--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.00 (7 เม.ย. 63) subtitle: date: วันอังคารที่ 7 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (คุณสุภนันท์ ฤทธิมนตรี) สวัสดีครับขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันที่ ที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2563 นะครับ คุณผู้ชมยังคงติดตามเราได้หลากหลายช่องทางนะครับ รวมทั้งสถานีวิทยุนะครับ และทั้งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ที่ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสดจากศูนย์แถลงข่าวแห่งนี้ไปนอกจากนี้เรายังมีการจัดทำคำบรรยายแทนเสียงนะครับ สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน เช่นเคยครับ วันนี้เริ่มต้นกันด้วยของโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) สวัสดีพี่น้องประชาชนครับ ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานแถลงการในเรื่องของการทำงานของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 7 เมษายนนี้นะครับ เพื่อเป็นสิริมงคลของการแถลงข่าวในวันนี้ผมขออนุญาตได้นำกระแสพระราชดำรัส ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 พร้อมทั้งรับพระราชทานพระบรมราโชบาย ทางการแพทย์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน2563 นี้นะครับ มีอะไรที่จะมีส่วนช่วยเหลือ ที่จะแก้ปัญหา มีอะไรที่จะมีส่วนช่วยเหลือที่จะแก้ปัญหา เราก็ยินดี เพราะว่าก็เป็นปัญหาของชาติ ซึ่งเรื่องโรคระบาดนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของใคร แล้วก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เรามีหน้าที่ที่จะแก้ไขให้ดีที่สุด อย่างที่เคยพูดไว้ว่า ถ้าเผื่อมีความเข้าใจในปัญหา ไม่ใช่หมายความว่า ยอมรับตามบุญ ตามกรรม แต่มีความเข้าใจในสถานการณ์ มีการเข้าใจในปัญหา และความรู้เกี่ยวกับโรค ก็คือความเข้าใจในปัญหานั่นเอง อันแรกก็เป็นอย่างนี้ อันที่ 2 ก็คือจากข้อที่ 1 ก็คือมีการบริหารจัดการ มีแผนเผชิญเหตุ มีระบบในการปฏิบัติ แก้ไขให้ถูกจุด รู้ปัญหา แก้ไขให้ถูกต้อง มีการบริหารจัดการแล้วก็ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องให้ประชาชนได้เข้าใจถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง และเหตุผลที่จะต้องปฏิบัติ เพราะว่าการมีระบบหรือแผน และการปฏิบัติตามแผนที่ได้วางไว้ตามความเป็นจริง ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แก้ถูกจุดก็จะลดปัญหาลงไป และแก้ได้ในที่สุด ฉะนั้นก็เชื่อแน่ว่าจะต้องแก้ไขและก็เอาชนะอันนี้ได้ เพราะว่าประเทศของเรานี่ ก็นับว่าทำได้ดี ประเทศของเรานี่ น่าภูมิใจว่าทำได้ดี และทุกคนก็ร่วมใจกัน และก็ดีกว่าที่อื่นอีกหลายที่ แต่บางทีก็ต้องเน้นการทำงานมีระบบด้วยความเข้าใจ และการมีระเบียบวินัยในการแก้ปัญหาโดยมีเป้าหมาย ว่าเราจะต้องต่อสู้ให้โรคนี้สงบลงไปได้ในที่สุด เพราะว่าโรคมาได้ โรคก็ไปได้ แต่โรคจะไม่ไป ถ้าเราไม่แก้ไขปัญหา เราไม่แก้ไขให้ถูกจุด หรือเราไม่มีความขันติอดทนที่จะแก้ไข บางทีก็ต้องเสียสละในความสุขส่วนตัวบ้าง หรือเสียสละในการสร้าง กล้าพอที่จะสร้างนิสัยหรือสร้างวินัยในตัวเองที่จะแก้ไขเพื่อตัวเอง เพื่อส่วนรวม อันนี้เราก็ขอเป็นกำลังใจให้ ท่านผู้ชมครับ ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณนะครับ ของปวงชนชาวไทย ที่พระองค์ท่านได้มีกระแสพระราชดำรัชอย่างนี้นะครับ เราเองก็ต้องทำตามที่มีกระแสพระราชดำรัชมาในวันนี้ แล้วก็ในวันต่อ ๆ ไปเพื่อให้โรคเหล่านี้ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ ได้ลดน้อยถอยลงลนะครับ วันนี้เราเริ่มเข้าไปสู่การรายงาน นะครับ สถานการณ์ประจำวันเลยนะครับ ก็มีตัวเลขที่ต้องรายงานวันนี้ ผู้ป่วยใหม่ 38 ราย สะสมวันนี้ 2,258 ราย ใน 66 จังหวัด แล้วก็หายป่วย 824 ราย ตัวเลข 38 รายมาในวันนี้นี่ ทำให้วันนี้ผมรู้สึกหัวใจพองโต รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ในเหตุ ในผลต่าง ๆ ที่เราทำกันมาเหล่านี้ คงจะต้องมาหาดูกันว่าเนื่องมาจากอะไร ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีมา อันนี้กราฟท่านจะเห็นนะครับ แล้วเราจะให้เห็นว่ามีการประกาศใช้ในเรื่องของ พรก. ฉุกเฉินนะครับ ตั้งแต่ช่วงของวันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นมา กราฟเส้นสีแดงข้างล่างนี้ก็ยังทรง ๆ ตัวนะครับ รวมถึงกราฟสีฟ้าข้างบน ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก แต่ก็มีแนวโน้มลงไป ตั้งแต่การประกาศเคอร์ฟิวนะครับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน วันที่ 3 วันที่ 4 วันที่ 5 6 7 ก็ประมาณ 5 วันนะครับ ที่เคยขึ้นนี้ ถ้าพูดถึงว่าอยู่ในช่วงของระยะฟักตัวก็อยู่ประมาณสัก 1 สัปดาห์ ก็เป็นแนวโน้มที่ดีนะครับ ท่านผู้ชม ท่านที่ดูตรงนี้อยู่ ถ้าท่านบอกว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่อยู่ที่บ้าน นี่คือผลจากการทำงานของพวกเราทุกคน ทำให้การแพร่กระจายเชื้อที่เกิดขึ้นลดน้อยลงชัดเจน ก็จะเห็นเส้นสีฟ้าข้างบนก็จะมีแนวโน้มไปทางขวามือนะครับ เลี้ยวขวาออกไป ไม่พุ่งขึ้นไป ไม่ตรงไปข้างบน ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ ครับก็ไปตัวเลขในผู้เสียชีวิตวันนี้ 27 ราย เพิ่มเติมขึ้นมา 1 ราย รายละเอียดคือ เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่ก่อนหน้านี้ไปงานเลี้ยงสังสรรค์หลายที่ นะครับ ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ เริ่มป่วยวันที่ 13 มีนาคม ด้วยการเหนื่อย ไปรับษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาวันที่ 24 มีนาคม ผู้ป่วยก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แล้วก็ได้ส่งตัวอย่างการตรวจเชื้อก็พบว่า ติดเชื้อ COVID-19 นี้ ผล X-ray พบว่ามีอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรง และเสียชีวิตเมื่อวานนี้ก็คือวันที่ 6 เมษายน ด้วยอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวท่านด้วย เมื่อวานนี้ก็อายุไม่มาก เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ บอกว่าอายุมาก ๆ เป็นความเสี่ยง ตอนนี้ทุกคนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ขอให้ท่านได้ดูแลตัวเองอย่างดีนะครับ ในรายละเอียดของ 38 รายนี้ เลข 2 หลัก ที่เราอยากจะเห็นเป็นอย่างไรบ้าง ก็พบว่ากลุ่มใหญ่ยังเป็นกลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นตัวเลข 17 ราย ส่วนใหญ่เป็นกรุงเทพฯ 11 ราย นะครับ แล้วก็ติดจากบ้าน แล้วก็ที่ทำงาน แล้วก็กลุ่มเพื่อน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องดูนะครับ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มก้อนที่เราต้องรายงาน คือ เกี่ยวข้องกับการคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ อันนี้ 3 ราย แล้วก็ไปสถานที่ชุมชน ก็คือ ห้างสรรพสินค้า, ตลาดนัด, สถานที่ท่องเที่ยว อันนี้ก็ 3 คน กลุ่มก้อนใหญ่ก็จะเสี่ยงในสถานที่แออัดนะครับ แล้วก็สถานที่ทำงานที่มีการสัมผัสกับชาวต่างชาติ อันนี้ 7 คน แล้วก็บุคลากรทางด้านสาธารณสุขวันนี้ 3 ราย ก็ยังน้อยกว่าเมื่อวานนี้นะครับ แต่ว่าที่มีข่าวเมื่อวานนี้ไปว่าที่จังหวัดภูเก็ตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งนะครับ ต้องมีการสอบสวนโรค ตัวเลขยังเป็นร้อย ก็ยังไม่ได้ส่งมาตรงนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ในระบบต่าง ๆ เหล่านี้รับทราบกันอยู่แล้วนะครับ เดี๋ยวจะติดตามกันดูไปนะครับ ไปที่จังหวัดที่รับการรักษาผู้ป่วยยืนยันสะสม ก็คือกรุงเทพมหานครสูงสุดนะครับ 1,202 ราย ภูเก็ต 138 ราย นนทบุรี 134 ราย สมุทรปราการ 99 ชลบุรี 70 ยะลา, ปัตตานี, เชียงใหม่ รายละเอียดย่อยลงมา หลายวันเราชมกับจังหวัดที่ทำงานได้ดี โดยที่ยังไม่ได้มีผู้ป่วยรายงานเลยนะครับ เป็นจังหวัดที่อยู่ข้างล่าง แต่วันนี้ผมต้องเอ่ยนามจังหวัดที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพราะว่าตัวเลขที่ลดลง เป็นความสามารถของผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ทุก ๆ คนที่อยู่ทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และหน่วยอื่น ๆ ที่ช่วยทำให้ตัวเลขทั้งหลายที่ควรจะต้องเป็นเลข 3 หลักเหลือ 2 หลัก ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ กับจังหวัดทุกจังหวัด และขอกำลังใจจากพี่น้องประชาชนไปถึงทุก ๆ ท่านที่ทำงานแสนหนักอย่างนี้ ถ้าจะให้ดีก็ไม่ต้องหนักต่อ ทุกท่านก็จะได้ปลอดโรค ปลอดภัยกันไปนะครับ รายใหม่ที่จะเกิดขึ้นก็กรุงเทพฯ 25 ชลบุรี 4 ภูเก็ต 3 นะครับ แล้วจังหวัดอื่น ๆ ก็เหลืออย่างละ 1 กระบี่ นครราชสีมา นนทบุรี พิษณุโลก และสุพรรณบุรี ก็เช่นเดียวกันครับ ท่านทำผลงานได้ดี ทำให้ลดตัวเลขลงมาได้มากมาย ไปถึงทุกท่านที่อยู่ในจังหวัดนี้นะครับ ไปดูที่แผนภูมิในเรื่องของการแยกระหว่างกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สีฟ้าลดลงชัดเจน ต้องชมคนกรุงเทพฯ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ก็ยังเป็นตัวเลข 2 หลักที่ยังสูงอยู่นะครับ ทางต่างจังหวัด ซึ่งรวมทั้งทั่วประเทศมาก็ยังน้อยกว่ากรุงเทพมหานคร ก็ตามแต่นะครับต้องช่วยกัน หลายคนเมื่อวานนี้ประกาศเคอร์ฟิวแล้วจะเป็นอย่างไร จะต้องเพิ่มมาตรการไหม ท่านคงทราบนะครับถ้าเห็นกราฟอย่างนี้แล้ว หมายความว่าท่านให้ความร่วมมือ แล้วตัวเลขของโรคน้อยลง ผมก็เชื่อว่าท่านผู้บริหารคงไม่ต้องใช้มาตรการอื่นที่เข้มไปกว่านี้ ถ้าท่านอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ เสรีภาพของท่านยังคงอยู่ พยายามกดตัวเลขนี้ให้ลงไปเรื่อย ๆ เราก็จะเห็นโอกาสที่เราจะได้ทำงานหรือมีชีวิตประจำวัน ที่เป็นได้เหมือนเดิมนะครับ ไปดูเรื่องของสถานการณ์ทั่วโลก 1,300,300 กว่าคน ทั่วโลกนะครับแล้วก็หนักนี่ 47,000 นะครับ หายแล้ว 270,000 โดยประมาณ แล้วก็เสียชีวิตไป 74,000 กว่าราย สีก็เห็นไปตามภาพนี้นะครับ สี ซึ่งมีความเข้มข้นอยู่ทางซีกโลกเหนือ ไปที่ตัวเลขที่รายงานเป็นรายวัน สหรัฐอเมริกา กว่ารายนะครับ แล้วก็มีรายใหม่ขึ้นมาวันเดียว 28,000 กว่าราย แล้วก็เสียชีวิตแตะหมื่น 846 สเปนนี่ 130,000 นะครับ โดยประมาณ แล้วก็รายใหม่ 5,000 เศษ ๆ นิดหน่อยนะครับแล้วเสียชีวิต 13,000 ฝรั่งเศสเพราะว่า มีการเกิดขึ้นของแต่ละรายมากกว่า 5,000 รายขึ้นไป ก็หลาย ๆ ประเทศ ต้องลงไว้นะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้รับทราบว่า ความเสี่ยงของประเทศต่าง ๆ เป็นอย่างไร ไปดูการจำแนกรายภาค ผู้ป่วยยืนยันที่เข้ารับการรักษานะครับ สีส้มหรือสีแดงหน้าจอ ออกส้มออกแดงก็เป็นกรุงเทพฯ และนนทบุรี ก็จะเห็นนะครับว่า ไล่ลงมาตามรายวันก็จะนำโด่งสูงที่สุด รองลงมาก็จะเห็นเป็นสีฟ้านะครับทางภาคใต้ ภาคกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือก็จะน้อยหน่อย อันนี้อยากแบ่งตรงนี้ก็เพื่อให้นอกจากรายจังหวัดแล้ว รายภาคต่าง ๆ นอกจากเดินทาง อะไรกันต่าง ๆ ต้องระมัดระวังนะครับ ไปดูปัจจัยเสี่ยงที่เราจะต้องยืนยันนะครับ เห็นภาพว่าเราจะต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ไปทำงานร่วมกันอย่างไร กลุ่มที่ 1 ที่เรารายงานกันบ่อย ๆ ว่า เพิ่ม ๆ ในสัปดาห์ที่ 15 นั่นหมายความว่า ต้นเดือนเมษายนนี้ คือ กลุ่มสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ยืนยันรายก่อนหน้านี้ จาก 7 63 211 313 ลดลงชัดเจนถ้าท่านดูแลกัน ตรงนี้อย่างที่บอกว่าอยู่บ้านเดียวกันก็ติดนะ นะครับ เพราะฉะนั้นต้องห่าง รักษาระยะห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร ถึงอยู่บ้านเดียวกันและใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา นี้ท่านประกาศเคอร์ฟิว ท่านก็อยู่บ้านกันมากขึ้นเพราะฉะนั้นขอความร่วมมือด้วย นี่เห็นผล 5-11 นี้ ก็เลยลดลงมานะครับ แหม ยังไม่ถึง 11 ก็ยังไม่ได้บอก วันนี้เพิ่งวันที่ 7 อยู่เลย เพิ่งผ่านไป 2 วัน แต่ก็อยากให้ลดลงอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ นะครับ เขาเรียกว่าอะไร ตัวเลขตั้งหลักสูงสุด สัปดาห์ที่แล้ว คนในบ้านนะครับ วันนี้ผ่านมา 2 วันนะครับ 567 3 วันนี้มา 83 เหลืออยู่อีก 4 วันนะครับ ถ้าเรากดตัวเลขตัวนี้ลงได้ ก็คงไม่น่าจะถึง 300 ก็เชื่ออย่างนั้นต้องช่วยกัน สนามมวยเห็นชัดเจนลดลงไปจนกระทั่งเกือบหมดในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ เหลืออยู่ 18 สัปดาห์นี้ยังไม่ได้มีรายงานขึ้นมา ส่วนคนไทยจากต่างประเทศในกรอบของเส้นสีแดงที่เป็นกรอบที่ 2 อยู่บรรทัดแรกเลย บอกว่ามีตั้งแต่ 7, 31, 63 2 วันในสัปดาห์นี้มา 17 รายเท่านั้น ก็ยังมีความเสี่ยงนะครับ เพราะว่ามันเพิ่มขึ้นมาใน 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ถ้าเราช่วยกันก็จะลดตรงนี้ได้ ไปดูแยกตามผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตามปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเวลาที่ด้านซ้ายมือนะครับ จะเห็นว่าเป็นภาพรวมสะสมนะครับ ทางขวามือนี้ คือ 2 สัปดาห์ล่าสุดที่เป็นสีแดง ซ้ายมือเอามารวมกัน แล้วก็ไล่ปัจจัยดู อันดับ 1 คือ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ อันดับที่ 3 คือคนไทยกลับมาจากต่างประเทศ แต่พอตัดเอามาเฉพาะแค่ 2 สัปดาห์ล่าสุด อันดับเปลี่ยน ก็คือคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ตรงนี้ล่ะครับ ที่จะต้องเน้นย้ำว่า ทำไมเราถึงต้องมีการประกาศเที่ยวบินที่เข้ามายังประเทศไทย นะครับ ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญสูงมาก ซึ่งกระทบต่อคนที่เดินทาง อันนี้แน่นอนครับ หลายคนก็มีลูกหลานที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โทรศัพท์มาบอกผมบ้าง บอกกับทางสถานทูตบ้าง บอกกับทางกระทรวงต่างประเทศบ้าง เข้ามายัง 1111 บ้าง แต่ขอได้รับทราบ และได้โปรดทราบตรงนี้นะครับว่า เราใช้ตัวเลขในการบริหารจัดการกัน ตอนนี้ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ขึ้นมา 133 ราย ก็เรียนว่ามาตรการเหล่านี้จัดการตามสถานการณ์นะครับ ไปดูชาติต่าง ๆ ผมอยากให้มาดูด้านล่างของแผนภูมิอีกอันหนึ่ง คือเรื่องของชาวไทยที่กลับมาจากต่างประเทศ ที่เน้นย้ำกันข้างล่างนี้ ตอนนี้ต่างชาติไม่ได้มาหาเราแล้ว จะเห็นว่ากราฟด้านบน วันที่ 5 วันที่ 6 วันที่ 6 นี่ น้อยมากนะครับ แต่ว่าคนไทยเราเองที่กลับมา จะเห็นว่าสีออกไปเป็นสีแดง ๆ นะครับ สีเลือดหมูนี่ครับ เป็นอินโดนีเซีย ก็เป็นสิ่งที่เราเคยรายงานว่ามีการติดเชื้อจากทางประเทศนั้น แล้วกลับมาสู่ประเทศไทยเรานะครับ รวมถึงทางยุโรปที่เป็นสีฟ้า เพราะฉะนั้นตอนนี้มีการเคลื่อนย้ายกลับมายังบ้านของคนไทยจากยุโรป จากอาเซียนของเราก็ต้องเฝ้าระวังด้วย นี่ยังมีตัวเลขอีกตัวหนึ่งก็คือว่า เดินทางข้ามผ่านแดนต่าง ๆ ของรอบชายแดนของเรา มีความสำคัญสูงมากที่จะต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียที่เรารายงานกันอยู่เป็นประจำก่อนหน้านี้ ไปดูข้อมูลสถานการณ์ทั่วโลกนะครับ ที่เป็นผู้ป่วยรายใหม่ ที่คงที่นะครับ ของสหรัฐอเมริกาก็เริ่มกราฟตกลงมานะครับ ซึ่งก็ทำให้เขาได้ออกข่าวมามีความยินดีกันอยู่ในระดับหนึ่ง แล้วก็ส่วนประเทศทางอื่น ๆ ทางยุโรป ก็ยังเกาะกลุ่มกันอยู่ด้านล่าง แต่แนวโน้มก็ตกลงมานิดหน่อย อันนี้ก็คือเราต้องรู้สถานการณ์โลก เพื่อที่จะป้องกันได้ ส่วนในทางเอเชีย ตอนนี้ผู้ป่วยรายใหม่ โดยส่วนใหญ่ก็คงที่นะครับ แต่ที่น่ากังวลใจคือ ประเทศอินเดียครับ ยังมีการพุ่งทยานกันอยู่สูงมาก ๆ ซึ่งอันนี้ต้องดูข้อมูลกันเป็นรายวันไปครับผม ครับ นี่คือการสรุปสถานการณ์ทั้งไทยและโลก ตอนนี้ก็เป็นตัวเลขอย่างที่ว่า 38 รายโดยสรุปนะครับ ขอให้ร่วมมือกันเพื่อจะลดตัวเลขตัวนี้ลงมา ไปดูเรื่องมาตรการที่เราได้ประกาศออกไปเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของเคอร์ฟิว เมื่อวานนี้นำเสนอท่านผู้ชมไปแล้วนะครับว่า โดยส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี แต่วันนี้ครับ ผมก็สะท้อนใจเหมือนกัน ไม่รู้จะชมหรือจะอย่างไรดีนะครับ แต่ตัวเลขก็จะชมก็คงจะลำบากใจ เพราะว่าวันนี้วันที่ 7 ตั้งแต่ สะสมมาเมื่อคืนนี้ มีคนออกนอกเคหสถานเพิ่มขึ้นเป็น 117 ราย จากเมื่อวานนี้ รายจากเมื่อวานนี้ 919 4 วันที่ผ่านมานี้ แนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงขึ้น ดูกราฟด้านล่างนะครับ ท่านไม่ได้ให้ความร่วมมือเรากันเท่าไรนักนะคะ แถมมีการรวมกลุ่ม ชุมนุม หรือมั่วสุม วันแรก 8 ราย แล้วเพิ่มขึ้นมาและมาแตะที่ 76 ผมไม่ถือว่าลดลงนะครับ ผมถือว่ายังเท่า ๆ เดิมกันอยู่ อันนี้ต้องขอร้องพี่น้องประชาชนว่า เราจะเข้มมากน้อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับตัวเลขนี้ด้วยเหมือนกัน ถ้าท่านให้ความร่วมมือ เราคงไม่ต้องมีมาตรการอะไรที่เข้มไปกว่านี้ แต่ถ้าตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ ถูกรายงานขึ้นมาและเห็นความไม่เรียบร้อยของท่านนะครับ เราคงต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเข้ามา ส่วนผลของการที่ท่านไม่เรียบร้อยอย่างนี้ จะต้องไปทำอะไรต่อนะครับ ดูกล่องทางขวามือ คือ ตักเตือนนี่ เมื่อวานนี้ตักเตือนไป 246 แต่ดำเนินคดีไปถึง 1,047 รายนะครับ เพิ่มจากเมื่อวานนี้แค่นะครับ แล้วก็รวมแล้วต้องดำเนินคดีกับตักเตือน 1,293 ราย ตัวเลขดูไม่ดีเลยนะครับ ท่านช่วยเราหน่อยนะครับ เช่นเดียวกันกับเรื่องของการติดโรค ท่านออกไปข้างนอก ท่านก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ติดโรคเพิ่มขึ้น อย่างที่บอกนะครับว่า อย่าว่าแต่ที่ชุมชนหรือที่ชุมนุม ออกนอกเคหสถาน อยู่ในบ้านท่านยังต้องดูแลตัวเองอย่างดีเลยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราต้องช่วยกันนะครับ มาตรการอันนี้เป็นมาตรการหนึ่ง ซึ่งเราจะต้องคงไว้ แล้วเรารายงานมายังทุกท่าน ทุกวันด้วย เพื่อที่จะให้ท่านได้รับรู้ในเรื่อส่วนมาตรการที่ 2 คือ ดูแลพี่น้องคนไทยที่เดินทางเข้ามาสืบเนื่องต่อเนื่องกันจากกรณีถึง 158 รายนะครับ ในตอนนั้นเราก็มีการให้สนามบินได้ไม่รับเครื่องบินโดยสารเข้ามา เดิมนี่ประกาศถึงวันที่ 6 มีประกาศต่อเพิ่มเติมจากวันที่ 6 ถึง 18 ต้องมีผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบนี้ทั่วไป หลายคน แต่อย่างไรก็ตามแต่ก็น้อยลง ตอนนี้ที่ได้รับทราบข่าวตรงนี้นะครับทางศูนย์ทาง ศบค. ก็ได้มีการประชุมกันอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องคนไทยที่ติดค้างอยู่ในสนามบินต่าง ๆ นะครับ ในแถบทั้งเอเชีย ที่อื่น ๆ ในยุโรป วันนี้ผมขออนุญาตรายงาน วันนี้ที่เราได้รับทราบขึ้นมาจากที่ญี่ปุ่นมีคนติดค้างอยู่ที่ประมาณ 15 คน เกาหลีใต้ 60 คน เนเธอร์แลนด์ 1 คน สหราชอาณาจักร 1 คน แล้วก็กาตาร์อีก 14 คน นำเรียนนะครับว่า ทุกท่านที่เรารับทราบตามยอดตรงนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศจะเข้าไปดูท่าน แต่ถ้าท่านไม่ได้อยู่ในตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ บอกว่าฉันเป็นคนที่ 2 ที่สหราชอาณาจักรหรือกาตาร์เป็นคนที่ 15 ท่านแจ้งมานะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ แล้วิธีการจะเป็นอย่างไรนะครับ ในที่ประชุมแจ้งว่า 7 เมษายนนี้ เวลา 20.30 น. จะมีเครื่องบินจากฝรั่งเศส เพื่อมารับคนชาติของตัวเอง ที่จังหวัดของภูเก็ตเรา คนไทยจำนวน 14 คนนี้ ได้รับการประสานงานจะเดินทางมาพร้อมกับ flight บินนี้ครับแล้วก็จะลงที่สนามบินที่ภูเก็ต กลุ่มที่ 2 คือ 7 เมษายนนี้ เหมือนกันประมาณ 3 ทุ่ม 45 นาที ก็จะมีคนไทยที่ตกค้าง แล้วเดินทางมากับสหรัฐอมเริกากลับ flight นี้ จำนวน 30 กว่าคน มาลงที่สุวรรณภูมิ และวันที่ 8 เมษายน เวลาประมาณ พรุ่งนี้บ่าย 3 ครึ่ง ก็จะมีเที่ยวบินจากน่าจะเป็น ญี่ปุ่นมั้ง เขาไม่บอกปม NS น่าจะใช่นะครับ จะมีคนไทยตกค้างที่เดินทางมากับไฟลท์นี้มาลงที่สุวรรณภูมิ พวกเราอยากให้ท่านทราบนะครับว่าทุกคน ตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ที่เราต้องติดตามแล้วก็อยู่ในศูนย์ของเรารับ ดูแล แล้วก็พยายามจะประสานให้อย่างดี กระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่หนักมาก ๆ ตรงนี้อยู่ ต้องขอบคุณทุกท่านที่ทำงานตรงนี้อยู่นะครับ เราก็จะดูแลเรื่องนี้กันไปเหมือนกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องดูแลคนไข้ ดูแลเรื่องการป้องกัน กระทรวงต่าง ๆ ดูแลกันไปในเรื่องนี้ คราวนี้ท่านผู้ชมมาดูนะครับว่า แล้วปัญหานี้จะยาวไปถึงเมื่อไร ทำไมต้องยืดไปถึงวันที่ ๑๘ ทำไมจะต้องยาวอย่างนั้น มีการนำข้อมูลสถิติการเข้าออกราชอาณาจักรนะครับ ผ่านช่องทางทางอากาศ อันนี้ย้อนไปตั้งแต่ 18 มีนา ถึง 6 เมษายน อันนี้ย้อนไปนะครับ เข้านี้สีฟ้านะครับ เข้ามาในประเทศเราจากหลักเป็นหมื่นก็ลงมานะครับ 346 ประทานโทษ 347 รายในเมื่อวานนี้ อันนี้คือเข้ามาในประเทศไทยเราแล้วเดินทางออกไปล่ะครับ ก็มีคนต่างชาตินะครับ เขาก็กลับบ้านเขาไป เยอะ ตั้งแต่มีนาคมตั้งแต่ 30,000 กว่าราย ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ครับ ออกไปประมาณวันละ 1,965 ราย มีคนต่างชาติที่อยากกลับบ้านก็มีเยอะ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องดูแลเขาด้วย แล้วมาดูครับ เข้าอย่างเดียวนี่ เป็นคนไทยเท่าไร ต่างชาติเท่าไร สีฟ้าเป็นคนต่างชาติน้อยลงมาแล้วครับ ที่จะเข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ต้องทำงาน หรือว่า Work Permit ใบอนุญาตการทำงานอยู่ในประเทศไทย ก็หลักแค่เป็นหลักร้อยแค่นั้นเอง ส่วนคนไทยที่จะเดินทางเข้ามา ฏ้กลับเข้ามาเยอะจำนวนมาก ๆ แล้ว ตั้งแต่ตอนกลางเดือน ก็ลดน้อยถอยลงมา ก็ลดลงจากเมื่อวานนี้จาก 45 ราย วันที่ 5 นี่ 45 ราย แล้วก็วันที่ 6 175 ราย อันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือย่างที่บอกนะครับ เพราะว่าเราต้องเตรียมพร้อม ถ้าท่านกลับมาจากประเทศที่มีกลุ่มสี่ยง เราต้องจัดหาพื้นที่ให้ท่านอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน เพื่อการดูแลที่เราเรียกว่าเป็น State Quarantine ก็คือ ไม่อยากใช้คำว่าสถานกักกันนะครับ ดูแลกัน เพราะถ้าท่านยังไม่ป่วยเราก็ให้ดูแลกันอย่างนั้น เป็นเหมือนอพารต์เมนต์ที่ไปอยู่กัน สถานที่ที่เหมาะสม เป็นส่วนราชการที่เขาไม่ได้ใช้ แล้วก็มีที่พักที่อะไรทั้งหลายที่ท่านสามารถอยู่ได้ นี่คือสิ่งที่ทางภาครัฐจัดให้นะครับ ไปดูเรื่องของการออกจากราชอาณาจักร อันนี้ก็ชัดเจน ก็ผ่านไปผ่านมา ก็จะน้อยลงไปอีก นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงการคมนาคม เรื่องของการท่าก็ช่วยกันนะครับที่จะทำให้ตัวเลขลดน้อยถอยลง ก็นำเรียนว่านี่คือบทบาทหน้าที่ของพวกเราครับ แล้วมีเรื่องราวถัดไป ลองดูสิครับว่า ผมยังเหลือค้างไหม โอ.เค. ครับ นำเรียนว่าทุก ๆ เรื่องที่พวกเราทำกันอยู่นี้ ก็เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ เราต้องการให้เราทำอะไร สิ่งใด อย่างไรเพิ่มเติมขึ้นมา ก็จะดำเนินการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ วันนี้ขอเพียงแค่นี้นะครับ คงมีคำถามนะครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้มีหลายคำถามจากพี่ ๆ สื่อมวลชนที่ฝากคำถามมา เพื่อที่จะลดความแออัดในห้องแถลงข่าวแห่งนี้นะครับ แต่ก่อนอื่นขอเริ่มที่คำถามจาก Facebook Live จากคุณผู้ชมทางบ้านก่อนนะครับ เมื่อวานลดลง ผู้ป่วยยืนยันสะสม 31 ราย ตัวเลขลดลงหลายคนดีใจ แต่ว่าหลายคนก็มีคำถามครับ ตัวเลขที่ลดลงเพราะว่าการตรวจต่อวันของเราลดลง หรือประสิทธิภาพของเราลดลงหรือไม่ มีคนไม่สบายใจหลายคน ขอเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับสิ่งที่ผมตั้งคำถาม ก็เหมือนท่านผู้ชมตั้งคำถาม เมื่อเช้าประชุมที่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ มีท่านผู้ใหญ่หลายท่านนะครับ ขอเอ่ยนาม ท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์อาจารย์ ศาสตราจารย์อุดม สินทร นะครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็คนจำนวนมากที่เป็นทั้งนักวิชาการ ผู้บริหาร ที่มานั่งวิเคราะห์ตัวเลขกัน เมื่อเช้านี้ เราไม่ต้องเข้าข้างตัวเองครับ เพราะว่าถ้าเจอน้อยจากการตรวจน้อย เมื่อเช้านี้ก็คุยกันอยู่ว่าเราตรวจน้อยเท่าไร เมื่อเช้านี้พูดกันแล้วนะครับ มีตัวเลขของการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 71,860 ราย โดยประมาณ เดี๋ยวตัวเลขที่จะลงรายละเอียดซึ่งถามว่าแค่นี้พอใจไหมนะครับ บอกว่าไม่พอใจครับ ต้องหาหนทางเพิ่มให้ได้ แล้วจะต้องเพิ่มให้มากกว่านี้ ตอนนี้ความสามารถในการตรวจ ต้องพูดว่าทั้งประเทศไทยเลยนะครับ ทั้งภาครัฐและเอกชน กรุงเทพมหานครปริมณฑล ได้วันละ 10,000 ราย วันละหมื่นราย เพราะฉะนั้นวันละ 20,000 รายทำได้เต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามการตรวจไม่ใช้แค่น้ำยาอย่างเดียว ต้องใช้คนตรวจ ต้องใช้เจ้าหน้าที่ หรือว่าอะไร ถ้าท่านประทานโทษมาพร้อม ๆ กัน 10,000 ราย ก็อาจจะไม่ไหว ต้องใช้ชุดเฉพาะด้วยนะครับ ต้องป้องกันตัวเองของที่เราคุยกัน คือ PPE คือ Full เต็มที่ ซึ่งอันนี้ติดข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง แต่ว่าข้อจำกัดก็ไม่ได้เป็นปัญหา ต้องมีการแก้ไขตรงนี้ขึ้นไป แนวทางตรงนี้ทางที่ประชุม เรียกว่า EOC เมื่อเช้านี้ พยายามจะเพิ่มให้มากขึ้น มากขึ้นนะครับ ให้เหมือนกับประเทศที่เขารายงานว่า ตรวจกันเป็นแสนเดี๋ยวเราจะทำอย่างนั้นให้ได้ แล้วยิ่งเราตรวจเจอเยอะนะครับ ตรวจเยอะ ๆ ก็อาจจะเจอเยอะอย่างที่ว่า เราไม่กลัวครับว่าจะเจอเยอะหรือเปล่า เพราะว่าอีกด้านหนึ่งของที่ประชุมก็จะมีการพูดว่า จะต้องมีการเตรียมเตียงนะครับ ในหลายระดับ แต่แต่ระดับที่เบา ๆ จนกระทั่งระดับหนักอยู่ใน ICU เมื่อเช้านี้ก็พูดถึงนะครับ พูดถึงเรื่องของเครื่องช่วยหายใจนะครับ ต้องมีปริมาณให้เพียงพอ ของที่เราได้รับพระราชทานมาก็จะอยู่ในโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ 38 ตัวเลขนี้มีคำอธิบายว่าดีขึ้นเพราะอะไร มี 3 ประเด็นครับ อันหนึ่งคือ เรื่องของภาวะฉุกเฉิน ซึ่งตรงนี้ ฉุกเฉินอย่างเดียว ด้วยอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องบวกเคอร์ฟิวเพิ่มไปด้วย ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ การพบปะอะไรต่าง ๆ นี่ ลดน้อยถอยลง อันที่ 2 ก็คือเป็นเรื่องของการควบคุมกันภายในประเทศนะครับ สิ่งที่เราแจ้งข่าวออกไปไม่ว่าจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ท่านรู้สถานการณ์ของท่านเอง พ่อเมืองของท่านเองหรือไม่ต้องให้พ่อเมืองมาสั่ง ท่านเองฟังจากรายการนี้อยู่ในบ้านท่าน ท่านใส่หน้ากากอนามัย อยู่ในบ้านท่าน ท่านนั่งห่างกัน 2 เมตรนะครับ ทำกิจกรรมร่วมกันให้น้อยลง นี่คือให้ความร่วมมือ 2 ข้อ ข้อที่ 3 อย่างที่บอกว่า คนที่มีกลุ่มเสี่ยงต้องมีสถานที่รองรับชัดเจน ต้องมีที่ที่ให้เห็นชัดเจน อย่างที่เราบอกนะครับ 158 ราย ที่มาขรุขระหน่อยหนึ่ง แต่ตอนนี้ไปอยู่ที่ที่พักที่ดีแล้ว แล้วเราก็จะ monitor ท่านต่อนะครับ 14 วันนี้ ถ้าท่านมีไข้ขึ้นมาเราจะพาท่านไปรักษา แต่ถ้าท่านไม่มี อย่างกรณีที่เราเจอกับที่เกาหลี อยู่กันมาแล้วก็สบายดี พอวันปลาย ๆ ก็มีไข้ 1 คน แยกออกมาก็พาไปรักษา แล้วเขาก็หายดี ตอนนี้กลับเป็นปกติกันทุกคนแล้ว เราอยากให้เป็นอย่างนั้น แล้วเป็นอย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นทั้ง 3 ประเด็น เราทำกันอย่างเข้มแข็ง แล้วต่อเนื่องกันไปด้วยนะครับ แล้วจะหยุด แล้วจะเลิก ท่านจำได้หรือไม่ครับว่า super spreader ในต่างประเทศ คุณป้าคนหนึ่งที่ประเทศทางเหนือไปกว่านี้ ทางเอเชียเราออกไปงานบางงานกลายเป็น super spreader ภาษามวยเขาบอกว่า การ์ดห้ามตกนะครับ ถ้าตกเมื่อไรก็โดนต่อย โดนกระทุ้งนะครับและอาจจะทรุดลงไปได้ เพราะฉะนั้นต้องตรึงอย่างนี้ต่อไป เพราะพื้นที่ทั่วโลกยังเป็นแหล่ง ถ้าภาษาหมอเขาบอกแหล่งรังโรค ที่จะมีคนที่มีติดเชื้อเป็นพาหะ มาหาเราอยู่ ไม่ได้ให้รังเกียจ แต่ให้ระวังตัว เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ต้องยืนระยะให้ยาว ๆ ถ้า 38 ตัวนี้ดีกว่าเมื่อวันก่อน 50 กว่า 30 กว่า แล้วต่อไปได้ 20 กว่า แล้วเป็นตัวเลขเดี่ยว ๆ ด้วย ยิ่งจะดี แต่ขณะเดียวกัน การมีเกราะป้องกันสัก 3 - 4 ข้อแบบนี้ ตั้งแต่ตัวบุคคล จังหวัด รอบชายแดน แล้วก็ทุกคนร่วมมือกันกับมาตรการฉุกเฉินที่ว่านี้เราก็จะชนะครับ (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปนะครับ จากทาง ThaiPBS แล้วก็ Voice TV ครับ ถามถึงที่อาคารรับรองสัตหีบ ชลบุรี ได้รับแจ้งจากทางญาติตอนนี้นี่มีการจัดให้พักห้องละ 3 ท่าน ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับมาตรการที่ให้เว้นระยะห่างหรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับให้เหลือ 1 ห้องต่อ 1 คนครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ ก็ตอนนี้ก็มีพี่น้องประชาชนคนไทยอยากจะกลับมา ผมรับในไลน์ส่วนตัวว่าอยากจะให้การต้อนรับของทหาร ห้องสวยมาก ห้องพักดีมาก อยากจะไปอยู่ที่นั่นกันครับ แล้วท่านมานี่ ท่านร่างกายแข็งแรงดี จริง ๆ แล้วดีที่สุดคือได้พักห้องเดี่ยว แต่สถานที่ของเราไม่เพียงพอนะครับ ถ้าท่านจำได้นะครับ กรณีของกลับมาจากทางอิตาลีกลุ่มหนึ่งก็มาพักอย่างนี้นะครับ แน่นอนครับว่าเดี่ยว ๆ ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องเป็นคู่ คู่ไม่ได้ก็ต้องเป็นคี่ เป็น 3 นี่แหละครับ สถานที่ต่าง ๆ ท่านทราบไหมครับว่า ท่านมากลุ่มหนึ่งนี่ เราจะต้องมีคนดูแลท่านเท่าไร อย่างที่เคยบอกไปนะครับ ทั้งหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ คนทำอาหารให้ท่าน คนดูแลทำความสะอาดให้ท่าน ทหาร ตำรวจ หรือคนที่เกี่ยวข้องที่จะต้องมาดูแลเรื่องของความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ อีกเยอะแยะ ถ้าตรงนี้แล้วนี่ ถ้าจะต้องมีสัตหีบตอนนี้เต็มไปแล้วนะครับ ถ้าจะต้องมีพื้นที่อย่างสัตหีบอีก 10 ที่ จะต้องใช้คนอีกเท่าไรนะครับ ตอนนี้เราต้องมีการคิดคำนวณกันเพื่อความเหมาะสมด้วยครับ ความสะดวกสบายของท่านเป็นเรื่องหนึ่งที่เราคำนึงถึง แต่เรื่องของความเหมาะสมด้านอื่น ๆ ก็ต้องคำนึงถึงด้วย ฝากทุกท่านได้อดทนกันสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมากันวัน 200-300 5 วัน เป็น 1,000 จะหาโรงแรมที่เป็นห้องละเป็นคนละ 1 เป็นพันห้องนี่มันไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ แล้วก็อย่างไรก็ตามแต่ก็เป็นภาระหน้าที่และเป็นความพยายามของพวกเรา ซึ่งผมก็บอกว่าน้อยชาติมากในโลก ที่ดูแลรายละเอียดอย่างนี้ ให้ท่านทุกอย่าง จนกระทั่งผมก็ดีใจนะครับ เห็นพ่อแม่ครอบครัวหนึ่ง บางภาพที่เขาถ่ายเป็นคลิปวิดีโอมา เขาดีใจที่ได้กลับมาเมืองไทย แล้วก็มีคนไทย มีเจ้าหน้าที่ไทย ที่ดูแลเขาอย่างนี้ ในด้านที่เป็นดี ๆ เราเอามาเปิดเผยกัน แต่ต้องยอมรับกันมีข้อจำกัด แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยเหมือนกันครับ // คำถามข้อต่อไปครับ มาจากช่อง 3 แล้วก็ MCOT คำถามจะคล้าย ๆ กันนะครับ คำถามคือเรื่องของกรณีคนไทย ที่กลับมาจากอินโดนีเซีย ที่มาลงที่สนามบินหาดใหญ่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถขึ้นเครื่องมาได้ มีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร และอีกคำถามหนึ่งว่ามีคนที่อยู่ในต่างประเทศอื่น ๆ บางส่วนยังตกค้างอยู่ มีแนวทางการเข้าไปดูแลคนไทยกลุ่มนี้อย่างไร เพราะบางคนบอกว่าวีซ่ากำลังจะหมดครับ // คำถามที่ 2 มี 2 คำถาม ตอบคำถามที่ 2 ก่อนไปแล้วว่า มีคนไทยที่ติดค้างอยู่หลายประเทศนี่ ได้รายงานตัวเลขไปแล้ว ถ้าเกินไปกว่านี้อย่างที่บอกครับ รายงานตัวหรือโทรศัพท์ไป เดี๋ยวนี้ทำได้หลายช่องทาง ในสถานทูตหลาย ๆ แห่ง ผมทราบว่ามีเบอร์ hot line ด้วยนะครับท่านสามารถที่จะติดต่อได้ ถึงแม้จะปิดทำการ เจ้าหน้าที่สถานทูตดูแลคนไทยกันอย่างดี เมื่อสักครู่ผมถามไปทางกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนเรื่องของทางอินโดนีเซียที่บอกว่าไม่สามารถกลับมาได้ ส่วนหนึ่งเป็นจากที่เขามีอาการนะครับ ซึ่งเราสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อนะครับ ซึ่งกลุ่มนี้ ยังไม่ได้บอกว่าเป็น COVID-19 แต่เขาไม่สบาย แต่ไม่รู้ว่าเป็นสาเหตุอะไร แต่เขาไม่สบายพูดง่าย ๆ ไม่รู้ว่าเป็นสาเหตุอะไรครับ ครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเองด้วย รวมถึงคนไทยหรือคนที่ร่วมเครื่องบินกับเขามาด้วย แล้วก็คนที่จะต้องมาอยู่ quarantine นี้ด้วย ที่ประเทศก็จะเข้าไปช่วยกันดูแลตรงโน้นด้วย ท่านมีสิทธิอะไรของท่านก็ใช้สิทธิของการที่ดูแลสุขภาพที่ท่านมี ท่านมีประกันอะไรก็แล้วแต่ ตามตัวบุคคลอะไรก็ไปดูแลกันไปก็ไปดูแลตรงนี้ หายดีแล้วก็พร้อมที่จะเดินทางกลับมา ก็จะมีกระบวนการทำงานต่อ นี่คือระบบการคัดกรองที่ดีของประเทศไทยเรา อันนี้ต้องเชื่อมั่นในระบบนี้ แน่นอนครับ อย่างที่บอกก็กลับไปอีกความสะดวก 24 คนนี้ เขาอยากจะกลับมารักษาเมืองไทยไม่ได้ครับ เราก็ต้องให้ท่านปลอดภัย ปลอดเชื้อก่อนถึงขึ้นเครื่อง เราก็ต้องทำให้เป็นมาตรฐานของทั่วโลก เพราะว่าถ้ามีไข้ มีอะไร เขาก็ไม่รับอยู่ดี ไข้มีอะไรเขาก็ไม่รับอยู่ดี เพราะแล้วค่อยมาครับ // ครับ วันนี้กราบขอบพระคุณคุณหมอครับ คุณผู้ชมครับ อันนี้เป็นรายละเอียดของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ เห็นตัวเลขวันนี้หลายคนเบาใจนะครับ บางคนยังมีข้อสงสัยข้อคำถาม สักครู่ก็ได้ถามแทนคุณผู้ชมทางบ้านหลายท่านแล้ว อย่างตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้หลายคนบอกว่า เป็นเพราะมาตรการการตรวจคัดกรองของเราหรือไม่ เมื่อสักครู่คุณหมอก็ยืนยันแล้วนะครับ อย่างไรก็ตามเห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญต่าง ๆ การ์ดเราต้องไม่ตก เราที่จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเจ้าเชื้อไวรัสของ COVID-19 ได้นะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษ เพื่อให้ชาวต่างชาติ รวมทั้งสื่อมวลชนชาวต่างชาติได้รับข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนเชิญครับ คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ นพคุณ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ นพคุณ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ครับกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านนพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ทั้งหมดนี้คือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ในวันนี้ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր