ก็ตาม จะสูง 300,000-400,000 อาจารย์ครับนิดเดียว อย่างพวกโรงแรมที่เริ่มอยากจะปิดเองถ้าเป็นอย่างนี้ต้องรอมติคณะรัฐมนตรีก่อนครับว่าจะออกมาเป็นเช่นไร อย่างไร ทางกระทรวงแรงงานซึ่งเดี๋ยวรอฟังข่าวกัน เดี๋ยวจะมีข่าวแจ้งออกมาเร็ว ๆ นี้ ซึ่งช่วงบ่ายน่าจะทราบ ตรงนี้ก็ต้องดูเกณฑ์ว่านายจ้างสามารถหยุดได้ทางรัฐบาลที่เรียกว่าตรง ๆ เลยจะดีกว่า ผมคิดว่าอย่างรายงานของคุณถนอม เรื่องกรณีของโฆษกมาชี้แจงครับ ได้รับผลกระทบและต้องในกรณีการวางงานกองนี้ เจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ นะครับว่าส่วนหนึ่งส่วนใหญ่จะไปอยู่ในเรื่องของการรักษาพยาบาล ทุคลภาพ อันนั้น 1.5 เปอร์เซ็นต์ อีก ณ วันนี้กองหรือตะกร้าในเรื่องของการว่างงานจะอยู่ที่ประมาณ 160,000 ล้าน จากผลกระทบโควิด ตัวเลขประเมิน ถ้าเต็มรูปแบบกันจริง ๆ มีผลกระทบจากผู้ที่ทั้งโดยตรงจากเหตุสุดวิสัยเป็นเงินสักเท่าไรได้ที่จะใช้จากตรงนี้ ที่จะใช้จากตรงนี้ ประมาณเดือนหนึ่งประมาณ 5 หมื่นล้าน ตัวเลขกลม ๆ นะครับ ก็หยุดที่ 150,000 ล้านบาท ก็จะอยู่ในวิสัยวางงานซึ่งมีอยู่ประมาณ 1.6ในระดับนี้ครับ // เอาล่ะ ถ้าใช้ในการนี้ 3 เดือนหมดไป เพราะว่าลูกจ้างก็วังเวงกันมาสมควร (คุณปวีณา) ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าว ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ เป็นประจำทุกวันเวลา 11.00 น. เราจะมาพูดคุยกันเรื่องของสถานการณ์โรค รวมถึงการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนนั้นเข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ ลำดับแรกค่ะ เรียนเชิญ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงเรื่องของสถานการณ์ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมสถานการณ์เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ที่รับชมผ่านทางโทรทัศน์ทุกท่านนะครับ ครับผม ผม นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. วันนี้มารายงานในสถานการณ์ประจำวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่พวกเราอยู่ในช่วงของการเฉลิมฉลองในมิติใหม่ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนนะครับ ก็คือไม่มีการรดน้ำ แต่มีจิตใจที่อยู่รวมกันเป็นหมู่เหล่า และเราก็จะผ่านพ้นสถานการณ์ตรงนี้ไปด้วยกันนะครับ ขออนุญาตครับ วันนี้ต้องถอดหน้ากากผ้านี้นะครับ ซึ่งผมก็แนะนำทุกท่านได้ต้องใช้ อยู่ที่บ้านก็ใช้นะครับ เดี๋ยววันนี้มีชุดข้อมูลที่มีการเปรียบเทียบว่าตอนนี้สถานการณ์ที่มีของการติดเชื้อจากในบ้าน นอกบ้านอะไรต่าง ๆ เป็นอย่างไร ติดตามดูในช่วงของที่เรานำมาวิเคราะห์ทุกวันวันนี้นะครับ วันนี้เริ่มต้นด้วยการรายงานสถานการณ์ผู้ป่วยใหม่วันนี้ 30 รายครับ แล้วก็กลับบ้านได้แล้ว 1,497 ราย รักษาอยู่ 1,103 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 2643 ราย นะครับ รวมทั้งหมด 68 จังหวัดเสียชีวิตไป 2 ราย เพิ่มขึ้นเติมมารวมแล้วเป็น 43 ราย ท่านผู้ชมครับ ในวันนี้วันที่ 15 นี่ ถ้าพวกเราร่วมมือร่วมใจกันได้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ ก็จะเป็นภาพอย่างนี้แต่ถ้าเราไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกันนะครับ เราจะเห็นภาพที่เคยมีการพยากรณ์กันก่อนหน้านี้จะมีการติดเชื้อไปลำดับถึง 350,000 กว่าคน ในวันนี้ ที่มีนักวิชาการออกมาพูดกันในช่วงของปลายเดือนที่แล้วนะครับ จนกระทั่งถึงวันนี้นี่ก็มีการพยากรณ์ในเชิงที่ว่า ที่เรียกว่าในทางเลวร้ายที่สุด 3 แสนกว่าคน แต่เราก็สามารถที่จะตรึงตัวเลขไว้อยู่ที่ 2,600 กว่าราย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงรับทราบข้อมูลและนำมาปฏิบัติตัวเอง แล้วเรากOS็คุมตัวเลขได้ประมาณขนาดนี้ แต่จะเปรียบเทียบไปกับในโลกหรืออะไรอย่างไร เดี๋ยวผมจะบอกในท้ายรายการด้วยว่าเรามีบทเรียนที่ต้องเรียนรู้กันอย่างไร ไปดูกันครับว่า กลุ่มอายุไหน ที่มีมากก็คือ ตอนนี้อยู่ในกลุ่มอายุ 30-39 เช่นเคยนะครับ อายุเฉลี่ยที่ติดเชื้อก็คืออยู่ที่อายุที่ 40 ตอนนี้ผู้ชายก็มากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย มาดูรายที่เสียชีวิต ประมาณโทษ 2 ราย 43 รายนี้ 2 รายนี้มีรายละเอียดอะไรบ้างนะครับ รายที่ 42 เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 65 ปี อาชีพขายอาหารที่ถนนคนเดิน แล้วก็มีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูง วันที่ 7 มีนาคม ตัวเธอเองมีอาการไข้สูง ไอ ซื้อยามารับประทานเอง ต่อมาวันที่ 12 อาการยังไม่ดีขึ้น ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ที่เป็นสมาชิกในบ้าน ในช่วงเวลาตอนนั้นซึ่งก็มาต่อมาในวันที่ 15 มีนาคม ก็มีอาการหน้ามืดก็ไปโรงพยาบาลแห่งเดิมนะครับ แล้วก็กลับมารักษาตัวที่บ้าน วันที่ 17 มีนาคมก็ได้รับการส่งตรวจหาเชื้อ และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในวันที่ 18 มีนาคม แล้วก็ในวันนั้นผู้ป่วยก็ยังรู้สึกตัวดีนะครับแต่ยังรู้สึกเหนื่อย ผลการตรวจ ผลยืนยันเป็นผู้ป่วย Covid-19 แพทย์ก็ให้ยารักษาอย่างดีนะครับ คือ ฟาวิฟิราเวีย ซึ่งเป็นระดับมาตรฐานที่เราบอกว่าเป็นยาที่ต้องใช้รักษาในโรคนี้แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ วันที่ 24 มีนาคม ผู้ป่วยหายในเหนื่อยหอบมากขึ้น ผล X-ray ปอดก็พบว่ามีการอักเสบในปอดอย่างรุนแรง แล้วก็มีหัวใจด้วย และวันที่ ความดันโลหิตตก แล้วก็ได้รับยากระตุ้นการทำงานของหัวใจแต่ก็ไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตในวันที่ 13 เมษายนครับ รายที่ 43 เป็นผู้ป่วยชาวไทยอายุ 46 ปี มีประวัติเดินทางไปร่วมพิธีทางศาสนาอิสลาม เดินทางกลับไทยในวันที่ 24 มีนาคมในวันที่ 2 เมษายนก็เริ่มมีอาการไข้สูง ไข้นี่ 38.4 องศาเซลเซียส แล้วก็เริ่มมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อก็เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และได้รับการส่งตรวจหาเชื้อ ต่อมาผลก็เป็นยืนยันว่าเป็นเคสผู้ป่วยโควิด-19 นะครับ อาการแย่ลงเรื่อย ๆ และเสียชีวิตในวันที่ 14 เมษายนนะครับ ขอแสดงความเสียใจกับทั้ง 2 ครอบครัวนี้ด้วย เช่นเคยครับ ที่ผมเล่าที่ผมพูดมานี้ ทุกรายที่มีการเสียชีวิตล้วนแล้วแต่เป็นครูของพวกเราทำให้พวกเราได้รับทราบได้รู้ว่าปัจจัยเสี่ยงอะไรอย่างไรนะครับ ก็เป็นด้านหนึ่งที่ทุก ๆ ท่านที่ดูทางโทรทัศน์ก็ต้องได้ชุดข้อมูลนี้เท่า ๆ กัน เพราะว่าเป็นโรคใหม่ เรารู้จักเขาไม่กี่เดือนนี้ ของโรคทั้งหลายนำเรียนว่าท่านต้องพยายามทำความเข้าใจและก็จดจำไว้แล้วถ้ามีอาการต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกันให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อที่จะให้ได้รับการรักษาได้ผลโดยเร็วนะครับ ไปเรื่องของประวัติเสี่ยงใน 30 รายนี้ ผลออกมาเป็นอย่างไรนี้ 29 ราย กลุ่มที่ 1 ก็คือเป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดขึ้นจากระบบการเฝ้าระวังและบริการนะครับ ก็พบว่ามีสัมผัสกับกลุ่มก้อนเดิมก็คือผู้ป่วยยืนยัน 19 ราย แล้วก็เป็นกลุ่มอื่น ๆ ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ไปห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 2 ราย อันนี้ต้องบอกนะครับว่าทำไมถึงเราจะต้องมีมาตรการในการปิดร้านต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ก็เข้าใจว่าทุก ๆ ท่านมีความเดือดร้อน มีความร้อนใจ ในมีเรื่องอาชีพ มีเรื่องของอะไรทั้งหลายนี่ที่ยุ่งยาก ณ ตอนนี้แต่ถ้าท่านเห็นตัวเลขที่เรารายงานตรงนี้บ่อย ๆ ท่านจะเข้าใจนะครับว่าทำไมเราถึงยังไม่อยากที่จะต้องให้มีการดำรงชีวิตแบบในปกติ เพราะว่าไปในที่ชุมชนก็ติดแล้ว อย่างที่รายงานกัน แม้กระทั้งเดินทางมาจากต่างประเทศในกรณีนี้ 1 รายนะครับ ในกลุ่มใหญ่ตรงนี้ก็คือว่า ในกลุ่มที่บอกว่าเป็น State quarantine อันนี้กลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และต่อเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น อันนี้ไม่รู้ติดที่ตรงไหน แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ประวัติของการเดินทางนี่นะครับก็ทำให้เขาตอนนี้นี่ป่วยแล้ว 1 รายเพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่เราต้องมีมาตรการนี่ต้องเนื่องไปนะครับ เดี๋ยวเราจะได้พูดคุยกันต่อ ไปดูการกระจายตามจังหวัดต่าง ๆ ก็ ครั้งนี้ก็สรุปมาอยู่ในหน้าสไลด์เดียวกันนะครับ ก็จะเห็นว่าซ้ายมือในกล่องซ้ายมือ 10 จังหวัดผู้ป่วยสูงสุดนะครับ กรุงเทพมหานคร 1,328 นะครับ 190 นนทบุรี 149 สมุทรปราการ 98 ยะลา ภูเก็ตเป็นอันดับ 1 กรุงเทพเป็นอันดับ 2 ยะลาและก็นนทบุรีตามมา รวมถึงปัตตานี เพราะฉะนั้นอันดับนี่ก็จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่านัก แต่ 9 จังหวัดที่ยังไม่ได้รับการรักษาเลยก็คือ กำแพงเพชร น่าน พิจิตร ระนอง สิงห์บุรีและอ่างทอง ยังยืนยัน 9 จังหวัดนี้ยังเป็นสีเขียวอยู่ตลอดนะครับ ส่วนสีแดงทั้งหลายที่กระจายเป็นจุด ๆ ทั้งหลายนี่ อันนี้ก็ยังเป็นภาพเดิม ๆ ที่เรายังเห็นภาพอย่างนี้อยู่ ไปดูที่ระหว่างกรุงเทพฯ นนทบุรีแนวโน้มของต่างจังหวัดก็ออกไปในทางที่จะลดลงนะครับในสีแดงนั้น แต่ว่าของในส่วนกลางก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่นะครับ ถึงบอกว่ายังไม่ได้น่าไว้วางใจเท่าไรนัก ในกลุ่มของ State Quarantine ที่อยู่ในกล่องด้านบน ตัวเลขที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แยกตรงนี้ให้เห็นว่าการเดินทางกลับมาจากต่างประเทศมีความเสี่ยงต้องแยกกลุ่มดูแลนะครับ ไม่เหมือนกับที่เราติดเชื้อกันภายในประเทศของเรา รูปแบบของการติดเชื้อก็แตกต่างกันไป มาดูผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน จำแนกตามรายภาคก็จะเห็นว่า กรุงเทพฯ นนทบุรี และภาคใต้เป็นยังเป็นกราฟที่เด่นมาก ๆ อยู่ในกราฟสไลด์นี้ แต่ต้องขอบคุณทั้ง 2 ส่วน ก็คือทั้งกรุงเทพฯ และภาคใต้ที่พยายามกดตัวเลขลงไป แนวโน้มที่เราจะเห็น แท่งที่สูง ๆ ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมากลางเดือนถึงปลายเดือน เดือนที่แล้วนะครับสูงขึ้นมาเป็นปลายพีคแล้วตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงขาลงของทางตัวเลขทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ยังจำเป็นต้องตรึง ความเข้มแข็ง การ์ดอย่าตก อะไรก็แล้วแต่ที่เราต้องใช้คำพูดนี้ทำกันอย่างเต็มที่นะครับเพื่อที่เราจะได้มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้ ไม่ถึง 3 หลัก 2 หลักก็ยังดี แต่ตัวเลขจาก 5 4 3 นะครับ ถ้าตัวเลขนำหน้า สามารถลดลงไปได้อีก หรือตัวเลขเดียวได้ก็จะเยี่ยมมาก ๆ เลยนะครับ ไปดูครับว่าวิเคราะห์ในครั้งนี้นะครับ ในแผนภูมิภาพนี้ก็จะเห็นว่าระหว่างเดือนมีนาคมกับเมษายน ที่เรากำลังดูแลกันอยู่ตอนนี้ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ก็คือ นนทบุีกับสมุทรปราการ ช่วงของมีนาคมและเมษายนมีความแตกต่างกันอย่างไร ในปัจจัยที่มาจากต่างประเทศ หมายถึงการเดินทางหรือติดกับคนที่มาจากต่างประเทศ แล้วก็ติดเชื้อนอกบ้าน และติดเชื้อในบ้าน เราจะเห็นนะครับ รูปแบบของเดือนมีนาคม 15 เปอร์เซ็นต์ พอมาเมษายนขยับเพิ่มขึ้นิดหนึ่งครับ นอกบ้านในเดือนมีนาคม 77 เปอร์เซ็นต์ แต่พอมาในช่วงของเมษายนลดลงเหลือ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ไปเพิ่มมากขึ้น แต่ไปติดเชื้อในบ้าน 24 ใกล้ ๆ กันก็คือเกือบ ๆ 3 เท่า เพราะอะไรครับ ก็เพราะอาจจะเกี่ยวโยงกับช่วงเวลาที่เราประกาศเคอร์ฟิวด้วย เรื่องของการที่มีประกาศสภาวะฉุกเฉินด้วย ระหว่างเดือนมีนาคมกับเมษายน นี่มีความแตกต่างชัดเจน แต่จำนวนเปอร์เซ็นต์จะเพิ่ม แต่จำนวนคนไม่เพิ่มมาก อันนี้เราควบคุมได้ ถ้าท่านอยู่ในบ้านด้วย ท่านใช้หน้ากากอนามัยนะครับ ดูแลแล้วก็ยังห่างกัน 2 เมตรอยู่ มีปฏิสัมพันธ์แต่ว่าต้องไม่ใกล้ชิดกันมาก ฝุ่นละอองฝอยที่เกิดขึ้นจากสารคัดหลั่งที่เกิดจากปากของเรา จมูกของเรา ตกได้ไม่เกิน 2 เมตรนะครับ ถึงแม้เขาจะเข้ามาในบ้านเราจากการออกไปนอกบ้าน คนในบ้านก็ใส่หน้ากากเสียแล้วก็ยืนห่างกัน 2 เมตร ตรงนี้ก็จะทำให้การติดเชื้อในบ้านที่เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ของเดือนนี้จะได้ลดลงนะครับ ทีนี้มาดูของจังหวัดชลบุรีบ้าง วันก่อนเราใช้ 3 จังหวัดชายแดนใต้บ้าง กรุงเทพฯ บ้าง มีลักษณะของการดูแลอย่างไรนะครับซึ่งก็เห็นภาพนะครับว่าเป็นเรื่องของการ... ช่วงเวลาแรกก็คือระยะผู้ป่วยนำเข้า ตั้งแต่ 17 มีนาคมนะครับ มีรายแรกที่รายงานจากนั้นก็พุ่งพรวดเข้าไปที่ 22แล้วก็มีระยะที่ 2 ก็คือระยะนำแพร่โรคต่อในจังหวัด เฉพาะกลุ่มแล้วก็สถานที่เสี่ยง เราก็จะเห็นเรื่องของตรงนั้นมีกลุ่มชาวต่างชาติ มีกลุ่มที่เที่ยวสถานบันเทิง เป็นกลุ่มที่สังสรรค์กัน อันนี้เราถอดบทเรียนตรงนี้ออกมาเพื่อสอนทุก ๆ คนในประเทศของเราให้รับรู้ ลักษณะพฤติกรรมของกลุ่มคนและตัวโรคมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ทางการก็ต้องสั่งปิดห้าง ปิดหาดอะไรทั้งหลาย จนมาถึงระยะปัจจุบัน ระยะแพร่โรคในครอบครัวแล้วก็ชุมชนนะครับพอติดมาจากข้างนอกแล้วนำมาสู่จังหวัด แล้วก็นำมาเข้ามาสู่ครอบครัวและชุมชน อันนี้ล่ะครับเป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น ก็อยากจะให้ท่านได้เห็นนะครับ แล้วก็ติดแม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ เราต้องเสียแรงงานทางด้านบุคลาการทางการแพทย์ออกไป เพราะเขาไม่สามารถที่จะดูแลตนเองและดูแลคนไข้ได้ ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้นะครับ ไปดูตัวเลขจำนวนผู้ป่วยหายต่อวัน และผู้รักษาหายสะสม ตัวเลขที่รักษาหายพุ่งขึ้นนะครับ ตัวเลขที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลก็ลดลง อย่างนี้ล่ะครับชอบเลย ที่บอกเมื่อวานนี้ เขาจะได้มีเวลา คุณหมอจะได้มีเวลาไปคุยกับคนไข้มากขึ้น ซักถามผู้ป่วยแต่ละราย ๆ ไป ตอนนี้ภาพอย่างนี้อยากให้เห็นภาพอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ คนที่จะมาใหม่ ไปดูผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่แต่ละวัน อันนี้ก็เห็นในต่างจังหวัดก็ลดลง ในกรุงเทพมหานครนี่ พงกหัวขึ้นมานิดหนึ่ง เส้นสีน้ำเงินเข้ม ๆ ในวันนี้เพิ่มขึ้นนะครับแล้วส่วนหนึ่งก็อาจจะต้องเพิ่มขึ้น เพราะเราจะมีวิธีการ Active Case Finding คือเราผ่อนคลายกฎระเบียบ ท่านจำได้ไหม PUI ท่านต้องมีไข้ มาจากต่างประเทศ หรือไปสัมผัสกับคนจีนทั้งหลายข้อเข้าได้นี่กว่าจะได้ตรวจนี่ หลายข้อ ท่านมีแค่ไข้ มีประวัติว่าสัมผัสหรือมีประวัติว่ามีไข้ทั้งหลาย บางข้อเข้าเกณฑ์ ผมจำได้แต่ว่าเคยพูดไปแล้ว สามารถไปดูเทปเก่าได้ ถ้าสงสัยเข้ามาตรวจซึ่งตรงนี้ในภาคของทางรัฐเองก็จะไปดูค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ณ ตอนนี้ศักยภาพของการตรวจก็มากขึ้นด้วย ตรงนี้ท่านไม่ต้องกังวลนะครับ เดินเข้ามา สงสัยว่ามีอาการนั้น มีไข้ หรือมีอาการทั้งหลาย ตอนนี้ผ่อนคลายมากขึ้น มาดูแผนภูมิอันนี้อีกอันหนึ่งเป็นของประเทศ หลายคนขอผมมาตั้งแต่หลายวันก่อนนะครับ เราก็พยายามทำต้องขอบคุณทั้งส่วนของทาง วช. แล้วก็ส่วนของทางกรมควบคุมโรค อันนี้เป็นการเก็บสะสมผู้ป่วยมาทั้งหมด ตั้งแต่มีการรายงานขึ้นมาแล้วเอามาลงสีนะครับว่า 1 รายนี่สีออกเป็นชมพูจาง ๆ 2 - 10 รายก็จะเข้มมาหน่อยหนึ่งนะครับ 11-50 ราย ก็จะแดงเข้มขึ้น 51 -100 รายก็จะออกเป็นสีออกแดงเลือดหมู แล้วก็ 100 รายนี่ออกเป็นสีเข้มหรือสีน้ำตาลไปเลย อันนี้ก็จะบอกถึงความเข้มข้นของผู้ป่วยที่จะอยู่ตรงไหน อะไรอย่างไร สีเป็นตัวบอก อันนี้มองเห็นได้เลยกระจุกตัวอยู่ตรงกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้วก็ในเรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภาคอีสานบางจังหวัด แต่สีออกขาวเลยนะครับ เห็นชัด ๆ เลยมี มีสีออกสีใกล้ ๆ กับชมพูเรื่อ ๆ หลายจังหวัดทีเดียว ซึ่งอันนี้เดี๋ยวเราคงจะมีการพัฒนาชุดข้อมูลนี้ต่อไป เพราะอะไรครับ เพราะว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ หลายจังหวัดใช้ข้อมูลชุดเหล่านี้ไปดูแลคนในจังหวัด ถึงแม้เรื่องของการประกาศจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ฉุกเฉินจะเป็นเรื่องของส่วนกลางโดยทางท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. นะครับ ก็แต่ว่าพอออกมาตรงนี้แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดก็สามารถใช้ข้อมูลในพื้นที่นี่ ดูแลเป็นส่วน ๆ ไป บางที่ก็ให้เปิดปิดเวลา ต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เหลื่อมกันอะไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละจังหวัดไปนะครับ อันนี้ก็นำเรียนแล้วก็อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ แล้วก็ให้ความร่วมมือกับทางท่านผู้ว่า ท่านที่ดูแลเรื่องของการปกครองอยู่ในจังหวัดด้วย จังหวัดเป็นเลขาฯ เลขาธิการโรคติดต่อของจังหวัดนั้น ๆ ก็นำเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการทำงานกันอยู่ทุกวันและมีความสำคัญจริง ๆ ครับ ไปดูสถานการณ์ทั่วโลก 10 นาฬิกา เช้านี้ มีตัวเลข ดังนี้ครับยืนยันแล้วเกือบ 2,000,000 แล้วนะครับ 1,998,000 กว่าคนนะครับ และหนักก็คือ 51,000 หายแล้ว 470,000 นะครับ แล้วก็เสียชีวิตไป 126,000 กว่าคน โรคนี้เป็นโรคที่เราต้องเรียนรู้จากโรคอื่น ๆ หมายถึงประเทศอื่น ๆ ด้วยนะครับ สหรัฐอเมริกามีเสียชีวิตไปแล้ว 21,000 กว่าคน ฝรั่งเศส อิตาลีเสียชีวิตไป 21,000 นะครับ แล้วก็ฝรั่งเศษมากกว่า อังกฤษ 12000 กว่าคน รายต่าง ๆ ที่เสียชีวิตนี้ก็ทำให้เราได้บทเรียนมาก ๆ ทีเดียวนะครับ เดี๋ยวเราได้พูดคุยอีกทีหนึ่ง 50 เป็นอันดับของประเทศไทย ซึ่งเป็นอันดับที่เรารายงานมานี่ มีล้อมกรอบด้านขวาอีกนิดหนึ่งของอินเดียมีตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เป็น Confirm Case เป็นหมื่นรายไปแล้วนะครับ ไปดูในฝั่งทางอาเซียนหรือเอเชียของเรา ก็คือทางญี่ปุ่นนะครับ ญี่ปุ่น ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์อยู่อันดับ 47 เมื่อวานนี้ แล้วก็ประเทศไทยเราอยู่ที่อันดับ 50 เมื่อวานนี้สิงคโปร์มีอาการติดเชื้อวันเดียว 334 คนนะครับ มากกว่าเราไปแล้ว ทีนี้มาดูแผนภูมิที่เป็นกราฟตัวนี้ ประเทศไทยเรา นับวันที่มีผู้ป่วยติดเชื้อถึง 100 ราย แล้วก็ลากเส้นกันมาความเร็วก็แตกต่างกัน ความชันก็แตกต่างกันไป ตอนนี้มาดูของประเทศไทยเราก่อน สีแดง ๆ อยู่ตรงกลางมีตัวเลขกำกับ 2,643 แต่ของสิงคโปร์สีเขียว แอบอยู่ข้างล่าง แล้วมีสิงคโปร์นี่ละครับ ออกมาแล้วครับว่ากำลังชันขึ้นไปกว่าเราแล้ว แล้วญี่ปุ่นท่านเห็นไหมครับ สีฟ้าที่อยู่ขวามือ เขียนว่าญี่ปุ่น อันนี้ก็ชันขึ้นไปกว่าเรา แล้วก็มีแนวโน้มจะสูงขึ้นไปอีก ที่จะเหมือนกันกับเราน่าจะเป็นเกาหลีใต้กับไทยนี่นะครับกับเส้นสีเหลืองที่เข้มมาตลอด กับของไทยเราที่เป็นสีฟ้านะครับ ที่น่าที่จะต้องดูประสบการณ์ของประเทศที่เขาไปทางด้านเชิงบวก เกาหลีใต้ เขาทำกันอย่างไร กับฮ่องกงอย่างนี้ ก็น่าจะได้เรียนรู้กับ ส่วนสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมันทั้งหลายบอกไปแล้วชันขึ้นไปเรื่อย ๆ เขายังจะต้องมีตัวเลขสะสมขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ แต่ขณะเดียวกันก็นำวิธีจัดการในแต่ละอย่างของแต่ละประเทศแตกต่างกันไปเดี๋ยวผมจะรายงานตรงนี้นะครับ มีอะไรบ้างประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศนะครับ สิงคโปร์ที่เมื่อสักครู่บอกว่าติดเชื้อกันไป 300 กว่า มาจากแรงงานชาวต่างชาติครับ เขาก็เลยว่า ต้องหาที่พักที่แยกออกมาจากเกาะ เขาเป็นเกาะพื้นที่ไม่ได้มาก นะครับ เล็กกว่าเกาะภูเก็ตเราอีก เพราะฉะนั้นมีคนติดเชื้อ 300 กว่าคนจะเอาไปอยู่ตรงไหนดี เขาใช้เรือครับ เรือที่ใช้สำหรับพัก เป็นที่พักของพนักงานพลังงานนอกชายฝั่ง ก็จัดเป็นที่พักขึ้นมา แล้วก็ย้ายแรงงานนะครับที่แน่นหนานี่มาอยู่ตรงนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ตรงนี้ ก็เขาบอกว่าพักได้ประมาณ 200-300 คน ได้แล้วก็ได้เผยภาพว่ามีในห้องพักก็มีเตียงอยู่ 3 หลังนะครับ ก็สามารถที่จะออกมาเดินอยู่บนดาดฟ้าเรือได้ อันนี้เป็นวิธีการของเขาในการดูแลแรงงานต่างชาติ เข้าใจว่าน่าจะยังไม่ป่วยนะครับ อยู่ตรงนี้ได้ และต่างชาติอื่น ๆ มีความก้าวหน้าอย่างไรครับ จีนครับมีการอนุมัติวัคซีน 2 ตัว สำหรับต้าวไวรัสโคโรนา 2019 เข้าในระดับคลินิกแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ตัวที่ได้รับอนุญาตนี้ ได้รับที่จดทะเบียนในตลาดนิวยอร์กความหวังของการจัดการหรือควบคุมโรคให้ได้คือวัคซีนนะครับ ความหวังสูงสุดของมนุษยชาติของเรา ก็ต้องเชียร์ทางประเทศจีนที่พยายามที่จะดูแล วิจัยนะครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่จีนอย่างเดียว ไทยเราก็ทำอยู่ด้วยเหมือนกัน สถาบันวัคซีนแห่งชาติก็ร่วมมือกันในภาคของภาครัฐ เอกชนแล้วก็รวมถึงภาคมหาวิทยาลัยวิจัยด้านนี้อยู่ด้วย ซึ่งก็ต้องให้กำลังใจ ทีมนักวิจัยวิทยาศาสตร์ ไต่ระดับความสามารถขึ้นไปในระดับโลกให้ได้ อินโดนีเซียเขาทำอะไรบ้างครับ ประธานาธิบดีประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส 2019 เป็นภัยพิบัติ แห่งชาติ ดังกล่าวและเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าเขตหรือนายกเทศมนตรีที่เป็นแกนนำในการต่อสู้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการภายในภัยพิบัติ ในการรับมือโคโรนา 19 พูดง่าย ๆ ก็คือเขาเพิ่งจะประกาศ ซึ่งเป็นเรื่องของประเทศของเขาที่มีข้อจำกัดอะไรแตกต่างกัน เราคงไม่ว่ากัน เรามาเรียนรู้ เราประกาศกันมาก่อน เราตรึงกันมาก่อน ถึงได้ตัวเลขอย่างนี้ อันนี้ทางอินโดนีเซียเพิ่งจะมาทำ เดี๋ยวเราคอยติดตามเอาใจช่วยเขา ว่าเขาจะมีพัฒนาการหรือว่าการจัดการกับโรคนี้อย่างไร อาเซียนด้วยกัน ไปดูทางที่ยุโรปด้วยเขาทำอะไรกันครับ ฝรั่งเศสครับบอกว่าาขยายเวลาการ Lockdonw ของประเทศออกไปอีก 4 สัปดาห์ ผมนำเรียนอยู่บ่อย ๆ ประเทศฝรั่งเศสมีคนเสียชีวิตเป็นหมื่น เลยนะครับแล้วก็ติดเชื้อกันเยอะมากนะครับ ตอนนี้ก็คือเขาต้องยืดออกไป เพราะเขาบอกว่าการต่อสู้ยังไม่จบ หากหลังวันที่ 11 พฤษภาคม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดโดยรวมดีขึ้น อาจจะอนุญาตให้โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กกลับมาเปิดให้บริการได้ สำหรับร้านอาหาร บาร์ งาน Event ต่าง ๆ ที่มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากต้องปิดและเลื่อนออกไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ดูสิครับ ของเขาอย่างนี้ ยังตรึงไว้อยู่จำนวนเขามากอย่างนี้ก็ยังต้องใช้ระยะเวลาการที่จะเลื่อนการกิจกรรมออกไปยาวทีเดียว ญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยื่นคำขาดกับชาวบ้านและร้านค้า ให้อยู่บ้านและ shut down เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผลักดันให้ผู้ว่าราชการคนอื่น ๆ เรียกร้องให้ธุรกิจปิดทำการด้วย เขาต้องเสียงเข้มแข็งครับ อย่างที่บอกว่าคนเราถ้าเดินทางกันไปกันมาระหว่างเมือง แล้วตัวเองเข้มแข็งอยู่ฝ่ายเดียว เมืองเดียว แล้วคนอื่นเขาปล่อยก็ไม่ได้นะครับ เพราะคนเคลื่อนย้ายกันไป คนนี่ล่ะครับ เป็นพาหะโรคแล้วก็ทำให้ควบคุมโรคไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นญี่ปุ่น ที่บอกว่าดี ๆ ๆ ควบคุมโรคได้แล้ว ตอนนี้กำลังมีตัวเลขที่พุ่งขึ้นไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางผู้ว่าการกรุง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดของเขาต้องเข้มงวดก็เป็นข้อเรียนรู้ที่ผมต้องส่งสัญญาณมายังท่านด้วยนะครับ เพราะว่าการเรียนรู้ภายในประเทศของเราอย่างเดียวคงไม่พอแล้ว ต้องเรียนรู้จากต่างประเทศด้วย ไปดูมาตรการของเราครับว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา 24 ชั่วโมงนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เราประกาศเคอร์ฟิวส์ออกมา ท่านให้ความร่วมมือกับเราอย่างไรบ้าง เมื่อวานนี้มีการต้องดำเนินคดี เหตุของการชุมนุม มั่วสุม รวมแล้ว 81 คดีความนะครับ 3 ลำดับแรก คือ การพนัน ดื่มสุรา ซึ่งอันนี้ถามว่าน้อยลงไหม น้อยลงจากวันก่อนครับ เราเคยมีตัวเลขที่สูงขึ้นไม่ค่อยจะน่าพอใจนัก 155 ตอนนี้เหลืออยู่ 81 ลงมาเกือบครึ่งหนึ่งเลยนะครับ ต้องปรบมือชมกับทุก ๆ ท่านด้วย ถ้าบอกว่า เป็นคนที่ทำผิดก็น้อยลงไป ถ้าเป็นพ่อแม่พี่น้องที่เป็นครอบครัวด้วยเตือนเขา เมื่อเช้านี้ฟังทางท่านโฆษกกรมตำรวจบอกว่า ประทานโทษครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ ท่านปิยะ อุทาโย บอกว่าสิ่งที่ได้รับเบาะแสก็คือจากครอบครัว หรือจากคนในชุมชน โทร. มาแจ้ง จะเป็นเบอร์ไหนก็ได้รีบเลย บอกมาเลยแล้วเดี๋ยวทางตำรวจจะไปดูแลให้ ถ้าเวลายามวิกาลทั้งหลายนี่ พบสิ่งที่ไม่ปกติก็บอกตำรวจเลยครับ เดี๋ยวจะเข้าไปดูแลให้เพราะฉะนั้นตอนนี้ ถ้าท่านทำอะไรผิดจริง ก็ต้องจับจริง นี่คือสิ่งที่เป็นมาตรการที่ตำรวจดูแลพวกเราในทุก ๆ ช่วงเวลานะครับ ต้องขอขอบพระคุณแล้วก็เรื่องของการออกนอกเคหสถานก็ยังมีอยู่ครับ ท่านก็บอกว่าบางทีก็รู้ว่า 4 ทุ่มจะต้องกลับบ้าน ออกมา 5 ทุ่ม 6 ทุ่มอย่างนี้ แล้วยังบอกว่าใช้เวลาในการกลับบ้านต้องใช้เวลานาน ซึ่งก็ประกาศกันมาตั้งนานแล้วนะครับตอนนี้ก็ต้องมีการดำเนินคดีเกิดขึ้นด้วย ซึ่งตรงนี้ผมว่าถ้าท่านให้ความร่วมมือกันตรงนี้ ดำเนินคดีทีหนึ่งเขียนสำนวนอะไรกันยุ่งยากมากมาย อย่าให้เกิดอย่างนี้เลย ให้ท่านร่วมมือก็จะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้นะครับ มาดูแผนที่ประเทศไทยจะดูว่าคดีไปเยอะอยู่ที่ไหนครับ ภาคกลางครับนำโด่งเลย 182 ในการออกนอกเคหสถานนะครับ แต่ว่ามั่วสุมชุมนุม รวมกลุ่ม มั่วสุม จะเยอะอยู่ที่ภาคตะวันออก น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการท่องเที่ยวด้วยหรือเปล่าจะคุ้นเคยนะครับแต่ว่าตะวันตกนี่เป็น 0 เลย ขอบคุณด้วย อันนี้ก็เป็นตัวเลขต้องนำเรียนว่าเราต้องติดตามทุกวัน ติดตามเพราะอะไรครับ 1. คือให้ท่านประชาชนรับทราบว่า เรายังมีมาตรการนี้อยู่นะ เคอร์ฟิวส์ยังประกาศอยู่ทุกวัน อันที่ 2 ทำให้ทราบว่าท่านเองเป็นพี่น้องประชาชนเองนี่ รู้ว่ามีปัญหาหรือว่ามีตัวเลขที่ต้องเกิดการดำเนินคดีมากน้อยแค่ไหน เยอะ น้อย เยอะก็ไม่ควรจะมี ควรจะแสดงถึงความร่วมมือและข้อที่ 3 ก็คือว่าสะท้อนภาพนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายมั่นคง ทั้งฝ่ายทางด้านสาธารณสุขได้รับทราบว่าตัวเลขอย่างนี้เกิดขึ้นในจังหวัดของท่าน ในพื้นที่ของท่านมีความเสี่ยงแล้วล่ะ เสี่ยงที่จะติดโรคแน่ ๆ ดังนั้นการดูแลเข้าไปอย่างละเอียดยิ่งขึ้น เราไม่ต้องการให้มีใครป่วยขึ้นมาจากโรคนี้อีกเลยนะครับ 10 อันดับของจังหวัดที่จะต้องไปดู เพราะว่าอาจะไม่ตรงกันหรือว่าจะเชื่อมโยงกันกับเรื่องของเจ็บไข้ได้ป่วย เราก็ไม่ว่ากันนะครับ เดี๋ยวเราค่อยไปศึกษากันข้างหน้า และท่านไปจับท่านได้ด้วยก็ไม่เสี่ยงในเรื่องของโรคก็เป็นเสี่ยงในชุดพฤติกรรมส่วนตัว ยาเสพติดอย่างนี้ก็ไม่ควร ยาเสพติดก็ไม่ควร ปทุมธานีอันดับ 1 นนทบุรี 56 อันดับ 2 กรุงเทพฯ อันดับ 3 แล้วก็สงขลาอันดับ 5 10 อันดับนี้ มาว่ากล่าวกับจังหวัดแต่อย่างใด แต่มาขอความร่วมมือท่านได้ช่วยกันนะครับ ผมว่าถ้าท่านเป็นคนจังหวัดไหน ๆ ก็ไม่ได้เป็นการให้ท่านเองต้องการให้รู้สึกว่าไม่ดีอะไรทั้งหลาย แต่ว่าเราเอาตัวเลขนี้ขึ้นมา เพื่อมีการติดตามในภาษาฝรั่งเรียกว่า มอนิเตอร์ดูไว้แล้วเราก็พยายามที่จะช่วยให้ตัวเลขมันน้อยลงสะนะครับตรงนี้ อีกมาตรการหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของการดูแลคนไทยที่ตกค้างยังต่างประเทศให้ได้กลับมายังประเทศไทยเรา ตอนนี้วันที่ 15 ในเวลาประมาณสัก 4 ทุ่มจะมีคนไทยที่ใช้แรงงานอยู่ที่เกาหลีใต้กลับมาประเทศไทย 92 คน นะครับ ซึ่งอันนี้ก็ทั้งหมดนี้ก็ต้องเข้า State quarantine แล้วมีกลุ่มก้อนที่จะเข้ามาอีก 16 นะครับ จากสหรัฐเอมิเรต ก็มาตามเวลาที่ปรากฎตรงนี้ แล้วก็บังคลาเทศวันที่ 17 อีก 35 คน ชุดข้อมูลเพิ่มเข้ามาอย่างไร ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบด้านนี้ ทุกเช้าเรามีการประชุมกันครับ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ฝ่ายมั่นคง ฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องรับรู้ชุดข้อมูลเดียวกันจะดูแลพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศอย่างดีที่สุด ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อภายในประเทศจากสาเหตุนี้โดยเด็ดขาด แล้วก็มาสถานะสุดท้าย ในการรายงานเรื่องหน้ากากอนามัย ที่เป็นทางด้านการแพทย์ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขตอนนี้มีระบบรายงานนะครับ ว่าท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. ขอให้ติดตามเป็นรายวันเลย ผมก็ได้รับรายงานทุกวัน ท่านผู้ชมทุกวันนี้ วันนี้ขออนุญาตรายงานสะสมรวมกันมาเลยนะครับซึ่งเป็นกระบวนการทำงานกันรวมกันทั้งมหาดไทย ทั้งสาธารณสุข ทั้งกระทรวง DEs หรือทางไปรษณีย์ไทยที่ส่งไป รวมแล้วทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 7-14 นี่ ส่งไปรับมอบมา 19 ล้านชิ้นกว่า ๆ นะครับแล้วก็ส่งมอบไปแล้ว 16 ล้านชิ้น เกือบ ๆ 17 ล้านชิ้น อันนี้ของทางกระทรวงมหาดไทยก็รับมาทั้งหมด 11 ล้านกว่าชิ้น และส่งมอบไปแล้วกว่า 10 ล้านกว่าชิ้น นะครับ ก็มีรูปยืนยันว่าหลายที่หลายแห่งได้รับหน้ากากอนามัยชนิดที่เป็นหน้ากากสำหรับทางการแพทย์ ซึ่งก็มีหลายกลุ่มทั้งหลายที่เราเคยบอกกันไป เราก็เอาไปให้ ส่วนว่าเป็นผ้าเราก็จะให้ประชาชน หน้ากากผ้าอันนี้ของทางกระทรวงมหาดไทยก็จะเอาไปมอบให้ด้วย รูปต่าง ๆ เหล่านี้ยืนยันนะครับว่าเรามอบให้ถ้าที่หรือแห่งใด สถานที่โดยเฉพาะส่วนของทางด้านกระทรวงสาธารณสุข หรือคนที่จะต้องใช้หน้ากากอนามัยชนิดของทาง ที่เรียกว่าทางการแพทย์ เช่น กู้ภัยคือใครทั้งหลายนี่ยังไม่ได้ กรุณาประสานมาทาง 1111 ก็ได้นะครับ ศบค. ทั้งในส่วนของทางส่วนกลาง หรือในส่วนของจังหวัดท่าน ก็จะช่วยกันดูแล ตรงนี้ช่วยกันอย่างดี แล้วก็มีประเด็นฝากท้ายครับ ท่านคงได้เห็นภาพไปแล้วนะครับว่ามีภาคเอกชนมามอบนะครับ เรื่องของทุนทรัพย์มาให้กับทางท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีกลุ่มบุคคลนะครับเป็นผู้บริหารบริษัทเดอะมอลกรุ๊ป แล้วก็คณะผู้บริหารจากสมาคมธนาคารไทย มามอบให้จำนวน 50 ล้าน ซึ่งจะนำไปแก้ไขดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 นี้นะครับทั้งหลายที่เข้ามาร่วมมือร่วมในกัน ส่วนบุคคลก็ต้องขอบคุณทางกลุ่มที่เรียกว่าประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ ท่านก็ไม่ต้องใช้สตังแต่ใช้แรงงานออกไปช่วยกันทำสิ่งที่ดี ๆ ในสังคมไทยเรา ซึ่งยังมีพื้นที่อีกมากมายที่ต้องการจิตอาสา เราจะเห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ เราต้องการแรงกาย แรงใจ ถ้ามีทุนทรัพย์ก็ให้ทุนทรัพย์ ถ้าไม่มีก็ให้แรงใจแรงกายอย่างนี้ความสวยงามเป็นสิ่งที่เราเก็บเป็นภาพประวัติศาสตร์แล้วก็ชะโลมใจในช่วงเวลาที่เราทุกข์หนักกันอย่างนี้ ผมเห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ก็ชื่นใจ ด้วยกันที่เราจะได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) ค่ะสำหรับประเด็นคำถามนะคะ แน่นอนค่ะ การแถลงข่าวของ ศบค. นะครับ ทำเนียบรัฐบาลเราไม่ได้ให้สื่อมวลชนเข้ามาร่วมฟังการแถลงข่าว แต่ว่าสื่อมวลชนติดตามการแถลงข่าวจากช่องของตัวเอง บางส่วนก็จะอยู่ที่รังนักข่าวในทำเนียบรัฐบาลบางส่วนอาจจะทำงานที่บ้าน แต่มีการส่งคำถามผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เข้ามานะคะ เพื่อที่จะสอบถามผ่านทางท่านโฆษกฯ ที่น่าสนใจค่ะ ประเด็นแรกเป็นเรื่องของสถานที่กักตัว เป็นคำถามจากทางสถานีโทรทัศน์ PPTV ที่ถามว่าสถานที่กักตัวคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ Lot ใหม่ที่จะมาในวันที่ 18 เมษายนนี่ มีข้อมูลว่ามีหนังสือจากทางผู้ว่าฯ ยะลาว่าจะมาจากมาเลเซีย 3,635 คน และประเทศอินเดียอีก 12 คน ซึ่งจำนวนนี้มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดยะลา 503 คน ทางอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา อีก 4 คน ประเด็นแรกเรื่องของข้อเท็จจริงในประเด็นนี้นะคะ ส่วนประเด็นที่ 2 เรื่องของสถานที่การกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ มีเพียงพอหรือไม่ และประเด็นที่ 3 ค่ะ เรื่องของการใช้ Local Quarantine แนวโน้มในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติศาสนกิจ แล้วอาจจะถ่ายทอดการติดเชื้อไปยังคนใกล้ชิด เชิญคุณหมอค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับก็ขอแบ่งเป็น 2 ประเด็นตามคำถาม อันแรกก่อนก็คือ 1. คือเรื่องของชุดข้อมูลก่อนแล้วกันนะครับ เรื่องของชุดข้อมูลที่บอกว่ามา 3,000 กว่าคนนี่นะครับ ตอนเช้ามีการประชุมกันของศูนย์ ศบค. ชุดเล็ก เราก็มานั่งพูดคุยกัน ว่าข้อมูลตรงกันไหม เป็นชุดข้อมูลก่อนที่จะได้มีการประกาศกันว่าต้องมีการลงทะเบียนกันก่อนนะครับ ก็ตอนนี้มีการประมาณการว่าจะน้อยลงกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ตอนนี้ 15 - 18 ถ้าจำไม่ผิด 15 - 18 เมษานี้ คนที่สนใจที่จะกลับเข้ามายังประเทศไทยเรา นะครับโดยเฉพาะก็คือใช้ระบบของออนไลน์นะครับ ลงทะเบียนกันเข้ามา ก็คาดว่าไม่น่าจะเยอะกันขนาดนี้ ก็กำลังที่จะให้เห็นภาพอยู่ แต่ว่าอันที่ 2 มาตรการของผู้อำนวยการศูนย์ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็ได้หารือกันกับทางกระทรวงสาธารณสุข รองนายกรัฐมนตรี กับทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขนี้ บอกว่าถึงแม้จะมีมากมายขนาดไหน ที่ละไม่เกิน 200 คน ซึ่งมาตรการนี้เรียกว่าเป็นต้องเป็นมาตรการที่เรายังยึดอยู่ และที่มีการประชุมกันทุกเช้า 8 โมงครึ่งนี่ก็มีการรับทราบ ซึ่งถ้าเข้ามาอย่างนี้ พื้นที่ทั้งหลายที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อยู่ในทั้งหลาย ยังเพียงพออยู่ ฝ่ายมั่นคงหรือถ้าอย่างไรเข้ามา ทยอยเข้ามาเยอะ ๆ ขึ้นนี่ก็จะมีกลุ่มจังหวัดที่ขยายหรือเยอะ ๆ ขึ้นนี่ก็จะได้รับการถ่ายไป ตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ แล้วเราก็มีประสบการณ์เรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เราเชื่อว่าจัดระบบอย่างนี้อย่างดีก็จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะเข้ามานี่ทยอยเข้ามานะครับ แล้วผู้ที่อยู่นี่นะครับ แล้วก็คนที่จะดูแลก็มีกำลังใจในการดูแล ตอนนี้ผมก็รับทราบว่าหลายคน เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายสาธารสุข มาเฝ้าคนไทยด้วยกันที่เรากลับมา บางคนเขาก็อ่อนล้า เหนื่อยล้า ก็ฝากทุก ๆ คนซึ่งกันและกันในความทุกข์ยากอย่างนี้นะครับ แล้วหลายคนเดินทางมาในประเทศเรา หลายท่านก็ทำตัวน่ารักมาก มาเขียนเรื่องของคำชม ได้เข้ามาอยู่ใน State Quarantine ของประเทศไทยแล้ว ชื่นชมประเทศไทยเราทำอะไรกันอย่างนี้ อย่างนี้ละครับเป็นช่วงที่แม้มีความอิ่มเอมกันในช่วงความทุกข์ยากอย่างนี้ อยากให้เกิดอย่างนี้กันบ่อย ๆ ฝากทุก ๆ ท่านช่วยกันหยิบยกเรื่องดี ๆ มาพูดคุยกันนะครับ เราจะได้ผ่านสถานการณ์นี้(คุณปวีณา) ขออนุญาตเพิ่มเติมคำถามของท่านผู้ชมผ่านไลฟ์ NBT 2 HD นะคะ บอกว่าจะมีคนไทยจากต่างประเทศเดินทางกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ บังกลาเทศ มัลดีฟ หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรต มีการถามถึงนักเรียนที่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่านักเรียนกลุ่มนี้จะได้มีการจัดลำดับกันอย่างไรกันบ้างคะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ผมนี่เอาไว้ให้ผมหากินวันพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ ก็จะกลับมาอีกสักไม่กี่วัน เตรียมชุดข้อมูลนี้อยู่ครับ ติดตามดูรายการพรุ่งนี้ เดี๋ยวจะเอามาบอกในรายละเอียด(คุณปวีณา) มีการพูดคุยกันใครในพื้นที่ไหนนะคะ เพราะว่ามีการก็จะชี้แจงด้วย อีกหนึ่งประเด็นจากช่อง 9 mcot อันนี้ก็เป็นพูดถึงเรื่องของการกักกัน สถานที่กักกันเหมือนกัน แต่เป็นอีกหนึ่งมุมนะคะ มีการตั้งข้อสังเกต ในการดูแลคนที่กักตัวระหว่างกลับจากต่างประเทศ จุดนี้นี่มีการดูแลเป็นอย่างดี มีการกินครบ 3 มื้อ มีที่พักโรงแรม แต่ในขณะเดียวกันคนที่อยู่ในประเทศ หาเช้ากินค่ำ บางคนไม่มีเงินที่จะกินข้าว กลับไม่ได้รับการดูแลค่ะ คุณหมอคะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ก็เรื่องนี้เป็นมาตรการที่เราจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าการดูแลคนไทยที่ขอเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เขามีสิทธิที่จะเดินทางเข้ามา ภาครัฐอย่างที่ผมบอก ตามรัฐธรรมนูญเหมือนกับคนไทยทุกคน สิ่งที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษที่บอกว่าเป็นพิเศษนู้นนี่นั่นอะไร เพราะไม่ใช่เพื่ออะไรนะครับ ไม่ได้ต้องการให้เกิดความแตกต่าง แต่เป็นตามมาตรฐานของทางกระทรวงสาธารณสุข หรือด้านสุขภาพนี้เอง เขากลับเข้ามาแล้วเราดูแลเขาไม่ดี เขาป่วยไข้ขึ้นมา เจ็บป่วย ทำให้เกิดการติดเชื้อ เราจะสูญเสียมากกว่าข้าว 3 มื้ออีกนะครับ เราต้องเสียเตียงให้กับเขาในการมานอน หยุกยา หมอต้องมาดูแล สิ่งที่เสียกว่าข้าว 3 มื้ออีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการที่จะเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ เราก็ทำงานตามหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขและก็ทางศูนย์ ศบค. คิดในทุก ๆ เรื่อง แล้วก็ประชุมปรึกษากัน แล้วก็คุยกัน ส่วนท่านผู้ชมเอง ที่ตั้งคำถามขึ้นมาอย่างนี้ เป็นคนที่ไม่ได้ป่วยไม่ได้ไข้ แต่ไม่ได้มีจะกิน นี่จะทำอย่างไร เราก็คิดแล้วก็ดูแลกันอยู่ครับก็เห็นภาพนี้ เพราะว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยอย่างเดียว ประเทศอื่น ๆ ก็เจอในปรากฏการณ์อย่างนี้เหมือนกัน เราอยู่ในภาวะเดียวกัน ประเทศที่ไม่ได้ผลิตในเรื่องอาหารการกินเสียอีกเขาจะแย่ยิ่งกว่าเรา ประเทศที่เขามีสภาพของฤดูกาลที่ไม่เป็นร้อน ๆ แบบเรา มีคนที่ลงภาพของ อย่าว่าแต่ที่นอน ที่เก็บศพ ถือว่าเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ ที่สุดเมื่อวานนี้มีคนเอาภาพมาลงในโซเชียลซึ่งเป็นที่น่าอเน็ดอนาถนะครับ ที่สภาพของการเก็บศพไปอย่างนั้น ซึ่งการดูแลของเขาก็ยังไม่สามารถทันได้ แต่ของเราเราดูแลได้ในระดับหนึ่งนะครับ แต่อาจจะทันใจท่านไหม แต่อย่างไรก็ตามแต่ ผมก็เห็นภาพของหลายคน เป็นภาพของจิตอาสา เป็นภาพของผู้ที่เป็นจิตกุศล เปิดหน้าร้านของตัวเอง ถึงแม้ไม่ได้ขายปรุงกับข้าวให้ แจกคนที่ทุกข์ยากนะครับ บางที่ที่ได้ยินมา แม่ครัวมาทำกับข้าวและขายถุงละ 20 บาท ถูก ๆ กันอย่างนี้ ภาพอย่างนี้เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทยเรานะครับ แล้วก็อยากให้เกิดภาพอย่างนี้มากขึ้น ๆ อีก แต่บ่ายวันนี้ครับ ทางศูนย์ ศบค. ทางท่านผู้อำนวยการศูนย์ สั่งการให้มีการประชุมชี้แจง เดี๋ยวจะมีการถ่ายทอดสด ถ้าผมจำไม่ผิดผ่านทาง NBT นี่ล่ะครับ ท่านผู้ชมติดตามที่อยู่หน้าจอ ลองติดตามดูในรายละเอียด ซึ่งมีอยู่มากมาย ก็คงจะได้ประโยชน์จากการที่มีภาพของการใช้สถานการณ์ฉุกเฉินมีงบประมาณมีอะไรทั้งหลายที่จะมาดูแล ท่านลองฟังในรายละเอียดแล้ววางใจเป็นกลางสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าเราจะผ่านตรงนี้ไปได้อย่างไร ผมเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก กับประเทศไทยเรา เพราะถ้าเรามีการในการที่จะก้าวผ่านไปด้วยกันท่านจะมีช่องทางที่จะเรียกว่าบรรเทาทุกข์ลงไปนี่ในหลาย ๆ ทาง เดี๋ยวเราติดตามกันได้ในช่วงเวลา 14.00 น. นะครับ (คุณปวีณา) ฝากให้คุณหมอนะคะ ช่วยฝากประเด็นเพิ่มเติมให้พี่น้องที่ติดตามการแถลงข่าวทางบ้าน เรียนเชิญค่ะ(นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับวันนี้ในช่วงเวลาตอนนี้จะพึงพอใจในตัวเลขระดับหนึ่งนะครับ แต่ก็อย่าไปนิ่งนอนใจ แต่ขณะเดียวกันในปรากฏการณ์เหล่านี้ เราจะเห็นภาพที่หดหู่ใจของต่างประเทศที่มีคนเสียชีวิต ของไทยเราเองก็มีผลกระทบถึงแม้ทางด้านเจ็บป่วยไม่มาก ตายไม่เยอะ แต่ผลต่อเศรษฐกิจก็เยอะ เหมือน ๆ เขาเปรียบเทียบไปเหมือนช่วงที่เราเรียกว่าต้มยำกุ้ง หรืออาจจะหนักกว่าต้มยำกุ้งตั้งแต่ปี 40 เสียด้วยซ้ำ ท่านผู้ชมทางบ้านด้วย เรื่องผลกระทบทางจิตใจครับ เวลาเราเกิดภาวะวิกฤตนี่ ร่างกายของเราจะจิตใจของเราจะเกิดปฏิกิริยาที่ผิดปกติไปจากเวลาเดิม เพื่อตอบสนอง กับสภาวะที่ผิดปกติตรงนี้ นอนไม่หลับ วิตกกังวล บางคนออกอาการมาหงุดหงิด มีใจสั่น มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ เสียไป พูดง่าย ๆ ก็คืออาจจะมีการทะเลาะเบาะแว้งได้ง่าย ๆ แล้วโดยเฉพาะถ้าอยู่ที่บ้านด้วยกัน เราต้อนะครับ จะเกิดปฏิกิริยาทางจิตใจที่เราเรียกว่า แอคคิวเพรส รีแอคชัน หรือการมีภาวะการตอบสนองต่อภาวะความเครียดอย่างเฉียบพลันบางคนก็อาจจะถ้ามีภาวะการปรับตัวได้ดีก็จะหายไปนะครับ ภายใน 2 สัปดาห์หรือ 1 เดือน แต่ถ้าใครมีภาวะที่ปรับตัวได้ไม่ค่อยดีก็อาจจะยาวนานไปกว่านั้น ก็จะเป็นโรคที่เราเรียกว่า ภาวะการปรับตัวผิดปกติไปถ้าเกินกว่า 1 เดือน ซึ่งอันนี้นำเรียนว่า พูดมาตรงนี้ก็คือให้ทุกคนกลับมามองนะครับ ปฏิกิริยาที่ปกติของร่างกายของเรา ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ก็คือภาวะวิกฤติอย่างนี้ เพราะถ้าท่านเข้าใจตัวเอง สงบสติสักนิดหนึ่ง ในการคิดกลั่นกรองปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา แล้วเราลองดูสิว่าการที่จะใช้เหตุผลจัดการเรื่องนี้ หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกับใครในบ้านของเรา บางทีกลับมาที่ก็แคบต้องอยู่หลาย ๆ คน ทำอะไรก็ขวางหูขวางตา เราต้องอยู่ตรงนี้อย่างนี้ เพราะว่ามีเหตุของความวิกฤตเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจตัวเราก็มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ของเรา การแสดงออกออกมาก็ดี ผลออกมาก็ดีด้วย ขอให้พวกเราทุกคนได้ผ่านวิกฤตการณ์นี้ผมต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง(คุณปวีณา) ค่ะขอบพระคุณนะคะท่านนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. มา update เรื่องของข้อมูลในวันนี้ ในระหว่างที่เรามีการทำความสะอาด ไมค์โครโฟน โพเดียม ก่อนที่จะมีการสรุปเป็นภาคภาษาอังกฤษ วันนี้นะคะมีจำนวนผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้น 36 คน ผู้ป่วยสะสม 2,643 คนค่ะ ในขณะเดียวกัน จำนวนคนที่หายป่วยแล้ว และสามารถกลับบ้านได้ วันนี้มีจำนวนเพิ่ม 92 คน หายจากอาการป่วยและสามารถกลับบ้านได้มีตัวเลขสะสม1,497 คน และต้องเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิต วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 คน ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 43 คนค่ะ ลำดับถัดไป ขอเรียนเชิญท่านรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านคุณณัฐภาณุ นพคุณ แถลงข่าวและมาตรการต่างเป็นภาคภาษาอังกฤษ เชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) ค่ะขอบคุณนะคะ สรุปประเด็นเป็นภาคภาษาอังกฤษจากท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ นะคะ วันนี้หมดเวลาแล้วสำหรับการแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล แต่เน้นย้ำอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น. จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาแถลงข่าว และชี้แจงประเด็นช่วยเหลือประชาชนได้เข้าใจว่าสิทธิของเรามีในส่วนไหนมากยิ่งขึ้นและเราสามารถรับการช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ได้ข้อยุติอย่างไร แล้วเรากลับมาติดตามกันในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนช่วงนี้ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] ม่ได้ข้อยุติอย่างไร แล้วเรากลับมาติดตามกันในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนช่วงนี้ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]