--- title: (บ่ายรอบสอง) งานมหกรรมแสดงนวัตกรรมดิจิทัล ระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” subtitle: date: วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 14.31 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) อยู่ข้างหลัง โต๊ะข้างหลังได้เลยค่ะ [ภาษาต่างประเทศ] [เสียงดนตรี]ขอบคุณมากครับ ผมชื่อก็ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมกับเราในวันนี้ คุณมาจากสิงคโปร์ แต่ก็มีภูมิหลังแตกต่างกัน มีเรื่องราวที่มาเล่า มีเรื่องบริษัทต่าง ๆ กัน ก็ขอแนะนำกันสั้น ๆ ก่อนว่าแต่ละท่านมาจากไหน แล้วจากนั้นเราก็ดำเนินการต่อไป ก็ขอบคุณนะครับ ก็ดีใจที่ได้มาร่วม สวัสดีทุกคนครับ ผมก็มา (Mr. Angel) ก็เป็น ก็ผมชื่อ Richard นะครับ ขอบคุณครับ ผมชื่อ ShahidShahid เป็น Direcging ฮับสปอร์ตนี้ก็ทำเรื่องเก็ทำเรื่องเกี่ยวกับการตลาด บริษัท 3 บริษัท มีแบรนด์ที่น่าสนใจทีเดียว เดี๋ยวขอเริ่มหัวข้อของวันนี้ที่เราจะพูดถึงก็คือเรื่องเกี่ยวกับการตลาดในระดับระหว่างประเทศ การขยายตัวออกไประหว่างประเทศ ก็อยากจะให้พูดถึงยุทธศาสตร์ ในเรื่องของการขยายตัวในเรื่องของ ตอนนี้เราก็เป็น Global Platform อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมา 20ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 1960 คือเราถือว่าเราเป็น Global เราถือว่าเป็น Global Platform ที่จะขยายไปต่างประเทศ ในเอเชียเราเริ่มต้นมาก็ 12 ปีแล้ว แต่ว่าแบรนด์นี้เป็นที่รู้จักกันมากในที่ยุโรป ใครรู้จัก Booking.com บ้าง ยกมือหน่อย รู้สึกดีขึ้นเลย ใครรู้จัก Agoda ใครรู้บ้างว่า Agoda คือ Booking.com ดีจริง ๆ ดีใจ มีคนรู้จักแบรนด์ของคุณแล้ว เยี่ยมเลย จริง ๆ แล้วเราก็เอาลูกค้ายุโรปมาในเอเชียเมื่อเวลาผ่านไปเราก็มีการสร้างการเดินทางระหว่างเอเชียแปซิฟิกระหว่างประเทศ แล้วขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวท้องถิ่นก็มีการขยายตัวฐานองค์กร ปัจจุบันนี้เรามีสำนักงาน 51 แห่งใน Asea Pacific การมีสำนักงานท้องที่อื่นแห่งหนึ่งสำคัญมาก พฤติกรรมของลูกค้าแตกต่างกันไป สำหรับที่เรามีความรู้ในเรื่องของการตลาดแต่ละท้องถิ่นแต่ว่าการทำงาน หมายถึงว่าการตลาด การผลิตภัณฑ์ของเราต้องคำนึงถึงท้องถิ่นด้วย อย่างเช่น ในเรื่องของผลิตภัณฑ์นี้เหมือนการจ่ายเงิน เราก็ต้องจัดหาให้มันเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าของเราแต่ละท้องถิ่น ทีนี้เท่าที่ผมทราบ คุณก็เริ่มต้นแค่จองไว้ก่อนใช่ไหมครับ แล้วถึงจะมีการจ่ายใช่ไหมครับ Booking.com เวลาทำธุรกรรมต้องมีบัตรเครดิต แต่เวลามาถึงเอเชียแปซิฟิกมีหลายประเทศ การใช้เครดิตการ์ด การใช้มันน้อยแค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องมีวิธีการจ่ายเงินบางเรื่องในแต่ละประเทศ ซึ่งเราก็ได้มีการลงทุนมากทีเดียวในเอเชียแปรซิฟิก มีประเทศไทย คุณมีการจ่ายผ่าน Line หรืออย่างไรครับ เราก็ทำงานหลายองค์กร เราพยายามจะสร้างวิธีการให้มีมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก็ต่างกัน เพราะฉะนั้นการจ่าย Payment ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง แล้วเรื่อง Supply ก็เป็นเรื่องสำคัญ อย่างเรียวกัน ที่ญี่ปุ่นเราก็ต้องมีเรียวกัน ถ้าไม่มีก็แย่ เหตุผลที่ผมถามถึง Payment หรือการจ่ายเงิน คือ Booking.com รู้ว่าทำไปมากมาย แต่ขณะเดียวกัน คุณจะพูดให้เราฟังหน่อยได้หรือไม่ครับ าคือคุณจะไปในตลาดที่มีการใช้ง่าย Payment ที่เขาทำมาก่อนหรือเปล่า ทุกคนก็คงจะคุ้นเคยกับเอบิเคสติ้งใช่หรือไม่ครับว่า คุณเข้าไปในเว็บเพจคุณก็เอามาให้ลูกค้าดูแอพ แอพจะได้ผลก็คือจะต้องอยู่ต่อไปในอนาคตด้วย แต่ทีนี้วิธีที่คุณการจ่ายเงินยิ่งทำให้ต้องการ สนองความต้องการลูกค้ามันก็ประสบความสำเร็จ ที่นี้มีสำคัญมีนัยไหมในการที่จะใช้วิธีการ อะไรก็ตามแต่ที่เราเปลี่ยนแปลงเรื่องการเปลี่ยนเวอร์ชั่นขึ้นมาในเรื่องของ local payment เราพยายามที่จะทดสอบ ให้หลาย ๆ สิ่งหลายอย่างเรียนรู้ได้เร็ว หมายถึงว่า มันก็ต้องพร้อมรองรับความล้มเหลวด้วย ส่วนใหญ่แล้วที่เราทำไปลองไปก็ไม่ได้ผล แต่ก็จะเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ในการที่จะทำคนเวอร์ชั่นที่ดีกว่ามันก็เกิดขึ้นได้ ถ้าคุณอยากจะขยายตัว เรียนให้รู้ เรียนแล้วล้มเหลวบ้าง แล้วก็เรียนรู้อย่างเร็วด้วย ทีนี้เราดูอะไรแตกต่างกัน เรามี Platform เราก็มี logo langedให้กับท้องถิ่นด้วย ก็มีLocolization ที่จัดไว้ให้ เรามี google หรือเรามีลูกค้าราย ๆ ใหญ่เราต้อง Scale ออกไปให้เร็วที่สุดแต่เขาต้องพิจารณาว่ามันซับซ้อนแค่ไหนในเรื่องของ Local ก่อนที่เราจะปล่อยตัวอะไรขึ้นมาใหม่ นั่นคือ platform ของเรา ในเรื่องของ Localization ในลูกค้าในเอเชียสิ่งที่เราทำ คือคิดแบบท้องถิ่น คิดแบบคนในท้องถิ่น แล้วก็ platform ของเรา ที่อยู่ในเอเชีย เราใช้วิธีการที่เอาข้อมูลเป็นตัวนำ ซึ่งเป็นไปได้ ยังไม่ถึง 100% แต่ว่าเราประสบความสำเร็จ แล้วก็ทำให้เราในเรื่องของการใช้เรื่องของการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ในโลกาภิวัฒน์นี้ถ้าเกิดเราจะแบ่งซอยออกไปเราจะทำให้มีโอกาสที่จะลำบากมันเราก็สามารถที่จะปักหลัก ปักธงบริษัท ลงทุนก่อตั้งสร้างโมเนตั้มเพื่อที่จะขยายตัวออกไป แต่ถ้าเกิดว่าคุณไม่สามารถที่จะเอาทรัพยากรเข้าไปแล้วก็เรื่องของการคิดร่วมกัน จะทำให้ตัวเราเองประสบอุปสรรคทีเดียวแน่นอน เวลาคุณจะเริ่มมีการขยายตัวระดับประเทศ ทีนี้บริษัทยังเล็ก ๆ บริษัทยังใหม่ บริษัทใหม่ ๆ จะทำอย่างไร เรารู้ว่าบริษัทเราเป็นบริษัทยุโรป เป็นบริษัทที่ร่วมกับบริษัท มีข้อจำกัดมากเลย ถ้าเราคิดแคบ ๆ มองในระดับโลก แน่นอนถ้าเริ่มต้นแล้ว เราก็ต้องเลือกตลาด เลือกภูมิภาคที่มีโอกาสที่จะขยายตัว เราก็เข้าไปเป็นตลาดใหม่แล้วเราก็ต้องถอยออกมา ในเริ่มต้นก็คงจะต้องเป็นอย่างนี้ คุณเริ่มมา 4 ปีแล้ว ใช่ไหมครับ คุณก็รับผิดชอบโดยตรงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหรือเปล่า ใช่ ถึงว่ามีทรัพยากรมากมายที่เข้ามาช่วยเราในภูมิภาคครับ คุณเป็นคนแรกที่ถูกจ้างมาดูแลใช่ไหม นั่นคือสาเหตุที่คุณมีการติดต่อกับ Local แน่นอนคุณไม่ใช่มาจากเอเชีย แต่ว่าคุณมีประสบการณ์ในภูมิภาคนี้ใช่ไหมครับ Localization ความรู้ก็แน่นอนเป็นสิ่งที่สำคัญศาสตร์ localization ทั้งหลาย ทั้งหลายก็มีระดับความเข้มข้นที่เท่าเทียมกัน แต่ถ้าคุณดูคนในท้องถิ่นที่ทำงานในตลาดท้องถิ่น เป็นเรื่องของท้องถิ่น แต่ว่าคุณทำอย่างนี้ในทุกตลาดไม่ได้ มันเรื่องของทุนนิยมหรือเปล่า คือแน่นอนว่าปัญหาคือว่า งแต่บริษัทมันมีรูปแบบของตัวเอง มีดีเอ็นเอของตัวเอง ในการที่จะคิดว่าจะแต่งตั้งตัวแทนคนเดียวกัน คิดว่าสามารถจะดูแลได้ เราก็จ้างคนในท้องถิ่นแต่ว่าให้เขาอยู่ที่สิงคโปร์ และให้เขาเดินทางมาดูแล ก็เหมือนกับว่าเราสามารถที่จะควบคุม DNA ในองค์กรวัฒนธรรมขององค์กรได้ในตลาด แต่ก็มีการเสี่ยงอยู่เหมือนกันคือ Localization คือต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน คุณต้องยอมรับว่า ทำงานกับบริษัทนี่ กับบริษัทอาจจะน้อยลงไป เพราะว่าจากคนในท้องถิ่น พุูดถึงว่าในระดับประเทศแล้วตัวแปรที่คุณมองคืออะไรครับ ผมบอกคุณได้เลยตอนนี้มันซับซ้อนมาก แต่ว่าจริง ๆ แล้วเรามีปัจจัยอยู่ 5 อย่างที่คิดว่า อยากจะทำให้เราประสบความสำเร็จ อันนั้นก็คือการขยายตัวของประชากร อีกอย่างหนึ่งก็คือการยอมรับขององค์กร นะคะ แล้วก็ลักษณะของการบริโภคของท้องถิ่น คือการเจริญเติบโต ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ 2G 3G แต่เขากระโดดข้ามไปจน 4 G แต่ตอนนี้5G เลย หมายความว่าอย่างไรละครับ เขาคาดหวังว่าแบรนด์มีการแข่งขันกัน แล้วก็ปรับตัวตัวเอง แต่ก่อนหน้าปี 2000 เวลาคุณจะเดินจองตั๋ว จะเดินทางนี่ คุณก็มีการติดต่อกับบริษัท Traval Agent ของคุณแนวคิดนั้นมันไกล อย่างBooking.comตอนนี้พร้อม คือจะติดต่อกับเขาได้ทันทีเลย เพราะฉะนั้นนี่การขยายตัวของประชากร ความเร็ว การรวดเร็วในการใช้เทคโนโลยีก็็ถือว่าเป็นปัญจัยสำคัญ ก่อนที่จะไปถึงท่านที่ 3 ก็เริ่มต้น คุณบอกว่าในการวิจัยเกือบที่จะทำได้เกือบที่จะไม่เจอความล้มเหลวเลย แต่ก็มีอย่างบางประเทศที่คุณคิดว่าการขยายตัวของประชากรก็สูง การเติบโตก็สูง จะต้องยอดเยี่ยม แต่มันก็ไม่เป็นแบบที่คุณคิด ข้อมูลที่ได้ไม่สนับสนุนการตัดสินใจของคุณ Globalization หรือ ประเทศไหนครับ ถามเลย ใน Asia-Pacific แต่ว่าเราในฐานะที่เป็นบริษัทต่างชาติเราไม่สามารถมาแข่งขันในตลาดนี้ได้ ในเรื่องของการระเบียบข้อบังคับนะคะ เราก็เป็นบริษัทที่อยู่ในอเมริกา 7 ปีแรกเราก็มองสหรัฐอเมริกา ปีที่ผ่านมาเราก็มีการเปิดสำนักงานทั่วโลก ตอนนี้ 40 เปอร์เซ็นต์ 40 เปอร์เซ็นต์ มาจากนอกอเมริกา ก็เห็นได้ว่าผลประโยชน์ของการที่จะขยายตัวออกจากประเทศต้นกำเนิดนี่มันดี เราก็มีสูตร 3 สูตรในการที่จะขยายตัวออกสู่ตลาดสากล อันแรกก็คือ ให้ตลาดดึงเราออกไป คือเราต้องมีส่วน content ที่ดี อย่างเช่นที่สำนักงานที่สิงคโปร์ข้อมูลอะไรมากมาย ให้เราตัดสินใจก่อนเข้าตลาดสิงคโปร์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ก็คือต้องมีการประเมินตลาด เราดูถึงเรื่องเกี่ยวกับปัจจัยในตลาด อย่างเช่น เรามองดูถึงบริษัทเทคโนโลยี เราก็มองเทคโนโลยีในประเทศทั้งหมด เราดูถึง Product แล้วเราก็มีการดูถึงปัจจัยอื่น วัฒนธรรมที่มันแตกต่างกับประเทศเราในสหรัฐอเมริกา แล้วทีนี้เราจะเอาหลักการเดียวกันมาใช้กลับไม่ได้ แล้วเสร็จแล้ว เราก็ดูถึงปัจจัยที่ 3 ในเรื่องของตลาด ในเรื่องของภาษี ในเรื่องของการจ้างงาน ในเรื่องของความเป็นไปได้ ในเรื่องของปัจจัยต่าง ๆ นั่นคือตลาดนี้จะดีหรือไม่ดี แล้วก็ส่วนของ 3 ขั้นตอนนี่แล้วนี่ ตลาดนั้นให้ผลกำไรกับเราไหม LDV เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง ของลูกค้า Life Time ถ้าเกิดบอกว่า สัก 500,000 อย่างนี้ ก็ถือว่าขึ้นอยู่กับการตลาด แล้วก็เรื่องมูลค่าของการทำ Marketing ของเราที่ได้ผลกำไรมาจากผู้ค้า เพราะอย่างไรตลาดใหม่เราก็มองดูเรื่องของความคุ้มทุนไหม ที่ถูกที่สุดก็คือ E-Commerce แล้วเราก็ทำการเป็น Partner กัน แล้วก็ Free Sale ยิ่งขยายออกไปเท่าไหร่ยิ่งค่าใช้จ่าย มากขึ้น ก็คือทำงานร่วมกับ Partner เรามี Partner หลายประเทศในทั่วเอเชีย แล้วดูถึงตลาดความซับซ้อนของตลาด เราก็มุ่งเน้นอยู่ที่ 10 ประเทศในเอเปก แล้วเราก็ดูเรื่องของกำไร เราดูว่าตลาดมันมีแนวโน้มให้ผลกำไร เราเอาปัจจัยทั้ง 3 อย่าง เราก็ดูตลาดตลาดทั่วเอเชียแปรซิฟิก ไทยแลนด์ก็เป็นในเป้าหมายของคุณใช่ไหมครับ มีใครบ้างที่รู้จัก Hotspot ยังมีงานที่เราต้องทำอีกเยอะใช่ไหมครับ ผมขอแนะนำทุกท่านให้ลองไปที่ Hotspote ซึ่งมีเนื้อหาที่ดีมากเกี่ยวกับการตลาด มันเป็น Platform สำหรับการตลาด และสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับเรื่องราวเนื้อหาก็คือคุณเปิดอย่างเช่นคุณแชร์ว่าคุณมี 3 ขั้นตอนสำหรับการขยายงาน เราสามารถพบข้อมูลนี้ออนไลน์ไหม ใช่ค่ะ เรามีคือไม่ว่าธุรกิจไหนสามารถเข้าไปดูเพื่อที่จะใช้ตัวอย่างหลักของเราก็คือความโปร่งใส่ คือเราพยายามแบ่งปันให้มากเท่าที่เราจะทำได้ โดยที่เราต้องมุ่งเน้นว่าเราจะต้องให้คุณค่าให้แก่ลูกค้า ก่อนที่เราจะได้คุณค่าแก่ลูกค้า ซึ่งอย่างยุทธศาสตร์นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราแบ่งปันให้ลูกค้า เพราะฉะนั้นก็ขอแนะนำให้ทุกท่านลอง Download แล้วก็ก่อนอื่นเราจะให้คุณค่าก่อนที่เราจะขอคุณค่าจากลูกค้า เมื่อ 6 ปี มาแล้ว Hotspot จะเติบโตในเวทีระหว่างประเทศ คุณมาจากสิงคโปร์ใช่ไหมคะ เราได้รับฟังจากตอนที่เขาไปเริ่มธุรกิจในประเทศอื่น เขาเริ่มด้วยการใช้พนักงานเหมือนที่สิงคโปร์ แล้วคุณทำเหมือนกันหรือเปล่า เราก็จะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมของเราและทุกสำนักงานที่เรามีที่ APAC ทั้ง 3 สำนักงานที่เรามีทุกส่วนงานคือสมบูรณ์ เวลาเราจะเข้าไปในตลาดใหม่ พนักงานของเราก็จะบินเข้าบินออก แต่เรามีระบบของ Partner ที่เข้มแข็ง โดยเพราะฉะนั้นจะรู้สึกจะเป็นพลอเมล่าเพราะว่าในเรื่อง Booking.com ก็เหมือนกันในการทำงานรายประเทศ นั่นก็คือเรานำ Talent เข้ามาสู่สำนักงานระดับภูมิภาคของเรา แล้วก็ปล่อยให้เขาดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศ และหลังจากที่คุณมีลูกค้าจำนวนหนึ่งแล้วคุณค่อยจัดตั้งบริษัทขึ้นมาในแต่ละประเทศใช่ไหมคะ ใช่ จำนวนคนที่เราต้องมีสำหรับแต่ละสำนักงาน ต้องมีอย่างน้อย 5 คน เราต้องมีผู้จัดการ แล้วมีผู้สนับสนุนสัก 4 คน ก่อนที่เราจะเริ่มงานในประเทศ การที่จะรักษษาวัฒนธรรมก็เหมือนกันเหมือนกัน อันนี้ก็เป็นประเด็นที่สำคัญ เวลากระจายที่ Booking.com ที่200 แห่ง แล้วเราก็พยายามดูแลให้วัฒนธรรมของทุกสำนักงานของเราเหมือนกัน นั่นพูดได้ง่าย แต่ทำได้ยาก บางอย่างที่ใช้ได้สำหรับเรานั่นก็คือต้องมีค่านิยมหลักที่สำคัญ แล้วก็มีผู้นำในระดับ Local ที่เข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมขององค์กร และเป็นผู้บริหารในระดับต้นและระดับกลางก็จะช่วยผลักดันให้วัฒนธรรมอันนั้น ให้เราสามารถรักษาวัฒนธรรมขององค์กรนี้ได้ สิ่งหนึ่งที่ผมได้ทำ นั่นก็คือเรามีหลายบริษัทก็มียุทธศาสตร์ที่เหมือน ๆ กัน อย่างยูนิลิเวอร์ หรือว่าในบางบริษัทก็มีการจ้างคนที่จบปริญญาเอกจากหลายประเทศด้วยกัน นอกสหรัฐอเมริกาแล้วก็ไปที่ตลาดต่าง ๆ แล้วปรากฏว่ายุทธศาสตร์อันนี้ใช้ไม่ได้เพราะมีคนเข้ามาเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรม แล้วก็มีคนเข้ามาเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ เพราะเขามีประสบการณ์ 20 ปี แล้วเขาก็เลยเปลี่ยน แล้วเขาให้ทุกคนบินกลับไปที่ซานฟรานซิสโก แก่ทุกคนเหล่านี้เพื่อให้ทุกคนได้วัฒนธรรมที่เหมือนกัน ก่อนที่จะส่งกลับไปทำงานในประเทศต่าง ๆ เพราะฉะนั้นวิธีนี้ก็เป็นวิธีการที่ทุกบริษัทขณะนี้พยายามที่จะทำตาม แน่นอนเรามีวัฒนธรรมที่เข้มแข็งตั้งแต่วันแรกเลย และค่านิยมต่าง ๆ เหล่านี้นั่นก็คือ ไม่ว่าเรามีค่านิยมหลักอย่างไร แต่ค่านิยมหลักอันนี้จะต้องเข้มแข็งพอที่จะ และขณะเดียวกันเราก็จะต้องมีพฤติกรรม ที่สอดคล้องกับค่านิยมหลักนั้น แน่นอนว่าค่านิยมแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ว่าค่านิยมหลักนี้ก็จะต้องเป็นหลักนิยมที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญ และเป็นจริงได้ เวลาเรามีบริษัทซอฟต์แวร์ เราได้ลูกค้าของคุณมีความแตกต่าง คุณจะต้องแต่ว่านอกเหนือจากนั้น คุณก็มีคำถามมาจากลูกค้า จากประเทศที่ต่างกัน แล้วคุณทำอย่างไร ที่บริหารจัดการผลิตภัณฑ์จากภูมิภาคกลับไปสู่สำนักงานใหญ่ คือแหล่งที่สร้างผลิตภัณฑ์ ผมได้ทำงานในตลาดเอเชียมา 20 ปีแล้ว ความต้องการของเราที่มาจากลูกค้าชาวเอเชียก็ต่างจากอเมริกา หรืออเมริกาใต้ คือสิ่งที่เราทำหลักปรัชญาของเรา คือเราต้องมีพันธมิตรในเอเชีย แล้วเราก็จะมีการเจอกันทุกเดือน เพื่อฟัง feedback ว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดประเทศไทยสิงคโปร์หรือที่ไหน แล้วเราจะได้ Feedback จากตลาดอยากเห็น อยากได้ แล้วอยากได้จากฮอตสปอต แล้วเราก็เริ่ม เราอยากได้จาก hotspot ในช่วงแรก ผมได้มาทำงานกับ Hotspot ปีกว่า แล้วเราก็มีการพัฒนางาน โดยพิจารณาจากแนวโน้มของตลาด และก็เรามีทีมงานผลิตภัณฑ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เวลาเรามีผลิตภัณฑ์ มันก็จะมีคนที่พัฒนาผลิตภัณฑ์มาคุยกับลูกค้าในตลาด หรือกลุ่ม Focus group ในตลาด ตัวอย่างเช่น การบูรณาการกับเรื่อง Line, Wechat อะไรอย่างนี้สำคัญไหม ในเอเชียนี้มีเรื่องวีแชท ไลน์ แล้ววอทแอพนี้ เป็นบูรณาการที่สำคัญ ลูกค้าเราอยากจะให้มีบูรณาการกับ 3 องค์กรนี้ ตอนที่คุมตลาด เปิดตลาดเอเชียมีผลิตภัณฑ์ที่นี่แล้วหรือยัง ดูเหมือนกับว่าเป็นลักษณะที่จำเป็นจะต้องมีก่อนที่จะมายังตลาดนี้ ตอนนี้เราก็ได้รับฟังจากลูกค้า ว่าเขาต้องการให้มีบูรณาการอย่างที่ว่านี้ ถ้าเผื่อคุณกำลังรอถ้าเกิดบูรณาการเกิดขึ้นได้แล้วคุณก็จะ เราจำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดบูรณาการ อันนั้นเชิงเดี่ยวสำหรับคุณหรือเปล่า ขนาดของผลิตภัณฑ์สำคัญ เพราะว่าเราไม่มีทรัพยากรในการพัฒนาที่เอเชีย เพราะว่ารวมศูนย์ แต่สิ่งที่น่าสนใจเราอยู่ในพื้นที่ของการสื่อสาร และในเอเชียเป็นครั้งแรกที่แนวโน้มทางด้านดิจิทัลกำลังในโลก และผู้บริโภคมีปฏิกิริยาต่อวีแชท หรือสิ่งเหล่านี้ ต่างจากที่อื่นโดยสิ้นเชิง ผมมีเพื่อนมาจากประเทศจีน เขามาจากประเทศสิงคโปร์ เข้าคิดว่ามันเหมือนกับว่าเขาย้อนกลับมาสู่อดีต เพราะฉะนั้นที่น่าสนใจก็คือ Roadmap ถูกผลักดันโดยลูกค้าชาวเอเชียของเรา และความคาดหวังของผู้บริโภค ผู้บริโภคชาวเอเชียต้องการให้แบรนด์มี Footprint ทางด้าน Digital แน่นอนว่ามาร์ค ชัคเคอร์เบิร์ก มีชื่อสำหรับ Message และคุณมีการส่งเมสเซสผ่านวอทแอพหรือ ใช่ เราเป็น platform แรก ๆ Wechat, Line, Instagram, whaaAของเราในเอเชียของเรานี้เป็นผู้นำยอดขายใน platform ต่าง ๆ เหล่านี้ ตอนที่คุณเริ่มเปิดสำนักงานที่ APAC คุณมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้วหรือยัง ใช่ เรามีกำหนดตั้งแต่ช่วงแรกเลยว่า SMS นี้เป็นวิธีง่ายที่จะสื่อข้อความกันได้ เวลาเราคิดว่าเราสื่อสารกันอย่างไร หรือเราสื่อสารกันอย่างไรระหว่างกลุ่มเพื่อน มันต่างจากการที่เราสื่อสารกับลูกค้า เราเชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมหรือธุรกิจของเรา จะเป็นเรื่องของการสร้างเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถในการสื่อสารที่สะดวกมากขึ้น ผมคิดว่าสำคัญที่เราจะต้องตามความต้องการข้องลูกค้าของเราในเอเชียแปซิฟิก ก็คือเดิมเราขึ้นกับการทดสอบผลิตภัณฑ์ของเรา โดยกลุ่มลูกค้า แต่จากประสบการณ์ของเรา เราได้เห็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียและเราอาจจะสามารถนำไปใช้ในที่อื่น อย่างเช่น ชุปเปอร์แอพให้ platform ให้ประสบการณ์ในระดับสากล ซึ่งเราเพราะฉะนั้นเราเลยกำลังสร้างสิ่งที่เราเรียกว่า Connect ของBooking.com นั่นก็คือเรื่องของการสร้างแค่โอกาสในการจองโรงแรม แต่เรานึกถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ในการเดินทาง ทำอย่างไรที่จะทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจในการเที่ยว และอันนี้ก็สำคัญ และเอเชียแปรซิฟิกก็เป็นภูมิภาคหนึ่ง ที่เป็นผู้นำในเรื่องนวัตกรรมในเรื่องนี้ และสำหรับประสบการณ์ในการเดินทาง คุณใช้พันธมิตรด้วยไหม อย่างเช่น สำหรับการขนส่ง จะเป็นแกร็ป หรือธุรกิจอื่น หรือว่า Booking.com จะให้บริการทางด้านการขนส่งด้วย เราคิดว่าลูกค้าบอกว่าเขาพอใจกับบริการที่เราให้ทางด้านที่อยู่อาศัย และเราอยากจะให้คุณช่วยเราในเรื่องของการนำพาเราสำหรับตลอดการเดินทาง เมื่อวานนี้เราได้เริ่มคอร์เปอเรชั่นร่วมมือกับแกร็ป เพราะฉะนั้นเราก็อาจจะมีการจอง Grab โดยผ่าน Booking.com หรือการเช่ารถยนต์โดยการใช้ Grab และสำหรับที่เมืองจีน เรามี Access เข้าถึงประมาณ 30 ล้านคน และนอกเหนือจากนั้นไม่ว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจในแต่ละแห่งที่คุณเดินทางไป เราคิดว่าในเรื่องของ super apps และ matchine learning เราสามารถให้ประสบการณ์กับผู้เดินทางตั้งแต่ต้นของการเดินทาง สู่ปลายการเดินทางได้ ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ ของ Booking.com ไหมคืออันนี้วิธีการที่จะทำหรือเปล่า แน่นอน CEO ของเราพูดจริง ๆ นะครับ อยู่ที่นี่ก็ 20 ปี เขารู้บริษัท อย่างดีเลย ขยันขันแข็งมาก Active มาก จะเห็นภาพรวมของประสบการณ์ทั้งหมด ก็เลยมีคุณค่าสูงมากสำหรับเราทีเดียว ในเรื่องยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศทีนี้ไม่ว่าจะเป็นแมชเชสเฟิร์ส คุณเลือกประเทศได้ใช่ไหมครับ แต่ว่า Booking.com คุณจำเป็นจะต้องอยู่ทุกที่ เพราะว่าลูกค้าของคุณบินไปทั่วโลก คุณก็ต้องมีเงินทุนสนับสนุนมากมายใช่ไหม เพราะฉะนั้นอาจจะมีใครสักคนไปแย่งตลาดคุณได้ก็อย่างที่ผมพูดในตอนต้น เรามีการสร้าง และการให้ความมั่นของกับบริการของเรา Product ของเราในสิ่งที่สำคัญก็คือว่าในขั้นตอนที่ 2 เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เราสามารถที่จะเอา Product เป็นที่นิยม เป็นที่พึงพอใจกับตลาดท้องถิ่น มันง่ายในการที่จะไปสู่ตลาดสากลมากกว่าที่จะเป็นตลาดประจำที่ เป็น global คือขณะเดียวกันคือดู เราตัดสินใจว่าจะไป Global ก่อน แล้วไป Localization ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า คือ globalization เขามาก่อน ก่อนที่จะ localicaทีนี้ในมุมมองของผู้บริโภค ผมคิดว่า Booking.com มันมีความก้าวหน้ามากแล้วก็พวก apps ต่าง ๆ ก็ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันนะครับ การแข่งขันมาจากมุมมองที่เราไม่คาดหวังด้วย คุณก็ทราบอย่างบริษัทที่เราพูดถึง อย่างนี้ apps เขาก็มาเริ่มทำโรงแรม ทำจองโรงแรมด้วย ผมก็เป็นลูกค้าของ Booking นะ แน่นอนผมอยากได้ราคาที่ถูกที่สุด ที่ดีที่สุด นั่นก็คือสิ่งที่ผมต้องใช่ไหมครับ แล้วคุณจะดึงดูดหรือให้ลูกค้าของคุณยังใช้บริการของคุณได้อย่างไร แน่นอน เรารู้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีคุณค่ามีค่ามหาศาล ทุกคนก็มีโอกาส ถ้าเขามีบริการที่ดีกว่า Product ที่ดีกว่า ปัจจุบันนี้เรามีประมาณ 28 ล้าน ที่เป็น partner กับเรา เราก็มีนั่นก็ใหญ่กว่าของ บีแอนด์บี ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือว่าคอนโด หรือที่อยู่ในทั่วโลก คือแน่นอนเราต้องตามแล้วก็ดูว่าอะไรลูกค้าต้องการ ทำอะไรให้ดีที่สุดที่ลูกค้าเขาต้องนั่นคือบางสิ่งบางอย่าง ที่อยู่ในวัฒนธรรมการดำเนินงานของเรา ขอบคุณครับ ทีนี้คำถามสุดท้ายสุดท้ายสำหรับทั้ง 3 ท่าน เนื่องจากเวลาไม่มีแล้ว แล้วคุณจะต้องไปขึ้นเครื่องด้วยใช่ไหมครับ ทีนี้กรุณาให้พูดสรุปว่าเป็นคำแนะนำให้กับผู้ฟังของเรา ถ้าเกิดเขาคิดว่าจะขยายที่จะแนะนำ แน่นอนผมบอกได้ครับ มันได้ผลกับ SMEs กับ Startup ด้วยนะ ถ้าเกิดว่าคุณมีลูกค้าจำนวนมากเกินไป แล้วทีนี้คำพูดในตลาดก็ขยายตัวมาก เสร็จแล้วหลังจากนั้นคุณก็จะตามไม่ทัน คุณต้องรู้สถานะภาพของตัวเองให้ดี แล้วจะให้ตลาดเป็นตัวดึงเข้าไปก่อนที่คุณจะหลอกตัวเองเข้าไปในตลาด มองดูตลาดเสียก่อน ถ้าคุณคิดว่ามีปัญหาขึ้นมา พวกคุณให้คะแนนว่าเป็น 1 - 10 ปัจจัยอะไรที่จะให้ประสบความสำเร็จอย่างน้อยก็ต้อง 8 คือคุณต้องคาดการณ์ได้ว่า Localization ที่คุณคาดการณ์คืออะไร แล้วลงมือลงไป แล้วคุณต้องเลือกของคุณออกมาให้ได้ และตลาดนั้นขาย และใช้ให้เป็นตัว reference ที่จะก้าวต่อไป ให้เป็นตัว Reference ที่ต้องแน่ใจ คู่แข่งของคุณ แล้วก็คุณสามารถที่จะจัดอีกทีหนึ่งล้มเหลวแล้วก็เรียนรู้กับความล้มเหลวแล้วก็ก้าวต่อไป ขอบคุณมากครับ โอ.เค. ค่ะ ตอนนี้นะคะเรามาพูดถึง Airbn ทุกคนคงรู้จักบริษัทนี้ดี คุณอาจะเดินทางไปต่างประเทศ และเคยใช้บริการ ทำมาสักพักหนึ่งแล้วก็มีผลกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างมากเลย เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาฟังคำพูดหรือ Topic เกี่ยวกับฟิวเจอร์ โดยคุณ Mich Goh [เสียงดนตรี] (Mrs. Mich) สวัสดีค่ะ ทุกท่าน รู้สึกดีใจมากที่ได้มาที่นี่ เพื่อคุยกับทุกท่าน เกี่ยวกับสิ่งที่ดิฉันรักมากนั่นก็คือเรื่องการเดินทาง ดิฉันชื่อ Mich นโยบายทางการสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้พบทั้งภาครัฐบาล ชุมชนต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวาเราพูดถึงการท่องเที่ยวในประเทศไทยส่วนใหญ่ทุกคนจะคิดถึงในเรื่องของกรุงเทพฯ หรือพูดเกี่ยวกับเรื่องของหาดที่ภูเก็ตหรือสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เชียงใหม่ วันนี้อาจจะต่างจากงาน ดิฉันอยากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องเดินทางนอกเมืองใหญ่ ๆ เหล่านี้ และก็ในทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย แล้วเช่นเดียวกันสำหรับเศรษฐกิจโลก สภาการท่องเที่ยวทั่วโลก สภาการท่องเที่ยวเท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ และเติบโตอยู่ประมาณปีละ 9% ซึ่งเติบโตมากยิ่งกว่าเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วยซ้ำ และบริษัที่ดิฉันทำงานให้คือ Airbnb ก็เติบโตอยู่ทุกปี ถึงแม้บริษัทจะอายุแค่ 10 ปีเราได้ต้อนรับประมาณ 500 ล้าน ในลิสติ้งของ เหตุผลที่คนอยากจะเดินทางโดยใช้ Airbnb เพราะว่าเขาอาจะเข้าถึงตลาดที่ใหญ่ที่สุดทั้งที่ที่เกี่ยวข้องกับทั้งที่อยู่อาศัยและประสบการณ์ ขณะนี้เรามี Listing อยู่ 7 ล้านราย ใน platform Airbnb ซึ่งใหญ่กว่า Hotel Chain ใหญ่กว่า 5 ราย ส่วนใหญ่คิดถึง Airbnb ถือว่าเป็นธุรกิจสำหรับที่อยู่อาศัย หรือที่เราสามารถจองที่อยู่อาศัยเวลาเราเดินทาง แต่จริง ๆ เราครอบคลุมเรื่องมากกว่านี้เยอะ เป็นแหล่งที่จะเข้าไปค้นคว้าเวลาเราเดินทาง เรามีประสบการณ์จากการเดินทางทั่วโลก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้คุณสามารถที่จะมีผู้นำที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของท้องถิ่นในการพาท่องเที่ยว เพราะในขณะนี้เรามีประสบการณ์ 40,000 รายที่เราสามารถแบ่งปันกับคนที่รักการเดินทางได้ และเขาอยากจะได้ประสบการณ์ท้องถิ่นเวลาเขาเดินทาง และวิศัยทัศน์ของ Airbnb เป็นอย่างไร ตอนดิฉันเข้าเริ่มทำงานที่ Airbnb เพราะวิสัยทัศน์ของ Airbnb ก็เพื่อที่จะให้ทุกคน สามารถที่จะรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านของตนเอง ไม่ว่าอยู่ไหนในโลกนี้ และอันนี้เป็นตัวผลักดันเข้าไปทำงานที่นี่ แล้วเวลาคนคิดเกี่ยวกับเรื่องของการรวมสมาคม หรือคนจากที่อื่นโดยการห้าม ดิฉันอยากจะทำงานให้สำหรับบริษัทที่ต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะสามารถบรรลุวิสัยทัศน์นี้ได้ เรามีการพัฒนา Platform การเดินทางตั้งแต่ต้นจนจบ แทนที่จะพูดถึงเฉพาะสำหรับเรื่องว่าเราจะไปไหน จากวันไหนถึงวันไหน เราก็อยากเล่าว่าแล้วคุณจะไปทำอะไร แล้วคุณต้องการอะไร ดิฉันอยากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องของการนำเสนอของดิฉันที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในเอเชีย และAsia Pacific ว่าเราจะทำอย่างไรที่จะปรับปรุง Platform ของเรา ที่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะเรื่องการท่องเที่ยวเอเชียได้เปลี่ยนแปลง เราทราบว่ากลุ่มมิลเลเนียมนี้อยากที่จะเวลาเดินทางให้เขาสามารถที่จะเข้าในบรรยากาศของท้องถิ่นและได้มีส่วนที่เจอ ได้เจอคนที่เป็นคนที่อยู่ที่นั่น แนวโน้มใหญ่แรกที่ดิฉันอยากจะพูดถึง เรื่องของการเดินทางเพื่อในเรื่องของสุขอนามัย มันมีการเจริญเติบโตขึ้นในทั้งภูมิภาค Asia Pacific และอันนี้เป็นความท้าทายในบางแห่ง รวมทั้งในประเทศไทย ในเมืองต่าง ๆ มันมีประชากรมาก และมันก็มีผลกระทบคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นเราจึงเชื่อว่าสำคัญที่เราจะต้องพยายามหาวิธีการเดินทางที่ไม่ได้มุ่งเน้นเมืองใหญ่ ๆ ในประเทศ แต่ว่าทำให้เรื่องของการเดินทาง ผลของการเดินทางได้กระจายไปสู่เมืองอื่นในประเทศด้วย เพราะฉะนั้นมีเรื่องความต้องกาารในการเดินทาง ไม่เฉพาะจากนักเดินทาง แต่เพราะรัฐบาล ในเรื่องการเดินทางที่เรียกว่าเฮ้ลท์ก่อนอื่นก็คือจะต้องเป็นการเดินทางที่มันจะต้องมีเรื่องของลักษณะของท้องถิ่น และเป็นเรื่องของการมีความหลากหลาย มีการควบรวมทุกคน แล้วก็ท้ายที่สุดจะต้องมีความยั่งยืน เพื่อที่จะแน่ใจว่าแหล่งต่าง ๆ ยังคงรักษาในเรื่องเสน่ห์ของคนได้อีกหลายปีในอนาคต เพราะฉะนั้นเราก็ได้มีการจัดทำรายงานเพื่อศึกษาว่าเรื่องการเดินทางลักษณะนี้ ที่เที่เราเรียกว่า Healthty Travel และแปซิฟิกเป็นอย่างไร และเราก็พบว่าในขณะนี้ประมาณ 12 ล้านคนของนักท่องเที่ยว ได้มีการเดินทางไปยังจุด จุดที่เป็นจุดรองที่แต่ก่อนไม่มีใครสนใจที่จะเดินทาง ในขณะนี้เรามีประมาณครึ่งล้านของ listing ของนักท่องเที่่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจที่ต่าง ๆ เหล่านี้และที่สำคัญ เจ้าภาพของ Airbnb ได้รายได้ประมาณรายได้ส่วนหนึ่งจากการเป็นเจ้าภาพสำหรับนักเดินทาง เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้เลยว่าที่แล้วมาส่วนใหญ่จะเป็นเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้นเองที่ได้ประโยชน์จากการเดินทาง ก็มีโอกาสที่จะได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องเน้น เห็นได้เลยว่ามีในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวใหม่มีความสำคัญในเอเชียและแปซิฟิก ในเมืองจีนได้มีการเติบโตถึง 179 เปอร์เซ็นต์ ประเทศฟิลลิปนิส์ มาเลเซีย เติบโตเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งเกาหลีด้วย แล้วเป็นอย่างไรบ้าง สำหรับกรณีประเทศไทยในเรื่องของแขก Airbnb ได้ขยายตัวประมาณ 53 เปอร์เซ็นต์ในเมืองรอง และเขาสนใจที่จะไปนอกจากเมืองใหญ่ ๆ แขกของ Airbnb นิยมไปที่ไหนบ้าง เมื่อประมาณ 3 ปีมาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ได้พาเรามาเที่ยวทางใต้ของเมืองไทย โดยไม่ได้วางแผนการเดินทาง โดยไม่ได้บอกเราว่าจะมาเที่ยวที่ไหน เราทราบแต่ว่าเราจะมาถึงภูเก็ต แล้วเราจะบินออกจากหาดใหญ่ แล้วเราก็ได้ขับรถยนต์ไปเที่ยวที่หาราไวย์ ก่อนที่จะไป จากพังงาไปกระบี่ ไปตรัง ไปหาดใหญ่ และกลับสิงคโปร์โดยขึ้นเครื่องบินจากหาดใหญ่ การเดินทางมาท่องเที่ยวในครอบครัวในครั้งนั้น ดิฉันไม่ได้ประทับใจในเรื่องของหาดที่สวยงามทั้งหลาย แต่ว่าส่วนใหญ่สถานที่ที่เราได้ไปท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวตรัง และนี่ก็เลยทำให้ดิฉันดีใจมาก ก็เลยดีใจว่า ท้องถิ่นที่เราไปเที่ยวในตอนนั้นได้กลายเป็นสถานที่ที่คนนิยมไปท่องเที่ยวด้วย นอกเหนือจากนั้นก็มีเชียงราย ทีนี้ขอพูดถึงบุรีรัมย์ ตอนนี้เป็นอันดับ 3 ของ Airbnb ว่าแนวโน้มที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ของนักท่องเที่ยวในปี 2020 คนที่เดินทางมาบุรีรัมย์มากเลยทีเดียว ตอนนี้อยู่ในอันดับ 3 ของ 20 อันดับต้นของปลายทางที่นักท่องเที่ยวมุ่งไปทีเดียว ทีนี้เนื่องจากว่าเวลาที่เราใช้ในการทำงานที่บุรีรัมย์นี้เราก็มีประสบการณ์ว่าไม่ใช่เรื่อง sponsor แต่ว่ามันมีวัฒนธรรม ที่เราสามารถที่จะไปเยี่ยมชม อาหารก็น่าอร่อย และเจ้าภาพที่อยู่ในจังหวัดก็น่ารัก เพราะฉะนั้นในการที่จะสร้าง เราก็เลยสร้างวีดิโอขึ้นมา เพื่อที่จะส่งเสริมบุรีรัมย์ จะได้มีการแบ่งปัน บุรีรัมกับชุมชนแล้วก็กับนักท่องเที่ยวรายอื่น ๆ ก็จะให้ดู VDO อันนี้เกี่ยวกับส่งเสริมบุรีรัมย์ นี่คือประวัตศาสตร์ความเป็นมา วัฒนธรรมการงกรอไหม ธรรมชาติ กีฬา นี่คือจังหวัดบุรีรัมย์ ทีนี้บุรีรัมเราก็ปลูกข้าว แล้วก็นี่ก็คุณ เราชอบมีแขกมา ไม่ได้เกลียดฝรั่ง ทานน้ำพริกผักด้วย ชิ้นน้อย ๆ สนามแข่งรถ อย่าลืมมาเที่ยวบ้านแม่ด้วยนะ Home Stay นี่ก็นำไปสู่หัวข้อที่ 2 ที่อยากจะพูดถึงมา บุรีรัมย์ นักท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ก็คือการจัดแข่งกีฬา ซึ่งอันนี้ก็เป็นที่รู้จักกันทั่ว Asia-pacificเกิดขึ้น ทีนี้การจัดงานใหญ่ ๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นนอกเหนือจากเมืองใหญ่ ๆ แล้วถ้าเกิดว่าเรามีการแข่งขันกีฬาระดับใหญ่ เราคิดถึงอะไร ไม่ว่าต้องจัดขึ้นเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ เราจะขยายการจัดทั้งหมดออกไปในส่วนอื่น ๆ หรือเมืองที่จะเกิดใหม่อย่างไร แล้วการที่จะนำเสนอสถานที่ใหม่ ๆ นี้ก็เป็นสิ่งท้าทายเหมือนกัน เพราะว่าเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานก็ต้องเพียงพอสำหรับคนจำนวนมากที่จะเข้ามาชม ในการที่จะเป็นเจ้าภาพให้กับผู้ที่มาชมก็จะทำให้ประเทศที่เป็นเจ้าภาพ สามารถที่จะสนับสนุนให้เป็นเจ้าภาพให้ดีขึ้นผลที่ได้ต่อชุมชนการจัดงานกีฬาใหญ่ ๆ อย่างเช่น กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลี Airbnb ก็ปรากฏว่าต้อนรับแขกได้ถึง 15,000 คน ก็ได้เงินที่ได้เป็นรายได้ประมาณ 2.4 พันล้าน แล้วอีกงานหนึ่งก็คืองานมอเตอร์จีพีปี 2019 ที่บุรีรัมย์ เรามี 96 เปอร์เซ็นต์มีการขยายตัวในการต้อนรับแขกที่พักอยู่ ทีนี้มีการเพิ่มเป็น 360% แสดงว่าชุมชนท้องถิ่นเขาได้ผลประโยชน์จากการที่เขามีการจองที่พักไม่ใช่เฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ทีนี้ประเด็นที่ 3 ที่ดิฉันจากจะพูด หมายถึงเราจะเห็นแล้วว่าผูสูงอายุ แล้วก็ผู้หญิงก็กลายเป็นผู้ประกอบการที่ให้บริการที่พักอาศัย ปรากฏว่าผู้สูงอายุก็มีการขยายตัวมากที่สุดเลย เป็นเจ้าของที่พัก 1,500 แล้วก็ต้อนรับแขกที่มาพักกว่า 52,000 ราย แล้วก็ทำรายได้ถึง 300 ล้านบาททีเดียว และที่น่าประทับใจที่สุด แขกที่มาพักรักผู้สูงอายุ เจ้าของบ้านผู้สูงอายุให้มากกว่า 5 ดาวด้วยซ้ำไป 83 เปอร์เซ็นต์ได้ 5 ดาวดิฉันก็พักกับบ้านผู้สูงอายุที่บุรีรัมย์ เชียงใหม่ แล้วก็ดิฉันไม่เพียงแต่ว่าจะได้สถานที่พักที่สะอาด สะดวกสบาย แต่ว่าอาหาร ตอนเช้าตื่นขึ้นมา โอ้โห ยอดเยี่ยม ผู้หญิงมีสถิติในการที่จะเป็นแรงงานมาก 53% ของแรงงานเป็นผู้หญิง แล้วก็ในโดยเฉพาะของเรา แล้วก็ในปี 2018 ปรากฏว่ามีเพิ่มขึ้นถึง 60% ทีเดียว แสดงว่าเขามีการใช้ Airbnb เป็น platform ให้แขกมาพัก และที่น่าตื่นเต้นคือว่า มีการต้อนรับกว่า 775,000 และมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 2.8 พันล้าน ในปีเดียว จะเห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นในชุมชน เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ตอนนี้เริ่มที่จะมีความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวผ่าน Airbnb เวลาคุณดูถึงแนวโน้มทั้ง 3 อย่างนี้แล้วของการท่องเที่ยว แสดงว่า คนต้องการ การท่องเที่ยวที่เพื่อสุขภาพ และงานที่จัดขึ้นมาในเมืองใหม่ แล้วประการที่ 3 ผู้สูงอายุ และผู้หญิงก็จะเป็นผู้ให้บริการทางด้านที่พักมากขึ้น มากขึ้น เห็นได้ชัดว่าเป็นโอกาสที่ดีทีเดียวที่จะผลักดันการท่องเที่ยวในด้านนี้ Airbnb เราต้องทำงานเป็น partner กับชุมชน กับรัฐบาล เพื่อให้แน่ใจว่าพวกการท่องเที่ยวอะไรต่าง ๆ การเจริญเติบโต หัวข้อต่อไปยังพูดถึง Partner ตใน Asia Pacific ว่าที่ประเทศไทย เรามี Partner กัน2 แห่ง อันนั้นก็คือว่า กรมการปกครอง ซึ่งอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ทำงานร่วมกับธนาคารออมสิน ปรากฏว่าตั้งแต่ปี 2018 มีการใช้เทคโนโลยี เพื่อต้อนรับคนที่มาเข้าพัก ในการที่ทำงานเราก็มี Program ขึ้นมาดูถึงว่ามาตรฐานของการจัดที่พักอาศัย แล้วใครจะมาเป็นเจ้าภาพ ในการที่จะมาร่วมกับ Airbnb จะได้อย่างไร เพราะฉะนั้นตั้งแต่ ปี 2017 ปรากฎว่ามี Home Stในกว่า 60 ประเทศ 740 กว่าแห่งใน Airbnb และโฮมสเตย์พวกนี้อยู่ทั่วประเทศ เราก็จะเห็นได้ว่า ทางใต้ก็จะเป็นที่นิยมกันมาก เมืองที่เป็นที่นิยมจะมีบุรีรัมยสระบุรี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และระยอง เราก็สร้างความเข้มแข็งของการทำงาน ร่วมกันเป็น Partner กัน ที่บุรีรัมย์กับนครศรีซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของนักท่องเที่ยวที่จะมา ทีนี้พอดูอินเดีย เราก็ทำงานร่วมกันกับสมาคมการจ้างงานผู้หญิงนะคะ ตรงนี้เราก็เน้นการที่จะให้พลัง ให้อำนาจแก่ผู้หญิง แล้วขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในปลายทางที่เกิดขึ้นใหม่ สิ่งที่เราเห็นว่าเราเป็นสมาชิกที่เป็นผู้หญิง เราจะบริการที่พักในระดับสากลให้นักท่องเที่ยวได้อย่างไร แล้วเราต้องรับผิดชอบอย่างไร ทีนี้ที่อินเดีย ตอนนี้ประมาณ 1.2 ล้านรูปีทีเดียว เราก็พูดกับโฮสคนหนึ่งเขาบอกว่าปกติเขาทำเกษตรได้แค่ 45,000 แต่พอเป็นโฮสของ Airbnb ตอนนี้ได้ถึง 30,000 ต่อเดือน โดยการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอยู่ที่บ้านก็ถือว่ามีผลกระทบต่อรายได้ของเขา มากทีเดียว และมีผลกระทบต่อชุมชนในท้องถิ่นอย่างมาก ทีนี้จีน เราก็ทำงานกับโครงการที่อยู่ในเมืองกุ้ยหลินเราก็มีการจัดอบรมให้เขาว่าจะทำอย่างไร ให้เป็นเจ้าภาพที่จะต้อนรับแขก เราทำงานร่วมกับชุมชน แล้วก็มีจัดทำลิสซิ่งขึ้นมา เมืองที่อยู่ในชนบท เราสอนเขาว่าจะจัดเตียงอย่างไร ขณะเดียวกัน เราจะจัดสภาพความเป็นอยู่ ใส่ลงไปใน Platform ของ Airbnb ปรากฏว่าได้เงินมาถึง 20,000 หยวน เพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีทีเดียว แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือว่าจาก 6 สถานที่ ขณะเดียวกันเขาก็ทำงานในนามของท้องถิ่นด้วย ที่ออสเตรเลีย น่าสนใจมากทีเดียวขึ้นมา เวลาคุณคิดถึงว่าเดินทางไปออสเตรเลียเขาแน่นอนต้องเป็นเมืองที่อยู่ตามริมหาดใช่ไหม แต่เมื่อเราเข้าไปในส่วนลึกข้างใน มันแตกต่างกันมันไม่มีหาด ก็อยากให้ Partner ของเราดูว่าผับที่ขายเหล้าก็ถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองเล็ก ๆ ที่เป็นที่คนเข้ามาสังสรรคกัน และขณะเดียวกันก็เป็นที่พักของนักท่องเที่ยว แต่สิ่งที่เราคิดได้ว่าผับเล็ก ๆ ในออสเตรเลียเกิดประสบปัญหาที่ว่าประชากรน้อยลง ๆ ดังนั้นเราก็มีการจัดการแข่งขันขึ้นมา ปรากฏว่าเรามีคนส่งรายชื่อเข้ามากว่า 9,000 ต้องการเลือกแค่ 5 โดยท้ายที่สุดเราได้เลือกแค่ 6 แห่งขึ้นมา แต่ละผับเราก็ให้เงินทุนสนับสนุนเป็น 50,000 เหรียญ เพื่อที่จะจัดตกแต่งผับของตัวเองใหม่ เพื่อจะต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ละผับเราก็ Match กับโฮสต์ซึ่งเป็น Airbnb เพื่อจะช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับเขา สิ่งที่เราจะพยายามทำต่อไป คือเราจะส่งเสริมให้คลับเมืองเล็ก ๆ ให้เข้ามาอยู่ Airbnb เพื่อให้คนได้รู้ว่าในการที่เขาใช้เวลาไปชื่นชม ในนอกชานเมืองออกไป ในท้ายที่สุดดิฉันก็หวังว่าสไลด์ที่ดิฉันได้นำมาเสนอทั้งหมดคงจะให้แรงบันดาลใจให้คุณในการที่จะวางแผนในการท่องเที่ยวในครั้งต่อไป ทำไมไม่ไปดูไปเที่ยวสถานที่บางแห่งที่คุณไม่เคยมา แต่นอนว่าคุณจะเจอที่ดีที่นั่นได้ แน่นอนหลายคนอยากจะไปบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ตอนนี้นะคะ [ภาษาต่างประเทศ] โอเคนะคะ เดีสำหรับคนที่อาจจะพลาดที่ตอนเที่ยงเรามีการจับรางวัล ว่าทวิชชี่ให้โชคนะคะ เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 2019 DTBB 2019 คุณก็จะมีสิทธิที่จะให้รางวัล อะไรนะคะ อะไร ประมาณ 5 โมงครึ่งนะคะ ที่จะที่ได้รางวัล ที่พักศาลา 1 รางวัล แต่ขอสงวนสิทธิให้กับคนที่อยู่ในงานที่นี่ที่เดียว เพราะฉะนั้นถ้าเกิดคุณไม่ได้อยู่ในงานนะคะ ก็จะอดไปเลย ไปต่อนะคะ หัวข้อต่อไปเราเกี่ยวกับ Gamimngคุณก็คงจะเห็นอีกฝั่งโน้นก็จะมีเวทีเกมิ่งจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการศึกษา ก็คือการใช้เข้าไปในแต่ละ sector และวันนี้เขาจะพูดถึงสุขภาพและการศึกษา [ภาษาต่างประเทศ] [เสียงดนตรี] สวัสดีครับ ผมชื่อ Gabe Zichermann วันนี้ผมอยากจะคุยกับคุณเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณในทางที่ดี ทุกคนคิดว่าเขาอยากจะปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ทำอะไรให้ดีขึ้น เรียนรู้มากขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น พูดได้ง่าย แต่ทำได้ยากในชีวิตเราทุกวัน และด้วยเหตุผลนานับประการว่ามันเป็นเช่นนั้น เหตุผลของผมก็คือ TV มีรายการดี ๆ บนทีวี จนเรามักจะติดทีวี อันนี้เป็นโชว์ ผมพูดไทยไม่ได้ แต่โชว์นี้เป็นสิ่งที่ดีมาก ผมหวังว่าสักวันหนึ่งคงมีการเอามาฉายที่อเมริกา โดยมีซับไทยเป็นภาษาอังกฤษ อันนี้เป็นเหตุผลหนี่ง อีกเหตุผลหนึ่งที่ยากในสิ่งที่เราคิดว่าเราควรจะทำ เพราะว่าเรายุ่ง ชีวิตเรายุ่งยากมาก เวลาเรากลับมาบ้านจากงานหรือกลับมาจากโรงเรียน เราก็คิดว่าเรามีตั้งหลายอย่างที่เราอยากทำ เพราะฉะนั้นมันยากที่จะทำในสิ่งที่เราต้องการสำหรับตัวเองและครอบครัว ทำให้มันเกิดเป็นสิ่งหนึ่งที่เราอยากทำจริง ๆ เราก็เลยมีทางเลือกที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ประเด็นแรกนั้นก็คือสิ่งที่เราเรียก อธิบาย Ulisit มันมาจากนิทานกรีก ในนิทานของกรีกอยากที่จะนั่งเรือจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่ง แต่ในระหว่างกลางก็มีเงือก เงือกอยู่ที่นั่น แล้วสิ่งที่เขาทำก็คือพยายามฆ่าคนที่นำเรือ โดยเขาก็จะร้องเพลง แล้วก็นักเดินเรือก็ตามเสียงเพลงเข้าไปและก็ตาย แต่ก็อยากจะผ่านเกาะทั้ง 2 แล้วก็ไม่อยากตายในนิทานก็เลยขอให้คนในเรือได้ใส่ขี้ผึงในหูเขา และผูกเขากับเรือ เพื่อที่เวลาเขาผ่านหมู่เงือกเขาก็จะไม่บ้าและไม่อยากฆ่าตัวตาย ความคิดอันนี้เขาเรียกว่ายูริสสิตแพค ก็คือเราบอกว่าเราอยากทำบางสิ่งบางอย่างกับชีวิตเรา กับพฤติกรรม แล้วเราขอให้คนอื่นหรือสิ่งอื่นให้ช่วยเราให้ทำสิ่งที่เราต้องการทำให้ได้ สิ่งนี้มักจะมีการใช้ในเรื่องของจิตวิทยากับคนผู้ป่วยทางโรคจิต เพราะว่าเวลาเราได้ยาจากหมอเราก็จะรู้สึกดีขึ้นหลังจากนั้นเราก็จะไม่อยากจะทานยาแล้ว เพราะเรารู้สึกดีแล้ว เพราะฉะนั้นกรอบความคิดอันนี้มาจากเรื่องของโรคจิต แต่มันสามารถนำไปใช้ในทุกด้านของชีวิต ถ้าเราอยากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่จะได้ จะได้ Ulisit Pack ที่มันช่วยจัดการ เพราะเราไม่มีคนที่จะสามารถช่วยติดตามให้ดูแลให้เราทำในสิ่งที่เราต้องการ และบรรลุผลความตั้งใจ เรามีซอฟต์แวร์ และเพื่อให้ซอฟต์แวร์มันทำในเรื่องนี้ได้ วิธีการที่สำคัญก็ทำให้สนุก เพราะฉะนั้นหลายคนอาจจะรู้จักว่า อันนี้คือ apple ว่าอันนี้คือ Apple นาฬิกา เขาบอกว่าทุกวันเรามีกิจกรรมทางด้านสุขภาพที่เราอยากจะทำ และนาฬิกาจะบอกเราว่าเราได้บรรลุผลความตั้งใจอันนี้หรือเปล่า สิ่งที่ทำให้นาฬิกา Apple ใช้ได้ในขณะที่เครื่องมืออื่นได้ผลไม่เหมือนกันในการที่จะทำให้เจ้าของสุขภาพดีขึ้น นั่นก็คือนาฬิกาอยู่บนข้อมือเราอยู่ตลอด ก็คือมีการออกแบบมาจากเกม ที่เราเรียกว่าเกม Gamification ที่ออกแบบทำให้ทุกอย่างในโลกนี้สนุกมากขึ้น ให้ทุกคนมีความสนุกที่จะทำในสิ่งที่เขาต้องการทำในสิ่งที่เขาต้องการทำ แนวคิดนี้ช่วยให้เราทำให้วงนี้สมบูรณ์ แล้วเราก็จะคิดว่าบ๊องจังเลย แล้วใครจะไปสนใจว่าวงกลมนี้มันสมบูรณ์หรือเปล่า มันไม่มีใครจะรู้ มันมีแต่เรากับตัวนาฬิกาที่ทราบ แต่อันนี้เป็นสิ่งผลักดันที่เราใช้ ก็เป็นเรื่องของการบรรลุผล ถ้าเกิดผมแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถที่จะได้จากการเล่นกม แล้วคุณได้แบทแรกใครจะอยากทำอะไรหลังจากนั้น ทุกคนอยากจะได้แบดที่เหลือเราอยากที่จะรวบรวมแบชต่าง ๆ แล้วทำให้สมบูรณ์ นี่เป็นวิธีการที่เราสามารถเปลี่่ยนพฤติกรรมได้ โดยการใช้เกมก็คือ Starvar บางคนอาจจะรู้จัก App อันนี้นั่นก็คือเวลาเราวิ่งหรือเราถีบจักรยานติดตามพื้นที่ของเรา แล้วเราก็จะได้รายละเอียดเกี่ยวกับการวิ่งเราก็จะได้รายละเอียดเกี่ยวกับการวิ่งของเรา เกี่ยวกับการถีบจักรยาน และมันสร้างเครือข่ายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการวิ่งหรือการถีบจักรยานของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นกับสตาร์วาร์ ซึ่งมหัศชก็คือคนได้เริ่มที่ทำให้เกิดการวิ่งเป็นเกม อย่างในภาพนี้ อันนี้เป็นภาพของซานฟานซิสโก แล้วก็ซึ่งมีนักวิ่งคนหนึ่งได้วาดรูปของฟรีดา คาร์โล นักวาดรูปที่มีชื่อของแม็กซิโก และเขาได้สร้างภาพวาดนี้โดยการวิ่งในเมืองซานฟรานซิสโกเขาวิ่งประมาณ 50 กิโลเมตร เพื่อทำให้เกิดภาพอันนี้ได้ เขาวิ่ง 6 ชั่วโมง เพื่อสร้างภาพนี้ขึ้นมา และคนทั่วโลกก็ทำเกมลักษณะนี้ เล่นเกมส์ลักษณะนี้ ซึ่งเป็นเกมส์ที่บ๊องมาก มันไม่มีเป้าหมายในสังคมที่วาดภาพในแผนที่ตามสตราว่าร์ แต่ทำให้คนได้วิ่ง วิ่งถึง 50 กิโลเมตร ในการวาดภาพอันนี้มันเป็นการบรรลุผลครั้งสำคัญและมันทำให้การวิ่งของเขาสนุกมากขึ้น อีกวิธีหนึ่งในการใช้เกมนี้ หรืออีกวิธีหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการใช้เกมส์ คุณอาจจะแปกนั่นก็คือทางด้านการแพทย์ นั่นอาจจะทำให้พวกคุณแปลกใจ เพราะคุณทุกคนดูสุขภาพดี และอายุไม่มาก แต่คุณอาจจะแปลกใจที่มีหลายคน ที่ไม่ทานยาที่หมอสั่งให้ และได้ยามาจากหมอ หมอบอกให้เราทาน 7 วัน พอเราทาน 4 วัน 5 วันเรารู้สึกดีขึ้นแล้วเราก็เลิกทานยา เพราะเราคิดว่าเรารู้สึกดีขึ้นแล้ว นี่ก็เป็นปัญหา สำหรับในเรื่อง ทีนี้ในเรื่องทานยาไม่ครบ มันก็เป็นปัญหาเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะทำให้เกิดการดื้อยา แล้วก็มีผลกระทบต่อเรื่องการแพทย์อย่างอื่นอีกมากมายทีเดียว ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ถ้าเกิดว่าเกิดมีการเปลี่ยนหัวใจ เอาหัวใจใหม่เปลี่ยนให้คุณ คือเจอผู้ให้ แล้วก็ใส่เข้าไป แล้วก็เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียชีวิต เขาให้ยา ซึ่งคุณจะต้องกินตลอดชีวิต หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเรากำจัดหัวใจ ซึ่งมาจากคนอื่น 50 เปอร์เซ็นต์ของคนไข้ซึ่งผ่าตัดจากการผ่าตัดหัวใจได้กินยาตามที่หมอสั่ง ก็ลองคิดดูนะ คุณให้ได้รับของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคน หัวใจดวงใหญ่ แต่แค่ครึ่งหนึ่งของคนไข้ที่กินยาตามที่หมอสั่ง เพราะฉะนั้นที่เราทำคือการเอาแอพมาช่วย เราเรียก มีแอพหนึ่งเรียกว่าเฮ้ลท์ไวท์ คือรางวัลของสุคือรางวัลของสุขภาพ ทำงานกับบริษัทยาบวกกับหมอ เพื่อจะให้คนไข้รับประทานยาตามที่หมอสั่ง ทีนีเกมก็คือให้รางวัลคุณเวลาคุณกินยา แล้วก็ดูว่าผลสำเร็จคืออะไร ปรากฏว่าได้ผลมากทีเดียว อย่างเช่น มันเพิ่มให้คนเข้ามาเรื่องเกี่ยวกับยา 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันสนุก กินแล้วยังได้รางวัล หรือมีตัวอย่างอีกอย่างหนึ่งในเรื่องของการเรียนรู้ภาษา บางคนก็พูดได้ 2 ภาษาใช่ไหมครับ คิดว่าเขาก็ยังไม่ได้พูดภาษาไทยนะ แต่หลายคนก็คือว่า พูดได้ 2 ภาษา ทีนี้ดูโอริ่งโก้เขาใช้เป็นเกณฑ์ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะเรียนภาษา ปรากฏว่ามีคนกว่า 2 ล้านคนแล้วที่เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เกมนี้ เพราะมันสนุก การเรียนภาษานี้รู้อยู่ไม่ง่าย มันยาก ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตามแต่ แต่จะทำให้สนุกอย่างไร ให้มีส่วนร่วมอย่างไรมันก็ยากที่จะให้เริ่มเรียนภาษาใหม่ ก็แน่นอน ผมแน่ใจแล้วว่า ถ้าจุดใดจุดหนึ่งตั้งใจเรียนรู้ภาษาที่ 2 คุณรู้ว่ายากแค่ไหน ยกตัวอย่าง ถ้าเกิดว่าดูโอริงโก มีการเรียนภาษาไทยด้วย มีเครื่องเรียนภาษาไทย ซึ่งก็แตกต่างจากภาษาอื่น อาจจะเป็นไปได้ ผมอาจจะพูดภาษาไทยในความสวยงาม นี่พูดขึ้นมา ไม่รู้ว่าผมทำได้ดีคุณก็จะมาช่วยสอนผมใหม่ แก้ให้ผมก็ได้ ใช่ไหม ภาษาไทยนี้สวยงาม คือเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมมาเมืองไทย นี่ก็เป็นสิ่งซึ่งยากที่จะทำเรียนภาษา ผมใช้เวลานานมากเพียงที่จะพูดประโยคสั้น ๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นในบริบทนี้คุณก็ทราบว่าเกมส์จะมีประโยชน์ที่จะช่วยให้คุณใช้ภาษาใหม่ นอกจากนี้แล้วคณอาจจะได้ทำโดยไม่ใช้เทคโนโลยี แต่ใช้แนวคิดเดียวกัน คือการซื้อซอฟท์แวร์ขึ้นมา แต่คุณสามารถทำได้ โดยที่ไม่ต้องมีเทคโนโลยี ไม่ต้องใช้ที่เรามีการใช้เกมมาก ก็คือที่บ้านนี้ล่ะ ผมคิดว่าเด็กไทยส่วนใหญ่ก็มีมารยาทเรียบร้อยมากกว่าเด็กอเมริกัน ผมชาวแคนาดาแต่ว่าคลายคลึงกัน ไม่ค่อยเรียบร้อย พอโตมาพ่อแม่เขาจะบอกว่ากินอาหารให้เสร็จก่อนแล้วจะได้กินของหวาน หรือทำการบ้านให้เสร็จก่อนแล้วจะออกไปเล่นกับเพื่อนได้ ทุกอย่างแนวคิดอย่างนี้ที่จะทำให้เสร็จและได้รับรางวัล ให้เขาทำอะไรบางอย่าง ก็คล้าย ๆ กับสิ่งที่เควสเขาทำในวิดีโอเกม ถ้าคุณใช้เล่นวิดีโอเกม เวลาคุณทำอันนี้เสร็จแล้วคุณจะ Unlock แล้วสามารถได้รับรางวัล ได้มีอำนาจพิเศษ ใด้มีพลังเพิ่มเติมขึ้นมา นี่คือการใช้เกมในการเรียนรู้ เราสามารถที่จะสร้างขึ้นมาเองได้ด้วย ที่โรงเรียนก็ใช้กันมาก มี Program เรียกว่าคลาสทรับก็คือศิลปะที่อยู่ในห้องเรียน คือใช้เกมจากบทเรียน ครูก็เข้ามาในห้องแล้วก็สร้างเกมขึ้นมาสอนนักเรียน กับแนวคิดอะไรบางอย่าง ข้อคิดบางอย่าง ใช้เครื่องมือที่อยู่ใน Class Craft ทีนี้โรงเรียนของคุณ ผมไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร ไปโรงเรียน ๆ ก็นานแล้วไม่มีเกมอย่างนี้หรอก แต่ว่ามันน่าจะทึ่งแค่ไหนในการเอาเกมมาใช้ในการเรียนรู้ คุณคิดว่าคุณจากสนุกสนานกับการเรียนรู้มากขึ้นแค่ไหน ไม่เพียงแค่นั้นนะครับ คุณจะเรียนรู้ได้มากขึ้นด้วย แทนที่จะเรียนรู้ตามที่คุณเรียนไปอย่างนั้น แต่อันนี้เป็นเรื่องของการเปลี่ยนโฉมสำหรับการศึกษาทีเดียว เราจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร ทีนี้แต่ละคน ถ้าเกิดเราคิดว่าเราสามารถ เราเอาความรักในการเล่นเกมมาเป็นอาชีพของเรา คือคุณต้องไปเรียนรู้Game Design แต่คุณเอาเกมมาเพื่อสนุกสนาน แต่ Gamification เป็นเกมเพื่อการศึกษา ไม่ใช่เฉพาะเพื่อความสนุกอย่างเดียว แต่เพื่อการศึกษาด้วย แต่ก็สนุก วิชาที่ยาก ๆ มันอาจจะยากหน่อย แต่อยากจะให้คุณอยากให้กำลังใจให้คุณมาเรียนรู้ Gamification คือใช้เกมในการศึกษา โดยหาความสนุกในชีวิตประจำวันของคุณ นี่คือวีดิโอ เป็นบันไดเปียโนอยู่ในเบลเยียมเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นบันได แต่ละขั้นเป็นเสียงดนตรีเวลาคุณเดินขึ้นไป ก็เหมือนกับเปียโน วัตถุประสงค์ที่ทำก็จะเป็นบริษัทที่โฆษณาคุณจะเห็นได้ว่ามันมีบริษัทที่ขายสัปปะรด แต่ว่าวัตถุประสงค์อยากให้คุณเดินขึ้นลงบันได แทนที่จะไปขึ้นบันไดเลื่อน เพราะเวลามีมีบันไดเลื่อน 90 เปอร์เซ็นต์จะไปขึ้นไม่ขึ้นบันได คุณก็คงจะเห็นทุกคนก็เข้าแถว เดินขึ้นบันไดเลื่อน แต่ในขณะเดียวกัน แล้วคุณก็ต้องรอขึ้นบันไดเลื่อนมากกว่า เพราะฉะนั้นแนวคิดก็คือว่า จะใช้เพิ่มคนที่จะเดินขึ้นบันไดมากถึง 75% ทีเดียวโดยการที่จะทำให้บันไดเกิดความสนุก ความคิดนี้ง่าย ๆ ถ้าเกิดว่าคุณเปลี่ยนวิธีคิดของคุณเกี่ยวกับโลก คุณจะเห็นทุกแห่งเลย อีกอย่างหนึ่ง ที่คุณจะต้องทำเพื่อที่จะทำให้โลกนี้สนุก แล้วก็เต็มไปด้วยเกมส์ ก็คือพร้อมที่ยอมรับความล้มเหลว คุณต้องสร้างทัศนคติใหม่ ยอมรับความเสี่ยง และเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับความล้มเหลว อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในใจผมเลย สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับผม ปีที่แล้วมันเป็นปีที่มันแย่ในชีวิตของผมเลยทีเดียว เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว Apple ก็มี product ใหม่ เรียกว่า screen time เพื่อควบคุมจำนวนเวลาที่คุณจะดูเวลาเล่นกับคุณ บริษัทของผมเป็น Startup กำลังจะทำในสิ่งเดียวกัน เราได้เงินทุนมา 3.5 ล้านมากกว่า 100 ล้านบาทในผู้ที่อยากจะลงทุน ผมอยากจะให้เพื่อนหลาย ๆ คนช่วยชักจูงเพื่อนมาทำ ผมออกทีวีด้วยนะ ผมพูดถึงบริษัท พูดถึงผลิตภัณฑ์นี้ แต่เมื่อ apple ตัดสินใจจะมาแข่งขันกับคุณ Apple เอาเลยจะแข่งกับบริษัทเกิดใหม่มันยากมากเลย Apple เป็นนักแข่งขันที่โหดเหี้ยม แล้วเขาทำอย่างนี้มาเยอะ เขาเอา idea ในกระบวนการในตัวดำเนินการของเขา เขาทำมาบ่อยมาก เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของอเมริกา เรามีการพูดกันว่าเมื่อ apple ขโมยความคิดของบริษัทคุณไป แล้วคุณนำเอาไปปฏิบัติการเอง ก็คือ Sherlocking คิดเชอร์ล็อคกิ่ง คือ เอาความคิดของบริษัทเล็ก ๆ ที่คิดขึ้นมาแล้วไปประกาศเป็นผลงานของตนเอง นั่นคือ apple ที่กระผมอยากจะถามเวลาเกิดแบบนี้ อยากจะให้รู้ว่า ถ้ามันมีวิธีการแก้ไขปัญหาความล้มเหลวได้อย่างไร สิ่งแรกก็คือว่า ผมก็มีการค้นคว้าคนที่มีชื่อเสียง คุณอาจจะรู้จัก Walldisney สร้างภาพยนต์มา เขาเป็นอัจฉริยะในศตวรรษที่ 20 ทีเดียว อย่างน้อยในวงการหนังและในเรื่องของศิลปะ วอล์ดิสนี่ ล้มเหลวในชีวิตของเขามาหลายต่อหลายครั้ง แล้วผมจะบอกให้ฟัง สิ่งที่เขาล้มเหลวมาไม่ใช่ทั้งหมด จะยกมา แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งประวัติของวอล์ดิสนี่ ไปดูประวัติของวอลดิสนีย์คุณจะไม่เจอประการแรก Studio เขาเปิด สตูดิโอ สตูแรกของเขาล้มละลาย ไม่มีเงินเลย ล้มละลาย เขาต้องขอยืมเงิน 50 เหรียญจากพี่ชายชื่อรอย นั่งรถไฟไป Lost angalis กับสตูดิโอที่ 2 ครับ ล้มละลายอีก เขาจะผลิตเป็น content ขึ้นมา เขาไม่ใช่นักธุรกิจขึ้นมาเขาไม่ใช่นักธุรกิจที่ดี แต่ Character ของเขา ของมิกกี้เมาส์ ทุกคนรู้จักใช่ไหม ปรากฏว่ามีฮอลิวู้ด 3 แห่ง ปฏิเสธ ไม่ยอมรับมิกกี้เม้าส์ หมดสตูดิโอที่ 4 ถึงจะยอมรับ อันนี้ก็เป็นแอนิเมชั่น แต่ส่วนใหญ่ตอนนี้อยู่ใน box office แต่ละตัวมากกว่า 1 พันล้าน แต่ก็เกิดการล้มละลายในตอนที่มันเริ่มต้น แล้วดิสนี่แลนด์ล่ะ ถือว่าเป็นแหล่งที่ให้ความสุขที่สุดในโลก ดิสนี่แลนด์ ตอนที่จะเปิดใหม่ มีความตอนที่จะเปิดใหม่ มันมีปัญหากับบริษัทของวอลดิสนี่ ต้องบังคับเขาให้ออกจากบริษัทเพื่อจะสร้างดิสนีย์แลนด์ เขาก็ต้องเอากรมธรรม์ชีวิตของเขาไปกู้เงินจากธนาคาร เอาชีวิตตัวเองเข้าแลกและเริ่มสร้างดิสนี่แลนด์ ตอนนั้นไม่มีใครนิยมเลย วันเปิดดิสนีย์แลนด์แย่มาก ๆ ในบริษัทดิสนี่ตอนนี้ในวันนั้น ในปี 1955 ยังเรียกว่า Black Sunday Black sunday คนที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมา แต่ความล้มเหลวในที่ผ่านมาก็มาก แต่เราไม่ได้พูดถึงความล้มเหลวของเขานั่นคือปัญหา อีก 2 - 3 คนที่มีทัศนะที่มองดูถึงความล้มเหลว Allwin Righ 2 พี่น้องที่จะสร้างเครื่องบินขึ้นมา ก่อนหน้า 2 พี่น้องก็พยายามจะสร้างเครื่องบิน แล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ ล้มเหลวกันมาก แล้วก็รู้ว่าต้องออกแบบเครื่องบินที่จะได้ผล เขาต้องทำ 2 อย่างในเวลาเดียวกัน อันแรกต้องออกแบบเครื่องบินที่จะบินได้ แน่นอน ประการที่ 2 จะต้องมีการประดิษฐ์ทักษะใหม่เลย เรียกว่า Piloting การขับขี่เครื่องบิน ก่อนที่เครื่องบิน เมื่อก่อนไม่มีทักษะในการขับขี่เครื่องบิน เพราะฉะนั้นเขาต้องสร้างเครื่องบิน ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาเครื่องบิน และการขับเครื่องบิน เครื่องบินลำแรกที่ 2 พี่น้องสร้างขึ้นมาเป็นตัวแรกที่เขาสร้างขึ้นมาแล้วมันก็ เครื่องบินก็ตก แน่นอน เมื่อทำเลียนแบบของเครื่องแรกมันก็ต้องตกอีก แต่เขาก็ขึ้นไปในเครื่องบิน รู้ว่าเครื่องบินจะต้องตก แต่เขายังขึ้นไปบนเครื่องบินลำนั้น แต่ทำไมครับ แต่เขารู้ว่าถ้าเกิดว่าเขาไม่ไปนั่งแล้วรู้ถึงว่าประสบการณ์ด้วยตัวเองแล้ว เขาจะไม่สามารถที่จะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะฉะนั้นเขาเอาชีวิตเข้าแลกเข้าไปนั่งซึ่งทำแบบเดียวกันกับเครื่องลำแรกที่มันตกมาแล้วนี่ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยสามารถที่จะสร้างเครื่องบิน ในช่วงแรก ๆ 2-3ปีแรกที่สร้างเครื่องบินขึ้นมา แล้วก็ให้คนมาฝึกบิน เครื่องบินจะตกอยู่เรื่อย ๆ เลยแต่เขาก็เชิญชวนคนมาทดลอง มาดูว่าเขาเครื่องบินตกอย่างไร แล้วอย่างไรล่ะ มาให้คนดูเราประสบความล้มเหลว น่าอับอาย พยายามจะสร้างเครื่องบินและให้เครื่องบินตก สิ่งที่เขาต้องการ อ๋อ เขาอยากจะให้เห็นคำติชมของคนที่มาดู อยากต้องการความเห็นของคนที่มาชม มันใกล้ถึงกับเมื่อเกือบจะแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดแล้ว เขาก็เลยไม่ให้คนมาดู เขาให้คนมาชม มาดูตอนที่เครื่องบินยังมีปัญหา แต่เมื่อกำลังจะประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งมันตรงกันข้ามกับคนส่วนใหญ่ ให้มาดูตอนเราประสบความสำเรเพราะเราพยายามจะปิดบังซ่อนความล้มเหลวของเรา ใช่ไหมครับ แต่การที่จะประสบความสำเร็จ เราก็ต้องประสบความล้มเหลวมาก่อน ยอมรับความเสี่ยง และเกมส์ก็เหมือนกัน เวลาคุณเล่นเกมส์ คุณสามารถที่จะตอบสนอง Respon เวลาที่ตัว Caracter ตายไปคุณก็คลิกทีเดียวแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นในอาชีพของคุณ ชีวิตของคุณ เวลาคุณออกไปทำอะไรก็ตามแต่ ที่ลักษณะเป็นเกมมีความสนุก อย่าลืมยอมรับความเสี่ยงให้เห็นถึงความล้มเหลวของคุณ แล้วก็มองหาความสนุกในทุกมุมมองของชีวิตของคุณ ขอบคุณครับ (พิธีกร) [ภาษาต่างประเทศ]คุณทราบไหมครับว่าลักษณะงานของผมที่ยากในงานของผม คือการอธิบายว่าผมทำอะไร เพราะว่า Futurist ไม่น่าจะมีงาน แล้วทุกคนก็งง ผมบอกผมเป็น Futurist ผู้ที่เกี่ยวของกับอนาคต ทุกคนมองผมอย่างกับผมเป็นมนุษย์ประหลาด แต่ว่าบางทีเวลาเราเทียบกับอนาคต เราเวลาเราปัจจุบันเวลาเราเดินไปรอบ ๆ เราจะเห็นว่ามันมีฮาร์ดแวร์ มีอุปกรณ์ มีอะไรหลายอย่างที่ล้อมรอบเราในปัจจุบันและในอนาคต และปัญหาหนึ่งที่มีก็คือคนส่วนใหญ่เราคาดการณ์ได้ง่ายกว่าเทคโนโลยี เร็ว ๆ นี้ ผมไปที่อินโดนีเซีย แล้วถ้าคุณไปที่อินโดนีเซีย นี่คือสิ่งที่สำคัญ และนี่ก็คือ 50 ตารางเซนติเมตรที่สำคัญในเรื่องของอินเทอร์เน็ตที่อินโดนีเซีย และผมก็พบว่า Internet ที่อินโดนีเซียทำงานอย่างนี้ ก่อนที่ใครจะดูอะไร online ได้ Content ทั้งหมดจะต้องผ่านในเรื่องของ Server room ที่จากาต้า ซึ่งมันดูยุ่งเหยิงมาก สิ่งที่ผมพบมีคนหนึ่งที่รับผิดชอบห้องนี้ นี่คือโจฮาเร็ม เขาเป็นพ่อของอินเทอร์เน็ตที่อินโดนีเซีย ผมไม่ทราบว่าครูเขาจะพูดว่าอย่างไร แต่ลองมองดูภาพนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้นเห็นไหมครับ ตอนที่ผมถือมันมีใบเล็ก ๆ ที่เขียนอีเบย์ และอเมซอน แล้วก็เป็นอะไรที่ดูสนุกมาก Cool มาก ผมถามว่าคุณอยากจะดูไหมที่ผมจะปิด Facebook ให้อินผมบอกว่าคุณทำไม่ได้ ผมทำได้ และผมทำอยู่ตลอดเวลา เพราะทุกคนคิดว่าอินเตอร์เน็ตในอินโดนีเซียเชื่อถือไม่ได้ และผมจะทำแบบนี้เวลาผมเบื่อ และผมก็เลยนึกขึ้นได้ว่าเวลาเราพูดเกี่ยวกับอนาคต เกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่จริง ๆ เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลและพฤติกรรมของเขา เราจะต้องจำสิ่งนั้นเพราะขณะนี้เราอยู่ในช่วงต้นของยุคใหม่ นั่นคือยุคดิจิทัล มันไม่ใช่ยุคโมบาย เป็นช่วงต้นของยุคที่ AI ของปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัลจะเป็นตัวผลักดันความสำเร็จของตัวเรา และของธุรกิจของเรา ถ้าเผื่อเราจะเข้าใจว่าอะไร เราต้องถามตัวเราเองว่าในช่วง 10 ปีข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร เราจะคาดการอะไรได้เกี่ยวกับโลกในปี 2030 แล้วก็อนาคตต้องเป็น 2030 หรือ 2022 มันมีข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือถ้าเราพยายามคิดว่าปี 2030 จะเป็นอย่างไรเราจะต้องเลิกห่วงเกี่ยวกับเรื่องมิลเลเนียลผมคิดว่าอันนี้เป็นข่าวร้าย เพราะว่ามีมิลเลเนียนจำนวนหนึ่ง ยกมือขึ้นครับ กลุ่มมิเลเนียมในที่นี้ ถ้าคุณอายุมากกว่ามิลเลนเนี่ยนนี้บอกผมซิว่าคุณใช้ครีมทาหน้าอะไร เพราะว่ามันได้ผลดีมาก คุณในปี 2020 คุณก็จะแก้เหมือนเรา มีอะไรที่น่ากลัวเกี่ยวกับมินเลเนี่ยนคนที่อายุ 8 ปี ทำไมถึงน่ากลัว ลองคิดวิธีที่เขามองเทคโนโลยี คนที่เกิดปี 2007 ขณะที่เขาเติบโตขึ้น แล้วเขาก่อเรื่อง แล้วก็ร้อง ลองคิดดูว่าพ่อแม่เขาใช้อะไรในการที่จะทำให้เขาเงียบ เห็นไหม มีเด็ก Genaration หนึ่งเลย ที่ไอแพดและไอโฟน คือเทคโนโลยีเป็นของขวัญของสตีฟจ๊อบที่ให้กับกลุ่มเด็กเล็ก ๆ ทั้งหลาย ก็ลองคิดดูว่าเด็ก ๆ เขาได้อะไรจากของเล่นนี้ เพราะฉะนั้นสมองเขาได้มีการปรับใหม่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ แล้วมันหมายความว่าอย่างไร เวลาเขาเติบโตขึ้น เด็กรุ่นนี้ประสบการณ์ที่เขาได้มาตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟังเพลง ดูทีวี คุยกับเพื่อน มันเขาไม่ได้ใช้วิทยุหรือทีวีหรือที่โรงเรียน แต่มันเป็น Matrixเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทราบก็คือประสบการณ์อันนี้ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น บนจอเล็ก ๆ มันเกิดมาจากอัลกอริทึม มันมาจากปัญญาประดิษฐ์ เวลาเราคิดถึงจุดเริ่มต้น ของยุค ของ AI หรือยุคปัญญาประดิษฐ์ มันเริ่มตั้งแต่ในปีตอนแรกเราคิดจำได้ไหม ตอนนั้นมีการพูดว่าโลกจะสิ้นสุดในปี2012 และเกิดอะไรขึ้น โลกไม่ได้สิ้นสุดในปี 2012 ตอนนั้นมันมีรายการก่อน 2012 ไม่มีใครสนใจภาพนี้ มีนักวิทยาศาสตร์ที่เข้ามารวมกัน พยายามเขียนในเรื่อง software เพื่อที่จะสร้างฐานข้อมูลที่ในปี 2012 ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป และทีมของเขาพบว่าเขาสามารถใช้คอมพิวเตอร์ชิป เพื่อที่จะสร้าง Algorithm สิ่งนี้เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานเหมือนสมองมนุษย์ สิ่งนี้เปลี่ยนทุกอย่างเลยตั้งแต่ปี 2012 เราพบปัญญาประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนไร้คนขับหรือการสร้างเกม หลังจากนั้นเราเริ่มเห็นวิสัยทัศน์ของโลก ซึ่งไม่เพียงพอที่จะมีคอมพิวเตอร์โปรแกรม ซึ่งถ้าคอมพิวเตอร์มี Data มากพอ มันก็สามารถสอนตัวเองได้ ภายในปี 2030 เราจะอยู่ในโลก ประสบการณ์ที่ทุกอย่างตั้งแต่การพยาบาล การขนส่ง การอะไรทุกอย่าง อาจจะเปลี่ยนแปลงโดยข้อมูลที่มาจากปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งทำให้เราจะต้องถามคำถามตัวเราเอง ก่อนอื่นความสัมพันธ์ของเรากับบริษัทธุรกิจต่าง ๆ หรือองค์กรนี้ต่างกันอย่างไร ถ้าคุณพิจารณาบูทหลังห้อง เราจะเห็นได้เลยว่ามันมีข้อมูล 5G ที่เชื่อมโยงที่ถึงทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเชื่อมต่อกัน คุยกัน แชร์ข้อมูลกัน เปลี่ยนแปลงอะไร อย่างเช่น การค้าปลีก อย่ากลัวนะคะ อย่าตกในอันนี้ไม่ใช่ภาพจริง Amazon ยังไม่ได้เริ่มทำการขนส่งในการใช้โดรน เขาจะเริ่มใช้บริการนี้ในเดือนหน้า ก็คืออะไรจะเกิดขึ้นในเรื่องการค้าปลีก มีคนที่สร้างที่ลงทุนเป็นล้าน ๆ ดอลลาร์เพื่อสร้างที่เก็บสินค้า คลังสินค้า JD.com ซึ่งอยู่ข้างหลังเรา อาลีบาบา เขาทำการลงทุนในเรื่อง Automation มากขนาดนี้ทำไม แล้วถ้าเป็นในอนาคตเป้าหมายก็คือเพื่อไม่ใช่การส่งของอย่างรวดเร็ว และการส่งของให้คุณก่อนที่คุณได้สั่ง เลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นแล้วในบางบ้าน อย่างเช่นเราคุยกับ Amazon เพราะฉะนั้นในหลายกรณีสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อที่รายการนั้นจะได้มีการส่งมาภายในเวลา อัลกอริทึมก็มีการคำนวณสินค้านี้ แล้วก็ได้คาดการณ์ว่าคุณจะอยู่ตรงไหน แล้วเขาก็ส่งสินค้าไปที่คลังสินค้าที่อยู่ใกล้คุณ ก่อนที่คุณจะทราบว่าคุณต้องการนั่นแล้วด้วยซ้ำ แล้วอะไรจะทำให้ Amazon จะไม่ส่งของมาให้คุณก่อนที่คุณจะสั่งสินค้านั้น ฟังดูบ๊องที่สุดเลย อมาซอน มีสิ่งที่เขาเรียกว่า ส่งสินค้าก่อนการส่ง เพราะว่าคุณอยู่ที่บ้าน คุณทำงาน แล้วคุณก็ทำการสั่ง คุณก็พิจารณาของ online แล้วคุณก็ชอบสิ่งนั้นสิ่งนี้ ปัจจุบันนี้ คุณต้องคลิกสั่งซื้อเดี๋ยวนี้ และได้ยินเสียงนอกบ้าน แล้วคุณเปิดประตู แล้วนี่ก็คือตัวโดรนที่ลงมาจากฟ้า แล้วส่งของอยู่หน้าบ้าน และคุณแปลกใจว่าคุณไม่ได้สั่งอะไรเลย แล้วคุณเปิดกล่อง แล้วสิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณเพิ่งดูในจอเมื่อกี้นี้เอง แล้วเขาทราบได้อย่างไร และดูมันเหมือนอย่างกับว่าอะเมซอน บางคนก็อาจจะส่งของกลับไป เพื่อที่จะพิสูจน์ให้ทราบว่าใครเป็นหัวหน้า แต่อีก 2-3 วันคุณก็สั่งของนั้นกลับมาต้องการมัน นั่นคือการซับซ้อนของชีวิตในโลกใหม่ เพราะว่า Algorithms หรือ AIและเกิดขึ้นแล้วในอเมริกาเหนือ เกิดขึ้นในเมืองจีน เขามีร้านสะดวกซื้อ ซึ่งมีอัลกอริทึม ซึ่งเขาบูรณาการกับโทรศัพท์ของคุณ มีโปรแกรมในวีแชท และมีสงครามเกิดขึ้นในเมืองจีนระหว่างอารีบาบากับเท็นเซ็น จะสามารถในเรื่องของอัลกอริทึมในเรื่องสำหรับชีวิตประจำวัน ได้มีการสร้าง robot และแม้แต่การแสดงแฟชั่น แล้วก็เหมือนกับจะทราบว่าเราจะซื้ออะไร แค่มองเห็นนางแบบเดินผ่านเรา ทำไมเขาถึงทราบ เพราะว่ายิ่งเขารวบรวมข้อมูลได้มากเท่าไหร่ เขาจะสามารถที่จะฝึกปัญญาประดิษฐ์รุ่นต่อไปให้มีส่วนในเรื่องการตัดสินใจหรือให้บริการตามความต้องการของเรา และมันมีคนที่เรื่องเงินมันก็มีบางคนมีการบริจาคก่อนที่จะทราบด้วยซ้ำ สิ่งที่เราจะพบในปี 2030 นั่นก็คือ Interface กับ Technology จะมีจอไหม ในปี 2030 หรือเรากำลังคุยกับทุกสิ่งทุกอย่าง หรือให้มีคนพูดกับเรา หรือมีเสียงพูดกับเรา มีสิ่งที่ผมเรียกว่า การกระซิบเข้าหูเราในห้างขายปลีก เวลาเราเข้าไปในร้าน เขาก็รู้จักเราจากเฟเชอร์คอนเนชั่น และจะบอกร้านว่าในอดีตเราเคยซื้ออะไร มีอะไรบ้างที่เราชอบซื้อ และ AI ก็จะเข้าใจอารมณ์เราดีขึ้น มีบริษัทที่ชื่อว่าอะเฟคติว่า ของ MIT ใช้เวลาเข้าวิเคราะห์คนที่โกรธเป็นเวลาร้อย ๆ ชั่วโมง วิเคราะห์ความโกรธเป็นเวลาร้อย ๆ ชั่วโมง อันนี้เป็นเครื่องที่เข้าใจอารมณ์ของเรา และเราจะทำอย่างไรกับเครื่องอย่างนั้น ผมอาจจะใช้เครื่องนี้เพื่อจะได้ทราบว่าภรรยาผมโกรธหรือเปล่า เราสามารถที่จะ ถ้าเราโกรธแล้วเราดึงอยากจะร้องเรียนบริษัทโทรศัพท์ 30 นาทีแล้วทำให้เราต้องรอและเขาโอนเราให้พูดกับใครที่จะช่วยเราได้ อันนี้เป็นการเรื่องการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เราได้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับประสบการณ์ของมนุษย์มากขึ้น แล้วมันเป็นการ Unlock ใบหน้าของเรา แล้วถ้าเราสามารถสร้าง Application ซึ่งใช้ได้ ด้วยการที่เราแค่มอง application จากฮาฟมาราธอนที่เซี่ยงไฮ้เมื่อปีที่แล้วเราได้โหลดกับแพลตฟอร์มนี้ เราได้สร้างภาพจำนวนเยอะมากเลย ภาพนี้ไม่ได้เป็นนักถ่ายมืออาชีพ หรือนักถ่ายสมัครเล่น แต่มันเป็น AI ที่ได้ถ่ายรูป และถ้าคืนนี้เราได้ไปทานที่จริงเราไม่จำเป็นที่จะเอากระเป๋าสตางค์หรือมือถือไปด้วยเพราะทันทีที่เราเข้าไปในร้าน เครื่องจะรู้จักเราทันที จำเราได้ทันที ตอนนี้นอกจากนั้นเขาก็ไปใช้อยู่ในห้องน้ำด้วย คือถ้าเกิด ปกติคนก็สาวกันใหญ่เลย แต่ AI เขาจะจำใบหน้าคุณได้พอคุณสาวเขาจะตัดคุณทันทีสาวกระดาษไม่ออกแล้ว เพราะฉะนั้นเราพูดถึง interface dyoแต่สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องจำในปี 2030 ก็คือว่า AI จะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเราอย่างไร ลองคิดดูถ้าเกิดว่าเรานุ่งห่มทุกอย่างที่เป็น Smart อย่างเช่สมาร์ทชู อย่างเช่น สมาร์ท แอปเปิ้ล วอทช์ ใครมีอยู่ครับ เดี๋ยวนี้ก็มีอยู่นะครับ คุณก็แค่แตะไปที่ข้อมือ เขาก็บอกให้ยืนขึ้น หรืออะไรอย่างนี้ หรือหายใจอย่างไรอย่างนี้ คือเราต้องขอบคุณ apple ที่ทำ apple smart watch นักคิดอีก 10 ปีมันจะก้าวหน้าต่อไปอีกแค่ไหน และมันจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรมของคนแล้วทำให้การตัดสินใจในชวิตของเขาจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่บอก smart watch ไม่ใช่บอกเวลา เขาบอกคุณว่าคุณมีเวลาเหลือ ชีวิตของคุณจะเหลืออีกเท่าไร ถ้าคุณยังมีพฤติกรรมของคุณเป็นอย่างนี้ ถ้าเกิดว่าคุณไปดื่มเครื่องดื่มเตกิล่าขึ้นมาจะกินขึ้นมา ปรากฏว่ารุ่งขึ้นคุณกีนาที เขาจะบอกคุณทันทีเลย แต่คนที่สนใจคือใครครับ บริษัทประกัน คุณไม่ต้องรอถึงปี 2030 ปีที่แล้วประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐเมริกาตอนนี้คนที่ คนที่ติดตั้งไวทอร์ลิตี้ เขาจะรับประก้นชีวิตแล้วก็จะให้รางวัลคุณด้วยตั๋วดูหนังฟรี ให้ลดราคา อันนี้ก็เป็นวิธีการเก็บข้อมูลว่าวิถีชีวิตของคุณ ไลฟ์สไตล์ของคุณเป็นอย่างไร ถ้าเกิดว่าคุณจะซื้อประกันชีวิต เขาจะดูว่าคุณออกกำลังกายแค่ไหน มันก็เริ่มซับซ้อนมากขึ้นใช่ไหมครับ มันมีทางออก ถ้าคุณอยากจะขี้เกียจ คุณก็ไปหาอาลีบาบา แล้วก็ไปซื้ออุปกรณ์อาลีบาบา ปรากฏว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มันก็จะ Lock โทรศัพท์ของคุณทำให้บริษัทประกันคิดว่าคุณออกกำลังกายมากมาย มีอุปกรณ์อื่นที่เข้ามา เพราะฉะนั้นคำถามก็คือว่าคุณเป็นใคร แล้ว Algorithms อยู่ที่ไหน มันง่าย หลังจากนั้นการตัดสินใจของคุณ หนังสือที่คุณอ่าน หรือว่าสิ่งที่คุณมีความสนใจ คคุณจะไปพักผ่อน หรือว่าคุณจะทำการออกกำลังกายของคุณทุกอย่าง แม้กระทั่งในปัจจุบันยังมีบริษัท มีแบรนด์ที่มีข้อมูลการตัดสินใจของคุณมากมาย แล้วเขาคาดการณ์ได้ว่าคุณจะทำอะไรต่อไป แล้วเขาจะมี อยากจะจูงใจให้คุณทำอะไรที่มันแตกต่างออกไป ต่อคำถามว่าโลกจะเป็นอย่างไรในปี 2030 มันไม่ใช่เทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เรามีเป็นผลกระทบของ AI ปัญญาประดิษฐ์ สำคัญของการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้ารุ่นต่อไป Genaration ต่อไป ลองคิดดูเราสร้างขึ้นมาอย่างไร งเราออกแบบใหม่อย่างไรในสิ่งที่เราทำ ทีนี้คุณต้องท้าทายตัวเองเกี่ยวกับอนาคต เมื่อรู้ว่าคนเกิดในยุคมิลเลเนียมมีกี่คน แต่ว่าก็ง่ายถ้าเกิดว่าคุณจะไม่คิด ถ้าคิดถึงอนาคตเวลาคุณอายุมากขึ้นไป เพราะฉะนั้นผมก็บอกว่าคุณต้องคุยกับเด็กรุ่นใหม่ คุยกับเด็ก คุยกับวัยรุ่น คุณคิดถึงผลที่มีสิ่งที่ไปกระทบ ของเกมของ AI ที่เป็น Technology ต่าง ๆ หรือเปล่า มันเป็นสิ่งที่ท้าทายคำถามที่คุณจะต้องพิจารณาหรือว่าคุยกับเพื่อนของคุณก็ได้ ถ้าเกิดว่า apps ที่เรามีวันนี้ ไม่ว่า SnapChat, Tiktok ต่าง ๆ แล้วคุณคิดว่าในปี 2030 ไม่ว่าจะเป็นบริการที่ AI เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตของคุณ ทีนี้พูดถึงโลกในปี 2030 คำถามถัดที่จะต้องพิจารณาก็คือว่า แล้วบริษัทที่เราทำงานอยู่ด้วยเขาจะเป็นอย่างไร เราจะออกแบบสภาพแวดล้อมของที่ทำงานเพื่อที่จะรองรับอนาคตที่มันแตกต่างกันไปอย่างไร การเปลี่ยนแปลง อนาคตเราจะอยู่รอดได้อย่างไร เราบอกว่าก็ต้องให้ทำแบบสหรัฐ แต่จริง ๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องตลกนะ เพราะว่ากว่าจะหารูปมาปรากฎว่าเป็นภาพที่น่ารัก เป็นรูปที่ไม่ได้เรื่องเลย Startup ปัญหาก็คือว่า ถ้าเกิดว่าเป็น Startup Startup เขาฝันว่าอะไร Start up คุณอยากเป็นบริษัทที่ใหญ่ใช่ไหมคำถามก็คือว่า คุณจะเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็ก แต่คำถามว่าคุณดูตัวคุณเองอย่างไร อย่างเช่นบริษัทเทคโนโลยี โดมิโนก็เป็นเทคโนโลยี ร้านเหล่านี้เขาใช้คอมพิวเตอร์ เขาใช้ AI ในการที่จะสแกนพิซซ่าเพื่อให้เห็นว่าเขามีอาหารวางอยู่ตำแหน่งที่ถูกต้องไหม อุณหภูมิดีไหมแล้วบริษัทเหล่านี้คืออะไร ถ้าเกิดว่าดูถึงบริษัทที่ประสบความสำเร็จ เขาไม่เคยดูตัวเอง ตามที่คนอื่นเห็นเขา แต่เราต้องใช้ เขาพยายามที่จะ upgrade เทคโนโลยีของตัวเอง แต่ถ้าเทคโนโลยีมันเปลี่ยน เรา Chang เราก็เปลี่ยนแปลงธุรกิจของตัวเองเลย เราต้องดูว่าวัฒนธรรมของระบบการปฏิบัติงานของเราเป็นอย่างไร ไม่ง่าย สิ่งที่คุณจะต้องทำ จะต้องคิดว่าคุณจะเปลี่ยนในสิ่งที่คุณทำอย่างไร อย่างเช่นไฟฟ้า ไมเคิล ฟาราเดย์ ประดิษฐ์ไดนาโมไฟฟ้าขึ้นมาใช้เวลาถึง ๘๒ ปี ในปี 1913 ถึงเฮนรีย์ ฟอร์ด เอาไอเดียนี้มาสร้างเป็นสายการผลิต แล้วดูว่าสายการผลิตที่เพิ่มขึ้นไปได้ 82 ปีถ้าเกิดว่าเราไม่สารมารถคิดได้อย่างรวดเร็วว่า AI ปัญญาประดิษฐ์ Algorithms นี้เปลี่ยนวิธีการที่เราทำได้อย่างไร ต้องคิด คนเทคโนโลยี เอาคนมาก่อน คุณต้องคิดอยู่ว่างานที่จะมีมูลค่าที่สูงที่สุดคืออะไร คุณที่มีคุณค่ากับบริษัทคืออะไร ตัวนี้คุณจะเรียนวิชาอะไร ถ้าเป็นลูกคุณจะเรียนอะไร มันยากที่จะตอบ เพราะว่าคนที่มีคุณค่ากับบริษัทในอนาคตจะต้องมีงาน ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นการที่จะเรียน เพื่อจะเตรียมตัวรับกับงานที่ยังไม่มีเลยจะทำอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องเตรียมตัวเองจากความเป็นจริงที่ว่างานจะมีการเปลี่ยนอย่างตลอดเวลาในช่วง 5 ปี 10 ปี และบริษัทจะจ้างคน ในการที่จะมีความสามารถที่จะรับกับความเปลี่ยนแปลง แล้วคนที่ทำงานมีพลังงานเผชิญกับสิ่งที่เขาไม่รู้ ไม่เห็นมาก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่แน่นอน มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แล้วประการที่ 2 ที่เราต้องคิดว่า ผลกระทบของ Automation ระบบอัตโนมัติ ตอนนั้นผมอยู่ที่อินเดีย ที่เมืองหนึ่ง เป็นเมืองซึ่งบริษัทใหญ่ ๆ มีการ Out Source เทคโนโลยีของเขาออกไป แล้วก็ธนาคารใหญ่กับ INZ อยู่ที่นั่นด้วย ไฮยาราปัต บางคนคิดว่าเขาเอาหุ่นยนต์เอาโรบอทเข้ามา แล้วดูซิว่าจะมีผลดีต่อขวัญกำลังใจอย่างไร และจะเห็นว่าเอาคน เอาหุ่นยนต์มาแทนที่ แล้วขณะเดียวกันก็เห็นเพื่อนร่วมงานของคุณหายไป เพราะว่าเขาเอาหุ่นยนต์มาแทนที่ ทีนี้สิ่งที่คุณต้องทำ คุณต้องถามคำถามออกมา คุณจะทำให้คนที่ในบริษัทของคุณ มีขวัญกำลังใจในการทำงานได้อย่างไร เพราะทักษะของเขา เขารู้ว่าอะไรที่ไหน คุณต้องรูว่าจะต้องเอา Automation มาเริ่มใช้ที่ไหน เมื่อไร แล้วก็บริษัทลูกค้าของคุณมีหลากหลายต่างอายุ บางอย่างก็ง่าย คุณมีลูกค้าใหม่เข้ามา คุณก็มีการเปิดอีเวนโทรี่ใหม่ขึ้นมา ถ้าเกิดว่าไม่ใช่ว่าคนที่จะดูแล ถ้าเกิดมีการตัดสินใจที่ยากมากว่าอะไรที่จะรู้ว่ามีการฉ้อโกงกันที่ไหน ในการที่จะเลือกที่ตั้งของร้านที่ใหม่คืออะไร คุณต้องมีการเรียนรู้มาก มีความรู้มากมาย แต่ก่อนจะตัดสินใจ คุณจะต้องมีคนมาเกี่ยวข้อง คุณต้องมีการตัดสินใจที่คุณต้องเผชิญที่ซับซ้อน แล้วก็เป็นให้แก่ลูกค้าอย่างไร อันนี้ก็เป็นปัญหาของคนั่แต่ถ้าเกิดคุณอยากจะเรียนรู้มัน เวลาคุณจะต้องมุ่งเน้นศึกษาในสิ่งที่มีความสำคัญจริง ๆ แล้วก็ตัวต่อตัวสุดท้าย เทคโนโลยีที่แท้จริงคืออะไร มันประหยัดเวลา มันทำเงินได้มากกว่า ก็มีผู้ประกอบการ จิมบ็อกเทล ในปี 1960 ขึ้นมา ผมจำเขาได้ตลอดเลย คือเรามี Data ขึ้นมา แต่ถ้าเรามีความคิดเราก็ต้องให้เจริญเติบโต กับที่สอดคล้องกับฉันเอง ถ้าคุณมีทัศนคติที่มันยากที่จะเปลี่ยน ถ้าเกิดว่าคุณอยากจะท้าทายความคิดเห็นของใครสักคนต้องให้สอดคล้องกับคุณ นี่คุณผลิตทีวี เขาทำทีวีโชว์มากมายทีเดียว เอาท์แลนด้า ใครดูคลาวน์ในเนคเพราะฉะนั้น เอนดี้เขาไปหาเนสทริค แล้วก็เริ่มต้นมีอะไรประหลาด แล้วก็มีเริ่มต้นอะไรเขามีไฮติ้ง ตอนที่แอนดี้เดินเข้าไปหาเราชอบโชว์ของคุณมาก เราจะซื้อทั้งซีซัน อาจจะ 2 ซีซันด้วยซ้ำไป ลิสต์ก็บอกว่าไม่เป็นไร เราหา เรารู้ว่าจะเป็นความสำเร็จเขาดูให้เราแล้ว แล้วเมื่อสคริปของคุณเขียนโชว์ แล้วเมื่อสคริปของคุณเขียนโชว์เราอยากจะนั่งคุยกับ data engineer ของเราว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ทั้งซีซันเลย ตอนนี้แอนดี้เขาบอกว่าเป็น Super Power เลย นี่คือเป็น Super power แล้วที่เขามีอยู่ ไม่ใช่เพียงแต่รู้ว่าเขาจะเอามาประกาศทีวีเมื่อไหร่ เขาเอาข้อมูลจาก Steaming แล้วใช้วิธีในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องของ TV ในโลกนี้ อะไรที่อยู่เบื้องหลัง เทคโนโลยีการลงทุนหรือคือวิธีการตัดสินใจ อย่างเช่น Amazon ที่เขามาได้ก้าวไกลถึงขนาดนี้ก็คือเขาใช้ใน PowerPoint ถ้าเกิดจะตัดสินใจที่ Amazon คุณจะต้องเขียน Memo คือไม่ใช่เป็นข้อ ๆ ออกมา หมายความว่าคุณต้องมั่นใจ แล้วก็ชัดเจนในการตัดสินใจของคุณ นั่นคือในรายการทางบริษัทจะต้องใช้บริษัทที่จะประสบความสำเรในอนาคตก็ต้องเก็บเทคโนโลยี เราต้องการคนรุ่นใหม่ และที่จะมีความยืดหยุ่นกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และบทบาทของคนจะต้องได้รับยกระดับขึ้นมาในการทำงาน และมีความมุ่งมั่น ในวัฒนธรรมที่นำด้วยข้อมูล ทีนี้คิดถึงพิระมิดที่ผมให้คุณดู ไม่ว่าบริษัทเล็ก ๆ หรือบริษัทใหญ่ แต่ที่คุณตัดสินใจออกไปว่านี่เป็นงานซึ่งคนควรทำ หรือสิ่งที่เราควรจะใช้ AI หรือว่าเป็นเรื่องของปัญหาที่คุณต้องดำเนินการ อะไรที่เป็นความเชื่อ หรือเป็นสิ่งที่อยู่ในองค์กรจำเป็นจะต้องเปลี่ยน และอะไรที่จะช่วยให้เรา ความคิดเห็นเก่า ๆ ที่มีอยู่ นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอกในวันนี้ เราได้พูดเกี่ยวกับโลกของปี 2030 และก็อนาคตของธุรกิจต่าง ๆ และตัวเราเอง ใน 10 ปีข้างหน้า เราจะทำอย่างไร คนที่จะ Smart จะเป็นอย่างไร เพราะว่า หุ่นยนต์จะมาทำงานแทนเรา เราควรจะห่วงไหม เกี่ยวกับประเด็นนี้ค่อนข้างบ่อย เพราะคิดถึงอนาคต ผมอาจจะมีสำเนียงแปลก และมีเหตุผล ผมเกิดในออสเตรเลีย แล้วโตขึ้นที่พีจี ที่เป็นเกาะในแปรซิฟิกคุณแม่เป็นคนจีนจาเป็นคนจากมาเลเซีย และคุณพอเป็นคนไอริส อย่าให้ผมอธิบายว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมไม่ทราบว่าคุณมีประสบการณ์นี้หรือเปล่า แต่ตอนที่ผมโตขึ้น คุณแม่เข้มงวดในด้านการศึกษาจะทำอะไรเกี่ยวกับชีวิตก็ได้ แต่แม่ให้ลูกเลือกว่าลูกจะสามารถเป็นครู เป็นนักกฎหมายหรือนักบัญชี แล้วผมก็ไม่อยาก เพราะฉะนั้นผมก็เลยเรียนทางด้านบัญชีและกฏหมาย มีใครได้เรียนบัญชีทีนี้บ้างไหบางคนใช่ไหม ผมทราบว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน แล้วมีใครที่ได้ศึกษาทางด้านกฎหมายไหมคะ คนเดียว 2 คน โอ.เค. ค่ะ และผมไปเรียนกฏหมาย ผมเรียนได้แค่วันเดียว ผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับวันแรกและวันสุดท้าย ผมชมภาพยนต์และทุกอย่างเกี่ยวกับหมอ แล้วผมคิดว่าผมเตรียมการมาอย่างดี และวันแรกที่ผมไปเรียนอันนี้ที่บริษัทกฏหมายและเขามีกระดาษเขาอยู่ในสำนักงาน แล้วก็มีกระดาษเต็มไปหมดล้อมรอบตัวเขา แล้วเขาก็บอกว่าคุณเห็นไหมกระดาษทั้งหมดนี้ เราขอให้คุณตรวจสอบกระดาษทั้งหมดนี้ว่ามีการสะกดผิดและมีศัพท์ที่พิมพ์ผิด ทำไมเราต้องทำอย่างนั้น ใช่ มันต้องมีคนทำอย่างนี้ ผมก็เลยลาออกไปเลย ผมคิดว่านักกฎหมายจะไม่มีวันอยู่รอด เขาจะต้องมี software เข้ามาทำงานแทนเขาได้อันนี้ 20 ปีมาแล้ว แต่ขณะนี้มีนักกฎหมายมากกว่าสมัยนั้น คงมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในโลกเรา แต่ผมเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟัง เพราะว่าข้อผิดพลาดของผมก็คือข้อผิดพลาด นั่นก็คือการถือว่ามีการสัมพันธ์ระหว่าง Automation และงาน ลองคิดดูไม่ว่าเราทำงานอะไรถ้าเราสามารถใช้เครื่อง สำหรับใช้ automation สำหรับใช้งานของเรา ไม่ว่าจะเป็น Back Room Processing งานของเราจะหายไปไหม ไม่จริง ผมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือถ้าเผื่อคุณใช้ automation ต่อส่วนหนึ่งของงานของคุณ ก็จะมีความต้องการสำหรับงานของคุณ ลองคิดดู ดูประวัติศาสตร์ที่เขาเริ่มเอา Automation มาใช้ในสหรัฐอเมริกา ตอนแรกพวกที่ทอผ้า ที่บอกงานทอผ้า หลายคนก็โกรธแต่หลายคนก็ไม่ได้สูญเสียงานของเขาเปลี่ยนแปลงไป เพราะแทนที่จะทำงาน ทำกายภาพ ก็กลายเป็นหน้าที่ของเขาก็คือการดูแลเครื่องที่จะต้องทำงาน แทนเขา เพราะฉะนั้นผลผลิตของเขาก็เพิ่มขึ้น คนก็ซื้อผ้าเพิ่มมากขึ้นและระหว่างปี 1830 และ 1930 จำนวนคนในอุตสาหกรรมทอผ้าเพิ่มขึ้นตอนที่เราเริ่มมี ATM นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ATM ก็เป็นเรื่องของการรวมเทลเลอร์ เป็นเครื่องที่มาทำงานเรา ใช่ เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้คนที่จะเป็นเทลเลอร์ พนักงานที่แต่ว่า Bank มีการเปิดสาขาเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันนี้มีเทลเลอร์ของธนาคารมากกว่าสมัย ATM เพราะว่าเราต้องการคนที่ต่างจากเดิม ก็คือคนที่มีทักษะทางด้านสังคม แทนที่จะมีทักษะทางด้านนับธนาบัตร แต่ตัวประเด็นคือการที่เราถามตัวเราเองก็ไม่ใช่ว่าเราจะสูญเสียงานไหม แต่งานเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แล้วเราจะต้องการคนสักกี่คนในอนาคต เราจะเป็นผู้นำอย่างไร เราต้องการผู้นำแบบใหม่ เรียกว่า Algorithmic Leader เพราะว่าเขาจะมีความเหมาะสมสำหรับโลกใหม่ของเรา เพื่อประสบความสำเร็จ ผู้นำนั้นต้องการ 2 ทักษะด้วยกันที่สำคัญ นั่นก็คือจะต้องมีความเข้าความสลับซับซ้อนกับของมนุษย์เพื่อจะทราบว่าประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูกค้า เป็นอย่างไร แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะให้ทีมงานเรา มีแรงบันดาลใจในการปฏิบัติงาน แต่ขณะเดียวกัน เราจะต้องมีคุณภาพของเครื่องบ้าง ความหมายก็คือว่าในอนาคตเราตัดสินใจ หรือแก้ปัญหา เราจำเป็นจะต้องเรียนรู้ที่จะมีโครงสร้าง หรือมีการจัดการในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อันนี้ก็นำพาไปสู่ประเด็นที่คุณจะต้องจำ ประเด็นแรกก็คือเราจะต้องคิดใหญ่กว่าเดิม ถ้าเผื่อการตัดสินใจธรรมดา เทคโนโลยีมาช่วยตัดสินใจได้ เทคโนโลยีที่เหลือจะต้องเป็นการคิดแบบกล้าหาญ หรือนอกกรอบ คนส่วนใหญ่พูดเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนผ่าน ไม่ว่าเรามีความคิดอะไรเราต้องถามตัวเองว่าใหญ่พอไหม หรือเป็นแค่การปรับปรุงให้ดีขึ้น ประเด็นที่ 2 ที่เราจะต้องจำได้ ก็คือเรามีความสามารถพิเศษที่เข้าใจมนุษย์อื่น ๆ เพราะฉะนั้นประเด็นทักษะที่สำคัญก็คือประสบการณ์ของลูกค้า ก็คือประสบการณ์ของมนุษย์ ผมจำสิ่งนี้ได้ ผมเริ่มพูดเกี่ยวกับคุณพ่อเป็นชาวไอริส คุณพ่อมีอาชีพขายปลีก มีอาชีพขายปลีก ซึ่งท่านเป็น CEO แล้วก็มี CEO ของแฮรอท เมื่อประมาณ บ้ามากที่จะโตขึ้นในลอนดอน ตอนผมเป็นเด็ก ทุกวันเสาร์คุณพ่อก็จะพาผมไปที่ฟู้ดคอร์ทที่ที่แฮรอท แล้วคุณพ่อก็จะหาเก้าอี้ ลูกนั่งตรงนี้เงียบ ๆ และก็นั่งดู ผมคิดว่าพ่อลงโทษผม แต่คุณพ่อจะแสดงให้ผมเห็นว่าทำงานอย่างไร ทุกวันเสาร์ท่านจะนั่งตรงนั้นมองดูลูกค้า ลูกค้าแต่งตัวอย่างไร คุยเรื่องอะไร ดูสินค้าอะไร และถ้าเผื่อท่านยังอยู่ ท่านยังอยู่ปัจจุบันนี้ ท่านจะอยู่ที่อเมซอน หลักการนี้เหมือนกัน นั่นก็คือเพื่อมีประสิทธิภาพในโลกใหม่ เราต้องทำในสิ่งที่เครื่องทำไม่ได้ก็คือการเข้าใจของมนุษย์ ท้ายสุดสิ่งที่คุณต้องจำ ซึ่งสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดพูดในฐานะผู้นำในอนาคต นั่นก็คือความเป็นมนุษย์ของคุณนั่นก็คือหลักการของคุณ คุณคงไม่อยากเป็นคนนี้ใช่ไหม ที่จะต้องอธิบายตัวตนให้แก่นักหนังสือพิมพ์ เพื่ออธิบายการที่เราไม่สามารถเข้าใจการตัดสินใจที่เราไม่ได้ตั้งใจ ผมพูดยาวมาก เพื่อที่จะบอกว่าให้หมดห่วง เพื่อที่จะมาขโมยงานของคุณ แต่ว่าเราจะต้อง พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง คิดใหญ่ขึ้น มุ่งเน้นในเรื่องประสบการณ์ของมนุษย์ ท้าทายในเรื่องความมนุษยธรรมของเรา หลักมนุษยธรรมของเรา เราจะต้องเตรียมตัวของเรา เราจะต้องเตรียมคนรอบตัวเรา เราทำอะไรมากพอไหม ที่จะเตรียมคนรอบตัวเราเพื่อที่เขาสามารถทำงานในศตวรรษที่ 21 ได้ และนี้คือสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากให้คุณจำได้ คุณคิดว่าอะไรจะเป็นตัวอย่างของปัญหาของศตวรรษที่ 21 ที่เราจะต้องจัดการใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเราไม่เคยต้องคิดมาก่อนเลย ผมหวังว่าการบรรยายของผมนี้คุณคิดว่าเป็นที่น่าสนใจ ถ้าคุณอยากจะทราบว่าผมทำอะไร อะไรหรือต้องดูอะไรบ้าง ผมขอย้อนกลับไปสักสไลด์หนึ่ง ขอย้อนกลับไป Slide หนึ่งครับ ถ้าเผื่อคุณเอาโทรศัพท์มาใส่บน QR Code มันเป็นลิงก์ไปสู่หนังสือใหม่ของผม ชื่อว่าผู้นำ แบบ Algorithmic ถ้าเผื่อคุณสนใจนะ บนหนังสือเรื่องนี้ มันเรื่องหลักการของการมีประสิทธิภาพในโลกใหม่แล้วคุณจะต้องทำอย่างไรเพื่อประสบความสำเร็จ ผมอยากจะท้าทายคุณว่ามีอะไรสำคัญ มันไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเรื่องของการเป็นมนุษย์ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นที่เป็น magic หรือสิ่งมหัศจรรย์คือมนุษย์ทำ ท้ายสุดผมอยากจะทิ้งความคิดนี้ไว้กับคุณ ว่าอนาคตมามันมันเป็นการเชื้อเชิญเราทุกคนด้วยวิธีคิดที่ใหม่ ขณะนี้เราอยู่ในช่วงของการปฏิวัติ แต่เวลาเราคิดถึงคนที่นำพาเรามาถึงนี่ นักคิดใหญ่ ๆ กาลิเลโอ เวลาเราอ่านเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลต่าง ๆ เหล่านี้เราจะทราบว่าcontribution หรือสิ่งที่เขาได้มอบให้กับโลกก็คือความรู้และเขาก็ความพิเศษของเขาคือการถามคำถามที่ยาก ๆ เพราะฉะนั้นพยายามทำในสิ่งเหล่านี้ คิดใหญ่ คิดใหม่ คิดเร็ว เพราะว่าผมบอกได้อย่างแน่นอนเลย อนาคตก็คือปัจจุบันนี้เองผมบอกได้อย่างแน่นอนเลยว่าอนาคตก็คือปัจจุบันนี้เองครับ ขอบคุณครับ ขอเสียงปรบมือให้กับคุณ mike [ภาษาต่างประเทศ]วันนี้ต้องบอกว่าเป็นอีก 1 วันที่เราได้มาความน่าสนใจแล้วก็มีหลากหลายเทคโนโลยี วิทยาการทั้งในและต่างประเทศ คุณ Mike ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิทยากรที่ทุกคนรอคอย แล้วก็วันนี้ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยนะคะ เดี๋ยวช่วงนี้ ขออนุญาตหลังจากที่เราได้รับฟังหัวข้อที่น่าสนใจไปแล้ว นะคะช่วงของการจัดงานนะคะเราจะได้มาทำการจับรางวัล แล้วก็ลุ้นรางวัลกัน ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วว่ามีกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ คุณสามารถที่จะลุ้นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท แจกทุกวัน จัดเต็มแน่นอน เพียงแค่ทำการดาวน์โหลดตัวของ Application DTBB 2019 ใครยังไม่ดาวน์โหลด ดาวน์โหลดได้เลยนะคะ เราจะมีการ Random กับการจับแล้วก็แจกรางวัลเป็นกีฟวอชเชอร์ที่พัก 1 รางวัล ประกาศรายชื่อของท่านไหน ถ้าเกิดว่าไม่อยู่ในงานนะคะ จะประกาศชื่อใหม่ทันทีนะคะ มีสำรองทั้งหมด 5 รายชื่อ ต้องบอกเลยว่าคุณจะต้องอยู่ภายในงานเท่านั้น ถ้าเกิดว่า รอบเวลานี้ ไม่อยู่ในงาน เราจะยกของรางวัลไปในวันพรุ่งนี้เป็นรอบเวลาเที่ยง ซึ่งก็พรุ่งนี้จะมีการจับรางวัลชิ้นใหญ่เลย เป็น IPhone11 ด้วยเพราะฉะนั้นเพียงแค่ดาวน์โหลด application BB2019 เท่านั้นเองนะคะ ตอนนี้เราจะมาทำการแจก Gift กัน 1 รางวัล ผู้โชคดีได้แก่ ขอแสดงความยินดีกับคุณ วรนุช เมืองสิริ อยู่ไหมเอ่ย คุณวรนุช เมืองศิริ นะคะ นับ 1 ต้องมีการโชว์ตัวของ Application ใน Smart Phone ของคุณ แล้วก็โชว์ให้เราดู ถ้าถูกต้องรับไปเลยรางวัลนี้ แต่ว่าใครไม่ได้รับรางวัลไม่เป็นไร พรุ่งนี้เที่ยงเราจะมีการจับรางวัลเป็น iPhone 11 ใครอยากได้นะคะ ต้องอยู่ภายในงานด้วย แล้วก็ดาวน์โหลดสำหรับ Application ถูกต้องเรียบร้อยนะคะ ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ และต้องขอเรียนเชิญนะคะ รองผู้อำนวยการใหญ่ depa คุณฉัตรชัย จะให้เกียรติขึ้นมอบของรางวัลในช่วงเวลานี้นะคะ ขอเสียงปรบมือให้กับท่านรองฯ ฉัตรชัยด้วยค่ะ เดี๋ยวมองกล้องกันนะคะ เป็นกีฟวอชร์เชอร์ศาลาอยุธยา 1 รางวัลทันที ก่อนหน้านี้ช่วงเที่ยง ๆ บ่าย ๆ เราแจกเป็น Apple Watch ไปแล้ว บอกเลยว่าของรางวัลจัดเต็มแน่นอน แล้วอย่าลืมนะคะ IPhone 11 รออยู่ พิธีกรอยากจะลางานพรุ่งนี้เลย แล้วจะไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ขอแสดงความยินดีอีกครั้งหนึ่งนะคะ และขอบคุณท่านรองด้วยค่ะ ตอนนี้นอกจากที่เราจะมีในเรื่องของการเสวนา ในหัวข้อที่น่าสนใจหลากหลายหัวข้อแล้ว รวมไปถึงยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ในหลาย ๆ เวที อีก 1 กิจกรรมไฮไลท์เลยที่จะมาสร้างความสดใส ความกระชุ่มกระช่วยใหกับทุกคนในช่วงนี้รวมไปถึงเหล่าบรรดาโอตะทุกคนพร้อมอยู่แล้วด้านหน้าเวที เดี๋ยวอีกสักครู่หนึ่ง เราจะได้มาเจอะเจอกับวง idal group กันนะคะว่าวันนี้จะมีบทเพลงอะไรมาฝากกับเราบ้างแล้วก็มีความน่ารักสนใสอะไรมาฝากเราบ้าง ก็ถือว่าเป็นการจัดงานวันสุดท้าย สามารถมาร่วมงานได้ ก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น. เป็นต้นไปมีนะคะเป็น Startup Piching โดยเป็นการนำเสนอ Idea นำเสนอผลงานที่น่าสนใจ ก็สามารถที่จะมา แล้วก็มาให้กำลังใจเหล่าบรรดา startup กัน แล้วก็รวมไปถึงยังมีการสรุปภาพรวมความสำเร็จของงาน Digital Thailand BigBang ก็สามารถที่จะมาร่วมงานในช่วงเวลา 15.30 น. จะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเวลานั้น นะคะก็ถือว่าวันนี้ครอบคลุมและก็เนื้อหาที่เราอยากจะนำเสนอทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นทั้งบริเวณ Main Stage และที่อยู่ทางฝั่งซ้ายมือของทุกท่าน Holizon Hallstage รวมไปถึงแล้วนี่ บูธของการนำเสนอผลงาน Idea นวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัล เทคโนโลยีนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สามารถที่จะไปเยี่ยมชมกันได้ มีกิจกรรมมากมาย ของรางวัลนะคะบอกเลยว่าหลายคนมาปุ๊บ ของรางวัลเต็มไม้เต็มมือเลยทีเดียว และเดี๋ยววันนี้อีกอึดใจเดียวเราก็จะได้มากับมินิคอนเสิร์ตจากวง idal รอใครอยู่คะ พิธีกร ด้านหน้าสั่นนะคะ ไม่ใช่ วันนี้เดี๋ยวได้เจอกับวงไอดอล ฟีเวอร์ น้อง ๆ เตรียมพร้อมอยู่แล้ว รวมไปถึงพรุ่งนี้ ก็ยังมีกิจกรรมแวะมาได้ทุกวัน พรุ่งนี้วันสุดท้ายของการจัดงานแล้วด้วยนะคะ เดี๋ยวตอนนี้อยากจะดูพลังของเหล่าโอตะกันหน่อยดีกว่า ว่าอยู่ตรงไหนกันบ้าง ขอดูมือหน่อยได้ไหมคะ โอ้โห นอกอยากจะเดินขึ้นรถตู้กลับบ้านเลยนะ อยากให้พลังแบบยิ่งใหญ่กว่านี้หน่อยได้ไหม ยิ่งใหญ่กว่านี้หน่อย อยากเห็นมือของทุก ๆ คนที่อยู่ตรงนี้เดี๋ยวรอบนี้เราจะแบบสบาย ๆ Relax กันนะคะ ขอดูมือของโอตะที่รอดูน้อง ๆ ฟีเว่อร์หน่อยว่าอยู่ตรงไหนบ้างเอ่ย และวันนี้ก็ถือว่าบรรยากาศค่อย ๆ คึกคักขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ รวมไปถึงใครมาเมื่อวานนี้บ้าง มีท่านไหนมาเมื่อวานบ้าง เมื่อวานอะไร มาตั้งแต่วันจันทร์ อ๋อ แสดงว่ามาดูตั้งแต่วันจันทร์เลยใช่ไหมคะ วันจันทร์ใครมา แสดงว่ารู้จริง วันจันทร์ก็มีน้อง ๆ เป็นวงไอดอล SY51เมื่อวานนี้สนุกสนานมาก สดชื่นสุด ๆ เหล่าโอตะก็บอกว่าใจบางมาก ๆ ทีเดียวนะคะ เจอความน่ารักของน้อง เซเว่นซิกทีนไป เดี๋ยววันนี้จะมาดูวง idal group อย่างฟีเวอร์กรุ๊ปกัน Member เขามากันกี่คน แล้วจะมีเพลงอะไรมาฝากกันบ้าง วันพรุ่งนี้ใครอยากจะมาร่วมงานอีก พรุ่งนี้ใครคะ พรุ่งนี้ใครมา The Glass Girl ไหนใครเป็น โอตะ The Glass Girl กันบ้าง กลัวน้อง ๆ ฟีเว่อร์งอน รอก่อนเลยเดี๋ยวอย่างไรแล้ว [สิ้นสุดการถอดความ]