--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (28 เม.ย. 63) subtitle: date: วันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ ซึ่งการแถลงข่าววันนี้ เป็นวันอังคาร หลาย ๆ คนอาจจะรอ แต่เรื่องของสถานการณ์ของโรคยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปเพื่อที่จะดูว่าขณะนี้เรื่องของสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ลำดับแรกเรียนเชิญทางนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงและชี้แจงรายละเอียด (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ทั้งเรื่องของสถานการณ์และมาตรการต่าง ๆ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มารายงานตัวในฐานะโฆษก ศบค. นะครับ รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 28 เมษายน 2563 ท่านผู้ชมครับชีวิตวิถีใหม่ คงชินกับเรื่องของการใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้ากันแล้วนะครับ เราจะต้องปรับตัวกับ New Normal หรือชีวิตวิถีใหม่ ภาษาไทย ๆ เรานี่นะครับ ใช้เป็นทุกวันเลยนะครับ ถ้าวันไหนไม่มีมันจะรู้สึกว่าเหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง พยายามที่จะต้องใช้ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา ในการป้องกันการติดเชื้อครับ มาสู่การรายงานนะครับ วันนี้ต่ำ 10 เป็นวันที่ 2 เราพบผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ คือ 7 รายครับ แล้วก็ทำให้ผู้ป่วยยืนยันสะสมวันนี้ 2,938 รายนะครับ แล้วก็หายป่วยไปแล้วนะครับ วันนี้เพิ่มขึ้นวันนี้ 43 ราย รวมเป็น 2,652 ราย แต่ว่าก็ยังมีภาพเดิม ๆ นะครับ พบในวัยผู้ป่วย 20-29 พบสูงทีุ่ด แล้วก็รองลงมานะครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องเพ่งเป้าไปที่จังหวัดที่มีการสะสมสูงสุดก็คือกรุงเทพฯ และนนทบุรี 1,650 นะครับ ภาคเหนือ กลางจะอยู่ที่ 373 ภาคใต้อยู่ที่ 671 แล้วก็เสียชีวิต วันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2 รายนะครับ เป็นรวมเป็น 54 รายนะครับ รายที่ต้องรายงานก็เป็นรายที่ 53 นะครับ เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 52 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว จากการไปประชุมสัมมนา เริ่มป่วยวันที่ 25 มีนาคม ด้วยอาการไข้ ปวดเมื่อยตามตัวนะครับ วันที่ 21 มีนาคม เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แพทย์ก็ได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อโควิด - 19 นะครับ วันที่ 24 เมษายน ประทานโทษครับ 24 มีนาคม ยังคงมีอาการไข้ 38.2 องศา และคลื่นไส้ แพทย์จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจอีกครั้งหนึ่ง ผลตรวจก็ออกมายืนยันว่า เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ต่อมาผู้ป่วยอาการแย่ลง และมีภาวะปอดรั่ว แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตวันที่ 27 เมษายน ด้วยอาการของระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน รายที่ 54 ครับ เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 56 ปี อาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของร้านอาหาร ทำหน้าที่รับเงิน มีภาวะอ้วน มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันคนในครอบครัว และหลานสาวป่วยเป็นโรคโควิด-19 นี้ ป่วยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ด้วยอาการไข้ มึนศีรษะ เข้ารับการรักษาในคลินิกแห่งหนึ่ง ต่อมาอาการไม่ดีขึ้น เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต วันที่ 1 เมษายน ด้วยอาการไข้ อ่อนเพลีย แพทย์เก็บตัวอย่างส่งเชื้อ ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วย COVID-19 และต่อมาผู้ป่วยมีอาการแย่ลง แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจและเสียชีวิตในวันที่ 27 เมษายน ด้วยภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ ร่วมกับระบบหายใจล้มเหลว ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนะครับ สิ่งที่เราเห็นตรงนี้ก็คือมีประวัติยืนยันในการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เลยนะครับ อันนี้ก็อย่างที่บอกแล้วเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการมี Social Distance รักษาระยะห่างคนในครอบครัวของเราเองก็ต้องทำให้เป็นชีวิต วิถีใหม่อยู่เรื่อย ๆ นะครับ เรื่องนี้เราไม่ทราบว่า ใครติดเชื้อมาอย่างไร ให้ระวังกันไว้ว่าทุกคนมีโอกาส ที่จะติดเชื้อกันได้ทั้งสิ้นนะครับ มาดูเรื่องของแผนภูมิเป็นรูปกราฟนะครับ วันนี้ต้องดีใจกับคนทั้งประเทศว่า เราต่ำ 10 เป็นวันที่ 2 ก็คือทำให้ตัวของกราฟสีแดงที่ท่านเห็นนะครับ ก็คงที่คงตัวมา ซึ่งมีไม่กี่ราย ไม่กี่ประเทศในโลกนี้ที่จะได้เห็นภาพนี้ในการที่จะติดเชื้อแต่น้อย แต่ว่าก็เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย และขอให้พวกเราภาคภูมิใจ เป็นกำลังให้กับทุกคนที่ต้องรักษาระยะห่าง รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี อย่างที่บอกไว้ว่าการ์ดอย่าตกที่ว่านี้นะครับ ซึ่งวันนี้ที่เราทำได้ 7 ราย เกิดขึ้นจากเมื่อ 7 และ 14 วันที่แล้ว ที่ท่านทำอะไรอย่างไร ก็จะไปปรากฏผลในอีก 7 และ 14 วันข้างหน้า เพราะฉะนั้นต้องขอแรงทุกท่านยังต้องกระทำตัวสม่ำเสมออย่างนี้แล้วก็ให้เข้มงวดอย่างนี้ไปตลอด อยู่รอดปลอดภัยกันทุกคนนะครับ ก็มาดูใน 7 รายนี้ ว่าเป็นอย่างไรนะครับ ก็พบว่าเป็นกลุ่มก้อนที่พบขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา กรุงเทพฯ นครราชสีมา 1 คน กรุงเทพ 3 คน แล้วก็ภูเก็ตอีก 3 คนนะครับ ในนี้ก็จะพบว่า เป็นการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีการยืนยันก่อนหน้านี้ 5 รายนะครับ แล้วก็เป็นกลุ่มก้อนที่ไปเที่ยว ไปสถานที่ชุมชนแออัด ไปงานแฟร์ ไปตลาดนัดใน กทม. 1 คน แล้วก็อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคอีก 1 คนนะครับ อันนี้ซึ่งเป็นคนจีนนะครับ ซึ่งกำลังสอบสวนโรคอยู่ ซึ่งได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว มาดูเรื่องของจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการกระจายตัวนะครับ สีเขียวดีที่สุดนะครับ ไม่เจอเชื้อโรคเข้ามาในจังหวัดของตัวเองเลย ยังคงที่ ที่ 9 13 จังหวัดอยู่ในช่วงเวลาเกือบ ๆ 1 เดือน ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เลยต้องให้เครดิตจังหวัดใหม่นะครับ อุตรดิตถ์มาเพิ่มตรงนี้ดีขึ้นนะครับ มีทั้งจันทบุรี ราชบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย อุตรดิตถ์ มหาสารคราม มุกดาหาร ยโสธรและร้อยเอ็ดนะครับ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ที่มีการขยับไป มี นนทบุรีลงจากสีแดงลงมาสีส้มนะครับ แล้วก็นครราชสีมาขยับขึ้นไป เมื่อวานนี้มาเจอ Case ใหม่ 1 ราย ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ปัตตานีมาจากสีแดงก็ลงมาอยู่ที่สีส้มนี้ เช่นเดียวกับเลย จากสีส้มมาอยู่สีเหลืองนะครับ นครศรีธรรมราช พังงา และสตูล จากสีส้มมาสีเหลือง ก็ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านทุกจังหวัดนะครับในการดูแลภายในจังหวัดของตัวเองให้ได้อย่างดีนะครับ เมื่อวานนี้ได้มีคำถามถึงมาว่า ภาพของคนที่สูงอายุนี่มีการเจ็บป่วยมากน้อยแค่ไหนนะครับ แล้วลักษณะของการเกิดโรคนี้ต่าง ๆ เป็นอย่างไร วันนี้ก็ต้องขอบคุณทางกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขที่นำชุดการวิเคราะห์มาให้ดูอันนี้ เป็นการนำภาพของผู้ป่วยทั้งหมด 328 รายนะครับ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ของผู้ป่วยทั้งหมดนะครับ มาในกลุ่มนี้นี่มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตมากกว่า 11 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนะครับ ผู้ชาย 3.23 ต่อ 1 ผู้หญิง 1 คนนะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวไทย แล้วก็อายุส่วนใหญ่อยู่ที่ 60-69 ปี ก็ประมาณ 2 ใน 3 หรือประมาณ 66 เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยง เอา 388 ราย มาไล่ประวัติเสี่ยงมีอะไรบ้างนะครับ ก็พบว่า 1. คือ พิธีทางศาสนา การไปร่วมพิธีทางศาสนา เกือบ ๆ 1 ใน 4 นะครับ แล้วก็เกี่ยวข้องกับมวย และสัมผัสอีกเกือบ 1 ใน 4 ซึ่งปัจจัยอาจจะสะสมรวม ๆ กันนะครับ ตรงนี้ มีผู้ป่วยยืนยันด้วย รวมผู้ป่วยยืนยันอีก 18 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางจากต่างประเทศแล้วไปยังและไปสถานที่ชุมนุมชนแออัดอันนี้ประมาณสัก 7 เปอร์เซ็นต์ และประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 เปอร์เซ็นต์ ก็เรานี้มาดูกันนะครับว่า จังหวัดที่มีอัตราการป่วยของผู้สูงอายุมากที่สุดคืออะไร ก็ไล่เลียงมานะครับ ก็พบว่ามี 3 จังหวัด ยะลา ภูเก็ต และปัตตานี ซึ่ง 2 จังหวัด จะมีประเด็นที่มีความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกัน ใกล้เคียงกัน คือ เชื่อมโยงกับผู้ประกอบพิธีทางศาสนาในต่างประเทศ ซึ่งอันนี้นำเรียนว่า เราเอาข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ เชิงสถิติแล้วมาหาความเขาเรียกข้อมูลทางวิชาการ เพื่อจะได้นำเรียนพี่น้องที่อยู่ตามจังหวัดที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ ได้ดูแลนะครับตอนนี้ ก็เป็นช่วงที่เราจะต้องลดตัวเลขนี้ให้ได้ ก็ฝากไปยังพี่น้องที่มีความเสี่ยง แล้วก็กลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มปู่ ย่า ตา ยายของพวกเราเอง ซึ่งพวกเราต้องดูแลเขาเป็นอย่างดีนะครับ เพราะว่ามีการเสียชีวิตค่อนข้างมากด้วย มาดูครับว่าจำนวนผู้ป่วยยืนยันตามปัจจัยเสี่ยงที่จำแนกตามรายสัปดาห์นี้เป็นอย่างไรบ้าง ก็จะเป็นว่าก็คล้าย ๆ เดิมนะครับก็จะไปอยู่ที่สัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้านี้ แต่มีอันหนึ่งที่จะเยอะขึ้นก็คือการค้นหาเชิงรุก หรือ Active Case Finding เป็นเรื่องที่เรากำลังให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงนะครับ แล้วก็มาดูปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เรามาเจอใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาทางกรอบขวามือนะครับ กลุ่มใหญ่ที่สุดก็คือกลุ่มที่ยังสัมผัสกับคนอื่นที่เป็นรายยืนยันก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นใครที่เป็นญาตินะครับ เป็นรายยืนยันก่อนหน้า ท่านต้องป้องกันตัวเองเลยนะครับ เพราะกลุ่มนี้ใน 2 สัปดาห์นี้ ติดขึ้นมาอีก 151 ราย เยอะมากครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าจะลดได้ก็คือ ถ้าท่านรู้ว่าญาติป่วย เราเองต้องดูแลตัวเอง ร่างกายอย่างดี แล้วก็ป้องกันตัวเองให้อย่างดี ล้างมือนะครับ ใส่หน้ากากนะครับ แล้วก็กินร้อน ช้อนส่วนตัว อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องบอกกันเป็นประจำ ศูนย์กักคนเข้าเมืองและอะไรทั้งหลายที่เราพูดกันบ่อย ๆ นี้ พูดจนกระทั่งให้คุณผู้ชมจำได้นะครับว่า ความเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านี้ป้องกันได้ทั้งสิ้นเลย ไปดูสถานการณ์โลกครับ สำหรับโรค ก็คือสหรัฐอเมริกายังมาอันดับ 1 นะครับ ในลักษณะของ new case 21,196 นะครับ แล้วก็รัสเซียมาเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 6,198 เจอกันทีหนึ่งเป็นหมื่น หลาย ๆ พันกันเลย แล้วก็อังกฤษก็เจอไปอีก เมื่อวานนี้มีจำนวนผู้เสียชีวิตไป 1,384 นะครับ รองลงมาก็คือ ฝรั่งเศส 437 นะครับ แล้วก็อังกฤษที่ 360 ทำให้ตัวเลขรวมตอนนี้ของทั้งโลกไปแตะที่ 3,000,000 แล้วครับ 3,065,374 แล้วก็เสียชีวิตไป 221,206 คน นี่คือความหนักของโรคนี้ที่ยังอยู่กับเรานะครับ ส่วนทางประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา สิงคโปร์เมื่อวานนี้บวกไป 799 ยอดรวมเป็น 14,000 กว่าคน แล้วก็ญี่ปุ่นก็ 14,000 กว่าคน ตัวเลขก็ห่างกันหลัก 10 เท่านั้นเอง แล้วก็ป่วยเพิ่มขึ้นไปเมื่อวานนี้ของญี่ปุ่น 884 ก็พอ ๆ กันเลย นะครับ 2 ประเทศนี้ จากเดิมที่เราเคยชื่นชมว่า เขาทำได้ดี ตอนนี้เขามีเรื่องของยอดเพิ่มขึ้นทุกวันนะครับ เกาหลีนี่พอ ๆ กันกับเรานะครับ ลงมาที่ 14 นะครับ เลข 2 หลักนะครับ ซึ่งเราอาจจะนำเขานิดหน่อย แล้วตัวเลขอื่น ๆ ก็เป็นที่น่าจะต้องเรียนรู้กัน สรุปเรื่องของข้อมูลทางข่าวต่างประเทศมีอะไรบ้างครับ ในเมื่อสิงคโปร์มีตัวเลขที่เพิ่มเยอะ เร่งผลิตเตียงผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น หาสถานที่ เช่น ศูนย์แสดงสินค้าชางงี แล้วก็สถานที่อื่น ๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่มาภายในประเทศที่สูงขึ้น ซึ่งตอนนี้ประมาณ 14,000 สูงเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ร้อยละ 80 เป็นผู้ติดเชื้อจากแรงงานต่างชาตินะครับ อันนี้จาก ทางสิงคโปร์ก็ไปพบว่า มีผู้ป่วยชาวอังกฤษที่โกหกข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งอันนี้ก็ทำให้เขาต้องมีการเนรเทศชายชาวสหราชอาณาจักรซึ่งอายุ 60 ปี ซึ่งแต่งงานกับหญิงที่อาศัยถาวรที่สิงคโปร์ แล้วไม่อนุญาตให้เดินทางเข้ามายังสิงคโปร์อีก ซึ่งอันนี้ก็เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นที่สิงคโปร์ ซึ่งก็หวังว่าคนไทยเราที่อยู่กับชาวต่างชาติ ก็ไม่อยากให้เกิดภาพนี้นะครับ ตรงนี้ด้วย ไปดูเรื่องของการนำคนไทยกลับ ตอนนี้สเปนวันนี้จะกลับมานะครับ 12 คน แล้วก็นิวเดลี จากอินเดีย 189 คนนะครับ อินเดียอีกกลุ่มหนึ่งมาจากมุมไบอีก 189 ตอนนี้รวมแล้วกลับมาจาก 21 ประเทศนะครับ จำนวนรวมถึง 2,769 คนนะครับ แล้วไปดู ผมมีเอกสารที่ได้รับรายงานมาเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้มีคิวของคนที่จะบินกลับจากต่างประเทศอีกหลายประเทศเลยนะครับ ตอนนี้มีอินเดีย ฟิลิปปินส์ มัลดีฟส์ ศรีลังกา สิงคโปร์ กาฐมาณฑุ สิงคโปร์ สเปน จะเข้ามาอยู่อีกจำนวนมากทีเดียว ซึ่งอันนี้อยู่ในรายชื่อของกระทรวงการต่างประเทศก็จะได้ดูแลให้อยู่นะครับ สำหรับในด่านของพื้นที่ที่เป็นทางบกนะครับ ก็ผมอยากให้ท่านผู้ชมเห็นภาพนี้จะได้มั่นใจนะครับว่า ไม่ใช่แค่ทางอากาศเท่านั้น ลงสนามบินเท่านั้น ที่เราดูแลแต่ว่าด่านทั้งหลายรอบประเทศก็มีทางฝ่ายมั่นคงดูแลให้อยู่ ซึ่งตอนนี้เมียนมาร์ 14 คน ผ่านแดนเข้ามา มาเลเซีย อีก 303 คนที่ผ่านมา สปป. ลาว อีก 8 คน อีก 7 คน ทุกคนต้องเข้าในสถานกักกันตัวของที่รัฐฯ จัดให้นะครับ ซึ่งเมื่อวานนี้มีคนไม่ลงทะเบียนอยู่ 28 คน เมื่อวานนี้เราก็ลงทะเบียนให้หมดแล้วเราก็มีการจัดพื้นที่ให้รองรับ เรียกว่า สถานกักกันที่รัฐจัดให้ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ เรียกว่า Local Quarantine นะครับ 76 จังหวัด ส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยดูแลให้ครับ รวม ๆ แล้วนี่มีทั้งหมด 799 แห่ง รับได้ประมาณ 21,000 กว่าคน ตอนนี้นอนอยู่จริง ๆ เพียงแค่ 5,000 กับ 12 เท่านั้นเอง สะสมแล้วก็คือ ประทาษโทษ กลับบ้านแล้วคือ 1,564 รวมแล้วสะสมที่เราดูแลกันมา ก็คือ 6,576 คน แต่ในส่วนกลางที่ลงจากเครื่องและลงมาที่พักโดยกระทรวงกลาโหม ฝ่ายมั่นคงอีกส่วนหนึ่ง ก็ดูแลอยู่นะครับ มีห้องพักถึง 5,400 กว่าห้องนะครับ เข้าพักไปแล้วประมาณ 3,000 กว่าห้อง ตอนนี้ดูแลคนไปแล้ว 3,612 คน ตามรายละเอียดที่ว่านี้ ก็ต้องขอขอบคุณที่เราจะต้องมีการซีลรอบประเทศให้ได้อย่างดี ในแผนที่ประเทศไทย ท่านดูเลยนะครับ ขอบพื้นที่เราดูหมด คนที่บินมาลงเราก็ดูแลเขาด้วย เพราะฉะนั้นส่วนที่จะนำเชื้อเข้ามาจากต่างประเทศมีระบบการดูแลที่ชัดเจน เหลือภายในประเทศที่พวกเราต้องเดินต้องสัมผัสกัน แล้วมีเชื้อที่อยู่ภายในประเทศของเราเท่านั้น ที่เราจะต้องดูแลพวกเรากันเองอย่างดี อย่าให้มีการกระจายเชื้อเพิ่มขึ้นนะครับ ซึ่งอันนี้วิธีการดูแลของคนภายในประเทศเราก็ทางตำรวจอีกแหละครับที่มาดูแล ก็อยากให้ท่านอยู่ที่บ้าน มีเคอร์ฟิวก็นอนอยู่บ้านนะครับ อย่าไปมั่วสุมกัน เมื่อวานนี้พบว่ามีมั่วสุมกันอยู่ รายงานมาที่ต้องดำเนินคดี ถึง 143 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้จำนวนมากทีเดียวนะครับ 84 แล้วก็ออกนอกเคหสถานที่มีเหตุผลไม่สมควรเท่าไหร่นักเพิ่มขึ้นอีก 12 นำเรียนว่า อยากให้ท่านร่วมมือ เพื่อให้ท่านจะได้มีสุขภาพที่ดี เราจะต้องใช้ชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งเป็นภาพที่เราจะต้องคุ้นชินกันไปนะครับ การอยู่เว้นระยะเกินกว่า 2 เมตร การใช้ชีวิตต่าง ๆ การซื้อของ การตัดผม การอะไรทั้งหลาย ซึ่งวันนี้จะต้องรอ มติ ครม. ว่าจะต้องมีมาตรการอะไรออกมาอย่างไร ซึ่งเราก็คงอยากจะต้องการไปสู่ภาวะปกติอยู่แล้ว ต้องดูแล อยากได้อย่างไรก็ต้องลงทุนชีวิตที่ต้องปรับสมดุลใหม่ วิถีใหม่ให้พอ ๆ กัน เพื่อให้เราสามารถควบคุมและป้องกันโรคได้ สำหรับวันนี้ขอจบสรุปรายงานสำหรับวันนี้เพียงแค่นี้ครับ (คุณปวีณา) ประเด็นฝากคำถามมานะคะ ทั้งทางภาคประชาชน และสื่อมวลชนด้วยนะคะ ที่มาติดตามการแถลงข่าวแล้วส่งคำถามผ่านทางช่องทาง Online มา คำถามแรกเริ่มที่ประเด็นจากช่อง 3 ก่อนนะคะ อย่างเมื่อวานนี้นี่ เราเห็นว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานคนเป็นศูนย์ วันนี้มี 3 คน ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณที่ดีของกรุงเทพมหานครหรือไม่ แล้วในภาวะที่คนกรุงเทพมหานครออกมานอกบ้านมากขึ้นแต่ตัวเลขลดลงไปเรื่อย ๆ สะท้อนว่าประชาชนเข้าใจและป้องกันโรคมากขึ้น ลักษณะแบบนี้จะสามารถคลายล็อกให้ประชาชนในกรุงเทพได้หรือไม่คะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็ต้องชมคนกรุงเทพฯ ที่ทำให้ตัวเลขเป็น 0 เมื่อวานนี้ แต่อย่างที่บอกวางใจได้เบาใจไม่ได้ วันนี้เป็น 3 เลย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราไปค้นหาให้เจอเคสนั้น อย่างที่เราบอกว่า ไม่ใช่เชื้อจะหายไปเป็น 0 นะครับ เพียงแต่ว่า เราเข้ามาสู่ระบบของการตรวจให้ได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นการบอกว่า เบาใจ วางใจ ชีวิตให้เหมือนเดิมยังไม่ได้ครับ เพราะอย่างที่บอกว่า ถ้าอยากให้เหมือนเดิมได้จะต้องมีวัคซีนหรือยารักษาให้หายได้ แต่ตอนนีี้ยังไม่มี เพราะฉะนั้นเราอยู่กับเชื้อโรค ซึ่งไม่รู้ว่าอยู่กับใครนี่นะครับ เราต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโรค เพราะฉะนั้นวันนี้ยังต้องเข้มในเรื่องของการป้องกัน ควบคุมอย่างดี เพื่อตัวเลขจะต้องคงต่อในอีก 14 วันข้างหน้า ถ้าท่านทำตอนนี้เหมือน 14 วันที่แล้ว เหมือน 7 วันที่แล้ว ท่านก็จะได้ตัวเลขอย่างนี้ แต่ถ้าวันนี้ท่านไม่ได้ทำตัวเหมือน 7 วันที่แล้ว ท่านปล่อยปละละเลยตัวเลขขึ้นแน่ ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำก็บ่งบอกกับผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตครับ (คุณปวีณา) แต่ว่าจะบอกว่าตอนนี้เรายังป้องกัน ถ้าหลาย ๆ คนเห็นตัวเลขคงตั้งคำถามว่า ถ้ามีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็น 0 บ้าง เป็น 3 คนบ้าง แสดงว่าคนรอบตัวของเรา คนใช้ใกล้ชิดของเรานี่ไม่ติดเชื้อเราก็ใช้ชีวิตปกติได้แล้ว อย่างนั้นได้ไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) จริง ๆ แล้วเราบอกว่า ไม่สามารถสรุปได้นะครับ ว่าจะเป็น 0 อย่างที่ว่า เพราะว่าอันที่ 2 ก็คือว่าคนที่อยู่รอบ ๆ ข้างเราถึงแม้จะติดเชื้อก็ไม่รู็ก็ได้ว่า เขาจะมีเชื้ออยู่ไหม เพราะเขาอาจจะไม่แสดงอาการได้เลย อย่างที่บอกว่ามีคนประมาณสัก 8 เปอร์เซ็นต์ มีอาการหรือไม่มีอาการเลย เพราะไปรับเขาออกจากบ้าน ไปเจอใครมาบ้าง อย่างเมื่อกี้ที่บอกไปงาน ไปชุมชน ไปตลาดนัด ไปอะไรทั้งหลายมากลับมาเป็นก็มีครับ เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วแล้วผมก็เอามาแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้วางใจยังไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องดูแลอย่างเข้มข้นเหมือนเดิมครับ (คุณปวีณา) ในประเด็นนี้ต่อเนื่องคำถามจากภาคประชาชนที่เป็นข้อเสนอแนะเข้ามา เป็นการสอบถาม เรื่องของการปูพรมตรวจทั่วประเทศค่ะ อย่างที่ทาง ศบค. เคยบอกว่าการที่เราปูพรมตรวจเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่า แต่มุมมองของท่านนี้มองว่า ถ้าทำถูกวิธี หากอย่างเช่นยกตัวอย่าง การหาด้วยการคัดกรองด้วย เพราะมีต้นทุนถูก จากนั้นใครมีผลบวกก็ค่อยทำ PCR ต่อไป เขามองว่าถ้าเราใช้งบประมาณ ประมาณ 10,000 ล้าน ปูพรมตรวจไวรัสทั่วประเทศ จะทำให้ประเทศปลอดเชื้อเร็วขึ้น ช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวเร็วขึ้น ภาคธุรกิจจะกลับมามีรายได้เร็วขึ้น และรัฐบาลก็สามารถประหยัดเงินที่จะต้องข้อเท็จจริงเรื่องนี้อยากให้คุณหมอช่วยอธิบายนิดหนึ่งค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เรื่องที่ต้องใช้ข้อมูลในเชิงวิชาการนะครับ แล้วก็มาบวกรวมกันกับนโยบายในเชิงการบริหารจัดการ ซึ่งอันนี้รับทราบกันอยู่แล้วว่า ในเรื่องของการตรวจเชื้อนี่ เป็นเรื่องของการตรวจ โดยใช้เครื่องตรวจที่เรียกว่า PCR ก็ที่เราเห็นภาพครับ การตรวจที่เราใช้ โดยมันมี 2 วิธีแล้วครับตอนนี้ โดยใช้ไม้พันสำลีแยงเข้าไปที่จมูก แล้วไปตรวจที่บริเวณที่เราเรียกว่า โพรงจมูกด้านหลัง กับมีอีกวิธีคือวิธีที่ 2 คือการตรวจด้วยใช้น้ำลายนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นการพัฒนาขึ้นมาใหม่ แล้วทำให้เกิดการอะไร การอาเจียน ไอออกมาบางทีก็จะเป็นอันตรายจากผู้ป่วย ตอนหลังมามีอีกวิธีหนึ่งนะครับ อีกวิธีหนึ่งนี่คือวิธีตรวจที่เรียกว่า Rapid Test ที่ว่า ต้นทุนถูกกว่าเจาะเลือด แต่อันนั้นผลออกมายังไม่มีมีการรับรองเท่าไรนะ อย่างที่บอกการตรวจหาภูมิคุ้มกันตรงนี้อาจจะช้าไปเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้ทางวิชาการคุยกันแล้วครับว่ายังต้องการการตรวจแบบมาตรการ ก็คือการตรวจแบบพีซีอาร์ที่ว่านี้ คราวนี้จะตรวจมาตรฐาน ต้องใช้คนมากมาย ต้องใช้ชุด PPE ป้องกันอีก เปลืองเข้าไปอีก แต่เปลืองไม่ว่าครับ มีการพิสูจน์ออกมาแล้วเชิงวิชาการพบว่า ไปปูพรมทั้งหมดเลย ตรวจเจอนิดเดียว กับการเลือกกลุ่มบางกลุ่มแล้วก็ไปตรวจ ปรากฏว่าเจอเชื้อเยอะกว่า 2 วิธีนี้ ถูกมีการออกแบบมาแล้ว มีการทดลองทำแล้ว ที่สุดแล้วเลือกเอาเข้าไปในกลุ่มที่เป็นกลุ่มเฉพาะ เช่น เราไปดูที่แรงงานต่างด้าว เราไปดูคนที่อยู่ขอบขายแดน เราไปดูในแรงงานแออัด เราไปดูในกลุ่มคนที่ที่มีคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนะครับ หรืออย่างที่จะบอกว่าจะเปิดตลอดนี่ สมมติว่าอะไรทั้งหลายนี้ลองไปดูว่าคนที่อยู่ในตลาดสด หรืออยู่ในคนมาก ๆ อย่างนี้จะมีโอกาสเสี่ยงบ้างไหม ก็เป็นเชิงดีไซน์เอาข้อมูลทางเชิงวิชาการเป็นตัวตั้ง แล้วก็มีนโยบายมานะครับ ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ไปหางบประมาณมาให้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ได้งบประมาณมาก้อนหนึ่ง ประมาณสัก 3,000 ล้านตอนนี้ถูกกว่า หมื่นล้านหน่อยนึง ต้องหากลุ่มเฉพาะเจาะจง แล้วก็ใช้งบประมาณนี้ให้เป็นประโยชน์ คือ ตรวจแบบปูพรมนี่ ตรวจกันเป็นหมื่น ๆ ราย หรือแสน ๆ ราย ก็พอ ๆ กันครับ แต่มันเป็นหมื่นล้าน จะใช้เป็นหมื่นล้านก็ไม่ไหวเป็นแค่ระดับพันล้าน ก็สามารถที่จะได้ตัวเลขออกมา เพื่อให้เกิดความสบายใจได้ เมื่อเช้าก็ได้มีการคุยกันในที่ประชุมคุยกันในศูนย์ EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดฯ ก็สั่งการให้ทุกเขตนะครับ ได้ไปจำเพาะเขาเรียกวางแผนเฉพาะเจาะจงของทุกเขตส่วนราชการของประเทศไทย แล้วก็เอามาวางแผนนะครับ แล้วก็ประสานกันกับ สปสช. กับกรมควบคุมโรค ซึ่งเป็น 2 แหล่งงบประมาณที่มีงบประมาณมาตั้งอยู่ แล้วเราก็จะตรวจแล้วเอาผลตรงนั้นมาเพื่อที่จะดึงคนที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยอยู่ในสังคมของไทยเราเข้ามาอยู่ในการรักษาของไทยเราให้โดยเร็ว ก็จะทำให้ได้โดยเร็วใน 2 สัปดาห์นี้ ให้ได้โดยเร็ว ใกล้ ๆ ตรงนี้นะครับ ให้โดยเร็ว ซึ่งจะสอดคล้องกับการที่จะมีการผ่อนปรนในมาตรการที่เราบังคับใช้ในการหรือเราจะเรียกว่า ชีวิตวิถีใหม่ตรงนี้ ก็เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลแล้วก็เอามาช่วยกัน ทำให้เกิดการมีออกไปใช้ชีวิตได้ดีขึ้น แล้วก็คนติดเชื้อก็ได้รับการดูแลอย่างดีด้วย คงจะได้เห็นกันเร็ว ๆ นี้ครับ (คุณปวีณา) คำถามต่อไปจากช่อง 9 เป็นคำถามถึงเรื่องของตัวเลขบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อภายในประเทศ ว่าขณะนี้ยอดล่าสุดติดเชื้อที่อยู่จำนวนเท่าไร แบ่งเป็นพยาบาลกี่คน แล้วก็เป็นแพทย์กี่คนคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) อันนี้ผมต้องขอจะยกไปไว้ครั้งหน้า แต่ว่าเท่าที่จำได้ก็คือในการรายงานประมาณสักสัปดาห์ 2 สัปดาห์มานี่ ประมาณ 80 - 90 กว่าคนแล้วครับ ตอนนี้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ แต่อย่างไรก็ตามแต่ เดี๋ยวจะไปให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำข้อมูลนี้ทบทวนมาแล้วผมมานำเสนอพี่น้องประชาชนต่อครับในครั้งหน้าครับ (คุณปวีณา) สำหรับประเด็นต่อไปเป็นเรื่องของมาตรการเป็นจากสถานีโทรทัศน์ NBT นะคะ ถามว่าหลังจากที่เมื่อวานนี้เรามีการแถลงว่า เรามีการขยายประกาศ ออกไป 1 มาตรการก็คือเรื่องของการชะลอการเดินทาเข้าประเทศ ปัญหาที่ตามมาคือหลาย ๆ คนที่อยู่ในต่างประเทศซื้อตั๋วเอาไว้แล้ว เพื่อที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป แต่พอมีมาตรการที่คงไว้ทำให้เขามีผลกระทบ จึงมีคำถามว่ามาตรการของรัฐบาล และภาครัฐนี่ จะเข้าไปช่วยเหลือคนกลุ่มนี้อย่างไรคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขออภัยนะครับ ที่ท่านได้รับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่เป็นตามมาตรการที่เราต้องมีการป้องกันในเรื่องของการแพร่เชื้อที่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการที่ทั่วโลกก็ทำกันไม่ใช่เฉพาะแค่ประเทศไทย ถ้าท่านมีภารกิจที่จะจำเป็นหรือเร่งด่วนหรืออะไรก็ตามแต่ หรืออยู่ในประเทศไหนก็แล้วแต่นะครับตรงนี้ ขอเรียนว่า เรามีสถานกงสุลหรือเอกอัครราชทูตทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่ประจำประเทศต่าง ๆ ท่าน ไปลงทะเบียนหรือร้องขอความช่วยเหลือ หรือทิ้งเบอร์ไว้ หรือจะติดต่อพูดคุยอะไรทั้งหลายได้ในทุก ๆ ที่ทั่วโลกเลยนะครับ ซึ่งเราเคยให้เบอร์โทร. อะไรไปบ้างแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่สถานทูตนั้นจะเป็นคนรับเรื่อง แล้วก็จะจัดลำดับความสำคัญ แล้วก็จะดูแลช่วยเหลือท่านนะครับ จนกระทั่งถ้าท่านสามารถอยู่ตรงนั้นได้ ก็จะมีบางทีก็เอาถุงยังชีพไปให้ ถ้าต้องการที่จะกลับอย่างไร กระบวนการพากลับจะเกิดขึ้นตามที่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมครับผม (คุณปวีณา) ค่ะ อีก 1 มาตรการที่มีการสอบถามเข้ามา เปิดร้านค้า เปิดตลาดหรือสถานประกอบการ ถึงแม้ตรงนี้จะมีการกำหนดชัดเจน แต่มีการตั้งข้อสงสัยแล้วก็คำถามว่าจากที่เราจะขอความร่วมมือนี่จะขอปรับเปลี่ยนเป็นให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขออกเป็นข้อบังคับ เพื่อให้สถานประกอบการนั้น ๆ นี่ต้องทำตาม เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด แล้วก็ให้ประชาชนเกิดความมั่นใจด้วยค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) จริง ๆ ก็มีอยู่แล้วในการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้วก็เขาจะมีข้อ 11 มาตรการในการป้องกันโรค ซึ่งจะต้องถือเป็นมาตรฐานกลาง ซึ่งทุก ๆ ท่านจะต้องทำผมยกตัวอย่าง อย่างเช่นนะครับ กำหนดตรงนี้ที่อยู่ในมือผม ต้องมีมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เพื่อในการปฏิบัติในการทั่วไป หรือใช้ในกรณีผ่อนผันหรือในข้อกำหนดดังนี้ ให้ทำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสที่เกี่ยวข้องก่อนจัดกิจกรรม กำจัดขยะมูลฝอยประจำทุกวัน ให้เจ้าหน้าที่ผู้ประกอบการ ผู้ร่วมงาน ผู้ร่วมกิจกรรมใช้หน้ากากอนามัย หรือสวมหน้ากากนะครับ ล้างมือก็พูดถึง นั่งเว้นระยะ หรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อเป็นการป้องกันการติดต่อป้องกันการติดต่อสัมผัสครับ สิ่งเหล่านี้มีปรากฏอยู่แล้วครับ ไม่ว่ากิจกรรมอะไรทั้งหลาย มาตรการเหล่านี้ เป็นมาตรการพื้นฐานที่ต้องร่วมมือให้ความร่วมมือ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นกิจการที่จะต้องค้าขาย จะต้องขายของกันอย่างที่เห็น ผมเห็นน่ารักมากเลย ร้านอาหารที่จะเป็นตักตามสั่งน่ะนะครับ แล้วเขาก็ติดป้ายข้างหน้าถ้าไม่สวมหน้ากากอนามัยก็ให้ไปยืนห่าง ๆ หน่อยนะครับ แล้วก็เว้นไป 14 วัน แล้วค่อยมาเจอกันอะไรอย่างนี้ น่ารักมากนะครับ แต่ถ้าเป็นคนที่ใส่หน้ากากอนามัยก็มาเลย เขาก็บริการให้ก่อนอะไรอย่างนี้ครับ เรื่องที่เกิดขึ้นในสังคงแล้วช่วยกันดูแล หลาย ๆ คนก็รู้เรื่องนี้ หลาย ๆ คนก็ปฏิบัติได้อย่างดี เอาคนที่ปฏิบัติได้อย่างดีนี่นะครับ มาช่วยให้สังคมเราอยู่อย่างปลอดภัยอย่างนี้ แล้วก็ช่วยกัน แล้วคนที่ยังไม่ได้อยู่ในกรอบนี้ ก็เข้ามาสู่วิถีชีวิต ชีวิตวิถีใหม่อย่างนี้นะครับ เราก็จะได้อยู่ด้วยทุกคน พอทุก ๆ คนทำเหมือนกันมันเป็นภาพที่น่ารักมากเลย แล้วอย่างที่ผมชมทุก ๆ ครั้งขับรถมาที่ทำเนียบนี้ก็จะผ่านนะครับ เห็นคนร่วมมือกันใส่หน้ากากกันกลายเป็นเรื่องปกติ และเราจะเห็นชินตา แล้วก็ทำเป็นเรื่องปกติไปนะครับ ขอบคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สุดท้ายนะคะ ขอให้ท่านโฆษกฯ ฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงประชาชนที่ติดตามถึงการแถลงข่าวทางบ้านค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ขอฝากคำเดิมนี่นะครับ ชีวิตวิถีใหม่ เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องปรับตัว ผมก็ต้องปรับตัว ทุกคนต้องปรับตัว แล้วเราต้องมีชีวิตที่มีความสุขกับกิจกรรมทุก ๆ กิจกรรมที่จะมา สามารถทำได้ทั้งสิ้นครับ ท่านจะค้าขาย ท่านจะอยู่ที่บ้าน ท่านจะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ให้ระลึกว่า เรามีชีวิตวิถีใหม่ ในมาตาการต่าง ๆ ที่พูดออกไปนี้นะครับ ไม่ว่าจะใส่หน้ากาก ล้างมือนะครับ กินช้อนตัวเองทั้งหลายเหล่านี้ จนกระทั่งเป็นประจำ ญาติของเราก็ไม่ป่วย ทั้งประเทศก็ไม่ป่วย แล้วเราจะประสบความสำเร็จไปพร้อม ๆ กันที่สุดแล้วการกลับมาสู่ภาคปกติ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายก็จะกลับมาได้โดยเร็ว โดยที่มีการสูญเสียน้อยที่สุด ต้องกราบขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความร่วมมือครับ (คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ ท่านโฆษก ศบค. นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะคะ ก็สรุปเรื่องของสถานการณ์วันนี้นะคะ เบื้องต้นนี่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 7 คน วันนี้เป็นตัวเลขเป็นหลักหน่วยเลขเดียวนี่ เป็นวันที่ 2 ต่อเนื่องแล้ว เป็นข่าวดี แต่ว่าอย่างที่นายแพทย์ทวีศิลป์เน้นย้ำนะคะ เราก็ยังไม่สามารถที่จะนิ่งนอนใจได้ ลำดับต่อไปนะคะในช่วงของการแถลงข่าวของเรา เราจะเป็นการสรุปประเด็นเรื่องของการแถลงข่าวทั้งเรื่องของโรคที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มาตรการนะคะ ที่ภาครัฐมีเพิ่มเติมออกมาในแต่ละวัน รวมถึงเรื่องการดูแลคนไทยในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันมากยิ่งขึ้นทั้งคนไทยและคนไทยที่อยู่ในประเทศไทยและทั่วโลกค่ะ เรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นการแถลงข่าวเป็นภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ ก็จากกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ก็ขออนุญาตสรุปคำแถลงของท่านโฆษกเป็นภาษาอังกฤษทุกวัน เพื่อเป็นประโยชน์ของสื่อมวลชนของชาวต่างชาติ เพื่อให้โลกได้รู้ว่าไทยเราก็มุ่งมั่น ร่วมมือ แล้วก็เป็นหนึ่งเดียว [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) ขอบคุณนะคะ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ อธิบดีกรมสารนิเทศ อย่างที่ท่านบอกว่าอดทนอีกนิดแล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะคะ ซึ่งก็จะช่วยกันได้เรื่องของชีวิตวิถีใหม่ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยนะคะ ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างระหว่างกัน สามารถดูแลทั้งตัวเราเองและคนใกล้ชิดได้ วันนี้หมดเวลาการแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19แล้วนะคะ ดิฉันปวีณา ฟักทองและทีมงานลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր