--- title: ทดสอบการประชุมวุฒิสภา TPTV วันที่ 17-02-2563 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.32 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมทั้งนี้เนื่องจากได้บรรจุกระทู้ถามเป็นหนังสือ ครั้งที่ 20 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ครบจำนวน 3 กระทู้แล้ว โดยกระทู้ถามซึ่งไม่อาจบรรจุเข้าระเบียบการประชุมดังกล่าว ท่านประธานวุมฒิสภาจะได้บรรจุเข้าระเบียบวาระประชุมต่อไป 2. ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 23 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 วันที่ 30 มกราคม 2563 ที่ประชุมได้รับพิจารณารายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 227 เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนกันยายน 2562 แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานประชุม รับรองรายงานการประชุมวุฒิสภา จำนวน 6 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 15 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562 ครั้งที่ 16 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2562 ครั้งที่ 17 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 10 ครั้งที่ 18 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 ครั้งที่ 19 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วันอังคารที่ 17 กันยายน 2562 และครั้งที่ 1 สมัยวิสามัญเป็นพิเศษ วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562 ซึ่งได้จัดวางไว้ให้สมาชิกตรวจดูก่อนแล้ว ตามข้อบังคับข้อที่ 28 จะมีสมาชิกท่านใดขอแก้ไขเพิ่มเติมประการใดหรือไม่ถ้าไม่มีผู้ใดข้อแก้ไขเพิ่มเติม ถือว่าที่ประชุมรับรองรายการประชุมทั้ง 6 ครั้ง ระเบียบวาระที่ 3 กระทู้ถาม 3.1 กระทู้ถามเป็นหนังสือ ท่านสมาชิกครับ ในวันนี้มีกระทู้ถามเป็นหนังสือจำนวน 3 แต่เนื่องจากกระทู้ถามที่ 3.1.1 กระทู้ถามเรื่อง มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย 27 พฤศจิกายน 2562 ท่าน คำนูณ สิทธิสมาน เป็นผู้ตั้งถาม ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างพักฟื้น หมอนรองกระดูดทับเส้นประสาท จึงทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้การตอบกระทู้ถามออกไปก่อน และ3.1.2 กระทู้ถาม เรื่อง นโยบายการส่งเสริมให้ประชาชนที่มีรังนกนางแอ่นบ้าน หรือผลิตรังนกนางแอ่นบ้านสามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์ เป็นผู้ตั้งถาม ถามนายกรัฐมนตรี ท่านสวัสพงษ์เป็นผู้ตั้งฐาน และท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมท่านวราวุฒิ ศิลปอาชา ผู้มาตอบกระทู้ถาม ซึ่งท่านรัฐมนตรีผู้ได้รับมอบหมายติดภาระกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามไปก่อน ในวันนี้จึงเหลือกระทู้ถามในหนังสือ เป็นจำนวน 1 กระทู้ ผมขอกำหนดเวลาในการถามตอบกระทู้ถามไม่เกิน 20 นาทีนะครับ 3.1.3 กระทู้ถามเรื่อง การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดิน พ.ศ. 2562 ท่านสมชาย แสวงการ เป็นผู้ตั้งถามเป็นผู้ถามกระทรวงมหาดไทยและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสมาชิกครับ ในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน อนุพงศ์ เผ่าจินดา มาตอบกระทู้ถามด้วยตนเอง และสำหรับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอุตตมะ เสวนายนต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัชร์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ขอเชิญท่านรัฐมนตรีเข้าประจำที่ครับ เชิญครับ ครับ ขอเชิญท่านสมชาย แสวงการ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบเรียนท่านประธานครับ วุฒิสภาครับ ผม สมชาย แสวงการ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้บรรจุกระทู้ของผมนะครับ เรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติการจัดภาษี และที่ดิน ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้ให้เกียรติมาตอบด้วยตนเองนะครับ และถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านรัฐมนตรีคลัง ก็ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีผู้ช่วยฯ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ได้ตอบกระทู้ในระยะเวลา 20 นาที ผมก็กราบเรียนมี 2 รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องเรียนว่าเป็นปัญหาบ้านเมือง ต้องเรียนว่าได้ออกกฎหมาย เพื่อเจตนารมณ์ เพื่อกับพี่น้องประชาชนในการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้ให้แผ่นดิน แต่ก็เกิดปัญหาความไม่เข้าใจหลายประการ และก็รวมถึงเกิดปัญหาที่สภาผู้แทนราษฎรเอง ก็ยื่นญัตติตั้งคณะกรรมการ มีผลการศึกษาส่งไปยังรัฐบาล ขอให้ชะลอการใช้หรือยกเลิกการใช้ ผมมีความกังวลว่า ซึ่งผ่านสภาผู้แทน และวุฒิสภาไปจะใช้นี่ ยังมีเรื่องของรายจ่าย 3.2 ล้านล้าน ยังเกิดความสับสนในเรื่องของกฎกระทรวงก็ดี ในเรื่องของข่าวสารไปยังพี่น้องประชาชน ที่มีทั้งฝ่ายที่ได้รับข้อมูลจากท้องถิ่น ท้องที่ กฎกระทรวงที่ยังออกมาไม่ครบหรือครบแล้ว การประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดความกังวลว่าการจัดเก็บภาษีประจำปีนี้จะเกิดปัญหาไม่ทั่วถึงหรือไม่เป็นธรรม หรือตามที่คาดการไว้ อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เรียนในกระทู้ ก็อยากจะเรียนถามในกระทู้นะครับ ก็เลยอยากจะหารือท่านประธานแม้ท่านประธานจะให้กรุณาให้ตอบกระทู้ภายใน 20 นาที และท่านนายกรัฐมนตรีมาแล้ว และท่านอยากจะชี้แจงมากต่อพี่น้องประชาชน ก็จะถือโอกาสนี้นะครับ ใช้ข้อบังคับข้อ 154 วรรค 3 นะครับ การถามและตอบกระทู้นั้น ในครั้งหนึ่งให้มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ผมคงไม่ใช้ถึงขนาดนั้นครับ เพียงแต่จะขอท่านประธานว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีการคลัง พี่น้องประชาชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก คลิปของการอธิบายวันนี้ของท่านนายกทั้ง 2 รัฐบาลจะเดินหน้าในเรื่องของ พ.ร.บ. นี้อย่างไร แล้วเก็บภาษีอย่างถูกต้องเป็นธรรมอย่างไร ขออนุญาตท่าน ถ้าการถามผมจะถามให้สั้น แต่จะขออนุญาตรัฐมนตรีได้อธิบายกับพี่น้องประชาชนด้วย ถ้าท่านประธานจะกรุณาครับ (ประธาน) ครับ ก็เรื่องเวลาไม่ใช่ปัญหาสำคัญนะครับ ถ้าการอภิปรายหรือการตอบคำถามนี่เป็นสาระสำคัญ ที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าใจ ก็เวลาก็ผ่อนผันได้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ กระผมขอเข้าเรื่องระเบียบวาระในเรื่องกระทู้ และจะใช้เวลาให้สั้นที่สุดนะครับ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้อธิบายกับผ่านสมาชิกวุฒิสภา ก็ในเรื่องของกฎหมายขณะนี้นี่ มีประเด็น 2 ประเด็นที่ผมได้ตั้งคำถามคือ ในการออกกฎหมายลำดับรอง ซึ่งมีทั้งของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง คืบหน้าอย่างไรแล้วก็ทราบว่าท่านรัฐมนตรีก็ได้ประกาศออกไปแล้ว ซึ่งมีความไม่ชัดเจนที่สังคมอาจจะสงสัยเคลือบแคลต่าง ๆ อธิบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและช่วยว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ในเรื่องที่ 2 นี่ คือประเภทที่อยู่อาศัย ซึ่งก็เคยเกิดปัญหา มากนะครับ ในการแบ่งเรื่องที่อยู่อาศัยบ้าง ทาวน์เฮาส์ อาคารชุด คอนโดมิเนียม ซึ่งตอนหลังกระทรวงการคลังก็แก้ไข เพราะผมเองก็เดินทดสอบใน 4 กรุงเทพมหานคร ไปพบปะกับพี่น้องประชาชน และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ที่ได้ส่งจดหมายมายังกระทรวงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เกิดการเรียกเก็บหรือการแจ้งที่ทำให้เขาสับสน หรืออาจจะทำให้เขาไม่เป็นธรรม อยากขอความชัดเจนว่า ตอนนี้ได้ดำเนินการ ในการทำให้เกิดการกระจ่างมากน้อยเพียงใด สิ่งที่ปรากฏผ่านสื่อนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์หรือคณะกรรมาธิการ วิสามัญตั้งขึ้นของสภาผู้แทนราษฎร ผ่านสภาผู้แทนราษฎรนี่ คือการยกเลิกการใช้ออกไป เลื่อนการบังคับใช้ 2 ถึง 3 ปี รวมถึงมีการแก้กฎหมาย ฉบับนี้ ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในนิยามบางประการ รวมถึงมีการเปิดเผยผ่านสื่อ ซึ่งผมคิดว่าเป็นความเสียหายจากการทำกฎหมายที่ดีนะครับ ในเรื่องของการจัดการ การกระจุกตัวของกลุ่มคนร่ำรวยนี่ เพื่อนำไปใช้ต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้น แล้วก็การเก็บภาษีองค์ท้องถิ่นในรูปแบบที่สามารถมีเงินเพิ่มขึ้นได้ ยกตัวอย่างสื่อบางฉบับนะครับ ไปลงข้อมูล ซึ่งผมก็ไม่รู้ในข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่นะครับ เช่น ลงข้อมูลเปรียบเทียบว่า กฎหมายฉบับนี้ เอื้อหรืออุ้มเจ้าสัวมากกว่า และขึ้นถึง 10 เท่า แล้วก็เป็นการยกตัวอย่างเช่น บริษัท ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ เอ็กเซนคลองเตย ในเขตคลองเตย จาก 52.1 ล้านนี่ เหลือการจ่ายภาษีแค่ 8 ล้าน เหลือ 8.1 ล้าน ที่เขตคันนายาว บริษัทสยามรีเทล 8.6 ล้าน อันนี้คือห้างแฟชันไอซ์แลนด์ บริษัทสินแทพย์ บริษัท สยามจตุจัก การรถไฟแห่งประเทศไทย จากบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จาก 43 ล้าน 9 แสน เหลือ ล้าน บริษัท AIA จาก กระทรวงการคลัง จาก 4.2 ล้าน เขตทวีวัฒนา เหลือ 705,000 อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างที่ไม่ใช่ทั้งหมด ที่รกร้างว่างเปล่า และส่วนที่จะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ข้อเท็จจริงแบบนี้น่ะครับ เกิดขึ้นปัญหาที่อยากฟังคำอธิบายจากทางกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยและได้มีการแก้ไขอย่างไร และทำให้เกิดความเป็นธรรมเท่าเทียมอย่างไร รวมถึงสภาพปัญหาที่ประชาชนรอคอยคำตอบอยู่ว่าตกลงกฎหมายนี้จะเดินหน้าเก็บเงินหรือจะชะลอเลื่อนออกไป ปฏิบัติถูก และงบประมาณแผ่นดิน ก็เลยขออนุญาตถามรัฐมนตรีทั้ง 2 ขอบคุณครับ (ประธาน) ขอบคุณครับ ท่านสมชาย เชิญท่านรัฐมนตรีสันติครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพนะครับ กระผมนายสันติ พร้อมพัฒ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังนะครับ ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านสมชาย แสวงการ ต่อข้อคำถาม ว่าในการออกคำถามสำหรับข้อแรกนะครับ ในการออกกฎหมายระดับรองทั้ง 8 ฉบับ ลักษณะความคืบหน้าอย่างไร และจะดำเนินการได้แล้วเสร็จเมื่อไหร่นะครับ ก็ขอตอบคำถามดังนี้นะครับ คำตอบข้อที่ 1 กระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่า กฎหมายระดับรอง ภายใต้พระราชบัญญัตินะครับ ที่จะต้องประกาศใช้สำหรับจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2563 รวมทั้งสิ้นนะครับ มี 18 ฉบับนะครับ ซึ่ง 18 ฉบับนี้นะครับ ก็ได้แยกกันรับผิดชอบนะครับ ก็คือกระทรวงการคลังรับผิดชอบ 17 ฉบับ กระทรวงมหาดไทย 6 ฉบับ และระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบอีก 5 ฉบับ ปัจจุบันความคืบหน้าของกฎหมายระดับรองทั้ง 18 ฉบับนั้นนะครับ กฎหมายระดับรอง ทั้ง 7 ฉบับนะครับ 1. พระราชกิจณีกา การลดภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภทนะครับ บางประเภทที่ไม่ได้อยู่ใน 18 ฉบับนี้ ที่อยู่ในแต่ละฉบับนะครับ 2. กฎกระทรวงทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นจากการเก็บภาษีที่ดิน จากการเก็บภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณมูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ 4. กฎกระทรวงการงดหรือลดเบี้ยปรับ 5. กฎกระทรวงการคลัง เรื่องการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของมูลนิธิหรือของสาธารณกุศล 6. กฎกระทรวงเรื่องหลักเกณฑ์พิจารณาทรัพย์สินของเอกชน เฉพาะส่วที่ได้ยินยอมให้ทางราชการได้รับสาธารณประโยชน์ กฎกระทรวงเรื่องหลักเกณฑ์มูลค่าของฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา และมีชื่อตามทะเบียนบ้าน กฎหมายว่าด้วยกฎทะเบียนราช โดยเฉพาะกฎหมายระดับรอง ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกศาแล้วกฎหมายลำดับรอง ของกระทรวงมหาดไทยจำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ 1. กฎกระทรวงกำหนดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บภาษี แทนองค์กรส่วนท้องถิ่น กฎกระทรวงที่ดิน กฎกำหนดกระทรวงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า ืหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามควรแก่สภาพ 3. กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการประกาศทุนทรัพย์ อัตราภาษีในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 4. กฎกระทรวงการผ่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 5. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินการตามพระราชบัญติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และ 6. กฎกระทรวงมหาดไทย เรื่องการดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยกฎหมายลำดับรองของกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศใช้ในราชกิจานุเบกศา ครบทุกฉบับ 3. กฎหมายระดับรองที่ได้ดำเนินการร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย มี 5 ฉบับ โดย 3 ฉบับได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกขาแล้ว นุเบกษาแล้ว ได้แก่ 1. ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภท กฎกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การคำนวณของฐานภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา 3. ประกาศกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย เรื่องเหตุจำเป็นทางราชการ ซึ่งบุคคลธรรมดาต้องย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน เหลืออีก 2 ฉบับ ที่อยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 1. ประกาศกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยในเรื่องหลักเกณฑ์ ในการใช้ประโยชน์ประกอบเกษตรกรรมและ 2. ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่องการใช้เป็นที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ในการจัดการอบรมเจ้าหน้าที่การคลัง กระทรวงมหาดไทย จัดอบรมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้รับรู้ถึงการของร่างกฎหมายลำดับรอง ที่ต้องใช้ในการกฎหมายจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ ดังน้นภาษีที่ดินจึงพร้อมและสามารถจัดเก็บได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นะครับ และต่อข้อถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่บอกว่าภาษีในบางตัวนั้นเกิดความสับสน ทำให้ยุ่งยากต่อการจัดเก็บนั้น ต้องขอกราบเรียนว่า ยกตัวอย่างภาษีที่ดินนะครับ เพื่อใช้เพื่อเกษตรกรรม ใช้เพื่อเกษตรกรรมก็มีเจ้าที่ดินบางราย ท่านได้พูดถึงนะครับ ซึ่งที่ดินนั้นอยู่กลางเมือง แต่ว่าก็ได้นำไปปลูกมะนาว อันนี้ผมกราบเรียนว่า นะครับ ก็มีมาตรการใน 18 รองนี้นะครับ เพื่อจะพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างนะครับ ที่เป็นการไม่เหมาะสม เป็นการเอาเปรียบแล้วก็ไปตีความในกฎหมายนี่ ด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นนี่หากมีการเสียภาษีนะครับ ที่ดินตาม พ.ร.บ. นี้อย่างไม่ถูกต้อง และถ้าหากพนักงานท้องถิ่น ที่จะเป็นผู้ที่จะออกไปเก็บภาษีตัวนี้นะครับ ได้ตรวจพบพฤติกรรมดังกล่าวนะครับ ก็จะมีคณะกรรมการที่ตรวจสอบ เป็นธรรมสมดั่งเจตนาของ พ.ร.บ ฉบับนี้ เพราะ พ.ร.บ. นี้มีความจำเป็นที่จะต้องปรับแก้ไข เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นะครับ เพราะว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ใช้มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2475 และ พ.ศ. 2508 ซึ่งมันเป็นเวลาอันยาวนาน จึงจำเป็นต้องปรับ และออกกฎหมายรองมา กฎหมายรองนั้น ถ้าตามที่ผมได้อ่านไปแล้วนี่นะครับ ท่านสมาชิกคงทราบนะครับว่า มีความครอบคลุม มีรายละเอียด และลดการใช้ดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่นะครับ เหตุที่ผมบอกว่าเป็นการลดการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่นั้น ก็ขอกราบเรียนโดยสังเขปนะครับว่า การประเมินราคาที่แท้จริง ก็ทั้งประเทศก็จะประเมินโดยกรมธนารักษณ์ ซึ่งมีเป็นหน้าที่ของกรมธนารักษ์ในการประเมินราคาประเมินเบื้องต้น ส่วนทางท้องถิ่นที่สับสน จริง ๆ ก็ได้ทำความเข้าใจและได้ประชุมกันแล้วนะครับ ว่าจะต้องนำราคาประเมินของกรมธนารักษ์ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเพื่อเกษตร ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย และที่ดินอื่น ๆ ทั้งหลาย ตั้งเป็นราคากลาง ประเมิณเป็นราคากลาง ส่วนพื้นที่จะใหญ่ จะเล็ก หรืออยู่ในสภาพใด ๆ นะครับ ท้องถิ่นก็จะนำเนื้อที่เหล่านั้นมาคูณด้วยราคาของกรมมาตรฐานของกรมธนารักษ์ แล้วก็จะออกมาเป็นภาษีตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ นะครับ มีอีกคำถามที่บอกว่า ที่อยู่อาศัย บ้าน คอนโดต่าง ๆ นะครับ ก็ถือว่าเป็นที่อยู่อาศัยนะครับ ส่วนจะเก็บภาษีได้น้อยเพียงใดนั้นนะครับ ก็ขึ้นอยู่กับราคาประเมินของกรมธนารักษณ์ และเนื้อที่นะครับ แต่ถ้าหากว่าเป็นอาคารพาณิชย์นะครับ กรมธนารักษ์ก็จะมีราคาประเมินราคามาตรฐานกลาง จำนวนเนื้อที่เท่าใดนะครับ ทางท้องถิ่นก็นำไปคูณกับราคามาตรฐานกลางเป็นอัตราก้าวหน้านะครับ ซึ่งในสื่อที่ได้ประชาสัมพันธ์มานั้นนะครับ อาจจะมีความคาดเคลื่อนอยู่บ้างนะครับ ดังนั้นนี่นะครับ ทางกระทรวงการคลังและกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง (ประธาน) ครับ ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรี เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ที่ทรงเกียรติ ผมขอเรียนเรื่องภาษีและสิ่งปลูกสร้าง ไล่ตามลำดับตามภาษีเดิมที่ใช้อยู่นะครับ คือเรื่องภาษาโรงเรือนและที่ดิน แล้วก็ภาษีบำรุงท้องที่เดิม ทุกท่านคงต้องยอมรับว่า อันเดิมก่อนในเรื่องของภาษีโรงเรือนและที่ดิน ถ้าดูการเก็บของท้องถิ่นที่มีอำนาจหน้าที่นั้น ท่านคงบ่อยเรื่องของการใช้วิจารณญาณในการเก็บ ล่วงเลยไปถึงการประพฤติมิชอบในการที่จะพิจารณาจัดเก็บกับเจ้าของผู้เสียภาษี ผมขอยกตัวอย่าง มีตึกหลังหนึ่งมีพื้นที่ใช้สอย การคำนวนนั้นเก็บจากผลประโยชน์ที่ได้จากรายได้นะครับ แทบจะไม่มีตึกใดเลยที่บอกว่าค่าเช่าตึกเป็นจำนวนมาก สมมติ 1,000 บาท 200 บาท ที่เหลือเป็นค่าบริการต่าง ๆ ไม่เช่นนั้นจะต้องโดนภาษี 2.5 นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นมาในอดีตทั้งหมด เรื่องของภาษีโรงเรียนและที่ดินนะครับ เพราะฉะนั้นท่านก็คงจะได้ทราบกิติศัทพ์มาในที่นี้ คือว่า รัฐไม่เคยได้ ที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ ก็คนรวยทั้งนั้นล่ะครับ ที่เคยได้ รัฐไม่เคยได้ ยืนยันว่ารัฐไม่เคยได้ส่วนนี้ จะกลับไปใช้นี่มันดีหรืออย่างไร นะครับ มันไม่ได้ดี และมันมี นอกจากได้ผลประโยชน์ ีกด้วย ผมคงไม่ต้องยกไปในรายละเอียดประเด็นเรื่องอื่นไปอีกนะครับ ส่วนในเรื่องของท้องที่มาใช้ตรงนี้ ก็จะเลี่ยงไปใช้ตรงบำรุงท้องที่นะครับ ทำไมเลี่ยงไป ภาษีบำรุงท้องที่นั้น อัตราที่ใช้ในการเป็นราคากลางนะครับ ราคาปานกลางนั้น 4 ปี จะมีการประเมินทีหนึ่ง ประเมินครั้งสุดท้าย คือ ถึงส่วนของ 2524 ใช้อัตรานี้มาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นเจ้าตัวภาษีที่เก็บได้ ท่านจะเอามาเทียบอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าไม่สะท้อนความเป็นจริงไม่ได้เลย เท่าไร เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องเก็บเป็น 100 เท่า เป็นร้อยเท่า พยายามจะทำตามกฎหมายเมื่อปี 2555 ที่เข้ามานั้น พยายามทำอัตราภาษีใหม่ เศรษฐกิจก็ไม่กล้าประกาศใช้ ก็ขออนุญาตใช้อัตรา 2521-2524 ตลาดมา ไม่สะท้อนของผู้ที่มีภาระหน้าที่จะต้องจ่ายภาษี แล้ว เพราะฉะนั้นการจะกลับไปต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย ส่วนภาษีอันนี้ที่เขาคิดมาเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิงทุกคนต้องไปแจ้ง แล้วทางท้องถิ่นไปประเมิน และใช้กฎหมาย 2 ตัวอย่างที่ว่า อันใหม่นี้ ทางราชการเป็นคนตรวจสอบทั้งหมด แล้วแจ้งเจ้าตัวทราบ ว่า ท่านมีที่ดินอย่างไร สามารถคัดค้านได้ว่าเป็นอย่างไร อันนี้ก็มีประเด็นที่ผ่านมาเขาส่งลงไป เขาก็ดูว่าท่านมีที่กี่ที่ บ้านกี่หลัง บ้านกี่หลัง มีทะเบียนบ้านอยู่ อันนี้ก็ใส่เป็นบ้านหลัก แค่นั้นก็โวยวายกันไปทั้งประเทศ ผมถ้าลองนึกถึงคนที่เขาส่งไป เขาจะสั่งไปที่เขาไปยืนอยู่หน้าบ้าน 3 เดือน 1 เดือนก็ไม่เจอ ท่านคิดว่าการสำรวจจะเสร็จเมื่อไหร่ เขาก็ต้องใส่ไปก่อน เจ้าของบ้านก็จะกลับมา ตัวเองให้เช่าหรือให้อยู่อาศัย เรื่องใหญ่ ๆ ก็มีแค่นั้นน่ะ ไม่ได้มีอะไรเลยนะครับ ณ วันนี้ถ้าลองนึกความเป็นจริง คนที่มีบ้าน 2 บ้าน 3 บ้าน เคยไปหรือไม่กี่เดือน เจ้าหน้าที่จะยืนรอนะครับ เพราะฉะนั้นการทำงานนั้นยังมีความยากลำบากอยู่ แต่ว่าอย่างไรก็ตามมันก็เป็นปีแรกเท่านั้น กฎหมายออกปีแรก คนปฏิบัติ 7,500 กว่า อปธ. นะครับ เจ้าหน้าที่คูณไปจะกี่คนนะครับ ปฏิบัติต่อประชาชนทั้งหมดทั้งประเทศนี่ อย่างไรก็มีปัญหาบ้าง แต่ผมเรียนยืนยันว่า แต่ละอันแต่ละปัญหานี่ที่จะแก้ทั้งนั้นนะครับ กลับมาเมื่อสักครู่นี้ จะไปกลับไปใช้กฎหมายอะไร ท่านก็ทราบดีอยู่ ตอนผ่านสภาฯ ท่าน หลาย ๆ ท่านยังอยู่ที่นี่ กฎหมายอื่น ๆ มันจะยกเลิกหมดแล้ว ใช้ให้กำหนดโดยรัฐบาลนี่จะเอาพระราชกำหนดอันใดนี่ พระราชบัญญัตินี้ พระองค์ทรงลงนามโปรดเกล้าฯ มาแล้ว เพิ่งใหม่ ๆ แล้วก็ใช้ พรก. ไปทำอะไรนี่ ความควรหรือไม่ควรนี่ก็ต้องคิดให้หนัก ว่าถ้ามันไม่มีเหตุจำเป็นอันยิ่งยวดแล้ว เดี๋ยวผมจะเรียนให้ทราบว่ายังไม่มีความจำเป็นใด ๆ กฎหมายเก่านี่หมดแล้ว ไม่มี ขั้นตอนเอามาใช้ก็จะยืดยาวไปไม่ใช่น้อยนะครับ ในส่วนของในส่วนของสถานะของการปฏิบัติในขณะนี้ ผมคงไม่ไปพูดถึงกฎหมายรองทั้งหมด ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า กฎหมายรองทั้งหมด รองรับได้หรือไม่ เขาบอกว่าออกมารองรับได้หมด ไม่ว่าจะเรื่องใดนะครับ ผมคงไม่ต้องลงไปในรายละเอียด ว่าจะใช้กี่ประเภท อันนี้เขารองรับได้หมด และที่เป็นประเด็นปัญหาเรื่องสำคัญ เรื่องที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือไม่ใช้ประโยชน์ตามสภานะครับ อันควร หรือว่าในที่ของ บ้านหลายหลัง ทั้งหมดนะครับ ขณะนี้กฎหมายรองทั้งหมดนี่ เขารับได้ทั้งหมดแล้ว รองรับได้ทั้งหมดนะครับ เหลืออะไร เหลือว่าขั้นตอนในขั้นนี้เป็นขั้นตอนที่ทางท้องถิ่นทั้งหมดนี่ จะต้องสำรวจทั้งหมดแล้วก็ประกาศแจ้งไปที่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ความยุ่งยากนั้น ถ้าพูดถึงว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างไร กฎหมายฉบับนี้มุ่งหวังที่จะใช้ฐานภาษีจากมูลค่าของมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หรือทุนทรัพย์ แล้วก็การใช้ประโยชน์ 2 หลักนี้ เป็นการใช้ประโยชน์สะท้อนออกมาเป็นอัตราว่าใช้อัตราเท่าไรเป็นอย่างไรนะครับ ทั้งหมดนี่จะเป็นตัวที่ ทั้งหมดนี้คาดว่าจะทำให้ทุกคนเอาที่ดินมาใช้ และมีความรับผิดชอบ ประเด็นปัญหาตอนนี้นี่ไม่ได้เอาเฉพาะที่ดินที่เป็นเจ้าของเท่านั้น ขอยกตัวอย่าง ถ้าที่ดินที่ท่านไปใช้ของรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องเสียภาษีทั้งหมด ยุ่งยากของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็อยู่ที่ตรงนี้ละครับ ถ้าเป็นที่ดินที่มีโฉนดนี่มีการประสานงานกับท้องถิ่น กับกรมปกครอง สามารถตรวจสอบได้หมด มันก็จะเหลือที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานอื่นนี่ที่จะต้องสำรวจให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก ซึ่งต้องของความร่วมมือจากกรม เจ้าหน้าที่ข้างล่าง ของกระทรวงทบวงกรมอื่นของตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็คงจะ ท่านก็คงจะนึกภาพที่จะไปยืนรอแล้วให้เจ้าของที่เขามาแล้ว ถามอย่างไรนะครับ นั่นคือความยาก อย่างไรก็ตามเราได้ขยายเวลาไปถึงเดือนมีนาคม ส่วนสิทธิใดนั้นก็เป็นที่จะต้องแก้ปัญหากันได้ ที่จะไปสำรวจให้ได้ แล้วก็ประกาศให้ได้ให้เจ้าตัวเขาทราบ แล้วในเดือนพฤษภาคมทางท้องถิ่นก็จะประกาศราคาประเมิน จะแจ้งประเมินภาษีไปที่เจ้าตัว ถ้ามีปัญหาอะไร กฎหมายก็ทำได้ เช่น ตอนที่เขาไปแจ้งประกาศอะไรก็แล้วแต่ เจ้าตัวก็คัดค้านได้ และทางเจ้าหน้าที่ยืนยัน ตัวเขาเองมีหน้าที่อุทธรณ์ได้ หลังจากนี้ไปก็สามารถไปฟ้องได้ ระหว่างนี้สามารถบรรเทาการจ่าย เพราะฉะนั้นท่านก็เห็นว่า องค์กรท้องถิ่นนี่ มันก็เป็นย่อย ๆ ดำเนินการไปได้ อันนี้ผมเรียนโดยภาพนะครับ ถามมาว่าเมื่อสักครู่นี้นะครับ ว่ามีการเอื้อรายทุน หลักการของจดหมายที่เขียนมาทั้งหมดนี่นะครับ ต้องการที่จะให้ผู้ที่มีรายได้น้อยนี่ไม่มีภาระทางภาษี โดยยิ่งทางด้านเกษตรกร ใน 3 ปีแรกก็เว้นให้ 50 ล้านแรก ของที่ดินที่ทำเกษตร พอขึ้นมาจะเกิน 50 ก็ต่ำมาก ล้านละ 100 บาทนะครับ เพราะฉะนั้นเจตนาของกฎหมายนี่ เจตนาที่จะดูแลคนจน มาดูด้านที่อยู่อาศัยบ้าง ด้านที่อยู่อาศัยก็ขั้นต่ำนะครับ 50 ล้าน อันนี้เป็นประเด็นที่เอาไปวิพากย์กันบ้าง คนที่มีบ้าน 49 ล้านก็รวย แล้วทำไม แล้วคนมีบ้านล้านหนึ่งทำไม ถ้าท่านเอาตัวนี้มาจับนี่ เท่าไรก็ไม่จบครับ ถ้าเอาตัวเลขมาจับเท่าไรก็ไม่จบ ท่านลดมา 40 ก็อย่างที่คนที่ 39 กับคนที่เสีย 39 คนที่ได้ล้านก็บอกว่าไม่เป็นธรรมอีก ถ้าลดมาเท่าไร ขณะนี้เขาเอา 50 เขาบอกว่าเป็นปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องมี ก็เอากลาง ๆ ว่า 50 นี่ ตั้งแต่จนจนถึงรวยพอสมควร แต่เขาเจตนาว่า รวยมาก เขาจะเก็บ เขาจะเอาเงินคนพวกนี้เป็นหลัก เจตนาก็คือว่า ต้องการสังคมที่ ผมขอเรียนนะครับ สังคมที่มีความหนาแค่นี้ เขาต้องการให้คนจนข้างบนนี่ คนรวยน้อย ๆ คนจนมีน้อย ๆ คนรวยเท่าๆ กันที่เขาอยากจะทำ มันไม่ใช่แก้กฎหมายตรงนี้แล้วทำได้ครับ ท่านยังมีกฏหมายอีกหลายตัวที่ทำอย่างนี้ได้ ผมคงไม่ต้องขอเรียนท่านที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน ไม่ใช่กฎหมายที่ดิน บำรุงท้องที่แล้วทุกคนจะเท่ากัน ไม่ใช่ ยังมีกฎหมายอีกหลายตัวนักที่จะทำให้เกิดสิ่งนี้ได้ คิดอยู่ในใจเหมือนกัน ถ้าท่านเป็นคนที่อยากให้คนเท่าเทียมกันไม่เหลื่อมล้ำกันนะครับ แต่พอไปดูเป็นประเด็น ๆ อย่างนี้นี่ ผมก็คงยอมรับว่ามันก็มี เมื่อเทียบกับภาษีเดิม มันอาจจะมี แต่ท่านจะออกกฎหมายอย่างไรครับ เมื่อเขาออกมาลักษณะแบบนี้ ตัวหลักสำคัญก็มีราคาประเมินของกรมธนารักษ์ แล้วเขาก็ออกเป็นอัตราเก็บมาอย่างนี้ ตัวนี้ก็คูณกัน อย่างไรก็แล้วแต่ออกมาเป็นภาษี ก็ไปยกเทียบกับของเดิม ท่านก็ลองดูว่าในกฎหมายฉบับนี้ มีกฎหมายเรื่องของการบรรเทา เขาเขียนว่า ถ้าเสียมากกว่าที่เคยเสีย ส่วนที่เกินผ่อนได้ ปีแรกเขาขอไม่ให้ผ่อน ปีแรกเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ เกินเท่าไรขอเพียง 25 ปีที่ 4 ต้องเสียเต็มตามที่คำนวณ เขาก็ประเมินแล้วว่าต้องเก็บได้มากกว่า แต่หลักการแต่ถ้าท่านจะให้ออกมาแล้ว ทุกคนเสียมากกว่าเดิมตามกฎหมายเดิม คิดว่าคงออกกฎหมายนั้นไม่ได้ แต่โดยหลักการเขาออกเป็นอย่างนี้ แต่ถามว่าแก้ได้หรือไม่ ผมคิดว่ามันมีหนทางที่จะแก้ได้ ยกตัวอย่าง มันอยู่ที่ราคาประเมินกับเรื่องอัตราจัดเก็บ อัตราจัดเก็บนั้น ตอนนี้ใช้อัตรานี้ไปก่อน 2 ปี เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเขาก็ต้องมีการคำนวณใหม่ในแต่ละพื้นที่ว่าราคาที่ทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตัวที่ 2 อัตราจัดเก็บเป็นอย่างไรก็ต้องปรับ จะต้องออกในปี 2565 นั้นเหลืออีก 1 ราชกฤษภีการวมเป็น 19 นะครับ ไม่ใช่ 18 โดยกระทรวงการคลังต้องออก เพราะฉะนั้นตัวปรับได้ว่า ว่าตรงไหนมันที่ดินมันเจริญ มันก็อาจจะราคาประเมินทุนทรัพย์ ก็อาจจะสูงขึ้นหรือจะไปใช้อัตราจัดเก็บ ประเภทใด อย่างไร เขียนให้มันมากขึ้น ก็มีโอกาสทำได้นะครับ เรียนว่าประเด็นแรกก็คือไม่สามารถกลับไปใช้กฎหมายใหม่ได้ ครับ จะยิ่งช้าไปปแล้วท้องถิ่นยิ่งจะไม่มีเงินมากกว่าไปนี้อีกนะครับ ไม่มีงบประมาณที่จะไปบริการสาธารณะได้อีก เพราะจะนั้นจะเร่งดำเนินการ ที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับ ก็จะเริ่มเก็บประมาณเดือนสิงหาคม ใครจะผ่อนก็ผ่อนสิงหาคม ตุลาคม ใหญ่ ๆ จะเป็นตามที่ผมเรียนครับ (ประธานวุฒิสภา) ครับ ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรี ขอเรียนเชิญท่าน สมชาย แสวงการ ถามได้อีก 1 ครั้งครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขอบคุณครับท่านประธาน กราบขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยินในเรื่องนี้เพราะว่าต้องเรียนตรง ๆ ว่า เหตุผลที่ผมถามว่ารัฐบาลจะเดินหน้าหรือจะถอยหลัง ผมปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ นิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งที่เป็นเลขาฯ รัฐบาลด้วยนะครับ แล้วก็เป็นผู้แปลกฎหมาย พ.ร.บ ฉบับนี้ และเป็นผู้ประสานงานได้เรียนที่ประชุมวุฒิสภา มีเจตนาชัดเจนว่า จัดเก็บรายได้ กระจายการถือครองที่ดิน ซึ่งผมเชื่อว่าหลักของกฎหมายถูกต้องแล้วนะครับ ผมที่ต้องเรียนถามเพราะว่ามีความสับสนในข่าวสารจริง ๆ ครับ และฝ่ายที่ไม่อยากให้ออกโจมตีหรือสัมภาษณ์เฉพาะส่วนที่ไม่เห็นด้วยนี่ อันสืบเนื่องมาจากมติสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 นะครับ ที่มีเสียงเป็นเอกฉันท์ ทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลซึ่งผมก็ตกใจ ซึ่ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลท่านให้สัมภาษณ์สนับสนุนให้เลื่อนกฎหมายนี้ออกไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี และท่านโจมตีข้อกฎหมายอีกด้วย ว่ามีข้อต้องไปแก้ไขเรื่องนิยาม แก้ไขในเรื่องข้อยกเว้นต่าง ๆ อันนี้ผมดีใจ ว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมเห็นด้วยแล้วครับเพราว่ากฎหมายที่ออกมานี่ยกเลิกกฎหมายเก่า ตั้งแต่ 2475-2508 ไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้ารัฐบาลประกาศอย่างที่พี่น้องประชาชนรับทราบ ท่านจะเดินอย่างไร หมายถึงว่าทางประชาชนนะครับ รับทราบเรื่องจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ใครยังเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ก็ทำการเกษตรเสีย เพื่อให้เกิด product activity ใครที่จัดการที่ดินทรัพย์สินตนเองให้เข้าสู่กระบวนการ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐเดินหน้านะครับ อันนี้ผม ขออนุญาตต้องกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรี ที่ต้องเรียนถามไป เพราะมีการโจมตีสังคมก็สับสนและผมก็เป็นห่วงว่างบประมาณแผ่นดินนี่ ถ้าเราเดินช้า แล้วเราผ่อนผันมาถึงมีนาคมแล้ว จะเก็บในสิงหาค, ถ้าเลื่อนตามข้อเสนอ สส. ที่มีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลนี่จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลนี่ไม่มีในปีนี้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่กว่า ประการที่ 2 ก็คือ ได้รับการชี้แจงจาก ว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงการคลังก็ดี กระทรวงหมาดไทยก็ดี ก็ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็ดำเนินการแล้ว ก็ขอบพระคุณครับ ที่เหลือผมขออนุญาตเสนอเป็นความเห็น เสริมก็สุดแล้วแต่นะครับ ส่วนเรื่องของการชี้แจงความชัดเจนในเรื่องการเดินหน้าทางกฎหมาย การอบรมกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นทั้งหมด ทั้งรัฐมนตรีมหาดไทยแจ้งทั้งหมด 760 องค์กร ก็การทำความเข้าใจกับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พี่น้องประชาชนนะครับ ก็เห็นคลิปจากทางท่านกระทรวงมหาดไทยออกมาชี้แจงบ้าง ผมคิดว่าดีแล้ว แต่อันนี้เป็นกฎหมายใหม่ ท่านรัฐมนตรีมหาดไทยว่าเริ่มใช้ในปีแรกก็เกิดการสับสน ใช้ไปสักระยะหนึ่งนี่ มันจะเกิดผลลัพธ์ในแง่ของการกระจายการ ถือครองที่ดิน และรัฐได้เงินที่ถือครองที่ดินไม่เกิดดุลพินิจให้เกิดการคอรัปชัน ผมเห็นด้วยครับว่าตัวอย่างเมื่อสักครู่ที่ผมยกนี่ มาจากรายงานของกรรมาธิการที่เขาเอาไปเผยแพร่ลงหนังสือพิมพ์ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และประชาชนร้องเรียนมาจากประชาชนนี่ ผมอยากจะยกเลิกกฎหมายเลย ผมก็ตอบไม่ได้ วันนี้ท่านรัฐมนตรีเป็นตัวแทนท่านรัฐบาลนี่ได้ชี้แจงผ่านไปยังประชาชน ซึ่งตอนแรกอาจจะมีปัญหา ไประยะหนึ่งอาจจะเกิดปัญหา อาจจะถูกโจมตีบ้าง แต่ทั้งหมดนี่จะเกิดความเกลี่ยความเป็นธรรม ด้วยข้อมูลที่ผมได้รับทราบ เจ้าสัวไม่จริงครับ เจ้าสัวที่เขารวย ที่มี 50 ล้าน ไม่ได้มีหลังเดียวครับ มี 5 หลัง 10 หลังนี่ ไม่ต้องห่วงครับ เขาถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นแน่นอน ที่ดินบางแปลงถูกลด แต่ในขณะที่อีกหลายร้อยแปลง เขาไม่ได้ถูกเรียกเก็บ เขาไม่ได้ถูกเรียกเก็บ การที่ที่ดินที่เคยจับจองไว้ อาจจะซื้อใส่เป็นตู้ เป็นบริษัท เป็นโกดังเลยนะครับ เป็นโฉนดนี่ ไม่ว่าจะเป็นทำการเกษตรก็ดี หรือพี่น้องได้เช่าทำการเกษตรก็ดี หรือทำการขายออกเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนมือไปสู่พี่น้องประชาชน ที่ไม่มีที่ดินนี่ก็จะเกิดขึ้น ส่วนที่ 3 ก็คือ รัฐจะได้เงินในส่วนประโยชน์ ที่จะได้มีการกระจายอำนาจ ซึ่งมีการกระจายอำนาจนี่ได้ไปบริหาร จัดการความเหลื่อมล้ำได้มากขึ้น มีความเห็นที่จะฝากคือ การประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นโอกาสดีท่านรัฐมนตรีทั้ง 2 เพื่ออธิบายสู่พี่น้องประชาชนจากนี้จนถึงปีแรกทั้งหมด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายนะครับ แล้วก็ขออนุญาตในเรื่องที่ประชาชนเขาอาจจะสับสน อาจจะต้องตั้งศูนย์เพื่อชี้แจง (ประธาน) ขอบคุณครับท่านสมชาย แสวงการ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบข้อคำถาม (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านผู้ทรงเกียรติครับ ก็ตรงทั้ง 2 ประเด็น ขณะนี้เรียนยืนยันนะครับ ว่าตัวกฎหมายนี้น่าจะครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ และมีหนทางที่จะแก้ไขได้ การจะเก็บได้มากได้น้อย กลับไปใช้กฎหมายเดิมนั้นเป็นไปได้ยาก และมันได้เท่าเดิม เขาจะให้เลิกเขาบอกว่าจะได้ให้ท้องถิ่นก็จะรวมเงินแล้ว ก็จะไม่สามารถจะไปปฏิบัติภารกิจได้ เดินไปตามนี้ก่อนนะครับ ขณะนี้เราก็เร่งที่จะเก็บให้ได้ ผมเรียนว่า ท่านพูดท่านได้เรียนถึงปัญหานั้นตรงที่สุดครับ ก็มี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ ทำอย่างไร ให้รู้กฎหมายแจ่มแจ้งเหมือนกัน พิจารณาได้เหมือน ๆ กัน ขณะนี้ก็มีการซักซ้อมมีเกิดขึ้น ซักซ้อมลงไปว่า จะทำอย่างไร ทำอย่างนี้จะพิจารณาอย่างไร ทุกวันจะมีกรณีลงไปในพื้นที่ส่วนประชาชนแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนไมโครนะครับ กระทรวงมหาดไทยมีเรื่องของการรับรู้ การสร้างการรับรู้ลงไปยังพื้นที่ ท่านนายอำเภอลงไปในพื้นที่ กระจายไปในท้องถิ่นจะต้องกรอกไป แต่กรอกเฉพาะส่วนจำเป็นที่เขาต้องรู้ ส่วนที่เขาจำเป็นจะต้องรู้เท่านั้น เพื่อสร้างความรับรู้ที่จะลงไปในพื้นที่ ใส่ลงไปทุกวัน ในระดับไมทั้ง 2 ส่วน ระหว่างท้องที่และท้องถิ่น ใช้ทุกวิถีทาง หรือเจ้าหน้าที่ที่รู้เรื่องนี้ จะออกไปข่าวก็ได้ จะไปประชาคมก็ได้ ส่วนในแมคโครนั้น ใช้สื่อทั้งหลาย ทั้งหมดที่จะสร้างความเข้าใจ จะวาง Timeline ของการปล่อยออกไปเป็นระยะ ๆ ให้สอดคล้องทีละส่วน ให้เขาเกิดความเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไร อะไรอย่างไร ก็รับของท่านทั้งหมดเลย อันนี้จะต้องรับแน่นอน อย่างที่ท่านได้กรุณาเรียนเสนอไว้นะครับ และผมก็มีเรื่องชี้แจงเพิ่มเติมเท่านี้ครับ (ประธาน) เชิญท่านรัฐมนตรีสันติครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ กราบเรียนท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านสมชาย แสวงการ ผมจะขอตอบเพิ่มเติมอีกนิดเดียวนะครับว่า ในฐานะกระทรวงการคลังนะครับ ซึ่งดูกรมธนารักษ์อยู่ ก็ได้เรียนแล้วว่า กรมธนาลักษณ์จะเป็นสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดเป็นศูนย์กลาง เป็นราคามาตรฐานของกรมธนารักษ์ที่จะไปให้ทางท้องถิ่นนะครับ ในการเริ่มต้นคำนวณภาษีที่ปลูกสร้างนี่จะต้องชำระ เพราะฉะนั้นนี่ ฐานภาษีที่กรมธนารักษ์โดยกระทรวงการคลังนี่ ที่ได้จัดแบ่งไว้ ทั้งสิ้นนี่ ทั้งหมด 4 กลุ่มของฐานภาษี ฐานภาษีที่ 1 นี่ เป็นฐานภาษีที่คำนึงถึงเกษตรกรทั้งประเทศนะครับ ก็คือที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นะครับประกอบเกษตรกรรมมคำว่าเกษตรกรรมก็คือการทำเกษตรทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ที่เลี้ยงสัตวอะไรตอะไรต่าง ๆ การปลูกพืช ที่เก็บในอัตราร้อยละ 0.01 นะครับ ถึงร้อยละ 0.1 นะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]