--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.00 (6 เม.ย. 63) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... Ր (พิธีกร) สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชมจากศูนย์บริหารสถานการโควิด-19 หรือ ศบค. ประจำวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 ผม ศุภนันท์ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์นะครับ ผ่านทางของวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รวมทั้งผ่านทางช่องทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ นะครับ นอกจากนี้เรายังจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน วันนี้เช่นเคยครับเริ่มต้นกับประเด็นสำคัญ ศบค. และสถานการณ์ประจำวัน จากอ ศบค. นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธินนะครับ เรียนเชิญคุณหมอนะครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบสวัสดี คุณผู้ชมทุกท่านนะครับ ในฐานะโฆษกของ ศบค. ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันหยุดราชการ ไม่มีการประชุมของคณะกรรมการชุดใหญ่ของ ศบค. แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ มีการดำเนินการในคณะกรรมการชุดนี้ หรือก็มีเรื่องสืบเนื่องในมาตรการต่าง ๆ ผมก็ต้องทำหน้าที่มารายงานตัวท่านผู้ชม รายงานความคืบหน้าท่านผู้ชมได้รับทราบด้วยนะครับ ใส่หน้ากากอนามัยกันทุกท่านนะครับ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งตอนนี้ทางองค์การอนามัยโลกได้มายืนยันหลังจากที่ ก่อนหน้านี้มีท่าทีก่อนหน้านี้ว่าไม่ต้อง แต่ตอนนี้ต้องแล้วนะครับ ทั่วโลกก็ต้องมาใช้กัน แต่วันนี้ผมขออนุญาตมาสื่อสารท่านโดยที่เอาหน้ากากออกนะครับ เพื่อที่จะได้มีข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น วันนี้ก็มีหลายประเด็นที่อยากจะสื่อสาร ทั้งในเรื่องของสารจากทางท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาฝากท่านผู้ชมในช่วงตอนต้นตอนนี้นะครับ ท่านได้กล่าวถึงว่า ในฐานะที่ท่านเป็นประธานศูนย์ ได้ย้ำถึงการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดของเชื้อนะครับ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำรัฐบาล และคณะรัฐมนตรียังคงต้องใช้ระบบบริหารราชการแผ่นดินปกติ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีการแก้ปัญหา การระบาดของเชื้อโควิด-19 ผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 ในทุกมิติ ข้อสังการต่าง ๆ ของนายกฯ ในฐานะประธานศูนย์ฯ เมื่อท่านสั่งการไปแล้ว กับผู้ที่รับผิดชอบแล้ว ก็จะต้องมีการนำไปปฏิบัติ และขับเคลื่อนโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนนะครับ ก็หมายถึงว่าตอนนี้มีอยู่ 2 ส่วนนะครับ ก็คือส่วนของศูนย์ ซึ่งท่านเป็นผู้อำนวยการของศูนย์ และในอีกส่วนหนึ่งท่านเป็นในฐานะผู้นำของรัฐบาลนะครับ ซึ่งใน 2 กลไกนี้ ท่านก็พยายามเชื่อมประสานกันแล้วนำไปสู่การปฏิบัตินะครับ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กำกับดูแลการปฏิบัติการ การจัดทำแผนงานโครงการมาตรการและแผนงานงบประมาณต่าง ๆ ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และงบประมาณกลางที่ได้อนุมัติไปแล้วอย่างใกล้ชิด นำเรียนครับว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ก็หมายถึงปีนี้ที่ใช้กันไปนี้เกิดแผนขึ้นมาแล้ว เกิดการวางกำหนดการไว้แล้ว มีบางเรื่องบางอย่าง ซึ่งไม่สามารถที่จะดำเนินการโครงการได้นะครับ ต้องมีการปรับแผนเพื่อให้เข้ากันกับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ก็ให้ทางระดับของผู้ที่ไปจัดทำแผนนี้ ให้สอดคล้องกัน นอกจากตรงงบประมาณรายจ่ายประจำของปี 2563 แล้ว ยังมีงบประมาณงบกลางที่เราเรียกกันย่อ ๆ นี่นะครับ ท่านก็ต้องให้ ทางรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ไปติดตามอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยท่านนายกฯ ได้มุ่งหวังว่าให้ประชาชนได้เข้าใจ แล้ววางใจ รวมถึงการเชื่อมั่นในระบบที่เราทำงานกันอยู่นี้ และตัวบุคคลทั้งข้าราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ ได้ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ท่านนายกฯ ก็ได้กล่าวเน้นว่า ประชาชนต้องสู้ไปด้วยกัน อย่าเชื่อสื่อ social บางสำนัก ที่มุ่งสร้างความแตกแยกในสังคม โทษกันไปมา จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง การทำงานแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบในประชาชนในวงกว้าง และเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ย่อมมีปัญหา แต่ขอให้เชื่อมั่นว่า จะนำไปสู่การแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว นี่คือสิ่งที่ท่านฝากมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นนะครับว่าหลาย ๆ เรื่อง อย่างวันนี้ที่จะพูดกันว่า บอกว่าจะมีการทำเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงหรือเปล่า เดี๋ยวตอบให้ตอนท้ายนะครับ มีการแชร์กันไปมากมาย มันทำให้เกิดความเข้าใจผิด แล้วก็ทำให้เกิดกระบวนการที่รับรู้ที่ผิดพลาดไป อย่าแชร์ อย่าเชื่อกันง่ายนะครับ ครับไปโดยเร็วนะครับ เบื้องต้นก็จะเป็นการรายงานสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วันนี้ครับ เพิ่มขึ้น 51 ราย กระจายอยู่ใน 66 จังหวัด ตัวเลขสะสมตอนนี้อยู่ที่ 2,220 รายนะครับ ซึ่งก็มีผู้ป่วยที่หาายแล้ว 793 ราย นะครับ ซึ่งตรองนี้ก็ เราไปพูดถึงเราไปแตะร้อย วันนี้ลงมาที่ 51 แต่ก็ยังไม่ต้องมั่นใจนะครับ ถ้าท่านต้องจะดูแลคนในครอบครัวของท่าน มันมีขึ้นมันมีลง มันมีขึ้นมีลง 2-3 วันนี้ ยังไม่ได้เห็นภาพชัดนัก ให้ถือว่ายังมีความน่าเป็นห่วงอยู่ อย่าดีใจนะครับ 51 รายมาแล้วจะดีใจ มีระบบรายงานที่ผมถามไปทางกองระบาดวิทยาว่า บางครั้งมีการรอสอบสวนโรคอยู่ เพราะฉะนั้นมันจะมีชุดข้อมูลที่รออยู่ที่ยังไม่สามารถที่จะดันขึ้นมาได้ ถ้าแนวโน้มลงจริง ๆ ค่อยวางใจ ณ ตอนนี้ ยังไม่ได้เป็นอย่างนั้น ยังเห็นกราฟสีแดงยังนิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น 51 นี้ ก็เป็นระบบของการรายงานที่ชัดเจนแล้วนะครับ ครับ ก็แต่ว่าก็มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตวันนี้เพิ่มขึ้นอีก 3 ราย รวมสะสมเป็น 26 ราย มีรายละเอียดดังนี้ครับ เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 28 ปี อาชีพพนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ แล้วก็รายนี้นะครับ มีประวัติว่าเพื่อนร่วมงานของภรรยาติด COVID-19 เริ่มป่วยในวันที่ 27 มีนาคม ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่อาการไม่ดีขึ้นก็เลยย้ายไปรักษาที่หนึ่งในจังหวัดสมุทปราการ วันที่ 4 เมษายน ก็มีอาการไข้สูง 39.2 แล้วก็ไปตรวจพบว่าออกซิเจนในเลือดลดลง นะครับ ทำให้เหลืออยู่ประมาณแค่ 55 เท่านั้นเองนะครับ ก็ลดลงไปมาก แล้วก็ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ส่งเก็บตัวอย่างตรวจ แล้วผลก็ออกมาวันที่ 4 พบว่าติดเชื้อไวรัส COVID-19 และเสียชีวิตในวันเดียวกัน ในเวลา 22.00 น. รายที่ 25 ผู้ป่วยชายไทย อายุ 51 ปี ธุรกิจส่วนตัว โรคประจำตัวคือ มีเบาหวาน โลหิตสูง แล้วก็ภาวะอ้วน เริ่มป่วย 28 มีนาคม ไปรักษาโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. แรกรับมีอาการ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ แล้วก็ปวดศรีษะ หนาวสั่น 29 มีนาคม ก็มารับการรักษาอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาวันที่ 1 เมษายน ก็มารักษาที่โรงพยาบาลเดิมครับ แล้ววันนั้นล่ะครับ ได้เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ก็พบว่า เรื่องของออกซิเจนในเลือดลดน้อยลงนะครับ แล้วก็ไปตรวจดู เอ็กซเรย์ปอดก็พบว่า เป็นปอดอักเสบรุนแรง แล้วก็พบว่าผลออกมาวันที่ 2 แล้วก็เสียชีวิตในวันที่ 4 เมษายนนะครับ รายที่ 26 เป็นผู้ป่วยหญิง อายุ 59 ปี อาชีพค้าขาย เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งก่อนหน้านี้นะครับก็ไปจะพูดดีไหมนี่นะ ก็ไปเล่นการพนันก็แล้วกันนะครับ ในหลายที่หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งถ้าพูดอย่างนี้ก็คือ ไม่เจอผู้คนจำนวนมาก แล้วก็เริ่มป่วยวันที่ 29 มีนาคม แล้วก็เริ่มรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ 1 เมษายน อาการแรกไม่มีไข้ แต่หายใจหอบเหนื่อย แล้วก็ออกซิเจนในเลือดก็ลดลง เหลือ 88 นะครับ ไปเอ็กซเรย์ก็พบว่า มีปอดอักเสบรุนแรง แพทย์ก็ส่งตรวจตัวอย่างของเสมหะ และก็โพรงจมูกนี่นะครับ ก็พบว่าเป็น COVID-19 วันที่ 2 เมษายนก็เสียชีวิต จะพบว่า ใน 3 รายนี้ ต่ำกว่า 60 ทั้งสิ้น มีรายอายุน้อยด้วยนะครับ 28 ปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ทุกอย่างเป็นความเสี่ยง ก็คือทั้งมีประวัติโรคประจำตัว อันนี้ก็มีความเสี่ยง ที่เราเคยบอกไปแล้ว ขอแสดงความเสียใจของญาติผู้ป่วยทั้ง 3 ผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 3 ท่านด้วยนะครับ ถ้าดูในกราฟล่างอย่างที่บอก อายุน้อย ๆ 20-29 ปี เป็นกลุ่มคนที่ต้องเฝ้าระวังนะครับ เพราะว่าท่านเป็นคนแพร่เชื้อให้กับคนอื่น ไปดูประวัติเสี่ยงของแต่ละคนของรายใหม่ 51 รายนี้ กลุ่มใหญ่นะครับ อยู่ที่กลุ่มที่ 1 คือ 25 คน คือเกี่ยวโยงไปกับสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันไปก่อนหน้านี้ กระจายไปหลายจังหวัด 22 คน พิธีกรรมทางศาสนาลดลงเหลือเพียงแค่ 3 แล้วก็ในกลุ่มก้อนที่ 2 คือ ไม่เกี่ยวกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 19 คน ก็กระจายไปอยู่หลาย ๆ ด้านนะครับ ตอนนี้ไปดูตัวเลขที่ข้างล่าง 13 ราย ผมก็ได้สอบถามว่า ทำไมบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นมากอย่างนี้ 13 ราย เป็นการเข้าไปสอบสวน แล้วก็ตรวจเป็นกลุ่ม ก็เลยต้องเก็บ ตัวเลขสะสมมา แล้วก็มายืนยันพร้อม ๆ กันนะครับ ผมเป็นกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 11 ราย ก็เลยทำให้ตัวเลขกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 13 ราย ของกลุ่มนี้ แล้วอยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคอีก 17 ราย ความเสี่ยงของกลุ่มนี้ก็คือ การรับประทานอาหารร่วมกันนะครับ รับประทานอาหารอะไรต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ว่าหมอหรือว่าคนไข้ หรือท่าน โดยปกติทั่วไป ล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ต้องดูแลกันอย่างดี ไปดูแผนที่แสดงจังหวัดที่รับการรักษาผู้ป่วยยืนยันสะสม กระจายไปทั่วประเทศแล้วนะครับ กรุงเทพมหานครเตะไปที่ 1,000 เมื่อวานนี้ ตอนนี้เป็น 1,051 ราย นนทบุรี ก็ตามมาที่ 133 ภูเก็ต 135 ไปดูจังหวัดที่ยังไม่ได้มีรายงาน ในการรับรักษาผู้ป่วย อันนี้ต้องชื่นชมนะครับ เรียกว่ามีหลายสื่อหลายสำนักยังตีเมืองไม่แตก ไวรัสยังตีเมืองไม่ได้นะครับ ขอให้ประชาชน ขอให้เจ้าเมืองทั้งหลาย ดูแลเมืองของตัวเองให้ดี เพื่อที่จะไม่ให้ไวรัสเข้าไปในเมืองของท่านต้องชื่นชม กำแพงเพชร ชัยนาถ ตราด น่าน บึงกาฬ ระนอง สตูล สิงห์บุรี และอ่างทอง ท่านกำลังจะเป็นผู้ที่ยังเป็นตัวอย่างของจังหวัดอื่น ๆ นะครับ ที่จะช่วยทำให้เรามีการควบคุมโรคได้ด้วย ไปดูยืนยันรายใหม่ก็จะกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร 27 ราย จาก 51 นี่นะครับ ซึ่งก็เกินครึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ นนทบุรีกับภูเก็ตตัวเลขเท่ากันคือ 4 นะครับ ตอนนี้ก็เห็นการกระจายนะครับ ก็ต้องแสดงความเป็นห่วงคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องดูแลกันอย่างดี เราจะเห็นแนวโน้มนะครับ ในจำนวนผู้ป่วยหลายใหม่เปรียบเทียบพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรีและต่างจังหวัด จะเห็นแผนภูมิเป็นแท่งประทานโทษครับ แท่งสีฟ้าของกรุงเทพมหานคร ก็ดูเหมือนแนวโน้มจะลดลง แต่ของต่างจังหวัดคือ เส้นสีแดงนะครับ แท่งนี้ยังไว้วางใจไม่ได้นะครับ ก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นพี่น้องต่างจังหวัดช่วยกัน เราให้ mark สีเขียวสีข้างบนเป็นวันที่ประกาศเคอร์ฟิว ก็คือคืนของวันที่ 3 นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะติดตามตรงนี้ไปตามมาตรการของทางรัฐบาล ของทางศูนย์ของเราที่ประกาศออกไปนะครับ ก็จะเห็นว่าตัวเลขยัง 3-4 วันนี้ ยังบอกทิศทางไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ยังต้องมีการเข้มกันอยู่อย่างมาก ๆ ไปดูสถานการณ์โลกครับ ยืนยัน 277,090 ราย ใน 7 โมงเช้าของวันนี้ แล้วก็เสียชีวิตไป 69,405 รายนะครับ ในกลุ่มที่อาการหนัก ซีเรียคือหนักก็คือ 45,000 แล้วก็หายดีแล้ว 260,000 นะครับ อันดับของโลกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับที่ 1 3 แสนกว่าคนแล้วนะครับ ที่ติดเชื้อไป แล้วก็เป็นรายใหม่ต่อวัน 26,000 กว่าราย แล้วก็เสียชีวิตไป 9,6000 เกือบ ๆ แตะ 10,000 แล้วนะครับ ผมว่าพรุ่งนี้ก็อาจจะต้องลุ้นตัวเลขกันอยู่ ส่วนสเปนก็ 12,000 ที่เสียชีวิตไป แล้วก็อิตาลี 15,000 นะครับ ส่วนของยูเครนนี่ก็ หรือสหราชอาณาจักรก็จะเห็นว่า มีการติดเชื้อต่อวันที่สูงมากเหมือนกัน 5,900 นำเรียนอย่างนี้ เพราะว่าจะมีพี่น้องเราที่กลับมาจากต่างประเทศ ทำไมถึงต้องเน้นย้ำตัวเลขต่างประเทศนี้มาเพื่ออะไร ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า เรากำลังดูแลเรื่องของโรคระบาด ถ้ามากจากพื้นที่ทั้งหลาย เป็นพื้นที่ที่เสี่ยง ตอนหลังมาเราไม่ต้องประกาศขอบเขตของจังหวัด หรือเขตพื้นที่ติดโรคตาม พ.ร.บ. นะครับ เพราะตอนนี้ถึงประกาศไปก็ไล่ตามตัวเลขไม่ทันแล้วครับ เรามาดูตัวเลขที่รายงานเป็นวัน ๆ ไป ซึ่งก็จะทำให้เราเห็นทั้งเหตุทั้งผล ทั้งมาตรการที่จะออกมาใกล้ชิดอย่างนี้ดีกว่า ครับ ไปดูเปรียบเทียบกันของโลกนะครับ ไล่เลียงมา สหรัฐอเมริกา นะครับ ตัวเลขชันขึ้นไป แล้วทิศทางยังไม่ได้เป็นลักษณะที่จะไว้วางใจได้เลยนะครับ แต่ของทางสเปนของทางอะไรทั้งหลายนี่ หรือเยอรมันทิศทางก็จะทรง ๆ อยู่ นะครับ แล้วก็หลาย ๆ ประเทศก็เกาะกลุ่มข้างล่างตรงนี้ ไปดูทางเอเชียของเรา ปรากฏว่าอินเดียก็น่ากังวลใจนะครับ ประเทศของเขามีประชากรเป็นพัน ๆ คนนะครับ ใกล้เคียงกันกับประเทศจีน แต่ปรากฏว่าตัวเลขพุ่งขึ้นสูงมาก ซึ่งตรงนี้ไปดูของประเทศไทยของเรา เส้นออกสีฟ้าที่อยู่ตรงกลาง ๆ ซึ่งก็จะเรียกว่า น่าพึงพอใจไหม ก็ไม่สูงสุดก็ดีแล้วนะครับ เราอยู่ตรงกลาง ๆ แล้วทิศทางก็ต้องให้ลงมาให้ได้ในสิ่งที่เราพึงประสงค์นะครับ ไปดูการวิเคราะห์กันนะครับว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อในกรุงเทพมหานคร ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานะครับ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ของเมษายนนี้ สไลด์แผ่นนี้อยากให้ท่านผู้ชมได้เห็น แล้วก็ทำไมเราถึงเน้นย้ำว่า ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องล้างมือกันบ่อย ๆ ท่านดูนะครับว่า เหตุผลก็คือร่วมบ้านนะครับ ในตารางร่วมบ้านนี่นะครับ ติดเชื้อรวมกันนี่นะครับ ที่มาสืบค้นหากันแล้ว 102 ราย ถือเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่สุด นะครับ จากกลุ่มใหญ่นี้นะครับ เราจะเห็นทางซ้ายก่อน 288 ราย ที่บอกว่ามีผู้ป่วยสัมผัสใกล้ชิด เขาก็แยกออกมาเข้าตารางแผนนี้ที่มีลูกศรสีแดง แล้วพอแยกออกมา เขาก็สอบถามไปอีกว่าแต่ละคน ๆ ไปสัมผัสมาอย่างไรบ้าง กับเพื่อน ร่วมงานกัน หรือร่วมบ้านกัน ปรากฏว่าร่วมบ้านกันเยอะที่สุด ท่านจะอยู่ 2 คน 3 คน 4 คนในบ้าน ตั้งแต่ 2 คน อยู่ใกล้ชิดกับคนก่อนหน้านี้เขาติดเชื้อมาแล้วท่านถือว่า มีความเสี่ยงทั้งสิ้น นี่คือสิ่งที่ต้องทำให้เห็นนะครับ คนกรุงเทพมหานคร ในจังหวัดที่เราอยู่กันแออัดอย่างนี้ ก็ทำให้ลำบากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าพื้นที่ไม่เพียงพอ ใส่หน้ากากอนามัยไว้เสมอ มาดูต่างจังหวัดเหมือนกันไหม เหมือนกันอีกเหมือนกัน ก็คือ ในกลุ่มก้อนที่บอกว่า สัมผัสใกล้กับผู้ป่วยยืนยัน 340 ราย เอามาจำแนกแจกแจงวิเคราะห์ออกมา ก็เห็นตารางชุดที่บอกกับเราคือ ร่วมบ้านอีกเหมือนกันนะครับ 157 ราย หรือ 49 เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๆ ครึ่งหนึ่งติดเชื้อจากคนในบ้านกันเอง เพราะฉะนั้น ช่วงตอนนี้ เขาบอกว่าการแสดงความรักกันในบ้าน กอดหอมกัน ใกล้ชิดกัน ต้องเว้นระยะห่างนะครับ แสดงความรักอย่างอื่นได้ ส่งสติกเกอร์ผ่านไลน์ ผ่านอะไรทั้งหลายแทน อย่าใกล้ชิดกันสัมผัสกัน หลายคนบอกกลับถึงบ้านก็อาบน้ำนะครับ ก็สระผมอะไรทั้งหลาย อย่างที่ว่า ทำตามอย่างที่ว่า มาดูแนวโน้ม สัปดาห์ 11 12 13 14 15 ขึ้นมาไล่เลียงมาแต่ละสัปดาห์ เราจะเห็นว่าตัวเลขของกลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ พุ่งทยานไป 212 317 แล้วก็สัปดาห์ที่ 15 66 นะครับ ซึ่งอันนี้ก็จำเป็นที่จะต้องดูแล สิ่งหนึ่งที่อยู่ในกรอบสีแดงข้างล่างลงมา คือ คนไทยเดินทางมาจากต่างประเทศ ตรงนี้ถึงต้องเน้นย้ำว่า ทางศูนย์ฯ ถึงต้องมีมาตรการออกมา คนไทยเดินทางจากต่างประเทศ แล้วทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มเติมขึ้นมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 11 6 คน 7 คน ประทานโทษครับ 60 คน 83 คน จนกระทั่ง 14 คน แนวโน้มตรงนี้ที่เราจะต้องมาช่วยกัน ป้องกันคนอื่น ๆ ที่อยู่ในประเทศ จากการนำเชื้อมาจากต่างประเทศ ทำไมต้องมีเหตุมีผลที่จะต้องทำ State Quarantine อยู่ที่ข้อมูลชุดนี้ ต้องฝากทุกท่านทำความเข้าใจกันนะครับ มาดูในเรื่องของจำนวนของผู้ป่วยรายวัน จำแนกของที่มาตรการติดเชื้อ ก็จะเห็นว่า คนต่างจังหวัดนะครับ กราฟสีแท่งสีฟ้านะครับ ที่อยู่บนยอดทั้งหลายนี่นะครับ จะเห็นว่าต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น สีฟ้านี้ แต่แท่งที่เป็นสีเหลือง คือ ของกรุงเทพมหานคร แนวโน้มลดลง แต่อย่างไรก็ตามแต่ ถึงจำนวนลดลง เมื่อสักครู่นะครับ ยังสูงที่สุดของประเทศนะครับ ยังมากที่สุด แล้วก็การติดเชื้อจากต่างประเทศใน 7 วันล่าสุดนะครับ ต่างชาติไม่เกิน 10 รายต่อวัน ต่างชาติ 20 - 25 รายต่อวัน จากยุโรป ปากีสถาน อินโดนีเซีย นะครับข้อมูลชุดนี้ต้องยืนยันแล้วก็บอกกับท่านผู้ชมอยู่เสมอ เราถึงได้มีมาตรการตรงนี้ออกมา ผมก็ต้องฝากพี่น้องประชาชนนะครับ คนที่อ่อนแอตอนนี้คือ เด็ก แล้วก็ผู้สูงอายุ ห่างท่านนะครับ บอกให้อยู่บ้าน ท่านต้องห่างท่านด้วย ห้ามใกล้เด็ดขาด เพราะเป็นกลุ่มที่จะมีการเสียชีวิตมากที่สุดที่เราเคยบอกกันมา มีประเด็นที่จะได้นำเรียนนะครับ ตามมาตรการ เรื่องของการมีเคอร์ฟิวที่ว่า ซึ่งทางรัฐบาล ทางศูนย์นะครับ ทางผู้อำนวยการ หมายถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปว่า จะต้องมีเคอร์ฟิวตั้งแต่ 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันถัดไป เรามาดูกันนะครับ ผลของการปฏิบัติกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รายงานเข้ามาเป็นอย่างไร พบว่ามีผู้ที่ฝ่าฝืนแล้วออกนอกเคหะสถานในวันที่ผ่านมานะครับ คือ วันที่ 5 เมษายน ถึงวันที่ 6 ตอนเช้าวันนี้ พบว่าทั้งประเทศนี่ 919 ราย แล้วก็มีการรวมกลุ่มชุมนุมหรือมั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคในเคหะสถานอีกจำนวนหนึ่ง ประมาณ 79 ราย ถึงแม้จะเป็นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังไม่ร่วมมือกันนะครับ 2 ตัวเลขนี้รวมกันแล้วเป็นพัน ท่านต้องให้ความร่วมมือ ต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องทำงานหนัก มาดูครับว่าถ้าท่านไม่ทำเกิดอะไรขึ้น มีการตักเตือนนะครับ ในจำนวนของแต่ละภาคซึ่งทางตำรวจดูแลกันอยู่นะครับ จะเห็นว่าในภาค 2 จะเยอะที่สุด 142 คนนะครับ ที่ต้องมีการตักเตือน แล้วก็ดำเนินคดี นี่ครับ ตัวเลขของการดำเนินคดี 708 คน ที่จะต้องดำเนินคดี ตักเตือนไป 315 คน อย่าให้เป็นอย่างนี้เลยนะครับ ผมต้องการให้พวกเราได้ร่วมมือกัน ผมต้องเอาตัวเลขนี้มาบอกท่านเพราะว่าเป็นความสำคัญที่ท่านจะต้องร่วมมือ เราไม่อยากเห็นท่านต้องถูกดำเนินคดี เพราะว่าเป็นเรื่องง่าย ท่านจะต้องปฏิบัติ เพื่อท่านและครอบครัวของท่าน และสังคมไทยเรา มีมาตรการที่ต้องเพิ่มเติมนะครับ วันที่ 5 มีจำนวนจุดการตรวจที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ 836 จุด และ ณ วันที่ 6 คือ วันนี้จะต้องเพิ่มขึ้นอีก 923 จุด ต้องขอบพระคุณทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องทำงานหนักเพื่อพี่น้องประชาชนดูแลตรงนี้ ขอให้ท่านร่วมมือเถอะครับ อยู่บ้านในเวลาที่แจ้งไปตรงนี้นะครับ ติดตามในมาตรการถัดไปนะครับ เรื่องของผู้โดยสารที่รอติดค้างอยู่ต่งประเทศ จากมาตรการที่เราได้แจ้งไปนะครับ ขอให้เที่ยวบินต่าง ๆ ที่ตามมาจาก 158 ราย ที่วันก่อนมีความยุ่งยากในการดำเนินการอยู่นะครับ ตอนนี้มีตัวเลขของผู้ที่ต้องการ เขาเรียก transit ก็คือต่อเครื่องแล้วก็มาประเทศไทยเรานี่นะครับ ค้างอยู่จำนวนกี่คน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศดูแลอย่างดี ก็รายงานตัวเลขนี้ที่ญี่ปุ่น ที่ฮาเนดะ มี 32 คน โซล 35 คน เนเธอร์แลนด์ 1 คน รวมแล้ว 48 รายนี่ รอได้รับการดูแลอยู่นะครับ อยู่ที่สนามบินต่าง ๆ ซึ่งมีภาพส่งผ่านกันมา มีท่านตัวแทนของสถานทูตก็ไปดูแลนะครับ ชุดที่เครื่องอุปกรณ์อาบน้ำ ไปเปิดห้องให้อะไรทั้งหลาย นี่คือน้ำใจของสถานทูตที่ดูแลคนไทยกันอยู่ ด้านดี ๆ ถ้าท่านได้เห็นภาพอย่างนี้ท่านช่วยกันแชร์ด้วย เพราะคนที่ทำงานอยู่ทางนี้ก็ช่วยกันเต็มที่ ขณะเดียวกัน ความไม่สะดวกสบายต้องเกิดขึ้นแน่นอนครับ เป็นเรื่องที่เราจำเป็นที่จะต้องจัดระบบตรงนี้ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านสั่งการ วันนี้จะมีเที่ยวบินมาจากอินโดนีเซีย ซึ่งเขาขออนุญาตไว้ก่อนอยู่แล้ว จะมาลงที่สนามบินที่หาดใหญ่ ณ เวลา 16.00 นาฬิกา มีการเตรียมความพร้อมของศูนย์ EOC ต่าง ๆ ที่วันนี้จะมีการสั่งการ แล้วก็จะมีการรับคนไทย นะครับ 111 คนนี้ ไปอยู่ที่ ที่เราเรียกว่า State Quarantine ซึ่งต้องขอบคุณทุกท่านที่กำลังเดินทางเข้ามา โดยที่เราจะมีมาตรการที่เป็นแผนภูมิที่วันนี้ออกมาแล้วนะครับว่า ผู้โดยสารที่เข้าประเทศ จากทุกประเทศทั่วโลก จะต้องมีใบรับรองแพทย์ ต้องมีเรื่องของเรื่องของหนังสือที่รับรองการเดินทางอะไรทั้งหลายนี้ ที่กล่องสีเขียวด้านซ้ายมือ แล้วท่านก็ไปซื้อตั๋วมานะครับ ส่วนต่างชาติด้านขวามือนะครับ ตอนนี้เราห้ามคนต่างชาติ จำนวนมากทีเดียวนะครับ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นให้นะครับ เช่น ทูต ได้รับใบอนุญาตทำงาน คนที่จำเป็นที่จะต้องเข้ามา แต่น้อยลงมากนะครับ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ต้องขออนุญาตก่อนนะครับ ก็คือใบรับรองแพทย์ คือ fit to fly ออก 72 ชั่วโมง มาได้ เมื่อมีตั๋วแล้วเดินทางเข้ามา พอมาลงที่สนามบินหรือท่าอากาศยานประเทศไทย นานาชาติทั้งหลายนี้ต้องมากรอกแบบฟอร์ม ต.8 แล้วก็ติดตั้งแอปพลิเคชันที่อยู่ในมือถือ AOT Airport of Thailand เราติดตามทุกท่านได้อย่างดี เราไม่ได้ต้องการอะไรอย่างอื่นนะครับ เราต้องการดูแลเยียวยา ท่านถ้าป่วยก็ดูแลเยียวยาท่านรักษาท่าน ถ้าท่านยังดีอยู่ก็ติดตามท่านให้ท่านอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อให้เราได้มั่นใจว่ามีปัญหา หรือช่วยเหลือได้ไม่ทันท่วงที แล้วจะมีการคัดกรองเรื่องของสุขภาพของท่านในช่วงเวลาตรงนี้ พอลงมา กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็จะไปประจำจุดที่มีอยู่ ถ้าวันนี้อย่างที่หาดใหญ่ ก็คือ กระทรวงสาธารณสุขของทางสงขลา ก็จะไปร่วมมือกันตรงนั้น ผ่านตรวจคนเข้าเมืองเข้ามา นะครับ มีอาการไข้ก็ขวามือก็เข้าโรงพยาบาล ถ้าไม่มีอาการไข้กล่องซ้ายมือ ก็คือ เข้าไปที่ State Quarantine ซึ่งจะอยู่ที่ ถ้าที่หาดใหญ่ก็อาจจะอยู่แถว ๆ บริเวณนั้น หรือจะส่งไปอยู่ภูมิลำเนา จังหวัดไหนที่มี ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลาย จัดพื้นที่รองรับ ท่าน ดูแลอยู่ในพื้นที่อยู่ เพราะฉะนั้น ขอทุกท่านได้เข้าใจแล้วก็มีการที่จะร่วมมือกันด้วยนะครับ โดยเราจะใช้มาตรการนี้เป็นภาพรวมของทั้งประเทศ มีคำถามบอกว่า แล้วหลังจากนี้ล่ะ จะมีคนกลับมาอีกเยอะแยะแค่ไหน เท่าที่รับทราบกันมา ที่บอกว่าจากทาง AFS จากทางสหรัฐอเมริกา จำนวนหนึ่งซึ่งตรงนี้ ท่านบางท่านก็จะเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน สายการบิน หรือจะกลับมาหลัง 15 เมษายน ก็จะมีอีกจำนวนหนึ่ง เราต้องการทราบครับว่า คนไทยแต่ละที่จะกลับมาเมื่อใด เพื่อที่จะสร้างมาตรการรองรับท่าน ขอได้โปรดท่านได้ติดต่อไปยังสถานทูตทุกแห่งทั่วโลกนะครับ เดี๋ยวเราขึ้นเบอร์ให้นะครับ หรือจะโทร. มาตามเบอร์นี้นะครับ ผมไม่แน่ใจ ตัวเล็กมากครับหมายเลขตรงนี้ ท่านจะได้เห็น หมายเลข hotline ของสถานเอกอัครราชทูต และทางกงสุลใหญ่ อันนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นะครับ แล้วก็กลุ่มเอเชีย ถัดไปนะครับ เป็นของทางยุโรป ทางตะวันออกกลาง ทางลาตินอเมริกา ทางอเมริกาเหนือมีหมดครับ ตอนนี้ ท่านสามารถที่จะหาได้จาก แล้วมี Call Center ที่เป็นตัวเลขข้างล่างได้นะครับ กรมการกงสุล สามารถ โทร. ติดต่อได้ เพื่อที่จะบอกได้ว่าท่านเข้ามาวันไหน ซื้อตั๋วมาแล้วเรียบร้อย แล้วก็กำลังเดินทางมา ถ้าเป็นเด็ก ๆ ทั้งหลาย ผู้ปกครองช่วยบอกกับทางต้นทางตรงนี้ด้วยก็ได้นะครับ หรือจะโทรไปที่ EOC ของทางเราได้ ที่สนามบินสุวรรณภูมินะครับ เดี๋ยวเราจะมีเบอร์ ก็บอกให้ทราบกันว่าเราพยายามดูแลลูกหลานคนไทยกันทุกคน ตามที่ทุกท่านต้องการนะครับ แต่ความสะดวกสบายนั้น ก็คงมีข้อที่จะต้องปรับเปลี่ยนอะไรกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา อันนี้ก็นำเรียนไว้ครับ เบื้องต้นก็นำเรียนไว้ตรงนี้ก่อนครับ คงน่าจะมีคำถามอะไรเกิดขึ้น เชิญครับ // วันนี้มีหลากหลายคำถามนะครับ โดยเฉพาะพี่น้องสื่อมวลชนนะครับ ที่มีการร่วมมือในการลดความแออัดในห้องแถลงข่าว ได้ฝากคำถามมานะครับ ประเด็นแรกมีหลากหลายสำนักสอบถาม ไม่ว่าจะเป็นจากทั้ง TNN ไทยรัฐทีวี MCOT นะครับ สอบถามเรื่องกรณีที่มีการแชร์เอกสารราชการที่บอกว่า จะมีการคุมเข้มการระบาดของโควิด-19 มีการตีความว่าจะมีการนำไปสู่การประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งบางสำนักระบุวันด้วยที่มีการส่งต่อใน LINE วันที่ 10 เมษายน เดี๋ยวให้คุณหมออธิบายรายละเอียดตรงนี้ครับ // นี่ครับ นี่คือข้อห่วงใยที่ทางศูนย์เราถึงต้องมีการแถลงข่าวรายวันทุกวัน เพื่อที่จะได้แจ้งข้อเท็จจริง ยังไม่มีการประกาศนะครับ สถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงแต่อย่างใด เพราะตอนนี้เราเพิ่งประกาศในช่วงเวลาของ 6 ชม. คือช่วง 4 ทุ่ม ถึง ตี 4 ทุกวัน ซึ่งทุกท่านยังต้องการการปรับตัว ยังต้องการที่จะต้องใช้เวลาในการที่จะดูแลตัวเอง ถ้าท่านทำได้นะครับ และตัวเลขของการติดเชื้อใหม่ลดลง มาตรการอื่น ๆ ไม่ต้องมีเลยครับ แต่ถ้าตัวเลขนี้ยังเพิ่มขึ้น จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข แสดงว่ามาตรการที่มีอยู่ไม่เพียงพอถึงตรงนั้น อาจจะมีการปรับเพิ่ม แต่ ณ วันนี้ ยังไม่ได้เป็น 24 ชั่วโมงแต่อย่างใด ซึ่งมาตรการที่มีการแชร์กันออกไปก็คงจะเชื่อมโยงกันกับเรื่องของประกาศของท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านได้ชี้แจงบอกว่าเจตนาของเอกสารชุดนี้ที่ออกไป คือ สื่อสารไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนของ พูดง่าย ๆ ก็คือ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ทั้งหลายนี่ คือ ท่านต้องแปลงจากนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ท่านก็แจกแจงออกมาเป็นข้อ ๆ ท่านก็ใช้คำว่า "เตรียมการเพื่อยกระดับ" ซึ่งก็เป็นข้อมูลโดยธรรมดานะครับ ซึ่งยังไม่ได้บอกว่ายกระดับ เตรียมการเพื่อยกระดับ เรียกว่าอะไรครับ การใช้คำที่ถูกต้อง ท่านก็แจกแจงมาครับ ทั้งในเรื่องของเตรียมคนเข้าพื้นที่ต้องมี State Quarantine จะต้องไปหาที่พัก ที่อยู่ หรือที่ ๆ จะต้องบรรจุคนเหล่านี้ ที่ต้องไปอยู่ตรงนี้ จะได้ไปดำเนินการ ซึ่งเท่าที่ทราบมาภาคใต้ก็จะต้องใช้พื้นที่อย่างที่ว่านี้นะครับ ที่จะมานี้ ก็ต้องหาจัดสถานที่นะครับ แปลงจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติ แล้วก็ต้องมีการทำแผนเผชิญเหตุ ต้องมีการควบคุม การกักตุนสินค้า วางแผน Logistics วางแผนระบบโลจิสติกส์ เครื่องอุปโภค บริโภคอะไรต่าง ๆ เอาไว้ แล้วก็ให้มีระบบรายงานยืนยันว่า นโยบายที่เกิดขึ้นจากท่าน ผอ. ศูนย์บริหารสถานการณ์นี้ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง อันนี้นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ท่านไปแปลงสื่อกันเอง สื่อทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อบุคคลหรือสื่อที่เป็นสำนัก อะไรต่าง ๆ พออ่านเอกสารของทางราชการไม่ออก ผมไม่อยากใช้คำว่า "เป็นตุเป็นตะขึ้นมา" ซึ่งอันนี้ก็จะทำให้เกิด คนที่จะไปกักตุนสินค้า หรือ จะรีบไปหาข้าวของอะไรมา เพราะกลัวว่าจะออกจากบ้านไม่ได้ ก็กลัวกันไป ซึ่งไม่เหมาะไม่ควรในเวลาอย่างนี้เลยนะครับ ต้องขอพวกเราทุกคนนะครับ ถ้าไม่มั่นใจตอนนี้เราอยู่ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การแปลงข้อมูลไม่เป็นจริง มีโทษ แล้วเราจะต้องมีการเข้มงวดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ฟังช่วงเวลาที่พวกเรามีการแถลงสดอย่างนี้เป็นที่สุดนะครับ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจากนี้ผมได้รับมอบหมายทำหน้าที่ เป็นผู้ที่ต้องมาประกาศมาแจ้ง แต่ถ้าทุกวันไม่มีอะไร 11.30 น. ในช่วงเวลาของวันที่ไม่ได้มีเวลาของการประชุม ผมจะมาอยู่ตรงนี้ ถ้ามีวันประชุมอาจจะช้าไปสักหน่อย อาจจะเป็นเที่ยงครึ่ง รอให้ท่านนายกฯ เป็นผู้ที่ประธานการประชุม ๆ เสร็จ ผมจะนำทุกเรื่องโดยเร็ว มานำเสนอพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง ช่วงเวลาอื่นจะเห็นว่าไม่ได้มีอะไรออกไป ก็นะครับก็ไม่ได้มีสิ่งที่ท่านต้องกังวลใจใด ๆ ทั้งสิ้นครับ // ครับ คำถามต่อไปครับ กรณีที่ ณ ปัจจุบันมีหลายองค์กร หลายภาคส่วนพยายามที่จัดหาหน้ากากอนามัย หรือว่าหน้ากาก N95 บริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ หรือว่าเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ แต่ก็ยังปรากฏว่า ยังมีความกังวลครับ ว่าหน้ากากที่จัดซื้อจัดหาอาจจะเป็นหน้ากากที่ไม่ได้มาตรฐาน ถ้าบุคลากรทางการแพทย์นำไปใช้แล้วจะมีปัญหาหรือไม่ หรือว่ามีแนวทางในเรื่องนี้อย่างไรครับ // มีรายงานเข้ามาจำนวนมากเลยครับ ทั้งในเรื่องที่ออกมาทาง Social Media ซึ่งสื่อมวลชนก็ได้มีการหลอกขายนะครับ อย่างที่เราเคยเห็นภาพของการซื้อมาบริจาคแล้วไปแกะดูแล้วปรากฏว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ว่าบางมาก แล้วก็ไม่มีตัวฟิลเตอร์ มีอะไรทั้งหลาย ซึ่งตอนนี้มีการกระจายอยู่เต็มไปหมด มี Demand คือในส่วนของการใช้จริง ๆ ครับ ทุกคนต้องการใช้มาก แล้วก็ทั้งการแพทย์ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ว่านี้นะครับ แล้วก็มีบางคนก็ต้องการ คือ ต้องการซื้อมาบริจาค คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ ปรากฏว่า คนที่ซื้อมาก็ไม่ทราบว่าสิ่งที่ตัวเองซื้อมานั้นมันไม่ถูกต้อง มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ตัวเองจะมีความรู้ที่จะไปตรวจสอบอย่างที่บอก นี่แค่หน้ากากอนามัยที่ดูง่าย ๆ นะครับ ในกรณีของ N95 หน้ากากทางด้านการแพทย์ ซึ่งจะต้องมีราคาสูงขึ้นไปอีกแล้วก็จะมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ต้องกันเชื้อโรคละเอียดลงไปอีกท่านก็ไม่รู้ แต่ท่านก็ซื้อไป ปรากฏว่าเป็นหน้ากากกันฝุ่นเฉย ๆ แล้วก็เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียง นี่ครับ FFP1 ไม่ใช่ N95 ก็มีข่าวบอกกันออกมา ทางองค์การอาหารและยานะครับ มีความห่วงใย ก็ได้ออกข่าวมาบ่อย ๆ นะครับ ว่าถ้าท่านไม่รู้อย่าไปซื้อเลยครับ หรือว่าถ้าท่านมีจิตเป็นกุศล อยากจะบริจาค ท่านถามปลายทางท่านก่อน ไม่ใช่ไปขอซื้อมาแล้วก็คิดว่าใช่ แล้วก็จะเอาไปให้ที่โรงพยาบาล แล้วโรงพยาบาลเห็นก็ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ จะไม่รับก็ไม่ได้ จะไปประเจิดประเจ้อกันอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นละครับ พอเสร็จแล้วก็ต้องไปถูกกองวางไว้เป็นของที่ไร้ค่า เราคงเคยเห็นนะครับ ก็มีเรื่องที่ทางพระสงฆ์ออกมา ท่านก็ออกมาบอกว่าสังฆทานหลายเรื่องที่ซื้อมา ญาติโยมซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ จากร้านอะไรทั้งหลาย ที่ไม่มีคุณภาพนี่ ไม่มีของข้างใน แกะออกมาแล้วของหมดอายุ ประมาณการเหมือนกันครับ คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ พอได้สินค้าตรงนั้นออกมา กลับไม่มีคุณค่าในทางการแพทย์ได้เลย เพราะฉะนั้นท่านจะบริจาคอะไร จะซื้ออะไร ขอให้ติดต่อกับทางการแพทย์ กับโรงพยาบาลกับส่วนที่ท่านรู้กันก่อน เพราะฉะนั้นอย่าซื้อเขาเด็ดขาด ปล่อยให้เขาซื้อ Stock มาแล้วใช้ไม่ได้ ปล่อยเขาไปครับ ส่วนเรื่องที่จะต้องมีการ Supply หรือมีการจัดหาให้ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขวางแผนไว้หมดแล้ว โดยท่านนายกรัฐมนตรีก็มีงบกลางมาวางไว้แล้ว งบกลางให้มาซื้อแล้ว อย่าง N95 ให้กระทรวงสาธารณสุขคิดมาเลยว่าใช้เท่าไร อย่างตัวเลขกลม ๆ ที่ผมจำได้ ณ ตอนนี้คือให้ไปเลยวันละ 60,000 แล้วก็ไปหาของมา ซึ่งตอนนี้คนที่จะผลิตชุดใหญ่อยู่ที่ทางด้านของประเทศจีน ซึ่งก็จะมีการจัดหาเข้ามา แล้วก็นำเข้ามาเพื่อใช้ในบุคลากรทางการแพทย์นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกคลี่คลายไป เพราะตอนนี้ถูกใช้ไปหมด มีศักยภาพฉันมีเงิน ทำไมรัฐซื้อไม่ได้ ฉันนี่ซื้อได้ ฉันจะแสดงให้ดู ฉันจะซื้อไปให้โรงพยาบาล ถ้าได้ของถูกต้อง เราก็ขออนุโมทนาบุญกับท่านด้วย แต่หลายแห่งครับ ไปกองไว้อยู่หลังโรงพยาบาล ซึ่งใช้ไม่ได้ แล้วก็มีข่าวออกมาว่าแล้วทำไมไม่เอามาใช้ล่ะ แสดงว่าเอาไปซุกไว้สิ เอามาโชว์สิ จริง ๆ แล้วเป็นของใช้ไม่ได้ ถ้าเอาไปให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เดี๋ยวเขาติดเชื้อขึ้นมา ยุ่งอีก ผู้บริหารไม่อยากให้ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหน้านะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่รู้จริง กรุณาได้สอบถามให้เรียบร้อยเราจะได้ประสาน โซเชียลเขาเรียกอะไรตอนนี้ ก็ไม่ดรามาขึ้นมา แล้วเราก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข แล้วคนใช้ก็จะได้ของที่ถูกต้องนะครับผม (คุณศุภนันท์) ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นคำถามที่มาจาก Facebook Live เข้าใจว่าท่านนี้อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ไปลงทะเบียนใน website เราไม่ทิ้งกัน.com พอไปศึกษารายละเอียด ตัวเองอยากไปยกเลิก ไปผิดอย่างที่จะมีการยกเลิก เรื่องนี้ทางกระทรวงการคลังก็ได้มีการชี้แจงออกมาแล้ว เดี๋ยวให้ท่านโฆษกชี้แจงตรงนี้ครับ // ก็ยอดตัวเลขพุ่งไปถึงตอนนี้ถึงเท่าไรนะ รู้สึกผมจะมีสไลด์ฝากเอาขึ้นมาดูสักนิดหนึ่งครับ นี่ครับ ๆ คือ 24.2 ล้านคน ที่ลงทะเบียน นะครับต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่เยอะมากครับ เพราะที่เราตั้งโจทย์ไว้เท่าที่ผมรับฟังจากกระทรวงการคลัง โดยท่านโฆษกกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าไว้ 3 ล้าน แต่ปรากฏว่าเพิ่มทะยานไป 10 ล้าน ว่าเยอะแล้วสำหรับการลงทะเบียนวันแรกของโครงการ วันนี้มาถึง 24.2 ล้านคน ประทานโทษครับ ถ้าคนละ 5,000 ท่านคูณตัวเลขเข้าไปนะครับ งบประมาณอย่างนี้ถ้าจะต้องไปใช้ด้านนี้ด้านเดียว ถ้าในการรักษาพยาบาล ทางด้านอื่น ๆ คงจะต้องมีปัญหาแน่นอน หลายคนได้เขาเรียกว่าอะไรครับ แสดงความรับผิดชอบ ตอนนี้ตัวเลขที่มีคนเข้าไปยกเลิก หลังจากที่พอมารับฟัง จากทางท่านโฆษกกระทรวงการคลัง จากท่านกระทรวงการคลัง และเข้าใจแล้วไปยกเลิก 3 แสนคน ต้องขอบคุณท่านด้วยครับ จะได้ไม่เป็นภาระงานของหน่วยงานส่วนต่างๆ ที่ต้องเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นถ้าท่านรู้ตัวท่านดี ตอนนี้มีเวลานั่งแจกแจงไปดูคุณสมบัติ ไปดูแล้ว ตัวเองลงไปแล้ว ไปถอนออกได้เลยครับ เพราะว่าไม่ใช่ด้านหนึ่งเขามี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่เราเคยได้ยินกันนะครับ มีการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จมีโทษด้วย แล้วตรงนี้ก็ทำให้เกิดกระบวนการของการยุ่งยากที่จะต้องมาจัดการ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเป็นคนลง เป็นคนใส่ ท่านก็ควรไปเอาออกเสีย ถ้าวันหนึ่งได้ 300,000 กว่า ถ้าลงออกไป เอาออกไปสักเป็นล้านเป็นอะไร ภาระงานต่อทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลังก็จะได้ลดน้อยลง การไปช่วยเหลือ เยียวยา กับคนที่มีผลกระทบโดยตรง ก็จะได้เร็วขึ้น มาตรการนี้ต้องการจัดการ ช่วยเหลือกับคนที่มีผลกระทบโดยตรงมากกว่่า รายได้ก็ไม่เกิด ทำอย่างไรเขาจะได้เงินตรงนี้โดยเร็ว เงิน 5,000 บาท มีคุณค่ากับทุกท่านถ้าท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ ถอนชื่ออกจากในระบบออนไลน์เลยครับ // คำถามถัดไปนะครับจากทาง ThaiPBS นะครับ ถามว่าจากรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างที่อินเดีย มีทั้งนักเรียน คนที่ไปทำงานไม่น้อยกว่า 400 คน จากที่จะมีการเดินทางกลับ หรือขอรับความช่วยเหลือ ทางศูนย์มีแนวทางอย่างไรครับ // ก็เป็นคำถามที่จะเชื่อมโยงไปยังเมื่อสักครู่นะครับ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทุกคนครับ ถ้าใครต้องการที่จะกลับบ้าน ก็เป็นหน้าที่เป็นสิทธิของท่านที่จะกลับมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รายงานตัวไปยังศูนย์ฯ นะครับ ทั่วประเทศ ถ้าอินเดียก็ไปที่สถานทูตที่ประจำอยู่ที่ประเทศอินเดีย ดังที่เป็นรายงานอ่าน เดี๋ยวให้ขึ้นมาอีกทีก็ได้ครับ ทางด้านเอเชียของเรา ซึ่งก็จะช่วยทำให้อำนวยความสะดวก 1. ก็คือ ท่านไปดำเนินการทุกอย่างอย่างที่บอกมา แล้วมีใบรับรองแพทย์ ทำตามกติกาที่วางไว้ แล้วถ้าหา flight บินเรียบร้อยแล้วก็ต้องแจ้งสถานทูต เพราะว่าเราจะได้เตรียมท่าน ท่านไม่ได้แค่เตรียมของตัวท่านเองอย่างเดียวนะครับ พอท่านจะกลับมานี่ ท่านทราบไหมครับว่า ต้องมาเตรียมภาระงานที่จะเกิดขึ้นจากท่านจำนวนมาก มีโรงแรมแห่งหนึ่งที่เรารับคนมาอยู่ได้ประมาณสัก 100 ห้อง เดิมเราก็จะต้องการให้ห้องละ 2 คน ซึ่งยังเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ บางท่านก็บอกว่านอนไม่ได้ จะต้องขอคนเดียว ถ้าท่านก็ต้องนอนคนเดียว คนอีก 100 คนที่เหลือจะต้องไปหาโรงแรมใหม่ ไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่ที่จะต้องดูแลท่าน เสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำให้ท่านวันละ 3 มื้อยังต้องมีแพทย์ที่จะเข้าไปดูแลด้วย บุคลากรทางการแพทย์ที่จะต้องเข้าไปให้ความรู้ รวมถึงตรวจท่านนะครับ หรือมีช่วงมีการตรวจไข้ทั้งเช้าทั้งบ่าย มีคนอีกหลายคน ฝ่ายมั่นคง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหารที่จะต้องเข้าไปควบคุมดูแลสถานที่ให้ท่านอีก ไม่ใช่ท่านต้องการกลับมา แล้วต้องเกิดขึ้น กระบวนการทันทีทันใดแล้วจะได้นะครับ ขอให้ท่านรับทราบ เรียกว่าความพร้อมของพวกเราที่ต้องเตรียมให้ท่านด้วย อยากจะกลับมาพรุ่งนี้ วันนี้จองตั๋วปุ๊บแล้วกลับมาเลยก็ตามใจท่าน แต่ว่ามันอาจจะไม่สะดวกอย่างที่ท่านเคยเห็นมา เพราะฉะนั้นตอนนี้ขอให้ท่านรายงานตัว นะครับ แจ้งความประสงค์และวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับทางเรา มีการประชุม ศบค. ไปแล้วนะครับ ว่าความสามารถในการรองรับคนไทยกลับมาในประเทศไทย ได้ประมาณวันละ 200 คน เพราะฉะนั้นถ้าท่าน ตอนนี้ตัวเลขที่เห็นมาแล้วนี่ก็ไม่ได้เยอะมากมายนะครับ ยังเป็นหลักร้อย ถ้าท่านต้องการจะมาตอนนี้ให้ท่านรีบรายงานตัวไป ก็จะมี ระหว่างที่ท่านขอใบรับรองแพทย์ ระหว่างที่ท่านรอ flight บิน ถ้าท่านจองได้ก็อาจจะต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นก็ทยอยมา ถ้าอันไหนเข้าคิวได้แล้ว ไม่เกิน 200 ท่านก็กลับมา แล้วเราก็ดูแลท่านอย่างดี จะได้ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกครับ (คุณศุภนันท์) คำถามต่อไปนะครับ เป็นคำถามจากทางด้านของ PPTV และ Nation TV นะครับ จริง ๆ คำถามที่คล้ายกัน ขอสรุปนะครับ ถามเข้ามาเรื่องของพลาสมาของผู้ป่วยโควิด-19 บอกว่าจะนำมารักษาอาการของผู้ป่วยรุนแรง รักษาได้อย่างไร ขั้นตอนวิจัยถึงไหน แล้วทางแพทย์จะไปติดต่อผู้ที่ป่วยที่รักษาโควิดที่รักษาหายไปแล้วนี่ ได้อย่างไรครับ // ครับ โรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมา แล้วก็ยารักษาโดยตรงนี่ยังไม่มี ถึงแม้จะพูดถึงว่ามียาบางตัวที่นำมาจากเมืองจีน มาจากทางญี่ปุ่นนะครับ แล้วก็ทางวัคซีนก็ยังไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการค้นหาวิธีการในการรักษานี้ทางแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ล้วนแล้วมีความต้องการที่จะได้หาหนทางช่วยเหลือคนไข้ของเรา การใช้พลาสมา ซึ่งในพลาสมามันเป็น พูดง่าย ๆ ก็เป็นสารประกอบอยู่ในเลือดของเรานี่นะครับ คนที่ติดเชื้อแล้วหายแล้วจะมีภูมิคุ้มกัน โดยหลักฐานทางวิชาการนะครับ เหมือนเราได้ติดเชื้อเรื่องของเป็นหัดขึ้นมานี่ เราก็จะเริ่มมีภูมิคุ้มกันของหัดขึ้นมา เกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้นในน้ำเหลืองของเราในพลาสมาของเรา หรือสารประกอบเลือดของเราก็จะมีตรงนี้เกิดขึ้นมา ประโยชน์ของการมีภูมิคุ้มกันตัวนี้ก็จะเอาไปใช้ในการที่จะช่วยยับยั้งเชื้อ ฆ่าเชื้อหรืออะไรก็แล้วแต่นี่ของการติดเชื้อของคนที่ป่วยอยู่ตอนนี้ ที่ร่างกายเขาไม่ไหว เขาสู้ไม่ได้ ก็จะมีการให้สารประกอบที่เรียกว่า "พลาสมา" นี้ กับรายที่ป่วยอยู่ บางรายก็ประสบความสำเร็จ บางรายก็ใช้ประกอบกับการรักษาอื่น ๆ ตรงนี้ทางสภากาชาดไทยนะครับ โดยทางท่านที่เกี่ยวข้องนะครับ ทั้งผู้บริหาร ทั้งแพทย์ ทั้งนักวิชาการ แล้วก็นักปฏิบัติการต่าง ๆ พยายามที่จะช่วยเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าท่านจะให้ความร่วมมือก็ดีครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่อยู่ในการดูแลของแพทย์นะครับ แล้วก็วิวัฒนาการหรือความรู้พวกนี้จะถูกรวบรวมเข้ามา แล้วนำไปสู่การหาหนทางที่ประสบความสำเร็จของคนไทย ที่จะเป็นชุดข้อมูลที่สำคัญ ที่อาจจะไปมีความสำคัญที่อาจจะไปชี้นำคนอื่นได้ด้วย ต้องขอบคุณกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องช่วยกันครับ ครับ // คำถามต่อไปนะครับ เป็นคำถามจากช่อง 7 สอบถามเข้ามาเรื่องอาชีพที่ต้องทำงานในช่วงเคอร์ฟิว ที่ก่อนหน้านี้จะมีการประกาศสำหรับบางอาชีพ และจะมีการประกาศเป็นการทั่วไป เมื่อไร แล้วระหว่างนี้ผู้ได้รับผลกระทบจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นผู้กรีดยาง ประมง ขนส่งผัก (นายแพทย์ทวีศิลป์) ก็ประกาศอย่างไร ก็กลับไปดูตามนั้นอีกรอบหนึ่งนะครับ เพราะว่า ท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้ชี้แจงลงไปแล้ว ก็พยายามหลักการของข้อกำหนดที่ว่านี้ออกมานี่ คือต้องการให้มีการออกมาจากนอกบ้านน้อยที่สุด คนที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ซึ่งก็ปรากฏอยู่แล้วนะครับ ไม่ต้องทวนความ มีหลายสาขา หลายวิชาชีพ หลายกลุ่มอาชีพทั้งหลาย ซึ่งถ้าท่านได้เห็นว่าท่านมีความสำคัญจำเป็น ท่านก็ไปขออนุญาตเพิ่มเติมขึ้นมาได้ โดยใครครับ ก็อาจจะถามไปยัง ง่ายที่สุดก็คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ของท่าน ซึ่งเขาจะต้องตั้งด่านอะไรทั้งหลายนะครับ จุดตรวจทั้งหลายที่เกิดขึ้นมา หรือ สถานีตำรวจก็ได้ครับ ว่าท่านมีความจำเป็นอย่างนี้ แต่คืนนี้มีการเจ็บป่วยได้ไข้ ต้องไปโรงพยาบาล ถ้ามีเหตุผล ความจำเป็นสำคัญจริง ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจผมเชื่อว่าท่านมีหน้าที่บริการประชาชนอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่จำเป็นอยู่บ้านดีที่สุดครับ (คุณศุภนันท์) คำถามต่อไปจากทางพี่ ๆ สื่อมวลชน จากทาง PPTV นะครับ เข้าใจว่าน่าจะได้ยินที่เราคุยกันนะครับ ก็มีการถามต่อไปว่า หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยเฉพาะ N95 นี่จะมีการส่งให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือ เพราะว่ากลุ่มนี้อาจจะเป็นด่านแรก ที่ต้องไปรับกลุ่มเสี่ยงที่มีการติดโควิดครับ // ครับ เรื่องของหน้ากากอนามัย N95 นี่ จะยกระดับขึ้นมากกว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ที่ผมใช้กันอยู่ตรงนี้นะครับ N95 จะเป็นหน้ากากอนามัยที่กรองเชื้อโรคนะครับ แล้วก็เรื่องของคุณสมบัติก็จะสูงกว่า ราคาก็จะแพงกว่า ตอนนี้ในของการจัดสรรเข้าไปให้กับทางกลุ่มกู้ชีพหรือกลุ่มอะไรทั้งหลายนี่ เป็นเพียงหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ซึ่งก็ต้องใช้เหมือน ๆ กันกับทางโรงพยาบาล ตอนนี้ก็ใช้อยู่ครับ ส่วนเรื่องของการจัดการเรื่องของตรงนี้นะครับ ในสัดส่วนเรื่องของหน้ากากอนามัยทางการแพทย์นี่ มีทางกู้ภัยอยู่ในโควตานั้นอยู่ด้วย แต่ N95 นะครับซึ่งตอนนี้อย่างที่บอก ขาดแคลนไปทั่วโลก ยังไม่ได้มีการวางแผนจัดการลงไปถึงระดับของพื้นที่ทั้งหมดนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็ผมเชื่อว่าตอนนี้ในส่วนของการที่จะวางแผน ทุกคนทุกฝ่ายล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น แต่จะต้องแยกแยะเป็นความเสี่ยงมากน้อย โดยทางกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นคนที่ดูแลของท่าน แล้วก็จะจัดการเรื่องของต่าง ๆ ผมเชื่อว่า ถ้ามาตรการของการจัดการเรื่องหน้ากากอนามัย ซึ่งตอนนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง กำลังจะไปถึงทางกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปลายทางเป็นอย่างไรเดี๋ยวทาง N95 นะครับ ก็จะมีมาตรการที่จะออกมารองรับ ให้กับกลุ่มคนที่มีความสำคัญจำเป็นที่จะต้องใช้อย่างแน่นอนครับ (คุณศุภนันท์) ครับ นะครับต้องขอบพระคุณนะครับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ท่านโฆษก ศบค. นะครับ ก็ได้นำเรียนทั้งเรื่องของสถานการณ์ประจำวัน รวมทั้งนะครับ มิติต่าง ๆ มาตรการต่าง ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐออกมา เพื่อพยายามที่จะลดการแพร่เชื้อกระจายของตัวเชื้อไวรัสโควิด-19 จากพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งทุกคนนั้นล้วนมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน เหตุการณ์นี้จะจบเร็วหรือไม่ นอกจากเราจะมีการแถลงเป็นภาษาไทยแล้ว เรายังมีการแถลงข่าวเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในประเทศ รวมถึงสื่อมวลชนต่างประเทศที่ติดตามข่าวในประเทศไทยอยู่ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องไปพร้อม ๆ กันครับ ลำดับต่อไปขออนุญาตกราบเรียนเชิญ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กราบเรียนเชิญครับ // (คุณณัฐภาณุ นพคุณ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ นพคุณ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณศุภนันท์) กราบขอบพระคุณรองอธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงโฆษกกระทรวงทารต่างประเทศนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณครับ คือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ ผมศุภันท์ และทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր