--- title: รายการบ่ายนี้มีคำตอบ วันที่ 17 เมษายน 2563 subtitle: date: วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 เวลา 12.40 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ถึงสี่ทุ่มครึ่งค่ะ เปิดบริการทุกวันค่ะ แล้วก็จะมีส่วนไลน์แอดได้บอกไปเลยค่ะ ถ้าคิดถึงชาบูต้องนึกถึงชูบาร์ อร่อยจัดจ่าน ย่านราชเทวีอย่างนี้ ขนาดนี้ก็ต้องขอการันตีความอร่อยให้ไปเลยค่ะ อยากกิน หิวเลย บุฟเฟต์ ๒๙๙ บาท พี่อิงบอกมีเนื้อด้วย แต่ว่าตอนนี้ร้านปิดชั่วคราว เพราะว่าต้องสนองนโยบายรัฐไปด้วยนะคะ ชูบา ชาบูเพราะว่าจริง ๆ สูตรเอามาจากญี่ปุ่น10 ปีแล้วที่ลูกค้าชอบ เป็นลูกค้าติด และประทับใจมาก อาจจะต้องหยุดหรือปปิดร้านชั่วคราว อยากจะบอกว่าตอนนี้ทุกคนก็ได้รับผลกระทบกันโดยส่วนมาก ไม่ว่าจะมากจะน้อย อยากให้สู้ ๆ แล้วกัน อยากให้กำลังใจตัวเองด้วยขอบพรคทางช่อง 9 ของผู้ที่มีความเสียงติดเชื้อโควิด (พิธีกร) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยความก้าวหน้า ผลงานแอปพลิเคชัน DDC-Care สู้ภัยไวรัส COVID-19 ความรู้สู่สังคมพร้อมสร้างความเชื่อมั่นและการเตรียมความพร้อมทางการได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน รายละเอียดจะน่าสนใจอย่างไร ทุกเรื่องที่อยากรู้ ทุกปัญหาจะคลี่คลายในบ่ายนี้มีคำตอบ (ดร. จุฬารัตน์) สวัสดีค่ะ (นายแพทย์ธนรักษ์) สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ เมื่อวานวันก่อนก็ยังคุยกันเรื่องเทคโนโลยีนะครับ วันนี้ก็มีเรื่องของ Application ที่ทีมคนไทยคิดขึ้นมาเพื่อสู้กับโควิด โดยสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. เขาใช้คนเก่ง ๆ มารวมกันสร้างแอปพลิเคชันติดตามตัวผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แล้วกักตัว เพื่อจะดูว่าออกนอกพื้นที่หรือเปล่ารายงานวันต่อวันไหม สุขภาพเป็นอย่างไร มีไข้ไหม เขาเริ่มใช้กันแล้วนะครับ // ค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ข้อมูลจากทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขด้วย ท่านผู้ชมที่มีคำถาม มีข้อเสนอแนะ โทร. ไปที่ 02-5647สวทช.025-647-000 แล้ววันนี้ของเราจะมีระบบบรรยายแทนเสียงสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน ซึ่งระบบนี้เราพัฒนาโดย สวทช. เช่นเดียวกันนะคะ แล้ววันนี้ท่านผู้ชมที่มาคอมเมนต์ เราจะมีกระเป๋าผ้าแคนวาส 22 ปี บ่ายนี้มีคำตอบส่งให้ถึงบ้าน เดี๋ยวเราไปพบกับ application รายละเอียดข้อมูลที่น่าสนใจค่ะ พักกันสักครู่ค่ะ (พิธีกร) คุณผู้ชมครับ วันนี้ ๒ ท่านจะคุยกับเรานะครับ ดูแลกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่ต้องกักตัวนะครับ แนะนำท่านแรกครับ ดร. จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการพัฒนาเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ ถัดมาคุณหมอธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค สวัสดีครับ ขออนุญาตเรียนถามก่อนนะคะ ท่านรองผู้อำนวยการ Application นี้ค่ะ ที่มาที่ไปนี้ก็คือเราเห็นปัญหาของประเทศ ปัญหาของโรค ทางเราเราก็คิดแอฟพลิเคชั่นขึ้นมา ก็จริง ๆ มีการประสานกันนะคะ ทั้ง 2 กระทรวง ทั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัฒตกรรม หรือเรียกสั้น ๆ ว่ากระทรวง อว. กับทางกรมควบคุมโรค สาธารณสุขนะคะ พอมีการระบาดนี่ค่ะ เราก็นักวิจัยก็ช่วยกันคิดดูว่าด้วยความเชี่ยวชาญที่เรามี เราจะเข้าไปช่วยในส่วนไหนได้บ้าง พอเราคิดถึงแอปพลิเคชันตัวนี้ DDC-Care และประเมินผู้มีความเสี่ยง ที่ต้องกักตัวเองอยู่ในที่พักอาศัย ภายใน 14 วันนี่ ประสานกับทางกรมควบคุมโรคว่าแอพพลิเคชั่นนี้ดีไหมและคุณหมอเห็นด้วยว่าดีเราก็รับ requirment มา พัฒนา พัฒนากันอย่างเร่งรีบเลยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ version แรกออก แล้วเราก็กลับไปหาคุณหมอบ่อย ๆ เพื่อจะรับ Requiement มา ก็ใช้จริงมาเริ่มแรกใช้จริงที่สถาบันบำราศนราดูร ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ประมาณครึ่งเดือนนะคะ มีผู้มีความเสี่ยงอยู่ประมาณ 300 กว่าราย ที่ลงทะเบียน // ทั่วประเทศ 300 กว่าราย อาจาย์ใช้ทีมงานทำเบื้องหลังกว่าจะสร้างขึ้นมากี่คนครับ // เรามีทีมไอทีที่พัฒนาแอปพลิเคชันนี้ 3 ทีมด้วยกัน ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ 20 กว่าชีวิตที่ระดมกัน ตอนนี้ก็ระดมอยู่นะคะ เพราะว่าพอเราเปิดใช้งานจริงนี่ เราจะมีผู้ใช้ที่แนะนำ คำให้คำแนะนำเพิ่มเติมมา เปลี่ยนตรงนั้นอะไรอย่างนี้เราก็ปรับให้ ที่นี้เรียนว่าแอปพลิเคชันนี้ค่ะ มีวัตถุประสงค์อยู่ 2 ประการ ประการแรกก็คือว่าให้ผู้ที่มีความเสี่ยงปักหมุดว่า บริเวณที่เขาจะกักตัว ที่พักอาศัยที่เขาจะอยู่ 14 วัน เป็นตรงไหน// ในแอพจะมีให้ปักหมุด เหมือนปักหมุดใน google ในไลน์ (ดร. จุฬารัตน์) ใช่ค่ะ (พิธีกร) เดี๋ยวผมทำความเข้าใจก่อน ไม่ใช่ทุกคนใช้ ถูกไหม (ดร. จุฬารัตน์) ไม่ใช่ค่ะ คนที่ // มีความเสี่ยง ที่จะติดเชื้อโควิด - 19 เป็นความร่วมมือ หรือเป็นบังคับว่าต้องทำนะ (ดร. จุฬารัตน์) อันนี้มีเป็นคำขอร้องนะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าผู้มีความเสี่ยงถูกระบุมาอย่างไร นะคะ แต่เอาวัตถุประสงค์ก่อนนะคะ เมื่อสักครู่เป็นวัตถุประสงค์แรก ที่ว่าระบุตำแหน่ง แล้วก็ระบบจะมีการเช็กสัญญาณอยู่ตลอดทุก ๆ ๑๕ นาทีว่าคุณอยู่บริเวณถูกต้องไหมนะคะ ถ้าออกนอกบริเวณเกิน 50 เมตร ระบบจะขึ้นเตือนว่าคุณออกนอกบริเวณที่กักตัวแล้วนะคะ วัตถุประสงค์ที่ 2 ในระยะ 14 วัน ทางกรมควบคุมโรคต้องการให้บุคคลผู้มีความเสี่ยงตรวจเช็กสุขภาพตัวเอง ซึ่งทางกรมควบคุมโรคก็จะให้รายการมาว่าจะถามอะไรบ้าง วันนี้วัดไข้แล้วหรือยัง วัดแล้ว มีเท่าไร มีอาการเจ็บ มีอากาคไอบ้างไหม แล้วก็ส่งข้อมูลเข้ามา ก็จะทำการประมวลผล โดยกฎกติกาที่ทางกรมควบคุมโรคให้ทางทีมพัฒนามา ว่า อาการแบบนี้ป่วยมากป่วยน้อย มีโอกาสที่จะเป็นไข้หวัดหรือติดเชื้อโควิด ถ้ามีความเสี่ยงว่าน่าจะมีอาการของโควิด ทางกรมควบคุมโรคก็จะติดต่อไป หรือว่าผู้ที่ได้รับการประเมินเขาจะได้ผลด้วยว่าเขามีความเสี่ยงสูงขึ้น เขาก็อาจจะ โทร. เข้ามาที่กรมควบคุมโรคก็ได้ค่ะ (พิธีกร) คุณหมอธนรักษ์คะ 3 เดือนที่เราไม่เจอกัน ครั้งแรกที่เรารู้จัก โควิด-19 ก็เพราะคุณหมอธนรักษ์มาเล่าให้ฟัง วันนี้ 17 เมษายน 3 เดือนพอดี มีอะไรใหม่ ๆ ที่เรารู้จักมากขึ้นไหมคะ // จริง ๆ มาจนถึงวันนี้นี่อะไรเปลี่ยนไปเยอะนะครับ ตอนนั้นเรามีคนไข้... รู้สึกยังไม่มีคนไข้รายแรกเลยนะครับ แล้วตอนนี้คนไข้เมืองไทย 2,000 กว่า เข้าไปแล้ว แต่ก่อนเราไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าระบาดจากคนไปคนตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าระบาดเร็วมาก วันก่อนโน้นเรายังไม่รู้เลยว่าเราจะรักษาอย่างไร ตอนนี้เรามียาต้านไวรัสที่พอเชื่อถือได้สักระยะหนึ่งแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่เราพยายามทำมาตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันนะครับ ได้เปลี่ยนไปยอะมากแล้ว จากการที่เน้นหนักที่สนามบิน มาเป็นการปิดสถานที่โน่น นี่ นั่น แล้วก็พยายาม เรามีการระบาดรอบแรกจบไปแล้ว จะใช้คำว่าจบ ก็อาจจะไม่ดี มันเลยจุดสูงสุดของมันไปแล้วนะครับ // ค่ะ // จำนวนผู้ป่วยเริ่มลดลง (พิธีกร) แต่ไม่ประมาทก็เราก็ผ่านอะไรมาเยอะ แล้วยังมีเรื่องที่เราจะต้องจัดการอีกเยอะเหมือนกันวันข้างหน้า (พิธีกร) เพราะฉะนั้นถ้าสมมตินะคะ แอปพลิเคชัน เราพอรู้แล้วว่ามันมีประโยชน์อย่างไร ไม่มีแอปพลิเคชันนี้ขึ้นมา คุณหมอเหนื่อยกันขนาดไหน // เรื่องของการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ หรือผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง เป็นเรื่องที่ต้องทำ เป็นมาตรการทางสาธารณสุขที่สูงที่สุด นั่นก็คือการพยายามไปตัดวงจรในการการแพร่ระบาด เพราะฉะนั้นในส่วนของการติดตามผู้สัมผัสให้ได้มีประสิทธิภาพเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำ ในอดีตเราใช้วิธีการเอาคนไปตาม เอาคนไปดูว่าคุณอยู่บ้านหรือเปล่า แล้วก็ทุกวันก็จะต้องมีคนไปเคาะประตูบ้าน คุณอยู๋บ้านใช่ไหม แล้วก็คุณมีอาการต่อไปนี้หรือเปล่า ของพวกนี้ถามได้แค่วันละครั้ง เราคงไม่สามารถไปเยี่ยมบ้านวันละหลาย ๆ รอบได้ เพราะฉะนั้นการมีแอปพลิเคชันตัวนี้ช่วยได้มาก แล้วก็เป็น two way communication เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ตัวคนที่เราขอให้เขาสังเกตอาการ เขาสามารถคุยกับเราได้ แล้วเขาอยากจะคุยกับเราเมื่อไรก็ได้ แล้วเขาก็แจ้งอาการผิดปกติเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ใช่แค่วันละครั้งเดียว และในขณะเดียวกันเราก็สามารถติดตามเขาได้ตลอดเวลาว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เขาอยู่ที่บ้านหรือเปล่า อย่างที่ ดร.จุฬารัตน์ บอกนะครับ เราไปเคาะประตูบ้านเขา พอวันนี้เขารู้ว่าเรามา เขาก็อยู่// แต่คนที่ไปเคาะประตูบ้านก็มีความเสี่ยง เพราะว่าวิธีการใช้แอปพลิเคชันก็เป็น social distancing แบบหนึ่งใช่ไหมคะ ที่ติดต่อได้เลย แล้วก็อีกอย่างที่สำคัญก็คือจะมีระบบข้อมูลให้กับคุณหมอ ในการที่จะทำงานต่อไป ในการรู้จักโรคอุบัติใหม่ตัวนี้ ใช่ครับ // คุณหมอแล้วทีมมอนิเตอร์ที่เขาจะดูว่าที่อาจารย์บอก 300 คนนี่ ใคร Monitor ดูตรงนี้ ใครดูอยู่ครับ (นายแพทย์ธนรักษ์) ตอนนี้ก็มี moniter ดูอยู่ครับ แล้วก็ทางทีมของอาจารย์จุฬารัตน์มาช่วยดู เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มใช้มาแค่ครึ่งเดือน เราก็ต้องการจะรู้ข้อมูลที่ไหลเข้ามาหน้าตาเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรไหม ติดขัดอะไรไหม ข้อมูลพวกนี้เอาไปใช้ได้ดีแค่ไหน (พิธีกร) ถามอาจารย์นิดหนึ่ง ตอนนี้มี 300 ใช่ไหมครับ ตั้งแต่เริ่มรันแอปพลิเคชัน มีใครเริ่มป่วย เจ็บคอ ไอ ต้องมาโรงพยาบาลแล้วมีหรือไม่ ที่มอนิเตอร์กันมาเจอไหม หรือว่ายังโอ.เค. กันอยู่ // ก็จะมีขึ้นระดับสีส้มนะคะ ก็จะมีสีเขียว สีส้ม สีแดง มีสีด้วยนะครับ (พิธีกร) ถ้าถึงจุดนั้น (ดร. จุฬารัตน์) ถ้าเป็นสีแดงค่ะ เจ้าหน้าที่สามารถโทร. ไป เราจะเก็บข้อมูลไว้ในแอฟพลิเคชันตอนที่เขาลงทะเบียนมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่ออย่างไร อะไรอย่างนี้ ก็จะ โทร. ไปสอบถามอาการ ถ้าดูแน่แล้วว่าน่าจะติดเชื้อ น่าจะป่วย บางทีกรมควบคุมโรคก็ส่งรถไปรับเลยนะคะ // ส่งรถไปรับเลยหรือครับ นี่ดีกว่าอังกฤษอีก ประเทศไทยส่งรถไปรับ รู้พิกัด อำเภอนี้ ตำบลนี้ใช่ไหมครับ แล้วไปรับเสร็จแล้วไปไหนต่อครับ ก็ไปโรงพยาบาลในพื้นที่หรืออย่างไรครับ (นายแพทย์ธนรักษ์) เขาเป็นคนที่มีอาการ มีความเสี่ยงสูง ดูอาการ คนกลุ่มนี่อย่างไรก็ต้องวินิจฉัย เขาก็รับมาเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป (พิธีกร) เราดีกว่าอังกฤษ ยุโรปอีกนะเนี่ย แต่อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี่มีเบื้องหลังนะครับ (พิธีกร) ใช่ค่ะ เดี๋ยวจะไปคุยกับดร.อนันต์ลดา โชติมงคล ซึ่งเป็นนักวิจัย ศูนย์วิจัย สิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องมือแพทย์ที่เป็นผู้คิดค้นเครื่องมือนะคะ แล้วเดี๋ยวจะกลับมาคุยกับทั้ง ๒ ท่าน เอ๊ะ ๑๕ วัน เห็นบอกว่าไปทดลองใช้ที่โรงพยาบาลบำราช ได้ผลขนาดไหน ไปพบกับคุณวิศาลค่ะ นะครับ สวัสดีครับ อาจารย์ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันเร็วมาก ค่อนข้าง (ดร.อนันต์ลดา) ใช่ค่ะ 20 กว่าชีวิต ก็จะมีทั้งพัฒนา application แล้วก็พัฒนาระบบที่เรียกว่า แดชบอร์ด ที่สำหรับให้ทางเจ้าหน้าที่ดูข้อมูลต่าง ๆ (พิธีกร) จนใช้งานจริงแล้วตอนนี้ อาจารย์สาธิตให้ดูหน่อยครับสมมุติว่าบางคนต้องถูกกักตัว กักบริเวณ (พิธีกร) ต้องโหลดแอปชื่อว่า (ดร.อนันต์ลดา) DDC-Care ค่ะ ตัวนี้ค่ะ เป็นรูปหัวใจสีชมพู นี่ ๆ ที่นิ้วอาจารย์ชี้ // ตัวนี้ที่เป็นโลโก้ DDC-Care โหลดแอปมาเสร็จแล้วอย่างไรต่อครับ (ดร.อนันต์ลดา) จริง ๆ อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ได้พูดนำไปแล้วว่าต้องเป็นเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงจริง ๆ ไปที่โรงพยาบาลแล้วผลตรวจเป็นลบ ทางโรงพยาบาลให้กักตัวอยู๋ ก็จะให้สแกนคิวอาร์โคดให้ลงทะเบียนก่อนถึงจะได้ดาวน์โหลดได้ คือถ้าเป็นบุคคลทั่วไปเปิดมา จะเข้าใช้งานไม่ได้นะคะ (พิธีกร) ต้องเฉพาะ (ดร.อนันต์ลดา) แล้วก็มีอีกกรณีหนึ่ง ถ้าเราพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว ทางกรมฯ ก็จะค้นหาว่าใครเป็นคนใกล้ชิดบ้าง แล้วก็ส่งเอสเอ็มเอสให้ไปติดตั้งดาวน์โหลดที่บ้านนะคะ คือเดินทางมาโรงพยาบาลก็มีความเสี่ยงอีก คือถ้าได้รับ SMS ก็ติดตั้งแอปพลิเคชันแล้วก็ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้านก่อน อันนี้ก็จะเป็น icon สีชมพู เข้าไปปุ๊บ อันนี้ดลือกภาษา แล้วก็อันนี้ก็คือต้องลงทะเบียนก่อนถึงจะล็อกอินได้ เดี๋ยวขอดาวน์โหลด (พิธีกร) คือถ้าเขาให้ SMS มา หรือไปลงทะเบียนที่โรงพยาบาลอย่างที่บอก ไม่ใช่ทุกคนใช้นะครับ อันนี้คืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้กรมควบคุมโรค Monitor ได้ว่า ถูกกักตัว 14 วัน แต่ละคนออกนอกพื้นที่ไหม อาการเป็นอย่างไรในแต่ละวันครับ (ดร.อนันต์ลดา) สิ่งแรกเลยที่ต้องเข้ามา ที่บ้านบอกเลยว่าบ้านเราอยู่ไหน ใส่ Address อย่างตอนนี้เราอยู่ที่ อสมท. (พิธีกร) ก็ปักหมุดอย่างนี้ใช่หรือไม่ครับ (ดร.อนันต์ลดา) ปักหมุดนะคะ // เราก็จะปักหมุด กรุงเทพ ตรัง (ดร.อนันต์ลดา) ใส่พิกัดกดไป เจ้าหน้าที่ก็จะทราบว่าเมื่อสักครู่นี้คือบ้านเรา ถ้าเราออกนอกรัศมีเกิน 50 เมตร มันจะส่งไปฝั่งที่แดชบอร์ดที่ทางเจ้าหน้าที่ดูอยู่ และแต่ละวันสิ่งที่ผู้ที่ลงแอพลิเคชันที่ต้องทำก็คือ ทำแบบคัดกรองรายวันนะคะ คำถามง่าย ๆ มีไข้หรือเปล่า (พิธีกร) รู้สึกว่ามีไข้ไหม (ดร.อนันต์ลดา) วัดอุณหภูมิร่างกายไหม 38 ถ้ายังไม่วัดนี่ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าเขาจะแนะนำว่าควรจะวัด แล้วมีอาการเหล่านี้ไหม ไอ เจ็บคอ // ถ้ามีก็ติ๊ก (ดร.อนันต์ลดา) เลือกเลยค่ะ ไอ เจ็บ คอ เลือกได้ กดให้ยืนยันอาการเป็นอย่างนี้ใช่ไหม แล้วก็ส่งข้อมูล (พิธีกร) ข้อมูลนี้ก็จะไปที่ (ดร.อนันต์ลดา) ใช่ค่ะ ก็จะไปที่ระบบที่กรม monitor ว่ามีอย่างไรบ้าง มีความเสี่ยงสูงมาก มีอาการครบเลย เป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว มีไข้ ไอ เจ็บคอ ครบ ๓ อย่างเลย (พิธีกร) ทำอย่างไรต่อครับ (ดร.อนันต์ลดา) ติดต่อกรม 1422 จะมีขึ้นเบอร์ให้ค่ะ สามารถโทรออกจาก application ได้เลย (พิธีกร) สามารถติดต่อไปว่าผมไอ มีไข้ นี่นะครับ ก็โทร. ไปเสร็จปุ๊บ ทางกรมฯ ก็จะ (ดร.อนันต์ลดา) ได้รับข้อมูลแล้วก็ได้รับตำแหน่งของเราด้วย ติดตามที่อยู่ใช่ไหมคะ ก็จะสามารถส่งรถมารับได้ คือไม่ควรเดินทางด้วยรถสาธารณะอยู่แล้วนะคะ ก็จะมีรถมารับ อันนี้ลงมาแล้ว 4 วัน อันนี้วันที่ 4 ถ้าวันไหนไม่ทำ อันนี้ค่ะ ขึ้นเลย (พิธีกร) สมมุติว่าได้แอปไปลืมหรือขี้เกียจ (พิธีกร) แล้วพอไม่ทำนาน ๆ 7 วัน 8 วัน 15 วัน นี้อย่างไรครับ (ดร.อนันต์ลดา) ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ถ้าไม่ทำสัก 2 - 3 วัน เจ้าหน้าที่จะเห็นว่าใครไม่ทำ อาจจะมีโทรศัพท์มาสอบถามว่า เกิดอะไรขึ้นหรอเปล่า // ทำไมไม่กรอกข้อมูล // อันนี้ไม่สามารถกรอกย้อนหลังไม่ได้วันต่อวัน (ดร.อนันต์ลดา) ไม่ได้ค่ะ ก็คือเห็นเลยว่าขาดไป แต่ทีนี้ (พิธีกร) อ๋อ เขาจะโทรมาตามเลยว่าทำไมไม่รายงาน 2 วันที่ผ่านมา ไม่เห็นตอบแบบสอบถาม (ดร.อนันต์ลดา) ใช่ค่ะ สามารถ แต่สามารถทำได้มากกว่าวันละ 1 ครั้ง เมื่อเช้าสบายดีไม่มีอะไร ก็กรอกปกติ ตอนบ่ายเริ่มมีไข้ เป็นอะไรหรือเปล่า ก็มากรอกได้ ก็จะมีคำแนะนำมานะคะ (พิธีกร) ครับ ก็พอทำไปแล้วที่ผ่านมาเป็นอย่างไรครับระบบทำงานได้ดีไหมครับ ตั้งแต่ 31 มีนาคม (ดร.อนันต์ลดา) ก็ได้ระดับหนึ่งค่ะ อันนี้ก็ต้องใส่ความร่วมมือของคนใช้แอปพลิเคชันด้วย ลงแอปพลิเคชนด้วย รายวันหรือยัง บางคนลืม