--- title: รายการบ่ายนี้มีคำตอบ วันที่ 17 เมษายน 2563 subtitle: date: วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 เวลา 12.40 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր ...Ր ...Ր [เสียงดนตรี] (บรรยาย) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยความก้าวหน้า ผลงานแอปพลิเคชัน DDC-Care สู้ภัยไวรัส COVID-19 ความรู้สู่สังคมพร้อมสร้างความเชื่อมั่น และการเตรียมความพร้อมทางการได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน รายละเอียดจะน่าสนใจอย่างไร ทุกเรื่องที่อยากรู้ ทุกปัญหาจะคลี่คลายในบ่ายนี้มีคำตอบ (พิธีกร) สวัสดีค่ะ // สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ เมื่อวานวันก่อนก็ยังคุยกันเรื่องเทคโนโลยีนะครับ วันนี้ก็มีเรื่องของ Application ที่ทีมคนไทยคิดขึ้นมาเพื่อสู้กับโควิด โดยสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. เขาใช้คนเก่ง ๆ มารวมกันสร้างแอปพลิเคชันติดตามตัวผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แล้วกักตัว เพื่อจะดูว่าออกนอกพื้นที่หรือเปล่ารายงานวันต่อวันไหม สุขภาพเป็นอย่างไร มีไข้ไหม เขาเริ่มใช้กันแล้วนะครับ // ค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ข้อมูลจากทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขด้วย ท่านผู้ชมที่มีคำถาม มีข้อเสนอแนะ โทร. ไปที่ 02-564-8000 แล้ววันนี้ของเราจะมีระบบบรรยายแทนเสียงสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน ซึ่งระบบนี้เราพัฒนาโดย สวทช. เช่นเดียวกันนะคะ แล้ววันนี้ท่านผู้ชมที่มาคอมเมนต์ เราจะมีกระเป๋าผ้าแคนวาส 22 ปี บ่ายนี้มีคำตอบส่งให้ถึงบ้าน เดี๋ยวเราไปพบกับ Application มีรายละเอียดข้อมูลที่น่าสนใจค่ะ พักกันสักครู่ค่ะՐน 14 วันนี้ ประสานกับทางกรมควบคุมโรคว่าแอพพลิเคชั่นนี้ดีไหมและคุณหมอเห็นด้วยว่าดีเราก็รับ requirment มา พัฒนา พัฒนากันอย่างเร่งรีบเลยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ version แรกออก แล้วเราก็กลับไปหาคุณหมอบ่อย ๆ เพื่อจะรับ Requiement มา ก็ใช้จริงมาเริ่มแรกใช้จริงที่สถาบันบำราศนราดูรกลับไปหาคุณหมอบ่อย ๆ เพื่อจะรับ Requiement มา ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ประมาณครึ่งเดือนนะคะ ก็ใช้จริงมาเริ่มแรกใช้จริงที่สถาบันบำราศนราดูร ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ประมาณครึ่งเดือนนะคะ มีผู้มีความเสี่ยงอยู่ประมาณ 300 กว่าราย มีผู้มีความเสี่ยงอยู่ประมาณ 300 กว่าราย ที่ลงทะเบียนที่ลงทะเบียน // ทั่วประเทศ 300 กว่าราย อาจาย์ใช้ทีมงานทำเบื้องหลังกว่าจะสร้างขึ้นมากี่คนครับ // เรามีทีมไอทีที่พัฒนาแอปพลิเคชันนี้ 3 ทีมด้วยกัน ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ 20 กว่าชีวิต // ทั่วประเทศ 300 กว่ารายที่ระดมกัน อาจาย์ใช้ทีมงานทำเบื้องหลังกว่าจะสร้างขึ้นมากี่คนครับ // เรามีทีมไอทีที่พัฒนาแอปพลิเคชันนี้ 3 ทีมด้วยกัน ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ 20 กว่าชีวิตที่ระดมกัน ตอนนี้ก็ระดมอยู่นะคะ เพราะว่าพอเราเปิดใช้งานจริงนี่ ตอนนี้ก็ระดมอยู่นะคะ เพราะว่าพอเราเปิดใช้งานจริงนี่ เราจะมีผู้ใช้ เราจะมีผู้ใช้ที่แนะนำ คำให้คำแนะนำเพิ่มเติมมา เปลี่ยนตรงนั้นอะไรอย่างนี้เราก็ปรับให้ ทีนี้เรียนว่าแอปพลิเคชันนี้ค่ะ มีวัตถุประสงค์อยู่ 2 ประการ ประการแรกก็คือว่าให้ผู้ที่มีความเสี่ยงปักหมุดว่า บริเวณที่เขาจะกักตัว ที่พักอาศัยที่เขาจะอยู่ 14 วัน เป็นตรงไหน // ในแอปจะมีให้ปักหมุด เหมือนปักหมุดใน google ในไลน์ (ดร. จุฬารัตน์) ใช่ค่ะ (พิธีกร) เดี๋ยวผมทำความเข้าใจก่อน ไม่ใช่ทุกคนใช้ ถูกไหม (ดร. จุฬารัตน์) ไม่ใช่ค่ะ คนที่ (พิธีกร) มีความเสี่ยง ที่จะติดเชื้อโควิด-19 เป็นความร่วมมือ หรือเป็นบังคับว่าต้องทำนะ (ดร. จุฬารัตน์) อันนี้มีเป็นคำขอร้องนะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าผู้มีความเสี่ยงถูกระบุมาอย่างไรนะคะ แต่เอาวัตถุประสงค์ก่อนนะคะ เมื่อสักครู่เป็นวัตถุประสงค์แรก ที่ว่าระบุตำแหน่ง แล้วก็ระบบจะมีการเช็กสัญญาณอยู่ตลอดทุก ๆ ๑๕ นาทีว่าคุณอยู่บริเวณถูกต้องไหมนะคะ ถ้าออกนอกบริเวณเกิน 50 เมตร ระบบจะขึ้นเตือนว่าคุณออกนอกบริเวณที่กักตัวแล้วนะคะ วัตถุประสงค์ที่ 2 ในระยะ 14 วัน ทางกรมควบคุมโรคต้องการให้บุคคลผู้มีความเสี่ยงตรวจเช็กสุขภาพตัวเอง ซึ่งทางกรมควบคุมโรคก็จะให้รายการมาว่าจะถามอะไรบ้าง วันนี้วัดไข้แล้วหรือยัง วัดแล้ว มีเท่าไร มีอาการเจ็บ มีอากาคไอบ้างไหม แล้วก็ส่งข้อมูลเข้ามา ก็จะทำการประมวลผล โดยกฎกติกาที่ทางกรมควบคุมโรคให้ทางทีมพัฒนามา ว่าอาการแบบนี้ป่วยมากป่วยน้อย มีโอกาสที่จะเป็นไข้หวัดหรือติดเชื้อโควิด ถ้ามีความเสี่ยงว่าน่าจะมีอาการของโควิด ทางกรมควบคุมโรคก็จะติดต่อไป หรือว่าผู้ที่ได้รับการประเมินเขาจะได้ผลด้วย ว่าเขามีความเสี่ยงสูงขึ้น เขาก็อาจจะโทร. เข้ามาที่กรมควบคุมโรคก็ได้ค่ะ (พิธีกรหญิง) คุณหมอธนรักษ์คะ 3 เดือนที่เราไม่เจอกัน ครั้งแรกที่เรารู้จัก โควิด-19 ก็เพราะคุณหมอธนรักษ์มาเล่าให้ฟัง วันนี้ 17 เมษายน 3 เดือนพอดี มีอะไรใหม่ ๆ ที่เรารู้จักมากขึ้นไหมคะ (นายแพทย์ธนรักษ์) จริง ๆ มาจนถึงวันนี้นี่อะไรเปลี่ยนไปเยอะนะครับ ตอนนั้นเรามีคนไข้ รู้สึกยังไม่มีคนไข้รายแรกเลยนะครับ แล้วตอนนี้คนไข้เมืองไทย 2,000 กว่า เข้าไปแล้ว แต่ก่อนเราไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าระบาดจากคนไปคนตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าระบาดเร็วมาก วันก่อนโน้นเรายังไม่รู้เลยว่าเราจะรักษาอย่างไร ตอนนี้เรามียาต้านไวรัสที่พอเชื่อถือได้สักระยะหนึ่งแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่เราพยายามทำมาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันนะครับ ได้เปลี่ยนไปยอะมากแล้ว จากการที่เน้นหนักที่สนามบิน มาเป็นการปิดสถานที่โน่น นี่ นั่น แล้วก็พยายาม เรามีการระบาดรอบแรกจบไปแล้ว จะใช้คำว่าจบ ก็อาจจะไม่ดี มันเลยจุดสูงสุดของมันไปแล้วนะครับ (พิธีกรหญิง) ค่ะ (นายแพทย์ธนรักษ์) จำนวนผู้ป่วยเริ่มลดลง (พิธีกรหญิง) แต่ไม่ประมาทก็เราก็ผ่านอะไรมาเยอะ แล้วยังมีเรื่องที่เราจะต้องจัดการอีกเยอะเหมือนกันวันข้างหน้ เพราะฉะนั้นถ้าสมมตินะคะ แอปพลิเคชัน เราพอรู้แล้วว่ามันมีประโยชน์อย่างไร ไม่มีแอปพลิเคชันนี้ขึ้นมา คุณหมอเหนื่อยกันขนาดไหน (นายแพทย์ธนรักษ์) เรื่องของการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หรือผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง เป็นเรื่องที่ต้องทำ เป็นมาตรการทางสาธารณสุขที่สูงที่สุด นั่นก็คือการพยายามไปตัดวงจรในการการแพร่ระบาด เพราะฉะนั้นในส่วนของการติดตามผู้สัมผัสให้ได้มีประสิทธิภาพเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำ ในอดีตเราใช้วิธีการเอาคนไปตาม เอาคนไปดูว่าคุณอยู่บ้านหรือเปล่า แล้วก็ทุกวันก็จะต้องมีคนไปเคาะประตูบ้าน คุณอยู่บ้านใช่ไหม แล้วก็คุณมีอาการต่อไปนี้หรือเปล่า ของพวกนี้ถามได้แค่วันละครั้ง เราคงไม่สามารถไปเยี่ยมบ้านวันละหลาย ๆ รอบได้ เพราะฉะนั้นการมีแอปพลิเคชันตัวนี้ช่วยได้มาก แล้วก็เป็น Two Way Communication เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ตัวคนที่เราขอให้เขาสังเกตอาการ เขาสามารถคุยกับเราได้ แล้วเขาอยากจะคุยกับเราเมื่อไรก็ได้ แล้วเขาก็แจ้งอาการผิดปกติเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ใช่แค่วันละครั้งเดียว และในขณะเดียวกันเราก็สามารถติดตามเขาได้ตลอดเวลาว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เขาอยู่ที่บ้านหรือเปล่า อย่างที่ ดร.จุฬารัตน์ บอกนะครับ เราไปเคาะประตูบ้านเขา พอวันนี้เขารู้ว่าเรามา เขาก็อยู่ (พิธีกรหญิง) แต่คนที่ไปเคาะประตูบ้านก็มีความเสี่ยง เพราะว่าวิธีการใช้แอปพลิเคชันก็เป็น social distancing แบบหนึ่งใช่ไหมคะ ที่ติดต่อได้เลย แล้วก็อีกอย่างที่สำคัญก็คือจะมีระบบข้อมูลให้กับคุณหมอ ในการที่จะทำงานต่อไป ในการรู้จักโรคอุบัติใหม่ตัวนี้ ใช่ครับ (พิธีกรชาย) คุณหมอแล้วทีมมอนิเตอร์ที่เขาจะดูว่าที่อาจารย์บอก 300 คนนี่ ใคร Monitor ดูตรงนี้ ใครดูอยู่ครับ (นายแพทย์ธนรักษ์) ตอนนี้ก็มี Moniter ดูอยู่ครับ แล้วก็ทางทีมของอาจารย์จุฬารัตน์มาช่วยดู เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มใช้มาแค่ครึ่งเดือน เราก็ต้องการจะรู้ข้อมูลที่ไหลเข้ามาหน้าตาเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรไหม ติดขัดอะไรไหม ข้อมูลพวกนี้เอาไปใช้ได้ดีแค่ไหน (พิธีกรชาย) ถามอาจารย์นิดหนึ่ง ตอนนี้มี 300 ใช่ไหมครับ ตั้งแต่เริ่มรันแอปพลิเคชัน มีใครเริ่มป่วย เจ็บคอ ไอ ต้องมาโรงพยาบาลแล้วมีหรือไม่ ที่มอนิเตอร์กันมาเจอไหม หรือว่ายัง โอ.เค. กันอยู่ (ดร. จุฬารัตน์) ก็จะมีขึ้นระดับสีส้มนะคะ ก็จะมีสีเขียว สีส้ม สีแดง มีสีด้วยนะครับ (พิธีกร) ถ้าถึงจุดนั้น (ดร. จุฬารัตน์) ถ้าเป็นสีแดงค่ะ เจ้าหน้าที่สามารถโทร. ไป เราจะเก็บข้อมูลไว้ในแอปพลิเคชันตอนที่เขาลงทะเบียนมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่ออย่างไร อะไรอย่างนี้ ก็จะ โทร. ไปสอบถามอาการ ถ้าดูแน่แล้วว่าน่าจะติดเชื้อ น่าจะป่วย บางทีกรมควบคุมโรคก็ส่งรถไปรับเลยนะคะ (พิธีกรชาย) ส่งรถไปรับเลยหรือครับ นี่ดีกว่าอังกฤษอีก ประเทศไทยส่งรถไปรับ รู้พิกัด อำเภอนี้ ตำบลนี้ใช่ไหมครับ แล้วไปรับเสร็จแล้วไปไหนต่อครับ ก็ไปโรงพยาบาลในพื้นที่หรืออย่างไรครับ (นายแพทย์ธนรักษ์) เดี๋ยวจะไปติดตามกับ ดร. อนันต์ลดา