--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (24 เม.ย. 63) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) บางละมุง ชลบุรี2. ถ้าได้รับความเดือร้อนจริงยังไปต่อไหม มี Mเดี๋ยวรอดูอีกหนึ่งนะ ท่านให้ข้อมูลผมโดยตรงนะ เข้าไปใน Facebook ส่วนตัวผมยังไม่ได้พูดเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเลย เรื่องที่จะต้องพูด จะเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากครับ เมื่อวานนี้ผมคุยกับวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงนี้ยาว ว่าท่านจะช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษานักเรียน นักศึกษาอย่างไรบ้าง ที่จะต้องเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี แล้วพ่อแม่ไม่มีสตางค์เลย เอามาคิดว่าจะช่วยเด็กคนนี้ได้อย่างไร ถ้าจะหาคนมันก็ช่วยได้คนเดียว ยังมีเด็กแบบแตงโมนี่อีกเยอะถ้าจะหาเงินไปบริจาค1,600,000 คน ท่านรัฐมนตรี สุวิทย์ เขาจะมีกองทุนให้กับนักศึกษาที่เรียนอยู่แล้วในมหาวิทยาลัย คุณหมอ ท่านปลัดฯ เมื่อวานไม่ได้เรียน เพราะเหตุผลจากโควิด จะไม่มีนักศึกษา ขี้เกียจ เกเร มีครอบครัวสะก่อน เขาช่วยตั้งแต่นักศึกษา จะได้มีแล้วก็คนที่เรียนจบปริญญาตรีแล้วตกงาน อยากจะเรียนเพิ่มอีกสักสาขาหนึ่งเรียนปริญญาตรีอีกสาขาหนึ่งเข้าไปและกำลังจะเข้าไป แล้วเขาไม่มีเงินที่จะไปเสียค่าเทอมแรก ให้ กยศ. ที่นั่งอยู่ในวิทยาลัย ออกมาตั้งโต๊ะนอกรั้วมหาลัย เข้าเรียนในสาขาใดก็ตาม ให้คุยนาทีแรก แล้วก็เข้าไปเรีนยได้ ไม่ใช่ให้ เด็กใหม่ พ่อแม่เดือดร้อนจากโควิด มันก็เข้าไม่ได้ แล้วก็เข้าไปเรียนได้ (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านเข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์หรือ ศบค. นะครับ ประจำวันศุกร์ที่24 เมษายนนะครับ สถานการณ์ประจำวัน และประเด็นสำคัญ ประจำ โฆษก ศบค. นะครับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ พี่น้องประชาชนนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ตอนนี้เราจะเห็นหลายคนใช้ทัั้งศบค. นะครับ ท่านผู้ชมครับ ต้อนนี้เราจะเห็นหลายคนใช้ทั้ง Face Shield หรือเป็นหน้ากากใสที่อยู่ที่ข้างหน้าผมอย่างนี้ครับ แต่ต้องใช้ร่วมกับหน้ากากผ้าด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้เป็นการปกป้องได้เต็มที่ เห็นหลายคนใช้หน้ากากใสอย่างเดียว มันจะไม่ได้ช่วยในการที่จะลดการติดเชื้อนะครับ เพราะว่ามันจะมีช่องทางที่หน้ากากออกไปได้นะครับ หมายถึงว่าสารคัดหลั่งออกไปได้ แล้วส่วนหนึ่งของการใส่หน้ากากผ้าก็ต้องใส่ให้เต็มให้ค่อมที่จมูกด้วยนะครับ บอกรำคาญ ก็หลุดมาอย่างนี้ อะไรนะครับ ต้องใส่ให้เต็มใบหน้าเลยถึงจะได้ดี แล้วก็หน้ากากผ้าก็ใช้ได้ดีที่จะป้องกันการติดเชื้อได้อย่างดี ถ้าท่านไม่ได้มีหน้ากากอนามัยแบบทางด้านการแพทย์ก็ไม่เป็นอะไรนะครับ เป็นการรายงานประจำวันนี้นะครับ วันนี้มีผู้ป่วยอาการดีขึ้นกลับบ้านได้อีก 60 รายนะครับ แล้วก็ทำให้ตัวเลขสะสมอยู่ที่ 2,490 นะครับมีผู้ป่วยรายใหม่ 15 แล้วก็ยืนยันสะสม2,854 ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มในวันนี้นะครับ ทำให้ 50 ศพ ยังเป็นรายเดิม ๆ เป็นศพเดิม แล้วก็มาดูในเรื่องของผู้ที่มีอายุกลุ่มอายุสูงสุดก็ยังอยู่ที่ 20-29 ปีเรายังต้องดูแลพวกเขาอย่างละเอียด เดี๋ยววันนี้จะไปดูนะครับ ทางด้านการจับกุมที่เราบอกว่าเชื่อมโยงกันไหมกับกลุ่มอายุนี้ เดี๋ยวเรามีตัวเลขมาสะท้อนกันของการดูแลในมาตรการของเคอร์ฟิวกับเรื่องของการป้องกันการชุมนุมมั่วสุม ตอนนี้นะครับ ก็มีภาพของตัวกราฟนะครับ หลายคนบอกว่าจากดูไม่เป็น ตอนนี้ดูเป็นแล้ว เพราะว่าเอาขึ้นมาฉายซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ก็เป็นเรื่องทางด้านการสื่อสารทางภาพและเสียง เพราะฉะนั้นตัวของภาพก็จะทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้นนะครับ15 ราย วันนี้ก็จะเท่า ๆ เดิมจากวันก่อนนะครับ เมื่อวันก่อนนะครับ เมื่อวานนี้ 13 วันนี้ลงมา 15 ตัวเลขนี้ก็ยังทรง ๆ อยู่ ก้ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ช่วยกันที่ทำให้ตัวเลขเป็นอย่างนี้ ก็คือผลอานิสงส์จากเมื่อ 14 วันเราเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราจะไปสะท้อนภาพ 7-14 วันหน้าท่านผู้ชมครับ มีผู้ป่วยที่รักษาอยู่โรงพยาบาลลดลงเหลือเพียง 314 ราย ต้องขอบคุณทางทีมบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านนะครับ ตอนนี้เราจะเห็นภาพของผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาล มีคนปรบมือ มีญาติมารอรับ มีความดีใจนะครับ ของคนที่เป็นคนไข้แล้วออกมาเป็นคนปกติ อันนี้ก็ต้องขอบคุณทางทีมงานที่ดูแลทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขนะครับ มาดูว่า 15 ราย นี้เป็นอย่างไร มาจากกลุ่มก้อนไหนนะครับ 11 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ มาจากระบบการเฝ้าระวังและระบบบริการ ทั้ง 9 ราย ก็เกี่ยวข้องกับการสัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันมาก่อนหน้านี้นะครับ แล้วก็ใน 9 รายนี้นะครับ ก็ไปพบที่กรุงเทพ 4 ภูเก็ต 4 สงขลา 1 ในส่วนที่ไปในสถานที่ชุมชนนะครับ เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว พบเจอที่ปทุมธานีแล้วไปตลาดบางปะอิน ปทุมธานีคลอง 1 อันนี้ 1 ราย จะเห็นว่าการเดินทางก็จะทำให้มีการแพร่เชื้อไปำด้นะครับ ส่วนการค้นหาในเชิงรุก ก็คือที่จังหวัดยะลา ก็พบว่ามีเพิ่มขึ้นมาอีก 4 คน รวมแล้วเป็น 15 คนนะครับ ซึ่งตรงนี้นำเรียนว่าที่เราเรียกว่าค้นหา หรือแอคทีวฟายดิงตอนนี้เป็นมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ที่ทำไปอีกในหลาย ๆ จังหวัด เพื่อที่เราจะได้เรียก Case เข้ามาให้ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ตอนนี้ตัวเลขต่ำ แต่ว่าวิธีการของเราที่เราทำกันอยู่ก็พยายามหาเคสให้มามากขึ้น 15 รายนี้มาจากไหนบ้างนะครับ กรุงเทพมหานคร 4 ปทุมธานี 1 สงขลา 1 แล้วก็สมุทรปราการอีก 1 ไปดูการกระจายของทาง10 จังหวัดแรกที่มีจำนวนมากที่สุดยังเป็นกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต 200 นะครับ นนทบุรี 192 สมุทรปราการ 11 ยะลา 19 แยกตัวเลขออกมาจาก State Quarantine ที่เขารับผิดชอบอีก 8 รายนะครับ ก็ในกล่องด้านขวามือนะครับ ที่จะเห็นภาพภูเก็ตเป็นอันดับ 1 กรุงเทพ ยะลา ปัตตานีนะครับ ทั้งหลาย ก็ยังเรียงลงมาอยู่นะครับการกระจายภาพนี้ ไปดูนะครับว่า มีคำถามว่า เราเรียก Case เข้ามาที่จะมารับการตรวจนี่ ที่เราเรียกว่า PUI หรือผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการสอบสวนโรคนี่นะครับ มีจำนวนเท่าไร ตอนนี้กรุงเทพมหานครนี่ หาผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการสอบสวนโรค 11,065 รายแล้ว รองลงมาก็จะเป็นยะลา 4,448 ราย 4,448 ราย นนทบุรี 3,600 กว่า 1,800 กว่า แล้วก็ภูเก็ต 1,000 เศษ ๆ นะครับ สมุทรปราการอีก 1,300 เราพยายามเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุดให้รับรู้ว่าต้องมีการหากันอย่างเชิงรุกมาก ๆ และจังหวัดที่เป็นสีแดง ๆ ทั้งหลาย ล้วนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการที่จะสแกนหาคนที่มีอาการอยู่ แล้วก็เข้ามารับการรักษา เพราะฉะนั้นท่านอยู่ในจังหวัดดังกล่าวนี้แล้วมีอาการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นไข้ ไออะไรที่ว่านี่นะครับ ที่เราได้ว่าไปแล้ว มีประวัติอย่างใดอย่างหนึ่ง และท่านอยู่ในจังหวัดที่มีการติดเชื้อเข้มสูงเดินเข้ามานะครับ ในยัเพื่อขอรับการบริการให้การตรวจได้เลยครับ มาดูอีกตารางหนึ่งซึ่งอันนี้ก็จัดให้เห็นภาพของเขียว แดง เหลือง เขียว เหลือง แดง ที่ว่านี้นะครับ เราต้องการให้อันดับของท่านนี่ จังหวัดของท่านนี่ตกลงมาอย่างในพื้นที่สีเขียวข้างล่างจะดีที่สุด ก็โชคดีที่กลุ่มก้อนใหญ่ ๆ จะอยู่ที่สีเหลืองแล้วก็เขียวข้างล่างนี้นะครับแดงจะมีเกาะกลุ่มเฉพาะแค่ภาคกลางกับภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครนะครับ จะเห็นสีแดงกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ อยู่ที่ตรงนี้ กับภาคใต้นะครับ ซึ่งจะรวมกระบี่ ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี สงขลารายงานผู้ป่วยใน 7 วันที่ผ่านมา กลุ่มก้อนอีกกลุ่มก้อนหนึ่งก็คือพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี นครปฐม ชลบุรี สมุทรปราการ แต่สมุทรปราการนี่ก็บอกว่าเป็นบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ปทุมธานีแต่มาขอรับการรักษาอยู่ที่สมุทรปราการพื้นที่ก็เลยต้องลงทะเบียนในพื้นที่ที่รักษาเท่านัั้นเองนะครับ แต่เราจะเห็นตัวหนังสือที่ออกจะสีน้ำเงินฉะเชิงเทรานี่ ตกอันดับลงมา การตกอันดับนี่ดีนะครับ ตกอันดับมาจากสีส้ม ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยในช่วง 7-14 วัน ลงมาถึงผู้ป่วยในกลุ่มที่รายงานผู้ป่วย 7-14 วัน คือยืดระยะเวลาของจังหวัดนั้นในการที่จะไม่ติดเชื้อออกมาก็เลยลงมาอยู่ตรงนี้ เช่นเดียวกับทางภาคเหนือ กับพะเยานะครับ ที่ลงมาในกลุ่มที่สามารถที่จะยืนระยะออกไปได้ยาวขึ้นใน 14-28 วันซึ่งไม่มีผู้ป่วยเลยนะครับ แล้วก็เช่นเดียวกันกับสุราษฎร์ธานีตกลงมาจากทางกลุ่มสีส้มลงมาอยู่กลุ่มสีเหลือง ตรงนี้ ต้องขอบคุณทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารทุกส่วน สสจ. แล้วก็ที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดนั้น ๆ ที่ให้ความร่วมมือแล้วก็ทำให้จังหวัดของท่านปลอดโรคลงไปตามระยะเวลาดังกล่าวที่ได้พูดมา ผู้ป่วยรายใหม่ มีเป็นอย่างไรบ้างนะครับ จังหวัดอื่น ๆ ต่างจังหวัดดูแนวโน้มก็ทรง ๆ ตัวนะครับ เช่นเดียวกันกับกรุงเทพฯ ก็ทรง ๆ ตัว ตรงนี้ก็พยายามที่จะต้องช่วยกันทั้งส่วนทุกส่วนเลยนะครับ แต่มาดูในการกระจายตัวของกรุงเทพมหานครที่เป็นสีแดงอันนี้นะครับ ก็จะเห็นว่าเป็นลูกคลื่น สีแดงนี่ครับท่านจะเห็นว่าเป็นลูกคลื่นขึ้นลง ขึ้นลง รู้สึกจะมียอดอยู่ประมาณสัก 2-3 ยอดแล้วตอนนี้ แต่ว่ายอดใหญ่ ๆ จะอยู่ช่วงของเดือนมีนาคม คือวันที่ 28 มีนาคม การที่จะมีเป็นยอดขึ้นมาสูง ๆ หรือไม่นี่ ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องช่วยกัน ยอดที่ 2 ยอดแรกจะอยู่วันที่ 22 มีนาคม ยอดที่ 2 ไปอยู่วันที่ 29 -30 มีนาคม และยอดที่ 3 ที่เตี้ย ๆ หน่อยหนึ่ง วันที่ 19 มีนาคม สีแดงนี่นะครับที่กรุงเทพมหานคร เราไม่อยากจะให้มียอดที่ 4 ที่ 5 อีกแล้ว เพราะว่าถ้ามันสูงขึ้นมาเป็นระรอก 2 ระรอก 3 ระรอก 4 อย่างที่บอกทรัพยากรทางการเงินของเรามีจำกัดนะครับ เงินเราไม่พอแน่ครับ ถ้าเราจะต้องเอามาทุ่มมาเทกับการป่วยแล้วต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล เหมือนอย่างที่เราเห็นในต่างประเทศนะครับ ไม่ใช่แค่เสียเงินอย่างเดียวนะครับ เสียชีวิตด้วย แล้วก็เกิดความเหนื่อยล้าต่าง ๆ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ระลอก 2 ระลอก 3 ระลอก 4 ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยนะครับ ครับผม มาดูว่าวิธีการทำงานของทางทีมสอบสวนโรคนี่เขาทำกันอย่างไร จะเห็นภาพนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง จังหวัดที่เราเห็นว่าที่มีการตัวเลขนำที่สุด ในเรื่องของการติดเชื้อก็คือภูเก็ตนะครับ กลุ่มก้อนที่เรารายงานมาจากไหน 34 ราย ท่านดูในช่องที่ 2นะครับ 34 ราย ก็จะพบว่ารับรายงานผู้ป่วยตั้งแต่ต้นเดือน คือ 2 - 22 เมษายน พบช่วงตอนแรกนี่ก็คือ ทำงานในสถานบันเทิง สัมผัสกับผู้ป่วยต่างชาติ 3 ราย เริ่มที่ 3 ราย แล้วก็ไปทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อผู้ป่วยต่อ ๆ มา คือร่วมบ้าน หรืออยู่ในชุมชนเดียวกันอีก 28 ราย ค้นหาเชิงรุกมาอีก 3 ราย รวมแล้วทั้งหมดกลุ่มก้อนนี้ 34 ราย นี่คือจังหวัดที่ภูเก็ต ไปดูที่ชุมพรที่เราได้ข่าวว่ามีป่วยแล้วก็เสียชีวิตไปนี่นะครับ กลุ่มก้อนนี้เจอที่อำเมือง อำเภอท่าแซะ อำเภอทุ่งตะโก20 คน ช่วงวันที่ 6-22 เมษายน มีกลุ่มก้อนแรกก็คือ 2 ศพ 2 คนที่เสียชีวิตด้วยปอดอักเสบไป ใน 2 ท่านนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง มีบุคลากรที่ติดต่อจากโรคนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย ผู้ป่วยในหอผู้ป่วยเดียวกัน อีก 5 ราย ผู้ที่มาดูผู้ป่วยในโรงพยาบาลอีก 2 ราย และร่วมบ้านกับชุมชนอีก 10 ราย รวมแล้วทั้งหมด 20 สูญเสียมาก ๆ ทำให้เสียชีวิต และทำให้บุคลากรทางการแพทย์ติดด้วยอื่น ๆ อยู่ในตาราง ก็ฝากทุกท่านไปศึกษาดูนะครับว่า ผมคงไม่สามารถใช้เวลาตรงนี้อ่านทั้งหมดนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ตอนนี้ก็เป็นบทเรียนที่เราจะได้เรียนรู้กันในด้านทางด้านการสอบสวนโรคทางการแพทย์ ผมก็อยากจะเอาภาพนี้มาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ แล้วก็เราเอาความเป็นจริงมาคุยกัน เราจะมองเห็นภาพว่า มันจะติดต่อกันได้อย่างไร ทีมสอบสวนโรคนี่ผมเข้าไปนั่งคุยกับน้อง ๆ เขาเหมือนตำรวจเลย กระดานของเขาที่เขียนอะไรทั้งหลายมานี่ ในการหาแต่ละคนไป เขียนเต็มกระดานเลยครับ มีรายชื่อของบุคคคลที่เขาจะต้องไปสืบเสาะแล้วก็เอามาป้องกัน เพื่อควบคุมโรค พวกเขาทำงานอย่างเต็มที่ นี่คือหน้ากระดานแบบหนึ่ง ซึ่งก็เอามาเป็นแบบผลสำเร็จแล้ว ซึ่งเขาได้ควบคุมกักโรค รักษาจนกระทั่งนำเข้าสู่กระบวนการที่ประสบความสำเร็จจนตอนนี้แล้วก็มาดูและเรียนรู้กันนะครับ มาในเรื่องของกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค มีคนถามว่าตรวจกันเยอะไหมนะครับ แล้วก็เจอกันมากน้อยแค่ไหน ตรวจน้อยหรือเปล่าก็เลยเจอน้อย ตอนนี้เราเรียกคนเข้ามาตรวจมากขึ้น มีอาการแค่ไข้หรือมีประวัติมีไข้ และบวกกับไอ น้ำมูก อย่างที่ผมบอกอะไรทั้งหลายที่พูดกันไปแล้วตอนนี้เข้ามาวันหนึ่ง ๆ เข้ามาเกือบได้ถึงประมาณเกือบ 2,000 กว่าคน แล้วก็เจอจริง ๆ อย่างเช่นสีนำเงินครับ ข้างล่าง เคสที่เป็นผลบวกผู้ป่วยยืนยันนี่นะครับ เส้นสีน้ำเงินข้างล่าง แต่สีแดงนี้ตรวจขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ ไม่ต้องกังวลเลยนะครับการวางแผนของทางผู้บริหารและกระทรวงสาธารณสุขก็ทำเต็มที่เพื่อที่จะให้ภาพนี้ออกมานะครับ ขณะเดียวกัน ศักยภาพของการตรวจเราเยอะไหมตอนนี้ ทางกระทรวงสาธาณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ยืนยันอีกครับว่าศักยภาพของกาาตรวจในกรุงเทพสามารถตรวจได้ถึง 10,000 ตัวอย่างต่อวัน แล้วก็ต่างจังหวัด รวมแล้วอีก 1 ตัวอย่างต่อวัน รวม ๆ แล้วทั้งประเทศเราได้ 20,000 ตัวอย่างต่อวัน แล้วก็สถานที่ของการตรวจแต่ก่อนก็บอกน้อย กว่าจะเข้าไปได้ก็ต้องมากระจุกตัวอยู่แถวกรุงเทพแล้ว แต่ตอนนี้ทำได้123 แห่งนะครับ เรียกว่าอะไร ที่นะครับ 123 ที่ 123 แห่ง แล้วต่อไปก็จะครบให้ทุกจังหวัดให้ได้นะครับ ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งก็มีตัวอักษร ตัวหนังสือของ slide ถัดไปเลยครับ ทุกที่เลยครับ ภาครัฐ เอกชน ในกรุงเทพมหานครภาครัฐ 29 แห่ง เอกชนอีก 25 แห่ง ถ้าเป็นต่างจังหวัดภาครัฐ 60 แห่ง เอกชนท่านสามารถไปรับการตรวจได้ตามเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวเล็กเกินไปท่านคงอาจจะมองไม่เห็นแต่อย่างไรก็ตามท่านหาในเว็บไซต์ได้นะครับ แล้วก็มีการกระจายตัวอยู่ตามในประเทศต่าง ๆ ตรงนี้นะครับ เขตที่ว่านี้ก็คือเขตตรวจราชการ ก็ดูตัวเลขก็แล้วกัน 123 เป้าหมายถัดไปก็คือ จะเอาให้ได้ประมาณสัก 176 ก็เป็นความท้าทายของทีมนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งหลายที่จะทำให้ได้นะครับ เราก็จะเห็นนะครับ ความพยายามกราฟสุดท้ายก็จะเป็นสิ่งที่เราตั้งความหวังไว้ว่าจำนวนห้องปฏิบัติการที่เปิดให้บริการได้นี้ก็จะกระจายไปแล้วทำให้ได้เต็มที่ จากต้นปีนะครับและทำให้ได้เต็มที่ จากต้นปีกุมภาพันธ์2 แห่งที่จรวจได้นะครับ กุมภาพันธ์ 16 แห่ง แล้วเราก็เพิ่มศักยภาพมาจนถึงตอนนี้ แล้วเราก็ได้ 123 แห่ง นำเรียนว่าโรคนี้เป็นโรคใหม่เรารู้จักเขาเพียงแค่ 3 เดือนเศษ ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เราพยายามทำอย่างเต็มที่เป็นการพัฒนาความรู้และระบบของเราอยู่ เราก็ต้องชื่นชมทางนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งหลายที่ช่วยกันทำให้ประเทศไทยเรามีระบบควบคุมป้องกัน แล้วก็ระบบสกรีนนิ่งที่ดีนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นของเรา แล้วเรานำมารายงานท่าน ไปดูเรื่องของต่างประเทศบ้าง ตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่เท่าไรครับ 2,700,000 กว่าคนแล้วนะครับ ที่ติดเชื้อนะครับ แล้วก็อาการหนักอยู่ที่ 58,000 กว่า รวม ๆ แล้วประมาณ 2.2% แล้วก็อาการหายดีขึ้นนี่ 744,000gเศษ ๆ เสียชีวิตไป 190,000 กว่าคน คิดเป็นประมาณสัก 7 เปอร์เซ็นต์ เยอะพอสมควรนะครับ ตอนนี้การเสียชีวิต อัตราเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สมัยตอนแรก ๆ เสียชีวิตประมาณสัก 2-3 เดือนที่แล้วนะครับ ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาถึง 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นโรคนี้เราจะคิดว่า เขาบอกว่าเป็นตามฤดูกาลโน้นนี่นั่นทั้งหลาย พยายามลดความสำคัญลง ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าอัตราการเสียชีวิตสูงมาก อยู่ที่ 7% นี้แล้วนะครับ แล้วก็ประเทศที่เป็นอันดับ 1 ตอนนี้ก็ยังเป็นสหรัฐอเมริกา อัตราการเสียชีวิตตอนนี้มีจำนวนการเสียชีวิตตอนนี้ 79,000 เพิ่มวันเดียวเสียชีวิตวันเดียว พรุ่งนี้ก็น่าจะแตะที่ 50,000 พูดอย่างนี้ ไม่อยากจะพูดจริง ๆ นะครับแต่ว่ามันเป็นตัวเลขที่นำมาก ๆ เลยสำหรับทางสหรัฐอเมริกาที่เรารู้สึกว่า ต้องเป็นห่วงเป็นใยกับเขานะครับ ตัวเลขคอนเฟิร์มหมายถึงยืนยันนี่ 800,000 กว่า มีหลายคนก็บอกว่าคงจะต้องไปถึงหลักล้านในเร็ว ๆ นี้นะครับ ส่วนเรื่องของทางอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมันต้น ๆ ที่เขามีความทุกข์กันอยู่นะครับ เสียชีวิตสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา แล้วก็ฝรั่งเศส แล้วก็ในรายใหม่ก็จะเป็นสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และสเปนนะครับ รัสเซียนี่เพิ่มขึ้นมาในวันเดียวรายใหม่ 4,700 กว่าราย เยอะเลยนะครับมาดูประเทศ มีบางคนที่บอกว่าอยู่ในประเทศ มีน้อง ๆ อยู่ที่เรียนหนังสืออยู่กลุ่มประเทศทางอเมริกาใต้นะครับ ก็มีพ่อแม่ผู้ปกครองก็ส่งไลน์มาคุยกัน เป็นห่วงลูกว่าจะได้กลับกันอย่างไร เมื่อไหร่นะครับ มาดูตัวเลขตรงนี้ เปรู ตอนนี้ติดเชื้อไป 20,914 นะครับ แล้วก็มีใน Case ในวันเดียว 1,600 กว่ารายซึ่งอันนี้ก็น่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองซึ่งเป็นห่วงเป็นใยลูกหลาน ผมทราบว่ามาตอนนี้ คือ สถานทูตแต่ละแห่งนะครับ ท่านเอกอัครราชทูต สถานกงสุลทั้งหลายอยู่ในทุก ๆ ประเทศทำงานอย่างหนัก แล้วก็เชื่อมประสานกับน้อง ๆ ทุกคนนะครับ ถ้าน้อง ๆ สามารถและติดต่อประสานหรือติดต่อไปได้ เราเคยให้เบอร์ไปหลายที เรามีเบอร์ฮอตไลน์สของทางเอกอัตรราชทูต สามารถที่จะบอกเขาไปได้ บางประเทศก็ปิดสนามบิน ไม่สามารถที่จะมีการบินพาณิชย์ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอเขาเปิดสนามบินได้ ก็ตามแต่ครับ ตอนนี้คนไทย โดยเฉพาะเด็ก ๆ คนที่มีภาวะที่ต้องพึ่งพิงสูงต้องได้รับการดูแลก่อนนะครับ เมื่อเข้าประชุมที่ ศบค. ท่านประธาน ซึ่งเป็นท่านรองผู้บัญชาการทหารบกก็ได้มาบอกกับผมว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องพยายามดูแลทุก ๆ คนแล้วก็นำกลับบ้านให้ได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ขึ้นอยู่กับน่านฟ้าของประเทศนั้น ๆ เปิดอยู่หรือไม่ จัดการเรื่องของ State Quarantine ของเราเคลียร์ทางไว้ก่อน เหลือทางด้านโน้นถ้าเปิดทางก็กลับมาได้อันนี้ก็นำเรียนให้พี่น้องประชาชน คุณพ่อคุณแม่ได้อุ่นใจสบายใน แล้วก็อยากส่งใจไปช่วยด้วยนะครับ มาดูที่ทางเอเชียกันบ้างครับ ญี่ปุ่นเมื่อวานนี้เพิ่มขึ้น 418 สิงคโปร์เพิ่มขึ้นยังตัวเลขหลักพันอยู่นะครับ 1,037 ทำให้ตัวเลขของสิงคโปร์ 11,400 กว่านะครับคือ 6 นะครับ แต่เขายอดรวมนี่ 10,700 กว่า อินโดนีเซียวันเดียวเพิ่ม 357 ตัวเลขรวม 7,700 โดยประมาณ ฟิลิปปินส์ 200 กว่าเมื่อวานนี้ ตัวเลขรวม 6,900 มาเลเซียเพิ่มเป็น 2 หลัก มากกว่าเรานิดหนึ่ง 715,600 นะครับ อันนี้ก็นำเรียนว่าเราต้องช่วยกันดู สอดส่องนะครับเรื่องของการติดเชื้อรอบบ้านเราว่าเป็นอย่างไร และเราเองก็ต้องดูแลคนของเราด้วยไม่ให้การเข้าออกนะครับเป็นตัวนำเชิื้อไปหากันและกัน มาดูเรื่องของผู้ป่วยรายใหมี นะครับ พลอตตามประเทศนะครับ จะเห็นว่าอินเดียในโด่งเลยนะครับ อันนี้ประชากรเขาเยอะนะครับเป็นพันล้าน ก็ไม่แปลกที่จะเกิดขึ้นอย่างนี้ แต่ขณะเดียวกันสิงคโปร์อัตราการติดเชื้อก็พุ่งขึ้นไป ถึงแม้ประชากรไม่เยอะ บอกไม่ได้เลยนะครับว่าอะไรเป็นแบบไหน อะไรอย่างไร จะบอกว่าประชากรมากติดเชื้อมาก ก็ไม่ใช่ ประชากรน้องจะติดเชื้อน้อยก็ไม่ใช่ นี่ครับ เห็นชัด ๆ เลย อินเดียประชากร 1,000 ล้าน สิงคโปร์ หลักไม่ถึงหลักล้านหลัก ถ้าจำไม่ผิด ไม่น่าจะเกิน 5 ล้าน ดูสิครับตัวเลขในการเกิดที่เขาชันขึ้นไปนี่ ในการเกิดเชื้อขึ้นมานี่ ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะครับ ปากีสถาน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ทั้งหลาย อันนี้ก็คือเรื่องของจัดอันดับที่เกิดขึ้นในเอเชียนะครับ ไปดูประเด็นต่าง ๆ ที่เขาสรุปมาของต่างประเทศมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง อินโดนีเซียครับ กรุงจาการ์ตา เปิดขยายมาตรการออกไปถึงวันที่ 22 พฤษภาคม หลังจากที่มีผู้ละเมิดกฎในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น การชุมนุม สำหรับร้านอาหารและธุรกิจทั้งหมดต้องปิด ยกเว้นกิจกรรมที่จำเป็นกฎดังกล่าว จะถูกปรับเงิน เป็น 100 ล้านรูเปีย หรือประมาณ 9,000 ดอลล่าสิงคโปร์ แล้วจำคุกสูงถึง 1 ปี แล้วยังขอให้ชาวมุสลิมนะครับ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเราทำการละหมาดที่บ้าน แทนที่จะไปมัสยิด อันนี้เราก็เรียนรู้จากประเทศเพื่อนบ้างของเรานะครับ ยูเครนเป็นอย่างไร ขยายมาตรการล็อกดาวน์ไปอีกถึง 11 พฤษภาคม สหราชอาณาจักร หมายถึงอังกฤษใช้มาตรการคุมเข้มทางสังคมยาวตลอดทั้งปี อันนี้เน้นย้ำเลยนะครับ เขาเจอเคสเยอะมาก หรือ จนกว่าวัคซีนจะสำเร็จ เบื้องต้นได้ประกาศเพิ่มระยะเวลาในการล็อกดาวน์ถึง 7 พฤษภาคม แล้วมีแนวโน้มจะขยายไปอีกหากสถานการณ์โดยรวมยังไม่ดีขึ้น มาเลเซียละครับเป็นอย่างไร ขยายคำสั่งเพิ่มเติมจากคำสั่งควบคุมครั้งที่ ๓ 28 เมษายน โดยจะออกคำสั่งควบคุมการเคลื่อนไวครั้งที่ 4 ต่อไปอีก เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมที่จะอยู่บ้านให้นานขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอนนะครับ นี่คือแต่ละประเทศที่ยังต้องตรึงเรื่องของมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ออกไปด้วย ซึ่งก็แนวโน้มเป็นอย่างนี้กันทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยเราจะคาดการณ์ไม่ได้แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องสื่อสารได้รับทราบนะครับว่าเราไม่ได้เป็นประเทศเดียว ที่ต้องใช้มาตาการเข้ม ๆ อย่างนี้ หลายที่ทำแล้วแล้วยังต้องทำต่อเพราะฉะนั้นมาตรการเหล่านี้เราต้องไม่ให้การ์ดตก ต้องพยายามไม่ให้การ์ดตกเหมือนที่เคยใช้นี่ล่ะครับ ก็ต้องใช้ต่อ ส่วนเยอรมนีเขาทำอะไรบ้างครับ เขาออกกฎเข้มให้ประชาชนสวมหน้ากากทั้งประเทศ สถานการณ์นี้เราผ่านมาแล้วครับ ท่านผู้ชมครับในช่วงต้นปี ตั้งแต่แรก ๆ เลย จำได้ไหมครับ หลายคนบอกว่าเรื่องหน้ากากออกมาเต็มเลย แต่ต้องขอบคุณว่าเรื่องของหน้ากากนี้ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนของเรามากถึงแม้จะเป็นดราม่า แต่ปรากฏว่าทุก ๆ ท่านใช้หน้ากากอานามัยเป็นเรื่องปกติที่ใส่กันเกือบทุกวันนะครับ แล้วเราก็มีในเรื่องของการทำหน้ากาก แม้กระทั่งหน้ากากผ้าออกมาเพียงพอ ที่ออกมาตรการให้ประชาชนสวมหน้ากากเพื่อป้องกันการติดเชื้อนี่นะครับในขณะที่รถโดยสาร ขนส่งสาธารณะหรือออกนอกจากเคหะสถานในมาตรการการแพร่ระบาดของเชื้อนี้นะครับ เมื่อวันพุธที่ผ่านมายังเป็นวันแรกของภาคธุรกิจบางส่วนของเยอมันกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่งหลังจากถูกปิดมาจากมาตรการ Lock Down โดยภาคธุรกิจที่กลับมาเปิดให้บริการจะเป็นร้านค้าที่มีพื้นที่ ไม่เกิน 800 ตารางเมตร ส่วนโรงเรียนคาดว่าจะกลับมาเปิดภาคเรียนอีกภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านะครับ อันนี้ของเขาก็มีมาตรการของเขาที่เป็นอีกแบบหนึ่งก็เรียนรู้กันไปนะครับ มาถึงเรื่องของมาตรการการนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศไทย ในวันนี้วันที่24 นะครับ ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นจะกลับมา คนไทยจะกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น 31 คนนะครับ แล้วก็จากประเทศอินเดียกลับมาตอนบ่ายสามเศษ ๆ 171 คนซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์แม่ชีและผู้ปฏิบัติธรรม ส่วนพรุ่งนีี้ก็จะเห็นอีหร่านอีก21 คนนะครับ เป็นนักศึกษา และคนไทยที่ตกค้างนะครับ ก็กลับมาในวันพรุ่งนี้นะครับ ก็นำเรีนยว่าเป้นหน้าที่อีกภารกิจหนึ่งของ ศบค. ที่จะต้องนำคนไทยกลับมานะครับ อื่น ๆ ก็ เมื่อเช้านี้ก็คุยกันของมาตรการประเทศอื่น ๆ หลายประเทศมีตัวเลขประมาณสัก 8,000 กว่า แต่อย่างไรก็ตามแต่นะครับ ตอนนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในแต่ละประเทศ ถ้าต้องการได้กลับมาติดต่อสถานทูตทุกแห่งอย่างที่กล่าวไปแล้ว เพื่อเราจะได้รับทราบตัวเลขยอดชัด ๆ แล้วก็เราก็จะได้วางแผนต่าง ๆ ไว้อย่างดีนะครับ ไปดูเรื่องการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงนะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้บอกไปแล้วนะครับ ว่าปรับเปลี่ยนมาตรการจากการลดจุดตรวจ ด่านตรวจลงไป ไปเพื่อสายตรวจแทน ซึ่งก็ทำให้นะครับ มาตรการนี้ทำให้ทำให้ตัวเลขการดำเนินคดีออกนอกเคหะสถานในกรณีของออกนอกเคหสถาน ลดลงร้อยละ 65 ชุมนุม มั่วสุมลดลงถึง 67 นะครับ รายต่อวัน เหลือ 39 กับเหลือ 482 ตามลำดับที่ว่านะครับนี่คือต้องขอบคุณครับ ต้องขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศที่ช่วยกันลาดตระเวนออกไปหลาย ๆ ที่ ไปตรวจความเรียบร้อยของประชาชน และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือนะครับ ผมเห็นตัวเลขตัวนี้ 39 นี้ต่ำที่สุดที่เห็นภาพนี้มาประมาณสัก 2 สัปดาห์ ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ ท่านเองทำตรงนี้ ท่านก็จะปลอดโรค ปลอดภัยเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่สำคัญตรงนั้นมากกว่านะครับ มาดูเรื่องของการด้านการกระจายตัวของแต่ละคดี นะครับ เชียงใหม่ยังเยอะอยู่ในจังหวัดที่เป็นภาคเหนือ ภาคใต้อันดับหนึ่งอยู่ที่ภูเก็ตนะครับ ช่วยกัน เตือนกันหน่อยนะครับ ชื่อจังหวัดที่ซ้ำ ๆ อย่างนี้นะครับ สามารถที่จะปรับทำให้คนที่ต้องออกนอกเคหะสถานหรือชุมนุมมั่วสุมนี่หมดไปให้ได้นะครับ กรุงเทพฯ ก็ยังเยอะอยุ่ สุรินทร์เป็นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ออกมา และก็ภาคกที่ออกมานะครับ แล้วก็ภาคกลางจังหวัดปทุมธานีนะครับ 10 อันดับแรกก็ตามเอกสารนี้แล้วกัน ผมขออนุญาตไปเร็ว ๆ จะเห็นภาพที่มีการนำเรียนว่าจับกุมแล้วก็ทำให้ หรือไม่มีการจับกุมเป็นศูนย์ก็มีนะครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มาวันนี้ ผมอยากรู้ว่ากลุ่มคนไหนครับที่ไปให้ตำรวจจับพูดง่าย ๆ ไปกระทำความผิดแล้วก็ถูกตำรวจจับมันเยอะแค่ไหน มาเจอแล้วครับ กลุ่มที่ไม่เกิน 18 ปี กับกลุ่ม 19-30 ปี เป็นกลุ่มก้อนใหญ่เลยครับ กระทำผิดมากกว่าผู้หญิงนะครับ รวมแล้วทั้งหมดนี่ ชุมนุม มั่วสุมที่มีทั้งหมดตั้งราย ถึง 22 เมษายนนี่ รวมแล้ว 1,972 ราย และแยกออกมาผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนะครับ ผู้ชาย1,000 กว่า ผู้หญิง แค่ 600 ครึ่งต่อครึ่ง ในช่วงของวัยรุ่นกับวัยทำงานนี่ผู้ชายเยอะมากครับ แต่น่าแปลกช่วงของวัย 50 นะครับ 51-61 ปีขึ้นไป ก่อนสูงอายุกับสูงอายุผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย ก็มีคดีที่คงจะเกี่ยวข้องเรื่องของการพนัน ที่ทางคุณตำรวจบอกมา เพราะฉะนั้นตรงนี้นำเรียนว่าพี่น้องในครอบครัวทั้งหลายถ้าท่านเห็นว่าลูกหลานท่านดูแลได้ไม่ดีก็ตักเตือนกันด้วยนะครับ อย่าออกไปข้างนอกเลย ในกลุ่มอายุของวัยรุ่นกับวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ อย่างที่เราบอกกันมาที่สุด ที่กระทำผิดกฎหมายด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านที่ดูแลคนกลุ่มนี้อยู่ หรือคนกลุ่มนี้เองช่วยดูแลด้วยครับผม (คุณสุภนันท์) ครับต่อไปเป็นช่วงคำถามวันนี้มีคำถามที่ฝากเข้ามาของทาง TNN ที่ฝากมาก่อนนะครับ มาถึงปัจจัยหรือมาตรการของไทยที่ควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อในบ้านเราดีหรือว่ามีประสิทธิภาพ เพราะว่าเทียบกับต่างประเทศดูคล้าย ๆ กับต่างประเทศ ทำไมตัวเลขบ้านเราถึงน้อย ประมาณ30 คนประมาณนี้ครับ มาตรการต่าง ๆ ที่เราได้ทำมาคงจะต้องบอกนะครับว่ามีหลายส่วนประกอบกัน ด้านหนึ่งคือต้องให้ความสำคัญกับชุดข้อมูลที่เราได้มีการรายงานอย่างนี้ขึ้นมาแล้วเราก็นำชุดข้อมูลมาใช้ให้เป็นประโยชน์ คนที่ติดเชื้อ คนที่มีเรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี่ เราก็เอาชุดข้อมูลนั้นมาบอกเล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เมื่อท่านได้รับทราบก็เข้าใจถึงสถานการณ์ พอเข้าใจสถานการณ์ก็เพราะฉะนั้นข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญ ของระบบบริหารจัดการที่เกิดขึ้นจากระดับสูงสุด จนกระทั่งถึงระดับที่ล่างสุด สูงสุดก็คือระดับประเทศ ระดับรัฐบาล ระดับของศูนย์ ศบค.แล้วลงไปถึงของจุดที่เรียกว่าแตกหัก แล้วก็สามารถที่จะสั่งการลงไปได้ในระดับของบุคคลได้ รวมถึงตัวบุคคลก็คือพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ซึ่งเราก็มีความภูมิใจมาก ๆ ในประเทศไทยของเรา ซึ่งเรามีระบบสาธารณสุขที่วางไว้เป็นร้อยปีนะครับ ซึ่งก็เป็นผลของการที่เราจะมาใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ขณะเดียวกันเราก็มีระบบของการดูแล ล่างที่สุดก็คือ อสม. ที่ 1 คนต่อ 10 ครัวเรือนนี่นะครับ ที่สำคัญที่สุดคือประชาชนอีกประมาณ 60 กว่าล้านคนที่ให้ความร่วมมือกับเราต้องได้ใกล้เคียง 90 เปอร์เซ็นต์ หรือ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ว่านะครับ เราถึงจะประสบความสำเร็จในการควบคุมป้องกันโรค เพราะฉะนั้นเครดิตตรงนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่งเลยแต่เป็นเรื่องของคนทุกคนที่ต้องได้รับรางวัลของความสำเร็จนี้ไปพร้อม ๆ กัน นะครับ บอกว่าตอนนี้แต่ละจังหวัดนี่ เริ่มมีการให้บางสถานประกอบการ หรือว่าสถานที่บางประเภทให้กลับมาเปิด ตอนนี้การคลายล็อกมีแนวโน้มอย่างไร หรือว่าต้องมีการประสานกับทาง ศบค. ก่อนหรือเปล่าครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ตอนนี้เรื่องที่ต้องตัดสินใจในระดับสู.สุด คือ ท่านผู้บัญชาการสูงสุด ของ ศบค. ซึ่งท่านเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ต้องเอาเข้า ครม. หรือคณะรัฐมนตรีในการที่จะประกาศอันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญอันหนึ่งนะครับ ซึ่งจะเป็นลักษณะของการออกกฎใหญ่ของทั้งประเทศ แต่เรื่องของการผ่อนคลาย ที่จะเกิดอะไรขึ้น นี่ก็จะเกิดขึ้นตามมานะครับ เป็นประเด็นที่ตอนนี้ก็มีการพูดคุยกันอยู่ว่าศบค. จะไปรับในทุก ๆ เรื่องก็คงจะไม่ได้นะครับ ตอนนี้ก็มีการตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดด้านธุรกิจภาคเอกชน โดยมีทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาเป็นประธาน โดยท่านเลขาฯ แล้วก็มีภาคส่วนที่ร่วมกันในภาคธุรกิจเยอะแยะมากมายนะครับเพราะว่าตอนนี้การควบคุมโรคไปควบคุมชุดพฤติกรรมของคน อยู่ที่ไหน อยู่ที่คนนี่ล่ะครับ เราต้องคุมคน เสร็จก็เลยทำให้ระบบของงานต่าง ๆ ที่ถูกกระทบต่อการคุมคน นะครับที่เราบอกว่าต้องอยู่บ้าน ก็คือคุมโรคได้โดยการคุมคนคุมคนเสร็จผลกระทบก็ไปเกิดทางด้านเศรษฐกิจขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าจะผ่อนปรนจะต้องเกิดการคลายอะไรทั้งหลายนี่ ก็ต้องมีการประชุมปรึกษากัน ทีมนี้กำลังทำงานกันอยู่ครับ แล้วก็จะมีการนำเสนอชุดข้อมูลต่าง ๆ ให้ทางท่าน ผอ. ศูนย์ และคณะกรรมการของ ศบค. และคณะกรรมการ ศบค. ต้องมีการตัดสินใจ ที่ต้องเสนอต่อ ครม. ก็ต้องมีการพิจารณาเพื่ออนุมัติออกมา หลังจากนั้นก็ต้องมาดู เขาเรียกอะไร เป็นกิจการ กิจกรรมต่าง ๆ จะได้ไม่ได้ก็จะต้องค่อย ๆ ออกมา ก็ต้องนำเรียนว่าซึ่งอันนี้นำเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกคิด ถูกตรอง ถูก เรียกว่าปรึกษากันอย่างรอบด้าน ออกมาแล้วคนส่วนใหญ่ต้องเห็นด้วย ออกมาแล้วมาตรการทั้งหลายต้องไม่กระทบต่อการแพร่ระบาดของโรค มีหลายคนบอกกันนะครับว่าเรามีเงินไม่พอ แค่ตอนนี้เราต้องกู้กันมา เราจะเกิด Second Wave หรือคลื่นภูเขาลูกที่ 2 ลูกที่ 3 ตามมาไม่ได้อีกแล้ว เพราะว่าจะสูญเสียทั้งเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วก็เสียชีวิต แล้วที่สุดแล้วก็คือการเสียเรืื่องของงบประมาณลงไป ตัวเลขที่สาธารณสุขนะครับ ตัวเลขตอนต้น ๆ คือว่า ผู้ป่วย 1 รายนี่เราต้องมีการเสียเงินโดยประมาณการคือ 1 ล้านบาท ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าทบทวนขึ้นไปแล้วจะมากหรือจะน้อยไปกว่าเดิมนะครบั ตอนนี้เรามีคนป่วยไปแล้ว 2,000 กว่ารายที่เรารายงาน นั่นหมายความว่า 2,000 เกือบ 3,000 ล้านนี่ต้องเสียไปแล้วนะครับ ที่นอนโรงพยาบาลใช้เงินพวกเราทั้งนั้น เพราะฉะนั้นตัวเลขออกมาเป็นหลักหมื่นหลักแสนอย่างที่ว่านี่เงินมันจะสักเท่าไรครับ เพราะฉะนั้นการเสียเงินในเรื่องของการรักษาเรามีไม่มาก แต่เรามีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอยู่ เราต้องชั่งระหว่าง 2 ด้านนี้ว่ามันจะต้องเสียไปแค่ไหน แต่อีกนั่นแหละหลายคนบอกว่าเรื่องของเงินทองจะคิดมากก็ไม่ดีนะครับ ก็ถ้าจะเสียบ้างก็ต้องเสีย แต่หลายคนบอกว่าไม่ได้หรอกครับ เราเสียเงินดีกว่าที่จะต้องมาเจ็บป่วยหรือมาเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นญาติเรา เราก็ไม่ยอมนะครับ ถึงแม้ท่านจะสูงอายุหรืออะไรก็แล้วแต่เราไม่มีสิทธิจะให้ใครอยู่ใครไป เราอยากจะให้ทุกคนอยู่กับเราถึงแม้ท่านจะมีอายุมากมายแค่ไหนอะไรอย่างไร เหมือนในต่างประเทศต้องมาตัดสินว่าคนนี้อยู่ คนนี้ไปไม่อยากให้เป็นความสะเทือนใจของทางการแพทย์มาก ๆ ไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นตรงนี้การคิดหน้าคิดหลัง คิดแบบรอบคอบเกิดขึ้นกับสถานการณ์อย่างนี้แล้วที่สำคัญที่สุดผมก็มีหน้าที่สื่อสารให้ท่านผู้ชม ท่านที่น้องประชาชนคนไทยทุกคนต้องเข้าใจว่าเราจะต้องผ่านจุดวิกฤตนี้ไปอย่างไร หลายคนบอกว่าก็เบาใจแล้วสิ 13 คน 15 คน ไม่เยอะหรอก ขาายของกันเถอะ สบาย ๆ แต่อย่างที่บอกนะครับว่ามันเกิดขึ้นกับประเทศเพื้อนบ้านเรามาแล้ว เผลอนิดเดียวพุ่งจากหลัก 1,000 ขึ้นไปเป็นหลักหมื่ตัวเลขชันขึ้นมาอย่างนี้ ซึ่งนั้นก็คือการสูญเสียทรัพยากร 1 คน เท่ากับ 1 ล้าน หมื่นคนก็เท่ากับหมื่นล้านเลยนะครับ เยอะมาก เพราะฉะนั้นตอนนี้ตัวเลขต่าง ๆ ต้องระมัดระวังที่เราจะต้องตัดสินใจร่วมกันแต่ผมก็เชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนไทยของเราเรารักกันแล้วเราก็สามัคคีกัน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะคิดแล้วนำพากันไป เพื่อจะช่วยกันให้เราอยู่รอดปลอดภัยไม่ติดโรคกัน ผลที่เกิดขึ้นก็คงเป็นประมาณที่เราได้คุยกันมาครับผม (คุณสุภนันท์) มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของค่าตรวจ จะสามารถตรวจโควิดฟรีใช่หรือไม่ ถ้าตรวจฟรีจะต้องมีเกณฑ์อะไรหรือเปล่าครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) คำถามนี้ถูกถามบ่อย บอกแล้วรอบหนึ่ง เดี๋ยวมาบอกอีกรอบนะครับ คนที่จะได้ตรวจฟรี จะต้องมีอาการดังต่อไปนี้ มี 2ข้อ และบวกปัจจัยเสี่ยงอีก 1 ปัจจัยเสี่ยง2 ข้อ มีอะไรบ้าง ข้อที่ 1 มีไข้ หรือประวัติว่ามีไข้ก็ได้นะครับ อันที่ 2 ก็คือเรื่องของมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ หรือปอดอักเสบ อย่างใดอย่างหนึ่งใน 5 อย่าง ข้อที่ 1 นี่ 2 อย่างมี 1 อย่าง ข้อที่ 2 นี่มี 1 ใน 5 อย่าง OK เลย แล้วก็ร่วมกับมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่นอะไรบ้าง มีประวัติเดินทางหรือไปมาพื้นที่ที่มีการติดโรคมากรุงเทพมหานครนี่ ท่านก็บอกได้แล้ว กลับมาจากกรุงเทพฯ อย่างนี้ก็ได้แล้ว ประวัติอาชีพที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด สถานที่ชุมชนไปตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือสัมผัสกับผู้ป่วยืนยัน 1 ใน 4 ข้อ นี้อย่างใดอย่างหนึ่งได้เลยนะครับ นี่คือสิ่งที่ง่ายขึ้นนะครับ แล้วก็ให้ท่านได้เข้าถึงการตรวจได้ ทีนี้สถานที่ที่จะไปตรวจ ๆ ตรงไหนได้บ้าง ก็ตามสิทธิของท่านก่อนนะครับ ถ้าท่านเป็นข้าราชการท่านก็สามารถไปโรงพยาบาลที่ท่านสามารถเบิกได้ของรัฐ ถ้าท่านเป็นประกันสังคมท่านขึ้นทะเบียนที่ไหนก็ไปที่นั่น เป็นของทางสิทธิ์ 30 บาท รักษาทุกโรค ท่านก็ไปบัตรทองได้ทุกที่นะครับ ไม่ใช่สิ ที่ท่านขึ้นทะเบียนไว้ ส่วนคนที่มีอาการแบบเรียกว่าฉุกเฉินเรียกว่ามีไข้สูงขึ้นมาเลย และอาการเข้าได้กับอันนี้หมดเลย ก็ไปตามยูเซ็ปไปได้ทุกที่ก็ไปตามทุกที่นะครับ โรงพยาบาลทางด้านเอกชนก็ได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ถ้าท่านอยู่นาน ๆ อาจจะมีส่วนต่างด้วยตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็นำเรียนว่าภาระทั้งหลายนี่อยู่ที่ภาครัฐแบ่งเบาให้กับคนไทยหลาย ๆ คน ก็ไม่ต้องล้มละลายไม่เกิดขึ้นแตกต่างกันกับทางประเทศทางตะวันตกนะครับ มีการให้ข้อมูลขึ้นมาว่า 1 คนนี่ที่ป่วย ที่อยู่ที่ประเทศ อันนี้เอ่ยนามได้ สหรัฐอเมริกาต้องเสียค่าใช้จ่ายหลักล้านเหมือนกันครับ เป็นล้านนะครับ อันนี้ก็คือส่ิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศทางตะวันตกนะครับ ครับผม (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปนะครับ ตอนนี้มีข่าวว่าการลงพื้นที่ไปบริจาค ไปแจกของในหลายจุด ตอนนี้มีปัญหาก็เลยมีคนถามเข้ามาว่าตกลงแล้วพี่น้องประชาชนที่พอมีกำลังนี่จะสามารถลงพื้นที่ไปแจกของให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในจุดต่าง ๆ ได้ไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็เพื่อให้เห็นภาพของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมืองไทยของเราเป็นเมืองพุทธนะครับ ส่วนใหญ่ ถึงแม้ไม่ใช่เมืองพุทธผมฟังดูถึงแม้มุสลิมเดือนรามาดรนี้ก็จะมีการบริจาคกันด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ๆ ของพวกเราที่อยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย ข้าวของเครื่องใช้ หรืออาหารการกิน ก็เป็นเรื่องที่ธรรมดานะครับ ที่เราจะเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ เพื่อป้องกันไม่ให้การมาแออัดรวมกลุ่มกัน ตอนนี้มีตัวอย่างดี ๆ หลาย ๆ ที่นะครับอย่างกรณีของทางวัดระฆังโกสิตาราม ก็ทำเป็นขั้นตอนขึ้นมา มีการเข้าไปสำรวจชุมชนก่อนว่าต้องการแค่ไหนก่อนะนครับ ว่าต้องการแค่ไหน แล้วแบ่งออกเป็น Gradding ออกมาว่ากลุ่มไหนต้องการอย่างไรนะครับ แล้ววันรับมอบนี่ก็ให้มีจุดพักคอย มีจุดตรวจอุณหภูมิ แล้วแบ่งกลุ่มคนกลุ่ม ๆ ต่าง ๆ เข้าไปรับแจกของในช่วงเวลาที่ต่างกันไป ซึ่งอันนี้ออกมาเป็นแผนภูมิมีแล้วครับ ขึ้นมาเป็น Infographic ขึ้นมา อย่างนี้ครับ นี่คือสิ่งที่เราช่วยกัน ของ กทม. เองก็ออกมาเป็นในลักษณะของการลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อจะเลือกพื้นที่ที่ท่านจะเข้าไปบริจาคได้ ใน กทม. หรือกรุงเทพมีถึงประมาณ ถึง 71 จุด นะครับ ใช่ครับนี่ ท่านเข้าไปที่ bkk.hleath นะครับวางไว้แล้วก็ไปเลือกจุดที่จะเข้าไปบริจาคได้นะครับ พอท่านเลือกจุดเลือกเวลา แล้วก็จะมีคนประสานงานไปแจ้ง แล้วจะมีคนประสานงานไป แล้วก็จะมีการจัดพื้นที่โดยสำนักงานเขตพื้นที่จะจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก เช่น มีการตรวจอุณหภูมิ มีบริการเจลล้างมือ มีการจัดระเบียบเว้นระยะทางกายภาพ แล้วก็จัดพื้นที่นั่งรอ พื้นที่นั่งทานอาหาร พื้นที่สำหรับทิ้งขยะ พร้อมแนะวิธีการแจกของอย่างถูกต้องและปลอดภัยทั้งผู้แจกและผู้รับ อย่างนี้สิครับ เรามีบทเรียนที่เรียนรู้กันขึ้นมาสักพักหนึ่งเราก็จัดการได้ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ ที่เราเคยมีความขัดแย้งตอนนี้ผมว่าตอนนี้ก็จะน้อยลงเกิดขึ้นมากมายนะครับ ก็ฝากพี่น้องสื่อมวลชนนะครับ อะไรที่ดี ๆ นะครับ เอามาทดแทนภาพที่เราเห็นเป็นลบ ๆ บ้างก็จะดี อันนั้นคือสิ่งที่เราจะได้ชื่นชมกัน ผมเชื่อว่าคนที่จะบริจาคก็อยากจะเห็นคนมารับแล้วเขาก็ได้กิน ได้นั่งกิน และยิ้มกันทั้งหลายตามมานะครับ ส่วนต่างจังหวัดทั้งหลาย ก็ให้ติดต่อไปยังทางของจังหวัดท่านทั้งหลาย ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัดตรงนั้นในการดูนะครับผม (คุณสุภนันท์) มีความห่วงใยถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่นะครับ บอกว่าตอนนี้ต้องทำงานอย่างหนักนะครับ ทาง ศบค. มีแนวทางการดูแลหรือสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างไร (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ต้องบอกว่า อสม. ได้รับคำชื่นชมระดับ WHO มาแจ้งนะครับว่าเรามี 1,040,000 กว่าคนนี่ 1,040,000 กว่าคน อสม. ที่จะต้องดูแล ตรึงในพื้นที่นะครับ ตรงนี้ก็นำเรียนว่ามีหลาย ๆ เรื่องที่กระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรองนายกรัฐมนตรี ออกโปรแกรมมาเยอะเลยครับ มีเยอะมากนะครับ ยกตัวอย่างเรื่องของค่ารักษา เรื่องของการปฏิบัติงาน ถ้ามากกว่า 10 ปี ขึ้นไป สิทธิค่าห้องพิเศษ อาหารฟรี เรื่องค่าฌาปนกิจ อสม. จัดการศพ เรื่องของสงเคราะห์ครอบครัว หลายอย่างและล่าสุดนี่นะครับ เมื่อสัก 10 โมงเช้านี้ ทางภาคเอกชนโดยทางกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับ กรุ๊ปโฮลดิ่งจำกัดมหาชน ก็ได้มามอบเรื่องของกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. นะครับ าLaunchApplicationในฐานะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เอามามามอบให้นะครับ นี่ ก็มีผู้ใหญ่หลายคนนะครับ ทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็มานะครับ แล้วก็มามอบให้ มีอะไรบ้างครับ มีกรมธรรม์ ซึ่งมูลค่าถึงประมาณ 50 ล้านบาทให้กับแพทย์ พยาบาล เป็นประกันชีวิตให้กับทางผู้ช่วยพยาบาลเทคนิคการแพทย์และรังสีแพทย์ กองทุนสนับสนุนเยียวยาให้ อสม. อีก 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจของคนที่ทำความดีของบุคลากรสาธารณสุขทั้งระบบ ซึ่งมีประมาณ 4 แสนคน อสม. อีกประมาณ 1,040,000 คนนะครับ ทำงานรับมือการระบาดของโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง แล้วก็อย่างเข้มข้นและเสียสละกันเต็มที่ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุก ๆ ท่านเลยนะครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับคำถามที่ฝากมาวันนี้ไม่เพิ่มเติมแล้วนะครับ คุณหมอจะมีอะไรฝากทิ้งท้ายให้กับประชาชนไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ สุดท้ายที่เราจะได้ยินคำว่า New Normal ก็เป็นชีวิตวิถีใหม่นะครับ ซึ่งเป็นแนวทางที่หลาย ๆ คนจะต้องปรับเปลี่ยนชุดพฤติกรรมไปนะครับ คนดังระดับโลก อย่าง บิลเกต บอกว่า แล้วเปลี่ยนชีวิตของเราไปอีกนานเลยนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้น อย่างตอนนี้การที่เราจะต้องใส่หน้ากากเข้าหากันก็จะต้องอยู่กับเราตรงนี้อีกนาน อีกพักใหญ่ๆ ธุรกิจจะต้องเกิดขึ้น ฝากด้วยนะครับ วิถีชีวิตท่านจะเป็นอย่างไร ท่านก็ต้องออกแบบทั้งส่วนตัว ทั้งครอบครัว ทั้งการงานของท่าน ต้องออกแบบตั้งแต่ตอนนี้นะครับ แล้วเราก็จะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกันครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนายแพทย์ทวีศิลป์ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. นะครับ ก็ถือว่าเป็นประเด็นหลากหลายนะครับ วันนี้ก็มีคนสอบถามถึงตัวเลข ออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างที่ทีมงานของเราทำความสะอาดโพเดี่ยมและไมโครโฟนนะครับ สำหรับวันนี้ผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มเติมในประเทศไทยนั้น 15 ราย ตัวเลขสะสม นะครับ แต่ขณะเดียวกันนะครับ ตัวเลขของผู้ที่รักษาหาย 60 คนนะครับ ทำให้ตอนนี้รักษาหายแล้ว 2,450 คน เหลือผู้ที่ยังคงรักษาอยู่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ 314 รายนะครับ และลำดับต่อไปขออนุญาตเข้าสู่การแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษสื่อมวลชนต่างประเทศ ที่ติดตามในบ้านเรา ขอเรียนเชิญ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] ให้มากขึ้นด้านความปลอดภัยของทุกคน [ภาษาต่างประเทศ] ขอให้ชุมชนไทยที่รับฟังอยู่ทั่วโลกขอให้มีสุขภาพแข็งแรง มาร่วมกันสู้และต้านโควิดไปด้วยกัน สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์สถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. วันนี้นะครับ ส่วนรายการพิเศษของเราจะมีคำแนะนำสำหรับทุกคนหลายคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หลายคนเริ่มเครียด สองคุณหมอจะมาแนะนำครับว่าเราจะอยู่บ้านอย่างไรให้มีความสุขทั้งกายและใจ 14.00 นาฬิกา วันนี้มีคำตอบนะครับช่วงนี้ผมสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี ลาไปก่อนครับ [เสียงดนตรี]