﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
(อาจารย์)

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005
ครั้งที่แล้วนี้

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008
ค่าเฉลี่ย 1 กลุ่ม กับค่าเฉลี่ย 2 กลุ่ม

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009
แล้วก็ให้ทำการบ้าน มีใคร

5
00:00:16,011 --> 00:00:20,011
อยากจะถามเกี่ยวกับการบ้านไหมคะ

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012
ครูให้ปริ้นท์ส่งใช่ไหม

7
00:00:24,013 --> 00:00:28,013
ใ

8
00:00:28,014 --> 00:00:32,014

9
00:00:32,015 --> 00:00:36,015
มีไหม

10
00:00:36,018 --> 00:00:40,018
ถ้าไม่มีเดี๋ยวตอนที่เราใช้โปรแกรมสำเร็จรูป

11
00:00:40,020 --> 00:00:44,020

12
00:00:44,020 --> 00:00:48,020
มาดูเนื้อหาวันนี้ก่อน เนื้อหาวันน

13
00:00:48,022 --> 00:00:52,022
นะคะ จะเป็นการทดสอบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มเหมือนกัน

14
00:00:52,022 --> 00:00:56,022
แต่คราวนี้ 2 กลุ่มนี้จะ

15
00:00:56,024 --> 00:01:00,024
มีความสัมพันธ์กัน ข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน

16
00:01:00,024 --> 00:01:04,024
หมายถึง หน่วยตัวอย่างเดิมถูกเก็บข้อมูล 2 ครั

17
00:01:04,025 --> 00:01:08,025
2 ครั้งนะคะ อย่างเช่น ถ้าอย่างเป็น

18
00:01:08,038 --> 00:01:12,038
การวิจัยในชั้นเรียนนี่ ก่อนที่ครูจะมาสอน

19
00:01:12,039 --> 00:01:16,039
พวกเราน่ะ ครูก็ควรจะสอบวัดความรู้พื้นฐานเราก่อนใช่ไหมคะ

20
00:01:16,042 --> 00:01:20,042
พ

21
00:01:20,043 --> 00:01:24,043
แล้วก็ข้อสอบอีกครั้งหนึ่ง ด้วยข้อสอบ

22
00:01:24,044 --> 00:01:28,044
วัดความรู้แบบเดิม กับที่เราสอบไป

23
00:01:28,052 --> 00:01:32,052
ตอนวัดพื้นฐานใช่ไหมคะ แบบนี้นักเรียน 1 คน ก็จะมีการสอบอยู่ 2 ครั้ง

24
00:01:32,054 --> 00:01:36,054
แบบนี้นักเรียน 1 คน จะทดสอบ

25
00:01:36,054 --> 00:01:40,054
นะคะ เราจะเอาคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียน

26
00:01:40,056 --> 00:01:44,056
มาทดสอบค่าเฉลี่ยกัน ว่า วิธี

27
00:01:44,064 --> 00:01:48,064
การสอนนี่ทำให้นักศึกษามีความรู้มากขึ้นไหมนะคะ

28
00:01:48,065 --> 00:01:52,065
แบบนี้ข้อมูล 2 ครั้งนี้

29
00:01:52,078 --> 00:01:56,078
หรืออีกกรณีก็คือ 2 หน่วย

30
00:01:56,078 --> 00:02:00,078
ตัวอย่างที่มีความทัดเทียมกันทุกประการ

31
00:02:00,093 --> 00:02:04,093
เราก็จะถือว่าการเก็บข้อมูลนั้นมีความสัมพันธ์กัน

32
00:02:04,093 --> 00:02:08,093
อย่างเช่นการเก็บข้อมูลจากฝาแฝด

33
00:02:08,094 --> 00:02:12,094
เป็นคน 2 คนที่คล้ายคลึงกันมากที่สุดเลย

34
00:02:12,095 --> 00:02:16,095
แล้วหัวข้อที่ 2 ที่เราเรียนกัน ก็คือ

35
00:02:16,096 --> 00:02:20,096
การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ซึ่งหัวข้อนี้

36
00:02:20,098 --> 00:02:24,098
ชื่อหัวข้อนี้ก็คือ

37
00:02:24,099 --> 00:02:28,099
ของประชากรหลายกลุ่มนะคะ

38
00:02:28,099 --> 00:02:32,099
ที่เก็บตัวอย่าง อย่างเป็นอิสระกัน

39
00:02:32,099 --> 00:02:36,099
การทดสอบที่ขยายผลจาก t-test กรณี

40
00:02:36,100 --> 00:02:40,100
ที่ 2 กลุ่มเป็นอิสระกัน ลองดูเลย

41
00:02:40,112 --> 00:02:44,112
ตัวอย่างที่เขาใช้ สถิติทดสอบ

42
00:02:44,113 --> 00:02:48,113
T Test กรณีที่ข้อมูลมีคาวมสัมพันธ์กัน

43
00:02:48,116 --> 00:02:52,116
นะคะ ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาผล

44
00:02:52,117 --> 00:02:56,117
การเรียนรู้รายวิชาเทคโนโลยีเว็ป

45
00:02:56,117 --> 00:03:00,117
อันนี้เป็นคงเป็นอาจารย์อยู่

46
00:03:00,118 --> 00:03:04,118
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะคะ

47
00:03:04,119 --> 00:03:08,119
ของ

48
00:03:08,120 --> 00:03:12,120
มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคงสุวรรณ

49
00:03:12,122 --> 00:03:16,122
นะคะ ตรงสีแดง ๆ ที่ครูขีดไฮไลท์ไว้

50
00:03:16,122 --> 00:03:20,122
ผู้วิจัยเขาศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

51
00:03:20,123 --> 00:03:24,123
เทคโนโลยีเว็บ Service นะคะ ก็จะ

52
00:03:24,123 --> 00:03:28,123
มีการสอบก่อนเรียนกับหลังเรียนใช่ไหมคะ

53
00:03:28,124 --> 00:03:32,124
ตรงสีแดงก็จะบอกเลย เมื่อเทียบทดสอบก่อนเรียน หรือหลังเรียน

54
00:03:32,126 --> 00:03:36,126
โดยใช้ค่าสิถิติทดสอบ T

55
00:03:36,126 --> 00:03:40,126
สรุปเลยได้ว่าคะแนนก่อนและหลังมีความ

56
00:03:40,127 --> 00:03:44,127
สัมพันธ์กันนะคะ โดยที่พอเรียนแล้วนี่

57
00:03:44,128 --> 00:03:48,128
คะแนนหลังที่เรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

58
00:03:48,130 --> 00:03:52,130
เห็นไหมคะ อันนี้จะเป็น 2 กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กัน

59
00:03:52,130 --> 00:03:56,130
อีกตัวอย่าง

60
00:03:56,131 --> 00:04:00,131
การศึกษานะคะ ค่าคาดหวัง

61
00:04:00,132 --> 00:04:04,132
หรือความคาดหวัง ความพึงพอใจ

62
00:04:04,133 --> 00:04:08,133
ต่อการให้บริการ ศูนย์บริการลูกค

63
00:04:08,134 --> 00:04:12,134
เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตรงนี้

64
00:04:12,136 --> 00:04:16,136
เราจะสังเกตว่ามีการศึกษาความพึงพอใจ

65
00:04:16,137 --> 00:04:20,137
ที่มีการเก็บข้อมูล 2 ครั้ง

66
00:04:20,137 --> 00:04:24,137
ที่มีความสัมพันธ์กันนะคะ เราอ่านบทคัดย่อ

67
00:04:24,138 --> 00:04:28,138
เราจะเห็นว่าเขาใช่คำว่า Pare Sample t-test

68
00:04:28,139 --> 00:04:32,139
เห็นไหมคะ ตัวนี้

69
00:04:32,139 --> 00:04:36,139
ค่าสิทธิ์ทดสอบ T Test

70
00:04:36,140 --> 00:04:40,140
สัมพันธ์กัน ข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน ก็คือ ข้อมูลที่ถูกจับคู่

71
00:04:40,141 --> 00:04:44,141
นะคะ เขาใช้คำว่า Pare

72
00:04:44,141 --> 00:04:48,141
ตรงนี้เรามาดูว่าในหลักสถิติ

73
00:04:48,142 --> 00:04:52,142
การทดสอบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กัน

74
00:04:52,143 --> 00:04:56,143
เราจะตั้งสมมติฐานหลัก

75
00:04:56,145 --> 00:05:00,145
แย้งดังนี้นะคะ อย่างแรก

76
00:05:00,146 --> 00:05:04,146
สมมติฐานหลัก เราจะบอกค่าเฉลี่ยก่อน

77
00:05:04,147 --> 00:05:08,147
ตอนนี้เราให้เป็น Mu 1 = Mu 2

78
00:05:08,148 --> 00:05:12,148
mew 2 เป็นค่าเฉลี่ยหลังก็ได้

79
00:05:12,151 --> 00:05:16,151
ให้ค่าเฉลี่ยก่อนเท่ากับค่าเฉลี่ยหลัง

80
00:05:16,152 --> 00:05:20,152
นะคะ แสดงว่าคะแนนก่อนสอบกับคะแนนหลังสอบไม่

81
00:05:20,153 --> 00:05:24,153
แตกต่างกันจึงมีค่าเท่ากัน แย้งกับ

82
00:05:24,154 --> 00:05:28,154
ข้อสงสัยของเรานะคะ ผู้ที่ทำการทดสอบ

83
00:05:28,154 --> 00:05:32,154
ข้อสงสัยแบ่งออกเป็นได้ 3 อย่างก็คือ

84
00:05:32,154 --> 00:05:36,154
H1 สมมติฐานแย้งนะคะ มิว1 กับกั

85
00:05:36,155 --> 00:05:40,155
อันนี้เป็นการทดสอบ 2 ทาง

86
00:05:40,157 --> 00:05:44,157
ส่วนอันที่ 2 H1 Mew 1 มากกว่า

87
00:05:44,158 --> 00:05:48,158
Mu 2 เป็นการทดสอบด้านขวา

88
00:05:48,160 --> 00:05:52,160
นะคะ หรือแบบที่ 3 มิว1 น้อยกว่ามิว2

89
00:05:52,161 --> 00:05:56,161
เป็นการทดสอบด้านซ้าย

90
00:05:56,162 --> 00:06:00,162
ข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน อย่างเช่น

91
00:06:00,165 --> 00:06:04,165
ถ้าเราอยากจะทดสอบว่า

92
00:06:04,166 --> 00:06:08,166
คะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนนี่แตกต่างกันหรือไม่

93
00:06:08,167 --> 00:06:12,167
มีสมมติฐานแย้ง

94
00:06:12,167 --> 00:06:16,167
Mu 2 แต่โดยปกติแล้ว

95
00:06:16,168 --> 00:06:20,168
ผู้ที่ทำการทดสอบหรือผู้สอนหรืออาจารย์เอง

96
00:06:20,168 --> 00:06:24,168
อยากจะรู้ว่าคะแนนหลังเรียนนี่

97
00:06:24,168 --> 00:06:28,168
สูงกว่าคะแนนก่อนเรียนหรือไม่ จะเป็นการทดสอบ

98
00:06:28,169 --> 00:06:32,169
ทางขวานะคะ สมมติฐานแย่ง จะแทนด้วยเครื่องหมาย

99
00:06:32,169 --> 00:06:36,169
มากกว่า ถ้าเราต้องการทดสอบว่าคะแนนหลังเรียน

100
00:06:36,171 --> 00:06:40,171
สูงกว่าก่อนเรียนหรือไม่นะคะ

101
00:06:40,172 --> 00:06:44,172
หรือ ถ้าในทางสาธารณสุข จะมี

102
00:06:44,173 --> 00:06:48,173
โปรแกรมการออกกำลังกายที่ช่วย

103
00:06:48,174 --> 00:06:52,174
ลดน้ำหนักให้กับคนที่เป็น

104
00:06:52,175 --> 00:06:56,175
กลุ่มเสี่ยงพวกคนอ้วนนะคะ เราก็เอาคนอ้วน

105
00:06:56,177 --> 00:07:00,177
มาเข้าโปรแกรมการออกกำลังกาย

106
00:07:00,178 --> 00:07:04,178
หรือออกกำลังสุขภาพนี้ ก่อนที่จะทำโปรแกรม เรา

107
00:07:04,178 --> 00:07:08,178
ก็ชั่งน้ำหนักเขาไว้ก่อน แล้วก็ให้

108
00:07:08,179 --> 00:07:12,179
ออกำลังกายตามโปรแกรมที่วางไว้ เมื่อครบกำหนด

109
00:07:12,180 --> 00:07:16,180
ก็ชั่งน้ำหนักอีกครั้งหนึ่ง และสิ่งที่

110
00:07:16,186 --> 00:07:20,186
นักวิจัยคาดหวัง

111
00:07:20,195 --> 00:07:24,195
คาดหวังนะคะ คือ คาดหวังว่า

112
00:07:24,195 --> 00:07:28,195
คนอ้วนเข้าโปรแกรมออกกำลังกายแล้ว ลดลง

113
00:07:28,196 --> 00:07:32,196
ข้อคำถามก็จะเป็นว่า

114
00:07:32,198 --> 00:07:36,198
น้อยลงหรือลดลง

115
00:07:36,199 --> 00:07:40,199
จากก่อนนะคะ สมมติฐานแย้งก็จะแทน

116
00:07:40,199 --> 00:07:44,199
ด้วยเครื่องหมาย < เป็นการทดสอบด้านซ้ายนะคะ

117
00:07:44,200 --> 00:07:48,200
แล้วข้อมูลที่ถูกจับคู่นี้ ถ้าเราเอา

118
00:07:48,201 --> 00:07:52,201
คะแนนก่อนกับหลังมาลบกัน จะเกิดตัว Differec

119
00:07:52,201 --> 00:07:56,201
DI ให้ทางสถิติแล้ว

120
00:07:56,205 --> 00:08:00,205
เราจะถือว่า DI นี้เป็นข้อมูลที่กเ

121
00:08:00,206 --> 00:08:04,206
นะคะ สถิติทดสอบมีแบบเดียวคือ T Test

122
00:08:04,207 --> 00:08:08,207
T Test คือ สีชมพูนี้นะคะ

123
00:08:08,207 --> 00:08:12,207
D บาร์ หารด้วย สแควรูท N

124
00:08:12,208 --> 00:08:16,208
ค่าเฉลี่ยของตัวความแตกต่างรายคู่

125
00:08:16,213 --> 00:08:20,213
ส่วน SD ก็คือ ส่วนเบี่ยงเบียนมาตรฐาน

126
00:08:20,214 --> 00:08:24,214
รายคู่นั้น N ก็คือ ความแตกต่าง

127
00:08:24,214 --> 00:08:28,214
ที่นับแบบจับคู่มา อันนี้เป็นตัวสูตร

128
00:08:28,220 --> 00:08:32,220
ที่โปรแกรม SPSS เขาวิเคราะห์นะคะ แต่เราไม่ได้ดู

129
00:08:32,229 --> 00:08:36,229
เพราะเราจะดูจากค่าสถิติที่เกิดขึ้นใน Software เลย

130
00:08:36,231 --> 00:08:40,231
ตัวอย่าง ตอนนี้

131
00:08:40,231 --> 00:08:44,231
ขอใช้ตัวอย่างเดิม ต่อเนื่องจากแบบเดิมนะคะ

132
00:08:44,245 --> 00:08:48,245
ตัวอย่างเดิมที่เราใช้กันก็คือ อิฐมีกี่ชนิดคะ

133
00:08:48,246 --> 00:08:52,246
อิฐมี 5 ชนิด อิฐชนิดที่ 1

134
00:08:52,246 --> 00:08:56,246
คืออะไรคะ อิฐมอญ 2 รู

135
00:08:56,247 --> 00:09:00,247
อิฐมอญ 4 รู อิฐบล็อก

136
00:09:00,248 --> 00:09:04,248
อิฐอะไรคะ ครูจำไม่ได้

137
00:09:04,257 --> 00:09:08,257
อิฐบล็อกประสาน อิฐบล็อกมวลเบา

138
00:09:08,257 --> 00:09:12,257
โอ.เค.

139
00:09:12,259 --> 00:09:16,259
คือเราเปรียบเทียบที่ชนิดของอิฐแล้ว

140
00:09:16,260 --> 00:09:20,260
ตอนนี้เขาบอกว่ากำลังอัดของอิฐนี่ไม่ได้ขึ้นกั

141
00:09:20,261 --> 00:09:24,261
กับชนิดของอิฐอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับ

142
00:09:24,262 --> 00:09:28,262
อิฐมอญมันจะมีการเผา เขาก็เลย

143
00:09:28,270 --> 00:09:32,270
มองว่าไอ้วิธีการเผามัน

144
00:09:32,270 --> 00:09:36,270
มีผลหรือไม่นะคะ ก็เลยยศึกษาเฉ

145
00:09:36,271 --> 00:09:40,271
ว่าเอาอิฐมอลมาเผาด้วยแกรบ กับ ฟืน

146
00:09:40,272 --> 00:09:44,272
จะมีกำลังอัดโดยเฉลี่ยแตกต่าง

147
00:09:44,273 --> 00:09:48,273
กันหรือไม่นะคะ ตอนนี้คือคนที่ทำการวิจับนี่คาดหวังว่า

148
00:09:48,274 --> 00:09:52,274
แกลบนี่มันเป็นวัสดุ

149
00:09:52,276 --> 00:09:56,276
ที่เหลือจากการผลิตจากการเกษตรจริงไหมคะ

150
00:09:56,277 --> 00:10:00,277
บ้านใครทำนา พอสีข้าวเสร็จ ก็เอาข้าวมากิน

151
00:10:00,279 --> 00:10:04,279
แกลบนี่ก็เป็นวัสดุเหลือทางการเกษตร

152
00:10:04,279 --> 00:10:08,279
เราจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรต่อได้บ้าง ก็ต้องมาหาคุณ

153
00:10:08,279 --> 00:10:12,279
เปลี่ยนเอาแกลบมาเป็นเชื้อเพลิงในการ

154
00:10:12,280 --> 00:10:16,280
เผาอิฐมอญสะ นะคะ แต่อิฐมอญมันจะมี

155
00:10:16,280 --> 00:10:20,280
คุณภาพดีเหมือนเผาด้วยฝืนไหม ฝืนนี่คือกิ้งไม้

156
00:10:20,281 --> 00:10:24,281
การตัดไม้นะคะ ไม่หากิ่งไม้มาตัด แต่

157
00:10:24,283 --> 00:10:28,283
แกลบเป็นวัสดุที่เหลือจากทางการเกษตร

158
00:10:28,284 --> 00:10:32,284
ข้อคำถามก็คือ เขาอยากจะรู้ว่าอิฐมอญที่

159
00:10:32,284 --> 00:10:36,284
มีกำลังอัดโดยเฉลี่ยสูงกว่าเผาด้วยฝืนหรือไม่

160
00:10:36,285 --> 00:10:40,285
ถ้าใช่ปั๊ม ต่อไปก็ให้ชาวบ้านที่เผาิฐน

161
00:10:40,286 --> 00:10:44,286
ให้ใช้อะไรเผาแทนคะ แกลบ

162
00:10:44,286 --> 00:10:48,286
ไม่ต้องไปซื้ิฟืน แต่เราเอาวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร

163
00:10:48,288 --> 00:10:52,288
มาใช้แทนนะคะ

164
00:10:52,290 --> 00:10:56,290
คราวนี้ เพื่อเป็นการทบทวนวิธีการคีย์ข้อมูล

165
00:10:56,291 --> 00:11:00,291
มันจะแตกต่างจาก Data Set เดิมนิดหนึ่งนะคะ

166
00:11:00,292 --> 00:11:04,292
สำหรับการคีย์ข้อมูล 2 กลุ่ม ที่มีความสัมพันธ์กัน

167
00:11:04,292 --> 00:11:08,292
เราจะต้องคีย์ข้อมูลเป็น 2 คอลัมน์ คอลัมน์แรก

168
00:11:08,293 --> 00:11:12,293
เป็นคะแนนก่อน อัลบั

169
00:11:12,293 --> 00:11:16,293
แบบนี้นะคะ แต่สำหรับเรื่องนี้เราจะเป็น 2 คอลัมน์

170
00:11:16,293 --> 00:11:20,293
หรือ 2 ตัวแปร โดยที่ ตัวแปร ตัวที่ 1 เรา

171
00:11:20,293 --> 00:11:24,293
ตั้งชื่อว่า Compress 1 นะคะ หมายถึง

172
00:11:24,294 --> 00:11:28,294
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืน

173
00:11:28,295 --> 00:11:32,295
Compleas 2

174
00:11:32,297 --> 00:11:36,297
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยแกลบ

175
00:11:36,298 --> 00:11:40,298
2 ตัวนี้มีความสัมพันธ์กัน เพราะอิฐก้อนเดียวกัน

176
00:11:40,298 --> 00:11:44,298
ตรงนี้นะคะ

177
00:11:44,299 --> 00:11:48,299
แบ่งครึ่ง เอาครึ่งหนึ่งไปเผาด้วยแกลบ

178
00:11:48,299 --> 00:11:52,299
อีกครึ่งหนึ่งไปเผาด้วยฟืน โอ.เค. นะคะ

179
00:11:52,301 --> 00:11:56,301
ดังนั้นข้อมูลหน่วยตัวอย่างอิฐตัวนี้ถูก

180
00:11:56,302 --> 00:12:00,302
เก็บข้อมูล 2 แบบ นะคะที่แตกต่างกัน

181
00:12:00,303 --> 00:12:04,303
จะทบทวนการสร้างแฟ้มข้อมูลก่อน

182
00:12:04,304 --> 00:12:08,304
เลยนะคะ สร้าง

183
00:12:08,304 --> 00:12:12,304
แฟ้มข้อมูลที่ชื่อว่า วิธีเผาอิฐ.sav

184
00:12:12,310 --> 00:12:16,310
ตอนนี้ทบทวนวิธีการคีย์ข้อมูลนะคะ Datas

185
00:12:16,311 --> 00:12:20,311
จะอยู่ในสไลด์แล้วเห็นไหมคะ ให้ไปที่

186
00:12:20,311 --> 00:12:24,311
โปรแกรม SPSS แล้วไปที่มุมมอ

187
00:12:24,313 --> 00:12:28,313
มุมมองอะไรคะ มุมมองตัวแปร

188
00:12:28,315 --> 00:12:32,315
หรือ Variable Vivew ก่แน

189
00:12:32,316 --> 00:12:36,316
ให้เหมือนกับข้อมูลนี้

190
00:12:36,317 --> 00:12:40,317

191
00:12:40,319 --> 00:12:44,319

192
00:12:44,321 --> 00:12:48,321
ทำเลยนะคะ ทำเลย นักศึกษา

193
00:12:48,323 --> 00:12:52,323
เปิดโปรแกรม SPSS ออกมาหรือยังคะ

194
00:12:52,325 --> 00:12:56,325
SPSS แล้วไปที่หน้าต่างอะไรคะ

195
00:12:56,325 --> 00:13:00,325
Variable View ทำให้มีตัวแปร 2 ตัวนี้

196
00:13:00,326 --> 00:13:04,326
เหมือนครูนะคะ โดยการเข้าไปตั้งชื่อ Name

197
00:13:04,327 --> 00:13:08,327
Compless 1 ให้

198
00:13:08,329 --> 00:13:12,329
Numeric เป็นตัวเลขทศนิยม

199
00:13:12,329 --> 00:13:16,329
2 ตำแหน่ง คำอธิบายตัวแปรนะคะ ก็พิมพ์

200
00:13:16,331 --> 00:13:20,331
เป็นกำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืน

201
00:13:20,331 --> 00:13:24,331
มาตรวัดเป็นสเกล

202
00:13:24,333 --> 00:13:28,333
พอตั้วตัวที่ 1 เสร็จ ก็

203
00:13:28,341 --> 00:13:32,341
ตัวที่ 2 ตามสไลด์นี้เลย พอ

204
00:13:32,341 --> 00:13:36,341
เราตั้งตัวแปร 2 ตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้

205
00:13:36,347 --> 00:13:40,347
ไปที่ Data View ไปที่ชีตนี้

206
00:13:40,348 --> 00:13:44,348
นะคะ อย่างเช่น อิฐก้อนที่ 1

207
00:13:44,349 --> 00:13:48,349
เผาด้วยฟืน

208
00:13:48,354 --> 00:13:52,354
มีกำลังอัดโดยเฉลี่ย 19.5

209
00:13:52,355 --> 00:13:56,355
ส่วนที่ 2 ของมันเผาด้วยแกลบ

210
00:13:56,356 --> 00:14:00,356
มีกำลังอัดเป็นเท่าไรคะ 36.50

211
00:14:00,357 --> 00:14:04,357
กรอกข้อมูลก้อนที่ 1 เสร็จ ก็กรอกข้อมูล

212
00:14:04,359 --> 00:14:08,359
ก้อนที่ 2 ไปเรื่อย ๆ จนถึงก้อนที่ 15

213
00:14:08,359 --> 00:14:12,359
Data Set

214
00:14:12,360 --> 00:14:16,360
สร้างเองค่ะ วันนี้

215
00:14:16,361 --> 00:14:20,361
ทบทวนการสร้างแฟ้มข้อมูลค่ะ

216
00:14:20,362 --> 00:14:24,362
ไม่มีไฟล์ให้นะคะ พอเราสร้างแฟ้มข้อมูลเสร็จแล้

217
00:14:24,363 --> 00:14:28,363
Save แฟ้มข้อมูลชื่อว่าอะไรคะ

218
00:14:28,365 --> 00:14:32,365
.save นะคะ

219
00:14:32,365 --> 00:14:36,365

220
00:14:36,366 --> 00:14:40,366

221
00:14:40,368 --> 00:14:44,368

222
00:14:44,369 --> 00:14:48,369

223
00:14:48,372 --> 00:14:52,372

224
00:14:52,373 --> 00:14:56,373

225
00:14:56,378 --> 00:15:00,378
ไฟล์นี้จตุรงค์

226
00:15:00,380 --> 00:15:04,380
ส่งให้เพื่อนทาง Facebook แล้วนะคะ นักศึกษา

227
00:15:04,382 --> 00:15:08,382
ที่หน้าจอของตัวเองได้ ส่วนใครที่

228
00:15:08,382 --> 00:15:12,382
อยากจะทำไปพร้อมครู

229
00:15:12,383 --> 00:15:16,383
ก็ดูที่หน้าจอครูเลยนะคะ

230
00:15:16,384 --> 00:15:20,384
ตอนนี้ครูจะไปสร้างแฟ้มงานนี้ไปพร้อม ๆ

231
00:15:20,384 --> 00:15:24,384
กับพวกเรา ตอนนี้ครูมาที่โปรแกรม

232
00:15:24,385 --> 00:15:28,385
SPSS แล้ว ไปที่แถบ Variable Viv

233
00:15:28,387 --> 00:15:32,387
นะคะ มุมมองตัวแปร

234
00:15:32,387 --> 00:15:36,387

235
00:15:36,388 --> 00:15:40,388

236
00:15:40,392 --> 00:15:44,392
สร้างแฟ้มข้อมูลเองนะคะ

237
00:15:44,393 --> 00:15:48,393
ตอนนี้ครูจะประกาศตัวแปรตัวที่ 1

238
00:15:48,394 --> 00:15:52,394
Compress 1 นะคะ

239
00:15:52,395 --> 00:15:56,395
type เป็นนอร์เมอร์ลิก

240
00:15:56,396 --> 00:16:00,396
ทศนิยมเป็น 2 Lable เป็นภาษ

241
00:16:00,397 --> 00:16:04,397
Label พิมพ์ภาษาไทยนะคะ กำลังเผาด้ว

242
00:16:04,397 --> 00:16:08,397

243
00:16:08,398 --> 00:16:12,398

244
00:16:12,399 --> 00:16:16,399

245
00:16:16,400 --> 00:16:20,400

246
00:16:20,402 --> 00:16:24,402

247
00:16:24,406 --> 00:16:28,406

248
00:16:28,407 --> 00:16:32,407
ข้อมูลไม่มีค่าสูญหายนะคะ Mis

249
00:16:32,412 --> 00:16:36,412
ไม่ได้กำหนดค่าไว้ มาตรวัดอันนี้

250
00:16:36,417 --> 00:16:40,417
สำคัญ มันเป็น Unknow นะคะ

251
00:16:40,418 --> 00:16:44,418
ก็คือข้อมูลเป็นเชิงปริมาณ เสร็จแล้ว

252
00:16:44,418 --> 00:16:48,418
ตัวแปรตัวที่ 2 ก็ประกาศเช่นเดียวกัน

253
00:16:48,418 --> 00:16:52,418
นะคะ Compress

254
00:16:52,429 --> 00:16:56,429
2

255
00:16:56,429 --> 00:17:00,429
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผา

256
00:17:00,431 --> 00:17:04,431
ด้วยแกลบ มันจะเหมือนคำพูดข้างบนนะคะ

257
00:17:04,436 --> 00:17:08,436
คลิกขวา Copy แล้วก็กด pate

258
00:17:08,437 --> 00:17:12,437
แก้ไข ก็เปลี่ยนคำว่า

259
00:17:12,442 --> 00:17:16,442
ฟืนเป็นแกลบ

260
00:17:16,442 --> 00:17:20,442

261
00:17:20,444 --> 00:17:24,444
อะไรนะคะ

262
00:17:24,444 --> 00:17:28,444
วิธีเผาอิฐ.save นะคะ ใคร

263
00:17:28,446 --> 00:17:32,446
คีย์ข้อมูลเสร็จแล้วให้ Save เป็น

264
00:17:32,446 --> 00:17:36,446
ตอนนี้ครู Save ก่อนนะคะ

265
00:17:36,448 --> 00:17:40,448
ครูเข้าแฟ้มหรือไฟล์

266
00:17:40,448 --> 00:17:44,448
Save As

267
00:17:44,449 --> 00:17:48,449

268
00:17:48,450 --> 00:17:52,450
เข้าไป Save

269
00:17:52,451 --> 00:17:56,451
ในโฟล์เดอร์งานของเรานะคะ ครูจะ Save แฟ้มนี้

270
00:17:56,455 --> 00:18:00,455
ไว้ที่ Folder Stact Research

271
00:18:00,455 --> 00:18:04,455
ตรงนี้ ครูตั้งชื่อ Filename ว่า

272
00:18:04,456 --> 00:18:08,456
วิธีเผาอิฐ

273
00:18:08,457 --> 00:18:12,457
แล้วก็ Save

274
00:18:12,468 --> 00:18:16,468

275
00:18:16,470 --> 00:18:20,470

276
00:18:20,472 --> 00:18:24,472

277
00:18:24,474 --> 00:18:28,474

278
00:18:28,478 --> 00:18:32,478

279
00:18:32,480 --> 00:18:36,480

280
00:18:36,485 --> 00:18:40,485
ตรงนี้นะคะ เห็นไหมคะ ครูบันทึกแฟ้ม

281
00:18:40,489 --> 00:18:44,489
วิธีเผาอิฐตรงนี้นะ

282
00:18:44,489 --> 00:18:48,489
วิธีเผาอิฐ ตั้งชื่อแฟ้มงาน

283
00:18:48,497 --> 00:18:52,497
ไว้ก่อนแล้วค่อยไปคีย์ข้อมูลก็ได้

284
00:18:52,498 --> 00:18:56,498
ต่อไปครูจะไปคีย์ข้อมูล

285
00:18:56,499 --> 00:19:00,499
เข้าไปที่ Data View

286
00:19:00,501 --> 00:19:04,501
19.5

287
00:19:04,502 --> 00:19:08,502
แล้วให้กดลูกศรไปด้านขวามือนะคะ

288
00:19:08,503 --> 00:19:12,503
การคีย์ข้อมูลที่ถูกต้องจะต้องคีย์ทีละแถว

289
00:19:12,503 --> 00:19:16,503
19.5 แล้วกดลูกศรไปขวามือ

290
00:19:16,505 --> 00:19:20,505
แล้วก็กดอะไรคะ 36.5

291
00:19:20,505 --> 00:19:24,505

292
00:19:24,505 --> 00:19:28,505
ค่อย Enter การคีย์ข้อมูล

293
00:19:28,506 --> 00:19:32,506
ให้ใช้ทักษะนี้นะคะ คือให้คีย์ข้อมูลทีละแถว

294
00:19:32,506 --> 00:19:36,506
โอ.เค. นะคะ

295
00:19:36,508 --> 00:19:40,508
ต่อไป 24.5

296
00:19:40,508 --> 00:19:44,508
คู่กับ 35.5

297
00:19:44,509 --> 00:19:48,509
28.4 คู่กับ

298
00:19:48,511 --> 00:19:52,511
29.4

299
00:19:52,513 --> 00:19:56,513

300
00:19:56,515 --> 00:20:00,515
ถ้าเราอยู่ในข้อมูลบรรทัดใดนะคะ ให

301
00:20:00,517 --> 00:20:04,517
มาที่ตัวแปรตัวที่ 1 ให้กดปุ่ม Home

302
00:20:04,517 --> 00:20:08,517
มัน Corser หรือ Active Cell

303
00:20:08,518 --> 00:20:12,518
เสมอนะคะ เวลาคีย์ข้อมูล แต่

304
00:20:12,519 --> 00:20:16,519
ถ้ามันมีแค่ 2 ตัวแปรแบบนี้ เราใช้ลูกศรเลือ

305
00:20:16,521 --> 00:20:20,521
ต่อไป ๆ ตัวที่ 4 26.4

306
00:20:20,521 --> 00:20:24,521

307
00:20:24,523 --> 00:20:28,523
คู่กับ 38.4

308
00:20:28,525 --> 00:20:32,525
ตัวที่ 5 21.9

309
00:20:32,525 --> 00:20:36,525
คู่กับ 43.9

310
00:20:36,525 --> 00:20:40,525

311
00:20:40,527 --> 00:20:44,527
ต่อไป 24 คู่กับ 26

312
00:20:44,527 --> 00:20:48,527
ตัวที่

313
00:20:48,529 --> 00:20:52,529
28.2

314
00:20:52,529 --> 00:20:56,529
คู่กับ 37.6

315
00:20:56,530 --> 00:21:00,530
ตัวที่ 8

316
00:21:00,531 --> 00:21:04,531
24.78 คู่กับ

317
00:21:04,532 --> 00:21:08,532
28.66

318
00:21:08,538 --> 00:21:12,538
ตัวที่ 9 34.

319
00:21:12,540 --> 00:21:16,540

320
00:21:16,541 --> 00:21:20,541
คู่กับ 34

321
00:21:20,542 --> 00:21:24,542
ตัวที่ 10 อิฐก้อนที่ 10 นะคะ

322
00:21:24,543 --> 00:21:28,543
18.89

323
00:21:28,543 --> 00:21:32,543
คู่กับ 19.45

324
00:21:32,545 --> 00:21:36,545
อันนี้เป็นข้อมูลตัวเลขสมมตินะคะ

325
00:21:36,545 --> 00:21:40,545
22.06

326
00:21:40,546 --> 00:21:44,546
คู่กับ 27.6

327
00:21:44,547 --> 00:21:48,547
ตัวที่ 12

328
00:21:48,548 --> 00:21:52,548
23.23 คู่กับ

329
00:21:52,550 --> 00:21:56,550
26.8

330
00:21:56,551 --> 00:22:00,551
ต่อไป อิฐก้อนที่ 13 19.33

331
00:22:00,551 --> 00:22:04,551
คู่กับ 25.6

332
00:22:04,552 --> 00:22:08,552
ก้อนที่ 14 23.7

333
00:22:08,554 --> 00:22:12,554
คู่กับ 31.35

334
00:22:12,556 --> 00:22:16,556
ต่อไป ก้อนสุดท้าย

335
00:22:16,558 --> 00:22:20,558
ที่ครูจะคีย์นะคะ 18.23

336
00:22:20,574 --> 00:22:24,574
คู่กับ 28.6

337
00:22:24,574 --> 00:22:28,574
คีย์ข้อมูลเสร็จแล้วครู Save ไว้ก่อน

338
00:22:28,575 --> 00:22:32,575
กลัวว่าข้อมูลมันจะหายนะคะ

339
00:22:32,576 --> 00:22:36,576

340
00:22:36,578 --> 00:22:40,578

341
00:22:40,579 --> 00:22:44,579
คีย์ข้อมูลเสร็จหรือยังคะ

342
00:22:44,580 --> 00:22:48,580
เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่ง คีย์แล้ว

343
00:22:48,581 --> 00:22:52,581
บันทึกแฟ้มข้อมูลไว้ด้วย

344
00:22:52,582 --> 00:22:56,582
ตั้งชื่อว่า วิธีเผาอิฐ .Save

345
00:22:56,582 --> 00:23:00,582
นะคะ Software มันจะกำหนดให้

346
00:23:00,584 --> 00:23:04,584

347
00:23:04,585 --> 00:23:08,585

348
00:23:08,585 --> 00:23:12,585

349
00:23:12,587 --> 00:23:16,587

350
00:23:16,591 --> 00:23:20,591

351
00:23:20,594 --> 00:23:24,594

352
00:23:24,596 --> 00:23:28,596
สังเกตนะคะ

353
00:23:28,597 --> 00:23:32,597
ถ้าข้อมูล 2 กลุ่มมีความสัมพันธ์กัน

354
00:23:32,598 --> 00:23:36,598
เราต้องตีย์ข้อมูลแบบไหนคะ แนวแถวแบบนี้

355
00:23:36,599 --> 00:23:40,599
ในแนวคอลัมน์ 2 คอลัมน์เป็นคู่กัน

356
00:23:40,601 --> 00:23:44,601
มันต้องเป็นค่าที่ 1 คู่กับค่าที่ 2 มันจะไมา่

357
00:23:44,601 --> 00:23:48,601
อิฐมอญ 5 ประเภท ที่มีตัวรหัส ตัว Coding

358
00:23:48,602 --> 00:23:52,602
ที่บอกว่า 1 หมายถึง อิฐมอญชนิดใด มันไม่มี

359
00:23:52,611 --> 00:23:56,611
ตัว Coding นะคะ

360
00:23:56,611 --> 00:24:00,611

361
00:24:00,612 --> 00:24:04,612

362
00:24:04,612 --> 00:24:08,612
คราวนี้มาดู Concept ต่อนิดหนึ่ง วิธีทำ

363
00:24:08,614 --> 00:24:12,614

364
00:24:12,616 --> 00:24:16,616

365
00:24:16,617 --> 00:24:20,617

366
00:24:20,617 --> 00:24:24,617
ดูตรงนี้ได้ไหมคะ เหมือนกันค่ะ

367
00:24:24,620 --> 00:24:28,620
ดูตรงนี้ได้ค่ะ ข้อมูล 15 ค่า ดูตรงนี้ได้ค่ะ

368
00:24:28,630 --> 00:24:32,630

369
00:24:32,630 --> 00:24:36,630

370
00:24:36,633 --> 00:24:40,633
ดูในสไลด์ PowerPoint ได้นะคะ

371
00:24:40,635 --> 00:24:44,635
หน้าต่างโปรแกรม SPSS เลย

372
00:24:44,635 --> 00:24:48,635
เหมือนกันนะคะ

373
00:24:48,636 --> 00:24:52,636

374
00:24:52,637 --> 00:24:56,637

375
00:24:56,639 --> 00:25:00,639

376
00:25:00,640 --> 00:25:04,640

377
00:25:04,643 --> 00:25:08,643

378
00:25:08,644 --> 00:25:12,644
เดี๋ยวครูรอนิดหนึ่งนะคะ หลายคน ครูได้ยินเสียง

379
00:25:12,647 --> 00:25:16,647
คีย์ข้อมูลอยู่ เดี๋ยวถ้าเสียงเงียบแล้ว

380
00:25:16,647 --> 00:25:20,647
เดี๋ยวครูจะอธิบายต่อ

381
00:25:20,649 --> 00:25:24,649

382
00:25:24,650 --> 00:25:28,650

383
00:25:28,652 --> 00:25:32,652
เสียงเงียบแล้ว คีย์ข้อมูลเสร็จทุกคนแล้ว

384
00:25:32,655 --> 00:25:36,655
ใช่ไหมคะ เพื่อนคู่ใคร

385
00:25:36,656 --> 00:25:40,656
ดูแลเพื่อนด้วยนะคะ ดูแลเพื่อนด้วย

386
00:25:40,657 --> 00:25:44,657

387
00:25:44,657 --> 00:25:48,657

388
00:25:48,658 --> 00:25:52,658
เวลาคีย์ข้อมูลนะคะ นักศึกษาอย่าจิ้มที่ละต

389
00:25:52,660 --> 00:25:56,660
ทีละตัว ให้ฝึกใช้สมองและตา

390
00:25:56,662 --> 00:26:00,662
ให้มันสมัพันธ์กัน เราจะให้สมองจดจำตัวเลข

391
00:26:00,663 --> 00:26:04,663
แล้วก็คีย์เป็นชุดนะคะ

392
00:26:04,663 --> 00:26:08,663
พยายามใช้ทักษะนี้แล้วมันจะจดจำตัว

393
00:26:08,664 --> 00:26:12,664
นะคะ

394
00:26:12,665 --> 00:26:16,665
อย่าลืมนะคะ ว่าเวลาเรา

395
00:26:16,666 --> 00:26:20,666
วิเคราะห์ข้อมูลนี่ Data Set เราต้อง

396
00:26:20,667 --> 00:26:24,667
คีย์เอง กระทำเองนะคะ

397
00:26:24,669 --> 00:26:28,669

398
00:26:28,671 --> 00:26:32,671

399
00:26:32,672 --> 00:26:36,672

400
00:26:36,674 --> 00:26:40,674

401
00:26:40,676 --> 00:26:44,676

402
00:26:44,678 --> 00:26:48,678

403
00:26:48,679 --> 00:26:52,679

404
00:26:52,681 --> 00:26:56,681

405
00:26:56,682 --> 00:27:00,682

406
00:27:00,684 --> 00:27:04,684
โอ.เค. เรามาดูนะคะ สมมติว่า

407
00:27:04,685 --> 00:27:08,685
เราคีย์ข้อมูลเสร็จแล้ว

408
00:27:08,685 --> 00:27:12,685
เราจะทำอะไรต่อไป มาดูก่อน อย่างแรกเลยมันจะมี

409
00:27:12,687 --> 00:27:16,687
สถิติทดสอบ T Test มันมีกติกา

410
00:27:16,698 --> 00:27:20,698
การใช้งาน หรือ ที่เรียกว่าข้อตกลงเบื้องต้น

411
00:27:20,699 --> 00:27:24,699
ก็คือข้อมูลจะต้องมีการแจงแจกแบบ

412
00:27:24,700 --> 00:27:28,700
ปกตินะคะ ดังนั้นสิ่งที่

413
00:27:28,701 --> 00:27:32,701
เราจะต้องทดสอบ Nummority

414
00:27:32,715 --> 00:27:36,715
ข้อมูล 2 กลุ่มนี้ มีการแจกแจงแบบ

415
00:27:36,716 --> 00:27:40,716
ปกตินะคะ พอเราทดสอบ Normality

416
00:27:40,717 --> 00:27:44,717
ยอมรับแล้วว่ามันมีการแจกแจงแบบปกริ

417
00:27:44,717 --> 00:27:48,717
ค่าเฉลี่ยนะคะ Compare

418
00:27:48,732 --> 00:27:52,732
ในที่นี้ เป็นการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยแบบจับคู่

419
00:27:52,732 --> 00:27:56,732
สถิติทดสอบที่ต้องใช้คือ Pare Sample t-test

420
00:27:56,734 --> 00:28:00,734
แล้วการแปลผลขึ้นอยู่กับสมมติ

421
00:28:00,734 --> 00:28:04,734
แย้งที่เราอยากจะทำการทดสอบ ถ้าเราทำการทดสอบ

422
00:28:04,735 --> 00:28:08,735
แบบ 2 ทาง สมมติฐานแย้ง แทนด้วย เครื่องหมาย

423
00:28:08,735 --> 00:28:12,735
ไม่เท่ากับนะคะ ให้เราไปดูค่า Sig.

424
00:28:12,736 --> 00:28:16,736
ในตารางผลลัพธ์ในซอฟต์แวร์นะคะ

425
00:28:16,737 --> 00:28:20,737
ดูค่า Sig เอาค่า Sig

426
00:28:20,739 --> 00:28:24,739
ระดับนัยสำคัญ Alpha ซึ่ง

427
00:28:24,748 --> 00:28:28,748
ปกติสากลทั่ว ๆ ไปก็ใช้ Alpha

428
00:28:28,748 --> 00:28:32,748
มีค่าเป็น 0.01 หรือ 0.05

429
00:28:32,749 --> 00:28:36,749
2 ค่านี้นะคะ เป็นสากลนิยมเราเอาค่า Sig

430
00:28:36,751 --> 00:28:40,751
ถ้าค่า Sig. มันมากกว่า หรือน้อยกว่า

431
00:28:40,752 --> 00:28:44,752
เราต้องตัดสินใจปฏิเสธ H0

432
00:28:44,752 --> 00:28:48,752
ปฏิเสธ Ho แสดงว่าเรา

433
00:28:48,754 --> 00:28:52,754
ยอมรับ H1 ตัวนี้ ยอมรับว่า Mu 1 ไม่เท่ากับ Mu 2 ตัวนี้

434
00:28:52,754 --> 00:28:56,754
เห็นไหมคะ แบบที่ 1 เป็นการทดสอบแบบ 2 ทาง

435
00:28:56,755 --> 00:29:00,755
แต่ถ้าเกิดผู้ทำการทดสอบ

436
00:29:00,759 --> 00:29:04,759
ต้องการทดสอบทางเดียวก็อาจจะตั้งว่า

437
00:29:04,759 --> 00:29:08,759
อาจจะตั้งว่า Mu 1 มากกว่า Mu 2

438
00:29:08,760 --> 00:29:12,760
เป็นการทดสอบด้านขวา หรือ Mu 1 น้อยกว่า

439
00:29:12,760 --> 00:29:16,760
Mu 2 เป็นการทดสอบด้านซ้าย

440
00:29:16,761 --> 00:29:20,761
การตัดสินใจนะคะ

441
00:29:20,761 --> 00:29:24,761
ให้เอาค่า Sig to tell ไปหาร 2

442
00:29:24,761 --> 00:29:28,761
ก่อนนะคะ ไปหาร 2 จากนั้น

443
00:29:28,762 --> 00:29:32,762
จึงเอาไปเทียบกับ Alpha ระดับนัยสำคัญ

444
00:29:32,764 --> 00:29:36,764
ถ้าค่า Sig หาร 2 นี่ มันน้อยกว่าหรือเท่ากับ

445
00:29:36,764 --> 00:29:40,764
เราก็จะตัดสินใจปฏิเสธ H 0

446
00:29:40,765 --> 00:29:44,765
นะคะ โอ.เค. ไหม ลองดูนะคะ

447
00:29:44,765 --> 00:29:48,765
มาดูผลลัพธ์การทดสอบ

448
00:29:48,765 --> 00:29:52,765
การแจกแจงแบบปกติของ

449
00:29:52,766 --> 00:29:56,766
กำลังอิฐมอญ ที่เผาด้วยแกลบ

450
00:29:56,768 --> 00:30:00,768
เดี๋ยวเราจะมาลองทดสอบดูว่า มันเป็นแบบนี้ไหม

451
00:30:00,768 --> 00:30:04,768
นะคะ กลับไปที่โปรแกรม SPSS นะคะ

452
00:30:04,769 --> 00:30:08,769

453
00:30:08,769 --> 00:30:12,769
ต่อไป

454
00:30:12,770 --> 00:30:16,770
ทวนการทดสอบการแจกแจงแบบปกติ ไปที่ไหนคะ

455
00:30:16,771 --> 00:30:20,771
Analyze แล้วไปที่ไหนเอ่ย

456
00:30:20,785 --> 00:30:24,785

457
00:30:24,786 --> 00:30:28,786
Lagasy dialog

458
00:30:28,788 --> 00:30:32,788
ก็คือ 1 Sample Ks

459
00:30:32,789 --> 00:30:36,789
ใช่ไหมคะ ชื่อมันยาว เขาก็เลยย่อเป็นอะไรคะ

460
00:30:36,789 --> 00:30:40,789
KS โอ.เค. เจอแล้วคลิกเลย

461
00:30:40,790 --> 00:30:44,790
คราวนี้ Test Walible ที่เราจะ Test มีกี่ตัวเอ่ย

462
00:30:44,791 --> 00:30:48,791
2 ตัว ให้เรากด Shift ค้างไว้

463
00:30:48,791 --> 00:30:52,791
แล้วเลือก Compress to เห็นไหมคะ เราสามารถ

464
00:30:52,802 --> 00:30:56,802
เลือกตัวแปรเป็นกลุ่มได้ หรือเลือกทีละตัวก็ได้นะคะ

465
00:30:56,802 --> 00:31:00,802
หรือเลือกทีละตัวก็ได้ ส่งเข้าไปที่ช่อง

466
00:31:00,802 --> 00:31:04,802
Variable List นะคะ

467
00:31:04,804 --> 00:31:08,804
ตอนนี้ Test Disibiltion

468
00:31:08,804 --> 00:31:12,804
ทดสอบว่ามีการแจกแจงแบบ Normal หรือไม่

469
00:31:12,805 --> 00:31:16,805
มาแล้ว

470
00:31:16,807 --> 00:31:20,807
คำตอบ

471
00:31:20,807 --> 00:31:24,807
เดี๋ยวครูเพิ่มตัวใหญ่ เธอ

472
00:31:24,809 --> 00:31:28,809
ทำตามครูได้นะคะ ถ้าเธออยาจะทำไฮไล

473
00:31:28,810 --> 00:31:32,810
ที่เราอยากจะเน้นไว้อ่านสอบนะคะ

474
00:31:32,811 --> 00:31:36,811
เออ ถ้าเราอยากจะเน้น

475
00:31:36,812 --> 00:31:40,812
ตัวส่วนใดไว้ เราก็

476
00:31:40,813 --> 00:31:44,813
เปลี่ยน Font ได้ขยาย Font ได้ โอ.เคซ

477
00:31:44,814 --> 00:31:48,814
ผลลัพธ์ตรงกันไหมคะ

478
00:31:48,814 --> 00:31:52,814
ลองมาดูการอ่านค่า

479
00:31:52,816 --> 00:31:56,816
ผลลัพธ์นี้

480
00:31:56,818 --> 00:32:00,818
มาแล้วนะคะ One S

481
00:32:00,818 --> 00:32:04,818
สมมติฐานหลักเราตั้งว่าอะไรคะ ข้อมูล

482
00:32:04,820 --> 00:32:08,820
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืน แบบ

483
00:32:08,821 --> 00:32:12,821
ปกติ นี่คือสมมติฐานหลัก สมมติฐานแย้งก็

484
00:32:12,822 --> 00:32:16,822
คือข้อมูลไม่มีการแจกแจงแบบปกติ

485
00:32:16,824 --> 00:32:20,824
ตัวที่ 1 มีค่า

486
00:32:20,825 --> 00:32:24,825
51 ค่า Sig Sig to Tell นะคะ

487
00:32:24,826 --> 00:32:28,826
มีค่าเป็น 0.2

488
00:32:28,828 --> 00:32:32,828
มากกว่า 0.05 ก็ยอมรับสมมติฐานหลัก ยอมรับว่า

489
00:32:32,828 --> 00:32:36,828
ข้อมูลชุดที่ 1 มีการจัดแจงแบบปกติ

490
00:32:36,830 --> 00:32:40,830
ใช้เกณฑ์การแปรผลนี้ การเผาอิฐ

491
00:32:40,830 --> 00:32:44,830
ด้วยแกลบนะคะ อันนี้ก็มีการแจงแจกแบบ

492
00:32:44,832 --> 00:32:48,832
ปกติเช่นเดียวกัน ข้อมูลมีการแจกแจ

493
00:32:48,832 --> 00:32:52,832
แสดงว่าใช้ T Test ได้ แต่ถ้าข้อมูลไม่มีการ

494
00:32:52,833 --> 00:32:56,833
แจกแจงแบบปกติห้ามใช้ T Test นะคะ

495
00:32:56,837 --> 00:33:00,837
ไปใช้สถิติทดสอบ Nonparametric ต่อไป

496
00:33:00,838 --> 00:33:04,838
ซึ่งมันก็จะอยู่อีกส่วนหนึ่ง แต่ว่าในคอร

497
00:33:04,838 --> 00:33:08,838
ครูไม่มั่นใจว่า

498
00:33:08,839 --> 00:33:12,839
นี้อืีกหรือเปล่านะคะ ตอนนี้ ข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ

499
00:33:12,839 --> 00:33:16,839
แล้ว ทำการทดสอบ t-test

500
00:33:16,840 --> 00:33:20,840
กรณีที่ข้อมูลมีความสัมพันธ์กัน

501
00:33:20,840 --> 00:33:24,840

502
00:33:24,842 --> 00:33:28,842
เลือกเมนู

503
00:33:28,843 --> 00:33:32,843
Compare Means

504
00:33:32,843 --> 00:33:36,843
คำสั่งที่ใช้ก็คือ

505
00:33:36,843 --> 00:33:40,843
อยู่บรรทัดที่เท่าไรคะ Pare

506
00:33:40,844 --> 00:33:44,844
T Test อยู่ที่เท่าไร 1,

507
00:33:44,844 --> 00:33:48,844
2, 3, 4, 5 หนูบอกครูถูกต้องนะคะ

508
00:33:48,845 --> 00:33:52,845
ครูทำตามที่เราบอก เรียบร้อยแล้ว

509
00:33:52,846 --> 00:33:56,846
สังเกตนะคะว่า ใน Dialog Box

510
00:33:56,847 --> 00:34:00,847
คำสั่งของ

511
00:34:00,848 --> 00:34:04,848
Pare Sample t-test ตรงนี้

512
00:34:04,848 --> 00:34:08,848
ช่องสีขาว ๆ ตรงนี้นะคะ

513
00:34:08,849 --> 00:34:12,849
บังเอิญมีแค่ 2 ตัว เราจะต้องจับคู่

514
00:34:12,851 --> 00:34:16,851
สังเกตว่าด้านขวามือ สังเกตไหมคะ

515
00:34:16,851 --> 00:34:20,851
เขียนคำว่า Pare Variable ก็คือ

516
00:34:20,862 --> 00:34:24,862
ตัวแปรที่ถูกจับคู่ที่จะเทียบกัน

517
00:34:24,863 --> 00:34:28,863
ต่อไปเราจะเลือกตัวแปร

518
00:34:28,866 --> 00:34:32,866
แบบจับคู่นะคะ ให้กด Shift ค้างไว้

519
00:34:32,868 --> 00:34:36,868
ตอนนี้ไฮไลท์ของเรา

520
00:34:36,869 --> 00:34:40,869
กด Shift ค้างไว้

521
00:34:40,870 --> 00:34:44,870
เลือกเป็น 2 ตัว แล้วก็ส่งลูกศร

522
00:34:44,871 --> 00:34:48,871
เข้าไป

523
00:34:48,871 --> 00:34:52,871
สังเกตพอครูที่ 1 ถูกส่งเข้ามาเปรียบเทียบกัน

524
00:34:52,872 --> 00:34:56,872
บรรทัดที่ 2 สร้างขึ้นอัตโนมัติ

525
00:34:56,873 --> 00:35:00,873
แสดงว่าเราเปรียบเทียบรายคู่ได้ พร้อม ๆ กัน

526
00:35:00,876 --> 00:35:04,876
แล้วแต่ว่าเราจะเอาอะไรคู่กับอะไร

527
00:35:04,876 --> 00:35:08,876
เสร็จแล้วก็ โอ.เค.

528
00:35:08,877 --> 00:35:12,877

529
00:35:12,879 --> 00:35:16,879
อันนี้เป็นผลลัพธ์ของ T Test ในกรณีที่

530
00:35:16,880 --> 00:35:20,880
ข้อมูลมีคาวมสัมพันธ์กัน สิ่งที่เขาอิธิบายให้เรา

531
00:35:20,881 --> 00:35:24,881
ส่วนแรก Table นี้นะคะ เขาจะบอก

532
00:35:24,882 --> 00:35:28,882
ค่าสถิติพื้นฐานมาให้ เห็นไหคะ ตรงนี้

533
00:35:28,883 --> 00:35:32,883
Pare Sample Statistic ตรงนี้

534
00:35:32,883 --> 00:35:36,883

535
00:35:36,884 --> 00:35:40,884
ดูนะคะ

536
00:35:40,886 --> 00:35:44,886
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืน

537
00:35:44,887 --> 00:35:48,887
มีข้อมูล 15 ค่า 15 ค่านี้มี

538
00:35:48,888 --> 00:35:52,888
ค่าเฉลี่ยเป็น 23.86 มีส่วนเบี่ยงเบน

539
00:35:52,888 --> 00:35:56,888
มาตารฐาน 4.39925

540
00:35:56,890 --> 00:36:00,890
ส่วนข้อมูลชุดที่ 2

541
00:36:00,890 --> 00:36:04,890
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยแกลบ

542
00:36:04,903 --> 00:36:08,903
มีค่าเฉลี่ย 31.2 เห็นไหมคะ เราดู

543
00:36:08,904 --> 00:36:12,904
ว่าตรงนี้ 23 กับ 31 นี่ มันเป็น

544
00:36:12,905 --> 00:36:16,905
ค่าเฉลี่ยที่ได้จากตัวอย่างขอ

545
00:36:16,910 --> 00:36:20,910
เพียงพอที่จะสรุปในประชากรที่เผา

546
00:36:20,911 --> 00:36:24,911
ของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืนกับแกลบมันต่างกัน

547
00:36:24,912 --> 00:36:28,912
เราก็มาดู Table ที่ 2 Table ที่ 2

548
00:36:28,914 --> 00:36:32,914
อันนี้เขาจะบอกระดับความสัมพันธ์ของ

549
00:36:32,914 --> 00:36:36,914
ข้อมูลที่ถูกจับคู่นี้ ความสัมพันธ์มีค่า

550
00:36:36,915 --> 00:36:40,915
0.33 ก็คือ

551
00:36:40,915 --> 00:36:44,915
ค่อนข้างน้อยนะคะ แล้วก็ไม่มีนัยสำคัญ

552
00:36:44,917 --> 00:36:48,917
ค่า Sig 0.229 ก็แสดงว่า

553
00:36:48,926 --> 00:36:52,926
0.05 ความสัมพันธ์นี้ไม่มีนัยยะสัมพันธ์นะ

554
00:36:52,928 --> 00:36:56,928
เรามาดูข้อมูลที่ถูกจับคู่

555
00:36:56,928 --> 00:37:00,928
ค่าสถิติทดสอบนะคะ จะอยู่ตารางสุดท้าย

556
00:37:00,929 --> 00:37:04,929
เห็นไหมคะ

557
00:37:04,934 --> 00:37:08,934
ตรงนี้เรามาดู กำลังอัดด้วยอิฐมอญ

558
00:37:08,934 --> 00:37:12,934
ด้วยฟืน เห็นขีดลบไหมคะ

559
00:37:12,935 --> 00:37:16,935
ลบเล็ก ๆ เห็นไหมคะ ตรงนี้ ลบด้วยแรงอัด

560
00:37:16,939 --> 00:37:20,939
ของอิฐมอญที่เผาด้วยแกลบ เขาจะเอา 23-

561
00:37:20,940 --> 00:37:24,940
.8633 -

562
00:37:24,941 --> 00:37:28,941
31.2907 Mean Difference

563
00:37:28,941 --> 00:37:32,941
ที่เกิดขึ้นตรงนี้มีค่าเป็นเท่าไรคะ

564
00:37:32,943 --> 00:37:36,943
-7.42733

565
00:37:36,943 --> 00:37:40,943
อันนี้คือผลต่างของค่าเฉลี่ยของ

566
00:37:40,945 --> 00:37:44,945
2 กลุ่ม ที่มีความสัมพันธ์กันนะคะ

567
00:37:44,945 --> 00:37:48,945
เมื่อเราเปรียบเทียบด้วยสถิติทดสอบ t-test

568
00:37:48,947 --> 00:37:52,947
จะพบว่า T-test

569
00:37:52,948 --> 00:37:56,948
ที่มันติดลบนี่ ต้องมีข้อมูลค่าเฉลี่ย

570
00:37:56,950 --> 00:38:00,950
มันมีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าชุดที่ 2 คะ ค่าสิทธ์ทดสอบ

571
00:38:00,950 --> 00:38:04,950
จึงมีค่าติดลบ การแปรผลเรามาดู

572
00:38:04,952 --> 00:38:08,952
ค่า Sig ตอนนี้เราใช้การทดสอบแบบ 2 ทาง

573
00:38:08,952 --> 00:38:12,952
หรือทางเดียวคะ 2

574
00:38:12,953 --> 00:38:16,953
2 ทาง เพราะเราอยากจะรู้ว่า อิฐิมอญที่เผาด้วยแกลบ

575
00:38:16,954 --> 00:38:20,954
มีกำลังอัดโดยเฉลี่ยสูงกว่า

576
00:38:20,954 --> 00:38:24,954
อิฐมอญที่เผาด้วยฟืนหรือไม่ เราเอาค่า Sig

577
00:38:24,954 --> 00:38:28,954
เป็นทำไมเอ่ย หาร 2 เองในใจ

578
00:38:28,955 --> 00:38:32,955
ตอนนี้ค่า Sig ที่เราเห็นมีค่าน้อยมาก ลู่เข้า 0

579
00:38:32,956 --> 00:38:36,956
จึงเห็นเป็น 0.000

580
00:38:36,958 --> 00:38:40,958
เห็นไหมคะ พอหารยิ่งอะไร ยิ่งน้อยลงไปอีก

581
00:38:40,958 --> 00:38:44,958
ก็คือ 0 นั้นเอง ลูกเขาใกล้ 0

582
00:38:44,958 --> 00:38:48,958
ค่า Sig To Tell ตรงนี้ เอาไปหาร 2 แล้ว

583
00:38:48,958 --> 00:38:52,958
น้อยกว่า 0.005 ก็แสดงว่า

584
00:38:52,959 --> 00:38:56,959
ปฏิเสธสมมติฐานหลัก ยอมรับสมมติฐ

585
00:38:56,960 --> 00:39:00,960
อันนี้ก็หมายความว่า

586
00:39:00,961 --> 00:39:04,961
อิฐมอญที่เผาด้วยแกลบนี่

587
00:39:04,962 --> 00:39:08,962
ในระดับประชากรนี่เรายอมรับได้ว่า

588
00:39:08,976 --> 00:39:12,976
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยแกลบสูงกว่า

589
00:39:12,977 --> 00:39:16,977
กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืน

590
00:39:16,980 --> 00:39:20,980
โอ.เค. นะคะ อันนี้คือลักษณะการทดสอบ

591
00:39:20,980 --> 00:39:24,980
ค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กัน

592
00:39:24,981 --> 00:39:28,981

593
00:39:28,981 --> 00:39:32,981
เรามาดูในเอกสาร

594
00:39:32,982 --> 00:39:36,982
ที่ครูให้ไป ไฟล์ PDF นะคะ

595
00:39:36,997 --> 00:39:40,997
เหมือนกัน แต่ว่าครู

596
00:39:40,997 --> 00:39:44,997
จะมีเทคนิคอยู่อย่างหนึ่งนะคะ สังเกตว่าเมื่อกี้เราได้

597
00:39:44,998 --> 00:39:48,998
T Test เป็นลบใช่ไหม

598
00:39:48,999 --> 00:39:52,999
Compress 1 ส่วนตัวที่ 2

599
00:39:53,001 --> 00:39:57,001
มันเป็น Compress 2

600
00:39:57,001 --> 00:40:01,001
ค่าที่ได้ก็เลยติดลบ แต่ถ้าเราอยากจะได้

601
00:40:01,002 --> 00:40:05,002
มีเทคนิคดังต่อไปนี้นะคะ

602
00:40:05,006 --> 00:40:09,006
มีคนตอบมาได้แล้ว ว่า สลับกัน

603
00:40:09,007 --> 00:40:13,007
แบบสลับกันทำอย่างไร เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ

604
00:40:13,008 --> 00:40:17,008
มาที่ Data Viwe

605
00:40:17,009 --> 00:40:21,009
เราจะใช้เครื่องมือเดิมนะคะ ให้เราไปคลิกที่

606
00:40:21,009 --> 00:40:25,009
Recall Recenrie

607
00:40:25,010 --> 00:40:29,010
ตรงนี้ เลือกคำสั่ง Paired samples t-test

608
00:40:29,011 --> 00:40:33,011
ครูพยายามให้เราใช้ให้หลายครั้งนะคะ

609
00:40:33,011 --> 00:40:37,011
ขอให้เรา Reset ก่อน ว่าง ๆ แบบนี้

610
00:40:37,012 --> 00:40:41,012
Reset

611
00:40:41,013 --> 00:40:45,013
หรือยังคะ Reset แล้ว เมื่อกี้ครู

612
00:40:45,014 --> 00:40:49,014
บอกให้เราจับเป็นคู่อย่างนี้ใช่ไหมคะ

613
00:40:49,016 --> 00:40:53,016
Compress 1 จะอยู่ Variable 1

614
00:40:53,016 --> 00:40:57,016
Variable 2 ตอนนี้เราไม่เอาแล้ว เราจะสลับ

615
00:40:57,017 --> 00:41:01,017
เลือก Compress to แล้วก็ส่งเข้ามา

616
00:41:01,019 --> 00:41:05,019
แล้วก็เลือก Compress

617
00:41:05,019 --> 00:41:09,019
เห็นไหมคะ Compress 2 จะมาอยู่ Valiable

618
00:41:09,020 --> 00:41:13,020
1

619
00:41:13,021 --> 00:41:17,021
คำถาม

620
00:41:17,023 --> 00:41:21,023
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะเอา

621
00:41:21,024 --> 00:41:25,024
มีวิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

622
00:41:25,024 --> 00:41:29,024
จริง ๆ น่ะ เรา Camcele ก่อน

623
00:41:29,025 --> 00:41:33,025
เราจะ Analyze ก่อน Analyze แล้ว

624
00:41:33,026 --> 00:41:37,026
ไปที่สถิติพื้นฐาน ไปดูค่าสถิติพื้นฐานเขาก่อน

625
00:41:37,027 --> 00:41:41,027
Discliptive

626
00:41:41,028 --> 00:41:45,028
2 ตัวนี้เข้าไป ที่ช่อง Variable

627
00:41:45,029 --> 00:41:49,029
ในความเป็นจริงเราจะทำแบบนี้ก่อน โอ.เค.

628
00:41:49,029 --> 00:41:53,029

629
00:41:53,030 --> 00:41:57,030
พอเราดูค่าสีพื้นฐานเขาเราก็จะรู้ว่า

630
00:41:57,031 --> 00:42:01,031
ตัวแปรตัวที่ 1 เป็นตัวอะไร ดู

631
00:42:01,031 --> 00:42:05,031
ตรงนี้นะคะ กำลังอัดของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืน

632
00:42:05,032 --> 00:42:09,032
ค่าเฉลี่ยเป็นเท่าไรคะ 23.8 กำลังอัดของอิฐ

633
00:42:09,041 --> 00:42:13,041
ที่เผาด้วยแกลบ ค่าเฉลี่ยเป็น 3.2

634
00:42:13,041 --> 00:42:17,041
เลือกกลุ่ม ชดข้อมูลที่มีค่าเฉลี่ยสูง เป็น

635
00:42:17,042 --> 00:42:21,042
ตัวที่ 1 ถึงจะทำให้ t-test

636
00:42:21,043 --> 00:42:25,043
มีค่าเป็นบวก โอ.เค. นะคะ

637
00:42:25,044 --> 00:42:29,044

638
00:42:29,046 --> 00:42:33,046
ตอนนี้ลองดู Pere Sample T Test

639
00:42:33,046 --> 00:42:37,046
ส่ง Compress to ไปที่ Varable

640
00:42:37,047 --> 00:42:41,047
ช่อง Varia

641
00:42:41,048 --> 00:42:45,048
Valiable 2 กด OK

642
00:42:45,049 --> 00:42:49,049
เรามาดู ค่า T Test เราเป็นบวกหรือยัง

643
00:42:49,050 --> 00:42:53,050
เป็นบวก การแปรผล

644
00:42:53,051 --> 00:42:57,051
ก็แปลเหมือนเดิม ได้ค่าตารางสถิติที่

645
00:42:57,053 --> 00:43:01,053
ไม่ติดลบเท่านั้นเอง เหมือนกันนะ

646
00:43:01,053 --> 00:43:05,053

647
00:43:05,054 --> 00:43:09,054

648
00:43:09,056 --> 00:43:13,056

649
00:43:13,058 --> 00:43:17,058
ในเอกสารที่พวกเราได้รับ สามารถไปทบทวน

650
00:43:17,062 --> 00:43:21,062
มันจะมีวิธีการบอกอยู่ตรงนี้นะคะ

651
00:43:21,071 --> 00:43:25,071
เห็นไหมคะ Analyze คำสั่งนะคะ Analyze แล้วก็

652
00:43:25,073 --> 00:43:29,073
ไป Compare min

653
00:43:29,073 --> 00:43:33,073
T Test นะคะ Pare Sample T Test นะคะ

654
00:43:33,075 --> 00:43:37,075
ในช่อง Variable ที่จับคู่นะคะ

655
00:43:37,076 --> 00:43:41,076
ตัวแปรตัวที่ 1 ให้เป็น Compress to

656
00:43:41,076 --> 00:43:45,076
ตัวแปรตัวที่ 2 ให้เป็น

657
00:43:45,076 --> 00:43:49,076

658
00:43:49,077 --> 00:43:53,077
โอ.เค. อย่างนั้นเราเรียนต่อเนื่องเลยนะคะ

659
00:43:53,079 --> 00:43:57,079
เพราะว่า... ไม่ต้องพัก

660
00:43:57,079 --> 00:44:01,079

661
00:44:01,081 --> 00:44:05,081
โอ.เค. หัวข้อที่ 2

662
00:44:05,081 --> 00:44:09,081

663
00:44:09,082 --> 00:44:13,082

664
00:44:13,084 --> 00:44:17,084
โอ.เค. ทดสอบ

665
00:44:17,087 --> 00:44:21,087
ลืมทดสอบ เมื่อกี้เราทดสอบกำลังอัด

666
00:44:21,087 --> 00:44:25,087
ของอิฐที่เผาด้วยฟืน

667
00:44:25,089 --> 00:44:29,089
กับเผาด้วยแกลบนะคะ ว่ามีกำลังของอิฐแตกต่างกันหรือไม่

668
00:44:29,090 --> 00:44:33,090
เราได้ข้อสรุปว่า กำลังอัดของอิฐมอญที่เผ

669
00:44:33,090 --> 00:44:37,090
มีกำลังอัดที่สูงกว่ากำลังอัดที่เผาด้วยฟืน

670
00:44:37,093 --> 00:44:41,093
ตอนนี้ ทดสอบนะคะ จะเช็กจาก

671
00:44:41,093 --> 00:44:45,093
หน้าจอคอมพิวเตอร์ ใครเสร็จยกมือนะคะ ก็คือ

672
00:44:45,094 --> 00:44:49,094
เราจะทดสอบอีกข้อมูลมิติหนึ่ง

673
00:44:49,099 --> 00:44:53,099
เป็นคุณสมบัติของอิฐมอญ

674
00:44:53,101 --> 00:44:57,101
น้ำ ว่า อิฐมอญที่เผาด้วยแกลบกับฟืนนี่

675
00:44:57,101 --> 00:45:01,101
มีการดูดซึมน้ำที่แตกต่างกันหรือไม่

676
00:45:01,102 --> 00:45:05,102
สังเกตนะคะ ตอนนี้เราต้องการทดสอบว่า

677
00:45:05,104 --> 00:45:09,104
มันมีร้อยละการดูดซึมน้ำแตกต่างกัน

678
00:45:09,105 --> 00:45:13,105
หรือไม่ แทนด้วยเครื่องหมายอะไรคะ

679
00:45:13,106 --> 00:45:17,106
ไม่เท่ากับ

680
00:45:17,106 --> 00:45:21,106
เป็นการทดสอบกี่ทางคะ 2 ทาง โอ.เค. ค่ะ

681
00:45:21,108 --> 00:45:25,108
Save แฟ้มงานก่อนนะคะ Save แฟ้มงานก่อน แล้วก็

682
00:45:25,109 --> 00:45:29,109
เปิดแฟ้มใหม่ แล้วก็สร้างแฟ้มข้อมูลขึ้นมา

683
00:45:29,110 --> 00:45:33,110
ดังต่อไปนี้นะคะ

684
00:45:33,111 --> 00:45:37,111
ทดสอบ 1 การดูดซึม

685
00:45:37,111 --> 00:45:41,111
ตั้ง Lable เป็นการดูดน้ำ

686
00:45:41,117 --> 00:45:45,117
ของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืน มาตรวัด

687
00:45:45,120 --> 00:45:49,120
เป็นสเกล ตัวแปรตัวที่

688
00:45:49,121 --> 00:45:53,121
2 หมายถึง

689
00:45:53,122 --> 00:45:57,122
ร้อยละของการดูดน้ำของอิฐมอญที่เผาด้วยแกลบ

690
00:45:57,126 --> 00:46:01,126
แล้วก็คีย์ข้อมูลกี่ก้อนคะ 8 ก้อน

691
00:46:01,127 --> 00:46:05,127
แบบจับคู่แบบนี้นะคะ คีย์ข้อมูลเสร็จแล้ว

692
00:46:05,128 --> 00:46:09,128
ก็ทำสถิติทดสอบ Pre T-Test

693
00:46:09,128 --> 00:46:13,128
ตอนนี้ขอให้เรา Skip

694
00:46:13,129 --> 00:46:17,129
ถ้าสมมติว่า ข้อมูล 2 ชุดนี้ มีการแจกแจงแบบปกติแล้ว

695
00:46:17,130 --> 00:46:21,130
ให้ทำ Paired t-test

696
00:46:21,131 --> 00:46:25,131
เพราะว่า Dataset มันน้อยนะคะ

697
00:46:25,131 --> 00:46:29,131
การแจกแจงแบบปกติไว้นะคะ

698
00:46:29,133 --> 00:46:33,133
ให้คีย์ข้อมูล แล้วก็ทำ T Test ในกรณี

699
00:46:33,148 --> 00:46:37,148
ที่ข้อมูลมีความสัมพันธ์กัน ใครทำเสร็จยกมือ

700
00:46:37,148 --> 00:46:41,148
ครูจะไปเช็กที่หน้าจอนะคะ

701
00:46:41,148 --> 00:46:45,148
5 คนแรกเหมือนเดิมนะคะ

702
00:46:45,149 --> 00:46:49,149
ใครเสร็จแล้ว...

703
00:46:49,150 --> 00:46:53,150
New Data ค่ะ

704
00:46:53,151 --> 00:46:57,151
สร้างแฟ้มข้อมูลใหม่นะคะ

705
00:46:57,165 --> 00:47:01,165
การใช้ Software ได้แล้วนะคะ

706
00:47:01,167 --> 00:47:05,167
สร้างแฟ้มข้อมูลใหม่ เราก็ต้องไปที่ File

707
00:47:05,168 --> 00:47:09,168
New Data นะคะ แต่อย่าลืม Save ไฟล์เก่านะ

708
00:47:09,170 --> 00:47:13,170
ต้อง Save ไฟล์เก่า Clse

709
00:47:13,170 --> 00:47:17,170
ใครเสร็จ

710
00:47:17,171 --> 00:47:21,171
ภายใน 5 นาทีนะคะ ครูจะจับเวลา ครูจะมีคะแนนพิเศษ

711
00:47:21,171 --> 00:47:25,171
ให้นะคะ รีบทำ เดี๋ยว

712
00:47:25,172 --> 00:47:29,172
จะได้เรียนหัวข้อ

713
00:47:29,172 --> 00:47:33,172

714
00:47:33,173 --> 00:47:37,173

715
00:47:37,174 --> 00:47:41,174

716
00:47:41,178 --> 00:47:45,178

717
00:47:45,181 --> 00:47:49,181

718
00:47:49,185 --> 00:47:53,185
สังเกตนะ

719
00:47:53,186 --> 00:47:57,186
ว่าในชีตครูจะมี Test Normality ไว้อยู่

720
00:47:57,188 --> 00:48:01,188
ให้พวกเรา s

721
00:48:01,188 --> 00:48:05,188
ให้ทำ Pare Sample T Test นะคะ

722
00:48:05,190 --> 00:48:09,190
สังเกตว่า ในตารางนี้ ครูเว้นช่องอะไรคะ

723
00:48:09,190 --> 00:48:13,190
t-test ไม่รู้ว่ามีค่าเท่าไร

724
00:48:13,191 --> 00:48:17,191
ค่า Sig to

725
00:48:17,192 --> 00:48:21,192
ในผลลัพธ์เรา

726
00:48:21,193 --> 00:48:25,193
T กับค่า Sig เรา คือ อะไร การแปรผล

727
00:48:25,194 --> 00:48:29,194
สุดท้ายนะคะ แปลผลอย่างไร เรา

728
00:48:29,196 --> 00:48:33,196
จะยอมรับสมมติฐานหลัก หรือปฏิเสธสมมติ

729
00:48:33,196 --> 00:48:37,196
ครูมีไกด์ไลน์คำตอบไว้ให้ แต่ว่า

730
00:48:37,199 --> 00:48:41,199
ไม่ทั้งหมด เราจะต้องวิเคราะห์ด้วยตัวเราเองต่อนะคะ

731
00:48:41,201 --> 00:48:45,201

732
00:48:45,201 --> 00:48:49,201

733
00:48:49,202 --> 00:48:53,202

734
00:48:53,203 --> 00:48:57,203

735
00:48:57,204 --> 00:49:01,204

736
00:49:01,206 --> 00:49:05,206

737
00:49:05,207 --> 00:49:09,207

738
00:49:09,209 --> 00:49:13,209

739
00:49:13,211 --> 00:49:17,211

740
00:49:17,213 --> 00:49:21,213

741
00:49:21,214 --> 00:49:25,214

742
00:49:25,219 --> 00:49:29,219

743
00:49:29,221 --> 00:49:33,221

744
00:49:33,221 --> 00:49:37,221

745
00:49:37,223 --> 00:49:41,223

746
00:49:41,224 --> 00:49:45,224
ต้องบอกค่า T กับค่า Sig

747
00:49:45,226 --> 00:49:49,226
ให้บอกค่า T กับค่า Sig. แล้วก็เขียนการแปลผลนะคะ

748
00:49:49,227 --> 00:49:53,227
สำคัญจะต้องแปร

749
00:49:53,228 --> 00:49:57,228
ตัวอย่างการแปรผลเห็นไหมคะ

750
00:49:57,229 --> 00:50:01,229
แต่ตัวอย่างที่ให้หน้านี้นะคะ

751
00:50:01,229 --> 00:50:05,229
เป็นการทดสอบแบบทางเดียว แต่

752
00:50:05,231 --> 00:50:09,231
สอบปฏิบัติของเราเป็นการทดสอบแบบ 2 ทาง

753
00:50:09,231 --> 00:50:13,231
นะคะ ให้ดูเกณฑ์การแปรผลแบบ 2 ทางนะคะ

754
00:50:13,232 --> 00:50:17,232

755
00:50:17,232 --> 00:50:21,232

756
00:50:21,233 --> 00:50:25,233

757
00:50:25,234 --> 00:50:29,234

758
00:50:29,236 --> 00:50:33,236

759
00:50:33,239 --> 00:50:37,239

760
00:50:37,245 --> 00:50:41,245

761
00:50:41,250 --> 00:50:45,250

762
00:50:45,252 --> 00:50:49,252

763
00:50:49,254 --> 00:50:53,254

764
00:50:53,256 --> 00:50:57,256

765
00:50:57,258 --> 00:51:01,258

766
00:51:01,258 --> 00:51:05,258

767
00:51:05,263 --> 00:51:09,263

768
00:51:09,264 --> 00:51:13,264
ใครเสร็จแล้วเขียนแปลผลด

769
00:51:13,266 --> 00:51:17,266
เขียนแปรผลด้วยนะคะ เขียนใส่กระดาษให้ครูไปตรวจด้วย

770
00:51:17,267 --> 00:51:21,267
แปรผลด้วย มีตัวอย่างการแปรผลตรงนี้

771
00:51:21,268 --> 00:51:25,268
เขียนใส่กระดาษไว้ที่โต๊ะเราน่ะค่ะ

772
00:51:25,269 --> 00:51:29,269
แต่อันนี้เป็นการแปปลกรณีที่ทดสอบ

773
00:51:29,269 --> 00:51:33,269
ทางเดียว ของเราเป็นการทดสอบกี่ทางคะ 2 ทาง

774
00:51:33,270 --> 00:51:37,270
ไปดูเกณฑ์เงื่อนไข ในสไลด์ 2 หน้า

775
00:51:37,271 --> 00:51:41,271
มีชีตนี้ใช่ไหม ดูตามนี้นะคะ

776
00:51:41,284 --> 00:51:45,284
นี่

777
00:51:45,285 --> 00:51:49,285
เกณฑ์การแปรผล

778
00:51:49,294 --> 00:51:53,294
อะไรนะ แปรผลเขียนใส่กระดาษด้วยนะ

779
00:51:53,295 --> 00:51:57,295

780
00:51:57,297 --> 00:52:01,297
ทำงานให้เรียบร้อยเลย ถ้ามั่นใจค่อยยกมือ

781
00:52:01,297 --> 00:52:05,297
ใช่ค่ะ ทำเหมือนครูนี่ล่ะ

782
00:52:05,298 --> 00:52:09,298
อันนี้แปรผลนะคะ

783
00:52:09,299 --> 00:52:13,299

784
00:52:13,300 --> 00:52:17,300
ตอนนี้ครูจะ

785
00:52:17,302 --> 00:52:21,302
แนะนำเรา สามารถพิมพ์การแปรผล

786
00:52:21,303 --> 00:52:25,303
SPSS ได้ดังต่อไปนี้นะคะ แป๊บหนึ่ง

787
00:52:25,304 --> 00:52:29,304

788
00:52:29,306 --> 00:52:33,306
สมมติว่าครูมีผลลัพธ์ดังต่อไปนี้

789
00:52:33,319 --> 00:52:37,319
ครูจะแปรผลตรงนี้นะคะ Pare Sample

790
00:52:37,320 --> 00:52:41,320
T Test ค่า Sig

791
00:52:41,320 --> 00:52:45,320
ตรงนี้นะคะ มันน้อยมาก เอาไปหาร 2 ก็น้อย

792
00:52:45,321 --> 00:52:49,321
กว่า 0.05

793
00:52:49,324 --> 00:52:53,324
ให้เราแทรกนะคะ

794
00:52:53,329 --> 00:52:57,329
Insert

795
00:52:57,329 --> 00:53:01,329
New Text เห็นไหมคะ

796
00:53:01,330 --> 00:53:05,330
แป๊บหนึ่ง New tex

797
00:53:05,332 --> 00:53:09,332
ครูคลิกตรงนี้ก่อน คลิกอันข้างล่าง

798
00:53:09,332 --> 00:53:13,332
โอ.เค. ข้อความ

799
00:53:13,333 --> 00:53:17,333
มันจะมีบล็อกข้อความ

800
00:53:17,334 --> 00:53:21,334
ให้เราพิมพ์ได้ พิมพ์ลงไป

801
00:53:21,334 --> 00:53:25,334
ดูทันไหม ดูไม่ทันดูใหม่

802
00:53:25,335 --> 00:53:29,335
อีกทีหนึ่งนะ ให้เราเลือกตารางสุดท้าย

803
00:53:29,336 --> 00:53:33,336
อยู่ตรงนี้ใน Outline Preview

804
00:53:33,350 --> 00:53:37,350
ของ Output แบบนี้นะคะ อันนี้ครูเลือก

805
00:53:37,351 --> 00:53:41,351
ตารางนี้ก็จะมีสีเหลืองคลุมอยู่

806
00:53:41,366 --> 00:53:45,366
คำว่าอะไรคะ Insert คำว่า New Text

807
00:53:45,367 --> 00:53:49,367
ก็คือเราอยากจะพิมพ์ Comment อะไรเราก็พิมพ์เข้าไปได้นะคะ

808
00:53:49,368 --> 00:53:53,368
หรือพิมพ์คำอธิบาย

809
00:53:53,370 --> 00:53:57,370
ค่า Sig เป็นอย่างไรคะ

810
00:53:57,381 --> 00:54:01,381
เป็นการทดสอบทางเดียวนะคะ ค่า Sig หาร 2

811
00:54:01,382 --> 00:54:05,382
นะคะ ประมาณนะคะ

812
00:54:05,396 --> 00:54:09,396
โดยประมาณ มันไม่มีการพิมพ์เครื่องหมายปร

813
00:54:09,396 --> 00:54:13,396
เป็น Dot แล้วก็เท่ากับนะคะ ก็คือ

814
00:54:13,397 --> 00:54:17,397
ประมาณ 0.000

815
00:54:17,397 --> 00:54:21,397
ซึ่งน้อยกว่า Alpha

816
00:54:21,407 --> 00:54:25,407
หรือน้อยกว่าระดับนัยสำคัญ

817
00:54:25,407 --> 00:54:29,407
0.05 ดังนั้น

818
00:54:29,407 --> 00:54:33,407
ดังนั้น

819
00:54:33,409 --> 00:54:37,409
ปฏิเสธ

820
00:54:37,409 --> 00:54:41,409
H0

821
00:54:41,411 --> 00:54:45,411
มันพิมพ์ตัวห้อยไม่ได้ สัญลักษณ์

822
00:54:45,412 --> 00:54:49,412
เราพิมพ์เป็นสัญลักษณ์เราเฉย ๆ นะคะ หมายความว่า

823
00:54:49,413 --> 00:54:53,413

824
00:54:53,413 --> 00:54:57,413

825
00:54:57,414 --> 00:55:01,414

826
00:55:01,416 --> 00:55:05,416

827
00:55:05,417 --> 00:55:09,417
รอแป๊บหนึ่งนะ

828
00:55:09,422 --> 00:55:13,422

829
00:55:13,422 --> 00:55:17,422

830
00:55:17,424 --> 00:55:21,424

831
00:55:21,427 --> 00:55:25,427

832
00:55:25,430 --> 00:55:29,430

833
00:55:29,433 --> 00:55:33,433

834
00:55:33,435 --> 00:55:37,435

835
00:55:37,437 --> 00:55:41,437

836
00:55:41,438 --> 00:55:45,438

837
00:55:45,439 --> 00:55:49,439

838
00:55:49,442 --> 00:55:53,442

839
00:55:53,443 --> 00:55:57,443

840
00:55:57,445 --> 00:56:01,445

841
00:56:01,446 --> 00:56:05,446

842
00:56:05,447 --> 00:56:09,447
แ

843
00:56:09,448 --> 00:56:13,448

844
00:56:13,449 --> 00:56:17,449

845
00:56:17,449 --> 00:56:21,449

846
00:56:21,450 --> 00:56:25,450

847
00:56:25,451 --> 00:56:29,451

848
00:56:29,452 --> 00:56:33,452

849
00:56:33,454 --> 00:56:37,454

850
00:56:37,454 --> 00:56:41,454

851
00:56:41,456 --> 00:56:45,456

852
00:56:45,457 --> 00:56:49,457
เมื่อกี้มีคนถามว่าจะพิมพ์ข้

853
00:56:49,461 --> 00:56:53,461
ใต้ Output ทำอย่างไร ดูพร้อมกันเลยนะคะ

854
00:56:53,465 --> 00:56:57,465
ให้เราไปเลือกตารางผลลัพธ์ตัวสุดท้าย

855
00:56:57,465 --> 00:57:01,465
Paired t-test ตรงนี้นะคะ แล้วก็

856
00:57:01,466 --> 00:57:05,466
ไปที่ไหนคะ Insent

857
00:57:05,467 --> 00:57:09,467
New Text ก็คือ New ข้อความ

858
00:57:09,468 --> 00:57:13,468
จะมีช่องข้อความที่เราจะพิมพ์คอมเมนต์ หรือ

859
00:57:13,468 --> 00:57:17,468
สรุปผลที่เราอยากจะพิมพ์ลงไปนะคะ

860
00:57:17,470 --> 00:57:21,470
ทำแบบนี้เสร็จ

861
00:57:21,470 --> 00:57:25,470
นะคะ พิมพ์อย่างนี้

862
00:57:25,474 --> 00:57:29,474
เข้าไปเลย ในไฟล์งานนะคะ ไม่ต้องจดใส่กระดาษแล้ว

863
00:57:29,474 --> 00:57:33,474

864
00:57:33,475 --> 00:57:37,475
ครูใช้ .=

865
00:57:37,476 --> 00:57:41,476
โดยประมาณนะคะ โดยลูกเข้าใกล้ 0.00

866
00:57:41,477 --> 00:57:45,477
พิมพ์ข้อความใน Text ของ

867
00:57:45,478 --> 00:57:49,478
SPSS มันไม่เหมือนพิมพ์ใน Word ซะทีเดียว

868
00:57:49,478 --> 00:57:53,478
ตัวเครื่องหมายโดยประมาณมันก็จะพิมพ์ยาก

869
00:57:53,479 --> 00:57:57,479
มันก็เลยจะพิมพ์ยาก

870
00:57:57,479 --> 00:58:01,479
อย่าตามหมดนะคะ

871
00:58:01,480 --> 00:58:05,480
ให้ใช้หลักการนะ โอ.เค. ไหม อันนี้

872
00:58:05,488 --> 00:58:09,488
เป็นการทดสอบ 2 ทาง ใช่ไหม

873
00:58:09,489 --> 00:58:13,489
ที่เรากำลังทำ เป็นการทดสอบ 2 ทาง

874
00:58:13,489 --> 00:58:17,489
กี่ทางคะ ทางเดียว แล้วคุณต้อง

875
00:58:17,491 --> 00:58:21,491
แปลผลตามความเป็นจริงที่คุณทำได้ด้วย อันนี้เป็นตัวอย่าง

876
00:58:21,491 --> 00:58:25,491
ให้ดูเป็นไกด์ลายนะคะ

877
00:58:25,493 --> 00:58:29,493
นะคะ นักศึกษาจะต้องคิดว่าจะต้องทำอย่างไร

878
00:58:29,493 --> 00:58:33,493
นะคะ ปรึกษาเพื่อนได้นะคะ

879
00:58:33,493 --> 00:58:37,493
ใครทำเสร็จแล้วดูเพื่อนก่อนว่าเหมือน

880
00:58:37,501 --> 00:58:41,501
กับเพื่อน คนไหนทำเสร็จแล้วบ้างคะ ใครทำเสร็จ

881
00:58:41,513 --> 00:58:45,513
3 คนลองลุกไปดูของกันและกันสิ

882
00:58:45,513 --> 00:58:49,513
จะถามหรือคะ จะถามหรือจะส่ง

883
00:58:49,514 --> 00:58:53,514
ถามว่า ถามเลย

884
00:58:53,514 --> 00:58:57,514
อะไรนะ ถามดัง ๆ หน่อย

885
00:58:57,523 --> 00:59:01,523
ค่ะ

886
00:59:01,524 --> 00:59:05,524
เดี๋ยวก่อน

887
00:59:05,525 --> 00:59:09,525
เราถามอย่างนี้เราเข้าใจอย่างไร

888
00:59:09,526 --> 00:59:13,526
ก็คือ

889
00:59:13,527 --> 00:59:17,527
ค่า Sig จาก Software แสดงว่า

890
00:59:17,529 --> 00:59:21,529
หนูต้องมาดูตรงนี้ให่มเลย

891
00:59:21,531 --> 00:59:25,531
เวลาเราทำการทดสอบสมมติฐาน เราจะมีเกณฑ์การสรุปผล

892
00:59:25,532 --> 00:59:29,532
อยู่กี่แบบคะ 2 ขึ้นอย

893
00:59:29,534 --> 00:59:33,534
หรือทางเดียว

894
00:59:33,534 --> 00:59:37,534
ได้คำตอบหรือยังหนู

895
00:59:37,536 --> 00:59:41,536
ลองถามเพื่อนดู

896
00:59:41,536 --> 00:59:45,536

897
00:59:45,537 --> 00:59:49,537
เราดูลายแทงตรงนี้นะคะ

898
00:59:49,539 --> 00:59:53,539

899
00:59:53,541 --> 00:59:57,541
เพื่อนเราถามครูว่าค่า Sig.

900
00:59:57,542 --> 01:00:01,542
ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันใช่หรือไม่ คำถาม

901
01:00:01,542 --> 01:00:05,542
ตอบถ้าข้อมูล 8 ค่า

902
01:00:05,554 --> 01:00:09,554
เราคีย์ข้อมูลเหมือนกันทุกประการ ตัวเลขที่ได้

903
01:00:09,558 --> 01:00:13,558
ตัวเดียวกัน ถ้าเราสั่งเหมือนกันนะคะ

904
01:00:13,559 --> 01:00:17,559
สั่งเหมือนกันคือให้อะไรเป็น

905
01:00:17,560 --> 01:00:21,560
T Test ก็เป็นตัวเดียวกัน

906
01:00:21,561 --> 01:00:25,561
แต่ถ้ามันไม่เท่ากัน เดี๋ยวยกมือบอกครู

907
01:00:25,562 --> 01:00:29,562
หนูดูตัวเลขเหมือนกันไหมคะ

908
01:00:29,562 --> 01:00:33,562
Dataset เหมือนกันทุกประการไมห

909
01:00:33,562 --> 01:00:37,562

910
01:00:37,564 --> 01:00:41,564

911
01:00:41,565 --> 01:00:45,565

912
01:00:45,566 --> 01:00:49,566

913
01:00:49,567 --> 01:00:53,567

914
01:00:53,569 --> 01:00:57,569

915
01:00:57,570 --> 01:01:01,570

916
01:01:01,575 --> 01:01:05,575

917
01:01:05,576 --> 01:01:09,576

918
01:01:09,578 --> 01:01:13,578

919
01:01:13,579 --> 01:01:17,579

920
01:01:17,580 --> 01:01:21,580

921
01:01:21,580 --> 01:01:25,580

922
01:01:25,583 --> 01:01:29,583

923
01:01:29,585 --> 01:01:33,585
ตอนแรกตอนคีย์ข้อมูลใช่ไหมคะ ครูจะบอกว่า

924
01:01:33,590 --> 01:01:37,590

925
01:01:37,590 --> 01:01:41,590

926
01:01:41,590 --> 01:01:45,590

927
01:01:45,591 --> 01:01:49,591

928
01:01:49,593 --> 01:01:53,593

929
01:01:53,596 --> 01:01:57,596

930
01:01:57,598 --> 01:02:01,598

931
01:02:01,599 --> 01:02:05,599

932
01:02:05,602 --> 01:02:09,602

933
01:02:09,604 --> 01:02:13,604

934
01:02:13,606 --> 01:02:17,606

935
01:02:17,607 --> 01:02:21,607

936
01:02:21,612 --> 01:02:25,612

937
01:02:25,614 --> 01:02:29,614

938
01:02:29,616 --> 01:02:33,616

939
01:02:33,618 --> 01:02:37,618

940
01:02:37,620 --> 01:02:41,620

941
01:02:41,621 --> 01:02:45,621

942
01:02:45,623 --> 01:02:49,623

943
01:02:49,625 --> 01:02:53,625

944
01:02:53,625 --> 01:02:57,625

945
01:02:57,626 --> 01:03:01,626

946
01:03:01,626 --> 01:03:05,626
อธิบายเพิ่มเติมนะคะ จากที่ไปดู

947
01:03:05,628 --> 01:03:09,628
ผลลัพธ์พวกเราแล้วนะคะ เราจะเห็นว่า

948
01:03:09,629 --> 01:03:13,629
พอเราทำการทดสอบด้วยโจทย์คำถามนี้นะคะ

949
01:03:13,643 --> 01:03:17,643
คำถามถามว่าอะไรเอ่ย แตกต่าง แตกต่าง

950
01:03:17,648 --> 01:03:21,648
สมมติฐานแย้ง แทนด้วยเครื่องหมายอะไรคะ ไม่เท่าก

951
01:03:21,649 --> 01:03:25,649
2 ทาง เวลาสรุปผล ต้องสรุปผล

952
01:03:25,657 --> 01:03:29,657
ตามสมมติฐานที่เราตั้งนะคะ เราตั้งว่าสมมติฐานหลัก

953
01:03:29,658 --> 01:03:33,658
ข้อมูล 2 ชุดนี้ไม่ต่างกัน แย้งว่า ข้อมูล

954
01:03:33,659 --> 01:03:37,659
2 ชุดนี้ ต่างกัน เราจะยอมรับอันไหน

955
01:03:37,660 --> 01:03:41,660
ว่าเป็นจริงก็แล้วแต่

956
01:03:41,661 --> 01:03:45,661
ค่าสถิติที่เราวิเคราะห์ได้กับค่า Sig นะคะ

957
01:03:45,662 --> 01:03:49,662
เราจะไม่สรุปว่า มันสูงกว่าหรือน้อยกว่า เพราะว่าเรา

958
01:03:49,664 --> 01:03:53,664
ไม่ได้ตั้งสมมติฐานแบบนั้นนะคะ

959
01:03:53,665 --> 01:03:57,665
หน้าอะไรนะคะ

960
01:03:57,665 --> 01:04:01,665
หน้าที่เขียน

961
01:04:01,666 --> 01:04:05,666
เขียนใน SPSS ใช่ไหมคะ ตรงนี้

962
01:04:05,667 --> 01:04:09,667
หนูได้หรือยัง เสร็จหรือยัง

963
01:04:09,668 --> 01:04:13,668
อะไรนะคะ อ๋อเดี๋ยวแป๊บหนึ่ง

964
01:04:13,668 --> 01:04:17,668

965
01:04:17,669 --> 01:04:21,669
ใจเย็น ๆ ใครจะให้ครูตรวจ

966
01:04:21,669 --> 01:04:25,669
ลุกไปดูของเพื่อนคนอื่นที่เสร็จแล้ว ว่าเหมือนกันหรือเปล่า

967
01:04:25,670 --> 01:04:29,670
แล้วค่อยยกมือนะคะ ไม่ต้องรีบ ๆ ๆ

968
01:04:29,671 --> 01:04:33,671
คีย์ข้อมูลให้ถูกต้อง

969
01:04:33,671 --> 01:04:37,671
นะคะ อันนี้เป็นการทดสอบ

970
01:04:37,673 --> 01:04:41,673
ทางเดียว ครูจึงใช้คำพูด สูงกว่าได้

971
01:04:41,673 --> 01:04:45,673
ทางขวานะคะตรงนี้ สังเกตนะคะ

972
01:04:45,675 --> 01:04:49,675
การเปรียบเทียบทางขวานี่เราเ

973
01:04:49,675 --> 01:04:53,675
ไปหาร 2 เสียก่อน

974
01:04:53,676 --> 01:04:57,676

975
01:04:57,677 --> 01:05:01,677

976
01:05:01,677 --> 01:05:05,677

977
01:05:05,679 --> 01:05:09,679
แตกต่างกัน แตกต่าง

978
01:05:09,681 --> 01:05:13,681
จาก... ใช่ อิฐมอญที่เผา...

979
01:05:13,690 --> 01:05:17,690
ข้อมูลของเราเป็นอะไรคะ คำถามของเราคืออะไร

980
01:05:17,692 --> 01:05:21,692

981
01:05:21,692 --> 01:05:25,692

982
01:05:25,693 --> 01:05:29,693
เอาตรงนี้มาเลย มาตอบนี่ เขาถามว่าใช่หรือไม่

983
01:05:29,693 --> 01:05:33,693
อิฐมอญที่เผาด้วยแกลบแต่งต่างกับ...

984
01:05:33,693 --> 01:05:37,693

985
01:05:37,696 --> 01:05:41,696
ที่ระดับนัยยะ

986
01:05:41,698 --> 01:05:45,698
มีคนจะเสร็จแล้วนะคะ

987
01:05:45,698 --> 01:05:49,698
จตุพรใช่ไหม

988
01:05:49,699 --> 01:05:53,699
เอาสรุเชษฐ ครูจำผิดอีกล

989
01:05:53,701 --> 01:05:57,701
ใครจะเสร็จแล้วลองลุกไปดูของ สุรเชญฐ์

990
01:05:57,701 --> 01:06:01,701
เหมือนกันหรือเปล่า ถ้ามั่นใจแล้วค่อยยกมือ

991
01:06:01,703 --> 01:06:05,703

992
01:06:05,704 --> 01:06:09,704

993
01:06:09,705 --> 01:06:13,705

994
01:06:13,705 --> 01:06:17,705

995
01:06:17,707 --> 01:06:21,707

996
01:06:21,707 --> 01:06:25,707

997
01:06:25,707 --> 01:06:29,707

998
01:06:29,710 --> 01:06:33,710

999
01:06:33,712 --> 01:06:37,712

1000
01:06:37,712 --> 01:06:41,712

1001
01:06:41,714 --> 01:06:45,714

1002
01:06:45,715 --> 01:06:49,715

1003
01:06:49,717 --> 01:06:53,717

1004
01:06:53,720 --> 01:06:57,720

1005
01:06:57,721 --> 01:07:01,721

1006
01:07:01,722 --> 01:07:05,722

1007
01:07:05,724 --> 01:07:09,724

1008
01:07:09,726 --> 01:07:13,726
ปฏิบัติการของเรานี่เป็นการทดสอบ

1009
01:07:13,727 --> 01:07:17,727
2 ทาง

1010
01:07:17,731 --> 01:07:21,731
Sig

1011
01:07:21,732 --> 01:07:25,732
Significant ค่ะ

1012
01:07:25,734 --> 01:07:29,734

1013
01:07:29,735 --> 01:07:33,735
บอกแค่นี้เอง ง่ายนิดเดียว

1014
01:07:33,736 --> 01:07:37,736

1015
01:07:37,736 --> 01:07:41,736

1016
01:07:41,738 --> 01:07:45,738

1017
01:07:45,743 --> 01:07:49,743

1018
01:07:49,745 --> 01:07:53,745
อันนี้เป็นการทดสอบ 2 ทาง

1019
01:07:53,745 --> 01:07:57,745

1020
01:07:57,746 --> 01:08:01,746

1021
01:08:01,747 --> 01:08:05,747

1022
01:08:05,748 --> 01:08:09,748

1023
01:08:09,752 --> 01:08:13,752

1024
01:08:13,757 --> 01:08:17,757

1025
01:08:17,758 --> 01:08:21,758

1026
01:08:21,760 --> 01:08:25,760

1027
01:08:25,762 --> 01:08:29,762

1028
01:08:29,764 --> 01:08:33,764

1029
01:08:33,766 --> 01:08:37,766

1030
01:08:37,767 --> 01:08:41,767

1031
01:08:41,770 --> 01:08:45,770

1032
01:08:45,771 --> 01:08:49,771

1033
01:08:49,773 --> 01:08:53,773

1034
01:08:53,775 --> 01:08:57,775

1035
01:08:57,778 --> 01:09:01,778

1036
01:09:01,779 --> 01:09:05,779

1037
01:09:05,780 --> 01:09:09,780

1038
01:09:09,781 --> 01:09:13,781

1039
01:09:13,783 --> 01:09:17,783

1040
01:09:17,785 --> 01:09:21,785

1041
01:09:21,785 --> 01:09:25,785

1042
01:09:25,787 --> 01:09:29,787

1043
01:09:29,788 --> 01:09:33,788

1044
01:09:33,791 --> 01:09:37,791

1045
01:09:37,793 --> 01:09:41,793

1046
01:09:41,794 --> 01:09:45,794

1047
01:09:45,795 --> 01:09:49,795

1048
01:09:49,797 --> 01:09:53,797

1049
01:09:53,799 --> 01:09:57,799

1050
01:09:57,799 --> 01:10:01,799

1051
01:10:01,801 --> 01:10:05,801

1052
01:10:05,803 --> 01:10:09,803

1053
01:10:09,804 --> 01:10:13,804

1054
01:10:13,807 --> 01:10:17,807

1055
01:10:17,808 --> 01:10:21,808

1056
01:10:21,809 --> 01:10:25,809

1057
01:10:25,811 --> 01:10:29,811

1058
01:10:29,813 --> 01:10:33,813

1059
01:10:33,815 --> 01:10:37,815

1060
01:10:37,817 --> 01:10:41,817

1061
01:10:41,820 --> 01:10:45,820

1062
01:10:45,821 --> 01:10:49,821

1063
01:10:49,822 --> 01:10:53,822

1064
01:10:53,823 --> 01:10:57,823

1065
01:10:57,825 --> 01:11:01,825

1066
01:11:01,827 --> 01:11:05,827

1067
01:11:05,828 --> 01:11:09,828

1068
01:11:09,830 --> 01:11:13,830

1069
01:11:13,831 --> 01:11:17,831

1070
01:11:17,832 --> 01:11:21,832

1071
01:11:21,832 --> 01:11:25,832

1072
01:11:25,833 --> 01:11:29,833

1073
01:11:29,835 --> 01:11:33,835

1074
01:11:33,836 --> 01:11:37,836

1075
01:11:37,837 --> 01:11:41,837

1076
01:11:41,839 --> 01:11:45,839

1077
01:11:45,840 --> 01:11:49,840

1078
01:11:49,842 --> 01:11:53,842

1079
01:11:53,843 --> 01:11:57,843

1080
01:11:57,845 --> 01:12:01,845

1081
01:12:01,846 --> 01:12:05,846

1082
01:12:05,848 --> 01:12:09,848

1083
01:12:09,850 --> 01:12:13,850

1084
01:12:13,852 --> 01:12:17,852

1085
01:12:17,854 --> 01:12:21,854

1086
01:12:21,856 --> 01:12:25,856

1087
01:12:25,857 --> 01:12:29,857

1088
01:12:29,858 --> 01:12:33,858

1089
01:12:33,860 --> 01:12:37,860

1090
01:12:37,862 --> 01:12:41,862

1091
01:12:41,862 --> 01:12:45,862

1092
01:12:45,864 --> 01:12:49,864

1093
01:12:49,866 --> 01:12:53,866

1094
01:12:53,866 --> 01:12:57,866

1095
01:12:57,866 --> 01:13:01,866

1096
01:13:01,866 --> 01:13:05,866

1097
01:13:05,869 --> 01:13:09,869

1098
01:13:09,870 --> 01:13:13,870

1099
01:13:13,872 --> 01:13:17,872

1100
01:13:17,872 --> 01:13:21,872

1101
01:13:21,873 --> 01:13:25,873

1102
01:13:25,874 --> 01:13:29,874

1103
01:13:29,876 --> 01:13:33,876

1104
01:13:33,877 --> 01:13:37,877

1105
01:13:37,880 --> 01:13:41,880

1106
01:13:41,882 --> 01:13:45,882

1107
01:13:45,883 --> 01:13:49,883

1108
01:13:49,884 --> 01:13:53,884

1109
01:13:53,886 --> 01:13:57,886

1110
01:13:57,887 --> 01:14:01,887

1111
01:14:01,888 --> 01:14:05,888

1112
01:14:05,889 --> 01:14:09,889

1113
01:14:09,891 --> 01:14:13,891

1114
01:14:13,893 --> 01:14:17,893

1115
01:14:17,895 --> 01:14:21,895

1116
01:14:21,896 --> 01:14:25,896

1117
01:14:25,898 --> 01:14:29,898

1118
01:14:29,899 --> 01:14:33,899

1119
01:14:33,901 --> 01:14:37,901

1120
01:14:37,901 --> 01:14:41,901

1121
01:14:41,902 --> 01:14:45,902

1122
01:14:45,904 --> 01:14:49,904

1123
01:14:49,906 --> 01:14:53,906

1124
01:14:53,907 --> 01:14:57,907

1125
01:14:57,908 --> 01:15:01,908

1126
01:15:01,910 --> 01:15:05,910

1127
01:15:05,911 --> 01:15:09,911

1128
01:15:09,913 --> 01:15:13,913

1129
01:15:13,916 --> 01:15:17,916

1130
01:15:17,918 --> 01:15:21,918

1131
01:15:21,919 --> 01:15:25,919

1132
01:15:25,921 --> 01:15:29,921

1133
01:15:29,924 --> 01:15:33,924

1134
01:15:33,926 --> 01:15:37,926

1135
01:15:37,927 --> 01:15:41,927

1136
01:15:41,928 --> 01:15:45,928

1137
01:15:45,930 --> 01:15:49,930

1138
01:15:49,931 --> 01:15:53,931

1139
01:15:53,933 --> 01:15:57,933

1140
01:15:57,935 --> 01:16:01,935

1141
01:16:01,935 --> 01:16:05,935

1142
01:16:05,936 --> 01:16:09,936

1143
01:16:09,937 --> 01:16:13,937

1144
01:16:13,939 --> 01:16:17,939

1145
01:16:17,939 --> 01:16:21,939

1146
01:16:21,941 --> 01:16:25,941

1147
01:16:25,943 --> 01:16:29,943

1148
01:16:29,944 --> 01:16:33,944

1149
01:16:33,946 --> 01:16:37,946

1150
01:16:37,946 --> 01:16:41,946

1151
01:16:41,949 --> 01:16:45,949

1152
01:16:45,950 --> 01:16:49,950

1153
01:16:49,952 --> 01:16:53,952

1154
01:16:53,954 --> 01:16:57,954

1155
01:16:57,956 --> 01:17:01,956

1156
01:17:01,957 --> 01:17:05,957

1157
01:17:05,959 --> 01:17:09,959

1158
01:17:09,961 --> 01:17:13,961

1159
01:17:13,963 --> 01:17:17,963

1160
01:17:17,965 --> 01:17:21,965

1161
01:17:21,966 --> 01:17:25,966

1162
01:17:25,968 --> 01:17:29,968

1163
01:17:29,970 --> 01:17:33,970

1164
01:17:33,972 --> 01:17:37,972

1165
01:17:37,974 --> 01:17:41,974

1166
01:17:41,976 --> 01:17:45,976

1167
01:17:45,978 --> 01:17:49,978

1168
01:17:49,979 --> 01:17:53,979

1169
01:17:53,980 --> 01:17:57,980

1170
01:17:57,982 --> 01:18:01,982

1171
01:18:01,984 --> 01:18:05,984

1172
01:18:05,986 --> 01:18:09,986

1173
01:18:09,989 --> 01:18:13,989

1174
01:18:13,990 --> 01:18:17,990

1175
01:18:17,992 --> 01:18:21,992

1176
01:18:21,993 --> 01:18:25,993

1177
01:18:25,995 --> 01:18:29,995

1178
01:18:29,997 --> 01:18:33,997

1179
01:18:33,999 --> 01:18:37,999

1180
01:18:38,003 --> 01:18:42,003

1181
01:18:42,004 --> 01:18:46,004

1182
01:18:46,006 --> 01:18:50,006

1183
01:18:50,008 --> 01:18:54,008

1184
01:18:54,010 --> 01:18:58,010

1185
01:18:58,012 --> 01:19:02,012

1186
01:19:02,013 --> 01:19:06,013

1187
01:19:06,015 --> 01:19:10,015

1188
01:19:10,017 --> 01:19:14,017

1189
01:19:14,019 --> 01:19:18,019

1190
01:19:18,021 --> 01:19:22,021

1191
01:19:22,022 --> 01:19:26,022

1192
01:19:26,024 --> 01:19:30,024

1193
01:19:30,024 --> 01:19:34,024

1194
01:19:34,024 --> 01:19:38,024

1195
01:19:38,025 --> 01:19:42,025

1196
01:19:42,027 --> 01:19:46,027

1197
01:19:46,028 --> 01:19:50,028

1198
01:19:50,029 --> 01:19:54,029

1199
01:19:54,031 --> 01:19:58,031

1200
01:19:58,033 --> 01:20:02,033

1201
01:20:02,034 --> 01:20:06,034

1202
01:20:06,037 --> 01:20:10,037

1203
01:20:10,038 --> 01:20:14,038

1204
01:20:14,039 --> 01:20:18,039

1205
01:20:18,041 --> 01:20:22,041

1206
01:20:22,042 --> 01:20:26,042

1207
01:20:26,044 --> 01:20:30,044

1208
01:20:30,046 --> 01:20:34,046

1209
01:20:34,047 --> 01:20:38,047

1210
01:20:38,048 --> 01:20:42,048

1211
01:20:42,050 --> 01:20:46,050

1212
01:20:46,051 --> 01:20:50,051

1213
01:20:50,052 --> 01:20:54,052

1214
01:20:54,054 --> 01:20:58,054

1215
01:20:58,056 --> 01:21:02,056

1216
01:21:02,057 --> 01:21:06,057

1217
01:21:06,060 --> 01:21:10,060

1218
01:21:10,062 --> 01:21:14,062

1219
01:21:14,062 --> 01:21:18,062

1220
01:21:18,064 --> 01:21:22,064

1221
01:21:22,066 --> 01:21:26,066

1222
01:21:26,068 --> 01:21:30,068

1223
01:21:30,071 --> 01:21:34,071

1224
01:21:34,072 --> 01:21:38,072

1225
01:21:38,072 --> 01:21:42,072

1226
01:21:42,074 --> 01:21:46,074

1227
01:21:46,076 --> 01:21:50,076

1228
01:21:50,078 --> 01:21:54,078

1229
01:21:54,080 --> 01:21:58,080

1230
01:21:58,082 --> 01:22:02,082

1231
01:22:02,083 --> 01:22:06,083

1232
01:22:06,085 --> 01:22:10,085

1233
01:22:10,087 --> 01:22:14,087

1234
01:22:14,088 --> 01:22:18,088

1235
01:22:18,089 --> 01:22:22,089

1236
01:22:22,091 --> 01:22:26,091

1237
01:22:26,093 --> 01:22:30,093

1238
01:22:30,094 --> 01:22:34,094

1239
01:22:34,095 --> 01:22:38,095

1240
01:22:38,097 --> 01:22:42,097

1241
01:22:42,100 --> 01:22:46,100

1242
01:22:46,101 --> 01:22:50,101

1243
01:22:50,104 --> 01:22:54,104

1244
01:22:54,104 --> 01:22:58,104

1245
01:22:58,106 --> 01:23:02,106

1246
01:23:02,107 --> 01:23:06,107

1247
01:23:06,109 --> 01:23:10,109

1248
01:23:10,111 --> 01:23:14,111

1249
01:23:14,112 --> 01:23:18,112

1250
01:23:18,112 --> 01:23:22,112
สุรเชษฐ์

1251
01:23:22,115 --> 01:23:26,115
เธอส่งไฟล์นี้ให้ครูทางเฟซบุ๊กหน่อย

1252
01:23:26,116 --> 01:23:30,116

1253
01:23:30,129 --> 01:23:34,129

1254
01:23:34,129 --> 01:23:38,129
(นักศึกษา) ไฟล์ตัวนี้ (อาจารย์) ไฟล์ตัวนี้

1255
01:23:38,130 --> 01:23:42,130
โอ.เค.

1256
01:23:42,131 --> 01:23:46,131
ตั้งชื่อแฟ้มข้อมูลนะคะ

1257
01:23:46,132 --> 01:23:50,132
เป็นการดูดซึมน้ำนะคะ แล้วก็

1258
01:23:50,133 --> 01:23:54,133
ผลลัพธ์เราก็ Save ไว้ ดูตัวอย่างต่อไป

1259
01:23:54,135 --> 01:23:58,135
เดี๋ยวอีก 2 นาที ครูจะเฉลยนะคะ

1260
01:23:58,137 --> 01:24:02,137

1261
01:24:02,149 --> 01:24:06,149

1262
01:24:06,150 --> 01:24:10,150

1263
01:24:10,152 --> 01:24:14,152

1264
01:24:14,153 --> 01:24:18,153

1265
01:24:18,154 --> 01:24:22,154

1266
01:24:22,156 --> 01:24:26,156
เดี๋ยวรอดูพร้อมกันเลย

1267
01:24:26,159 --> 01:24:30,159

1268
01:24:30,172 --> 01:24:34,172

1269
01:24:34,173 --> 01:24:38,173

1270
01:24:38,173 --> 01:24:42,173

1271
01:24:42,178 --> 01:24:46,178

1272
01:24:46,180 --> 01:24:50,180

1273
01:24:50,183 --> 01:24:54,183

1274
01:24:54,184 --> 01:24:58,184

1275
01:24:58,185 --> 01:25:02,185

1276
01:25:02,186 --> 01:25:06,186

1277
01:25:06,189 --> 01:25:10,189

1278
01:25:10,190 --> 01:25:14,190

1279
01:25:14,193 --> 01:25:18,193

1280
01:25:18,195 --> 01:25:22,195

1281
01:25:22,200 --> 01:25:26,200

1282
01:25:26,201 --> 01:25:30,201

1283
01:25:30,202 --> 01:25:34,202

1284
01:25:34,203 --> 01:25:38,203

1285
01:25:38,205 --> 01:25:42,205

1286
01:25:42,207 --> 01:25:46,207

1287
01:25:46,208 --> 01:25:50,208

1288
01:25:50,208 --> 01:25:54,208

1289
01:25:54,210 --> 01:25:58,210

1290
01:25:58,215 --> 01:26:02,215

1291
01:26:02,217 --> 01:26:06,217

1292
01:26:06,220 --> 01:26:10,220

1293
01:26:10,221 --> 01:26:14,221

1294
01:26:14,223 --> 01:26:18,223

1295
01:26:18,224 --> 01:26:22,224

1296
01:26:22,226 --> 01:26:26,226

1297
01:26:26,228 --> 01:26:30,228

1298
01:26:30,230 --> 01:26:34,230

1299
01:26:34,231 --> 01:26:38,231

1300
01:26:38,233 --> 01:26:42,233

1301
01:26:42,234 --> 01:26:46,234

1302
01:26:46,237 --> 01:26:50,237

1303
01:26:50,238 --> 01:26:54,238
แป๊บหนึ่ง ๆ เดี๋ยว...

1304
01:26:54,239 --> 01:26:58,239

1305
01:26:58,240 --> 01:27:02,240

1306
01:27:02,241 --> 01:27:06,241

1307
01:27:06,242 --> 01:27:10,242

1308
01:27:10,246 --> 01:27:14,246

1309
01:27:14,248 --> 01:27:18,248
เดี๋ยวครูเฉลย

1310
01:27:18,250 --> 01:27:22,250
เลยนะคะ เดี๋ยวคนอื่นที่ยกมือ เดี๋ยวรอดูเฉลย

1311
01:27:22,251 --> 01:27:26,251
กับเพื่อนเลย

1312
01:27:26,251 --> 01:27:30,251

1313
01:27:30,252 --> 01:27:34,252

1314
01:27:34,253 --> 01:27:38,253

1315
01:27:38,256 --> 01:27:42,256

1316
01:27:42,262 --> 01:27:46,262

1317
01:27:46,263 --> 01:27:50,263

1318
01:27:50,265 --> 01:27:54,265

1319
01:27:54,267 --> 01:27:58,267

1320
01:27:58,268 --> 01:28:02,268
ครูเฉลยนะคะ

1321
01:28:02,270 --> 01:28:06,270
อันนี้เป็นข้อมูลที่เราคีย์

1322
01:28:06,272 --> 01:28:10,272
ครูเทสต์ให้แล้ว ข้อมูล

1323
01:28:10,273 --> 01:28:14,273
2 ชุดนี้มีการแจกแจงแบบปกติ เราไม่ต้องไปเทส

1324
01:28:14,274 --> 01:28:18,274
เราก็ไปเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย

1325
01:28:18,283 --> 01:28:22,283
Compare Me

1326
01:28:22,283 --> 01:28:26,283

1327
01:28:26,284 --> 01:28:30,284

1328
01:28:30,286 --> 01:28:34,286

1329
01:28:34,287 --> 01:28:38,287
ตอนนี้เราอยากจะรู้ว่า

1330
01:28:38,292 --> 01:28:42,292
ร้อยละการดูดซึม

1331
01:28:42,292 --> 01:28:46,292
น้ำของอิฐมอญที่เผาด้วยฟืนกับแกลบนี่

1332
01:28:46,292 --> 01:28:50,292
ต่างกันหรือไม่นะคะ

1333
01:28:50,292 --> 01:28:54,292
เราไปที่ Pare Sample tte

1334
01:28:54,293 --> 01:28:58,293
เลือก 2 ตัวนี้ ค่าเฉลี่ยนที่

1335
01:28:58,295 --> 01:29:02,295
มากสุดกว่ากันนี่คือตัวที่ 1 หรือตัวที่ 2 คะ

1336
01:29:02,295 --> 01:29:06,295
ค่าเฉลี่ย 2 ตัวนี้ ถ้าไม่รู้ก็

1337
01:29:06,308 --> 01:29:10,308

1338
01:29:10,309 --> 01:29:14,309
ตอนนี้ครูดูแล้วนะคะ ร้อยละ

1339
01:29:14,310 --> 01:29:18,310
การดูกซึมน้ำของอิฐที่เผาด้วยฟืน

1340
01:29:18,310 --> 01:29:22,310
มีการดูดซึมน้ำที่สูงกว่า

1341
01:29:22,311 --> 01:29:26,311
เพราะว่าค่า Min มันเป็นที่ 6.5 นะคะ

1342
01:29:26,312 --> 01:29:30,312
เริ่มวิเคราะห์ 1 Appsorve 1 คือ

1343
01:29:30,312 --> 01:29:34,312
ตัวที่ 1 แอปซอฟ 2 เป็นตัวแปรตัวที่ 2

1344
01:29:34,314 --> 01:29:38,314
ส่งเข้าไปเลย แล้วก็ OK ผลลัพ

1345
01:29:38,314 --> 01:29:42,314

1346
01:29:42,315 --> 01:29:46,315
ค่า T มีค่าเท่าไรคะ

1347
01:29:46,315 --> 01:29:50,315
1.841

1348
01:29:50,315 --> 01:29:54,315
ค่า Sig to

1349
01:29:54,317 --> 01:29:58,317
ตอนนี้ครูจะพิมพ์คำอธิบายผลลัพธ์

1350
01:29:58,319 --> 01:30:02,319
ให้เมาส์ของเราเลือกที่ตารางผลลัพธ์

1351
01:30:02,319 --> 01:30:06,319
อันสุดท้าย แล้วก็ไปที่ไหนคะ Insert แล้วก็ New Text

1352
01:30:06,321 --> 01:30:10,321
แล้วก็ New

1353
01:30:10,323 --> 01:30:14,323
เขียนคำอธิบายทุกอย่างเลย

1354
01:30:14,323 --> 01:30:18,323

1355
01:30:18,323 --> 01:30:22,323

1356
01:30:22,325 --> 01:30:26,325
การตั้งสมมติฐาน

1357
01:30:26,328 --> 01:30:30,328

1358
01:30:30,328 --> 01:30:34,328

1359
01:30:34,329 --> 01:30:38,329

1360
01:30:38,332 --> 01:30:42,332
ตอนนี้สมมติฐานหลักของเรา H0

1361
01:30:42,334 --> 01:30:46,334
H0 ก็คือ

1362
01:30:46,334 --> 01:30:50,334
ร้อยละ การดูดซึมน้ำนะคะ

1363
01:30:50,336 --> 01:30:54,336
แป๊บหนึ่งนะ

1364
01:30:54,336 --> 01:30:58,336

1365
01:30:58,337 --> 01:31:02,337

1366
01:31:02,339 --> 01:31:06,339

1367
01:31:06,341 --> 01:31:10,341

1368
01:31:10,342 --> 01:31:14,342

1369
01:31:14,344 --> 01:31:18,344

1370
01:31:18,344 --> 01:31:22,344

1371
01:31:22,346 --> 01:31:26,346

1372
01:31:26,348 --> 01:31:30,348

1373
01:31:30,349 --> 01:31:34,349

1374
01:31:34,351 --> 01:31:38,351

1375
01:31:38,352 --> 01:31:42,352

1376
01:31:42,354 --> 01:31:46,354

1377
01:31:46,356 --> 01:31:50,356
ตอนนี้ครูตั้งสมมติฐานนะคะ พวกเราสามารถเพิ่มเข้าไป

1378
01:31:50,357 --> 01:31:54,357
ในผลลัพธ์ของเราได้นะคะ

1379
01:31:54,358 --> 01:31:58,358
มากขึ้น ไม่ทราบว่า

1380
01:31:58,359 --> 01:32:02,359
มองเห็นไหมคะ ข้างหลัง เดี๋ยวครูเพิ่ม Font .

1381
01:32:02,359 --> 01:32:06,359
สมมติฐานหลัก H0

1382
01:32:06,361 --> 01:32:10,361
กล่าวว่า ร้อยละการดูดซึมน้ำของ

1383
01:32:10,361 --> 01:32:14,361
อิฐมอญที่เผาด้วยฟืน ไม่ต่าง

1384
01:32:14,361 --> 01:32:18,361
จากอิฐมอญที่เผาโดยแกลบ

1385
01:32:18,362 --> 01:32:22,362
เท่ากับ Mu 2 ต่อไป

1386
01:32:22,362 --> 01:32:26,362
สมมติฐานแย้ง

1387
01:32:26,378 --> 01:32:30,378

1388
01:32:30,379 --> 01:32:34,379

1389
01:32:34,380 --> 01:32:38,380

1390
01:32:38,382 --> 01:32:42,382

1391
01:32:42,382 --> 01:32:46,382

1392
01:32:46,384 --> 01:32:50,384
สมมติฐานแย้ง H1

1393
01:32:50,389 --> 01:32:54,389
ร้อยละเฉลี่ยที่เผาด้วยอิฐมอญ

1394
01:32:54,390 --> 01:32:58,390
ต่างจากนะคะ ตรงนี้

1395
01:32:58,391 --> 01:33:02,391
ข้อความนี้ตรงกันข้ามเลย เห็นไหมคะ

1396
01:33:02,392 --> 01:33:06,392
สัญลักษณ์ที่ใช้ก็คือ ไม่เท่ากับ

1397
01:33:06,393 --> 01:33:10,393
ไม่เท่ากับครูไม่สามารถพิมพ์เครื่องหมาย

1398
01:33:10,396 --> 01:33:14,396
ไม่เท่ากับ แบบที่เราคุ้นเคยได้นะคะ

1399
01:33:14,398 --> 01:33:18,398
แบบนี้หมายถึงไม่เท่ากับนะคะ

1400
01:33:18,399 --> 01:33:22,399
พอเราตั้งสมมติฐานเสร็จแล้ว

1401
01:33:22,399 --> 01:33:26,399

1402
01:33:26,401 --> 01:33:30,401

1403
01:33:30,403 --> 01:33:34,403

1404
01:33:34,403 --> 01:33:38,403

1405
01:33:38,405 --> 01:33:42,405

1406
01:33:42,410 --> 01:33:46,410

1407
01:33:46,412 --> 01:33:50,412
อันนี้เรากำหนดไว้เกณฑ์ในการเปรียบเทียบนะคะ

1408
01:33:50,412 --> 01:33:54,412
จากตารางผลลัพธ์ตรงนี้

1409
01:33:54,419 --> 01:33:58,419
จากการทดสอบ

1410
01:33:58,431 --> 01:34:02,431

1411
01:34:02,432 --> 01:34:06,432
Paired t-test

1412
01:34:06,434 --> 01:34:10,434
นะคะ ครูใช้คำพูดสั้น ๆ กรณีนี้เรา

1413
01:34:10,435 --> 01:34:14,435

1414
01:34:14,435 --> 01:34:18,435
สมมติฐานแย้ง ต่างจาก 2 ทาง

1415
01:34:18,436 --> 01:34:22,436
กรณี 2 ทาง

1416
01:34:22,437 --> 01:34:26,437

1417
01:34:26,438 --> 01:34:30,438

1418
01:34:30,440 --> 01:34:34,440
สถิติทดสอบ

1419
01:34:34,440 --> 01:34:38,440

1420
01:34:38,441 --> 01:34:42,441
t-test มีค่าเท่ากับเท่าไรคะ

1421
01:34:42,442 --> 01:34:46,442
1.841 มีค่า Sig

1422
01:34:46,443 --> 01:34:50,443
Sig ค่า Sig ตรงนี้ เราต้องใช้

1423
01:34:50,445 --> 01:34:54,445
Sig. (2-tailed) ไปเลย แต่ถ้าไป

1424
01:34:54,446 --> 01:34:58,446
พิมพ์ Sig to มันยาวเกิน เราก็พิมพ์

1425
01:34:58,446 --> 01:35:02,446
แต่เมื่อไรก็ตามที่เราทดสอบ

1426
01:35:02,447 --> 01:35:06,447
กรณีทดสอบทางเดียว กรณีนี้ เราต้องเอาไปหาร 2

1427
01:35:06,448 --> 01:35:10,448
แต่ตอนนี้เราไม่ต้องหาร 2 นะคะ ค่า Sig. ของเรามีค่าโดยประมาณ

1428
01:35:10,449 --> 01:35:14,449
เท่าไรคะ 0.108

1429
01:35:14,449 --> 01:35:18,449
เอาไปเปรียบเทียบกับ Alpha ใช่ไหมคะ

1430
01:35:18,451 --> 01:35:22,451
มากกว่า Alpha ใช่ไหมคะ

1431
01:35:22,451 --> 01:35:26,451
ตอนนี้ Alpha

1432
01:35:26,451 --> 01:35:30,451

1433
01:35:30,452 --> 01:35:34,452
พอเราพบเงื่อนไขของการเปรียบเทียบ

1434
01:35:34,453 --> 01:35:38,453
ของเรานี่ จากผลลัพธ์นะคะ ค่า Sig มากกว่า

1435
01:35:38,454 --> 01:35:42,454
ดังนั้นเราต้อง

1436
01:35:42,455 --> 01:35:46,455
ยอมรับ H0 ยอมรับ H0

1437
01:35:46,464 --> 01:35:50,464
ว่าเป็นจริงอยู่ หมายความว่าอะไร

1438
01:35:50,464 --> 01:35:54,464
อะไร หมายความว่า

1439
01:35:54,465 --> 01:35:58,465
ข้อความนี้เป็นจริง ครูก็ก๊อบปี้มาเลย

1440
01:35:58,465 --> 01:36:02,465
ข้อความยอมรับนะคะ ตรงนี้  ๆ

1441
01:36:02,467 --> 01:36:06,467
ยังเป็นจริงอยู่

1442
01:36:06,474 --> 01:36:10,474

1443
01:36:10,474 --> 01:36:14,474

1444
01:36:14,475 --> 01:36:18,475

1445
01:36:18,475 --> 01:36:22,475
โอ.เค. เรียบร้อยแล้ว

1446
01:36:22,480 --> 01:36:26,480
พวกเราพิมพ์ได้ไหมคะ

1447
01:36:26,481 --> 01:36:30,481
สังเกตนะคะ อันนี้ค่าสถิติทดสอบ

1448
01:36:30,484 --> 01:36:34,484
มีค่า

1449
01:36:34,486 --> 01:36:38,486
ผลลัพธ์อันนี้คือเกณฑ์เปรียบเทียบ

1450
01:36:38,486 --> 01:36:42,486
ต้องตัดสินใจ จากผลลัพธ์ของเรานั่นเอง เรา

1451
01:36:42,488 --> 01:36:46,488
บอกเขาไปว่าเรายอมรับหรือปฏิเสธ

1452
01:36:46,489 --> 01:36:50,489
แล้วหมายความว่าอย่างไร

1453
01:36:50,490 --> 01:36:54,490

1454
01:36:54,491 --> 01:36:58,491
โอ.เค.

1455
01:36:58,492 --> 01:37:02,492
พอครูย่อแล้วมันนี่นิดหนึ่งนะคะ

1456
01:37:02,494 --> 01:37:06,494

1457
01:37:06,495 --> 01:37:10,495

1458
01:37:10,495 --> 01:37:14,495

1459
01:37:14,498 --> 01:37:18,498

1460
01:37:18,501 --> 01:37:22,501

1461
01:37:22,505 --> 01:37:26,505

1462
01:37:26,510 --> 01:37:30,510

1463
01:37:30,511 --> 01:37:34,511

1464
01:37:34,512 --> 01:37:38,512

1465
01:37:38,513 --> 01:37:42,513

1466
01:37:42,515 --> 01:37:46,515

1467
01:37:46,516 --> 01:37:50,516

1468
01:37:50,521 --> 01:37:54,521

1469
01:37:54,523 --> 01:37:58,523

1470
01:37:58,538 --> 01:38:02,538

1471
01:38:02,540 --> 01:38:06,540

1472
01:38:06,542 --> 01:38:10,542

1473
01:38:10,544 --> 01:38:14,544

1474
01:38:14,547 --> 01:38:18,547

1475
01:38:18,548 --> 01:38:22,548
โอ.เค. ไม่เป็นไร

1476
01:38:22,550 --> 01:38:26,550
โอ.เค. เรียบร้อยนะคะ

1477
01:38:26,551 --> 01:38:30,551

1478
01:38:30,564 --> 01:38:34,564

1479
01:38:34,566 --> 01:38:38,566

1480
01:38:38,569 --> 01:38:42,569

1481
01:38:42,570 --> 01:38:46,570

1482
01:38:46,572 --> 01:38:50,572

1483
01:38:50,575 --> 01:38:54,575

1484
01:38:54,577 --> 01:38:58,577

1485
01:38:58,579 --> 01:39:02,579

1486
01:39:02,580 --> 01:39:06,580

1487
01:39:06,582 --> 01:39:10,582

1488
01:39:10,584 --> 01:39:14,584

1489
01:39:14,585 --> 01:39:18,585

1490
01:39:18,586 --> 01:39:22,586

1491
01:39:22,588 --> 01:39:26,588

1492
01:39:26,590 --> 01:39:30,590

1493
01:39:30,592 --> 01:39:34,592

1494
01:39:34,593 --> 01:39:38,593

1495
01:39:38,594 --> 01:39:42,594
โอ.เค. ค่ะ

1496
01:39:42,596 --> 01:39:46,596
หัวข้อที่ 2 วันนี้นะคะ เดี๋ยวเราทำไปพร้อมกันเลย

1497
01:39:46,598 --> 01:39:50,598
อันนี้การทดสอบค่าเฉลี่ยที่สัมพันธ์กัน

1498
01:39:50,598 --> 01:39:54,598
คราวนี้เรามาดู Concept

1499
01:39:54,598 --> 01:39:58,598
การทดสอบค่าเฉลี่ยหลายกลุ่ม

1500
01:39:58,599 --> 01:40:02,599
ดูใน Powerpoit

1501
01:40:02,600 --> 01:40:06,600
การทดสอบค่าเฉลี่ยหลายกลุ่มในที่นี้

1502
01:40:06,602 --> 01:40:10,602
เป็นการขยายความจาก

1503
01:40:10,604 --> 01:40:14,604
การทดสอบ t-test คือ t-test นี่มันทดสอบค่าเฉลี่ย

1504
01:40:14,605 --> 01:40:18,605
ได้กี่กลุ่มคะ 1 กลุ่ม กับ 2 กลุ่ม

1505
01:40:18,606 --> 01:40:22,606
แต่ถ้าเราแบ่งการทดสอบเป็นหลาย

1506
01:40:22,606 --> 01:40:26,606
รายคู่เยอะมาก มันทำให้อำนาจการทดสอบ

1507
01:40:26,607 --> 01:40:30,607
มันลดลงนะคะ ก็เลยมีการ... นักสถิติเขา

1508
01:40:30,609 --> 01:40:34,609
คิดวิธีการทดสอบค่าเฉลี่ย 3 กลุ่ม โดย

1509
01:40:34,609 --> 01:40:38,609
พร้อม ๆ กันเลยนะคะ โดยมีกติกา

1510
01:40:38,610 --> 01:40:42,610
อยู่ว่า จะต้องมีข้อมูลตัวแปรตาม

1511
01:40:42,612 --> 01:40:46,612
1 ตัว ตัวนี้จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณนะคะ

1512
01:40:46,612 --> 01:40:50,612
ตัวแปรอิสระก็คือตัวแปรเชิงกลุ่ม ต้องอนยู

1513
01:40:50,627 --> 01:40:54,627
นะคะ ยกตัวอย่าง

1514
01:40:54,627 --> 01:40:58,627
เมื่อกี้ เดี๋ยวเราใช้อิฐมอญ

1515
01:40:58,628 --> 01:41:02,628
5 ชนิด ก็เสมือนว่ามีข้อมูลอยู่กี่กลุ่มคะ 5 กลุ่ม

1516
01:41:02,629 --> 01:41:06,629
เราจะเปรียบว่าอิฐมอญ 5 กลุ่มนี้ มัน

1517
01:41:06,630 --> 01:41:10,630
ต่างกันหรือไม่ ก็เหมือนเดิม สถิติ พารามาติก

1518
01:41:10,631 --> 01:41:14,631
มันจะมีข้อตกลงเบื้องต้น ข้อมูลทุกกลุ่มจะต้องแจกจแง

1519
01:41:14,632 --> 01:41:18,632
แบบปกติ เมื่อกี้อิฐมี 5 กลุ่ม 5 กลุ่มนี้ก็ต้องมีการแจกแจง

1520
01:41:18,632 --> 01:41:22,632
แบบปกติ พอปกติไม่พอ 5 กลุ่มนี้ต้องมี

1521
01:41:22,633 --> 01:41:26,633
ความแปรปรวนเท่ากันด้วย

1522
01:41:26,634 --> 01:41:30,634
ทดสอบความแปรปรวนว่าเท่ากันหรือไม่ คือ

1523
01:41:30,634 --> 01:41:34,634
สมมติฐานหลักในการทดสอบของ ANOVA นะคะ

1524
01:41:34,636 --> 01:41:38,636
เราจะตั้งเป็นค่าเฉลี่ยนทุกกลุ่ม

1525
01:41:38,636 --> 01:41:42,636
จะไม่ต่างกัน สมมติฐานหลัก

1526
01:41:42,637 --> 01:41:46,637
S0 นะคะ Mu1 ค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 1

1527
01:41:46,638 --> 01:41:50,638
เท่ากับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 2 เท่ากับไปเรื่อย ๆ จน

1528
01:41:50,639 --> 01:41:54,639
ถึงค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ K ความหมายคือ ค่าเฉลี่ย

1529
01:41:54,641 --> 01:41:58,641
ของทุกกลุ่มเป็นอะไร

1530
01:41:58,641 --> 01:42:02,641
อันนี้สมมติฐานหลักนะคะ แต่ข้อความนี้จะเป็นเท็จ

1531
01:42:02,650 --> 01:42:06,650
หรือไม่เป็นจริงก็ต่อเมื่อมีคู่หนึ่ง

1532
01:42:06,650 --> 01:42:10,650
คู่ใดที่มันต่างกันนะคะ

1533
01:42:10,661 --> 01:42:14,661
เราก็จะเขียนแบบนี้ มี Mu I ไม่เท่า Mu J อย่างน้อย

1534
01:42:14,662 --> 01:42:18,662
1 คู่ ยกตัวอย่างเช่น มันมี 5 กลุ่ม

1535
01:42:18,664 --> 01:42:22,664
นะคะ กลุ่มที่ 1, 2, 3, 4, 5

1536
01:42:22,675 --> 01:42:26,675
5 กลุ่มนี้ อิฐมอญ 2 รู อิฐมอ

1537
01:42:26,676 --> 01:42:30,676
อิฐมอญ 2 รู อิฐมอญบล็อก

1538
01:42:30,676 --> 01:42:34,676
โอยเฉลี่ยแตกต่างกันหรือไม่ สมมตินะคะ

1539
01:42:34,676 --> 01:42:38,676
มีกำลังอัดโดยเฉลี่ยเป็น 20 กิโลกรัม 20

1540
01:42:38,677 --> 01:42:42,677
อันนี้เป็น 20 อันนี้เป็น 30 ง

1541
01:42:42,679 --> 01:42:46,679
ถ้าเอากลุ่มที่ 5 กลุ่มที่ 4

1542
01:42:46,679 --> 01:42:50,679
มีแค่ คู่หนึ่งที่ต่างกันปั๊บ สมมติฐานหลัก

1543
01:42:50,692 --> 01:42:54,692
ตกปัดทิ้งทันทีว่าไม่จริง

1544
01:42:54,693 --> 01:42:58,693
อันนี้คือการตั้งสมมติฐานหลักกับสมมติฐานแย้ง

1545
01:42:58,694 --> 01:43:02,694
One Way ANOVA

1546
01:43:02,695 --> 01:43:06,695
F test นะคะ คราวนี้

1547
01:43:06,696 --> 01:43:10,696
เปรียบเทียบ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรา...

1548
01:43:10,697 --> 01:43:14,697
นักศึกษาช่วยแก้ในสไลด์ด้วยนะคะ

1549
01:43:14,698 --> 01:43:18,698
ช่วยแก้ในช็อตโน้ต

1550
01:43:18,699 --> 01:43:22,699
H1 โอ.เค.

1551
01:43:22,712 --> 01:43:26,712
ที่เราปฏิเสธสมมติฐานหลัก มายอมรับสมมติฐานแย้ง

1552
01:43:26,712 --> 01:43:30,712
เราจะต้องทำการสืบสวนต่อว่า ค่าเฉลี่ยอันใด้ที

1553
01:43:30,722 --> 01:43:34,722
นะคะ เราอาจจะใช้การทดสอบที่มีอยู่

1554
01:43:34,722 --> 01:43:38,722
หลากหลาย แต่ในคอร์สนี้จะแนะนำวิธี ASD

1555
01:43:38,726 --> 01:43:42,726
วิธีอย่างง่ายนะคะ ลองดู

1556
01:43:42,726 --> 01:43:46,726
ข้อมูลเดิมเลย เปิดข้อมูลแรงอัดนะคะ

1557
01:43:46,727 --> 01:43:50,727
กับ Save ค่ะ แรงอัด

1558
01:43:50,727 --> 01:43:54,727
ข้อมูลเก่านะคะ

1559
01:43:54,728 --> 01:43:58,728
เปิดข้อมูลแรงอัดออกมานะคะ

1560
01:43:58,729 --> 01:44:02,729
ข้อมูลแรงอัดตัวนี้เรามี

1561
01:44:02,738 --> 01:44:06,738
แบบปกติทั้ง 5 กลุ่มจำได้ใช่ไหมคะ

1562
01:44:06,738 --> 01:44:10,738
ก็เหลือ Asemtion ข้อเดียว

1563
01:44:10,739 --> 01:44:14,739
แบบปกติที่มีความแปรปรวนเท่ากันหรือไม่นะคะ

1564
01:44:14,740 --> 01:44:18,740
เลือกเปิดขึ้นมาหรือยัง เปิดขึ้นมาแล้ว

1565
01:44:18,742 --> 01:44:22,742
ตอนนี้ให้เราใช้คำสั่ง

1566
01:44:22,744 --> 01:44:26,744
ในการวิเคราะห์นะคะ ก็คือ ไปที่ไหนคะ

1567
01:44:26,745 --> 01:44:30,745
ตรงนี้เห็นไหม แล้วไปเลือกอะไรคะ Compare Means

1568
01:44:30,747 --> 01:44:34,747
เลือกคำสั่งย่อย One-way ANOVA

1569
01:44:34,747 --> 01:44:38,747
คลิกเลย คลิกแล้วหน้าต่างไหนมา

1570
01:44:38,749 --> 01:44:42,749
หน้าต่าง One-way มา

1571
01:44:42,750 --> 01:44:46,750
มันจะมีตัวแปรเยอะ ๆ ให้เราส่งตัวแปรอะไรเข้าไปคะ Compression

1572
01:44:46,750 --> 01:44:50,750

1573
01:44:50,752 --> 01:44:54,752
เข้าไป จากนั้น ให้

1574
01:44:54,753 --> 01:44:58,753
จากนั้นให้คลิกที่ Options ตรงนี้นะคะ

1575
01:44:58,755 --> 01:45:02,755
ตรงนี้นะคะ ปุ่ม Option

1576
01:45:02,755 --> 01:45:06,755
ทำตามสไลด์เลย xปุ่ม Optione

1577
01:45:06,757 --> 01:45:10,757
คลิกหรือยังหนู คลิกหรือยังคะ

1578
01:45:10,757 --> 01:45:14,757
คลิกหรือยัง ตรงนี้ค่ะ

1579
01:45:14,759 --> 01:45:18,759
คลิก Option หรือยัง

1580
01:45:18,759 --> 01:45:22,759

1581
01:45:22,759 --> 01:45:26,759
คลิก Analy Compare mean

1582
01:45:26,759 --> 01:45:30,759
แล้วเลือกอะไรคะ One-Way ANOVA

1583
01:45:30,760 --> 01:45:34,760
จากนั้นส่งตัวแปร Compression

1584
01:45:34,761 --> 01:45:38,761
เข้าไปที่ dependent list

1585
01:45:38,762 --> 01:45:42,762

1586
01:45:42,763 --> 01:45:46,763

1587
01:45:46,765 --> 01:45:50,765
เปิดแฟ้มเก่ามานะคะ เพราะแฟ้มเก่า

1588
01:45:50,766 --> 01:45:54,766
สามารถอธิบายได้หลายสถิติทดสอบอยู่นะคะ

1589
01:45:54,770 --> 01:45:58,770

1590
01:45:58,770 --> 01:46:02,770

1591
01:46:02,770 --> 01:46:06,770

1592
01:46:06,771 --> 01:46:10,771

1593
01:46:10,772 --> 01:46:14,772

1594
01:46:14,774 --> 01:46:18,774

1595
01:46:18,774 --> 01:46:22,774

1596
01:46:22,777 --> 01:46:26,777
คลิก Option หรือยัง

1597
01:46:26,778 --> 01:46:30,778

1598
01:46:30,778 --> 01:46:34,778
ที่ factor แล้วส่ง Type เข้ามานะคะ

1599
01:46:34,779 --> 01:46:38,779
เห็นไหมคะ ชนิดของอิฐนี่มันเป็น Factor นะคะ

1600
01:46:38,781 --> 01:46:42,781
ส่งตัวแปร Tw

1601
01:46:42,782 --> 01:46:46,782
คอมเพลสชันข้างบน ไทด์อยู่ที่

1602
01:46:46,783 --> 01:46:50,783
Factor แล้วก็คลิก

1603
01:46:50,783 --> 01:46:54,783
ปุ่ม Option นะคะ

1604
01:46:54,783 --> 01:46:58,783

1605
01:46:58,784 --> 01:47:02,784
พอเราคลิก Option แล้ว

1606
01:47:02,788 --> 01:47:06,788
เลือกสถิติเพิ่มเติมนะคะ ให้เรา

1607
01:47:06,789 --> 01:47:10,789
มาติ๊กเลือกเอาค่าสถิติ ตัวนี้

1608
01:47:10,791 --> 01:47:14,791
Note ไว้นะคะ ติ๊กช่องที่ 3

1609
01:47:14,792 --> 01:47:18,792
ที่เขียนคำว่า

1610
01:47:18,795 --> 01:47:22,795
Homogeneity of variance test อันนี้คือ การทดสอบการแปรปรวน

1611
01:47:22,796 --> 01:47:26,796
ของข้อมูล 5 กลุ่มนี่มันเท่ากันหรือไม่

1612
01:47:26,796 --> 01:47:30,796
เป็นการทดสอบ ของ

1613
01:47:30,797 --> 01:47:34,797
อันนี้จะติ๊กก็ได้

1614
01:47:34,798 --> 01:47:38,798
ไม่ติ๊กก็ได้นะคะ เอาที่สำคัญ เอาที่ตรงนี้ก่อน

1615
01:47:38,801 --> 01:47:42,801
จากนั้นก็คลิกปุ่ม continue

1616
01:47:42,801 --> 01:47:46,801
จากนั้นก็ OK เรามาดูพร้อมกันนะ

1617
01:47:46,802 --> 01:47:50,802

1618
01:47:50,802 --> 01:47:54,802

1619
01:47:54,803 --> 01:47:58,803

1620
01:47:58,805 --> 01:48:02,805

1621
01:48:02,807 --> 01:48:06,807

1622
01:48:06,810 --> 01:48:10,810

1623
01:48:10,812 --> 01:48:14,812

1624
01:48:14,814 --> 01:48:18,814

1625
01:48:18,816 --> 01:48:22,816

1626
01:48:22,817 --> 01:48:26,817

1627
01:48:26,818 --> 01:48:30,818

1628
01:48:30,820 --> 01:48:34,820

1629
01:48:34,822 --> 01:48:38,822

1630
01:48:38,823 --> 01:48:42,823

1631
01:48:42,827 --> 01:48:46,827

1632
01:48:46,829 --> 01:48:50,829

1633
01:48:50,830 --> 01:48:54,830

1634
01:48:54,831 --> 01:48:58,831
ครูมี ครูเปิดข้อมูล

1635
01:48:58,832 --> 01:49:02,832
แรงอัดมาแล้วนะคะ ตอนนี้เราจะไปวิเคราะห์

1636
01:49:02,845 --> 01:49:06,845
One-way ANOVA คลิกที่ Analyze

1637
01:49:06,845 --> 01:49:10,845
คอมแพลมีน แล้วเลือก

1638
01:49:10,846 --> 01:49:14,846
One-Way ANOVA สุ่มตัวแปร Type ไปที่ Factor

1639
01:49:14,847 --> 01:49:18,847
แล้วก็ส่ง Compression เข้าไปที่ Independent

1640
01:49:18,848 --> 01:49:22,848

1641
01:49:22,850 --> 01:49:26,850
ตอนนี้เหมือนกันกับครูยัง

1642
01:49:26,851 --> 01:49:30,851
เหมือนแล้วนะคะ จากนั้นคลิก

1643
01:49:30,852 --> 01:49:34,852
ปุ่ม Option ให้ติ๊กถูกที่

1644
01:49:34,852 --> 01:49:38,852

1645
01:49:38,853 --> 01:49:42,853
Test กับ ค่า สถิติพื้นฐาน

1646
01:49:42,855 --> 01:49:46,855
แล้วก็ Continue OK

1647
01:49:46,856 --> 01:49:50,856

1648
01:49:50,856 --> 01:49:54,856
เรามาดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

1649
01:49:54,856 --> 01:49:58,856
ผลลัพธ์จะบอกค่าสถิติพื้นฐาน

1650
01:49:58,857 --> 01:50:02,857
แต่ละกลุ่มมีค่าเฉลี่ยเท่าไรก็ดูช่องนี้นะคะ

1651
01:50:02,858 --> 01:50:06,858
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานดูช่องที่ 3 Standart

1652
01:50:06,863 --> 01:50:10,863
ก่อนที่เราจะอ่านผลลัพธ์ ANOVA

1653
01:50:10,865 --> 01:50:14,865
ตัวที่ 2 ที่สำคัญมาก เราจะเห็นว่า

1654
01:50:14,865 --> 01:50:18,865
กำลังอัดของอิฐ 5 กลุ่มนี่ สถิติทดสอบของ

1655
01:50:18,873 --> 01:50:22,873
Levene's อยู่ช่องนี้นะคะ

1656
01:50:22,873 --> 01:50:26,873
ค่า Sig ตรงนี้

1657
01:50:26,874 --> 01:50:30,874
เดี๋ยวครูพิมพ์แทรกเข้าไปให้แป๊บหนึ่ง

1658
01:50:30,874 --> 01:50:34,874
แทรกคำอธิบาย Insert

1659
01:50:34,875 --> 01:50:38,875
New Text ตรงนี้นะคะ ตรงนี้คือ

1660
01:50:38,876 --> 01:50:42,876
ใต้ตารางนี้นะคะ

1661
01:50:42,877 --> 01:50:46,877
ค่า Sig มีค่าเท่าไรคะ

1662
01:50:46,878 --> 01:50:50,878
เท่ากับ 0.001

1663
01:50:50,879 --> 01:50:54,879
มันเป็นอย่างไรเอ่ย

1664
01:50:54,879 --> 01:50:58,879
น้อยกว่า Aple

1665
01:50:58,879 --> 01:51:02,879
น้อยกว่า Alpha 0.05

1666
01:51:02,881 --> 01:51:06,881
ดังนั้นปฏิเสธ

1667
01:51:06,881 --> 01:51:10,881
ปฏิเสธสมมติฐานหลัก

1668
01:51:10,884 --> 01:51:14,884
หมายความว่า

1669
01:51:14,885 --> 01:51:18,885
ข้อมูล 5 กลุ่มนี้

1670
01:51:18,886 --> 01:51:22,886

1671
01:51:22,887 --> 01:51:26,887

1672
01:51:26,887 --> 01:51:30,887

1673
01:51:30,889 --> 01:51:34,889

1674
01:51:34,893 --> 01:51:38,893

1675
01:51:38,895 --> 01:51:42,895

1676
01:51:42,897 --> 01:51:46,897

1677
01:51:46,900 --> 01:51:50,900
ตรงนี้นะคะ สมมติฐาน

1678
01:51:50,902 --> 01:51:54,902
ข้อมูล 5 กลุ่มนี้ มีความ... อาจจะมี

1679
01:51:54,903 --> 01:51:58,903
บางกลุ่มนะคะ ที่มีความแปรปรวนไม่เท่ากัน

1680
01:51:58,904 --> 01:52:02,904

1681
01:52:02,904 --> 01:52:06,904

1682
01:52:06,905 --> 01:52:10,905

1683
01:52:10,906 --> 01:52:14,906

1684
01:52:14,908 --> 01:52:18,908

1685
01:52:18,912 --> 01:52:22,912

1686
01:52:22,917 --> 01:52:26,917
โอ.เค. เราดูนะคะ

1687
01:52:26,919 --> 01:52:30,919
ว่าการทดสอบ

1688
01:52:30,919 --> 01:52:34,919
ข้อตกลงเบื้องต้นข้อที่ 2 ของ One-way ANOVA

1689
01:52:34,920 --> 01:52:38,920
ก็คือ

1690
01:52:38,920 --> 01:52:42,920
ค่า Sig มันมีค่า 0.001 มีค่าน้อยกว่า 0.005

1691
01:52:42,922 --> 01:52:46,922
แสดงว่าข้อมูล 5 กลุ่มนี้

1692
01:52:46,923 --> 01:52:50,923
อาจจะมีบางกลุ่มที่มีค่าความแปรปรวนไม่เท่าเพื่อนนะคะ

1693
01:52:50,923 --> 01:52:54,923
เป็นการฝ่าฝืน

1694
01:52:54,928 --> 01:52:58,928
ก็ต้องจบหัวข้อนี้ แค่ตรงนี้ คือ

1695
01:52:58,930 --> 01:53:02,930
ดู ANOVA ต่อไม่ได้

1696
01:53:02,931 --> 01:53:06,931
ถ้าจะวิเคราะห์ ANOVA ต่อไห

1697
01:53:06,932 --> 01:53:10,932
จะต้องทำไมคะ ค่า Sig จะต้องมากกว่า 0.05

1698
01:53:10,933 --> 01:53:14,933
โอ.เค. คราวนี้เรามาดูตัวอย่าง

1699
01:53:14,934 --> 01:53:18,934
ที่มันสามารถวิเคราะห์ได้นะคะ สมมติ

1700
01:53:18,935 --> 01:53:22,935
ตรงนี้มันมีแล้ว เราไปปรินต์ดูได้นะคะ

1701
01:53:22,936 --> 01:53:26,936
โอ.เค.

1702
01:53:26,937 --> 01:53:30,937
สมมติว่า ข้อมูลแรงอัดนี่ล่ะ มี

1703
01:53:30,950 --> 01:53:34,950
5 กลุ่ม ตอนนี้เอามา 5 กลุ่ม ความแปรปรวนมันไม่เท่ากัน

1704
01:53:34,952 --> 01:53:38,952
มันทำ One-way ANOVA แต่ครูจะเลือกมาแค่ 4 กล

1705
01:53:38,952 --> 01:53:42,952
ก็คืออะไรคะ อิฐมอญ

1706
01:53:42,954 --> 01:53:46,954
2 รู อิฐบล๊อก อิฐประสาน

1707
01:53:46,955 --> 01:53:50,955
อิฐมวลเบา ถามโค้ดมันสิ ถามรหัส

1708
01:53:50,955 --> 01:53:54,955
อิฐมอญ 2 รู เป็นเลขอะไรคะ

1709
01:53:54,957 --> 01:53:58,957
อิฐบล็อกไทด์เป็นเลข 3

1710
01:53:58,958 --> 01:54:02,958
อิฐประสานเลข 4 อิบมวลเบาเลข

1711
01:54:02,958 --> 01:54:06,958
5 เลขไหนที่เราไม่เอา

1712
01:54:06,959 --> 01:54:10,959
เลขอะไรคะ เลข 2 ดังนี้เราจะไป Setel

1713
01:54:10,959 --> 01:54:14,959
Case ก่อน คำสั่งก็คือ เราจะไป Select Case

1714
01:54:14,960 --> 01:54:18,960
ก่อน เลือกทุกเคส ยกเว้น Case

1715
01:54:18,962 --> 01:54:22,962
type เป็นเลขอะไรคะ เลข 2 เราไม่เอา

1716
01:54:22,962 --> 01:54:26,962
เลือกอิฐมาแค่ 4 กลุ่มนี้ มาดูสิ

1717
01:54:26,963 --> 01:54:30,963
One-Way ANOVA

1718
01:54:30,964 --> 01:54:34,964
กำลังอัดโดยเฉลี่ยจะแตกต่างกันหรือไม่ ทำ

1719
01:54:34,965 --> 01:54:38,965
เลยนะคะ ทำพร้อมกัน

1720
01:54:38,968 --> 01:54:42,968
แล้วเราค่อยไปทบทวนที่บ้านนะคะ

1721
01:54:42,968 --> 01:54:46,968
ว่ามันทำอย่างไร ตอนนี้ทำพร้อมกันก่อน จะ

1722
01:54:46,968 --> 01:54:50,968
ต้องทบทวนะคะ เราจะได้เข้าใจยิ่งขึ้น มันเป็นเรื่องใหม่

1723
01:54:50,969 --> 01:54:54,969
แล้วก็ต้องใช้คอนเซ็ปต์ Stat เยอะ

1724
01:54:54,970 --> 01:54:58,970
โอ.เค. ข้อมูลนี่นะคะ

1725
01:54:58,971 --> 01:55:02,971
ไปที่ไหนคะ Data

1726
01:55:02,973 --> 01:55:06,973
select Case

1727
01:55:06,973 --> 01:55:10,973
ตอนนี้มันอยู่ที่ All Cases ใช่ไหมคะ ครูจะเลือก

1728
01:55:10,974 --> 01:55:14,974
เงื่อนไขที่เราสนใจเท่านั้น คือ

1729
01:55:14,975 --> 01:55:18,975
If Condition Consify

1730
01:55:18,976 --> 01:55:22,976
Type

1731
01:55:22,977 --> 01:55:26,977
type ชนิดอะไรที่เราไม่เอา

1732
01:55:26,978 --> 01:55:30,978
2 เอาไหม ไม่เอา 3 เอาไหม

1733
01:55:30,980 --> 01:55:34,980
4 เอาไหม 5 เอาไหม 5 เอา

1734
01:55:34,981 --> 01:55:38,981
เราบอกว่า Type ที่เราไม่เอา Type

1735
01:55:38,982 --> 01:55:42,982
ไม่เท่ากับเลขอะไรคะ เลข 2 ตามนี้เลยนะ

1736
01:55:42,983 --> 01:55:46,983
เอาทุก Type อันนี้คือ

1737
01:55:46,984 --> 01:55:50,984
เลข 2 นี่คือวิธีการเลือก Case อีกตัวหนึ่ง

1738
01:55:50,985 --> 01:55:54,985
นะคะ ใช้ตัวนิเศษนะคะ

1739
01:55:54,986 --> 01:55:58,986
สัญลักษณ์ตัวนี้คือนิเสธ ไม่เท่ากับ

1740
01:55:58,986 --> 01:56:02,986
ก็คือ Conte

1741
01:56:02,988 --> 01:56:06,988

1742
01:56:06,988 --> 01:56:10,988
กลับไปดูผลงานเรา เห็นไหมคะ

1743
01:56:10,990 --> 01:56:14,990
ขีดเลขอะไรออกคะ เลข 2 Status ก็คือ

1744
01:56:14,991 --> 01:56:18,991
มีการกรองข้อมูลเกิดขึ้น

1745
01:56:18,991 --> 01:56:22,991
จากนั้นเราก็ไป

1746
01:56:23,000 --> 01:56:27,000
Analyze compare Means

1747
01:56:27,000 --> 01:56:31,000
One-Way ANOVA

1748
01:56:31,001 --> 01:56:35,001
คำสั่งเดิมมาแล้ว วิเคราะห์

1749
01:56:35,003 --> 01:56:39,003
เพราะว่า Type ที่เป็น Factor จะเหลือกี่กลุ่ม

1750
01:56:39,018 --> 01:56:43,018
กี่กลุ่มคะ 4 กลุ่ม โอ.เค. เลยค่ะ

1751
01:56:43,019 --> 01:56:47,019
มาแล้วนะคะ ผลลัพธ์มาแล้ว

1752
01:56:47,019 --> 01:56:51,019

1753
01:56:51,020 --> 01:56:55,020
โอโฮ

1754
01:56:55,021 --> 01:56:59,021

1755
01:56:59,021 --> 01:57:03,021

1756
01:57:03,022 --> 01:57:07,022
ค่า Levene Test

1757
01:57:07,023 --> 01:57:11,023
6.561 ค่า Sig เป็นเท่าไรคะ

1758
01:57:11,024 --> 01:57:15,024
0.004

1759
01:57:15,025 --> 01:57:19,025
เท่าไหม แสดงว่า Assumption

1760
01:57:19,034 --> 01:57:23,034
ผ่านไหมคะ ก็ไม่ผ่านอีก

1761
01:57:23,034 --> 01:57:27,034
ใช่ไหม ไม่ผ่าน

1762
01:57:27,036 --> 01:57:31,036
โอ.เค.

1763
01:57:31,036 --> 01:57:35,036
ถ้าอย่างนั้นเราลองเลือก

1764
01:57:35,037 --> 01:57:39,037
เอา เดี๋ยวนะครูขอดูก่อน

1765
01:57:39,039 --> 01:57:43,039
เอาอิฐมอญ จดนะคะ

1766
01:57:43,040 --> 01:57:47,040
ครูอยากจะเลือกอิฐมอญ 4 รู

1767
01:57:47,041 --> 01:57:51,041
อิฐบล็อกและอิฐมวลเบา เอาแค่ 3 กลุ่มนี้

1768
01:57:51,042 --> 01:57:55,042
เอาแค่ 3 กลุ่มนี้

1769
01:57:55,044 --> 01:57:59,044
มาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยกัน โดยใช้

1770
01:57:59,044 --> 01:58:03,044
One-Way ANOVA ครูไป Select Case

1771
01:58:03,046 --> 01:58:07,046
ใหม่แล้ว Case ไหนที่ครูไม่เอาคะ

1772
01:58:07,047 --> 01:58:11,047
1 กับ 3 ครูไม่เอา ไม่ใช่สิ

1773
01:58:11,047 --> 01:58:15,047
1 กับ 4 ไม่เอา บล็อกประสาน

1774
01:58:15,051 --> 01:58:19,051
1 กับ 4 ครูไม่เอา เรา

1775
01:58:19,052 --> 01:58:23,052
ไป Select Cases ใหม่

1776
01:58:23,052 --> 01:58:27,052

1777
01:58:27,052 --> 01:58:31,052

1778
01:58:31,055 --> 01:58:35,055
เดี๋ยวครูลองดูก่อนนะ ได้ไหม

1779
01:58:35,057 --> 01:58:39,057

1780
01:58:39,058 --> 01:58:43,058

1781
01:58:43,060 --> 01:58:47,060

1782
01:58:47,062 --> 01:58:51,062
โอ.เค. อย่างนั้น Select Case

1783
01:58:51,064 --> 01:58:55,064
Select Cases ครู Delete ก่อนนะคะ

1784
01:58:55,065 --> 01:58:59,065
Delete ทิ้งก่อน

1785
01:58:59,066 --> 01:59:03,066
บ้างคะ Type เท่ากับเลข 2

1786
01:59:03,066 --> 01:59:07,066
ใช่ไหมคะ หรือ เท่ากับ

1787
01:59:07,068 --> 01:59:11,068
เลขอะไร 3

1788
01:59:11,068 --> 01:59:15,068
หรือเท่ากับเขล 5 โอ.เค.

1789
01:59:15,068 --> 01:59:19,068
เราเลือก Case แบบนี้นะคะ

1790
01:59:19,069 --> 01:59:23,069

1791
01:59:23,070 --> 01:59:27,070

1792
01:59:27,073 --> 01:59:31,073

1793
01:59:31,076 --> 01:59:35,076
มันขีดเลขอะไรคะ เลข 1 กับ เลข 4 ให้แล้ว เหลือเท่าไรคะ

1794
01:59:35,076 --> 01:59:39,076
3 กลุ่ม โอ.เค. จากนั้น

1795
01:59:39,077 --> 01:59:43,077
ทำการวิเคราะห์ One-Way ANOVA คำสั่งเดิมเลยนะคะ

1796
01:59:43,079 --> 01:59:47,079
แล้วก็ OK

1797
01:59:47,080 --> 01:59:51,080
ข้อมูลเหลือแค่ 3 กลุ่มนี้ เรามาดูค่า Sig

1798
01:59:51,081 --> 01:59:55,081
เป็นอย่างไรเอ่ย

1799
01:59:55,081 --> 01:59:59,081
23 type เท่ากับ 2 type เท่ากับ 3

1800
01:59:59,083 --> 02:00:03,083
หรือ Type เท่ากับ 3 หรือ Type

1801
02:00:03,084 --> 02:00:07,084
ใช่ค่ะ เอาเท่ากับดีกว่า

1802
02:00:07,085 --> 02:00:11,085

1803
02:00:11,091 --> 02:00:15,091
ค่า Sig. ที่ได้ที่ครูได้ตัวนี้

1804
02:00:15,092 --> 02:00:19,092
ค่า Sig มีค่าเท่ากับ 0.193

1805
02:00:19,092 --> 02:00:23,092
ค่า Sig ของ Lavane มันมากกว่า Alpha

1806
02:00:23,094 --> 02:00:27,094
0.05 ดังนั้นยอมรับสมมติฐานหลัก

1807
02:00:27,095 --> 02:00:31,095

1808
02:00:31,097 --> 02:00:35,097
หมายความว่าข้อมูลกี่กลุ่มคะตอนนี้

1809
02:00:35,098 --> 02:00:39,098
มีความแปรปรวนเท่ากัน

1810
02:00:39,099 --> 02:00:43,099
จึงสามารถ

1811
02:00:43,099 --> 02:00:47,099
ทำการวิเคราะห์ ANOVA ต่อไปได้นะคะ

1812
02:00:47,100 --> 02:00:51,100

1813
02:00:51,101 --> 02:00:55,101
พอได้แล้วเราก็มาดูผลลัพธ์ ANOVA

1814
02:00:55,102 --> 02:00:59,102
ตัวนี้ สำหรับผลลัพธ์ ANOVA ตัวนี้นะคะ

1815
02:00:59,103 --> 02:01:03,103

1816
02:01:03,104 --> 02:01:07,104
ค่า Sig มีค่า 0.00

1817
02:01:07,105 --> 02:01:11,105
น้อยกว่า Alpha

1818
02:01:11,105 --> 02:01:15,105
0.05 เปรียบเทียบกับ Alpha ได้ลยนะคะ

1819
02:01:15,106 --> 02:01:19,106

1820
02:01:19,107 --> 02:01:23,107
ค่า Sig น้อยกว่า Alph

1821
02:01:23,107 --> 02:01:27,107
ปฏิเสธ H0

1822
02:01:27,109 --> 02:01:31,109
ปฏิเสธ H0 แสดงว่า ข้อมูล 3 กลุ่มนี้

1823
02:01:31,109 --> 02:01:35,109
มีอย่างน้อย

1824
02:01:35,111 --> 02:01:39,111
2 กลุ่มนะคะ

1825
02:01:39,112 --> 02:01:43,112
ที่มีค่าเฉลี่ยต่างกัน

1826
02:01:43,121 --> 02:01:47,121

1827
02:01:47,121 --> 02:01:51,121

1828
02:01:51,123 --> 02:01:55,123

1829
02:01:55,124 --> 02:01:59,124

1830
02:01:59,128 --> 02:02:03,128

1831
02:02:03,132 --> 02:02:07,132

1832
02:02:07,135 --> 02:02:11,135

1833
02:02:11,135 --> 02:02:15,135

1834
02:02:15,138 --> 02:02:19,138

1835
02:02:19,139 --> 02:02:23,139
เดี๋ยวเราจะ

1836
02:02:23,142 --> 02:02:27,142
จบแค่ตรงนี้นะคะ

1837
02:02:27,143 --> 02:02:31,143
จากการทดสอบข

1838
02:02:31,152 --> 02:02:35,152
ข้อมูล 3 กลุ่มนี้นะคะ อิฐมอญ 4 รู อิฐบล๊อก

1839
02:02:35,153 --> 02:02:39,153
อิฐมวลเบา จะพบว่าความแปรปรวนของทั้ง 3 กลุ่มนี้

1840
02:02:39,153 --> 02:02:43,153
เป็นอย่างไรกันคะ เท่ากัน พอเท่ากัน

1841
02:02:43,153 --> 02:02:47,153
เราจึงอ่านผลลัพธ์ ANOVA ตรงนี้ได้ ANOVA

1842
02:02:47,165 --> 02:02:51,165
มีค่าเป็น 71.5959

1843
02:02:51,165 --> 02:02:55,165
ค่า Sig. เท่ากับ 0.00 น้อยมากนะคะ

1844
02:02:55,166 --> 02:02:59,166
กับ Alpha ค่า Sig น้อยกว่า

1845
02:02:59,166 --> 02:03:03,166
ดังนั้นปฏิเสธสมมติฐานหลัก

1846
02:03:03,168 --> 02:03:07,168
ยอมรับว่ามี Mu I ไม่เท่ากับ Mu J 1 คู่

1847
02:03:07,168 --> 02:03:11,168
โอ.เค. นะคะ เราจะต้องทำการเปรียบเทียบ

1848
02:03:11,168 --> 02:03:15,168
ค่าเฉลี่ยภายหลังต่อ เดี๋ยวจะมาเรียน

1849
02:03:15,170 --> 02:03:19,170
H0 แล้ว เราจะมาดูว่าค่าเฉลี่ยไหนมันต่างกัน

1850
02:03:19,170 --> 02:03:23,170
นะคะ อันนี้ฝากให้เราทบทวน

1851
02:03:23,170 --> 02:03:27,170
คอนเซ็ปต์การวิเคราะห์การแปรปรวนไว้นะคะ

1852
02:03:27,177 --> 02:03:31,177
ตรงนี้ให้เราไปลองทำที่บ้าน ไปทำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

1853
02:03:31,178 --> 02:03:35,178
ด้วยนะคะ วันนี้มีใครไม่มาไหม

1854
02:03:35,190 --> 02:03:39,190
เดี๋ยวครูเรียกชื่อแป๊บหนึ่ง

1855
02:03:39,192 --> 02:03:43,192
ฌริกานต์อยู่ไหนคะ

1856
02:03:43,193 --> 02:03:47,193
ยกมือหน่อยค่ะ

1857
02:03:47,194 --> 02:03:51,194

1858
02:03:51,195 --> 02:03:55,195

1859
02:03:55,207 --> 02:03:59,207
อชิรญา

1860
02:03:59,209 --> 02:04:03,209

1861
02:04:03,210 --> 02:04:07,210
สิริชัย

1862
02:04:07,214 --> 02:04:11,214
ปาย

1863
02:04:11,215 --> 02:04:15,215
ปลายอยู่ไหนคะ

1864
02:04:15,217 --> 02:04:19,217

1865
02:04:19,217 --> 02:04:23,217
กาญจนา หนูใช่ไหม

1866
02:04:23,221 --> 02:04:27,221
หนูคนนี้...

1867
02:04:27,222 --> 02:04:31,222

1868
02:04:31,222 --> 02:04:35,222
นันท์สินี ยกมือหน่อยค่ะ

1869
02:04:35,224 --> 02:04:39,224

1870
02:04:39,225 --> 02:04:43,225
ฟ้า ฟ้า

1871
02:04:43,233 --> 02:04:47,233
มาไหม นิลวรรณ

1872
02:04:47,237 --> 02:04:51,237
ใครเป็น Partner

1873
02:04:51,246 --> 02:04:55,246
เต้อยู่ไหนคะ

1874
02:04:55,247 --> 02:04:59,247
จุฑามาศ

1875
02:04:59,248 --> 02:05:03,248

1876
02:05:03,250 --> 02:05:07,250
อภิสิทธิ์

1877
02:05:07,251 --> 02:05:11,251

1878
02:05:11,252 --> 02:05:15,252
เต่า เต่า

1879
02:05:15,253 --> 02:05:19,253
มานะ

1880
02:05:19,254 --> 02:05:23,254
อรสา

1881
02:05:23,255 --> 02:05:27,255
วันวิสา

1882
02:05:27,258 --> 02:05:31,258

1883
02:05:31,258 --> 02:05:35,258
วิภาภรณ์

1884
02:05:35,259 --> 02:05:39,259

1885
02:05:39,260 --> 02:05:43,260
พัชราภา

1886
02:05:43,263 --> 02:05:47,263

1887
02:05:47,264 --> 02:05:51,264
ณัฐสุดา

1888
02:05:51,266 --> 02:05:55,266
โอ.เค.

1889
02:05:55,268 --> 02:05:59,268
เดี๋ยววันนี้คง

1890
02:05:59,270 --> 02:06:03,270
เรียนการวิเคราะห์การแปรปรวนเท่านี้ก่อน

1891
02:06:03,272 --> 02:06:07,272
ฝากพวกเราไปดูที่สไลด์ทบทวนเนื้อหานะคะ แล้ว

1892
02:06:07,286 --> 02:06:11,286
สัปดาห์จะเป็นการเปรียบค่าเฉลี่ยภายหลัง

1893
02:06:11,286 --> 02:06:15,286
LSD คอนเซ็ป

1894
02:06:15,294 --> 02:06:19,294
การยอมรับสมมติฐาน กับการปฏิเสธ เราต้องทำ

1895
02:06:19,294 --> 02:06:23,294
ให้จำและให้เข้าใจ ให้ขึ้นใจเลยนะคะ วันนี้

1896
02:06:23,295 --> 02:06:27,295
มีคำถามไหม บางทีครู

1897
02:06:27,297 --> 02:06:31,297
อาจจะเสียงดังบ้าง ดุบ้าง คืออยากให้เราได้

1898
02:06:31,299 --> 02:06:35,299
แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้ดุจริงหรอก

1899
02:06:35,303 --> 02:06:39,303
มันหน้าแก่ หน้าเหี่ยวเฉย ๆ

1900
02:06:39,303 --> 02:06:43,303
ก็ดุหลอก ๆ ไปอย่างนั้นล่ะ โอ.เคนะคะ

1901
02:06:43,304 --> 02:06:47,304

1902
02:06:47,304 --> 02:06:51,304

1903
02:06:51,306 --> 02:06:55,306

1904
02:06:55,307 --> 02:06:59,307

1905
02:06:59,309 --> 02:07:03,309
สวัสดีค่ะ

1906
02:07:03,314 --> 02:07:07,314

1907
02:07:07,317 --> 02:07:11,317

1908
02:07:11,318 --> 02:07:15,318
[สิ้นสุดการถอดความ]

1909
02:07:15,321 --> 02:07:19,321

1910
02:07:19,323 --> 02:07:23,323

1911
02:07:23,324 --> 02:07:27,324

1912
02:07:27,326 --> 02:07:31,326

1913
02:07:31,328 --> 02:07:34,327

1914
02:07:35,330 --> 02:07:35,331

1915
02:07:39,331 --> 02:07:39,332


