--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (25 เม.ย. 63) subtitle: date: วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) คือว่าให้น้องทำครับ ส่งมาให้ทาง page Live NBT (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านเข้าสู่การแถลงการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 หรือ ศบค. ที่ 25 เมษายน 2563 นะครับ เช่นเคยครับ เริ่มต้นช่วงแรกด้วยสถานการ์ประจำวัน จาก ศบค. โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชน ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ มารายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 25 เมษายน 2563 นะครับ คุณผู้ชมครับวันนี้เรามีข่าวทั้งดีแล้วก็ข่าวที่ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ด้วยนะครับ ข่าวดีก่อนนะครับ มีคนที่หายป่วยแล้ว 57 ราย รวมแล้ววันนี้เป็น 2,547 นะครับ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่ทางซ้ายมือครับ ก็คือจะเป็นผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ รายงานที่ตัวเลข 53 รายนะครับ 53 รายนี้เป็นจาก 2 ตัวเลขที่นำมาสู่วันนี้ก็คือ 1 ก็คือ ถ้าเป็นตัวเลขที่เรารายงานกันทั่วประเทศคือ 11 ราย แล้วมาบวกรวมกับการทำ Active Case Finding หรือการหาเชิงรุกนะครับ ซึ่งเราไปพบที่ศูนย์กักกันของผู้ที่เป็นแรงงานต่างด้าว ที่จังหวัดสงขลานะครับ จำนวน 42 ราย รวมกันแล้วก็เป็น 53 ฟังตัวเลขตัวนี้ 53 ครับ เมื่อวานนี้... เมื่อเช้านี้นะครับ ก็ผมก็มีความรู้สึกตั้งข้อสังเกตหลายข้อ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมากมาย ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ในตัวเลขประมาณ 15 13 15 อะไรอย่างนี้นะครับมาตลอด เรากำลังดีใจกันอยู่เป็นความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ทำให้ตัวเลขข้างหน้าคือ 1 มีอีก 2 หลักเท่านั้น ในความสำเร็จนั้น ถ้าวันนี้ยังแยกว่าเป็น 11 บวก 42 ก็ยังอยากจะบอกว่าตั้งข้อสังเกตว่าท่านก็ยังสามารถที่จะภูมิใจดีใจในตัวเลข 11 ของท่านได้ แต่ 42 นี้มาจากที่ไหนครับ ก็มาจากการทำ Active Case Finding อย่างที่ว่าครับ วันนี้ที่ทาง ศบค. มีการพูดคุยกันพอสมควรครับว่า มันต้องเรียนรู้อะไรอย่างไรบ้าง ทำไมถึงมีตัวเลข 42 นี้ขึ้น เดี๋ยวผมอธิบายในตอนวิเคราะห์ก็แล้วกันนะครับ ณ ตอนนี้ชัดเจนครับ ที่เราเรียนรู้ได้ 5 ข้อครับ 1. คือ ดูจากเรื่องของนโยบายของท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. ที่พอเห็นข่าวเรื่องของทางสิงคโปร์ ซึ่งไปพบกับเรื่องของแรงงานที่อยู่ในพื้นที่ของเขาเกิดการติดเชื้อขึ้นมา นี่คือเป็นการให้นโยบายมาเป็นลักษณะเชิงรุกนะครับ เพื่อที่จะติดตามกลุ่มเสี่ยงเป็นการเฉพาะมากขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่ 1 เรื่องที่ 2 ก็คือสอดคล้องกับเรื่องที่เราประกาศว่ามีเขตของโรคติดต่ออันตรายนะครับ เพิ่มขึ้นอีก 5 ประเทศนะครับ มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว อินโดนีเซีย และเมียนมา ซึ่งเพิ่มจากเดิมมีแค่ 4 เกาหลีใต้ จีนนะครับ แล้วก็อิตาลี แล้วก็อิหร่าน เพราะฉะนั้นพอเพิ่มขึ้นมาตรงนี้ก็เป็นมาตรการที่เราต้องมีการดูโดยเฉพาะถ้าเราเห็น 4-5 ประเทศนี้ก็คือประเทศที่มีขอบชายแดนติดกับเรา ซึ่งอันนี้ก็เป็นการคุมเข้มขึ้นมา อันนี้นะครับที่เป็นการประกาศสโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศตั้งแต่ 5 เมษายน ซึ่งก็ทำให้เกิดกระบวนการในรูปแบบของการที่จะเข้าไปหาเคสมากขึ้น แล้วตอนนี้เราพบแล้วว่า 42 รายนี้ อยู่ในศูนย์กักขังซึ่งเป็นศูนย์ในพื้นที่ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านปลัดกระทรวงฯ ก็ได้สั่งการไปยังนายแพทย์ สสจ. ในพื้นที่แล้วว่าให้ไปลงร่วมดูแลกันระหว่างทาง สตม. หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทางพื้นที่นั้น ๆ ทางนายแพทย์ สสจ. กับทางทีมหมอพยาบาลเข้าไปดูแลคนในกลุ่มนี้ ได้รับรายงานเบื้องต้นนะครับว่าในกลุ่มของ 42 คนนี้ ร่างกายยังแข็งแรงดี เขาเป็นวัยแรงงาน แล้วอาการต่าง ๆ ก็ยังไม่มากแต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ จะเอ็กซเรย์ปอดเข้าไปเพื่อที่จะไปดูปอดนะครับ X-ray ปอดเข้าไป ติดเชื้อเพื่อไปกรีนไปตรวจคัดกรองว่าอาการต่าง ๆ แต่ละคนเป็นอย่างไร คนเหล่านี้เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งสิ้นเลยนะครับ 42 คนนี่ ไม่ใช่มีคนไทยนะครับ แล้วก็อันนี้คือข้อที่ 3 ข้อที่ 4 ก็คือเป็็นหลักการทางมนุษยธรรมนะครับ ซึ่งทางเราในฐานะเป็นรัฐหนึ่ง ซึ่งจะต้องดูแลคนอื่น ๆ ด้วย นอกจากเราจะดูแลคนของประชาชนคนไทย เขาจะผิดกฎหมาย หลักมนุษยธรรมทั้งหลาย เราก็ดูแลพวกเขานะครับ ก็เราจะเห็นภาพข่าวของการต่าง ๆ เหล่านี้ ของการดูแลต่าง ๆ เหล่านี้ ก็นำเรียนนะครับว่าเป็นความพยายามของรัฐไทยเราที่จะดูแลทุก ๆ คน ให้เขาพ้นจากโรค ปลอดจากโรคนะครับ ซึ่งถ้าเขาปลอดโรค เราก็ปลอดภัยด้วยนะครับ แล้วก็ข้อสุดท้ายครับ อันนี้ทางศูนย์ ศบค. ก็ฝากผมมาว่าต้องขอบคุณพี่น้องชาวสงขลานะครับที่ได้มีไมตรีจิต ภาษาชาวบ้าเราที่ให้พื้นที่ในการดูแลคนต่าง ๆ เหล่านี้ก็เพราะว่ามีขอบชายแดนต่าง ๆ ซึ่งท่านคงทราบเราเพิ่งจะปิดด่านสะเดาไป เพราะว่าเพิ่งจะมีการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ของเราอยู่ที่นั่นด้วย ก็เลยต้องขยายผลออกมาเจอกับกลุ่มที่ติดเชื้ออยู่ในศูนย์กักขังนี้ ถึง 42 คน ขอนำเรียนว่าตอนถ้าใครจะมีความรู้สึกที่ว่ายังน่ากลัวอันตรายหรืออะไรทั้งหลาย ก็ยังมีได้ ณ ตอนนี้ ภาครัฐของเรา ในทุกหน่วยงานเข้าไปเรียกว่าจำกัดพื้นที่ แล้วก็ทำให้คนต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับการดูแลแก้ไขจัดการเยียวยาอย่างเต็มที่นะครับเราก็จะเห็นว่าตรงนี้เป็นเรื่องของการทำงานเชิงรุกของเรา มาดูในรายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ มีเสียชีวิต ด้วย 1 รายนะครับ แล้วก็รายละเอียดเป็นอย่างไร ในรายที่เสียชีวิตนะครับ เราเห็นกราฟตรงนี้ก่อนนะครับ มีผู้ป่วยหายรักษาอยู่ในโรงพยาบาลเหลืออยู่ 309 ราย แล้วก็เสียชีวิต51 บวก 1 นะครับ รายละเอียดรายที่ 51 เป็นอย่างไรบ้างนะครับ เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันซึ่งเป็นคนในครอบครัวนะครับ คนในครอบครัวนี้มีทั้งหมด 4 คนที่ติดเชื้อมาก่อนแล้ว 1. คือเป็นน้องชายนะครับ ที่ทำงานที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ มีน้องสะใภ้ก็ติดไปแล้ว มีพ่อ แม่ 4 คน ติดหมดเลย เขาเริ่มป่วยวันที่ 1 เมษายนด้วยอาการไข้ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศรีษะ แล้วจึงเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ผลตรวจปกติจึงได้ยากลับไปทานที่บ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงเข้ารับการรักษาอีกครั้งหนึ่ง มีไข้สูง 40 องศา หายใจลำบาก ไอ จึงมีการส่งตรวจหาเชื้อ ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 ต่อมาวันที่ 16 เมษายน อาการแย่ลง แพทย์จึงใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตในวันที่ 24 เมษายนด้วยภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของครอบครัวนี้ด้วยนะครับ ครับ ในผู้ที่เรามาพบ 53 ราย แจกแจงว่ามีประวัติเสี่ยงอะไรอย่างไรบ้าง กลุ่มก้อนแรกนะครับ ที่เขียนว่า 4 แล้วก็ 3, 1, 1 รวมกันมาแล้วก็คือ 11 รายนี่นะครับตรงนี้ 4 กลุ่มที่ 4 ก็คือหมายเลข 4 นี้ จำนวนรายคือ 4 เป็นผู้ที่ยืนยันสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันมาก่อนหน้านี้ ในสถานที่ชุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดนะครับ แล้วก็มี 7 คน เกิดขึ้นจากการค้นหาเชิงรุกอีกที่จังหวัดยะลานะครับ เมื่อวานนี้เราเจอด้วยวิธีการนี้ 4 คน 4 ราย วันนี้เจออีก 7 ราย นะครับ เพราะฉะนั้น รวมแล้วถ้า ไม่รวม 42 คน ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลานี่นะครับ วันนี้เราจะได้ตัวเลข 11 คือ 2 หลัก แต่พอมาบวกกับ 42 ซึ่งเป็นกลุ่มเฉพาะขึ้นมาอีก วันนี้เราป็น 52 ราย ในจำนวน 11 ราย นะครับ แยกกับ 42 ราย เจอที่ไหน 11 เจอที่ยะลา 7 กรุงเทพฯ 2 ชลบุรี 1 ภูเก็ต 1 แล้วก็ 42 นี้เป็นชาติไหนบ้างนะครับ เป็นคนเมียนมา 34 นะครับ เวียดนาม 3 มาเลเซีย 2เยเมนต์ 1 กัมพูชา 1 คนเหล่านี้นะครับ คนเหล่านี้มาอยู่ส่วนของเรา โดยวิธีการที่ผิดกฎหมาย ตอนนี้เราดูแลเขาอยู่ที่อำเภอสะเดา ตรวจคนเข้าเมืองที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลานะครับ ไปดูการกระจายใน 10 จังหวัดแรก ก็ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 3 อยู่ในจำนวนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ State 1,478 ภูเก็ต 201 นนทบุรี 152 ยะลา 6 สมุทรปราการ 111 ยะลา 106 เป็น 8 แล้วมาดูภูเก็ตก็ยังเป็นอันดับ 1 ในอัตราการป่วย ต่อแสนประชาชนนะครับ ก็ยังเยอะอยู่ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เราได้เห็น แล้วก็สีเหลือง ๆ นั้นก็คือกลุ่มที่เป็น State Quarantine อยู่ ซึ่งก็แบ่งให้เห็นนะครับว่าเป็นอย่างไร สตูลยังเหนียวแน่นอยู่ที่ 0 State Quarantine ไปก็ยังไม่มีเลยนะครับ ส่วนมาดูเรื่องของแผนที่แสดงจังหวัดที่รับรักษาผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ มีคำถามว่าอยากจะให้เห็นภาพของ PUI ว่าที่มีเท่าไร จำนวนเท่าไรนะครับตรงนี้ นำเรียนว่ากรุงเทพมหานครนำโด่งเลย ตรวจเจอเยอะมาก ๆ PUI นำเข้ามาสู่การตรวจ 12,000 71 ราย ยะลาอีก 4,557 นะครับ นนทบุรี 3,600 ชลบุรี 2,200 ตัวเลขเหล่านี้เราต้องรายงานเพราะว่ามีงานการข่าวของต่างประเทศเขาต้องการเอาข่าวนี้ ตอนนี้ท่านจะเห็นนะครับว่า มีหลายหัวสำนักข่าวที่ต้องขอชุดข้อมูลไปเพื่อที่จะไปอ้างอิงในระดับโลก ไปจัด ranging หรือจัดอันดับโลก เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องขอบคุณกรมควบคุมโรคที่ได้จัดชุดข้อมูลต่าง ๆ มา แล้วก็สื่อมวลชนต่างประเทศก็จะหยิบของเราไปตามลำดับอยู่ในนั้นนะครับ นี่ก็เป็นมาตรการที่เราต้อง... ทำไมคุณหมอต้องมารายงานอะไรต่าง ๆ เยอะแยะต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะเขาต้องการข้อมูลที่เป็นทางการ เพราะฉะนั้นช่องทางเหล่านี้ที่ผมมาพูดก็จะเป็นชุดข้อมูลแทนประเทศไทยที่เราจะต้องไปถูกจัดอันดับในโลกนี้นะครับ มาดูการไล่เรียงของจังหวัดต่าง ๆ ที่รับรักษาผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ ประจำวันนี้ 25 เมษายนนี่นะครับ ก็เห็นว่าชุดตัวเลขที่มาจากเมื่อวานนี้เราจะเห็นว่าสีเขียวดี ถ้าตกอันดับลงมา จังหวัดทั้งหลายไล่ ๆ ลงมา ก็หมายถึงว่าดีนะครับ ถ้าหมายถึงข้างบนภายใน 7 วันที่ผ่านมา มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้น อันนี้จะเรียกว่าไม่ดีก็ไม่ใช่ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ดี อาจจะเป็น Active Case Finding ก็คือกรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐมพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ อยู่ที่กรุงเทพฯ กับภาคกลาง แล้วก็โน้นไปภาคใต้เลยครับ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กระบี่ นราธิวาส ชุมพร และสงขลานะครับ นี่คือสิ่งที่อยู่ใน 7 วันที่ผ่านมาเจอเคสใหม่ ส่วน 7 - 14 วัน มีเหลืออยู่น้อยมากนะครับ สมุทรสาคร เลย ขอนแก่น นครพนม นครศรีธรรมราช พังงา สตูล ต้องชมภาคหนือครับ 2 ช่องแรกไม่มีเลยนะครับ 2 สอง ภาคเหนือเกือบ ๆ ทุกจังหวัดลงมาอยู่ที่ 14-28 วัน มากกว่า 28 วัน และไม่มีรายงานมาก่อน อยู่ในช่องกลางนี่นะครับ ต้องชมทั้งภาคเลยว่าสามารถจัดการเรื่องนี้ต่าง ๆ ได้ดี ส่วนจังหวัดใหม่ที่เลื่อนอันดับลงมาด้านดี ก็คือปราจีนบุรี เลื่อนลงมาจาก7-14 วัน เป็น 18-24 วัน ส่วนพัทลุงครับ อันนี้ก็ดีจากสีส้มกลายมาเป็นสีเหลือง ส่วนราชบุรีก็ปรับตัวเองดีขึ้นครับ จากเหลืองมาเป็นเขียวอ่อนนะครับ แล้วก็มุกดาหารเลื่อนจากเหลืองมาเป็นเขียวอ่อน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดี ลงมาข้างล่างได้มาก ๆ อย่างนี้ กับที่ยังยืนยันเหนียวแน่นกับการดูแลคนในจังหวัด ยังไม่มีผู้ที่ป่วยรายงานเลยแม้แต่คนเดียว มาดูสถานการณ์ของกรุงเทพฯ นนทบุรีและจังหวัดอื่น ๆ จะเห็นว่ากราฟสีแดงพุ่งไปอยู่ที่ทางต่างจังหวัดแน่นอนครับ ตัวเลขที่ขึ้นมาก็คือ 42 อยู่ที่สะเดา จังหวัดสงขลา แล้วก็มาดูครับ ในเรื่องของการยืนยันผู้ป่วยยืนยัน จำแนกตามรายภาคได้รับการรักษาก็จะเห็นว่าตัวเลขเวฟแรก ๆ นี่ ก็จะลงไป ขึ้นมาสีฟ้าที่มา 42 รายอันนี้ ก็ไม่เป็นไรครับ เข้ามาแล้วเราก็ดูแลรักษาเขา เดี๋ยววิธีการที่จะเรียกว่า Active Case Finding ก็จะทำหน้าที่ของมันไป เราก็จะมารายงานโดยท่านผู้ชม ท่านพี่น้องประชาชนโดยตลอดนะครับ เพื่อให้ได้รับทราบสถานการณ์ที่เป็นจริง เพราะฉะนั้นแรงงานทั้งหลายเป็นกลุ่มที่เราให้ความสำคัญตั้งแต่ตอนต้น มาเจอตรงนี้ก็ไม่ได้ผิดไปจากข้อที่เราตั้งแผนวางไว้เท่าไรนัก ทำแล้วก็ได้เจอที่ว่านี้ ก็แสดงว่าสิ่งที่เราคิดก็ตรงกับที่เราทำนะครับ มาดูจำนวนผู้ป่วยจำแนกตามปัจจัยเสี่ยง และจำแนกรายสัปดาห์ว่าแนวโน้มออกไปทางไหนนะครับ ที่เราพูดไปว่ากลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ เช่น สถานที่แออัดก็ลดน้อยลงนะครับ จากสัปดาห์ที่ 13 คือ ปลายเดือนมีนาคม สัปดาห์ที่ 14 ต้นเดือนเมษายน สัปดาห์ที่ 15 ช่วง สัปดาห์ที่ 2 ของกลางเดือนนะครับ เมษายน ก็คึอช่วง 16 ก็คือช่วงสงกรานต์ แล้ว 17 ก็ครบสัปดาห์หนึ่งจะเห็นว่าแต่ละปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานในสถานที่แออัด คนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ สนามมวย สถานบันเทิงนี้หายไปพักใหญ่แล้วนะครับ เพราะเรามีมาตรการเข้าไป ที่เห็นเป็นแถบสีฟ้า ๆ จากมากมันลดน้อย ๆ มันก็หายไปนะครับ แต่มาเพิ่มนะครับ คือพอหายไปแล้วเราเลิกไหม ไม่ใช่ครับ เราก็ต้องมาหางานเพิ่ม อย่างที่เราบอกว่าศูนย์กักขังคนเข้าเมือง จะเห็นนะตัวเลข 42 ที่ออกมาทางขวาล่างนะครับ ตัวเลขตัวนี้นะครับ ซึ่งก็เป็นประเด็นที่เราจะต้องพยายามหาวิธีทางใหม่ ๆ ในการที่จะเข้าไปเชิงรุกให้เจอกับเคสที่เป็นผู้ป่วยยืนยันให้ได้ เพราะฉะนั้นเรียกว่าอะไร มุกเดิม ๆ ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะเขาอาจจะไปอยู่ที่ไหนแต่อยู่ในคนแน่นอน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราก็คือต้องไปตามหาในกลุ่มใหม่ ซึ่งกลุ่มใหม่แน่นอนครับ ตอนนี้อยู่ที่คนต่างด้าวที่เขาต้องได้เข้ามาอยู่ในประเทศของเรา เราต้องเข้าไปตรวจตรงนั้น สถานการณ์ของโลกเป็นอย่างไรครับ ตอนนี้ยอดรวมเมื่อ 10.00 นาฬิากาวันนี้ เศษ ๆ นะครับ แล้วก็อาการหนักอยู่ที่ 58,523 คิดเป็นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ หายแล้ว 798,182 นะครับ แล้วก็เสียชีวิตไป 197284 นะครับ ถ้าดูอย่างนี้ข้อมูลชุดข้อมูลตัวเลขตรงนี้ขึ้นมานี่ ก็จะเห็นว่าในรายที่หนักประมาณ 201 เปอร์เซ็นต์ เสียชีวิตประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ ถ้าตี 10 เปอร์เซ็นต์เท่ากับ 1 ใน 10 ของคนที่ติดเชื้อตรงนี้นะครับ มีโอกาสอาการหนักและเสียชีวิตครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้มีความสำคัญมาก ๆ ที่เป็นชุดข้อมูลสถิติของโลกที่เขาต้องเก็บเข้ามานี้ เพื่อที่เขาจะพยากรณ์โลกให้เห็น แต่ว่าอาจจะเป็นคนละภาพของประเทศไทยเรา ซึ่งเราก็มีแนวโน้มการเสียชีวิตน้อยกว่าต่างประเทศนะครับ มาดูในการเสียชีวิตต่างประเทศที่เยอะมาก ก็คือ 3 อันดับแรกเป็นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และอิตาลี นะครับ สหรัฐอเมริกานี่เสียชีวิตทะลุ 52,000 คนไปแล้วนะครับ ส่วนของอิตลาก็เป็น 25,000 คนนะครับ ประทานโทษต่อวันนะครับ อันดับที่ 1 ก็คือสหรัฐอเมริกาเสียชีวิต 3,250 ราย รองลงมาคืออังกฤษนี่ 420 รายนะครับ แล้วก็มาดูว่ารายใหม่ที่เกิดขึ้น 3 อันดับแรกอยู่ที่ไหนครับ สหรัฐอเมริกา สเปน แล้วก็รัสเซีย รัสเซียเมื่อวานนี้วันเดียว เจอเข้าไป 5,849 ราย เยอะมาก ๆ เลยนะครับ วันเดียวนี่ตัวเลขจำนวนมากทำให้ตัวเลขรวมสะสมของ 68,622 ราย เราจะเห็นข่าวนะครับว่าก่อนหน้านี้จีนเองต้องปิดขอบประเทศเขาที่เรียกว่า เมืองของเขาที่ติดกับฝั่งของรัสเซีย หรือ Habin ที่คนไทยเราชอบไปเที่ยว เพราะว่ามีการเข้าใจว่าน่าจะมีการแพร่กระจายเชื้อทางรัสเซียแล้วมาที่เขา เรือนเคียง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาต้องระมัดระวังจากการเฝ้าระวังดูตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ มีที่ไหนเยอะบ้างนะครับ อินเดียก็ 1,400 กว่าคนนะครับตรงนี้นะครับ ประเทศไทยเราอยู่อันดับที่ 57 นะครับ แล้วก็ไปดูประเทศเพื่อนบ้าน สถานการณ์ดีขึ้นไหมนะครับ ของทางญี่ปุ่นก็เป็น 344 สิงคโปร์ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ลงมาที่ 897 แต่ก็หลัก 800 นี่ก็ถือว่าเยอะนะครับ เพราะว่าสะสมแต่ละวัน ตอนนี้เขาไป 12,075 ราย แล้วนะครับ เกาหลีสิเขาดีเพิ่มขึ้นแค่ 10 รายเท่านั้นเอง แต่รวมสะสมแล้วเขา 10,718 อินโดนีเซีย 476 เพิ่มขึ้นวันเดียวก็เยอะมากทีเดียว ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 211 ออสเตรเลียอยู่ที่ 220 เดี๋ยวจะมีนักเรียนคนไทยได้กลับมา นักศึกษาคนไทยได้กลับมา ซึ่งเขาก็ตัวเลข 2 หลักเหมือนเรานะครับ มาเลเซีย 88 ซึ่งเป็นประเทศบ้านใกล้ของเรา ซึ่งเป็นประเทศที่เยอะอยู่ 5,600 ไปแล้วนะครับ มาดูว่าพอนำมาเป็นกราฟจะเห็นว่าสหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะทรง ๆ นะครับ แล้วก็ภาพรวมนี่เหมือนรายใหม่จะลดลงเล็กน้อยนะครับ แต่เหมือนจะกระจุกตัวอยู่ในทางยุโรปกับทางสหรัฐอเมริกา แล้วก็ไปดูที่เรื่องของทางภาคของทางเอเชียอินเดียก็นำโด่งเลยนะครับ อันนี้เป็นข้อมูลผู้ป่วยสะสมนะครับ ญี่ปุ่นก็สูงพอ ๆ กันกับสิงคโปร์นะครับ ปากีสถาน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แล้วก็ไทยนะครับ ตัวเลขอันนี้อยู่ที่วันที่ 23 นะครับ ยังไม่รวมของวันนี้นะครับ แผนภูมิถัดไปนี้ก็จะเป็นของวันที่ 20 มีนาคม - 23 เมษายน ของประเทศอินเดียนี่ชันขึ้นไปเรื่อย ๆ เลย เช่นเดียวกับสิงคโปร์และปากีสถาน แต่ญี่ปุ่น อินโดนีเชีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ก็อยู่ในระดับข้างล่างลงมา อันนี้คือสถานการณ์ของโลก มีประเด็นข่าวที่น่าสนใจนะครับที่ทางทีมงานได้สรุปออกมา ของสหรัฐอเมริกาบอกว่านิวยอร์กยังโคม่าหวั่นผู้ติดเชื้อจริงเหยีบหลักล้านอันนี้ก็เป็นสถานการณ์ที่เขารายงานบอกว่าผู้ป่วย COVID-19 ที่มีผลทดสอบรายในนิวยอร์กนั้นเป็นเพียงปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งโผล่มาให้เห็น แต่ในความเป็นจริงอาจจะมีอีกมากมายนะครับ และไม่แปลกใจเลยมีข้อจำกัดในการตรวจ เนื่องจากมีข้อจำกัดในการตรวจวินิจฉัยในช่วงเริ่มการแพร่ระบาด นายกเทศมนตรีของมหานครนิวยอร์กก็รายงานว่าการกลับมาเปิดดำเนินการของธุรกิจต่าง ๆ ตามปกติครั้งนี้อาจจะเร็วเกินไป