--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.00 (5 เม.ย. 63) subtitle: date: วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 เวลา 10.27 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... Ր (คุณสุวนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับเข้าสู่การแถลงข่าว ณ ศูนย์แถลงข่าว หรือ ศบค. นะครับ วันนี้อยู่กับผมนะครับ รับหน้าที่พิธีกรดำเนินการแถลงข่าวในวันนี้นะครับ นอกจากคุณผู้ชมจะสามารถติดตามผ่านหน้าจอของ ศบค. ผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ NBT หรือว่าบน Platform TV Digital เรายังได้รับความร่วมมือจากหลากหลายสถานีโทรทัศน์ ที่จะนำสัญญาณภาพ และเสียงจากการแถลงข่าว ทั่วทั้งประเทศนั้น ได้สามารถรับข้อมูลที่ถูกต้อง กระจายให้คุณผู้ชมในวงกว้างมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีบน platform online นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเพจเฟซบุ๊ก Live NBT2HD นะครับ ที่คุณผู้ชมสามารถส่งคำถาม ข้อสงสัยต่าง ๆ เข้ามาได้ รวมทั้งผ่านทางเพจสำนักข่าวไทย ไทยคู่ฟ้า ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 และ COVID Center รวมทั้งคุณผู้ชมยังสามารถติดตามรับฟังสถานีวิทยุกระจายเสียงประเทศไทย และเครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศได้ด้วยนะครับ และที่สำคัญเพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ถึงไปยังคุณผู้ชมและคนทุกกลุ่มนะครับ เรายังมีการแปลเป็นล่ามภาษามือนะครับ รวมทั้งยังมีการจัดทำ live captioning สำหรับผู้พิการทางการได้ยินนะครับ วันนี้นะครับนอกจากที่ประชุมของ ศบค. แล้ว ยังมีการตอบข้อสงสัย โดยเฉพาะประเด็นที่เกิดขึ้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีการติดตาม 158 คนไทย กลับมาครบถ้วนแล้วหรือไม่ รวมทั้งสถานการณ์ประจำวัน เริ่มต้นด้วยนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ โฆษก ศบค. กราบเรียนเชิญครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนครับผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ วันนี้เป็นการแถลงข่าวประจำวันที่ 5 เมษายน 2563 นะครับ ก็อยู่บ้าน หรืออยู่ที่ในที่ชุมชน ใส่หน้ากากอนามัยอย่างนี้ วันนี้เช่นเคยผมอยู่ในที่ที่ห่างจากผม หลายท่าน เกิน 2 เมตร เพื่อการสื่อสารที่ดี ขออนุญาตได้ถอดหน้ากากออก ครับ วันนี้ผมมีอยู่ประมาณสัก 2 - 3 ประเด็นนะครับ เรื่องของสรุปสถานการณ์สุวรรณภูมิ แล้วก็เรื่องของการประกาศเคอร์ฟิว อันที่ 2 เรื่องของสถานการณ์ไทย และสถานการณ์โลกนะครับ รวมถึงเรื่องที่ 3 ก็คือ เรื่องของวิเคราะห์ ครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ อยากจะให้ผู้สื่อข่าวได้ติดตามและขยายความนะครับ เรื่องของผู้ที่เสียชีวิตไป 20 ราย ว่าเป็นอย่างไร เพื่อมีการได้เรียนรู้กัน เริ่มต้นก่อนนะครับ เริ่มต้นจากอันแรกนี่ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวานนี้ท่านติดตามสถานการณ์เรื่องของ 158 คนไทยนะครับ ที่ได้ออกไปจากสนามบินสุวรรณภูมินะครับ แล้วก็ได้มีการติดตามตัวมา เมื่อวานนี้ท่านนายกได้เป็นผู้ที่สั่งการนะครับ ให้ผู้ที่รับผิดชอบต่าง ๆ ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และท่านก็ลงในรายละเอียดที่จะทำให้เกิดการทำงาน แบบบูรณาการด้วยตัวท่านเอง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เราสามารถจัดการจนกระทั่งเรียบร้อยนะครับ ต้องขอบคุณท่านนายกฯ ฝากขอบคุณนะครับ ทางพ่อแม่ผู้ปกครองของคนทั้งหลายนะครับ และรวมถึง 158 ราย ร่วมกับภาครัฐนะครับ ใช้เวลาไม่นานทุกท่านก็เข้าสู่กระบวนการที่เราเรียกว่าเป็น state quarantine ซึ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า ระบบของเรานั้นเป็นอย่างไรครับ แล้วเราก็ดำเนินการกันได้อย่างที่เราได้พูดคุยกัน ผลของการดำเนินการนะครับ ที่นำโดยท่านสมศักดิ์ สภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วก็ท่านพลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ. สูงสุด ซึ่งได้รับมอบหมายเมื่อวานนี้ ได้รายงานท่านนะครับว่า ตัวเลขล่าสุดที่ได้เข้ามารายงานตัว แบ่งเป็น 2 กลุ่มนะครับ มีทั้งหมด 65 คน นะครับ กระจายไป 27 จังหวัด เป็นภาคกลางประมาณ 7 จังหวัด ภาคเหนือ 6 จังหวัด อีสาน 8 ใต้ 2 ตะวันออก 4 ในส่วนเหล่านี้นี่ได้ไปอยู่ที่ 3 ส่วนครับ ที่โรงซึ่งได้จัดเป็นพิเศษในพื้นที่ที่ใกล้กับภูมิลำเนาของแต่ละท่านที่ไป โรงแรมหรือรีสอร์ทที่ได้เข้าร่วมกับโครงการของเรา และสถานที่ราชการที่เหมาะสม ส่วนของทางสุวรรณภูมิ คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 93 คน ก็ได้ส่งไปที่โรงแรมนะครับ 2 แห่งที่อยู่ในกรุงเทพ หรือบริเวณใกล้เคียงนะครับ ตรงนี้ต้องขอนำเรียนนะครับว่า ทุกท่านให้ความร่วมมือดีมาก แล้วก็เข้าไปอยู่แต่ละที่นี้ ยังไม่ได้ถือว่าเป็นผู้ป่วยที่หนักนะ จะป่วยไม่ป่วยเดี๋ยวหมอบอกอีกทีหนึ่ง แต่ว่าบางคนก็มีข่าวมาว่ามีไข้อะไรต่าง ๆ ขึ้น ทางกระทรวงสาธารณสุขจะเข้าไปดูแลอย่างดีนะครับ แล้วก็ 14 วันนี้ ก็จะทำให้มั่นใจได้ว่าท่านและครอบครัว ถ้าไม่ได้ติดเชื้อก็จะได้อยู่ดูแลตัวเองอย่างดี ถ้าไม่ติดเชื้อก็จะอยู่อย่างดี และไม่แพร่กระจายเชื้อนะครับไปยังคนอื่น ซึ่งมีเหตุผลที่เราต้องติดตามท่านอย่างละเอียดอย่างนี้นะครับ ครับ ก็ไปที่อีกสถานการณ์หนึ่ง คือ ในช่วงตอนนี้เราประกาศเป็นเคอร์ฟิว พูดคำสั้น ๆ ง่าย ๆ นี่นะครับ ในการปฏิบัติงานระหว่างการประกาศมาตรการ การงดออกนอกเคหะสถานตามพระราชกำหนดนะครับ ของการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2548 หรือว่า เคอร์ฟิวนี้ ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึง ตี 4 ก็ผลงานที่เกิดขึ้นนะครับในรอบวันที่ผ่านมา ได้ตั้งจุดตรวจควบคุมจำนวน 634 จุด ในพื้นที่ 77 จังหวัด เพื่อบังคับตามมาตรการ การปฏิบัติตามมาตรการ โดยการให้ปฏิบัติที่ผ่านมา ในคืนของวันที่ 3 และ 4 เมษายนนี้นะครับ มีรถผ่านจุดตรวจทั้งหมด จำนวน 7,977 คัน ผู้ผ่านที่จัดตรวจทั้งหมดทั้งสิ้นนี่ 11,610 คน ตรวจพบการกระทำผิดวันที่ 5 เมษายน เวลา 8.00 น. นี่ ก็เป็นตัวอย่างนะครับ เราจะได้เรียนรู้ในตัวอย่างที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น คือ ฝ่าฝืนโดยไม่มีเหตุผลในการเดินทาง แบ่งเป็นยานพาหนะ 522 คัน ผู้กระทำความผิด 677 คน และการรวมกลุ่มมั่วสุม ที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เช่น การดื่มสุรา การเสพยาเสพติด แบ่งเป็นยานพาหนะ 24 คัน ผู้กระทำความผิด 41 คน ซึ่งได้ดำเนินการตักเตือนไป 375 คน และดำเนินคดี 325 คน ในส่วนของผู้ขับขี่ในเวลากลางคืน ส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งสินค้า อุปโภค บริโภค ผลผลิตทางการเกษตร น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าเพื่อการนำเข้าและการส่งออก ผู้ปฏิบัติทางด้านการแพทย์ และผลัดเวรในเวลากลางคืน อันนี้ได้รับการยกเว้น ถ้าท่านไม่เกี่ยวอย่าเลยครับ เมื่อสักครู่ผมขอเติมนิดหนึ่ง ท่านนายกฯ แล้วเกิดผลการปฏิบัติได้อย่างไร เมื่อวานนี้มีคนถามเหมือนกันว่า ไม่มีแล้วหรือ มีนะครับ เมื่อวานนี้ทานนายกฯ ได้สั่งการแล้วว่าให้มีการบูรณาการ ก็เกิดการบูรณาการขึ้นมา แล้วก็มีการพูดง่าย ๆ ทดสอบระบบนะครับ เมื่อวานนี้มีเที่ยวบินเข้ามา 2 เที่ยวบินครับ ก็คือ จากทางมาเลย์ 51 คน อันนี้ที่ได้เห็นนะครับ จากกาตาร์ 47 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่มาเมื่อวานนี้ ก็เมื่อเช้ามีการประชุมเพื่อที่จะได้รับทราบตรงนี้ ก็ได้มีการรายงานว่าได้มีการใช้บุคลากรต่าง ๆ หลากหลาย อย่างที่ผมบอกนะครับ ต้องขอเอ่ยนามคือกองทัพไทย กระทรวงการต่างประเทศ การท่าอากาศยาน ศตม. ตรวจคนเข้าเมืองนะครับ โรงแรมต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกคนไปถึงที่นั่ง ขนส่งของทางกระทรวงคมนาคม รวมถึงมหาดไทย ที่อำนวยความสะดวกทุกอย่าง เกิดผลให้เห็นว่าคนไทยประมาณร่วม ๆ เกือบ ๆ ร้อยคนนี่นะครับ พอมาถึงที่นี่ก็ได้ใช้เวลาในการที่จะขนกระเป๋านะครับ ไปยืนรอสัมภาระ แล้วก็ได้รับการรวมตัวกัน เพื่อที่จะขนส่งไปยังโรงแรมที่พักที่เป็น state quarantine ที่บอกไว้ ดีทุกอย่าง ใช้เวลาในค่าเฉลี่ยไม่เกิน 3 ชม. ทุกท่านเกิดความพึงพอใจกับการบูรณาการของภาครัฐกันของภาครัฐอย่างเต็มที่ ซึ่งอันนี้ต้องขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน ที่มีส่วนร่วม ท่านนายกฯ ได้ชื่นชมนะครับ ทุกคนที่่ทำงานด้านนี้ เพราะนี่คือเรื่องใหม่ที่มันเกิดขึ้นมาแล้วก็กระทบกับทุกคน ก็ต้องขอในนามของโฆษก ศบค. ต้องขอกราบอภัยกับคนไทยทั้งหลาย ที่ต้องติดค้างอยู่ทางต่างประเทศ เท่าที่รับทราบก็คือ การต่อเครื่องเพื่อที่จะเข้ามาในประเทศไทย ได้ต้องรอคอยอยู่ในสนามบินของต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ก็ได้รับรายงานจากทางสถานทูตทั้งหลายว่า มีคนไทยไปติดอยู่ต่าง ๆ แต่ละที่ อย่าให้คำว่าติด ตรงนี้เรียกว่า มีความล่าช้า จากการที่เรากำลังเตรียมการกันอยู่ ก็ทำให้เกิดความไม่สะดวกบ้าง บางคนก็นอนกันอยู่แถวสนามบินนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ทางสถานทูตทุกแห่งก็มีความเอื้อเฟื้อ ก็ได้มีให้เห็นภาพของท่านว่า ก็ได้ไปดูแลที่น้องประชาชนของเรา ตรงนี้ที่ต้องยืดเวลาออกไปสักนิดหนึ่ง เพื่อการเตรียมการของการฝ่ายทั้งหลาย ได้บูรณาการให้เตรียมรับท่านอย่างดีที่สุด เพราะว่าท่านเข้ามากันหลายร้อยคนนะครับ ก็ไม่แตกต่างกันกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อคืนวันก่อนสำหรับ 158 ท่าน แต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับ ตอนนี้ มีการบูรณาการกันทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะรับรายชื่อของท่านแล้วก็โดยเฉลี่ย ๆ ก็จะเดินทางกันเข้ามา ซึ่งตอนนี้บอกว่าไม่มากแล้วนะครับ ถ้าโดยเฉลี่ยแล้วตัวเลขสักหลัก 300 หรือ 200 เศษ ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้ต่อวัน จะทำให้กระบวนการของการ State Quarantine คือตั้งแต่พาตัวท่านไปถึงพื้นที่ที่จัดไว้นี่เป็นไปอย่างดีแล้วก็อำนวยความสะดวกทุกที่นะครับ แล้วท่านก็จะได้พึงพอใจ ต้องอย่าลืมว่าท่านมากันทีละ 200 5 วันก็ 1,000 คน 10 วัน 500 คน 10 วันก็ 2,000 คน ซึ่งสถานที่ที่จะรองรับท่านต้องมีพื้นที่ และไม่ใช่แค่ตรงจะมีการสะสมไปจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราต้องระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ คนที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงที่ผมเอ่ยนามมานี้ ดูแลท่านอย่างดี นี่คือสิ่งที่ผมต้องขอขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชน เพราะว่าทุกคนทำงานหนักมาก เพื่อคนไทยที่จะกลับมานี้ ถ้าเปรียบเทียบไปยังข่าวต่าง ๆ ที่ท่านเห็นของต่างประเทศนะครับ จะเห็นว่าแต่ละประเทศนี้การดูแลคนของประเทศเขา บางประเทศมีข้อจำกัดมากกว่าเราอีก เขาก็ปฏิบัติกันอย่างดี บางที่ต้องจ่ายค่าโรงแรม ต้องดูแลอาหารการกินเองอย่างนี้ มีหลายประเทศที่ต้องดำเนินการด้วยตัวเองทั้งสิ้น แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีของเราให้ความสำคัญกับทุกคน ตรงนี้ก็ต้องขอกราบขออภัยแทน ในนามของโฆษก ศบค. แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับท่านเองเป็นญาติเรา เป็นพี่น้องของเรา ก็ต้องดูแลได้อย่างดี ขออดทนสักนิดหนึ่งนะครับ เราก็จะผ่านไปด้วยกันได้อย่างดี แล้วก็ไปรายงาน ตรงนี้มีภาพของ เมื่อสักครู่เห็นไปแล้วนะครับ พื้นที่ state quarantine social เขาก็ลงไปนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาต เราก็พยายามหาหลาย ๆ ที่ ต้องขอบคุณผู้ที่มีประสบการณ์ จะเรียกว่าเป็นรุ่นพี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ตั้งแต่ อู่ฮั่น และของทางคนไทยจากอิตาลี ผ่านไปอย่างดีนะครับ แล้วก็ชื่นชมกับทีมงานที่สัตหีบ ทางกองทัพเรือก็ดูแลได้อย่างดี นี่คือภาพที่ผมว่าหาได้น้อยมาก ๆ ของประเทศไหนในโลก ที่ดูแลประชาชนได้ขนาดนี้ อันนี้ผมต้องขอชื่นชมกับทางทีมที่ช่วยกันดูแล และก็ฝากทุกท่านที่กำลังเข้ามา ในยามวิกฤตนี้ เราอยากได้กำลังใจ เราต้องการได้ความรู้สึกที่ดีต่อกัน แล้วก็เราก็จะผ่านพ้นไปด้วยกัน ขอบพระคุณครับ ครับ ไปในการวิเคราะห์หรือรายงานสถานการณ์ก่อน รายงานสถานการณ์ของประเทศไทยครับ ณ ตอนนี้ วันนี้มีข่าวขึ้นมานะครับ ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นวันนี้ 102 ราย เป็น 66 จังหวัดแล้วนะครับ ผู้ป่วยสะสม 2,169 ราย เมื่อวานนี้ผมเพิ่งว่าจะดีใจหน่อย เป็นตัวเลขที่ต่ำว่าร้อย แต่ปรากฎว่า 158 รายนี่กลบไปเสียหมด แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็ขอกำลังใจกับทุกคนครับ ที่เราพยายาม จะทำให้ตัวเลข 102 รายนี้ ลดลงให้ได้ ให้ลงมา เมื่อสักครู่นี้เรามีตัวเลขใหม่ 89 ถ้าวันนี้ทุกคนช่วยกัน เราจะต้องเห็นตัวเลข 2 หลักลงมาให้ได้นะครับ ไม่อย่างนั้นตัวกราฟข้างบนยังพุ่งทะยานอยู่เรื่อย ๆ วันละเป็นร้อยนะครับ ก็พื้นที่ในการที่จะนอนอยู่ในโรงพยาบาลก็จะไม่เพียงพอ อย่าว่าแต่เป็นเรื่องของการ state quarantine นะครับ ไปที่ตัวเลขของยืนยันนะครับ ประทานโทษครับ 2,169 หายป่วยแล้ว 674 อย่างที่บอกครับ เราเรียกตัวเลขนี้เพิ่มเรื่อย ๆ ตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านี้ เสียชีวิตครับวันนี้ ต้องขอเสียใจกับอีก 3 ครอบครัวนะครับ ที่มีการเสียชีวิตรายที่ต้องเสียชีวิตไปนะครับ ซึ่งเป็นผู้ที่ผมต้องรายงานเป็นประจำ เพื่อจะได้เรียนรู้กันนะครับ 3 รายนี้ เริ่มต้นด้วยรายที่ 21 เป็นผู้ป่วยชายไทย อาชีพรับจ้าง ประวัติเดินทางกลับมาจากทางกรุงลอนดอนนะครับ ประเทศอังกฤษ ถึงเมืองไทยวันที่ 22 มีนาคม เข้ารับการรักษาครั้งแรก วันที่ 25 ด้วยอาการไข้ 38.9 องศา มีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบากและมาเสียชีวิตในวันที่ 3 เมษายน รายที่ 22 ผู้ป่วยชาย สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์อายุ 82 ปี มีประวัติโรคประจำตัว คือ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง มีประวัติ คือ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ไปงานเลี้ยงที่อำเภอหัวหิน และไปร่วมงานเลี้ยง บาร์ ร้านอาหารแถวสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร 29 มีนาคม มีไข้ วันที่ 31 มีนาคม เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนแรกวัดมีไข้ 39.2 มีความดันโลหิตที่ 181 แล้วก็ 113 เท่ากับว่ามีความดันโลหิตสูง 180 กว่า มีหายใจเหนื่อยหอบ ชีพจร 100 ครั้งต่อนาที หายใจเร็วมากนะครับ 24 ครั้ง แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นนะครับว่า เป็นปอดบวม แล้วมีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แล้วก็ส่งรักษาต่อในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดเพชรบุรี 1 เมษายน แพทย์ใส่เครื่องช่วยหายใจ 2 เมษายนก็เสียชีวิตด้วยระบบทางเดินหายใจล้มเหลว รายที่ 23 มีอายุ 30 ปี อาชีพทำงานก่อสร้าง มีประวัติว่าดื่มสุราเป็นประจำ ในวันที่ 19 มีนาคม เดินทางมาจากพัทลุง ถึงจังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ 20 และทำงานก่อสร้างที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เริ่มป่วย 29 มีนาคม มีไข้ เสมหะเขียว อาเจียนเป็นเลือด และมีประวัติน้ำหนักลด เหนื่อยหอบ ต่อมาวันที่ 2 เมษายน ไข้ ไอมากขึ้น หอบ กู้ชีพจึงได้นำส่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์ รอบแรกวัดได้ว่าออกซิเจนในเลือดต่ำนะครับ เหลือเพียงแค่ 92 พบว่ามีการเป็นเข้าได้กับโรคปอดอักเสบรุนแรง แล้วก็มาเสียชีวิต วันที่ 4 เมษายน ครับผม ขอแสดงความเสียใจกับทั้ง 3 ครอบครัวนี้ เดี๋ยวเราจะมาวิเคราะห์เรียนรู้กันว่าเป็นอย่างไร ไปดูรายใหม่ 102 รายวันนี้นะครับ เป็นกลุ่มไหนบ้าง จะพบว่า ทางสถานบันเทิง กับทางพิธีกรรมทางศาสนาลดลง แต่กลุ่ม 1.3 คือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 14 ราย ภูเก็ต 8 ราย และสมุทรปราการ 16 ราย รวมตรงนี้ 44 ราย ในกลุ่มนี้ 48 ราย กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มใหญ่นะครับ ก็เท่ากับ 42 ราย พอ ๆ กับกลุ่มแรก ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ พูดง่าย ๆ ก็คือ มาใหม่เลยครับ 2.1 นี่นะครับ คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 13 ราย กลุ่มก้อนนี้ใหญ่ เช่นเดียวกัน กับ 2.5 ก็คือ ทำงานใกล้ชิดคนต่างชาติ ที่ภูเก็ต กลุ่มใหญ่นี้ 19 ราย ที่สีแดง ๆ นี่นะครับ เพราะฉะนั้นเชื่อมโยงกับการเดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นเรื่องที่สำคัญ กลุ่มนี้เกือบทั้งกลุ่มเลยนะครับ รวมกัน 42 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 2 รายนะครับ แล้วก็อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรค 12 ราย มาดูการกระจายโรคของกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดก็พบว่า ณ วันนี้ ตัวเลขของทางต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ต้องมายืนยันมาบอกกันอีกแล้วนะครับว่า ไม่ควรที่จะให้เพิ่มจากตรงนี้อีกแล้วนะครับ ทั้งกรุงเทพฯ ทั้งต่างจังหวัด เรามาช่วยกัน เพื่อที่จะลดตรงนี้ให้ได้ ยืนยันสะสม กรุงเทพมหานครทะลุ 1,000 ไปแล้วนะครับ การกระจายตัว ในแผนที่ประเทศไทยเราจะเห็นภาพตรงนี้ นนทบุรี 137 แล้วก็ภูเก็ต 131 กรุงเทพมหานครติดเชื้อกันเป็นพัน ตรงนี้ทำให้เราต้องมาช่วยกันให้มาก ๆ นะครับ การกระจายตัวลงไปในพื้นที่เดิม ๆ ก็คือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จังหวัดท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล และจังหวัดทางภาคตะวันออก ก็ต้องชื่นชมกับอีก 11 จังหวัด ที่ยังไม่พบรายงานการรักษาผู้ป่วยนะครับ กำแพงเพชร ตราด ชัยนาถ พังงา พิจิตร ระนอง สตูล สิงห์บุรี อ่างทอง ซึ่งต้องขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และประชาชนในจังหวัดที่ท่านพยายามตรึงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทราบว่าท่านทำงานอย่างหนัก ก็ตัวเลขมันลดลงเรื่อย ๆ ผมรายงานมา 15 - 16 เหลือ 14 - 13 - 12 จังหวัด ลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งก็หมายถึงว่า ทุกจังหวัดมีความเสี่ยงทั้งสิ้น เราจะตรึงอย่างไรไม่ให้ผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในจังหวัดต่าง ๆ เหล่านี้เป็นความรับผิดชอบของทุกท่าน ไม่ใช่แค่พ่อเมืองอย่างเดียวนะครับท่าน มาดูรายใหม่ของเมื่อวานนี้ 102 ราย นี่คือสิ่งที่รายงานขึ้นมา กรุงเทพมหานครยังเป็นอันดับ 1 อยู่ 34 ราย รองลงมาก็คือ ภูเก็ต 24 ราย ก็จะเป็นจังหวัดซ้ำ ๆ นะครับ ทั่วโลกล่ะเป็นอย่างไร 1,200,000 กว่าคนแล้วนะครับ แล้วก็มีการเสียชีวิตไป 64,000 กว่าคน เชื่อว่าสำนักข่าวต่าง ๆ เห็นภาพนี้แล้ว ผมไปเร็ว ๆ เลยก็แล้วกัน ก็จะพบเห็นสิ่งที่เราน่าจะต้องสื่อสารกันคือ ตอนนี้สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับที่ 1 ประทานโทษครับ แตะที่ 310,000 กว่าคน สเปน 120,000 กว่าคน อิตาลี่ 120,000 กว่าคน เช่นเดียวกัน การเสียชีวิตนะครับ ในระดับหลักหมื่นยังเป็น 2 ประเทศ คือ สเปน และอิตาลี ทางสหรัฐอเมริกา 8,000 กว่านะครับ และฝรั่งเศสประมาณ 7,500 กว่า ก็ต้องรายงานทุกท่านนะครับ เพราะอะไรถึงต้องรายงานของต่างประเทศนี้ เพื่อให้ท่านเชื่อมโยงได้นะครับว่า เราดูแลพี่น้องทุกคน ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ท่านอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และมีเด็กนักเรียนบางคนที่กำลังจะกลับมา เราก็ห่วงใย ก็จะต้องมีกระบวนการที่เราจะต้องดูแล พี่น้องประชาชนในประเทศของเราเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่าง ๆ เราให้ความสำคัญโดยละเอียดทั้งสิ้น ไปที่ตัวเลขสะสม มีหายป่วยให้ได้ชื่นใจสบายใจนะครับ ตัวเลขที่ว่านี้เติมเส้นสีเขียวเข้าไป อย่างให้มันพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ตรงนี้ต้องขออนุญาตได้นำเรียนว่า ภาครัฐและเอกชนที่ต้องรายงานนะครับ พี่น้องเรา ทางด้านสาธารณสุข ฝากรายงานเคสที่หายป่วยด้วย เพราะว่าพอหายป่วยแล้ว ออกจากโรงพยาบาลตัวเลขไม่มาถึงเรา กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องตาม แต่พอป่วยรายงาน แต่พอหายป่วยไม่รายงาน เชื่อว่าน่าจะเยอะกว่านี้นะครับ ไปเรื่องของการวิเคราะห์นะครับ มาสู่ประเด็นที่ 3 วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ช่วยวิเคราะห์หน่อย อยากให้ประชาชนได้รับทราบ ความรู้ทางด้านการแพทย์มีความสำคัญสูงมาก ระยะเวลาของการติดเชื้อมันจะต้องไปเนิ่นนานกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้เกิดการสูญเสียที่สุด คือ การเสียชีวิต ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นเลย วันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรครายงาน 20 ราย ที่เสียชีวิตเมื่อวานนี้ นำมาเรียนรู้กันนะครับ พบว่าตั้งแต่ 4 มกราคม ถึง 4 เมษายน นะครับ 3 - 4 เดือนนี้นะครับ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 20 ราย อัตราการป่วยตายนี่คือ 9.7 เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็ค่าค่ามัธยฐานอยู่ที่ 58.5 ก็คือหมายถึงอายุนะครับ 58.5 ต่ำสุด คือ 35 สูงสุด คือ 84 เป็นผู้ป่วยชายที่เสียชีวิตเยอะกว่าหญิง โรคประจำตัวครับ อันนี้เน้นย้ำใครที่มีโรคประจำตัว แล้วก็เป็นผู้ที่มีอายุต้องระวัง เบาหวานนี้พบถึง โรคไตเรื้อรัง พบ 15 เปอร์เซ็นต์ แล้วโยงมาที่ตารางซ้ายมือ พบว่าเกี่ยวโยงกับปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง ไปเกี่ยวข้องกับสนามมวย 5 เดินทางต่างประเทศอีก 5 อาชีพเสี่ยง ขับรถสาธารณะ พนักงานขายของอีก 5 สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 2 แล้วก็สถานบันเทิงอีก 1 การกระจายตัวอยู่ที่ภาพด้านขวามือ มากที่สุดอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เราไม่อยากให้เกิดภาพนี้เพิ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ วันมะรืนเลยนะครับ ภาพพวกนี้ถ้าเราไม่อยากเห็น ต้องมาร่วมมือกัน ส่วนในเรื่องของอัตราการป่วยตาย จำแนกตามเพศ กลุ่มอายุ อันนี้เราก็ต้องมาเรียนรู้กันด้วยครับ แตะ 2,000 กว่าคน 2,067 ราย เรามาเรียนรู้กันว่าเป็นใครอะไรอย่างไรบ้าง ถ้าท่านไม่อยากเป็นรายต่อไป ฟังทางนี้ครับ ผู้ชาย 1,124 ผู้หญิง 874 นะครับ ตรงนี้ก็จะเห็นนะครับ ผู้ป่วยชายเสียชีวิตไป 18 ผู้ป่วยหญิง 2 ถ้าดูตามเพศ ผู้ป่วยชายมีอัตราการป่วย และเสียชีวิต ป่วยตายนี่นะครับ 1.6 เปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงน้อยกว่ามาก คือ แค่ 0.2 นะครับ รวมกันมาก็เท่ากับเป็น 0.97 ไปดูนะครับ ปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิต มาดูในเรื่องของมากที่สุด คือ 50-69 ปี 9 รายนะครับ เชื่อมโยงกับการไปต่างประเทศ พิธีกรรมทางศาสนา อาชีพเสี่ยงอันนี้เยอะที่สุดนะครับ อาชีพเสี่ยง พื้นที่แออัด สถานพยาบาล หรือมวยอะไรทั้งหลายนี่ อันนี้น้อย แล้วไปดูกลุ่มที่สูงอายุกว่า อีกกลุ่มหนึ่ง คือ 70 ปีขึ้นไป อันนี้พบรองลงมาคือ 8 ราย ดูว่าปัจจัยเสี่ยงคืออะไร ปรากฏว่าไปเชื่อมโยงกับสนามมวย 4 ราย หรือ 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันอีก 2 ราย อาชีพเสี่ยงอีก เรียงลงมา ด้านขวามือ คือ ที่มาที่ไป ของตัวเลขที่ยืนยันเมื่อสักครู่ เห็นสีแดงคาดไว้กับสีชมพูดทั้งหลายนี้นะครับ คือถ้าท่านกลุ่มเสี่ยงอยู่ตรงนี้ ขอให้ท่านระมัดระวัง คือ 50 - 59 ปี มีอัตราการป่วยตาย เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่ง คือ 70 - 79 ปี มีอัตราการป่วยตาย 80 - 89 ปี มีอัตราการป่วยตาย ถึงได้เน้นย้ำ คุณหมอพูดบ่อย ๆ ผมเองก็ต้องพูดบ่อย ๆ ว่า อย่าไปใกล้ผู้สูงอายุ Social Distancing ของเราด้วยส่วนหนึ่ง ขณะที่ผู้สูงอายุในบ้านท่าน ถ้ามีอายุมาก ๆ ท่านไม่รู้หรอกครับ ท่านเดินทางออกไปนอกบ้าน ไม่รู้ว่าจะต้องนำเชื้ออะไร หลายคนในนี้เราเห็นภาพนะครับ กลับเข้าบ้านปุ๊บอาบน้ำสระผม แล้วก็ใส่หน้ากากอนามัย ถ้าอยู่กับผู้สูงอายุ ทำอย่างนั้นเลย ดีครับ แม้จะเปลืองแชมพูสระผมสักหน่อยหนึ่ง ไม่เป็นไรครับ เราไม่รู้ว่าเราไปสัมผัสอะไรต่าง ๆ มา อันนี้ก็เป็นการดูแลสุขอนามัย ซึ่งเราเป็นเมืองร้อน ตอนนี้อากาศก็ร้อนขึ้น การดูแลตรงนี้ได้ดี ก็จะทำให้เชื้อลดลงด้วย ไปดูการติดเชื้อทางระบาดวิทยาของคนไทย ที่ติดเชื้อจากต่างประเทศ ต้องเน้นย้ำในสไลด์อันนี้นะครับ ในแผนภูมิอันนี้ เชื่อมโยงกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำไมเราถึงต้องเข้ม ทำไมเราถึงต้องทำอย่างนี้ เราเรียนรู้มาตลอด 3 - 4 เดือนนี้ ตลอดเลยนะครับว่า ถ้าใครที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ คุมได้ไม่ดีเพียง 1 - 2 คน จะเกิดการกระจาย เราไม่อยากจะใช้คำว่า super spreader แต่มีบทเรียนกันมาแล้ว ฉะนั้น เมื่อวานนี้ที่ 158 ท่านได้กลับมายัง state quarantine ที่เราพูดไปเมื่อสักครู่ ดูครับ ในตัวเลขที่คนที่มาจากต่างประเทศ ทั้งหมด 249 คน มาจากไหนบ้างครับ ยุโรป 85 อินโดนีเซีย 44 กัมพูชา 26 และอื่น ๆ อีก 12 เพราะฉะนั้นทุกประเทศที่เข้ามามีความเสี่ยงทั้งสิ้น ที่เขาทำในต่างประเทศคืออะไร นักเรียนนักศึกษา เที่ยวสัก 4 เปอร์เซ็นต์ ไม่ระบุอีก 14 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มเสี่ยงทั้งหลาย ท่านจะบอกว่าท่านแข็งแรงดีแล้ว ทางด้านนู้นให้ใบรับรองแพทย์มาแล้วจะเอาอะไรกันนักหนา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีมติของทางการแพทย์ ยืนยันว่าถึงแม้ท่านจะ Quarantine 14 วัน พอมาถึงทางเรา ขออนุญาตเพิ่มเติมไปอีก 14 วัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจของตัวท่านเอง ถึงแม้ว่าท่านจะอายุไม่มาก เมื่อสักครู่นี้ท่านฟังแล้วใช่ไหมครับ ที่เสียชีวิตไปมีอายุ 35 ปี ที่เสียชีวิตเหมือนกัน เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวด้วย การกระจายตัว พอท่านกลับมาแล้วปรากฏว่า ทำให้แผนภูมิของประเทศไทยนะครับ ซ้ายมือสีชมพูนี้ครับ ไปทั่วประเทศเลยครับ มีที่ระบายสีเข้ม ๆ มากกว่า 20 ราย อยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มากกว่า 20 ราย คือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วประมาณสัก ๑๐ - 20 ราย ทั้งสิ้น กับที่เดินทางมาจากต่างประเทศ กระจายไปทั่วประเทศ เป็นความสำคัญ ชุดข้อมูลต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรี ก็รับฟังจากพวกเรา แล้วก็เกิดมาตรการต่าง ๆ มา ขอให้ท่านร่วมมือกับท่านนายกรัฐมนตรี ผมว่านี่คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่เราพอรับทราบข้อมูล ก็จะรู้ว่าทำให้เกิดมาตรการโน่นนี่นั่น ครับ มาดูผู้ป่วยโควิดรายวันที่แจ้งที่มาของการติดเชื้อ อันนี้ก็วิเคราะห์ให้ท่านเห็นนะครับ สีฟ้า ที่โด่ง ๆ อยู่ข้างบน ต่างจังหวัดมาติดเชื้อในกรุงเทพฯ นะครับ ประทานโทษ ในประเทศไทยนะครับ ออกเป็นสีเหลืองนี่นะครับ กรุงเทพมหานครที่ติดเชื้อในประเทศ ตรงนี้มีตัวหนังสือซ้ายมือนี่นะครับ กราฟนี้ดูแล้วอาจจะงง ๆ นิดหนึ่ง แต่ว่าอย่างไรก็ตามนี้ครับ ติดเชื้อภายในประเทศ 7 วันล่าสุด กรุงเทพมหานครแนวโน้มลดลง ต่างจังหวัดค่อนข้างคงที่ การติดเชื้อจากต่างประเทศ ใน 7 วันล่าสุดนะครับ ส่วนใหญ่ยุโรป คนไทย 15 รายต่อวัน ส่วนใหญ่ ปากีสถาน และอินโดนีเซีย ตามหลักการก็คือ ชุดข้อมูลของเราพอไปถึงแล้วจังหวัดต่าง ๆ ได้รับทราบอย่างนี้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ท่านต้องไปดำเนินการหามาตรการในการจัดการของพื้นที่นะครับ ท่านนายกฯ ได้มอบอำนาจให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ปรับในเรื่องของการไปใช้ตาม พรก. ฉุกเฉินนี้ ตามที่ท่านเห็นสมควร ซึ่งเราก็จะได้เห็นนะครับ ที่จังหวัดภูเก็ต มีมาตรการแบบเข้มขึ้นมาตรงนี้ ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ วันนี้เราวิเคราะห์ตรงนี้กันพอสมควรอย่างนี้มาเสนอทุกท่านเรื่อย ๆ เพื่อจะเติมความรู้ แล้วก็เพื่อลดความตระหนก แล้วก็เพิ่มความตระหนัก แล้วก็ทำให้เราปฏิบัติตัว ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤตอย่างนี้ แล้วก็อยู่ในภาวะของการที่ประกาศของสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรักษาชีวิต เพื่อสุขภาพดีของทุกคนในประเทศครับ // ขออนุญาตสอบถามคุณหมอเพิ่มเติม มีคำถามสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับเคสที่มาจากสุวรรณภูมิ และต่างประเทศ บางส่วนเดินทางกลับไปต่างจังหวัดแล้ว 27 จังหวัดด้วยกัน กลุ่มคนเหล่านี้ 158 นี้ มีการตรวจสุขภาพของเขาอย่างไร เพราะบางคนเขากังวลครับ พอกลับไปถึงภูมิลำเนาแล้วนี่ แล้วคนที่บ้านบอกว่าไม่เจอหน้ากันนานอาจจะเผลอไปสัมผัส และจะมีโอกาสในการแพร่กระจายโควิด -19 ไหมครับ // ครับสำหรับ 158 ราย เมื่อวานนี้ อย่างไรก็ไม่ได้ให้เจอครอบครัวอีกแล้วนะครับ ก็ให้แยกกันอยู่หน้าที่ของทางกระทรวงสาธารณสุข โดยทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวานนี้ท่านก็สั่งการ ท่านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย บอกว่า ต้องคัดกรองบุคคลทั้งหลายตอนที่อยู่ที่สนามบิน เรามีนะครับ ท่านผู้ตรวจราชการ ท่านนายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ก็รับผิดชอบในพื้นที่นั้นนำทีมเข้าไปคัดกรองแล้วก็ตรวจ ก็พบว่า ในกลุ่มนี้ 3 รายนะครับ มีประวัติ มีอาการป่วยขึ้นมานะครับ 3 ราย ก็ได้มี 1 รายงานตัวแล้ว อีก 2 ราย อยู่ในการสืบสวนอยู่ ตรงนี้ให้เชื่อมั่นในระบบตรงนี้ พอท่านเข้าระบบแล้ว ใน 158 ราย เราจะติดตามทุกท่าน ไม่ได้เพื่อที่จะจับผิดอะไร เพื่อจะจับหาโรคเท่านั้นเอง แล้วจะได้ช่วยได้อย่างทันการณ์ แล้วครอบครัวก็ปลอดภัย สังคมก็ปลอดภัย // ยังมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการเดินทางเข้าประเทศนอกจากวาตอนนี้นี่ พรก. มีการชะลอเข้าประเทศเป็นการชั่วคราว แต่ว่ายังมีข่าวออกมาว่า ยังมีเที่ยวบินขาเข้า ที่นำพลเข้ามาจากต่างประเทศ ยังมีจริงหรือไม่ แล้วถ้ามีจริง พอเข้ามาแล้วนี่ มีกระบวนการ มีวิธีการในการป้องกันเรื่องของการแพร่กระจายของโควิด-19 จากต่างประเทศ เข้ามาในประเทศอย่างไรครับ // ก็สืบเนื่องจากเมื่อสักครู่ก็บอกแล้วนะครับว่า สิ่งที่ท่านนายกฯ สั่งการได้ว่าเมื่อวานก่อนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นนะครับ ให้มีการทำงานกันอย่างบูรณาการกัน แล้วอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทางพวกเรา ในฐานะผู้ปฏิบัติรับมาทุกอย่าง ก็เห็นภาพชัดเจนนะครับ เมื่อวานก็เห็นภาพของสายการบิน ยังมี 2 สายการบิน ที่มีการลงทะเบียนแล้วก็ตกลงกันไว้แล้วสามารถเข้ามาได้ แล้วก็ยังมีอีกสายการบิน กับกลุ่มคนที่ได้ขอความตกลงหรือมีไว้ก่อน ซึ่งก็อย่างที่เคยบอก จากที่มาเลเซีย หรือของนักเรียนที่มาจากทางสหรัฐอเมริกานะครับ แล้วก็ทาง 2 - 3 ที่นี่ล่ะครับ มีการตกลงมาก่อนแล้ว ก็สามารถที่จะเข้ามาได้ แล้วก็จะมีการปรับกระบวนการ อย่างที่บอกว่าถ้าเข้ามาประมาณสัก 200 กว่า เพื่อที่จะทำให้ระบบของการดูแลคนไทยที่จะเข้ามา เป็นลำดับขั้นที่ดี ไม่เกิดความสับสน แล้วก็สามารถรับรอง รองรับนะครับ ในทุก ๆ อย่างได้อย่างดี อันนี้ก็จะเป็นมาตรการที่ดำเนินการกันอยู่ ต่อเนื่องจากตรงนี้ครับ // แล้วพอมีคนเข้ามานี่ จำเป็นจะต้องเข้ามาในกระบวนการกักตัวหรือเปล่า // แน่นอนครับ แน่นอน เพราะคนที่จะเข้ามา ท่านนายกฯ สั่งการ State Quarantine ท่านต้องเซ็นนะครับ ลงนาม อนุญาตให้เกิดตรงนี้ ถ้าท่านไม่มีใบนี้ แล้วท่านขอที่จะไม่อยู่ท่านก็ต้องไม่ได้การเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนะครับ ก็ต้องอยู่ในที่ที่ท่านอยู่กันไปก่อน ต้องยอมรับกติกาตรงนี้ด้วยกัน // รบกวนคุณหมอช่วยลงรายละเอียดของคำว่า "State Quarantine" ระบบระเบียบอย่างไร แล้วหลายคนมีความกังวลครับว่า พื้นที่รอบข้าง ของจุดที่มีการ State Quarantine นี่ พี่น้องรอบข้างเขาอุ่นใจได้หรือไมครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ เขาเห็นภาพของการรองรับในช่วงตอนต้นนี่นะครับ ของที่สัตหีบ ที่กลุ่มตั้งแต่แรก ๆ คือ ทีมคนไทยจากทางอู่ฮั่นนะครับ กลับมา แล้วก็ยังมีกลุ่มของเด็กนักเรียนไทยที่กลับมาจากทางอิตาลี ได้รับการดูแลกันอย่างดี หลายคนคงเห็นผ่านทาง Social Media กันแล้วนะครับ เป็นสถานที่ใช้ภาษา ถ้าทางกฎหมายเขาบอกกักกัน หลายคนบอกแรงจังเลยนะครับ จริง ๆ ไม่ใช่อะไรครับ มาอยู่ในบริเวณที่เราดูแลได้ แล้วไม่ให้ออกจากบริเวณตรงนั้นนะครับ ก็เป็นที่ ๆ รัฐจัดให้ ในการกักกันคนที่อยู่ตรงนั้น เขาก็ยังเดินไปเดินมา ท่านไม่ได้ป่วยก็สามารถอยู่ห้องคู่ได้ แล้วถ้าคุณหมอวัดอุณหภูมิแล้ว คุณหมอตรวจ ก็จะอยู่ห้องคู่ ห้องเดี่ยวอะไรทั้งหลาย ถ้าพื้นที่มีท่านสามารถที่จะอยู่ได้ แต่ก็ต้องระมัดระวัง ว่ากลับบ้านไป เราอาจจะต้องนอนกับทางสามี ภรรยากัน มันไม่มีห้องนอนกันมากกว่านี้ แต่ป้องกันให้ดี ถือว่าท่านเป็นคนปกติ ข้าวของเครื่องใช้แยกกันอย่างนี้ เป็นคนที่ปกติ ดูสภาพครับ หลายคนบอกว่าดีกว่าบ้านเสียอีกนะครับ แต่บางท่านถ้ามีฐานะหน่อย ก็จะบอกว่า ก็ไม่ดีเท่าบ้านฉัน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่คงจะต้องยอมรับกติกากันนะครับ แต่หลายคนก็ยอมรับในการที่รัฐบาลไทยดูแลพี่น้องประชาชนกันได้ขนาดนี้ มีอาหาร 3 มื้อ แล้วก็ดูแลกัน แล้วก็มีเวรยามดูแลให้อีก ท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งการ ให้มีฝ่ายมั่นคง พร้อม ๆ กับทางทีมของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งนี่คือ สิ่งที่พวกเราต้องเหนื่อยสำหรับคนไทยด้วยกัน แต่อย่างที่บอกผมไม่อยากใช้คำว่า "เหนื่อย" แต่เป็น "หน้าที่" เหมือนกันนะครับ ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องดูแล ถ้าท่านทราบถึงกระบวนการที่พวกเราทำงานกัน ผมเชื่อว่าเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้วนี่ ไทยเราไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นเลย เพราะฉะนั้นคำว่า "State Quarantine" นะครับ คือทั้งที่ไม่ได้เป็นลักษณะของทางลบเลย แล้วก็ขอความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นความเสี่ยงต่อท่านเลยนะครับ เพราะพวกเขาเดินทางเข้ามาก็เหมือนปกติ ถ้ามีไข้เราก็เอาเข้าโรงพยาบาล โรงพยาบาลบำราศนราดูร ผมยกตัวอย่างหลายครั้ง เป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ติดเชื้อด้านนี้ เป็นเลิศในการรักษาด้านนี้ มีคนไข้เข้าอยู่ในกลุ่มนี้จำนวนมาก ผมเองอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ดูแลคนไข้กลุ่มนี้ แล้วก็ทำงานอยู่กับเขาด้วย ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เพราะฉะนั้นอย่าได้รังเกียจ อย่าได้สร้างความแตกแยก หรือว่า กีดกันหรือว่าอะไรขึ้นมาเลย เพราะว่าเราจะต้องดูแลเขา ภาครัฐตอนนี้พยายามที่จะหาโรงแรม ตอนนี้มีผู้ที่มีจิตศรัทธา บอกว่ายกให้เลย บอกกับท่านปลัด บอกกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นี่ ยกให้เลย ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านก็ไปดูมา ไปหามาก บอกว่าได้มาเต็มเลย แต่ประชาชนบอกว่าไม่ได้นะอย่าเข้านะ ต้องทำความเข้าใจอีก เสียเวลาไปอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้ แต่พออธิบายไปสักพักใหญ่ ๆ ปรากฏว่าตรงนี้เข้าใจครับ พื้นที่บอกว่าตอนนี้โรงแรมก็ไม่มีคนอยู่ อยู่แล้ว ถ้ารัฐจะได้ทำตรงนี้ แล้วเขาได้มีประโยชน์ เขาอยากเป็นคนคนหนึ่งที่จะทำให้เราผ่านตรงนี้ไปด้วยกัน ขอบพระคุณมาก ๆ นะครับ ท่านที่เป็นผู้จัดการโรงแรมท่านที่เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมทั้งหลาย ที่ได้กรุณาแสดงความรู้สึกแล้วก็แสดงเจตนาที่ดี เหลือแต่พี่น้องประชาชนที่อยูตรงนี้ พูดก็พูดนะครับ นักข่าวถามผม บอกว่า 2 โรงแรมนี้ที่ออกจากสุวรรณภูมินี้ ชื่อโรงแรมอะไร ผมก็บอกว่านั่งคุยกันในกลุ่มของทางผู้บริหารของ ศบค. จะเอ่ยนามดีไหม ก็กระอักกระอ่วน อยากจะเอ่ยนามเพื่อที่จะให้กำลังใจกับเจ้าของโรงแรม อันนี้ต้องขอคำชมนะครับอยากชมมาก ๆ ถ้าท่านเชียร์หน่อยหนึ่งผมจะเอามาพูดนะครับ ถ้าท่านไม่ได้เป็นการเอาไปในการที่จะร้องเรียนอะไรทั้งหลาย โรงแรมที่ได้เสียสละเพื่อที่จะให้ประชาชนคนที่เขากลับมาจากต่างประเทศได้อยู่นี่ เขาต้องเป็น Guest ของโรงแรมเขาเลย เราต้องมีพื้นที่ที่ดีทั้งผู้ที่ประกอบกรรมดี ด้านดี ประชาชนทั้งหลายช่วยกันด้วยนะครับ เดี๋ยวเราคงจะได้เห็นภาพดี ๆ อย่างนี้เกิดขึ้นเต็มไปหมด ในภาพของทั้งประเทศนะครับ อย่างที่บอกว่าไม่ใช่แค่ในกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัดก็มีด้วย ขอให้เราได้เข้าใจกันครับ // ขออนุญาตเพิ่มเติมคำถามจากทาง facebook live ตอนนี้น่าจะมีกระแสข่าวบนโลก social นะครับว่า แนวทางการดำเนินการของโรงเอกชนก็ไปทิศทางหนึ่ง มีปัญหากันหรือไม่ แล้วถ้าจะมีผลกระทบต่อการดูแลพี่น้องประชาชน หรือว่าการควบคุมสถานการณ์ของ COVID-19 หรือไม่ครับ // ก็มีเห็นใน social media ก็เป็นข่าวที่ทำให้เราในฐานะที่ต้องบูรณาการ การทำงานกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรัฐมนตรีช่วย ท่าน ดร.สาธิต ปิตุเตชะ แล้วก็ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ได้บอกว่าตอนนี้กำลังทั้งหมดนี่ไม่ได้อยู่ในภาครัฐอย่างเดียวนะครับ ผมอยากให้เห็นตัวเลขนิดหนึ่ง เป็นเรื่องของจำนวนเตียงที่เราต้องเอามารวมกัน เพราะตอนนี้มีตัวเลขที่ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์รวมมาให้ดูนี่นะครับ ต้องใช้เตียง 1,622 เตียงนะครับ ในกระทรวงต่าง ๆ แล้วก็ภาคเอกชนด้วย ก็จะพบนะครับว่า ภาคเอกชนนี่ มีถึง 60 แห่ง 31.01 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงสาธารณสุขมี 11 แห่งนะครับ แล้วก็คณะแพทย์ กระทรวงกลาโหม โดย สตช. 46 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีจำนวนเตียงอื่น ๆ ของภาคการท่องเที่ยว อีก 24 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็กรุงเทพมหานครอีก 8 แห่ง 8 เปอร์เซ็นต์ นะครับ ท่านเห็นนะครับว่า ภาคเอกชนตอนนี้รับ แล้วก็มีส่วนร่วมในการทำงานสูงมาก นะครับ ถึงแม้ท่านจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้นมา บางที่ก็บอกว่าจะต้องทำ เพื่อพี่น้องประชาชน ต้องขอบคุณครับ ยังมีตัวเลขที่ให้เห็นอีกนะครับว่า ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล อัตราผู้ป่วยเข้ารับการรักษา และอัตราการครองเตียงจะเห็นนะครับว่า โรงพยาบาลรัฐนี่ถ้านอนอยู่ในโรงพยาบาล 53 เปอร์เซ็นต์ โรงพยาบาลอีกชนอยู่ประมาณ 42.08 เปอร์เซ็นต์ 275 เตียง จาก 650 เตียง แล้วก็ที่พักนอกโรงพยาบาล 111 เตียง จาก 150 เตียง สิ่งที่เราบอกครับ ต้องร่วมมือกันนะครับ แล้วมาดูครับว่าตอนนี้แบ่งกันอย่างไร เราคิดกันละเอียดเลยนะครับ การคัดกรองทั้งหลายนี่เป็นเรื่องที่เริ่มมีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ ๆ ประชาชนนะครับ ไปช่วยคัดกรองก่อน ท่านคงคุ้นเคยคำว่า PUI อะไรทั้งหลาย เดินเข้าไปหาภาคเอกชน มากกว่าป่วยแล้วมาหาเรานะครับ PUI กับไม่มีอาการนี่ เข้าไปโรงพยาบาลเอกชน ท่านเห็นไหมครับ สีเขียวอ่อนนี้เยอะกว่า แต่พออาการหนักโรงพยาบาลของรัฐนะครับ ก็จะรับเยอะกว่า ปอดอักเสบ ปอดอักเสบรุนแรง โรงพยาบาลของรัฐที่สีเขียวเข้ม เราช่วยกันดูแล อยากจะให้เห็นว่า ทั้งรัฐและเอกชนตอนนี้เป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะทำงานทางด้านนี้ครับ ตอนนี้น่าจะเป็นอีก 1 คำถาม ที่เป็นความเป็นห่วงเป็นใยกับบุคลากรทางการแพทย์ มีข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีบุคลากรทางการแพทย์ มีโอกาสไปสัมผัส หรือว่าติดเชื้อโควิด-19 แบบนี้จะมีการกักตัวไหม แล้วแบบนี้การกักตัวบุคคลากรทางการแพทย์ นี่จะทำให้การมาดูแลรักษาผู้ป่วย พี่น้องประชาชนขาดแคลนหรือเปล่า แล้วจะกระทบกับการดูแลประชาชนหรือเปล่า ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องนี้มาก ๆ นะครับ ทางผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขได้มีการประชุมกันหลายรอบ อันแรกที่เรามีการรายงานไป ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเตียงอย่างที่ว่า ยังลงไปเรื่องของหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 เรื่องของชุดป้องกันตัวเอง หรือ PPE หรือ PPE ซึ่งตอนนี้ขาดแคลนไปทั่วโลก เราก็มีการพยายามจัดหา และที่สำคัญที่สุด คือเรื่องยาด้วยครับ ยาตอนนี้ก็ถือเป็นอาวุธสำคัญที่จะสู้กับเชื้อโรค ที่ชื่อ ฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งตอนนี้ต้องบอกว่าเจ้าใหญ่ในโลกของเราคือ ที่ผลิตได้คือจีนกับทางญี่ปุ่น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข มีต้องเรียกว่าสายสัมพันธ์โดยทางท่านผู้บริหารนี่ ได้เชื่อมโยงกันไป ก็ทำให้ได้มีตัวยาเข้ามาในประเทศไทยเรา ตอนนี้ ถึงแม้ว่า ต้องทั่วโลกจะอัตคัดที่จะมาเลือกใช้ ปรับใช้ให้เหมาะสมกับรายอย่างประหยัด ซึ่งทุก ๆ ท่านคงทราบ ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็โยงไปในเรื่องของขวัญกำลังใจ ทราบอยู่ครับว่า ณ ตอนนี้กำลังของพวกเราไม่เพียงพอตั้งแต่ตอนต้น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการสั่งการให้ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดทำเรื่องของชุดของตำแหน่งทั้งหลาย ใครที่สามารถที่จะบรรจุเข้ามาในช่วงเวลาตอนนี้ ตัวเลขผมไม่ได้มีนะครับ แต่ว่ามีผู้สื่อข่าวได้รายงานไปแล้ว ประมาณสัก 40,000 กว่าตำแหน่ง ก็เป็นเรื่องที่จะสร้างขวัญกำลังใจ เพื่อที่จะทำให้การทำงาน ของกองทัพที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคเกิดผลได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องนำเรียนนะครับว่า สรรพกำลังทั้งหลายที่มีอยู่ และพร้อมที่จะทำตรงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญละเอียดยิบ ถ้าพูดตรง ๆ นะครับ ว่าดูหมดทุกบรรทัด แล้วท่านก็สั่งการอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีความมั่นใจที่เราจะก้าวไปด้วยกัน ผมฝากความมั่นใจตรงนี้ไปถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่า เราจะก้าวไปด้วยกันของภาคผู้บริหารเต็มที่ ภาคของท่านเองต้องเต็มที่ด้วยเหมือนกัน ท่านต้องปฏิบัติตามที่เราบอกไว้ทุกประการ ตัวเลขที่ต้องการความร่วมมือ คือ 90 เปอร์เซ็นต์อัพถึงจะได้ผลตรงนี้ครับ // ครับ วันนี้ขอขอบพระคุณนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน - โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) นะครับ ขอบพระคุณครับ คุณผู้ชมครับได้ฟังแล้วก็อุ่นใจ ทั้งเรื่องของการเตรียมการ ทั้งเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ แนวหน้าที่จะต้องเข้าไปในการสู้รบกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ก็คือเรื่องโควิด-19 แนวหลังที่เข้มงวดก็ยังมีความจำเป็นเช่นกันนะครับ โดยเฉพาะจากการที่เราคนไทยทุกคนต้องปฏิบัติตามตามคำแนะนำ ตามความแนะนำของแพทย์ และทางการต่าง ๆ ขอความร่วมมือมา นอกจากข้อมูลที่แถลงเป็นภาษาไทยแล้วนะครับ เรายังมีการแถลงเป็นภาษาอังกฤษเพื่อใหคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งคนอื่น ๆ ชาวต่างชาติที่กำลังติดตามข้อมูลข่าวสารในประเทศไทยที่ถูกต้องนะครับ ลำดับต่อไปขออนุญาตเรียนเชิญ ท่านณัฐภานุ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ คุณณัฐพานุ พุทธคุณ ขอกราบเรียนเชิญครับ // สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภานุ นพคุณ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ // ครับ กรอบขอบพระคุณท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ คุณณัฐภาณุ นพคุณ ครับ คุณผู้ชมครับ วันนี้หมดเวลาของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. อย่าลืมนะครับ เราทุกคนมีส่วนให้สถานการณ์โควิด-19 จบเร็วขึ้นหรือไม่นะครับ ด้วยการอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ และที่สำคัญติดตามและบอกต่อข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ โดยเฉพาะจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. ที่จะรายงานแบบนี้เป็นประจำ 11.30 น. ทุกวัน วันนี้ผม พร้อมกับทีมงานทั้งหมดขอลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր