--- title: พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางชลมารค วันที่ 12 ธันวาคม 2019 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր...ՐՐ...Ր [เสียงดนตรี]Ր (บรรยาย) สวัสดีค่ะท่านผู้ชม โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอนำท่านผู้ชมรับชมการถ่ายทอดสดการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ธันวาคม 2562 ซึ่งในการนี้เป็นพระราชพิธีสำคัญ ในส่วนของพระราชพิธีเบื้องปลายค่ะ วันนี้ดิฉันสายสวรรค์ ขยันยิ่ง รับหน้าที่เป็นผู้บรรยาย ดิฉัน เกียรติยา ธรรมวิภัชน์ และนายแพทย ยงยุทธ มัยลาภ เป็นผู้บรรยายภาคภาษาอังกฤษรับฟังการบรรยายการถ่ายทอดสดในภาคภาษาอังกฤษได้ หากโทรทัศน์ของท่านมีระบบเสียง 2 ภาษาหรือรับชมได้ทางช่อง TGN หรือทาง Facebook ค่ะ คุณผู้ชมคะ การเสด็จพระราชดำเนินพระบรมราชอิสริยยศ เป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะ การเสด็จพระราชดำเนินทางบกเรียกว่า พยุหยาตราทางสถลมารค การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ คือ พยุหยาตราทางชลมารค เป็นการแสดงถึงพระบรมเดชานุภาพของพรมหากษัตริย์ ทั้งการเสด็จพระราชดำเนินไปในการรบ การพระราชพิธี หรือเสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ และโดยส่วนพระองค์ด้วย นอกจากนี้ยังจัดขึ้นในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าทูลละอองอุลีพระบาทชื่นชมพระบารมีค่ะ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ซึ่งในวันที่ 5 พฤษภาคม ได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีกันถ้วนหน้าด้วยความปลื้มปิติแล้วนั้นนะคะ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการเด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย ในวันนี้ เส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ ระยะทาง ๓.๔ กิโลเมตรค่ะ ซึ่งนับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน (ผู้บรรยาย ๒) ใช่แล้วค่ะ ในวันนี้ ก่อนที่จะมีพิธีสำคัญเกิดขึ้นในช่วงเช้ากองทัพเรือก็ได้จัดพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนที่จะมีการออกเรือด้วยนะคะ โดยพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ นั้น เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ค่ะ อีกสักครู่เราจะมีภาพให้คุณผู้ชมได้ติดตามรับชมกันนะคะ ที่คุณผู้ชมได้ชมอยู่ขณะนี้คือภาพของประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เดินทางมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอนะคะ ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาในการเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช ๒๕๖๒ ค่ะ นี่เป็นภาพบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบรวงสรวงเรือแม่ย่านาง โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคค่ะ โดยก่อนที่จะเดินทางไปในการพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือ จะไปที่โบสถ์ในพระอุโบสถ สักการะพระวิษณุกรรม แล้วจึงประกอบพิธีบรวงสรวงเรือแม่ย่านางในพิธีอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือค่ะ การบวงสรวงแม่ย่านางเรือนั้น เป็นพิธีสำคัญที่ชาวเรือมีความเชื่อกันมาแต่โบราณ ว่าเรือทุกลำมีแม่ย่านางเรือสิงสถิตอยู่ คอยคุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวงที่จะเกิดแก่เรือ ดังนั้น ก่อนจะออกเรือทุกครั้งหรือว่าการนำเรือไปใช้แล้ว จึงมักจะกระทำพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ หรือบูชาแม่ย่านางเรือก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ ซึ่งถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องมาค่ะ หลังจากพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบวงสรวงแม่ย่านางเรือ เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นขวัญกำลังใจของทุกคนแล้ว ในช่วงบ่ายก็จะมีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช ๒๕๖๒ ค่ะ กองทัพเรือโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนเรือ จัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ได้จัดริ้วขบวนเรือพระราชพิธีในริ้วขบวน ทั้งสิ้น 52 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือพระที่นั่ง 4 ลำด้วย ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ถ้าสังเกตแผนผังจะอยู่ในริ้วกลางเรือพระที่นั่งจะอยู่ในริ้วกลาง ซึ่งเป็นริ้วสำคัญทั้งหมด ๕ ริ้ว ๓ สาย ก็จะเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่เป็นไปตามรูปแบบตามโบราณราชประเพณีค่ะ (ผู้บรรยาย ๑) ที่คุณผู้ชมเห็นอยู่ขณะนี้คือเรือพระที่นั่งที่สำคัญค่ะ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งสร้างขึ้นครั้งแรก ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยลำปัจจุบันนั้นเป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ค่ะ โขนเรือปิดทอง ประดับกระจกเป็นรูปพญาอนันตนาคราช หรือพระยานาค ๗ เศียร กลางลำเรือ ประดิษฐานพระพุทธรูปหรือผ้ากฐิน ลำเรือภายนอกทาสีเขียว ส่วนท้องเรือภายในทาสีแดง ตัวเรือมีความยาวประมาณ 44 เมตร ใช้กำลังพลรวมจำนวน 72 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ ๖๙ นาย ประกอบด้วย ด้วยนายเรือ ๒ นาย นายท้าย ๒ นาย ฝีพาย ๕๔ นาย มีคนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย คนเห่เรือ 1 นาย แล้วก็เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอีก ๓ นายด้วยกันค่ะ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชขณะนี้ได้เทียบที่ฉนวนประจำท่าวาสุกรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเรียบร้อยแล้วนะคะ สาเหตุที่ต้องเทียบเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นลำแรก ก็เพราะว่าจะใช้เป็นเรืออัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นั่นหมายความว่าจะเห็นเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชก่อนหน้าที่จะถึงพระราชพิธีนี้ ทางกองทัพเรือและทุกฝ่ายได้มีการตระเตรียมความพร้อมแล้วก็มีการซักซ้อมในเรื่องของการจัดริ้วขบวนได้อย่างสวยงาม ทั้ง ๕๒ ลำ โดยที่บอกว่าเป็น 5 ริ้ว 3 สายนั้น ต้องมีการควบคุม สี่งการ มีความพร้อมเพรียงเป็นอย่างมาก เดี๋ยวเราจะพาไปดูเบื้องหลัง บางช่วงบางตอนว่ากว่าที่จะมาถึงวันนี้มีการซ้อมโดยใช้ระบบเทคโนโลยีใช้ GPS เข้ามาควบคุมทิศทางการจัดริ้วขบวนเรือให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามอย่างไรค่ะ (เสียงวอ) กระแสน้ำจะเปลี่ยนเป็นน้ำนิ่ง น้ำลงเล็กน้อยกระแสน้ำจะเปลี่ยนเป็นน้ำนิ่ง เล็กน้อย ขอให้รายงานเวลาให้ชัดเจน เรือทุกลำจากจุลดิษฐ์ ปฏิบัติหน้าที่เตรียมออกเรือ เตรียมออกเรือՐ เริ่มออกเดินทางขวานฟ้าบ้าบิ่นเต็มใบ พายหนัก ใช้ตาราง ๗ อยู่ตอนนี้ ขอให้ปรับระยะต่อ หน้าตักให้ได้ ขวานฟ้า 1 เมตร แซง 1 ตอบรับด้วย นารายณ์ ตอบรับด้วย ทราบ (ผู้บรรยาย ๑) นี่คือเบื้องหลังการฝึกซ้อมก่อนที่จะมาถึงวันจริง ซึ่งมีความหมาย ความสำคัญ แล้วก็มีการเก็บรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ริ้วขบวนนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม และไม่ว่ากระแสน้ำจะเป็นอย่างไร ท่านผู้ชมจะสังเกตว่าจากภาพผู้ควบคุม GPS จะเห็นแนวเรือเป็นสีต่าง ๆ ตรงตามเส้นของริ้วขบวน ซึ่งนี่คือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของฝีพาย กำลังพล และผู้ควบคุมเรือทุกลำรวมไปถึงการฝึกซ้อม แล้วก็การออกแบบแล้วก็รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ จริง ๆ มีเบื้องหลังอีกมากมาย แต่เพียงเท่านี้ก่อน ซึ่งอีกสักครู่ หมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ใกล้จะถึงเวลาเสด็จนะคะ โดยตามหมายกำหนดการก็คือเวลาประมาณ 15.30 นช. นะคะ จุดที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่นี้ ก็คือจุดเริ่มต้นของริ้วขบวน ริ้วขบวนนี้เริ่มต้นตั้งแต่ท่าวาสุกรี ท่าวาสุกรีนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับจากยุโรปครั้งแรก พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังดุสิตขึ้น เพื่อเป็นพระราชอุทยานที่ประทับแห่งใหม่นอกพระบรมมหาราชวัง แล้วก็โปรดให้สร้างท่าเทียบเรือประจำพระราชวังดุสิต อยู่ระหว่างวัดเทวราชกุญชรและวัดราชาธิวาส โดยสร้างขึ้นเป็นพระตำหนักแพ อยู่ริมน้ำเจ้าพระยา โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ สร้างท่าเทียบเรือนี้จนแล้วเสร็จ เป็นผู้ดูแลกำกับการสร้างท่าเทียบเรือ ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๒ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สืบทอดกันมาตามโบราณราชประเพณี เพราะว่าตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า พระราชวังหลวงจะต้องอยู่ติดกับแม่น้ำ เพื่อเอื้ออำนวยกับการเดินทางทางชลมารค ตลอดจนการศึกสงคราม การใช้แม่น้ำเป็นแนวป้องกันข้าศึกก็ดี สืบเนื่องมาจนกรุงรัตนโกสินทร์ พระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นพระราชวังหลวงของกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีท่าเทียบเรือพระที่นั่ง ก็คือท่าราชวรดิฐ ซึ่งอีกสักครู่ ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคก็จะยาตราไปจบที่ท่าราชวรดิฐ ส่วนท่าวาสุกรีนี้ชื่อที่มาก็สืบเนื่องมาจากคติโบราณว่าพระเจ้าแผ่นดินเปรียบเสมือนพระนารายณ์ ซึ่งมีครุฑเป็นพาหนะ แต่ต้องอาศัยน้ำ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งน้ำในการเสด็จ ดังปรากฏนามของพญานาคตนหนึ่ง ที่มีชื่อว่า วาสุกรี ก็เลยมีประวัติว่าได้รับพระราชทานชื่อน้ำนี้ว่าท่าวาสุกรี เป็นต้นมา ปัจจุบันท่าว่าสุกรีเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังดุสิต แล้วก็เป็นท่าเรือหลวงที่ใช้เป็นท่าเทียบเรือพระที่นั่งในพระราชพิธีต่าง ๆ เสมอมา และยังเก็บบางองค์ด้วยนะคะ นอกจากนี้ ท่านผู้ชมคงจะคุ้นเคยกับข่าวในพระราชสำนักเวลาที่วันสำคัญ ดังเช่นวันคล้ายวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์ คล้ายวันพระราชสมภพก็จะใช้เป็นที่ทรงลอยพระประทีป ทรงปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยโคในวันสำคัญดังกล่าวด้วยค่ะ แล้วก็เมื่อสักครู่นี้ ที่ได้กล่าวถึงเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 เราจะนำท่านผู้ชมรับชมพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นค่ะ ในปีพุทธศักราช 2506 ครบ 3 รอบ โดยทรงประกอบพิธีสมโภชณ์ วันที่ 2506 ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นับเป็นการจัดสร้างประจำรัชกาลตรงตามตำรับ และพิธีที่มีมาแต่โบราณกาลทุกประการ พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ประทับนั่งแบบภายใต้ฉัตร 5 ชั้น ขนาดหน้าตักกว้าง 17.5 เซนติเมตรสูงเฉพาะองค์พระ ๒๒.๕ เซนติเมตร พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง แบบวัชราสนะ ภูมิสปรรศมุทรา ประทับนั่งขัดสมาธิที่เพชร ในกริยาทรงถือตาลปัตรและพระหัตถ์ชี้ลงพระธรณีในลักษณะนิ้วพระหัตถ์ทั้ง ๔ ยาวเสมอกัน ตรงตามคำภีร์มหาปรุสะ ละม้ายศิลปะสุโขทัยที่เรียกว่า หน้านาง พระขนงโก่ง พระเนตรมองลงยังเบื้องล่าง และพระกรรณยาวจนเกือบพระอังสา พระเศียรประกอบเม็ดกระศก เป็นตุ่มขนาดเล็ก มีพระเกตมาลาและจตุรัศมีรูปเปลวเพลิง ห่มเฉียงปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาบ อันเป็นพุทธลักษณะของศิลปะสุโขทัย ที่สื่อถึงความสุข ความเจริญ โดยปรากฏขอบที่ข้อพระบาททั้ง 2 ข้าง นอกจากนี้ยังมีตาลปัตรที่ทรงถือ มีลักษณะเรียวแหลมคล้ายรูปใบโพธิ์ หล่อด้วยเงินจำหลักลาย พระพุทธรูปนั้นประทับนั่งเหนือฐานปัทม์ กลีบบัวหงายซ้อนกัน 3 ชั้น สื่อถึงฐานของเขาพระสุเมรุ และฐานเขียงจำหลักคำจารึกภาษาบาลี เบื้องหน้าฐานมีผ้าทิพย์ขนาดใหญ่ จำหลักลายฐานสีห้อยปกคลุมฐานปัทม์ และฐานขาสิงห์ ซึ่งพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 จะนำออกในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล และวันเฉลิมพระชนมพรรษา จึงนับเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ช่วยอภิบาลพิทักษ์รักษาตลอดจนประสิทธิ์ประสาทพร ให้กับองค์พระมหากษัตริย์ และพสกนิกรของพระองค์เสมอมาค่ะ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ พุทธศักราช ๒๕๐๖ และทรงพระกรุณาโปรเกล้าฯ ร่วมกับพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ทุกงาน ร่วมกับพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ทุกรัชกาล เมื่อมีงานพระราชพิธีจึงอัญเชิญไปประกอบมณฑลพิธี แล้ววันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ประดิษฐานในบุษบกเป็นเรือพระที่นั่งลำแรกในริ้วขบวนสายกลาง ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งลำทรงโดยจะมีเจ้าพนักงานภูษามาลา ถวายพัดโบก เครื่องสูง ถวายบังสูรย์ ประจำด้านหลังบุษบกด้วยค่ะ นี่คือบริเวณสวนสวนสันติไชยปราการ นะคะ ซึ่งก็จะเป็น ๑ ในแนวชลวิถีที่ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจะยาตราผ่านในวันนี้ ทุก ๆ จุดที่มีพื้นที่ และประชาชนสามารถเข้าไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จได้ ก็จะมีคนเดินทางหลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า แล้วจุดคัดกรองจะเริ่มเปิด ให้ประชาชนเข้าจุดคัดกรองผ่านเข้าพื้นที่ได้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นมาค่ะ ประชาชนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองนะคะ บ้างก็มีพระบรมฉายาลักษณ์ บ้างก็มีธงประจำพระองค์ มีธงพระปรมาภิไธย ติดไม้ติดมือเชิญมา เพื่อที่จะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ในระหว่างที่ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนผ่านนะคะ (ผู้บรรยาย ๑) จากการไปสอบถามประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จนั้น หลายคนก็บอกว่าอยากจะมาเห็นบรรยากาศจริง ๆ ในสถานที่จริง ๆ เลย ชมผ่านโทรทัศน์ ไม่เหมือนจริง จะได้เห็นบรรยากาศ ได้ยินเสียงแจวเรือ ได้ยินเสียงเห่เรือ รู้สึกว่าน่าประทับใจมากกว่านะคะ เป็นการสอบถามประชาชนมา ว่าขอมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มาชื่นชมพระบารมี และเห็นพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ด้วยค่ะ มีวัด 6 วัด ที่อยู่ในแนวลำน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแนวของริ้วขบวน ได้เชิญประชาชนร่วมเจริญพระพุทธมนต์ด้วยนะคะ ในช่วงที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านก็จะมี ๖ วัด ที่จะมีการเจริญพระพุทธมนเคลื่อนผ่าน พอผ่านพ้นไปแล้ว ประชาชนก็ดูริ้วขบวนในริ้วหลัง ๆ ตอนหลัง ๆ กันต่อค่ะ ซึ่งจุดที่ประชาชนสามารถเข้าชมพระราชพิธีนี้ ก็มีทั้ง ๒ ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มี 5 จุดหลัก ๆ ด้วยกัน ชมฟรีด้วยนะคะ ได้แก่ สวนหลวงพระราม 8 คือเชิงสะพานพระราม 8 สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ สถานีรถไฟธนบุรีเดิม สวนนคราภิรมณ์ท่าเตียน แล้วก็ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์นะคะ ก็เป็นสถานที่ที่มีอัฒจรรย์ให้ประชาชนได้ไปเฝ้า เต็มแน่นทีเดียวค่ะ นอกจากเจ้าหน้าที่ที่คอยอำนวยความสะดวกตามจุดต่าง ๆ แล้วนะคะ ก็จะมีเหล่าจิตอาสาพระราชทานกระจายกันอยู่ เพื่อที่จะดูแลประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย จะมีอยู่ทุกจุด สามารถที่จะดูแลประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในวันนี้ได้อย่างทั่วถึงค่ะ วันนี้ อากาศดีนะคะ บรรยากาศดีมาก ก็เป็นวันอันเป็นมหามงคลของปวงชนชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็จะเป็นอีก ๑ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่จะติดตาตรึงใจพวกเราไปตลอดนานแสนนาน มีจิตอาสาพระราชทานที่เป็นชาวต่างชาติด้วย มาลงทะเบียน แล้วก็อาสาที่จะมาช่วย ช่วยได้เยอะทีเดียว เพราะว่ามาช่วยสื่อสารภาษาต่างประเทศกับนักท่องเที่ยวที่มาอยู่ ๒ ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อที่มาชมริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารควันนี้ด้วย เพื่อที่จะอาสาช่วยชาวต่างชาติ สวมเครื่องแบบ มีหมวกฟ้า ผ้าพันคอเหลืองอยู่ตามจุดต่าง ๆ ตลอดแนวลำน้ำค่ะ สะพานพระราม ๘ เป็นอีกจุดหนึ่งนะคะ ซึ่งเป็นภูมิทัศน์ที่สวยงาม ที่เราจะได้เห็นการถ่ายทอดสดตลอดงานริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ ในขณะนี้ เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น ๕๒ ลำ รวมทั้งเรือพระที่นั่ง ๔ ลำ ได้ตั้งขบวนเรือ โดยหัวขบวนของเรือพระราชพิธีอยู่ที่บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ และท้ายขบวนอยู่ก่อนถึงสะพานกรุงธน จากนั้น เมื่อได้เวลาเสด็จพระราชดำเนิน ขบวนเรือก็จะเคลื่อนออกจากจุดตั้งขบวน มุ่งหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตรค่ะ ใช้เวลาในการเคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้น ถึงที่หมายประมาณ 40 นาที การจัดรูปขบวนเรือก็แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ดังที่ท่านผู้ชมได้เห็นจากแผนผังกราฟิกไปเมื่อสักครู่นี้นะคะ แล้วอีกสักครู่ก็จะได้ชมริ้วขบวนจริง ๆ ที่ยิ่งใหญ่งดงาม ตระการตาค่ะ สำหรับเรือพระราชพิธีที่คุณผู้ชมจะได้เห็นนะคะสำหรับเรือพระราชพิธี ที่คุณผู้ชมจะได้เห็นอีกสักครู่หลายลำทีเดียวก็ได้มีการชำรุดเสียหายจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ค่ะ โดยอู่เรือพระราชพิธีถูกระเบิดได้รับความเสียหาย สำนักพระราชวังตรวจสอบเมื่อปี 2490 พบเรือประเภทลายทองคงสภาพดี จำนวน ๑๒ ลำ แต่บางส่วนตัวเรือชำรุดโขนเรืออยู่ในสภาพดีจำนวน ๘ ลำ ก็เลยมีการมอบหมายให้กรมศิลปากรนั้นเป็นผู้ดูแลรักษา จัดการซ่อมโรงเรือ และเรือพระราชพิธี และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี เมื่อปี 2517 เพื่อเก็บรักษาเรือพระราชพิธีจำนวน ๙ ลำ แล้วก็มีการซ่อมบำรุงดูแลตลอดเวลาให้มีความงดงาม เมื่อนำมาใช้ในพระราชพิธีจะทำให้เกิดความสง่างาม อย่างที่อีกสักครู่ คุณผู้ชมจะได้เห็นประจักษ์กับสายตานะคะ หากจะกล่าวถึงขบวนเรือของพระมหากษัตริย์ไทยนั้นมีมาตั้งแต่โบราณ ตั้งแต่ครั้นกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ก็ปรากฏว่าพระร่วงทรงใช้เรือออกไปลอยกระทง หรือว่าพิธีจองเปรียง ณ กลางสระน้ำ ใช้เผาฟืนเล่นไฟในยามคืนเพ็ญเดือน 12 ครั้นซึ่งอยุธยานั้นเป็นเมืองเกาะ ล้อมรอบด้วยแม่น้ำลำคลองมากมายหลายสาย ริมน้ำของชาวกรุงเก่าจึงต้องอาศัยเรือสัญจรไปมา เวลารบทัพจับศึก ก็ใช้เรือเป็นสำคัญ จึงปรากฏมีการสร้างเรือรบมากมายในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก เป็นเวลาที่ราษฎรว่างเว้นจากการทำนา จึงเรียกระดมพลมาฝึกซ้อมขบวนทัพเรือกอบกับเป็นฤดูกาลทอดพระกฐิน เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิน แห่แหนให้ไพร่พลอยู่ตลอดเวลาด้วย มีการค้นพบหลักฐาน เรื่องเรือพระราชพิธีที่ชัดเจน ตั้งแต่สมัยอยุธยา จากกฎมณเฑียรบาล กฎหมายตราสามดวง ซึ่งสันนิษฐานว่าตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีการกล่าวถึงเรือประกอบยศ มีกฎหมายเกี่ยวกับขบวนเรือหลวง และการใช้เรือพระที่นั่งในการพระราชพิธีต่าง ๆ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในสมัยอยุธยานั้น สันนิษฐานว่ามีการจัดรูปขบวนเป็น ๒ แบบ คือขบวนทางชลมารคอย่างใหญ่ และขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างน้อย จากหลักฐานในประวัติศาสตร์ขบวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยอยุธยา ได้แก่ ขบวนพยุหยาตราเพชรพวง สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีบันทึกไว้ว่าเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่ มีจำนวนเรือในขบวนช 113 ลำ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายพระเจ้าแผ่นดินมักเสด็จโดยขบวนเรือในการพระราชกุศลต่าง ๆ เช่น เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานผ้าพระกฐิน ฉลองพระอาราม เสด็จไปนมัสการพระพุทธบาท และใช้เพื่อการแห่รับช้างเผือก เป็นต้น ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ปรากฏวรรณกรรม กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ เป็นหลักฐานแสดงถึงเรือพระราชพิธีตอนปลายไว้ด้วยนะคะ แล้วถือว่ากราบเห่เรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศนั้นเป็นต้นแบบในการประพันธ์กาพย์เห่เรือในยุคต่อ ๆ มาด้วย พอถึงสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงโปรดให้ต่อเรือรบใช้ในราชการสงคราม และคงให้สร้างเรือสำหรับเกียรติยศของแผ่นดินด้วย ดังปรากฏในการพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น แห่อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางจากท่าเจ้าสนุกมาสู่กรุงธนบุรี เป็นต้น มีหลักฐานบันทึกว่ามีเรือขบวนถึง 115 ลำค่ะ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีการสร้างเรือพระที่นั่งขึ้นเนื่องด้วยการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นตำรา ภายหลังจากสร้างพระนครแล้วเสร็จ เมื่อพุทธศักราช 2328 ตามธรรมเนียมกรุงศรีอยุธยาและต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็โปรดให้สร้างเรือพระที่นั่งและเรืออื่น ๆ เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมากค่ะ ในรัชกาลที่ ๔ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชาภิเษกแล้ว ได้โปรดให้จัดเลียบพระนครทางชลมารค เป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใหญ่ เรือในขบวนครั้งนั้นมีจำนวน ๒๖๙ ลำ คนฝีพายถึง ๑๐,๐๐๐ นาย จึงอาจกล่าวได้กว่าขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ค่ะ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดกระหม่อมให้จัดพยุหยาตราเลียบพระนคร การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2 เมื่อปี และใช้ในการพระราชพิธีอื่น ๆ ขบวนเรือในช่วงต้นรัชกาลก็ยังคงบริบูรณ์ จากหลักฐานปรากฏในโครงทวาทศมาศ แล้วก็มีการสร้างเรือพระที่นั่งเพิ่มเติมขึ้นอีก อาทิ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นต้น ในช่วงนี้ก็มีการพัฒนาในเรื่องของการเดินทางต่าง ๆ มีถนนหนทาง การคมนาคมทางบกเพิ่มมากขึ้นนะคะ การเสด็จพระราชดำเนินไปในการต่าง ๆ ก็ทั้งทางบก ทางน้ำ มีความเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ความสำคัญของการใช้เรือพระที่นั่งก็ลดน้อยลงในสมัยปลายรัชกาลที่ ๕ ต่อเนื่องรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ นะคะ แต่ว่าในรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ นั้น ก็ยังคงมีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนคร เพียงแต่ว่ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมกับยุคสมัยค่ะ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายพลเรือ สวรรค์วรพินิจ วางระเบียบริ้วขบวนเรือสำหรับเสด็จพระราชดำเนินโดยพยุหยาตราทางชลมารคขึ้นใหม่ เป็น 5 แบบ มีขบวนพยุหยาตราใหญ่ ใช้เรือ ๔๘ ลำ ขบวนพยุหยาตราน้อย ใช้เรือ ๓๙ ลำ แล้วก็มีขบวนราบใหญ่ ขบวนราบน้อย ขบวนราบย่อ สุดแท้แต่ลักษณะของการเสด็จพระราชดำเนิน และการประกอบริ้วขบวนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มิได้เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร ในพิธีบรมราชาภิเษก แต่ว่าได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟูขบวนพยุหยาตรทางชลมารคขึ้น ในปี พุทธศักราช 2500 เนื่องในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษค่ะ ครั้งนั้นอัญเชิญพระพุทธรูป พระไตรปิฎกและพระสงฆ์ จัดเป็นขบวนพยุหยาตราน้อย เนื่องจากมีจำนวนไม่มากพอที่จะจัดเรือพยุหยาตราขนาดใหญ่ ต่อมาจึงมีการบูรณะซ่อมแซมเรือพระราชพิธีที่เสียหายอย่างหนักจากการถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และมีการซ่อมสร้างเรือพระราชพิธีเพิ่ม ต่อเรือดั้งครบ ๑๑ คู่ ต่อเรือรูปสัตว์ครบ ๔ คู่ สามารถจัดขบวนพยุหยาตราใหญ่ได้ ในการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช 2525 และมีการสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ ทำให้มีเรือพระราชพิธีทั้งสิ้น ๕๒ ลำ นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ เป็นต้นมา พร้อมกันนี้ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระอิสสริยยศในขณะนั้น ทรงปรับริ้วขบวนใหม่ มีลักษณะเหมือนดาวล้อมเดือนใช้เป็นแบบแผนมาจนถึงปัจจุบัน ในรัชกาลที่ ๙ มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค 17 ครั้ง เสด็จพระราชดำเนิน 14 ครั้ง อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 1 ครั้ง และจัดแสดงขบวนเรือพระราชพิธี ๒ ครั้ง โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งหลังสุด จัดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ พระบาทสมเด็จพระวชิราเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ 84 พรรษา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทำให้ปวงชนชาวไทยได้ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่เป็นเอกลักษณ์งดงามยิ่งใหญ่เพียงชาติเดียวในโลก และบัดนี้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงรักษา และต่อยอด มาจนถึงรัชสมัยของพระองค์ค่ะ เมื่อสักครู่ผู้ชมจะได้เห็นพลับพลาที่ประทับของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี บริเวณสวนสันติไชยปราการพระราชพิธีสำคัญนี้ด้วย ซึ่งอย่างที่คุณสายสวรรค์ได้กล่าวไว้ด้วย ในขบวนเรือนั้นมีจำนวนเรือ ๕๒ ลำ เรือที่สำคัญและโดดเด่นคงหนีไม่พ้นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งชื่อเรือพระที่นั่งก็ได้กล่าวถึงตั้งแต่สมเด็จพระกนิษฐาธราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาประทับพลับพลาสวนสันติไชยปราการ พร้อมด้วยท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซ่น และท่านผู้หญิงสิิริกิติยา เจนเซ่น เพื่อทอดพระเนตรการเสด็จพระราชดำเนินขบวนพยุหยาตราทางชลมารคโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ค่ะ บริเวณสวนสันติชัยปราการ อีกจุดหนึ่งที่จะได้เห็นขบวนเรือที่มีความสวยงามนะคะ นอกจากอีกหลาย ๆ จุด ที่มีการกำหนดสถานที่เอาไว้ให้กับประชาชนได้เข้าชมพิธีอันสำคัญนี้นะคะ จะเห็นได้ว่า ทุกพื้นที่นั้นเต็มแน่นไปหมดทีเดียว ประชาชนพร้อมใจกันที่จะมารอชม หลายท่านบอกว่ามาชมการซ้อมแล้ว แต่ว่าวันจริงก็อยากจะมาชมอีก เพราะว่าไม่เหมือนกันคนละบรรยากาศนะคะ อย่างที่เห็นก็จะมีจิตอาสาพระราชทานก็เดินทางมาเข้าร่วมดูความเรียบร้อย นี่เป็นช่างภาพสื่อมวลชน ก็ประจำตามจุดต่าง ๆ นะคะ เฝ้ารอบันทึกภาพข่าวเหตุการณ์สำคัญ และวันพรุ่งนี้ ทุกท่านก็จะได้รับชมผ่านสื่อต่าง ๆ สื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ จะได้ชมภาพความงดงามนี้ เผยแพร่ไปทั้งประเทศไทยแล้วก็ทั่วโลกด้วย ความงดงามหนึ่งเดียวของพระราชพิธีครั้งนี้นะคะ สำหรับกำลังพล ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนี้ จะมีทั้งสิ้น ๒,๔๓๑ นาย ในจำนวนนี้เป็นกำลังพลที่เป็นฝีพาย แล้วก็เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่อยู่ประจำเรือ 2,200 นาย กว่าจะมาถึงวันนี้ มีการคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นฝีพาย และประจำอยู่ในเรือแต่ละลำอย่างเหมาะสมค่ะ กองทัพเรือนั้นได้คัดเลือกบุคลากรในหน่วยงานในสังกัด ซึ่งก็กระจายกันอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศนะคะ ก็มีการคัดเลือกเสร็จแล้ว มีการฝึกซ้อมอยู่ที่ตั้งของหน่วยนั้น ๆ ก่อน เมื่อได้เวลาอันเหมาะสมแล้ว ก็มีการมาฝึกซ้อมรวมกันที่กรุงเทพมหานคร กว่าที่จะลงน้ำได้ ก็ผ่านขั้นตอนในการฝึกซ้อมหลายขั้นตอนมาก เพื่อให้ท่วงท่าลีลาในการพาย แม้แต่กระทั่งองศาในการยกพายขึ้นมา เป็นองศาที่เท่าเทียมกันแล้วก็ดูมองจากทิศไหนก็ให้สวยงามเหมือนกันเท่ากันหมดนะคะ ดังนั้น การคัดเลือกกำลังพลตั้งแต่ต้นทางก็มีความสำคัญทั้งเรื่องของรูปร่าง นอกนั้นก็มาฝึกกระบวนในการพาย แล้วก็ลีลาท่าทางในการพาย ต้องสง่างาม เข้มแข็ง แล้วก็การพายเป็นจังหวะจะโคน แล้วก็มีการฝึกเห่ เพื่อที่จะต้องเห่รับด้วยนะคะ การฝึกก็กว่าจะลงน้ำ มีการฝึกตั้งแต่บนเขียง ก็คือทำเหมือนกับเป็นโครงเรือสำรองขึ้นมา คือจำลองขึ้นมาแล้วก็สามารถให้นั่งอยู่บนนั้นก่อนยังไม่ลงน้ำ แต่พอช่วงต้น ๆ ที่มีการฝึกแบบลงน้ำ ทุกคนก็ต้องปรับสภาพ ปรับร่างกายและท่าทางใหม่ เพราะว่าการฝึกอยู่บนบกก็จะไม่มีเรื่องของกระแสน้ำเข้ามาเป็นปัจจัย พอลงน้ำก็ต้องฝึกว่าจะทรงตัวอย่างไร จะทำอย่างไรให้ควบคุมเรืออยู่ได้ในขณะที่ท่วงท่าลีลาก็จะต้องมั่นคง แข็งแรง แล้วก็สง่างามด้วย ดังนัั้น กว่าที่ท่านผู้ชมจะได้เห็นวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่รับผิดชอบในการฝึกกำลังพลฝีพาย ก็คือกองทัพเรือ ก็ได้ฝึกซ้อมมาร่วมปี ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งซ้อมย่อยหลายครั้ง ซ้อมใหญ่หลายครั้ง แล้วก็มีการซ้อมใหญ่แบบที่แต่งกายเสมือนจริงไปแล้ว ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาด้วย หลายคนบอกว่าไปดูแล้วตั้งแต่วันที่ ๗ เพราะว่าอยากเห็นว่าวันจริงแต่งกายจะสวยงามขนาดไหนนะคะ แล้ววันนี้ก็มาดูอีก ใช่แล้วค่ะ ต้องมาซ้ำนะคะ ครั้งเดียวไม่พอนะคะ เขาบอกว่าในการฝึกเรืออย่างที่คุณสายสวรรค์ได้กล่าวไว้ ผู้ที่มีตำแหน่งสำคัญก็คงหนีไม่พ้นนายเรือ เป็นผู้ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของเรือ โดยพลเรือพระที่นั่งจะมีนายเรือ ๒ คนด้วยกัน หน้าที่นายเรือก็คือนำเรือให้ปลอดภัย ดูแลกำลังพลในเรือ ดูแลความปลอดภัยทั้งหมด และที่สำคัญก็คือนายเรือต้องควบคุมดูแลเรื่องเกี่ยวกับฝีพายฝีพาย ต้องพายให้พร้อมกัน ควบคุมให้เรืออยู่ในทิศทางที่กำหนดให้อยู่ในตำแหน่ง สถานีที่กำหนด ต้องควบคุมเรื่องเวลาที่คณะกรรมการกำหนดไว้ด้วยว่าจะต้องไปถึงจุดนั้นจุดนี้กี่โมง ถ้าหากเห็นว่าเรือของตัวเองไปไม่ทัน นายเรือก็มีหน้าที่ที่จะสังเกต สั่งฝีพายให้พายเร็วขึ้น หรือช้าลง นอกจากนี้แล้วโดยเฉพาะในเรือพระที่นั่งนั้นจำเป็นจะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษนะคะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของพลสัญญาณ ก็มีหน้าที่สำคัญเช่นกัน จะนั่งอยู่ที่หัวเรือ หันหน้าเข้ามาด้านในเรือ รอดูคำสั่งจากสัญญาณมือของนายเรือ ที่จะส่งมาว่า จะให้ฝีพายทำอย่างไร คำสั่งส่วนมากก็อย่างเช่น ฝีพายให้พายท่านกบิน พายผสม หรือว่าให้พายทางซ้าย ทางขวานะคะ และที่สำคัญ หนีไม่ได้คือเรื่องฝีพายเป็นกำลังพลสำคัญอย่างยิ่ง เป็นตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องอาศัยกำลังมากที่สุดในเรือ แต่ละลำก็จะมีฝีพายที่มีพละกำลังมากทีเดียว สักครู่คุณผู้ชมจะได้เห็นแต่ละคนมีความแข็งแรงแค่ไหนในการพายเรือแต่ละลำออกไปนะคะ ต้องมีการฝึกซ้อมอย่างที่คุณสายสวรรค์บอกว่าต้องมีการฝึกซ้อม ทั้งซ้อมย่อยซ่อมใหญ่ กว่าจะมาถึงวันนี้ ซึ่งสักครู่จะได้ปรากฏต่อสายตาต่อคุณผู้ชม ว่ามีความสง่างาม แข็งแรงมากน้อยแค่ไหนนะคะ ในระหว่างการยาตราริ้วขบวน คุณผู้ชมจะสังเกตเห็นท่าพายเรือของฝีพายได้นะคะ คือจะมีหลายท่าค่ะ ๑. ก็คือท่านกบิน เป็นท่าพายที่จะยกพายขึ้นพ้นน้ำ ทำมุม 45 องศา ประดุจนกบินซึ่งถ้านกบินนี้ท่านผู้ชมจะเห็นว่าจะใช้กับเรือพระที่นั่งเท่านั้น ๒. คือท่าพลราบ จะเป็นท่าการพายโดยไม่ยกไม้พายให้พ้นกาบเรือ ซึ่งจะใช้กับเรือทุกลำในขบวนเป็นท่าพายที่ผสมกันระหว่างท่าพายนกบินกับพลราบ ก็จะใช้ตอนเสด็จซึ่งเป็นการพายทวนน้ำที่ผ่าน ๆ มาก็มักจะฝึกเอาไว้เวลาที่เสด็จกลับทางชลมารคก็จะเป็นการพายทวนน้ำก็จะเป็นท่าผสม ส่วนท่าพายธรรมดาก็เป็นท่าเหมือนพายเรือธรรมดาทั่วไปจะมีท่าทางที่พิเศษที่สุด และในวันนี้จะมีการใช้ท่านี้ตลอดริ้วขบวน ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเสร็จสิ้นไปจนถึงท่าราชวรดิฐ นั่นก็คือท่านกบินของเรือพระที่นั่ง ซึ่งวันนี้ คุณผู้ชมจับตาดูให้ดีกว่าจะฝึกซ้อมกันมาได้ร่วมปี แล้วท่านกบินวันนี้จะสวยงาม สมพระเกียรติขนาดไหนค่ะ เรื่องของการเห่เรือก็สำคัญค่ะคุณสายสวรรค์ การเห่เรือ ก็เป็นการร้องหรือว่าออกเสียงประกอบให้จังหวะแก่ฝีพาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพายเรือขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อีกสักครู่คุณผู้ชมก็จะได้ฟังการเห่เรือที่ไพเราะเช่นกันนะคะ ในช่วงของการยาตราริ้วขบวนจะไม่มีการบรรยายนะคะ จะให้คุณผู้ชมได้รับอรรถรสจากการฟังกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีทั้งหมด 3 บทด้วยกัน บทสรรเสริญพระบารมี บทที่ ๒ เป็นบทชมเรือขบวน และบทที่ ๓ คือบทชมเมือง ประพันธ์โดย นาวเอก ทองย้อย แสงสินชัย ค่ะ ส่วนผู้ที่เห่คือนาวาโท ณฐวัฒน์ อร่ามเกื้อ อีกสักครู่เสียงจะดังกึกก้องทั่วท้องน้ำ เจ้าพระยาหลายคนถามว่าพนักงานเห่อยู่ตรงไหน ก็คือจะประจำอยู่ในเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนะคะ และวันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะฉลองพระองค์ด้วยทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูสิตาภรณ์ เป็นฉลองพระองค์สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงในพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีเสด็จเลียบพระนคร พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน โดยเดิมฉลองพระองค์สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรียกว่าฉลองพระองค์เครื่องต้น อย่างบรมราชาภิเษก จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสำรับนี้เป็นครั้งแรกว่า เครื่องพระราชภูษิตาภรณ์ อย่างวันบรมราชาภิเษก เมื่อเสด็จเลียบพระนคร จะเปลี่ยนไปใช้ว่าเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อฉลองพระองค์สำรับนี้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีการออกพระนามฉลองพระองค์บรมขันติยนอกจากนี้จะทรงสายสะพายนพรัตน์ราชวราภรณ์ สวมใส่สร้อยจุลจอมเกล้านะคะ ส่วนผู้ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธีวันนี้ จะแต่งเครื่องแบบเต็มยศ สายสะพายสูงสุดตามที่มีหมายกำหนดการโปรดเกล้าออกมานะคะ นี่คือจุดเริ่มต้นของริ้วขบวน ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ซึ่งคือบริเวณท่าวาสุกรีค่ะ Ր [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี] Ր (ผู้บรรยาย ๑) ขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องบรมขัติยราชดุสิตาภรณ์ สวมใส่สร้อยจุลจอมเกล้าเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงท่าวาสุกรี โดยมีรถยนต์พระประเทียบอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำรถยนตร์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน มายังท่าวาสุกรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และพระเจ้าลูกยาเธอ เข้ารับรองบริเวณท่าวาสุกรี แล้วอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 จากรถยนต์พระประเทียบ แล้วอัญเชิญประดิษฐานท่าวาสุกรี ในบุษบกประจำเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เมื่ออัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ประดิษฐานแล้ว เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชก็จะเคลื่อนเพื่อเข้าริ้วขบวน จากนั้นเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ จะเข้ามาเทียบฉนวนประจำท่าวาสุกรี และเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เทียบเรือพระที่นั่งอเนกชาตุภิชงค์ตามลำดับค่ะในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชภิเษกพุทธศักราช 2562 นี้ เรือพระที่นั่ง ๔ ลำ จะมีการใช้ที่แตกต่างกันนะคะ โดยเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนั้นจะใช้เป็นเรืออัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ นำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ค่ะ ส่วนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จะเป็นเรือพระที่นั่งลำทรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พร้อมด้วยประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เรือ ยาตราไปทางพระยุหยาตราทางชลมารส่วนเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ในวันนี้จะใช้เป็นเรือพระที่นั่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา ประทับตามเสด็จไปในริ้วขบวนค่ะ ส่วนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ในวันนี้อัญเชิญมาเป็นเรือพระที่นั่งรอง โดยตามโบราณราชประเพณีแล้ว ในขณะที่มีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จะต้องมีการจัดเรือพระที่นั่งรอไว้ในริ้วขบวนเสมอพระที่นั่งก็สามารถจะมีการใช้งาน เวลาที่จะต้องเปลี่ยนเรือพระที่นั่งด้วยปัจจัยอย่างหนึ่งอย่างใดก็สามารถที่จะใช้เรือพระที่นั่งรองได้อย่างทันขณะนี้เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์นั้น ก็กำลังจะเข้าเทียบฝั่งแล้ว ซึ่งเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นั้นเป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จรัชกาลที่ 5 พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปีพุทธศักราช 2512 ได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ จึงงดเข้าร่วมขบวนพระยุหยาตราทางชลมารค และปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ เนื่องจากอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก แล้วก็แล้วเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช 2515 หัวเรือลงรักปิดทองลายรดน้ำเป็นรูปพญานาคเล็ก ๆ จำนวนมาก ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญา ซึ่งเป็นที่ประทับเปลื้องเครื่อง หรือเปลื้องพระชฎากฐิน พระเจ้าอยู่หัวก่อนเสด็จขึ้นเรือพระที่นั่งอีกลำค่ะ ลำเรือภายนอกทาสีชมพู ท้องเรือภายในทาสีแดงค่ะ ที่เห็นภาพโดยลำดับนั้นก็เป็นเรือทองขวานฟ้า เรือทองบ้าบิ่น ก็จะออกมาคู่กัน เตรียมเข้าขบวนพยุหยาตราทางชลมารคค่ะ ถ้าจะจำแนกประเภทของเรือทั้งหมด ๕๒ ลำ ก็จะแบ่งเป็นเรือประตูหน้า เรือทองขวานฟ้า เรือทองบ้าบิ่น เรือเสือทยานชล สวนเรือกลอง เรืออีเหลือง เรือแตงโม เรือรูปสัตว์จะมีเรือครุฑเตร็จไตรจักร ก็เป็นหนึ่งในขบวนเรือรูปสัตว์มีตั้งแต่เรือ อสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี กระบี่ราญรานราพณ์ พาลีรั้งทวีป สุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร ชื่อก็จะคล้องจองกัน สามารถที่จะท่องได้ มีความไพเราะมากทีเดียว นอกจากเรือพระที่นั่ง ๔ ลำที่ได้กล่าวไปแล้วก็จะมีเรือคู่ชักด้วย เรือคู่ชักก็คือเรือเอกไชยเหินหาว เรือเอกไชยหลาวทอง นอกจากนั้นก็จะมีเรือพระราชพิธีอื่น ๆ เข้าริ้วขบวน เช่น เรือดั้ง เรือแซง เรือตำรวจด้วยค่ะ ที่เห็นนี้เป็นเรือเสือคำรณสินธุ์นะคะ ซึ่งก็จะเป็นเรือพิฆาต ใช้สำหรับทำการรบโดยเฉพาะ ไม่พบหลักฐานในการสร้าง แล้วก็จำนวนที่สร้างที่ชัดเจนค่ะ ขณะนี้มีการเทียบเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ติดกับฉนวนท่าวาสุกรีเรียบร้อยแล้ว และเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ก็เข้าเทียบด้านข้างของเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เมื่อเวลาเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร จะเสด็จพระราชดำเนินลงผ่านเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ก่อน แล้วจึงจะไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ค่ะ ซึ่งเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์นั้น อย่างที่คุณผู้ชมได้เห็นประจักษ์กับสายตาว่ามีความงดงามเพียงใด ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๕ องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักรจึงพิจารณามอบรางวัลเรือโลก แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเหรียญรางวัลประจำปี ๒๕๓๕ จากนั้นแล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญรางวัลนี้ให้กับอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ค่ะ เรือพาลีลั้งทวีปที่เห็นกัน จะคู่กันกับเรือสุครีพครองเมือง ในสมัยรัชกาลที่ 1 ค่ะ เรือพาลีรั้งทวีปจะเป็นเรือรูปวานร สวมมงกุฎกายสีเขียว แต่ถ้าเป็นเรือสุครีพครองเมืองจะเป็นรูปวานรกายสีแดง สวมมกุฎสีแดง เวลาที่ชื่อเรือคู่กัน แล้วก็สามารถที่จะอ่านแบบคล้องจองกันได้นะคะ ข้อสังเกตก็คือว่าขบวนเรือนี่ จะออกจากทิศเหนือมุ่งไปทิศใต้ ก็คือจากท่าวาสุกรีไปยังท่าราชวรดิฐ ถ้าเกิดว่าอยู่ฝั่งธนบุรี มักจะเป็นเรือที่ออกชื่อเป็นชื่อแรก เช่น เรือเสือทยานชล ก็จะอยู่ทางด้านฝั่งธนบุรี พอเสือคำรณสินธุ์ ก็จะอยู่ทางด้านฝั่งพระนครก็จะเป็นคู่ ๆ กันไปแบบนี้ จำไม่ยากนะคะ แล้วก็จะมีชื่อเขียนไว้ด้วยในเรือแต่ละลำ ถ้ามองเห็นนะคะ อย่างบางลำจะมีความแตกต่างกันมากหน่อย ก็จะสังเกตได้ชัดเจน ในระยะไกล แต่ว่าบางลำนั้นแตกต่างกันเพียงนิดเดียว อย่างเช่น เรือเอกไชยเหินหาว กับเรือเอกไชยหลาวทอง เป็นต้น คู่นี้ถ้ามองระยะไกลแล้วแยกแทบไม่ออกทีเดียวค่ะ เพราะว่าจะต่างกันเฉพาะดวงตาของตัวเหราในเรือเท่านั้นเอง ซึ่งจุดหนึ่งก็จะเป็นตาสีดำ อีกลำหนึ่งก็จะเป็นดวงตาสีทองอย่างนี้ค่ะ แต่ว่าวันนี้คุณผู้ชมที่รับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยก็จะมีเห็นรายละเอียดแบบนี้ที่บางทีเห็นได้ยากจากระยะไกลนะคะՐ (พลเรือเอก ลือชัย) ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพพระพุทธเจ้าพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการขบวนเรือ การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ขอพระราชทานกราบบังคมทูล จำนวนเรือและกำลังพล ดังนี้ ในขบวนมีเรือ ๕๒ ลำ เป็นเรือพระที่นั่ง ๔ ลำ กำลังพลทั้งสิ้น ๒,๓๙๙ นาย พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะՐ [เสียงแตรเดี่ยว] [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี]Ր (บรรยาย) ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในโอกาสพระราชพิธีบรมราชภิเษก กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว บัดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จลงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ นายเรือตรีกราบฝีพายถวายบังคม (พลเรือเอก สมชาย) ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลเรือเอก สมชาย ณ บางช้าง ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ขอพระราชทานกราบ บังคมทูลบัญชีพลประจำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ดังต่อไปนี้ นายทหาร ๘ พันจ่า ๓ จ่า ๑๘ พลทหาร ๓๗ รวม ๖๖ นาย พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะՐ (นาวาเอก เกษม) ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นาวาเอก เกษม เอี่ยมสุพรรณ นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ขอพระราชทานกราบบังคมทูล บัดนี้ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์อยู่ในฐานะพร้อมแล้ว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกเรือ พร้อมกับนำเรือเข้าเทียบท่าราชวรดิฐ พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะՐ [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] Րกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ บทที่ ๑ สรรเสริญพระบารมี๏ พระ-ไตรรัตนะแผ้ว เผด็จมารՐ บรม-ทิพย์โสฬสสถาน เทพถ้วนՐ ราชา-ธิราชบุราณ บุรพกษัตริย์Րภิเษก-เสกสรรพพรล้วน หลั่งฟ้ามาถวาย๚ะ๛Ր ๑-๏ พระเอย พระผ่านฟ้า พระบุญญาพระบารมีՐสืบทรงวงศ์จักรี ให้เปรมปรีดิ์ทุกปวงชนՐ๒-๏ ดั่งรุ่งอรุณเริ่ม แสงสุขเสริมสืบนุสนธิ์Րสว่างสร่างกังวล ผุดผ่องพ้นผ่านผองภัย๓-๏ พระเอย พระผ่านเผ้า ที่โศกเศร้าค่อยสดใสՐ ๓-๏ พระเอย พระผ่านเผ้า ที่โศกเศร้าค่อยสดใสՐคนท้อขอถอดใจ ค่อยฟื้นไข้ขึ้นครามครันՐ๔-๏ ทรงธรรมปานน้ำทิพย์ เทพไทหยิบหยาดสวรรค์Րชุ่มชื่นชุบชีวัน เป็นมิ่งขวัญแห่งชีวาՐ๕-๏ พระเอย พระผ่านพิภพ สุขสงบงามสง่าՐปานเพชรเก็จก่องนภา ประดับฟ้าประดับไทยՐ๖-๏ เดชะพระบารมี วงศ์จักรีจึงเกริกไกรՐทวีโชคทวีชัย ทวีสุขทุกวารวันՐ๗-๏ พระเอย พระผ่านเมือง ไทยประเทืองประทับขวัญՐปวงบุญแต่ปางบรรพ์ พระทรงธรรม์จึงทรงไทยՐ๘-๏ ทรงศีลทั้งทรงสัตย์ จึงทรงฉัตรจึงทรงชัยՐบัวบุญจึงเบ่งใบ อุบลบานบนธารธรรม๙-๏ พระเอย พระผ่านเกล้า ทุกค่ำเช้าไทยชื่นฉ่ำՐพระมหากรุณานำ คือน้ำทิพย์ลิบโลมดินՐ๑๐-๏ พระทศมินทร์ปานปิ่นเพชร จึงสำเร็จเด็จไพรินทร์Րฟื้นฟ้าฟื้นธานินทร์ จงภิญโญยิ่งโอฬารՐ๑๑-๏ พระเอย พระผ่านฟ้า พระเดชาจงฉายฉานՐแม้นมีมวลหมู่มาร จุ่งมอดม้วยด้วยพระบารมีՐ๑๒-๏ หมู่มิตรจงมั่นคง น้ำจิตตรงเต็มไมตรีՐไพร่ฟ้าประชาชี สามัคคีอยู่มั่นคงՐ๑๓-๏ เดชะพระไตรรัตน์ ทั้งศีลสัตย์สร้างเสริมส่งՐพระบารมีจักรีวงศ์ ทุกพระองค์เป็นธงชัย๑๔-๏ แรงรักแห่งทวยราษฎร์ หลอมรวมชาติสืบศาสน์สมัยՐ ๑๔-๏ แรงรักแห่งทวยราษฎร์ หลอมรวมชาติสืบศาสน์สมัยՐร้อยถ้อยร้อยดวงใจ ถวายไท้องค์ทศมินทร์Ր๑๕-๏ ขอจงทรงพระเกษม เอิบอิ่มเอมดั่งองค์อินทร์Րพระกมลหมดมลทิน ผ่องโสภินดั่งเพชรพรายՐ๑๖-๏ ปรารถนาสารพัด สมพระมนัสที่ทรงหมายՐสุขทวีมิมีวาย พระบรมวงศ์ทรงพร้อมเพรียงՐ๑๗-๏ พระบารมีที่ทรงสร้าง ไป่โรยร้างรุ่งเรืองเรียงՐบำรุงรัฐวัดวังเวียง จักรีวงศ์ทรงพระเจริญ-เทอญ๚ะ๛Րกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ บทที่ ๒ ชมเรือกระบวนՐՐ ๑-๏ เรือเอยเรือพระที่นั่ง งามสะพรั่งเพียงหยาดสวรรค์Րพิศองค์หงส์สุวรรณ เพียงผันผยองล่องลอยโพยมՐ๒-๏ หยาดฟ้ามารองบาท งามผุดผาดพิลาสโฉมՐฝีมือลือโลกโลม หล้าเลื่องลิบ ปานทิพย์ทำՐ๓-๏ สุวรรณหงส์ลงลอยล่อง งามผุดผ่องล่องลอยลำՐนาคราชผาดโผนนำ ภุชงค์ล้ำเผ่นโผนลอยՐ๔-๏ กระบี่ศรีสง่า งามท่วงท่าไม่ท้อถอยՐเรือครุฑไม่หยุดคอย ยุดนาคคล้อยลอยเมฆินทร์Ր๕-๏ อสูรวายุภักษ์ ศักดิ์ศรีคู่อสูรปักษินՐพายผกเพียงนกบิน ผินสู่ฟ้าร่าเริงบนՐ๖-๏ เรือแซงแข่งเรือดั้ง พร้อมสะพรั่งกลางสายชลՐเรือชัยไฉไลล้น ยลเรือกิ่งพริ้งเพราตาՐ๗-๏ ยักษ์ลิงกลิ้งกลอกกาย แลลวดลายล้วนเลขาՐรูปสัตว์หยัดกายา พาโผนเผ่นเป็นทิวแถวՐบทสวะเห่ Րช้าแลเรือ (เฮ เฮ เฮ)Րเฮโฮ้ เฮโฮ้ (เฮโฮ้ เฮโฮ้)Ր เฮโฮ้ เฮ้เฮ (เฮโฮ้ เฮ้เฮ)Րเจ้าเอ๋ยก็พาย (พี่ก็พาย)Ր พายเอ๋ยพายลง (พายลงให้เต็มพาย)Րโอ้ละเห่เห (โอ้เห่ เฮ เฮ เฮ)Ր ศรีชัยแก้วพ่อเอ๋ย (ชัยแก้วพ่ออา เฮ…)Ր [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] [เสียงแตรเดี่ยว] Ր [เสียงรัวกรับ] Ր [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี] [เสียงแตรเดี่ยว] Ր (พลเรือเอก ลือชัย) ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการขบวนพยุหยาดตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท บัดนี้ ข้าพเจ้าได้จัดเรือถวายเรียบร้อยแล้วพระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะՐ [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี] Ր (ผู้บรรยาย ๑) ตลอดระยะเวลากว่า 40 นาทีที่ผ่านมา คุณผู้ชมได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วนะคะว่าริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นั้น มีความงดงามยิ่งใหญ่เพียงใด บัดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จถึงยังท่าราชวรดิฐเรียบร้อยแล้วนะคะ แต่ในลำน้ำเจ้าพระยา ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคยังคงนิ่งอยู่กับที่ในลำน้ำ จวบจนกระทั่งเสร็จการพระราชพิธีในวันนี้ เนื่องจากในลำดับต่อไปก็จะเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกช่วงหนึ่งนะคะ คือการเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง โดยขบวนราบค่ะ (ผู้บรรยาย ๒) ซึ่งขบวบราบจะยาตราขบวนออกจากยาตราขบวนออกจาท่าราชวรดิฐ ตรงมาถนนมหาราช เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน พระบรมมหาราชวัง ระยะทางประมาณ ๘๒๐ เมตรนะคะ ความยาวริ้วขบวน ๔๐๐ เมตร จะใช้เวลา 30 นาที ค่ะ ริ้วขบวนเริ่มเคลื่อนออกมาแล้วนะคะ ริ้วขบวนราบอาจจะถือว่าได้ย่อมาจากการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ภายหลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ซึ่งครั้งนั้นเป็นการยาตราขบวนในการเสด็จไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาศรีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ครั้งนั้นรวมระยะทางทั้งสิ้น ๗.๑๕ กิโลเมตรค่ะ แต่ว่าในครั้งนี้ จะเป็นขบวนเสด็จพระราชดำเนินจากท่าราชวรดิฐ เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เรียกว่าขบวนราบ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที การยาตราขบวน รวมระยะทางประมาณ ๘๐๐ เมตร ความยาวของริ้วขบวนประมาณ ๔๐๐ เมตร คนกำลังประมาณ 800 นาย ประกอบด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ จากหน่วยราชการในพระองค์ ได้แก่ หน่วยรักษาพระองค์ สำนักพระราชวังและกำลังพลจากกองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงเรียนเตรียมทหารจะเดินในท่าเดินกึ่งสวนสนาม ประกอบจังหวัดเพลงมาร์ช ซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ จำนวน 6 เพลง ประกอบด้วยเพลงมาร์ชราชวัลลภ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล ยามเย็น ใกล้รุ่ง สรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ โดยริ้วขบวนราบมีพลอากาศเอก สถิตย์ เป็นผู้อำนวยการริ้วขบวนค่ะ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะประทับโดยพระราชยานพุดตานทอง ออกจากท่าราชวรดิฐ ไปเข้าสู่ยังพระบรมมหาราชวัง บริเวณประตูวิเศษไชยศรี เข้าสู่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ในพระบรมมหาราชวังโดยจะมีพระราชยานถม อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ นำริ้วขบวนราบการนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะทรงเข้าดำเนินริ้วขบวนในฐานะราชองครักษ์ประจำพระองค์ คู่เคียงพระราชยานพุดตานทองค่ะ ก็ประกอบด้วย ๓ ขบวนหลัก คือทหารเกียรติยศนำ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ แล้วก็ขบวนทหารเกียรติยศตามค่ะ ในตอนหน้า ซึ่งท่านผู้ชมเห็นอยู่ในจอในเวลานี้ เป็นขบวนหน้าก็คือขบวนนำประกอบด้วยตำรวจม้านำ วงดุริยางศ์วงนำ ตามด้วยกองบังคับการกองผสม และกองพันทหารเกียรติยศนำนะคะ ส่วนหน้าเมื่อเข้าที่แล้ว อีกสักครู่ก็จะกลับหลังหัน เพื่อรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ก่อนที่จะยาตราริ้วขบวน หลังจากที่มีการตระเตรียมเรียบร้อยแล้ว และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการยาตราริ้วขบวน ซึ่งบัดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ยังประทับอยู่ที่พลับพลาที่ประทับรับรองของท่าราชวรดิฐนะคะՐ (ผู้บรรยาย ๑) ตอนนี้เป็นส่วนนำริ้วค่ะ ส่วนนำริ้วค่ะ ส่วนนำริ้วแบ่งเป็น 3 ตอน ตอนนำริ้ว ตอนเครื่องประโคมแ ละตอนพระนำค่ะ ท่านผู้ชมเห็นอยู่นี้เป็นตอนพระนำนะคะ ซึ่งเป็นริ้วพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ ซึ่งได้อัญเชิญในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประดิษฐานบนพระราชยานถม ประกอบเข้าในริ้วขบวน โดยมีทหารราชองครักษ์เชิญธงมหาราช เดินนำหมู่พระราชยานพระนำนี้ค่ะ ด้านหน้าตอนพระนำก็จะมีนำริ้ว ได้แก่เจ้าพนักงานนำริ้วประตูหน้า และธงสามชาย ตามด้วยตอนเครื่องปรพโคม ก็จะมีหมู่กลองมโหระทึก ริ้วแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ บรรเลงให้จังหวะและสัญญาณนะคะ สำหรับพระราชยานถมนั้น มีแบบเช่นเดียวกับพระยานมาศ แต่หุ้มด้วยทองถม มีกระจังปฏิญาณทองคำ ลงยาราชาประดับพระราชยานองค์นี้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ค่ะ บริเวณ 2 ฝั่งของถนนมหาราช ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระบรมมหาราชวัง ก็จะมีประชาชนมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในขบวนราบนี้นะคะ โดยทยอยเดินทางกันเข้าพื้นที่มา เหมือนกับที่รอชมริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เพราะว่ามากันตั้งแต่เช้าเหมือนกันՐ จุดที่อยู่ในสายตาของเรากลางภาพนี้นะคะ เป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือขบวนเสด็จ ซึ่งเป็นขบวนกลาง ถ้าดูภาพนี้จะเห็นริ้วขบวนที่สมบูรณ์ขึ้น โดยจะเห็นตั้งแต่ขบวนหน้า ซึ่งเป็นขบวนนำ แต่ว่าบัดนี้ได้หันไปทางทิศใต้นะคะ เพื่อที่จะรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ก็นับเป็นความโชคดีของพวกเราชาวไทย ที่จะได้เห็นริ้วขบวนกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้ชื่นชมความงดงามอย่างที่สุดแล้ว ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในเดือนพฤษภาคม เป็นริ้วขบวนอิสริยยศที่งดงามมากทีเดียวค่ะ แต่วันนี้จะเป็นส่วนย่อยลงมา ใช่ค่ะ แม้ว่าจะมีริ้วขบวนที่ย่นย่อลงมา แต่ก็มีองค์ประกอบที่งดงาม เป็นไปตามระเบียบแบบแผน ตามโบราณราชประเพณี ขบวนหน้าหรือว่าขบวนนำ กับขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือว่าขบวนเสด็จ ซึ่งเป็นขบวนกลาง ตอนนี้เคลื่อนมาบริเวณถนนมหาราชแล้วนะคะ ส่วนทางด้านในอาณาบริเวณท่าราชวรดิฐ ด้านหน้าของพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยนั้น เป็นการเตรียมพร้อมของส่วนพระราชยานค่ะ ในริ้วขบวนก็จะมีเครื่องสูงสำหรับประกอบพระราชอิสริยยศไม่ว่าจะเป็นฉัตร ๗ ชั้น ฉัตร ๕ ชั้น ชุมสายหรือว่าฉัตร ๓ ชั้น มีบังแทรก จามร ลมกรด และพัดโบก ซึ่งเครื่องสูงเหล่านี้เชิญไปในกระบวนแห่ตอนหน้าพระราชยานจะเรียกว่าเครื่องสูงหน้าค่ะ แต่ถ้าหากว่าเชิญไปในขบวนตอนหลังจะเรียกว่าเครื่องสูงหลังนะคะ จุดนี้ก็จะทำให้เห็นเส้นทางของริ้วขบวนราบได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะว่าตรงจุดขวาสุดเป็นท่าราชวรดิฐค่ะ เมื่อยาตราริ้วขบวนราบออกมาตามถนนมหาราชก็จะเลี้ยวขวา คือด้านซ้ายของจอ ก่อนที่จะเข้าสู่พระบรมมหาราชวังค่ะ ประชาชน ๒ ข้างทาง ก็ได้ชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี แล้วก็พระบรมวงศานุวงศ์อย่างใกล้ชิดทีเดียวในวันนี้ แล้วก็อากาศดีเป็นใจด้วย ไม่ร้อนนะคะวันนี้ (ผู้บรรยาย ๒) ใช่ค่ะ สำหรับท่าราชวรดิฐนั้นก็เป็นท่าน้ำที่สำคัญ เป็นท่าน้ำริมพระบรมมหาราชวัง ริมฝั่งตะวันตก เป็นท่าสำหรับเทียบเรือพระที่นั่ง เดิมเป็นตำหนักน้ำค่ะ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ โปรดให้รื้อพระตำหนักน้ำแล้วปรับพื้นที่สร้างหมู่พระที่นั่งขึ้น ๔ องค์ พระราชทานนามคล้องจอกันว่า พระที่นั่งชลังคพิมาน พระที่นั่งทิพสถานเทพสถิต ก็คือองค์นี้ และพระที่นั่งอนงค์ในสราญรมย์ แล้วพระราชทานนามพื้นที่ทั้งหมดนี้ว่า ราชวรดิฐ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็ทรุดโทรมตามกาลเวลา จึงทรงโปรดให้รื้อออก พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ซึ่งเป็นท้องพระโรงฝ่ายหน้าเพียงองค์เดียว ลักษณะเป็นพระที่นั่งโถง มุงกระเบื้องสี ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ค่ะ ในการเสด็จพระราชดำเนินขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนั้นพระมหากษัตริย์มักเสด็จพระราชดำเนินมาลงประทับเรือพระที่นั่งที่ท่าราชวรดิฐ ส่วนการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางชลมารคในรัชกาลปัจจุบัน ก็เสด็จราชดำเนินจากท่าวาสุกรี มาเสด็จขึ้นที่ท่าราชวรดิฐ ดังที่ท่านได้ชมอยู่ตามช่วงเวลาตามลำดับมานี้ค่ะ ที่คุณผู้ชมได้เห็นอยู่ไกล ๆ นั้น ก็คือเกยนั่นเอง เป็นที่สำหรับพระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นหรือว่าลงจากพระราชพาหนะ เช่น ช้าง ม้า พระราชยาน คานหามต่าง ๆ ของเกยขึ้นอยู่กับพระราชพาหนะ บางครั้งเกยจะสร้างเป็นถาวรวัตถุ เชื่อมต่อชาลาพระมหาปราสาท พระที่นั่ง หรือว่าฐานไพธีพระอุโบสถ ถ้าหากว่าเป็นเกยสำหรับทรงข้างพระที่นั่ง จะมีเสาสำหรับยืนช้างด้วย เรียกว่า เกยพระคชาทาน หรือว่าเป็นเกยที่ตั้งอยู่โดด ๆ เรียกว่า เกยโถง ส่วนเกยลาก็เป็นเกยขนาดเล็กที่ยกไปไหนมาไหนได้ค่ะ พระราชยานที่เชิญมาเทียบไว้ บริเวณเกยของท่าราชวรดิฐนี้ ก็จะเป็นพระราชยานพุดตานทอง ซึ่งเป็นพระราชยานองค์สำคัญ เป็นพระราชยานทรง มีเจ้าพนักงานแบกห้าม 16 นาย มีผู้กำกับพระราชยาน และเจ้าพนักงานกำกับพลแบกหาม เป็นผู้กำกับดูแล และจัดเจ้าพนักงานแบกหามสำรอง สำหรับผลัดเปลี่ยน ๑ ชุด รวมทั้งเจ้าพนักงานถือม้ารอง ประจำพระราชยาน ๘ นาย ขนาบข้างพระราชยานพุดตานทอง มีข้าราชบริพารในพระองค์ปฏิบัติหน้าที่ เป็นริ้วคู่เคียงพระราชยาน และแถวแซงเสด็จทั้ง 2 ฝั่งนะคะ ส่วนพระราชยานถ้าองค์ประกอบโดยรวมจะแบ่งเป็น ๓ ตอนการเดินด้วยกัน ได้แก่ ตอนเครื่องสูงหักทองขวางหน้า ต่อด้วยตอนพระราชยาน และตอนเครื่องสูงหักทองขวางหลัง เป็นริ้วเชิญฉัตรเครื่องสูงหักทองขวาง ซึ่งจะเชิญอยู่พระหน้าพระราชยานทรง ๒ สายทั้งซ้ายและขวา เชิญพระแสงศัสตราวุธ สำคัญ ๖ องค์ เดินเป็นสายกลาง เชิญอยู่ระหว่างเครื่องสูงด้วย เรียกว่าริ้วพระแสงหว่างเครื่องหน้า ตอนพระราชยานก็จะเป็นริ้วขบวนเชิญพระราชยานพุดตานทอง ซึ่งเป็นพระราชยานทรง มีฉัตรกันพิลม ซึ่งเป็นฉัตร ๓ ฉัตร ที่ลงอักขระเลขยนต์เป็นสิริมงคลในริ้วขบวน ต่อด้วยกรับสัญญาณ ให้สัญญาณควบคุมการปฏิบัติในริ้วขบวน จากนั้นเป็นผู้บอกริ้วขบวน และพราหมณ์เป่าสังข์ ลำดับถัดไปจะเป็นริ้วพระตำรวจ จ่าพระองค์นำเสด็จ จำนวน ๑๖ นาย ตามด้วยนายทหารราชองครักษ์ เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยพระครุฑพ่าห์ แล้วจึงจะเป็นหมู่พระราชยานพุดตานทอง นี่ก็เป็นการเข้าประจำริ้วขบวนในส่วนของพระราชยานนะคะ เตรียมยาตราริ้วขบวนหลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน จากพลับพลาที่ประทับรับรอง จากพระราชยานพุดตานทอง และขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระราชยานนะคะ จะทรงพระแสงขรรค์ชัยศรีด้วยนะคะ ซึ่งพระแสงขรรค์ชัยศรี โบรารณที่จมอยู่ในทะเลสาบที่เมืองเสียมราฐได้พระขรรค์นี้มา ผู้สำเร็จราชการเมืองเขมรสมัยนั้น ซึ่งเห็นเป็นสิ่งสำคัญจึงให้กรรมการเมืองเชิญเข้ามาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และโปรดให้ทำด้ามและฝัก พระราชทานชื่อว่า พระแสงขรรค์ไชยศรีนี้ ใบพระขรรค์กลางใบยกเป็นสันยาว ตั้งแต่โคนไปจรดปลายนะคะ ส่วนโคนใบคอดเล็กน้อย แล้วก็ปลายแหลม มีคมที่ใบพระขรรค์ทั้ง ๒ ข้าง พระขรรค์จำหลักเป็นแก้วเทพทองทั้ง 2 องค์ อยู่ในเรือนแก้ว ส่วนแก่นพระขรรค์ ลวดลายลงยาราชาวดี มีฝักไม้ทำด้วยไม้หุ้มทองคำจำหลักด้วยลวดลาย ประดับอัญมณีต่างสี อีกสักครู่คุณผู้ชมจะได้เห็นนะคะ ในหมู่พระราชยานจะมีการเชิญพระกลด พัดโบก บังพระสูรย์ และพระทวย เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศเคียงข้างพระราชยาน และเชิญพระแสง ซึ่งเป็นพระแสงสำคัญคู่เคียงพระราชยาน ของพระราชยานด้วยนะคะ ได้แก่ พระแสงดาบคาบค่าย ด้านหน้าฝั่งขวา ส่วนคู่หลังเป็นพระแสงดาบอัศดาภานร และพระแสงดาบ 3 เศียร ลายมงคล ๘ ในช่วงของการยาตราริ้วขบวนจะมีองค์ประกอบ ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ในรายละเอียดมากมายที่ผู้ชมจะถือเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่ง ที่จะได้ชมการถ่ายทอดตลอดการยาตราริ้วขบวน และที่สำคัญก็คือในวันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี จะเสด็จริ้วขบวนราบ ตำแหน่งราชองครักษ์ในพระองค์ คู่เคียงพระราชยานพุดตานทองฝั่งซ้าย และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จในริ้วขบวนราบ ตำแหน่งราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยายพุดตานทองในฝั่งขวาค่ะ เมื่อสักครู่ เราได้เห็นภาพที่เป็นริ้วขบวนเชิญเครื่องราชูปโภคตามด้วยนะคะ ซึ่งเครืองราชูปโภคในวันนี้ เชิญมาเข้าริ้วขบวน จำนวน ๑๖ รายการค่ะ ได้แก่ พาน พระขันธ์หมากทองคำ ลงยาองค์ใหญ่เครื่องพร้อม พระมณฑป พร้อมพานรอง มีพระจอก พระสุพรรณศรีลงยาบัวแฉก พระสุพรรณราช พระมณฑปทองคำลงยาไม้ ๑๒ ทองคำลงยาไม้ ๑๒ พระสุพรรณราช พระเต้าทักษิโนทกลงยาองค์ใหญ่ พานพระหัตถ์เครื่องพร้อม หีบพระร่วงจงโก ประดับเพชรเครื่องพร้อม หีบพระร่วงทองคำลงยา โถพระกระยาเสวยลงนธ์พระสุธารสเย็น พร้อมพระจอก กาพระสุธารสเย็นพระสุวรรณพิงค์พาน พร้อมพานทองคำลงยา Րไปยังพระบรมมหาราชวัง เจ้าพนักงานจะรัวกรับครั้งที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยาตราริ้วขบวนราบ ออกจากเกยหน้าพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยท่าราชวรดิฐ โดยมีพระราชยานถม นำพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ นำริ้วขบวนราบค่ะ ในการยาตราริ้วขบวนราบนี้นะคะ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร จะเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งเลี้ยวขวาถนนมหาราช เลี้ยวซ้ายถนนท้ายวัง เลี้ยวซ้ายถนนสนามไชย ไปยังถนนพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูศักดิ์ชัยสิทธิ์ ประตูเหล็กเพชร ประตูเหล็กกล้า ประทับพักพระอิริยาบท จากนั้นยาตราเข้าสู่พระบรมมหาราชวังแล้ว ทั้ง ๒ พระองค์ก็จะรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ในการเสด็จนการเสด็จขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค คุณผู้ชมคงจะได้เห็นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้วนะคะ เป็นพระมาลาพับปีกขึ้น ด้านข้างมีสายทอง รัดไว้ให้คงรูปทรงทำด้วยศักราช หรือว่านกหรือว่านกในอดีตแถบทวีปยุโรปมาประดับอย่างแพร่หลาย แล้วก็มีความเชื่อปรากฏในป่าหิมพานต์ ยังมีชื่ออีกหนึ่งว่านกกรวิก มีจำนวนมากอาศัยอยู่บนเขากรวิด ซึ่งล้อมรอบเขาพระสุเมรุชั้นที่ ๓ เหนือเมฆ แล้วก็มีเสียงร้องที่ไพเราะอย่างยิ่ง หากนกเสียงได้ยินได้ฟังไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือว่าสัตว์จะหยุดนิ่งพระพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ได้ดำเนินมาจนถึงพระราชพิธีเบื้องปลายนะคะ หากวันนี้การพระราชพิธีเสร็จสิ้นเรียบร้อย จึงจะนับได้ว่าการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เสร็จสิ้น สมพระเกียรติและเป็นไปตามโบราณราชประเพณีทุกประการ ซึ่งพิธีเหล่านี้ก็ได้ถ่ายทอดสู่สายตาของประชาชนชาวไทยรวมทั้งถ่ายทอดไปยังทั่วโลก ซึ่งเป็นที่ชื่นชมนิยมอย่างยิ่ง ได้เห็นพระราชประเพณีโบราณที่งดงาม แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้นะคะ โดยเฉพาะเรื่องของการเห่เรือในวันนี้ซึ่งนับได้ว่าเรื่องของเรือ หรือว่าโขนเรือนั้น ก็เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นนาวาสถาปัตย์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งนะคะ ซึ่งศิลปะโขนเรือ ศิลปะนาวาสถาปัตยกรรมนั้น ก็ประกอบไปด้วยศิลปะหลากหลายแขนง ได้แก่ศิลปะนาวาอารยธรรม รูปทรงลำเรือที่สง่างาม ภูมิฐาน ได้ประโยชน์ใช้สอยอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้รับเหรียญรางวัลมรดกทางทะเล ซึ่งพระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นประเพณีที่งดงามสมบูรณ์แบบต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนที่คนไทยควรจะภาคภูมิใจแล้วก็หวงแหนมรดกวัฒนธรรมนี้ ด้วยการอนุรักษ์และสืบทอดตลอดไปชั่วกาลนานนะคะ บริเวณภายในพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยนะคะ ก็จะประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีและภริยา ท่านประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งท่านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติค่ะ ที่รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอยู่นะคะ ภาพประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เชื่อว่าจะคงอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทย แล้วก็เป็นที่บอกเล่า สืบทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ่ ที่ใช้เรือพระราชพิธีจำนวน ๕๒ ลำ ลอยล่องอยู่ในลำน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณท่าวาสุกรี จนถึงท่าราชวรดิฐ บางช่วงบางตอนที่ชมจากจอ ยังนึกว่าเป็นภาพวาด หรือว่าจิตรกรรมด้วยซ้ำไปนะคะ วันนี้อากาศดี บรรยากาศดี แล้วก็มีประชาชนมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอยู่ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ทุกคนนสวมใส่เสื้อสีเหลืองมาพร้อมกันเหมือนแต่งแต้มให้ภาพวาดนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เรือพระที่นั่งรวมทั้งเรือพระราชพิธีทุก ๆ ลำ มีอายุเก่าแก่ยาวนาน เฉพาะเรือพระที่นั่ง ๔ ลำนี้มีเฉพาะเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณสร้างขึ้นหลังสุด มีอายุ ๒๓ ปี ส่วนอีก ๓ ลำนั้น มีอายุระหว่าง 95-108 ปี เพราะฉะนั้นการที่จะบูรณะซ่อมแซม ดูแลรักษา ให้สามารถที่จะถวายงานได้อย่างยิ่งใหญ่ สมบูรณ์เรียบร้อยราบรื่นแบบนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายพร้อมอกพร้อมใจกัน เพื่อที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมนี้ไว้ เรืออื่น ๆ ในขบวนก็เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเรือรูปสัตว์ก็สร้างมานานนับ 100 ปีเช่นเดียวกันค่ะ เป็นมรดกภูมิปัญญาและศิลปะวัฒนธรรมของชาติที่ไม่อาจประเมินค่าได้เลยค่ะ เป็นภาพบรรยากาศแห่งความงดงามตระการตาของริ้วขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ซึ่งถูกถ่ายทอดโดยศิลปกรรม ประติมากรรม ที่วิจิตรบรรจงในการสลักเสลา จนเป็นลำเรือที่อ่อนช้อย งดงาม เมื่อนำมาผนวกกับการเห่เรือ ที่ถูกร้อยเรียงถ้อยคำอันสละสลวยงดงามตามฉันทลักษณ์ ประกอบกับการพริ้วไหว ความพร้อมเพียงของฝีพายทำให้ความงดงามเป็นอย่างยิ่งค่ะ Ր [เสียงแตรเดี่ยว]Ր [เสียงแตรเดี่ยว]Ր [เสียงรัวกรับ]Ր [เสียงรัวกรับ] [เสียงแตรเดี่ยว] Ր [เสียงรัวกรับ] Ր [เสียงเจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร กระทั่งมโหระทึก] Ր [เสียงประชาชนกล่าว "ทรงพระเจริญ"] [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชราชวัลลภ]Ր [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี] [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล]Ր [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล]Ր [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชราชวัลลภ] Ր [เสียงบรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล] Ր [เสียงเพลงบรรเลงมาร์ชเพลงยามเย็น]Ր [เสียงบรรเลงเพลงใกล้รุ่ง]Ր [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระนารายณ์]Ր [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญเสือป่า]Ր [เสียงบรรเลงปี่พาทย์]Ր [เสียงผู้บังคับการพระราชยานฯ]Ր [เสียงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี]Ր [เสียงเจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร กระทั่งมโหระทึก]Ր (ผู้บรรยาย ๑) ในห้วงเวลาที่่ในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการยาตราริ้วขบวนราบออกจากท่าราชวรดิฐ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวัง เลี้ยวขวาถนนอมรวิถี เลี้ยวซ้ายเทียบพระราชยานพุดตานทอง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งกำแพงแก้วไปยังพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ประทับพักพระราชอิริยาบถตามพระราชอัธยาศัย ก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับค่ะ ท่านผู้ชมจะเห็นว่าขบวนเรือยังคงประจำอยู่กับที่นับตั้งแต่ยาตราจากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ จนกว่าจะเสร็จสิ้นการพระราชพิธี และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ทุกพระองค์เสด็จกลับแล้ว ขบวนจึงจะกลับยังที่ตั้ง ซึ่งวันนี้เป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทุก ๆ คน ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์ฝึกซ้อม แล้วก็มีความมุ่มมั่นอดทนอย่างสูงยิ่ง เพื่อที่จะถวายงานในครั้งนี้ให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรตินะคะ และนับจนถึงนาทีนี้ ซึ่งเป็นช่วงท้ายของการถ่ายทอดสดแล้ว เราก็ยังคงเห็นทุกคนนั้นยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ด้วยสมาธิ และด้วยความจงรักภักดีค่ะ วันนี้เราได้เห็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช ๒๕๖๒ ประกอบไปด้วยริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคใหญ ่จากท่าราชวรดิฐและริ้วขบวนราบในการเสด็จพระราชดำเนินจากท่าราชวรดิฐเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เราได้เห็นความประณีตงดงาม ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมไทย ที่ผ่านการสืบทอดจากบรรพบุรุษ จากรุ่นสู่รุ่น จนถึงทุกวันนี้ และควรค่าที่ปวงชนชาวไทยจะได้เรียนรู้ และรำลึกถึงประวัติศาสตร์ ตลอดจนคุณงามความดีของบรรพชน และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์นับตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ที่ทรงปกปักษ์รักษาอาณาประชาราษฎร์ และทรงทำนุบำรุงสืบสานมรดกดแห่งศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติไว้ด้วยพระบารมีให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ ถึงความเข้มแข็งและงดงามในความเป็นไทยค่ะ และทั้งหมดนี้ก็คือพระราชพิธีเบื้องปลายแห่งพระราชพิธีในการเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครองแผ่นดินโดยสมบูรณ์ ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษริตย์รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ค่ะ ก่อนจบการถ่ายทอดสดในวันนี้ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอนำคุณผู้นำติดตามชมของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และขบวนราบในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ค่ะ วันนี้คุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ร้อยเอก นายแพทย์ ยงยุทธ มัยลาภ และดิฉันเกียรติยา ธรรมวิภัชน์ พร้อมทีมถ่ายทอดสดต้องขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ ՐՐ