--- title: (DEMO สำรอง 2) การเรียนการสอนวิชา ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร subtitle: date: วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 13.55 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ......................เดี๋ยวอาจจะมีท่านรัฐมนตรีมาՐเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะเดินค่ะตอนนี้สัญญาณทั้งทำเนียบและสกลนครฝั่งนี้ไม่กระตุก ทุกที่กระตุก (อาจารย์สุธิรา) อาจารย์ลองสอนนะคะ จะได้รู้ว่ากระตุกหรือไม่กระตุกของผมจะมองไม่เห็นอะไรเลยครับ แย่แล้วะ กระตุกมากเลยครับ (อาจารย์สุธิรา) เราเห็นทางนั้นชัดเจนค่ะ (อาจารย์สุธิรา)เป็นอย่างไรคะ กระตุกเหมือนเดิม ผมมองไม่เห็นเลยครับ เราต้องออกและเข้าใหม่ (อาจารย์สุธิรา) เดี๋ยวค่ะ ให้น้องเช็กกับช่างเทคนิคดโอ.เค. ครับเทสของเรา เด็ก ๆ พร้อมหรือยังคะ พร้อมไหมค่ะสวัสดี เจอกันอีกครั้งในเทอมนี้วิชาที่เราจะเรียนกันในเทอมนี้ชื่อ ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Geographic Information Systemหรือเรียกย่อ ๆ ว่า GISไม่กระตุก โอ.เค. ค่ะมาดูเนื้อหาที่เราจะเรียนในสัปดาห์นี้กัน วันนี้จะพูดถึงความหมายของ GIS นะคะ องค์ประกอบของ GISและประเภทของข้อมูล GISGIS วันนี้เราเรียนใน 3 หัวข้อนี้นะคะเดี๋ยวพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวกระตุกอีก ทดสอบ ๆ ได้ยินแต่เป็นเสียงเบาครับขอบคุณครับ ล่ามได้ยินผมนะครับ ถ้าได้ยินโปรดพยักหน้า เบามากเลยครับแทบไม่ได้ยินเลยครับ ดังขึ้นมาจากเดิม แต่ก็ยังเบาอยู่บีเริ่มได้ยินแล้วครับ ได้ยินครับ ล่ามได้ยินไหมคะ ได้ยิน แต่จะเบาฝั่งสกลได้ยินชัดเจนครับ จากทำเนียบได้ยินไหมคะโอ.เค. ครับ (ล่าม) โอ.เค. ครับ โอ.เค. นะคะ เนื้อหาที่เราจะเรียนในวันนี้นะคะ เราจะเรียนกันอยู่ 3 หัวข้อขอของวันนี้ก็คือ ความหมายของ GISองค์ประกอบของ GISแล้วก็หัวข้อสุดท้ายของวันนี้ก็คือประเภทของข้อมูล GIS โดยที่ความหมายของ GIS จากภาพคำว่า GIS เกิดจากคำ 3 คำนี้ ก็คือ Geographicgregraphicalแผนที่ค่ะ เห็นไหม Geographiก็คือแผนที่นั่นเองหรือภูมิศาสตร์ ถ้าเป้นภาษาไทย Geographic แปลว่าภูมิแปลว่าภูมิศาสตร์ คำที่ 2 I มาจาก information หรือสารสนเทศนั่นเอง I infomation ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมาก่อนแล้วในเทอมที่แล้ว information ก็คือข้อมูลที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ และประมวลผลแล้ว ถึงเป็นสารสนเทศ และคำสุดท้ายมาจาก S ซึ่งก็คือคำว่า System หรือระบบ ระบบในที่นี้ ก็คือระบบคอมพิวเตอร์นั่นเองนะคะ เพราะฉะนั้นเด็ก ควรจำไว้ว่า GIS มาจากคำ 3 คำนี้นั่นเองค่ะ คำแรกนะคะ เมื่อสักครู่ให้ดูรูปไปแล้ว ทีนี้มาดูคำอธิบายอย่างละเอียด GIS หรือ Geographic แปลเป็นไทย หมายถึง ภูมิศาสตร์ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ท่านนายกฯนะคะ ภูมิศาสตร์ในที่นี้ก็คือศาสตร์ที่เกี่ยวกับ ทางด้านพื้นที่ ก็จะมีขอบเขตสวัสดีครับ อันนี้นายกฯ พูดนะครับ อันนี้พอมองเห็นใช่ไหมลูก เห็นนายกฯ ลุงตู่ นะครับ ก็มีข้อมูลแล้วทั้งหมด รัฐบาลก็จำเป็นจะต้องมาขับเคลื่อนตั้งแต่อายุน้อย ๆ ไม่ถึงเกณฑ์จะทำอย่างไร ถึงเกณฑ์แล้วไม่ได้เรียนแล้วว่าอย่างไร เดี๋ยวลุงจะให้ทางอุดมศึกษามาดูตรงนี้ด้วย และวันนี้มีหลักสูตรระยะสั้นเพิ่มเติมอาชีพ มีอะไรคุยกับลุงนะลูก ว่ามา ว่าอย่างไร พูดว่าอย่างไร (ล่าม) ก็เมื่อก่อนที่เคยเรียนตอนช่วงอนุบาลถึงช่วงม.6 ตอนที่เรียนที่โรงเรียน (พลเอก ประยุทธ์) ตอนเรียนที่โรงเรียนที่สกล ก็รู้สึก โอ.เค. ค่ะสำคัญต้องมีล่ามในโรงเรียนจะใช้ล่ามทางไกลได้ โอ.เค. เดี๋ยวจะไปเพิ่มเติมตรงนี้ให้ครับ บันทึกให้ผมรู้ทั้งหมดว่าปัญหาอุปสรรค เดี๋ยวดูครับ ก็จะเร่งขับเคลื่อนนะจ๊ะ ปักผ้า แล้วใช้อะไรจับได้ ใช้ความรู้สึกหรืออะไร ใช้มือหรือ (อาจารย์สุธิรา) ไม่ฟังน้องเลยเราเรียนต่อของเราไปแล้วกัน ส่วนคำที่ 2 Information ที่บอกไว้ หมายถึงสารสนเทศ ก็คือข้อมูลเห็นไหมคะ ที่บอกว่าข้อมูล แต่ต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล หรือวิเคราะห์แล้วนะคะ และสุดท้าย คำสุดท้าย system ระบบ ซึ่งในที่นี้ก็คือระบบทางคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเองนะคะ ที่เราจะเรียนกัน เมื่อ 3 คำนี้มารวมกันแล้วแปลออกมาก็คือการนำระบบคอมพิวเตอร์แล้วก็มาจัดการกับสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ข้อมูลของด้านพื้นที่ภูมิศาสตร์เอามาประมวลผลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ดูหัวข้อต่อไปของเรา ตัวประกอบของ GISประกอบด้วย 5 ส่วน มี 5 ส่วนที่สำคัญขาดไม่ได้ องค์ประกอบจะต้องครบ 1. อุปกรณ์ หรือHardwareHardwareในทีนี้ก็คือ Hardware ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ ขาดไม่ได้นะคะ 2.องค์ประกอบตัวที่ 2 โปรแกรม หรือ Software ในทีนี้ก็คือ Software ที่จัดการเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ หรือสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ มีหลายตัวเดี๋ยวเราจะมีแบบฝึกหัดให้ไปค้น และองค์ประกอบที่ 3 บุคลากร หรือ People ware ก็คือถ้าไม่มีบุคคล ไม่มีคน งานก็จะไม่สำเร็จ เพราะว่าใช้คอมพิวเตอร์ทำเองไม่ได้ บางอยา่งคอมพิวเตอร์เดินไปสำรวจเองไม่ได้ไปเก็บข้อมูลเองไม่ได้ คนจะต้องเป็นคนเก็บข้อมูลมา แต่คอมพิวเตอร์เราใช้เพื่อการประมวลผล เพราะฉะนั้นยังต้องใช้คนอยู่ และองค์ประกอบที่ 4ข้อมูล หรือ data ก็จะสอดคล้องกัน ก็คือใช้คนไปเก็บข้อมูลมาเสียก่อน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ มาถึงเป็นGIS เลยไม่ได้ จะต้องมีพวกนี้ก่อน และสุดท้าย องค์ประกอบที่ 5 วิธีการหรือMethodก็คือในกระบวนการจากองค์ประกอบทั้งหมดจะต้องมีกระบวนการและวิธี ที่จะทำ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ เอาคอมพิวเตอร์มา แล้วมาทำเป็น GIS ไม่ได้ ขั้นตอนแรกต้องเกิดจากการไปเก็บข้อมูลก่อน ใช้คนไปเก็บข้อมูล เสร็จแล้วเอาข้อมูลนั้นมาจัดการด้วย ด้วยโปรแกรม แล้วก็คอมพิวเตอร์ ถึงจะออกมาเป็น GIS ได้นะคะ ทีนี้สิ่งที่เราจะต้องรู้จัก ตัวแรกก็คือประเภทของข้อมูล การจะไปเก็บข้อมูลเพื่อมาทำ GIS ไม่ใช่ว่าไปเอาข้อมูลอะไรมาก็ได้ไปทำ เราจะต้องรู้ว่าข้อมูลมี ใน GIS จะมีข้อมูลอยู่ 2 ลักษณะ ลักษณะที่ 1 เขาเรียกว่าข้อมูลเชิงพื้นที่ Spatial Data ข้อมูลเชิงพื้นที่ เป็นข้อมูลที่ระบุทิศทางยังแยกออกเป็น 2 แบบ มีแบบที่ 1 ข้อมูลข้อมูลระบุทิศทาง เป็นแบบ Vector เป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดู แล้วก็ข้อมูลแบบที่ 2 เป็นแบบ Raster dataหรือขRaster data หรือบันทึกแบบตารางอันนี้คือ ประเภทของข้อมูเชิงอธิบาย ข้อมูลเชิงอธิบายคุณลักษณะ หรือ nooNon-spatial Non-spatial Data หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เป็นข้อมูลที่อธิบายคุณลักษณะของข้อมูลพื้นที่ เช่น อธิบายอะไร อธิบายชื่อถนน คือข้อมูลพื้นที่ที่เราไปเก็บมาให้นึกถึงแผนที่ ให้เรานึกถึงภาพแผนที่ แผนที่ไม่ได้มีแค่รูปขอบเขตอาณาบริเวณบางแผนที่ก็จะมีเส้นถนน มีแม่น้ำ มีอะไรค่ะ มีอ่างเก็บน้ำอะไรพวกนี้ ข้อมูลประเภทที่ 2 ที่บอกว่าเชิงอธิบายลักษณ์ คณะลักษณะอธิบายว่าถนนนี้เป็นแบบไหน เพราะถนนมีหลายประเภท ไม่ใช่พูดถึงถนนแล้วเด็ก ๆ จะเข้าใจว่า ไม่ใช่ ให้นึกถึงถ้าไปตามแถวบ้านเรา ถ้าไปตามทุ่งนา ถนนบางที่เป็นอะไรคะ ดินลูกรังใช่ไหมลูก แต่บางทีตัดที่นาไปถนนเป็นคอนกรีตก็มี บางที่ถ้าองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ดูแลดี ทางไปนา เป็นถนนคอนกรีตก็ดีก็มี ร้ายกว่านั้นถนนลูกรังก็ไม่ใช่ เป็นทางไปนาแบบโบราณก็คือถนนดินเดิมที่ทางเกวียนเราเป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนทางเกวียนเห็นไหม ลักษณะถนน นั่นก็คือข้อมูลเชิงคุณลักษณะ จะต้องมาอธิบายลักษณะของถนนแต่ละประเภทเข้าไปด้วย เพื่อให้เราเห็นว่าข้อมูลของถนนแตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าพูดถึงถนนแล้วจบ ไม่ใช่ ถนนแยกประเภทออกไปอีก เช่นเดียวกันกับ เหมือนแม่น้ำกับลำคลอง เห็นไหมค่ะ ในแผนที่เวลาเส้นแม่น้ำบางทีอาจจะใช้สีน้ำเงินหรือสีฟ้าให้รู้ว่าเป็นเส้นแม่น้ำ แต่อย่าลืมว่าบางเส้นเป็นแม่น้ำก็ใช่ แต่บางเส้นไม่ใช่แม่น้ำ จะเป็นเหมือนคลองชลประทานอย่างนี้ก็มี หรือเป็นเส้นทางของลำน้ำเดิมเป็นห้วย เป็นอะไรพวกนี้ ลักษณะเส้นทางหรือคุณลักษณะของแม่น้ำก็ไม่เหมือนกัน เห็นไหมคะ บอกชื่อถนน บอกความกว้างเห็นไหม ตแล้วข้อมูลตัวที่ 2 จะอธิบายข้อมูลเชิงพื้นที่อีกทีหนึ่ง ทีนี้เรามาดูข้อมูลเชิงพื้นที่ที่เป็นแบบข้อมูลระบุทิศทาง หรือVector Dataประกอบด้วย 1. แสดงชนิดเส้น เป็นเส้น ถ้า Vector Data เป็นเส้น จะแสดงลักษณะข้อมูลมีเส้นทาง เช่น เส้นทางของแม่น้ำลำคลอง เส้นทางถนนอะไรพวกนี้อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ถ้าเป็นชนิดที่ 2 ชนิดจุด Point Topology ที่เป็นจุด จุดส่วนใหญ่จะแสดงเป็นที่ตั้ง ที่ตั้งอะไร เช่น บอกว่า หรือเป็นบ้าน หรือที่ทำการการแสดงเป็นจุด มาดูรูปกัน เห็นไหมคะ Polygon Topology จะประกอบหลายตัวเลยเห็นไหม ประกอบทั้งเส้นเข้าไปด้วย เห็นไหมคะ แล้วก็ประกอบด้วย เขต เขตของ อำเภอ เขตจังหวัด มันจะเป็นลักษณะของ นึกออกไหม ก็จะมีเส้นขอบเขตชัดเจนเห็นไหม ชัดเจน ก็จะเป็นลักษณะพื้นที่แบบ ก็คือ มันจะประกอบทั้งจุดทั้งเส้นเข้าด้วยกันนะคะ จะรวม 2 แบบแรกเข้าไปด้วยนะคะ จะไม่แสดงแบบใดแบบหนึ่ง ทีนี้มีภาพให้เปรียบเทียบ เมื่อกี้เป็นแบบข้อมูลแบบ Vector จะเป็นแบบเส้น และแบบจุด Polygon ทีนี้ถ้าเป็นข้อมูลแบบ... ข้อมูลที่เป็นแบบ ให้นึกถึงว่า เวลาเราเข้า Google แล้วภาพถ่ายทางอากาศ จะถ่ายจากสถานที่จริงใช่ไหม เวลาเอามาทำเป็นข้อมูลน่ะ เราก็จะเอาภาพจากพื้นที่จริงมาทำ เขาก็จะใช้วิธีการสร้างที่เรียกว่า ตาราง Grid ขึ้นมา เพื่อบันทึกข้อมูล ก็คือเอาภาพแผนที่จริง แล้วมาใส่ในโปรแกรมนะคะ แล้วก็มาปรับเป็นตาราง ว่าพื้นที่ประมาณนี้ เป็นลักษณะอย่างไร จะเป็นลักษณะนี้ งั้นเราก็เสร็จแล้ว เราก็พอก็ได้ค่ะ โอ.เค. ไหมคะ นะคะ อย่างนั้นขอบคุณพี่ล่าม (ล่าม) ครับ (อาจารย์สุธิรา) ขอบคุณค่ะ (ล่าม) ขอบคุณเช่นกันครับ (ล่าม) อย่างนั้นก็ขอบคุณล่าม กับทางสกลด้วยนะครับ ก็หน้างานน่าจะมีประมาณนี้ครับ (ล่าม) ครับ สวัสดีครับ (อาจารย์สุธิรา) ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]