แต่อย่างไรก็ตามการแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ตัวเลขคนตกงานก็พุ่งทะยานขึ้นก็ทำให้หลายมลรัฐเริ่มมองหาโอกาสที่จะเปิดระบบเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่นำมาตรการ Lock Down มาควบคุมโรค มาใช้เป็นเวลามากกว่า 5 สัปดาห์แล้วนะครับ ผมอยากจะนำเรียนว่าก็ไม่ใช่เทุก ๆ ประเทศต้องเผชิญหน้านี้ กับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เหมือนกัน และแต่ละประเทศก็มีปฏิกริยาหรือมาตรการ หรือวิธีการรับมือกับโรคนี้แตกต่างกันไป สิ่งที่ผมนำมาเรียนตรงนี้ก็จะได้เห็นภาพว่าเราควรจะได้ศึกษาจากประเทศต่าง ๆ นี้ ในแนวทางที่เขาเดินมา จะดีบ้างไม่ดีบ้าง ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง อะไรอย่างไร ฝากท่านดู ฟัง แล้วก็คิด และก็วิจารณญาณของเรา เช่นเดียวกันกับอินโดนีเซียก็ยังระงับการเดินทางในประเทศชั่วคราวทั้งทางบกและทางเรือ โดยมีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้นะครับ 24 เมษายน ซึ่งเป็นวันแรกของเดือนรอมฏอน นี่ก็เป็นสิ่งที่เรียนรู้กันนะครับ ในมาตรการที่นำคนไทยที่ตกค้างกลับไทยนะครับ วันนี้ก็ยังยืนยันนะครับ นักศึกษาที่ตกค้างที่อิหร่าน 21 คน กลับมา มาตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ แล้วก็ในประมาณสัก 15.00 น. วันนี้ กลับมาจากอินเดีย เป็นภิกษุ แล้วก็แม่ชีอีก 177 คนนะครับ พรุ่งนี้ก็จะเป็นใครบ้างเด็กนักเรียนนักศึกษา คนงาน นักท่องเที่ยวที่จะกลับจากออสเตรเลียในช่วง 4 โมง โดยประมาณนะครับ 212 คน ทุกคนต้องเข้าสู่สถานกักกันตัวของรัฐหรือ State Quarantine ของเรานะครับ ไปยังพี่น้องประชาชนทั้งหลายเพื่อรับทราบ เมื่อเช้าก็คุยกันเรื่องนี้ว่าเรากำลังจะดูแลคนอีกจำนวนหนึ่งทั้งทางบก ทางอากาศต่าง ๆ ที่กำลังจะกลับมาอีกจำนวนหนึ่ง เพราะฉะนั้นนำเรียนว่าพี่น้องคนไทยที่อยู่ต่างประเทศทั้งหลาย ที่ฟังอยู่นี้ก็ ขอให้ท่านได้แจ้งตัว ปรากฎตัวหรือว่ารายงานตัวด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่นะครับ ที่สถานทูตประจำประเทศนั้น ๆ นะครับ ขอคำปรึกษา แล้วเราจะวางแผนให้ท่านได้กลับมาตามความจำเป็นของแต่ละท่าน เด็ก ๆ ทั้งหลายก็คงจะอยู่ในขั้นตอนต้น ๆ ตอนแรกนะครับ เราก็จะดูแลท่าน มีอีกศูนย์หนึ่งซึ่งขึ้นมาดูแลในกการขนส่งและขนถ่ายสินค้า บริเวณด่านพรมแดน อันนี้เป็นประเด็นครับ เพราะเราไม่อยากให้ภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักงัน ถ้าเราเอาตามใหญ่ของการประกาศของด้านของตาม พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินก็ทำให้หลาย ๆ คนนี่ติดขัดในเรื่องการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งนะครับ สินค้าบริเวณพรมแดน เข้ามาปุ๊บต้องมากักตัว 14 วัน แล้วคนขับรถคนไหนที่จะมาทำต่อ ก็เพราะว่าอาชีพนี้หาคนทำงานได้ยาก จะต้องมีการเอื้ออำนวยให้ธุรกิจเรื่องของการขนส่งนะครับ ที่อยู่ตามแนวชายแดนนี่ ด่านพรมแดนทั้งหลายนี้ ก็ได้มีมาตรการขึ้นมานะครับว่า จะต้องมีพื้นที่ควบคุม และมาตรการควบคุมใน 2 ประเด็นนี้ พื้นที่ควบคุมก็คือจะมีพื้นที่ถ่ายสินค้าแล้วมีจุดคัดกรองขึ้นมาด้วยว่าจะต้องมีการทำอะไรอย่างไร พ่นยาก็แล้วแต่ตรงนี้ ให้มีความมั่นใจว่าไม่มีการนำโรคมาเพิ่มเติมขึ้นมา แล้วก็จัดให้มีที่พักสำหรับการกักกันตัวตามจำเป็นนะครับ มาตรการควบคุมก็คือการขนถ่ายสินค้าด้วยความรวดเร็ว ถ้าไม่จำเป็นห้ามลงจากรถและ คนขับรถอยู่ในรถเลย เพราะว่าท่านมาแล้ว ท่านขนส่งเสร็จท่านก็กลับ ทำหน้าที่เป็น พขร. พนักงานประจำรถก็พอ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่อยากถูกกักตัวก็อยู่บนรถอย่างเดียวนะครับ แล้วก็ถ้าเข้ามาก็ขยายช่วงเวลานะครับ ต้องกลับเข้ามาภายในราชอาณาจักรไม่เกิน 7 ชั่วโมง นั่นเอง อันนี้ก็เป็นการปรับมาตรการต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อภาคเศรษฐกิจด้วย ไปดูเรื่องของมาตรการเรื่องความมั่นคงนะครับเรื่องของทางคำสั่งห้ามออกเคหะสถานมั่วสุมเมื่อวานนี้ชมอยู่ว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ เราออกไปทั้งตั้งจุดตรวจ แล้วก็มีสายตรวจที่ออกไปลาดตระเวนนะครับ วันนี้เพิ่มขึ้นมาหน่อย 595 ราย ในเรื่องของออกนอกเคหสถาน เรื่องของมั่วสุมก็อยู่ที่ กลุ่มนี้คือดื่มสุรา เล่นพนักนะครับ ซึ่งก็เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างที่จะมีประเด็น ซึ่งอย่างที่บอกว่ากิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย ภาคต่าง ๆ ยังคงคล้าย ๆ เดิม วันนี้ภาคเหนือยังเหมือนเดิน แต่ภาคใต้เป็นสุราษฯ แล้ว เมื่อวานนี้เป็นภูเก็ตนะครับ กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ ตะวันออกเฉียงเหนือโคราชกลับมาใหม่อีกรอบหนึ่ง แล้วก็ปทุมธานีภาคกลางก็ยังเป็นภาพซ้ำ ๆ นะครับ อันนี้ 10 จังหวัดก็ทั้งอันดับสูงสุด แล้วก็อันดับต่ำสุดก็นำเรียนตามแผนภูมิที่ว่านี้นะครับ ไปดูที่จำแนกทางอายุว่าเป็นแผนภูมิ เป็นกราฟขึ้นมานะครับว่ามีทั้งหมด 4,076 ราย ที่เก็บสะสมตัวเลขข้อมูลในวันที่ 3-24 นะครับ มีตัวเลขอันไหนบ้างนะครับ ก็ยังเป็นภาพฉายที่คลาย ๆ เดิม อันนี้เป็นภาพใหม่นะครับ ก็อยากจะให้เกิดขึ้นด้วย อันนี้เป็นสะสมครับ 3-24 ก็จะเห็นว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นถึงวัยทำงานไม่ถึง ๑๘ กับ ๑๘แล้วก็ 31-40 นะครับ มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ส่วน 50 นะครับ 40-50 อัพขึ้นไปนี้ เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในการมั่วสุมครับ แน่นอนครับการวิเคราะห์มาก็คือการเล่นการพนันนั่นเอง เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องพยายามที่จะดูแลกันดี ๆ ส่วนเรื่องของออกนอกเคหสถาน ก็มีอีกกราฟหนึ่งนะครับ ซึ่งเอามาวันที่ 3-24 นะครับ ก็พบว่าผู้ชายโดยส่วนใหญ่ออกนอกเคหสถาน ผู้หญิงไม่ค่อยออก อาจจะเป็นเพราะว่าผู้หญิงอาจจะยังนั่งเล่นหรือเปล่า พูดเล่นนะครับ ตอนนี้ก็เป็นภาพที่เชื่อมโยงกับสไลด์เมื่อสักครู่ ก็ขอให้ท่านมีเหตุจำเป็นจริง ๆ ที่จะได้ออกมา ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องออก เพราะว่าก็มีความผิดด้วย แล้วก็ทำให้มีมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ถ้ารับความร่วมมือท่านก็ปลอดโรค ปลอดภัยนะครับ ขออนุญาตจบเรื่องของการรายงานประจำวันเพียงเท่านี้นะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้มีคำถามจาก Facebook Live ที่ฝากมาจากพี่น้องสื่อมวลชน ขออนุญาตเริ่มกันที่คำถามจากสื่อมวลชนก่อน เริ่มไปที่คำถามของ NBT ครับ สอบถามเนื่องจากกรมอนามัยโลกเตือนผู้สูบบุหรี่บอกว่าเสี่ยงมีโอกาสติดCOVID-19 รวมทั้งรับ COVID-19 จะทำให้เรื่องของสุขภาพมีปัญหามากกว่าปกติ อยากจะถามคุณหมอครับ การสูบบุหรี่นั้นเพิ่มความเสี่ยงจริงหรือไม่ และมีสถิติไหมว่าผู้ป่วยที่ผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตเป็นจำนวนผู้สูบบุหรี่เท่าไหร่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เรื่องของความเสี่ยงหรือไม่นะครับ เสี่ยงแน่นอนครับ ส่วนข้อคำถามที่ 2 นี่ เป็นจำนวนเท่าไร เดี๋ยวผมขอรับไว้เป็นคำถาม แล้วก็จะไปถามทางนักวิชาการที่เขาทำเป็นสถิติอีกทีนะครับ แต่เรื่องของการสูบบุหรี่จะทำให้เป็นเสี่ยงด้านนี้มีทั้งหลายเรื่องที่อธิบายนะครับ อันที่ 1 เป็นเรื่องของชุดพฤติกรรมนะครับ ที่เขาบอกว่าคนที่สูบบุหรี่นี่ก็ต้องมีไปสังสรรค์ มีเฮฮา นะครับแล้วก็คีบบุหรี่เสร็จแล้วบางคนก็ใช้บุหรี่มวนเดียวกัน เคยได้ยินใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นการปนเปื้อนด้วยน้ำลาย เพราะเขาต้องสูบต้องผ่านปากอะไรทั้งหลายนี่ ที่ 1 อันที่ 2 ก็คือ บางคนใช้บุหรี่ที่เป็นบุหรี่ไฟฟ้า ที่บอกว่าพ่นออกมาเป็นควันเป็นอะไรออกมา ในควันตรงนี้นี่ มันมีละอองฝอยด้วยจะเป็นการเอาเชื้อของตัวเอง ถ้าตัวเองติดอยู่ก็จะพ่นกระจายคนอื่นได้ อันนี้ก็เป็นชุดพฤติกรรมนะครับ ไม่ว่าจะติดอะไรอย่างไร การสูบเข้าไปก็ทำให้ปอดตัวเองไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เพราะว่าการมีสารนิโคตินที่ไปเคลือบปอดอยู่นะครับ ทำให้การทำงานของปอดไม่ดี พื้นที่ของปอดก็น้อย เชื้อโรคต่าง ๆ ก็เข้าไปจับได้ หรือมีสภาพอยู่พอมานานอาจจะเป็นโรคถุงลมโปร่งพองนะครับ ก็แน่นอนครับ ต้นทุนที่ต่ำกว่าคนอื่น พอเจอเชื้อโรคเข้าไปก็รับไม่ได้ ก็แพ้ภัยเท่านั้นเอง อันนี้ก็เป็นการอธิบายโดยตรง ง่าย ๆ (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปจากทางช่อง 7 ครับ จากผู้ผลิตละคร ผู้ผลิตรายการต่าง ๆ ถามมาว่าหลังจากนี้จะมีแนวทางที่จะมีแนวทางการคลายล็อกอย่างไร ขอทราบแนวทางปฏิบัติเพื่อที่จะวางแผนแนวทางล่วงหน้า ถามว่ารัฐบาลใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาว่าธุรกิจกิจการประเภทไหนที่จะถูกผ่อนคลาย การล็อกดาวน์เพื่อให้ธุรกิจนั้นสามารถประกอบกิจการก่อนได้ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ตอบโดยรวมก็แล้วกันนะครับว่ากิจการไหน ๆ โดยส่วนใหญ่ก็คงจะต้องดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ย้อนกลับไปดูทางปรากฎการณ์และสถิติ ชุดข้อมูลตัวเลขนะครับ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขก็นำเรียนท่านอยู่เสมอ ๆ นะครับ ว่าชุดพฤติกรรมอะไรต่าง ๆ ที่ทำให้เป็น ทำให้เกิด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสังสรรค์หรืออยู่ในสถานที่ที่เป็นแหล่งบันเทิง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เห็นภาพชัด ทุกคนคงยอมรับได้ว่า เราไม่น่าจะเปิด แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะแค่เราครับ ทั่วโลกเลย สถานบันเทิงหรือว่าส่วนที่สามารถที่จะเข้าไป แล้วแออัดทั้งหลาย เขาก็ใช้หลักการตรงนี้เหมือนกัน เพราะว่าการติดเชื้อจำเป็นต้องมีการเข้าใกล้กัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องการก็คือกิจกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ทำให้ หรือความมีระยะห่างทางกายห่างกันได้ อันนี้เราก็ยินยอม แล้วก็ให้เปิดได้ เพราะฉะนั้นสถิติกับชุดพฤติกรรมกับเขาเรียกอะไร รูปแบบของกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นจะเป็นตัวกำหนดครับ แต่ขณะเดียวกัน อย่างเดียวนะครับ มีการพูดคุยกันหลาย ๆ เวที ภาคผู้ประกอบการที่ทำกิจกรรมหรือกิจการต่าง ๆ ท่านก็สามารถเสนอขึ้นมาได้นะครับว่าฉันจะดูแลธุรกิจ กิจการ กิจกรรมของฉันประมาณกันอย่างนี้ อาจจะรวบรวมกันเป็นชมรมสมาคมนะครับ หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วกำหนดชุดพฤติกรรมของตัวเองว่าจะดูแลกันอย่างนี้ ทั้งผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ อุปกรณ์สถานที่หรือวิธีการต่าง ๆ ถ้าท่านมั่นใจว่า ท่านเสนอมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วท่านทำได้ กำหนดไปเสร็จแล้ว สมาชิกในองค์กรของท่าน ชมรมของท่าน สมาคมของท่านรับปฏิบัติกันอย่างแข็งขันแล้วก็ยอมรับที่จะเข้ารับการตรวจสอบเป็นระยะ ๆ ด้วย ผมเชื่อว่ากิจการของท่านก็ยังสามารถที่จะเปิดได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ใช่มาตรการต่าง ๆ หลายอย่างรวมกัน (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปจาก TNN 16 สอบถามมาว่า ศบค. ได้กำชับแต่ละจังหวัดที่มีการปลดลOS็็อกพื้นที่ต่าง ๆ อย่างไรบ้าง และภาพรวมการกักตัวในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นอย่างไรครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ มี 2 คำถามนะครับ เรื่องของการปลดล็อกมาตรการของแต่ละจังหวัด อันนี้นำเรียนว่าก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีภาพใหญ่กับภาพย่อยอย่างที่ผมว่านะครับ ภาพใหญ่ก็คือการประกาศของทางสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็จะมีข้อกำกับใหญ่ ออกมา ส่วนภาคย่อย ๆ อันนี้ก็เป็นรายจังหวัดที่จะไปกำหนด แต่ว่าต้องเขาเรียกว่าอะไร ต้องไม่ย่อหย่อนไปกว่ามาตรการใหญ่ที่ประกาศออกมา แต่ถ้าท่านจะตรึงกว่า จะแข็งกว่า จะเข้มกว่านะครับ อันนี้ตามหลักการ เพราะฉะนั้นตามจังหวัดก็นำไปปรับใช้ตามสถานการณ์ที่ท่านทำสำเร็จ หรือท่านจะต้องปรับปรุงจากตัวเลขที่เราได้รายงานไปในแต่ละจังหวัดอันนี้ก็ภาพของการที่เราดูแลคงไม่ได้เรียกว่า ไม่ได้บังคับ ไม่ได้กำชับให้ไปดูในรายละเอียดนะครับ จากรายงานที่เข้ามาเราก็จะเห็นภาพแล้วก็พี่น้องประชาชน หน่วยงานมั่นคง หน่วยงานปกครองทั้งหลายนะครับ ตั้งแต่ระดับล่างสุดถึงระดับของจังหวัด ทุกจังหวัดต่างเข้มข้น เราถึงได้รายงานของท่านในทุก ๆ วันนี้นะครับ อันนี้ก็เป็นการต้องขอบคุณนะครับ เมื่อวานนี้ท่านนายกฯ ในฐานะ ผอ. ศบค. ก็ขอบคุณทุกส่วน ทุกหน่วยงานที่ทำให้ตัวเลขของเราลงมาที่ 2 หลัก แต่อย่างไรก็ตามแต่ ถึงแม้วันนี้จะเป็นเลข 50 กว่า ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาดูแลกันนะครับ ส่วนภาครวมของการกักตัวในพื้นที่นะครับ ที่เรียกว่าเป็น Local Quarantine หรือ State Quarantine Quarantine ทั้งหลายนี่ อันนี้ผมขอติดค้างไว้สักหน่อยนะครับ ว่าน่าจะต้องนำเรียนพี่น้องประชาชนว่า กลุ่มคนต่าง ๆ เหล่านี้นี่มี State Quarantine, Local Quarantine หรือสถานที่กักกันเรื่องของตัวของคนในพื้นที่ทั้งหลายนี้มานานพอสมควรแล้ว ผลการดำเนินการเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะมารายงานนะครับในช่วงระยะเวลาต่อไปเพื่อให้ท่านผู้ชมได้รับทราบว่าก็เป็นอีกงานหนึ่งที่พวกเราได้ตั้งใจทำเพื่อให้คนที่เขากลับมาสู่พื้นที่เรานี่ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย เดี๋ยวตัวเลขจะนำมาเสนอต่อไปครับ (คุณสุภนันท์) เป็นคำถาเพิ่มเติมจากทาง Facebook Live นะครับ ๔๒ รายที่ศูนย์กักขัง คนในพื้นที่จังหวัดสงขลาจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือเปล่าครับอาจารย์ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ไม่แน่นอนครับ คือไม่นี่ คือไม่มีความเสี่ยง เพราะว่าถ้ามีความเสี่ยง ก็จะเป็นเรื่องที่เราไม่ยอมเด็ดขาดนะครับ ซึ่งเรารับทราบ เรารู้แล้ว เรา Active case Fliding และเข้าไปตรวจ และเรารู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน อยู่ตรงนั้นให้เขาอยู่นะครับ แล้ววันนี้ก็เอา X-ray เข้าไป เอาทีมทางด้านสาธารณสุขบวกรวมกันกับทีมของทางตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเขาดูแลกันอยู่แล้วนี่ ซึ่งเขาจัดสนธิกำลังเข้าไปดูแลกันเต็มที่ ขอบเขตอยู่ตรงนั้นเอง แล้วก็ ก็เหมือนกับการอยู่ในโรงพยาบาลนะครับที่ผมยกตัวอย่างเสมอเลยก็มีหลายโรงพยาบาลก็มีผู้ป่วยนอนอยู่ในโรงพยาบาลก็ไม่ได้ติดกระจายออกไปหรอกครับ ดูแลกันขีดวงตรงไหน ก็ดูแลกันตรงนั้นอย่างดี ก็ขอให้เกิดความมั่นใจ และก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องทางจังหวัดสงขลาเป็นอย่างสูงนะครับ ที่มีเมตตาต่อมนุษยชาติด้วยกัน ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้เป็นพี่น้องคนไทย แต่ว่าเขาเข้ามาในผืนแผ่นดินไทย ให้เขาได้พักอาศัยรักษาตัว และเดี๋ยวเขากลับไป ผมเชื่อว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เขาเรียกอะไรครับ ทำบุญมากมายที่สุดนี่ บุญที่ดีที่สุดคือการมีบุญต่อชีวิตของคน เพราะฉะนั้นตรงนี้เรากำลังทำร่วมกันเราก็เชื่อว่าเราไม่ได้มีความน่ากังวลอะไรอย่างไร เราก็ช่วยกันในงานสำคัญครั้งนี้ด้วยกันครับ (คุณสุภนันท์) ครับมีสอบถาถามว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเข้ามานี้จะมีผลต่อการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดสงขลา และทั้งในภาพรวมของทั้งประเทศหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับก็สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนภาพความเป็นจริง ในเมื่อทางสิงคโปร์ก็เกิดขึ้นอย่างนี้ได้ ที่มีการติดตัวเลขขึ้นไปจนกระทั่งหลักที่เขาไม่สูงมากขึ้นมาเป็นหลักหมื่นได้ ก็เพราะการแพร่กระจายของแรงงานต่างชาติ ต่างด้าวที่ว่าอยู่ในประเทศเขา เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นในไทยด้วยแล้วตอนนี้ เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปเรียนรู้ประสบการณ์ของต่างประเทศแล้วก็มาสแกนหา ถ้าเจอก็รีบรักษาเท่านั้นเอง จะเป็นตัวเลขอะไร อย่างไร เท่าไร ในลักษณะอย่างนี้ ก็นำเรียนผู้บริหารของศูนย์ในทุกระดับบอกว่าขอให้เปิดเผยตัวเลขความเป็นจริงออกมา ไม่มีปกปิด เพราะว่าการเปิดเผยมากที่สุดนะครับ นำมาสู่ความร่วมมือได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เรายึดถือกันมาตลอด และเราก็ได้ถึงประสบความสำเร็จสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านผู้ชมได้รับทราบ ได้รับรู้ ก็เป็นตัวเลขเดียวกันกับทางผู้บริหารได้รับรู้ ก็เป็นสิ่งที่เราได้เปิดเผยด้วยกันทั้งหมด แล้วเราได้จัดสรรพกำลังเข้าไปดูแลได้อย่างเท่าเทียม เท่าทัน และทันการนี่คือสิ่งที่เราได้ช่วยกันอยู่ทุกวันนี้ครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับคำถามที่ฝากเข้ามาในวันนี้หมดแล้ว สุดท้ายนี้คุณหมอมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันนะครับ ตอนนี้เรื่องของวิถีชีวิต ชีวิตวิถีใหม่หรือ New Normal ตัวไวรัสตัวน้อย ๆ แต่มาเปลี่ยนแปลงทั้งโลกได้ ฉะนั้นเราจะต้องมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้บ้าง วันนี้ผมออกจากบ้านแล้วมาที่ทำเนียบตอนนี้ก็ปลื้มใจ ดีใจครับ เห็นคนระหว่างทางนี่ใส่หน้ากากอนามัยเกือบ ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ทั้งริมถนน ข้างทาง มองไปในที่เขาขายอาหาร มองเข้าไปตามร้านทั้งหลายนี่ คน 100 เปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งขี่มอเตอร์ไซค์ ที่เราเห็นภาพนี้ ที่นั่งในรถเมล์ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยเกือบทุกคนเลยนะครับ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ แล้วทุกคนมีอย่างน้อยที่สุด คือหน้ากากผ้า ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วนะครับ สำหรับในชุมชน วิถีใหม่ ใส่หน้ากากทุกวัน ป้องกัน COVID-19 ได้ ก็ฝากคำนี้ไว้ นำเรียนว่าทุกคนจะปลอดภัยจากการใช้หน้ากากในเรื่องของการดูแลปกป้องตัวเองนะครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูยน์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ นำข้อมูลมารายงานให้กับคุณผู้ชมแบบนี้เป็นประจำทุกวัน ระหว่างรอผู้แถลงท่านต่อไปนะครับ ขออนุญาตสำหรับตัวเลขสถิติประจำวันเนื่องจากว่าหลายท่านเพิ่งอาจจะเข้ามานะครับ ตอนนี้มีสอบถามเข้ามาเพิ่มเติมนะครับ สำหรับวันนี้มีตัวเงขยืนยันรายใหม่นะครับ 53 ราย เป็นผู้ป่วยจากการตรวจสอบ หรือว่าการดูแลภายในประเทศของเรา 11 รายนะครับแล้วก็มีตัวเลขจากศูนย์กักขัง วันนี้ ๕๓ รายนะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ สำหรับสื่อมวลชนในต่างประเทศที่ติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนะครับ เรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ คุณณัฐภาณุ นพคุณ [ภาษาต่างประเทศ] สำหรับน้อง ๆ นักศึกษาไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ทางที่ประเทศไทยก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยนะครับ แล้วขอให้รักษาสุขภาพนะครับ ทางสถานทูตไทยก็คงจะได้ประสานกับทุกคนไปแล้ว แล้วก็คงรอประสาน รอติดต่อกันะครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และนี่คือการแถลงจากศูนย์บริการสถานการณ์โควิด ครู่หนึ่งครับคุณผู้ชมครับ อีกสักครู่หนึ่งมาตอบคำถามประเด็นสงสัยสอบถามกันเข้ามาเยอะมากนะครับ เกี่ยวกับการปรับลดงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรืองบบัตรทอง นะครับ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนะครับ เดี๋ยวช่วงหน้าเราจะมาให้ข้อมูลและสอบถามให้คำตอบทุกข้อสงสัยนะครับ // สวัสดีค่ะ พี่น้องประชาชนทุกท่าน ดิฉันขออนุญาตถอดหน้ากากจะได้พูดชัดเจนนิดหนึ่ง วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะครับ วันนี้มากับท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ท่านเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ทางด้านซ้ายของแหม่มนะครับ และท่านกระทรวงสาธารณสุขนะคะ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ด้านนี้ค่ะ วันนี้เป็นการแถลงข่าวพิเศษเรื่องที่กำลังกล่าวอยู่ในความสับสนของประชาชนเกี่ยวกับเรื่องของงบบัตรทองก็อยากจะกล่าวเริ่มต้นว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญทั้ง 2 เรื่องเป็นสำคัญนะคะ เรื่องแรกเป็นเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ จึงเป็นเหตุให้ท่านนายกรัฐมนตรีนี่อนุมัติรับบรรจุข้าราชการหลายหมื่นตำแหน่งด้วย และที่ท่านให้ความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ก็คือเรื่องของสุขภาพประชาชน ซึ่งจะเห็นได้จากมาตรการต่าง ๆ ที่ท่านนายกฯ ได้ลงมาบัญชาการเอง เพื่อที่จะดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้เต็มที่ ฉะนั้นในเรื่องของความสับสนความเข้าใจที่เกี่ยวกับเรื่องของบบัตรทองท่านนายกรัฐมนตรีเลยมีบัญชาให้ทางท่าน ผอ. สำนักงบฯ กระทรวงสาธารณสุขได้หารือกันหาความชัดเจน เกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินในการที่จะมาบรรจุบุคลากรทางการแพทย์ โดยไม่ได้ให้รับผลกระทบต่อบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ได้ให้รับผลกระทบกับประชาชนที่ต้องใช้สิทธิบนบัตรทองด้วยนะคะ ก็ก่อนอื่นเรียนเชิญท่าน ผอ. สำนักงบประมาณได้เล่าให้ฟังถึงวิธีการทางงบประมาณแบบง่าย ๆ นิดหนึ่ง จะได้เข้าใจตรงกันเกี่ยวกับงบบัตรทองนี่ค่ะ (คุณเดชาภิวัฒน์) สวัสดีผู้ฟังนะครับ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เรากำลังพูดถึงเป็นมติ ครม. เมื่อวันที่ อยู่นี่นะครับ ต้องขอเรียนว่าเป็นตามมติ ครม. วันที่ 15 เมษายน คือให้บรรจุพนักงานทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันนี้ทำงานอยู่ประมาณ 40,000 คน มาเป็นข้าราชการนะครับ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือว่าเงินเดือนที่พนักงานรับอยู่ในปัจจุบันทั้ง 40,000 ท่านนี่ ก็ตามมานะครับเป็นข้าราชการแล้วนี่ เป็นค่าใช้จ่ายที่จะตามมาด้วย ถูกหรือไม่ครับ ในเมื่อจ้างพนักงานแล้ว ก็จะมาเป็นงบบุคลากรที่จะมาบรรจุเป็นข้าราชการใหม่ วิธีในทางปฏิบัตินะครับ ไม่สามารถโอนงบประมาณที่เป็นค่าจ้างพนักงานนี่มาเป็นข้าราชการได้ทันที ต้องโอนมาเป็นงบกลางก่อน ถึงจะจัดสรรต่อมาเป็นงบกลางบุคลากรของข้าราชการที่จะได้รับบรรจุใหม่ คือเข้าใจก่อนว่าทำไมต้องโอนมาเป็นงบกลางก่อน คือวิธีนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนเบื้องต้นนะครับ // นะคะว่ามีหลักการทางวิธีการทางงบประมาณอย่างไร แต่ว่าจะโอนจากตรงไหนมาสำหรับที่จะใช้จ่ายเป็นงบจ้างบุคลากรทางการแพทย์เดี๋ยวจะขอให้ท่านปลัดฯ สุขุมได้รายงานค่ะ (นายแพทย์สุขุม) คือจากมติคณะรัฐมนตรี เรามองว่าแพทย์พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข นี่ที่ช่วยในการดูแลในภาวะโควิดนี่ก็ทำงานมากกว่าเดิม แล้วเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ มีมติ ครม. ให้รับเป็นข้าราชการแบบเจาะจง คือ คนที่ทำงานกับโควิดอยู่แล้วเป็นข้าราชการ ผ่านกระบวนการนะครับ ที่นี้จริง ๆ แล้วบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้วที่ปกติก็ทำงานในตำแหน่งพนักงานกระทรวงสาธารณสุข พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง ในแต่ละปีนี่ กระทรวงสาธารณสุขรายได้ที่สำคัญก็คือมีงบประมาณ แล้วก็มีงบเงินเดือน แล้วก็มีงบเงินเดือน และที่สำคัญก สปสช. จากกรมบัญชีกลางสิทธิข้าราชการ แล้วก็ประกันสังคม ตลอดจนผู้ป่วยที่บริจาคให้เรา อันนี้คือแหล่งรายได้ ในต้นปีนี่ข้าราชการอยู่ประมาณ ๒ แสนคน แล้วอีก ๒ แสน คน ก็คือ ลูกจ้างนะครับ ก็คือว่าแต่ละต้นปีนี่เราจะมีการกำหนดเงินเดือน แล้วก็มีงบประมาณจากแหล่งที่มาทั้งหลาย ที่กล่าวมาแล้ว เพื่อจ่ายเป็นเงินเดือน จากได้เงินงบประมาณ ทีนี้จากการที่เรามองว่ากลุ่มนี้ได้ทำงานหนักและเสียสละ ทีนี้และคณะรัฐมนตรีได้มีอนุมัติพิเศษแบบเจาะจง คือรับจากคนที่ทำงานอยู่แล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็คือเป็นลูกจ้างอยู่แล้ว เราก็มองได้ว่าจะได้เป็ฯได้ขวัญกำลังใจต้องมีการรีบบรรจุแล้วก็แหล่งที่มาของเงินเดือน ซึ่งเป็นงบจากนอกงบประมาณก็ต้องปรับมาเป็นงบประมาณแผ่นดิน เราก็มองว่าเรามีการเตรียมเงินเดือนที่เป็นเงินบำรุงของเราอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเงินบำรุงของเราอยู่แล้ว ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้ครับ (ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล) เป็นอันว่าทางฝ่ายปฏิบัติเองคือกระทรวงสาธารณสุขก็มีแหล่งเงินเตรียมพร้อมนะคะที่จะดูแลบุคลากรทางการแพทย์ที่จะรับบรรจุเข้ามา แล้วก็ในส่วนของบัตรทองเอง ก็ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ตรงนี้ที่ท่านนายกฯ ย้ำกับทั้งสองโครงการต้องไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ได้รับผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลของประชาชนที่ใช้สิทธิบนบัตรทองทุก ๆ คน ตรงนี้ก็หวังว่าจะเกิดความชัดเจน และจะไม่ได้เกิดความสับสนกันต่อไปนะคะ ขอให้ความมั่นใจว่าผู้ที่ใช้สิทธิบนบัตรทองยังมีสิทธิเท่าเดิม ยังได้รับการรักษษตามเดิมทั้งหมด และบุคลากรทางการแพทย์ทุก ๆ คนที่จะได้รับการบรรจุก็จะมีแหล่งเงินทุนที่ทางกระทรวงสาธารณสุขก็จะได้เตรียมรองรับไว้แล้ว ก็ทางสื่อมวลชนมีคำถามนะคะ (ผู้สื่อข่าว) ค่าหัวของบัตรทองเป็น ๓,๖๐๐ ตอนนี้เหมือนกับว่าที่ผ่านมานี่การสื่อสารอาจจะไม่เข้าใจ ตรงนี้พอชี้แจงว่าในส่วนของสื่อเป็นงบที่จะตัดโอนมาเป็นงบในส่วนจ้างเหมา ไม่เกี่ยวกับงบบัตรทอง ทีนี้พอบัตรทองนี่ค่าหัว อยากให้ท่านปลัดฯ บอกกับพี่น้องประชาชนพูดให้ความเข้าใจกับประชาชน (นายแพทย์สุขุม) คือในการบรรจุข้าราชการคราวนี้นะครับ เราก็มองว่า บัตรทองที่ 2,400 ล้านบาทนี่ เราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตัดมา เพื่อจะต้องมาใช้หรือว่าอะไร เนื่องจากว่าได้คุยกับ ผอ. สำนักงบประมาณ เมื่อต้นปี ก็คือมาจากแหล่งที่มาก็คือบัตรทองนะครับ แล้วก็งบของกรมบัญชีกลางที่จ่ายเป็นสวัสดิการของข้าราชการ ตลอดจนเป็นของประกันสังคม และเงินบริจาค อันนี้เป็นเงินบำรุงโรงพยาบาลก็ต้องนำมาคือ 1 เป็นค่าจ้างบุคลากรที่เป็นลูกจ้างของเรา ข้อ 2 ก็คือ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเครื่องไม้เครื่องมือ ค่าอะไรพวกนี้ต่าง ๆ นะครับ ตลอดจนครุภัณฑ์ที่มีความจำเป็น เรามีการทำเมื่อต้นปี เพราะฉะนั้นเงินอันนี้เราก็ได้เตรียมไว้เมื่อต้นปี คือ ก้อนเดียวกัน ที่ต้นปีนี้มาตั้งเป็นกำหนดอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของบัตรทองก็คือจ่ายตามระบบปกติ ก็คือของโรงพยาบาลเป็นเพื่อเข้าเงินบำรุงโรงพยาบาลอีกทีหนึ่ง อันนี้ชัดเจน ก็คือว่าเมื่อรับมาเข้าเงินบำรุง แล้วเราก็จะจัดสรร ซึ่งจากการที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี รับบรรจุพวกเราให้เป็นข้าราชการเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ เองนี่ก็ทำให้ศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานน่าจะดีขึ้น เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นการดูแลพี่น้องประชาชนไม่มีการกระทบกระเทือน แล้วเราดูคร่าว ๆ แล้วนี่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ในการส่งเสริมป้องกันโรค อีก 50,000 ล้านบ่้า50,000 ล้าทบาทดูแลผู้ป่วยใน เราพบว่าในภาวะที่ COVID-19 ระบาด 3,000 ล้าน 10,000 ล้านบาทนี่ไม่เพียงพอ แล้วก็คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางเบื้องแรก 3,000 ล้านบาทนี่ คือดูแล เรามองดูว่าค้นหาผู้ป่วยรายใหม่นี่ 3,000 ล้านบาท เท่ากับเราตรวจผู้ป่วยได้ 1 ล้านคน ก็จะเป็นเงินเพิ่มในการดูแลผู้ป่วยเดิมจาก สปสช. อันที่ ๒ คือได้รับการสนับสนุงบกลางในการดูแลผู้ป่วย นะครับ เช่น การจัดทำห้องปลอดเชื้อ ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ เช่น หน้ากากอนามัย PPE หรือ N95 หรือ PPE นะครับ ปรับปรุงห้องความดันลบ อันนี้คืองบประมาณเพิ่มเติม ว่าในการดูแลได้รับงบมาแล้วนี่ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ ครม. ก็อนุมัติงบเพิ่มเติมที่ดูแลพี่น้องประชาชนมากขึ้น ตลอดจนมีหัตถการต่าง ๆ ตลอดจนเรามองดูว่า ปัจจุบันนี้การมาโรงพยาบาลไม่สะดวก แล้วก็มีติดขัดเราก็มีการส่งยาให้ถึงบ้านทาง อสม. อันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ที่ส่งให้ อันนี้ก็อยากกราบเรียนว่าเรามีการติดต่อเพื่อทำเรื่อง tele medicine เพื่อให้เกิดหมอครอบครัวดูแลได้ ก็เป็นบริการที่เราเพิ่มเติม อันนี้แตกต่างจากที่คนไข้ต้องมาโรงพยาบาล อันนี้ก็ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมงบประมาณเพิ่มเติม ก็อยากให้มั่นใจว่าการดูแลคนไข้นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วก็จะดีขึ้น และคิดว่างบประมาณนี่ก็คิดว่าไม่ได้น้อยลง เพราะฉะนั้นที่บอกว่ากังวลใจจะโดนตัดให้น้อยลง ก็ให้มั่นใจว่า คณะท่านนายกรัฐมนตรีท่านเพิ่มงบกลางเพื่อสนับสนุนในงานของเรามากขึ้นอีกครับ // มันแล้วแต่ปี มันต้องดูว่าปีที่แล้วเท่าไร ๆ เราไม่ได้ยุ่งเลยนะครับ วันนี้เราไม่ได้พูดถึง 2,400 ล้านบาทเลย เราพูดถึงแต่ว่าที่เรามีงบอันนี้ก็คือมาจากแหล่งที่มา อันนี้เราดูว่าที่เราเตรียมเอาไว้ ปีนี้เราก็จะดำเนินการ ส่วนปีต่อไปก็เป็นระบบปกติ ก็มีการเงินตรงส่วนนี้มาเป็นเงินเดือน เป็นค่าจ้างเช่นเดียว อันนี้ก็รับมานะครับ ก็กราบเรียนคร่าว ๆ ก็คืองบของเราได้มา ประมาณ 11,000 ล้านบาท ล้านบาท จาก สปสช. เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนไม่ได้น้อยลงจากเดิมครับ // ขอบคุณค่ะชัดเจนค่ะ // ไม่มีคำถามเพิ่มเติมนะคะ สรุปย้ำอีกทีนะคะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีแนวนโยบาย และสั่งการลงมาว่าวิธีการทางงบประมาณจะจัดสรรอย่างไร ก็แล้วแต่ต้องไม่ให้เกิดการที่จะเข้ารับสิทธิของการรักษาพยาบาลบนบัตรทอง ท่านปลัดฯ ก็ให้ความมั่นใจแล้วว่าไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน อีกอันหนึ่งที่ท่านนายกฯ เน้นย้ำก็คือบุคลากรทางการแพทย์ เห็นว่าเป็นกองกำลังสำคัญเลยในการต่อสู้สงครามโควิดในครั้งนี้ จะต้องดูแลเขาอย่างดี และได้เตรียมแหล่งงบประมาณเพียงพอที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมการไว้แล้ว แล้วก็เตรียมการสำหรับปีต่อ ๆ ไป ก็จึงขอวิงวอนพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบทุกข้อเสนอแนะ ทุกข้อกังวล และได้ให้ความสำคัญ ได้มีการสั่งการและหารือโดยทันทีนะคะ ถ้าหากว่ามีสิ่งใดที่ทางประชาชนเกิดความไม่ชัดเจนหรือสงสัยก็สามารถที่จะโทรศัพท์มาสอบถามได้ ที่ทำเนียบร้ฐบาลก็มีหมายเลข 1111 นะคะ ส่งข้อกังวลข้อเสนอแนะ หรือคำถามเข้ามาได้ หรือคำถามเข้ามาได้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็รับฟังจากทุกภาคส่วนจากหมายเลข 111 นี่ ท่านปลัดฯ ก็รวบรวมว่าแต่ละวันมีข้อเสนอแนะอะไรเข้ามาบ้าง กราบเรียนท่านนายกฯ แล้วก็ ครม. ทุกท่านตลอดเวลา ก็ขอให้ความมั่นใจตรงนี้ว่าท่านนายกฯ ให้ความสำคัญกับประชาชนทุกคน ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านปลัดฯนะคะ แล้วก็ท่าน ผอ. สำนักงบประมาณค่ะ ขอบ [เสียงดนตรี]