--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (24 เม.ย. 63) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... Ր (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านเข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์หรือ ศบค. นะครับ ประจำวันศุกร์ที่ 24 เมษายนนะครับ สถานการณ์ประจำวัน และประเด็นสำคัญ ประจำ โฆษก ศบค. นะครับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ รายงานตัวประจำวันที่ 24 นะครับ ตอนนี้เราจะเห็นหลายคนใช้ทัั้ง ศบค. นะครับ ท่านผู้ชมครับ ต้อนนี้เราจะเห็นหลายคนใช้ทั้ง Face Shield หรือเป็นหน้ากากใสที่อยู่ที่ข้างหน้าผมอย่างนี้ครับ แต่ต้องใช้ร่วมกับหน้ากากผ้าด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้เป็นการปกป้องได้เต็มที่ เห็นหลายคนใช้หน้ากากใสอย่างเดียว มันจะไม่ได้ช่วยในการที่จะลดการติดเชื้อนะครับ เพราะว่ามันจะมีช่องทางที่หน้ากากออกไปได้นะครับ หมายถึงว่า สารคัดหลั่งออกไปได้ แล้วส่วนหนึ่งของการใส่หน้ากากผ้าก็ต้องใส่ให้เต็ม ให้คร่อมที่จมูกด้วยนะครับ ใส่แบบนี้หลายคนบอกรำคาญ ก็หลุดมาอย่างนี้ อะไรนะครับ ต้องใส่ให้เต็มใบหน้าเลยถึงจะได้ดี แล้วก็หน้ากากผ้าก็ใช้ได้ดีที่จะป้องกันการติดเชื้อได้อย่างดี ถ้าท่านไม่ได้มีหน้ากากอนามัยแบบทางด้านการแพทย์ก็ไม่เป็นอะไรนะครับ เป็นการรายงานประจำวันนี้นะครับ วันนี้มีผู้ป่วยอาการดีขึ้นกลับบ้านได้อีก 60 รายนะครับ แล้วก็ทำให้ตัวเลขสะสมอยู่ที่ 2,490 นะครับ มีผู้ป่วยรายใหม่ 15 แล้วก็ยืนยันสะสม 2,854 ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มในวันนี้นะครับ ทำให้ 50 ศพ ยังเป็นรายเดิม ๆ เป็นศพเดิม แล้วก็มาดูในเรื่องของผู้ที่มีอายุ กลุ่มอายุสูงสุดก็ยังอยู่ที่ 20-29 ปี เป็นวัยที่เรายังต้องดูแลพวกเขาอย่างละเอียด เดี๋ยววันนี้จะไปดูนะครับ ทางด้านการจับกลุ่ม ที่เราบอกว่าเชื่อมโยงกันไหมกับกลุ่มอายุนี้ เดี๋ยวเรามีตัวเลขมาสะท้อนกันของการดูแลในมาตรการของเคอร์ฟิว กับเรื่องของการป้องกันการชุมนุมมั่วสุม ตอนนี้นะครับ ก็มีภาพของตัวกราฟนะครับ หลายคนบอกว่า จากดูไม่เป็น ตอนนี้เริ่มดูเป็นแล้ว เพราะว่าเอาขึ้นมาฉายซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ก็เป็นเรื่องทางด้านการสื่อสารทางภาพและเสียง เพราะฉะนั้นตัวของภาพก็จะทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้นนะครับ 15 ราย วันนี้ก็จะเท่า ๆ เดิมจากวันก่อนนะครับ เมื่อวันก่อนนะครับ เมื่อวานนี้ 13 วันนี้ลงมา 15 ตัวเลขนี้ก็ยังทรง ๆ อยู่ ก็ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ช่วยกันที่ทำให้ตัวเลขเป็นอย่างนี้ ก็คือผลอานิสงส์จากเมื่อ 14 วันที่แล้ว แต่วันนี้เราเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราจะไปสะท้อนภาพ 7-14 วันหน้าท่านผู้ชมครับ มีผู้ป่วยที่รักษาอยู่โรงพยาบาลลดลงเหลือเพียง 314 ราย ต้องขอบคุณทางทีมบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านนะครับ ตอนนี้เราจะเห็นภาพของผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาล มีคนปรบมือ มีญาติมารอรับ มีความดีใจนะครับ ของคนที่เป็นคนไข้แล้วออกมาเป็นคนปกติ อันนี้ก็ต้องขอบคุณทางทีมงานที่ดูแลทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขนะครับ มาดูว่า 15 ราย นี้เป็นอย่างไร มาจากกลุ่มก้อนไหนนะครับ 11 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ มาจากระบบการเฝ้าระวังและระบบบริการ ทั้ง 9 ราย ก็เกี่ยวข้องกับการสัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันมาก่อนหน้านี้นะครับ แล้วก็ใน 9 รายนี้นะครับ ก็ไปพบที่กรุงเทพ 4 ภูเก็ต 4 สงขลา 1 ในส่วนที่ไปในสถานที่ชุมชนนะครับ เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว พบเจอที่ปทุมธานีแล้วไปตลาดบางปะอิน ปทุมธานี คลอง 1 อันนี้ 1 ราย จะเห็นว่าการเดินทางไปหลายที่ก็จะทำให้มีการแพร่เชื้อไปได้นะครับ ส่วนการค้นหาในเชิงรุก ก็คือที่จังหวัดยะลา ก็พบว่ามีเพิ่มขึ้นมาอีก 4 คน รวมแล้วเป็น 15 คนนะครับ ซึ่งตรงนี้นำเรียนว่า ที่เราเรียกว่าค้นหาเชิงรุก หรือแอคทีฟฟายดิง ตอนนี้เป็นมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ที่ทำไปอีกในหลาย ๆ จังหวัด เพื่อที่เราจะได้เรียก Case เข้ามาให้ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ตอนนี้ตัวเลขต่ำ แต่ว่าวิธีการของเราที่เราทำกันอยู่ก็พยายามหาเคสให้มามากขึ้น 15 รายนี้ มาจากไหนบ้างนะครับ กรุงเทพมหานคร 4 ภูเก็ต 4 ปทุมธานี 1 สงขลา 1 แล้วก็สมุทรปราการอีก 1 ไปดูการกระจายของทาง 10 จังหวัดแรกที่มีจำนวนมากที่สุดยังเป็นกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต 200 นะครับ นนทบุรี 192 สมุทรปราการ 11 ยะลา 99 แยกตัวเลขออกมาจาก State Quarantine ที่เขารับผิดชอบอีก 8 รายนะครับ ก็ในกล่องด้านขวามือนะครับ ที่จะเห็นภาพภูเก็ตเป็นอันดับ 1 กรุงเทพทมหานคร ยะลา ปัตตานีนะครับ ทั้งหลาย ก็ยังเรียงลงมาคล้าย ๆ เดิมอยู่นะครับการกระจายภาพนี้ ไปดูนะครับว่า มีคำถามว่า เราเรียก Case เข้ามาที่จะมารับการตรวจนี่ ที่เราเรียกว่า PUI หรือ ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการสอบสวนโรคนี่นะครับ มีจำนวนเท่าไร ตอนนี้กรุงเทพมหานครนี่ หาผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการสอบสวนโรค ไปถึง 11,065 รายแล้ว รองลงมาก็จะเป็นยะลา 4,448 ราย นนทบุรี 3,600 กว่า ชลบุรี 1,800 กว่า แล้วก็ภูเก็ต 1,000 เศษ ๆ นะครับ สมุทรปราการอีก 1,300 นำเรียนว่านี่คือสิ่งที่เราพยายามเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุดให้รับรู้ว่า ต้องมีการหากันอย่างเชิงรุกมาก ๆ และจังหวัดที่เป็นสีแดง ๆ ทั้งหลาย ล้วนเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่เราต้องการที่จะสแกนหาคนที่มีอาการอยู่ แล้วก็เข้ามารับการรักษา เพราะฉะนั้นท่านอยู่ในจังหวัดดังกล่าวนี้แล้วมีอาการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นไข้ ไออะไรที่ว่านี่นะครับ ที่เราเคยพูดกันไปแล้ว มีประวัติอย่างใดอย่างหนึ่ง และท่านอยู่ในจังหวัดที่มีการติดเชื้อเข้มสูงเดินเข้ามานะครับ เพื่อขอรับการบริการให้การตรวจได้เลยครับ มาดูอีกตารางหนึ่งซึ่งอันนี้ก็จัดให้เห็นภาพของเขียว แดง เหลือง เขียว เหลือง แดง แดง ๆ ข้างบนที่ว่านี้นะครับ ไม่ค่อยจะดีเท่าไร เราต้องการให้อันดับของท่านนี่ จังหวัดของท่านนี่ตกลงมาอย่างในพื้นที่สีเขียวข้างล่างจะดีที่สุด ก็โชคดีที่กลุ่มก้อนใหญ่ ๆ จะอยู่ที่สีเหลือง แล้วก็เขียวข้างล่างนี้นะครับ แดงจะมีเกาะกลุ่มเฉพาะแค่ภาคกลางกับภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครนะครับ จะเห็นสีแดง 2 กลุ่มก้อนใหญ่ ๆ อยู่ที่ตรงนี้ กับภาคใต้นะครับ ซึ่งจะรวมกระบี่ ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี สงขลา ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยใน 7 วันที่ผ่านมา กลุ่มก้อนอีกกลุ่มก้อนหนึ่งก็คือพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี นครปฐม ชลบุรี สมุทรปราการ แต่สมุทรปราการนี่ก็บอกว่า เป็นบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ปทุมธานี แต่มาขอรับการรักษาอยู่ที่สมุทรปราการ พื้นที่ก็เลยต้องลงทะเบียนในพื้นที่ที่รักษาเท่านัั้นเองนะครับ แต่เราจะเห็นตัวหนังสือที่ออกจะสีน้ำเงิน ฉะเชิงเทรานี่ ตกอันดับลงมา การตกอันดับนี่ดีนะครับ ตกอันดับมาจากสีส้ม ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยในช่วง 7-14 วัน ลงมาถึงผู้ป่วยในกลุ่มที่รายงานผู้ป่วย 7-14 วัน คือยืดระยะเวลาของจังหวัดนั้นในการที่จะไม่ติดเชื้อออกมาก็เลยลงมาอยู่ตรงนี้ เช่นเดียวกับทางภาคเหนือ ต้องชื่นชมนครสวรรค์กับพะเยานะครับ ที่ลงมาในกลุ่มที่สามารถที่จะยืนระยะออกไปได้ยาวขึ้นใน 14-28 วัน ซึ่งไม่มีผู้ป่วยเลยนะครับ แล้วก็เช่นเดียวกันกับสุราษฎร์ธานีตกลงมาจากทางกลุ่มสีส้มลงมาอยู่กลุ่มสีเหลือง ตรงนี้ ต้องขอบคุณทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารทุกส่วน สสจ. แล้วก็ที่สำคัญที่สุด คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดนั้น ๆ ที่ให้ความร่วมมือแล้วก็ทำให้จังหวัดของท่านปลอดโรคลงไปตามระยะเวลาดังกล่าวที่ได้พูดมา ผู้ป่วยรายใหม่ มีเป็นอย่างไรบ้างนะครับ จังหวัดอื่น ๆ ต่างจังหวัดดูแนวโน้มก็ทรง ๆ ตัวนะครับ เช่นเดียวกันกับกรุงเทพฯ ก็ทรง ๆ ตัว ตรงนี้ก็พยายามที่จะต้องช่วยกันทั้งส่วนทุกส่วนเลยนะครับ แต่มาดูในการกระจายตัวของกรุงเทพมหานครที่เป็นสีแดงอันนี้นะครับ ก็จะเห็นว่าเป็นลูกคลื่น สีแดงนี่ครับท่านจะเห็นว่า เป็นลูกคลื่นขึ้นลง ขึ้นลง รู้สึกจะมียอดอยู่ประมาณสัก 2-3 ยอดแล้วตอนนี้ แต่ว่ายอดใหญ่ ๆ จะอยู่ช่วงของเดือนมีนาคม คือ วันที่ 28 มีนาคม สีแดง เพราะฉะนั้นการที่จะมีเป็นยอดขึ้นมาสูง ๆ หรือไม่นี่ ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องช่วยกัน ยอดที่ 2 ยอดแรกจะอยู่วันที่ 22 มีนาคม ยอดที่ 2 ไปอยู่วันที่ 29 -30 มีนาคม และยอดที่ 3 ที่เตี้ย ๆ หน่อยหนึ่ง วันที่ 19 มีนาคม สีแดงนี่นะครับ ที่กรุงเทพมหานคร เราไม่อยากจะให้มียอดที่ 4 ที่ 5 อีกแล้ว เพราะว่าถ้ามันสูงขึ้นมาเป็นระลอก 2 ระลอก 3 ระลอก 4 อย่างที่บอกทรัพยากรทางการเงินของเรามีจำกัดนะครับ เงินเราไม่พอแน่ครับ ถ้าเราจะต้องเอามาทุ่มมาเทกับการป่วยแล้วต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล เหมือนอย่างที่เราเห็นในต่างประเทศนะครับ ไม่ใช่แค่เสียเงินอย่างเดียวนะครับ เสียชีวิตด้วย แล้วก็เกิดความเหนื่อยล้าต่าง ๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ระลอก 2 ระลอก 3 ระลอก 4 ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยนะครับ ครับผม มาดูว่า วิธีการทำงานของทางทีมสอบสวนโรคนี่เขาทำกันอย่างไร จะเห็นภาพนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง จังหวัดที่เราเห็นว่า ที่มีการตัวเลขนำที่สุด ในเรื่องของการติดเชื้อ ก็คือภูเก็ตนะครับ ผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มก้อนที่เรารายงานมาจากไหน 34 ราย ท่านดูในช่องที่ 2 นะครับ 34 ราย ก็จะพบว่า รับรายงานผู้ป่วยตั้งแต่ต้นเดือน คือ 2 - 22 เมษายน พบช่วงตอนแรกนี่ก็คือ ทำงานในสถานบันเทิง สัมผัสกับผู้ป่วยต่างชาติ 3 ราย เริ่มที่ 3 ราย แล้วก็ไปทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อผู้ป่วยต่อ ๆ มา คือ ร่วมบ้าน หรืออยู่ในชุมชนเดียวกัน อีก 28 ราย ค้นหาเชิงรุกเพิ่มขึ้นมาอีก 3 ราย รวมแล้วทั้งหมดกลุ่มก้อนนี้ 34 ราย นี่คือจังหวัดที่ภูเก็ต ไปดูที่ชุมพรที่เราได้ข่าวว่า มีป่วยแล้วก็เสียชีวิตไปนี่นะครับ กลุ่มก้อนนี้เจอที่อำเมือง อำเภอท่าแซะ อำเภอทุ่งตะโก 20 คน ช่วงวันที่ 6-22 เมษายน มีกลุ่มก้อนแรก ก็คือ 2 ศพ 2 คน ที่เสียชีวิตด้วยปอดอักเสบไป ใน 2 ท่านนี้ ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง มีบุคลากรที่ติดต่อจากโรคนี้ขึ้นมา เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย ผู้ป่วยในหอผู้ป่วยเดียวกัน อีก 5 ราย ผู้ที่มาดูผู้ป่วยในโรงพยาบาลอีก 2 ราย และร่วมบ้านกับชุมชนอีก 10 ราย รวมแล้วทั้งหมด 20 สูญเสียมาก ๆ ทำให้เสียชีวิต กับทำให้คนอื่นติดด้วย และทำให้บุคลากรทางการแพทย์ติดด้วยอื่น ๆ อยู่ในตาราง ก็ฝากทุกท่านไปศึกษาดูนะครับว่า ผมคงไม่สามารถใช้เวลาตรงนี้อ่านทั้งหมดนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ตอนนี้ก็เป็นบทเรียนที่เราจะได้เรียนรู้กันในด้านทางด้านการสอบสวนโรคทางการแพทย์ ผมก็อยากจะเอาภาพนี้มาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ แล้วก็เราเอาความเป็นจริงมาคุยกัน เราจะมองเห็นภาพว่า มันจะติดต่อกันได้อย่างไร ทีมสอบสวนโรคนี่ผมเข้าไปนั่งคุยกับน้อง ๆ เขาเหมือนตำรวจเลย กระดานของเขาที่เขียนอะไรทั้งหลายมานี่ ในการหาแต่ละคนไป เขียนเต็มกระดานเลยครับ มีรายชื่อของบุคคคลที่เขาจะต้องไปสืบเสาะ แล้วก็เอามาป้องกัน เพื่อควบคุมโรค พวกเขาทำงานอย่างเต็มที่ นี่คือหน้ากระดานแบบหนึ่ง ซึ่งก็เอามาเป็นแบบผลสำเร็จแล้ว ซึ่งเขาได้ควบคุมกักโรค กักคน รักษาจนกระทั่งนำเข้าสู่กระบวนการที่ประสบความสำเร็จจนตอนนี้ แล้วก็มาดูและเรียนรู้กันนะครับ มาในเรื่องของกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค มีคนถามว่า ตรวจกันเยอะไหมนะครับ แล้วก็เจอกันมากน้อยแค่ไหน ตรวจน้อยหรือเปล่า ก็เลยเจอน้อย ตอนนี้เราเรียกคนเข้ามาตรวจมากขึ้น มีอาการแค่ไข้หรือมีประวัติมีไข้ และบวกกับไอ น้ำมูก อย่างที่ผมบอกอะไรทั้งหลายที่พูดกันไปแล้ว ตอนนี้เข้ามาวันหนึ่ง ๆ เข้ามาเกือบได้ถึงประมาณเกือบ 2,000 กว่าคน ในการที่จะเข้ามาตรวจ แล้วก็เจอจริง ๆ อย่างเส้นสีน้ำเงินครับ ข้างล่าง เคสที่เป็นผลบวกผู้ป่วยยืนยันนี่นะครับ เส้นสีน้ำเงินข้างล่าง แต่สีแดงนี้ตรวจขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ ไม่ต้องกังวลเลยนะครับ การวางแผนของทางผู้บริหาร และกระทรวงสาธารณสุขก็ทำเต็มที่ เพื่อที่จะให้ภาพนี้ออกมานะครับ ขณะเดียวกัน ศักยภาพของการตรวจเราเยอะไหมตอนนี้ ทางกระทรวงสาธาณสุข โดยทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็ยืนยันอีกครับว่า ศักยภาพของการตรวจในกรุงเทพฯ สามารถตรวจได้ถึง 10,000 ตัวอย่างต่อวัน แล้วก็ต่างจังหวัด รวมแล้วอีก 1 หมื่นตัวอย่างต่อวัน รวม ๆ แล้วทั้งประเทศเราได้ 20,000 ตัวอย่างต่อวัน แล้วก็สถานที่ของการตรวจ แต่ก่อนก็บอกน้อย กว่าจะเข้าไปได้ก็ต้องมากระจุกตัวอยู่แถวกรุงเทพแล้ว ตอนนี้ไม่แล้วครับ แต่ตอนนี้ทำได้ 123 แห่งนะครับ เรียกว่าอะไร ที่นะครับ 123 ที่ 123 แห่ง แล้วต่อไป ก็จะครบให้ทุกจังหวัดให้ได้นะครับ ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งก็มีตัวอักษร ตัวหนังสือของ slide ถัดไปเลยครับ ทุกที่เลยครับ ภาครัฐ เอกชน ในกรุงเทพมหานครภาครัฐ 29 แห่ง เอกชนอีก 25 แห่ง ถ้าเป็นต่างจังหวัดภาครัฐ 60 แห่ง เอกชน 9 แห่ง ท่านสามารถไปรับการตรวจได้ ตามเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวเล็กเกินไป ท่านคงอาจจะมองไม่เห็น แต่อย่างไรก็ตามท่านหาในเว็บไซต์ได้นะครับ แล้วก็มีการกระจายตัวอยู่ตามในประเทศต่าง ๆ ตรงนี้นะครับ เขตที่ว่านี้ ก็คือเขตตรวจราชการ ก็ดูตัวเลขก็แล้วกัน 123 เป้าหมายถัดไปก็คือ จะเอาให้ได้ประมาณสัก 176 ก็เป็นความท้าทายของทีมนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งหลายที่จะทำให้ได้นะครับ เราก็จะเห็นนะครับ ความพยายามกราฟสุดท้ายก็จะเป็นสิ่งที่เราตั้งความหวังไว้ว่า จำนวนห้องปฏิบัติการที่เปิดให้บริการได้นี้ก็จะกระจายไปแล้วทำให้ได้เต็มที่ จากต้นปีนะครับ เดือนมกราคมเราทำได้ 2 และทำให้ได้เต็มที่ จากต้นปีกุมภาพันธ์ 2 แห่งที่ตรวจได้นะครับ กุมภาพันธ์ 16 แห่ง แล้วเราก็เพิ่มศักยภาพมาจนถึงตอนนี้ แล้วเราก็ได้ 123 แห่ง นำเรียนว่าโรคนี้เป็นโรคใหม่ เรารู้จักเขาเพียงแค่ 3 เดือนเศษ ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เราพยายามทำอย่างเต็มที่ เป็นการพัฒนาความรู้และระบบของเราอยู่ เราก็ต้องชื่นชมกับทางนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งหลาย ที่ช่วยกันทำให้ประเทศไทย เรามีระบบควบคุมป้องกัน แล้วก็ระบบสกรีนนิ่งที่ดีนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นของเรา แล้วเรานำมารายงานท่าน ไปดูเรื่องของต่างประเทศบ้าง ตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่เท่าไรครับ 2,700,000 กว่าคนแล้วนะครับ ที่ติดเชื้อนะครับ แล้วก็อาการหนักอยู่ที่ 58,000 กว่า รวม ๆ แล้วก็อาการหายดีขึ้นนี่ 740,000 เศษ ๆ เสียชีวิตไป 190,000 กว่าคน คิดเป็นประมาณสัก 7 เปอร์เซ็นต์ เยอะพอสมควรนะครับ ตอนนี้การเสียชีวิต อัตราเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สมัยตอนแรก ๆ เสียชีวิตประมาณสัก 4 ประมาณ 2-3 เดือนที่แล้วนะครับ ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาถึง 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นโรคนี้เราจะคิดว่า เขาบอกว่าเป็นตามฤดูกาลโน่นนี่นั่นทั้งหลาย พยายามลดความสำคัญลง ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าอัตราการเสียชีวิตสูงมาก แล้วก็ประเทศที่เป็นอันดับ 1 ตอนนี้ก็ยังเป็นสหรัฐอเมริกา อัตราการเสียชีวิตตอนนี้จำนวนการเสียชีวิตตอนนี้ 79,000 เพิ่มวันเดียวเสียชีวิตวันเดียว 2,169 พรุ่งนี้ก็น่าจะแตะที่ 50,000 พูดอย่างนี้ ไม่อยากจะพูดจริง ๆ นะครับ แต่ว่ามันเป็นตัวเลขที่นำมาก ๆ เลยสำหรับทางสหรัฐอเมริกาที่ทำให้เรารู้สึกว่า ต้องเป็นห่วงเป็นใยกับเขานะครับ ตัวเลขคอนเฟิร์มหมายถึงยืนยันนี่ 800,000 กว่า มีหลายคนก็บอกว่า คงจะต้องไปถึงหลักล้านในเร็ว ๆ นี้นะครับ ส่วนเรื่องของทางอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เยอรมันต้น ๆ ที่เขามีความทุกข์กันอยู่นะครับ เสียชีวิตสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา แล้วก็ฝรั่งเศส แล้วก็ในรายใหม่ก็จะเป็นสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และสเปนนะครับ รัสเซียนี่เพิ่มขึ้นมาในวันเดียวรายใหม่ 4,700 กว่าราย เยอะเลยนะครับ มาดูประเทศ มีบางคนที่บอกว่า อยู่ในประเทศ มีน้อง