อ่านแล้วตอบคำถามว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ได้ผลลักธ์อย่างไรใช่ไหมคะ งานชิ้นนี้ยังไม่เห็นส่้หรือว่าส่งที่โต๊ะ อ๋อ โอ.เค. แสดงว่าครูไม่เจอแสดงว่าครูไม่เจอนะคะ เดี๋ยวครูไปค้นอีกทีหนึ่งนะคะ ส่งถูกโต๊ะไหม ส่งงานถูกโต๊ะไหมอ๋อเข้าใจแล้วเข้าใจแล้ว Locker โอ.เค. ค่ะ เอาอย่างนี้ ถ้าส่งงานครูไม่ต้องส่งที่ล็อกเกอร์นะคะ ส่งที่โต๊ะเลย เพราะครูไม่สะดวก เดินเข้ามาในห้องล็อกที่ 2 แล้ววางที่โต๊ะครูเลยค่ะ โอ.เค. ค่ะ มิน่า ครูหาไม่เจอ ค่อยไปอ่านงานที่พวกเราตอบครูมานะคะ สำหรับงานอีกชิ้นหนึ่ง งานกลุ่ม กลุ่มของกาญสิริ ใช่ ๆ ค้นบทความได้ไหมคะ กลุ่มเรา อ๋อ ยัง ๆ โอ.เค. อีกกลุ่มหนึ่งอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ครุยังไม่เห็นงาน กลุ่มจุฑามาศ อะไรนะ เรื่องแล้วหรือยัง ค้นออกมาได้หรือยัง สมาชิกกลุ่มเรา 4 คน มีใครบ้าง ตอนนี้อยู่ครบไหม แล้วไม่ใช่จุฑามาศใช่ไหมคะ โอ.เค. ถ้างั้น...ถ้าอย่างนั้น โอ.เค. เดี๋ยวก่อนที่เราเรียนเนื้อหาในวันนี้นะคะ ซึ่งเนื้อหาในวันนี้เราจะเรียนเรื่องการกำหนดประชากรศึกษา แล้วก็การกำหนดขนาดตัวอย่างสำหรับงานวิจัย แล้วก็วิธีการสุ่มตัวอย่าง ฉะนั้นก่อนที่เราจะเรียนกันวันนี้ บทความที่เราสนใจศึกษาเสียก่อน เดี๋ยวครูจะให้เวลา 5 นาที ให้ทุกกลุ่ม ประชุมทีมกัน อ่านบทความที่เราคัดเลือกมาแล้ว แล้วก็ตอบคำถาม 5 ข้อ เหมือนเดิมนะคะ คำถาม 5 ข้อ ก็คือ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ได้ผลลัพธ์อย่างไรนะคะ ให้เวลา 10 นาที โอ.เค. นะคะ สำหรับกลุ่มที่ยังไม่มีบทความ ก็ให้รีบค้นหาในอินเทอร์เนนะคะ หรือกลุ่มไหนที่ค้นแล้ว มีบทความหลายเรื่อง อยากจะแย่งให้เพื่อนก็ได้นะคะ อาจใช่เวลา 10 นาที นะคะ เป็นงานกลุ่ม เดี๋ยวครูจะสอนเนื้อหาถัดไปค่ะ นะคะ ก็พบว่าทักษะหนึ่งที่ควรจะพัฒนาคือการสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตนะคะ อย่างเช่น การสืบค้นบทความวิจัยที่ตีพิมพ์หรือมีการเผยแพร่แล้ว ให้เรา Search Engine ไหนก็ได้ Seach Google นะคะ ครูอยากจะได้งานวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องผ้าคราม พวกเจ้ารู้จักคำว่า ผ้าคราม ไหมจ๊ะ หรือประเด็นเสียก่อน ถ้าเราค้นกว้าง ๆ เมันเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรนะคะ ตอนนี้ครูอยากได้งานวิจัยที่เขาทำเกี่ยวกับผ้าคราม เป็นบทความครูก็ใช้ บวกคำว่าผ้าครามนะคะ เดี๋ยวครูทำให้ดูนะคะ ตอนนี้คำค้นครูมี 2 คำนะคะ เห็นไหมคะ วิจัยบวก บวกก็คือคำว่าและนะคะ ผ้าคราม แล้วก็ Enter การค้นแบบนี้ยังกว้างอีก การ Search Engentมันจะค้นมาให้เยอะแยะเลย แต่ถ้าเราอยากให้มันเป็นเฉพาะไฟล์ PDF นะคะ ให้เราพิมพ์ต่อหลังจากคำว่าผ้าครามว่า PDF หรือจะใช้คำสั่งว่า File Type PDF ก็ได้นะคะ ตอนนี้ครูต่อด้วย PDF เห็นไหมคะว่า มันจะค้นให้เฉพาะไฟล์อะไรขึ้นมาก่อนคะ PDF ตอนนี้เรายังอยากให้มันค้นเอาข้อมูลเฉพาะที่เผยแพร่ภายในปีนี้เท่านั้น เราก็ไปที่เพิ่มเติมหรือเปล่าว้า... เครื่องมือ ตรงนี้นะคะ เห็นไหมคะ เขาบอกภาษาใดก็ได้ ภาษาอังกฤษก็ได้ แต่คีย์เวอร์ เวลาใดก็ได้เราเปลี่ยนนะคะ เราเอาเฉพาะอะไรคะ ปีที่ผ่านมา งานก็จะเป็นอย่างไรคะ ใหม่ขึ้นมา ถ้าจะเอาใหม่มาก ๆ เราเอาอย่างไรคะ ชั่วโมงที่ผ่านมา เมื่อกี้ มีไหม มีใครโพสต์เรื่องนี้ไหม มีใครเผยแพร่เรื่องนี้ไหมนะคะ แต่ว่ามัน ระยะเวลามันล่าสุด ขอบเขตเวลามันก็แคบนะคะ เรื่องที่เราจะค้นหามันก็น้อยลง ฉะนั้นเราก็จะใช้เวลาขอบเขตของเวลามากขึ้น เพื่อให้มีโอกาสค้นพบบทความที่เราต้องการมากขึ้นนะคะ อันนี้เราคลิกคำว่าปีที่ผ่านมานะคะ อันนี้เราก็จะเจอบทความวิจัยเยอะแยะเลย อย่างเช่น อันนี้เป็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าผ้าไหมมัดหมี่นะคะ เราค้นได้เร็วขึ้นนะคะ อันนี้คือวิธีการสืบค้น หาบทความ งานวิจัย ที่เราสนใจศึกษานะคะ ตอนนี้พวกเราคงจะเข้าใจวิธีการสืบค้นนะคะ เวลาสืบค้น เราต้องมีคำค้นที่ถูำนะคะ ทำงานกลุ่มเป็นอย่างไรบ้างคะ กลุ่มจาตุรงค์ใช่ไหมคะ อ๋อ จตุพรเขียนส่งครูหรือยัง ไอ้กระดาษที่ คำตอบ เสร็จหรือยังคะ โอ.เค เราเรียนกันไปแล้วเขียนกันไปด้วยนะคะ ตอนนี้พวกเรา ครูคิดว่า 4 กลุ่มนะคะ เท่าที่เดินดูเมื่อกี้ก็คือ ได้บทความแล้ว เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้เนื้อหาวันนัจากบทความที่เราเลือก แต่เราต้องไปอ่านศึกษาเพิ่มเติม นอกเวลาในชั้นเรียนนะคะ ตอนนี้ขอให้ทุกคนกลับที่นั่งนะคะ กลับที่นั่งของตัวเอง แล้วก็ทุกกลุ่มจะต้องส่งไฟล์บทความวิจัยให้กับเพื่อน ๆ ในกลุ่มนะคะ พอครูถามกลุ่มไหนเราก็ต้องเปิด PDF ขึ้นมาอ่านได้นะคะ ตอนนี้พวกเรามี LINE กลุ่มห้องไหมคะ หรือเฟซบุ๊ก เราใช่เฟซบุ๊กใช่ไหม ให้แต่ละกลุ่มส่งไฟล์แลกกัน ให้เรามีไฟล์กลุ่มเพื่อนด้วย โอ.เค. เดี๋ยวเรามาดูเนื้อหาวันนี้นะคะ อย่างนั้นครุสอนยาวเลยนะคะ เนื้อหาวันนี้ก็คือ เราจะศึกษาเกี่ยวกับการกำหนดประชากรศึกษา แล้วก็การกำหนดขนาดตัวอย่าง วิธีการสุ่มตัวอย่าง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วนะคะ เราจะทราบอยู่แล้วการวิจัย ก็คือการศึกษาที่มีลักษณะแบบแผนใช่ไหมคะ มีหลักการ สามารถตรวจสอบได้ และในลักษณะวนซ้ำ เป็น Cycle เป็นวัฒจักรใช่ไหมคะ เริ่มต้นเราต้องมีประเด็นอยากจะรู้ จริงไหม อย่างเช่น อยากจะรู้ว่าวัยรุ่น เขามีพฤติกรรม การใช้ Smart Phone อย่างไรทุกวันนี้ หรือว่าพ่อค้าพ่อค้า แม่ค้า เขาใช้เทคโนโลยี ไอทีนี่ ไปส่งเสริมการขาย การตลาดอย่างไร ทุกวันนี้ ไปขายของทั่ว ๆ ไป เดินเร่ขายไม่ได้แล้ว ได้ลูกค้านิดเดียว แต่ถ้าคุณขายในเว็บไซต์หรือไลฟ์ขายนี่ ลูกค้าคุณก็อย่างไรคะ ถ้าคุณพูดภาษาอังกฤษได้ คุณก็จะได้ลูกค้าฝรั่ง เริ่มจากประเด็นที่เราจะศึกษา พอเรามีประเด็นที่จะศึกษาแล้ว เราจึงจะกำหนดประชากรที่ศึกษาได้นะคะ ประชากรที่ศึกษาภาษาอังกฤษ นะคะ อาจจะเป็นอะไรก็ได้ เป็นคน สิ่งของหรือเป็นค่าที่เกิดจากการวัดก็ได้ แต่ข้อมูลเหล่านั้นมันจะต้องมีสิ่งที่เราสนใจ อย่างเช่น ถ้าเป็นคน พฤติกรรมการใช่ Smart Phone ของนักศึกษา ผู้ศึกษาควรเป็นใครคะ เป็นนักศึกษา คราวนี้นักศึกษามันกว้างใหญ่ไพศาลมากเลย การใช้ Smart Phone ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครที่ลงทะเรที่ลงทะเบียนเรียนในปี 2562 ภาคปกติเท่านั้น ประชากรของเราก็เป็นใครคะ เป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนที่ไหนคะ ม. ราชภัฏสกลนคร ปีการศึกษา 2562 แล้วก็ศึกษาเฉพาะภาคปกติ ทุกคณะเลยใช่ไหมคะ คณะไหนก็ได้จริงไหม แต่เราจะไม่ถามคนเรียน ป. โท จริงไหมคะ เพราะเราสนใจเฉพาะปริญญสมมตินะคะ อันนี้คือ ลักษณะของ Propulation ที่เราจะศึกษา บางครั้งประชากรที่ศึกษาเป็นหน่วยที่สามารถวัดได้ จับต้อว่ามีกี่ชิ้น ถ้าเป็นคนนับได้ว่ามีกี่คน เขาเรียกว่าประชากรจำกัดนะคะ แต่บางครั้งข้อมูลที่เราศึกษานี่ มันไม่สามารถนับจำนวนได้ว่ามีกี่คน กี่ชิ้น กี่อัน ยกตัวอย่างเช่น ปริมาณฝุ่น PM2.5 ในบรรยากาศ ในชั้นบรรยากาศจังหวัดสกลนคร ว่ามันมีเท่าไร ไม่ได้ หรือปริมาณออกซิเจนในน้ำห่วยทราย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ มันจะเป็นค่าที่เราไม่สามารถนับไเราไม่สามารถนับจำนวนชิ้นได้ว่าแบบที่ 2 นี้ เราเรียกว่าประชากรอนันต์ ดังนั้นประชากรมี 2 อย่างนะคะ ประชากรจำกัด ก็คือเป็น Set จำกัด กี่ชิ้นกี่อัน แบบที่ 2 ก็คือ ประชากรเป็นเซ็ตอนันต์ นับไม่ได้ว่ามีสิ่งของนั้น ๆ นี่อยู่กี่ชิ้นกี่อัน อย่างเช่นออกซิเจนในน้ำ โอ.เค. ไหมคะ OSปริมาณฝุ่เรามาดูประชากรที่เราศึกษานะคะ ถ้าเราเปรียบเทียบเป็น Set ใหญ่ คือก้อนนี้ ก้อนนี้เป็น Set ใหญ่เลยก้อนนี้ เราจะเห็นว่ามันจะมีคุณลักษณะที่ศึกษาอย่างเช่นถ้าเป็นบุคลลทั่ว ๆ ไป ชาวบ้าน ประชาชนในจังหวัดสกลนคร เราสนใจว่าเขามีรายได้โดยเฉลี่ยเท่าใด ถ้าเราเก็บรายได้ของทุกคนมารวมกัน เราก็หาได้ว่า ประชาชนในจังหวัดสกลนครนี้ มีรายได้โดยเฉลี่ยเท่าใด ตรงนี้เราเรียกว่าค่า Parameters หรือที่เรียกว่า ค่าเฉลี่ยประชากร เป็นตัว นะคะ ถ้าเราสนใจข้อมูลที่เป็นสัดส่วนประชากรข้อมูลที่เป็นสัดส่วนของประชากร อย่างเดชสัดส่วนของประชาชนในจังหวัดสกลนครที่เห็นด้วยกับการยุบพรรคสีส้ม สมมตินะคะ สัดส่วนนี้แทนด้วย P ใหญ่นะคะ เราจะเห็นว่ามันเป็นค่าคงที่ ที่มีอยู่ค่าเดียว ว่ามันมีค่าเท่าไร แล้วเราอยากจะรู้ค่าของ Parameters นั้นนะคะ ทีนี้เราจะเก็บข้อมูลจากทุก ๆ คน ทุก ๆ หน่วยในประชากรนี่ บางครั้งต้องใช้เวลามาก เสียเวลา 2. ใช้งบประมาณมาก ทั้ง ๆ ที่การศึกษาเรามีงบจำกัด หรือบางครั้งบางเรื่อง การที่เราไปเก็บข้อมูลกับหน่วยที่ให้ข้อมูล หน่วยข้อมูลนั้น ไป หรือถูกทำลายไปนะคะ จะทำให้ไม่สามารถนำหน่วยตัวอย่างนั้นนำไปใช้ประโยชน์อื่นต่อไป เราก็เลยมีความจำเป็นจะต้องสุ่มตัวอย่างออกมานะคะ ตัวอย่าง ศัพท์คำนี้นะคะ Sampleตัวอย่างหมายถึง Sassatเพื่อเราจะเอาข้อมูลที่ได้จากตัวอย่าง ไปทำการอนุมาร หรือทดสอบค่าสมมุติฐานในทางสถิตต่อไป คำตอบของเราจะมีคำตอบถูกต้อง ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของตัวอย่างที่เราเก็บมา ถ้าตัวอย่างเป็นตัวแทนที่ดีของประชากร คำตอบที่ได้ก็จะมีความน่าเชื่อถือ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการเก็บตัวอย่างนั้นเราจะไม่ให้มีความลำเอียงโดยเด็ดขาดนะคะ แล้วก็เก็บข้อมูลทุกลักษณะของประชาชน ถ้าประชากรมี 5 อาชีพ ตัวอย่างก็ต้องมี 5 อาชีพ แบบนี้เป็นต้นนะคะ กลุ่มตัวอย่าง เรามาดูนะคะว่าข้อมูลที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างเราเรียกว่าค่าสถิติ เห็นไหมคะ เราจะแทนด้วยตัว X Bar เฉลี่ยประชากร ก็คือตัวมิวนะคะ จากเหตุผลที่ว่า ข้อศึกษาของเรา ข้อสรุปมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ของตัวอย่างว่า ตัวอย่างมันเป็นตัวแทนที่ดีหรือไมดังนั้นสิ่งมีผลต่อมาก็คือ วิธีการสุ่มตัวอย่าง จะต้องเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับเรื่องที่เราทำการศึกษา วิธีการสุ่มตัวอย่าง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Samping คำนี้นะคะ มีอยู่ 2 วิธี ใหญ่ ๆ อย่างแรกเลย การสุ่มตัวอย่างความน่าจะเป็นก็คือโอกาส โดยการที่ให้่ทุก ๆ หน่วยที่อยู่ในประชากรมีสิทธิถูกเลือกเป็นตัวอย่าง ด้วยความน่าจะเป็นเท่า ๆ กัน ประโยชน์ของการสุ่มตัวอย่าง โดยอาศัยความน่าจะเป็นก็คือจะทำให้เราสามารถอนุมารในทางสถิติได้ดีนะคะ แต่คราวนี้เราจะเลือกวิธีการสุ่มด้วยวิธีการใดนั้น ที่อาศัยความน่าจะเป็นขึ้นอยู่วิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับแล้วก็วัตถุประสงค์ของงานวิจัยเป็นหลักนะคะ วิธีการสุ่มตัวอย่าง อย่างง่ายนะคะอันแรก ข้อ 1.1 นะคะ การสุ่มตัวอย่างโดยอาศัยความน่าจะเป็น แบบที่ 1 ก็คือ การเลือกตัวอย่างอย่างง่าย Simple Random Sampling วิธีการนี้ มีความหมายก็คือ ให้ประชากรทุกหน่วยมีสิทธิ์ถูกเลือกเท่า ๆ กัน ดังนั้นงานวิจัยใด ถ้าประชากรที่เราศึกษานี่มีความไม่แตกต่างกันมากนะคะ เราก็ใช้วิธีการเลือกอย่างง่าย วิธีการเลือกอย่างง่ายเราต้องสุ่มนะคะ ไม่ใช่เดินไปเจอใครเราก็ถาม แบบนั้นไม่ใช่ วิธีการเลือกอย่างง่าย ห้องเรามีกี่คนคะ 21 คน 21 คน ถ้าครูจะเลือก 2 คน ให้เป็นผู้โชคดีครูจะเลี้ยงส้มตำ ครูจะสุ่มตัวอย่าง 2 คน ครูมีวิธีที่เกิด เกิดขึ้นได้ทั้งหมด N ใหญ่ มีกี่คนนะ 21 เลือกมา 2 ก็เป็น 21C2 ได้นะคะ ก็คือ 21 จัดหมู่ ทุก ๆ คน ก็มีสิทธิ์ถูกเลือก มาได้รับสิทธิ์ตรงนั้น มันไม่ใช่ว่าครูเจอใครก่อนครูก็เลือกคนนั้น มันไม่ใช่นะคะ วิธีที่ 2 ถ้าเกิดข้อมูลที่เราสนใจศึกษามันมีการจัดลำดับเรียงอยู่แล้ว เบื้องต้นนะคะ แล้วเรื่องที่เราทำการศึกษานี่ ถ้าเราไม่จัดเรียงข้อมูล มันอาจจะทำให้เราเกิดการเลือกตัวแทนที่ไม่เหมาะสมนะคะ เราก็จะใช้วิธีการเลือกแบบที่ 2 คือการเลือกตัวอย่างแบบมีระบบ ยกตัวอย่างเช่น เดี๋ยวครูเขียนให้ดูนะคะ ยกตัวอย่าง การเลือกตัวอย่างแบบมีระบบ คุณครูพละคนหนึ่งนะคะ ศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการกระโดดสูงคือคุณครูพละท่านนี้นะคะ คิดค้นวิธีช่วยให้นักกีฬาหรือนักเรียนนี่ สปริงข้อเท้าได้มากกว่าปกติ พวกเราเข้าใจสปริงข้อเท้าไหมคะ กระโดดได้สูง อีกคนหนึ่งกระโดดได้ไม่สูงเท่ารา เป็นเรื่องความสามารถการยืดหยุ่นของร่างกายนะคะ อย่างที่เราเห็นชัดอย่างนี้ หรือ บาส เขามีการสปริงหรือเทคข้อเท้าได้ดีขึ้น แล้วก็ได้สูงกว่าคนที่ไม่ได้ถูกฝึกนะคะ ถ้าครูพละคนนี้นะคะ จะสุ่มเลือกนักเรียนมาให้ได้รับการฝึกสอน กระโดดโดยวิธีพิเศษนี้ ก็คือฝึก Take ข้อเท้า ถ้าคุณครูคนนี้มีลูกศิษย์ N N ใหญ่นี่ก็คือขนาดประชากรนะคะ 50 คน คุณครูคนนี้ต้องการเลือกตัวแทนเพียง 10 คน ขนาดตัวอย่างเราแทนด้วย n เล็ก 10 คน ถ้าสุ่มโดยวิธีที่ 1 สุ่มแบบง่ายนะคะ สุ่มใครก็ได้นะคะ Simple Random Sampling ก็คือ srs เกิดขึ้นได้ 50 คน เลือกมาคราวละ 10 คน เลือกใครก็ได้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นี้นะคะ 10 คน 10 คนนี้ กระโดด กระโดดสูงนะคะ แล้ววัดความสามารถในการกระโดดที่เขากระโดดได้ นี่คือชุดที่ 1 ที่เกิดขึ้น หรืออาจจะได้ชุดที่ 2 เราดูซิ ตัวอย่างชุดที่ 1 กับชุดที่ 2 เราว่าชุดไหนกระโดดได้ดีกว่ากันคะ ชุดที่ 2 เพราะอะไรคะ สูงยาวเข่าดี เหมือนนักกีฬาไทย กริน นักวิ่งลมกลด เห็นไหม สูงยาว เข่าดี คนขายาวได้เปรียบคนขาสั้นในเรื่องของสรีระนะคะ เหมือนกันเลย ความสามารถในการกระโดดสูง เราดูว่า ถ้าผู้วิจัย หรืออาจารย์ โดยวิธี SRS มันมีความแตกต่างกันด้านสรีระนะคะ ผลวิจัยที่ได้มีความคาดเคลื่อน เนื่องจากปัจัยแฝงกลุ่มตัวอย่างมีแต่คนตัวเตี้ย แสดงว่ากระโดดสูงได้แค่ 1 เมตร แสดงว่าวิธีของโค้ชคนนี้ไม่ได้ ซึ่งการกระโดดถ้าสุ่มตัวอย่างได้ชุดที่ 2 ได้แต่คนตัวสูง ๆ นักเรียน 10 คนนี้สูงหมดเลย ผลกระโดดสูง 1 เมตร 50 เซนติเมตร กระโดดได้ดีมาก แสดงว่าวิธีเขย่งสุดยอด สรุปผลเข้าข้างตัวเองเลย สรุปผลของตัวเองมันเจ้ง แท้ที่จริงแล้วมันมีปัจจัยรบกวน เห็นไหม เนื่องจากนักเรียนห้องนี้มีทั้งคนเตี้ย มีทั้งคนสูง ถ้าเราสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย มันอาจะเกิดเหตุการณ์ที่ได้คนเตี้ยหมด หรือได้คนสูงหมด มันจะทำให้ข้อสรุปของเรามีความเอนเอียงและไม่ยุติธรรมนะคะ วิธีการที่ 2 จึงจะแก้จุดนี้ สุ่มโดยวิธีมีระบบหรือ นะคะ วิธีที่ 2 ทำอย่างไร อาจารย์คนนี้ก็เอาลูกศิษย์มาเพื่อลดปัจจัยแฝง หรือปัจจัยรบกวน ที่มีต่อเรื่องที่เขาศึกษา คือเรื่องการกระโดดสูง ปัจจัยรบกวนตัวนั้นก็คืออะไรคะ ส่วนสูงของนักเรียน จริงไหม ก็เอานักเรียนมาเข้าแถวกัน จัดเรียงกันไปตามความสูง คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 ครูเขียน Index ไม่ตรงกับรูปนะคะ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ 48, 49, 50 ถ้าเราเรียงแบบมีระบบ โดยใช้ความสูงนะคะ วิธีการเลือกตัอย่างแบบมีระบบ เราต้องใช้ช่วงสุ่ม K ที่เท่า ๆ กันเราจะต้องหา K k จะมีค่าเท่ากับขนาดประชากรหารด้วยตัวอย่างที่เราต้องการ อันนี้เป็นกรณีอย่างง่ายที่ N กับ n มันหารกันลงตัวนะคะ มันเป็นตัวอย่าง มี 50 คน ต้องการเลือกกี่คนคะ 10 คน 50 หาร 10 มีค่าเป็น 5 แสดงว่า ช่วงกระโดดของเรามีค่าเป็น 5 ดังนั้นวิธีการนะคะ นักเรียนคนที่ 1-5 นักเรียนคนที่ 1 ถึง คน ที่ 5 คนแรกตรงนี้ เราจะหาใครก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นของการสุ่ม เขียนเลข 1 เลข 2 เลข 3 เลข 4 เลข 5 ทำฉลาก เขย่า ๆ คือการสุ่มอย่างง่ายแอบแฝงอยู่ สุ่มได้หมายเลขอะไรก็ตาม สมมุติสุ่มได้หมายเลข 2 คนที่ 2 ถูกเลือกเป็นตัวอย่างอัตโนมัติ คนที่ 2 คือจุดเริ่มต้นใช่ไหมคะ หน่วยตัวอย่างคนถัดไป คือคนที่ถูกเลือกอัตโนมัติก็คือ คนที่ 2+k 2 บวก 5 เป็น 7 คนเป็นตัวอย่างก็คือคนที่ 7 คนถัดไปคือคนที่เท่าไรคะ 7+5 เป็น 12 โอ.เค. เห็นไหมีคะ ช่วงสุ่มมันจะกระโดดไปเรื่อย ๆ ในกรณีนี้นะคะ ตัวอย่างที่ได้ ก็คือ นักเรียนคนที่ 2 คนที่ 7 คนที่ 12 ถัดไปคนที่เท่าไร คะ 17 ถัดไป 22 ถัดไป 27 ถัดไป 32 ถัดไป ครูเขียนผิดใช่ไหม 37 นะคะ ต่อไป เป็น 42 และ 47 ครบ 10 คนไหม ครบ เห็นไหมคะ อันนี้คือจะทำให้ตัวอย่างที่ได้จะทำให้มีคนที่เตี้ย ๆ คนที่อยู่ตรงกลาง และคนที่สูง ๆ อันนี้คือวิธีการสุ่ม แบบที่ 2 คือสุ่มแบบมีระบบนะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือข้อมูลมันจะต้องถูกจัดเรียงมันเสียก่อน จัดเรียงโดยบัญชีรายชื่อก็ได้ หรือถูกจัดเรียงโดยคุณลักษณะหนึ่งลักษณะใดที่เป็นปัจจัยแฝงที่มีผลต่อเรื่องที่นะคะ ในกรณีที่ N หาร n ไม่ลงตัว ยกตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่น มี N มีค่าเป็น 50 นะคะ เราจะเลือก n เล็ก 12 คน เราจัดเรียงนักศึกษา เรียงเรียบร้อยแล้ว เสร็จเรียบร้อยแล้ว เรียงเรียบร้อยแล้ว หา K มีค่าเป็น 50 หาร 12 กดเครื่องคิดเลขให้ครูหน่อยค่ะ เป็นเท่าไรคะ เดี๋ยวครูลองถามเบอร์ ลองถามเบอร์ 7เป็นเท่าไรคะ 50 หาร 12 เลยค่ะ ในควมพิวเตอร์เรามีค่ะ เครื่องคิดเลข 50 หาร 12 พาร์ทเนอร์บอกครูด้วยนะคะ (ล่าม) 4.2 4.1 (อาจารย์) 4.1 อะไรคะ ถ้าตอบ 2 ตำแหน่ง 4.16 ในกรณีนี้นะคะ ช่วง K ของเราเป็นทศนิยมไม่ลงตัว ความจริงเราปัดขึ้นเลยนะคะ เพราะว่าส่วนที่มันเกินมานิดหนึ่ง เราถือว่าช่วง K มันเกิดขึ้นแล้ว มันทศนิยมเท่าไรก็ตามเราจะปัดขึ้นหมดเลย แสดงว่าช่วงสุ่มเราต้องใช้เท่าไรคะ 5 ช่วงสุ่มกระโดดนะคะ ใช้ 5 เหมือนเดิม วิธีแก้ปัญหาในกรณีนี้ เราจะเอานักเรียน 50 คนนี้ มาจัดเรียงเป็นว1, 2, 3, 4, 5, 6 7 8 9 10 11 12, 13, 14, 15 ไปเรื่อย ๆ จนถึง 48, 49, 50 แต่คนที่ 1 จะถูกนับรอบต่อเนื่องไปอีก คนที่ 1 จะมี Order เป็นเ51, 52 นับวนเป็นพวงมาลัยเลยนะคะ เสร็จแล้ว เราใช้ช่วงสุ่ม K เป็น 5 นะคะ 5 คนแรกเลือกใครก็ได้โดยวิธีอย่างง่าย ทำฉลาก จับมาปั๊บเป็นเลข 4 เป็นตัวอย่าง คนที่ถูกเลือกถัดไปเป็นอัตโนมัติ ก็คือ 4 บวกอะไรคะ 4+5 เป็นคนที่ 9 ถัดไปก็เป็นอะไรคะ เป็น 14 ถัดไปเป็นคนที่เท่าไรเอ่ย 19 แล้วถัดไปเป็นคนที่ 24 อะไรอีกคะ 29 ไปเรื่อย ๆ จนถึงคนสุดท้ายคนที่ ลองนับต่อไปซิ เดี๋ยวนะ ครูลองถามเพื่อนเราหน่อยนะ หมายเลข... เดี๋ยวนะ ครูลองใช้เทคโนโลยีหน่อยนิดหนึ่ง ครูลองถามคนนี้ดูสิ เบอร์ 22 ค่ะ ลองถามนักศึกษาเบอร์ 22 เบอร์ 22 ในระหว่างรอคนที่ 22 เราคนอื่นก็ได้ คนนี้ เบอร์ 8 เบอร์ 8 ครูถามว่า คนที่ 24 ถูกเลือกเป็นตัวอย่าง ถัดไปเป็นคนที่ 29 ถัดจากคนที่ 29 เป็นคนที่เท่าไรคะ 29 แล้วบวกด้วยช่วงสุ่ม 5 29+5 เป็น 30 29 + 5 เป็นเท่าไรคะ เป็น 34 (อาจารย์) เป็น 34 ถูกต้อง คนถัดมาคือคน 34 แล้ว ถัดมาจากคนที่ 34 คือ ตอบอีกค่ะ อีกครั้งหนึ่ง คนถัดไปอีกค่ะ ตอบเลยค่ะ ถัดจากคนที่ 34 บวกช่วงสุ่ม K เป็น 5 เป็น (ล่าม) 39 (อาจารย์) ตอบอีกค่ะ ตอบอีกจนถึงคนสุดท้ายเลย คนที่เท่าไรคะ อีกคำถามคะ อีกคำถาม 39+5 ค่ะ เป็นเท่าไรคะ (อาจารย์) 44 ตอนนี้คนที่ 44 ถูกเลือกเป็นตัวอย่างนะคะ เดี๋ยวครูเขียนใหม่นะคะ บ้าง เป็นคนที่ 4 คนที่ 9 คนที่ 14 คนที่ 19 คนที่ 24 คนที่ 29 34 49 คนที่ 14 39 44 ตอนนี้ได้กี่คนแล้วคะ 9 เห็นไหมคะ นักเรียนคนที่ 10 คนที่จะถูกเลือกคือคนลำดับที่เท่าไร ขอถามเบอร์ 11 ค่ะ เบอร์ 11 หูดีใช่ไหม เบอร์ 11 ตอบได้เลย ถามว่าคนถัดไป คนที่ถูกเลือกเป็นตัวอย่าง ตอนนี้อยู่คนที่ 44 แล้วค่ะ ถัดไปเป็นคนที่ 49 คำนวณโดยเอา 44 ไปบวก K เป็น 49 ใช่ไหมคะ 49 ถัดมาเป็นคนที่เท่าไรคะ ตอบอีกทีซิ สังเกตนะคะว่า สังเกตนะคะ 9 อยู่ตรงนี้แล้วใช่ไหมคะ 1, 2, 3, 4, 5 คนที่ 52, 53, 54 คนที่ 54 ถูกเลือก แต่ความจริง คนที่ 4 เห็นไหมคะ มันจะอยู่ถูกวนกลับมา คนสุดท้ายที่ถูกเลือกคือคนที่เท่าไรคะ 1, 2, 3, 4 คนนี้ไปแล้วหรือยัง ไปแล้ว ดังนั้นเราต้องนับเป็น 1 2 3 4 5 ดังนั้น คนที่ถูกเลือกคนสุดท้าย คือคนหมายเลขอะไรคะ ใช่ไหมคะ เพราะความจริงเรานับได้ตกคนที่ 9 แต่คนที่ 9 ถูกเลืออกไปแบล้การสุ่มตัวอย่างลักษณะนี้ เป็นการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใส่คืนนะคะ เพราะคนที่ 9 ถามแล้วจะไม่ถามซ้ำ ดังนั้นก็ตอบขยับมาเป็นคนที่ 10 โอ.เค. ไหมคะ อันนี้คือการเลือกเลือกตัวอย่างแบบมีระบบในกรณีที่การสุ่ม K มันหารไม่ลงตัวนะคะ ให้เอาจำนวนคนมาร้อยเป็นวงกลมแล้วก็สุ่มในลักษณะแบบนี้นะคะ จนได้ตัวอย่างครบตามขนาดที่เราต้องการ โอเคนะคะ ต่อไปวิธีที่ 3 วิธีที่ 3 นี้คือ การสุ่มตัวอย่างที่ มีความพิเศษ ด้วยว่าประชากรที่ 3 มีความหลากหลาย แบ่งออกเป็นชั้นภูมิย่อย ๆ โดยที่ภายในชั้นภูมิเดียวกันนะคะ อย่างภาพนี้ ประชากรที่เราศึกษานะคะ แบ่งออกเป็น 3 ชั้นภูมิ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มีนโยบายขึ้นค่าหน่วยกิจ อยากจะรู้ว่านักศึกษามีความคิดอย่างไร ถ้ามหาวิทยาลัยเราจะขึ้นค่าหน่วยกิต แพงขึ้น เพราะทุกวันนี้เราเรียนถูกมาเลย ค่าเทอม นักศึกษาแบ่งออกเป็นคนที่มีคิคเห็น นะคะ กลุ่มนี้ แต่ตอนนี้ แต่ 2 คนนี้ อมยิ้ม แสดงว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปนะ อะไร ๆ ก็แพงขึ้น ทุกวันนี้ก็ ฉันก็โอ.เค ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่เป็นไร เพราะจะเห็นว่าชุ้นภูมิที่ 1 นี้ ตัวแทน 2 คนนี้ มีความคิดเห็นคล้ายกัน คือยินดีนะคะ มีรอยยิ้ม แต่วงกลมข้างล่าง 2 คนนี้เป็นอย่างไรคะ ยิ้มไหม ไม่ยิ้ม น่าตาเฉย ๆ จะขึ้นก็ได้ไม่ขึ้นก็ได้ เพราะว่าชั้นไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร เพราะฉันกู้ กยศ. ไม่ขึ้นก็ได้ แล้วแต่ ชั้นภูมิที่ 2 คนนี้ก็มีความคิดเห็นที่คล้ายกัน ชั้นภูมิที่ 3 นี่ คนจำนวนมากเลย รู้สึกโอ.เค. ดูมีรอยยิ้มไหมคะ ไม่มี หน้าตาบูดเบี้ยว ไม่ Happy เลย แต่ในความไม่แฮปปี้เหล่านี้ อาจจะไม่เท่ากัน เพราะว่าคนนี้อาจจะรู้สึกหรือ หรอ ขึ้นค่าเทอม มีความไม่พอใจนิดหน่อย แต่คนนี้ โหขึ้นค่าเทอมจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย เห็นไหมคะ ระดับความไม่พอใจยังมีความแตกต่างกันอยู่ แต่ก็ไปในทิศทางเดียวกัน คือเขาก็รู้สึกไม่พอใจ เราจะเห็นว่าประชากรนักศึกษา 3 ชั้นภูมิก็ คือชั้นภูมิที่ 1 ชั้นภูมิที่ 2 คนรู้สึกเฉย ชั้นภูมิที่ 3 รู้สึกไม่พอใจเลย ถ้าประชากรเราแบ่งออกตามนี้นะคะ กลุ่มย่อยในนี้นะคะ เราดูกลุ่มย่อย มีความคล้ายคลึงกัน แต่ต่างชั้นภูมิตรงนี้ ชั้นภูมิที่ 1 กับชั้ถ้าประชากรแบ่งออกเป็นชั้นภูมิแบบนี้แล้ว แบบนี้แล้ว เวลาเก็บข้อมูล เวลาเก็บข้อมูลแบบชั้นภูมิ ภาษาอังกฤษใช่คำว่า การเก็บข้อมูลแบบชั้นภูมิก็คือ จะต้องสุ่มจากตัวอย่างจากชั้นภูมิอย่างเป็นสัดส่วนกัน ชั้นภูมิที่ 1 มีคนน้อย ตัวอย่างก็ต้องสุ่มมาเป็นสัดส่วนคนน้อยเห็นไหมคะ ชั้นภูมิที่ 2 ก็สุ่มมาเป็นสัดส่วนคนน้อยไม่เห็นด้วย ๆ ไม่ โอ.เค. ๆ ก็ต้องสุ่มมาเป็นจำนวนมากหน่อย เห็นไหมคะ สิ่งที่เราทำ วิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิตรงนี้มันจะทำให้เราได้ตัวอย่างที่มีครบทุกลักษณะของประชากร ทำให้ตัวอย่างเป็นตัวแทนที่ดี โอ.เค. ไหมคะ วิธีการนี้นะคะ ข้อมูลจะต้องถูกแบ่งเป็นชภายในชั้นภูมิมีตัวอย่างเหมือนกัน แตกต่างกัน เวลาสุ่ม ต้องสุ่มจากทุก ๆ ชั้นภูมิ โอ.เค. นะคะ แต่บางครั้งเราจะทำให้ข้อมูลมา คนคิดเหมือนกันมาอยู่ใกล้กัน มันก็จะใช้วิธีที่ 4 วิธีที่ 4 การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มหรือ Cluster Sampling นะคะ การสุ่มตัวอย่างแบบที่ 4 นี้ ประชากรนะคะ จะมีความแตกต่างหลากหลาย ส่วนใหญ่จะแบ่งไปตามพื้นที่ โดยมีลักษณะที่ว่าในแต่ละกลุ่มนะคะ จะมีความแตกต่างกันสูง เปรียบเทียบเหมือนเรื่องขึ้นค่าเทอมเมื่อกี้ จะประกาศขึ้นค่าหน่วยกิจ กลุ่มที่ 1 นักศึกษาเอกไอที เป็นอย่างไรคะ มีคนเห็นด้วยไหม มีคนเฉย ๆ ไหม มี มีคนไม่โอ.เค. ไหม มี นี่เห็นไหมคะ กลุ่มที่ 1 คือนักศึกษาเอกไอที กลุ่มที่ 2 เป็นนักศึกษาเอกคณิตศาสตร์ คนที่เห็นด้วยก็มี คนที่เฉย ๆ ก็มี คนที่รู้สึกไม่พอใจก็มี ปนกันอยู่เห็นไหมคะ ในกลุ่มคณิตศาสตร์ก็จะมีความแตกต่างกันคือในกลุ่มเขาก็ยังมีการรับอยู่เห็นไหมคะ หรือเป็นนักศึกษา เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ กลุ่มที่ 3 คนที่เห็นด้วยก็มี คนที่ไม่รู้สึกยินดียินร้ายก็มี เหมือนกัน คนที่ไม่พอใจก็มี มีความแตกต่างสูง ถ้าข้อมูลถูกแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ แบบนี้แล้ว เรามาดูนะคะ ลักษณะข้อมูลในกลุ่มเดียวกันนี่ มีความแตกต่างกัน แต่ระหว่างกลุ่มจะคล้ายคลึงกัน ระหว่างกลุ่มที่ 1 กับ กลุ่มที่ 2เห็นไหมคะ มีคนครบทุก 3 ลักษณะเลย เวลาสุ่มข้อมูลเราจะสุ่มกลุ่ม ตอนนี้มีอยู่ 3 กลุ่ม เขียนฉลากหมายเลขที่ 1 หมายเลขที่ 2เขย่า จับได้เป็ยเลข 2 ก็หมายความว่ากลุ่มที่ 2 ทุก ๆ คนที่อยู่กลุ่มที่ 2 จะถูกเลือกเป็นตัวอย่างอัตโนมีนะคะ จะเห็นว่ามีครบทุกลักษณะเลย โอ.เค. ไหมคะ ตอนนี้การสุ่มกลุ่ม ยกตัวอย่างที่เห็นง่าย ๆ วิธีสุ่มกลุ่ม ชีวิตประจำวันของคนเรา เวลาครุไปวัดกับแม่กับยายเช้า ๆ วันอาทิตย์ เวลาจัดอาหารถวายพระ ชาวบ้านเขาจะให้แบบมีอาหารมาหลายชนิดใช่ไหมคะ มีอาหารหวาน ผลไม้ ข้าวเหนียว ข้าวสวย คนที่ไปวัดตอนเช้า ๆ เห็นไหมคะ ทุก ๆ ถาดจะมีอาหารครบทุกอย่างเลย มีอาหารคาว อาหารของหวาน มีผลไม้ มีน้ำด ดังนั้นเวลาเราจะสุ่ม หยิบอาหารถวายพระ เราหยิบถาดไหนก็ได้ เราหยิบไปแค่ถาดเดียว ทุกประเภทที่เราจัดไว้ โอ.เค. ไหอันนี้คือการสุ่มกลุ่ม วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบที่ 1 คืออาศัยน่าจะเป็น มีอยู่ 4 วิธีย่อย วิธีแรกคือ การสุ่มอย่างมีระบบ 3. สุ่มแบบชั้นภูมิ 4. สุ่มแบบกลุ่ม โอ.เค. นะคะ แต่ในการทำงานวิจัยจริง บางครั้งข้อมูลหรือกลุ่มประชากรที่เราศึกษานี่ มีจำนวนมาก ตามพื้นที่นะคะ เราอาจจะทำการสุ่มหลายขั้นตอนเมื่อก่อน ตอนที่ครูไปประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการใช้บริการ ความพึ่งพอใจที่มีต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐหน่วยงานหนึ่ง เป็นหน่วยงานเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น คราวนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บริการมีจำนวนมาก งบประมาณเรามีจำกัดในการไปเก็บข้อมูล เราก็มีการไปสุ่มแบบตัวอย่างหลายขั้นหลายขั้นตอนนะคะ ก็คือ ในตำบลนี้ เราอาจะแบ่งตำบลเป็นหมู่บ้านใช่ไหมคะ ในหมู่บ้าน เราก็สุ่มบ้าน เราอาจจะเอาเลขที่บ้าน ตามผู้ใหญ่บ้าน ตามแผนที่นะคะ แล้วก็สุ่มแบบมีระบบต่อ โดยการใช้หมายเลขที่บ้านนะคะ ที่ตั้งของบ้านที่อยู่ตามถนน เราก็ใช้ช่วงสุ่ม K กระโดดที่กระจายไปตามพื้นที่ ที่ให้บริการของหน่วยงานรัฐนั้นนะคะ อันนี้เราเรียกว่าการสุ่มแบบหลายขั้นตอนนะคะ ซึ่งการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ในแต่ละขั้นตอนจะใช้วิธีใดก็ได้จาก 4 วิธีพื้นฐาน 4 วิธีพื้ฐาน คือ สุ่มอย่างง่าย มีระบบ และชั้นภูมินะคะ คราวนี้เรามาดูงานวิจัยบางเรื่องนะคะ เราก็ไม่สามารถสุ่มวิจัยโดยอาศัยความน่าจะเป็นได้ เนื่องจากปัญหาวิจัยมีความเฉพาะเจาะจง จะไปสุ่มอย่างง่ายกับใครก็ไม่ได้นะคะ อย่างเช่น อยากจะศึกษาพฤติกรรมของหญิงตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่ อยากจะรู้ว่าบุหรี่จะส่งผลไม่ถึงทารกในครรภ์ได้ไหมคะ ไม่ได้ ถ้าได้ผู้ชายตายห่า ท้องใช่ไหม แถมได้ผู้หญิงที่ไม่ท้องไม่ตรงกับเรื่องอีก ใช่ไหมคะ หรือถ้าเกิดเขาได้ผู้หญิงท้อง เขาไม่เคยสูบบุหรีอีก ถ้างานวิจัยมันมีเฉพาะเจาะจง นะคะ โดยเฉพาะทางการแพทย์ที่ไม่อาศัยความน่าจะเป็น อย่างเช่นการเลือกโดยบังเอิญนะคะ หรือการเลือกแบบโคหรือการเลือกอย่างเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างที่ครูอธิบายเมื่อสักครู่นะคะ หญิงมีครรภ์ที่สูบบุหรี่ อยากจะรู้ว่าบุหรี่มีส่งผลต่อทารกในครรภ์อย่างไร นักวิจัยอาจจะเลือกการวิจัยแบบเฉพาะเจาะจง กำหนดคุณลักษณะของตัวอย่างที่เรากำลังจะศึกษาไว้ล่วงหน้า ในกรณีนี้อาจจะเปิดรับอาสาสมัครที่มีพฤติกรรมติดบุหรี่ เราก็ประกาศรับอาสาสมัคร ที่มีลักษณะแบบนี้เข้าร่วมโครงการกับเรา ส่วนการเลือกตัวอย่างบังเอิญ เพื่อความสะดวกในการเก็บข้อมูลถ้าเป็นเรื่องไม่ซีเรียส อยากจะถามว่า เราอยากจะถามว่าประชาชนมีความพึงพอใจต่อสินค้าบางชนิดของเราหรือไม่นะคะ อย่างเช่น ผงซักฟอกยี่ห้อหนึ่ง ไปเดินอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า เคยใช้ผงซักฟอกยี่ห้อง A ไหมคะ ถ้าเราบอกว่าเราเคย เป็นอย่างไรบ้างคะ ชอบไหมคะ พนักงานสนามเขาเจอเรา เขาก็ถาม เพราะเราบังเอิญไปที่ห้างสรรพสินค้าพอดี เราก็ไม่ได้เป็นตัวอย่างให้เขา อันนี้บังเอิญเจอนะคะ บังเอิญเจอในพื้นที่ตัวอย่าง เขาก็เลือกเราเป็นตัวอย่างนะคะ หรือวิธีสุดท้าย การสุ่มแบบก้อนหิมะ วิธีสุ่มก้อมหิมะ ก็คือ เก็บ 1 คน เก็บข้อมูลจากหน่วยตัวอย่างที่ 1 เสร็จแล้ว จะถามเขาว่า มีใครที่เขารู้จัก แบบนี้นะคะ หรือเป็นบุคคแนะนำ เป็นต้นการธุรกิจหลายอย่างก็ใช้ระบบแนะนำ แม้กระทั่งระบบขายประกัน ประกันภัยรถยนต์นะคะ ถ้าเราซื้อประกันกับเขาแล้ว แล้วเราแนะนำให้ไปซื้อกับเขาอีกค่าคอมมิชชัน อันนี้คือการเก็บจากคนที่ 1 แล้วก็กระจายไปคนรอบข้างของเขา ตอนนี้จบคอนเซ็ปตจบคอนเซ็ปต์การสุ่มตัวอย่าง สรุป เดี๋ยวครูจะให้นักศึกษาบางคนช่วยสรุปให้หน่อยนะคะว่า วันนี้เราคุยกันประเด็นเรื่อง วิธีการสุ่มตัวอย่างเป็นอย่างไรบ้าง เลขที่ 16 ใครนะ พลอย ขอถามพลอย พลอยมาไหมคะ หนูพลอย โอ.เค. มีกี่วิธีคะ วิธีการสุ่มตัวอย่างวิธีใหญก่อน วิธีใหญ่มีกี่วิธีคะ 2 วิธีแรกคือ การสุ่มโดยอาศัยความน่าจะเป็น วิธีนี้จะดีใช่ไปเพราะว่ามีสิ่งที่เกิดเท่า ๆ กัน ซึ่งมีลักษณะย่อยอยู่กี่อย่างคะ 4 ใช่ไหมคะพลอย 4 อย่างนะคะ แอน แอน หนูแอน ไหนคะ หนูแอนอยู่ไหนคะ 21 หรอ ไม่นั่งตามเครื่อง หนูแอน หนูแอนพูดได้อยู่ใช่ไหมโอ.เค. ๆ ค่ะ หนูแอนบอกการสุ่มตัวอย่างที่ใช้ความน่าจะเป็นมีกี่วิธีนะคะ วิธีย่อยมีกี่วิธี ตอบแค่ว่ามีกี่วิธีนะคะ หนูแอน มีกี่วิธีคะ ก. ไก่ 2 วิธี ข. ไข่ 2 วิธี ค. 4 วิธี ง. ถูกทุกข้อ (ล่าม) 4 วิธีค่ะ (อาจารย์) โอ.เค. นะคะ 4 วิธี ทวนนะคะ อย่างง่าย ภาษาอังกฤษใช่คำว่า Simple Random Sampling SRS วิธีที่ 2 สุ่มแบบมีระบบ systematic ตัวย่อใช้เป็น SYS จดเองนะคะ วิธีที่ 2 SYS ตัวย่อใช่คำว่า st Statistics กCluster Cluster ไปเลย ก็คือสุ่มกลุ่ม โอ.เค. เราจะพักเข้าห้องน้ำดื่มน้ำ 10 นาที แล้วมาเรียนต่อในพาร์ท 2 การหาตัวอย่าง ขนาดที่เหมาะสมในงานวิจัย เดี๋ยวเราพัก 10 นาทีเบรก โอ.เค. ค่ะ ครูเช็กชื่อห่อนนะคะ ก่อนจะเรียน Pert 2 เลขที่ 1 ชลิกานต์ เลขที่ 2 ค่ะไหนคะ เลขที่ 2 ชื่อเล่นแอนใช่ไหมีคะศิริชัยไหนคะ สิริชัย ยกมือ อ๋อ เลขที่ 5 ไหนคะ โอ.เค. เลขที่ 6 กาญจนานั่งคนเดียว Pertner เขาไม่มีหรือคะ เนย เตย หรือ เนย เตย เลขที่ 7 ชื่อเตย ไม่ เลขที่ 7 ยุ้ยหรอ ชื่อจริง ณัฐศินี ใช่ไหมคะ ยุ้ย อ๋อ... สุรเชฐษ์ฟ้า เลขที่ 9 ฟ้า เลขที่ 10 เต้ ไหนคะ เต้ไหนคะเต้ คืออยากจะจำว่าแต่ละชื่ออะไรด้วยนะคะ เพราะว่าครูยังจำพวกเราทุกคนไม่ครบนะคะ เลขที่ 11 จุฑามาศ 12 ภิสิทธิ์ 13 คมกฤษณ์ คมกฤษณ์ค่ะ 14 โสภิดา 15 อรศา 16 เยาลักษณ์ อ๋อ ขอโทษค่ะ เสาวลักษณ์ พลอย 17 กาญจนสิริไหนคะ 18 วรรณวิศา 19 วิภาภรณ์ 20 พัชราภา21 นัฐสุดา ไม่มาใช่ไหมคะ รู้ใช่ไหม อ๋อ ถ้าเขามาแล้วบอกนะคนไหนนะ จตุพร โอ.เค. เรียนต่อ เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะ คือเรื่องการวิจัยนี่ มันเป็นเรื่องที่ต้องเป็นการศึกษาที่อาศัยประสบการณ์ ในระดับปริญญาตรีของเรานี่ให้เข้าใจหลักการบ้าง ที่ประเด็นที่สำคัญนะคะ วิธีการก็คือให้เราศึกษาค้นคว้าจากงานวิจัยที่คนอื่นเขาทำไว้ เพื่อที่ที่เราจะได้เห็นรูปแบบหรือกระบวนการ การศึกษาวิจัยนั้น ๆ นะคะ คราวนี้เรามาดูว่ามาสุ่มตัวอย่างแล้วนะคะ อย่างเช่น งานวิจัยที่ครูให้ไปอ่าน เรื่องนี้จำได้ไหมคะ ผลกระทบของทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศ IT สมัยใหม่ และผลดำเนินการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ วันนั้นเราจำได้เราสนใจตัวแปรต้น ตัวแปรต้น ก็คือ ทรัพยากร IT ที่มีอยู่ตรงนี้ ณ ปัจจุบัน ส่งผลต่อตัวแปรตาม 2 ตัวใช่ไหมคะ ตัวแรกตามตัวที่ 1 ก็คือ ด้านไอทีสมัยใหม่ ส่วนตัวแปรตัวที่ 2 ก็คือ ผลดำเนินการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นนะคะ เวลาเราอ่านบทความนะคะ สิ่งแรกเราอ่านเป็นชื่อเรื่องที่สนใจไหม เราจะเข้าใจว่า คณะนักวิจัยทำไมเขาถึงศึกษาเรื่องนั้นนะคะ เราอ่านบทความวิจัยนะคะ อย่างแรกเราจะเห็นความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาถัดจากนั้นหัวข้อที่เราจะเจอก็คือสมมติฐานการวิจัย และวัตถุประสงค์ของการวิจัยใช่ไหมคะ สมมุติฐานการวิจัยนี่ มันเป็นลักษณะของข้อคำถามที่เขาว่าตอนนี้เขาสงสัยับเขามันเป็นจริงไหมนะคะ อย่างเช่นเรื่องนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัยก็ และผลกระทบทั้ง 2 อย่างนะ ความสัมพันธ์กับผลกระทบว่า IT ว่าทรัพยากรด้านไอทีที่มีอยู่ตรงนี้ ส่งผลต่ออะไรคะ ส่งผลต่อธุรกิจและผลการดำเนินงานต่อธุรกิจเขาหรือไม่ การสุ่มตัวอย่างของเขา เรามาดู จะรู้ว่าเขาสุ่มตัวอย่างโดยมีวิธีอะไร เราก็ต้องรู้ Step แรกว่าประชากรที่เขาศึกษาเป็นใคร ใช่ไหมคะ อย่างงานวิจัยนี้ นักวิจัยเขากำหนดประชากรที่ศึกษาเป็นผู้บริหารฝ่ายไอทีของธุรกิจจำนวนเท่าไรคะ จำนวนไม่มีใครหรอ แป๊บหนึ่งนะคะ หมายเลข 8 หมายเลข 8 หมายเลข 8 ครูถามอีกงานวิจัยนี้ ประชากรมีจำนวนทั้งหมดกี่คนคะ จากสไลด์นี้ ประชากรมีทั้งหมดกี่คนกี่คนคะ 8,400 8,400 คนนะคะ เราจะเห็นว่าเขารู้ได้อย่างไรว่า มีทั้งหมด 8,400 คน เขาอ้างอิงจากไหน เวลาเราเห็นบทความวิจัยเราจะเห็นจากเนื้อหา ส่วนนี้สำคัญมากเวลาเราไปคัดลองหรือไปอ้างอิงงานใคร เราจะต้องมีการอ้างอิงในเรื้อหา ถ้าเราไม่เขียน 1. ข้อมูลนั้นจะขาดความน่าเชื่อถือ 2. สำคัญมาก อาจจะเป็นการคัดลอกผลงานของผู้อื่นโดยที่เราไม่ได้เจตนา ซึ่งผิดจรรบาบรรณนักวิจัยจำไว้นะ เวลาเราจะศึกษาอะไร ถ้าเรามีการคัดลอกหรืออ้างอิงงานของใคร เราต้องมีการอ้างอิงสำหรับในสถิติตรงนี้เรามาดู หลังคำว่า 8,400 อ้างอิงไว้ 17 17 ตรงนี้ทราบไหม 17 ตรงนี้คือ เป็นเอกสารอ้างอิงหมายเลข 17 ถ้าเราไปดู Paper บทความวิจัยฉบับเต็มนะคะ ที่ครูให้ไป เดี๋ยวเรามาเปิดดู ตัวนี้นะคะ อันนี้คือ Paper ตัวเต็มเราเลื่อนมาตรงเอกสารอ้างอิงหน้าสุดท้าย เห็นไหมคะ 17 ก็คือเขาอ้างอิงจากอะไรคะ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 2559 ระบบคลังข้อมูลธุรกิจ สืบค้นจาก URL นี้ เห็นไหมคะ ดังนั้นงานวิจัยอะไร ถ้าเราก็ต้องอ้างอิง ถ้าเราสนใจพฤติกรรมการใช้ Smart Phone ของนักศึกษาราชภัฏสกลนคร มีทั้งหมด สมมุติ 12,000 รู้ได้อย่างไร 12,000 คน เราก็อ้างอิงว่า สำนักงานทะเบียนโอเคไหมคะ เราก็ต้องอ้างอิงหน่วยงานที่เขาบันทึกไว้ แล้วก็ต้องเขียนอ้างอิงในลักษณะนี้ โอ.เค. นะคะ อันนี้ประเด็นแรกก็คือ เรารู้ว่าประชากรเป็นใคร แล้ว เราค่อยมาออกแบบวิธีการสุ่มตัวอย่าง และกำหนดขนาดตัวอย่าง อย่างงานวิจัยนี้ กลุ่มตัวอย่างนะคะ ผู้วิจัยกำหนดไปเลย เห็นไหมคะว่า จะต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้นเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเท่านั้น และจำนวน 400 คน ขนาดตัวอย่าง n มีค่าเป็น 400 400 คำนวนได้อย่างไร เขาเปิดตารางสำเร็จรูปของ แสดงว่าวิธีกำหนดตัวอย่างที่เราอาจจะทำได้ ก็คือของ เครซี่ ดูรายละเอียดจากเอกสารอ้างอิงหมายเลข 18 เห็นไหมคะ แล้วเขาใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง แบบแบ่งชั้นภูมิ ข้อสำคัญเวลาเขียน Paper หรือบทความวิจัย เราจะสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิแล้ว เราควรจะบอกว่าชั้นภูมิของคุณ หรืองานที่คุณศึกษาคืออะไรนะคะ หรือตัวนี้ชั้นภูมิของเขาตามอะไรคะ ภูมิภาค ที่ตั้ง ธุรกิจเห็นไหมคะ อย่างเช่น ชั้นภาคเหนือ ชั้นภูมิภาคอีสาน ใต้ ชั้นภูมิภาคกลาง มี 4 ชั้นภูมินี้ เวลาเก็บตัวอย่าง ก็ต้องเก็บมาจากทุก ๆ ชั้นภูมิ ชั้นภูมิ ก็คือ ทุก ๆ ภาค โอ.เค. ไหมคะ อันนี้คือตัวอย่างที่ 1 นะคะ ส่วนบทความที่ 2 ที่ให้เราไปอ่านนะคะ ก็จะเป็นเรื่องการพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ แบบมีปฏิสัมพัตรงนี้วัตถุประสงค์มี 3 ข้อ เป็นลักษณะการพัฒนาสื่อการเรียนนะคะ คือเราจะต้องสร้างบทเรียน อิเล็กทรอนิกส์ แล้วค่อยมาศึกษาประสิทธิภาพของมัน เรามาดูประชากรที่เราออกแบบไว้นะคะ ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา และผู้สอน แสดงว่าประชากรเป็นทั้งนักเรียน เป็นทั้งอาจารย์ เห็นไหมคะ ดังนี้ ตัวอย่างก็ต้องประกอบด้วย 2 อย่างส่วนที่ 1 ก็คือผู้สอน ต้องมีหน้าที่ ใช้บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ด้วยนะคะ เขาสุ่มตัวอย่างมีกี่คนคะ 5 คน ซึ่งการสุ่มตรงนี้ ครูว่าเอาไว้ใช้ความน่าจะเป็น 5 คนนี้ ถูก Fix กำหนด เจาะจงลงไปเลยว่าต้องเป็นผู้สอน 5 คนนะ ที่ใช้บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ ถูกกำหนดแล้ว ว่าเป็นใครสอนบ้าง นายเอ สอน นายเอก็ต้องเข้างานวิจัยนี้นะคะ สว่นที่ 2 ผู้เรียนนะคะ ตรงนี้ผู้เรียนจำนวน 150 คน ก็คือนักเรียนที่เรียนใน 5 วิชานี้ ทั้ง 2 ส่วนนี้ผู้วิจัย มีการกำหนดตัวอย่าง โดยใช้วิธีเจาะจงเห็นไหมคะ ไม่ได้สุ่มอย่างง่าย ไม่ได้สุ่มแบบชั้นภูมิ ไม่อาศัยความน่าจะเป็นการพัฒนาสื่อนี้ แล้วก็ใช้สอนในหน่วยงานแห่งหนึ่ง ก็คือจากงานวิจัยนี้นะคะ คราวนี้เรามาดูว่า การกำหนดขนาดตัวอย่าง เราต้องคำนึงถึงตัวอย่าง 1. ค่าใช้จ่าย ยิ่งใช้ตัวอย่างมาก ไปถามคนจำนวนมากก็ต้องใช้เงินเยอะนะคะ ใช้เวลามากนะคะ อันนี้จะต้องคิดว่างานวิจัยเรามีงบประมาณเท่าไรนะคะ 2 ถ้าประชากรมีขนาดใหญ่ เราก็ควรจะเลือกตัวอย่างที่มันใหญ่นะคะ แต่ถ้าเกิดประชากรขนาดใหญ่นั้นมันมีความเหมือนกันมาก ไม่จำเป็นต้องสุ่ม จำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น ใน 1 หม้อ ต้มยำ 1 หม้อ เราอยากจะชิมว่ามันอร่อยไหม การชิมก็คือการสุ่มตัวอย่าง เราใช้ทัพพีคน ๆ ให้มันเข้าเนื้อเข้ารสชาติในหม้อนั้น เราใช้ช้อนตักมาแค่ ชิมแค่คำเดียวเราก็รู้ว่าแกงต้มยำนั้นอร่อยไหม อันนี้ ก็จะเิป็นความสำคัญอีกอันหนึ่งที่เราต้องพิจารณษอย่างหนึ่งที่เราจะพิจารณามีความหลากหลาย คุณต้องสุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ แล้วก็ถ้าเกิดให้คำตอบของงานวิจัยมีความแม่นยำมากเท่าไรก็ตาม ยิ่งต้องใช้ตัวอย่ขนาดใหญ่ขึ้นโอเคไหมคะ ความคาดเคลื่อนมันน้อย ก็ต้องสุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ขึ้น โอ.เค. ไหมคะ อันนี้คือสิ่งที่เราต้องคำนึกถึงเวลากำหนดขนาดตัวอย่าง คราวนี้เรามาดูการคำนวณอย่างง่าย อย่างแรกนะคะ การกำหนดขนาดตัวอย่าง วิธีของ ทาโร่ ยามาเน่ ก็คืว่า เป็นการกำหนดขนาดตัวอย่าง เพื่อมุ่งคำนวณหรือประมาณค่าสัดส่วนของประชากรเป็นหลักนะคะ ดังนั้นประชากรที่เราศึกษาจะต้องแบ่งเป็นคุณลักษณะเชิงกลุ่ม อย่างเช่นที่ครูยกตัวอย่าง จะขึ้นค่าหน่วยกิต นักศึกษาจะพอใจหรือไม่พอใจ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เห็นไหมคะ นักศึกษาที่เห็นด้วยเป็นจำนวนเท่าไร ตัวนี้แหละคือการประมาณค่าสัดส่วน ตัวสูตรที่ใช้ในการคำนวณ n ก็คือขนาดตัวอย่าง มีค่าเท่ากับ N ขนาดประชากร หารด้วย 1+ N หารด้วย e ยกกำลัง 2 e ย่อมาจากวำว่า Errrpก็คือความคลาดเคลื่อน สัดส่วนตัวอย่างจะแตกต่างจากค่าสัดส่วนประชากร เราจะให้แตกต่างส่วนใหญ่แต่งต่างกับได้ 1 จะมีค่าเป็น 0.01 ถ้าให้มันแต่งต่างกันได้ไม่เกิน 0.5 ก็คือแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ e ส่วนใหญ่จะใช้แค่ 2 ระดับ 0.01 กับ 0.05 แต่บางงานถ้าเกิดงบประมาณมันมีจำกัด ตรงนี้ก็อาจจะเพิ่มเป็น 0.1 ก็ได้คราวนี้เรามาดูว่า วิธีการคำนวณเราคำนวณอย่างไร จากตัวสูตรนี้นะคะ จากงานวิจัยที่ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นะคะ ทรัพยากรที่มีต่อความสามารถด้าน IT สมัยใหม่ อสังหาทรัพย์ เป็นเครื่องคิดเลขเลยนะ ว่าจาก Paper นี้ เขาบอกประชากรมีค่า 8,400 คน เห็นไหมคะ อ้างอิงจากเว็บไซต์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช่ไหมคะตรงนี้ ถ้าเราคำนวณ เอาค่านี้ไปคำนวณหาด้วย ถ้าเราเอาค่านี้ไปคำนวณตอนนี้ถ้ากำหนดให้ความคาดเคลื่อนE เท่ากับ 0.05 แล้ว N จะมีค่าเท่ากับเท่าไร ทดเลยนะคะ เอากระดาษมาทด แทนค่าตามสูตรนี้นะคะ n เท่ากับ 8,400 ส่วนด้วย 1+8,400 คูณ 0.05 ยกกำลัง 2 ตามตัวสูตรนี้เลย ในระหว่างนี้ให้นักศึกษากดเครื่องคิดเลขนะคะ เท่ากับเท่าไร ผู้โชคดี ได้คำตอบหรือยังคะ ครูลองถามคนนี้ดูสิ คิด... 13 เต่าใช่ไหมคะ เต่าใช่ไหมคะ เต้ เต้ หมายเลข 13 เต้ใช่ไหม กดเครื่องคิดเลขได้เท่าไรคะ (ล่าม) ยังไม่ได้คิดเลยครับ (อาจารย์) คิดเลย ครูรอค่ะ ครูรอ คนอื่นก็คิดด้วยนะคะ เดี๋ยวเต้ตอบแล้ว ครูจะถามคนที่ 2 คิดได้ตรงกันกับเต้หรือไม่n มีค่าเท่าไร จากสมการนี้นะคะ 8,400 หารด้วย 1 บวก 8,400 คูณ 0.05 ยกกำลัง 2 โดยใช้เครื่องคิดเลขใน Smartphone ก็ได้ PC เราก็ได้นะคะ เท่าที่ครูเดินดูนะคะ มีปัญหาในการใช้เครื่องคำนวณด้วย ถ้าเราใช้เครื่องคิดเลขไม่ถูกต้อง คำตอบก็ผิด งั้นในเบื้องต้นให้พวกเราคำนวณทีละจุด แล้วจดคำตอบไว้ แล้วเอาไปแทนค่าสมการไปจนได้คำตอบ ถ้าเราได้คำตอบแล้ว เดี่ยวครูจะบอกวิธีการกดเครื่องคิดเลขที่มีความเป็นมืออาชีพนะคะ สเต็ปแรกจากตัวนี้เศษมันเป็นจำนวนเดียว 8,400 เราก็อย่าเพิ่งกดก็ได้ เราไปดูตัวที่ยุ่งยากที่ตัวหารข้างล่าง 1 บวกด้วย 8,400 คูณ 0.05 ยกกำลัง 2 กดตามเลย 0.05 ยกกำลัง 2 เดี๋ยวครูจะพากดวิธีบ้าน ๆ นะคะ เดี๋ยวครูเปิดเครื่องคิดเลขให้ดูด้วยพร้อม ๆ กันตอนนี้หน้าจอพวกเรามีเครื่องคิดเลขเหมือนไหมคะ โอ.เค. ครูจะกดเครื่องคิดเลข จริง ๆ ครูคิดในใจได้อยู่นะ 0.05 แล้วก็ทำไมคะ X ยกกำลัง 2 เห็นไหม แสดงว่า 0.05 ยกกำลัง 2 มีค่าเป็นเท่าไรคะ 0.0025 จากนั้นเอาค่านี้ไปคูณอะไร 8,400 คูณ 8,400 กดเท่ากับ เป็นเท่าไรคะ 21 จากนั้นเอาไปทำอะไรคะ บวก 1 เท่ากับ ความจริงมันปัดนะ คำตอบมันปัด ไม่เป็นไร 22 จากสมการพาวเวอร์พอยส์ อะไรคะ หารด้วย 22 โอ.เค. เต้ตอบครูได้แล้ว 8,400 หาร 22 เป็นเท่าไหร่ เต้ตอบเท่าไร ตอบทศนิยม 1 ตำแหน่ง 381 ครับ (อาจารย์) จุดอะไรคะ ทศนิยม 1 ตำแหน่ง ตอบโดยประมาณค่ะ จุด (ล่าม) .1 ครับ (อาจารย์) จุด 81 ไหม (ล่าม) .81 (อาจารย์) โอ.เค .81 ตรงกันกับครูเลยใช่ไหมคะ ทุกคนกดได้เท่ากันกับครูไหม มีไหม ไม่มีนะ เรากดเครื่องคิดเลขได้ขนาดตัวอย่างเท่ากับ 381.81 หน่วยเป็นจำนวนคน คนเป็นจำนวนนับ อันนี้ให้จำไว้เลยนะคะ คนเป็นจำนวนนับ ทศนิยมเท่าไรก็ตามให้ปัดขึ้นเสมอ ไม่ว่ามันจะเป็น .1 .2 เพราะเราถือว่าหน่วยนั้นก็คือใช้ตัวอย่างจำนวน 382 คนนะคะ อันนี้ก็เป็นเสน่ห์อีก ถึงแม้เราคำนวณได้ 332 เราก็เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้เสมอ อย่างน้อย 5 เปอร์เซ็นต์ ปัดตัวเลขนี้ให้เป็นตัวเลขกลม ๆ คือปัดขึ้น ผู้วิจัยอาจจะใช้ตัวอย่างขนาด 400 คน ก็ได้นะคะ เหมือนอย่างใน Paper นี้ ใช้กี่คนเอ่ย เรามาดู Paper เต็มนะคะ ตอนนี้พวกเราเปิดไฟล์บทความที่ครูให้นะคะ ดูในหน้า... หน้า 53 นะคะ ในหัวข้อวิธีการดำเนินการวิจัย เห็นไหมคะว่าผู้วิจัยใช้ตัวอย่างขนาดกี่ร้อยคนคะ 400 คน แต่ค่าที่แท้จริง ถ้าใช้โดยวิธี Taro Yamane แล้วจะไม่ปัดลงเด็ดขาดนะคะ อาจาย์ ไม่ค่อยมีเอา 350 ได้ ไม่ได้ เพราะต้องการความคลาดเคลื่อน ความคาดเคลื่อนได้ 382 ถ้าคุณปัดลง Error ของคุณมันจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นวิธีการปัด มีแต่ปัดขึ้นอย่างเดียวนะคะ หรือถ้าอยากให้ตัวอย่างมันลดลงได้ไหม ที่คุณจะเพิ่มค่า e Error ถ้าเราจะให้ Error เป็น 0.05 มันคำนวณได้ 382 382 แต่เราต้องการลดเราก็ไปเพิ่ม E ให้ E มีค่าผิดพลาดได้ 10 เปอร์เซนต์ เรายอมรับได้ไหม ถ้าเราใช้ความผิดพลาด 10 เปอร์เซ็นต์ n มันจะลดลง อันนี้มันเป็นหลักการกำหนดตัวอย่าง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณค่าสัดส่วนประชากรเป็นสำคัญนะคะ ทีนี้อีกวิธีหนึ่ง วิธีของ ครอกแครน ของ... จริง ๆ วิธีนี้ เหมาะสำหรับการประมาณค่าสัดส่วนเหมือนกัน แต่ที่มาของสูตรนะคะ ก็คือใช้การจัดแจงแบบปกติพิจารณาในตัวสูตร ดูในตัวสูตรนะคะ ตรงนี้ n คือขนาดตัวอย่างที่กำลังจะคำนวณหาค่านะคะ n เท่ากับ n คูรด้วย C Score ยกกำลัง 2 ส่วนด้วย E ยกกำลังสอง ความหมายของในตัวสูตรตรงนี้ก็คือ p ก็คือสัดส่วนของประชากรที่เราสนใจ1-P ถ้าในตำราอื่น แทนด้วย q ก็คือลักษณะประชากรที่มีลักษณะที่เราไม่สนใจ อย่างเช่นการขึ้นค่าเทอมของนักศึกษาหรือค่าหน่วยกิต คนที่เห็นด้วยคิดเป็นสังส่วน P คือ 0.6 60 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วย ดังนั้น 1-p ก็จะเป็นส่วนที่เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 1-0.6 ก็เป็นสัดส่วนของประชากรที่ไม่เห็นด้วย คูณกับตรงนี้ คือความน่าจะเป็นแบบการจัดแจงแบบปกติมาตรฐานระดับนัยสำคัญที่เรากำหนดล่วงหน้า ถ้าเราใช้ความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ค่า C Score จะมีค่าเป็น 1.96 เสมอ จำไปเลยนะคะ ถ้าความเชื่อมั่นสูงขึ้น C สกอร์ก็มีค่าสูงขึ้นเป็น อันนี้ได้จากการเปิดตารางสำเร็จรูปนะคะ หรือใช้ซอฟต์แวร์คำนวณ ส่วนอิเล็กหรือก็คือความคาดเคลื่อนที่เรายอมรับไค่าประมาณกับค่าพารามิเตอร์ อันนี้คือตัวสูตร ส่วนในกรณีที่เราไม่ทราบค่าสัดส่วนประชากร เราต้องใช้ N ก็คือ ให้ เทอมนี้นะคะ P คูณ 1-P จะมีค่า Maximum เมื่อ P เป็น 0.5 นะคะ สูตรที่ได้ก็คือเปลี่ยนเป็น n n นะคะ เท่ากับ Cochran ส่วน 4 คูณ e ยกกำลัง 2 จากบทความเดิมนะคะ สถานการณ์เดียว ประชากรคือผผู้บริหารของอสังหาริมทรัพย์ ถ้าเราใช้สูตรของครอกแคร่น ในการกำหนดขนาดตัวอย่าง ที่ระกับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบค่าสัดส่วนประชากรนะคะ ตรงนี้ ถ้า e มีค่าไม่เกิน 0.05 n เป็นเท่าไร เท่ากับ C Score ตรงนี้ความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ C Score มีค่าเท่าไรคะ 1.96 ก็แทนค่าลงไป 1.96 ยกกำลัง 2 หารด้วย 4 คูณ e 0.05 ยกกำลัง 2 ทุกคนกดเครื่องคิดเลขเลยค่ะ โดยวิธีของครอกแคร่นะคะ สูตรอยู่ข้างล่างแล้ว เมื่อกี้ครูบอกใช้เครื่องคิดเลขแล้ว เดี๋ยวครูเดินดูนะคะ ใครเล่นมือถือ Facebook หรือไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ครูสอน ครูจะทำการยึกมือถือนะคะ 1.96 ยกกำลัง 2 หาร 4 คูณด้วย 0.05 มีใครได้คำตอบแล้วบ้างคะ ถามเราค่ะ ได้เท่าไรคะ เพื่อนข้าง ๆ ช่วยดูด้วยนะ n มีค่าเท่ากับเท่าไรคะ ได้ท่าได้เท่าไรคะ จริงหรือเปล่า โอ.เค. เดี๋ยวรอเพื่อนหมายเลข 23 ก่อนนะคะ กำลังตอบ ได้เท่ากับครูไหมคะ 384.16 ได้เท่ากันกับครูไหมคะ เดี๋ยวรอหมายเลข 23 ชื่ออะไรนี่ เต่า คมกฤษณ์ เดี๋ยวรอเต่าตอบ โอ.เค. ตอนนี้พวกเรา ตอนนี้เปิดโปรแกรมเครื่องคิดเลขเหมือนครูไหมคะ เดี๋ยวตอนนี้ครูจะแนะนำการใช้เครื่องคิดเลขใน PC นิดหนึ่ง เนื่องจากการกดสมการมีความซับซ้อน ให้เราใช้เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ เราเปิด Calculator ขึ้นมา มันจะเป็นพื้นฐานแบบนี้ เห็นไหมีให้เราไปคลิกที่เมนูย่อยของเขา ให้เลือกเป็นเครื่องคิดเลขแบบวิทยาศาสตร์นะคะ แบบ ไซแอนทิฟิเห็นไหมคะ คลิกเลือก จากนั้นสมการของเราก็คือ เศษ 1.96 ยกกำลัง 2 เพื่อความถูกต้องเราต้องเปิดวงเล็1 ครั้ง แล้วคลิกที่ วงเล็บ 1 ครั้ง สังเกต เราคลิกวงเล็บห้อยอยู่ มันจะมีเลข 1 เล็ก ๆ ห้อยอยู่ เปิดวงเล็บครั้งที่ 1 เปิดอยู่ จากนั้นกด 1.96 ยกกำลัง 2 ปิดวงเล็บ พอเราปิดปั๊บ วงเล็บเปิดหมายเลข 1 หายไปแล้ว มันเปิดแล้วก็ปิดเรียบร้อยภายในตัวมันแล้ว จากนั้นหาร สิ่งที่เราสัทุก ๆ ครั้งที่เรากด แถบคำสั่งข้างบนตรงนี้เห็นไหมคะ มันมีวงเล็บเปิด หรืออะไรคะ ไม่ใช่แควรูท สแควนะคะ .196 ปิดวงเล็บ ถ้าเราหารตัวส่วนก็ต้องใส่วงเล็บเปิดนะคะ เปิดวงเล็บ 4 คูณ เปิดวงเล็บอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ครูเปิดวงเล็บ 2 ครั้ง มี เลข 2 ห้อยอยู่ คุณเปิดวงเล็บไป 2 ครั้ง เวลาปิดคุณก็ต้องปิดให้ครบ ในวงเล็บอันที่ 2 นี้ ก็พิมพ์ลงไปว่า 0.05 ยกกำลัง 2 0.05 ยกกำลัง 2 ปิดวงเล็บครั้งที่ 1 แล้วก็เปิดอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็กดเครื่องหมายเท่ากับ เห็นไหมคะ นี่แถบคำสั่งมันเกิดขึ้น สแควร์ 1.96 หารวงเล็บเปิด 4 คูณ Square 0.05 วงเล็บปิด 2 ครั้ง มีค่าเท่ากับ 384.16 เห็นไหมคะ แสดงว่าขนาดตัวอย่างถ้าใช้สูตรของ Cochran ถ้ากำหนดให้ความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ แล้วให้ Error นะคะ จะต้องใช้ตัวอย่างอยู่ 385 คน เห็นไหมคะ .16 เกิดขึ้นนิดเดียวไม่ถึง 5 ก็ช่าง เราต้องปัดขึ้นเสมอ จำไว้นะคะ n มีค่าเป็น 385 แต่ในงานวิจัยนี้เขาบอกนะคะ ได้บอกแล้วนะคะ เผื่อเหลือเผื่อขาด โอ.เค. ไหมคะ Excel คำนวณ ตอนนี้ให้พวกเราเปิด Excle เพราะว่าเราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของการเปลี่ยนค่า Parameter บางค่า ว่ามันส่งผลต่อ N อย่างไรนะคะ เปิด Excel ขึ้นมาแล้วเราพิมพ์ตามครูนะคะ n เท่ากับ e แล้วก็วิธีทาโร่ ยามาเนพิมพ์แค่ส่วนนี้ตามครู เปิด excel ให้รวดเร็วนะคะ ให้เราพิมพ์เหมือนในพื้นที่ Backgroumdสีเหลืองของครู ตรงสูตรเราไม่ต้องนะคะ เพราะครูใช้โปรแกรม... ซึ่งพวกเราอาจจะไม่มีนะคะ แต่พิมพ์เฉพาะตาราง 2 ช่องนี้ มี n= นะคะ เว้นว่างไว้ ตรงนี้เดี๋ยวเราจะเติมตัวเลขลงไป สำหรับรายวิชานี้ส่วนแรกพวกเราต้องทำความเข้าใจการวิจัยเสียก่อน สักเล็กน้อยนะคะ ส่วนเรื่องสถิติ ที่ต้องใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ในส่วนนี้ลำดับถัด ๆ ไป ในส่วนนี้ต้องเป็น Concept ก่อเราจะต้องอ่านงานคนอื่นเยอะ ๆ นะคะ เพื่อให้เกิดไอเดียและความเข้าใจพื้นฐาน โอ.เค. เดี๋ยวพวกเรามาคำนวณพร้อมกันกบัครูนะคะ ใครที่ยังไม่ได้ใส่เส้นขอบ หรือตีช่องใน Excel ก็ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเรามาคำนวณแบบ ทาโร่ ยามาเน่ อันดับแรก เราจะต้องรู้นะคะว่า ประชากรของเรามีขนาดเท่าไร ขนาดประชากรแทนสัญลักษณ์ด้วย N อยู่ในช่องข้าง ๆ N เท่ากับ คือการใช้ Excel มันจะมีพิมพ์อ้างอิงที่อยู่ของข้อมที่เรียกว่าเซลล์ ครูจะต้องตอบลงไปในช่อง G อะไรคะ คอลัมน์ G เวลาเราดูชื่อเซลล์เราดูตรงนี้ เห็นไหมตรงเมาส์ที่ครูชี้ ตรงช่อง G2 ขนาดประชากร ครูก็ตอบลงไป เป็น 8,400 ของเราอาจจะเป็นช่องอื่นก็ได้นะคะ ของเราอาจจะเป็นช่องอื่น อาจจะเป็นช่อง H ช่อง E หรือ F ก็ได้ แล้วแต่งานของคุณ ถัดมาข้างล่าง Error เท่ากับเท่าไหร่ ตอนนี้เราจะใช้ แอร์เรอร์ ครูพิมพ์ลงไปเป็น 0.05 นะคะ ขนาดตัวอย่าง n ครูจะให้คำตอบ N อยู่ในช่องนี้นะคะ ช่อง J5 นะคะ J5 จะเป็นขนาดตัวอย่างที่โดยใช้สูตรของ Taro Yaman สูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ ก็คือ n เท่ากับ N บวก N คูณ e ยกกำลัง 2 วิธีการพิมพ์สูตร ครูก็พิมพ์เข้าไปที่ช่องที่จะเป็นคำตอบนะคะ ครูก็พิมพ์ = เวลาคำนวณอะไรก็แล้วแต่ เป็นการสั่งให้โปรแกรมเข้าใจว่า=N ตอนนี้ N= 8,400 ครูก็ไม่ต้องพิมพ์ 8,400 ครูก็เอาเมาส์มาคลิก 8,400 แต่ในแถบสูตรมันจะเกิดในแถบ G2 ที่อยู่กล่องที่มันอยู่นะคะ 8,400 หารด้วย กดหารที่คีย์บอร์ดนะคะ วงเล็บเปิด ตอนนี้กดคีย์บอร์ดนะคะ (1+ บวกอะไรคะ 8,400 ครูก็เอาเมาส์มาคลิกที่ 8,400 จะเกิด g 2 ขึ้นอีกแล้ว เพราะมันอ้างอิงที่อยู่ เพราะตอนนี้มันเป็น 8,400 เห็นไหมคะ คูณวงเล็บเปิดอีกครั้งหนึ่ง e ก็เอาเมาส์มาคลิกที่ 8.05 จะเกิดขึ้นเป็น G3 จากนั้นยกกำลัง 2 ให้กด Shift และเลข 6 นะคะ หมายถึงการยกกำลัง 2เราดูในแถบสูตรที่เรากำลังพิมพ์สูตรนะคะ เรามีกี่ครั้ง 2 ครั้ง เวลาปิดเราก็ปิด 2 ครั้งนะคะ ปิดสีแดง ต่อไปครูปิดสีดำครบละ นี่คือสูตรที่ใช้หา n แล้วก็ Enter ใครเสร็จแล้วก็Enter นะคะ คำตอบมาแล้ว เดี๋ยวครู Copy สูตสูตรของพวกเราอาจจะแตกต่างตากครู เนื่องจากที่อยู่ของข้อมูลเราอยู่คนละช่องกับครูนะคะ อันนี้คือแถบสูตรนะคะ อันนี้คือแถบสูตร ใช่ค่ะ ใช้ G3 ของครูคือ 0.05 กดตรงไหนคะ นี่พิมพ์ตามนี้เลยค่ะ แต่ตอนนี้ครูพิมพ์ตามการเว้นช่องไฟ 1 ช่องไฟคาเร็กเตอร์ข้างหนั้มันจึงมีคุณสมบัติเป็น text ประโยคนี้จะถูก Compute ทันที ใช่ค่ะ แล้วกด Enter ค่ะ มาไหมคะ 381.82 มันปัดมา ไม่เป็นไร เดี๋ยวครูจะขยายให้เราดูทศนิยมมากขึ้น เราขยายช่องให้มันกว้างขึ้น ความละเอียดของค่าทศนิยมก็จะมากขึ้น เราก็จะเห็นค่าที่แท้จริงมากขึ้น ได้เท่ากันกับครูหรือยัง ต่อไปครูจะบอกคาถาลับ เพราะว่าจำนวนคนเราไม่เป็นทศนิยมใช่ไหมคะ มันมีคำสั่งที่มันปัดตัวเลขให้เราตลอดโดยที่เราไม่ต้องมาปัดเอง ดูดี ๆ นะคะ ให้เราดับเบิ้ลคลิกเข้าไปที่คำตอบ 381 นี้ ให้ Cursor อยู่ข้างหน้า เห็นไหมคะ ให้มันกระพริบ ๆ อยู่ เราจะใช้ฟังก์ชันในการปัดเศษขึ้น ที่เรียกว่า Row Up und เราปัดเศษ เราปัดขึ้นเสมอไม่ว่าอะไรก็ตาม Row Up แล้วก็วงเล็บเปิด อย่าเพิ่ง Enter นะคะ เราพิมพ์ Roup ( ประโยคสูตรเหมือนเดิมนคะไม่ต้องแก้ไข ให้เราเลื่อนwxmใส่ , และใส่เลข 0 เป็นการบอกว่า เธอปัดเศษขึ้นนะคะ ทศนิยมไม่เอาเลย ตอบเป็นจำนวนเต็มเสมอ แล้วก็ปิดวงเล็บ แล้ว Enter ค่ะ มันปัดขึ้นให้เห็นไหมคะ เป็น 382 เดี๋ยวครูทำให้ดูนะคะ เดี๋ยวแป๊บหนึ่ง ๆ เดี๋ยวครูก็อปปี้ 0 ให้ดูอันนี้คือตัวสูตรนะคะ สังเกตนะคะ Round up ตรงนี้ แล้วก็ตามด้วยอะไรคะ วงเล็บเปิด อันนี้คือส่วนที่เพิ่มเข้าไป แล้วก็เพิ่มอันนี้เข้าไปนะคะ เพิ่มเพิ่มวงเล็บปิดตรงนนี้นะคะ หลังวงเล็บปิดนี่เปลี่ยนเป็นเพิ่มคอมมาเข้าไป นี่คือส่วนที่เราเพิ่มเติมจากเดิมนะคะ เห็นไหมคะ สีดำคือคำสั่งเดิม สีแดงคือคำสั่งที่เพิ่มเข้าไป เพื่อให้มันปัดทศนิยมให้มันขึ้นเสมอ คราวนี้ถ้าเราจะใช้ Error เราบอกว่า n ตรงนี้มันเยอะไป ไม่มีเงินไปเก็บ เราเพิ่มความคาดเคลื่อนได้ไหม ไม่ต้องเอาหรอก 5 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็คือ 0.10 ตอนนี้เราจะลองคำนวณสถานการณ์ลองคำนวณสถานการณ์เดียวกัน แต่ใช้ Airler เป็น 10 ที่ช่อง K5 ของครูจะเป็นคำตอบกรณีที่ N เป็น 8,400 แล้ว e มีค่าเป็น 10 เปอร์เซ็นต์นะคะ ตอนนี้เราสามารถคัดลอกสูตรได้ แต่ครูจะให้เราพิมพ์เข้าไปใหม่เป็นการทำซ้ำ และทบทวนนะคะ ถ้าชำนาญแล้ว การ Copy สูตร คัดลอกสูตร คุณจะทำได้ด้วยตัวเองอยู่แล้วนะคะ เท่ากับ Round Round up วงเล็บเปิด อะไรคะ เลียนแบบข้างล่างเลย ไปคลิกขนาดประชากร G2 หาร วงเล็บเปิด 1+คลิกขนาดประชากร n คูณ วงเล็บเปิด Airler ตอนนี้เราจิ้มตัวนี้ได้ไหม เราจิ้มตัวนี้นะ 0.1 อยู่หัวตารางนี่ หรือค่า k ตรงนี้เราจิ่มตรงนี้ แล้วก็ยกกำลัง 2 แล้วก็ปิดวงเล็บ คอมม่า แล้วก็ปิดวงเล็บ 0 ,0) ตามนี้เลย ใครได้แล้ว Enter ตอบเป็นเท่าไรคะ โอ.เค. โอ้โห เห็นไหม ถ้าความคาดเคลื่อนสูงขึ้น ขนาดตัวอย่างเป็นอย่างไรคะ ลดลง แต่ดีไหม อยากสร้างบ้านที่ความคาดเคลื่อนไหม ทำงานอะไรเราไม่อยากให้มีความคลาดเคลื่อนนะคะ ดังนั้นจึงเป็นเสน่ห์ของนักวิจัย ที่จะต้องเลือกความคลาดเคลื่อนที่เหมาะสมภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด เราจำตรงนี้ไว้นะคะ ส่วนตรงนี้ ครูฝากทำเป็นการบ้านนะคะ ความเชื่อมั่นของ Cochran 95 เปอร์เซ็นต์ตรงนี้มีเท่าไรคะ 1.96 Airler เป็น 0.05 n เป็นเท่าไหร่ให้หามา 2 ช่องนะคะ กรณีเป็น 0.10 ด้วย ตรงนี้ให้นักศึกษาทำเป็นการบ้าาทำเป็นการบ้าน วิธีการส่งการบ้าน ให้ Save File Excel เป็นชื่อกับรหัสประจำตัวนักศึกษาของตัวเอง แล้วส่งให้ครูทาง Email โอ.เคไหมคะ ทุกคนเป็นงานเดี่ยวนะคะ เซฟไฟล์ Excel ส่งครู กำหนดส่งภายในวันศุกร์นี้ ภายในวันศุกร์นี้นะให้เวลาหลายวันอยู่นะ ให้ไปหา 2 ช่องนี้นะคะ n จะมีค่าเป็นเท่าไร เดี๋ยวครูทำช่องสีฟ้าไว้ให้ สีฟ้าเป็นช่องที่จะหาคำตอบให้ครู นักศึกษาอย่าลอกกัน แล้วส่งไฟล์ให้เพื่อนแล้วเปลี่ยนชื่อนะคะ ครูเช็กได้ว่าเราทำเองไม่ทำเอง เดี๋ยวครูเข้ามาถามคำสั่ง โอ.เค. ไหม เราใช้คำสั่งอย่างไรในการหาค่า n สำหรับงานที่ให้ทำในห้อง ให้เรากลับไปประชุมทีม แล้วก็เขียนใหม่มาส่งครู เขียนสวย ๆ ทำสะสมไว้ก่อน นักศึกษามีคำถามไหมคะ มีไหม เดี๋ยวจะหมดเวลาเรียนแล้ว เที่ยงตรงแล้ว วันนี้เราเริ่มกันช้า ช่องนี้ใช่ไหมคะ คำสั่งของตัวนี้นะคะ สูตรที่ 0.1 ครูเลยเอาเมาส์มาจิ้งตรงนี้นะคะ 0.1 ก็คือ K3 อันนี้เปลี่ยนเป็น K3 ชิ้นงานของเรา ถ้า 0.1 ของเรามันไป สูตรของเรามันจะเป็นช่องนั้น มันจะไม่เหมือนกันนะคะ เดี๋ยวไฟล์นี้อยู่ในเครื่อง Desktop... ใครจะมาก็อปปี้ไฟล์ excel ของครูก็มาดูได้ตอนนี้เดี๋ยวเราคุยกันนิดหนึ่งนะคะ เรื่องการเรียนการสอน วันนี้เราจะเรทนิดหนึ่ง เพราะว่ามาช้า เพราะครูมารอจริงไหม ดังนั้นเดี๋ยวเราต้องรักษาเวลาร่วมกัน เดี๋ยวสัปดาห์หน้าครูจะเริ่มสอน 8.50 น. พวกเรามาตรงเวลาได้ไหมคะ สัญญานะ ถ้าใครมาช้าให้ทำอย่างไร ห้ามมาสาย โอ.เค. ไหมคะ ให้มาตรงเวลา มาก่อนเวลา เราจะเรียน 11 นาฬิกา 30 นาที ยาวนาน พวกเรามีความเหนื่อยล้าทางสมอง ก็คือ 11.30 น. นี่ครูสอนจบแล้ว เผื่อใครอยากจะสอบถาม หรือสอบถามในประเด็นที่ตามไม่ทัน สัปดาห์หน้ามาตรงเวลานะคะ ถ้าใครมาช้าครูก็ไม่เช็กชื่อเรียนให้ ถ้าครูเช็กชื่อแล้วข้ามไปแล้วก็คือข้ามไปเลย แล้วก็การแต่งกาย ขอให้นักศึกษาแต่งกายตามระเบียบมหาวิทยาลัยนะคะ ยกเว้นสัปดาห์ใด วันใดที่เราต้องมีงานห้อง มีกิจกรรมห้อง ก็ให้แจ้งครูที่ต้องใส่ชุดพิเศษ โอ.เค. ไหมคะ ได้ไหม เงียบเป็นเสียงสวรรค์ เป็นชุดที่เรียบร้อยมาก เวลาเราก็เลยดูเป็นเด็กดูไม่หน้าแก่ [เสียงหัวเราะ] (อาจารย์) เดี๋ยวไม่รู้ใครเป็นลูกศิษย์ ใครเป็นอาจารย์หน้าตาเท่ากก็แต่งกายให้มันเรียบร้อย เพราะเวลาไปทำงานแล้ว เราจะหวนคิดถึงวัยนักศึกษาของเรานะคะ ส่วนเนื้อหา ถ้าใครไม่ทันหรือมีประเด็นอื่นอย่างจะสอบถามเพิ่มเติม ครูอยู่ที่ตึก 7 ชั้น 1 ถ้าเธอไปแล้วครูไม่อยู่ห้องนั้น โอ.เค. ไหมคะ ว่าจะขอพบ ปรึกษาเรื่องใด วันเวลาก็ได้นะคะ และก็การส่งงานให้ส่งที่ไหนคะ บนโต๊ะ อีกอันหนึ่ง ตอนที่ครูเดินดู ครูเห็นเล่น Facebook ตอนที่ครูสอน ครูก็ไม่เข้าใจว่าพวกเราทำอะไรกันอยู่ ไม่ว่าเราจะเป็นใครหรืออย่างไร เราต้องรู้หน้าที่และบทบาทของตัวเอง ถ้าไม่เข้าใจหรือเหนื่อย ยกมือบอกอาจารย์ อาจารย์คะ ขอพัก ครูก็จะให้พัก คือการเรียนการสอนคือการเดินทางร่วมกันระหว่างครูกับเรานะคะ เรามีอะไรเราคุยกันได้ แต่เวลาที่ครูกำลังสอนแล้วพวกเราเล่นมือถือ 100 ทั้ง 100 ก็ไม่เข้าใจ เพราะเราไม่ได้ฟัง จริงไหม สำหรับเพื่อนที่เรียนได้ดี เข้าใจเนื้อหา ก็ให้มีความเอื้อเฟื้อ Parner เพราะเราจะเรียนไปด้วยกัน เรียนไปจน 4 ปี การเรียนอย่าเรียนคนเดียว มันไม่เกิดผล ยิ่งบอกคนอื่น เรายิ่งเข้าใจมากขึ้นนะคะ ให้แบ่งปัน ยิ่งแบ่งปันเราก็ยิ่งจะได้ โอ.เค. นะคะ การบ้านวันนี้ส่งทางไหนคะ Email ส่งก่อนวันอะไรเอ่ย วันศุกร์ เที่ยงตรงนะ ครูนัดเที่ยงตรง ใครส่งช้าครูไม่รับงาน พวกเราจะต้องฝึกมีระเบียบวินัยด้วย โอ.เค. มีคำถามไหม อะไรนะคะ ใช่ค่ะ ส่งมาเมล สำหรับงานกลุ่ม งานกลุ่มอย่าเพิ่งส่งนะคะ เพราะว่าครูเห็น ครูว่าจะพูดประเด็นนี้อยู่ สิ่งที่ครูได้รับจากเธอ กระดาษเดี๋ยวนั่น... ถ้าเรียนทุกครั้งให้พกกระดาษรายงานมาด้วย ถ้าครูบอกว่าให้ทำรายงานใช้กระดาษรายงานที่มันสุภาพเรียบร้อยของห้องเรา แล้วงานที่ให้อ่าน ให้อ่านไปเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้ครูกำลังพาเธอทำวิจัย เธอจะต้องเข้าใจประเด็นวิจัยด้วยตัวของเธอก่อน แล้วครูจะให้คำแนะนำว่าประเด็นนั้นประเด็นนี้ คือการวิจัยนี้ มันจะสอนแบบเล่าไม่ได้ จะต้องปฏิบัติ แล้วก็ทำด้วยตัวเองนะคะ ฉะนั้นทุกกลุ่มได้บทความวิจัยแล้ว เราก็ไปอ่านทำความเข้าใจถ้าไม่เข้าใจก็มาถามครู อันนี้มันเกินชั้นที่เรียนนะคะ ก็หวังว่าพวกเราจะมากันตรงเวลาในสัปดาห์ถัดไปนะคะ จ้ะ โอ.เค. วันนี้สวัสดีค่ะ (นักศึกษา) ขอบคุณค่ะ/ครับ [สิ้นสุดการถอดความ]