--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (27 เม.ย. 63) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ แน่นอนค่ะ วันนี้เราขยับเวลามา 1 ชั่วโมงนะคะ เนื่องจากเมื่อเช้าที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม ศบค. ซึ่งก็มีทั้งเรื่องของการหารือการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของผลประชุมรวมถึงสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ว่า วันนี้เป็นอย่างไรนะคะ เราไปติดตามรายละเอียดค่ะ จากนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ในรายละเอียด เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ กระผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มารายงานตัวในวันที่ 27 เมษายน 2563 นะครับ วันนี้มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ว่ามีรายละเอียดอะไร อย่างไร เดี๋ยวผมจะนำเรียนหลังจากที่รายงานสถานการณ์ที่จะต้องเริ่มต้นตรงนี้ก่อนนะครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ เมื่อวานนี้รอบ 24 ชั่วโมง ก็มีผู้ป่วยที่หายไปเพิ่มขึ้น 15 ราย รวมแล้วเป็น 2,609 ซึ่งก็เป็นร้อยละ 89.01 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีและดียิ่งกว่าตัวเลขนี้ นะครับ ก็มีข่าวดีที่ต่ำ 10 ครับ คือ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ของรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา คือ 9 รายครับ ซึ่ง 9 รายนี้ ก็เป็นรายที่ได้กักกันตัวอยู่ 2 คนด้วยนะครับ เดี๋ยวบอกในรายละเอียด แต่ว่าในกรณีที่เกิดขึ้นมันยังแสดงถึงความรุนแรงของโรคนี้อยู่ คือวันนี้มีรายงานเพิ่มผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเป็น 52 ราย ของการเสียชีวิต มาในรายละเอียดของผู้ที่เสียชีวิตนะครับ เป็นผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 64 ปี อาชีพแม่บ้านนะครับ โรคประจำตัว คือโรคโลหิตจางนะครับ แล้วก็มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งเป็นคนในครอบครัว ครอบครัวนี้ป่วยกันถึง 5 คน แล้วก็เริ่มป่วย วันที่ 2 เมษายน ด้วยอาการไข้ ไอ หอบ เหนื่อย จึงเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดภูเก็ต วันที่ 8 เมษายน ส่งตรวจหาเชื้อ แล้วก็ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 นะครับ วันที่ 10 เมษายน อาการแย่ลง เหนื่อยง่ายขึ้น แล้วก็ได้ย้ายไปรักษาต่อ ยังโรงพยาบาล เอ็กซเรย์ปอด พบปอดอักเสบรุนแรงต่อมาก็เหนื่อยมากขึ้น การทำงานของไตลดลง แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตวันที่ 26 เมษายน ด้วยระบบหายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน ขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ ไปดูในสถานการณ์ว่า มีผู้ป่วยที่ยังรับการรักษา อยู่ 270 ราย ยังไม่ถึง 300 อยู่นั้น ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอบคุณผู้ที่ดูแลในฝั่งของภาคโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยกันดูแลตรงนี้ ก็ทำให้จำนวนเตียงของเราว่างได้เยอะขึ้นนะครับ มีรายที่เป็นสะสมอยู่ใน 68 จังหวัดนะครับ แล้วก็เมื่อวานนี้ อยู่ในกล่องด้านซ้ายมือข้างบนนี่ครับ เราตรวจพบใน กทม. ซึ่งเป็นในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ เพิ่มขึ้น 2 ราย ซึ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ใน 9 รายนี้ การกระจายของ 9 ราย สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงมาจากอะไรบ้างครับ 3 ราย อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ ที่ได้มาจากระบบการเฝ้าระวัง แล้วก็ระบบบริการ ก็พบว่า เป็นการสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 3 จังหวัด คือภูเก็ต สุพรรณบุรี แล้วก็ยะลา แล้วก็เราใช้วิธีการเรียกว่า Active Case Finding หรือตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน ที่จังหวัดยะลาได้เพิ่มมาอีก 4 คน แล้วเมื่อสักครู่ที่นำรายงานไปแล้วอยู่ใน state quarantine 2 คน รวมแล้วเป็น 9 ราย ต่ำ 10 ในวันแรกของที่เราได้รายงานกันมาตรงนี้นะครับ ครับ ในจังหวัดที่มีการกระจายของรายใหม่นี้ ยะลา เมื่อสักครู่ที่บอกว่าเป็น Active Case Finding เป็น 5 ราย กรุงเทพมหานครไม่มีรายงานเป็นครั้งแรก ที่เกิดขึ้นการติดเชื้อภายในจังหวัด แต่ไปพบอยู่ใน State Quarantine 2 ราย บอกกันแล้วว่า เราไม่ได้ใส่ตัวเลขอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ก็แยกตัวเองออกมาให้เห็นชัดเจน ก็เป็นรายงานและก็ฝั่งของทางกรุงเทพมหานครเองด้วยนะครับ ที่ช่วยกันดูแลตรงนี้ ภูเก็ต 1 ราย และสุพรรณบุรี อันนี้เป็นรายใหม่ที่เกิดขึ้นนะครับ ของจังหวัดสุพรรณบุรีขึ้นมาอีก 1 ราย 9 จังหวัดยังคงที่ ไม่มีพบการรายงานอยู่อย่างเหนียวแน่น มาดูการกระจายรายจังหวัดนะครับ ก็ยังภาพก็ยังคง ๆ เดิมนะครับ 10 จังหวัดแรกก็ยังอยู่ที่เป็นอัตราป่วยต่อแสนประชากร อันดับ 1 ก็ยังเป็นที่ภูเก็ตอยู่นะครับ ชลบุรี กรุงเทพมหานคร ยะลา ปัตตานี และนนทบุรี ส่วนตัวเลขที่แยกออกมาทางขวามือ กรุงเทพมหานครเป็นจำนวนก็ยังเยอะอยู่นะครับ 1,400 กว่า ภูเก็ตก็รองลงมา แล้วก็นนทบุรี ยะลา และสมุทรปราการนะครับ มาดูตาม เขียว แดง เหลืองนะครับ เขียว เหลือง แดงนะครับ ที่เอามานี้ ภาพก็ยังคล้าย ๆ เดิม มีขยับเพิ่มขึ้นนิดหนึ่ง ก็คือสุพรรณบุรี ไปอยู่สีแดง เพราะว่าเพิ่งเจอ Case ใหม่ อยู่ข้างบนนั้นนะครับ ส่วนแม่ฮ่องสอนก็ตกลงมาจากที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง มาอยู่สีเขียวอ่อนนะครับ นครพนมจากสีส้ม ๆ ก็มาอยู่ที่สีออกเหลือง อยู่ตรงกลาง ส่วนกระบี่ นราธิวาสในภาคใต้ก็ตกลงมาอยู่ในสีส้มแทน เพราะว่าอันนี้ก็เป็นการทำงานของจังหวัดต่าง ๆ ไปที่สถานการณ์โลกนะครับ ยืนยันของทั้งโลกตอนนี้ เกือบ ๆ แตะ 3,000,000 คนแล้วนะครับ คือ 2,994,000 กว่าราย แล้วก็รายหนักนี่ 57,000 นะครับ แล้วก็หายแล้ว 870,000 เสียชีวิต 206,995 คิดเป็น 6.9 เปอร์เซ็นต์ มาดูก็ยังพบว่า ประเทศที่เยอะที่สุดก็คือสหรัฐอเมริกาที่พบใหม่ รายใหม่เลย วันเดียว 26,000 กว่าราย รัสเซียเจอเข้าไปก็เยอะนะครับ 6,361 แล้วก็อังกฤษก็ยังเจออยู่ที่ 4,463 ราย ซึ่งก็เยอะอยู่นะครับ ส่วนประเทศที่ตายสูงสุด ก็ 3 อันดับแรกก็จะเป็น สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 1,148 อันดับถัดมาก็คือ อังกฤษนะครับ เสียชีวิตไป 413 สเปน 288 ราย นี่ก็คือความหนักของทางด้านโรค ของเราอยู่ที่อันดับที่ 58 ครับ ก็มาดูทางเอเชียบ้างนะครับ ทางสิงคโปร์ก็ยังอยู่อันดับที่สูงอยู่นะครับ อยู่ที่ 931 ราย ในเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่มากทีเดียว แต่ว่าอัตราการตายของเขาน้อยนะครับ อยู่ที่ 12 ราย เท่านั้น ส่วนเกาหลีมีรายใหม่เพิ่ม 2 หลัก ใกล้ ๆ กับเรา แค่ 10 รายนะครับ แต่เขาแตะหมื่นไปแล้วนะครับ ส่วนญี่ปุ่นก็ยังอยู่ที่ 210 นะครับ อินโดนีเซีย ก็ยังเยอะอยู่ 275 ที่รายใหม่นะครับ แล้วก็ฟิลิปปินส์ 285 มาเลเซียรายใหม่ก็ลดลงตามส่วนคล้าย ๆ กับเรา เป็นเลข 2 หลัก 38 นะครับ แต่ว่าแต่ละแห่งนั้นเกิน 5,000 ทั้งสิ้นเลยนะครับ มาดูตามมาตรการภารกิจที่รับคนไทยกลับมาจากต่างประเทศ ในวันนี้ก็ยังกลับมา 3 เที่ยวบินนะครับ เที่ยวบินแรก ก็จะเป็นทางญี่ปุ่นนะครับ เวลา 15.40 น. 35 คน แล้วก็เนเธอร์แลนด์อีก 25 คน เวลาประมาณ 5 โมงเย็น นะครับ แล้วก็นิวซีแลนด์อีกประมาณ 168 เวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษ ๆ เป็นนักเรียน นักศึกษาที่กลับมา ซึ่งอันนี้เราให้ความสำคัญ กับนักเรียนนักศึกษา เป็น priority กรุ๊ปนะครับ แล้วก็หาเครื่องบินเป็นการสนธิกำลังของหลาย ๆ ส่วน เขาถึงได้กลับมาบ้านได้ อันนี้ต้องขอขอบคุณทั้งทางด้านการท่าฯ ทางกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็สำนักงานเรื่องของการบินพลเรือนนะครับ รวมถึงทางฝ่ายมั่นคงของเราด้วย ที่ เตรียมสถานที่กักกันตัวของรัฐหรือ State Quarantine ให้ดูนะครับ 28 พรุ่งนี้จะมีอยู่ 2 ก็คือสเปน 12 คน ตอนประมาณสักใกล้ ๆ เที่ยงนะครับแล้วก็อินเดียนะครับ ยังคงค้างอยู่จำนวนมาก ผู้ที่ไปแสวงบุญทางด้านที่อินเดียนี้ อีก 200 เป็นนักเรียน นักศึกษานะครับ 200 คนนะครับ มาช่วงเวลาตอนเช้าพรุ่งนี้ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ทางกระทรวงการต่างประเทศรายงานมา ส่วนทางกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ดูแลในจุดผ่านแดนรอบประเทศของเรานะครับ ตอนนี้มีผู้ที่เดินทางเข้ามาแล้ว โดยการลงทะเบียน ตัวเลขของวันล่าสุด คือเมื่อวานนี้ ลงทะเบียน คือ 293 คน ไม่ลงทะเบียนมีอยู่ 107 คน รวมแล้ว 400 กว่าคน เมื่อวานนี้ ที่ผ่านมาจุดผ่านแดนรอบประเทศทั้งภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือนะครับ อะไรทั้งหลายนี่เราเอามารวม ๆ กัน ที่เดินทางกลับมาแล้ว 18-25 2,800 กว่าคนนะครับ ไม่ลงทะเบียนรวม ๆ แล้ว 938 แล้วก็รวมตัวเลขข้างล่างดีกว่าครับ สะสมนี่เราให้มีเรื่องของไวรัสตัวนี้นะครับ ตั้งแต่วันที่ 18 มานี่ รวมสะสมแล้วก็คือ ลงทะเบียนกัน 3,131 คน แล้วกลับมาโดยที่ไม่ลง 1,043 คน รวมแล้ว 4,174 คน ตรงนี้มีความสำคัญตรงที่ว่า ช่องของคนที่ลงทะเบียนต้องขอบพระคุณที่ทำตามกติกาของเรา แล้วก็ท่านก็สามารถเข้ามาได้ แต่ส่วนบางท่าน บางคน ที่ไม่สามารถ แล้วก็พยายามที่จะให้เขาได้กลับเข้ามา แต่ว่าก็ต้องมีผ่านมาตรการที่ต้องยุ่งยากมากกว่าในเรื่องปกติครับ แล้วก็ต้องมีเรื่องของการที่ดูแลที่เป็นพิเศษเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะได้ดูแลช่วยเหลือเยียวยากันไป แต่ขณะเดียวกันผู้คนเหล่านี้ก็ต้องได้รับการดูแลที่เราเรียกว่า สถานที่กักกันของรัฐจัดให้นะครับ ทุกคน ซึ่งเราส่งไปที่ไหนบ้าง ก็มีจำนวนห้องให้ดูนะครับตอนนี้ 5,468 ห้อง มีเตรียมไว้เข้าพัก 2,448 อีก 3,000 เศษ ๆ นะครับ สะสมตอนนี้ 3,379 แล้วก็อยู่ในระหว่างการกักตัวนี่ 150 กลับบ้านแล้ว 1,229 หลายคนดูตัวเลขนี้ไม่ตรงกันกับ slide แผ่นที่แล้วหรือเปล่า มีนิดหน่อย เดี๋ยวยังไงไปเช็กตัวเลขก็นำเรียนว่า ทุกคนที่เข้ามาต้องได้รับการดูแลอย่างดีนะครับ แล้วก็เพื่อให้มั่นใจการปลอดภัย เราต้องดูแลให้เขาครบ 14 วัน ถึงจะกลับสู่ภูมิลำเนา ในเรื่องตัวเลขที่ไม่ตรงกัน ที่ผมได้รับทราบมา คือก็อาจจะต้องให้อยู่ทางพื้นที่ หรือสถานที่กักกันไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวอย่างไร ในรายละเอียดนำรายงานอีกทีหนึ่ง มาดูศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ซึ่งอันนี้ก็นำเรียนทุกวัน วันนี้ลดลง ในกรณีของชุมนุมมั่วสุมนะครับ เหลือ 59 ลดลงไป 28 นะครับ แล้วก็ในกรณีของทางออกนอกเคหสถาน ก็ลดลงเป็น 449 ลดลงไป 119 รายนะครับ ต้องขอขอบคุณมาตรการต่าง ๆ ที่เราได้ออกไป ก็เพื่อดูแลสุขภาพของท่านนะครับ ไม่ต้องออกไปอย่างนั้น ครับ อันนี้ก็จะเป็นสรุปการรายงานที่ผ่านมาของการทำงานในรอบ 24 ชม. ของศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ ที่เราได้รายงานเป็นประจำวัน วันนี้ครับ มีการประชุมเรื่องของ ศบค. ชุดใหญ่ที่นำโดยท่านผู้อำนวยการศูนย์ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี วันนี้ก็มีองค์ประกอบของท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ ได้เข้ามา และรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ และรวมถึงท่านปลัดกระทรวงต่าง ๆ และผู้ที่เป็นหัวหน้าของศูนย์ต่าง ๆ นี่นะครับ เข้าร่วมประชุมกันในชุดใหญ่วันนี้ ก็มีประเด็นใหญ่ ๆ อยู่สัก 2-3 ประเด็น อันดับแรกนะครับ ประเด็นที่ 1 นะครับ ได้เกริ่นนำในที่ประชุม แล้วกล่าวขอบคุณเรื่องของการทำงานที่ผ่านมาในรอบ 1 เดือน ท่านก็กล่าวชมว่า ทำงานได้ดีมาก ๆ นะครับ ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศของเรา แล้วก็ต่างประเทศนะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็ท่านได้รับทราบขึ้นมา ก็เห็นความสำคัญ ตอนนี้ครบ 1 เดือน ก็ขอบคุณทุกฝ่ายนะครับ ก็อยากจะให้มีการได้มีการร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ทั้งภาคของฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำนะครับ ภาครัฐ เอกชน ธุรกิจทั้งหลาย ร่วมมือกันในการทำงานเพื่อต่อสู้กับไวรัสโควิด - 19 นี้ นะครับ ที่สำคัญให้ยึดหลักของทางด้านสาธารณสุข แล้วก็หลักการของทางองค์การอนามัยโลก ขณะเดียวกันท่านก็ตั้งข้อกังวลนะครับ ห่วงใยเรื่องของเศรษฐกิจ รายได้ที่ลดลง ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ ท่านก็ได้มอบให้เป็นนโยบายนะครับ ว่าจะต้องมีการกำหนดระยะในการผ่อนปรน ก็ให้แนวทางว่า จะแบ่งเป็นสัก 4 ระยะ อันที่ 1 ก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ อันที่สองก็ 50 เปอร์เซ็นต์ อันที่ 3 75 เปอร์เซ็นต์ อันที่ 4 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งจะต้องดูเป็นระยะ ๆ ไป แต่ระระยะนี่ อาจจะต้องใช้เวลาทบทวน 14 วันอย่างน้อย 14 วันนี่มาจากไหน ก็มาจากถ้าให้มาตรการไปแล้วก็ต้องรอดูว่า 14 วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นไหม 14 วันนี้ช่วงระยะเวลาของการที่ทั้งการดูอาการอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่รอดูอาการเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ แล้วก็ให้มีการประเมินนะครับ มาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมโรค ถ้าประเมินแล้วบอกว่า ถ้าเปิดได้ แง้มได้ ก็ปิดได้ หมายความว่ามาตรการต่าง ๆ ถ้าลองทดสอบดู หรือประกาศออกมาแล้วได้ผล ครับ ก็ยืดออกไป แต่ถ้าเกิดปัญหาเกิดการติดเชื้อขึ้นมานะครับ สิ่งที่มีความสำคัญ และพูดคุยในที่ประชุมมาก ๆ คือไม่อยากให้เกิดการระบาดในระลอก 2 ในคลื่นที่ 2 อย่างที่เราพูดคุยกันบ่อย ๆ นะครับว่า มันจะทำให้เกิดการสูญเสียมากมายนะครับ แล้วก็สิ่งที่ผ่านมาของการที่เราลงทุนไปแล้ว ก็จะล้มเหลวไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นการที่เราจะตัดสินใจมาตรการต่าง ๆ ต้องขึ้นกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย แล้วก็ท่านได้กล่าวถึง เรื่องของประเด็นต่าง ๆ นะครับ ที่เป็นข้อห่วงใยอย่างที่ว่านี้นะครับ ส่วนวันนี้สาระในการประชุมจะมีอยู่ประมาณ 3 ประเด็นนะครับ อันแรกก่อนก็แล้วกันครับ ประเด็นที่ ๑ เป็นการรายงานของท่านปลัด กระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าศูนย์ของทางการปฏิบัติการทางด้านสาธารณสุขนะครับ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงกรณีที่อาจจะเกิดขึ้น หากการติดเชื้อหรือการระบาดเกิดขึ้นนะครับว่า จะเป็นกี่กรณีขึ้นมาได้ ก็พบว่ามีสักประมาณ 3 กรณีครับ อันที่ 1 ก็คือว่า ถ้าผู้ป่วยเราควบคุมได้เต็มที่ ได้ดี อย่างที่เรารายงานมา ก็คือจะเกิดขึ้นมาใหม่ รายใหม่ประมาณ 15-30 รายต่อวัน อันนี้ถือว่า คุมได้ดี เราต้องใช้วิธีการห้ามเดินทางเข้าออกประเทศ ทำเหมือนทุกวันนี้ครับ นะครับก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้ กรณีที่ 2 กรณีที่มีควบคุมได้ในความเสี่ยง มีความเสี่ยงต่ำนะครับ การระบาดอยู่ในวงจำกัด การสาธารณสุขพอจะรับรองได้ ซึ่งอันนี้ก็จะต้องมีการชะลอการเข้าประเทศไทย โดยให้มีเรื่องของ State Quarantine เปิดให้ภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำดำเนินกิจการได้ ขึ้นมานี่ อาจจะคนติดเชื้อรายใหม่ ประมาณ 40-70 รายต่อวัน ซึ่งอันนี้มีความละเอียดอ่อนมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ กรณีอย่างนี้พอจะควบคุมได้นะครับ แต่ก็ต้องมีความเสี่ยงอยู่ดี แต่อันที่ 3 คือ ควบคุมได้ยาก แล้วตอนนี้ คือเปิดไปหลาย ๆ อย่าง เคลื่อนย้ายประชากรมาก ไม่มีการกักติดตามอะไรเลย อันนี้จะพุ่งพรวดเลยครับ วันหนึ่งประมาณ 500 - 2,000 คน ก็ฉายเป็นกราฟได้นะครับ ไปดูในภาพถัดไปนะครับ ก็จะเป็นเรื่องของพอเป็นตัวเลขขึ้นมา พอมาฉายเป็น เขาเรียกพยากรณ์ออกไปเป็นเส้นออกไปนะครับ ตอนนี้เราอยู่ในเดือนเมษายน ปลายเมษายน แล้วลากยาวออกไป ถ้าเราคุมไม่ดีแบบกรณีที่ 3 ตัวเลขพุ่งพรวดเลยครับ ออกไปจะทะลุข้างบน เพราะฉะนั้นจำนวนคนไข้อะไรทั้งหลาย มากมายก่ายกองครับ เราคงจะดูแลไม่หวั่นไม่ไหว เราไม่อยากให้เกิดเลย ถ้ารวม ๆ ไปแล้วมีคนป่วยสูงถึง 500 - 2,000 คนต่อวัน ถ้านับรวมไปตั้งแต่ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม 3 เดือนข้างหน้านี้ จะมีคนป่วยรวมกัน 46,596 ราย อันนี้ คือการพยากรณ์แบบแย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นนะครับ ซึ่งเราไม่อยากให้มี ถ้าลดลงมาล่ะ มีความเสี่ยงต่ำ ที่กระทรวงสาธารณสุขพอจะรับได้ ก็คือสัก 40-70 คน ที่เรารายงานกันมาตลอดพอไหวนะครับ จะเกิดผู้ป่วยรวมกันประมาณ 4,661 ราย เป็นเส้นสีน้ำเงินตรงกลาง อย่างนี้เราพอไหว แต่ถ้าลงไปให้ดี เอาแบบเข้มมาก ๆ เลย ซึ่งเหมือนที่ผ่านมา แต่หลายคนก็บ่น ไม่สามารถที่จะประกอบการในเรื่องของธุรกิจต่าง ๆ ได้เลย เข้มเกินไป กระทบด้านอื่น อันนี้ก็จะมีรวมกันพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม มีคนป่วยรวมกัน 1,189 ราย ก็ตึงเกินไปก็อาจจะไม่ได้เป็นทางออกที่ดีนะครับ ที่ดีนะครับ วันนี้ก็เลยมีการพูดคุยกันต่อ เดี๋ยวผมจะโยงไปในประเด็นที่ 2 ต่อนะครับ มาดูว่ามีการตรวจไปแล้วเท่าไร ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้รายงานว่ามีการตรวจตั้งแต่เปิดบริการจนถึง 24 เมษายนนี้ มีสะสมตรวจไปแล้ว ตัวอย่างแล้วนะครับ ก็เพิ่มตัวอย่างให้มากขึ้น ก็นำเรียนว่าตรงนี้มีข้อคำถามว่าเราตรวจน้อยเกินไปหรือเปล่า ก็ยังมีการตรวจพยายามเพิ่มขึ้น ๆ ให้เรื่อย ๆ นะครับ เพราะว่าตอนนี้มาตรการทางด้านของการตรวจก็พยายามเข้าไปในเชิงรุกมากขึ้น เมื่อเช้าก็มีการประชุมที่คณะกรรมการ EOC กระทรวงหมายถึง คณะกรรมการศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินที่กระทรวงสาธารณสุข ก็จะมีการเจาะเฉพาะกลุ่ม แรงงานต่างด้าวนะครับ คนที่อยู่แออัด อาจจะเป็นกลุ่มของคนที่อยู่รวมกันมาก ๆ หลาย ๆ กลุ่มนี้ อาจจะให้สาธารณสุขชี้เป้าขึ้นมา แล้วทุกภาคส่วนที่จะต้องไปตรวจก็ใช้เป้าหมายนี้ร่วมกัน กำหนดแผนร่วมกันขึ้นมา เพื่อที่จะได้ไม่เปลืองงบประมาณเกินไป แล้วก็มีแผนที่จะร่วมกันดำเนินงาน เดี๋ยวอันนี้คงจะได้นำเรียนต่อไป ก็ขออนุญาตมาที่หัวข้อที่ 2 นะครับ ซึ่งทางท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติได้นำเสนอการประเมินผลสัมฤทธิ์ การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 2548 ซึ่งเราก็ใช้มา 1 เดือน ทางท่านเลขาธิการก็ได้นำเรียนรายงานว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก็ทำให้การดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสถานการณ์โควิด-19 เป็นไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพ มีเอกภาพ แล้วก็ทันท่วงที มีผลให้ผู้ติดเชื้อรายวันภายในประเทศมีการลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ได้มีการไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้วยครับ ประมาณ 40,000 คน ก็พบว่า ประชาชนมากกว่าร้อยละ 70 เห็นด้วยของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ก็ได้มีมติในที่ประชุมว่า เห็นควรขยายระยะเวลาของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เพิ่มต่อไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2563 นี้ ก็นำเรียนว่า ตรงนี้เป็นข้อสรุป จะมีรายละเอียดอะไรบ้างครับ ที่จะต้องคงไว้ ก็มีอยู่ 4 มาตรการ ที่จะต้องคงไว้ อันที่ 1 ก็คือเรื่องของการควบคุมการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ซึ่งอันนี้ก็เป็นตัวแปรสำคัญ เป็นความเสี่ยงที่เราบอกกันมาเสมอ เราคุมตรงนี้ได้ดี ประตูต่าง ๆ ที่อยู่รอบชายแดน แล้วรวมถึงทางอากาศ ด่านทางอากาศที่ลงที่ดอนเมือง เราคุมกันได้อย่างดีเลย ก็เลยทำให้การนำเชื้อที่เกิดขึ้นจากการนำเข้ามานี่น้อยลง อันนี้ต้องควบคุมต่อนะครับ ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม ก็จะเป็นข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป ข้อที่ 2 คือ ข้อของการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานที่เราใช้ชื่อเล่นที่ว่า เคอร์ฟิว ก็คงต่อนะครับ 4 ทุ่ม ถึง ตี 4 แล้วถัดไปก็คือการงดหรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัดพื้นที่จังหวัด อันนี้ก็เป็นมาตรการที่ดีที่ทำให้การเคลื่อนย้ายคน การเคลื่อนย้ายเชื้อโรคนั่นเอง เชื้อโรคอยู่ในตัวคนของเรานะครับ แล้วพอลดการเดินทางที่ไม่มีเหตุอันจำเป็นก็ทำให้การส่งต่อเชื้อโรคข้ามจังหวัดไปก็ลดน้อยลง อันนี้ก็เห็นชอบตรงกันข้อที่ 4 การงดกิจกรรมในคนหมู่มากนะครับ ซึ่งอันนี้แน่นอนครับ การประชุม อบรม สัมมนา ชุมนุมใหญ่ ๆ นะครับ หรือชุมนุมกันในที่โล่งแจ้งหรือในพื้นที่จัดพิเศษอะไรก็แล้วแต่นะครับ ถ้ามีคนจำนวนมากต้องให้งดเป็นการชั่วคราวไป ยังยืดไปตลอด ตรงนี้ในช่วงเวลาของการประกาศสถานการณ์นี้ แล้วก็มาพบว่า แนวทางที่จะต้องทำกันต่อไป คือแนวทางการผ่อนปรนในมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ ควรจะต้องเกิดขึ้น แต่ต้องมีหลักคิดอย่างไรบ้างครับ 1. คือต้องคำนึงถึงปัจจัยทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และนำปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณา อันที่ 2 ก็คือยังคงเรื่องของร้อยละ 50 ของการทำงานที่บ้าน ที่เราใช้ทับศัพท์ work from home ยังคงต้องมีต่อนะครับ แล้ววิธีการดำเนินการจะทำอย่างไร ก็พิจารณาจากประเภทของกิจกรรมที่จำเป็นก่อนนะครับ ในการดำรงชีวิตเป็นลำดับแรก ๆ แล้วก็ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา แล้วก็กำกับให้กิจกรรมนั้น ประกอบด้วยนะครับ ประมาณสัก 5 เรื่องนะครับ 1 เว้นระยะห่างทางสังคม อันนี้ยังต้องมีอยู่ 2. การวัดอุณหภูมินะครับ ในสถานที่ประกอบการ ต่าง ๆ หรือ สถานที่ราชการ เดี๋ยวนี้เห็นหลายที่นะครับ ก็มีการติดสติ๊กเกอร์ทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก็เป็นการยืนยันว่า เราได้รับการผ่านการตรวจแล้ว แล้วก็การล้างมือ การมีเจลแอลกอฮอล์นะครับ ให้บริการเพื่อฆ่าเชื้อ จำกัดจำนวนคน ในการทำกิจกรรมที่เหมาะสมต่อกิจกรรมและสถานที่ รวมถึงข้อ 5 มี application ติดตามตัว อันนี้บอกว่าหากเป็นไปได้ ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ ในประเทศที่ควบคุมโรคได้ล้วนแล้วแต่มีตัวอย่างที่ดีเกิดขึ้นมากมาย ท่านนายกฯ ก็ให้ไปดูแลนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ เพื่อที่จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ให้ติดตามคนได้นะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ดูทางด้านที่เราเรียกว่า การสิทธิมนุษยชนนะครับ กับความปลอดภัยของสาธารณชน ก็ให้จัดสมดุลระหว่าง 2 เรื่องนี้ให้ได้อย่างดี สิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป ก็คือเร่งรัดกันตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงนะครับ แล้ว 2. ก็คือให้มีการใช้เทคโนโลยีติดตาม อันนี้พูดไปแล้ว มีประสิทธิภาพ ยังพูดถึงนะครับ กิจกรรมที่ตรวจตรา กิจกรรมต่าง ๆ เขาบอกกล้อง CCTV มีประโยชน์เหมือนกัน บางทีถ้าบอกให้สถานที่ประกอบการได้มีการใช้ ได้ทำตาม ยอมรับ กำกับได้แล้ว แต่ใครจะเป็นคนกำกับล่ะ กล้อง CCTV นี่ล่ะครับ ก็จะคอยสอดส่องดูให้ ถ้าท่านจัดพื้นที่มีระยะห่าง มีคนเข้ามาไม่แออัดเกินไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นประโยชน์จากการที่มีกล้องไว้ส่อง กรอเทปม้วนกลับท่านติดเชื้อไป แล้วท่านเห็นว่าท่านเองนี่ ไม่ได้ดูแลช่วงตอนนั้น แล้วเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ก็เป็นเหตุให้ต้องสั่งปิดได้ในเรื่องของบริการนั้น เปิดได้ก็ปิดได้ อย่างที่ท่านสั่งมา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางที่ประชุมให้เหมาะสมนะครับ ส่วนการประเมินผลนะครับ ก็ให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ทุกรอบวงนะครับ กำหนดไว้ 15 ในที่ประชุมก็มีพูดคุยกันครับ อย่างน้อยก็ 14 ครับ ก็คงไม่สามารถผ่อนคลายหรือผ่อนปรนได้ สิ่งที่เราพูดคุยกันนะครับ จากนั้นมาประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นที่ทางเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษาธุรกิจเอกชนใน ศบค. ก็ได้มีการเสนอในการผ่อนปรน นะครับ ในมาตรการในธุรกิจต่าง ๆ พูดสรุปง่าย ๆ ตอนนี้ก็แบ่งประเภทธุรกิจต่าง ๆ ออกมาเป็นสัก 4 อย่าง ก็คือใส่เป็นสีขาว สีเขียว สีเหลือง สีแดง จะเป็นกลุ่ม ๆ ต่างเหล่านี้ นะครับ สีขาวนี่ก็คือ มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันนะครับ สามารถที่จะเปิดให้ดำเนินการได้ อาจจะเป็นสถานประกอบการขนาดเล็ก อยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมร้านขนาดเล็ก ๆ อะไรทั้งหลาย ควบคุมได้หรือสวนสาธารณะ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่จับขึ้นมา สีเขียวเช่นอะไรบ้าง ก็เป็นสถานที่ประกอบการขนาดเล็ก อาจจะบวกแอร์ไปด้วย แต่ว่ามีมาตรการที่จะควบคุมกำกับ หรือไม่ติดแอร์ก็แล้วแต่ แต่พื้นที่ที่ไม่มาก นะครับ หรือจะเป็นสนามออกกำลังกายในกลางแจ้งอะไรตรงนี้ ก็มารวมในสีเขียวนะครับ สีเหลืองอันนี้ก็อาจจะเป็นพื้นที่ที่มีที่ปิด มีคนจำนวนมาก ๆ มีติดแอร์อะไรทั้งหลายใหญ่ ๆ อยู่ สีแดงอย่างที่เราบอกว่าไม่อยากให้เปิด อย่างกรณีที่เป็นสนามมวยที่มีคนแออัดจำนวนมาก แล้วก็มีความเสี่ยงสูง ๆ หรือมีสถานที่แหล่งบันเทิง ที่เราคุยกัน อันนี้ก็มีการแบ่งเป็นขั้น ๆ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมดนะครับ แต่หลักการอันนี้ท่านนายกฯ บอกว่าเห็นด้วยในหลักการ แต่ต้องลงในรายละเอียด หลักการที่ท่านให้ไว้ก็คือว่ากิจการต่าง ๆ เหล่านี้ แบ่งเป็น grading นะครับ และแบ่งเป็นช่วงเวลา แต่ท่านอยากจะให้เปิดได้ทั้งหมด มาแล้วเปิดได้ทั้งหมด ทั้งประเทศ ไม่ใช่ว่าเปิดเฉพาะบางที่นะครับ อย่างเช่น กรุงเทพฯ เปิดไม่ได้เพราะมีตัวเลขสูง เอาจังหวัดใกล้ ๆ สมมติสุพรรณบุรี คนกรุงเทพฯ อาจจะขับรถไปกิจการนั้น ๆ อยู่ที่สุพรรณบุรีก็ได้ ซึ่งอันนี้อาจจะทำให้เคลื่อนย้ายคน เพราะฉะนั้นจะใช้ก็ต้องใช้หมดทั้งประเทศเลย เพื่อที่เราจะประเมินดู ตรงนี้ก็คือในกิจการนั้น ๆ เปิดเหมือนกันแล้วเปิดทุกจังหวัด ไปพร้อม ๆ กัน อันนี้คือหลักการที่ท่านให้มานะครับ แล้วก็มอบให้ทางสภาพัฒน์บวกกับคณะทำงานที่ปรึกษานี่นะครับ ไปพูดคุยลงกันในรายละเอียด ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายนี้ เพื่อที่จะนำเสนอพรุ่งนี้กับ ครม. นะครับ ในรายละเอียด หรือถ้าทันก็พรุ่งนี้ ถ้าไม่ทันก็จะมีวันเวลาตามมาอีกทีหนึ่งนะครับ ตรงนี้ท่านก็ได้ให้หลักการเอาไว้ นำเรียนว่ามาตรการต่าง ๆ นี้คุยกันอย่างละเอียด แล้วท่านก็ให้ความสำคัญมาก ๆ ขนาดคุยกันแล้วว่า พื้นที่นี่จะเป็น 1 เมตร หรือ 2 เมตรดี ก็มีข้อที่ถกเถียงในด้านวิชาการ เอาเรื่องทางด้านสาธารณสุขมาพูดคุยกันนะครับ จัดกิจกรรมต่าง ๆ นะครับ แอปต่าง ๆ หรือกล้อง CCTV อย่างที่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะท่าน ผอ. ศูนย์ ท่านก็ให้ความสำคัญสูงมากหรือแม้กระทั่งการชำระเงินที่จะต้องเกิดขึ้นเวลาไปยืนต่อคิวกันจะต้องมีการสแกน จะใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์หรือจะใช้เงินอะไรทั้งหลายเหล่านี้ ก็ต้องให้ทางคณะทำงานได้ไปพูดคุยกันต่อไปในรายละเอียดด้วย ซึ่งก็จะต้องไปพูดคุยกันในรายละเอียดด้วย ซึ่งก็ยังไม่ได้กำหนดว่า ท่านจะต้องเร่งรีบอะไรอย่างไร ให้มั่นใจ แล้วก็ค่อยเปิด เปิดเสร็จแล้วมีการประเมิน ประเมินเสร็จแล้ว ถ้าดีผ่อนปรนต่อ ถ้าไม่ดี ปิดครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นหลักการที่ผมก็ต้องนำเรียนพี่น้องประชาชนได้รับทราบ แล้วก็ได้เห็นความคืบหน้าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมกัน และเราก็จะได้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่ปรับตัว รอการมียารักษา รอการเกิดขึ้นมาของวัคซีน ถ้า 2 อย่างนี้เกิดขึ้นได้ ความมั่นใจในระบบสาธารณสุขจะกลับมา แล้วก็มาใช้ชีวิตปกติได้ แต่ ณ วันนี้เรายังอยู่กันในภาวะการณ์ที่เผชิญกับไวรัสโควิด - 19 ซึ่งยังไม่มีทางรักษาให้หายได้ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องปรับตัวกันเท่านี้ครับ ก็ขออนุญาตรายงานในเบื้องต้นแค่นี้ครับ (คุณปวีณา) แน่นอนค่ะ หลังจากมติที่ประชุม ศบค. ออกมาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ถ้าใครเข้าไปติดตามในโลกออนไลน์นะคะว่า Hashtag พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่ว่า 1 ประเด็นที่จะต้องสอบถามกับท่านโฆษก ป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นนะคะ เพราะการนำเสนอข่าว หรือว่าการส่งต่อข้อมูล ณ ขณะนี้ อาจจะมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเลือกจากประเด็นหลัก ๆ ก่อน ประเด็นแรกที่มีการพูดถึงกันเยอะในโลกออนไลน์ขณะนี้ก็คือ เรื่องของมติการเลื่อวันหยุดออกไป ทั้งวันแรงงาน วันฉัตรมงคล วันวิสาบูชา วันพืชมงคล ตกลงแล้วที่ประชุมมีมติถูกต้องไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ มีการพูดถึงเรื่องนี้นะครับ โดยนำเสนอโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมก็เกริ่นนำขึ้นมา ประเด็นนี้เกิดในที่ประชุมก็ใช้หลักการในเรื่องของสาธารณสุขนะครับ ถ้ามีวันหยุดหลาย ๆ วัน ก็อาจจะมีความสุ่มเสี่ยง ในเรื่องของการเคลื่อนย้ายคน หรือว่าการเดินทางของคนมากขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ในเรื่องของการมีมติเรื่องนี้คงเป็นอำนาจหน้าที่ของทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีการประชุมในวันพรุ่งนี้นะครับ ก็เป็นเพียงแค่ข้อเสนอมาในที่ประชุมครับ (คุณปวีณา) อย่างไรก็ต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ และอีกประเด็นหนึ่งเรื่องเตรียมผ่อนคลายมาตรการเมื่อสักครู่นี่ มีการแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มสีขาว สีเขียว สีเหลืองและสีแดง แต่ตอนนี้ข้อมูลที่มีการแชร์ในโลกออกไลน์นะคะ จะบอกว่าเป็นการผ่อนคลายมาตรการเตรียมเปิด ห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม ร้านค้าขนาดเล็ก รวมไปถึงผ่อนปรนให้ร้านอาหารที่ไม่ติดแอร์ด้วย เริ่มในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้แล้ว ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไรคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็ยังยืนยันว่า ยังไม่ได้ลงในรายละเอียดขนาดนั้นครับ ยังได้แค่เป็นการพูดนำเสนอ โดยท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ แล้วก็ไม่ได้เจาะจง หรือรายละเอียดอะไรที่เป็นมติเลยนะครับ ถึงได้บอกว่าให้ไปคิดกันดี ๆ ก่อน แล้วก็ใช้ชุดข้อมูลสถิติ แล้วก็ดูผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วก็ให้บ่ายนี้ไปคุยกันให้ได้ข้อสรุปดี ๆ แล้วก็ยังไม่ได้กำหนดเลยว่า จะต้องเกิดขึ้นในวันนี้ วันพรุ่ง หรือวันเมื่อกี้บอกวันที่ 4 หรือครับ (คุณปวีณา) ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ยังไม่ได้มีตัวเลขวันที่ 4 เกิดขึ้นในที่ประชุม ท่านก็ยังให้เวลกับทางทีมงาน ก็ไม่ได้กำหนดชัดเจนนะครับว่าจะเป็นอย่างไร คือที่สรุปได้ก็คือต้องให้พร้อมจริง ๆ แล้วที่ประกาศนี้จะต้องได้ใช้พร้อมกันทั้งประเทศ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องได้ทั้งประเทศด้วย ก็ต้องเป็นความปลอดภัยของคนทั้งประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นรอก่อนแล้วกันครับ รอจากบ่ายวันนี้ ซึ่งอาจจะไปถึงวันพรุ่งนี้ที่จะเอาเข้า ครม. ถ้าทำเสร็จก็คงจะได้เห็นวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่ได้ก็จะต้องใช้ระยะเวลาอันนี้ก็ต้อง วัน เวลา (คุณปวีณา) ขอประเด็นเพิ่มเติมเรื่องของการประชุมสภาพัฒน์เพราะว่า ข้อที่อาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ภาครัฐตัดสินใจเพียงลำพังหรือเปล่า การหารือเรื่องนี้ได้มีการฟังเสียงภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการต่าง ๆ บ้างหรือเปล่า การหารือในเรื่องนี้เราได้ไปสอบถามทั้งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจะตัดสินใจในช่วงเวลา 1 เดือนหลังกจากนี้ด้วยไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) นี่ครับ เดี๋ยวต้องบอกว่า ในที่ประชุมพูดถึงใครบ้าง ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดนี้ จากภาคของกระทรวงสาธารณสุขก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาจากกระทรวงสาธารณสุข จากกรมควบคุมโรค ประชาสังคมก็มี เครือข่ายไทยเซฟ เครือข่าย IGO ทางด้าน สสส. ก็เข้ามา ทางด้านวิชาการก็มีทาง TDRI ทางมหาลัยหอการค้าไทย ภาคเอกชนก็มีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า และเครือข่ายรวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งอันนี้ก็นำเรียนว่าผู้ที่มาร่วมในการมีจำนวนมากทีเดียวครับ แล้วก็คิดกันในหลายมิตินะครับ กว่าจะออกมาเป็นข้อเสนอชุดนี้นะครับ ก็มั่นใจได้ว่า ถ้ายังมีการได้คุยต่อ ถ้าเปิดได้ ถ้าท่านผู้ชมเองหรือใครเองมีข้อเสนอ ข้อคิดเห็นอย่างไร ผมว่าทางภาครัฐก็รับฟังอยู่แล้วนะครับ (คุณปวีณา) ลำดับต่อไปขอสอบถาม ประเด็นที่เป็นคำถามที่ส่งมาจากสื่อมวลชนนะคะ เริ่มจากประเด็นข่าวสด และ PPTV นะคะ เป็นผู้ประกอบการกลุ่มเดียวกัน คือ กลุ่มผู้ประกอบการจำหน่ายสุราที่ออกมาขอให้ผ่อนปรนและเยียวยา เพื่อให้ธุรกิจนั้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยผู้ประกอบการขอเงื่อนไขว่า ขอการขายในแบบ delivery ตั้งแต่ช่วงเวลา บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็นได้หรือไม่ หรือว่าจะใช้เวลาในการซื้อกลับบ้าน เพื่อที่จะให้การดำเนินธุรกิจ การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถเดินหน้าไปได้ เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ไม่ได้มีนะครับ เรื่องนี้เพราะว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อย ก็คงจะต้องให้ทางคณะที่ปรึกษาทางด้านนี้ไปพูดคุยกันมา ถ้าท่านมีข้อเสนอแนะอย่างไร ก็ผ่านทางด้านสมาคมทางด้านเอกชนขึ้นมา แล้วก็คงจะเป็นภาพที่จะมองภาพกว้างเฉย ๆ ครับในวันนี้ (คุณปวีณา) ค่ะประเด็นจาก PPTV เพิ่มเติมนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของ case ผู้ที่หายป่วย เป็นการสอบถามถึงบุคคลที่หายป่วย ไปที่เคสของคนที่หายป่วยอายุมากสุดคือเท่าไร มีรายงานว่าเป็นเคสคุณยายที่จังหวัดภูเก็ต เขาอายุ 97 ปีแล้ว ติดโควิดแล้วสามารถหายจากการป่วยได้ คนนี้เป็นคนที่อายุมากที่สุดหรือไม่ คำถามก็คือ ปัจจัยที่ทำให้การรักษาผู้สูงอายุแล้วหาย คืออะไร แล้วกลุ่มเสี่ยงการจัดการดูแลเป็นอย่างไรบ้างคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ถ้าตอบว่าอายุ 97 อายุมากที่สุดใช่ไหม ใช่ครับ ยังปรากฏอยู่ในสไลด์แผ่นแรก ๆ ที่เรานำเสนอไป คนที่ป่วยสูงสุดคือ 97 ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ยืนยัน ว่าใช่ ส่วนของปัจจัยการวิเคราะห์ในผู้ป่วยสูงอายุ เดี๋ยวขอติดค้างเป็นการบ้าน และเดี๋ยวจะนำเสนอในวันต่อไป เพราะกลุ่มก้อนนี้เป็นกลุ่มที่น่าห่วงใย เพราะว่าเขาติดเชื้อทีหนึ่ง แล้วเขาอาจเสียชีวิตได้ เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว ก็จะเป็นคนที่อายุมากด้วย ทางกองระบาดวิทยา กับกรมควบคุมโรค เดี๋ยวจะให้เขาไปช่วยกันเตรียมชุดข้อมูลชุดนี้ แล้วนำมาเรียนท่านในวันต่อ ๆ ไปครับ (คุณปวีณา) วันนี้ประเด็นคำถามและเพิ่มเติมน่าจะหมดแล้ว แล้วก็ครบถ้วนนะคะ สุดท้ายทางท่านโฆษกฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงประชาชนการถ่ายทอดการแถลงข่าว จากทางบ้าน เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ วันนี้นอกจากเรื่องนี้ที่ท่านนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. ได้ให้ความสำคัญกับการประชุมก็ยังให้ความสำคัญเรื่องของการสื่อสารต่อประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นภาพที่ทำงานของพวกเรานะครับ ในเรื่องของตัวเลขทางด้านสาธารณสุขนี่ก็ลดน้อยลง ประเด็นที่จะสื่อสารถึงประชาชนที่ผมได้รับผิดชอบ ที่ท่านมอบหมายมา ก็อาจจะกระชับเวลาลงได้ แล้วเราอาจจะใช้เวลาตรงนี้ ให้เห็นประโยชน์ นำเรื่องที่พี่น้องประชาชนมีความทุกข์ร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางด้านเศรษ๗กิจ สังคม อะไรต่าง ๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะกระชับเวลามากขึ้น แล้วก็มีโอกาสให้ท่านอื่น ๆ ได้มาช่วยกันนำเสนอ แล้วก็เอาชุดข้อมูลที่มีปัญหานี้มาได้รับการแก้ไข ในช่วงเวลาอย่างนี้ ซึ่งเราอยู่ในช่วงเวลาของภาวะวิกฤตกันอยู่ ก็ช่วยกัน เพื่อที่จะได้รับทราบ เพื่อหาหนทางในการแก้ปัญหาต่อไป โฉมใหม่ของเราก็จะพัฒนา เพื่อที่จะช่วยทำให้ท่านได้อยู่ได้อย่างมีความสุขในช่วงที่มีวิกฤตอย่างนี้นะครับ ในช่วงเวลานี้ตลอดมา กราบขอบพระคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ ท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะคะ แน่นอน ณ ตอนนี้ เราต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั้งในส่วนของศูนย์ ศบค. เอง ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และก็ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารให้ผู้ชมที่ชมอยู่ ได้เข้าใจประเด็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการกระชับเวลา เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ นั้น เป็นไปได้อย่างกระชับและฉับไว และครอบคลุมทุกประเด็นที่มีการสอบถามเข้ามานะคะ ส่วนช่วงต่อไปจะเป็นการสรุปประเด็นการแถลงข่าวนะคะ จากภาคภาษาไทยเป็นภาคภาษาอังกฤษเพื่อที่จะให้ผู้ที่ติดตามทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้เข้าใจประเด็นต่าง ๆ ที่ภาครัฐออกมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในลำดับนี้นะคะ เรียนเชิญทางท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ เรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ขอบคุณท่าน ณัฐภาณุ นพคุณ ท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ ระทและนี่ก็คือทั้งหมดของการแถลงทำเนียบรัฐบาลนะคะ ดิฉันปวีณา ฟักทอง ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր