--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (15 เม.ย. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... Ր ... Ր (คุณปวีณา) ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าว ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ เป็นประจำทุกวันเวลา 11.00 น. เราจะมาพูดคุยกันเรื่องของสถานการณ์โรค รวมถึงการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนนั้นเข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ ลำดับแรกค่ะ เรียนเชิญ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงเรื่องของสถานการณ์ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมสถานการณ์เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ที่รับชมผ่านทางโทรทัศน์ทุกท่านนะครับ ครับผม ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. วันนี้มารายงานในสถานการณ์ประจำวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่พวกเราอยู่ในช่วงของการเฉลิมฉลองในมิติใหม่ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนนะครับ ก็คือไม่มีการรดน้ำ แต่มีจิตใจที่อยู่รวมกันเป็นหมู่เหล่า และเราก็จะผ่านพ้นสถานการณ์ตรงนี้ไปด้วยกันนะครับ ขออนุญาตครับ วันนี้ต้องถอดหน้ากากผ้านี้นะครับ ซึ่งผมก็แนะนำทุกท่านได้ต้องใช้ อยู่ที่บ้านก็ใช้นะครับ เดี๋ยววันนี้มีชุดข้อมูลที่มีการเปรียบเทียบว่า ตอนนี้สถานการณ์ที่มีของการติดเชื้อจากในบ้าน นอกบ้านอะไรต่าง ๆ เป็นอย่างไร ติดตามดูในช่วงของที่เรานำมาวิเคราะห์ทุกวันนี้นะครับ วันนี้เริ่มต้นด้วยการรายงานสถานการณ์ผู้ป่วยใหม่วันนี้ 30 รายครับ แล้วก็กลับบ้านได้แล้ว 1,497 ราย รักษาอยู่ 1,103 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 2,643 ราย นะครับ รวมทั้งหมด 68 จังหวัด เสียชีวิตไป 2 ราย เพิ่มขึ้นเติมมารวมแล้วเป็น 43 ราย ท่านผู้ชมครับ ในวันนี้วันที่ 15 นี่ ถ้าพวกเราร่วมมือร่วมใจกันได้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ ก็จะเป็นภาพอย่างนี้ แต่ถ้าเราไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกันนะครับ เราจะเห็นภาพที่เคยมีการพยากรณ์กันก่อนหน้านี้ จะมีการติดเชื้อไปลำดับถึง 350,000 กว่าคน ในวันนี้ ที่มีนักวิชาการออกมาพูดกันในช่วงของปลายเดือนที่แล้วนะครับ จนกระทั่งถึงวันนี้นี่ก็มีการพยากรณ์ในเชิงที่ว่า ที่เรียกว่าในทางเลวร้ายที่สุด 3 แสนกว่าคน แต่เราก็สามารถที่จะตรึงตัวเลขไว้อยู่ที่ 2,600 กว่าราย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง รับทราบข้อมูลและนำมาปฏิบัติตัวเอง แล้วเราก็คุมตัวเลขได้ประมาณขนาดนี้ แต่จะเปรียบเทียบไปกับในโลกหรืออะไรอย่างไร เดี๋ยวผมจะบอกในท้ายรายการด้วยว่า เรามีบทเรียนที่ต้องเรียนรู้กันอย่างไร ไปดูกันครับว่า กลุ่มอายุไหน ที่มีมากก็คือ ตอนนี้อยู่ในกลุ่มอายุ 30-39 เช่นเคยนะครับ อายุเฉลี่ยที่ติดเชื้อก็คืออยู่ที่อายุที่ 40 ตอนนี้ผู้ชายก็มากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย มาดูรายที่เสียชีวิต ประมาณ 43 รายนี้ 2 รายนี้มีรายละเอียดอะไรบ้างนะครับ รายที่ 42 เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 65 ปี อาชีพขายอาหารที่ถนนคนเดิน แล้วก็มีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูง วันที่ 7 มีนาคม ตัวเธอเองมีอาการไข้สูง ไอ ซื้อยามารับประทานเอง ต่อมาวันที่ 12 อาการยังไม่ดีขึ้น ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ที่เป็นสมาชิกในบ้าน ในช่วงเวลาตอนนั้น ซึ่งก็มาต่อมาในวันที่ 15 มีนาคม ก็มีอาการหน้ามืดก็ไปโรงพยาบาลแห่งเดิมนะครับ แล้วก็กลับมารักษาตัวที่บ้าน วันที่ 17 มีนาคมก็ได้รับการส่งตรวจหาเชื้อ และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในวันที่ 18 มีนาคม แล้วก็ในวันนั้นผู้ป่วยก็ยังรู้สึกตัวดีนะครับ แต่ยังรู้สึกเหนื่อย ผลการตรวจ ผลยืนยันเป็นผู้ป่วย Covid-19 แพทย์ก็ให้ยารักษาอย่างดีนะครับ คือ ฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นระดับมาตรฐานที่เราบอกว่าเป็นยาที่ต้องใช้รักษาในโรคนี้แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ วันที่ 24 มีนาคม ผู้ป่วยหายในเหนื่อยหอบมากขึ้น ผล X-ray ปอดก็พบว่า มีการอักเสบในปอดอย่างรุนแรง แล้วก็มีหัวใจด้วย และความดันโลหิตตก แล้วก็ได้รับยากระตุ้นการทำงานของหัวใจแต่ก็ไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตในวันที่ 13 เมษายนครับ รายที่ 43 เป็นผู้ป่วยชาวไทย อายุ 46 ปี มีประวัติเดินทางไปร่วมพิธีทางศาสนาอิสลาม เดินทางกลับไทยในวันที่ 24 มีนาคม ในวันที่ 2 เมษายน ก็เริ่มมีอาการไข้สูง ไข้นี่ 38.4 องศาเซลเซียส แล้วก็เริ่มมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ก็เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และได้รับการส่งตรวจหาเชื้อ ต่อมาผลก็เป็นยืนยันว่าเป็นเคสผู้ป่วยโควิด-19 นะครับ อาการแย่ลงเรื่อย ๆ และเสียชีวิตในวันที่ 14 เมษายนนะครับ ขอแสดงความเสียใจกับทั้ง 2 ครอบครัวนี้ด้วย เช่นเคยครับ ที่ผมเล่าที่ผมพูดมานี้ ทุกรายที่มีการเสียชีวิตล้วนแล้วแต่เป็นครูของพวกเรา ทำให้พวกเราได้รับทราบได้รู้ว่า ปัจจัยเสี่ยงอะไรอย่างไรนะครับ ก็เป็นด้านหนึ่งที่ทุก ๆ ท่านที่ดูทางโทรทัศน์ก็ต้องได้ชุดข้อมูลนี้เท่า ๆ กัน เพราะว่าเป็นโรคใหม่ เรารู้จักเขาไม่กี่เดือนนี้ ของโรคทั้งหลาย นำเรียนว่าท่านต้องพยายามทำความเข้าใจ และก็จดจำไว้ แล้วถ้ามีอาการต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกันให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อที่จะให้ได้รับการรักษาได้ผลโดยเร็วนะครับ ไปเรื่องของประวัติเสี่ยงใน 30 รายนี้ ผลออกมาเป็นอย่างไรนี้ 29 ราย กลุ่มที่ 1 ก็คือ เป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดขึ้นจากระบบการเฝ้าระวังและบริการนะครับ ก็พบว่ามีสัมผัสกับกลุ่มก้อนเดิม ก็คือผู้ป่วยยืนยัน 19 ราย แล้วก็เป็นกลุ่มอื่น ๆ ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ไปห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 2 ราย อันนี้ต้องบอกนะครับว่า ทำไมถึงเราจะต้องมีมาตรการในการปิดร้านต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ก็เข้าใจว่าทุก ๆ ท่านมีความเดือดร้อน มีความร้อนใจ มีเรื่องอาชีพ มีเรื่องของอะไรทั้งหลายนี่ที่ยุ่งยาก ณ ตอนนี้ แต่ถ้าท่านเห็นตัวเลขที่เรารายงานตรงนี้บ่อย ๆ ท่านจะเข้าใจนะครับว่า ทำไมเราถึงยังไม่อยากที่จะต้องให้มีการดำรงชีวิตแบบในปกติ เพราะว่าไปในที่ชุมชนก็ติดแล้ว อย่างที่รายงานกัน แม้กระทั้งเดินทางมาจากต่างประเทศในกรณีนี้ 1 รายนะครับ ในกลุ่มใหญ่ตรงนี้ก็คือว่า ในกลุ่มที่บอกว่าเป็น State quarantine อันนี้กลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และต่อเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น อันนี้ไม่รู้ติดที่ตรงไหน แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ประวัติของการเดินทางนี่นะครับ ก็ทำให้เขาตอนนี้นี่ป่วยแล้ว 1 ราย เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่เราต้องมีมาตรการ นี่ต่อเนื่องไปนะครับ เดี๋ยวเราจะได้พูดคุยกันต่อ ไปดูการกระจายตามจังหวัดต่าง ๆ ก็ครั้งนี้ก็สรุปมาอยู่ในหน้าสไลด์เดียวกันนะครับ ก็จะเห็นว่าซ้ายมือในกล่องซ้ายมือ 10 จังหวัดผู้ป่วยสูงสุดนะครับ กรุงเทพมหานคร 1,328 นะครับ 190 นนทบุรี 149 สมุทรปราการ 93 ยะลา ภูเก็ตเป็นอันดับ 1 กรุงเทพเป็นอันดับ 2 ยะลาและก็นนทบุรีตามมา รวมถึงปัตตานี เพราะฉะนั้นอันดับนี่ก็จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนัก แต่ 9 จังหวัดที่ยังไม่ได้รับการรักษาเลย ก็คือกำแพงเพชร น่าน พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และอ่างทอง ยังยืนยัน 9 จังหวัดนี้ ยังเป็นสีเขียวอยู่ตลอดนะครับ ส่วนสีแดงทั้งหลายที่กระจายเป็นจุด ๆ ทั้งหลายนี่ อันนี้ก็ยังเป็นภาพเดิม ๆ ที่เรายังเห็นภาพอย่างนี้อยู่ ไปดูที่ระหว่างกรุงเทพฯ นนทบุรี แนวโน้มของต่างจังหวัดก็ออกไปในทางที่จะลดลงนะครับในสีแดงนั้น แต่ว่าของในส่วนกลางก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่นะครับ ถึงบอกว่ายังไม่ได้น่าไว้วางใจเท่าไรนัก ในกลุ่มของ State Quarantine ที่อยู่ในกล่องด้านบน ตัวเลขที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แยกตรงนี้ให้เห็นว่า การเดินทางกลับมาจากต่างประเทศมีความเสี่ยงต้องแยกกลุ่มดูแลนะครับ ไม่เหมือนกับที่เราติดเชื้อกันภายในประเทศของเรา รูปแบบของการติดเชื้อก็แตกต่างกันไป มาดูผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน จำแนกตามรายภาคก็จะเห็นว่า กรุงเทพฯ นนทบุรี และภาคใต้ยังเป็นกราฟที่เด่นมาก ๆ อยู่ในกราฟสไลด์นี้ แต่ต้องขอบคุณทั้ง 2 ส่วน ก็คือทั้งกรุงเทพฯ และภาคใต้ที่พยายามกดตัวเลขลงไป แนวโน้มที่เราจะเห็น แท่งที่สูง ๆ ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมากลางเดือนถึงปลายเดือน เดือนที่แล้วนะครับ สูงขึ้นมาเป็นปลายพีคแล้วตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงขาลงของทางตัวเลขทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ยังจำเป็นต้องตรึง ความเข้มแข็ง การ์ดอย่าตก อะไรก็แล้วแต่ที่เราต้องใช้คำพูดนี้ทำกันอย่างเต็มที่นะครับ เพื่อที่เราจะได้มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้ ไม่ถึง 3 หลัก 2 หลักก็ยังดี แต่ตัวเลขจาก 5 4 3 นะครับ ถ้าตัวเลขนำหน้า สามารถลดลงไปได้อีก หรือตัวเลขเดียวได้ก็จะเยี่ยมมาก ๆ เลยนะครับ ไปดูครับว่าวิเคราะห์ในครั้งนี้นะครับ ในแผนภูมิภาพนี้ก็จะเห็นว่าระหว่างเดือนมีนาคมกับเมษายน ที่เรากำลังดูแลกันอยู่ตอนนี้ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ก็คือนนทบุีกับสมุทรปราการ ช่วงของมีนาคมและเมษายนมีความแตกต่างกันอย่างไร ในปัจจัยที่มาจากต่างประเทศ หมายถึง การเดินทางหรือติดกับคนที่มาจากต่างประเทศ แล้วก็ติดเชื้อนอกบ้าน และติดเชื้อในบ้าน เราจะเห็นนะครับ รูปแบบของเดือนมีนาคม 15 เปอร์เซ็นต์ พอมาเมษายนขยับเพิ่มขึ้นิดหนึ่งครับ นอกบ้านในเดือนมีนาคม 77 เปอร์เซ็นต์ แต่พอมาในช่วงของเมษายนลดลงเหลือ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ไปเพิ่มมากขึ้น แต่ไปติดเชื้อในบ้าน 24 ใกล้ ๆ กันก็คือเกือบ ๆ 3 เท่า เพราะอะไรครับ ก็เพราะอาจจะเกี่ยวโยงกับช่วงเวลาที่เราประกาศเคอร์ฟิวด้วย เรื่องของการที่มีประกาศสภาวะฉุกเฉินด้วย ระหว่างเดือนมีนาคมกับเมษายน นี่มีความแตกต่างชัดเจน แต่จำนวนเปอร์เซ็นต์จะเพิ่ม แต่จำนวนคนไม่เพิ่มมาก อันนี้เราควบคุมได้ ถ้าท่านอยู่ในบ้านด้วย ท่านใช้หน้ากากอนามัยนะครับ ดูแลแล้วก็ยังห่างกัน 2 เมตรอยู่ มีปฏิสัมพันธ์แต่ว่าต้องไม่ใกล้ชิดกันมาก ฝุ่นละอองฝอยที่เกิดขึ้นจากสารคัดหลั่งที่เกิดจากปากของเรา จมูกของเรา ตกได้ไม่เกิน 2 เมตรนะครับ ถึงแม้เขาจะเข้ามาในบ้านเราจากการออกไปนอกบ้าน คนในบ้านก็ใส่หน้ากากเสีย แล้วก็ยืนห่างกัน 2 เมตร ตรงนี้ก็จะทำให้การติดเชื้อในบ้านที่เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ของเดือนนี้ จะได้ลดลงนะครับ ทีนี้มาดูของจังหวัดชลบุรีบ้าง วันก่อนเราใช้ 3 จังหวัดชายแดนใต้บ้าง กรุงเทพฯ บ้าง มีลักษณะของการดูแลอย่างไรนะครับ ซึ่งก็เห็นภาพนะครับว่า เป็นเรื่องของช่วงเวลาแรก ก็คือระยะผู้ป่วยนำเข้า ตั้งแต่ 17 มีนาคมนะครับ มีรายแรกที่รายงานจากนั้นก็พุ่งพรวดเข้าไปที่ 22 แล้วก็มีระยะที่ 2 ก็คือระยะนำแพร่โรคต่อในจังหวัด เฉพาะกลุ่มแล้วก็สถานที่เสี่ยง เราก็จะเห็นเรื่องของตรงนั้นมีกลุ่มชาวต่างชาติ มีกลุ่มที่เที่ยวสถานบันเทิง เป็นกลุ่มที่สังสรรค์กัน อันนี้เราถอดบทเรียนตรงนี้ออกมาเพื่อสอนทุก ๆ คนในประเทศของเรา ให้รับรู้ลักษณะพฤติกรรมของกลุ่มคน และตัวโรคมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ทางการก็ต้องสั่งปิดห้าง ปิดหาดอะไรทั้งหลาย จนมาถึงระยะปัจจุบัน ระยะแพร่โรคในครอบครัวแล้วก็ชุมชนนะครับ พอติดมาจากข้างนอกแล้วนำมาสู่จังหวัด แล้วก็นำมาเข้ามาสู่ครอบครัวและชุมชน อันนี้ล่ะครับเป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น ก็อยากจะให้ท่านได้เห็นนะครับ แล้วก็ติดแม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ เราต้องเสียแรงงานทางด้านบุคลาการทางการแพทย์ออกไป เพราะเขาไม่สามารถที่จะดูแลตนเอง และดูแลคนไข้ได้ ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้นะครับ ไปดูตัวเลขจำนวนผู้ป่วยหายต่อวัน และผู้รักษาหายสะสม ตัวเลขที่รักษาหายพุ่งขึ้นนะครับ ตัวเลขที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลก็ลดลง อย่างนี้ล่ะครับชอบเลย ที่บอกเมื่อวานนี้ เขาจะได้มีเวลา คุณหมอจะได้มีเวลาไปคุยกับคนไข้มากขึ้น ซักถามผู้ป่วยแต่ละราย ๆ ไป ตอนนี้ภาพอย่างนี้อยากให้เห็นภาพอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ คนที่จะมาใหม่ ไปดูผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่แต่ละวัน อันนี้ก็เห็นในต่างจังหวัดก็ลดลง ในกรุงเทพมหานครนี่ ผงกหัวขึ้นมานิดหนึ่ง เส้นสีน้ำเงินเข้ม ๆ ในวันนี้เพิ่มขึ้นนะครับ แล้วส่วนหนึ่งก็อาจจะต้องเพิ่มขึ้น เพราะเราจะมีวิธีการ Active Case Finding คือเราผ่อนคลายกฎระเบียบ ท่านจำได้ไหม PUI ท่านต้องมีไข้ มาจากต่างประเทศ หรือไปสัมผัสกับคนจีนทั้งหลายข้อเข้าได้นี่กว่าจะได้ตรวจนี่ หลายข้อ ท่านมีแค่ไข้ มีประวัติว่าสัมผัสหรือมีประวัติว่ามีไข้ทั้งหลาย บางข้อเข้าเกณฑ์ ผมจำได้ แต่ว่าเคยพูดไปแล้ว สามารถไปดูเทปเก่าได้ ถ้าสงสัยเข้ามาตรวจซึ่งตรงนี้ในภาคของทางรัฐเองก็จะไปดูค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ณ ตอนนี้ ศักยภาพของการตรวจก็มากขึ้นด้วย ตรงนี้ท่านไม่ต้องกังวลนะครับ เดินเข้ามา สงสัยว่ามีอาการนั้น มีไข้ หรือมีอาการทั้งหลาย ตอนนี้ผ่อนคลายมากขึ้น มาดูแผนภูมิอันนี้อีกอันหนึ่ง เป็นของประเทศ หลายคนขอผมมาตั้งแต่หลายวันก่อนนะครับ เราก็พยายามทำต้องขอบคุณทั้งส่วนของทาง วช. แล้วก็ส่วนของทางกรมควบคุมโรค อันนี้เป็นการเก็บสะสมผู้ป่วยมาทั้งหมด ตั้งแต่มีการรายงานขึ้นมา แล้วเอามาลงสีนะครับว่า 1 รายนี่สีออกเป็นชมพูจาง ๆ 2 - 10 รายก็จะเข้มมาหน่อยหนึ่งนะครับ 11-50 ราย ก็จะแดงเข้มขึ้น 51 - 100 ราย ก็จะออกเป็นสีออกแดงเลือดหมู แล้วก็ 100 รายนี่ ออกเป็นสีเข้มหรือสีน้ำตาลไปเลย อันนี้ก็จะบอกถึงความเข้มข้นของผู้ป่วยที่จะอยู่ตรงไหน อะไรอย่างไร สีเป็นตัวบอก อันนี้มองเห็นได้เลยกระจุกตัวอยู่ตรงกรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วก็ในเรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภาคอีสานบางจังหวัด แต่สีออกขาวเลยนะครับ เห็นชัด ๆ เลยมี มีสีออกสีใกล้ ๆ กับชมพูเรื่อ ๆ หลายจังหวัดทีเดียว ซึ่งอันนี้เดี๋ยวเราคงจะมีการพัฒนาชุดข้อมูลนี้ต่อไป เพราะอะไรครับ เพราะว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ หลายจังหวัดใช้ข้อมูลชุดเหล่านี้ไปดูแลคนในจังหวัด ถึงแม้เรื่องของการประกาศจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉินจะเป็นเรื่องของส่วนกลางโดยทางท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. นะครับ ก็แต่ว่าพอออกมาตรงนี้แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดก็สามารถใช้ข้อมูลในพื้นที่นี่ ดูแลเป็นส่วน ๆ ไป บางที่ก็ให้เปิดปิดเวลา ต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เหลื่อมกันอะไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละจังหวัดไปนะครับ อันนี้ก็นำเรียนแล้วก็อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ แล้วก็ให้ความร่วมมือกับทางท่านผู้ว่า ท่านที่ดูแลเรื่องของการปกครองอยู่ในจังหวัดด้วย จังหวัดเป็นเลขาฯ เลขาธิการโรคติดต่อของจังหวัดนั้น ๆ ก็นำเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการทำงานกันอยู่ทุกวันและมีความสำคัญจริง ๆ ครับ ไปดูสถานการณ์ทั่วโลก 10 นาฬิกา เช้านี้ มีตัวเลข ดังนี้ครับ ยืนยันแล้วเกือบ 2,000,000 แล้วนะครับ 1,998,000 กว่าคนนะครับ และหนักก็คือ 51,000 หายแล้ว 470,000 นะครับ แล้วก็เสียชีวิตไป 126,000 กว่าคน โรคนี้เป็นโรคที่เราต้องเรียนรู้จากโรคอื่น ๆ หมายถึง ประเทศอื่น ๆ ด้วยนะครับ สหรัฐอเมริกามีเสียชีวิตไปแล้ว 21,000 กว่าคน ฝรั่งเศส อิตาลีเสียชีวิตไป 21,000 นะครับ แล้วก็ฝรั่งเศษมากกว่า อังกฤษ 12,000 กว่าคน รายต่าง ๆ ที่เสียชีวิตนี้ก็ทำให้เราได้บทเรียนมาก ๆ ทีเดียวนะครับ เดี๋ยวเราได้พูดคุยอีกทีหนึ่ง 50 เป็นอันดับของประเทศไทย ซึ่งเป็นอันดับที่เรารายงานมานี่ มีล้อมกรอบด้านขวาอีกนิดหนึ่งของอินเดียมีตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เป็น Confirm Case เป็นหมื่นรายไปแล้วนะครับ ไปดูในฝั่งทางอาเซียนหรือเอเชียของเรา ก็คือทางญี่ปุ่นนะครับ ญี่ปุ่น ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์อยู่อันดับ 47 เมื่อวานนี้ แล้วก็ประเทศไทยเราอยู่ที่อันดับ 50 เมื่อวานนี้สิงคโปร์มีอาการติดเชื้อวันเดียว 334 คนนะครับ มากกว่าเราไปแล้ว ทีนี้มาดูแผนภูมิที่เป็นกราฟตัวนี้ ประเทศไทยเรา นับวันที่มีผู้ป่วยติดเชื้อถึง 100 ราย แล้วก็ลากเส้นกันมาความเร็วก็แตกต่างกัน ความชันก็แตกต่างกันไป ตอนนี้มาดูของประเทศไทยเราก่อน สีแดง ๆ อยู่ตรงกลางมีตัวเลขกำกับ 2,643 แต่ของสิงคโปร์สีเขียว แอบอยู่ข้างล่าง แล้วมีสิงคโปร์นี่ละครับ ออกมาแล้วครับว่า กำลังชันขึ้นไปกว่าเราแล้ว แล้วญี่ปุ่นท่านเห็นไหมครับ สีฟ้าที่อยู่ขวามือ เขียนว่าญี่ปุ่น อันนี้ก็ชันขึ้นไปกว่าเรา แล้วก็มีแนวโน้มจะสูงขึ้นไปอีก ที่จะเหมือนกันกับเราน่าจะเป็นเกาหลีใต้กับไทยนี่นะครับ กับเส้นสีเหลืองที่เข้มมาตลอด กับของไทยเราที่เป็นสีฟ้านะครับ ที่น่าที่จะต้องดูประสบการณ์ของประเทศที่เขาไปทางด้านเชิงบวก เกาหลีใต้ เขาทำกันอย่างไร กับฮ่องกงอย่างนี้ ก็น่าจะได้เรียนรู้กับ ส่วนสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมันทั้งหลายบอกไปแล้วชันขึ้นไปเรื่อย ๆ เขายังจะต้องมีตัวเลขสะสมขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ แต่ขณะเดียวกันก็นำวิธีจัดการในแต่ละอย่างของแต่ละประเทศแตกต่างกันไปเดี๋ยวผมจะรายงานตรงนี้นะครับ มีอะไรบ้างประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศนะครับ สิงคโปร์ที่เมื่อสักครู่บอกว่าติดเชื้อกันไป 300 กว่า มาจากแรงงานชาวต่างชาติครับ เขาก็เลยว่า ต้องหาที่พักที่แยกออกมาจากเกาะ เขาเป็นเกาะพื้นที่ไม่ได้มากนะครับ เล็กกว่าเกาะภูเก็ตเราอีก เพราะฉะนั้นมีคนติดเชื้อ 300 กว่าคนจะเอาไปอยู่ตรงไหนดี เขาใช้เรือครับ เรือที่ใช้สำหรับพัก เป็นที่พักของพนักงานพลังงานนอกชายฝั่ง ก็จัดเป็นที่พักขึ้นมา แล้วก็ย้ายแรงงานนะครับที่แน่นหนานี่มาอยู่ตรงนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ตรงนี้ ก็เขาบอกว่าพักได้ประมาณ 200-300 คน ได้แล้วก็ได้เผยภาพว่ามีในห้องพักก็มีเตียงอยู่ 3 หลังนะครับ ก็สามารถที่จะออกมาเดินอยู่บนดาดฟ้าเรือได้ อันนี้เป็นวิธีการของเขาในการดูแลแรงงานต่างชาติ เข้าใจว่าน่าจะยังไม่ป่วยนะครับ อยู่ตรงนี้ได้ และต่างชาติอื่น ๆ มีความก้าวหน้าอย่างไรครับ จีนครับมีการอนุมัติวัคซีน 2 ตัว สำหรับต้านไวรัสโคโรนา 2019 เข้าในระดับคลินิกแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ตัวที่ได้รับอนุญาตนี้ ได้รับที่จดทะเบียนในตลาดนิวยอร์ก ความหวังของการจัดการหรือควบคุมโรคให้ได้คือวัคซีนนะครับ ความหวังสูงสุดของมนุษยชาติของเรา ก็ต้องเชียร์ทางประเทศจีนที่พยายามที่จะดูแล วิจัยนะครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่จีนอย่างเดียว ไทยเราก็ทำอยู่ด้วยเหมือนกัน สถาบันวัคซีนแห่งชาติก็ร่วมมือกันในภาคของภาครัฐ เอกชนแล้วก็รวมถึงภาคมหาวิทยาลัยวิจัยด้านนี้อยู่ด้วย ซึ่งก็ต้องให้กำลังใจ ทีมนักวิจัยวิทยาศาสตร์ ไต่ระดับความสามารถขึ้นไปในระดับโลกให้ได้ อินโดนีเซียเขาทำอะไรบ้างครับ ประธานาธิบดีประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส 2019 เป็นภัยพิบัติแห่งชาติ ดังกล่าวและเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าเขตหรือนายกเทศมนตรีที่เป็นแกนนำในการต่อสู้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการภายในภัยพิบัติ ในการรับมือโคโรนา 19 พูดง่าย ๆ ก็คือเขาเพิ่งจะประกาศ ซึ่งเป็นเรื่องของประเทศของเขาที่มีข้อจำกัดอะไรแตกต่างกัน เราคงไม่ว่ากัน เรามาเรียนรู้ เราประกาศกันมาก่อน เราตรึงกันมาก่อน ถึงได้ตัวเลขอย่างนี้ อันนี้ทางอินโดนีเซียเพิ่งจะมาทำ เดี๋ยวเราคอยติดตามเอาใจช่วยเขา ว่าเขาจะมีพัฒนาการหรือว่าการจัดการกับโรคนี้อย่างไร อาเซียนด้วยกัน ไปดูทางที่ยุโรปด้วยเขาทำอะไรกันครับ ฝรั่งเศสครับบอกว่าขยายเวลาการ Lockdown ของประเทศออกไปอีก 4 สัปดาห์ ผมนำเรียนอยู่บ่อย ๆ ประเทศฝรั่งเศสมีคนเสียชีวิตเป็นหมื่น เลยนะครับ แล้วก็ติดเชื้อกันเยอะมากนะครับ ตอนนี้ก็คือเขาต้องยืดออกไป เพราะเขาบอกว่าการต่อสู้ยังไม่จบ หากหลังวันที่ 11 พฤษภาคม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดโดยรวมดีขึ้น อาจจะอนุญาตให้โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กกลับมาเปิดให้บริการได้ สำหรับร้านอาหาร บาร์ งาน Event ต่าง ๆ ที่มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากต้องปิดและเลื่อนออกไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ดูสิครับ ของเขาอย่างนี้ ยังตรึงไว้อยู่จำนวนเขามากอย่างนี้ก็ยังต้องใช้ระยะเวลาการที่จะเลื่อนการกิจกรรมออกไปยาวทีเดียว ญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยื่นคำขาดกับชาวบ้านและร้านค้า ให้อยู่บ้านและ shut down เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผลักดันให้ผู้ว่าราชการคนอื่น ๆ เรียกร้องให้ธุรกิจปิดทำการด้วย เขาต้องเสียงเข้มแข็งครับ อย่างที่บอกว่าคนเราถ้าเดินทางกันไปกันมาระหว่างเมือง แล้วตัวเองเข้มแข็งอยู่ฝ่ายเดียว เมืองเดียว แล้วคนอื่นเขาปล่อยก็ไม่ได้นะครับ เพราะคนเคลื่อนย้ายกันไป คนนี่ล่ะครับ เป็นพาหะโรคแล้วก็ทำให้ควบคุมโรคไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นญี่ปุ่น ที่บอกว่าดี ๆ ๆ ควบคุมโรคได้แล้ว ตอนนี้กำลังมีตัวเลขที่พุ่งขึ้นไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางผู้ว่าการกรุง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดของเขา ต้องเข้มงวดก็เป็นข้อเรียนรู้ที่ผมต้องส่งสัญญาณมายังท่านด้วยนะครับ เพราะว่าการเรียนรู้ภายในประเทศของเราอย่างเดียวคงไม่พอแล้ว ต้องเรียนรู้จากต่างประเทศด้วย ไปดูมาตรการของเราครับว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา 24 ชั่วโมงนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เราประกาศเคอร์ฟิวส์ออกมา ท่านให้ความร่วมมือกับเราอย่างไรบ้าง เมื่อวานนี้มีการต้องดำเนินคดี เหตุของการชุมนุม มั่วสุม รวมแล้ว 81 คดีความนะครับ 3 ลำดับแรก คือ การพนัน ดื่มสุรา ซึ่งอันนี้ถามว่าน้อยลงไหม น้อยลงจากวันก่อนครับ เราเคยมีตัวเลขที่สูงขึ้นไม่ค่อยจะน่าพอใจนัก 155 ตอนนี้เหลืออยู่ 81 ลงมาเกือบครึ่งหนึ่งเลยนะครับ ต้องปรบมือชมกับทุก ๆ ท่านด้วย ถ้าบอกว่า เป็นคนที่ทำผิดก็น้อยลงไป ถ้าเป็นพ่อแม่พี่น้องที่เป็นครอบครัวด้วยเตือนเขา เมื่อเช้านี้ฟังทางท่านโฆษกกรมตำรวจบอกว่า ประทานโทษครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ ท่านปิยะ อุทาโย บอกว่าสิ่งที่ได้รับเบาะแสก็คือจากครอบครัว หรือจากคนในชุมชน โทร. มาแจ้ง จะเป็นเบอร์ไหนก็ได้รีบเลย บอกมาเลยแล้วเดี๋ยวทางตำรวจจะไปดูแลให้ ถ้าเวลายามวิกาลทั้งหลายนี่ พบสิ่งที่ไม่ปกติก็บอกตำรวจเลยครับ เดี๋ยวจะเข้าไปดูแลให้เพราะฉะนั้นตอนนี้ ถ้าท่านทำอะไรผิดจริง ก็ต้องจับจริง นี่คือสิ่งที่เป็นมาตรการที่ตำรวจดูแลพวกเราในทุก ๆ ช่วงเวลานะครับ ต้องขอขอบพระคุณ แล้วก็เรื่องของการออกนอกเคหสถานก็ยังมีอยู่ครับ ท่านก็บอกว่าบางทีก็รู้ว่า 4 ทุ่ม จะต้องกลับบ้าน ออกมา 5 ทุ่ม 6 ทุ่มอย่างนี้ แล้วยังบอกว่าใช้เวลาในการกลับบ้านต้องใช้เวลานาน ซึ่งก็ประกาศกันมาตั้งนานแล้วนะครับตอนนี้ก็ต้องมีการดำเนินคดีเกิดขึ้นด้วย ซึ่งตรงนี้ผมว่าถ้าท่านให้ความร่วมมือกันตรงนี้ ดำเนินคดีทีหนึ่งเขียนสำนวนอะไรกันยุ่งยากมากมาย อย่าให้เกิดอย่างนี้เลย ให้ท่านร่วมมือก็จะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้นะครับ มาดูแผนที่ประเทศไทยจะดูว่าคดีไปเยอะอยู่ที่ไหนครับ ภาคกลางครับนำโด่งเลย 182 ในการออกนอกเคหสถานนะครับ แต่ว่ามั่วสุมชุมนุม รวมกลุ่ม มั่วสุม จะเยอะอยู่ที่ภาคตะวันออก น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยหรือเปล่าจะคุ้นเคยนะครับแต่ว่าตะวันตกนี่เป็น 0 เลย ขอบคุณด้วย อันนี้ก็เป็นตัวเลขต้องนำเรียนว่าเราต้องติดตามทุกวัน ติดตามเพราะอะไรครับ 1. คือให้ท่านประชาชนรับทราบว่า เรายังมีมาตรการนี้อยู่นะ เคอร์ฟิวยังประกาศอยู่ทุกวัน อันที่ 2 ทำให้ทราบว่าท่านเองเป็นพี่น้องประชาชนเองนี่ รู้ว่ามีปัญหาหรือว่ามีตัวเลขที่ต้องเกิดการดำเนินคดีมากน้อยแค่ไหน เยอะ น้อย เยอะก็ไม่ควรจะมี ควรจะแสดงถึงความร่วมมือและข้อที่ 3 ก็คือว่าสะท้อนภาพนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายมั่นคง ทั้งฝ่ายทางด้านสาธารณสุขได้รับทราบว่า ตัวเลขอย่างนี้เกิดขึ้นในจังหวัดของท่าน ในพื้นที่ของท่านมีความเสี่ยงแล้วล่ะ เสี่ยงที่จะติดโรคแน่ ๆ ดังนั้นการดูแลเข้าไปอย่างละเอียดยิ่งขึ้น เราไม่ต้องการให้มีใครป่วยขึ้นมาจากโรคนี้อีกเลยนะครับ 10 อันดับของจังหวัดที่จะต้องไปดู เพราะว่าอาจะไม่ตรงกันหรือว่าจะเชื่อมโยงกันกับเรื่องของเจ็บไข้ได้ป่วย เราก็ไม่ว่ากันนะครับ เดี๋ยวเราค่อยไปศึกษากันข้างหน้า และท่านไปจับท่านได้ด้วยก็ไม่เสี่ยงในเรื่องของโรคก็เป็นเสี่ยงในชุดพฤติกรรมส่วนตัว ยาเสพติดอย่างนี้ก็ไม่ควร ยาเสพติดก็ไม่ควร ปทุมธานีอันดับ 1 นนทบุรี 56 อันดับ 2 กรุงเทพฯ อันดับ 3 แล้วก็สงขลาอันดับ 5 10 อันดับนี้ มาว่ากล่าวกับจังหวัดแต่อย่างใด แต่มาขอความร่วมมือท่านได้ช่วยกันนะครับ ผมว่าถ้าท่านเป็นคนจังหวัดไหน ๆ ก็ไม่ได้เป็นการให้ท่านเองต้องการให้รู้สึกว่าไม่ดีอะไรทั้งหลาย แต่ว่าเราเอาตัวเลขนี้ขึ้นมา เพื่อมีการติดตามในภาษาฝรั่งเรียกว่า มอนิเตอร์ ดูไว้แล้วเราก็พยายามที่จะช่วยให้ตัวเลขมันน้อยลงเสียนะครับตรงนี้ อีกมาตรการหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของการดูแลคนไทยที่ตกค้างยังต่างประเทศให้ได้กลับมายังประเทศไทยเรา ตอนนี้วันที่ 15 ในเวลาประมาณสัก 4 ทุ่ม จะมีคนไทยที่ใช้แรงงานอยู่ที่เกาหลีใต้กลับมาประเทศไทย 92 คน นะครับ ซึ่งอันนี้ก็ทั้งหมดนี้ก็ต้องเข้า State quarantine แล้วมีกลุ่มก้อนที่จะเข้ามาอีก 16 นะครับ จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็มาตามเวลาที่ปรากฏตรงนี้ แล้วก็บังกลาเทศวันที่ 17 อีก 35 คน ชุดข้อมูลเพิ่มเข้ามาอย่างไร ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบด้านนี้ ทุกเช้าเรามีการประชุมกันครับ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ฝ่ายมั่นคง ฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องรับรู้ชุดข้อมูลเดียวกันจะดูแลพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศอย่างดีที่สุด ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อภายในประเทศจากสาเหตุนี้โดยเด็ดขาด แล้วก็มาสถานะสุดท้าย ในการรายงานเรื่องหน้ากากอนามัย ที่เป็นทางด้านการแพทย์ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขตอนนี้มีระบบรายงานนะครับ ว่าท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. ขอให้ติดตามเป็นรายวันเลย ผมก็ได้รับรายงานทุกวัน ท่านผู้ชมทุกวันนี้ วันนี้ขออนุญาตรายงานสะสมรวมกันมาเลยนะครับ ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานกันรวมกันทั้งมหาดไทย ทั้งสาธารณสุข ทั้งกระทรวงดีอี หรือทางไปรษณีย์ไทยที่ส่งไป รวมแล้วทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 7-14 นี่ ส่งไปรับมอบมา 19 ล้านชิ้นกว่า ๆ นะครับ แล้วก็ส่งมอบไปแล้ว 16 ล้านชิ้น เกือบ ๆ 17 ล้านชิ้น อันนี้ของทางกระทรวงมหาดไทยก็รับมาทั้งหมด 11 ล้านกว่าชิ้น และส่งมอบไปแล้วกว่า 10 ล้านกว่าชิ้นนะครับ ก็มีรูปยืนยันว่าหลายที่หลายแห่งได้รับหน้ากากอนามัยชนิดที่เป็นหน้ากากสำหรับทางการแพทย์ ซึ่งก็มีหลายกลุ่มทั้งหลายที่เราเคยบอกกันไป เราก็เอาไปให้ ส่วนว่าเป็นผ้าเราก็จะให้ประชาชน หน้ากากผ้าอันนี้ของทางกระทรวงมหาดไทยก็จะเอาไปมอบให้ด้วย รูปต่าง ๆ เหล่านี้ยืนยันนะครับว่า เรามอบให้ถ้าที่หรือแห่งใด สถานที่โดยเฉพาะส่วนของทางด้านกระทรวงสาธารณสุข หรือคนที่จะต้องใช้หน้ากากอนามัยชนิดของทาง ที่เรียกว่าทางการแพทย์ เช่น กู้ภัยคือใครทั้งหลายนี่ยังไม่ได้ กรุณาประสานมาทาง 1111 ก็ได้นะครับ ศบค. ทั้งในส่วนของทางส่วนกลาง หรือในส่วนของจังหวัดท่าน ก็จะช่วยกันดูแล ตรงนี้ช่วยกันอย่างดี แล้วก็มีประเด็นฝากท้ายครับ ท่านคงได้เห็นภาพไปแล้วนะครับว่า มีภาคเอกชนมามอบนะครับ เรื่องของทุนทรัพย์มาให้กับทางท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีกลุ่มบุคคลนะครับ เป็นผู้บริหารบริษัท เดอะมอลกรุ๊ป แล้วก็คณะผู้บริหารจากสมาคมธนาคารไทย มามอบให้จำนวน 50 ล้าน ซึ่งจะนำไปแก้ไขดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 นี้นะครับ ทั้งหลายที่เข้ามาร่วมมือร่วมในกัน ส่วนบุคคลก็ต้องขอบคุณทางกลุ่มที่เรียกว่า ประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ ท่านก็ไม่ต้องใช้สตางค์แต่ใช้แรงงานออกไปช่วยกันทำสิ่งที่ดี ๆ ในสังคมไทยเรา ซึ่งยังมีพื้นที่อีกมากมายที่ต้องการจิตอาสา เราจะเห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ เราต้องการแรงกาย แรงใจ ถ้ามีทุนทรัพย์ก็ให้ทุนทรัพย์ ถ้าไม่มีก็ให้แรงใจแรงกายอย่างนี้ ความสวยงามเป็นสิ่งที่เราเก็บเป็นภาพประวัติศาสตร์ แล้วก็ชโลมใจในช่วงเวลาที่เราทุกข์หนักกันอย่างนี้ ผมเห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ก็ชื่นใจ ด้วยกันที่เราจะได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สำหรับประเด็นคำถามนะคะ แน่นอนค่ะ การแถลงข่าวของ ศบค. นะคะ ทำเนียบรัฐบาลเราไม่ได้ให้สื่อมวลชนเข้ามาร่วมฟังการแถลงข่าว แต่ว่าสื่อมวลชนติดตามการแถลงข่าวจากช่องของตัวเอง บางส่วนก็จะอยู่ที่รังนักข่าวในทำเนียบรัฐบาลบางส่วนอาจจะทำงานที่บ้าน แต่มีการส่งคำถามผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เข้ามานะคะ เพื่อที่จะสอบถามผ่านทางท่านโฆษกฯ ที่น่าสนใจค่ะ ประเด็นแรกเป็นเรื่องของสถานที่กักตัว เป็นคำถามจากทางสถานีโทรทัศน์ PPTV ที่ถามว่าสถานที่กักตัวคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ Lot ใหม่ ที่จะมาในวันที่ 18 เมษายนนี่ มีข้อมูลว่ามีหนังสือจากทางผู้ว่าฯ ยะลาว่าจะมาจากมาเลเซีย 3,635 คน และประเทศอินเดียอีก 12 คน ซึ่งจำนวนนี้มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดยะลา 503 คน ทางอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา อีก 4 คน ประเด็นแรกเรื่องของข้อเท็จจริงในประเด็นนี้นะคะ ส่วนประเด็นที่ 2 เรื่องของสถานที่การกักตัว เพื่อเฝ้าดูอาการมีเพียงพอหรือไม่ และประเด็นที่ 3 ค่ะ เรื่องของการใช้ Local Quarantine แนวโน้มในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติศาสนกิจ แล้วอาจจะถ่ายทอดการติดเชื้อไปยังคนใกล้ชิด เชิญคุณหมอค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ ก็ขอแบ่งเป็น 2 ประเด็นตามคำถาม อันแรกก่อนก็คือ 1. คือ เรื่องของชุดข้อมูลก่อนแล้วกันนะครับ เรื่องของชุดข้อมูลที่บอกว่ามา 3,000 กว่าคนนี่นะครับ ตอนเช้ามีการประชุมกันของศูนย์ ศบค. ชุดเล็ก เราก็มานั่งพูดคุยกัน ว่าข้อมูลตรงกันไหม เป็นชุดข้อมูลก่อนที่จะได้มีการประกาศกันว่า ต้องมีการลงทะเบียนกันก่อนนะครับ ก็ตอนนี้มีการประมาณการว่าจะน้อยลงกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ตอนนี้ 15 - 18 ถ้าจำไม่ผิด 15 - 18 เมษานี้ คนที่สนใจที่จะกลับเข้ามายังประเทศไทยเรา นะครับ โดยเฉพาะก็คือใช้ระบบของออนไลน์นะครับ ลงทะเบียนกันเข้ามา ก็คาดว่าไม่น่าจะเยอะกันขนาดนี้ ก็กำลังที่จะให้เห็นภาพอยู่ แต่ว่าอันที่ 2 มาตรการของผู้อำนวยการศูนย์ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็ได้หารือกันกับทางกระทรวงสาธารณสุข รองนายกรัฐมนตรี กับทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขนี้ บอกว่าถึงแม้จะมีมากมายขนาดไหน ที่ละไม่เกิน 200 คน ซึ่งมาตรการนี้เรียกว่าเป็นต้องเป็นมาตรการที่เรายังยึดอยู่ และที่มีการประชุมกันทุกเช้า 8 โมงครึ่งนี่ก็มีการรับทราบ ซึ่งถ้าเข้ามาอย่างนี้ พื้นที่ทั้งหลายที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อยู่ในทั้งหลาย ยังเพียงพออยู่ ฝ่ายมั่นคงหรือถ้าอย่างไรเข้ามา ทยอยเข้ามาเยอะ ๆ ขึ้นนี่ก็จะมีกลุ่มจังหวัดที่ขยายหรือเยอะ ๆ ขึ้นนี่ ก็จะได้รับการถ่ายไป ตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ แล้วเราก็มีประสบการณ์เรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เราเชื่อว่าจัดระบบอย่างนี้อย่างดีก็จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะเข้ามานี่ทยอยเข้ามานะครับ แล้วผู้ที่อยู่นี่นะครับ แล้วก็คนที่จะดูแลก็มีกำลังใจในการดูแล ตอนนี้ผมก็รับทราบว่าหลายคน เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายสาธารณสุข มาเฝ้าคนไทยด้วยกันที่เรากลับมา บางคนเขาก็อ่อนล้า เหนื่อยล้า ก็ฝากทุก ๆ คน ซึ่งกันและกันในความทุกข์ยากอย่างนี้นะครับ แล้วหลายคนเดินทางมาในประเทศเรา หลายท่านก็ทำตัวน่ารักมาก มาเขียนเรื่องของคำชม ได้เข้ามาอยู่ใน State Quarantine ของประเทศไทยแล้ว ชื่นชมประเทศไทยเราทำอะไรกันอย่างนี้ อย่างนี้ละครับเป็นช่วงที่แม้มีความอิ่มเอมกันในช่วงความทุกข์ยากอย่างนี้ อยากให้เกิดอย่างนี้กันบ่อย ๆ ฝากทุก ๆ ท่านช่วยกันหยิบยกเรื่องดี ๆ มาพูดคุยกันนะครับ เราจะได้ผ่านสถานการณ์นี้ (คุณปวีณา) ขออนุญาตเพิ่มเติมคำถามของท่านผู้ชมผ่านไลฟ์ NBT 2 HD นะคะ บอกว่าจะมีคนไทยจากต่างประเทศเดินทางกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ บังกลาเทศ มัลดีฟส์ หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรต มีการถามถึงนักเรียนที่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่านักเรียนกลุ่มนี้จะได้มีการจัดลำดับกันอย่างไรกันบ้างคะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ผมนี่เอาไว้ให้ผมหากินวันพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ ก็จะกลับมาอีกสักไม่กี่วัน เตรียมชุดข้อมูลนี้อยู่ครับ ติดตามดูรายการพรุ่งนี้ เดี๋ยวจะเอามาบอกในรายละเอียด (คุณปวีณา) มีการพูดคุยกันใครในพื้นที่ไหนนะคะ เพราะว่ามีการก็จะชี้แจงด้วย อีกหนึ่งประเด็นจากช่อง 9 MCOT อันนี้ก็เป็นพูดถึงเรื่องของการกักกัน สถานที่กักกันเหมือนกัน แต่เป็นอีกหนึ่งมุมนะคะ มีการตั้งข้อสังเกต ในการดูแลคนที่กักตัวระหว่างกลับจากต่างประเทศ จุดนี้นี่มีการดูแลเป็นอย่างดี มีการกินครบ 3 มื้อ มีที่พักโรงแรม แต่ในขณะเดียวกันคนที่อยู่ในประเทศ หาเช้ากินค่ำ บางคนไม่มีเงินที่จะกินข้าว กลับไม่ได้รับการดูแลค่ะ คุณหมอคะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ก็เรื่องนี้เป็นมาตรการที่เราจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่า การดูแลคนไทยที่ขอเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เขามีสิทธิที่จะเดินทางเข้ามา ภาครัฐอย่างที่ผมบอก ตามรัฐธรรมนูญเหมือนกับคนไทยทุกคน สิ่งที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษที่บอกว่า เป็นพิเศษนู่นนี่นั่นอะไร เพราะไม่ใช่เพื่ออะไรนะครับ ไม่ได้ต้องการให้เกิดความแตกต่าง แต่เป็นตามมาตรฐานของทางกระทรวงสาธารณสุข หรือด้านสุขภาพนี้เอง เขากลับเข้ามาแล้วเราดูแลเขาไม่ดี เขาป่วยไข้ขึ้นมา เจ็บป่วย ทำให้เกิดการติดเชื้อ เราจะสูญเสียมากกว่าข้าว 3 มื้ออีกนะครับ เราต้องเสียเตียงให้กับเขาในการมานอน หยุกยา หมอต้องมาดูแล สิ่งที่เสียกว่าข้าว 3 มื้ออีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการที่จะเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ เราก็ทำงานตามหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขและก็ทางศูนย์ ศบค. คิดในทุก ๆ เรื่อง แล้วก็ประชุมปรึกษากัน แล้วก็คุยกัน ส่วนท่านผู้ชมเอง ที่ตั้งคำถามขึ้นมาอย่างนี้ เป็นคนที่ไม่ได้ป่วยไม่ได้ไข้ แต่ไม่ได้มีจะกิน นี่จะทำอย่างไร เราก็คิดแล้วก็ดูแลกันอยู่ครับ ก็เห็นภาพนี้ เพราะว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยอย่างเดียว ประเทศอื่น ๆ ก็เจอในปรากฏการณ์อย่างนี้เหมือนกัน เราอยู่ในภาวะเดียวกัน ประเทศที่ไม่ได้ผลิตในเรื่องอาหารการกินเสียอีก เขาจะแย่ยิ่งกว่าเรา ประเทศที่เขามีสภาพของฤดูกาลที่ไม่เป็นร้อน ๆ แบบเรา มีคนที่ลงภาพของ อย่าว่าแต่ที่นอน ที่เก็บศพ ถือว่าเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ที่สุด เมื่อวานนี้มีคนเอาภาพมาลงในโซเชียลซึ่งเป็นที่น่าอเนจอนาถนะครับ ที่สภาพของการเก็บศพไปอย่างนั้น ซึ่งการดูแลของเขาก็ยังไม่สามารถทันได้ แต่ของเราเราดูแลได้ในระดับหนึ่งนะครับ แต่อาจจะทันใจท่านไหม แต่อย่างไรก็ตามแต่ ผมก็เห็นภาพของหลายคน เป็นภาพของจิตอาสา เป็นภาพของผู้ที่เป็นจิตกุศล เปิดหน้าร้านของตัวเอง ถึงแม้ไม่ได้ขายปรุงกับข้าวให้ แจกคนที่ทุกข์ยากนะครับ บางที่ที่ได้ยินมา แม่ครัวมาทำกับข้าวและขายถุงละ 20 บาท ถูก ๆ กันอย่างนี้ ภาพอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทยเรานะครับ แล้วก็อยากให้เกิดภาพอย่างนี้มากขึ้น ๆ อีก แต่บ่ายวันนี้ครับ ทางศูนย์ ศบค. ทางท่านผู้อำนวยการศูนย์ สั่งการให้มีการประชุมชี้แจง เดี๋ยวจะมีการถ่ายทอดสด ถ้าผมจำไม่ผิดผ่านทาง NBT นี่ล่ะครับ ท่านผู้ชมติดตามที่อยู่หน้าจอ ลองติดตามดูในรายละเอียด ซึ่งมีอยู่มากมาย ก็คงจะได้ประโยชน์จากการที่มีภาพของการใช้สถานการณ์ฉุกเฉินมีงบประมาณมีอะไรทั้งหลายที่จะมาดูแล ท่านลองฟังในรายละเอียดแล้ววางใจเป็นกลางสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าเราจะผ่านตรงนี้ไปได้อย่างไร ผมเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก กับประเทศไทยเรา เพราะถ้าเรามีการในการที่จะก้าวผ่านไปด้วยกันท่านจะมีช่องทางที่จะเรียกว่าบรรเทาทุกข์ลงไปนี่ในหลาย ๆ ทาง เดี๋ยวเราติดตามกันได้ในช่วงเวลา 14.00 น. นะครับ (คุณปวีณา) ฝากให้คุณหมอนะคะ ช่วยฝากประเด็นเพิ่มเติมให้พี่น้องที่ติดตามการแถลงข่าวทางบ้าน เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ วันนี้ในช่วงเวลาตอนนี้จะพึงพอใจในตัวเลขระดับหนึ่งนะครับ แต่ก็อย่าไปนิ่งนอนใจ แต่ขณะเดียวกันในปรากฏการณ์เหล่านี้ เราจะเห็นภาพที่หดหู่ใจของต่างประเทศที่มีคนเสียชีวิต ของไทยเราเองก็มีผลกระทบถึงแม้ทางด้านเจ็บป่วยไม่มาก ตายไม่เยอะ แต่ผลต่อเศรษฐกิจก็เยอะ เหมือน ๆ เขาเปรียบเทียบไปเหมือนช่วงที่เราเรียกว่าต้มยำกุ้ง หรืออาจจะหนักกว่าต้มยำกุ้ง ตั้งแต่ปี 40 เสียด้วยซ้ำ ท่านผู้ชมทางบ้านด้วย เรื่องผลกระทบทางจิตใจครับ เวลาเราเกิดภาวะวิกฤตนี่ ร่างกายของเราจะจิตใจของเราจะเกิดปฏิกิริยาที่ผิดปกติไปจากเวลาเดิม เพื่อตอบสนอง กับสภาวะที่ผิดปกติตรงนี้ นอนไม่หลับ วิตกกังวล บางคนออกอาการมาหงุดหงิด มีใจสั่น มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ เสียไป พูดง่าย ๆ ก็คืออาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งได้ง่าย ๆ แล้วโดยเฉพาะถ้าอยู่ที่บ้านด้วยกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางจิตใจที่เราเรียกว่า แอคคิวเพรส รีแอคชัน หรือการมีภาวะการตอบสนองต่อภาวะความเครียดอย่างเฉียบพลัน บางคนก็อาจจะถ้ามีภาวะการปรับตัวได้ดีก็จะหายไปนะครับ ภายใน 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน แต่ถ้าใครมีภาวะที่ปรับตัวได้ไม่ค่อยดี ก็อาจจะยาวนานไปกว่านั้น ก็จะเป็นโรคที่เราเรียกว่า ภาวะการปรับตัวผิดปกติไปถ้าเกินกว่า 1 เดือน ซึ่งอันนี้นำเรียนว่า พูดมาตรงนี้ก็คือให้ทุกคนกลับมามองนะครับ ปฏิกิริยาที่ปกติของร่างกายของเรา ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ก็คือภาวะวิกฤตอย่างนี้ เพราะถ้าท่านเข้าใจตัวเอง สงบสติสักนิดหนึ่ง ในการคิดกลั่นกรองปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา แล้วเราลองดูสิว่าการที่จะใช้เหตุผลจัดการเรื่องนี้ หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกับใครในบ้านของเรา บางทีกลับมาที่ก็แคบต้องอยู่หลาย ๆ คน ทำอะไรก็ขวางหูขวางตา เราต้องอยู่ตรงนี้อย่างนี้ เพราะว่ามีเหตุของความวิกฤตเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจตัวเราก็มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ของเรา การแสดงออกออกมาก็ดี ผลออกมาก็ดีด้วย ขอให้พวกเราทุกคนได้ผ่านวิกฤตการณ์นี้ผมต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง (คุณปวีณา) ค่ะ ขอบพระคุณนะคะท่านนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. มา update เรื่องของข้อมูลในวันนี้ ในระหว่างที่เรามีการทำความสะอาด ไมโครโฟน โพเดียม ก่อนที่จะมีการสรุปเป็นภาคภาษาอังกฤษ วันนี้นะคะ มีจำนวนผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้น 36 คน ผู้ป่วยสะสม 2,643 คนค่ะ ในขณะเดียวกัน จำนวนคนที่หายป่วยแล้ว และสามารถกลับบ้านได้ วันนี้มีจำนวนเพิ่ม 92 คน หายจากอาการป่วย และสามารถกลับบ้านได้มีตัวเลขสะสม 1,497 คน และต้องเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิต วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 คน ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 43 คนค่ะ ลำดับถัดไป ขอเรียนเชิญท่านรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ แถลงข่าวและมาตรการต่างเป็นภาคภาษาอังกฤษ เชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) ค่ะขอบคุณนะคะ สรุปประเด็นเป็นภาคภาษาอังกฤษจากท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ นะคะ วันนี้หมดเวลาแล้วสำหรับการแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล แต่เน้นย้ำอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น. จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาแถลงข่าว และชี้แจงประเด็นช่วยเหลือประชาชนได้เข้าใจว่า สิทธิของเรามีในส่วนไหนมากยิ่งขึ้น และเราสามารถรับการช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ได้ข้อยุติอย่างไร แล้วเรากลับมาติดตามกันในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนช่วงนี้ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր