(คุณปวีณา)// สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ แน่นอนค่ะ ขยับเวลามา 1 ชั่วโมงนะคะ เนื่องจากเมื่อเช้าที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม ศบค. ซึ่งก็มีทั้งเรื่องของการหารือการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นผลประชุมรวมถึงสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ว่าวันนี้เป็นอย่างไรนะคะ เราไปติดตามรายละเอียดค่ะ จากนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ในรายละเอียด เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับพี่น้องประชาชนครับ กระผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มารายงานตัวในวันที่ 27 เมษายน 2563 นะครับ วันนี้มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ว่ามีรายละเอียดอะไร อย่างไร หลังจากที่รายงานสถานการณ์ที่จะต้องเริ่มต้นตรงนี้ก่อนนะครับ สถานการณ์ที่เกิดนขึ้นนะครับ เมื่อวานนี้รอบ24 ชั่วโมง ก็มีผู้ป่วยที่หายไปเพิ่มขึ้น รวมแล้วเป็น 2,609 ซึ่งก็เป็นร้อยละ 89.01 19.01 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีและดียิ่งกว่าตัวเลขนี้ นะครับ ก็มีข่าวดีที่ต่ำ 10 ครับ คือ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ของรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา คือ 9 รายครับ ซึ่ง 9 รายนี้ก็เป็นรายที่ได้กักกันตัวอยู่ 2 คนด้วยนะครับ เดี๋ยวบอกในรายละเอียดแต่ว่าในกรณีที่เกิดขึ้นมันยังแสดงถึงความรุนแรงของโรคนี้อยู่ เพิ่มผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย รวมเป็น 52 ราย ของการเสียชีวิต มาในรายละเอียดของผู้ที่เสียชีวิตนะครับ เป็นผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 64 ปี อาชีพแม่บ้านนะครับ โรคประจำตัวคือโรคโลหิตจางนะครับ แล้วก็มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งเป็นคนในครอบครัว ครอบครัวนี้ป่วยกันถึง 5 คน แล้วก็เริ่มป่วยวันที่ 2 เมษายน ด้วยอาการไข้ ไอ หอบ เหนื่อย จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตวันที่ 8 เมษายน ส่งตรวจหาเชื้อ แล้วก็ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 นะครับ วันที่ 10 เมษายน เหนื่อยง่ายขึ้น แล้วก็ได้ส่ง ย้ายไปรักษาต่อยังโรงพยาบาล เอ็กซเรย์ปอด พบปอดอักเสบรุนแรงต่อมาก็เหนื่อยมากขึ้น การทำงานของไตลดลง แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตวันที่ 26 เมษายน ด้วยระบบหายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ ไปดูในสถานการณ์ว่ามีผู้ป่วยที่ยังรับการรักษา 270 ราย ยังไม่ถึง 300 อยู่นั้น ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอบคุณผู้ที่ดูแลในฝั่งของภาคโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยกันดูแลตรงนี้ก็ทำให้จำนวนเตียงของเราได้เยอะขึ้นนะครับ มีรายที่เป็นสะสมอยู่ใน 68 จังหวัดนะครับ แล้วก็เมื่อวานนี้อยู่ในกล่องด้านซ้ายมือข้างบนนี่ครับ เราตรวจพบใน กทม. ซึ่งเป็นในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ เพิ่มขึ้น 2 ราย ซึ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกาใน 9 รายนี้ การกระจายของ 9 สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงมาจากอะไรบ้างครับ 3 ราย อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้มาจากระบบการเฝ้าระวัง แล้วก็ระบบบริการ ก็พบว่าเป็นการสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 3 จังหวัด คือภูเก็ต สุพรรณบุรี แล้วก็ยะลาแล้วก็เราใช้วิธีการเรียกว่า Active Case Finding หรือตรวจหาผู้ติดเชื้อในชุมชน ที่จังหวัดยะลาได้เพิ่มมาอีก 4 คน แล้วเมื่อสักครู่ที่นำรายงานไปแล้ว 2 คน รวมแล้วเป็น 9 ราย ต่ำ 10 ในวันแรกของที่เราได้รายงานกันมาตรงนี้นะครับ ครับในจังหวัดที่มีการกระจายของรายใหม่นี้ เมื่อสักครู่ที่บอกว่าเป็น Active Case Finding เป็น 5 ราย กรุงเทพมหานครไม่มีรายงานเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นการติดเชื้อภายในจังหวัดแต่ไปพบอยู่ใน State Quarantine 2 ราย บอกกันแล้วว่าเราไม่ได้ใส่ตัวเลขอยู่ที่กรุงเทพมหานครก็แยกตัวเองออกมาให้เห็นชัดเจน ก็เป็นรายงานและก็ฝั่งของทางกรุงเทพมหานครเองด้วยนะครับที่ช่วยกันดูแลตรงนี้ ภูเก็ต 1 ราย และสุพรรณบุรีอันนี้เป็นรายใหม่ที่เกิดขึ้นนะครับ ของจังหวัดสุพรรณบุรีขึ้นมาอีก 1 ราย 9 จังหวัดที่ไม่มีพบการรายงานอยู่อย่างเหนียวแน่น มาดูการกระจายรายจังหวัดนะครับก็ยังภาพก็ยังคง ๆ เดิมนะครับ 10 จังหวัดแรกก็ยังอยู่ที่เป็นอัตราป่วยต่อแสนประชากร อันดับ 1 ก็ยังเป็นที่ภูเก็จอยู่นะครับ ชลบุรี กรุงเทพมหานคร ยะลา ปัตตานี และนนทบุรี ส่วนตัวเลขที่แยกออกมาทางขวามือ เป็นจำนวนก็ยังเยอะอยู่นะครับ 1,400 กว่า ภูเก็ตก็รองลงมา แล้วก็นนทบุรี ยะลา และสมุทรปราการนะครับ มาดูตาม เขียว แดง เหลือนะครับ เเขียว เหลือง แดงนะครับที่เอามานี้ ภาพก็ยังคล้าย ๆ เดิม มีขยับเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งก็คือสุพรรณบุรี เพราะว่าเพิ่งเจอ Case ใหม่อยู่ข้างบนนั้นนะครับ ส่วนแม่ฮ่องสอนก็ตกลงมาจากที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง มาอยู่สีเขียวอ่อนนะครับ นครพนมจากสีส้ม ๆ ก็มาอยู่ที่สีออกเหลือง อยู่ตรงกลาง ส่วนกระบี่ นราธิวาสในภาคใต้ก็ตกลงมาสีส้มเพราะว่าอันนี้ก็เป็นการทำงานของจังหวัดต่าง ๆไปที่สถานการณ์โลกนะครับ ยืนยันของทั้งโลกตอนนี้เกือบ ๆ แตะ 3,000,000 คนแล้วนะครับ คือ 2,994,000 กว่าราย แล้วก็รายหนักนี่ 57,000 นะครับ แล้วก็เสียชีวิต 206,995 คิดเป็น 6.9 เปอร์เซ็นต์ มาดูก็ยังพบว่าประเทศที่เยอะที่สุดก็คือสหรัฐอเมริกาที่พบใหม่ รายใหม่เลย รัสเซียเจอเข้าไปก็เยอะนะครับ 6,361 รแล้วก็อังกฤษก็ยังเจออยู่ที่ 4,463 ราย ซึ่งก็เยอะอยู่นะครับ ส่วนประเทศที่ตายสูงสุดก็ 3 อันดับแรกก็จะเป็นสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 1,148 อันดับถัดมาก็คือ อังกฤษนะครบ เสียชีวิตไป 413 แล้วก็อังกฤษ288 รายนะครับ นี่ก็คือความหนักของทางด้านโรค ของเราอยู่ที่อันดับที่ 58 ครับ ก็มาดูทางเอเชียบ้างนะครับ ทางสิงคโปร์ก็ยังอยู่อันดับที่สูงอยู่นะครับ อยู่ที่ 931 ราย ในเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่มากทีเดียว แต่ว่าอัตราการตายของเขาน้อยนะครับ อยู่ที่ 12 รายเท่านั้น ส่วนเกาหลีมีรายใหม่เพิ่ม 2 หลักใกล้ ๆ กับเรา แค่ 10 รายนะครับแต่เขาแตะหมื่นไปแล้วนะครับ ส่วนญี่ปุ่นก็ยังอยู่ที่ 210 นะครับ อินโดนีเซีย ก็ยังเยอะอยู่ที่รายใหม่นะครับ แล้วก็ฟิลิปปินส์ร มาเลเซียรายใหม่ก็ลดลงตามส่วนคล้าย ๆ กับเรา เป็นเลข 2 หลัก 38 นะครับแต่ว่าแต่ละแห่งนั้นเกิน 5,000 ทั้งสิ้นเลยนะครับ มาดูตามมาตรการภารกิจที่รับคนไทยมาจากต่างประเทศ ในวันนี้ก็ยังกลับมา 3 เที่ยวบินนะครับ เที่ยวบินแรกก็จะเป็นทางญี่ปุ่นนะครับ เวลา 15.40 น. 35 คน แล้วก็เนเธอร์แลนด์อีก 25 คน เวลาประมาณ 5 โมงเย็น นะครับแล้วก็นิวซีแลนด์อีกประมาณ 168เวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษ ๆ เป็นนักเรียน นักศึกษาที่กลับมาซึ่งอันนี้เราให้ความสำคัญ กับนักเรียนนักศึกษา เป็นกรุ๊ปนะครับ แล้วก็หาเครื่องบินเป็นการสนธิกำลังของหลาย ๆ ส่วน เขาถึงได้กลับมาบ้านได้ อันนี้ต้องขอขอบคุณทั้งทางด้านการท่า ทางกระทรวงการต่างประเทศแล้วก็สำนักงานเรื่องของการบินพลเรือนนะครับ รวมถึงท่านฝ่ายมั่นคงของเราด้วย ที่ เตรียมสถานที่กักกันตัวของรัฐหรือ State Quarantine ให้ดูนะครับ 28 พรุ่งนี้จะมีอยู่ 2 ก็คือสเปน 12 คน ตอนประมาณสักใกล้ ๆ เที่ยงนะครับแล้วก็อินเดียนะครับ ยังคงค้างอยู่จำนวนมาก ผู้ที่ไปแสวงบุญทางด้านที่อินเดียนี้ อีก 200 นักศึกษานะครับ 200 คนนะครับ มาช่วงเวลาตอนเช้าพรุ่งนี้ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ทางกระทรวงการต่างประเทศรายงานมา ส่วนทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้ดูแลในจุดผ่านแดนรอบประเทศของเรานะครับ ตอนนี้มีผู้ที่เดินทางเข้ามาแล้ว โดยการลงทะเบียน ตัวเลขของวันล่าสุดคือเมื่อวานนี้ คือ 293 คน ไม่ลงทะเบียนมีอยู่ 107 คน รวมแล้ว 400 กว่าคน เมื่อวานนี้ที่ผ่านมาจุดผ่านแดนรอบประเทศทั้งภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือนะครับ อะไรทั้งหลายนี่เราเอามารวม ๆ กัน 18-25 2,800 กว่าคนนะครับ ไม่ลงทะเบียนรวม ๆ แล้ว 938 แล้วก็รวมตัวเลขข้างล่างดีกว่าครับ สะสมนี่เราให้มีเรื่องของไวรัสตัวนี้นะครับ ตั้งแต่วันที่ 18 มานี่ รวมสะสมแล้วก็คือลงทะเบียนกัน 3,131 คน แล้วกลับมาโดยที่ไม่ลง 1,043 คน รวมแล้ว 4,174 คน ตรงนี้ช่องของคนที่ลงทะเบียนต้องขอบพระคุณที่ทำตามกติกาของเรา แล้วก็ท่านก็สามารถเข้ามาได้ แต่ส่วนบางท่าน บางคนที่ไม่สามารถลงทะเบียนแต่ก็กลับเข้ามา อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของทางฝ่ายรัฐที่เราจะต้องพยายามดูแลให้เพราะว่าอาจจะไปเกี่ยวข้องของการที่ไม่มีหรือเข้าเมืองเขาอย่างผิดกฎหมาย ไม่สามารถหาเอกสารรับรองได้ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ คนเหล่านี้ก็กลับมายังผืนแผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินแม่อยู่ ตอนนี้ก็เป็นเกณฑ์ที่ทางกระทรวงมหาดไทยนะครับแล้วก็ฝ่ายมั่นคงโดยทางกระทรวงกลาโหมแล้วก็พยายามที่จะให้เขาได้กลับเข้ามา แต่ว่าก็ต้องมีผ่านมาตรการที่ต้องยุ่งยากมากกว่าในเรื่องปกติครับ แล้วก็ต้องมีเรื่องของการที่ดูแลที่เป็นพิเศษเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะได้ดูแลช่วยเหลือเยียวยากันไป แต่ขณะเดียวกันผู้คนเหล่านี้ก็ต้องได้รับการดูแลที่เราเรียกว่า สถานที่กักกันของรัฐจัดให้นะครับ ทุกคน ซึ่งเราส่งไปที่ไหนบ้าง ก็มีจำนวนห้องให้ดูนะครับตอนนี้ 5,468 ห้อง มีเตรียมไว้เข้าพัก 2,448 อีก 3,000 เศษ ๆ นะครับ สะสมตอนนี้ 3,379 แล้วก็อยู่ในระหว่างการกักตัวนี่ 150 กลับบ้านแล้ว 1,229 หลายคนดูตัวเลขนี้ไม่ตรงกันกับ slide แผ่นที่แล้วหรือเปล่า มีนิดหน่อยเดี๋ยวยังไงไปเช็กตัวเลขก็นำเรียนว่าทุกคนที่เข้ามาต้องได้รับการดูแลอย่างดีนะครับ แล้วก็เพื่อให้มั่นใจการปลอดภัย เราต้องดูแลให้เขาครบ 14 วัน ถึงจะกลับสู่ภูมิลำเนา ในเรื่องตัวเลขที่ไม่ตรงกัน ที่ผมได้รับทราบมาคือก็อาจจะต้องให้อยู่ทางพื้นที่ หรือสถานที่กักกันไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวอย่างไร รายละเอียดนำรายงานอีกทีหนึ่ง มาดูศูนย์แก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่นคง ซึ่งอันนี้ก็นำเรียนทุกวัน วันนี้ลดลง ในกรณีของชุมนุมมั่วสุมนะครับ เหลือ 59 ลดลงไป 28 นะครับ แล้วก็ในกรณีของทางออกนอกเคหสถานก็ลดลงเป็น 449 ลดลงไป 119 รายนะครับ ต้องขอขอบคุณมาตรการต่าง ๆ ที่เราได้ออกไปก็เพื่อดูแลสุขภาพของท่านนะครับไม่ต้องออกไปอย่างนั้น ครับอันนี้ก็จะเป็นสรุปการรายงานที่ผ่านมาของการทำงานในรอบ 2ที่เราได้รายงานเป็นประจำวัน วันนี้ครับ มีการประชุมเรื่องของ ศบค. ชุดใหญ่ที่นำโดยท่านผู้อำนวยการศูนย์ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี วันนี้ก็มีองค์ประกอบของท่านรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ ได้เข้ามา และรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ และรวมถึงท่านปลัดกระทรวงต่าง ๆ และผู้ที่เป็นหัวหน้าของศูนย์ต่าง ๆ นี่นะครับ เข้าร่วมประชุมกันในชุดใหญ่วันนี้ ก็มีประเด็นใหญ่ ๆ อยู่สัก 2-3 ประเด็น อันดับแรกนะครับ ประเด็นที่ 1 นะครับ ได้เกริ่นนำในที่ประชุมแล้วกล่าวขอบคุณเรื่องของการทำงานที่ผ่านมาในรอบ 1 เดือน ท่านก็กล่าวชมว่าทำงานได้ดีมาก ๆ นะครับ ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศของเราแล้วก็ต่างประเทศนะครับ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็ท่านได้รับทราบขึ้นมา ก็เห็นความสำคัญ ก็ขอบคุณทุกฝ่ายนะครับ ก็อยากจะให้มีการได้มีการร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ทั้งภาคของฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำนะครับ ภาครัOS%ฐ เอกชน ร่วมมือกันในการทำงานเพื่อต่อสู้กับไวรัสโควิด - 19 นี้ นะครับ ที่สำคัญให้ยึดหลักของทางด้านสาธารณสุขแล้วก็หลักการของทางองค์การอนามัยโลก ขณะเดียวกันท่านก็ตั้งข้อกังวลนะครับห่วงใยเรื่องของเศรษฐกิจ รายได้ที่ลดลง ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ ท่านก็ได้มอบให้เป็นนโยบายนะครับ ว่าจะต้องมีการกำหนดระยะในการผ่อนปรน ก็ให้แนวทางว่าจะแบ่งเป็นสัก 4 ระยะ อันที่ 1 ก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ อันที่สองก็ 50 เปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งจะต้องดูเป็นระยะ ๆ ไป แต่ระระยะนี่ อาจจะต้องใช้เวลาทบทวน 14 วันอย่างน้อย 14 วันนี่มาจากไหน ก็มาจากถ้าให้มาตรการไปแล้วก็ต้องรอดูว่า 14 วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นไหม 14 วันนี้ช่วงระยะเวลาของการที่ทั้งการดูอาการอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่รอดูอาการเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ แล้วก็ให้มีการประเมินนะครับ มาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมโรค ถ้าประเมินแล้วบอกว่าถ้าเปิดได้ แง้มได้ ก็ปิดได้ หมายความว่ามาตรการต่าง ๆ ถ้าลองทดสอบดูหรือประกาศออกมาแล้วได้ผล ครับ ก็ยืดออกไป แต่ถ้าเกิดปัญหาเกิดการติดเชื้อขึ้นมานะครับ สิ่งที่มีความสำคัญและพูดคุยในที่ประชุมมาก ๆ คือไม่อยากให้เกิดการระบาดในระลอก 2 ในคลื่นที่ 2 อย่างที่เราพูดคุยกันบ่อย ๆ นะครับว่ามันจะทำให้เกิดการสูญเสียมากมายนะครับ แล้วก็สิ่งที่ผ่านมาของการที่เราลงทุนไปแล้ว ก็จะล้มเหลวไปทั้งหมด การที่เราจะตัดสินใจมาตรการต่าง ๆ ต้องขึ้นกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย แล้วก็ท่านได้กล่าวถึงเรื่องของประเด็นต่าง ๆ นะครับที่เป็นข้อห่วงใยอย่างที่ว่านี้นะครับ วันนี้สาระในการประชุมจะมีอยู่ประมาณ 3 ประเด็นนะครับ ซึ่งอาจจะ... อันแรกก่อนก็แล้วกันครับ เป็นการรายงานของท่านปลัดฯ กระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าศูนย์ของทางการปฏิบัติการทางด้านสาธารณสุขนะครับ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงกรณีที่อาจจะเกิดขึ้น หากการติดเชื้อหรือการระบาดเกิดขึ้นนะครับว่าจะเป็นกี่กรณีขึ้นมาได้ ก็พบว่ามีสักประมาณ 3 กรณีครับ อันที่ 1 ก็คือว่าเราควบคุมได้เต็มที่ ได้ดี อย่างที่เรารายงานมา ก็คือจะเกิดขึ้นมาใหม่ รายใหม่ประมาณ 15-30 รายต่อวัน อันนี้ถือว่าคุมได้ดี เราต้องใช้วิธีการห้ามเดินทางเข้าออกประเทศ ทำเหมือนทุกวันนี้ครับ นะครับก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้ กรณีที่ 2 กรณีที่มีควบคุมได้ในความเสี่ยง มีความเสี่ยงต่ำนะครับ การระบาดอยู่ในวงจำกัด สาธารณสุขพอจะรับรองได้ ซึ่งอันนี้ก็จะต้องมีการชะลอการเข้าประเทศไทย โดยให้มีเรื่องของ State Quarantine เปิดให้ภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำดำเนินกิจการได้ ขึ้นมานี่ อาจจะคนติดเชื้อรายใหม่ ประมาณ 40-70 รายต่อวัน ซึ่งอันนี้มีความละเอียดอ่อนมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ กรณีอย่างนี้พอจะควบคุมได้นะครับแต่ก็ต้องมีความเสี่ยงอยู่ดี แต่อันที่ 3 คือควบคุมได้ยาก คือเปิดไปหลาย ๆ อย่าง เคลื่อนย้ายประชากรมาก ไม่มีการกักติดตามอะไรเลย อันนี้จะพุ่งพรวดเลยครับ วันหนึ่งประมาณ 500 - 2,000 คน ก็ฉายเป็นกราฟได้นะครับไปดูในภาพถัดไปนะครับก็จะเป็นเรื่องของพอเป็นตัวเลขขึ้นมา พอมาฉายเป็น เขาเรียกพยากรณ์ออกไปเป็นเส้นออกไปนะครับ ตอนนี้เราอยู่ในเดือนเมษายน ปลายเมษายน แล้วลากยาวออกไป ถ้าเราคุมไม่ดีแบบกรณีที่ 3 ตัวเลขพุ่งพรวดเลยครับ ออกไปจะทะลุข้างบน เพราะฉะนั้นจำนวนคนไข้มากมายก่ายกองครับ เราคงจะดูแลไม่หวั่นไม่ไหว เราไม่อยากให้เกิดเลย ถ้ารวม ๆ ไปแล้วมีคนป่วยสูงถึง 500 - 2,000 คนต่อวัน ถ้านับรวมไปตั้งแต่ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม 3 เดือนข้างหน้านี้ รวมกัน 46,596 ราย อันนี้คือการพยากรณ์แบบแย่ทีสุดที่จะเกิดขึ้นนะครับ ซึ่งเราไม่อยากให้มี ถ้าลดลงมาล่ะ มีความเสี่ยงต่ำ ที่กระทรวงสาธารณสุขพอจะรับได้ ก็คือสัก 40-70 คนที่เรารายงานกันมาตลอดพอไหวนะครับ จะเกิดผู้ป่วยรวมกันประมาณ 4,461 ราย 4นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน (นายแพทย์ทวีศิลป์) (คุณปวีณา) ปวีณา ฟักทอง (คุณสุภนันท์) สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี ศบค. COVID-19 Quarantine State Quarantine Social Distancing กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย NBT2HD ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (คุณณัฐภาณุ) ณัฐภาณุ นพคุณ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (นายแพท์สุขุม)4,661 ราย เป็นเส้นสีน้ำเงินตรงกลาง อย่างนี้เราพอไหว แต่ถ้าลงไปให้ดี เอาแบบเข้มมาก ๆ เลย ซึ่งเหมือนที่ผ่านมา แต่หลายคนก็บ่น ไม่สามารถที่จะประกอบการในเรื่องของธุรกิจต่าง ๆ ได้เลย เข้มเกินไป กระทบด้านอื่น อันนี้ก็จะมีรวมกันพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม มีคนป่วยรวมกัน 1,189 รายก็ตึงเกินไปก็อาจจะไม่ได้เป็นทางออกที่ดีนะครับ ที่ดีนะครับ วันนี้ก็เลยมีการพูดคุยกันต่อ เดี๋ยวผมจะโยงไปในประเด็นที่ 2 ต่อนะครับ มาดูว่ามีการตรวจไปแล้วเท่าไร ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ได้รายงานว่ามีการตรวจตั้งแต่เปิดบริการจนถึง 24 เมษายนนี้ มีสะสมตรวจไปแล้ว 178,ตัวอย่างแล้วนะครับ ก็เพิ่มตัวอย่างให้มากขึ้น ก็นำเรียนว่าตรงนี้มีข้อคำถามว่าเราตรวจน้อยเกินปหรือเปล่า ก็ยังมีการตรวจพยายามเพิ่มขึ้น ๆ ให้เรื่อย ๆ นะครับ เพราะว่าตอนนี้มาตรการทางด้านของการตรวจก็พยายามเข้าไปในเชิงรุกมากขึ้น เมื่อเช้าก็มีการประชุมที่คณะกรรมการ EOC กระทรวงหมายถึง คณะกรรมการศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินที่กระทรวงสาธารณสุข ก็จะมีการเจาะเฉพาะกลุ่ม แรงงานต่างด้าวนะครับ คนที่อยู่แออัด อาจจะเป็นกลุ่มของคนที่อยู่รวมกันมาก ๆ หลาย ๆ กลุ่มนี้ อาจจะให้สาธารณสุขชี้เป้าขึ้นมาแล้วทุกภาคส่วนที่จะต้องไปตรวจก็ใช้เป้าหมายนี้ร่วมกัน กำหนดแผนร่วมกันขึ้นมาเพื่อที่จะได้ไม่เปลืองงบประมาณเกินไป แล้วก็มีแผนที่จะร่วมกันดำเนินงาน เดี๋ยวอันนี้คงจะได้นำเรียนต่อไป ก็ขออนุญาตมาที่หัวข้อที่ 2 นะครับซึ่งทางท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติได้นำเสนอการประเมินผลสัมฤทธิ์ การประกาศใช้ พ.ร.ก. นะครับ 2558 ประทานโทษ 2548 ซึ่งเราก็ใช้มา 1 เดือน ทางท่านเลขาธิการก็ได้นำเรียนรายงานว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก็ทำให้การดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสถานการณ์โควิด-19 เป็นไปอย่างรวดเร็วแล้วก็มีประสิทธิภาพ มีเอกภาพ แล้วก็ทันท่วงที มีผลให้ผู้ติดเชื้อภายในประเทศมีการลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ได้มีการไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้วยครับ ประมาณ 40,000 คน ก็พบว่า ประชาชนมากกว่าร้อยละ 45 เห็นด้วยของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ก็ได้มีมติในที่ประชุมว่าเห็นควรขยายระยะเวลาของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เพิ่มต่อไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2563 นี้ ก็นำเรียนว่าตรงนี้เป็นข้อสรุป จะมีรายละเอียดอะไรบ้างครับที่จะต้องคงไว้ ก็มีอยู่ 4 มาตรการที่จะต้องคงไว้ อันที่ 1 ก็คือเรื่องของการควบคุมการเดินทางออกจากสหราชอาณาจักร ซึ่งอันนี้ก็เป็นตัวแปรสำคัญ เป็นความเสี่ยงที่เราบอกกันมาเสมอ เราคุมตรงนี้ได้ดี ประตูต่าง ๆ ที่อยู่รอบชายแดน แล้วรวมถึงทางอากาศ ด่านทางอากาศที่ลงที่ดอนเมือง เราคุมกันได้อย่างดีเลย ก็เลยทำให้การนำเชื้อที่เกิดขึ้นจากการนำเข้ามานี่น้อยลง ควบคุมต่อนะครับ ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม ก็จะเป็นข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป ข้อที่ 2 คือ ข้อของการห้ามบุคคลออกนากเคหสถานที่เราใช้ชื่อเล่นที่ว่า เคอร์ฟิว ก็คงต่อนะครับ แล้วถัดไปก็คือการงดหรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัดพื้นที่จังหวัด อันนี้ก็เป็นมาตรการที่ดีที่ทำให้การเคลื่อนย้ายคน การเคลื่อนย้ายเชื่อโรคนั่นเอง เชื้อโรคอยู่ในตัวคนของเรานะครับ แล้วพอลดการเดินทางที่ไม่มีเหตุอันจำเป็นก็ทำให้การส่งต่อเชื้อโรคข้ามจังหวัดไปก็ลดน้อยลง อันนี้ก็เห็นชอบตรงกันข้อที่ 4 การงดกิจกรรมในคนหมู่มากนะครับ ซึ่งอันนี้แน่นอนครับ การประชุม อบรม สัมมนา ชุมนุมใหญ่ ๆ นะครับ หรือชุมนุมกันในที่โล่งแจ้งหรือในพื้นที่จัดพิเศษก็แล้วแต่นะครับ ถ้ามีคนจำนวนมากต้องให้งดเป็นการชั่วคราวไป ยังยืดไปตลอดในช่วงเวลาของการประกาศสถานการณ์นี้ แล้วก็มาพบว่าแนวทางที่จะต้องทำกันต่อไป คือแนวทางการผ่อนปรนในมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะต้องเกิดขึ้นแต่ต้องมีหลักคิดอย่างไรบ้างครับ 1. คือต้องคำนึงถึงปัจจัยทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และนำปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณา อันที่ 2 ก็คือยังคงเรื่องของร้อยละ 50 ของการทำงานที่บ้าน ที่เราใช้ทับศัพท์ work form home ยังคงต้องมีต่อนะครับ แล้ววิธีการดำเนินการจะนำทำอย่างไร ก็พิจารณาจากประเภทของกิจกรรมที่จำเป็นก่อนนะครับ ในการดำรงชีวิตเป็นลำดับแรก ๆ แล้วก็ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา แล้วก็กำกับให้กิจกรรมนั้น ประกอบด้วยนะครับประมาณสัก 5 เรื่องนะครับ 1 เว้นระยะห่างทางสังคม อันนี้ยังต้องมีอยู่ 2. การวัดอุณหภูมินะครับ ในสถานที่ประกอบการ สถานที่ราชการ เดี๋ยวนี้เห็นหลายที่นะครับ ก็มีการติดสติ๊กเกอร์ทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก็เป็นการยืนยันว่าเราได้รับการผ่านการตรวจแล้ว แล้วก็การล้างมือ การมีเจลแอลกอฮอล์นะครับ ให้บริการเพื่อฆ่าเชื้อ จำกัดจำนวนคนในการทำกิจกรรมที่เหมาะสมต่อกิจกรรมและสถานที่ รวมถึงข้อ 5 มี application ติดตามตัว อันนี้บอกว่าหากเป็นไปได้ ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ในประเทศที่ควบคุมโรคได้ล้วนแล้วแต่มีตัวอย่างที่ดีเกิดขึ้นมากมาย แล้วก็ให้ไปดูแลนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ เพื่อที่จะใช้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ให้ติดตามคนได้นะครับแต่ขณะเดียวกันก็ดูทางด้านที่เราเรียกว่าการสิทธิมนุษยชนนะครับ กับความปลอดภัยของสาธารณชน ก็ให้จัดสมดุลระหว่าง 2 เรื่องนี้ให้ได้อย่างดี สิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปก็คือเร่งรัดกันตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงนะครับ แล้ว 2. ก็คือให้มีการใช้เทคโนโลยีติดตาม อันนี้พูดไปแล้ว มีประสิทธิภาพ ยังพูดถึงนะครับกิจกรรมที่ตรวจตรา กิจกรรมต่าง ๆ เขาบอกกล้อง CCTV มีประโยชน์เหมือนกัน บางทีบอกให้สถานที่ประกอบการได้ทำตาม ยอมรับ กำกับได้แล้ว แต่ใครจะเป็นคนกำกับล่ะ กล้อง CCTV นี่ล่ะครับ ก็จะคอยสอดส่องดูให้ ถ้าท่านจัดพื้นที่มีระยะห่าง มีคนเข้ามาไม่แออัดเกินไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นประโยชน์จากการที่มีกล้องไปส่อง กรอเทปม้วนกลับท่านติดเชื้อไป แล้วท่านเห็นว่าท่านเองนี่ ไม่ได้ดูแลช่วงตอนนั้นแล้วเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ก็เป็นเหตุให้ต้องสั่งปิดได้ในเรื่องของบริการนั้น เปิดได้ก็ปิดได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางที่ประชุมให้เหมาะสมนะครับ ส่วนการประเมินผลนะครับ ก็ให้ประเมินผลสำฤทธิ์ทุกรอบวงนะครับ กำหนดไว้ 15 ในที่ประชุมก็มีพูดคุยกันครับ อย่างน้อยก็ 14 ครับ ก็คงไม่สามารถผ่อนคลายหรือผ่อนปรนได้ สิ่งที่เราพูดคุยกันนะครับ จากนั้นมาประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นำที่ทางเลขาสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษาธุรกิจเอกชนใน ศบค. ก็ได้มีการเสนอ ขยายการผ่อนปรนนะครับ ในมาตรการในธุรกิจต่าง ๆ พูดสรุปง่าย ๆ ตอนนี้ก็แบ่งประเภทธุรกิจต่าง ๆ ออกมาเป็นสัก 4 อย่าง ก็คือใส่เป็นสีขาว สีเขียว สีเหลือง สีแดง จะเป็นกลุ่ม ๆ ต่างเหล่านี้ นะครับ สีขาวนี่ก็คือ มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันนะครับ สามารถที่จะเปิดให้ดำเนินการได้ อาจจะเป็นสถานประกอบการขนาดเล็กอยู่ในที่โล่งแจ้ง รวมร้านขนาดเล็ก ๆ อะไรทั้งหลาย ควบคุมได้หรือสวนสาธารณะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สีเขียวเช่นอะไรบ้าง ก็เป็นสถานที่ประกอบการขนาดเล็ก อาจจะบวกแอร์ไปด้วย แต่ว่ามีมาตรการที่จะควบคุมกำกับหรือไม่ติดแอร์ก็แล้วแต่ แต่พื้นที่ที่ไม่มาก นะครับ หรือจะเป็นสนามออกกำลังกายในกลางแจ้งอะไรตรงนี้ ก็มารวมในสีเขียวนะครับ อันนี้ก็อาจจะเป็นพื้นที่ที่มีที่ปิด มีติดแอร์อะไรทั้งหลายใหญ๋ ๆ อยู่ สีแดงอย่างที่เราบอกว่าไม่อยากให้เปิด ที่เป็นสนามมวยที่มีคนแออัดจำนวนมาก แล้วก็มีความเสี่ยงสูง ๆ หรือมีสถานที่แหล่งบันเทิง อันนี้ก็มีการแบ่งเป็นขั้น ๆ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมดนะครับ แต่หลักการอันนี้ต้องเห็นด้วยในหลักการ แต่ต้องลงในรายละเอียด หลักการที่ท่านให้ไว้ก็คือว่ากิจการต่าง ๆ เหล่านี้ แบ่งเป็น grading นะครับแต่ท่านอยากจะให้เปิดได้ทั้งหมด มาแล้วเปิดได้ทั้งหมด ทั้งประเทศ ไม่ใช่ว่าเปิดเฉพาะบางที่นะครับ อย่างเช่น กรุงเทพฯ เปิดไม่ได้เพราะมีตัวเลขสูง เอาจังหวัดใกล้ ๆ สมมติสุพรรณบุรี คนกรุงเทพฯ อาจจะกลับไปเปิดกิจการนั้น ๆ อยู่ที่สุพรรณบุรีก็ได้ ซึ่งอันนี้อาจจะทำให้เคลื่อนย้ายคน เพราะฉะนั้นจะใช้ก็ต้องใช้หมดทั้งประเทศเลย เพื่อที่เราจะประเมินดู ตรงนี้ก็คือในกิจการนั้น ๆ เปิดเหมือนกันแล้วเปิดทุกจังหวัด อันนี้คือหลักการที่ท่านให้มานะครับ แล้วก็มอบให้ทางสภาพัฒน์บวกกับคณะทำงานที่ปรึกษานี่นะครับ ไปพูดคุยลงกันในรายละเอียด ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายนี้ เพื่อที่จะนำเสนอพรุ่งนี้กับ ครม. นะครับในรายละเอียดหรือถ้าท่านก็พรุ่งนี้ ถ้าไม่ทันก็จะมีวันเวลาตามมาอีกที่หนึ่งนะครับ ตรงนี้ท่านก็ได้ให้หลักการเอาไว้ นำเรียนว่ามาตรการต่าง ๆ นี้คุยกันอย่างละเอียด แล้วท่านก็ให้ความสำคัญมาก ๆ ขนาดคุยกันแล้วว่าพื้นที่นี่จะเป็น 1 เมตรหรือ 2 เมตรดี ก็มีข้อที่ถกเถียงในด้านวิชาการทางด้านสาธารณสุขมาพูดคุยกันนะครับ จัดกิจกรรมต่าง ๆ นะครับ แอปต่าง ๆ หรือกล้อง CCTV อย่างที่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะท่าน ผอ. ศูนย์ ท่านก็ให้ความสำคัญสูงมากหรือแม้กระทั่งการชำระเงินที่จะต้องเกิดขึ้นเวลาไปยืนต่อคิวกันจะต้องมีการสแกน จะใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เงินอะไรทั้งหลายเหล่านี้ ก็ต้องให้ทางคณะทำงานได้ไปพูดคุยกันต่อไปในรายละเอียดด้วย ซึ่งก็จะต้องไปพูดคุยกันในรายละเอียดด้วย ซึ่งก็ยังไม่ได้กำหนดว่าท่านจะต้องเร่งรีบอะไรอย่างไร ให้มั่นใจ แล้วก็ค่อยเปิด เปิดเสร็จแล้วมีการประเมินประเมินเสร็จแล้ว ถ้าดีผ่อนปรนต่อ ปิดครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นหลักการที่ผมก็ต้องนำเรียนพี่น้องประชาชนได้รับทราบ แล้วก็ได้เห็นความคืบหน้าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมกัน และเราก็จะได้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่ปรับตัว รอการมียารักษา รอการเกิดขึ้นมาของวัคซีน ถ้า 2 อย่างนี้เกิดขึ้นได้ ความมั่นใจในระบบสาธารณสุขจะกลับมา แล้วก็มาใช้ชีวิตปกติได้ ณ วันนี้เรายังอยู่กันในภาวะการณ์ที่เผชิญกับไวรัสโควิด - 19 ซึ่งยังไม่มีทางรักษาก็เป็นเรื่องที่เราต้องปรับตัวกันเท่านี้ครับ ก็ขออนุญาตรายงานในเบื้องต้นแค่นี้ครับ (คุณปวีณา) แน่นอนค่ะ ในมติที่ประชุม ศบค. ออกมาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ถ้าใครเข้าไปติดตามในโลกออนไลน์นะครับว่า Hashtag แต่ว่า 1 ประเด็นที่จะต้องสอบถามกับท่านโฆษก ป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นนะคะ เพราะการนำเสนอข่าว หรือว่าการส่งต่อข้อมูล ณ ขณะนี้ อาจจะมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเลือกจากประเด็นหลัก ๆ ก่อน ประเด็นแรกที่มีการพูดถึงกันเยอะในโลกออนไลน์ขณะนี้ก็คือ เรื่องของมติการเลื่อวันหยุดออกไป ทั้งวันแรงงาน วันฉัตรมงคล วันวิสาบูชา วันพืชมงคล ตกลงแล้วที่ประชุมมีมติถูกต้องไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับมีการพูดถึงเรื่องนี้นะครับโดยนำเสนอโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมก็เกริ่นนำขึ้นมา ประเด็นนี้เกิดในที่ประชุมก็ใช้หลักการในเรื่องของสาธารณสุขนะครับ ถ้ามีวันหยุดหลาย ๆ วัน ก็อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงในเรื่องของการเคลื่อนย้ายคน หรือว่าการเดินทางของคนมากขึ้นนะครับ แต่ในเรื่องของการมีมติเรื่องนี้คงเป็นอำนาจหน้าที่ของทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีการประชุมในวันพรุ่งนี้นะครับ ก็เป็นเพียงแค่ข้อเสนอมาในที่ประชุมครับ (คุณปวีณา) อย่างไรก็ต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ และอีกประเด็นหนึ่งเรื่องเตรียมผ่านคลายมาตรการเมื่อสักครู่นี่ มีการแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มสีขาว สีเขียว สีเหลืองและสีแดง แต่ตอนนี้ข้อมูลที่มีการแชร์ในโลกออกไลน์นะคะ จะบอกว่าเป็นการผ่อนคลายมาตรการเตรียมเปิด ห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม ร้านค้าขนาดเล็ก รวมไปถึงผ่อนปรนให้ร้านอาหารที่ไม่ติดแอร์ด้วย เริ่มในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้แล้ว ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไรค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับก็ยังยืนยันว่า ยังไม่ได้ลงในรายละเอียดขนาดนั้นครับ ยังได้แค่เป็นการพูดนำเสนอโดยท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ แล้วก็ไม่ได้เจาะจงหรือรายละเอียดอะไรที่เป็นมติเลยนะครับ ถึงได้บอกว่าให้ไปคิดกันดี ๆ ก่อน แล้วก็ใช้ชุดข้อมูลสถิติ แล้วก็ดูผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วก็ให้บ่ายนี้ไปคุยกันให้ได้ข้อสรุปดี ๆ แล้วก็ยังไม่ได้กำหนดเลยว่าจะต้องเกิดขึ้นในวันนี้วันพรุ่งหรือวันเมื่อกี้บอกวันที่ 4 หรือครับ (คุณปวีณา) ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ยังไม่ได้มีตัวเลขวันที่ 4 เกิดขึ้นในที่ประชุม ท่านก็ยังให้เวลกับทางทีมงาน ก็ไม่ได้กำหนดชัดเจนนะครับว่าจะเป็นอย่างไร ที่สรุปได้ก็คือต้องให้พร้อมจริง ๆ แล้วที่ประกาศนี้จะต้องให้ได้พร้อมกันทั้งประเทศ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องได้ทั้งประเทศด้วย ก็ต้องเป็นความปลอดภัยของคนทั้งประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นรอก่อนแล้วกันครับ รอจากบ่ายวันนี้ ซึ่งอาจจะไปถึงวันพรุ่งนี้ที่จะเอาเข้า ครม. ถ้าทำเสร็จก็คงจะได้เห็นวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่ได้ก็จะต้องใช้ระยะเวลาอันนี้ก็ต้อง วัน น. เวลา (คุณปวีณา) ขอประเด็นเพิ่มเติมเรื่องของการประชุมสภาพัฒน์เพราะว่า ข้อที่อาจจะมีการวิพากษ์วิจารณ์เพียงลำพังหรือเปล่า ได้มีการฟังเสียงภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการต่าง ๆ บ้างหรือเปล่า การหารือในเรื่องนี้เราได้ไปสอบถามทั้งผู้ประกอบการขนาดใหOSญ่ ขนาดเล็ก ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจะตัดสินใจในช่วงเวลา 1 เดือนหลังกจากนี้ด้วยไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) นี่ครับ เดี๋ยวต้องบอกว่าในที่ประชุมพูดถึงใครบ้างที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดนี้ จากภาคของกระทรวงสาธารณสุขด้านระบาดวิทยาจากกระทรวงจากกรมควบคุมโรค ประชาสังคมก็มี เครือข่ายไทยเซฟ เครือข่าย IGO ทางด้าน สสส. ก็เข้ามา ทางด้านวิชาการก็มีทาง TDRI ทางมหาลัยหอการค้าไทย ภาคเอกชนก็มีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า และเครือข่ายรวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมาย ก็นำเรียนว่าผู้ที่มาร่วมในการมีจำนวนมากทีเดียวครับ แล้วก็คิดกันในหลายมิตินะครับ กว่าจะออกมาเป็นข้อเสนอชุดนี้นะครับ ก็มั่นใจได้ว่าถ้ายังมีการได้คุยต่อ ถ้าท่านผู้ชมเองหรือใครเองมีข้อเสนอ ข้อคิดเห็นอย่างไร ผมว่าทางภาครัฐก็รับฟังอยู่แล้วนะครับ (คุณปวีณา) ลำดับต่อไปขอสอบถาม คำถามที่ส่งมาจากสื่อมวลชนนะคะ เริ่มจากประเด็นข่าวด และ PPTV นะคะ เป็นผู้ประกอบการกลุ่มเดียวกัน คือ กลุ่มผู้ประกอบการจำหน่ายสุราที่ออกมาขอให้ผ่อนปรนและเยียวยา เพื่อให้ธุรกิจนั้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยผู้ประกอบการขอเงื่อนไขว่าขอการขายในแบบ delivery ตั้งแต่ช่วงเวลา บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็นได้หรือไม่ หรือว่าจะใช้เวลาในการซื้อกลับบ้าน เพื่อที่จะให้การดำเนินธุรกิจ การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถเดินหน้าไปได้ เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ไม่ได้มีนะครับเรื่องนี้เพราะว่าเป็นรายละเอียดปลีกย่อยก็คงจะต้องให้ทางคณะที่ปรึกษาทางด้านนี้ไปพูดคุยกันมา ถ้าท่านมีข้อเสนอแนะอย่างไรก็ผ่านทางด้านสมาคมทางด้านเอกชนขึ้นมา แล้วก็คงจะเป็นภาพที่จะมองภาพกว้างเฉย ๆ ครับในวันี้ (คุณปวีณา) ค่ะประเด็นจาก PPTV เพิ่มเติมนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของ case ผู้ที่หายป่วย เป็นการสอบถามถึงบุคคลที่หายป่วย ไปที่เคสของคนที่หายป่วยอายุมากสุดคือเท่าไร มีรายงานว่าเป็นเคสคุณยายที่จังหวัดภูเก็ต เขาอายุ 97 ปีแล้ว ติดโควิดแล้วสามารถหายจากการป่วยได้ คนนี้เป็นคนที่อายุมากที่สุดหรือไม่ คำถามก็คือ ปัจจัยที่ทำให้การรักษาผู้สูงอายุคืออะไร แล้วกลุ่มเสี่ยงการจัดการดูแลเป็นอย่างไรบ้างค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ถ้าตอบว่าอายุ 97 อายุมากที่สุดใช่ไหม ใช่ครับ ยังปรากฎอยู่ในสไลด์แผ่นแรก ๆ ที่เรานำเสนอไป คนที่ป่วยสูงสุดคือ 97 ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ยืนยันว่าใช้ ส่วนของปัจจัยการวิเคราะห์ในผู้ป่วยสูงอายุ เดี๋ยวขอติดค้างเป็นการบ้าน และเดี๋ยวจะนำเสนอในวันต่อไป เพราะกลุ่มก้อนนี้เป็นกลุ่มที่น่าห่วงใยเพราะว่าเขาติดเชื้อทีหนึ่งแล้วเขาอาจเสียชีวิตได้ เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นคนที่อายุมากด้วยทางกองระบาดวิทยา กับกรมควบคุมโรค เดี๋ยวจะให้เขาไปช่วยกันเตรียมชุดข้อมูลชุดนี้แล้วนำมาเรียนท่านในวันต่อ ๆ ไปครับ (คุณปวีณา) วันนี้ประเด็นคำถามเพิ่มเติมน่าจะหมดแล้ว แล้วก็ครบถ้วนนะคะ สุดท้ายทางท่านโฆษกฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงประชาชนการถ่ายทอดการแถลงข่าว จากทางบ้าน เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ วันนี้นอกจากเรื่องนี้ที่ท่านนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศบค. ได้ให้ความสำคัญกับการประชุมก็ยังให้ความสำคัญเรื่องของการสื่อสารต่อประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปOSห็นภาพที่ทำงานของพวกเรานะครับ ในเรื่องของตัวเลขทางด้านสาธารณสุขนี่ก็ลดน้อยลง ประเด็นที่จะสื่อสารถึงประชาชนที่ผมได้รับผิดชอบ ที่ท่านมอบหมายมา ก็อาจจะกระชับเวลาลงได้ แล้วเราอาจจะใช้เวลาตรงนี้ใช้นำเรื่องที่พี่น้องประชาชนมีความทุกข์ร้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางด้านเศรษ๗กิจ สังคม อะไรต่าง ๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะกระชับเวลามากขึ้น แล้วก็มีโอกาสให้ท่านอื่น ๆ ได้มาช่วยกันนำเสนอ แล้วก็เอาชุดข้อมูลที่มีปัญหานี้มาได้รับการแก้ไข ในช่วงเวลาอย่างนี้ ซึ่งเราอยู่ในช่วงเวลาของภาวะวิกฤติกันอยู่ ก็ช่วยกัน เพื่อที่จะได้รับทราบ เพื่อหาหนทางในการแก้ปัญหาต่อไป โฉมใหม่ของเราก็จะพัฒนาเพื่อที่จะช่วยทำให้ท่านได้อยู่ได้อย่างมีความสุขในช่วงที่มีวิกฤตอย่างนี้นะครับ ในช่วงเวลานี้ตลอดมา กราบขอบพระคุณครับ(คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ ท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะคะ แน่นอน ณ ตอนนี้เราต้องปรับตัวไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั้งในส่วนของศูนย์ ศบค. เอง ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และก็ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารให้ผู้ชมที่ชมอยู่ ได้เข้าใจประเด็นได้ชัดเจนมมากยิ่งขึ้น รวมถึงการกระชับเวลาเพื่อให้การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ นั้น เป็นไปได้อย่างกระชับและฉับไว และครอบคลุมทุกประเด็นที่มีการสอบถามเข้ามานะคะ ส่วนช่วงต่อไปจะเป็นการสรุปประเด็นการแถลงข่าวนะคะ จากภาคภาษาไทยเป็นภาคภาษาอังเพื่อที่จะให้ผู้ที่ติดตามทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้เข้าใจประเด็นต่าง ๆ ที่ภาครัฐออกมาเพื่อแก้สถานการณ์ในลำดับนี้นะคะ เรียนเชิญทางท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศท่านคุณณัฐภาณุ นพคุณ เรียนเชิญค่ะ คุณณัฐภาณุ นพคุณ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณปวีณา) ขอบคุณท่าน ณัฐภาณุ นพคุณ ท่านรองอธิบดีกรมสาธารสนเทศ สารนิเทศกระทรวงการต่างปรเทศ และนี่ก็คือทั้งหมดของการแถทำเนียบรัฐบาลนะคะ ดิฉันปวีณา ฟักทอง ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] ัฐภาณุ นพคุณ ท่านรองอธิบดีกรมสาธารสนเทศ สารนิเทศกระทรวงการต่างปรเทศ และนี่ก็คือทั้งหมดของการแถทำเนียบรัฐบาลนะคะ ดิฉันปวีณา ฟักทอง ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]