--- title: การบรรยายวิชา สถิติและการวิจัยสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ subtitle: date: วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2562 เวลา 08.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สำหรับคนที่ยังทำไม่ถูกต้องให้ทำมาส่งใหม่นะคะ ภายในวันนี้ก่อน 16.00 น. นะคะ สำหรับการคำนวณขนาดตัวอย่าง และคนที่ยังไม่ได้ทำส่งให้ทำส่งภายในวันนี้ ในเวลา 16.00 น. เช่นเดียวกันนะคะ มีไหม มีใครส่งมาแล้วครูไม่ได้ตอบ มีไหม ส่งจดหมายมาถึงครูแล้วครูไม่ได้รับ เบอร์ Email ครู เบอร์Account Email ครู ไม่มีกรณีที่ส่งจดหมายมาแล้วไม่ถึงผู้รับนะคะ ถ้าส่งมาถึงครูตอบแน่นอนนะคะ กาญจนา พิมพ์ภา อยู่ไหนคะ อ๋อ เขาเพิ่งมา อ๋อ โอ.เค. จุฑามาศ แสนเมือง พลอย ลา พลอยลา พลอยลาไปไหนคะ ไม่สบาย เมย์ เบอร์แอคเคาท์อีเมลครู เออ โอ.เคค่ะ ตอนนี้พวกเราก็สามารถคำนวณขนาดตัวอย่างได้แล้วนะคะ ในกรณีที่ประมาณค่าสัดส่วน ก็มี 2 สูตรให้เราเลือกใชนะคะ ก็คือสูตรของทาโร่ยามาเน่กับของครอแคน คำนวณค่าสัดส่วน หลักการคำนวณก็คล้าย ๆ กันกับ 2 สูตรแรกนะคะ ที่ครูอธิบายไป เนื้อหาวันนี้ เนื้อหาวันนี้เราจะคุยกันไม่นานนะคะ ครูจะอธิบายหลักการให้ แล้วเวลาที่เหลือให้พวกเราฝึกปฏิบัติ สำหรับเนื้อหาวันนี้จะให้พวกเรารู้จักเครื่องมือวิว่ามันมีอะไรบ้าง ว่าวิจัยต้องใช้อะไรอย่างไร เราต้องใช้อะไรนะคะ อย่างแรกวงจรนี้ ภาพนี้จะอยู่กับเราตลอดเวลา ใช่ไหมคะ หลักการวิจัยมันเป็นกระบวนการวัตถจักรอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ใช่ไหมคะ การสืบค้นนี้ เป็นการสืบค้นแบบวนซ้ำด้วยกระบวนการแผนผังนี้ อย่างแรกเราดูตอนนี้เราแบ่งเป็นกลุ่ม เราก็มีปัยหาวิจัยแล้ว ใช่ไหมคะ ไหนนะใครจะทำเรื่องพฤติกรรมการใช้มือถือของนักศึกษา กลุ่มไหนคะ เราอยากจะรู้ว่านักศึกษา ม. ราชภัมีพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนอย่างไรเรามีปัญหาวิจัยแล้วอยู่ตรงกลาง แล้วครูบอกว่า จะต้องไปศึกษาจากที่มีคนทำเรื่องคล้าย ๆ กับที่เราในอดีต ในพื้นที่อื่น เราก็ค้น ครูบอกว่าให้มาอย่างน้อยกี่เรื่องนะ 5 เรื่องใช่ไหมคะ อันนี้เป็นงานกลุ่ม ดังนั้น ใครอยู่กลุ่มใดแล้ว ต่อไปนี้ให้มีแฟ้มหรือซองพลาสติกใส ที่เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกลุ่มเรานะคะ 1. มีเปเปอร์หลัก เปเปอร์หลักที่เราจะอ้างอิง แล้วก็ Paer ให้เราค้นได้แล้วก็ปริ้นใส่กระดาษนี้ ใส่กระดาษอย่างนี้น่ะ Print แล้วก็เอาใส่ซองพลาสติกแล้วก็เอามาเรียนทุกครั้ง เราจะต้องใช้สิ่งเหล่านี้ตลอดเลย พอเราค้นคว้าแล้ว เราก็กำหนดสมมติฐานในส่วนนี้ครูก็ยังไม่ได้เห็นว่า เราจะทำอะไร เพราะว่าคุยก็ยังไม่ได้ให้ปรึกษาเป็นรายกลุ่ม ในขั้นนี้ให้นักศึกษาวรรกรรมที่เกี่ยวข้องก่อน สมมติว่าเรื่องพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟน ของนักศึกษาตรงนี้เราอยากจะทราบว่า พฤติกรรมการใช้ Smartphone มีความสัมพันธ์ต่อผลสำฤทธิ์ทางการเรียนนักศึกษานะคะ อันนี้เป็นคำถามวิจัย เราก็กำหนดสมมติฐานการวิจัย ซึ่งสอดคล้องกับคำถามการวิจัยสึกครู่ สมมุติฐานการวิจัยจะเป็นนักวิจัยคาดว่ามันน่าจะเป็นหรือไม่ จากคำถามเมื่อกี้ เขาอยากจะรู้ว่าการใช้ Smartphone มีความสัมพันธ์กับการเรียนหรือไม่อย่างไรใช่ไหมคะ คำถามที่เราอยากจะให้เป็นก็คือ การใช้สมาร์ทโฟนทางบวกกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เอามาตั้งเป็นสมมติฐการวิจัย ความสัมพันธ์ทางบวก อย่างเช่น การใช้จะส่งผลให้ผลสำริดทางการเรียน แบบนี้นะคะ พอเรากำหนดสมมติฐานการวิจัยแล้ว เราก็มาออกแบบการวิจัย การออกแบบการวิจัยมีกระบวนการที่ว่า งานวิจัยนี้เราจะศึกษากับใคร ใช่ไหมคะ กำหนดกลุ่มประชากร กำหนดตัวอย่าง กำหนดวิธีการสุ่ม ใช่ไหมคะ ลองทบทวนความรู้เดิมก่อนนะคะว่า วิธีการสุ่มที่เรียนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีกี่วิธีใหญ่ ๆ กี่วิธีคะ เดี๋ยวครูจะสุ่มนะ เครื่องเบอร์ 5 ไม่มีใครมา แป๊บหนึ่ง เบอร์ 8 โอ.เค. วิธีการสุ่มตัวอย่าง แบ่งออกเป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ คือวิธีใดบ้าง คือวิธีใดบ้าง วิธีแรกคืออะไรค่ะ การสุ่มตัวอย่างโดย มีเอกสารเดิมไหมคะ ลองดูในเอกสารเดิมซิ การสุ่มตัวอย่างโดยอะไรคะ ตามหลักคณิตศาสตร์เลย เราอยากไม่ให้มีความลำเอียง เราต้องใช้เรื่องของความน่าจะเป็น เพื่อนตอบครูเดี๋ยวครูช่วยนักศึกษาก่อนนะคะ การสุ่มตัวอย่างมี 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ การสุ่มตัวอย่างโดยอาศัยความน่าจะเป็น ใช่ไหมคะ เบอร์ 8 เดี๋ยวลองเดี๋ยวลองถามเพื่อนอีกคนนะคะ ลองเปลี่ยนผู้ช่วย เรากระจายอย่างสุ่มนะคะนี่ แต่ครูไม่ได้สุ่มอาศัยความน่าจะเป็น แต่ครูสุ่มแบบจิ้มเลย วิธีการเลือกตัวอย่างแบบนี้ วิธีการเรียกแบบนี้การสุ่มวิธีที่ 2 การสุ่มตัวอย่างโดยอะไรคะ การสุ่มแบบที่ 1 การสุ่มแบบอาศัยความน่าจะเป็น วิธีย่อย ๆ ตอนนี้วิธีที่สองการสุ่มตัวอย่างโดยไม่ 2 วิธีใหญ่ก่อน ๆ ไม่อาศัยความน่าจะเป็น แบบที่ครูใช้เมื่อกี้ใช่ไหมคะ ครูก็เลือกเอาเลยตามใจชอบ ครูไม่ได้ทำหมายเลขแล้วก็หยิบสุ่มเลยใช่ไหมคะ ครูชอบหมายเลขอะไรครูก็เบือทวนนะคะ การสุ่มวิธีการสุ่มโดยอาศัยความน่าจะเป็น มีวิธีการสุ่มอย่างง่าย 2. วิธีการสุ่มอย่างมีระบบ 3. การสุ่มชั้นภูมิ 4. การสุ่มกลุ่ม ส่วนวิธีที่ 2 การสุ่มความน่าจะเป็นโดยไม่อาศัยความน่าจะเป็น เช่น การสุ่มโดยบังเอิญ เจอใครก็ถาม หรือการสุ่มแบบเจาะจง งานวิจัยนี้จะถามในประเทศไทย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เราระดับผู้บริหาร จะสอบถามเฉพาะ ผอ. เราเจาะจงถามเฉพาะใครคะ ผู้บริหาร ใช่ไหมคะ คุณครูน้อย ๆ ครูอาจารย์ก็ไม่ถามเพราะว่าเราไม่ได้สนใจศึกษากลุ่มเป้าหมายนั้น อันนี้คือการสุ่มตัวอย่างโดยเจาะจงนะคะ ตามคุณลักษณะผู้วิจัยกำหนด หลักการเลือกสุ่มตัวอย่างตรงนี้ เราต้องให้สอดคล้องกับการวิจัย ก็อยู่ในขั้นตอนการออกแบบการวิจัยขั้นตอนที่ 3 พอเราออกแบบการวิจัยเสร็จแล้ว เราก็เลือกกลุ่มตัวอย่าาวตามที่เราวางแผนไว้ และต่อเนื่องมากเลยนะคะ พอเรารู้แล้ว เราไปเก้บตัวอย่างกับใครนะคะ เราจะใช้อะไรไปเก็บข้อมูลจากเขา นี่อยู่ขั้นตอนนี้นะคะ เราจะต้องมีความจำเป็นว่าต้องมีและต้องรู้ว่าเครื่องมือการวิจัยเป็นอะไรนะคะ ตอนนี้ในวัฒจักรของการทำวิจัยตอนนี้เราเรียนถึงหัวข้ออะไรคะ หัวข้อนี้นะคะ การสร้างเครื่องมือวิจัยตรงนี้นะ สังเกตนะคะเราผ่านตรงนั้นมาแล้วเดี๋ยวเราสร้างเครื่องมือเสร็จแล้ว แล้วเราก็ไปวิเคราะห์ แน่นอนตรงนี้เราก็ต้องใช้โปรแกรมสำเร็จรูปนะคะ จากที่ครูเล่าให้ฟังเมื่อกี้นะคะ เครื่องมือการวิจัย ก็หมายถึง เครื่องมือ อุปกรณ์หรือสิ่งใดก็ได้ที่นักวิจัยใช้เก็บรวบรวมข้อมูลตามเรื่องที่เขาศึกษานะคะ ทีนี้เครื่องมือเหล่านั้นอาจจะเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ในการเก็บข้อมูลนะคะ อย่างเช่น ตอนที่พวกเรามาสมัครเรียนที่นี่พวกเราได้กรอกใบสมัครไหมคะ ใบสมัครนี่ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมขเ้อมูลนักศึกษาไหมคะ เป็น เก็บข้อมูลเหล่านั้น เครื่องมือหลัก ได้แก่ แบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบสัมภาษณ์ หรือแบบสังเกตการณ์นะคะ สิ่งเหล่านี้เราสร้างขึ้นมาแล้วนี่เราเอาไปใช้ทันทีไม่ได้ เราต้องใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพ ซึ่งคุณภาพของเครื่อมเราจะพูดกันสัปดาห์หน้า ส่วนเครื่องมือประเภทที่ 2 ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลโดยตรงนะคะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องมือในการทดลอง อย่างเช่น เครื่องช่างน้ำหนัก เหมือน บางครั้งอาจจะเป็นการทดลองนะคะแต่ว่ามันแฝงอยู่ข้างใน เช่น คนไข้ เวลาคนไข้ไปโรงพยาบาลใช่ไหมคะ เวลาโรงพยาบาลขอข้อมูลคนไข้ สิ่งแรกเลย เราต้องไปทำอะไรคะเราไม่เคยไปโรงพยาบาลเลย เราต้องไปทำอะไรก่อน ไปยื่นบัตรประชาชนเพื่อทำบัตรคนไข้นะคะ OPD การด์ เราชื่ออะไร รหัสประจำตัวอะไร บ้าม ภูมิลำเนาอยู่ไหน วันนี้มาหมอด้วยโรคอะไร ปวดตาค่ะ ปวดตา พยาบาลคัดกรองเขาจะซักประวัติเรา ใช่ไหมคะ จะให้เราไปทำอะไรเอ่ย ไปชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง แล้วก็วัดความดัน เห็นไหมคะ ถ้าเกิดงานวิจัยที่เกี่ยวกับทางการแพทย์เหล่านี้ต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้นะคะ ในการวิจัยเห็นไหม เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดคาวมดัน เครื่องวัดส่วนสูง ใช่ไหมค่ะ เพราะทำให้เราได้ตัวเลขข้อมูลที่เราสนใจ หรือทางชีววิทยาจะส่องเนื้อเยื้อต้องใช้ แบบไหน ต้องใช้อุปกรณ์แบบไหน กล้องจุลทัศน์ใช่ไหมคะ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง หรือทางคอมพิวเตอร์เองก็เหมือนกันนะคะ ก็จะมีอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้เช่นเดียวกันนะคะ ส่วนเครื่องมืออีกชนิดหนึ่ง ก็คือเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล อันนี้จะได้แก่โปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ ที่ใช้ทั่วไปในทางสัมคมศาสตร์ SPSS ใช้งานง่ายนะคะ เราก็จะใช้ Software ตัวนี้ ถ้าเกิดมีใครสนใจครูก็จะแนะนำอีกโปรแกรมหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากไม่มี แล้วก็วิเคราะห์ประมวลผลได้เก่งมาก R นะคะ R นี่เป็น Freeware เราต้องเขียนโค้ดคำสั่งนะคะ ส่วน Excel เราก็ได้ลองใช้ไปแล้ว สัปดาห์ที่แล้วในการกำหนดขนาดตัวอย่าง หรือในทางคอมพิวเตอร์นี้ ในทาง IT ถ้าพวกเราเรียนในระดับสูงขึ้น ต้องมีการวิเคราะห์นะคะ ข้อมูลที่มีหลายตัวแปร หรือวิเคราะห์เทคนิคยาก ๆ นะคะ โปรแกรมที่เราจะได้ใช้ถ้าได้เรียนนะคะ ก็จะมี Vega, Rabit miner ก็เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่แฝงสถิติอยู่ในนั้น ประเภทเครื่องมือ ในพวกที่เป็นเครื่องมือหลักตอนนี้เครื่องมือหลักที่ครูกล่าวไปสักครู่ มีอะไรบ้างเอ่ย เลขที่... ตอนนี้ครูสุ่มโดยไม่อาศัยความน่าจะเป็นนะคะ เพราะครูอยากได้หมายเลขอะไรครูก็จิ้ม 24 ใครคะ เลขที่เท่าไรคะ ชื่ออะไรนะเรา เดี๋ยวนะครูฟังไม่ชัด ชื่ออะไรคะ (นักศึกษา) จตุรพรครับ (อาจารย์) โอ.เค. จตุรพร ทบทวน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่ครูบอกว่าเป็นเครื่องมือหลัก ได้แก่อะไรบ้างนะคะ แบบสอบถาม แบบทดสอบ อะไรอีกคะ แบบประเมิน เก่งมากนะคะ แต่เพื่อนพูดมาถูกต้องนะคะ แสดงว่ามีความรู้เดิมอยู่เยอะนะคะ มีแบบประเมิน อะไรอีก ได้แค่นี้ มีแบบสังเกตการณ์ใช่ไหมคะ เอ่อ เราจะนำมาได้อย่างไร อย่างแรกก่อน เราต้องเข้าใจว่าแบบสอบถาม กับแบบทดสอไม่เหมือนกันนะคะ แบบทดสอบส่วนใหญ่จะใช้ในวิจัยในชั้นเรียน คุณครูหรือคนที่สร้างนวัตกรรม เพื่อไปพัฒนาการเรียน โดยมุ่งหวังให้นักเรียนหรือผู้เรียนนี่มีความรู้ความสามารถมากขึ้นนะคะ การที่เราจะวัดว่านวัตกรรมที่ทำขึ้น ทำให้ความรู้ความสามารถเขาเพิ่มขึ้น เราจะต้องใช้เครื่องมือไปวัด วัดความรู้ความสามารถนั้น ซึ่งเครื่องมือที่ใช้วัดในกรณีนี้เราเรียกว่า แบบทดสอบ คือเทส ในการวิจัยในชั้นเรียนก็จะมีการวัดความรู้พื้นฐานก่อน ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการเรียนแบบพิเศษด้วยนวัฒกรรมที่ครูอาจารย์เขาพัฒนาขึ้นนะคะ พอเรียนเสร็จแล้วก็ทดสอบหลังจากที่เรียนเสร็จแบบทดสอบตรงนี้ นักวิจัยก็ต้องออกแบบนะคะ ให้มันสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียน จิตพิสัยต่าง ๆ ส่วนแบบสอบถาม แบบสอบถามนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในเรื่องที่นักวิจัยศึกษา ผู้วิจัยสนใจศึกษา ที่ไม่ใช่ในชั้นเรียน อย่างเช่น แบบสอบถามความพึงพอใจในการใบริการห้องสมุด ม.ราชภัฎสกลนครแบบนี้นะคะประเภทของเครื่องมือหลัก เรามีวิธีการสร้างหรือหามา 3 แบบนะคะ 1. สร้างขึ้นมาใหม่หมดเลย เพราะเรื่องที่เราทำการศึกษาไม่เคยมีใครทำมาก่อน หรือ วัตถุประสงค์การวิจัยของเรานี่มันเฉพาะด้านจริง ๆ นะคะ มีความจำเป็นจะต้องสร้างเครื่องมือขึ้นมาใหม่ ขึ้นมาใหม่หมด หรือ แบบที่ 2 จากการ review วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องไว้แล้วนะคะ อย่างเช่น ที่ภาคใต้มีการศึกษาพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน เมื่อ 5 ปี ที่แล้ว เราก็ดูประเด็นการศึกษา ที่สร้างไว้แล้ว ที่มีคุณภาพนะคะ แต่มันอาจจะไม่ตรงกับเรื่องเราทั้งหมด เราก็เอามาปรับ การนำเครื่องมือแบบสอบถามของนักวิจัยทีมอื่นที่นำมาใช้ต่อ เราก็ต้องอ้างอิงเสมอ แล้วควรระบุว่า เครื่องมือที่เราสร้างขึ้นนี้ เราพัฒนาขึ้นมาจากเครื่องมือของใคร จะได้ไม่เป็นการคัดลอกผลงานผู้อื่นนะคะ ข้อ 2 นี้ก็คือ การพัฒนาจากเครื่องมือวิจัยเดิมที่มีอยู่แล้ว คือ Develop Instส่วนข้อ 3 ไปตรงพัฒนาเลย เครื่องมือนี้เป็นแบบสอบถามที่ได้รับการยอมรับแบบสากล นะคะ อย่างเช่น แบบวัดความสุขของกรมสุขภาพจิต ซึ่งนักวิจัย นายแพทย์ต่าง ๆ นี่ออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว วัดความสุขของนักศึกษาเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องออกแบบเครื่องมือใหม่ เพราะว่ามีเครื่องมือ มีมาตรฐาน มีคุณภาพอยู่แล้ว แล้วได้รับการยอมรับนะคะ เราก็นำเครื่องมือนั้นมาใช้ได้เลย แต่การใช้งานทุกครั้งเราก็ต้องอ้างอิงนะคะ คราวนี้ แนวทางในการเก็บข้อมูล เมื่อไร เราจะใช้เครื่องมือใดนะคะ การสังเกตจะเหมาะกับการวิจัยเชิงบรรยาย เชิงทดลอง และผู้วิจัยต้องการผลข้อมูลที่ที่ถูกต้อง เป็นจริง ไม่หลอกลวง ยกตัวอย่างเช่น การวิจัยที่ทำเกี่ยวกับพฤติกรรมความซื่อสัตย์ของนักเรียน ในการสอบอาจารย์ที่ควบคุมการสอบ อยากจะรู้ว่า นักศึกษามีความซื่อสัตย์ต่อการสอบมากน้อยเพียงใด กรรมการคุมสอบก็ไม่อยู่ในห้อง นั่งสอบตามอัธยาศัย แต่มีการชี้แจงแล้วว่า ห้ามทุจริตการสอบใช่ไหมคะ แล้วอาจารย์ออกไปข้างนอก อาจารย์ออกไปข้างนอก ออกไปบ้าง ๆ ลองให้นักศึกษาสอบแบบโดยเสรีดูสิ สอบโดยไม่มีคนคุม แอบติดกล้องไว้ เพื่อดูพฤติกรรมว่า นักศึกษามีพฤติกรรมความซื้อสัตย์มากน้อยเพียงใด ถ้าเราไปถามเขาตรง ๆ เขาอาจจะไม่ตอบ เพราะ 1. อาจจะเป็นเรื่องที่น่าละอาย เพราะว่า 1. ไม่อยากเปิดเผย ปกปิด อันนี้ก็คือใช้การสังเกตการณ์ แบบสัมภาษณ์จะเป็นการเก็บข้อมูลที่ใช้การพูดคุยเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่นักวิจัยสนใจศึกษา แต่อาจจะมีการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับคนให้ข้อมูลหรือหน่วยตัวอย่าว เขาจะให้ข้อมูลทิศทางใดครูไปศึกษาสภาพเศรษฐกิจ ของชาวบ้าน บ้านอโศกมุกดาหาร ไปสัมภาษณ์คุณตาที่มีอาชีพทำไม้กวาด เป็นการสัมภาษณ์ คือไม่ได้เตรียมคำถามไว้ล่วงหน้า ไม่ได้เตรียมไว้ เราก็ไปสัมภาษณ์ เราก็ต้องทำให้ตัวมันเป็นอย่างไรคะ คนพึ่งพบเห็นกัน เพิ่งคุยกันเราก็ต้องสร้างความเป็นมิตร แนะนำตัว บอกวัตถุประสงค์ในการมาพบปะพูดคุยในวันนี้ เรามาคุยกับคุณตาเรื่องที่คุณตาทำไม้กวาดเป็นจั่งใดหนอ การสัมภาษณ์มันเป็นเสน่ห์นะคะ ถ้าให้คนต่างถิ่นมาสัมภาษณ์ อย่างเช่น เอาคนใต้มาสัมภาษณ์คนอีสาคิดว่าผู้ตอบอยากจะตอบโดยละเอียดโอ บางทีก็ไม่รู้เรื่องกัน อย่างเพื่อครูเป็นคนอยุธยา เวลาลงพื้นที่ด้วยกันอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ไปสอบถามชาวบ้านเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดแล้วก็ ภาวะการมีบุตร เพื่อนครูเป็นคนอยุธยา ไปถามคุณยาย รู้จักการทำหมันไหม ยายตอบ จั๊ก เพื่อนครูก็ติ๊กคำว่า "รู้จัีกเพื่อนก็ถามว่า คุณยายมีลูกกี่คน 7 คน ยายบอก 7 คน 7 คน เพื่อนบอก เอ๊ะ ยายรู้จักการทำหมัน แต่ทำไมลูกเยอะ ซึ่งจริง ๆ แล้วคุณยายรู้จักไหมคะ ไม่รู้จัก ถ้าอีสานเราฮู้จักบ่ จั้ก อันนี้คือการสัมภาษณ์มันต้องเป็นเสนห์นะคะ เป็นศิลปะ 1. ต้องใช้คนในพื้นที่ ในการสื่อสารที่ถูกต้องจะได้ความละเอียดเลย อย่างเช่น ครูไปบ้านนาโสก [ภาษาท้องถิ่น] ถ้าว่า แสดงว่ามื้อหนึ่ ใช่ไหมคะ การสัมภาษณ์จะเฮ็ด 2-3 ชั่วโมง วันหนึ่ง 6 ชั่วโมง คุณตาทำด้ามไม้กวาดได้ 4 ด้าน ต้นทุน [ภาษาท้องถิ่น] [ภาษาท้องถิ่น] ต้นทุน 40 บาท ตาคือคิดราคาถูกแท้ คิดในใจใช่ไหมคะ บางทีเราสัมภาษณ์ไป เราจะมีข้อมูลละเอียดเขามีกระบวนการทำไม้กวาดอย่างไร มีต้นทุนเท่าไร และจำหน่ายราคาที่มันเขาเหมาะสมหรือไม่ อันนี้เป็นวิธีการเก็บข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์นะคะ แต่ข้อเสียก็มีนะ การสัมภาษณ์นี่ใช้เวลา ถ้างานวิจัยที่เราไม่มีเวลามากเลย แล้วก็เป็นเรื่องที่ละเอียดมากนักเราก็ใช้แบบสอบถามได้ มันถามใครก็ได้ เพราะว่าเราใช้แบบสอบถามซึ่งสมัยก่อนเป็นกระดาษ แต่เป็นสมาร์ทโฟน ติ๊ก ๆ ในสมาร์ทโฟนแล้วก็ไม่ต้องคีย์ข้อมูลนะคะ มันลัดขั้นตอนไปเลย การใช้แบบสอบถามจะมีข้อเสียอยู่นะคะ ก็คือถ้าเป็นเรื่องที่ปกปิดข้อมูลผู้ให้ข้อมูลหรือหน่วยตัวอย่าง ก็จะหลีกเลี่ยงที่จะตอบข้อมูลตามความเป็นจริง เมื่อไรก็ตามที่เราได้ข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่เป็นจริง ต่อให้เราวิเคราะห์ดีแค่ไหน หรือใช้สถิติดี อย่างไรก็ตามคำตอบที่ได้ ของงานวิจัยเพราะข้อมูลมันเป็นเท็จมาตั้งแต่แรก อันนี้คือแบบสอบถาม มาดูตัวอย่างการใช้เครื่องมือวิจัย ไฟล์นี้ครูให้ไปแล้วนะคะ ผลกระทบของทรัพยากร IT ที่มีผลต่อความสามารถทางด้านไอทีสมัยใหม่ และผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์ของ นะคะ อันนี้เราเปิดไฟล์ขึ้นมาเลย ดูซิว่า นักวิจัยท่านนี้ใช้เครื่องมือใดในการวิจัย ไฟล์ที่ครูให้ 2 ไฟล์นะคะ บทความวิจัยที่ครูให้เริ่มต้นเลย ให้นักศึกษาปิดบทความวิจัยนี้ขึ้นมานะคะ แล้วก็ดูว่านักวิจัยใช้เครื่องมือใดในการวิจัย เปิดเลยนะคะ เปิดแล้วนะ ให้เขาเปิดบทความที่หน้าจอเขา เขาเปิดได้ไหมคะ ผู้โชคดีนะคะ ผู้โชคดีที่จะบอกเพื่อน ๆ ว่า นักวิจัยท่านนี้ใช้เครื่องมือใดในการวิจัย อ่านจากบทความนะคะ ดูเครื่องมือในการวิจัย นักวิจัยใช้อะไรคะ อ่านจากบทความวิจัยค่ะ (ล่าม) ฮัลโหลครับ (ล่าม) แจ้งว่า ผ่านเว็บไซต์ จริงหรือเปล่า ลองดูอีกทีสิค่ะ ครูเฉลยแล้วนะคะ เพื่อน ๆ ในห้องเห็นเฉลยไหมคะ เลขที่นั่งใครน่ะ ชริกาเห็นไหมคะ เครื่องมือในการวิจัยมีกี่ข้อคะนี่ เขาเขียน 1 คืออะไรคะ 1.1 ใช่แบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของแต่ละด้านใช่ไหมคะ มันจะมี 3 ด้านอยู่ข้างบนที่นักวิจัยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ตรงนี้ ที่ใช้มาตรวัด 5 ระดับ ส่วน 1.2 ใช่เครื่องมือวิจัยไหม ไม่ ยังไม่ใช่นะคะ แต่ต่อเนื่องจากเครื่องมือ เครื่องมือจะต้องเป็นอะไรคะ อุแกรณ์ใช่ไหมคะ แต่ 1.2 หรือขั้นตอนในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ดังนั้น เครื่องมือในการวิจัยก็คือ แบบสอบถามเห็นไหมคะ แบบสอบถามก็จะเปลี่ยนไปตามประเด็น หรือ Topic ที่เราศึกษานะคะ คราวนี้ลองดูอีกบทความนะคะ บทความการพัฒนาอิเล็กทรอนิกส์แบบ จาก paper นี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัย 3 ข้อ 1. ศึกษาองค์ประกอบของอิเล็กทรอนิกส์ 2. ศึกษาบทเรียน 3. ศึกษาประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลของเครื่องมือนี้ ในการวิจัยมีอะไรบ้าง เดี๋ยวนะคะ ครูจะลองสุ่ม วันนี้วันที่ 24 ครูก็ถามไปแล้ว เอานี่บ้าง บทความนี้นักวิจัยใช้เครื่องมือในการวิจัยอะไรบ้าง ต้องอ่านในบทความนะคะ เราจะเจอคำตอบ เรานั่งคิดเองไม่ถูกแต่เราต้องไปดูในบทความที่เขาเผยแพร่ไว้เขาเขียนเผยแพร่ไว้ ในไฟล์นี้ เพื่อน ๆ ดูในไฟล์นี้นะคะ เปิดมาดู พวกเรามีไฟล์เดิมไหมคะ ที่ใครให้ไปบทความวิจัยนี้ เปิดขึ้นมาดูเลยนะคะ มีใครจะตอบครูไหมคะ ใครก็ได้ที่เป็นอาสาสมัครอยากตอบแทนเพื่อน ใครก็ได้ยกมือเลยค่ะ อยากตอบแทนเพื่อนเชิญค่ะ เลขที่ 19 ยกมือ แบบประเมินและแบบสอบถาม หนูดูมาจากตรงหัวข้อนี้เลยใช่ไหมปรบมือให้เพื่อนด้วยนะคะ นะคะนี่ ลองดูนะคะ เครื่องมือในการวิจัย 1. แบบสังเคราะห์ เห็นไหมคะ เครื่องมือวิจัยเยอะมากเลย ข้อ 2 ใช้แบบอะไรอีกคะ แบบสัมภาษณ์ ไปสัมภาษณ์ครูผู้สอน 2.3 ใช้แบบประเมิน เหมือน มีแบบประเมิน มีนวัตกรรมที่นักวิจัยสร้างขึ้น ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือในกระบวนการวิจัยนี้ นั่นก็คืออะไรคะ บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็มีแบบทดสอบ แบบทดสอบอันนี้ก่อนเรียน หลังเรียน แบบประเมิน ๆ ตรงนี้ผ่านได้นะคะ พวกเราจะเห็นว่าการวิจัยนี้จะใช้เครื่องมือที่หลากหลายมาก เพราะว่ามีวัตถุประสงค์การวิจัยอยู่ 3 ข้อ เห็นไหมคะ ศึกษาองค์ประกอบของสื่อบทเรียนอิเล็กทรอนิกเห็นไหมคะ ถ้ามีวัตถุประสงค์เยอะ ก็จะล้อตามวัตถุประสงค์การวิจัยนะคะ คราวนี้เรามาดูว่าจากตัวอย่าง 2 ตัวอย่าง สิ่งที่นักวิจัยใช้กันมากก็คืออะไรคะ แบบสอบถามนะคะ แบบสอบถาม หรือ แบบประเมิน คราวนี้เราจะมาสร้างแบบสอบถามได้อย่างไร เราก็มาดู ขั้นแรกแล้ว วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เรามีสมมติฐานการวิจัย มีโจทย์วิจัย มีเรื่องวิจัยที่ทำในใจ ที่ทำในกลุ่มเราจะทำวิจัยเรื่องอะไร มีวัตถุประสงค์ มีการวิจัยเรียบร้อย มีด้านใดบ้าง อันนี้มีการศึกษามาก่อนหน้านะคะ ก็จะร่างแบบสอบถามหรือสร้างข้อคำถาม พอเราร่างแบบสอบถามแล้ว แบบสอบถามก็ยังไม่สามารถจะต้องไปขอความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า แบบสอบถามเรามีความสอดคล้องเชิงเนื้อหาหรือไม่นะคะ แล้วก็หาคุณภาพเครื่องมือนะคะ ตรงนี้ถ้าผู้เชี่ยวชาญบอกว่ายังไม่เมหาะสม กับวัตถุงประสงค์การวิจัยของคุณ เราก็ต้องกับมาแก้ไขปรับปรุง แล้วก็ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งนะคะ ในกรณีที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว มีความความสอดคล้องในเนื้อหา อยู่ในเกณฑ์ยอมรันะคะ เราก็จะเอาแบบสอบถามนั้นไปทดลองใช้กับบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มตัวอย่างที่เราอยากจะศึกษา แต่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ไปทดลองปั๊บเราจะได้ข้อมูลมา ส่วนใหญ่เขาใช้กันสัก 30 ชุดนะคะ พอได้ข้อมูลที่เราไปทดลองเก็บมาแล้ว เราก็มาหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามในกรณีที่ ทำงานวิจัยเกี่ยวกับ ความคิดเห็นของบุคคล เราต้องหาค่าความเชื่อมั่น หรือ ริไลบิลิตี้นี้ ในสัปดาห์หน้านะคะ แปรผลอย่างไรนะคะ ถ้าเกิด รีไลนเบริตี้ ให้มันชัดเจนขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้ จะทำให้เราทราบว่า ข้อคำถามที่เราจะคิดไปถามตัวอย่างตรงนั้น คนที่จะตอบเราน่ะ เขาเข้าใจอยากจะถามเขาไหมนะคะ พอเราได้แบบสอบถามที่มีคุณภาพแล้ว เราถึงเอาไปเก็บกับกลุ่มตัวอย่างที่แท้จริงนะคะ ใน Step นี้ เวลาเราทำแบบสอบถาม สิ่งแรกเราต้องทำอะไรคะ ร่างแบบสอบถาม เราจะร่างขั้นตอนการร่างแบบสอบถามกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย ตอนนี้มีอยู่แล้ว เราทำเรื่องอะไร กับใคร เพื่อวัตถุประสงค์ใด ทำเรื่องพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร วัตถุประสงค์เพื่อทราบการใช้สมาร์ทโฟนของนักศึกษาแบบนี้นะคะ เรากำหนดวัตถุประสงค์แล้ว แล้วเราก็กำหนดประเด็นหลัก แล้วก็เนื้อหาที่เราจะไปศึกษา ประเด็นหลัก ประเด็นย่อย กำหนดจำนวนข้อความ อย่างเช่นการกำหนดจำนวนข้อความ สมมติว่าเราดกำหนดประเด็นหลักไว้ 2 ประเด็นที่ 1 ให้ความสำคัญ 40 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นหลักที่ 1 มีประเด็นย่อยเหล่านี้ ให้น้ำหนักเท่าไร จาก 40 เฆ้นไหมคะ กระจายเป็น 20 เป็น 10 เป็น 10 ถ้า A1 มีน้ำหนัก 20 ข้อคำถามก็เยอะขึ้นหน่อย อย่างเป็นสัดส่วนเห็นไหมคะ ประเด็นที่ 2 B ความสำคัญ 60 เปอร์เซ็นต์ มี 3 ประเด็นย่อย แต่ 3 ประเด็นนี้มีความสำคัญเท่าเทียมกันเลย อย่างนั้นให้ความสำคัญเป็นเท่าไรคะ 20 : 20 กำหนดข้อคำถามเท่ากัน ก็เป็น 2 2 2 2 แบบนี้เราจะเห็นว่า แบบสอบถามของเราก็จะมีความสำคัญรวมกันแล้วเป็นเท่าไรคะ 100 มีจำนวนข้อ 10 ข้อ มันจะทำให้แบบสอบถามเราและไม่เป็นแบบสอบถามที่ยาวเกินไป ยกตัวอย่าง ชเ่น อันนี้ อันนี้เป็นงานที่เราด้วยกันในห้องนะคะ เดี๋ยวเราช่วย ๆ กัน แป๊บหนึ่ง สมมติเรื่องของกลุ่มพฤติกรรม กับผลสำฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา เราจะกำหนดประเด็นหลัก ๆ กี่ประเด็นดีคะ ตรงนี้นะคะ สังเกตนะคะ พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไหม แสดงว่าประเด็นหลักเราน่าจะมีกี่ประเด็นคะตอนนี้ 2 ประเด็น เราฝึกคิดด้วยกันนะคะ เพราะว่าครูจะไม้นักศึกษาต้องช่วยกันตอบ แล้วก็ช่วยกันคิด ใครมีปากกา กระดาษก็จดลงไปเลยนะคะ ปากกาเมาส์ ที่ครูมีเขียนลงไป มันจะไม่ค่อนสวยนะคะ ประเด็นหลัก ประเด็นที่ 1 ที่ควรจะมีก็คือ ผู้โชคดีหมายเลข 3ลองกำหนดสิคะ วัตถุประสงค์เป็นแบบนี้นะคะ เหมือนในสไลด์ ประเด็นหลักที่เราอยากจะไปเก็บข้อมูลกับเขา กับนักศึกษา เราน่าจะถามเขาเรื่องอะไรบ้าง ประเด็นหลัก ประเด็นหลักที่ 1ดูซัตถุประสงค์ เราจะเห็นความสำคัญ หรือตัวแปรที่เราศึกษาอยู่ จะเห็นชัดเจนเลย ประเด็นหลักที่ 1 ที่เราอยากจะรู้คืออะไรคะ พฤติกรรมการใช้ Smartphone เพื่อนช่วยตอบแล้วนะคะนี่ พวกเรา พวกเราทำใส่กระดาษตัวเองนะคะ พอดีครูไม่สะดวกเขียนตรงนี้ เขียนตรงนี้พฤติกรรม ไม่มีปากกาไอ้นี่เขียนใช่ไหมคะ ไม่ได้ อ๋อ โอ.เค. มาช่วยกัน ช่วยกัน ขอบคุณคะ ประเด็นหลักที่ 1 1. พฤติกรรมการใช้ สมาร์ทโฟน ประเด็นที่ 2 คืออะไรคะเมื่อกี้วัตถุประสงค์เขาคือ ความสัมพันธ์การใช้สมาร์ทโฟนต่ออะไรของนักศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไอ้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือตัวแปรที่ 2 ที่เราอยากศึกษา เรากำหนดประเด็นเป็นเรื่องอะไรคะ พฤติกรรมก็ได้ มีคนตอบครูมานะคะ ครูยึดตามที่นักศึกษาเสนอมานะคะ พฤติกรรมการเรียน พฤติกรรมการเรียนนี้รวมผลการเรียนด้วยไหม รวมมกันรวมกัน พฤติกรรมและผลการเรียน อันนี้คือประเด็นหลัก จากนั้นพอกำหนดประเด็นหลักแล้ว เราต้องกำหนดอะไรคะ ความสำคัญของ 2 ประเด็นหลักนี้ ในความสำคัญร้อยส่วน หรือ ร้อยเปอร์เซ็นต์ จะให้หัวข้อที่ 1 กี่เปอร์เซ็นต์ มีคนบอก 50 : 50 เห็นด้วยไหม เดี๋ยวก่อนนะ มีคนบอก 50-50 อันที่ 2 70-30 ก็คือ อันที่ 1 70 : 30 คนที่ 3 บอก 80-30 คนที่ 4 มีอีดไหมตอนนี้สมมุติว่าพวกเราทั้งหมดเป็นทีมวิจัย ที่ 1 บอก 50 : 50 70-30 คนที่ 3 บอก 80:20 สิ่งเหล่านี้ใครจะตอบให้เรา ไม่มีใครบอกให้ ว่าอันไหนถูก แต่จะเป็นการทำงานร่วมกันของกลุ่มนักวิจัย อุ๊ยเธอ ต้อง Defend กัน ฉันคิดว่าข้อ 1 ก็มีความสำคัญ อันนี้ก็สำคัญ มันเท่า ๆ กันนะ มันน่าจะเป็น 50 : 50 ไม่หรอกเธอ ความเป็นจริงเราอยากจะรู้พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟแล้วมันส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียน ผลการเรียนอย่างไร อันนี้มากกว่า มันจะเป็น 70 : 30 ยกมือสุดท้าย อภิปรายกันเสร็จ ห้องนี้ใครเจอแบบที่ 1 ยกมือขึ้น ตอนนี้เราโหวตนะคะ แบบที่ 1 ยกมือขึ้น ในห้องนี้พวกเรายกมือเลยนะคะ สูง ๆ ใครไม่ยกก็เช็กชื่อเรียนให้ 1, 2 5 คน ยกแล้ว ยกสูง ๆ หน่อยค่ะ ครูจะนับ 1, 2, 3, 5 มี 6 คน ที่เห็นด้วยกับ ข้อ 1 จะเอา 70:30 ยกมือขึ้นนะคะ 1, 2, 3, 4, 5, 6 9 10 11 11 คน ขอบคุณค่ะ 80:20 80 : 20 ค่ะ คงจะเป็น 1 คน ที่เสนอนะคะ สมมุติ ในกรณีนี้เราก็ไปปรึกษา เราสนใจศึกษาเป็นอย่างไรคะ ความสำคัญเป็น ถ้าเราจะยึดเป็น 70 : 30 ของเพื่อนร่วมทีมเรา เพราะเราอยากจะศึกษามากกว่า พฤติกรรมและผลการเรียน เป็น 70:30 พอกำหนดความสำคัญเสร็จแล้ว เราก็มากำหนดอะไรคะ ประเด็นย่อย ว่าพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน ใครอยู่กลุ่มนี้นี้โชคดีเลยนะ เหมือนกับเราได้ร่างไปได้เรียบร้อยแล้ว ประเด็นย่อย เพื่อน ๆ ช่วยทำนะคะนี่ ประเด็นย่อย พฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนในประเด็นยใดบ้าง ยกมือเลยค่ะ ใคร ถามเรื่องอะไรคะ 1 2 3 4 5 6 7 8 จำนวน จำนวนเวลาที่ใช้ ดีมากเลย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญนะคะ แต่ว่าเวลาเราคิด เราจะคิดแบบไม่เป็นทางการ แต่เวลาเขียนเป็นทางการ ที่เพื่อนบอกว่า เวลาที่ใช้ใช่ไหมคะ หมายถึงแบบไหน อธิบายหน่อย วันหนึ่งจะใช้กี่ครั้ง ครั้งละกี่นาทีแบบนี้ใช่ไหมคะ อย่างนั้นเราพูดรวม ๆ ว่า พฤติกรรมการใช้ อันนี้ก็คือ จำนวน จำนวน ความถี่ใช่ไหมคะ จำนวนความถี่ ครูจะย่อนะคะ จำนวนความถี่ที่ใช้สมาร์ตโฟนนะคะ ถามอะไรอีกไหม ถามอะไรอีกไหม นอกจากเขาใช้บ่อยไหม อยากจะรู้ไหม เขาจะใช้อะไร อยากรู้ไหมคะ ก็คืออาจจะเป็นอยากจะรู้เรื่องแอปที่เขาใช้ ใช่ไหมคะ ใช้ App แล้วก็ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของการใช้ สิ่งเหล่านี้ถ้าเรา Review มาจะตอบได้ วัตถุประสงค์การใช้ สมมติเอาแค่นี้ก่อนนะ พอเรากำหลดประเด็นย่อยเสร็จแล้ว เราก็มากำหนดอะไรคะ น้ำหนักใช่ไหมคะ น้ำหนักของประเด็นย่อย 70 เปอร์เซ็นต์ พวกความถี่การใช้สมาร์ทโฟนกี่เปอร์เซ็นคะ 20 เกี่ยวกับแอป น้ำหนักเท่าไรคะ ตัวนี้ ตัวนี้ ถ้าเป็น 20 20 20 มันก็ไม่ครบ 70 เหตัวข้างล่างบอกตัววัตถุประสงค์ เป็น 20 มันก็จะล้อกับจำนวนข้อคำถาม แบบเป็นสัดส่วนนะคะ คราวนี้ประเด็นย่อยของพฤติกรรม และผลการเรียน ประเด็นย่อยเลย ถามเรื่องอะไรบ้าง อย่างนั้นเราเอาง่าย มันเป็นพฤติกรรมผลการเรียน พฤติกรรมการเรียน กับอะไรคะ ผลการเรียน โอ.เค. น้ำหนัก ผลการเรียนอาจจะเป็น 20 พฤติกรรมเป็น 20 ผลการเรียนเป็น 10 นะคะ ผลรวม 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราอยากได้ข้อคำถามสัก 20 ข้อ คิดแบบเป็นสัดส่วน ตรงนี้ต้องเอากี่ข้อคะ 20 ข้อ แต่มันเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมคะ คิดง่าย ๆ ถ้า 10 ข้อ 7 ข้อต้องมีตรงนี้ 7 2 เป็น 14 ใช่ไหมคะ แสดงว่าทั้งหมดนี้จะต้องเป็น 14 ข้อ แล้วอันนี้เป็นกี่ข้อคะ14 ข้อนี้ จะเป็นประเด็นย่อยเท่าไรคะ เราเอา 14 ตั้ง หารด้วยอะไรคะ หาร 7 ใช่ไหมคะ เพราะว่ามันเป็น 0.7 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักมันนะคะ 0.7 ตรงนี้ เอา 14 มาหาร 7 ก็คือ 2 ข้อ แต่ตัวนี้มันเป็น 2 คูณ 2 เป็นเท่าไรคะ เป็น 4 แล้วนี้เป็นเท่าไรคะ แล้วนี่เป็น 6 เห็นไหมคะ ส่วนจำนวนข้อตรงนี้จะกี่ข้อดี 4 กับ 2 รวมแล้ว ครบ 20 ข้อ เห็นไหมคะ และนี่คือเรากำหนดข้อคำถามว่า คำถามจะมีกี่ข้อ คำถาม ไม่ใช่คิดไปเรื่อย ๆ ๆ ตรงนี้ผ่านนะ ซึ่งงานในวันนี้พวกเราจะต้องออกแบบตรงนี้นะคะ เป็นงานกลุ่มส่งครูนะคะ ออกแบบสอบถามว่าเป็นเรื่องของเราจะถามประเด็นใดเป็นประเด็นหลัก ประเด็นหลัก ประเด็นย่อย กำหนดข้อคำถาม อันนี้คืองานชิ้นที่ 1 นะคะ งานที่เราจะต้องทำ แต่ว่าเราจะต้องอ่านจากงานคนอื่นเยอะ ๆ แล้วก็กำหนดหัวข้อนะคะ ต่อไปอันนี้พวกเราทำร่วมกันแล้วนะคะ มาดูรูปแบบการกำหนดข้อคำถาม ข้อคำถามแบบที่ 1 ก็คือแบบปลายเปิด ยกตัวอย่างเช่น ให้ท่านบอก ชื่อโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ท่านชื่นชอบ แน่นอนโปรแกรมตัดต่อวิดีโอมีตั้งเยอะตั้งแยะใช่ไหมคะ อะไรล่ะ ทำไมคุณชอบ พวกเราเรียน IT แล้วทำการวิจัยทางด้าน IT ก็ได้ใช่ไหมคะ ต้องไปถามเขาว่าเขาชอบโปรแกรมอะไร เพราะอะไร ไม่รู้นี่ ก็ให้เขาเติมเอง เห็นไหมคะ การออกแบบสอบถามคือคำถามปลายเปิด เป็นการให้ผู้ตอบ ตอบคำถามได้อย่างอิสระเสรี ตามข้อเท็จจริงของเขา เพราะว่าคำตอบที่เป็นไปได้ มันเป็นไปได้หลายรูปแบบ ก็ลำบากนะคะ เราก็เลยจะต้องว่างไว้ให้เขาตอบเอง เขียนเองนะคะ คราวนี้ บางข้อคำถาม ที่เราทราบแน่ ๆ ถ้าฉันถามเธอไปแล้ว คำตอบมีไม่กี่อย่างหรอก มีคำตอบที่เป็นไปได้ชัดเจน อย่างเช่น ท่านรู้จักโปรแกรม Power Directer พวกเรารู้จักไหมคะ คำตอบที่เป็นไปได้มีกี่อย่าง 2 อย่างก็คือ รู้จักกับไม่รู้จัก ถ้าข้อคำถามใด เรารู้แน่ ๆ ว่ามีแค่ 2 อย่างหรือ 3 อย่าง เราก็ทำ list ไว้ให้เลือกนะคะ อย่างเช่นข้อนี้ เขาเรียกว่า คำถามปลายปิด เป็นกรณีที่ตอบได้เพียงข้อเดียว แบบนี้นะคะ ใช้เมื่อมันมีช๊อยส์ไม่เยอะ นะคะ ยกตัวอย่างเช่น เพศ ท่านเพศเป็นอะไรใช่ไหมคะ ไม่ชายก็หญิง โอ.เค. นะคะ ตรงนี้ แต่บางข้อคำถาม อาจจะให้ผู้ตอบ ตอบได้หลายคำตอบ แต่มีคำตอบที่รู้ว่าอาจจะเป็นไปได้ เพื่อความสะดวกในการตอบ นักวิจัยเลยทำตัวเลือกไว้ให้นะคะ ข้อแบบนี้เรียกว่า ข้อคำถามแบบเลือกตอบ ตอบได้หลายข้อ เช่น ท่านเคยใช้ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใดบ้าง อันนี้ครูทำสไลด์มาเกินนะคะ ครูแก้ไม่หมด ตรงนี้ผิดนะคะ ท่านเคยใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโออะไรบ้าง ยกตัวอย่าง ครูจะสุ่มถามฟ้า ฟ้ามาไหมคะ ไหนคะฟ้า ฟ้านั่งเลขที่ 22 นะคะ 22 หนูฟ้า หนูฟ้าหนูลองตอบข้อคำถามบนสไลด์ ในข้อคำถามนี้นะคะ ท่านเคยใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใดบ้าง ถ้าเราเคยใช่โปรแกรมตัวไหน เราก็ติ๊กถูก ตอนนี้ฟ้าลองตอบข้อนี้สิคะ Power Director เคยใช่ไหมคะ (อาจารย์) เคยใช้ไหมคะ (ล่าม) อันที่ 1 ไม่รู้ ไม่เ่คยค่ะ (อาจารย์) ถ้าไม่เคยก็ว่างไว้ อันที่ 2 Adobe เคยใช้ไหมคะ ง (ล่าม) เคยค่ะ (อาจารย์) ถ้าเคย ก็ติ๊กถูกอันที่ 3 โปรแกรม Action Diractor เคยใช้ไหมคะ (ล่าม) ไม่ค่ะ (อาจารย์) ไม่เคยก็ว่างไว้ แต่ถ้าเกิดฟ้าเคยใช้โปรแกรมอื่น ๆ แต่มันไม่มีในช้อย อาจจะเป็นไปได้ใช่ไหมคะ นักวิจัยอาจจะออกแบบช๊อยส์ เป็นลักษณะปลายเปิดแฝงเข้าไปให้ผู้ตอบ ตอบไปเองเช่น อื่น ๆ โปรดระบุ เคยใช้โปรแกรมอื่นนอกเหนือจาก 3 โปรแเคยไหม (ล่าม) ใช้อันเดียวค่ะ (อาจารย์) ในห้องนี้ทุกคนเลย เคยใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่นนอกจาก 3 โปรแกรมนี้ไหมคะ มีใครเคยใช้โปรแกรมอื่นไหมคะ เคยใช้โปรแกรมอะไรคะ มูวี่เมคเกอร์ ถ้าหนูก็ต้องติ๊กตรงนี้ Movie Maker อีกไหม Sony ถ้าใช้ทั้ง 2 ตัวก็ อันแรกอะไรนะหนู ครูลืม มูวี่เมคเกอร์ โซนี่นะคะ อื่น ๆ โปรดระบุนี่ เขาเคยใช้ อาจจะเคยใช้โปรแกรมที่นอกเหนือจากนี้ หรือ 3 โปรแกรมที่นอกเหนือจากนี้ ในการออกแบบข้อมูลตรงนี้นะคะ นักวิจัยต้องออกแบบสิ่งที่ครูจะชี้ให้เราเห็นก็คือ ถ้าออกแบบ แบบเลือกตอบนะคะ ตอบได้แค่ข้อเดียว จะมีตัวแปรเกิดขึ้นแค่ 1 ตัวแปร 1 แต่สำหรับข้อคำถามที่เลือกตอบได้หลายข้อ Variableหรือตัวแปรจะนับจากช่อยตัวเลือก อย่างเช่น ข้อนี้ ตัวแปรตัวแปรตัวที่ 2 ก็จะเป็น Adobe ตัวแปรตัวที่ 3 ก็เป็น Action Diส่วนตัวแปรอื่น ๆ โปรดระบุ ถ้าเราต้องการข้อมูลที่มันมาก เราต้องสร้างตัวแปรดัมมี่แฝงซ่อนเอาไว้ 3 ช่องแล้วมาค้นเองว่าตัวแปรนั้นเป็นตัวแปรอะไร จากการตรวจสอบแบบสอบถามที่เราไปเก็บมา ดูก่อนว่าเขาตอบอะไรมาบ้างนะคะ ที่มันมีความถี่ เราค่อยมาสร้างชื่อตัวแปร 15 คนในห้องนี้ตอบมาเป็น Sony นะคะ หรือตัวแปรที่ 5 ห้องนี้ก็ใช้กันเยอะมากเลย เป็น Movie Maker ตัวอื่นถ้าใช้น้อย ครูก็เหมารวมยกเข่ง ก็เ)็นรตัวแปรอื่น ๆ นอกเหนือจาก 5 ตัวแรก เข้าใจนะคะ ขึ้นอยู่กับความถี่ที่แตกต่างกันด้วย อันนี้แตกต่างกันนะคะ ถ้าตอบได้ 1 ข้อ จะเป็นตัวแปรเดียว ข้อ Choice ก็เป็นตัวแปร ยิ่งมีช่อยมากตัวแปรยิ่งมาก ต่อไป ถ้าถามเรื่องความคิดเห็นของคนนะคะ ความรู้สึก ทัศนคติ สิ่งเหล่านี้มันไม่เที่ยง เราจะใช้ข้อมูลที่อยู่ในมาตรวัดพิเศษนะคะ เรื่องนี้จะเป็นมาตรวัด 5 ระดับ หรือว่าจะเป็นมาตรวัดRicle Scale อย่างเช่น ข้อคำถามนี้ สมมุติว่าเราเคยใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Action เขามีข้อคำถามว่า ท่านชอบหรือท่านพึงพอใจต่อฟีดเจอร์Action Director มากน้อยเพียงใด 5 แปลว่าชอบมากที่สุด 4. ชอบมา 3 ปานกลาง 2 ชอบน้อย 1 ชอบน้อยที่สุด เราอยากตอบบอกความรู้สึกเรา เราก็ติ๊กลงไปในช่อง 1 ช่องใด แบบนี้เขาเรียกว่ามาตรวัด 5 ระดับนะคะ เป็น 1 ตัวแปรนะคะ ต่อไปรูปแบบคำถาม อีกแบบหนึ่งก็คือแบบเติมคำนะคะ อันนี้คำถามแบบปลายปิด เติมคำนี้จะใช้เมื่อเราต้องการข้อมูลเชิงปริมาณที่ถูกต้องแท้จริงนะคะ ท่านใช้โปรแกรม Action Diracter Blank ไว้ เดือน เราก็ถามต่อว่าเคยใช้มานานหรือยัง เขาก็ตอบ 5-6 เดือน แล้วแต่นะคะ ตามข้อเท็จจริง สิ่งแตกต่างกัน 2 อย่างนี้ก็คือ 1 มาตรวัด แวริเคิลสเกล ใช้กับข้อมูลที่เป็นเรื่องความรู้สึก ความพึงพอใจ ความคิดเห็น ทัศนคติ แต่แบบสอบถามที่ใช้แบบเติมคำแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้เก็บข้อมูลที่มีลักษณะเป็นข้อเท็จจริง อันนี้เราต้องแยกนะคะ ข้อมูล อย่างเช่น บ้านเลขที่ เห็นไหมคะเป็นข้อเท็จจริง ส่วนสูง อายุ ของเรานะคะ ข้อเท็จจริง ไม่ต้อง ถ้าข้อมูลใดเป็นข้อเท็จจริง ไม่ต้องออกไปหาค่าความเชื่อมั่นนะคะ เพราะว่า มันเท็จจริงในตัวมันอยู่แล้ว ไม่เหมือนพวกความรู้สึก แบบถูกผิด แล้วก็แบบจับคู่นะคะ อันนี้ก็เป้นการกำหนดรูปแบบขั้วคำถามแล้วขั้นตอนการร่างแบบสอบถาม มีอยู่ 9 ข้อ ในนี้ แต่ตอนนี้ครูอธิบายถึงข้อไหนคะ ข้อ 6 พอเราทำข้อ 6 เสร็จแล้ว ก็คือ เรากำหนดประเด็นหลัก ประเด็นย่อย กำหนดน้ำหนัก กำหนดจำนวนข้อคำถาม แล้วก็สร้างข้อคำภถาแล้วลองไปเก็บสัปดาห์ถัดไปข้อมูลในมือแล้ว ครูจะสอนเรื่องการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือนะคะ ว่าเครื่องมือที่เราใช้นี่มันมีความน่าเชื่อถือ นะคะ งานในวันนี้ในงานกลุ่ม สิ่งที่จะให้เราทำก็คือ ให้เราศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องแล้วทำอะไรส่งครูคะ ไม่ใช่งานเดี่ยวนะ เป็นงานกลุ่มนะ ทำตัวนี้นะคะ ทำแบบนี้ส่งครูได้ไหม ก็คือ ให้นักศึกษาบอกชื่อเรื่องวิจัยของเรานะคะ บอกชื่อเรื่องวิจัย สามาชิกในกลุ่ม การร่างแบบสอบถาม นะคะ เราก็กำหนดประเด็นหลักว่ามีกี่ประเด็นในเรื่องของพวกเราในระดับชั้นนี้นะคะ ในระดับปริญญาตรี ครูขอ ไม่เกิน 3 ประเด็น ให้มีแค่ 2 หรือ 3 พอ เราระดับนักศึกษา ป. ตรี ไม่ต้องเอาเยอะมากนะคะ เพราะงานวิจัยยิ่งมีวัตถุประสงค์มาก ๆ แต่อันนี้เราแค่ทดลองใช้นะคะ ให้มีประเด็นหลัก 2-3 ประเด็นก็พอ โอ.เค. ไหมคะ แล้วประเด็นย่อยก็ให้กำหนดตามหัวข้อขอบเขตที่เราศึกษาจำนวนข้อแล้ว ว่าแบบสอบถามเรามีกี่ข้อ ให้เราออกแบบแบบสอบถามมาส่งครู เพราะฉะนั้นส่งกี่อย่างคะ 2 อย่าง 1. ก็คือแผนผังการร่างแบบสอบถาม คราวนี้ ในการออกแบบ แบบสอบถาม มันจะมีส่วนประกอบที่ครูไม่ได้บอกให้สไลด์ Power Point นะคะ ก็คือ 1. เราจะต้องมีชื่อเรื่องแบบสอบถาม เรื่องอะไร เรื่องเต๊ง ๆ ๆ ๆ เราก็ใส่เข้าไปนะคะ แล้วก็มีคำชี้แจง คำชี้แจง เราก็จะบอกว่าแบบสอบถามนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเรื่องใด มีการเก็บข้อมูลนี้จะถูกเก็บเป็นความลับรายบุคคลนะคะ ขอให้ท่านตอบข้อมูลตามความเป็นจริง มันจะมีคำชี้แจงเสร็จแล้ว ตอนที่ 1 เราก้มักจะถามกัน เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เขาเป็นผู้ชาย ผู้หญิง อายุ หรือว่าชั้นปีการศึกษา ชั้นปีการศึกษา ถ้าเป็นคนธรรมดา ก็อาชีพอะไร ซึ่งจะทำให้คนที่มาอ่านงานของเรา เราก็จะไปเก็บกับตัวอย่างที่มันตรงกับเรื่องหรือไม่ มีตอนที่ 1 แล้วก็ตอนที่ 2 ก็ตามประเด็นที่เราศึกษา อันนี้นะคะ ก็เป็นต่อ ๆ มา โอ.เค. ก็งานชิ้นนี้ขอให้เราส่งครูวัน ใช้เวลากี่วันดีคะ สังเกตนะคะ เราเริ่มจับประเด็นวิชานี้ได้หรือยังคะ เราทำงานวนนี้ เราต้องไปทำต่อ เรียนต่อ ใช่ไหมคะ กระโดดข้ามไม่ได้ ถ้าคุณไม่ทำวันนี้ วันหน้าคุณจะมีอะไรเรียนไหม ไม่มี ดังนั้นคุณจะต้องทำนะคะ มันต้องฝึกปฏิบัติ ข้อมูล คุณต้องได้ใช้ Software เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ ขอให้พวกเรา อาจจะเขียนมาก่อนเป็นกลุ่มของเรา จากนั้นก็ทำอะไรคะ พิมพ์ ขอให้พวกเราพิมพ์มาส่งครูนะคะ โอ.เค. ไหม อันนี้พิมพ์นะคะ แล้วก็ตัวกำหนดน้ำหนักก็ให้มีชื่อสมาชิกกลุ่ม แล้วชื่อวิจัยต้องมีแล้วนะคะ ต้องคลอดแล้ว สำหรับกลุ่มใดที่มีปัญหาติดขัดหรือไม่มั่นใจ อยากจะปรึกษาครูนอกเวลาเรียน ให้ไปที่ตึก 7 ชั้น 1 เพราะการทำวิจัยนี้มันอาจจะต้องมีการปรึกษาคนที่เขาทำมาก่อนหน้าเรา เพื่อให้เราเกิดไอเดีย ให้เรากระตือรื้inbox มาถามครูก็ได้ Email มาถามครูก็ได้ อาจารย์คะหนูทำแบบนี้ถูกไมคะ ถ้าไม่มั่นใจอีเมลมา เดี๋ยวครูจะตอบนะคะ งานนี้ใช้เวลากี่วันคะ 3 วัน โอ.เค. ดีมากเลย วันนี้วัน โอ.เค. อย่างนั้นส่งวันศุกร์ โอ.เค. นะคะ ส่งวันศุกร์ก่อนเวลา 16.00 น. ส่งบนโต๊ครู ครูตึก 7 ชั้น 1 ให้บอกชื่อเรื่องวิจัยที่จะทำ สมาชิกในกลุ่ม ใบที่ 2 ให้บอกการกำหนดน้ำหนัก ประเด็นกับการกำหนดน้ำหนัก ก็คือร่างแบบสอบถามนะคะ โอ.เค. นะคะ อันนี้ให้ทำเป็นงานกลุ่ม แล้วสัปดาห์หน้าขอให้นักศึกษาทุกคน ทุกกลุ่มทำชิ้นงาทำชิ้นงานร่วมกัน ให้ทุกกลุ่มมีแฟ้มซองพลาสติก ซองพลาสติกใช่ไหมคะ ที่มีเชือกผูก ให้เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยกลุ่มเรา 1. เปเปอร์หลัก ต้องปรินต์ออกมา Paper ที่เกี่ยวข้องอธิบายว่าดูตรงนั้นตรงนี้อย่างไร งาน การบ้านทุกอย่างที่ให้ไปแล้ว ให้เราเก็บผลงานของเพื่อนที่ผลงานดีที่สุด เก็บเข้าแฟ้ม เพื่อประกอบการดูทบทวน โอ.เค. นะคะ มีคำถามไหมคะ อะไรนะคะ นักศึกษาบอกว่าถ้ามีปัญหาจะไปหาที่ตึก แต่ว่าทัก ๆ ครูมาก่อนนะคะ นะคะ ถ้านักศึกษาจะมาพบครู ให้โทรมาแจ้งครูก่อนนะคะ บางที่ครูไปสอนตึกอื่น นัดเวลาที่สะดวกพบกันนะคะ แต่จะมีความยินดีมากที่พวกเราเดินเข้ามาถาม พบครูดีแล้ว เป็นเรื่องที่ดี อีกประเด็นหนึ่งนะคะ การบ้าน การกำหนดขนาดตัวอย่าง สำหรับคนที่ยังไม่ได้ทำส่งครู และคนที่ส่งมาแล้วแต่ก็ยังผิด ให้แก้ไขแล้วส่งใหม่ภายในวันนี้ เวลา 16 นาฬิกา ถ้า Late จากนี้แล้ว ครูอนุญาตไม่รับผลงานนะคะ เพราะว่าอยากให้พวกเรามีวินัย ในการทำจริง เขาจะมี ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด โอ.เค. ได้เวลาพอดีเลย วันนี้ครูขออนุญาตบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ เพราะว่าวันนี้คณะวิทยาศาสตร์เขาจัดกิจกรรมภายในคณะ ก็คือกิจกรรมวันปีใหม่ ซึ่งครูเป็นบุคลากรคนหนึ่ง ก็จะขออนญาตนักศึกษาไปร่วมงานนั้นนะคะ ครูได้ฉลากของขวัญนะคะ เวลาที่เหลือก็ให้พวกเราประชุมทีม โอ.เค. ไหมคะ สัปดาห์หน้าให้มีซองแฟ้ม เดี๋ยวครูดูชิ้นงานของกลุ่มไหน ต้องมีเอกสารให้ครูดู เปเปอร์หลัก และเปเปอร์ที่เกี่ยวข้องออกมา 5-6 ปรินต์ออกมาเลยนะคะ เย็บหัวมุมแล้วใส่ในซอง วันนี้มีคำถามไหมคะ มีใครขาดบ้าง เพื่อน ๆ ดูซิครบไหมคะ จุฑามาศเลขที่ มีจุฑามาศขาด เสาวลักษณ์ อ๋อ ค่ะ แล้วมีใครขาดอีกไหมคะ โอ.เค. อย่างนั้นวันนี่เท่านี้นะคะ เท่านี้นะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]