ทั้งหมด

1459
01:28:51,294 --> 01:28:52,549
ที่เราเห็นในฟ้านี้เคลื่อนไหวออกไปในทุกทิศทาง

1460
01:28:52,549 --> 01:28:53,646
จักรวาลเราขยายตัวออกไป

1461
01:28:53,646 --> 01:28:54,580
เราอาจจะเคยได้ยินประโยคนั้นแล้ว

1462
01:28:54,580 --> 01:28:55,681
แต่หมายความว่าอย่างไร

1463
01:28:55,681 --> 01:28:57,069
จักรวาลเราเป็นอะไร

1464
01:28:57,069 --> 01:28:58,108
จักรวาลเราเหมือนบอลลูน

1465
01:28:58,108 --> 01:28:59,268
ที่อยู่ในกล่อง

1466
01:28:59,268 --> 01:29:03,151
ตัวบอลลูน

1467
01:29:03,151 --> 01:29:07,151
ลูกบอลมันขยายเต็มกล่อง

1468
01:29:09,518 --> 01:29:11,156
หรือเปล่า

1469
01:29:11,156 --> 01:29:12,455
ไม่ใช่

1470
01:29:12,455 --> 01:29:16,455
จักรวาลขยายออกไปสู่

1471
01:29:17,193 --> 01:29:20,545
มี Galaxy

1472
01:29:20,545 --> 01:29:22,726
ในจักรวาล

1473
01:29:22,726 --> 01:29:25,093
ของเรา

1474
01:29:25,093 --> 01:29:29,093
มีลักษณะเหมือนกับอย่างเป็นหมุด 2 อันนี้

1475
01:29:35,589 --> 01:29:39,589
เหมือนกับสมมุติเป็นมดบนผ้าผืนใหญ่

1476
01:29:58,332 --> 01:29:59,454
แต่ว่าพื้นที่อันนี้ของผ้าอันนี้ขยายตัวออกไป และถ้าเราคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่าง

1477
01:29:59,454 --> 01:30:00,414
กำลังเคลื่อนไหวออกไปซึ่งกันและกัน

1478
01:30:00,414 --> 01:30:04,414
เราสามารถย้อนกลับไปในเวลา

1479
01:30:05,060 --> 01:30:06,101
แล้วก็สามารถคิดได้ว่าประมาณล้านมาแล้ว จั

1480
01:30:06,101 --> 01:30:07,493
กรวาลทั้งหมดอาจจะมีขนาดเล็ก

1481
01:30:07,493 --> 01:30:11,493
หลังจากนั้น

1482
01:30:13,005 --> 01:30:17,005
มีการขยายตัวออกไปแต่จริง ๆ

1483
01:30:56,921 --> 01:30:58,740
นอกเหนือจากจักรวาล ตลอดช่วงเวลา 13.8 พันล้านปีนะครับ ข

1484
01:30:58,740 --> 01:30:59,756
ยายตัวในอัตราที่เสมอตัวอยู่ตลอดเวลานะครับ

1485
01:30:59,756 --> 01:31:03,756
แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมเราเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่ ๆ

1486
01:31:03,813 --> 01:31:04,403
ทำไมถึงตัวภาพของจักรวาล

1487
01:31:04,403 --> 01:31:05,228
เมื่อหลายพันปีมาแล้ว

1488
01:31:05,228 --> 01:31:09,228
ทำไมเราถึงยังเห็นหลายจุดแต่ว่าจริง ๆ

1489
01:31:15,002 --> 01:31:16,572
เราจะเห็นได้เลยว่าจริง ๆ แล้ว

1490
01:31:16,572 --> 01:31:19,576
เราไม่สามารถอธิบายอะไรได้เลย

1491
01:31:19,576 --> 01:31:23,576
ในขณะพร้อมกันกับที่จักรวาลขยายตัว ไม่ได้ขยายตัว

1492
01:31:27,093 --> 01:31:28,035
แต่ว่าในช่วงแรกมันอาจจะขยายตัวในอย่างรวดเร็ว

1493
01:31:28,035 --> 01:31:32,035
และหลังจากนั้นมันค่อย ๆ

1494
01:31:34,285 --> 01:31:35,019
ขยายตัวต่อไป

1495
01:31:35,019 --> 01:31:38,548
ทีละเล็กทีละน้อย

1496
01:31:38,548 --> 01:31:42,548
และการขยายตัวนี้ในช่วงแรกอาจจะไม่ใช่เรื่องเล็ก

1497
01:31:43,613 --> 01:31:47,613
ถ้าเกิดเราใช้ท่อ และเราขยายมัน

1498
01:31:59,645 --> 01:32:01,204
เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดบิ๊กแบงสำหรับจักรวาลเรา

1499
01:32:01,204 --> 01:32:02,443
การขยายตัวมันรวดเร็วกว่าความเร็วของแสงมาก

1500
01:32:02,443 --> 01:32:06,443
เพราะฉะนั้น

1501
01:32:08,562 --> 01:32:12,562
เป็นไปไม่ได้เลย

1502
01:32:16,548 --> 01:32:18,894
ที่เราจะทราบว่าอะไรเกิดกับจักรวาลที่เกิด Big Bang

1503
01:32:18,894 --> 01:32:22,894
ตอนที่จักรวาลเราเริ่มขยายตัว

1504
01:32:25,188 --> 01:32:26,891
ทุกอย่างขยายตัวแล้วก็ขยายห่างออกไปจากเราอยู่เรื่อย ๆ

1505
01:32:26,891 --> 01:32:30,891
ซึ่งทำให้

1506
01:32:30,986 --> 01:32:33,875
เราได้กรอบความคิดใหม่

1507
01:32:33,875 --> 01:32:35,108
ว่า

1508
01:32:35,108 --> 01:32:39,108
จักรวาลเราเป็นอย่างไร

1509
01:32:41,991 --> 01:32:43,422
นั่นคือจักรวาลที่เราสามารถมองเห็นได้

1510
01:32:43,422 --> 01:32:47,422
ซึ่งเป็น volume เล็กนิดเดียว

1511
01:32:50,940 --> 01:32:51,979
เป็นส่วนนิดเดียวของจักรวาล

1512
01:32:51,979 --> 01:32:53,177
และมันก็จะต้องเป็นส่วนที่เล็กมาก ๆ

1513
01:32:53,177 --> 01:32:57,177
เลยของจักรวาลใหญ่

1514
01:33:00,938 --> 01:33:03,268
ซึ่งจักรวาลใหญ่ซึ่งจะต้องมี universe

1515
01:33:03,268 --> 01:33:07,268
ผู้สังเกตการณ์ที่สังเกตได้จากจุดอื่น

1516
01:33:07,516 --> 01:33:11,516
แล้วเราจะไม่มีวันที่จะเช็กตรวจสอบได้ว่ามีจริงหรือเปล่า

1517
01:33:12,460 --> 01:33:16,266
แล้วสถานการณ์มีแต่ที่จะเลวร้ายมากขึ้นเรื่อย

1518
01:33:16,266 --> 01:33:18,294
ๆ

1519
01:33:18,294 --> 01:33:19,705
และถ้าเผื่อเรานึกถึงกรณีเรื่องของ

1520
01:33:19,705 --> 01:33:23,705
จักรวาล

1521
01:33:24,187 --> 01:33:28,187
ที่ขยายตัว

1522
01:33:32,663 --> 01:33:33,507
ต้องเกิดขึ้นตลอดกาล

1523
01:33:33,507 --> 01:33:34,612
แล้วแปลกมากทำให้เราต้องสรุปว่า

1524
01:33:34,612 --> 01:33:35,860
จักรวาลหรือโลกที่เราอยู่นั้น

1525
01:33:35,860 --> 01:33:39,860
และส่วนประกอบนี่นะครับ

1526
01:33:44,561 --> 01:33:46,282
ของฟ้าของเรานี่นะครับ

1527
01:33:46,282 --> 01:33:50,282
เราสามารถคิดของมันได้เหมือนกับเป็น 2 เรื่องต่างกัน

1528
01:33:55,738 --> 01:33:58,027
เพราะว่าโลกของเราชะลอการขยายตัว

1529
01:33:58,027 --> 01:33:58,522
ของจักรวาลที่เรารู้จักนี่

1530
01:33:58,522 --> 01:34:02,522
มันชะลอตัวแล้ว

1531
01:34:02,788 --> 01:34:03,922
แต่ว่าการขยายของจักรวาลใหญ่นี้จะขยายตัวต่อไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด

1532
01:34:03,922 --> 01:34:04,723
และโลก

1533
01:34:04,723 --> 01:34:07,162
ของเรา

1534
01:34:07,162 --> 01:34:08,680
มันเป็นตัว Bubble

1535
01:34:08,680 --> 01:34:10,025
เล็ก

1536
01:34:10,025 --> 01:34:13,513
ของ

1537
01:34:13,513 --> 01:34:14,634
จักรวาลใหญ่

1538
01:34:14,634 --> 01:34:15,974
และถ้าเผื่อเรามองพิจารณา

1539
01:34:15,974 --> 01:34:17,015
การขยายตัว

1540
01:34:17,015 --> 01:34:19,296
ของจักรวาล

1541
01:34:19,296 --> 01:34:21,830
นี่นะครับ

1542
01:34:21,830 --> 01:34:25,830
ไปอย่างไม่มี

1543
01:34:28,620 --> 01:34:29,072
จุดสิ้นสุด

1544
01:34:29,072 --> 01:34:30,412

1545
01:34:30,412 --> 01:34:34,412
และทำให้เราคิดได้ว่า

1546
01:34:49,058 --> 01:34:50,154
สิ่งที่เกิดขึ้นนี่นะครับ

1547
01:34:50,154 --> 01:34:54,154
ของเราเหมือนเป็น Bubble จริง ๆ

1548
01:35:04,061 --> 01:35:05,916
แล้วก็จะต้องมีเจ้า bubble

1549
01:35:05,916 --> 01:35:09,916
universe

1550
01:35:11,579 --> 01:35:12,385
ที่เป็น bubble

1551
01:35:12,385 --> 01:35:13,519
ที่เกิดขึ้นนี่นะครับ

1552
01:35:13,519 --> 01:35:14,308
สร้างในเรื่องอวกาศในลักษณะเดียวกัน จริง ๆ

1553
01:35:14,308 --> 01:35:15,434
แล้วในบับเบิลต่าง ๆ

1554
01:35:15,434 --> 01:35:16,203
เหล่านี้ในบับเบิลต่าง ๆ

1555
01:35:16,203 --> 01:35:18,149
เหล่านี้

1556
01:35:18,149 --> 01:35:20,890
ถ้าความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการขยายตัวของจักรวาลนี่

1557
01:35:20,890 --> 01:35:21,730
ก็จะต้องมีบับเบิลอื่นที่เหมือนจักรวาลของเราแล้วอาจจะต้องมี

1558
01:35:21,730 --> 01:35:22,716
ตัวเรานี่นะครับ

1559
01:35:22,716 --> 01:35:26,716
ในจักรวาลอันนั้น

1560
01:35:33,758 --> 01:35:37,758
แล้วก็ถ้าเผื่อความเข้าใจของเรา

1561
01:35:40,806 --> 01:35:44,412
เกี่ยวกับเรื่องของคณิตศาสตร์ตั้งแต่เกิด

1562
01:35:44,412 --> 01:35:48,412
Big Bang

1563
01:35:49,097 --> 01:35:51,082
แต่ผมเห็นได้จากใบหน้า

1564
01:35:51,082 --> 01:35:52,024
ของทุกท่านในที่นี้

1565
01:35:52,024 --> 01:35:53,050
ว่าแต่ละท่าน

1566
01:35:53,050 --> 01:35:56,576
ดูจะไม่เชื่อ

1567
01:35:56,576 --> 01:35:57,155
เพราะว่าผมเป็นนักทดสอบ

1568
01:35:57,155 --> 01:35:58,559
นักคิด

1569
01:35:58,559 --> 01:36:02,559
แล้วพวกคุณ

1570
01:36:05,866 --> 01:36:07,409
บอกว่าเราต้องการหลักฐาน

1571
01:36:07,409 --> 01:36:11,409
อันนี้แน่นอนว่าไม่มีหลักฐาน

1572
01:36:12,185 --> 01:36:13,556
แต่ว่ามันไม่ได้เป็นหลักฐานเดียว

1573
01:36:13,556 --> 01:36:14,852
ที่เราอาจจะอยู่ในโลก

1574
01:36:14,852 --> 01:36:18,852
ที่มี

1575
01:36:20,314 --> 01:36:22,288
ความหลากหลาย จั

1576
01:36:22,288 --> 01:36:26,288
กรวาลของเราดูจะเต็มไปด้วยตัวเลขที่เขาเรียกว่า

1577
01:36:28,815 --> 01:36:29,755
magic numbers

1578
01:36:29,755 --> 01:36:33,755
ที่เขาเรียกว่า

1579
01:36:36,752 --> 01:36:38,052
ตัวเลขมหาศาลโดยเราก็ไม่มีคำอธิบายว่าทำไม

1580
01:36:38,052 --> 01:36:38,660
อย่างเช่นเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล

1581
01:36:38,660 --> 01:36:39,716
โดยไร้เหตุผล

1582
01:36:39,716 --> 01:36:40,505
สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับผม

1583
01:36:40,505 --> 01:36:44,505
และเพื่อนของผม

1584
01:36:50,081 --> 01:36:50,819
นั่นก็พิกโบซอลแมส ค้นพบนะครับ

1585
01:36:50,819 --> 01:36:54,819
โดยในปี 2012

1586
01:36:55,449 --> 01:36:59,449
บางท่านอาจจะเคยได้ฟังแล้วว่า

1587
01:37:05,364 --> 01:37:09,364
เขาเรียกว่าเป็นกรอบพาติเคิล

1588
01:37:09,526 --> 01:37:10,348
เป็ย Particle

1589
01:37:10,348 --> 01:37:14,348
ที่ประหลาดมาก

1590
01:37:15,504 --> 01:37:18,691
ก็คือเป็นพาเนิลนะครับ

1591
01:37:18,691 --> 01:37:19,421
เป็นอุโมงค์

1592
01:37:19,421 --> 01:37:23,421
ระหว่างฝรั่งเศษ

1593
01:37:28,231 --> 01:37:32,231
ับประเทศสวิตฯ

1594
01:37:33,931 --> 01:37:36,282
ซึ่งเป็นอุโมงค์กว้าง 20 เมตร

1595
01:37:36,282 --> 01:37:40,282
และในอุโมงค์นี่

1596
01:37:51,707 --> 01:37:54,254
เราใช้วิธีการที่จะส่งโปรตอนเพื่อให้โปรตอนเคลื่อนไหวในอุโมงค์นี้ด้วยความเร็วของแสง

1597
01:37:54,254 --> 01:37:58,254
และเราก็ให้ชนกัน

1598
01:37:59,474 --> 01:38:00,754
แล้วเราก็เก็บเกี่ยวชิ้นส่วนเศษของสิ่งที่โปรตอน

1599
01:38:00,754 --> 01:38:01,938
ที่ชนกัน

1600
01:38:01,938 --> 01:38:03,388
เพื่อที่จะพยายามใช้

1601
01:38:03,388 --> 01:38:04,908
สิ่งเหล่านี้

1602
01:38:04,908 --> 01:38:08,908
นะครับ

1603
01:38:18,438 --> 01:38:19,434
เพื่อที่จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต

1604
01:38:19,434 --> 01:38:20,390
แล้วในที่สุดสิ่งที่เราค้นพบ

1605
01:38:20,390 --> 01:38:22,475
แล้วเราก็ค้นพบจากการทดสอบสิ่งที่เราทดสอบ

1606
01:38:22,475 --> 01:38:26,475
มันยาว

1607
01:38:28,786 --> 01:38:32,786
27.6 กิโลเมตร

1608
01:38:34,736 --> 01:38:37,205
แล้วผมอยากจะเชิญทุกท่านไปที่ประเทศสวิต เพื่อที่จะไปชมอุโมงค์นี้

1609
01:38:37,205 --> 01:38:38,219
ผู้ชายคนนี้เขายืนอยู่ตรงนั้น ถ้าไปดู

1610
01:38:38,219 --> 01:38:41,449
เราคงไม่อยากยืนตรงนั้น

1611
01:38:41,449 --> 01:38:43,942
แต่ ฮิกโพซอลติเคิล

1612
01:38:43,942 --> 01:38:45,105
ทำให้เราได้ค้นพบ

1613
01:38:45,105 --> 01:38:45,882
แล้วก็ได้มีการฉลอง

1614
01:38:45,882 --> 01:38:49,882
แล้วมีรางวัลโนเบล

1615
01:38:52,809 --> 01:38:56,809
แต่ว่านอกเหนือจากนั้นก็ยังมีการให้เราเกาหัวกัน

1616
01:39:03,022 --> 01:39:04,226
เราไม่ควรจะค้นพบสิ่งนี้เลย มีหลายอย่างที่เรายังหาอยู่

1617
01:39:04,226 --> 01:39:08,226
ที่เราไม่ได้หา

1618
01:39:12,214 --> 01:39:13,129
practical

1619
01:39:13,129 --> 01:39:14,970
อันนี้

1620
01:39:14,970 --> 01:39:17,889
เราไม่ได้หาพาติเคิลอันนี้

1621
01:39:17,889 --> 01:39:18,682
อย่างเช่นวัสดุมืด

1622
01:39:18,682 --> 01:39:19,685
ทุกท่านในที่นี้

1623
01:39:19,685 --> 01:39:23,202
ทุกวินาทีของทุกวัน

1624
01:39:23,202 --> 01:39:23,890
คุณมีพาติเคิล

1625
01:39:23,890 --> 01:39:26,610
ของวัตถุมืด

1626
01:39:26,610 --> 01:39:27,557
ที่อยู่ในร่างกายของเรา

1627
01:39:27,557 --> 01:39:30,608

1628
01:39:30,608 --> 01:39:31,714
ไม่ได้สิ่งที่ทำให้เราปวดศีรษะ

1629
01:39:31,714 --> 01:39:32,803
หรือ

1630
01:39:32,803 --> 01:39:34,642
จิตตก

1631
01:39:34,642 --> 01:39:35,739
แต่เราทราบว่ามี

1632
01:39:35,739 --> 01:39:39,739

1633
01:39:43,032 --> 01:39:43,851
เพราะเราเห็นอยู่ในคอสโมส

1634
01:39:43,851 --> 01:39:47,851
อยู่ใน Galaxy

1635
01:39:48,783 --> 01:39:52,783
มีคำถามที่เรายังไม่สามารถตอบได้

1636
01:39:56,163 --> 01:39:59,814
เราก็เลยอยากจะหาคำตอบด้วยเอ็กคาไลเดอร์

1637
01:39:59,814 --> 01:40:01,608
อันนี้ตอนที่เราค้นพบ พาติเคิลอันนี้

1638
01:40:01,608 --> 01:40:05,608
ทำให้เราเฉลิมฉลอง

1639
01:40:13,751 --> 01:40:15,057
เราต้องถามตัวเราเอง ทำไมเราเจอ Particle

1640
01:40:15,057 --> 01:40:16,068
นี้เหตุผลก็คือความใหญ่ของขนาด

1641
01:40:16,068 --> 01:40:18,169
ของการทดสอบ

1642
01:40:18,169 --> 01:40:21,455
ทำไมมันถึงได้ใหญ่

1643
01:40:21,455 --> 01:40:25,455
เพราะว่าเครื่อง

1644
01:40:25,458 --> 01:40:28,538
ยิ่งใหญ่เท่าไร

1645
01:40:28,538 --> 01:40:29,937
พลังงานก็ยิ่งสูงมากขึ้น

1646
01:40:29,937 --> 01:40:31,243
เรื่องของคีเนติก

1647
01:40:31,243 --> 01:40:32,619
อีเนอจี

1648
01:40:32,619 --> 01:40:34,355
ถ้าเผื่อเราทำให้มันไปเร็วขึ้น

1649
01:40:34,355 --> 01:40:38,355
มันก็คือมากขึ้นของ

1650
01:40:48,560 --> 01:40:49,479
ไอสไตน์ E ก็คือพลังงาน M คือเป็นมาร์ส

1651
01:40:49,479 --> 01:40:50,265
ซึ่งเราควบคุมไม่ได้

1652
01:40:50,265 --> 01:40:51,985
และ March

1653
01:40:51,985 --> 01:40:53,353
ไม่เหมือนกัน

1654
01:40:53,353 --> 01:40:55,487
สำหรับพาร์ติเคิล

1655
01:40:55,487 --> 01:40:56,744
เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิด

1656
01:40:56,744 --> 01:41:00,744
โดยธรรมชาติ

1657
01:41:01,104 --> 01:41:04,787
เราสามารถวัดมันได้เท่านั้น

1658
01:41:04,787 --> 01:41:07,500
และเราสร้าง

1659
01:41:07,500 --> 01:41:09,481
ที่มีพลังงาน

1660
01:41:09,481 --> 01:41:10,598
เราไม่สามารถที่จะเจอเจ้าตัว

1661
01:41:10,598 --> 01:41:14,598
M

1662
01:41:20,881 --> 01:41:24,864
เพราะฉะนั้้นเราจึงต้องใช้เครื่องใหญ่ ๆ

1663
01:41:24,864 --> 01:41:28,864
คอไลเดอร์ถึงได้มีขนาดใหญ่ ถ้าเราพิจารณาทางด้านหลัก

1664
01:41:31,614 --> 01:41:35,614
คณิตศาสตร ไม่มีอะไรที่ทำให้ฮิกโมวอล มาร์ช

1665
01:41:35,949 --> 01:41:39,949
ที่สามารถที่จะขยายและมีขนาดใหญ่

1666
01:41:39,963 --> 01:41:43,071
ใหญ่มากขึ้นกว่า

1667
01:41:43,071 --> 01:41:47,071
แต่เรื่องของการพบพาร์ติเคิลทางด้านฝั่งนี้ค่ะ

1668
01:41:57,593 --> 01:42:01,242
ซึ่งแปลกมากเลย

1669
01:42:01,242 --> 01:42:03,353
ทำให้ฮิกโบซอลมาร์กเหมือนมีในเรื่องของเป็นชั้นอยู่ตรงนั้น

1670
01:42:03,353 --> 01:42:05,376
ซึ่งทำให้ฮิกโบซอลพาร์ติเคิลไปอยู่ตรงนั้น

1671
01:42:05,376 --> 01:42:06,976
แล้วมันอาจจะมีอีกหลายพาติเคิล

1672
01:42:06,976 --> 01:42:10,976
อาจจะมีพาติเคิลอยู่แถวนั้น

1673
01:42:14,018 --> 01:42:18,018
ซึ่งจะสามารถอธิบายอะไรได้เยอะมาก

1674
01:42:27,803 --> 01:42:28,768
แต่ว่าเราไม่พบ particle อื่น

1675
01:42:28,768 --> 01:42:29,824
ตรงนั้นเลย

1676
01:42:29,824 --> 01:42:33,824
ซึ่งเป็นสิ่งที่ประหลาดมาก

1677
01:42:45,781 --> 01:42:49,781
อะไรทำให้ทำให้ Higgs boson

1678
01:42:51,695 --> 01:42:55,300
ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราพบ Higgs masses นี้

1679
01:42:55,300 --> 01:42:58,088
เพราะถ้าไอ้ตัว Higgs boson

1680
01:42:58,088 --> 01:42:59,559
มีการ March ต่างจากที่เราวัด

1681
01:42:59,559 --> 01:43:00,792
จักรวาลของเราก็อาจจะเป็นสัตว์

1682
01:43:00,792 --> 01:43:02,033
ลักษณะต่างจากที่เรารู้จักมัน Higgs masses

1683
01:43:02,033 --> 01:43:02,951
ที่เป็นการพิสูจน์มันเป็นเจลลี่

1684
01:43:02,951 --> 01:43:04,792
และ Hack Fell

1685
01:43:04,792 --> 01:43:05,729
เรามองไม่เห็นเราไม่รู้สึก

1686
01:43:05,729 --> 01:43:06,482
แต่ Particle

1687
01:43:06,482 --> 01:43:08,375
ในตัวเรานี้

1688
01:43:08,375 --> 01:43:12,375
ทราบว่าเจลลี่อันนี้อยู่ตรงนี้

1689
01:43:14,444 --> 01:43:15,272
เพราะเอนิจี่ของเรา

1690
01:43:15,272 --> 01:43:16,104
เราวัดเจลลี่นี่

1691
01:43:16,104 --> 01:43:19,952
ว่าเป็นมาร์ช

1692
01:43:19,952 --> 01:43:23,952
ซึ่งอิเล็กตรอนในร่างกายเรา

1693
01:43:26,689 --> 01:43:30,689
ถ้าอิเล็กตรอนในร่างกายเรา

1694
01:43:34,787 --> 01:43:35,776
ไม่ได้รู้สึกถึง Higgs

1695
01:43:35,776 --> 01:43:39,776
ฟีลของอิเล็กตรอน

1696
01:43:40,566 --> 01:43:43,471
ก็จะมี March 0

1697
01:43:43,471 --> 01:43:44,486
ซึ่งก็จะแย่มากเพราะถ้าอิเล็กตรอนเป็นศูนย์มี

1698
01:43:44,486 --> 01:43:46,023
masses

1699
01:43:46,023 --> 01:43:46,816
ที่เป็นศูนย์ในขณะที่เกิดบิ๊กแบง

1700
01:43:46,816 --> 01:43:47,953
อาดามก็จะไม่เกิด แ

1701
01:43:47,953 --> 01:43:48,806
ละคุณ

1702
01:43:48,806 --> 01:43:50,295
และผมก็จะไม่ได้คุย

1703
01:43:50,295 --> 01:43:52,984
ก็จะไม่เกิดที่นี่

1704
01:43:52,984 --> 01:43:55,873
เพราะฉะนั้นดีที่ Higgs boson

1705
01:43:55,873 --> 01:43:56,426
มีอยู่

1706
01:43:56,426 --> 01:43:56,833
ทำไม

1707
01:43:56,833 --> 01:44:00,134
Higgs

1708
01:44:00,134 --> 01:44:04,062
boson

1709
01:44:04,062 --> 01:44:04,840
มี แต่ว่าทำไม masses

1710
01:44:04,840 --> 01:44:06,526
ถึงอยู่ตรงนั้น ต่

1711
01:44:06,526 --> 01:44:08,533
อคำถาม

1712
01:44:08,533 --> 01:44:09,906
ว่าทำไมเราอาจจะโชคดี

1713
01:44:09,906 --> 01:44:12,519
แต่ว่าโชคที่ผมพูดถึงนี้เป็นโชคพิเศษ

1714
01:44:12,519 --> 01:44:16,519
ธรรมชาติชอบการกระจายนี่นะ

1715
01:44:20,803 --> 01:44:24,803
ในเรื่องธรรมชาติ

1716
01:44:25,323 --> 01:44:26,545
อัตราการเต้นของหัวใจของพวกเรา

1717
01:44:26,545 --> 01:44:29,299
ทุกคนนี่นะครับ

1718
01:44:29,299 --> 01:44:30,268
มันเต้นตามจังหวะ

1719
01:44:30,268 --> 01:44:34,268
ณ

1720
01:44:41,408 --> 01:44:42,688
ขณะเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นตัว ฟิสิกส์  คณิตศาสตร์

1721
01:44:42,688 --> 01:44:44,544
และสถิตินี้มันเป็นส่วนหนึ่งของ

1722
01:44:44,544 --> 01:44:48,544
ของจักรวาลของเรา

1723
01:45:01,487 --> 01:45:03,456
และถ้าเผื่อ Boson

1724
01:45:03,456 --> 01:45:05,889
มาร์ช

1725
01:45:05,889 --> 01:45:09,889
และมาร์ชของเราเป็นแค่ส่วนหนึ่งของคุณค่าต่าง ๆ

1726
01:45:11,111 --> 01:45:11,696
ที่มาร์ชอื่น ๆ

1727
01:45:11,696 --> 01:45:12,366
ที่มีอยู่นี่นะครับ

1728
01:45:12,366 --> 01:45:16,366
สามารถที่จะมีได้

1729
01:45:21,260 --> 01:45:22,353
ค่าของ Higgs boson

1730
01:45:22,353 --> 01:45:24,315
มาร์ชอาจจะต่างจากนั้น

1731
01:45:24,315 --> 01:45:27,022
แล้วมันก็อาจจะน่าเบื่อและเราไม่มีวันอยากจัดการประชุมที่นั่น

1732
01:45:27,022 --> 01:45:28,056
แต่ว่าเรา

1733
01:45:28,056 --> 01:45:29,054
ต้องเลือก

1734
01:45:29,054 --> 01:45:30,201
ว่าข้อพิจารณาอันไหน

1735
01:45:30,201 --> 01:45:33,503
หรือข้อคิดไหนที่ถูกต้อง

1736
01:45:33,503 --> 01:45:37,421
แต่ว่า

1737
01:45:37,421 --> 01:45:38,488
เป็นแค่หลักฐานหนึ่ง

1738
01:45:38,488 --> 01:45:42,488
ว

1739
01:45:46,651 --> 01:45:48,890
่า

1740
01:45:48,890 --> 01:45:50,222
เราควรที่จะพิจารณาประเด็นนี้อย่างจริงจัง

1741
01:45:50,222 --> 01:45:52,431
หรือหลักการนี้อย่างจริงจัง

1742
01:45:52,431 --> 01:45:53,439
แต่ผมก็เห็นว่าใบหน้าของทุกท่านนี้งงมาก

1743
01:45:53,439 --> 01:45:54,907
อันนี้ไม่ใช่หลักฐาน

1744
01:45:54,907 --> 01:45:56,286
แล้วคุณจะไปทดสอบหลักการของคุณได้อย่างไร

1745
01:45:56,286 --> 01:45:57,984
ผมชอบวิธีคิดของคุณ

1746
01:45:57,984 --> 01:45:58,848
และเรามีความคิด 2 - 3 อย่าง

1747
01:45:58,848 --> 01:46:00,338

1748
01:46:00,338 --> 01:46:04,338
ว่าเราจะทดสอบ

1749
01:46:04,677 --> 01:46:07,419
ความคิดนี้

1750
01:46:07,419 --> 01:46:08,103
ว่าเราอยู่ในจักรวาลที่มีความหลากหลายหรือเปล่าแต่จริง ๆ

1751
01:46:08,103 --> 01:46:08,922
แล้วนี่ก็มีนะ

1752
01:46:08,922 --> 01:46:12,382
มีความท้าทาย

1753
01:46:12,382 --> 01:46:16,382
ในการที่จะพิสูจน์

1754
01:46:17,687 --> 01:46:19,374
ก่อนอื่นก็คือเราสามารถที่จะหา

1755
01:46:19,374 --> 01:46:23,374
มั้มในจักรวาลของเรา

1756
01:46:25,287 --> 01:46:27,328
จำได้ไหมครับว่า

1757
01:46:27,328 --> 01:46:29,911
อาจจะมีจักรวาล

1758
01:46:29,911 --> 01:46:31,280
อีกนับไม่ถ้วน

1759
01:46:31,280 --> 01:46:35,280
แล้วลองคิดดูว่าถ้าเกิด

1760
01:46:37,776 --> 01:46:41,776
มี 2 จักรวาลที่เติบโตขึ้นมาข้าง ๆ กัน

1761
01:46:43,090 --> 01:46:45,342
แล้วก็มา Bump กัน

1762
01:46:45,342 --> 01:46:46,718
จุดสีฟ้าเข้มนี้หรือเปล่า

1763
01:46:46,718 --> 01:46:50,718
ว่าตอนที่จักรวาลเราเริ่มขยาย

1764
01:46:53,119 --> 01:46:57,119
ก็มีอีกจักรวาลหนึ่งที่ขยายตัวเหมือนกัน

1765
01:46:58,362 --> 01:47:01,198
และมันก็ชนกัน จริง ๆ ก็ไม่มีใครทราบนะครับ

1766
01:47:01,198 --> 01:47:05,198
ว่าอันนี้มีความเป็นไปได้ไหม

1767
01:47:10,319 --> 01:47:14,110
แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะต้องพยายามหาพาติเคิลนี้ต่อไป

1768
01:47:14,110 --> 01:47:18,110
และเพราะฉะนั้นนี่มันก็จะดี

1769
01:47:18,388 --> 01:47:22,388
ที่เจอ Particle

1770
01:47:26,072 --> 01:47:28,836
ที่เราพบในเรื่องของพาติเคิล

1771
01:47:28,836 --> 01:47:32,836
มันอาจจะทำให้เราพอใจ

1772
01:47:35,247 --> 01:47:36,706
และอย่างน้อยเราจะได้ข้อคิดว่าจริง ๆ

1773
01:47:36,706 --> 01:47:39,331
เราอาจจะไม่ได้อยู่ในจักรวาลที่มีความหลากหลาย

1774
01:47:39,331 --> 01:47:41,046
และตอนนี้เราก็มีแผน

1775
01:47:41,046 --> 01:47:45,046
ที่เราจะสร้างคอลไลเดอร์

1776
01:47:46,648 --> 01:47:48,301
ที่มีขนาดเป็น 100 กิโลเมตร

1777
01:47:48,301 --> 01:47:51,660
ที่จะช่วยให้เราเข้าใจ

1778
01:47:51,660 --> 01:47:52,910
จักรวาลเราดีขึ้น

1779
01:47:52,910 --> 01:47:56,910
แล้วจะเพียงพอไหม

1780
01:47:59,052 --> 01:48:03,052
ถ้าเผื่อในอีก 20-30 ปี

1781
01:48:04,111 --> 01:48:05,334
สร้างอุโมงค์ใหญ่ขึ้นนั้น

1782
01:48:05,334 --> 01:48:06,622
เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้ค้นพบอะไร

1783
01:48:06,622 --> 01:48:09,471
เพราะฉะนั้น

1784
01:48:09,471 --> 01:48:13,471
เราทุกคนอยู่ในโลกจักรวาลที่มี

1785
01:48:13,800 --> 01:48:14,946
ความหลากหลาย มันไม่เพียงพอ

1786
01:48:14,946 --> 01:48:16,999
เราจะต้องพิจารณา

1787
01:48:16,999 --> 01:48:20,999
ทำไมเราไม่สร้าง

1788
01:48:24,444 --> 01:48:28,444
Particle ที่จะวนรอบ ๆ

1789
01:48:31,534 --> 01:48:33,119
พระจันทร์ แล้วถ้าเผื่อ particle อยู่ข้างบนนั้น

1790
01:48:33,119 --> 01:48:35,064
แล้วเราต้องอะไรใหญ่ ๆ ถึงนั้น

1791
01:48:35,064 --> 01:48:35,990
และถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก

1792
01:48:35,990 --> 01:48:39,990
ที่จะไปที่โลกพระจันทร์

1793
01:48:40,302 --> 01:48:44,302
มีพวกมหาเศรษฐ

1794
01:48:46,410 --> 01:48:48,369
ีที่อยากจะไปทำอะไรหลายอย่างในโลกพระจันทร์

1795
01:48:48,369 --> 01:48:52,369
ผมอาจจะไปสร้างนะครับ

1796
01:49:01,955 --> 01:49:03,631
ในเรื่องของห้องแล็บทางด้านวิทยาศาสตร์ที่โลกพระจันทร์ และนี่คือสิ่งที่ผมต้องการ

1797
01:49:03,631 --> 01:49:04,674
ถ้าเผื่อมีใครในห้องนี้ที่จะช่วยได้

1798
01:49:04,674 --> 01:49:06,365
ผมอยากจะได้แม่เหล็ก

1799
01:49:06,365 --> 01:49:10,365
ต้องมีใครที่จะช่วย

1800
01:49:12,229 --> 01:49:14,315
แล้วจะต้องมีระบบการขนส่งในอวกาศ

1801
01:49:14,315 --> 01:49:18,315
และจะต้องใหญ่มาก

1802
01:49:19,510 --> 01:49:22,728
เพื่อจะ

1803
01:49:22,728 --> 01:49:26,728
่งคนและอุปกรณ์

1804
01:49:29,910 --> 01:49:30,990
แล้วถ้าเผื่อเราจะไปสร้างอุโมงค์

1805
01:49:30,990 --> 01:49:31,950
เราจะต้องไปใช้ทรัพยากรเยอะมาก

1806
01:49:31,950 --> 01:49:33,137
เราอาจจะใช้

1807
01:49:33,137 --> 01:49:37,137
หุ่นยนต์นะ

1808
01:49:38,490 --> 01:49:40,222
เพื่อที่จะทำงานนี้ เพื่อเราหรือเรา

1809
01:49:40,222 --> 01:49:44,222
ไม่จำเป็นจะต้องขุดอุโมงค์

1810
01:49:47,646 --> 01:49:51,534
เราจำเป็นที่จะต้องใช้ในเรื่อง AI

1811
01:49:51,534 --> 01:49:55,534
และเทคนิคในการ

1812
01:49:59,470 --> 01:50:02,351
เราจำเป็นที่จะมีระบบการสื่อสารนะครับ

1813
01:50:02,351 --> 01:50:05,374
ที่ดีระหว่างพระจันทร์กับโลกเรา

1814
01:50:05,374 --> 01:50:08,090
อาจจะเป็นนิวเคลียร์หรือเป็นพลังแสงอาทิตย์

1815
01:50:08,090 --> 01:50:11,166
หรือพลังอื่นที่เรายังไม่ได้คิดเลย

1816
01:50:11,166 --> 01:50:14,642
แล้วมันจะเพียงพอไหม

1817
01:50:14,642 --> 01:50:18,642
ถ้าเราสร้าง

1818
01:50:23,163 --> 01:50:23,974
Co rider

1819
01:50:23,974 --> 01:50:24,595
ที่โลกพระจันทร์

1820
01:50:24,595 --> 01:50:25,542
แล้วผมจะพอใจไหม

1821
01:50:25,542 --> 01:50:26,413
ไม่

1822
01:50:26,413 --> 01:50:30,413
เพื่อทำให้ดี

1823
01:50:32,723 --> 01:50:33,844
เพื่อตอบคำถามนี้ เราจะต้องของ Energy

1824
01:50:33,844 --> 01:50:34,422
สูงจนเขาเรียกว่าพลัง

1825
01:50:34,422 --> 01:50:35,450
Scale

1826
01:50:35,450 --> 01:50:36,950
ซึ่งเป็น scale

1827
01:50:36,950 --> 01:50:38,325
ที่เราจะได้คำตอบสำหรับ

1828
01:50:38,325 --> 01:50:40,450
ทุกอย่าง

1829
01:50:40,450 --> 01:50:41,941
เราจะเข้าใจในควอนตัม

1830
01:50:41,941 --> 01:50:45,781
แรงดึงดูด

1831
01:50:45,781 --> 01:50:49,781
Higgs boson

1832
01:50:50,263 --> 01:50:52,715
เกี่ยวกับเรื่องยูเทนอล

1833
01:50:52,715 --> 01:50:56,715
แล้วเราก็จะเข้าใจว่าเราอยู่ในจักรวาลหลากหลายไหม

1834
01:51:05,722 --> 01:51:06,582
สิ่งที่เราต้องสร้างคอลไลเดอร์ Particle

1835
01:51:06,582 --> 01:51:09,555
ในระบบสุริยะจักรวาล

1836
01:51:09,555 --> 01:51:13,555
แล้วเราจะต้องมีนวัตกรรมที่จะสามารถ

1837
01:51:16,091 --> 01:51:16,820
ทำเช่นนั้นได้

1838
01:51:16,820 --> 01:51:20,820
แต่ขณะนี้

1839
01:51:35,091 --> 01:51:36,446
เราอยู่ที่ Digital

1840
01:51:36,446 --> 01:51:37,815
Big bang

1841
01:51:37,815 --> 01:51:41,668
โดยทุกคนกำลังมีความฝันที่จะเป็นนักนวัตกรรม

1842
01:51:41,668 --> 01:51:42,572
แต่ว่าถ้าสร้างถ้าเราจะสามารถเคตอนคอไลน์ที่สุด

1843
01:51:42,572 --> 01:51:44,924
กับคำตอบ

1844
01:51:44,924 --> 01:51:45,823
ที่เราจะได้

1845
01:51:45,823 --> 01:51:46,637
ถึงแม้ว่าเราจะพบหลักฐานว่าเราอยู่ในโลก

1846
01:51:46,637 --> 01:51:49,718
ในจักรวาลที่หลากหลาย

1847
01:51:49,718 --> 01:51:50,542
มันจะไม่มีทางที่ผมจะสามารถติดต่อ

1848
01:51:50,542 --> 01:51:54,542
กับ

1849
01:52:02,457 --> 01:52:05,043
จักรวาลอื่นได้

1850
01:52:05,043 --> 01:52:07,597
เพราะฉะนั้นหมายความว่า

1851
01:52:07,597 --> 01:52:08,837
เพราะฉะนั้นคำถามนี้เป็นคำถามที่ไร้ความหมายหรือเปล่า

1852
01:52:08,837 --> 01:52:10,095
คุณอาจจะบอกว่าใช่

1853
01:52:10,095 --> 01:52:10,760
หลายคนก็อาจจะเห็นด้วยกับคุณ

1854
01:52:10,760 --> 01:52:11,951
นักวิทยาศาสตร์บางคนก็สงสัย

1855
01:52:11,951 --> 01:52:12,748
หรือโจมตีความพยายามของเราที่จะสร้าง

1856
01:52:12,748 --> 01:52:13,493
โคไลเนอร์

1857
01:52:13,493 --> 01:52:17,157
เพื่อสร้างคำตอบ

1858
01:52:17,157 --> 01:52:21,157
โดยบอกว่าคำถามเหล่านี้

1859
01:52:22,704 --> 01:52:25,998
เป็นคำถามที่ไม่เป็นทางด้านวิทยาศาสตร์

1860
01:52:25,998 --> 01:52:27,110
ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์

1861
01:52:27,110 --> 01:52:31,110
เราเริ่มจากการพิจารณาในจักรวาลองเรา

1862
01:52:33,943 --> 01:52:37,943
ในมุมมองทางด้านวิทยาศาสตร์

1863
01:52:41,697 --> 01:52:43,036
และเราจะได้ข้อสรุปว่าเราอยู่ในโลกที่มีความหลากหลาย

1864
01:52:43,036 --> 01:52:46,196
จักรวาลที่มีความหลากหลาย

1865
01:52:46,196 --> 01:52:47,120
แต่การที่เราไม่สามารถตอบคำถามนั้น

1866
01:52:47,120 --> 01:52:48,133
ในขณะนี้เราไม่มีวันตอบคำถามได้

1867
01:52:48,133 --> 01:52:51,660
การที่จะมีมูล

1868
01:52:51,660 --> 01:52:53,221
เมื่อหลายปีมาแล้วเราอาจจะคิดว่า

1869
01:52:53,221 --> 01:52:55,162
เป็นเรื่องที่

1870
01:52:55,162 --> 01:52:56,351
เป็นไปไม่ได้

1871
01:52:56,351 --> 01:53:00,351
ดูเหมือนกับการที่จะสร้าง

1872
01:53:24,333 --> 01:53:25,235
moon collider

1873
01:53:25,235 --> 01:53:25,908
มันก็จะเป็นไปได้

1874
01:53:25,908 --> 01:53:28,281
ไอ้สิ่งที่เป็นไม่ได้

1875
01:53:28,281 --> 01:53:29,711
ทำให้เป็นไปได้ ถ้าไม่อย่างนั้นมีคนที่ไม่เห็นด้วย ทำไมกับการถามคำถามแบบนี้

1876
01:53:29,711 --> 01:53:31,606
เขากลัวคำตอบหรือเปล่า และนี่คือความกลัวเดียวกัน

1877
01:53:31,606 --> 01:53:34,164
ซึ่งทำให้คนในอดีตขัดข้านคำถาม เหมือนอย่างกับโลก

1878
01:53:34,164 --> 01:53:34,917
โลกอยู่ตรงกลางของระบบสุริยจักรวาล

1879
01:53:34,917 --> 01:53:35,717
หรือดาวนี้นะครับ ว

1880
01:53:35,717 --> 01:53:37,662
าดขึ้นไปในเพดาน

1881
01:53:37,662 --> 01:53:41,662
ในเพดาน

1882
01:53:43,908 --> 01:53:47,908
ที่อยู่เหนือเรา

1883
01:53:58,294 --> 01:53:59,022
ไปนิดหน่อย แล้วเราอาจจะไม่ได้พิเศษมากอย่างที่เราคิดว่าเราเป็นคำกลัวนั้น

1884
01:53:59,022 --> 01:53:59,644
พวกคุณกลัวไหม

1885
01:53:59,644 --> 01:54:01,078
ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

1886
01:54:01,078 --> 01:54:01,757
ถ้าเผื่อคุณเลิกทำงานซึ่งคุณรู้สึกปลอดภัย

1887
01:54:01,757 --> 01:54:03,269
และมั่นคง

1888
01:54:03,269 --> 01:54:05,845
และคุณจะเริ่มก่อตั้งองค์การที่จะช่วยคน

1889
01:54:05,845 --> 01:54:08,227
ที่จะย้ายถิ่น

1890
01:54:08,227 --> 01:54:09,539
เนื่องจากความขัดแย้ง

1891
01:54:09,539 --> 01:54:13,539
หรือ

1892
01:54:23,715 --> 01:54:26,085
ถ้าคุณอยากจะมาร่วมงานกับผมที่เซิร์น

1893
01:54:26,085 --> 01:54:27,197
สำหรับการสร้างทางด้าน ฟิสิกส์

1894
01:54:27,197 --> 01:54:31,197
สร้าง Moon collider

1895
01:54:39,250 --> 01:54:41,421
หรือโซลาซิสเตมโคไลเดอร์นั่นก็คือการใช้เทคโนโลยีปัจจุบัน ขยายมันแต่เทคโนโลยีต่าง ๆ

1896
01:54:41,421 --> 01:54:45,421
เหล่านี้มีอายุหลายสิบปีแล้ว

1897
01:54:46,036 --> 01:54:49,181
แต่ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของการ

1898
01:54:49,181 --> 01:54:53,076
แต่ผมไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้

1899
01:54:53,076 --> 01:54:57,076
เพราะฉะนั้นผมสามารถโฆษณานี้ได้

1900
01:55:02,644 --> 01:55:04,820
ถ้าเกิดขึ้นพยายามที่จะไปร่วมงานกับ

1901
01:55:04,820 --> 01:55:06,990
คนที่สมองใสมากที่สุดในโลก

1902
01:55:06,990 --> 01:55:08,701
เพื่อที่จะเข้าใจความเร้นลับของธรรมชาติ

1903
01:55:08,701 --> 01:55:12,701
หรือคุณแทนที่จะทำเรื่อง

1904
01:55:26,481 --> 01:55:28,428
ับเรื่องของ App เ

1905
01:55:28,428 --> 01:55:28,956
กี่ยวกับ

1906
01:55:28,956 --> 01:55:30,396
Smart phone

1907
01:55:30,396 --> 01:55:31,715
หาวิธีการแก้ไขปัญหาความยากจน

1908
01:55:31,715 --> 01:55:32,871
หรือทำให้ปฏิบัติต่อมนุษย์ทุกคน

1909
01:55:32,871 --> 01:55:33,612
มีเกียรติ แต่จริง ๆ

1910
01:55:33,612 --> 01:55:35,333
เราก็ไม่ทราบ

1911
01:55:35,333 --> 01:55:36,461
แล้วก็ไม่มีวันทราบว่าผลจะเป็นอย่างไรถ้าเผื่อเรากระโดดไป

1912
01:55:36,461 --> 01:55:38,144
สำหรับผม

1913
01:55:38,144 --> 01:55:42,144
ความปลอดภัยของความไม่รู้

1914
01:55:43,424 --> 01:55:47,189
เมื่อเทียบกับความสุข

1915
01:55:47,189 --> 01:55:48,147
ขอไม่รู้นี่นะครับ

1916
01:55:48,147 --> 01:55:49,493
เมื่อเทียบกับความสุขนะครับ

1917
01:55:49,493 --> 01:55:50,435
เมื่อเทียบกับ

1918
01:55:50,435 --> 01:55:51,844
ความรู้

1919
01:55:51,844 --> 01:55:53,284
ถามตัวเอง

1920
01:55:53,284 --> 01:55:54,116
คำถามยาก ๆ

1921
01:55:54,116 --> 01:55:55,462
ของการก้าวออกไป

1922
01:55:55,462 --> 01:55:57,980
ที่เราพูดเป็นความไม่รู้จริง

1923
01:55:57,980 --> 01:55:59,508
เพราะว่า

1924
01:55:59,508 --> 01:56:03,508
สิ่งที่เราไม่รู้จริง

1925
01:56:09,612 --> 01:56:10,587
เพราะว่าสิ่งที่เราเห็นนี้ทำให้เรามีอะไรหลายอย่างที่เรามองไม่เห็น

1926
01:56:10,587 --> 01:56:12,851
จริง ๆ

1927
01:56:12,851 --> 01:56:14,612
แล้วพวกเราไม่จำเป็นจะต้องกลัวคำถามที่ใหญ่โต

1928
01:56:14,612 --> 01:56:16,388
ความหลากหลายของจักรวาล เ

1929
01:56:16,388 --> 01:56:20,388
พราะว่า

1930
01:56:25,607 --> 01:56:27,186
มีเรื่องหนึ่งที่เราทราบได้ด้วยความมั่นใจว่า

1931
01:56:27,186 --> 01:56:28,519
อย่างน้อยมีจักรวาลหนึ่ง

1932
01:56:28,519 --> 01:56:31,794
และพวกเรา

1933
01:56:31,794 --> 01:56:35,794
ถ้าพวกเราถามเกี่ยวกับจักรวาลรอบตัวเรา

1934
01:56:39,660 --> 01:56:43,660
เราเป็นวิธีการที่จักรวาลนี้

1935
01:56:44,379 --> 01:56:47,516
ถามคำถาที่จักรวาลนี้ถามคำถามต่อตัวเอง

1936
01:56:47,516 --> 01:56:48,268
และผมเห็นทั้งโลก

1937
01:56:48,268 --> 01:56:52,268
คนที่โทษ

1938
01:57:01,706 --> 01:57:02,651
เวลาเห็นปัญหาก็โทษว่าเป็นปัญหาที่ก่อโดยคนอื่น ทั้งคนรวย

1939
01:57:02,651 --> 01:57:03,340
และคนยากจน

1940
01:57:03,340 --> 01:57:07,340
ถ้าเราเห็นนะครับ

1941
01:57:12,235 --> 01:57:14,774
การที่เราพยายามเพื่อทำลายทรัพยากรที่เรามีอยู่ในจักรวาล

1942
01:57:14,774 --> 01:57:17,987
และเวลาผมคิดเกี่ยวกับเมโลดี้เพื่อนผม

1943
01:57:17,987 --> 01:57:21,987
และเพื่อนคนอื่นที่มักจะล้อเมโลดี

1944
01:57:22,557 --> 01:57:26,050
และทำให้เมโลดี

1945
01:57:26,050 --> 01:57:30,050
ไปเรียนได้ยาก

1946
01:57:31,222 --> 01:57:33,547
และทำไมเมโลดี้ไม่เคยไปเรียนโรงเรียนระดับมหาวิทยาลัย

1947
01:57:33,547 --> 01:57:36,066
ผมรู้สึกโกรธ

1948
01:57:36,066 --> 01:57:40,066
ไม่เชิงโกรธแบบปกติ

1949
01:57:44,477 --> 01:57:46,243
แต่ในฐานะของนักฟิสิกส์

1950
01:57:46,243 --> 01:57:48,574
ผมมีอีกชั้นหนึ่งของความโกรธ

1951
01:57:48,574 --> 01:57:52,574
เพราะผมคิดว่าในเมื่อเราปล่อยให้เกิดปัญหาเหล่านี้

1952
01:57:57,957 --> 01:58:00,608
เรากำลังไม่ปฏิบัติตามความจริงของจักรวาลนี้

1953
01:58:00,608 --> 01:58:04,608
คุณและผมเราเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลนี้เราอยู่ร่วมกันในจักรวาล

1954
01:58:06,302 --> 01:58:10,302
และเมื่อกลับไปไปที่ก้อนหินสีแดง

1955
01:58:15,508 --> 01:58:17,494
สีแดงที่ UTha

1956
01:58:17,494 --> 01:58:18,344
ผมบอกเมโลดี้ว่าทุกอย่างรอบตัวผมดูน่ากลัวมาก

1957
01:58:18,344 --> 01:58:22,344
และเมโลดี้บอกว่าใช่น่ากลัว

1958
01:58:24,801 --> 01:58:28,801
แต่ว่ามันจะยิ่งน่ากลัวกว่านี้อีกถ้าเราอยู่ตรงนี้คนเดียว

1959
01:58:36,268 --> 01:58:39,264
และผมมองดูเมโลดี้

1960
01:58:39,264 --> 01:58:41,178
แล้วบอกว่าใช่ และเรา และเรา 2 คนก็มองขึ้นไปบนฟ้า

1961
01:58:41,178 --> 01:58:42,584
เห็นดาวเห็นกาแลคซี่

1962
01:58:42,584 --> 01:58:46,584
จากไกลโพ้น ขอบคุณมากครับ

1963
01:58:48,172 --> 01:58:52,172
[ภาษาต่างประเทศ]