ๆ อยู่ที่เรียนหนังสืออยู่กลุ่มประเทศทางอเมริกาใต้นะครับ ก็มีพ่อแม่ผู้ปกครองก็ส่งไลน์มาคุยกัน เป็นห่วงลูกว่าจะได้กลับกันอย่างไร เมื่อไหร่นะครับ มาดูตัวเลขตรงนี้ เปรู ตอนนี้ติดเชื้อไป 20,914 นะครับ แล้วก็มี new Case ในวันเดียว 1,600 กว่าราย ซึ่งอันนี้ก็น่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นห่วงเป็นใยลูกหลาน ผมทราบว่ามาตอนนี้ คือ สถานทูตแต่ละแห่งนะครับ ท่านเอกอัครราชทูต สถานกงสุลทั้งหลายอยู่ในทุก ๆ ประเทศทำงานอย่างหนัก แล้วก็เชื่อมประสานกับน้อง ๆ ทุกคนนะครับ ถ้าน้อง ๆ สามารถประสานและติดต่อไปได้ เราเคยให้เบอร์ไปหลายที เรามีเบอร์ฮอตไลน์ของทางเอกอัครราชทูต สามารถที่จะบอกเขาไปได้ บางประเทศก็ปิดสนามบิน ไม่สามารถที่จะมีการบินพาณิชย์ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอเขาเปิดสนามบินได้ ก็ตามแต่ครับ ตอนนี้คนไทย โดยเฉพาะเด็ก ๆ คนที่มีภาวะที่ต้องพึ่งพิงสูง ต้องได้รับการดูแลก่อนนะครับ เมื่อเข้าประชุมที่ ศบค. ท่านประธาน ซึ่งเป็นท่านรองผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้มาบอกกับผมว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องพยายามดูแลทุก ๆ คน แล้วก็นำกลับบ้านให้ได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับน่านฟ้าของประเทศนั้น ๆ เปิดอยู่หรือไม่ จัดการเรื่องของ State Quarantine ของเราเคลียร์ทางไว้ก่อน เหลือทางด้านโน้น ถ้าเปิดทางก็กลับมาได้ อันนี้ก็นำเรียนให้พี่น้องประชาชน คุณพ่อคุณแม่ได้อุ่นใจสบายใจ แล้วก็อยากส่งใจไปช่วยด้วยนะครับ มาดูที่ทางเอเชียกันบ้างครับ ญี่ปุ่นเมื่อวานนี้เพิ่มขึ้น 418 สิงคโปร์เพิ่มขึ้นยังตัวเลขหลักพันอยู่นะครับ 1,037 ทำให้ตัวเลขรวมของสิงคโปร์ 11,100 กว่านะครับ เกาหลีเลขตัวเดียว คือ 6 นะครับ แต่เขายอดรวมนี่ 10,700 กว่า อินโดนีเซียวันเดียวเพิ่ม 357 ตัวเลขรวม 7,700 โดยประมาณ ฟิลิปปินส์ 200 กว่าเมื่อวานนี้ ตัวเลขรวม 6,900 มาเลเซียเพิ่มเป็น 2 หลัก มากกว่าเรานิดหนึ่ง 71 ตัวเลขรวม 5,600 นะครับ อันนี้ก็นำเรียนว่า เราต้องช่วยกันดู สอดส่องนะครับ เรื่องของการติดเชื้อรอบบ้านเรา ว่าเป็นอย่างไร และเราเองก็ต้องดูแลคนของเราด้วย ไม่ให้การเข้าออกนะครับ เป็นตัวนำเชิื้อไปหากันและกัน มาดูเรื่องของผู้ป่วยรายใหม่ นะครับ พลอตตามประเทศนะครับ จะเห็นว่าอินเดียนำโด่งเลยนะครับ อันนี้ประชากรเขาเยอะนะครับเป็นพันล้าน ก็ไม่แปลกที่จะเกิดขึ้นอย่างนี้ แต่ขณะเดียวกันสิงคโปร์อัตราการติดเชื้อก็พุ่งขึ้นไป ถึงแม้ประชากรไม่เยอะ บอกไม่ได้เลยนะครับว่า อะไรเป็นแบบไหน อะไรอย่างไร จะบอกว่าประชากรเยอะจะติดเชื้อมาก ก็ไม่ใช่ ประชากรน้องจะติดเชื้อน้อยก็ไม่ใช่ นี่ครับ เห็นชัด ๆ เลย อินเดียประชากร 1,000 ล้าน สิงคโปร์ หลักไม่ถึงหลักล้านหลัก ถ้าจำไม่ผิด ไม่น่าจะเกิน 5 ล้าน ดูสิครับตัวเลขในการเกิดที่เขาชันขึ้นไปนี่ ในการเกิดเชื้อขึ้นมานี่ ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะครับ ปากีสถาน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ทั้งหลาย อันนี้ก็คือเรื่องของจัดอันดับที่เกิดขึ้นในเอเชียนะครับ ไปดูประเด็นต่าง ๆ ที่เขาสรุปมาของต่างประเทศ มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง อินโดนีเซียครับ กรุงจาการ์ตา เปิดขยายมาตรการออกไปถึงวันที่ 22 พฤษภาคม หลังจากที่มีผู้ละเมิดกฎในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น การชุมนุม สำหรับร้านอาหารแบบซื้อกลับบ้าน และธุรกิจทั้งหมดต้องปิด ยกเว้นกิจกรรมที่จำเป็นกฎดังกล่าว จะถูกปรับเงิน เป็น 100 ล้านรูเปีย หรือประมาณ 9,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ แล้วจำคุกสูงถึง 1 ปี แล้วยังขอให้ชาวมุสลิมนะครับ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเขาทำการละหมาดที่บ้าน แทนที่จะไปมัสยิด อันนี้เราก็เรียนรู้จากประเทศเพื่อนบ้างของเรานะครับ ยูเครนเป็นอย่างไร ขยายมาตรการล็อกดาวน์ไปอีกถึง 11 พฤษภาคม สหราชอาณาจักร หมายถึง อังกฤษ อาจใช้มาตรการคุมเข้มทางสังคมยาวตลอดทั้งปี อันนี้เน้นย้ำเลยนะครับ เขาเจอเคสเยอะมาก หรือ จนกว่าวัคซีนจะสำเร็จ เบื้องต้นได้ประกาศเพิ่มระยะเวลาในการล็อกดาวน์ ถึง 7 พฤษภาคม แล้วมีแนวโน้มจะขยายไปอีกหากสถานการณ์โดยรวมยังไม่ดีขึ้น มาเลเซียละครับเป็นอย่างไร ขยายคำสั่งเพิ่มเติมจากคำสั่งควบคุมครั้งที่ ๓ ที่จะสิ้นสุด วันที่ 28 เมษายน โดยจะออกคำสั่งควบคุมการเคลื่อนไหวครั้งที่ 4 ต่อไปอีก เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมที่จะอยู่บ้านให้นานขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอนนะครับ นี่คือแต่ละประเทศที่ยังต้องตรึงเรื่องของมาตรการต่าง ๆ เอาไว้ ซึ่งก็แนวโน้มเป็นอย่างนี้กันทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยเราจะคาดการณ์ไม่ได้แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องสื่อสารได้รับทราบนะครับว่า เราไม่ได้เป็นประเทศเดียว ที่ต้องใช้มาตรการเข้ม ๆ อย่างนี้ หลายที่ทำแล้ว แล้วยังต้องทำต่อ เพราะฉะนั้นมาตรการเหล่านี้เราต้องไม่ให้การ์ดตก ต้องพยายามไม่ให้การ์ดตกเหมือนที่เคยใช้นี่ล่ะครับ ก็ต้องใช้ต่อ ส่วนเยอรมนีเขาทำอะไรบ้างครับ เขาออกกฎเข้ม ให้ประชาชนสวมหน้ากากทั้งประเทศ สถานการณ์นี้เราผ่านมาแล้วครับ ท่านผู้ชมครับ ในช่วงต้นปี ตั้งแต่แรก ๆ เลย จำได้ไหมครับ หลายคนบอกว่าเรื่องหน้ากากออกมาเต็มเลย แต่ต้องขอบคุณว่าเรื่องของหน้ากากนี้ ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนของเรามาก ถึงแม้จะเป็นดราม่า แต่ปรากฏว่าทุก ๆ ท่านใช้หน้ากากอนามัยเป็นเรื่องปกติที่ใส่กันเกือบทุกวันนะครับ แล้วเราก็มีในเรื่องของการทำหน้ากาก แม้กระทั่งหน้ากากผ้าออกมาเพียงพอ เยอรมนีบอกว่าที่ออกมาตรการให้ประชาชนสวมหน้ากาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อนี่นะครับในขณะที่รถโดยสาร ขนส่งสาธารณะหรือออกนอกจากเคหสถานในมาตรการการแพร่ระบาดของเชื้อนี้นะครับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมายังเป็นวันแรกของภาคธุรกิจบางส่วนของเยอรมันกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากถูกปิดมาจากมาตรการ Lock Down โดยภาคธุรกิจที่กลับมาเปิดให้บริการจะเป็นร้านค้าที่มีพื้นที่ ไม่เกิน 800 ตารางเมตร ส่วนโรงเรียนคาดว่า จะกลับมาเปิดภาคเรียน อีกภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านะครับ อันนี้ของเขาก็มีมาตรการของเขาที่เป็นอีกแบบหนึ่ง ก็เรียนรู้กันไปนะครับ มาถึงเรื่องของมาตรการ การนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศไทย ในวันนี้วันที่ 24 นะครับ ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นจะกลับมา คนไทยจะกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น 31 คนนะครับ แล้วก็จากประเทศอินเดียกลับมาตอนบ่ายสามเศษ ๆ 171 คน ซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้ปฏิบัติธรรม ส่วนพรุ่งนีี้ก็จะเห็นอิหร่านอีก 21 คนนะครับ เป็นนักศึกษา และคนไทยที่ตกค้างนะครับ ก็กลับมาในวันพรุ่งนี้นะครับ ก็นำเรีนยว่าเป็นหน้าที่อีกภารกิจหนึ่งของ ศบค. ที่จะต้องนำคนไทยกลับมานะครับ อื่น ๆ ก็เมื่อเช้านี้ก็คุยกันของมาตรการประเทศอื่น ๆ หลายประเทศมีตัวเลขประมาณสัก 8,000 กว่า แต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับ ตอนนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในแต่ละประเทศ ถ้าต้องการได้กลับมาติดต่อสถานทูตทุกแห่งอย่างที่กล่าวไปแล้ว เพื่อเราจะได้รับทราบตัวเลขยอดชัด ๆ แล้วก็เราก็จะได้วางแผนต่าง ๆ ไว้อย่างดีนะครับ ไปดูเรื่องศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงนะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้บอกไปแล้วนะครับ ว่าปรับเปลี่ยนมาตรการจากการลดจุดตรวจ ด่านตรวจลงไป ไปเพื่อสายตรวจแทน ซึ่งก็ทำให้นะครับ มาตรการนี้ทำให้ทำให้ตัวเลขการดำเนินคดีออกนอกเคหสถาน ในกรณีของออกนอกเคหสถาน ลดลงร้อยละ 65 ชุมนุม มั่วสุมลดลงถึง 67 นะครับ รายต่อวัน เหลือ 39 กับเหลือ 482 ตามลำดับที่ว่านะครับ นี่คือต้องขอบคุณครับ ต้องขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศที่ช่วยกันลาดตระเวนออกไปหลาย ๆ ที่ ไปตรวจความเรียบร้อยของประชาชน และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือนะครับ ผมเห็นตัวเลขตัวนี้ 39 นี้ต่ำที่สุดที่เห็นภาพนี้มาประมาณสัก 2 สัปดาห์ ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ ท่านเองทำตรงนี้ ท่านก็จะปลอดโรค ปลอดภัยเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่สำคัญตรงนั้นมากกว่านะครับ มาดูเรื่องของการด้านการกระจายตัวของแต่ละคดี นะครับ เชียงใหม่ยังเยอะอยู่ในจังหวัดที่เป็นภาคเหนือ ภาคใต้อันดับหนึ่งอยู่ที่ภูเก็ตนะครับ ช่วยกัน เตือนกันหน่อยนะครับ ชื่อจังหวัดที่ซ้ำ ๆ อย่างนี้นะครับ สามารถที่จะปรับทำให้คนที่ต้องออกนอกเคหสถานหรือชุมนุมมั่วสุมนี่ลดลงไปให้ได้นะครับ กรุงเทพฯ ก็ยังเยอะอยุ่ สุรินทร์เป็นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ออกมา และก็ที่ออกมานะครับ แล้วก็ภาคกลางจังหวัดปทุมธานีนะครับ 10 อันดับแรกก็ตามเอกสารนี้แล้วกัน ผมขออนุญาตไปเร็ว ๆ จะเห็นภาพที่มีการนำเรียนว่า จับกุมแล้วก็ทำให้ หรือไม่มีการจับกุมเป็นศูนย์ก็มีนะครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มาวันนี้ ผมอยากรู้ว่า กลุ่มคนไหนครับ ที่ไปให้ตำรวจจับพูดง่าย ๆ ไปกระทำความผิดแล้วก็ถูกตำรวจจับมันเยอะแค่ไหน มาเจอแล้วครับ กลุ่มที่ไม่เกิน 18 ปี กับกลุ่ม 19-30 ปี เป็นกลุ่มก้อนใหญ่เลยครับ โดยเฉพาะผู้ชาย กระทำผิดมากกว่าผู้หญิงนะครับ รวมแล้วทั้งหมดนี่ ชุมนุม มั่วสุม ที่มีทั้งหมดตั้งแต่ 3 ถึง 22 เมษายนนี่ รวมแล้ว 1,972 ราย และแยกออกมาผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนะครับ ผู้ชาย1,000 กว่า ผู้หญิง แค่ 600 ครึ่งต่อครึ่ง ในช่วงของวัยรุ่นกับวัยทำงานนี่ผู้ชายเยอะมากครับ แต่น่าแปลกช่วงของวัย 50 นะครับ 51-61 ปีขึ้นไป ก่อนสูงอายุกับสูงอายุผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย ก็มีคดีที่คงจะเกี่ยวข้องเรื่องของการพนัน ที่ทางคุณตำรวจบอกมา เพราะฉะนั้นตรงนี้นำเรียนว่า พี่น้องในครอบครัวทั้งหลาย ถ้าท่านเห็นว่าลูกหลานท่าน ดูแลได้ไม่ดี ก็ตักเตือนกันด้วยนะครับ อย่าออกไปข้างนอกเลย ในกลุ่มอายุของวัยรุ่นกับวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ อย่างที่เราบอกกันมาที่สุด เพราะฉะนั้นเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันที่กระทำผิดกฎหมายด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านที่ดูแลคนกลุ่มนี้อยู่ หรือคนกลุ่มนี้เองช่วยดูแลด้วยครับผม (คุณสุภนันท์) ครับต่อไปเป็นช่วงคำถาม วันนี้มีคำถามที่ฝากเข้ามาของทาง TNN ที่ฝากมาก่อนนะครับ มีสอบถามมาถึงปัจจัยหรือมาตรการของไทยที่ควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อในบ้านเราดีหรือว่ามีประสิทธิภาพ เพราะว่าเทียบกับต่างประเทศดูคล้าย ๆ กับต่างประเทศ ทำไมตัวเลขบ้านเราถึงน้อย ประมาณ 20 - 30 คน ประมาณนี้ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) มาตรการต่าง ๆ ที่เราได้ทำมาคงจะต้องบอกนะครับว่า มีหลายส่วนประกอบกัน ด้านหนึ่ง คือต้องให้ความสำคัญกับชุดข้อมูลที่เราได้มีการรายงานอย่างนี้ขึ้นมา แล้วเราก็นำชุดข้อมูลมาใช้ให้เป็นประโยชน์ คนที่ติดเชื้อ คนที่มีเรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี่ เราก็เอาชุดข้อมูลนั้นมาบอกเล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เมื่อท่านได้รับทราบก็เข้าใจถึงสถานการณ์ พอเข้าใจสถานการณ์ก็เกิดความร่วมมือกัน ก็เพราะฉะนั้นข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญ ของระบบบริหารจัดการที่เกิดขึ้นจากระดับสูงสุด จนกระทั่งถึงระดับที่ล่างสุด สูงสุดก็คือระดับประเทศ ระดับรัฐบาล ระดับของศูนย์ ศบค. แล้วลงไปถึงจังหวัด ของจุดที่เรียกว่าปฏิบัติการ แล้วก็สามารถที่จะสั่งการลงไปได้ในระดับของบุคคลได้ รวมถึงตัวบุคคลก็คือพี่น้องประชาชน ที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ซึ่งเราก็มีความภูมิใจมาก ๆ ในประเทศไทยของเรา ซึ่งเรามีระบบสาธารณสุขที่วางไว้เป็นร้อยปีนะครับ ซึ่งก็เป็นผลของการที่เราจะมาใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ขณะเดียวกันเราก็มีระบบของการดูแล ล่างที่สุดก็คือ อสม. ที่ 1 คนต่อ 10 ครัวเรือนนี่นะครับ ที่สำคัญที่สุด คือ ประชาชนอีกประมาณ 60 กว่าล้านคนที่ให้ความร่วมมือกับเราต้องได้ใกล้เคียง 90 เปอร์เซ็นต์ หรือ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ว่านะครับ เราถึงจะประสบความสำเร็จ ในการควบคุมป้องกันโรค เพราะฉะนั้นเครดิตตรงนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่งเลย แต่เป็นเรื่องของคนทุกคนที่ต้องได้รับรางวัลของความสำเร็จนี้ไปพร้อม ๆ กัน นะครับ (คุณสุภนันท์) เรียนถามนะครับ บอกว่าตอนนี้แต่ละจังหวัดนี่ เริ่มมีการให้บางสถานประกอบการ หรือว่าสถานที่บางประเภทให้กลับมาเปิด ตอนนี้การคลายล็อกมีแนวโน้มอย่างไร หรือว่าต้องมีการประสานกับทาง ศบค. ก่อนหรือเปล่าครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ตอนนี้ในเรื่องที่ต้องตัดสินใจในระดับสูงสุด คือ ท่านผู้บัญชาการสูงสุด ของ ศบค. ซึ่งท่านเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ต้องเอาเข้า ครม. หรือคณะรัฐมนตรีในการที่จะประกาศ อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญอันหนึ่งนะครับ ซึ่งจะเป็นลักษณะของการออกกฎใหญ่ของทั้งประเทศ แต่เรื่องของการผ่อนคลาย ที่จะเกิดอะไรขึ้น นี่ก็จะเกิดขึ้นตามมานะครับ เป็นประเด็นที่ตอนนี้ก็มีการพูดคุยกันอยู่ว่า ศบค. จะไปรับในทุก ๆ เรื่องก็คงจะไม่ได้นะครับ ตอนนี้ก็มีการตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ด้านธุรกิจภาคเอกชน โดยมีทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาเป็นประธาน โดยท่านเลขาฯ แล้วก็มีภาคส่วนที่ร่วมกันในภาคธุรกิจเยอะแยะมากมายนะครับ เพราะว่าตอนนี้ การควบคุมโรคไปควบคุมชุดพฤติกรรมของคน เพราะว่าโรคไม่รู้อยู่ที่ไหน อยู่ที่คนนี่ล่ะครับ เราต้องคุมคน เสร็จก็เลยทำให้ระบบของงานต่าง ๆ ที่ถูกกระทบต่อการคุมคน นะครับ ที่เราบอกว่า ต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ ก็คือคุมโรคได้โดยการคุมคนคุมคนเสร็จผลกระทบก็ไปเกิดทางด้านเศรษฐกิจขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าจะผ่อนปรน จะต้องเกิดการคลายอะไรทั้งหลายนี่ ก็ต้องมีการประชุมปรึกษากัน ทีมนี้กำลังทำงานกันอยู่ครับ แล้วก็จะมีการนำเสนอชุดข้อมูลต่าง ๆ ให้ทางท่าน ผอ. ศูนย์ และคณะกรรมการของ ศบค. และคณะกรรมการ ศบค. ต้องมีการตัดสินใจ ที่ต้องเสนอต่อ ครม. ก็ต้องมีการพิจารณาเพื่ออนุมัติออกมา หลังจากนั้นก็ต้องมาดู เขาเรียกอะไร เป็นกิจการ กิจกรรมต่าง ๆ ที่จะทำได้ ไม่ได้ ก็จะต้องค่อย ๆ ออกมา ก็ต้องนำเรียนว่า ซึ่งอันนี้นำเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกคิด ถูกตรอง เรียกว่าปรึกษากันอย่างรอบด้าน ออกมาแล้วคนส่วนใหญ่ต้องเห็นด้วย ออกมาแล้วมาตรการทั้งหลายต้องไม่กระทบต่อการแพร่ระบาดของโรค มีหลายคนบอกกันนะครับว่า เรามีเงินไม่พอ แค่ตอนนี้เราต้องกู้กันมา เราจะเกิด Second Wave หรือคลื่นภูเขาลูกที่ 2 ลูกที่ 3 ตามมาไม่ได้อีกแล้ว เพราะว่าจะสูญเสียทั้งเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วก็เสียชีวิต แล้วที่สุดแล้วก็คือการเสียเรืื่องของงบประมาณลงไป ผมเคยรายงานตอนอยู่สาธารณสุข ตัวเลขที่สาธารณสุขนะครับ ตัวเลขตอนต้น ๆ คือว่า ผู้ป่วย 1 รายนี่เราต้องมีการเสียเงินโดยประมาณการคือ 1 ล้านบาท ตอนนี้ไม่แน่ใจว่า ทบทวนขึ้นไปแล้วจะมากหรือจะน้อยไปกว่าเดิมนะครับ ตอนนี้เรามีคนป่วยไปแล้ว 2,000 กว่าราย ที่เรารายงาน นั่นหมายความว่า 2,000 เกือบ 3,000 ล้านนี่ต้องเสียไปแล้วนะครับ ที่นอนโรงพยาบาลใช้เงินพวกเราทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าตัวเลขออกมาเป็นหลักหมื่น หลักแสนอย่างที่ว่านี่ เงินมันจะสักเท่าไรครับ เพราะฉะนั้นการเสียเงิน ในเรื่องของการรักษาเรามีไม่มาก แต่เรามีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอยู่ เราต้องชั่งระหว่าง 2 ด้านนี้ว่า มันจะต้องเสียไปแค่ไหน แต่อีกนั่นแหละหลายคนบอกว่า เรื่องของเงินทองจะคิดมากก็ไม่ดีนะครับ ก็ถ้าจะเสียบ้างก็ต้องเสีย แต่หลายคนบอกว่า ไม่ได้หรอกครับ เราเสียเงินดีกว่าที่จะต้องมาเสียชีวิต หรือมาเจ็บป่วยหรือมาเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นญาติเรา เราก็ไม่ยอมนะครับ ถึงแม้ท่านจะสูงอายุหรืออะไรก็แล้วแต่ เราไม่มีสิทธิจะให้ใครอยู่ใครไป เราอยากจะให้ทุกคนอยู่กับเรา ถึงแม้ท่านจะมีอายุมากมายแค่ไหนอะไรอย่างไร เหมือนในต่างประเทศต้องมาตัดสินว่าคนนี้อยู่ คนนี้ไปไม่อยากให้เป็นความสะเทือนใจของทางการแพทย์มาก ๆ ไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นตรงนี้เรื่องของการคิดหน้าคิดหลัง คิดแบบรอบคอบเกิดขึ้นกับสถานการณ์อย่างนี้ แล้วที่สำคัญที่สุด ผมก็มีหน้าที่สื่อสารให้ท่านผู้ชม ท่านที่น้องประชาชนคนไทยทุกคนต้องเข้าใจว่า เราจะต้องผ่านจุดวิกฤตนี้ไปอย่างไร ถึงแม้หลายคนบอกว่าก็เบาใจแล้วสิ 13 คน 15 คน ไม่เยอะหรอก ขายของกันเถอะ สบาย ๆ แต่อย่างที่บอกนะครับว่า มันเกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านเรามาแล้ว เผลอนิดเดียวพุ่งจากหลัก 1,000 ขึ้นไปเป็นหลักหมื่น ตัวเลขชันขึ้นมาอย่างนี้ ซึ่งนั้นก็คือการสูญเสียทรัพยากร 1 คน เท่ากับ 1 ล้าน หมื่นคนก็เท่ากับหมื่นล้านเลยนะครับ เยอะมาก เพราะฉะนั้นตอนนี้ตัวเลขต่าง ๆ ต้องระมัดระวังที่เราจะต้องตัดสินใจร่วมกัน แต่ผมก็เชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนไทยของเรา เรารักกันแล้วเราก็สามัคคีกัน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะคิดแล้วนำพากันไป เพื่อจะช่วยกันให้เราอยู่รอดปลอดภัยไม่ติดโรคกัน ผลที่เกิดขึ้นก็คงเป็นประมาณที่เราได้คุยกันมาครับผม (คุณสุภนันท์) มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของค่าตรวจ ตอนนี้ถ้าพี่น้องประชาชนสงสัยว่าติดเชื้อ จะสามารถตรวจโควิดฟรีใช่หรือไม่ ถ้าตรวจฟรีจะต้องมีเกณฑ์อะไรหรือเปล่าครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) คำถามนี้ถูกถามบ่อย บอกแล้วรอบหนึ่ง เดี๋ยวมาบอกอีกรอบนะครับ คนที่จะได้ตรวจฟรี จะต้องมีอาการดังต่อไปนี้ มี 2 ข้อ และบวกปัจจัยเสี่ยงอีก 1 ปัจจัยเสี่ยง 2 ข้อ มีอะไรบ้าง ข้อที่ 1 มีไข้ หรือประวัติว่า มีไข้ก็ได้นะครับ อันที่ 2 ก็คือเรื่องของมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ หรือปอดอักเสบ อย่างใดอย่างหนึ่ง ใน 5 อย่าง ข้อที่ 1 นี่ 2 อย่างมี 1 อย่าง ข้อที่ 2 นี่มี 1 ใน 5 อย่าง OK เลย แล้วก็ร่วมกับมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่นอะไรบ้าง มีประวัติเดินทาง หรือไปมาพื้นที่ที่มีการติดโรค ตอนนี้มากรุงเทพมหานครนี่ ท่านก็บอกได้แล้ว ท่านบอกอยู่ต่างจังหวัด กลับมาจากกรุงเทพฯ อย่างนี้ก็ได้แล้ว ประวัติอาชีพที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือไปที่สถานที่ชุมชนไปตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือสัมผัสกับผู้ป่วยืนยัน 1 ใน 4 ข้อ นี้อย่างใดอย่างหนึ่งได้เลยนะครับ นี่คือสิ่งที่พยายามปรับง่ายขึ้นนะครับ แล้วก็ให้ท่านได้เข้าถึงการตรวจได้ ทีนี้สถานที่ที่จะไปตรวจ ๆ ตรงไหนได้บ้าง ก็ตามสิทธิของท่านก่อนนะครับ ถ้าท่านเป็นข้าราชการท่านก็สามารถไปโรงพยาบาลที่ท่านสามารถเบิกได้ของรัฐ ถ้าท่านเป็นประกันสังคมท่านขึ้นทะเบียนที่ไหนก็ไปที่นั่น เป็นของทางสิทธิ 30 บาท รักษาทุกโรค ท่านก็ไปบัตรทองได้ทุกที่นะครับ ไม่ใช่สิ ที่ท่านขึ้นทะเบียนไว้ ส่วนคนที่มีอาการแบบเรียกว่า ฉุกเฉิน เรียกว่ามีไข้สูงขึ้นมาเลย และอาการเข้าได้กับอันนี้หมดเลย ก็ไปตามยูเซ็ปคือ ไปได้ทุกที่ก็ไปตามทุกที่นะครับ โรงพยาบาลทางด้านเอกชนก็ได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ถ้าท่านอยู่นาน ๆ อาจจะมีส่วนต่างด้วยตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็นำเรียนว่าภาระทั้งหลายนี่อยู่ที่ภาครัฐช่วยแบ่งเบาให้กับคนไทยหลาย ๆ คน ก็ไม่ต้องล้มละลายไม่เกิดขึ้น แตกต่างกันกับทางประเทศทางตะวันตกนะครับ เคยมีการให้ข้อมูลขึ้นมาว่า 1 คนนี่ที่ป่วย ที่อยู่ที่ประเทศ อันนี้เอ่ยนามได้ สหรัฐอเมริกาต้องเสียค่าใช้จ่ายหลักล้านเหมือนกันครับ เป็นล้านนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศทางตะวันตกนะครับ ครับผม (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปนะครับ ตอนนี้มีข่าวว่าการลงพื้นที่ไปบริจาค ไปแจกของในหลายจุด ตอนนี้มีปัญหาก็เลยมีคนถามเข้ามาว่า ตกลงแล้วพี่น้องประชาชนที่พอมีกำลังนี่จะสามารถลงพื้นที่ไปแจกของให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในจุดต่าง ๆ ได้ไหมครับ ถ้าจะลงไปต้องทำอย่างไรบ้างครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็เพื่อให้เห็นภาพของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมืองไทยของเราเป็นเมืองพุทธนะครับ ส่วนใหญ่ ถึงแม้ไม่ใช่เมืองพุทธ ผมฟังดูถึงแม้มุสลิมเดือน รอมฎอน นี้ก็จะมีการบริจาคกันด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ๆ ของพวกเราที่อยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย ข้าวของเครื่องใช้ หรืออาหารการกิน ก็เป็นเรื่องที่ธรรมดานะครับ ที่เราจะเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ เพื่อป้องกันไม่ให้การมาแออัดรวมกลุ่มกัน ตอนนี้มีตัวอย่างดี ๆ หลาย ๆ ที่นะครับ อย่างกรณีของทางวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ก็ทำเป็นขั้นตอนขึ้นมา มีการเข้าไปสำรวจชุมชนก่อนว่า ต้องการแค่ไหนก่อนนะครับ ว่าต้องการแค่ไหน แล้วแบ่งออกเป็น Gradding ออกมาว่ากลุ่มไหนต้องการอย่างไรนะครับ แล้ววันรับมอบนี่ก็ให้มีจุดพักคอย มีจุดตรวจอุณหภูมิ แล้วแบ่งกลุ่มคนกลุ่ม ๆ ต่าง ๆ เข้าไปรับแจกของในช่วงเวลาที่ต่างกันไป ซึ่งอันนี้ออกมาเป็นแผนภูมิมีแล้วครับ ขึ้นมาเป็น Infographic ขึ้นมา อย่างนี้ครับ นี่คือสิ่งที่เราช่วยกัน ของ กทม. เองก็ออกมาเป็นในลักษณะของการลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อจะเลือกพื้นที่ที่ท่านจะเข้าไปบริจาคได้ ใน กทม. หรือกรุงเทพมีถึงประมาณ ถึง 71 จุด ถ้าจำไม่ผิด นะครับ ใช่ครับนี่ ท่านเข้าไปที่ bkk.help นะครับวางไว้แล้วก็ไปเลือกจุดที่จะเข้าไปบริจาคได้นะครับ พอท่านเลือกจุดเลือกเวลา แล้วก็จะมีคนประสานงานไปแจ้ง แล้วจะมีคนประสานงานไป แล้วก็จะมีการจัดพื้นที่โดยสำนักงานเขตพื้นที่จะจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก เช่น มีการตรวจอุณหภูมิ มีบริการเจลล้างมือ มีการจัดระเบียบเว้นระยะทางกายภาพ แล้วก็จัดพื้นที่นั่งรอ พื้นที่นั่งทานอาหาร พื้นที่สำหรับทิ้งขยะ พร้อมแนะวิธีการแจกของอย่างถูกต้อง และปลอดภัยทั้งผู้แจกและผู้รับ อย่างนี้สิครับ เรามีบทเรียนที่เรียนรู้กันขึ้นมาสักพักหนึ่งเราก็จัดการได้ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ ที่เราเคยมีความขัดแย้งตอนนี้ผมว่าตอนนี้ก็จะน้อยลง ก็จะเห็นภาพน่ารัก ๆ เกิดขึ้นมากมายนะครับ ก็ฝากพี่น้องสื่อมวลชนนะครับ อะไรที่ดี ๆ นะครับ เอามาทดแทนภาพที่เราเห็นเป็นลบ ๆ บ้างก็จะดี อันนั้นคือสิ่งที่เราจะได้ชื่นชมกัน ผมเชื่อว่าคนที่จะบริจาคก็อยากจะเห็นคนมารับแล้วเขาก็ได้กิน ได้นั่งกิน และยิ้มกันทั้งหลายตามมานะครับ ส่วนต่างจังหวัดทั้งหลาย ก็ให้ติดต่อไปยังทางของจังหวัดท่านทั้งหลาย ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือศาลากลางจังหวัด ทุกจังหวัดตรงนั้นในการดูนะครับผม (คุณสุภนันท์) มีความห่วงใยถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ อสม. นะครับ บอกว่าตอนนี้ต้องทำงานอย่างหนักนะครับ ทาง ศบค. มีแนวทางการดูแลหรือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างไร (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ต้องบอกว่า อสม. ได้รับคำชื่นชมระดับ WHO มาแจ้งนะครับว่า เรามี 1,040,000 กว่าคนนี่ ทำงานได้อย่างดี อสม. ที่จะต้องดูแล ตรึงในพื้นที่นะครับ ตรงนี้ก็นำเรียนว่ามีหลาย ๆ เรื่องที่กระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรองนายกรัฐมนตรี ออกโปรแกรมมาเยอะเลยครับ มีเยอะมากนะครับ ยกตัวอย่างเรื่องของค่ารักษา เรื่องของการปฏิบัติงาน ถ้ามากกว่า 10 ปี ขึ้นไป สิทธิค่าห้องพิเศษ อาหารฟรี เรื่องค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม. จัดการศพ เรื่องของสงเคราะห์ครอบครัว หลายอย่างและล่าสุดนี่นะครับ เมื่อสัก 10 โมงเช้านี้ ทางภาคเอกชนโดยทางกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับ BTS กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด มหาชน ก็ได้มามอบเรื่องของกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. นะครับ ในฐานะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เอามามามอบให้นะครับ นี่ ก็มีผู้ใหญ่หลายคนนะครับ ทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็มานะครับ แล้วก็มามอบให้ มีอะไรบ้างครับ มีกรมธรรม์ ซึ่งมูลค่าถึงประมาณ 50 ล้านบาทให้กับแพทย์ พยาบาล เป็นประกันชีวิต และมีเรื่องของทางด้านให้กับทางผู้ช่วยพยาบาลเทคนิคการแพทย์และรังสีแพทย์ ประมาณ 10 ล้านบาท กองทุนสนับสนุนเยียวยาให้ อสม. อีก 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจของคนที่ทำความดีของบุคลากรสาธารณสุขทั้งระบบ ซึ่งมีประมาณ 4 แสนคน อสม. อีกประมาณ 1,040,000 คนนะครับ เพื่อให้ได้ทำงานรับมือการระบาดของโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง แล้วก็อย่างเข้มข้นและเสียสละกันเต็มที่ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุก ๆ ท่านเลยนะครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับคำถามที่ฝากมาวันนี้ไม่เพิ่มเติมแล้วนะครับ สุดท้ายคุณหมอจะมีอะไรฝากทิ้งท้ายให้กับประชาชนไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ สุดท้ายที่เราจะได้ยินคำว่า New Normal ก็เป็นชีวิตวิถีใหม่นะครับ ซึ่งเป็นแนวทางที่หลาย ๆ คนจะต้องปรับเปลี่ยนชุดพฤติกรรมไปนะครับ คนดังระดับโลก อย่าง บิลเกตส์ บอกว่า แล้วเปลี่ยนชีวิตของเราไปอีกนานเลยนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้น อย่างตอนนี้การที่เราจะต้องใส่หน้ากากเข้าหากันก็จะต้องอยู่กับเราตรงนี้อีกนาน อีกพักใหญ่ ๆ ธุรกิจจะต้องเกิดขึ้น ฝากด้วยนะครับ วิถีชีวิตท่านจะเป็นอย่างไร ท่านก็ต้องออกแบบทั้งส่วนตัว ทั้งครอบครัว ทั้งการงานของท่าน ต้องออกแบบตั้งแต่ตอนนี้นะครับ แล้วเราก็จะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกันครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนายแพทย์ทวีศิลป์ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. นะครับ ก็ถือว่าเป็นประเด็นหลากหลายนะครับ วันนี้ก็มีคนสอบถามถึงตัวเลข ออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างที่ทีมงานของเราทำความสะอาดโพเดียมและไมโครโฟนนะครับ สำหรับวันนี้ผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มเติมในประเทศไทยนั้น 15 ราย ตัวเลขสะสม 2,854 คนนะครับ แต่ขณะเดียวกันนะครับ ตัวเลขของผู้ที่รักษาหาย 60 คนนะครับ ทำให้ตอนนี้รักษาหายแล้ว 2,490 คน เหลือผู้ที่ยังคงรักษาอยู่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ 314 รายนะครับ และลำดับต่อไปขออนุญาตเข้าสู่การแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติ สื่อมวลชนต่างประเทศ ที่ติดตามในบ้านเรา ขอเรียนเชิญ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] ขอให้ชุมชนไทยที่รับฟังอยู่ทั่วโลก ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข มาร่วมกันสู้และต้านโควิดไปด้วยกัน สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์สถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. วันนี้นะครับ ส่วนรายการพิเศษของเราจะมีคำแนะนำสำหรับทุกคนหลายคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หลายคนเริ่มเครียด สองคุณหมอจะมาแนะนำครับว่า เราจะอยู่บ้านอย่างไร ในภาวะแบบนี้ให้มีความสุขทั้งกายและใจ 14.00 นาฬิกา วันนี้มีคำตอบนะครับ ช่วงนี้ผมสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี ลาไปก่อนครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր