--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.00 (8 เม.ย. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... Ր... Ր (คุณสุภนันท์ ฤทธิมนตรี) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ ประจำวันพุธที่ 8 เมษายน 63 นะครับ เช่นเคยนะครับ เริ่มต้นกันที่สถานการณ์ประจำวัน โดยท่านโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่านครับ ผมนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกของ ศบค. นะครับ มารายงานตัว แล้วก็รายงานสิ่งที่เป็นคืบหน้าของพี่น้องประชาชนของวันนี้นะครับประจำวันที่ 8 เมษายน ใส่หน้ากากอนามัยกันทุกวัน แล้วก็ทุกครั้งที่ท่านออกจากบ้าน แต่ถ้าท่านอยู่ในบ้าน และท่านออกจากข้างนอกมา แล้วเข้ามาสู่บ้านให้ใส่ไว้ โดยเฉพาะคนที่มีผู้อายุอยู่ที่บ้านนะครับ หน้ากากอนามัยถือเป็นเรื่องที่องค์การอนามัยโลกยอมรับว่าเป็นวิธีการที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างชัดเจนแล้วนะครับ ก็ยืนยันว่าเราต้องใช้กันทุกคน วันนี้ผมอยู่ท่ามกลางโต๊ะ เก้าอี้เปล่า ๆ นะครับ ไม่ค่อยมีผู้คนเท่าไร ขออนุญาตสื่อสารแล้วก็ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่ใช้หน้ากาก เริ่มต้นด้วยเรื่องที่ดี ๆ นะครับ เมื่อวานนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุม ครม. หรือคณะรัฐมนตรี และมีมติออกมาว่าการแก้ไขโควิดถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องร่วมมือ ร่วมแรง แล้วก็ร่วมใจคนในชาติทุกคน ประชาชนและผู้ประกอบการให้ประเทศ และผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก็ต้องได้รับการเยียวยา นี่ก็คือข่าวดี แล้วเมื่อวานนี้ก็ออกมามีมาตรการต่าง ๆ มากมายผมคงไม่ต้องไปกล่าวซ้ำนะครับ เพราะว่าสื่อมวลชนทั้งหลายได้ช่วยนำเสนอลงรายละเอียดไปมากมาย แล้วก็มีผู้บริหารกระทรวงต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับของรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ออกมาพูดมาตรการต่าง ๆ ขอให้ท่านผู้ชมได้ติดตาม และถ้าท่านคิดว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ลงในรายละเอียดไปยังกระทรวงต่าง ๆ ได้เลยนะครับ ประสานงานไปกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ท่านจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา นี่คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกไว้แล้วนะครับ มาเรื่องของสถานการณ์เลยนะครับวันนี้ ตัวเลขผู้ป่วยใหม่วันนี้ 3 หลัก เหมือนเดิมครับ 111 รายนะครับ ซึ่งเป็นทำให้ผู้ป่วยยืนยัน ประทานโทษครับ 2,369 ราย หายป่วยไป 888 รายนะครับ แล้วก็เสียชีวิตในวันนี้ คือ 30 ราย รวมสะสมแล้วคือ 30 ราย ผมขออนุญาตในเรื่องของผู้เสียชีวิตเบื้องต้นก่อนนะครับ รายที่ 28 เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติรัสเซียอายุ 48 ปี มีประวัติเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต ในช่วงเวลา 18 - 22 มีนาคม เริ่มป่วย 22 ขณะเดินทางกลับพัทยา ชลบุรี รักษาครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม แล้วก็ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ด้วยอาการไข้ 38.4 อาการไอ เจ็บคอ ไม่ได้ admit ผู้ป่วยก็ได้ทำการ คืออยู่ที่บ้านด้วยตัวเอง แล้วเสียชีวิตวันที่ 5 เมษายน ช่วงบ่ายนะครับ รายที่ 29 ผู้ป่วยสัญชาติอินเดีย เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 69 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว โรคประจำตัว เบาหวาน โรคหัวใจ รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ วันที่ 21 มีนาคม ก็ป่วยด้วยอาการไข้ 39.3 องศา มีไอ มีน้ำมูก มีปวดกล้ามเนื้อมีถ่ายเหลว รายนี้เริ่มมีอาการที่มากกว่าคนอื่น ๆ และย้ายเข้าแผนก ICU ในวันเดียวกัน และส่งตัวเข้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาอาการผู้ป่วยก็ไม่ดีขึ้น แล้วก็ย้ายเข้า เสียชีวิตนะครับในวันที่ 7 เมษายน รายที่ 30 เป็นผู้ป่วยชาย สัญชาติเมริกัน มีโรคประจำตัวคือ ไตเรื้อรัง เริ่มป่วยวันที่ 9 มีนาคม ด้วยอาการไอ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบุรีรัมย์นะครับ ต่อมาวันหายใจหอบเหนื่อยมากขึ้น วันที่ 23 มีนาคม และใส่ท่อช่วยหายใจ ต่างชาติทั้งสิ้นเลย วันนี้ที่ผมอยากจะพูดขึ้นมาเป็นประเด็นก็คือว่า เราต้องเชื่อมโยงกับคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และชาวต่างชาติ ถึงเป็นสาเหตุของวันนี้ครับ เมื่อวานนี้อย่างที่ผมพูดดีใจอยู่หยก ๆ หัวใจพองโตนะครับ หลายคนก็ได้นำเอาคำพูดต่าง ๆ เหล่านี้ไปขยายผลกันอีกทีหนึ่ง วันนี้ต้องพูดกันอีกแล้วอีกคำหนึ่ง เห็นแล้วไหมละ ว่าแล้วไหมละ ตัวเลข 3 หลักเราไม่อยากจะเจอเลย แต่ต้องเจอ เดี๋ยวต้องวิเคราะห์ว่ามาจากอะไร คือ จะเห็นกราฟนี้พุ่งทะยานขึ้นมา ก็ตัวเลขตอนที่หัวกราฟของตัวเส้นสีน้ำเงิน น่าจะหาทางกดลงให้ได้ แต่ปรากฎว่าที่พุ่งทะยานขึ้นไปเราพบว่า เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบจากการกลับจากประเทศอินโดนีเซีย ทั้งหมดกลับมาหลายท่านนะครับ แต่ว่าตรวจพบ 42 ท่าน ในกลุ่มเดียวกัน ทำให้วันนี้สะสมกับสิ่งที่เราเคยรายงาน เดี๋ยวไปดูตัวเลขที่อยู่ในตารางนะครับ กลุ่มก้อนใหญ่ 69 ราย เป็นกลุ่มก้อนที่เราเคยรายงนกันอยู่นะครับ ตัวเลข 2 หลักครับ ถ้าเป็นอันเดิม ๆ คือ 2 หลัก กลุ่มที่ 1 นี่นะครับ 1 กับ 2 ย่อยบวกรวมกัน คือ 69 คือ มีประวัติสัมผัสกับคนอื่น แล้วก็มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 37 นะครับ แล้วก็กลุ่มอื่น ๆ เช่น คนไทยกลับจากต่างประเทศ ตอนนั้นมีแค่ 2 นะครับ บวกรวมกันกับ 2.2, 2.3, 2.4 อันนี้ 11 ราย และอยู่ในระหว่างการสอบสวนโรค อันนี้เป็นการค้นหาเชิงรุกในจังหวัดภูเก็ตนะครับ อันนี้เพิ่มขึ้นมาชัดเจนครับ 21 ราย เดี๋ยวผมจะพูดตรงนี้เพิ่มเติมอีกทีหนึ่ง กลุ่มก้อนตรงนี้ควรจะเป็นตัวเลขที่เราต้องรายงานปกติ คือ 69 แต่ว่าเมื่อวานนี้เราก็ได้มีการตรวจอย่างละเอียดกับผู้ที่เดินทางกลับมาจากอินโดนีเซียถึงแม้ว่าจำได้ไหมครับเมื่อวานนี้ กลุ่มก้อนนี้ประมาณสัก 70 กว่าท่านตอนแรก แล้วก็เหลือมา ผมจำไม่ได้ว่าตัวเลขล่าสุดนี่อาจจะเป็นตัวเลขสักประมาณ 60-70 ราย ผมจำไม่ได้ แต่ว่าก็พบว่า 42 ราย ตรวจพบว่ายืนยันว่ามีเชื้อ COVID-19 อันนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไรกับใครส่วนไหนนะครับ แต่เป็นความละเอียดทางการแพทย์ ทางสาธารณสุขไทยร่วมกับทางท่าอากาศยาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ถึงแม้ว่าท่านจะยืนยันว่าก่อนมามีใบรับรองแพทย์มาแล้วนะครับ แล้วก็บินขึ้นมาแล้ว คนเราก็ไม่สามารถที่จะตรวจได้ทั้งหมดนะครับ ก่อนมาก็อาจไม่มีไข้ แล้วมาป่วยพอดีเมื่อมาลงกับเรา ลงเครื่องมา แล้วเราตรวจซ้ำอีกทีหนึ่ง ท่านไม่สบายเราก็เอาท่านเข้ามาให้ได้รับการดูแลนะครับ ซึ่งตัวเลขตัวนี้ก็เลยทำให้วันนี้ตัวเลขรวมขึ้นไปเป็น 111 ครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ เมื่อวานนี้ไม่ได้เป็นของทางที่มาจากทางต่างประเทศจากอินโดนีเซีย มีที่อื่นมาด้วยนะครับ จากกาตาร์ จากเกาหลีใต้ เราก็เอามาตรวจด้วยเหมือนกันครับ แต่ผลยังไม่ออกแค่นั้นเอง ลงเครื่องมาจากทางเกาหลีใต้ จะเห็นสไลด์ด้านล่างตัวหนังสือจะเล็กลงสักนิดหนึ่งนะครับ ไม่ผ่านการตรวจคัดกรองถึง 8 คน จากทั้งหมด 57 คน จากอินชอน เกาหลีใต้ลงมา จากกาตาร์อันนั้น 14 คน ตรวจแล้วไม่มีอะไร ก็ให้กลับไปเป็น State Quarantine ตามสถานที่ที่ทางรัฐจัดให้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ในส่วนของ 8 คน ที่ตรวจนะครับ ว่ามีไข้ มีอาการ อะไรทั้งหลายตามกลุ่มที่เราต้องคัดกรอง 8 คน เดี๋ยวเราต้องติดตามตรงนี้อีกทีนะครับว่า มีผลยืนยันทางด้านห้องปฏิบัติการหรือไม่ ก็ให้ได้อุ่นใจนะครับว่า กระบวนการนี้เป็นเรื่องที่ทางการของเราทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลนะครับ ผมแยกอย่างนี้ได้ไหมครับว่า ตัวเลขที่จะเห็นนี่ จะมีพี่น้องเราที่จะกลับมาจากต่างประเทศมากขึ้น กลุ่มก้อนนี้จะเป็นกลุ่มก้อนใหม่ที่เราจะต้องเฝ้าระวังนะครับ อย่างที่เราเจอ 42 ท่าน ที่ว่านี้ แต่ไม่ต้องไปรังเกียจรังงอนท่านนะครับ เพราะว่าก็เป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ 60 กว่าล้านที่อยู่กับบ้านตอนนี้เองนะครับ ต้องระวังเหมือนกัน 42 ท่านที่เข้ามา หรือบวกกับอีก 8 ท่าน ที่เข้ามาตอนนี้เข้าไปอยู่ที่โรงพยาบาล เข้าไปอยู่ในส่วนของการดูแลอย่างดี คนอื่น ๆ ที่กำลังบินเข้ามา หรือบินเข้ามาแล้ว ก็ไปอยู่ที่สัตหีบที่เราเรียกว่า State Quarantine เราคิดวงคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศชัดเจน มีวงชัดเจนที่ดูแล 24 ชั่วโมง ไม่ได้เพื่อที่จะว่าอะไรนะครับ เพื่อที่จะให้เห็นชัด ๆ ว่า 14 วันที่ท่านเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยนี้ ไม่มีอะไร แล้วก็กลับไปสู่ครอบครัวของท่านได้ปกติ นี่คือกลุ่มนี้ แต่กลุ่มเดิมที่เราคุยกันอยู่นะครับ ก็คือพวกท่านทั้งหลายที่อยู่ที่บ้าน ดูทีวี ผมอยู่นี่นะครับ ต้องดูแลตัวเองอีก 60 กว่าล้าน เราใช้พื้นที่ของเราให้มากที่สุดคือในบ้าน อย่าไปออกไปข้างนอก อย่าไปแพร่เชื้อ อย่าไปเพิ่ม เพราะในนี้ของเรา ตัวเลขที่ผมบอกคือ 69 นี้ ก็อยู่ในนี้เหมือนกัน อยู่ใน 60 กว่าล้านคนเหมือนกัน พวกที่เดินทางมาจากประเทศ คือ 42 ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นบวกรวมกันเลยเป็นตัวเลขที่เยอะขึ้นมา เพราะฉะนั้นกลุ่มของ 60 กว่าล้านคนต้องลดลง กลุ่มคนที่เดินทางจากต่างประเทศต้องลดลง เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกัน อย่างไรเราก็คนไทย ท่านนายกฯ ก็บอกว่าต้องดูแลคนที่อยู่ต่างประเทศที่จะกลับเข้ามาด้วย แล้วก็คนในประเทศที่เราต้องดูแล นี่คือสิ่งที่เราจะต้องดูแลคนไทยทุกคน นี่คือมาตรการที่เราจะต้องเกิดขึ้น ทีนี้จะดูแลอย่างไร มาดูแผนภูมิตรงนี้นะครับ สะสม ดูทั่วประเทศ ตอนนี้กรุงเทพมหานครก็จะเป็นตัวเลข 1,223 นนทบุรีอันดับที่ 2 คือ 141 อันนี้เอาตามจำนวนนะครับ ตามจำนวนที่รับการรักษานะครับ คราวนี้จะมีกล่องอันหนึ่ง เพิ่มจังหวัดสตูล ขึ้นมาจากเมื่อวานนี้บอกว่า 11 จังหวัดก็เมืองแตก จะใช้ภาษานี้ก็ไม่ถูกนะ มันแรงเกินไป ก็เรียกว่าเพิ่มขึ้นมาอีก เราก็แสดงความเสียใจด้วย กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยของสตูล ก็ป่วยก็รักษานะครับ นี่คือเป็นเรื่องโดยปกติแล้วถ้าท่านรีบมารักษาการรักษาก็จะได้ผลดี ก็จะหายโดยเร็ว เพราะฉะนั้นอีก 10 จังหวัดที่เหลืออยู่ ก็ช่วยกันเต็มที่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ต้องให้กำลังใจกับจังหวัดทั้งกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ภูเก็ต ท่านต้องลดจำนวนตัวเลขเหล่านี้ลงไป เดี๋ยวดูภาพของรายใหม่ ซึ่งอีกรายใหม่ต้องทำเป็น คือเขาบอกว่ามาพูดจำนวนมันไม่ถูก จังหวัดกรุงเทพฯ นี่ มีคนอยู่ตั้ง 10 ล้านคน มีคนป่วยแค่นี้มันยังไม่เยอะนะ เรามาทำอัตราส่วนให้ดู สูงที่สุดอยู่ที่ไหน ปรากฏว่าอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตครับ ภูเก็ต 33.9 ต่อแสนประชากร กรุงเทพมหานครเป็นอยู่ที่ 21.6 ก็ยังเยอะอยู่ดีนะครับ แต่ภูเก็ตกลายเป็นจังหวัดที่มีมากที่สุดในประเทศ ทำไมถึงต้องมาเสนอข้อมูลตัวเลขตัวนี้ครับ เพราะเราจะได้มีมาตรการแยกเฉพาะของจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ใช่วันนี้ครับ เริ่มมากสักพักหนึ่งแล้ว ภูเก็ตเขาเรียกว่า มีวิธีการ Active Case Finding นะครับ ต้อง Scan หา Case โดยเร็วนะครับ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันกับจังหวัดนะครับ ก็เข้าไป ไปเจาะดูบางพื้นที่ ไม่ได้ปิดทั้งหมดนะครับ หมายถึง ไม่ได้เจาะเลือดเอาคนมา 3-4 แสน 5 แสนคน ทำการตรวจแบบ เขาเรียกว่าตรวจสารคัดหลั่งในช่องโพรงจมูกนี่ ไม่ได้ทำทุกคนครับ เพราะว่าเปลืองค่าใช้จ่ายมาก แต่จะต้องใช้ค่าที่ติดเชื้ออยู่ตรงนี้ขีดวงเลยครับ ขีดวงเลยแล้วเอามาตรวจ อันนี้คือวิธีการระบาดวิทยา เมื่อเช้านี้ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคนะครับ ก็ได้บอกว่าก็ไปเจาะบางลา กระทู้ ประชากรทั้งหมด 600,000 คน ไม่ได้ตรวจทุกคน ก็ไปตรวจได้ประมาณสัก 2,000 กว่าคน ภายใน 1 วัน แบบ Scan พร้อม ๆ กัน แล้วก็ดึงเข้ามานี่ครับ สีแดงข้างล่าง วันที่ 4 วันที่ 5 วันที่ 6 ตัวเลขพุ่งขึ้นมาเป็น 12 เพราะว่าไปทำการ Active Case Finding หรือ สแกนหา ในภาษาก่อนที่ เอ็กซเรย์ ทุกพื้นที่ ตรงนี้ของทางภูเก็ตก็เลยทำให้ไปเจอเชื้อ ไปเจอคนที่ติดเชื้อ เพราะฉะนั้นวิธีการเหล่านี้จะยังต้องเดินหน้าไปเรื่อย ๆ สักพักหนึ่งของที่ภูเก็ต เพื่อจะลดอันดับ 1 ลงมาให้ได้ ที่ ร่วมมือกันทำ เพราะฉะนั้นถ้าใครที่บอกว่าอาการปกติไม่อยากจะทำ แล้วมาอยู่ในกลุ่มนี้ต้องทำนะครับ เพราะอย่างที่บอกว่าคนหนุ่มสาวมาด้วยไม่มีอาการก็มี เพราะฉะนั้นพอเอาสารคัดหลั่งไปตรวจแล้วปรากฏว่ามี ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เพื่อทำให้การแพร่ระบาดเชื้อน้อยที่สุด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นโมเดลตัวอย่างที่ จังหวัดอื่น ๆ ที่จะมีการทำวิธีต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เชิญเลยนะครับ ช่วยกันคิดช่วยกันทำ แล้วก็คนในจังหวัดก็พยายามที่จะต้องใส่หน้ากาก ทำทุกอย่างนะครับ เรียกว่า ปิดเมืองของท่านก็แล้วแต่ถ้าท่านต้องการ ก็ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ที่จะทำให้จำนวนลดลง มีหลากหลายวิธี ทางนายแพทย์ หรือทางกรมควบคุมโรคก็จะช่วยด้วยนะครับ ในประเด็นถัดไป ก็คือเรื่องของรายใหม่ที่เราได้เห็น กรุงเทพมหานคร 23 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งรับคนไทยกลับมาจากทางนี้ ก็จะมี 3 ยังเป็นตัวเลขที่กระโดดมาแซงนนทบุรีไป ซึ่งก็เกิดขึ้น 42 ราย แต่ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้ก็เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นะครับ แพทย์ดูแลแล้วก็อุ่นใจขึ้นมาแล้วละ แต่คำถามคือ แล้วจะมีเกิดขึ้นไหม เห็นแล้วไหมล่ะ หรืออะไรก็แล้วแต่ คำต่าง ๆ เหล่านี้ออกมานี่ เราจะต้องเข้ามาหาทางจัดการกันให้ได้นะครับ ก็ไปดูเรื่องของแผนภูมิของที่เรานำเสนอต่อวัน ก็ทำให้เส้นสีแดงของต่างจังหวัดพุ่งทะลุขึ้นมาอีกรอบหนึ่งแล้วนะครับ ตอนนี้ 42 ราย ของที่กลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย ก็ต้องโยงกลับไปว่าเกิดขึ้นจากอะไร นะครับ มีหลายคนก็บอกว่า ต้องมาบอกกัน วิธีอะไรทั้งหลายจะได้ป้องกันได้ แน่นอนครับ ฟังดูแล้วการที่เข้าไปกระจุกตัว การเดินทาง การเข้าร่วมพิธีการ พิธีกรรมทางศาสนา ที่อยู่กลุ่มคนกลุ่มมาก สอบสวนแล้วออกมาอย่างนี้เกือบทั้งสิ้นเลย ผมอาจจะยังไม่ทราบข้อมูลตรงนี้ แต่ว่าถ้าเราเดาทางจากการที่เราทำงานประมาณ 2 - 3 เดือนนี้นะครับ แทบจะบอกได้เลยครับ จะแก้อย่างเดียวก็ใส่หน้ากากเสมอเลยครับ มันจะเป็นคำตอบอยู่อย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมา จะพูดอย่างนี้ ก็บอกได้อย่างนี้ แล้วก็ต้องแยกคนป่วยออกมาให้ได้ นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยเราทำกันอย่างดี แล้วทำกันตลอด ครับก็ไปที่อันนี้ก็จะยืนยันต่อไปนะครับที่อินโดนีเซีย ไปดูที่การวิเคราะห์ด้านนี้มีความสำคัญของระหว่างประเทศ คนที่กลับมาเป็นผู้ป่วยต่างชาติ กลุ่มข้อมูลชุดนี้ในแผนที่ประเทศไทยนี่จะเห็นนะครับว่า ผู้ป่วยชาวต่างชาติ ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนะครับ รายแรกของจังหวัดที่กระจายไปทั่วจังหวัดนะครับ สัมผัสโรคจากต่างประเทศ 25 จังหวัดเป็นอย่างไร ทางกองระบาดวิทยาได้ทำแผนภูมินี้ขึ้นมา เพื่อที่จะได้พูดเพื่อสื่อถึงพี่น้องประชาชน มีความสำคัญครับ เพราะว่าท่านดูซ้ายมือนะครับ สมัยแรก ๆ ท่านจำได้ไหมครับ คนจีนที่เดินทางมาในกล่องสี ในคอลัมน์สีฟ้านี้ คนจีนมาส่วนใหญ่เลย แล้วไปที่ไหนครับ ไปกรุงเทพฯ ไปนนทบุรี คือภูเก็ต กระบี่ ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้ออยู่ในกลุ่มนั้นนะครับ มีประปราย คือ สหรัฐอเมริกา ไปที่บุรีรัมย์ ปากีสถานไปที่ตาก แล้วเราก็เห็นภาพนี้ออกมาว่ากระจายไปทั่วทุกภาค แต่ขณะเดียวกันทางขวามือ ผู้ป่วยชาวไทยทางขวามือมีประวัติกลับมาจากต่างประเทศนะครับ จำคุณป้าที่อยู่ที่นครปฐมได้ใช่ไหมครับ ที่อายุมากกลับมาจากเมืองจีน แล้วตอนนี้ท่านก็หายแล้วนะครับนี่ครับเป็นรายแรก ๆ มีอิหร่าน มีญี่ปุ่น มีอินโดนีเซีย กระจายไปทั้งชลบุรี นครศรีธรรมราช แล้วก็พระนครศรีอยุธยา ไปทั่วประเทศเหมือนกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้เราว่าใครไม่ได้ คนไทยก็ว่าไม่ได้ แต่มาจากทางเดียวกัน คือมาจากต่างประเทศ นี่คือสิ่งที่มีความสำคัญสูงมาก บางรายบินมา บางรายเดินเข้ามานะครับ ทางฝั่งของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พี่น้องไทย มาเลย์ ก็เป็นญาติพี่น้องก็ข้ามผ่านแดนกันเข้ามา ก็มีประเด็นเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราล้วนมีความเสี่ยงครับ แล้วกลุ่มอันนี้ถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ถ้าเป็นเฉพาะในประเทศที่เยอะที่สุด สนามมวย ซ้ายมือที่เห็นไหมครับ คนที่กักอยู่ต่างจังหวัด มาดูมวยในช่วงเวลาหนึ่งของเดือน มีนาคม แล้วท่านก็กลับไปยังบ้านของท่านนะครับ ซ้ายมือนี่นะครับ กรณีของมวย กทม. แต่จังหวัดที่กระทบจากกรณีของมวยเป็นกลุ่มก้อนใหญ่เลยครับ เป็นสีน้ำเงินเข้ม ๆ นี่ ทั้งกาญจนบุรี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครนายก ปราจีนบุรี บลา ๆ ๆ อีกเยอะทีเดียวครับ แล้วก็ยังมีไปสัมผัสกับคนดูมวยอีก มุกดาหาร แล้วสถานบันเทิงก็อีกกลุ่มก้อนหนึ่งนะครับ นี่คือสิ่งที่บอกให้เห็นว่าทั้งภายใน ศึกภายใน ศึกภายนอก มีทั้งสิ้นเลยนะครับ เชื้อโรคมันไม่มีพรมแดน มันไม่มีขอบเขต ไม่มีช่วงเวลาที่เขาทำงานไม่ทำงาน เราต้องมาเรียนรู้จากสิ่งที่เราติดเชื้อ หรือจากคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยนี่ละครับ ที่จะบอกกับเรา ด้านหนึ่งเมื่อวานนี้ที่มีคำถามต่อเนื่อง อยากจะตรวจเพิ่ม คนไทยตรวจน้อยหรือเปล่า ได้ตัวเลขมาแค่ 30 กว่า ของการเจ็บไข้ได้ป่วยของตรงนี้เป็นอย่างไร ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ขยายขอบเขตของคนที่จะมี เขาเรียกอะไร PUI จำได้ไหมครับ ที่เราพูดกันบ่อย ๆ เรียกว่า ปุ๋ย ๆ ๆ คือนิยามผู้ป่วยที่ต้องสอบสวนโรค ที่ต้องสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตอนนี้ขยายขึ้นมาอีกหลายกรณีเลยนะครับ ท่านผู้ชมบอกว่าอยากจะรู้มาก ๆ ถามกับผมมาเมื่อวานนี้ ผมบอกว่าเยอะนะ ผมขอเป็นวันนี้แล้วกันนะครับ วันนี้เตรียมมาเป็นสไลด์ให้ท่านได้เห็น ท่านมาตรวจได้เลย กรณีที่ 1 คือ มาจากเป็นกลุ่มก้อนที่อยู่่ที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ หมายถึงที่สนามบิน หมายถึง ด่านทางบกทั้งหลายในประเทศ มีอะไรบ้างครับ อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.3 องศาเซลเซียสขึ้นไป หมายความว่า 37.4 นะ ถ้าเดินสแกนหน้าผากมีตัวเลข 37.4 ท่านต้องถูกดึงเข้ามาแล้ว และก็หรือมีอาการนะครับ ของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก 4-5 อาการนี้นะครับ จะมีเฉพาะ 4 - 5 อาการนี้ ไม่มีไข้ก็ได้ หรือ มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างมีไข้แต่ไม่มีพวกนี้ ได้ครับ คือ มีประวัติเดินทางไปยัง เดินทางไปยัง หรือมาจากต่างประเทศทุกเที่ยวบิน ทุกช่องทางระหว่างประเทศ จำได้ไหมครับ ที่ตอนสมัยหนึ่งเราบอกว่าต้องเดินทางมาจาก 4 ประเทศนี้ มีจีน มีอิหร่าน มีอิตาลีอะไรทั้งหลายเหล่านี้ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วครับ ไม่ต้องประกาศโรคเขตติดต่อเขตติดต่ออะไรทั้งหลายแล้ว เพราะว่าผมนำเสนอให้ท่านเห็นทุกวันนี่ไปแล้วทั่วโลก เพราะฉะนั้นการประกาศก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยตอนนี้ มาจากระหว่างประเทศ คือทั่วทุกประเทศทั่วโลกเอาเลยนะครับ ถ้าท่านมีความเสี่ยงเหล่านี้ หมายความว่า ถ้าบอกอย่างนี้ได้ตรวจฟรีนะครับ ไปกรณีที่ 2 ครับ คืออะไร คือการเฝ้าระวังในสถานพยาบาล กลุ่มแรกอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง พูดง่าย ๆ กลุ่มนี้อยู่ที่สถานพยาบาล แยกออกมาเป็นกลุ่มก้อนที่ 2.1 ก็คือ ผู้ติดเชื้อที่มีอาการมีอะไรบ้างครับ องศาตอนนี้สูงขึ้นมาหน่อยแล้ว เอา 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือ 36 หรือมีประวัติว่ามีไข้ก็ได้ ไม่ได้วัด แต่บอกว่าเมื่อวานนี้มีไข้ เมื่อเช้านี้มีไข้ กินยาพาราไปแล้ว แต่บอกว่าดิฉันมีไข้ ผมมีไข้ ดิฉันมีไข้ ผมมีไข้ บอกได้เลย บวกกับอาการที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่แล้วก็คือ 4-5 อย่างเมื่อสักครู่ หรือมีปอดอักเสบด้วย แล้วก็มีปัจจัยเสี่ยงที่ 14 วันก่อนหน้านี้นะครับ มีประวัติเดินทางหรือมาจาก หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เกิดเรื่องของติดเชื้อไวรัสโคโรนาติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หมายความว่า ไม่ต้องต่างประเทศก็ได้ ท่านอยู่กรุงเทพมหานครก็ได้ อาชีพเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนค่อนข้างมาก ข้อที่ 3 คือ ไปในสถานที่ชุมชน หรือเป็นที่คนรวมกลุ่มกันมาก ไม่ว่าจะเป็นตลาด ห้างสรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้าอะไรก็ว่าไป หรือบอกตรง ๆ ว่าที่บ้านมีคนป่วยเป็นไวรัส เป็นโควิด หรือไปสัมผัสกับเขามา อันนี้ได้เลย หรือไม่ต้องไปที่บ้านก็ได้ ที่ทำงานก็ได้ กลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในสถานเฝ้าระวังของสถานพยาบาลเหมือนกัน มีปอดอักเสบขึ้นมาแล้ว หลายคนบอกว่าปอดอักเสบมาไม่รู้ว่าเป็นอะไร อาการพึบพับขึ้นมา ถ้าหาสาเหตุไม่ได้ รักษาแล้วไม่ดี อาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ไม่ได้ X-ray ปอด แล้วเข้าได้เรื่องของไวรัสโควิด อันนี้จะได้รับการตรวจฟรี และตรวจโดยเร็ว กรณีที่ 3 เฝ้าระวังของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตอนนี้ตัวเลขของทางด้านนี้เยอะทีเดียว แล้วเราก็รายงานทุกวัน วันนี้ก็มีตัวเลขหลักหน่วยขึ้นมาอีกเหมือนกัน อันนี้เราจะต้องดูแลท่านดีหน่อยหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายถึงดีแค่พี่น้องประชาชนนะครับ หมายถึงเราจะต้องดู จำนวนของท่านไม่ได้มากอะไร ก็ต้องดูแล้วเร็วขึ้นด้วย เหมือนกันครับ ไข้เหมือนกัน กล่องซ้ายมือเหมือนเมื่อสักครู่ที่พูดมาแล้ว ขวามือคือทุกรายที่แพทย์ผู้ตรวจรักษาสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือมีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือคือเอาแค่ความเห็นของแพทย์นะครับว่าสงสัยมาอย่างนี้ครับ ทุกราย แพทย์ผู้ตรวจคือให้อำนาจของแพทย์ผู้ตรวจสงสัยว่าจะใช่ มีแค่สงสัยตรวจเลย นี่คือความไว เราจะทำให้ไวยิ่งขึ้นนะครับ ก็ต้องขอบคุณทางกรมควบคุมโรคที่ปรับตรงนี้ขึ้นมา กรณีที่ 4 คืออะไรครับ การเฝ้าระวังผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน นึกถึงอะไรครับ สนามมวยอะไรอย่างนี้ครับ แบบนี้เลย กลุ่มก้อนนี้คือผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ ที่ผลตรวจของ Rapid Test และปิดเคส ปิด PCR ต่อเชื้อไข้ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีการส่งตรวจ ผมแปลความอย่างนี้ครับ ไม่ใช่สนามมวยอย่างที่ว่า คือมีอาการระบบทางเดินหายใจ อาจจะสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ไปตรวจแล้วนะครับ ไข้หวัดใหญ่ชนิด A B ท่านคงคุ้นเคยใช่ไหมครับ ตรวจแล้วลบ ไม่เจอ มาบวกกับปัจจัยเสี่ยง ช่องกล่องขวามือ กรณีเป็นบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มก้อนนี้เอามาตรวจเลย ในกรณีเป็นสถานที่แห่งเดียวกันนะครับ หรือทั้งหลาย ป่วยพร้อม ๆ กัน อาการคล้ายๆ ไข้หวัดใหญ่เป็นกลุ่มก้อนอย่างนี้ครับ นี่คือความไวของการตรวจก็จะทำให้กลุ่มก้อนต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาเลยครับ ตอนนี้อย่างที่ผมบอกเมื่อวานนี้ว่า ในกรุงเทพมหานคร รองรับการตรวจแล็บที่แล็ปที่เรียกว่าสารคัดหลั่งในโพรงจมูกได้ถึง 10,000 รายต่อวัน ต่างจังหวัดนะครับ ที่เหลือก็รวบรวมกันมาตรวจได้ประมาณสัก 10,000 รายต่อวันเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้น Test แต่ละ Test มีความสำคัญนะครับ ท่านก็แจ้ง กลุ่มนี้รัฐจ่ายให้ทั้งหมดเพื่อการควบคุมโรค จะได้ประสบความสำเร็จนะครับ ก็ต้องรีบบอกกันก่อนนะครับ ครับ ไปดูสถานการณ์โลก ตอนนี้ 1,400,000 กว่าคนแล้วนะครับ แล้วก็มีเสียชีวิต 81,972 นะครับ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่อัปเดต เป็นตัวเลขที่ update เมื่อเช้านี้ 7 โมงเช้า อยู่ในอันดับที่ 43 นะครับเมื่อวานนี้ ก็ตัวเลขทั้งหลายนี้ท่านคงจะเห็นคุ้นชินตาแล้วนะครับ ผมก็ภาวนาอย่างเดียวนะครับ อย่าให้หน้าแรกอย่าให้มีประเทศไทยเลยนะครับ อย่ามีในรายชื่อของประเทศไทย ตอนนี้หลักหมื่น หลักพันทั้งหลายอยู่ในหน้าแรกนี่ ของเราอยู่ในหน้าที่ 2 ก็อยู่ในอันดับที่ 43 ก็ไม่เป็นไรครับ วันนี้ก็พูดถึงประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมีคำถามใด ๆ เพิ่มเติมเชิญเลยครับ (คุณสุภนันท์) ยังคงมีสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับประเด็นการตรวจหาเชื้อภายในประเทศไทยนะครับ มีคำถามจากสื่อมวลชน ทั้งจาก PPTV จากช่อง 7 จาก Facebook Live คุณหมออธิบายทีเดียวเลยครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) มาตรการสักนิดหนึ่งก่อน ที่อยากจะเน้นย้ำ มีตาราง เชิญครับเอาขึ้นมาเลย อันนี้ต้องบอกนะครับว่า ผมพยายามจะหาเรื่องชมท่านผู้ชม วันนี้ได้ชมนิดหนึ่งครับ ว่าวันที่ 8 ผลงานของทุกท่าน อันนี้ได้ตัวเลขมาจากฝ่ายมั่นคง ซึ่งเป็นการสนธิกำลังกันทั้งฝ่ายทหาร ทั้งตำรวจนะครับ ทั้งฝ่ายปกครอง เมื่อวานนี้ ก็สะท้อนภาพว่าตัวเลข 1,200 มันต้อง 1,200 นะครับ ออกเคหสถาน ท่านมาดูวันที่ 8 เมื่อวานนี้ ความผิดออกนอกเคหสถาน 1,156 บอกว่าเป็นจิตแพทย์ต้องหาเหตุชมคนสักหน่อย วันนี้ผมได้คำชมตรงนี้ แต่ท่านจะดีใจไหม ก็ไม่ได้ลดลงไปไม่ถึงร้อยคนเลย เรามีตั้ง 60 กว่าล้านคน ทำผิดกันตั้งเป็นพัน ผมว่าลดลงหน่อย เอาลงให้ได้เป็นหลักหน่วยให้ได้นะครับ อย่าทำผิดอะไรกันเลยแล้วกันนะครับ แล้วก็ยังมั่วสุมกัน ใช้คำว่า "มั่วสุม รวมกลุ่ม ชุมนุม" อีก 72 อันนี้ก็ดีขึ้นนิดหนึ่งนะครับ จาก 76 เป็น 72 ทำให้ตัวเลขรวมกันเป็น 1,232 นะครับ ก็ดีขึ้นกว่าเดิม ก็ดีขึ้นกว่าเดิม จากเดิม 1,239 ยังไม่เพียงพอ ยังไม่พอใจหรอกครับ อยู่บ้านมากที่สุด แล้วมีตักเตือนไป 135 ราย และดำเนินคดีไป 949 รวม 1,084 ราย อันนี้คือบทบาทหน้าที่ของทางตำรวจไป แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่รายงานกันเป็นประจำก็คือเรื่องของคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ มีติดค้างกัน ที่เรียกว่า transit เครื่อง เพราะว่าเราบอกว่าเราจะขอไม่ให้สายการบินเอาเครื่องบินลงนะครับ จนกระทั่งถึงวันที่ 18 ยกเว้นที่จะเป็นกรณีที่ขออนุญาตไว้ก่อน ก็มีขออนุญาตไว้ ของเมื่อวานนี้ที่บอกว่าลงมา วันที่ 7 ลงมาจากการตาร์ 10 รายงานไปแล้ว อันนี้รายงานไปเมื่อสักครู่แล้ว แต่วันนี้ จะมี flight บินจาก NS 847 นะครับ ซึ่งจะเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น น่าจะเดินทางมาแล้วครับ เดินทางมาตั้งแต่เวลา 8.50 น. เวลาประเทศไทยนะครับ แล้วมีผู้โดยสารประมาณ 32 คน ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่ติดค้างจากการเลื่อนเวลานะครับ หรือ Transit แล้วก็เป็นคนไทยเพิ่มเติมมาอีก 10 กว่าคน แล้วก็จะถึงประเทศไทยประมาณ 15.30 น. ตามเวลาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนนี้ทางทุกอย่างได้เตรียมการกับ 5 หน่วยงาน ทุกอย่างได้มีการเตรียมการกับ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็จะต้อนรับท่านนะครับ ก็ต้องขอบพระคุณทางเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ที่ดูแลทั้ง 32 คนอย่างดี แล้วกำลังกลับเข้ามา แต่ทุกคนมีความเสี่ยง ต้องอยู่ใน State Quarantine ในสิ่งที่รัฐจัดให้เท่านั้น ณ ตอนนี้มีเรื่องประเด็นอีกอันหนึ่งคือหลายท่าน ไม่เคยนอน 2 คน อยากจะนอนคนเดียว ตอนนี้ที่พักที่เราจัดไว้ให้ มีข้อจำกัดบางประการ ท่านต้องอยู่ในข้อตกลงของเรานะครับ ยังไม่สามารถทำได้เป็นแบบโรงแรม โรงแรมที่จะเลือกห้องเดี่ยว เตียงเดี่ยว เตียงคู่ แบบ King Size อะไรนะครับ ก็จะพยายาม แต่ว่าไม่ได้เป็นเป้าหมาย เป้าหมายของเราคือต้องการควบคุมโรคมากกว่าความสะดวกสบายที่เกิดขึ้น ก็ต้องแลกกันนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ ยังได้กลับมา พวกเราก็ดีใจ ผมเชื่อว่าท่านก็ดีใจ ครอบครัวท่านก็ดีใจ หมดแล้วครับช่วงนี้ครับ (พิธีกร) ครับ ในขณะเดียวกันนี้ก็ยังทำให้คนที่ได้ฟังได้ตระหนักไปพร้อมกัน มีคำถามว่าการตรวจหาเชื้อของประเทศนะครับ มีคำถามของ PPTV แล้วยังไม่ได้ตรวจจริงหรือไม่ มีคำถามจากช่อง 7 บอกว่าที่ก่อนหน้านี้ตัวเลขเราน้อยเพราะว่า เราตรวจหาเชื้อของผู้ป่วยนี่น้อยหรือเปล่า เลยทำให้เราเจอเชื้อน้อย แล้วก็มีจาก Facebook Live ถามเข้ามาว่าก่อนหน้านี้ได้ข้อมูลจากเรา บอกว่า คุณหมอให้ข้อมูลว่าเราได้นี่ เราตรวจประมาณ 70,000 กว่าตัวอย่าง แต่ทำไมเราศักยภาพในการตรวจนี่ได้เป็นวันละเป็นแสนตัวอย่างเลย (นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน - โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)) ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า หลายคนบอกว่าต้องตรวจเยอะ ๆ สิ จะได้ผลดี ต้องสแกนไปเลยมาก ๆ เพื่อที่จะได้มั่นใจได้ว่าคนที่ไม่ตรวจคนที่ได้ตรวจนี่นะครับ ก็จะได้มั่นใจว่าตัวเองไม่มีเชื้อ และคนที่ได้ตรวจและมีเชื้อก็จะได้รับการรักษา มันก็ใช่ส่วนหนึ่งแล้วก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งนะครับ ถึงท่านได้ตรวจในวันนี้ ได้ตรวจในวันนี้ แต่พรุ่งนี้ท่านไปมีความเสี่ยง ท่านคิดว่าวันนี้ท่านสบายใจ ท่านก็ไม่ได้ใส่หน้ากาก ไม่ได้ตรวจวันนี้แล้วจะมีภูมิคุ้มกัน พรุ่งนี้ท่านก็ป่วยได้ มีตัวเลขยืนยันที่ผมอยากจะเอามานำเสนอ ต้องขอบพระคุณทาง วช. นะครับ ชื่อเต็มคืออะไรล่ะ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยประมาณนี้ ขออภัยนี้นะครับ อาจจะกล่าวนามผิด ต้องใช้นามนี้ครับ ศูนย์ปฏิบัติการด้านการฉุกเฉินและการวิจัยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งก็เป็นภาคีเครือข่ายของเราที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จากทั่วโลกและก็จากทางกระทรวงสาธารณสุขมาวิเคราะห์กัน จะเห็นภาพนี้ครับ คุณผู้ชมเห็นแล้วงง ๆ อาจจะดูยากหน่อย ไม่ยากครับ เดี๋ยวผมอธิบายเลยว่าสัดส่วนการตรวจทางห้องปฏิบัติการโควิด จะเห็นว่าเขายกตัวอย่างของทั่วโลกมา เอาก้อนโต ๆ คือ บนสุดก่อนเลยนะครับ อิตาลี มีจำนวนที่ตรวจต่อประชากร 1,000,000 คนนี่ประมาณ 10,000 ราย คนก็ได้ครับ อิตาลีมีประชากรประมาณ 60.5 ล้านคน ใกล้ ๆ กับประเทศไทยนะครับ แต่เขาตรวจเจอเชื้อถึง 18.65 เปอร์เซ็นต์ อัตราที่ตรวจเจอเชื้อนี่ตั้งขนาดนี้ มีการตรวจไปประมาณทั้งหมดประมาณ 69,000 กว่าตัวอย่าง มีผู้ติดเชื้อ 128,000 กว่าตัวอย่าง ไม่ได้บอกเลย มาดูอีกประเทศหนึ่งเกาหลีใต้ที่บอกว่าดี ๆ ยอมรับกันทั่วโลกนี่ มีการตรวจสัดส่วนอยู่ที่ 9,099 ต่อประชากร 1 ล้านคน ประชากรเขา 51.3 ล้านคน มาเทียบเคียงกับไทยเรานะครับ ขวามือ เรามีการตรวจประมาณ 1,079 ต่อประชากร 1,000,000 คน เปอร์เซ็นต์เรากับทางเกาหลีใต้ไม่แตกต่างกันเลยนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะตรวจแค่ประมาณ 71,000 กว่าคน เกาหลีใต้ตรวจไป 400,000 กว่าคน เจอเชื้อ 10,000 กว่าคน ของเราตรวจไป 70,000 กว่าคน เจอเชื้อ 2,067 ราย อยู่ที่การเลือกตรวจอย่างที่ผมบอกไงครับ อย่างที่ภูเก็ตนี่ มีคนติดเชื้ออยู่ ตีเสียว่าประมาณ 500 คน ถ้าร้อยคนจะตรวจทั้ง 500,000 คนเลยหรอ ต้องไปขีดวงคนใกล้ ๆ คนอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้เสี่ยงตรวจก็เสียสตางค์เปล่า ๆ เพราะฉะนั้นเราต้องขีดวงประเทศไทยเรา ต้องประหยัด แล้วก็ขีดให้เหมาะสม แล้วก็ตรวจเจอ หลายคนบอกว่าถ้าอย่างนี้ซ้อนตัวเลขหรือเปล่า ตรวจเจอเชื้อไข้หวัดใหญ่ อ้างว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นู่นนี่นั่น เมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวก็ถามผมทางโทรศัพท์นะครับ ถ้าบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ก็รายงานเป็นเรื่องไข้หวัดใหญ่ก็หลอกตัวเลขกัน ผมบอกไม่ได้หรอกครับ แพทย์ที่จะต้องตรวจนี่เขาก็ต้องรู้ว่า คนไข้เขาจะเป็นอะไร ถ้าตรวจแล้วบอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ เขาก็จะต้องไม่ได้รังเกียจรังงอน และไม่ถึงเสียชีวิต แต่โรคนี้ที่น่ากังวลใจเลย ทุกคนกลัวหมด เพราะว่าอย่าว่าแต่คนไข้กลัวนะครับ หมอเองถ้ารู้ว่าเป็นนี่ ทุกคน Leave จากงาน เพราะว่าเขาก็กลัว เพราะมีคนตายแล้วอายุ 30 กว่า 20 กว่าก็ตาย เพราะฉะนั้นปิดไม่มิดหรอกครับ เพราะตอนนี้ Social Media มีเต็มไปหมด คนที่รู้ก่อนอันดับแรกก็คือคนที่อยู่ในห้อง lab มาบอกผมให้ไปตรวจ แล้วไม่บอกผมว่าเป็นโรคนี้นี่เคืองกันนะครับ มีเคืองกันนะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังบอกไม่มีทางปิดได้ ไม่มีทางซ่อนได้ และเราก็ได้รับนโยบายมาทุกระดับไม่ว่าตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดฯ ไม่เคยได้มีซ่อนเลยนะครับ ถ้าซ่อนผลเสียก็จะอยู่ที่พวกเรา และพี่น้องประชาชน ก็จะปิดไม่มิด ภาษาไทยเราบอกช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิดไม่มิด ไม่ต้องเอาปิดหรอกครับ นี่เชื้อโรคตัวเล็ก ๆ นิดเดียว ปิดนิดหน่อย ที่ไหนก็รู้หมด เพราะฉะนั้นให้มั่นใจนะครับจากแผนภูมิตรงนี้ว่า การที่จะเพิ่มการตรวจเป็นหลาย ๆ แสนอะไรทั้งหลายนี้ก็ไม่ใช่เป็นทิศทางทั้งหมดแต่เป็นส่วนหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะใช้คำว่า "active case finding" คือ จะไปหาผู้ป่วยแล้วก็ขีดวง แล้วก็ตรวจเจาะตรงนั้นให้ได้มากที่สุด ป่วยขีดวงแล้วก็ตรวจตรงนั้นให้มากที่สุด วิธีการเหล่านี้เป็นหลักการของทางระบาดวิทยาที่ยอมรับกันทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามครับ บวกกับ PUI ที่เปลี่ยนไปเมื่อสักครู่นี้ คนที่ไอหน่อย ๆ แล้วก็เดินผ่านคนจำนวนมากจะติดไหม ก็ไปตรวจมา เหมือนกับที่ทำเนียบที่เราพยายามที่จะไม่ให้มีผู้สื่อข่าว ให้โล่ง ตอนนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องนี้อีกเลย ตั้งแต่มีการรายงานเกิดขึ้นมา ซึ่งก็เป็นมาตรฐานวิธีการที่ทำทั่วโลกครับ แล้วก็ไปดูที่ จำนวนของห้องปฏิบัติการจำนวนของห้องปฏิบัติการ เพื่อความมั่นใจว่าจะเปิดให้ได้ทันไหม พอพูดเสร็จแล้ว เปิดห้องปฏิบัติการได้เท่าไร ตอนนี้ ณ วันที่ 7 มีห้องปฏิบัติการอยู่ 80 ห้องปฏิบัติการ แล้วเราก็กำลังจะเปิดขึ้นให้ได้ 110 ห้องปฏิบัติการรองรับได้ตรงไหนบ้างในเขตต่าง ๆ ในแผนที่ประเทศไทยนะครับ ก็กระจายไปหลายที่นะครับ ก็จะเยอะหน่อย อยู่ที่กรุงเทพมหานครถึง 33 แห่ง ของเราก็จะเยอะหน่อย กรุงเทพมหานคร แต่ที่อื่น ๆ ก็จะตรวจเพิ่ม มีการคุยกันในกระทรวงสาธารณสุข ว่าเดี๋ยวนี้มันมีการตรวจการตรวจแบบเขาเรียก drive thru ขับรถไปแล้วก็จิ้มตรวจ ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งทำ เราก็ทำกันอยู่นะครับ แล้วในต่างประเทศมีเหมือนกันครับ ทำเป็นตู้เหมือนตู้โทรศัพท์นะครับ แล้วก็ให้หมออยู่ในตู้โทรศัพท์นี่นะครับ แล้วก็ยื่นมือออกมา แล้วใครที่จะมาตรวจก็อยู่ด้านนอกตู้ ตรวจแป๊บเดียวไม่น่าจะเกิน 15 นาที 20 นาที ครึ่งชั่วโมง ไม่ต้องรอคิวก็ตรวจเสร็จ คนที่ตรวจก็ปลอดภัย คนที่มารับการตรวจก็ปลอดภัย วิธีการตรวจเหล่านี้ทางกระทรวงสาธารณสุข กำลังจะพัฒนาขึ้นมานะครับ เพราะถ้าโรคนี้อยู่กับเรานานเราก็ต้องดูแลแล้วก็เอาเทคโนโลยีดี ๆ ของต่างประเทศมาทำให้กับประเทศไทยเรา ไม่ต้องกังวลเลยครับ ตอนนี้ทีมต่าง ๆ ก็มาช่วยกันเยอะ ทั้งภาคเอกชน ทราบว่า SCG ก็จะมาช่วย อะไรต่าง ๆ นะครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อได้ไม่หมด ที่อาจจะต้องมาร่วมมือกันนะครับ ในการทำงานด้านนี้ แล้วก็มีรายชื่อตัวเล็ก ๆ เยอะแยะนี้ ไม่ต้องการให้ท่านอ่านนะครับ แต่ให้ท่านมั่นใจว่ามีแน่นอน แล้วก็ท่านสามารถไปได้ทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัดนะครับ ต่างจังหวัด 41 แห่ง กรุงเทพฯ ปริมณฑล 39 แห่งนะครับ แล้วก็มีรายชื่อย่อย ๆ นะครับ อยากจะรู้ว่าตรวจที่ไหน เมื่อวานนี้ถาม อยู่ต่างจังหวัด ระคายคอ ไอ มานี่ ข้างบ้านเพิ่งเข้าโรงพยาบาล ท่านก็ถ้ามีอาการแล้วรวมแล้วเข้า PUI ได้ รายชื่อทั้งหมดทั้งทั่วประเทศ ก็ดูกันไปนะครับ // มีสอบถามเข้ามาถึงตัวเลขของศักยภาพในการตรวจนะครับ มีการอ้างถึงตัวเลขกับบางตัวเลข อาจจะมีการเพิ่มศักยภาพในการตรวจได้เป็นวันละ 1 แสนตัวอย่างครับ ให้คุณหมอชี้แจงหน่อยครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับก็วันนี้ยังยืนยันอยู่ที่ประมาณวันละ 10,000 ของกรุงเทพมหานคร และอีก 10,000 ของต่างจังหวัดรวมกันนะครับ เรายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจเป็นแสนต่อวัน ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากทีเดียว ตอนนี้มีข่าวดีอย่างเรื่องของน้ำยาตรวจนี่นะครับ Siam Bio Science ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยได้พัฒนาร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ค่าใช้จ่ายการตรวจต่อแล็บหนึ่ง 4,500 เป็น 1,500 บาท ซึ่งอันนี้ถูกลงมาก แต่อย่างไรก็ตามแต่คงยังไม่ได้ถึงวันที่เป็นแสนนะครับ เอาเป็นว่าทำให้เต็มที่ก่อน ของกรุงเทพมหานคร กับต่างจังหวัดก็รวม 20,000 แล็บ ต่อวันนี่ 20,000 Test ต่อวันนี่ที่เราทำได้นะครับ (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไป คำถามต่อไปจากทาง PPTV เรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ตอนนี้มีการรายงานหรือเปล่า เพราะว่าบุคลากรทางการแพทย์ทำงานมา 2 เดือนแล้ว จะส่งผลกระทบกับการดูแลผู้ป่วยระยะยาวหรือไม่ครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) เดี๋ยวขอรวบรวมก่อนนะครับ วันนี้มีตัวเลขอยู่สัก 2-3 ท่าน ข่าวว่าถึงแม้ว่าไม่ได้ป่วยเองนะครับ แต่ไปสัมผัสผู้ป่วยยังต้องทำ Quarantine ต้อง Home Quarantine อะไรต่าง ๆ อยู่ที่บ้านอีกจำนวนหนึ่ง เดี๋ยวขอเวลาแล้วจะได้ให้ทางกองระบาดวิทยา ได้รวบรวมตัวเลขนี้ขึ้นมา พอดีผมก็ไม่ได้เตรียมาวันนี้ครับ (พิธีกร) อีกหนึ่งคำถามจาก PPTV เหมือนกันครับ ไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้ว่าช่วงนี้จะมีเคอร์ฟิว ถ้าเกิดเข้าสู่สงกรานต์แล้วจะมีการคุมเข้มเรื่องเมาแล้วขับหรือไม่ จำเป็นต้องออกการห้ามจำหน่ายสุรา แบบที่บางจังหวัดมีคำสั่งไปก่อนหน้านี้หรือเปล่าครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ ก็เราอยู่ในช่วงของโรคระบาดนะครับ แค่นี้ก็หนักหนาสาหัสแล้ว ด้านอื่น ๆ ทั้งอุบัติเหตุอะไรทั้งหลายนี่ขอให้ลดน้อยลง เรื่องของการเมาสุรา และมาเมาอาละวาด มาทำร้าย ทำภาพที่ไม่ดีที่อยู่ในห้องฉุกเฉินอะไรทั้งหลายนี่ ท่านอย่าทำเลยนะครับ จริง ๆ แล้ว พรก. ฉุกเฉินที่ว่านี้ อันนี้แล้วแต่จังหวัดที่จะประกาศนะครับ ในเรื่องของการห้ามจำหน่ายสุราอะไรก็แล้วแต่ ณ ตอนนี้ก็คงเป็นมาตรการย่อย ๆ ไปของแต่ละจังหวัด ซึ่งถ้าท่านอยู่ในจังหวัดไหนท่านก็ต้องให้ความร่วมมือ ถ้าออกมาในเรื่องของเคอร์ฟิวด้วยแล้ว ก็ต้องไม่มีอยู่แล้ว เรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นถ้ามองยาวไปถึงทางด้านสงกรานต์ ทางกระทรวงวัฒนธรรมก็ออกมาแล้วนะครับ เมื่อวานผมเห็นใบประกาศจากกระทรวงวัฒนธรรม ก็ให้เปลี่ยนวัฒนธรรมของไทยเราในปีนี้ไปเสีย แทนที่เราแทนจะใช้รดน้ำขอพรก็ห่างผู้ใหญ่ท่านไว้ก่อน ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมก็มีความห่วงในเรื่องนี้ ก็มีการปรับเปลี่ยนได้ ก็ดีนะครับ แต่วัฒนธรรมการดื่มนี้ไม่ใช่ ไม่ใช่วัฒนธรรมไทยแน่นอน อย่าดื่มเลยครับ (พิธีกร) ครับ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ต้องขอขอบคุณครับ คุณผู้ชมครับ นอกจากจะติดตามรายงานสถานการณ์ข้อมูล และก็ประเด็นสำคัญในแต่ละวันนะครับ จากทางด้านของโฆษกศูนย์ ศบค. นะครับ จัดทำข้อมูลเป็นภาคภาษาอังกฤษนะครับ เนื่องจากสำนักจากต่างประเทศก็ยังคงติดตาม แล้วก็ให้ความสำคัญ ให้ความสนใจรายงานข้อมูลที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ วันนี้ยังคงมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ จากท่านณัฐภาณุ นพคุณ ท่านรองอธิบดีและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ขอกราบเรียนเชิญท่านครับ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภานุ นพคุณ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ครับ กราบขอบพระคุณท่านผู้ชมครับ ยังมีอีก 2 ประเด็นใหญ่ที่หลายคนติดตามกัน ก็คือเรื่องของคนไทยที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศ คนที่ไทยที่อยู่ระหว่าง Transit นะครับ รวมทั้งที่วันนี้เริ่มจ่ายเป็นวันแรก วันนี้จะมีทางผู้แทนของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลังมาร่วมตอบคำถามเวลาประมาณ 14.00 น. นะครับ ช่วงนี้ติดตามรายการปกติของทางสถานีก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր