--- title: ห้องซ้อมสคริปเสียงตอนเช้า งานพระราชพิธีฯ subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 10.08 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ผู้บรรยาย ๑) การเสด็จพระราชดำเนินขบวนพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ไทยนั้น เป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาการเสด็จพระราชดำเนินทางบก เรียกว่า พยุหยาตราทางสถลมารค การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ คือ พยุหยาตราทางชลมารค เป็นการแสดงถึงพระของพระมหากษัตริย์ ทั้งการเสด็จพระราชดำเนินไปในการรบ การพระราชพิธีหรือเสด็จพระราชพิธีในการทรงบำเพ็ยพระราชกุศลต่าง ๆ นอกจากนี้ยังจัดขึ้นในโอกาสพระบรมราชพิธีบรมราชาภิเษก พระองค์ใหม่จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีระหว่างวันที่ ๔-๖ พ.ค. ๒๕๖๒ ซึ่งในวันที่ ๕ พฤษภาคม ได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีกันถ้วนหน้าให้ประชาชนได้ชมด้วยความปลื้มปิติแล้วนั้น ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการเสด็จโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลายวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๑ เส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ ระยะทาง ๓ใ๔ กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบันค่ะ สำหรับขบวนพยุหยาตรานั้นที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปในโอกาสสำคัญต่าง ๆ อย่างเช่นเสด็จพระราชดำเนินในการทอดกระกฐินพระราชดำเนินเลียบพระนคร เพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระบารมี หากเสด็จพระราชดำเนินทางบกไปตามถนนสายสำคัญ เรียกว่า ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค แต่หากเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ ก็คือริ้วขบวนเรือสวยงาม และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชไปตามลำน้ำเจ้าพระยาพร้อม ๆ กับที่มีฝีพายร้องอย่างไพเราะเรียกว่า ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคซึ่งการจัดรูปขบวนพยุหตรากระทำเช่นเดียวกัน กับขบวนยุทธในสมัยโบราณ ประกอบด้วยขบวบแห่หน้าหลัง อัญเชิญธงเครื่องสูง ซึ่งเป็นเช่น ฉัตร พัดโบก บังสูรย์ บังแทรก และกลด ขบวนศาสตราวุธซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินทางบกหรือขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ส่วนขบวนพระยุหยาตราทางชลมารคหรือพระราชดำเนินทางน้ำนั้น จะประกอบด้วยริ้วขบวนเรือ ที่สวยงาม ตระการตาเป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องตั้งแต่สมัยสุโขทัยทีเดียวค่ะ ระยะทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ริ้วขบวนจะเชื่อมผ่านจุดสำคัญของกรุงเทพมหานครจะเคลื่อนผ่านจุดสำคัญ ๆ ของกรุงเทพมหานครหลายจุดด้วยกันนะคะ แห่งประเทศไทยได้ระดมสรรพกำลังและความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายในการถ่ายทอด แล้วก็ได้ตั้งกล้องตามจุดต่าง ๆ ตลอดแนว สองฟากฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ท่านผู้ชมได้รับชมความงามของการยาตราริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรก ในรัชกาลปัจจุบันกันนี้อย่างเต็มอิ่มนะคะ ซึ่งถ้ามองไปไกล ๆ ท่านผู้ชมก็จะเห็นตั้งแต่สภาพภูมิทัศน์สะพานพระราม ๘ แล้วก็ไล่เรื่อยมา เป็นเส้นทางที่จะมีการยาตราริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจากท่าวาสุกรี ซึ่งในบริเวณนั้นหลายท่านอาจจะคุ้นเคยถ้าเราเปรียบเทียบอยู่ใกล้กับหอสมุดแห่งชาตินะคะ อยู่ใกล้กับวัดเทวราชกุญชรและเคลื่อนริ้วขบวนมามาจนกระทั่งถึงจุดนี้ เป็นจุดที่อยู่ในช่วงปลายของเส้นทางริ้วขบวนในวันนี้ค่ะ ด้านซ้ายมือท่านผู้ชมก็จะเห็นวัดอรุณราชวรารามนะคะ ซึ่งก็เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองคู่เมืองรัตนโกสินทร์ ตรงกันข้ามก็จะเป็นพระบรมมหาราชวัง แล้วก็วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ท่านผู้ชมจะสังเกตเห็นว่ามีฉนวน หรือท่าที่ยื่นล้ำลงมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะเป็นฉนวนท่าราชวรดิฐ จุดที่ริ้วขบวนยาตรามาถึง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีจะเสด็จพระราชดำเนินขึ้นยังท่าราชวรดิฐก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง โดยขบวนราบต่อไปค่ะ (ผู้บรรยาย ๒) สำหรับการจัดในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมในพระราชพิธีซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพระยุหมาตราทางชลมารค พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีกำลังพลประจำเรือเข้าซ้อมตามริ้วขบวนจำนวน ๒,๓๑๑ นาย ใช้เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น จำนวน ๕๒ ลำค่ะ รวมถึงเรือพระที่นั่ง ๔ ลำ ซึ่งประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ซึ่งในการจัดริ้วขบวนนั้นก็เป็นรูปแบบตามแบบราชประเพณีทุกประการค่ะ อีกสักครู่คุณผู้ชมจะได้เห็นความงดงามของขบวนเรือแต่ว่าคิดว่าช่วงที่ผ่านมา หลาย ๆ ท่านคงจะมีโอกาสได้ไปชมการซ้อมกันอยู่แล้วนะคะ ได้เห็นถึงความงดงามตระการตาของขบวนเรือแต่ละลำ แต่ก็มีความงดงามที่ไม่เหมือนใคร เป็นหนึ่งเดียวในโลกค่ะ [เสียงดนตรี] ต้องนิยามคำว่า นาวาอารยสถาปัตย์แห่งราชอาณาจักรสยาม ที่งดงามแล้วก็เป็นหนึ่งเดียวในโลกจริง ๆ ซึ่งวันนี้ท่านก็จะได้ชมขบวนเรืออย่างใกล้ชิดนะคะ เรือพระราชพิธีซึ่งรวมทั้งสิ้น ๕๒ ลำ ในที่นี้หมายรวมถึงเรือพระที่นั่ง ๔ ลำด้วยนั้น มีอายุไม่ต่ำกว่า ๙๐ ปีขึ้นไป บางลำคือ ๑๐๐ กว่าปี เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นมรดกแห่งศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่ทำให้ลูกหลานได้เห็นจนถึงวันนี้ แล้วก็เป็นหน้าที่ของคนรุ่นเราที่จะต้องส่งต่อมรดกศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้ต่อไปให้ชนรุ่นหลังอีกนานเท่านานค่ะ อันนี้ก็เป็นริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเรียกว่าเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ่นะคะ ใช้เรือทั้งสิ้นที่เรามี นับตั้งแต่รัชกาลที่ ๙ เป็นต้นมา ก็คือเรามีเรือพระราชพิธีทั้งสิ้น ๕๒ ลำด้วยกันค่ะ ก็จะแบ่งเป็น ๕ ริ้ว ๓ สาย สายในที่ท่านผู้ชมเห็นนะคะ จะมีเรือพระที่นั่ง ถือว่าริ้วสายในเป็นริ้วสำคัญ คือเป็นเรือพระที่นั่ง ๔ ลำนะคะ เรียงลำดับกันอยู่ โดยมีตั้งแต่เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนะคะ ซึ่งก็จะเป็นเรือพระที่นั่งที่อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญนะคะ จากนั้นก็จะเป็นเรือพระที่นั่งทรงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ก็คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากนั้นก็จะมีเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ต่อด้วยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ซึ่งเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชการที่ ๙ นี้ เป็นเรือที่มีอายุน้อยที่สุดนะคะ ในบรรดาเรือพระที่นั่งทั้งหมด เพราะว่าจัดสร้างขึ้น เนื่องในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในสมัยรัชกาลที่ ๙ ค่ะ (ผู้บรรยาย ๒) ค่ะ ที่คุณผู้ชมเห็นอยู่ในขณะนี้นะคะคือเรื่องพระที่นั่งอนันนาคราชนะคะ เรือพระที่นั่งอนันนาคราชนั้นเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง ซึ่งมีโขนเรือเป็นรูปพญานาค ๗ เศียรค่ะ ในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชดำริว่า “เรือพระที่นั่งครุฑของเดิมมีอยู่แล้ว แต่เรือพระที่นั่งนาคยังหามีไม่” จึงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนราชสีหวิกรม เอามาดเส้นนะคะ ก็คือมาจากคำว่า "มาดเหลา" ซึ่งก็หมายถึง เรือไม้ขุดทั้งลำเรือ เกลาแต่งผิวให้เรียบค่ะ มาทำเป็นเรือพระที่นั่งนาค ๗ เศียร และพระราชทานนามว่า "เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช" ซึ่งในรัชสมัยของพระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ นะคะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นเรือพระที่นั่งลำทรง ซึ่งจะตั้งบุษบก ผูกม่านทำด้วยผ้าตาด มีนักสราชประจำทั้งด้านหน้าและก็ด้านหลังที่หัวเรือ ตั้งปืนจ่ารงคร่ำเงินนะคะ หน้าบุษบกจะตั้งเครื่องสูง ด้านหน้าจะมีฉัตร ๗ ชั้น ๑ องค์ ฉัตร ๕ ชั้น ๓ องค์ ด้านหลังบุษบก จะมีฉัตร ๗ ชั้น ๑ องค์ ฉัตร ๕ ชั้น ๒ องค์ และก็มีพระกลด พัดโบก บังพระสูรย์ บังแทรก ด้านหน้าพระแท่นมีอาวุธผูกติด ก็คือปืนนกสับ พระแสงง้าวนากถมเงิน ด้านท้ายของพระแท่นมีทวน ๑ คู่ ขุนนางที่อยู่ประจำเรือมีจมื่นสำหรับเชิญพระแสงรายตีนตอง อยู่หน้าพระที่ พวกพลพายใช้พายทองเช่นเดียวกับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ค่ะ สำหรับเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชชเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2475 เป็นเรือพื้นสีเขียว ก็มีขนาดกว้าง ๒.๕๙ เมตร ยาว ๔๒ เมตร 95 เมตร ฝีพาย ๕๔ นาย นายท้าย ๒ นาย ในปี ๒๕๑๐ นั้น ก็มีการซ่อมแซมเพื่อใช้ชั่วคราว ส่วนในปี ๒๕๒๔ มีการซ่อมใหญ่ค่ะ ตรงกลางลำเรือพระที่นั่งอนันนาคราชก็จะมีการทอดบุษบกไว้อย่างที่ท่านผู้ชมเห็นนี้นะคะ บุษบกใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปเป็นพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน อย่างที่เราเคยเห็นในหลายครั้งที่ผ่านมาในสมัยรัชกาลที่ 9 บุษบกก็จะใช้ประดิษฐานผ้าพระกฐินค่ะ สำหรับวันนี้ การเสด็จพระราชดำเนินขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญประดิษฐานบนบุษบกกลางลำเรือนี้ ซึ่งอันนี้ก็คือพระพุทธรูปสำคัญที่อัญเชิญเข้าริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคประดิษฐานบนบุษบกเรือค่ะ ประจำรัชกาล เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งแบบวัชราสนะ แสดงภูมิปรรศมุทรา โดยพระหัตถ์ซ้ายวางเหนือทรงถือตัลปัตรโดยมีนิ้วพระหัตถ์ทั้ง 4 ยาวเสมอกัน มีพระพักตร์เป็นวงรี พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เรียว ประกอบด้วยเม็ดพระศกเป็นตุ่มเล็ก อยู่เบื้องบนองค์พระพุทธรูปห่มเฉียง มีอุตราสงฆ์พาด บนพระอังสาซ้าย ห้อยยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาบเช่นเดียวกับอุตราสงค์ ทั้ง 2 ขัาง ตาลปัตรที่ทรงถือคล้ายรูปใบโพธิ์หล่อด้วยเงินจำลายหลักค่ะ ขณะนี้รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนเข้าสู่บริเวณท่าวาสุกรี ซึ่งเป็นหมายกำหนดการที่จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเป็นพระราชพิธีบรมราชภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันนี้ค่ะ Ր [เสียงแตรเดี่ยว]Ր (ทหาร) วันทยาวุธ (ผู้บรรยาย ๑) ขณะนี้เจ้าพนักงานราชูปโภคอัญเชิญพระปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ ไปประดิษฐานที่บุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชซึ่งเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ได้เทียบอยู่ที่ตารางฉนวนประจำท่าวาสุกรีเรียบร้อยแล้วนะคะ (ผู้บรรยาย ๒) เมื่อเจ้าพนักงานราชูปโภคอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ ประดิษฐานในบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชแล้ว เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเคลื่อนออกจากฉนวนประจำท่าวาสุกรีก่อนที่เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์จะเข้าที่สะพานฉนวนประจำท่าวาสุกรี เป็นลำดับต่อไปค่ะՐ [เสียงแตรเดี่ยว]Ր [เสียงแตรเดี่ยว]Ր [เสียงรัวกรับ] Րในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคประกอบด้วยเรือพระราชพิธีทั้งหมด 52 ลำ มีเรือประเภทหนึ่งเรียกว่าเรือกู้ชัก ทำหน้าที่ลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อน้ำเฉี่ยวเพื่อให้เรือแล่นเร็วขึ้นเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทองอยู่ในริ้วสายใน เอกไชยเหินหาว แปลว่าทยานสู่ท้องฟ้า เอกไชยหลาวทองแปลว่า เรือทองที่บรรจุสร้างโดยการหลาวหรือเลาหรือแปลว่า หลาวทองคำที่นำชัยชนะ ทั้ง ๒ ลำสร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กรมศิลปากรจึงได้ตัดเรือและท้ายเรือ เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในปี 2508 กองทัพเรือและกรมศิลปากรได้ร่วมกันบูรณะเรือทั้ง ๒ ลำขึ้นใหม่ โดยใช้หัวเรือเดิม เรือทั้ง 2 ลำ มีลักษณะใกล้เคียงกัน คือหัวเรือเป็นรูปดั้ง เชิดหัวขึ้น งอนขึ้นลงรักปิดทองสัตว์ในตำนานลักษณะคล้ายมังกร หัวเป็นงูหรือนาค ทั้ง ๒ ลำมีลักษณะที่แตกต่างเป็นที่สังเกตุได้บริเวณหัวเรือ ได้แก่สีดวงตาของเหรา เรือเอกไชยเหินหาว แท่นรองฉัตร 7 ต้น ส่วนเรือเรือเอกไชยหลาวทอง มีดวงตาสีดำ ทั้ง ๒ ลำมีกำลังพลลำละ ๔๔ นาย เรือพระราชพิธีในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ยังมีเรือพระราชพิธีอื่น ประกอบด้วย เรือนั่ง เรือแซง และเรือตำรวจ เรือดั้ง คำว่า ดั้ง แปลว่าหน้า เรือหน้า ทำหน้าที่เป็นเรือป้องกันขบวนเรืออยู่ในริ้วสายนอก ขนาบริ้วสายในด้านซ้ายและขวา 22 ลำ ไม่พบประวัติการสร้าง แต่พบครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เรือดั้งไม่มีลวดลาย เรือดั้งลำที่ 1 - 20 ทาสีน้ำมันเป็นสีดำ ส่วนเรือดั้งลำที่ 21 ถึง 22 ทาสีน้ำมันเป็นสีทอง เรือดั้งมีกำลังพลประจำเรือแตกต่างกัน แบ่งเป็นเรือดั้ง ๑ มีกำลังพล 43 นาย เรือดั้ง 2 42 มีกำลัง 41 นาย41 นาย เรือดั้ง 5 ถึง 11 มีกำลังพล และเรือดั้ง 12 ถึง 22 มีกำลังพล 37 นาย เรือแซง ทำหน้าที่อารักขาพระมหากษัตริย์ ได้อยู่ในริ้วสายนอก ขนาบริ้วสายในด้านซ้ายและขวา มีทั้งหมด 7 ลำ ไม่พบหลักฐานการสร้างแต่มีบันทึกว่ารัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการจัดเรือแซง 4 ลำ ท้ายขบวน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวจัดเรือแซง 4 ลำ สำหรับทหาร เรียกว่า เรือแซงทหารและเพิ่มอีก 2 ลำ สำหรับพระตำรวจเรียกว่าเรือแซง ต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตัดเรือแซงของพระตำรวจคงเหลือเรือแซงทหารและเรียกว่าเรือแซงจนถึงปัจจุบัน เรือแซงแต่ละลำหัวเรือเชิดขึ้นเหนือแนวน้ำ ตัวเรือทาสีดำ เรือแซง 1 ถึง 6มีกำลังพลประจำเรือ 28 นาย ส่วนเรือแซง มีจำนวน ๓๔ นาย เรือตำรวจหรือเรือของพระตำรวจ ที่มีหน้าที่เป็นองครักษ์ อยู่ในริ้วสายกลางมีทั้งหมด 3 ลำ ไม่พบประวัติการสร้าง แต่ละลำทาสีน้ำมัน เรือตำรวจ ๑ และ ๒ มีกำลังพลประจำเรือ ๒๘ นาย ส่วนเรือตำรวจ 3 มีจำนวน 38 นาย กำลังพลประจำเรือแต่ละลำ ล้วนแต่งกายตามตำแหน่งหน้าที่ในเรือ เช่น นายเรือ นายท้าย คนท้าย นายสัญญาณ และฝีพาย ทุกนายผ่านการฝึกซ้อมเคี่ยวกรำมาหลายเรือดั้ง เรือแซง และเรือตำรวจ ต่างฝึกในท่าพายผลราบ ณ วันนี้กำลังพลทุกคนทั้ง 52 ลำ ด้วยการเตรียมงานของผู้อยู่เบื้องหลังพระราชพิธีที่จะถ่ายทอดความงดงามตระการตา ทั้งความพร้อมเพรียงของการพาย ความวิจิตรบรรจงของการประดับตกแต่งเรือ และของลวดลายสีสันของเครื่องแต่งกายกำลังพล ก้องกังวาลของถ้อยคำ และห้วงทำนองՐ [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี] [เสียงแตรเดี่ยว] (นาวาเอก เกษม) ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นาวาเอก เกษม เอี่ยมสุพรรณ นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ขอพระราชทานกราบบังคมทูล บัดนี้ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์อยู่ในฐานะพร้อมแล้ว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกเรือ พร้อมกับนำเรือเข้าเทียบท่าราชวรดิฐ พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ"Ր [เสียงแตรเดี่ยว] [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชราชวัลลภ] [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] Ր [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ บทที่ ๑ สรรเสริญพระบารมีՐ ๏ พระ-ไตรรัตนะแผ้ว เผด็จมารՐ บรม-ทิพย์โสฬสสถาน เทพถ้วนՐ ราชา-ธิราชบุราณ บุรพกษัตริย์Րภิเษก-เสกสรรพพรล้วน หลั่งฟ้ามาถวาย๚ะ๛Ր๑-๏ พระเอย พระผ่านฟ้า พระบุญญาพระบารมีՐՐสืบทรงวงศ์จักรี ให้เปรมปรีดิ์ทุกปวงชนՐ๒-๏ ดั่งรุ่งอรุณเริ่ม แสงสุขเสริมสืบนุสนธิ์Րสว่างสร่างกังวล ผุดผ่องพ้นผ่านผองภัยՐ๓-๏ พระเอย พระผ่านเผ้า ที่โศกเศร้าค่อยสดใสՐคนท้อขอถอดใจ ค่อยฟื้นไข้ขึ้นครามครันՐ๔-๏ ทรงธรรมปานน้ำทิพย์ เทพไทหยิบหยาดสวรรค์Րชุ่มชื่นชุบชีวัน เป็นมิ่งขวัญแห่งชีวาՐ๕-๏ พระเอย พระผ่านพิภพ สุขสงบงามสง่าՐปานเพชรเก็จก่องนภา ประดับฟ้าประดับไทย๖-๏ เดชะพระบารมี วงศ์จักรีจึงเกริกไกรՐทวีโชคทวีชัย ทวีสุขทุกวารวันՐ๗-๏ พระเอย พระผ่านเมือง ไทยประเทืองประทับขวัญՐปวงบุญแต่ปางบรรพ์ พระทรงธรรม์จึงทรงไทยՐ๘-๏ ทรงศีลทั้งทรงสัตย์ จึงทรงฉัตรจึงทรงชัยՐบัวบุญจึงเบ่งใบ อุบลบานบนธารธรรม๙-๏ พระเอย พระผ่านเกล้า ทุกค่ำเช้าไทยชื่นฉ่ำՐ พระเอย พระผ่านเกล้า ทุกค่ำเช้าไทยชื่นฉ่ำՐพระมหากรุณานำ คือน้ำทิพย์ลิบโลมดิน๑๐-๏ พระทศมินทร์ปานปิ่นเพชร จึงสำเร็จเด็จไพรินทร์ [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] ก [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] Ր [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] (พลเรือเอก ลือชัย) ขอเดชะ ฝ่าละอองทุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการขบวนพยุหยาดตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท บัดนี้ ข้าพเจ้าได้จัดเรือถวายเรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ Ր [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี] (ผู้บรรยาย ๑) ท่านผู้ชมคะ บัดนี้ริ้วขบวนเสด็จพระราชดำเนินตราทางชลมารค ได้ยาตราจากท่าวาสุกรีถึงยังท่าราชวรดิฐเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ที่ท่านผู้ชมเห็นก็คืเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เข้าเทียบสะพานฉนวนและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนธิราเทพยวดีสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ ผู้บัญชาการทหารเรือ ลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กราบบังคมทูลพระกรุณารายงาน แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังพลับพลาที่ประทับรับรองจากนั้นเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เข้าเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ที่สะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนธิราเทพยวดีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา เสด็จขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ แล้วตามเสด็จไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พลับพลาที่ประทับรับรองค่ะ (ผู้บรรยาย ๒) ก็ถือว่าเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ก็เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อยงดงาม เป็นไปด้วยความงดงาม คุณผู้ชมคงจะได้เห็นถึงความงดงามของกระบวนเรือทั้ง 52 ลำ ซึ่งใช้เวลาในการเห่จากบริเวณจุดเริ่มต้นนะคะ จนถึงขณะนี้ก็ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ ค่ะก็จะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยจะมีการริ้วขบวนราบยาตราออกจากท่าราชวรดิฐ โดยจะเลี้ยวซ้ายไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลานนะคะ และเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังทางประตูพิมานไชยศรี จะประทับพระราชยานพุดตานทอง เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงยังพระบรมมหาราชวังนั้น ก็จะเทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท และก็จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมกัน โดยประทับรถยนต์พระที่นั่งข้างประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิตนะคะ เป็นหมายกำหนดการที่จะเกิดขึ้นอีกสักครู่หนึ่งนะคะ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟูขบวนพระยุหมาตราทางชลมารคขึ้นมาในสมัยของพระองค์ท่านและพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรักษา และต่อยอดพระราชพิธีที่งดงามในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตามโบราณราชประเพณี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ่ด้วยเรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำ ให้ปวงชนชาวไทยได้ชื่นชมพระบารมี และได้ร่วมกันภาคภูมิใจในพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประจำปี 2562 ค่ะ ในรัชสมัยของมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารครรวม 17 ครั้งด้วยกัน เป็นการเสด็จพระราชดำเนิน 14 ครั้ง และเป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 1 ครั้ง ส่วนอีก 2 ครั้งจัดแสดงขบวนเรือพระราชพิธีมิได้มีการเสด็จพระราชดำเนินนะคะโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งก่อนหน้านี้ หลังสุดเมื่อปี 2535 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม 7 รอบ 84 พรรษา และครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน หลังจากที่มีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ที่ 10 ของพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงโปรดให้มีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ่ในครั้งนี้ค่ะ สำหรับขบวนเรือพระราชพิธีก็ยังคงอยู่กับที่ภายในลำน้ำเจ้าพระยานะคะ เป็นการจัดริ้วขบวนแล้วก็ยังคงประจำที่อยู่ นกระทั่งขบวนราบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เคลื่อนออกจากพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ที่ท่าราชวรดิฐ เข้าสู่พระบรมมหาราชวังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงจะกลับยังที่ตั้งซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการเสร็จสิ้นพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์ค่ะ สำหรับขบวนเรือกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคนะคะ นอกจากจะมีความสำคัญ เป็นการฝึดซ้อมระดมพลในช่วงว่างศึกแล้ว ก็ยังเป็นการของการแสดงแสนยานุภาพ บุญญาบารมีสูงส่งแห่งองค์พระมหากษัตริย์จึงได้มีการเพิ่มเครื่องสูง และเครื่องอิสริยราชูปโภคของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นสว่นหนึ่งของขบวนพยุหยาตราด้วยนะคะ ส่วนอื่น ๆ นั้นก็ฌป็นไปตามระเบียบว ิธีการของกระบวนพยุหยาตราของขบวนพยุหยาตราทุกประการค่ะ ทั้งนี้ก็เป็นการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชพิธีพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ทั้งด้านพระศาสนา การทูต การเฉลิมฉลองวาระสำคัญของบ้านเมืองเป็นต้น นอกจากนั้นแล้วเรานำเรือขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในภารกิจของพระมหากษัตริย์แล้ว พิธีสำคัญของบ้านเมืองในบางกรณีพระองค์ก็ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำเรือหลวงไปใช้เช่นกันนะคะ อย่างเช่น พิธีรับพระราชสาส์นและราชทูต ซึ่งเข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชดังที่ได้มีการบันทึกไว้ของชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาในสมัยนั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนั้นมิได้ใช้เฉพาะในเรื่องของพระมหากษัตริย์เ่านั้น แต่ว่ายังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้ในการพิธีสำคัญของบ้านเมืองอีกด้วยค่ะ การจัดริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนับตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์มาจนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบันนี้มีการปรับรูปแบบริ้วขบวน มีการใช้จำนวนเรือที่แตกต่างกันไปแต่ละยุคแต่ละสมัยนะคะ ในบางรัชสมัยก็จะมีจำนวนเรือเป็นจำนวนมาก เช่น ในสมัยรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงต้น ๆ ของการบูรณะหรือว่าฟื้นฟูขบวนเรือหรือพระราชพิธีขึ้นมา อีกครั้งหนึ่งก็คือสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในดุริยางค์ครั้งนั้นก็มีขบวนเรือพระราชพิธีที่ใช้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยเสด็จโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจำนวนมาก ที่ยิ่งใหญ่เลยทีเดียวค่ะ หลังจากที่มีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแต่ว่าหลังจากรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา ซึ่งการใช้เรือเป็นพาหนะรวมไปถึงการใช้เรือเริ่มลดความจำเป็นลงตามยุคสมัย ซึ่งมีการพัฒนาเส้นทางการเดินทางทั้งทางรถ ทางรถไฟขึ้นมา ก็เลยทำให้เรื่องของกรใช้เรือในลำน้ำนั้นลดลงไป ขณะที่หลังจากยุคนั้นขึ้นมาก็เกิดสงครามโลก สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ทำให้เรือถูกระเบิดโจมตีทางอากาศเสียหายเป็นจำนวนมากดังนั้น ก็จะมีจำนวนเรือไม่มากนั่งจนกระทั่งถึงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงโปรดให้ฟื้นฟูขึ้นมา และใช้มาจนปัจจุบันนี้ มีจำนวนเรือทั้งสิ้น 52 ลำค่ะ (ผู้บรรยาย ๒) ที่ผู้ชมเห็นอยู่ขณะนี้ก็คือบริเวณถนนที่อยู่ติดกันกับพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ตรงท่าราชวรดิฐ เรียกว่าถนนมหาราช ก็มีการจัดริ้วขบวนเตรียมพร้อมที่จะยาตราริ้วขบวนราบในการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าสู่พระบรมมหาราชวังค่ะ (ผู้บรรยาย ๒) ริ้วขบวนราบพระราชยานพุดตานทอง ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนธิราเทพยวดีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนธิราเทพยวดี จะทรงเป็นราชองครักษ์ประจำพระองค์ คู่เคียงพระราชยานพุดตานทองในริ้วขบวนนั้นจะประกอบไปด้วยนายทหารมีขบวนหน้า ซึ่งจะมีตำรวจม้านำ ดุริยางค์วงนำ กองพันทหารเกียรติยศนำ ต่อจากนั้นจะเป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ก็จะประกอบไปด้วยเจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว มีประตูหน้าธงขวาง สารพัดกลอง มโหระทึก พลหาม กลองชนะทอง กลองชนะเงิน จ่าปี่ จ่ากลอง สารวัตรแตร แตรงอน สังข์ พนักงานพระราชพิธีกำกับเครื่องสูงหน้า บังแทรก จะมีพระราชยานถม บังพระสูรย์ พระกลด พัดโบก คู่เคียงพระราชยานถม ริ้วขบวนราบนะคะ ซึ่งแบ่งเป็น ๓ ตอนด้วยกัน ณ จุดนี้ก็จะเป็นในช่วงของตอนต้นที่มีเครื่องสูง ประกอบพระบรมราชอิสริยยศค่ะ วขบวนราบนี้นะคะ ประกอบด้วย ขบวนหน้าเป็นขบวนนำ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือขบวนเสด็จ จะเป็นขบวนกลาง และขบวนหลังเป็นขบวนตามค่ะ ขบวนหน้าหรือส่วนที่ 1 นี้จะประกอบด้วย ตำรวจม้านำ วงดุริยางค์วงนำ กองบังคับการกองผสม และกองพันทหารเกียรติยศนำนะคะ ส่วนที่ ๒ เป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือขบวนเสด็จ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ก็คือส่วนนำริ้วขบวนด้วยกันก็คือส่วนนำริ้วกับส่วนพระราชยานค่ะ ส่วนนำริ้วแบ่งเป็น 3 ตอน ส่วนนำริ้วเสร็จแล้วก็จะมีตอนพระนำ ซึ่งพอหลังจากตอนพระนำแล้วจะเป็นส่วนพระราชยานมีพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ นำเสด็จจำนวน 16 นาย ขณะนี้พระตำรวจหลวงก็เข้าประจำริ้ว ทางด้านซ้ายก็จะเป็นป้อมมหาสัตตโลหะนะคะ เป็น 1 ในป้อมที่รายรอบพระบรมมหาราชวัง ประตูตรงกันข้ามกับประตู้ท่าราชวรดิฐ ก็เป็นประตูอุดมสุดารักษ์ซึ่งก็เป็นอีก 1 ประตูพระบรมมหาราชวังประทับพระราชยานแล้ว ก็จะเคลื่อนริ้วขบวนโดยเลี้ยวไปทางซ้าย ก่อนที่จะเข้าสู่พระบรมมหาราชวังต่อไปสำหรับเส้นทางการยาตราริ้วขบวนราบก็ออกจากท่าราชวรดิฐ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน ทางประตูวิเศษไชยศรี พระตูพิมานไชยศรี ก่อนที่จะเทียบเกยพระราชยานพุดตานทอง พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทค่ะ Ր๗-๏ พระบารมีที่ทรงสร้าง ไป่โรยร้างรุ่งเรืองเรียงในพระยุหยาตราทางชลมารคขบวนพยุหยาตราทางชลมารค นอกจากจะเป็ระดมพลในช่วงว่างศึกแล้วของการแสดงแสนยานุภาพ บุญญาบารมี ๑๗-๏ พระบารมีที่ทรงสร้าง ไป่โรยร้างรุ่งเรืองเรียงՐ ๑๗-๏ พระบารมีที่ทรงสร้าง ไป่โรยร้างรุ่งเรืองเรียง Ր บำรุงรัฐวัดวังเวียง จักรีวงศ์ทรงพระเจริญ-เทอญ๚ะ๛/ Ր ภิเษก-เสกสรรพพรล้วน หลั่งฟ้ามาถวาย๚ะ๛ Ր๑๘-๏ ฝากโลกให้รู้จัก ฝากศรีศักดิ์วิญญาณศิลป์Ր ฝากนามสยามินทร์ ฝากฝีมือชื่อไทยเอย๚ะ๛Ր ๑๘-๏ ฝากโลกให้รู้จัก ฝากศรีศักดิ์วิญญาณศิลป์Ր ๑๘-๏ ฝากโลกให้รู้จัก ฝากศรีศักดิ์วิญญาณศิลป์ ฝากนามสยามินทร์ ฝากฝีมือชื่อไทยเอย๚ะ๛