หรือว่า VAR ริมขอบสนามมาพิจารณาการตัดสินใหม่เป็นหลักนะคะ โดยกรรมการที่บันทึกวิดีโอทางไกล ต้องลดบทบาทเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาเท่านั้นค่ะว่าฝ่ายรับตั้งใจหรือไม่ ดังนั้นจึงมีมติว่า ให้การจุดโทษ หรือจังหวะแฮนด์บอล หรือว่าอุบัติเหตุจะต้องเกิดจากจังหวะหรือว่าการเกิดการสัมผัสกันเล็กน้อยไม่เกิน 2-3 จังหวะนะคะ ส่วนขอบเขตฝ่ายรุกจะโดนจับแฮนด์บอลหรือเปล่าไปจนถึงสุดรักแร้เท่านั้นค่ะ จึงจะจัดเป็นแฮนด์บอล แต่ถ้าฝ่ายรุกที่ยิงออกไปนั้นจะไม่มีการให้ยิงใหม่ ก็จะให้กฎนั้นทันที [เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ วันนี้เราเลื่อนเวลาการแถลงการจากการแถลงปกติจาก 11.30 น. วันนี้เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ และติดตามเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมนะคะ ซึ่งในรายละเอียดจะเรียนเชิญทางโฆษก ศบค. นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธินเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนนะครับ วันนี้ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกของ ศบค. นะครับ มาแถลงข่าวประจำวันที่ 13 เมษายน วันนี้วันสงกรานต์ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานะครับ ได้มีการจัดการประชุมขึ้นมาใช้เช้านี้ เมื่อเวลา 10 นาฬิกาก็เลยทำให้เราต้องมาพบกับท่านประมาณเที่ยงครึ่งอย่างนี้ครับ ครับผม ขออนุญาตสื่อสารกับท่าน โดยการที่เอาหน้ากากผ้านี้ออกนะครับทุกท่านใช้หน้ากากผ้าโรคนะครับ แล้วก็ปลอดภัยกันทุกคนนะครับ วันนี้ท่านนายกฯ ได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงชื่นชมการปฏิบัติงานของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่แพทย์ เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข จิตอาสา ตลอดจนภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ด้วยความอดทน เสียสละ แล้วก็ร่วมมือกันจนทำให้สถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทยดีขึ้น พร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจให้ทุกคน หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ประสงค์ให้พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้กล่าวเพิ่มเติมขอให้กราบบังคมทูลได้ตลอดเวลา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ขอให้ทั้ง 2 พระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานนะครับ วันนี้ก็ในการประชุมทั้งประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ นี้ เดี๋ยวผมจะสรุปในช่วงท้ายของรายการการแถลงข่าววันนี้นะครับว่ามีความเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนใด ๆ บ้างนะครับ มีความก้าวหน้าใด ๆ บ้าง ก็นำเรียนกันไปนะครับ ก็เริ่มที่การรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อของไวรัสโคโรนาวันนี้ครับ ก็มีข่าวดีว่าตัวเลขยังลดลงเรื่อย ๆ นะครับวันนี้พบใหม่นะครับ 28 ราย หลายคนบอกกับผมว่าต้องบอกด้วยว่ากลับบ้านแล้วกี่ราย วันนี้ก็กลับบ้านแล้ว1,200 รวมสะสมนะครับ 1,288 ราย ทั้งหมดนี้ก็คือใน 68 จังหวัด นะครับเป็นผู้ป่วยสะสมรวมแล้ววันนี้ 2,579 รายนะครับ ซึ่งก็เป็นตามกราฟสีแดงเราก็จะเห็นว่าทิศทางก็จะพุ่งลงนะครับ ไปดูในการรวบรวมตัวเลขนะครับ จะเห็นว่า 28 ราย เป็็นมาจาก State Quarantine ที่ยะลาอีก 1 รายด้วยนะครับ หายป่วยแล้วนี่วันนี้สะสมเพิ่มขึ้น 70 ราย ก็ทำให้ได้เห็นภาพนี้นะครับ ขณะที่เสียชีวิตรวมแล้วตอนนี้คือ 40 ราย 2 รายที่เสียชีวิตมีรายละเอียดดังนี้ครับ รายที่ 39 นะครับก็คือผู้ป่วยชายไทย ประทานโทษ 56 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโควิด19 มาก่อนเริ่มป่วยวันที่ 7 มีนาคมนะครับ มาโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 14 มีนาคม ด้วยอาการไข้ 38 องศาฯ ไอ หอบเหนื่อย เบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยเป็นไข้หวัด สงสัยโรคไข้หวัดใหญ่ จึงส่งตรวจไข้หวัดสายพันธุ์ A และ B รวมทั้งส่งตรวจ Covid-19 ผลตรวจไข้หวัดใหญ่เป็นลบนะครับ แต่ว่ายืนยันเป็นเคส COVID-19 ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้น แพทย์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตลงในวันที่ 12 เมษายน รายที่ 40 ผู้ป่วยชายไทยอายุ 43 ปี อาชีพพนักงานบริษัท มีประวัติโรคประจำตัวคือ เบาหวานนะครับ แล้วก็มีไตวายเรื้อรัง แล้วก็ไขมันในเลือดสูง เริ่มป่วยวันที่ 23 มีนาคม ด้วยอาการไข้สูง 39-4 องศา มีไอ น้ำมูก เหนื่อย ถ่ายเหลว แล้ววันที่ 30 มีนาคม ก็เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แพทย์ให้การรักษาและให้กลับบ้าน วันที่ 5 เมษายน อาการไม่ดีขึ้นจึงเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วนใน ของโรงพยาบาลแห่งเดิม แล้ววินิจฉัยโรคเบื้องต้นว่าเป็นโรคปอดติดเชื้อ แล้วพร้อมกับส่งตรวจโควิด-19 และต่อมาได้รับการยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 วันที่ 9 เมษายน ผู้ป่วยก็อาการแย่ลง หอบเหนื่อยมากขึ้น ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดลงลงหัวใจหยุดเต้น เสียชีวิตวันที่ 11 เมษายน ด้วยภาวะการหายใจล้มเหลว 2 รายนี้นะครับอายุก็ไม่ถึง 60 ทั้งคู่นะครับ นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ ครบ 40 รายกันในวันนี้ ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้ป่วย ผู้ที่เสียชีวิตด้วยทุกท่าน สิ่งที่ผมต้องเกริ่น ต้องบอก ต้องกล่าว ลงในรายละเอียดของคนที่เสียชีวิตนี้ เพื่อประโยชน์ที่ได้เรียนรู้จากท่านทั้งหลายเหล่านี้ว่าอาการต่าง ๆ เป็นอย่างไร เดี๋ยวเราคงได้มีการรวบรวมเป็นกลุ่มเป็นก้อนเพื่อที่จะได้เห็นภาพใหญ่ของคนที่มีอาการหนักเหล่านี้ จนกระทั่งนำพาให้เขาเสียชีวิตนี้เป็นอย่างไร นะครับในรายละเอียดเดี๋ยวทางกระทรวงสาธารณสุขจะได้นำเรียนเพิ่มเติมครับ ไปดูประวัติเสี่ยงของแต่ละคนที่อยู่ใน 28 ราย ถึงแม้จะน้อย แต่เราก็ต้องเรียนรู้ครับ 25 รายนะครับ อยู่ในกลุ่มแรก ก็คือสัมผัสยืนยันกับผู้ป่วยรายยืนยันก่อนหน้านี้เป็นกลุ่มใหญ่ 38 จะโยงมาที่กลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผุ้ป่วยก่อนหน้านี้ คือกลุ่มคนไทยเดินทางจากต่างประเทศ 1 คน ไปสถานที่ชุมชนนะครับ ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว แล้วก็อาชีพเสี่ยงนะครับแล้วก็ไปถึงบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งนี้มี 3 คน มาดูกลุ่มก้อนที่ 2 ใหญ่นี้ก็เกี่ยวข้องกับการเดินทางมาจากต่างประเทศ คือ State quarantine ยะลา 1 จากอินโดนีเซีย ท่านผู้ชมคงจำได้นะครับว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่เดินทางกันเข้ามาแล้วก็มีการป่วยเพิ่มขึ้น วันนี้เพิ่มขึ้นมาอีกแล้วเป็น 3 ราย รวมแล้วเป็น 28 ไปดูยืนยันสะสมกระจายไปทั่วประเทศนะครับ ตอนนี้กรุงเทพมหานคร ก็ยังเป็นอันดับ 1 ในจำนวนของคน 1,306 ราย แตะ 1,300 วันนี้นะครับ ภูเก็ต 182 นนทบุรี 150 แล้วก็สมุทรปราการ 105 ยะลา 84 มีคนมาถามผมเหมือนกันว่าทำไมต้องพูดอย่างนี้ด้วย มีตัวเลข มีอะไรทั้งหลาย อยากจะบริจาค โทรศัพท์มาถามผมว่าไปที่ไหนดี นี่ละครับจังหวัดที่มีจำนวนของผู้ป่วยสูง ๆ ท่านฟังอย่างนี้ทุกวันบางทีอาจจะไม่ต้องถามผมเลย ท่านตัดสินใจได้เลย ที่มีคนไข้ทั้งหลายไปได้เลย ถ้าอยู่ภาคใต้ก็ไปได้เลยนะครับ ก็ยังต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องการอยู่ ถ้ากรุงเทพฯ กับนนทบุรี หรือสมุทรปราการ สำหรับคนที่อยู่สวนกลางนี้ก็จะเอามาให้คนแถวนี้ก็ได้ครับ ไปที่อีกแผนภูมิหนึ่งที่เป็นทางด้านภาพของทั้งประเทศนะครับ อันนี้เอาผู้ป่วยจำนวนต่อแสนประชากรมาดูนะครับ ภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ไปที่ 44.03 ป่วยต่อแสนประชากร กรุงเทพมหานครรองลงมา แล้วก็นนทบุรี ปัตตานี ตามที่ภาพที่เห็นนะครับ รายใหม่ของ 28 รายนี้มาจากไหนครับ กรุงเทพมหานครยังเป็นอันดับ 1 อยู่ 12 ราย ภูเก็ต 6 ชลบุรี ยะลา 2 วันนี้เราก็จะได้เอาเรื่องของภูเก็ตแยกออกมาให้เห็นนะครับว่า จำนวนของผู้ป่วยภูเก็ตที่มีจำนวนมากนี่ แล้วมีสะสมอย่างนี้เป็นอันดับที่ 2 ภาพเป็นอย่างไรเดี๋ยวคงได้แจ้งกันนะครับ มาดูภาพแยกระหว่างกรุงเทพฯ นนทบุรี และต่างจังหวัด สีฟ้ากับสีแดง แนวโน้มของต่างจังหวัดก็น้อยลง กรุงเทพมหานครแต่แนวโน้มก็ลดลงมาจากสัปดาห์ก่อนมากทีเดียว แต่ผมอยากให้ขึ้นไปดูในกรอบตารางสีเขียวนะครับ ก็จะเห็นว่าอินโดนีเซียที่กรุ๊ป กลุ่มก้อนที่มาจากอินโดนีเซียหลายสิบคนนี่นะครับ ตอนนี้สะสมลงมาจากเครื่องบินนะครับ แล้วเราก็ตรวจเข้ามา ตอนนี้สะสมรวมแล้ว 61 ราย ตั้งแต่วันที่ 8 วันที่ ผม เดี๋ยวนะ ที่ตรวจเจอกลุ่มก้อนแรกคือ 42 คนเลย คือวันที่ 8 9 ก็เจอ 5 คน 11 แล้วก็ 13 เจออีก 3 ซึ่งนี่คือความห่วงใยของพวกเราต่อพี่น้องชาวมุสลิมที่ได้เดินทางมากลับมาจากทางตางประทเศ ท่านคงจะเห็นนะครับ ว่าความเสี่ยงด้วยโรค Covid-19 จากอินโดนีเซียนี้เยอะมากจริง ๆ แล้วก็เดี๋ยวก็จะชันขึ้นมากนะครับ อันนี้นำเรียนว่าถ้าอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือเป็นผู้ที่ไปร่วมเดินทางไปทางศาสนา ก็ให้ได้ดูแลสุขภาพท่านด้วย ถา้ป่วยรีบมารักษา แม้กระทั่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกา 1 คน ก็เจอ 1 คนเลย นะครับนี่คือสิ่งที่เราเป็นห่วงเป็นใย แล้วเราก็ดูแลท่านอยู่ในโรงพยาบาลก็ดูแลให้อย่างดีนะครับ ส่วนคนที่มาจากตรงไหน เราจะเห็นกราฟ กรุงเทพฯ นนทบุรี ตามวัน ก็จะเยอะมาตลอด แล้วก็ไปเทียบเคียงกับทางภาคใต้สีแดงกับสีฟ้า สลับกันมากน้อยบ้างไปตลอดเลยนะครับ สลับอันดับ 1 กับอันดับ 2 นี่เรียงกันไปตลอด ไปดูเรื่องของ 2 สัปดาห์ล่าสุดกับยืนยันสะสมยาวกันมา 2 - 3 เดือน กับ 2 สัปดาห์ล่าสุดหน้าตาเป็นอย่างไรนะครับ อันดับที่ 1 ก็ยังเป็นผกับผู้ป่วยรายยืนยันก่อนหน้านี้นะครับ อย่างที่เราบอก คนที่ป่วยอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ใกล้ชิดกันมากก็เป็นประเด็น เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดการติดต่อกันมา ซึ่งเราเรียนรู้กันมาตั้งแต่กลุ่มของกลุ่มก้อนของคนที่กลับมาจากการเที่ยวที่ ญี่ปุ่น เกาหลีนะครับ เกาหลีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็เป็นภาพเดิมอยู่นะครับ แล้วก็คนไทยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ อันนี้เป็นกลุ่มก้อนที่ 2 นี่ เราก็คุยกันบ่อย เราก็เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ๆ ที่เราต้องปิดน่านฟ้า ปิดไม่ให้เครื่องบินลง แต่ก็มีคนที่เขาขออนุญาตมาก่อน ก็ลงมาก็ป่วยก็ยังมีนะครับ อันนี้ก็เป็นเหตุที่เรามีมาตรการกันขึ้นมา แล้วก็อาชีพเสี่ยงทำงานในสถานที่แออัด รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ไล่ลงมาเป็นอันดับ 3 และ 4 แล้วสถานบันเทิงก็ 39 ทำไมถึงต้องปิดสถานบันเทิง ปิด สถานบันเทิง ปิดเมืองบางเมือง เพราะว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อยากให้มีตรงนี้ เพราะว่าอยู่ใน 5 อันดับแรกนี่น่ะครับ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ Covid-19มาเรียนรู้ในการดูมาตรการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตกันนะครับ เราได้รับรายงานการติดเชื้อครั้งแรกของคนในจังหวัดภูเก็ต ติดเชื้อ 1 ราย วันที่ 26 มกราคม ท่านดูมุมซ้ายมือนะครับ 1 ราย 26 มกราคม แล้วก็กลายเป็นกราฟที่สีแดงชันขึ้นมาภายในเวลาเดือนเศษ ๆ เดือนไม่ถึงสองเดือนดีนะครับ มีนาคมทั้งเดือนกับเมษายน เพิ่งจะถึงวันที่ 11 นี้กราฟยังเป็นลักษณะของทรงที่พุ่งขึ้นไปข้างบนอยู่ ถ้าเราจะต้องกดตัวเลขลง172 176 นะครับยังสะสมรวมนี่ยังสูงอยู่เลยนะครับ อยากจะสื่อสารให้พี่น้องประชาชนได้เรียนรู้กับเรื่องของทางภูเก็ตตรงนี้ครับ พอยังสูงอยู่นี้ในวันที่ 4 นะครับ ที่เห็นเส้นสีส้ม มีการทำกระบวนการของการที่เรียกว่า Active Case Finding หาผู้ป่วยที่เป็นในลักษณะของการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง ตรงนี้แหละครับที่ทางภูเก็ตได้เลือกเอามาใช้ แล้วก็พบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น 12 19 ต่าง ๆ แล้วตอนนี้แนวโน้มก็คือผู้ป่วยใหม่ เส้นที่มารวมสะสมนี่ก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลง อันนี้ใช่หรือไม่ เดี๋ยวเรามาดูกันในรายละเอียดครับ ของจังหวัดภูเก็ต เสี่ยงคือกลุ่มไหน พบว่าสถานบันเทิงถึง 71 คน นะครับ จำนวนมากทีเดียวนะครับ อันดับที่ 1 เลย รองลงมาสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ เป็นอันดับที่ 2 อันดับที่ 3อาชีพเสี่ยง 2 กับ 3 นี่เท่ากันครับ คือเจอไป 33 รายเท่ากัน อันดับที่ 4 คือคนต่างชาติเดินทางมาจากต่างประเทศ อันนี้เจอ 7 คน คือ คนไทยมาจากต่างประเทศ อันนี้เจอ 4 คน เพราะฉะนั้นจะเห็นเลยว่าความเสี่ยงต่าง ๆ กลุ่มก้อนเหล่านี้ต้องมีมาตรการในการแก้ไข ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็ได้สร้างมาตรการขึ้นมา เดี๋ยวเราจะบอกกันอีกทีหนึ่ง แล้วพอเขาป่วยนี่เขามาโรงพยาบาลกันเร็วไหมนะครับ มาตรวจกันเร็วไหม ปรากฏว่า ส่วนใหญ่มาดูฐานข้างล่างเลยนะครับ ที่เห็นเส้นสีฟ้ายาวมานี้ เกินกว่า 7 วันครับ 27.73 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 1 ใน 4 นะครับ ถึงค่อยมา และประมาณ 26.89 หรือเกินกว่า 1 ใน 4 เหมือนกันมาในวันที่ 4, 5, 6, 7 นะครับ คือ ช้านะครับ ไมได้มาเร็วกันเลย อาจจะเป็นว่าอาการน้อยอะไรก็แล้วแต่ ที่มาเร็ว ๆ ก็คือภายใน 3 วันก็คือ 22.69 กับ 1 วัน ภายในวันเดียวที่มีอาการนี่เพียง 22.69 นำเรียนว่านี่คือมีความสำคัญนะครับ เพราะว่า ถ้าท่านยิ่งมาช้า โอกาสที่ท่านจะกลายเป็นพาหะโรค นำโรคไปติดคนอื่น เพราะว่าท่านมีเชื้อโรคอยู่ในทางเดินหายในส่วนต้น มีสารคัดหลั่งออกมา การพูดฟุ้งกระจายออกไป ก็ทำให้คนจาก 1 คน กลายเป็น 170 กว่าคน ในเวลาเดือนเศษ ๆ นี่คือ ความรุนแรงของโรคตัวนี้ครับ ก็ไปดูว่ามาตรการที่เกิดขึ้นของทางจังหวัดภูเก็ตนะครับ เราจะเห็นนะครับว่ากล่องที่อยู่ข้างบนปิดสถานบันเทิงเริ่มในวันที่ประมาณสักวันที่ 17, 18, 19 ของวันที่เริ่มมีการรายงานของการเจ็บป่วยนะครับ แล้วก็พอปิดเสร็จนะครับ ก็ยังไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นนะครับ กราฟยังสูงขึ้นอยู่ 19 - 20 21 ไปพีคเอาแถว ๆ ตรงนั้นครับ ถึง23 ต้องมามีมาตรการเพิ่มไปอีกครับ ปิดซอยบางลา นวดแผนไทย สนามกีฬาเข้าไปอีกนะครับแล้วก็ปิดโรงแรมเข้าไปอีก แล้วก็ปิดพื้นที่หาดป่าตองไปอีก ถึงจะกดตัวเลขลงไปได้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เป็นมาตรการของทางจังหวัดภูเก็ตนะครับ ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ก็จะเห็นว่ากลุ่มอาชีพที่เสี่ยงนะครับ กลุ่มสัมผัสกับผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศก็เป็น 2 กลุ่มก้อนใหญ่ แล้วที่ยังระบุไม่ได้อีกมากทีเดียว เพราะฉะนั้น ก็คงจะเป็นลักษณะของการติดต่อกันไปภายในตัวจังหวัดนั่นเองนะครับนี่คือสิ่งที่ท่านต้องให้ความสำคัญ ณ ตอนนี้ตัวเลขของทางภูเก็ต ถ้าสะสมแล้วก็ดูอย่างที่บอกว่ากราฟก็เป็นการทะแยงขึ้นมานะครับ มีคำถามว่า ถ้าอย่างนั้นจังหวัดนี้ มีแค่ 2 - 3 อำเภอ ก็ว่ากันเลย ตรวจสแกนกันทั้งจังหวัดเลยดีไหมนะครับ ทางกรมควบคุมโรคออกแบบวิธีการเข้ามาแล้วไปดูครับว่า วิธีไหนที่จะดี วิธีไหนที่จะคุ้มค่าที่จะตรวจนะครับ คนของภูเก็ตเอง จำนวนไม่ได้เป็นล้านนะครับ จำนวนแค่หลักแสน อาจจะมีนักท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ก็ออกไปหมดแล้วนะครับแต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับเขาใช้วิธีอะไรบ้าง ตั้งแต่วันที่ 5-7 แล้วรวมถึงวันที่ 10 เมษายน มีการวางแผนในการที่จะไปเก็บตัวอย่างตรวจ หมายถึงว่า คือ การเข้าไปตรวจโดยการใส่เข้าไป หาสารคัดหลั่งทางโพรงจมูกนี้นะครับ โรงพยาบาลป่าตองนะครับก็มีจำนวนผู้ที่ได้รับการตรวจเข้าไป ตรวจพบเชื้อ 19 ราย 19 คนน่าจะเป็นคนมากกว่านะ ก็คือ พบประมาณแค่ 1.1 เปอร์เซ็นต์ วชิระภูเก็ตตัวเลขไป 763 คนนะครับ 2 คน 0.26 รพ.สต เชิงทะเล อันนี้เยอะหน่อยนะครับ ที่อำเภอถลางตรวจแค่ 103 ราย แต่เจอไป 5 ราย อันนี้ 4.85 อันนี้หรือเปล่าครับที่บอกว่าเจาะจงลงไป ส่วนที่อำเภอโรงพยาบาลถลาง อำเภอถลางตรวจไป 337 รายนะครับ ไม่เจอเลย เป็นศูนย์เลย นั่นหมายความว่าอะไรครับ การจะหว่านตรวจกันเป็นพัน หรือเฉพาะเจาะจง ตรวจแค่น้อยคน แต่ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง อย่าง รพสต. เชิงทะเล ตรวจไป 103 เจอไป 5 คนอย่างนี้ต่างหากครับ ที่บอกว่าไม่สิ้นเปลือง ไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่เฉพาะเจาะจง นะครับ รพสต. เชิงทะเล รับผิดชอบพื้นที่ที่มีการติดสูง ก็เลยเจาะเข้าไปตรวจก็เลยเจอเยอะ ถึงแม้จะตรวจเยอะที่สุดครับ แต่เจอไป 5 ราย แต่โรงพยาบาลป่าตอง ถึงแม้เป็นพื้นที่เสี่ยว OK อาจจะเป็นคนต่างชาติแต่เขากลับไปแล้วแต่พบว่ามีเพียงแค่ 19 ราย จาก 1,700 กว่าราย เพราะฉะนั้นตรงนี้เลยมีข้อสรุปออกมานะครับว่าการติดตามบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงาน การควบคุมป้องกันโรคของทางจังหวัดภูเก็ต เราพบว่าข้อที่ 1 ติดตามผู้สัมผัสโรคนะครับ เขาเรียกว่า Contact Fleshing ให้ครบถ้วนในกลุ่มผู้ที่สัมผัสที่เสี่ยงสูง นี่โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องนี่ ตำรวจที่มีการปกปิดนี่ อันนี้ได้ผลดีนะครับ ข้อที่ 2 คือกลุ่มผู้ที่สัมผัสที่เสี่ยงสูง หรือไฮริช คอนแทร็คต้องกักกันให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ควรทำ local quarnantine ต้องชินปากแล้วนะครับใช้ภาษาอังกฤษกันหน่อยนะครับ หลายคนบอกไม่อยากให้ใช้ภาษาอังกฤษเลย ใช้ภาษาไทยยังงง ๆ อยู่ ตอนนี้อาจจะใช้ให้คุ้นเคยไป Local Quarantine ก็คือพื้นที่ที่จังหวัดจัดให้นะครับ ถ้าเป็น State quarantine จะอยู่ที่ที่ส่วนกลางหรือกรุงเทพมหานคร โดยรัฐจัดให้ ถ้า Local Quarantine นี่ ภูเก็ตนี่ก็เรียกว่าเป็น Local Quarantine กรณีการทำ Home Quarantine แล้วยังพบกับผู้ป่วยที่ต่อเนื่องนะครับ ควรทำ หรือถ้าไปอยู่บ้านทั้งหลายตอนนี้ไม่ได้ช่วยแล้ว เพราะว่าท่านเองอาจจะไม่ได้เคร่งครัด แต่ถ้ามาอยู่ในพื้นที่รัฐฯ จัดให้ก็จะมีระบบมาตรการ มีคนดูแล มีเสิร์ฟอาหาร 3 มื้อ มีห้องที่เป็นคล้าย ๆ โรงแรมอย่างที่ว่านี้เราจะดูแลท่าน แล้วท่านก็อยู่ในพื้นที่ที่จำกัด ถ้า Home นี่ ยากทีเดียว ตอนนี้เรายังใช้เรื่องตรงนี้อยู่เป็นมาตรการเข้มแข็งของเรานะครับ ข้อที่ หรือที่ว่า Active Case Finding คือหาคนที่มีความเสี่ยงสูง ๆ กรณีที่ระบาดเป็นวงกว้าง ๆ คือจะพูดง่าย ๆ คือจะหว่านแหทั้งหมด เป็น 3 แสนคน ถ้าคนภูเก็ตมีหลัก 3 - 4 แสนคนจะตรวจทั้งหมดนี่ไม่คุ้มครับ สู้หากลุ่มก้อน หาที่กลุ่มที่กลุ่มก้อนที่เขามีเฉพาะเจาะจง มีคนหนึ่งคนป่วย แล้วก็ขีดวงไปอย่างที่ว่า ตรวจคนที่เป็นกลุ่มที่เป็นเชิงรุกอย่างนี้ เฉพาะเป็นพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น ถึงจะคุ้ม แล้วก็ข้อสุดท้ายคือการคัดกรองในวงกว้างหรือ Mask Cleaning ไม่คุ้มครับ ที่ผมถูกถามบ่อย ๆ ประเทศไทยตรวจน้อยตัวเลขเลยออกมาต่ำ กรณีของภูเก็ตบอกได้เลยครับ เราตรวจน้อย เราประหยัด แต่เราตรวจในกลุ่มที่มีความเสี่ยงเฉพาะเจาะจง เราประหยัดได้แล้วก็เจอได้เยอะนะครับ ยังเป็นคำตอบเพราะว่าประเทศไทยเราก็ไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวย มีเงินมีทอง แต่เราใช้เงินอย่างประหวัด แล้วก็เทคโนโลยีนี้ถึงแม้จะเข้ามาใหม่ ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย เคสหนึ่งหลายพันบาท ถ้าจะต้องตรวจ ก็เงินพวกเราทั้งนั้นนะครับ ก็ไม่ควรจะจ่ายกันไปมากมาย ก็กรณีของภูเก็ตตอบได้หลายคำตอบทีเดียวครับ เอาล่ะครับไปดูกรณีของสถานการณ์โลกนะครับ วันนี้รายงานเมื่อ 10 โมงเช้า โดย Woder Miter ทางด้านนี้ที่ตอนนี้เป็นที่อ้างอิงไปทั่วโลกแล้ว ของ South China รายยืนยันตอนนี้ 1,800,000 กว่าคนนนะครับ และเสียชีวิต 114,000 กว่าราย น่าตกใจมาก ๆ นะครับ ที่เสียชีวตกันมากมายอย่างนี้ โดยประเทศที่นำเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตไป 20,000 กว่าคนแล้วนะครับตอนนี้แตะเป็นอันดับที่ 1 ไปแล้วในการเสียชีวิต รองลงมาคือ อิตาลี 19,000 กว่าราย แล้วก็สเปน 17,000 กว่าราย แล้วก็อังกฤษ ถือว่าเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการดูแลรักษาที่สูง ก็ยังเสียชีวิตไป 10,600 กว่าราย เราต้องเรียนรู้จากเขานะครับ ว่าเราจะไม่เกิดจากเขาได้อย่างไร ผมต้องเน้นย้ำเอาตัวเลขนี้มาบอกทุกวัน เพราะเปลี่ยนแปลงทุกวัน ถา้ไม่เอาตัวเลขพวกนี้มาบอกนะครับ อันตรายที่เรามองไม่เห็น แล้วอยู่ห่างไกล เสียงก็ไม่ค่อยได้ยิน มาได้ยินนี่ต้องเห็นจากตัวเลขที่เห็นจากสถิติอย่างนี้นะครับ 48 ครับ เมื่อวานนี้นะครับ แล้วมาดูทางฝั่งของทางประเทศทางกลุ่มอาเซียนเรา นะครับ เอเชียด้วย อินเดียครับ นำโด่งมาอันดับแรกเลย ต่อลงมาด้วยญี่ปุ่น ญี่ปุ่่นเราก็ยังบอกว่าเขาน่าจะคุมได้ คุมได้ แต่ตอนนี้เขาทะลุขึ้นมาแล้วครับ อันดับที่ 25 มาเลเซียอยู่ที่ 34 ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 36 นะครับ อินโดนีเซียอยู่ที่ 38 ประเทศไทยอยู่ที่ 48 สิงคโปร์ก็ไล่ตามมาติด ๆ นะครับ อยู่ที่ 2,532 ของเรา 2,579 สิงคโปร์อยู่ที่อันดับที่ 50 ซึ่งตัวเลขของสิงคโปร์ต่อวัน ๆ เพิ่มเป็นหลัก 200 นะครับ 233 สิ่งเหล่านี้ก็ต้องมาเรียนรู้ เขาติดอยู่กับกลุ่มคนที่อยู่ตามหอพัก แล้วก็แออัดกันอยู่ ซึ่งอันนี้ก็ทำให้ตัวเลขพุ่งขึ้นโดยเร็ว มาดูครับว่าการเปรียบเทียบเป็นกราฟจะดูง่ายกว่า จะเห็นหลักทางด้านขวามือเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ เส้นชัน ๆ ขึ้นไปนี้เป็นกลุ่มก้อนที่อยู่ประเทศทางกลุ่มของสหรัฐอเมริกา แล้วก็กลุ่มยุโรป มีทางจีน เกาหลีใต้นะครับก็มาอยู่ในกลุ่มก้อนนี้ แต่ของเราออกมาทางกลุ่มที่อยู่ทางขวามือ อยู่ตรงกลาง ๆ ประเทศไทยเรายังดีกว่ามาเลเซีย, อินโดนิเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นภูเขาเป็นเนิน แล้วก็มีการทำท่าที่จะคงที่ กดหัวลงไปได้นี่นะ เป็นกราฟรูปภาพที่พึงประสงค์มากที่สุด จะไปสอดคล้องกับทางฮ่องกงมากกว่า แต่สิงคโปร์ กับญี่ปุ่น ก็เริ่มที่จะชันไปอีก อย่างที่บอกครับว่าเขาถาม มีข้อคำถามจากสื่อมวลชนบอกว่าไว้ใจได้หรือยัง ลดมาหลายวันแล้ว ลดมาหลายวันแล้ว ท่านก็ดูกราฟของที่ญี่ปุ่นสิครับ เขาก็นิ่ง ๆ ทรง ๆ แล้วก็อยู่ ๆ ก็พุ่งขึ้นไปอีก ซึ่งก็น่ากังวลใจนะครับว่า แล้วจะขึ้นไปมากกว่านี้ไหม เพียงแค่ 1 รายที่ภูเก็ต อย่างที่บอก เพียงแค่เดือนเดียวพุ่งพรวดขึ้นมา 170 กว่าได้ เพราะฉะนั้นของเราเอง 28 รายต่อวัน เพราะฉะนั้นเราอย่าให้มีเพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้นะครับ มาดูอีกแผนภูมิหนึ่ง อันนี้ก็หลายคนบอกว่าหาเรื่องดีใจให้บ้าง เรื่องของคนหายน่ะ อยากจะได้รู้บ้างน่ะ มีแต่รายงานคนตายนี่ครับ ต้องขอบคุณทาง วช. นะครับ ก็ศุนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการวิจัยกระทรวงอุดมศึกษาฯ เห็นภาพนี้สีเขียว ๆ นี้ก็คือการรายงานสะสม เส้นเขียว ๆ สะสมที่หาย 1,288 ราย แล้วที่หายรายวันพุ่งทะลุกลุ่มที่ป่วยรายวัน ที่ติดเชื้อใหม่รายวันไปแล้วนะครับ ติดเชื้อใหม่นี้ลดน้อยลง การรายงาน แต่หายนี้ดีขึ้น นั่นหมายถึงทั้งภาคของการป้องกันของเราก็ทำได้ดี ทั้งภาคของการรักษาของเราก็พยายามส่งออก ผู้ป่วยที่หายแล้วออกจากโรงพยาบาลเราไป นั่นก็หมายความว่าเตียวก็จะว่างมากขึ้น นี่ล่ะครับ เป็นเรื่องที่สำคัญ ทำไมถึงไม่ตายแบบใบไม้ร่วง ก็เพราะว่าคนเข้ามาก็น้อย คนออกไปก็เยอะขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเตียงที่ว่างมากขึ้นนี่ รองรับคนที่ป่วยใหม่ได้ นี่คือความสำคัญของการสาธาณสุขที่บอกว่าทั้งป้องกัน รักษา 2 ด้านนี้ ต้องดีทั้งคู่ เราถึงจะช่วยพี่น้องประชาชนได้นะครับ อันนีก็คือจะเป็นสรุปรายงานนะครับของเรื่องของสาธารณสุขนะครับ ไปที่มาตรการประจำวันที่เรารายงานทุกวัน ๆ นะครับ เป็นเรื่องของศูนย์ปฏิบัติการจัดการแก้ไข ก็จะมีรายงานวันนี้ว่ามีรายที่รายงานเข้ามานะครับว่าเป็นคดีนะครับ กระทำความผิดการออกนอกเคหะสถาน เส้นกราฟตัวบนสีฟ้าข้างบนนี้นะครับ รวมตัวเลขเมื่อวานนี้นะครับ 12 - 13 820 คนที่ทำความผิดในกรณีที่ออกนอกเคหสถาน ลดลง 108 ราย ต้องขอบพระคุณทุกท่าน แต่อีกด้านหนึ่งที่ลงมาชุมนุมมั่วสุมกันนะครับ เมื่อวานนี้ชมอยู่ดี ๆ นะครับ วันนี้เพิ่มขึ้น 56 ราย วันนี้เพิ่มเข้าไปเป็น 135 ราย บวกเข้าไป 79 คนที่ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม อย่าเลยนะครับวันนี้ เพราะว่าท่านออกมารวมกลุ่มกัน มั่วสุมกัน ดื่มด้วยอะไรด้วยนะครับ ก็จะทำให้เกิดภาพนี้ ดำเนินคดีไม่เท่าไร ติดโรคเข้าไปด้วย เสียทั้งเรื่องของชื่อเสียง เสียเรื่องของสุขภาพด้วย อย่าเลยนะครับ โอ.เค. ครับ แล้วก็ตอนนี้จะมีภาพของแต่ละจังหวัดตามภาคเดี๋ยวเราคงได้รายงานกันเพิ่มเติมขึ้นไป แล้วก็มีเรื่องของการจัดสรรหน้ากากอนามัย หลายคนบอกว่าก็เป็นมาตรการอันหนึ่งนะครับ หน้ากากอนามัยต้องถึงมือแพทย์ มีรายงานมาวันที่ 13 แล้วนะครับ ว่าจำนวนของการจัดส่งแล้วทั้งหมดไปแล้ว 14,000,000 กว่านะครับ โดยที่กระจายไปในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข อันนี้ในกราฟข้างล่างนะครับจะบอกเป็นรายวันนะครับ 19 นะครับ จำนวนตัวเลขเป็นกราฟนี่สีเขียว ๆ นี้บอกให้เห็นเลยว่าแต่ละวันออกไปเท่าไหร่นะครับ แล้วก็จำนวนจัดส่งสะสม จำนวนจัดส่งต่อวันบอกได้ ตรวจสอบได้ท่านก็ไปดูได้ทั้งหมดเลยนะครับ ครับวันนี้ก็เดี๋ยวจะไปในประเด็นที่วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. มีภาระกิจ ในการเรียกประชุมคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาในเช้าวันนี้ตั้งแต่ 10.00 น. มีอะไรขึ้นบ้างนะครับ มาแรกวันนี้ผมขอรับพรก่อนเลยนะครับ วันนี้เราเจอกันวันปีใหม่ ท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านก็ให้พรพวกเรา ยิ้มกันทุกคนนะครับ ได้พรจากท่านนายกรัฐมนตรี แล้วมาเรื่องที่พูดถึง ที่ท่านให้รายงาน นะครับที่มีความสำคัญก็คือเรื่องในการควบคุมในเรื่องของโควิดนี่จะโยงไปยังปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อมโยงกัน 2 เรื่องนี้ เพราะการจัดการควบคุมโรคตัวนี้ จะต้องมีการระงับการเคลื่อนย้ายคน ระงับการทำกิจกรรมทุกกิจกรรม ทำให้กระทบต่อเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องนี้ท่านก็จะต้องดูแล้วว่า พยากรณ์เรื่องของ GPD การโตขึ้นของ GPD มีจะมีผลกระทบอะไรที่สำคัญ ต้องหามาตรการเยียวยาให้ได้ในทุกกลุ่ม ซึ่งท่านก็ได้รับรายงานว่าปัญหานี้เยอะมาก และท่านก็เห็นขนาดของปัญหาแล้วก็จะต้องแก้ไขให้ได้นะครับ แล้วก็จะมีการตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จะเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลอุปกรณ์เวชภัณฑ์ทั้งหลายนี่นะครับ ก็ได้ให้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อที่จะดูแลให้ได้ครอบคลุมและบูรณาการ เรื่องของการตรวจเยี่ยมให้กำลังใจนะครับ นอกจากท่านไปเองแล้ว ก็ฝากทางหน่วยงานนะครับ ผู้ที่เป็นผู้บริหารของส่วนราชการต่าง ๆ มีอิสระที่จะไปเยี่ยมพี่น้อง เจ้าหน้าที่ของเราเองด้วยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะได้ไป และท่านก็ได้แวะไปที่โรงแรมอิลีแกรนท์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรมแรมที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีส่วนในการช่วยภาครัOSฐในการดูแลพี่น้องประชาชน ก็อยากจะให้หาแนวร่วมไปเรื่อย ๆ เพราะว่า โรงแรมต่าง ๆ ถ้าจะเปรียบเทียบคนไทยที่ต้องการที่จะเข้ามา แนวร่วมที่เป็นภาคเอกชนนี่ยังเป็นแนวสำคัญนะครับ ในเรื่องของงบประมาณภาครัฐที่เหมาะสมจ่ายให้กับเขาด้วย คนที่ทำงานอยู่ในโรงแรมก็แทนที่จะว่างงานไป ตกงานไป ก็จะมีโอกาสมาดูแลคนไทยเราในช่วงเวลาต่าง ๆ เหล่านี้ นี่คือสิ่งที่ท่านผู้อำนวยการศูนย์ได้บอกมานะครับ ขณะเดียวกันเรื่องของการผ่อน เรียกว่าอะไรครับ ผ่อนคลายเรื่องของมาตรการก็จะต้องเกิดขึ้นถ้าตัวเลขต่าง ๆ ดี แต่ต้องมั่นใจกับทางกระทรวงสาธารณสุขก่อน ความสำคัญ คือ เราบอกว่าเราลดตัวเลขลงไปได้อย่างนี้ มั่นใจแล้วหรือยัง ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการพูดคุยกันในภาควิชาการกันอยู่ เตรียมข้อมูลชุดนี้อยู่นะครับว่า ต้องมั่นใจจริง ๆ ถึงจะได้มีการผ่อนคลายออกมา เพราะหลายคนบอกว่านี่ผมยาวแล้วนี่ จะไปตัดที่ไหนนะครับ ผมเองผมก็ยังไม่ได้ตัดเลย ต้องใช้อะไรต่าง ๆ ช่วยกันไปก่อนนะครับ ก็มันมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของทุก ๆ คนจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะคนที่หาเช้ากินค่ำ ก็เป็นเรื่องที่เราห่วงใยทุก ๆ ท่านอยู่ ในเรื่องของการประกอบอาชีพที่จะต้องไปรับผลกระทบนี่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญจริง ๆ ก็มีการรายงานประมาณสัก เดี๋ยวประทานโทษนะครับ ประมาณสัก 7 ด้านนะครับ ที่มีข้อสรุปในวันนี้ ผมขออนุญาตอ่านคร่าว ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน เพราะมีเรื่องของทางด้านสาธารณสุขก็มายืนยันครับว่า ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ก็นำเรียนว่าในเรื่องของมาตรการการจัดการในเรื่องของจำนวนเตียง เวชภัณฑ์นะครับ สิ่งต่าง ๆ ที่รองรับผู้ป่วย ซึ่งอันนี้ก็ได้ประชุมปรึกษาหารือกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ด้วย การดูแลต่าง ๆ นี้ถูกกระจายไปทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล มั่นใจว่าเพียงพอ มีตัวเลขเอามาโชว์ให้ดูนะครับ แล้วโดยเฉพาะช่วงนี้อย่างที่บอก หายก็กลับบ้าน เข้ามาก็น้อยยังเห็นช่องว่างตรงนี้ที่เราจะสามารถรองรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด อย่างไรก็ได้ อย่างที่เคยมีการพยากรณ์มาก่อนกับเรื่องนี้ว่าบางทีจะต้องป่วยเป็นหลายแสน เราก็มั่นใจว่าเรารองรับได้ได้นะครับในตอนนี้นะครับ ส่วนศูนย์ปฏิบัติการถัดไป ก็คือศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ก็รายงานโดยท่าน อบ.ศศ. ว่าการควบคุม การเฝ้าระวังนี่เป็นไปอย่างเข้มงวด รวมทั้งการจัดเครื่องบินไปรับสารคัดหลั่งของบุคคลเสี่ยงในจังหวัดภูเก็ตไปตรวจที่กรุงเทพฯ เชื่อมโยงกับเมื่อกี้ที่ผมบอกนะครับว่า ใช้วิธีการ Active Case Finding ตรวจหากันเป็นพันเคสเลย เพราะฉะนั้นต้องรีบส่งมา สรรพกำลังของการตรวจในต่างจังหวัดยังไม่เท่ากับกรุงเทพมหานคร ก็ได้บอกอย่างที่ว่านะครับ ก็ทางทหารก็เข้ามาช่วยโดยการส่งตรวจตรงนี้ผ่านเครื่องบินไปด้วยนะครับ รายงานถัดไป ของศูนย์ปฏิบัติการ ด้านการกระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์โดยท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยก็รายงานว่าตอนนี้หน้ากากผ้านะครับ แจกไปแล้วประมาณ 50 ล้าน 8 แสนกว่าชิ้น แล้วก็ได้มีการวางแผนที่จะมี หาพื้นที่ของ local quarantine ซึ่งตรงนี้ก็มีเพียงพอ แล้วก็การรวมตัวมั่วสุมนะครับ ของบุคคลอันนี้ก็ได้มีมาตรการดำเนินการที่เข้มงวดเพื่อดูแล ขณะเดียวกันมาตรการเพื่อการดำรงชีพนะครับ การค้นหาผู้ป่วยนะครับ การมีด่านทางบก การปิดด่านถาวร 40 แห่ง การอนุญาตขนส่งนะครับ ให้กับคนที่ได้รับอนุญาตขนส่งเหล่านี้ก็มีอยู่นะครับ ก็เป็นประเด็นที่ทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รายงาน ด้านที่ 4 นะครับ ก็คือ ศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งท่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้รายงานว่ามีมาตรการการเดินทางเข้า-ออกของประเทศและการดูแลคนไทย มีการทยอยนำคนไทยกลับมาในประเทศ โดยไม่ให้มีการกระจายเชื้อ ท่านก็ดำเนินการอยู่ แล้วก็พบว่าเรื่องของปัญหาแรงงานข้ามแดนนะครับ ก็ได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในการแก้ไขปัญหา และประสานประเทศต้นทางด้วย เพื่อจะชะลอการเดินทางเอาไว้ อันนี้ก็คือมาตรการที่ทางกระทรวงการต่างประทเศ ได้ดำนเนินการอยู่ แล้วก็มีแรงงานชายแดนทางบกที่ผมเคยกล่าวไว้ตามรายงานของท่านท่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศจนกระทั่งเป็นหมื่นนี่นะครับ ท่านก็บอกว่าตอนนี้ที่ติดค้างที่มาออกันทั้งหลายตอนนี้ไม่มีแล้วนะครับ ก็จะเพิ่มความเข้มงวด เรื่อง ด้านรถรับจ้างขนแรงงานที่จะมาทิ้งไว้ต่าง ๆ ตามด่านทั้งหลายอยู่ ตอนนี้ก็มีความเข้มงวดอยู่ ก็จะเข้มงวดอีกด้านหนึ่งก็คือ ด้านที่เข้ามาตามด่านของช่องทางธรรมชาติ อันนี้ก็ถึงแม้บอกว่า แต่ด่านจริงไม่มา แต่ถ้าเดินมาจาก ที่เป็นขอบป่า ขอบอะไรทั้งหลาย อันนี้ก็จะต้องมีการเข้มงวดกันแล้วก็ข้อสุดท้ายคือประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อทำความเข้าใจไม่ให้แรงงานต่างด้าวนี่เดินทางเข้ามาในช่วงเวลาต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการไปนะครับ งานภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการด้าน 5 ก็คือด้านการส่งเสริม ประทานโทษครับ ด้านการสื่อสารคมนาคมและสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอันนี้ทางท่านปลัดกระทรวง DE ขออนุญาตพูดสั้น ๆ ได้พูดถึงว่าได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันนะครับ ตอนนี้ใช้งานได้แล้วของคนไทย 2 app ที่จะเอามาใช้งานก็คือเรื่องของแอปหมอชนะ ซึ่งก็จะเป็นการวบรวมนะครับ ข้อมูลของประชาชนเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงติดเชื้อโดยการไปในสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง อันนี้แอพของหมอชนะ อีกแอปหนึ่ง คือ แอปฯ DC care อันนี้ก็จะเป็นการพัฒนาโดยทางเนคเทคนะครับอันนี้ก็จะมีการเข้าไปดูแลของกลุ่มเสี่ยงทั้งหลายนี่นะครับ เกี่ยวข้องกับการเป็นกลุ่มเสี่ยงจะต้องใช้แอพต่าง ๆ เหล่านี้ในการติดตาม หรือดูข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไรนะครับ อันนี้ก็ช่วยกันได้ครับ ครับ ก็อันนี้เป็นมาตรการที่ทางกระทรวง DE ได้แจ้งไว้นะครับ มีภาระกิจถัดมาก็คือ ด้านศูนย์ปฏิบัติการด้านการควบคุมสินค้า ควบคุมราคาสินค้า ต่าง ๆ นี้ครับ คือ ด้านที่ 6 นี้ ท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ได้รายงานว่าสินค้าต่าง ๆ ตอนนี้เพียงพอแล้ว เรื่องไข่ที่เคยมีปัญหามีราคาที่สูง ตอนนี้ก็ลดลงมานะครับ แต่เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้นที่จะมีปัญหา ก็คือเรื่องของการขนส่ง เพราะว่าตอนนี้เราพยายามจะลดการเคลื่อนย้ายก็อาจจะช้าบ้าง ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ ๆ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ช้าบ้างแต่ราคาทั้งหลายนี่ ถึงตุนไปก็กินกันได้ไม่หมด อยู่ในตู้เย็นของท่านนะครับ ไข่ก็แม่ไก่ก็ไข่ออกมาทุกวัน ๆ อย่างที่ท่านเล่าให้ฟังนะครับพอเข้ามาเพียงพอ ราคาก็ไม่ได้สูงไปกว่าที่เราเคยเจอกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่ต้องตระหนกตกใจ ไม่ต้องไปตุนเข้าตู้เย็นอะไรไว้มากมายนะครับ ราคาก็มีได้ตลอดเราก็เป็นประเทศที่เกี่ยวกับเกษตรอุตสาหกรรมทั้งหลายนี่ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของประเทศไทยเรา ไม่เหมือนถ้าท่านเห็นข่าวต่างประเทศ ที่เป็นทางยุโรป ทางสหรัฐฯ นี่ ก็ต้องนำเข้าสินค้าเกษตรหลาย ๆ อย่าง ก็จะเป็นประเด็นทีเดียว แล้วก็ขอให้มีความมั่นใจนะครับว่าเราดูแลกันได้นะครับ ส่วนประเด็นสุดท้ายทางคมนาคม ก็จะเข้ามาดูแล ได้รายงานโดย ตัวแทนของทางคมนาคม ได้มาดูแลเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะ การทำความสะอาด กระทรวงสาธารณสุขนี่นะครับ แล้วก็ขนส่งทางอากาศปิดไปแล้ว 16 แห่ง แล้วก็เปิดแค่เพียง 12 แห่ง ตอนนี้มีสายการบินในประเทศ เปิดเพียง 2 ที่นะครับ ขนส่งมวลชนก็ได้เพิ่มรถ และความถี่ โดยเฉพาะรถไฟฟ้านะครับก็ได้รายงานว่าพยายามที่จะดูแลพี่น้องประชาชนตามช่วงเวลาของพี่น้องประชาชนที่มีการเดินทางด้วย อันนี้ก็เป็นความเข้าใจความละเอียดอ่อนของการดูแลแก้ไขปัญหา ที่เราจะต้องผ่านไปด้วยกัน ถ้าท่าน ในฐานะที่เป็นประชาชนมีเรื่องใด ๆ ที่อยากจะให้เราช่วยแก้ไขก็รายงานมาได้ที่ 1111 นะครับ เราก็จะเปิดรับสายแล้วก็รับฟัง แล้วก็นำเอามาแก้ไขปัญหา วันนี้ท่านนายกฯ ก็ฝากขอบคุณทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกคนที่ได้ช่วยกันได้ก้าวผ่านช่วงที่หนัก ๆ ขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามแต่ท่านก็ยังบอกนะครับว่าก็ต้องดูแลตัวเลขตัวนี้กันอย่างดีในช่วงของสงกรานต์นี้ เพราะอาจจะต้องมีการยืดระยะเวลาสิ่งต่าง ๆ ออกไปขนาดไหน แค่ไหน อย่างไร ขึ้นอยู่กับตัวเลขทั้งสิ้น จะไปเป็นถึงสิ้นเดือนไหม ในเรื่องของการข้ามแดน ในเรื่องของการผ่านประเทศหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ล้วนแต่ใช้ตัวสถิติเป็นตัวกำกับ แล้วก็กำเนิดเกิดขึ้นของมาตรการตัวนี้ นำเรียนอย่างนี้ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวคงเป็นคำถามนะครับ ครับ เชิญเลยครับ (คุณปวีณา) และคุณผู้ชมที่ติดตามผ่านทางช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Fanpage หรือว่าช่องทางต่าง ๆ นะคะ หลาย ๆ ประเด็นเป็นประเด็นที่ทางคุณหมอได้บอกไปแล้วนะคะ ซึ่งเป็นประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุม แต่ว่าอยากให้ทางท่านโฆษกได้เน้นย้ำประเด็นที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง สามารถได้เข้าใจในรายละเอียดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ประเด็นแรกจากช่อง 7 นะคะ เป็นคำถามที่เกี่ยวกับที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุ หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ที่นายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้นก่อนหน้านี่ มีข้อสังเกตค่ะ คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีเรื่องของการสั่งการแบบศูนย์รวมไว้ในส่วนกลางแต่ไม่มีตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ประเด็นนี้จะส่งผลต่อการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นทางการแพทย์ทำให้เป็นปัญหาต้องสะดุดหรือไม่คะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ อย่างวันนี้ที่ผมได้เกริ่นนำนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เป็นผู้เกริ่นบอกเอง แจ้งให้ที่ประชุมทราบเองนะครับว่ามีกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้บูรณาการงานด้านนี้ได้เรียบร้อย ณ ตอนนี้ก็มีเป็นทีม จากเดิมนี่ ที่จะการเสนอเป็น 3 คณะ ตอนนี้ก็เป็นชุดคณะเดียว แล้วก็นำรายชื่อที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้งานคล่องตัวมากขึ้น ท่านก็ยังได้กล่าวชมนะครับ ว่ามีการทำงานที่ผ่านมาก็ทำให้พี่น้องประชาชน แล้วโดยเฉพาะหน่วยงานของทางภาครัฐนะครับ โดยเจ้าหน้าที่ก็ได้รับเรื่องของ โดยเฉพาะหน้ากาก ก็ตอนนี้อย่างที่ตัวเลขยืนยันไป ท่านก็ถามแล้วก็ได้ช่วยบรรเทาในเรื่องของความวิตกกังวลได้ (คุณปวีณา)อีก 1 ประเด็นเป็นข้อห่วงใยของบุคลากรทางการแพทย์นะคะ ถามถึงเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อ รวมตัวเลขล่าสุดทั้งหมดมีประมาณกี่คน ส่วนใหญ่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนไหน หรือว่ากลุ่มเสี่ยงอย่างไร และเป็นกลุ่มสายอาชีพอะไรบ้างคะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) เป็นคำถามที่ดีมาก ๆ นะครับ อันนี้ที่เคยบอกไปผมมีแต่ตัวเลขที่รายงานไป สักช่วงก่อนสงกรานต์คือ 8 เมษายนที่เขาสะสมไว้ ตอนนั้น 80 รายครับ ที่เป็นบุคลากรทางสาธารณสุข มีประมาณสัก 50 เปอร์เซ็นต์ครับ ที่ติดเชื้อ ที่ว่าติดในโรงพยาบาล นั่นหมายความว่าอยู่ที่ผู้ป่วยนอก อยู่ที่ผู้ป่วยนอก หรือผู้ป่วยใน อะไรทั้งหลาย สักประมาณ 18 ราย หมอหรือเจ้าหน้าที่เราก็เหมือนคนโดยทั่วไป นะครับเพราะฉะนั้นไม่ได้ติดแค่โรงมีข้างนอกด้วยเหมือนกัน แล้วอยู่ในระหว่างการสอบสวนอีก 12 ราย ซึ่งอันนี้วันก่อนนั้นท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ท่านนายแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย ท่านก็พูดอยู่ว่า เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเลยว่า ถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องการติดของผู้ป่วยนี่ ต้องเข้าไปดูเลยครับ ว่าเป็นจากอะไร อาจจะเชื่อมโยงกับเรื่องการอุปกรณ์การป้องกันตัวที่น้อย หรือเป็นชุดพฤติกรรมของคนที่ทำหัตถการเอง ที่ไม่ได้ระมัดระวังพอ หรือเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ยังไม่ได้มีการพัฒนาที่ดีเพียงพอ คือมันมีหลากหลายสาเหตุ ที่จะต้องหาให้ได้แต่ขณะเดียวกันอีกกลุ่มก้อนหนึ่ง คือ กิจกรรมส่วนตัวที่ไปกิน ไปนั่งทานอาหารด้วยกัน หรือใกล้ชิดกันกับคนในครอบครับ หรือเพื่อน หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมพูดง่าย ๆ ก็เหมือนกับชาวบ้านทั่ว ๆ ไปที่จะติดระหว่าง 2 ด้านนี้ และนำมาสู่หนทางที่ป้องกัน เพราะว่าบุคลากรทางการแพทย์คือหัวใจสำคัญของการควบคุมรักษาโรคนี้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าเกิดขึ้นจากเรื่องของการบริการทางการแพทย์ วิธีการจัดการแบบหนึ่งเลยครับ แต่ถ้าส่วนหนึ่งเกิดจากเรื่องของการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็วิธีการก็อีกแบบหนึ่ง อย่างไรก็ตามแต่ทั้ง 2แบบเราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย เพราะว่าเราจะต้องเสียกำลังของบุคลากรออกไปจากภาครักษา ไปกักตัว ไปรักษา เข้าโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้เขาหนักกันอยู่แล้ว ก็อย่าให้เกิดขึ้นเลย แต่อย่างไรก็ตามแต่ ตัวเลข 80 นี้ ก็เป็นบทเรียนที่ดีให้กับเรา ถ้าจะขึ้นมาถึงอีกตัวเลขมากกว่านี้เดี๋ยวผมคงได้นำเรียน รายงาย ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างสอบสวน 12 ราย ไม่รู้เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ก็อาจจะทำให้น้ำหนักแตกต่างกันไป ก็คงจะได้มารายงานท่านเป็นระยะ ๆ ครับ // ค่ะ เป็นประเด็นเรื่องของการผ่อนคลายมาตรการนะคะ ตอนนี้เราเห็นตัวเลขของจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง มีคำถามมาว่า หลังจากนี้เรื่องของการ Work Form Home ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ และในปัจจุบันเราเห็นตัวเลขที่ลดลง เริ่มมีภาคเอกชนบางแห่งยกเลิกการทำงานแบบ Work form Home แล้ว อันนี้จะเพิ่มความเสี่ยงกลับมาได้ไหมคะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ก็ยังไม่อยากให้ผ่อนคลายกันมาก เห็นตัวเลขแล้วดีใจ แล้วก็ทำตัวได้เหมือนปกติไม่นะครับ อย่างที่ผมบอกว่า สิ่งที่เราต้องเน้นย้ำคือสถานการณ์เราในประเทศเราล้อมรั่ว เราดูแลได้อย่างดี แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ต่างประเทศสีแดงเต็ไปหมดนะครับ มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ถึงแม้ลดลงแล้วก็ยังกระดกขึ้นไปใหม่อีก สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจเลย เพราะฉะนั้นเราอยู่ในสถานการณ์ของการติดเชื้อซึ่งเป็นเส้นพุ่งตรงขึ้นไปนี่ เป็นเส้นชันอยู่ของทั่วโลกนะครับ สิ่งที่เราได้ก็คือ บ้านเราเท่านั้น ที่เป็นแบบนี้ เพราะเราเข้มแข็ง เพราะเราช่วยกัน อย่างที่เคยบอกนะครับ ช่วยกัน 70 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ผล ช่วยกัน 80 เปอร์เซ็นต์ ทำเหมือนกันหมดนะครับ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ แล้วก็ใส่หน้ากากอนามัย 80% ก็ไม่ได้ลดตัวเลขต้อง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ถึงจะลดตัวเลขได้ ถ้าอย่างที่ผมบอกว่าการ์ดตกลงมาหน่อยหนึ่ง ไม่เอา 90 ขอ 80 ได้ไหม พุ่งพรวดเลยนะครับตัวเลข เหลือ 70 ยิ่งชันขึ้นมาใหญ่เลย เพราะฉะนั้นคน 90 % ของประเทศไทย ถ้าเรามี 65 ล้านคน ผมต้องการทุกท่านเป็นแนวร่วมของเรา ต้องใกล้ ๆ 65 ล้านคนของเรานี่ละครับ ทุกท่านต้องช่วยกันแล้วต้องยาวด้วย ยาวเลยไปนะครับ ถึงกลางเดือน ถึงสิ้นเดือน ถึงต้นเดือนหน้ามีการพยาการณ์ว่าโรคนี้จะอยู่กับเรา 3 - 4 เดือน แต่อย่างไรก็ตามครับ ถ้าพื้นที่ของเราเจาะเฉพาะบางที่ ถ้าท่านไม่มีการติดเชื้อแล้วมีการติดเชื้อกว้าง ๆ การผ่อนคลายตามจังหวัด ตามภาค ตามพื้นที่ อาจจะเกิดขึ้นได้ จะพูดว่าต้องเข้ม ต้องการ์ดตลอดเวลาก็เหนื่อยสิ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ พื้นที่ของท่านดูแลอย่างดี เป็นพื้นที่ระบบที่เราบอกว่าชีลแล้ว ปิดแล้ว ดีแล้ว อาจจะผ่อนคลายให้มีการทำกิจกรรมทางสังคมได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามแต่อย่าเพิ่งเอาสาระที่ผมนะครับ เดี๋ยวจะมีคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งอยู่ใน พ.ร.บ. โรคติดต่อ จะเป็นผู้ที่วางมาตรการนี้ ซึ่งตอนนี้มีการประชุมกันอยู่ ทางท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคก็รายงานอยู่แล้วก็จะมีการคุยกันให้รอบทิศรอบด้านว่ามีผลกระทบอะไรอย่างไร แล้วก็ผ่อนคลายกันมา เพราะฉะนั้นบางอาชีพ บางพื้นที่ บางกิจกรรม อาจจะมีการผ่อนคลาย แต่ยังไม่ได้รู้นะครับว่าที่ไหน เพราะเพิ่งจะลดลงมาไม่กี่วันแล้วเราก็สงกรานต์ เทศสงกรานต์ ซึ่งชุดพฤติกรรมของท่านที่คุ้นเคยกันอยู่ต้องมาเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับตรงนี้ ยังเป็นเรื่องที่เรากังวลใจ ว่าเราจะปรับตัวได้ไหม ถ้าตัวเลขของการเกิดวันนี้ 28 ไม่ใช่เพราะสงกรานต์นะครับ เป็นเพราะเมื่อ 5-7 วันที่แล้ว ที่ท่านทำดี ถึงได้ปรากฏว่านี้เป็นอย่างนี้ แล้วถ้าวันนี้ท่านผ่อนคลายจะไปเกิด ไม่ใช่พรุ่งนี้นะครับ มันจะไปเกิดวันถัดไป อีก 5 - 7 วันข้างหน้า โรคตัวนี้เราเพิ่งจะเรียนรู้กัน เขาอยู่ในร่างกายของเรา 5 วัน 7 วัน เขาถึงจะแสดงอาการออกมา การ์ดตกไม่ได้อย่างที่ว่า ฝากทุกท่านร่วมมือร่วมใจกัน 90% กันต่อไปเรื่อย ๆ ครับ // พอพูดถึงมาตรการผ่อนคลาย ร้านตัดผมที่เมื่อสักครู่ที่คุณหมอบอกไปแม้กระทั่งคุณหมอก็ไม่ได้ตัดผมเหมือนกันนะคะ แต่ว่าหลายคนก็ได้ยินข่าวว่าหลายพื้นที่เริ่มจะมีการเปิดให้ร้านเสริมสวย ร้านตัดผมเปิดในวันที่ 16 เมษายนนี้แล้วค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ก็ต้องขอเช็กกันดูสักนิดหนึ่งครับ เรามีเรื่องของข้อคำสั่งที่เป็นส่วนกลาง ก็คือ พ.ร.ก. พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินนะครับ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องกลาง ถ้าอันกลางนี่เข้มนะครับ ของส่วนของจังหวัดก็ต้องยึดตามของทางส่วนกลางนะครับ แต่ถ้าอันกลางไม่ได้บอกไว้ แล้วส่วนปลายทางอยากจะไปทำให้เข้มกว่านี้ได้ แต่จะทำอ่อนกว่านี้ไม่ได้ นี่คือหลักการของทางกฎหมายซึ่งทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ ก็บอกไว้ตรงนี้อยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ระมัดระวังสักนิดหนึ่ง เพราะว่าการตัดผมนี้เรื่องที่ต้องไกล้ชิดกันมา แล้วสิ่งที่จะเกี่ยวข้องคือตัดผมถ้าเป็นของท่านชาย บางทีก็จะมีการไปตัดขนจมูกใช่ไหมครับ มีการใช้กรรไกรอะไรต่าง ๆ ที่หรือโกนหนวดต้องเจอกับเรื่องของอะไรครับ เลือด อาจจะมีบ้าง นิด ๆ หน่อย ๆ ถ้าใครเป็นผู้ชายจะรู้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีโอกาสที่จะปนเปื้อนกับเชื้อแล้วก็ถ้ากระบวนการของการ Clean หรือทำความสะอาดไม่ดีนี่ คนถัดไปแล้วใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อาจจะมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ท่านคงเห็นคลิปของทางเมืองจีนใช่ไหมครับ ตัดโดยใช้ เขามาล้อเลียน ใช้ไม้ มาคลิปกันทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนครับ เป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวกันสักหน่อยหนึ่งแต่ก็เชื่อว่าจะมีมาตรการการผ่อนคลายกันขึ้นมาตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่ดีก็จะเกิดขึ้นมานะครับ (คุณปวีณา)ค่ะ คำถามสุดท้ายเรื่องของการตั้งวงดื่มเหล้ากัน หลายคนบอกว่าซื้อเอาไว้แล้ว เพราะว่าทุกจังหวัดทั่วประเทศไม่มีการจำหน่ายแต่เดินทางไปรวมกลุ่มกันแล้วให้เหตุผลว่าเดินทางไปรวมกลุ่มกันในช่วงกลางวันไม่ใช่ช่วงเคอร์ฟิว อันนี้ในข้อเท็จจริงถูกหรือผิด หรือสามาถทำได้ไหมคะ ไปรวมกลุ่มกันในช่วงเวลากลางวัน ที่ไม่ใช่เคอร์ฟิว // ไม่ได้อยู่ดีครับ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน แล้วถ้าจังหวัดนั้น ๆ ประกาศถึงแม้ไม่ได้ขายนะครับ แต่ก็คือต้องดูว่าเจตนาของทางการประกาศนี้ก็คือไม่อยากให้ท่านมารวมกลุ่มกันเพื่อที่จะทำให้เกิดการติดโดรค เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องการก็คือให้ท่านอยู่ห่าง ๆ กัน แล้วยิ่งถ้าท่านก๊งเหล้า และทำนั่นทำนี่ด้วยอันนี้ไม่ได้เลยนะครับอย่าเลยนะครับตอนนี้ เราก็ห้ามกันทั้งวันนะครับ แล้วก็ทำกันไปตลอดไปด้วยนะครับ การดื่ม การเสพอะไรก็แล้วแต่ก็ล้วนแล้วแต่ตอนนี้มีความเสี่ยงทั้งสิ้นนะครับ ขอให้ ลด ละ เลิกกันไปครับผม // ค่ะ วันนี้หมดแล้วสำหรับคำถาม ต้องขอบพระคุณสำหรับโฆษก ศบค. นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธินขอขอบคุณค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับผมขอสักนิดหนึ่งนะครับ รู้ว่าวันนี้ใช้เวลาของท่านมามาก ตอนนี้เรื่องของสุราเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว หลาย ๆ คนดื่มสุรากันมายาวนาน ช่วงเวลาตอนนี้ก็จะต้องหยุดการดื่ม ขอเตือนในฐานะจิตแพทย์ด้วยนะครับว่ามีกลุ่มบางคนที่ดื่มมาหนักและดื่มมามาก แล้วตอนนี้ต้องหยุด อาจจะเกิดอาการที่เรียกว่า เขาเรียกว่าลงแดง เคยได้ยินไหมครับ ก็คือการติดเหล้า ถ้าไม่ได้ดื่ม แล้วก็จะทำให้มือสั่น ๆ แล้วมีประสาทหลอนขึ้นมา ซึ่งอันนี้ถ้าใครเป็นคนที่ดื่มมาก ๆ แล้วหยุดดื่มทันทีนี่ หยุดดื่มนี่ดีนะครับ แต่หยุดดื่มทันทีแล้วมีอาการนี้ ให้รีบไปพบกับแพทย์ไว้ก่อนว่าพอฉันดื่มแล้วฉันหยุดดื่มแล้วมือฉันสั่น ไปพบแพทย์ เดี๋ยวจะมียาให้ ทดแทนการดื่ม แล้วจะทำให้มือที่ท่านสั่น อาการที่จะทำให้ท่านวิตกกังวล ความรู้สึกมีประสาทหลอนหรือหูแว่ว วันที่ 3 จะลดน้อยถอยลง ญาติ ๆ ก็ไม่ต้องกังวลนะครับ พอจะได้ยามา เขาเรียกว่ายากล่อมประสาท หรือยาคลายความเครียดจะช่วยทดแทนได้ ช่วยสำหรับคนที่ดื่มมาก ๆ แล้วหยุดทัน หรือหาไม่ได้ เพราะตอนนี้เราอยู่ในเรื่องการประกาศห้ามซื้อขายกันอยู่ ตรงนี้ทุกอย่างช่วยได้ทางการแพทย์ผมก็อยากจะช่วยท่านในฐานะที่เป็นจิตแพทย์ เอาชุดข้อมูลนี้มาทิ้งท้ายในรายการ ขอให้ทุกคนสุขภาพดี และมีความสุขแล้วก็เทศกาลครอบครัวอย่างนี้นะครับกราบสวัสดีครับ (คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โมฆก ศบค. ก็ได้ติดตามกันไปแล้วนะคะ หลังจากที่ วันนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ ส่วนสรุปตัวเลข ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำความสะดาดที่ไมค์โครโฟนและโพเดียมเพื่อที่จะให้ทางกระทรวงต่างประเทศสรุปในภาคภาษาอังกฤษ มาสรุปสถานการณ์วันนี้กันสักนิดหนึ่งนะคะ วันนี้เพิ่มขึ้น 28 คนค่ะ ส่งผลให้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,579 คน จำนวนผู้เสียชีวิต 2 คนนะคะก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 40 คน แต่ก็มีผู้ที่หายป่วยมีถึง 70 คนด้วยกัน ซึ่งถือว่าตัวเลขผู้หายป่วยนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนของผู้ติดเชื้อ ซึ่งถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีนะคะ ลำดับถัดไปนะคะ คุณผู้ชมได้ติดตามเรื่องของการสรุปในภาคภาษาอังกฤษ เพื่อให้ทั้งคนชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทยอยู่ได้เข้าใจสถานการณ์ที่ตรงกันค่ะ เรียนเชิญท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ สรุปในภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา)ขอบคุณนะคะ ท่างรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านกในการสรุปภาคภาษาอังกฤษ และเมื่อสักครู่ท่านก็บอกไปแล้วว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันสงกรานต์และเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย เนื่องในวันที่ 13 เมษายน อะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ และทำไมถึงไม่ควรทำ เพื่อความปลอดภัยของเราทุกคนนะคะ ในช่วง 14.00 น. ช่วงของการสนทนาดิฉันจะพาไปพูดคุยทั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงแพทย์ที่เกี่ยวข้องว่าเหตุใดวันนี้เราถึงไม่ควรเล่นน้ำ ที่จะรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ แล้วเราจะใช้วิธีการไหนในการดำเนินการทำตามวัฒนธรรมไทยของเราได้บ้าง ซึ่งวันนี้จะพูดคุยให้ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่ว่าช่วงนี้ค่ะช่วงของการแถลงข่าวของ ศบค. ได้จบลงแล้ว ดิฉัน ปวีณา ฟังทอง และทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ เราได้บ้าง ซึ่งวันนี้จะพูดคุยให้ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่ว่าช่วงนี้ค่ะช่วงของการแถลงข่าวของ ศบค. ได้จบลงแล้ว ดิฉัน ปวีณา ฟังทอง และทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