--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (20 เม.ย. 63) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր... Ր (คุณสุภนันท์) ครับ สวัสดีครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่แถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ประจำวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 นะครับ วันนี้ครับ มีทั้งประเด็นสำคัญ จากที่ประชุม ศบค. สถานการณ์ประจำวัน โดยจะมีการแถลงข่าวเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะครับ ลำดับแรกขออนุญาตเรียนเชิญโฆษก นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ครับ เรียนเชิญครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนนะครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รายงานตัว เป็นประจำวันนะครับ สำหรับหน้าที่ของโฆษก ศบค. วันนี้มีการประชุมใหญ่นะครับ ซึ่งมีผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มานำประชุมขออนุญาตได้ถอดหน้ากากผ้าออกนะครับ เพื่อเราจะได้สื่อสารกัน อย่าลืมนะครับ ท่านใส่ทุกวันเราจะได้ปลอดโรคปลอดภัยวันนี้จะนำเรียนสถานการณ์รายวันนะครับ เป็นปกติเช่นเคยแล้วก็จะตามด้วยผลสรุปของที่ประชุมซึ่งท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. เป็นประธานในวันนี้นะครับ แล้วก็ตามต่อด้วยคำถาม คำตอบ เหมือนเดิมนะครับ สถานการณ์ของการติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 ในวันนี้นะครับ ก็มีข่าวดีนะครับ มีผู้ที่หายป่วยแล้วเพิ่มขึ้น 71 คน ในวันนี้ รวมแล้วหายป่วย 1,999 ราย แหม อีกนิดเดียว ก็ 2,000 แล้วนะครับ แต่เชื่อว่าจะหายป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยืนยันมีการสะสมเป็นผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,792 นะครับ ใหม่ขึ้นมาในวันนี้คือ 27 รายครับ ซึ่งก็ยังเป็นตัวเลข 2 หลักที่เราอยากจะเห็นภาพนี้อยู่นะครับ ก็ต้องขอบพระคุณทุก ๆ ท่านนะครับ เสียชีวิด วันนี้ไม่มีเพิ่มเติม ก็ยังคงไว้อยู่ที่ 47 ราย โดยส่วนใหญ่แล้วก็ยังอยู่ที่กลุ่มอายุ 20-29 ที่เมื่อวานนี้เราได้รายงานกันไปแล้วนะครับว่า เขามีความเสี่ยงอะไรอย่างไร ผู้ชายก็มากกว่าผู้หญิงก็เป็นประเด็นเดิม ๆ นะครับ มาดูนะครับ แผนภูมิที่เป็นกราฟ ที่กำลังเห็นภาพของการคงที่คงตัว แต่ก็ยังมีมีแนวโน้มที่ยังไว้ใจไม่ได้นะครับ เพราะว่าในเพื่อนบ้านเรานะครับ ผิดพลาดนิดหน่อยก็ทำให้ตัวเลขของผู้ที่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น เดี๋ยวคงได้เรียนรู้จากต่างประเทศอีกทีหนึ่ง ผู้ป่วยรายใหม่ 27 ราย เส้นสีแดง แล้วก็เส้นสีฟ้านะครับ เป็นผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ 746 นั่นหมายความว่า ออกจากโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ๆ นะครับ ก็ทำให้จำนวนของคนที่อยู่ในโรงพยาบาลก็น้อยลงนะครับ ซึ่งตรงกันข้ามกับสีเขียว สีเขียวออกจากโรงพยาบาลก็ทแยงขึ้นไป ผู้ป่วยสะสมอยู่ข้างบน นะครับ วันนี้มีกรณีของคนนะครับ ที่อยู่ในสถานที่กักกันนะครับ ก็คือที่กระบี่ คนที่เป็นกลับมาจากประเทศอังกฤษนะครับ 1 คน ก็เลยทำให้ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นมา วันนี้รวมกันแล้ว 27 ราย มาจากไหนบ้างนะครับ ก็มาจากผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 16 ราย แล้วก็อยู่ในกลุ่มที่ 2 นี้ก็จะลดน้อยประปรายแล้วครับ ลดน้อยลงมาแล้วครับ ก็คือ ไปในที่ชุมชน ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว อันนี้ 2 ราย สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำก็คือว่า ทำไมถึงกังวลใจนักเวลามีคนชุมนุมกัน ทั้งด้วยเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือจะตั้งใจอะไรก็แล้วแต่นะครับ อย่างกรณีที่เกิดขึ้น การมารวมกลุ่มของคนที่รอรับบริจาคก็จะอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ อย่างนี้ด้วยนะครับ ต้องระมัดระวังกันนะครับ ผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เข้า State Quarantine ที่กระบี่ก็ 1 ราย รวมแล้วเป็น 27 รายนะครับ การกระจายของคนในประเทศ ยังเป็นภาพเดิม ๆ ตอนนี้จะเห็นว่ากล่องทางด้านซ้ายมือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ภูเก็ต สมุทรปราการ ยะลา ก็ยังคง ๆ เดิมอยู่ ทางขวามือ ซึ่งเราจะเห็นการระบายสีอยู่ในช่องต่าง ๆ นี้นะครับ ของทางขวามือนะครับ มีภูเก็ตนำ และกรุงเทพมหานคร ยะลา ปัตตานี อันนี้ต้องระบายสีขึ้นมา เพราะว่าเป็นจังหวัดที่มีการจัดพื้นที่กักกันนะครับ ที่รัฐจัดให้ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องแบกรับตัวเลขที่ ที่เราพูดว่า state quaruntine local quaruntine ในการที่จะกักกันผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ให้มาอยู่ตรงนี้รวม ๆ กัน เพราะฉะนั้นเขาก็เลยต้องมีตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เดี๋ยวหลายคนก็จะบอกว่า หมอเอาตัวเลขนี้แยกออกไปได้ไหม จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่คนจังหวัดฉันต่างหาก อย่าเพิ่งละเอียดขนาดนั้นเลยครับ ผมว่าก็เป็นเรื่องของการที่ฝากท่านไว้นะครับ จะเป็นตัวเลขอะไรอย่างไร เราก็ไม่ได้กล่าวหาอะไรใคร เรารู้ว่าที่ไปที่มาเป็นอย่างไร เราจะช่วยกันทำให้ทุก ๆ คนที่ดูแลกันอยู่อย่างนี้กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยทุก ๆ คน ก็ฝากคนไทยด้วยกันนะครับ ไปอยู่บ้านท่าน จังหวัดท่าน ก็แค่ตัวเลขเท่านั้นเองนะครับ เราก็ไม่ได้มีอะไรเป็นตัวที่จะมาว่ากล่าวอะไรกัน ก็เพียงแต่ว่าวันนี้ก็จะแสดงให้เห็นว่า ชื่นชมที่ท่านต้องมีตัวเลขนี้ไปสะสมอยู่ที่จังหวัดของท่านด้วย 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานยังคมเดิมนะครับ ไปที่อีกแผนภูมิหนึ่งนะครับ มีตัวเลขของจังหวัดที่ไม่มีรายงานในช่วงของ 14 วันที่ผ่านมา ก็พบว่าเพิ่มขึ้นอีกเป็น 35 จังหวัดนะครับ ถ้า 35 นี่ ก็เกือบจะครึ่งหนึ่งของประเทศไทยแล้วนะครับ มีจังหวัดสระแก้ว กับอุบลราชธานี 14 วันที่ผ่านมาไม่มีอีกเลยนะครับ ก็เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นนะครับ กับ 9 จังหวัดด้านล่างเหมือนกัน แผนภูมิทางด้านซ้ายนี้จะเห็นว่าจะระบายสีแตกต่างกันไป เขียวนี้คือไม่มีเลยนะครับ ถ้าสีเขียวอ่อน ๆ ลงมา ก็คือ ไม่มีรายงาน ในช่วง 28 วัน ถ้าออกมาเป็นสีออกจะขาว ๆ ออกเหลือง ๆ นิดหน่อยนี่นะครับ อันนี้มีรายงานในช่วง 14-28 วันที่ผ่านมา ถ้าออกเป็นสี จะใช้คำว่าสีอะไรดี สีส้ม ๆ นิด ๆ นี่นะครับ ยังมีรายงานในช่วง 7 -14 วันที่ผ่านมา แล้วก็สีแดงใน 7 วันที่ผ่านมายังมีรายงานอยู่ เพราะฉะนั้นได้เรียนรู้กันนะครับว่า เรามีตัวเลขที่เราได้ติดตามกันอยู่อย่างไร มาดูแผนภูมิที่จะบอกว่ากรุงเทพฯ แนวโน้มเป็นอย่างไร ก็ลดลงนิดหน่อย ใน ๓ วันนี้ แต่แนวโน้มก็ยังดูสูงอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับทางจังหวัดอื่น ๆ ที่เป็นสีแดงนะครับ แต่จังหวัดอื่น ๆ ก็ดูมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็คือในต่างจังหวัดทั้งหลาย อันนี้พอรวมกันแล้วก็ยังมีความน่ากังวลอยู่นะครับ มาดูที่เรื่องของผู้ป่วยยืนยันในแบ่งกลุ่มอายุ ก็จะพบว่านะครับ กลุ่มของอายุ 20-29 ก็ยังเป็นกลุ่มอายุที่สูงมาก ๆ อยู่นะครับ ส่วนรองลงมาก็จะเป็น 50-59 ที่จะเห็นสีส้มนะครับ ที่จะขึ้นมาอยู่จำนวนมากทีเดียว อันนี้นำเรียนว่าคงจะต้องมาช่วยกันลดลงให้ได้ นะครับ ไม่ใช่สิ น่าจะเป็น 30-39 ที่จะรองลงมา อันนี้ภาพรวมนะครับ ที่จะมาเป็นอย่างนี้ ในประเด็นของการดูแต่ละสัปดาห์ไล่กันขึ้นมา ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 13 ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม สัปดาห์ที่ 4 จะเป็นช่วงต้นเดือนนี้ สัปดาห์ที่ 15 ก็จะเป็นช่วงก่อนสงกรานต์นะครับ แล้วก็สัปดาห์ที่ 16 ก็จะเป็นช่วงสงกรานต์ แล้วก็สัปดาห์ที่ 17 ก็คือช่วงเวลาตอนนี้นะครับ จะเห็นว่าในกรอบสีแดงบนสุด สัมผัสผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ ก็จะค่อย ๆ ลดลงมาจาก 185 เหลือ... ไม่ใช่สิ เพิ่มขึ้นแล้วค่อยลดลงมา 185 ไปเป็น 329 แล้วลงมาที่ 176 แล้วลดลงมา 121 แล้วสัปดาห์นี้ก็ลดลงมาอีกนะครับ นี่คือกลุ่มก้อนใหญ่มาก ๆ ซึ่ง สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า ซึ่งจะเชื่อมโยงว่าก็อยู่ในครอบครัวกันเองนี่ล่ะครับ ที่บอกว่าอยู่บ้านก็ต้องมีการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย กันไว้นะครับ ในกลุ่มของคนที่มีอาชีพเสี่ยง 51, 78, 42, 18 แล้วก็ 3 อันนี้อยู่ในสถานที่แออัดต้องระวัง กลุ่มของสถานบันเทิงก็หายไปแล้วนะครับ สัปดาห์นี้ก็ไม่ค่อยเห็นแล้วนะครับ เช่นเดียวกันกับสนามมวยก็หายไป 2 สัปดาห์แล้ว เพราะว่าเราก็ติดตามตรวจได้ แล้วก็ไม่ได้มีการเปิดในการชมมวยกันอีกแล้วนะครับ เรามาดูกันในกลุ่มของบุคลากรสาธารณสุขก็มีประปรายนะครับ อันนี้ก็อย่างที่บอกว่ามีข่าวออกมาหลาย ๆ ครั้ง แล้วไม่ได้บอกอาการของท่านหรือบางทีบางครั้งก็บุคลากรของเราเองก็ไปมีเรื่องของเรียกว่าการดูแลในเรื่องของชีวิตประจำวัน ต้องมีการพูดคุยกันให้เยอะมากด้วย และมาตรการในการป้องกันส่วนบุคคลตามกันมา ขณะเดียวกันการป้องกันในเชิงของการบำบัดรักษาของหน้ากาก N95 ซึ่งจะต้องให้เพียงพอ ชุดป้องกันตนเอง PPE ตอนนี้ก็เป็นมาตรการที่ทางภาครัฐต้องจัดเสริมเข้าไป เพราะว่าบุคลากรทางภาครัฐก็เป็นผู้ที่สำคัญในการที่จะมาดูแลเป็นด่านหน้ากับผู้ที่ติดเชื้อนะครับ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ อันนี้สำคัญครับ เพราะว่าเป็นกลุ่มก้อนหลัง ๆ ที่เจออยู่ เพราะว่าเป็นกลุ่มก้อน ตั้ง 51, 7 แล้วก็ 9 นะครับ ที่เรานำเรียนไปแล้ว แต่ว่ากลุ่มของคนที่ไปสถานที่ชุมนุม ชุมชนในตลาดนัดนี่ล่ะครับ 3, 21 20 3 ถ้าคุมไม่ดีนี่ ตรงนี้จะขึ้นมานะครับจะเป็นกลุ่มก้อนใหม่ ซึ่งเราก็น่ากังวลใจ แต่อย่างไรก็ตามแต่ภาพรวมลงมานี้ ต้องชื่นชมพวกเราทุกคนนะครับ ว่าลดลงมาอย่างชัดเจน ไปดูสถานการณ์ของโลก ตัวเลขรวม 2,400,000 กว่าคนนะครับ ที่ติดเชื้อทั่วโลก ยืนยันกันทั่วโลก รายที่หนักคือ 54,000 กว่าคน รายที่หายแล้วคือ 616,000 กว่าคน แล้วก็เสียชีวิตไป 165,059 ศพ เยอะมาก ๆ นะครับ เยอะจริง ๆ ตอนนี้ 6.9 เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ ตอนแรก ๆ เราบอกว่า เสียชีวิตไม่มากหรอก ไล่ขึ้นมาเป็น 4 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ 6.9 ก็คือ 100 คน เสียชิวิตไป 7 คน เยอะเหมือนกันนะครับ ซึ่งอันนี้ก็มากกว่าเรื่องของไข้หวัดใหญ่ ใหญ่กว่าโรคอื่น ๆ ที่คุ้นเคยกันอยู่นะครับ มาดูว่าประเทศไหนที่เป็นอันดับ 1 ยังคงเดิมอยู่ คือ สหรัฐอเมริกา เมื่อวานนี้วันเดียวเขาเสียชีวิตไปเพิ่ม 1,550 ราย รวมแล้วไปแตะที่ 40,565 ศพ ไปแล้วนะครับ สำหรับสหรัฐอเมริกา 565 ศพไปแล้วนะครับ สำหรับสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวนะครับ รองลงมาก็คือทางฝรั่งเศสนะครับ ก็ไปที่ 19,000 ไม่ใช่ครับ อันนี้ คือ เสียชีวิตรองลงมาเมื่อวานนี้ที่อังกฤษ 596 นะครับ แล้วก็รองลงมาคือ 395 นะครับ ของทางฝรั่งเศสนะครับ ซึ่งอันนี้ก็ต้องดูแลตัวเลขตัวนี้ติดตามกันไป แต่ว่าสิ่งที่เข้ามารัสเซีย จะเห็นนะครับว่า เมื่อวานเสียชีวิตไป 48 ราย รวมแล้วเสียชีวิต 361 รวมตัวเลขของเขา ก็ 42,000 รวมยอดตัวเลขติดเชื้อ ของเขาตอนนี้ก็ 42,000 เพราะว่าอยู่ในประเทศ ที่อยู่ในกลุ่มของเอเชียด้วยกันนะครับ มาดูที่กลุ่มเอเชีย ก็คือญี่ปุ่นจะนำขึ้นมามากกว่าคนอื่นเขา เมื่อวาน New Case ของเขารายใหม่ 501 เสียชีวิตเพิ่มขึ้นตอนนี้แตะไปที่ 10,797 นะครับ รองลงมาในกลุ่มอาเซียนของเรา ไปดูที่สิงคโปร์เมื่อวานนี้ ยังเยอะอยู่นะครับ 596 ราย อย่างที่บอกว่า เขาอยู่ในกลุ่มก้อนของคนที่ มีการติดเชื้อ ในกลุ่มคนผู้ใช้แรงงาน ถ้ายังพอมีเวลา เดี๋ยวจะมาวิเคราะห์ เจาะลึกลงไปในสาเหตุ ของประเทศเพื่อนบ้านเรานี้ ว่าเขาติดเชื้อมาก ๆ แล้วเราจะต้องเรียนรู้กับเขาอย่างไร แล้วจะต้องมีมาตรการของเราปรับใช้อะไรอย่างไรบ้างครับ อินโดนีเซีย เมื่อวานเป็นรายใหม่ ฟิลิปปินส์ 172 มาเลเซีย 84 นะครับ ของเราไม่ได้อยู่ในหน้ากระดาษนี้แล้วนะครับ หล่นไปอยู่ที่อันดับที่ 54 ครับ ไปดูมาตรการประจำวันที่เราได้รายงานกันทุกครั้งนะครับ ก็พบว่าเมื่อวานนี้ผู้ที่ออกนอกเคหสถานลดลงไป 14 ราย อยู่ที่ตัวเลข 660 นะครับ แต่ว่าชุมนุมมั่วสุมนะครับ เป็นคดีขึ้นมานี่ มีเพิ่มขึ้น 18 ราย เท่ากับต้องดำเนินคดีไป 86 คนนะครับ ตรงนี้ก็นำเรียนว่า ภาพยังเป็นซ้ำ ๆ เดิม ๆ อยู่ เราก็ต้องมาตอกย้ำกันว่า ขอให้ท่านร่วมมือกันเถอะ อย่าให้มีตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ เพิ่มขึ้นเลย เพราะว่ามาตรการเหล่านี้ จะเป็นตัวการันตีว่าท่านไม่ชุมนุม มั่วสุม ก็หมายความว่าท่านไม่ติดโรค ก็จะทำให้ตัวเลขของเราที่อยากจะเห็นตัวเลข 2 หลัก อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไร มีความสำคัญเชื่อมโยงกันไป จังหวัดไหนที่เยอะนะครับ ก็คืออันดับ 1 จะเป็นจะอยู่ที่ปทุมธานี ทางภาคอีสานจะอยู่ที่นครราชสีมา กรุงเทพมหานครนี้ พื้นที่ของคนจำนวนมากก็จะเห็นตัวเลขเยอะอยู่แล้ว ภาคใต้อันดับ 1 ภูเก็ตนะครับ แล้วก็เชียงใหม่จะเป็นอันดับ 1 ของทางภาคเหนือนะครับ อันนี้ก็นำเรียนว่า ก็มีความสำคัญ เชื่อมโยงกันไป กับตัวของการพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ด้วยนะครับ อย่างภูเก็ตก็ต้องขอความร่วมมือ ถึงแม้จะเป็นจังหวัดท่องเที่ยว มีคนที่อาจจะคุ้นเคยกับชุดพฤติกรรมเดิม ๆ อยู่ ต้องปรับเปลี่ยน ณ ตอนนี้นะครับ ที่เราบอกว่าเราต้องมีพฤติกรรมใหม่ ๆ New Normal เดี๋ยวนี้มีคนใช้กันเยอะมาก ก็หมายความว่าค่าปกติของทางสังคมนี่ ต้องปรับเปลี่ยนชุดพฤติกรรมนะครับ เช่น การใส่หน้ากากไปทุก ๆ ที่ ซึ่งตะวันตกเขาก็ไม่ยอมรับ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมรับ ตอนนี้เขายอมรับแล้ว ตอนนี้คือ New Normal ของทั้งโลกเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ทางฝั่งของเอเชียอย่างเดียวนะครับ อันนี้เราก็ต้องรับในเรื่องของชุดพฤติกรรมที่เราต้องเปลี่ยนแปลงนะครับ มาดู 10 อันดับ สูงสุดปทุมธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ กรุงเทพมาหนคร นครราชสีมานะครับ อันนี้คือ 10 อันดับสูงสุดนะครับ แล้วก็ 10 อันดับต่ำสุดนะครับ มีแม่ฮ่องสอน สิงห์บุรี พิจิตร สกลนคร อ่างทอง ลำปาง และหนองคายนะครับ ต้องชื่นชมกับทุก ๆ ที่ ไปดูเรื่องของมาตรการของการจัดส่งหน้ากากอนามัย รวมกันแล้ว 37 ล้านกว่าชิ้นนะครับ ส่งออกไปแล้วเป็นของทางส่วนของมหาดไทยไปสะสมไป 14 ล้านกว่าชิ้น แล้วก็ของทางสาธารณสุข 23,000,000 กว่าชิ้นนะครับ ซึ่งนำเรียนว่า มีภาพที่เราอยากจะเห็นและชื่นชม N95 ก็ส่งไปแล้ว ตอนนี้ก็ 119,000 กว่าชิ้น PPE Set หรือ Set ที่เอาไว้ในการปกป้องร่างกายของผู้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ก็จัดส่งไปแล้ว 19,290 กว่าชุดนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในช่วงที่ 2 นะครับ ขออนุญาตได้ทำหน้าที่ เป็นโฆษกของทาง ศบค. นะครับ ซึ่งท่านผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. คือ ท่านนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่งนะครับ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เรียกประชุมในวันนี้ ในที่ประชุมได้มีประกอบไปด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของท่านคณะกรรมการ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม อยู่ด้วยนะครับ วันนี้ ท่านนายกฯ ได้เริ่มต้นด้วยการกล่าวชื่นชมกับทางพี่น้องประชาชนที่ได้มีการช่วยกัน ร่วมกันทำให้ตัวเลขต่าง ๆ ของด้านการติดเชื้อลดลงนะครับ เป็นตัวเลข 2 หลักอย่างนี้มาสักระยะหนึ่ง แล้วก็ยังชื่นชมไปถึงเจ้าหน้าที่นะครับ ทั้งหลาย ที่ได้ทำงานไปในทุก ๆ ระดับ ท่านได้ไปตรวจเยี่ยมในด่านตรวจทั้งหลาย นะครับ แล้วก็ท่านก็ได้กล่าวชื่นชม แล้วก็อยากจะให้ดูแลในเรื่องของการมีเบี้ยเลี้ยง มีอะไรทั้งหลาย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นอยากให้ทางหัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายได้ดูแลเขาอย่างดี แล้วก็ยังเชื่อมั่นส่วนราชการทั้งหลายที่ได้มาประชุม ท่านบอกว่าเชื่อมั่นในสติปัญญาที่ท่านมี ในการที่จะมาร่วมกันแก้ปัญหา ก็ให้กำลังใจนะครับ กับทุก ๆ คนในการที่จะดูแลด้านนี้ ครับ กับคำถามที่สังคมมีมานะครับ ท่านก็กล่าวว่า เรื่องของการคงอยู่ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่นะครับ ก็ยังมีความจำเป็น ในสถานการณ์นี้นะครับ รัฐบาลนะครับ โดย ครม. จะหารือกันในวาระถัด ๆ ไปจากนี้ โดยนะครับ ท่านได้บอกว่า ในการที่จะมีมาตรการที่จะผ่อนคลาย สิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นนะครับ ต้องมีมาตรการออกมาก่อน ก็ได้มอบให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายนะครับ รวมถึงผู้ประกอบการทั้งหลายด้วยจะต้องมีการไปปรึกษาหารือแล้วก็เสนอขึ้นมานะครับ ว่าจะต้องมีมาตรการ ในการผ่อนคลายนี้อย่างไรนะครับ โดยที่จะต้องไปดูแลในกลุ่มเฉพาะ กลุ่มอาชีพ กลุ่มของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ด้วย ให้ครอบคลุมกัน ก็มียกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่น สนามกีฬา ตลาดสด จะต้องมีการจัดระเบียบขึ้นมาอย่างไรนะครับ แล้วก็พื้นที่ต่าง ๆ ด้วย พื้นที่ไหนปลอดภัย พื้นที่ไหนไม่ปลอดภัย ค่อย ๆ ทยอยทำ นะครับ อย่างกรณีที่พื้นที่นี้คงโยง อย่างที่ผมได้รายงานนะครับว่า จังหวัดไหนที่ไม่ได้มีรายงานของการติดเชื้อเลยอย่างนี้ก็ต้องผ่อนคลายกันไปตามมาตรการที่ว่านะครับ แล้วก็ให้ไปศึกษาต่างประเทศ ที่มีการผ่อนคลายขึ้นมาแล้ว มีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรนะครับ แล้วเราจะต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศ นำมาปรับใช้ของเราให้อย่างดี ต้องจัดสมดุลให้เหมาะสมระหว่างปัญหาด้านการติดเชื้อ โควิด - 19 นี้ ปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นพี่น้องประชาชน ต้องจัดสมดุลให้เดินไปด้วยกันได้อย่างปลอดภัยนะครับ ด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปก็ไม่ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญเน้นย้ำนะครับว่า อย่างเรื่องกรณีของทางเศรษฐกิจนี่ ก็ต้องใช้ชุดข้อมูลซึ่งเป็น big data ที่เกิดขึ้นจริงนะครับ ต้องเอาฐานข้อมูลจากเดิมที่อยู่ในส่วนราชการต่าง ๆ แยก ๆ กันไปนี่ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมาบูรณาการรวมกันอยู่ตรงกลาง แล้วใช้ข้อมูลชุดเดียวกันให้เป็นเรื่อง เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน การแก้ไขปัญหา จึงจะประสบความสำเร็จ ในนี้ท่านก็ได้นำเรียนมา เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ นำเรียนว่า มีสำคัญนะครับ ที่เราจะได้ไปเดินหน้าไปด้วยกันนะครับ ส่วนท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ฝากเรื่องของหน้ากากอนามัย ซึ่งท่านก็เป็นหัวหน้าทีมในการดูแลตรงนี้ ท่านก็ผ่อนคลายไปแบบหนึ่งแล้ว แต่ท่านก็มีความเป็นห่วงเป็นใยว่า หน้ากากอนามัยมีหลากหลายวิธีสังเกตนะครับ ซึ่งเป็นหน้ากากที่จะใช้ทางด้านการแพทย์นี่ ซึ่งจะมีความหนา มีความแพงขึ้นมาสักนิดหนึ่ง หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ขณะที่ หน้ากากที่เป็นแบบบาง ๆ ซึ่งเป็นหน้ากากอีกระดับหนึ่ง อีกเกรดหนึ่ง ก็มีจำหน่ายเยอะเหมือนกัน ตรงนี้พี่น้องประชาชนจะต้องดูตรงนี้ให้ดี ๆ เป็นแค่กันฝุ่นหรือเปล่า ซึ่งไม่ได้เป็นที่กันตัวเชื้อโรค ซึ่งจะต้องมีแผ่นกรอง แล้วก็มีการเคลือบกันน้ำ กันน้ำได้ด้วย อันนี้จะเป็น Surgical Mask เพราะฉะนั้นอย่างที่บอก คนเวลาแพทย์ ซึ่งจะผ่าตัดจะมีเลือดขั้นมากระเด็นนี่มันจะไม่ได้ซึมเข้า มันจะติดอยู่ข้างหน้านะครับ นั่นก็คือเป็นของ Surgical Mask ได้ยากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าท่านได้รับแจกมาก็พยายามดู ใช้ในเรื่องของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะประชาชน ไม่ได้ลำบากอะไร ก็ใช้ได้ทั้งหมด แม้กระทั่งหน้ากากผ้า แต่ว่าถ้าเป็นหน้ากากบริจาคหรือให้กับแพทย์ใช้นี่ต้องเป็น surgical mask บางทีบางท่านไปซื้อมาแล้วเอามาบริจาคก็กลายเป็นว่าใช้กับทางการแพทย์ไม่ได้ คุณหมอก็เลยต้องเอาไปใช้ทำอย่างอื่นแทนนะครับ อันนี้ต้องเข้าใจด้วยนะครับ ครับ จากนั้นมาก็ได้มีการได้นำเสนอโดยหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เป็นคณะกรรมการนะครับ ในวันนี้นะครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ได้นำเสนอการคาดการณ์การติดเชื้อ ซึ่งถ้าจากสถานการณ์ปัจจุบัน ตอนนี้ 1 คน สามารถติดเชื้อไปอีกคนหนึ่งได้ก็ 1.12 คน คือคนกว่า ๆ พูดง่าย ๆ สถิติพวกเราทำกันมาดี ๆ นี่ทำให้ตัวเลขมันลดลงมา 1 คนติดต่อไปได้อีก 1.12 คน เพราะฉะนั้นอัตราการเกิดมันก็จะต่ำอย่างนี้ครับ คาดการณ์กันว่า ประมาณปลายเดือนมิถุนายน นะครับ เดี๋ยวผมดูตัวเลขสักนิดหนึ่ง ก็จะมีคนที่จะติดเชื้อ ถ้าเอาตามหลักการการคำนวนทางระบาดวิทยานะครับ ตอนนี้โดยประมาณการณ์ สักสัปดาห์หนึ่ง ประมาณ 200 กว่าคน จะค่อย ๆ ลดลงไป ในสัปดาห์ประมาณปลายเดือนมิถุนายน ก็จะมีคาดการณ์ไปว่าอาจจะเหลือแค่ประมาณ 22 คน คือดีนะครับ 1.12 นี้ คือคนหนึ่งไปอีก ขึ้นไป จากขั้นที่ 2 ก็คือ ถ้า 1 คน คุมได้ไม่ดี ไปชุมนุมกัน ไปเจอกัน 1 คน ไปติดต่อได้อีก 1.8 เกือบ ๆ 2 นะครับ เกือบ ๆ 2 คน ตัวเลขไปคนละเรื่องเลยนะครับ ก็คาดว่าสัปดาห์หน้าก็จะมีคนติดเชื้อ 336 คน ก็คือถึง 20 เมษายน ก็คือสัปดาห์นี้นะครับ แล้วก็คาดการณ์ใส่สูตรคำนวณไป โน้นครับ ถึง 22-28 มิถุนายน จำนวนตัวเลขจะเพิ่มขึ้นไปถึง 2,119 รายเยอะมาก ๆ เลยนะครับ แต่ใส่ค่าทศนิยม จาก 1.12 เป็น 1.8 คน เพิ่มขึ้นมาเป็นหลัก 2,000 กว่า 2 ฉากทัศน์หรือ 2 ภาพนี้ มีการฉายภาพให้คณะกรรมการได้เห็นภาพนี้ เพื่อให้คณะกรรมการวางแผนในการจัดหา เรื่องของวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ นะครับ แล้วก็เรื่องของเตียง เรื่องอะไรทั้งหลายขึ้นมา ขณะเดียวกันเราไม่อยากเห็นภาพที่ 1.18 หรอกครับ เราอยากจะเห็นภาพเดิม ๆ นี้ ต้องทำอย่างไรบ้าง ก็จะมีการพูดคุยกันในที่ประชุมกันนะครับ ก็จะมีมาตรการการค้นหา และลดจำนวนการแพร่เชื้อในชุมชน อย่างที่บอกนะครับ ไปสแกนหากันเลยนะ คำว่า สแกนหรือทำอะไรค่อนข้างมาก ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยทางท่านปลัดกระทรวงฯ ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกมาตามนี้ครับ ก็คือติดตามหาผู้สัมผัสก็คือ อันที่ 1 2 คือค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในประชากรกลุ่มเสี่ยง ต้องไปหาให้เจอ กลุ่มเสี่ยงตอนนี้ต้องเจาะลงไปอีกกลุ่มหนึ่งครับ กลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งจะคล้าย ๆ กับทางสิงคโปร์ ซึ่งมีกรณีศึกษาขึ้นมาแล้วนะครับ 3. คือ ค้นหาในผู้ป่วยต่อเนื่องจังหวัดที่เราคุ้นเคยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี อะไรทั้งหลายนี่ จะต้องลงเข้าไปนะครับ ตามหา case ต่าง ๆ ให้ได้ดี และอีกมาตรการหนึ่ง คือการป้องกัน การแพร่เชื้อในโรงพยาบาล ท่านผู้ชมคงได้เห็นภาพข่าวนะครับว่า พอมี 1 คนไม่ได้บอกปุ๊บก็มีการติดต่อกัน ในกลุ่มของบุคลากรทางการแพทย์ ต้องมีการ เขาเรียกอะไรครับ ก็คือให้กักกันตัวเองอยู่ที่บ้าน หรือว่าให้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องจัดการทำ อันนี้ก็เป็นหัวข้อหนึ่งที่ต้องทำนะครับ ก็นำเรียนว่าตรงนี้ก็อีกส่วนหนึ่งนะครับ ทางปลัดกระทรวงการต่างประเทศก็ได้พูดถึงกลุ่มที่จะต้องรับเชื้อเข้ามา ก็คือกลุ่มที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ตอนนี้มีแต่คนไทยนะครับ ที่เดินทางเข้ามา ก็พบว่ามีการลงทะเบียนนะครับ คาดว่าจะกลับในช่วงเดือนหน้า หลังจากที่ตรงนี้ขึ้นไปแล้ว ประมาณสัก มีการแจ้งความประสงค์นะครับ ประมาณ 30 เมษายนจะมีการแจ้งความประสงค์ที่จะกลับมาเมืองไทยประมาณ 8,998 คน เกือบ ๆ 9,000 คน นะครับ ซึ่งอันนี้เมื่อมีการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า ในวันที่ 25 เมษายน คาดว่าจะมีคนมาลงทะเบียนตรงนี้เพิ่มขึ้น ก็แน่นอนครับ เราเห็นภาพของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกติดเชื้อกันมากมาย ที่ผลยืนยันออกมามากมายทุกคน หลายคนก็อยากจะกลับบ้านเรา เราก็เข้าวใจ แต่เราก็ต้องเชื่อมโยง วางสมดุลให้ดี ๆ เพราะว่าถ้ากลับมาแล้วมีการติดเชื้อจำนวนมาก ก็จะเกิดการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมาก เราก็จะคุมได้ยากอยู่ ตอนนี้มีตัวเลขของผู้ที่แจ้งความประสงค์นะครับ มีประมาณเท่าไรแล้ว มีสักประมาณ 14 ประเทศ สหรัฐอเมริกาประมาณ 1,950 คน ออสเตรเลียประมาณ 786 นะครับ นิวซีแลนด์ประมาณ 600 กว่า อินเดีย 600 กว่า ญี่ปุ่น 280 ซาอุดิอาระเบีย 250 กว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 335 นะครับ กัมพูชา เมียนมาร์ 600 กว่า กัมพูชา 500 อินโดนีเซียนี่ 500 กว่าเช่นเดียวกัน ฟิลิปปินส์อีก 431 คนกว่า ๆ แล้วก็ศรีลังกา 40 มัลดีฟส์ อีกประมาณ 140 คน นี่คือสิ่งที่ได้แจ้งมาไว้นะครับ ตอนนี้เราต้องมีมาตรการ คือต้องมีการลงทะเบียนการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ ต้องมีใบรับรองแพทย์ หรือ Fit to Travel นะครับ อันนี้ยืนยันว่าต้องมีอยู่ ขนาดเราขอมาแล้ว ยังมีการติดเชื้ออยู่ต้องไม่ย่อหย่อนเลย และมาตรการยังคงชัดเจนอยู่นะครับ ก็ทีการพูดถึงกันถึงพี่น้องชาวไทย ที่อยู่แถวประเทศเพื่อนบ้านเรานะครับ อันนี้ก็จะมีการดูแลกันไป เพราะว่าถ้าเขายังต้องขอใบรับรองแพทย์ ซึ่งแพทย์ก็หายากอะไรต่าง ๆ ทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะประสานหาแพทย์ที่อยู่ด้านโน้น มาดูแลกันไป มาดูอีกด้านหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทางกระทรวงมหาดไทย ก็มีส่วนที่ต้องดูแลในเรื่องของมาตรการการดูแลการเข้าออกนะครับ แล้วก็จัดหาสถานที่ที่เราเรียกว่า สถานที่กักกันที่ภาครัฐจัดให้นี่นะครับ ซึ่งตอนนี้ทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานว่าจัดไว้ถึง 796 แห่ง สามารถรองรับคนได้ 20,941 คน ซึ่งตอนนี้มีคนเข้าไปพักอยู่เพียงแค่ 2,339 คนเท่านั้น ยังคงเหลือประมาณสักหมื่นกว่าที่ ที่จะเข้าไปได้นะครับ กระจายกันไปทั่วประเทศ ก็คงจะต้อง design ออกแบบเพื่อให้คนที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ ขอบชายแดนของเรานะครับ ได้เข้ามาพักอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งอันนี้มีที่ว่างไว้ดีแล้ว แต่อยา่งไรก็ตามแต่เราต้องรับ ไม่ใช่แค่ห้องว่างอย่างเดียวนะครับ ต้องมีแพทย์ประจำการด้วย เพราะฉะนั้นบอกห้องมาตั้งเยอะแยะ เพราะรับคนมาเป็นหมื่น ๆ ต้องมีคนเข้าไปดูแลได้อีก ต้องมีคนจัดเรื่องอาหารการกินเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นห้องว่างอย่างเดียวไม่พอครับ ครับ แล้วก็พูดถึงเป็นสถานที่โดยรัฐกักกัน นี่นะครับ State Quarantine หรือว่า Local Quarantine บอกว่า หมออย่าพูดเลย ภาษาอังกฤษคำ ภาษาไทยแล้วกันนะครับ สถานที่กักกันโดยรัฐกำหนดให้นะครับ ก็คือ State Quarantine หรีืิอว่า Local Quarantine ก็พูดบางทีบางครั้งก็ติดปาก ต้องขออภัยด้วยนะครับ ส่วนเรื่องของการ การควบคุมดูแลอีกส่วนหนึ่งคือ บก. ของกองทัพไทยนะครับ ก็คือทางด้านนี้โดยท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็เข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเข้ามาดูแล แล้วก็จัดสถานที่เช่นเดียวกัน ก็คือสถานที่กักกันโดยรัฐกำหนดให้ จะมีอยู่ ๒ ส่วน โดยมีกระทรวงมหาดไทย อีกส่วนหนึ่งกระทรวงกลาโหม ต้องดูแลให้ด้วย ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ก็จะมียอดที่รับผิดชอบ ก็คนละยอดกัน แต่อย่างไรก็ตามแต่ จะบูรณาการกัน เพื่อที่จะดูแลพี่น้องคนไทยไปพร้อม ๆ กันนะครับ จากนั้นก็มาดูเรื่องของ เรื่องที่ 6 คือ ความพร้อมในด้านการรักษาพยาบาล อุปกรณ์เวชภัณฑ์ ความก้าวหน้าทางด้านวิจัยนะครับ อันนี้ทางด้านปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ได้พูดถึงความพร้อม ถ้ามีการระบาดอยู่ในตัวเลขอย่างที่บอกว่า 1.12 นี่ ไม่น่ามีปัญหา ทั้งเตียง หน้ากากอนามัย ทั้ง PPE ทั้งยา ทั้งอะไรทั้งหลายแล้วนี่ ถ้ารักษาระดับอย่างนี้ได้ อยู่ในเกณฑ์ที่เราทำได้ เราดูแลได้ แล้วโดยเฉพาะตอนนี้ก็มีการวิจัยกันว่าหน้ากาก N95 หาซื้อทั่วโลกก็หาซื้อไม่ได้ สั่ง order มีเงินเป็นสิบล้าน ร้อยล้าน ก็ไม่ได้ ทั่วโลกก็ไม่ได้ เขาก็ใช้กันทั่วโลก แล้วก็เป็นเทคโนโลยีที่ไทยเรายังทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามาทำเทคโนโลยีอีกอันหนึ่ง คือทำตู้อบ UV แสง UV เข้าไป และใช้ซ้ำได้อีก ของใครของมัน ใช้ซ้ำได้ถึง 4 ครั้ง อันนี้เราทำแล้ว แล้วก็มีระบบของการยืนยันแล้ว เตียงรวมตอนนี้ประมาณ เตียงรับคนไข้หนัก 4,681 เตียง ถือว่าเพียงพอ แล้วก็มาพูดให้ชื่นชมกันนะครับ มีผลการวิจัยดี ๆ ที่เกิดขึ้น หลายคนคงเคยได้ยินว่า จีนก็ทำ สหรัฐอเมริกาก็ทำ เรามีการวิจัยหลายเรื่องนะครับ เรามีทั้งเรื่องของการศึกษาวิจัย การใช้ฟ้าทะลายโจรมาศึกษายาต้านโคโรนาไวรัส เราศึกษาเรื่องพัฒนาวัคซีน ประเทศไทยเราก็ศึกษาที่เป็นทางด้านวิทยาศาสตร์ชั้นนำของเรา การนำพลาสมามารักษาผู้ป่วย แม้กระทั่งศึกษา Static Statigy หรือการผ่อนคลาย มาตรการผ่อนคลายทั้งหลายนี้ก็มีนักวิชาการศึกษาต้องเอาควาการใช้ยา ตัวที่มีความสำคัญมาก ๆ ในการรักษาตอนนี้ มีการศึกษาตรงนี้อีก แล้วนอกจากนั้นก็มีการศึกษาอุบัติการณ์โรคนี้เป็นโรคใหม่ เรารู้จักเขา 3 - 4 เดือนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นมารู้จักเขาให้มากขึ้น แล้วเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องสถานการณ์หน้ากากอนามัย ในที่ประชุมฟังดูแล้วก็น่าจะเป็นความพึงพอใจที่มาตรการของการแก้ไขในวันนี้ทำให้เรื่องการขาดหน้ากากอนามัยก็ลดน้อยลง ภาคเอกชนก็มีการมาตั้งโรงงานแล้วก็ผลิตได้มากขึ้น ก็ต้องขอบคุณ ท่านนายกฯ บอกว่าก็ต้องขอบคุณทั้งหมดเลย ทั้งภาครัฐ เอกชน คนที่เรามาเผชิญหน้า เรื่องของวิกฤตด้วยกัน ต้องใช้สรรพกำลังกันทุก ๆ คน ท่านนายกฯ ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ นำเรียนในเรื่องที่เป็นรายงานจากที่ประชุม ศบค. วันนี้ ของประจำวันนี้นะครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับในช่วงประเด็นคำถาม วันนี้ขออนุญาตประเด็นแรกนี่ เป็นเรื่องของการตรวจยืนยันผู้ติดเชื้อ มีสอบถามเข้ามา คำถามแรกก็คือว่า ตอนนี้ที่ตัวเลขบ้านเราน้อยนี่เนื่องจากว่าเรามีการตรวจน้อยหรือไม่ ถามพร้อมกับคำถามจาก NHK ทำ Active Case Finding ปัจจุบันเรามีการทำ Active Case Finding แล้วหรือไม่ แล้วการทำ Active Case Finding ได้ผลมากน้อยแค่ไหนครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์)ถูกถามประจำเลยนะครับ ตัวเลขลดลงนี่เป็นเพราะตรวจน้อยหรือเปล่า ตรวจน้อยก็เลยเจอน้อย เดี๋ยวผมไปดู คือจริง ๆ แล้ว ประเด็นของการตรวจน้อยนี้ถูกตั้งคำถามมาสักประมาณ ผมจำได้ประมาณเดือนที่แล้วนะครับ มีตัวเลขที่ยืนยันออกมาว่าตรวจแค่ 20,000 นั่นตัวเลขเก่าแล้วนะครับ มาดูตัวเลขใหม่เลยครับ ตอนนี้เราตรวจได้เท่าไหร่ครับ 142,589 ตัวอย่างแล้วนะครับ เราจะเห็นตัวเลขเก่า ๆ วนเวียนเข้ามาถามมา ผมก็ได้รับมาว่าขอท่านช่วยดูนะครับ ว่าถ้าเป็นคำถามผู้นั้นอยู่เก่า ๆ มันนานแล้วนะครับ มัน OUT แล้วนะครับ ตอนนี้เราตรวจได้ 142,589 ตัวอย่างแล้ว ซึ่งตอนนี้ภาคเอกชนนำโด่งที่สุดเลยนะครับ รองลงมาก็คือ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และทางมหาวิทยาลัยนะครับ ที่เข้ามาตรวจทำให้เห็นภาพนี้ ก็ขอขอบคุณทุกภาคส่วนนะครับ ตรวจเยอะอย่างไรครับ มาดูสัปดาห์ที่ผ่านมา 7 วันที่ผ่านมา 11-17 ตรวจไป 21,715 ตัวอย่าง มาดูการตรวจเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 4-17 รายวันเลยนะครับว่า ตรวจกันแต่ละวันนี่เท่าไรนะครับ ตรวจวันละประมาณ 3,000 นะครับ 3,000 โดยเฉลี่ย 3,000 up บางวันเหลือ 1,900 บ้าง อันนี้อาจจะเกี่ยวโยงกับช่วงวันหยุดนะครับ แต่ว่าวันที่ขึ้นมา โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ 3,000 ขึ้นนะครับ แล้วก็แนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ เป็นการตรวจสะสมอย่างที่ว่านี้ แล้วมาดูครับว่าตรวจเยอะ ตรวจน้อย ผลออกมาเป็นอย่างไร นะครับ มีตัวเลขอย่างนี้นะครับ เส้นประสีดำ คือจำนวนเปอร์เซ็นต์ ที่พบว่าเป็นผลยืนยันที่เจอนะครับ ก็ตั้งแต่ 2.61 ตั้งแต่วันที่ 4 นะครับ 2.85 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 5 ไล่มาสูงสุด 3.82 ในวันที่ 12 ถึงตรวจน้อย แต่ก็เจอเยอะในวันนั้นน่ะ แล้วก็ไล่ลงมา วันที่ 17 ผลล่าสุดตรวจไป 3,397 ตัวอย่าง เจอ 1.41 เปอร์เซ็นต์นะครับ หมายถึง 100 คน เจอประมาณ คนครึ่ง 200 คน เจอ 3 คน โดยประมาณอย่างนี้ครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นการยืนยันนะครับว่า เราก็ไม่อยากให้ใครก็ตามแต่ติดไป แต่จะไปหว่านตรวจทุกคนเลย ค่าตรวจยังเป็นหลักพันอยู่ เราไม่อยากจะต้องเสียสะตุ้งสตางค์ แล้วตรวจหลักพันไม่เท่าไร ต้องมาใส่เสื้อ ใส่ชุดต่าง ๆ แล้วก็ต้องมีเสียค่าชุดอีกนะครับ PPE นะครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องตรงนั้น และความเสี่ยงที่จะติดเชื้ออีก เพราะฉะนั้นตรงนี้ถูกการออกแบบ วิธีการซึ่งเราจะต้องเจาะเข้าไปในกลุ่มเสี่ยงที่มีความสำคัญจริง ๆ เราก็คิดรอบด้านทุก ๆ ด้านนะครับ ตอนนี้ล่าสุดขึ้นมา เมื่อเช้านี้ที่ประชุม EOC เมื่อเช้านี้ที่กระทรวงสาธารณสุข มีวิธีการตรวจรูปแบบใหม่ นะครับ โดยการใช้น้ำลายครับมาตรวจ ซึ่งอันนี้ก็จะปลอดภัยด้วยนะครับ ได้ผลในระดับหนึ่งด้วย แต่อาจจะไม่ได้เทียบเท่ากับค่ามาตรฐาน คือ การตรวจสารคัดหลั่งในโพรงจมูก วิธีการตรวจน้ำลายให้เขาเก็บน้ำลาย ซึ่งเอาน้ำลายถุยออกมา พูดง่าย ๆ นะครับ แล้วก็เอามาตรวจอย่างนี้ ซึ่งก็ไม่ต้องไปฟุ้งกระจายใส่ใคร มีภาชนะ เสร็จแล้วทำตรงนี้ก็จะทำได้ง่ายกว่า แต่การที่จะต้องสอดอุปกรณ์เข้าไป ในโพรงจมูกอาจจะมีการจามใส่ มีการไอกลับคืนมา อะไรทั้งหลาย แล้วคนที่ตรวจก็มีความเสี่ยงด้วย แต่ถ้าเป็นน้ำลายก็ได้เลย ก็ง่ายขึ้น แล้วเดี๋ยวเราคงได้มีการพัฒนาการตรวจให้ครอบคลุม และจะให้กว้างขึ้น เพื่อที่จะยืนยันได้ว่า เราควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้แล้วเดี๋ยวมารายงานเพิ่มเติมครับ (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปครับ เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เริ่มน้อยลง ทำให้ตอนนี้เราเห็นภาพคนหลายกลุ่มที่กลับมาใช้ชีวิตปกติ ออกมาจับจ่ายซื้อของมากขึ้น หลายบริษัทเริ่มกลับมาทำงานปกติ แบบนี้จะมีการสุ่มเสี่ยงของการแพร่ระบาดกลับอีกหรือไม่ หรือว่าทาง ศบค. เอง จะต้องมีการย้ำแนวทางปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนหรือว่าภาคเอกชนอย่างไรครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ตอบได้เลยครับว่าเสี่ยงแน่นอนเลยครับ เพราะตอนนี้โรคยังไม่ได้หายไปจากโลกนี้ โรคยังคงวนเวียนอยู่รอบ ๆ เรา เชื้อโรคเหล่านี้เรามองไม่เป็น เขาไม่เห็น แล้วเขาก็อยู่ในพี่น้องเรากันเองด้วยก็ได้ ซึ่งเขาอาจจะไม่แสดงอาการ เพราะฉะนั้นเราต้องป้องกันตัวเราเองทุกคนนะครับ อย่างที่เห็นภาพแผนที่โรคนะครับ มันกระจายไปทั่วทั้งโลกแล้ว เพราะฉะนั้นประเทศไทยเรา เพียงแต่ว่าเราซีลไว้ ไม่ให้คนที่ติดเชื้อมาเดินอยู่ในประเทศเราเหมือนกับที่ประเทศอื่น ๆ เขาทำ ซึ่งประเทศอื่นเขาผ่อนคลาย เขาอาจจะไม่เชื่อ เขาอาจจะมีวิถีวัฒนธรรมของความเสรี ก็เลยต้องมีการเสียชีวิตกันเป็นหลักหมื่น หลายหมื่น เพราะฉะนั้นเราเอง เราก็คงชอบเสรีเหมือนกันครับ แล้วเราก็ชอบชีวิตที่เป็นอย่างนี้ แต่ในภาวะอย่างนี้ระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่เราต้องเสียไปนะครับ อย่างเช่น เรื่องของคำว่า "เสรี" ทั้งหลายบางทีก็มีข้อถกเถียงกันอย่างนี้ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เรื่องของสุขภาพถ้ามาก่อน เราจะมีชีวิต เราจะได้เห็นหน้าคนของคนที่เรารัก เราจะไม่เอาโรคของเรามาติดกับปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา เพราะว่าเขาเองไม่มีภูมิที่จะรับได้ แล้วก็เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุด ที่เราเรียนรู้จากทางอื่น ๆ เราก็ต้องพยายามที่ต้องคุมในทุกประเด็นนะครับ แน่นอนครับ การออกมาจำนวนมาก ๆ พร้อม ๆ กัน เหลื่อมเวลาได้ไหม ยังต้องคงเดิมนะครับ ต้องการทำงาน บริษัทห้างร้านมีความสำคัญจำเป็น บางส่วน work form home ทำงานที่บ้านได้ไหม สัก 70 เปอร์เซ็นต์ 75 เปอร์เซ็นต์ แล้วหมุนเวียนกันไปอย่างนี้ได้ไหม ก็เป็นหลักการกันไปถ้ายังไม่ย่อหย่อนกันไป เราต้องอยู่กับเขาอีกนานครับ ฉะนั้นถ้าเราควบคุมกันได้นะครับ ทั้งใน ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร บุคคล รวมถึงครอบครัว ถ้าเราดูแลกันได้หมดอย่างนี้ เชื่อว่าเราคุมได้นะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ คำถามต่อไปนะครับ เป็นคำถามมาจากสื่อมวลชน เพื่อลดความแออัด จากในห้องแถลงข่าวแห่งนี้นะครับ เป็นคำถามจาก NBT นะครับ มีข่าวที่ตำรวจนั้นเอาผิดคนที่แจกข้าว สิ่งของต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน คำถาม คือ ในภาวะแบบนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเปลี่ยนจากการจับกุม เข้าไปเป็นการช่วยอำนวยความสะดวก แจกจ่ายของให้กับพี่น้องประชาชนครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ฟังดูข่าว ผมก็ต้องขอทวนอีกทีก่อนแล้วกัน ก็ไม่น่าเชื่อเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ได้น่าเชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ ก็เชื่อว่าเจตนาของคนที่จะเอาข้าวของมาบริจาคอะไรทั้งหลาย นี่ก็เป็นวัตถุประสงค์เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านมีวัตถุประสงค์ในการที่จะไปแจกตอนนี้นี่ ได้มีการประสานสั่งการไปยัง ถ้าอยู่ในกรุงเทพมหานครตอนนี่นะครับ ตอนนี้เห็นภาพนี้หลายจุดเลยนะครับ ท่านนายกฯ ท่านในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการ ศบค. ก็ได้มีการประสานสั่งการว่าให้หน่วยงานของ กทม. นี่นะครับ ได้มีการเข้าไปช่วยในการที่จะเข้าไปจัดระเบียบ ระบบที่ดีนะครับ การช่วยคนเป็นเรื่องที่เราเห็นด้วยนะครับ แต่ขณะเดียวกัน การช่วยคนในขณะที่ปลอดโรคด้วย ต้องทำไปพร้อมกัน ก็ไม่ได้ยากอะไรเลยนะครับ ก็มีแค่ประสานกัน แล้วก็ดูจำนวนของ จำนวนคน แล้วก็จัดสถานที่ให้เหมาะสม ไม่ต้องไปแออัดกัน หาเวลาที่ดี ๆ ประชาสัมพันธ์กัน ผมเชื่อว่าเวลาดี ๆ ทำได้ เรามีตั้งหลาย 50 กว่าเขตเหล่านี้ทาง กทม. เหล่านี้ก็มีบุคลากรเพียงพอ ที่จะดูแลทั้งท่านที่ผู้จะบริจาค และผู้ที่จะมารับนะครับ คนให้ก็สุขใจ คนรับก็ปลอดภัย ตรงนี้ก็น่าจะได้ช่วยกันนะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ คำถามต่อไปนะครับ จาก NNT นะครับบอกว่า ตอนนี้มีคนปั่นกระแสมีคนปล่อยข่าวปลอมครับ ว่าแต่ละจุดวันโน้นวันนี้จะมีการแจกจ่ายสิ่งของ มีการแจกเงินในหลายพื้นที่ ทำให้พี่น้องประชาชนไปรอเสียเวลาฟรี และไปรอกันเป็นจำนวนมาก แบบนี้มีความผิดหรือไม่ ศบค. จะเน้นย้ำตรงนี้อย่างไร (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็นำเรียนนะครับว่า มีการทำอย่างนี้ผมไม่แน่ใจว่า ท่านจะได้ประโยชน์อะไร คนที่ปล่อยข่าวเหล่านี้ ก็สร้างความหวังให้กับพี่น้องประชาชนที่อยากจะมารับบริจาค หลายคนเดือนร้อน แล้วมาแล้วเขาผิดหวัง มาแล้วเขารวมกลุ่มกัน มาแล้วเขามีโอกาสติดโรคขึ้นไป สิ่งที่ท่านจะไม่ได้บุญอะไรเลยในตรงนั้นกลับอาจจะได้ความรู้สึกผิด ความรู้สึกที่ไม่ดีตามมาด้วยนะครับ ถ้าคนเหล่านั้นมารวมกลุ่มกัน แล้วเขาไม่ได้ป้องกันตัวเองแล้วเขาติดโรคขึ้นมา จำนวนตัวเลขของโรคที่จะเกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นวันนี้พรุ่งนี้ แต่อาจจะไปบวกรวมกันอีกประมาณสัก 7 วัน 14 วัน ทำให้ตัวเลขของเราเพิ่มขึ้น ถ้าตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างที่บอกนะครับ ถ้า 1.12 ที่ว่านี้ ยังคุมได้นะครับ แต่ถ้าท่านเอาคนมารวมกลุ่มกันมาก ๆ เป็น 1.18 ห่างกันแค่ตัวหลังนี่ไม่เท่าไรนี่นะครับ เตียงนี่ก็ไม่พอนะครับ ยาก็จะไม่พอ ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องป่วยด้วย ท่านจะรู้ว่าหนักขนาดไหน อย่าเลยนะครับ ไม่ได้ประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจุดตรงนี้ให้ยืนยันก่อน ถ้าท่านต้องการที่จะได้รับข่าว ผมเชื่อว่าภาคของรัฐเกือบทุกที่ จะจัดคิวถ้าท่านอยากจะเป้นผู้บริจาคท่านก็แจ้งไปทุก ๆ เขต อาจจะจัดสถานที่ แล้วก็มีการประชาสัมพันธ์ที่ดี แน่นอนครับ จะได้ทั้งคน ได้ทั้งบุญด้วย ได้ทั้งคนที่มารับด้วยนะครับ ท่านก็สุขใจนะครับ (คุณสุภนันท์) แล้วในส่วนของข่าวปลอม จะมีการดำเนินการอย่างไรไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็แน่นอนครับ ก็เมื่อเช้าก็มีการประชุมกัน กระทรวงดีอี ซึ่งจะต้องดูด้านนี้ ซึ่งก็จะเห็นภาพของการออกข่าวเท็จ ข่าวปลอม ติดตามเรื่องของการออกข่าวเท็จ ข่าวปลอมก็จะมีการดำเนินคดีไปตามกระบวนการของการออกข่าวที่เป็นเท็จครับผม (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณครับ สำหรับคำถามที่ถามเข้ามาในวันนี้ก็หมดแล้วนะครับ สุดท้ายนี้คุณหมอจะมีอะไรที่ฝากให้กับพี่น้องประชาชนทางบ้านไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็เชื่อมโยงมากับประเด็นตรงนี้นะครับ เมื่อเรามีผู้ที่ทุกข์ยากอยู่ทางด้านในเศรษฐกิจ เรื่องของความเป็นอยู่ เรื่องของการรับบริจาคการให้สิ่งของหรือสิ่งอะไรก็ตามแต่ ที่จะประทังชีพเพื่อให้เราอยู่กันได้ ก็ฝากขอบคุณทุกท่าน ที่เป็นผู้ใจบุญที่จะให้ เมื่อผู้ให้สุขใจผู้รับปลอดโรคด้วย อยากจะฝากคำ ๆ นี้นะครับ เพื่อให้ทุก ๆ ท่านได้มองดูว่าบุญที่เราจะได้นี้ต้องได้ในทุก ๆ ระดับ ทั้งเราเองด้วย ทั้งผู้รับด้วย ที่สำคัญคือสังคมต้องได้ด้วย ถ้าท่านจัดขึ้นมาแล้ว กระบวนการของการจัดครบถ้วน ทั้งผู้ให้สุขใจ ผู้รับปลอดโรค และสังคมปลอดภัย อันนี้แหละครับ เป็นสิ่งที่เราอยากจะให้เห็น และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราทุกข์ยากกันอย่างนี้ ขอบคุณครับ (คุณณัฐภาณุ) กราบขอบพระคุณ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ ก็จะมีการแถลงข่าวเป็นประจำอย่างนี้ ก็จะมีการแถลงข่าวทุกวัน สำหรับผู้ที่ที่เข้ามาทีหลัง โดยเฉพาะผ่านทาง Facebook Live มีการสอบถามเข้ามานะครับ สำหรับวันนี้ผู้ติดเชื้อ 27 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ รักษาหายไปแล้ว 1,999 คนนะครับ ที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมนะครับ ทำให้ตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมในประเทศไทยอยู่ที่ 47 ราย ลำดับต่อไปนะครับ จะเป็นการแถลงข่าวสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งสื่อต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยนะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ โควิด-19 ณ ทำเนียบรัฐบาลวันนี้นะครับ พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր