--- title: แถลงการนายก วันที่ 10 เมษายน 2563 subtitle: date: วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 17.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เป็น 96,363 คน โดยที่อิตาลีอิตาลียังเพิ่มเป็น 18,279 คน โดยในนี้มีแพทย์นับร้อยคน ก็มีแพทย์ที่เกษียณอายุที่เป็นพยาบาลด้วยค่ะ ส่วนประเทศที่มียอดผู้เสียชีวิตรองลงมาก็คือสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 11,697 คน ขณะที่ยอดสะสมผู้ติดเชื้อทั่วโลกใน 210 ประเทศ สูงสุดยังคงอยู่ที่สหรัฐอเมริกาค่ะ 468,895 คน ตามมาติด ๆ ด้วยสเปนนะคะ อยู่ที่ 153,222 คน ส่วนที่ยุโรปก็ยังเป็นพื้นที่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงรุนแรงอยู่นะครับ ที่ฝรั่งเศส เยอรมณี อิตาลีในกรุงลอนดอน แต่ก็ยังคงอยู่ในความดูแลของแทพย์ต่อไป ตอนนี้ก็ยังคงเก็บตัวอยู่บ้านพัก แม้ว่าผลตรวจสุขภาพจะไม่พบว่าเธอติดเชื้อก็ตามค่ะ เดี๋ยวพาคุณผู้ชมไปดูอีก 1 ประเทศ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันโรคเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดด้วยครับ คือ ข่าวดังกล่าวนี้นี่ มีขึ้นในกรุงริยาส ที่คาดว่าจะทยอยเข้ามารับการรักษา โดยเฉพาะบุคคลระดับ VIP โดยโรงพยาบาลบางแห่งขอรับสวัสดิการชดเชยการว่างงานรายงานเศรษฐกิจหลายชิ้นก็ชี้เหมือนกันค่ะ มีชาวอเมริกันตกงานตอนนี้อาจจะมีราว ๆ 20 ล้านถึง 50 ล้านคนองค์กร... ได้เผยว่าสถานการณ์สวัสดีพี่น้องประชาชนที่เคารพรักยิ่งนะครับ วันนี้ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ขอรายงานความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ ที่ได้สั่งการ และรัฐบาลได้มีมติในแต่ละด้านดังนี้นะครับ ประกอบด้วยด้านการแพทย์และสาธารณสุขประกอบด้วยมาตรการลดการแพร่กระจายของไวรัสCovid-19 ที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง การรณรงค์เพื่อการเพิ่มระยะห่างทางสังคม Social Distancing นะครับ และส่งเสริมการทำงานที่บ้าน Work from home รวมถึงกลไกการทำงานที่ขันแข็งของสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อสม. กว่า 1,000,000 คนทั่วประเทศ ที่ทำหน้าที่เหมือนมดงาน ในการทำ delivery หยิบยื่นสุขภาพที่ดีไปถึงหน้าบ้านทุกครัวเรือน มุ่งเน้นผู้ที่กักตัว และระวังเชื้อซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ นับเป็นระบบสาธารณสุขพื้นฐานที่จะเป็นจุดแข็งของประเทศไทย ต้องขอขอบคุณ อสม. นะครับ ที่เข้มแข็งทุกคน สำหรับมาตรการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพวกเรานั้น โดยรักษาผู้ติดเชื้อโดยรัฐบาลได้จัดหา หน้ากากอนามัย N95 เพิ่มอีก 200,000 กว่าชิ้นนะครับ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเราสามารถอบความร้อนจากรังสี UVC นะครับ เพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำได้ถึง 4 ครั้ง ปัจจุบันโควตาหน้ากากอนามัยสำหรับหมอและพยาบาลทั่วประเทศ อยู่ที่ 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน ส่วนหน้ากากผ้าสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ที่ไม่มีอาการป่วยได้ให้แต่ละชุมชน ผลิต เพื่อแจกจ่ายกันเอง คนตามเป้าหมายแล้ว กว่า 50 ล้านชิ้น ซึ่งถือว่าเพียงพอ สำหรับหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า N95 และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ เหล่านี้ ศบค. จะมีข้อมูลตั้งแต่โรงงานผลิต การจัดส่งโดยบริษัทไปรษณีย์ไทย ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ไปจนถึงขั้นกระจายในพื้นที่ ประชาชนสามารถตรวจสอบขั้นตอนได้นะครับ ส่วนการนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์จากประเทศจีนและญี่ปุ่นที่ผ่านมา ดำเนินการไปแล้ว 5 ครั้ง รวม 187,000 เม็ด นะครับ และอยุ่ระหว่างการจัดหาเพิ่มเติมอีก 200,000 เม็ด นอกจากนี้การจัดเตรียมเตียงเพิ่มและสิ่งอำนวยความสะดวกในการรองรับดูแลผู้ป่วยจำนวน 98 แห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีการหาห้อง ICU เพิ่มอีก 80 เตียง เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต รวมทั้งความพร้อมในการเฝ้าระวังของรัฐ ทั้งในกรุงเทพฯ และในส่วนภูมิภาค ซึ่งจะสามารถรองรับได้ประมาณ 20,000 คน ที่ผมให้ความสำคัญอย่างมาก ก็คือการป้องกันไม่ให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องติดเชื้อเพิ่มเติมขึ้นอีก ในด้านการป้องกัน และการช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งการรักษาความมั่นคง ประกอบด้วยการจำกัดการเดินทางระหว่างจังหวัด และการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ช่วงเวลา 4 ทุ่มถึงตี4 6 ชั่วโมง ทั้งนี้ ศบค. ได้จัดกำลังพลกว่า 20,000 นาย ตั้งจุดตรวจต่าง ๆ มากกว่า1,00 แห่ง ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากพี่น้อง ประชาชน ดีขึ้น เพิ่มขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามยังคงมีผู้ฝ่าฝืน มั่วสุม ชุมนุมกัน กว่า 6,500 ราย ในช่วงวันที่ 3 ถึงวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งไม่เป็นที่น่าพอใจนัก นะครับ เนื่องจากถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป ในแง่การจำกัดการแพร่ระบาดของโรค เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ใช้กฎหมายเพิ่ม หรือประกาศเวลาเคอร์ฟิวให้มากขึ้น บุคคลที่ขาดจิตสำนึกเหล่านี้ รวมทั้งขาดความรับผิดชอบด้วยนะครับ ก็จะเป็นผู้ที่ทำให้พ่อแม่พี่น้อง ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ และคนส่วนใหญ่ต้องลำบากในช่วงเวลานี้ ผมขอเตือนนะครับให้แก้ไขพฤติกรรมตัวเอง ศบค. นั้นยังไม่มีแนวความคิดที่จะขยายเวลาเพิ่มเติม หรือเพิ่มการห้ามออกนอกเขตเคหะสถานในเวลานี้นะครับ ด้านการควบคุมสินค้า มีสถิติการร้องเรียน การกักตุนสินค้า การร้องเรียนการขายสินค้าราคาแพง การกักตุนสินค้า และการปฏิเสธการขายสิ้นค้าโดยไม่มีเหตุผล มีจำนวนมากนะครับ 4 เดือนที่ผ่านมานั้น เราสามารถจับกุมและดำเนินคดีการขายสินค้าเกินราคาได้ 20 ราย การไม่ติดป้้ายแสดงราคาสินค้าง36 ราย การจงใจทำให้ราคาสินค้าต่ำ หรือสูงเกินสมควร จนทำให้เกิดความปั่นปวน จำนวน 75 รายเป็นต้น นอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ที่มีการประกาศให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือแอลกอฮอล์เป็นสินค้าควบคุม มีสถิติการจับกุมเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย และเวชภัณฑ์ ถึง 334 คดี ยึดของกลางเป็นหน้ากากถึง 3,300,000 ชิ้น แอลกอฮอลล์มากกว่า 300,000 ลิตร COVID-19 60,000 ชุด และเครื่องวัดอุณหภูมิกว่า 4,000 เครื่องคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า177 ล้านบาทนะครับ ด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ หลักการสำคัญก็คือวันนี้เราต้องรอด วันข้างหน้าเราก็ต้องกลับมาเข้มแข็ง รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการและเยียวยาทีั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 1 และ 2 ซึ่งถือเป็นระยะเร่งด่วน สำหรับประชาชนทุกกลุ่มไปแล้ว รัฐบาลได้ออกมาตรการเพิ่มเติมในระยะที่ 3 อีก และเตรียมความพร้อมของประเทศในทุกมิติ 1,900,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของ GDP ประกอบด้วย 1. การออกพระราชกำหนด ให้กระทรวงการคลัง กู้เงิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยครอบคลุม 3 แผนงานหลักได้แก่แผนงานด้านสาธารณสุข เพื่อจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค และสนับสนุนการทำงานและงานวิจัย แผนงานเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมประชาชน และผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดย 2 แผนงานนี้จะใช้งบประมาณรวม 2 แสนล้านบาท แผนงานต่อไปคือแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่การสร้างงานใหม่ การกระตุ้นการบริโภค การส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้กลับมาสู่ภาวะปกติยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อรองรับในระยะยาว โดยแผนงานนี้ใช้งบประมาณ 4 แสนบ้านบาท 2 การออกพระราชกำหนดแก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นรากฐานของประเทศที่สำคัญอย่างยิ่ง ใช้วงเงิน 5 แสนล้านบาทโดยธนาคารแห่งประเทศไทย จะร่วมกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงิน มีการออกสินเชื่อเพื่อสภาพคล่องมิให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ของภาคธุรกิจในวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย ให้ผู้ประกอบการ SME เป็นระยะเวลา 6 เดือน และการปรับโครงสร้างหนี้ ได้ตามกำหนด ซึ่งมีผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการนี้ 1,700,000 ราย และยังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นตัวได้ 3. การออกพระราชกำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุนสภาพคล่อง เพื่อดูแลเสถียรภาพ ตลาดตราสารหนี้ ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในวงเงิน 400,000 ล้านบาท ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาพคล่องต่อเศรษฐกิจที่อาจจะลุมราม ส่งผลร้ายอย่างรุนแรง ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจได้ 4. การเตรียมยกร่างปรับงบประมาณ โดยให้หน่วยงานปรับลดงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ขอวงเงินคงเหลือที่ไม่มีข้อผูกพันธ์ เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิดปัฯหาภัยแล้ง และปัญหาภัยพิบัติอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปีงบประมาณนี้นะครับ โดยคณะรัฐมนตรีจะเร่งเสนอคาดว่าจะทูลเกล้าทวายได้ไม่เกิน 2563 5. คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการ การเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ และข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงการศึกษา อัตรา ทั้งในส่วนของอัตราข้าราชการตั้งใหม่ จำนวน 38,000 อัตรา และอัตราข้าราชการตั้งใหม่สำหรับนักเรียนแพทย์ ปี 2563 จำนวน 7,000 อัตรา โดยมอบหมายให้กำหนดนโยบายกำลังพลภาครัฐ อปพร. นะครับ รายละเอียดให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ นอกจากนั้นรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทย โดยให้มีการพิจารณาในการดูแล ในการปรับ เกลี่ย จากอัตราที่ว่างอยู่ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะต้องชี้แจงให้ทราบในโอกาสต่อไป และ 6 การเพิ่มจำนวนหน่วยที่ใช้ไฟฟ้าฟรีจาก 50 หน่วยต่อเดือน เป็น 90 หน่วยต่อเดือน สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านที่อยู่อาศัย ที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ ทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อจะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน ซึ่งคาดว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์ 6,400,000 ราย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาได้พิจารณากรณีประโยชน์ทดแทนกรณีการว่างงานของผู้ประกันตน โดยให้อนุมัติหลักการ ให้กระทรวงแรงงานร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์อัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนจากการว่างงานก็คือ กรณีเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และเกิดเหตุสุดวิสัยทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนการว่างงาน ที่ครอบคลุมการว่างงาน จากเหตุการณ์แพร่ระบาดของCovid-19 ในครั้งนี้ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมด้วย เช่น การว่างงานโดยการให้ปิดเมือง การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งการให้หยุดการประกอบกิจการดังกล่าวที่มิได้เป็นผลจากคำสั่งข้าราชการโดยตรง นอกจากนี้ลูกจ้างยังคงมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอีกด้วย กรณีการใช้จ่ายงบประมาณเงินกู้ หรืองบประมาณใดก็ตามที่จะนำมาใช้แก้ปัญหา Covid-19 ในการสาธารณสุขเยียวยา ดูแล ฟื้นฟูประชาชนทุกภาคส่วน เราจะมีคณะกรรมการพิจารณา ติดตาม กำกับ ดูแล คัดแยก ทั้งนี้ก็เพื่อให้นายกรัฐมนตรีผู้อำนวยการ ศบค. นะครับ ได้นำเข้า ครม. เพื่ออนุมัติก่อน เรื่องใดก็ตามที่หลุดออกมาเป็นข่าวตามสื่อโซเซียล ครม. อนุมัติ ก็ถือว่าเป็นข่าวปลอม เชื่อถือไม่ได้ ทั้งนี้ผมไม่ต้องการให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชน ด้านการต่างประเทศ ที่ผ่านมาเน้นการกักกันผู้เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ 14 วัน ปัจจุบันได้มีมาตรการชะลอการเดินทางกลับชาวไทยในต่างประเทศออกไปจนถึงวันที่ 18 เมษายน เนื่องจาก ข้อเท็จจริงตามสถิติชี้ให้เห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือเยียวยา เพื่อจะลดผลกระทบในระหว่างที่ต้องอาศัยอยู่ในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ในรูปแบบเงินช่วยเหลือ เพื่อจะลดค่าใช้จ่ายเป็นต้น ด้านการสื่อสารในสภาวะวิกฤติ ปัจจุบันยังคงมีข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนเฉพาะเมื่อวานนี้มีคดีทั้งสิ้น 26 คดี แจ้งข้อหาจำนวน 10 คดี มีผู้ต้องหา 13 ราย และออกหมายเรียกผู้ต้องหาอีก 2 คดี จึงขอร้องทุกท่านอย่าส่งต่อข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ พี่น้องประชาชนครับ นับตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมจนถึงปัจจุบัน 100 วันแล้ว ที่เราได้ร่วมต่อสู้กันมาในสงคราม Covid-19 ในครั้งนี้ด้วยกัน การเตรียมความพร้อมและการเฝ้าระวังที่เข้มงวดตั้งแต่ต้น และความร่วมมือของทุกฝ่าย ทำให้เรามียอดผู้ป่วยอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ มีอัตราการเสียชีวิตกับหลายประเทศชั้นนำและมีความพร้อมรับมือในทุก ๆ ด้าน เป็นข้อพิสูจน์ว่าการดำเนินการของเรานั้นมีประสิทธิภาพ ประเทศต่าง ๆ ยกให้เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำร็จ ในการรับมือกับ Covid-19 ผมขอให้พวกเราทุกคนได้ภูมิใจได้เชื่อมั่นในมาตรการของรัฐ และมีระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดในการปฏิบัติตามนะครับ ผมขอสัญญาว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หน้าที่ของผมก็คือดูแลคนไทยทุกคนทั้งประเทศ ขอให้ทุกคนสู้ไปด้วยกัน พวกเราคือทีมประเทศไทย หากเราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่เราจะเอาชนะไม่ได้ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในโรงพยาบาล และสถานีอนามัยต่าง ๆ พร้อมทั้งสมาชิก อสม. นับล้านคนทั่วประเทศ ที่ทำงานอยู่ในด่านหน้าของพวกเรา รวมถึงเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครและจิตอาสาทุกท่าน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือดูแล และให้บริการประชาชนในวิกฤตนี้ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพของท่านเอง ผมข้อย้ำว่าทุกท่านคือความหวัง คือฮีโร่ที่อยู่ในหัวใจของผม และอยู่ในหัวใจของคนไทยทั้ง 73 ล้านคน ผมขอขอบคุณในการเสียสละของทุกท่าน สัปดาห์หน้าเป็นช่วงเทศการประเพณีสงกรานต์ แม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลจะได้ประกาศเลื่อนวันหยุดสงกรานต์แล้วให้ทำงานตามปกติแล้วลจะมีการชดเชยให้ภายหลัง แต่ก็ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อ Covid รัฐบาลจึงมีแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญ 1. งดเว้นการจัดงานสงกรานต์ในทุกระดับ 2. งดเว้นการเดินทางกลับภูมิลำเนา 3. งดเว้นการรดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่ทุกกรณี 4. งดการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก หรือเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามและมีคุณค่าทางจิตใจก็ขอให้ปฏิบัติดังนี้นะครับ 1. สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน แสดงความกตัญญู ขอพรต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ในบ้านเดียวกัน โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยด้วย 3. ส่งเสริมให้แสดงความรักและความกตัญญูต่อบุพการี ผู้มีพระคุณ ที่อยู่ไกลกันผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือสื่อออนไลน์ และเนื่องโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทยที่จะมาถึงในเร็ววันนี้นะครับ ผมในนามของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจ ร่วมกันต่อสู้วิกฤตนี้ไปด้วยกัน และขอให้สงกรานต์นี้ อยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อครอบครัวกันให้มากที่สุด เราจะร่วมกันฝ่าฟันวิกฤติในครั้งนี้ให้จงได้ ประเทศไทยจะต้องชนะอย่างแน่นอนครับ (บรรยาย) ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารสถานการณ์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 ฉบับที่ 3 ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2563 แล้วนั้น เพื่อเป็นการกำหนดข้อยกเว้นในการปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับที่ 2 ให้ชัดเจนขึ้น เพื่ออำนวยความสะอวดแก่ประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 นายกรัฐมนตรี จึงออกข้อกำหนดเพิ่มเติมฉบับที่ 3 ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ในการบังคับใช้ข้อ 1 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2563 ให้ยกเลิกความในส่วนที่เป็นข้อยกเว้น การออกนอกเคหสถานตามเวลาดังกล่าว และให้ใช้ข้อยกเว้นดังต่อไปนี้แทน วงเล็บ 1 การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ ของทางราชการ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือพลเรือน ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอื่น วงเล็บ 2 การสาธารณสุข ได้แก่ ผู้ป่วยผู้มีความจำเป็นต้องพบแพทย์ และผู้ดูแลบุคคลดังกล่าว หรือแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติงาน (3) การขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ได้แก่ ผู็ขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สินค้าอุปโภค บริโภค ผลผลิตการเกษตร น้ำมันเชื้อเพลงิ ไปรษณีย์ภัณฑ์ พัสดุภัณฑ์ หนังสือพิมพ์ หรือสินค้าเพื่อการนำเข้า หรือส่งออก วงเล็บ 4 การขนส่ง หรือขนย้ายประชาชน ได้แก่ ผู้ขนส่ง หรือขนย้ายประชาชน ไปสู่ที่เอกเทศของทางราชการหรือของตนเอง เพื่อการเฝ้าระวังหรือกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ หรือผู้เดินทางมาจาก หรือไปยังท่าอากาศยาน หรือสถานที่ขนส่ง ตามที่ทางราชการอนุญาต และให้เปิดทำการได้ (5) การบริการ หรือการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ได้แก่ ผู้บริการคนไร้ที่พึ่ง ผู้บริการเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง ในสถานีน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้บริการส่งสินค้าหรืออาหารตามสั่ง ผู้บริการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุงไฟฟ้า ประปา ระบบระบายน้ำ ระบบท่อส่งน้ำมัน และก๊าสธรรมชาติ ผู้บริการจัดการและกำจัดขยะมูลฝอย ผู้บริการซ่อมแซม และปรับปรุงโครงข่าย และอุปกรณ์ในการสื่อสารโทรคมนาคม ผู้บริการด้านธนาคาร ตลาดทุน ประกันภัย การกู้ภัย การป้องกัน และบรรเทาภัยพิบัติ ผู้จำเป็นต้องดำเนินการในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือจำเป็นต้องติดต่อราชการกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือพนักงานสอบสวน วงเล็บ 6 การประกอบอาชีพ ซึ่งต้องกระทำภายในช่วงเวลาพิเศษ ได้แก่ ผู้เข้าออกเวรยาม กะ หรือการทำงานตามผลัดเวลาที่กำหนดไว้ตามปกติของทางราชการ เอกชน โรงงานหรือการดูแลรักษความปลอดภัย ผู้ประกอบอาชีพประมง การกรีดยาง การตรวจรักษาสัตว์ (7) เหตุจำเป็นอื่น ๆ โดยได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีตาม (1) ถึงวงเล็บ 6 ให้บุคคลที่มีความจำเป็นดังกล่าว ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตนอย่างอื่น และเอกสารรับรองความจำเป็น เอกสารเกี่ยวกับสินค้า บริการ การเดินทาง หรือหลักฐานอื่น ๆ ต่อเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำหนดรวมถึงการยอมรับ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสำหรับกรณีตาม (7) แสดงเหตุจำเป็นพร้อมทั้งหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต หรือผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุญาต ข้อ 2 ในกรณีมีความจำเป็นสมควรยกเว้นความในข้อ 1 เป็นการทั่วไป ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี อาจมีคำสั่งยกเว้นผู้ประกอบกิจการอื่น อันมีลักษณะทำนองเดียวกันภายในกรอบของกิจการตามข้อ 1 วงเล็บ 1 ถึง วงเล็บ 6 เพิ่มเติม โดยอาจกำหนดสถานที่ เงื่อนไข และเงื่อนเวลาด้วยก็ได้ ข้อ 3 ในกรณีมีการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิกทางกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดกฎหมายว่าด้วการพนัน กฎหมายว่าด้วยการโรคติดต่อ และเป็นความผิดเป็นข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 ด้วย ให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดทุกฐานความผิดนั้นโดยเร็ว ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พุทธศักราช 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน พุทธศักราช 2563 เป็นต้นไป พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี