--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (30 เม.ย. 63) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ... ... Ր (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมนะคะ เข้าสู่การแถลงการณ์จากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะเช่นเคยค่ะ เวลาเดิมที่ราจะมาพบกันนะคะ เวลา 11.30 น. แต่ว่าประเด็นนี้อยากจะให้ทุกท่านติดตามตอนต้นของการแถลงข่าวจนถึงเสร็จสิ้นแถลงข่าวนะคะ เพราะว่าหลังจากมีข้อกำหนดที่ตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว หลายคนมีความถามว่า มีมาตรการผ่อนปรนจะมีออกมาหรือไม่ มาตรการหลัก มาตรการรองจะมีมาตรการอย่างไรบ้างนะคะ ดังนั้น วันนี้จะมีคำตอบที่ชัดเจน ซึงภาพรวมทางนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จะเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด รวมถึงจะมีผู้ที่เกี่ยข้องมาตอบคำถามให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ลำดับแรกเรียนเชิญทางนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ชี้แจงรายละเอียดทั้งเรื่องของรายละเอียดและมาตรการต่าง ๆ ขอเรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ ศบค. ขออนุญาตมารายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำวันที่ 30 เมษายน 2563 นะครับ ใช้หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน หรือแม้กระทั่งถ้าอยู่ในบ้านเกินกว่า 2 คน ก็ควรจะใส่หน้ากากอนามัยอย่างนี้ เป็นหน้ากากผ้านะครับ อย่างที่ท่านพิธีกรได้เกริ่นนำไปแล้วนะครับวันนี้ผมจะกระชับเวลาในการรายงานสถานการณ์ในช่วงแรกนี้ประมาณสัก 10 กว่านาที เรามีความสำคัญอยู่ในช่วงที่ 2 ซึ่งตอนนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่มาอยู่ตรงนี้กับเราที่จะมาร่วมกันแถลงข่าวในกรณีของการพูดถึงมาตรการผ่อนปรนที่เป็นข่าวอยู่ตรงนี้ ความชัดเจนจะเกิดขึ้นในช่วงที่ 2 นะครับ ขออนุญาตนำในช่วงแรกก่อนนะครับ พูดถึงข่าวดีในวันนี้เรายังอยู่ตัวเลขหลักเดียวอยู่นะครับ ของทางการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ต่อวัน วันนี้อยู่ที่ 7 ราย ทำให้ตัวเลขสะสมนะครับ อยู่ที่ ๒,๙๕๔ ราย 954 ราย หายป่วยไปแล้ว 2,684 เพิ่มขึ้น 22 คนนะครับ 22 ราย ในวันนี้ ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม อันนี้ก็เป็นข่าวอีกอีกครั้งนะครับ ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ตัวเลขหลัก 200 นิด ๆ 213 ราย แล้วก็กระจายอยู่ใน 68 จังหวัดเช่นเคยนะครับ ตัวเลขยังคงที่อยู่ที่ 54 ราย สำหรับรายที่เสียชีวิต กลับบ้านไปแล้ว ๒,๖๐๐ กว่า เรามาดูในกรณีของ 7 รายนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้จะเห็นนะครับ เป็นครั้งแรกที่ผมนำเรียนรายงานนำครับว่า ในช่องที่หมายเลข 1 ผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดขึ้นจากระบบเฝ้าระวังโรค เป็นผู้ป่วยรายยืนยันเก่า ทุกทีจะตัวเลขแล้วก็ยืนพื้นมาตลอด วันนี้เป็นวันแรกนะครับ ที่ตัวเลขเป็น 0 ในช่องข้างบนเกือบทั้งสิ้น มาเป็นตัวเลข ๔ นะครับ ๔ รายอยู่ที่การค้นหาเชิงรุกในชุมชนที่ภูเก็ต แล้วก็กระบี่ 1 ราย แล้วผู้ป่วย State Quarantine อยู่ที่กรุงเทพมหานคร และมาจากประเทศมาเลเซีย ๓ รายนะครับ ทำให้ตัวเลขรวมวันนี้เป็น 7 ราย ดูในรายละเอียดว่ามีที่ไหนบ้างนะครับ กรุงเทพมหานคร ใน State Quarantine 3 ภูเก็ต 3 กระบี่ 1 ซึ่งก็ทำให้ตัวเลขนะครับ ของผู้ป่วยสะสมมากที่สุดอยู่ในกรุงเทพฯ 1,488 ภูเก็ตรองลงมานะครับ 216 แต่ถ้าเป็นอัตราส่วนจะสลับกันนะครับ ก็คือภูเก็ตจะอันดับ 1 คือประมาณ 52 ต่อแสนประชากรนะครับ จากนั้นรองลงมาก็คือ นนทบุรี ยะลา และสมุทรปราการ มาดูในเรื่องของ ตอนนี้เราขยายคำว่า PUI หรือว่าผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค ในช่วงระยะหลังขึ้นมานะครับ เราได้ถูกตั้งคำถามว่า เราดึงเอาผู้ป่วยเข้ามาสู่การตรวจนี่น้อยไปหรือเปล่า ท่านดูตารางข้างบนก่อนนะครับ ซึ่งมีผู้ป่วยสะสมตัั้งแต่วันที่ 4 มกราคมจนถึงวันนี้ ๖๒,๐๐๐ กว่ารายนะครับ เรามาปรับเกณฑ์คำว่า PUI ก็คือจำที่ผมพูดได้ไหมครับว่าจะมีผู้ป่วยที่มีไข้ หรือแค่มีประวัติแค่มีไข้ ทางเดินหายใจนิดหน่อยเราปรับเกณฑ์เดือนเมษายนขึ้นมาทำให้เราดึงเอาผู้ป่วยที่มีอาการน้อย ๆ พูดง่าย ๆ อาการน้อย ๆ ไม่มาก แค่มีไข้ก็พอ สมัยแต่ก่อนต้องมีไข้ ถึงจะมาตรวจได้ เราทำให้เบาเรา อาการน้อย ๆ ก็เข้ามา เราตรวจเมื่อเมษายน มาจนถึงวันนี้ ประมาณสัก ๓ สัปดาห์ ได้ประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของที่ผ่านมา ช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมานะครับ อีก 30,000 กว่าราย ทุกอย่างเราเอามาพลอตเป็นกราฟอยู่ข้างล่างเป็นสีส้ม ท่านจะเห็นว่าสะสมแล้วตั้งแต่ช่วงของวันที่ ๗ คือมีตัว point ลงมาที่ 7 จะเห็นสโลปของตัวกราฟหรือแนวชันของกราฟนี่มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือความพยายามของทางกระทรวงสาธารณสุขที่จะทำให้เราดึงที่น่าสงสัยเข้ามารับการตรวจแล้วมากขึ้น ๆ ตอนนี้ ถ้าท่านผู้ชมสงสัยว่าตัวเองจะมีอาการอะไรอย่างไร กลับไปย้อนดูนะครับ ตอนนี้มีเทปของ NBT2 Live หรือว่า NBT2 HD คืออะไรไปดูได้เลยว่าเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านั้นคืออะไรนะครับ มาดูสถานการณ์ของต่างประเทศบ้าง ตอนนี้ตัวเลขยืนยันไปที่ 3,230,000 แล้ว บวกรวมวันเดียวรายใหม่ ๘๒,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็มีเสียชีวิตสะสมไปแล้วตอนนี้ 228,000 กว่าคนนะครับ เสียชีวิตวันเดียวแตกหลักหมื่น 10,249 ศพ ซึ่งรวมแล้วตรงนี้มากถึง ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ของรายที่เป็นยืนยันทั้งหมด มาดูว่าเป็นรายใหม่นะครับ เป็นประเทศอะไรบ้างนะครับ พบว่าสหรัฐอเมริิกาวันเดียว 26,000 กว่านะครับ บราซิล ๖,๔๐๐ กว่านะครับ รัสเซียประมาณ 5,800 กว่า ส่วนการเสียชีวิตสะสมที่เสียชีวิตรายใหม่นะครับ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ รอบ 24 ชั่วโมง ที่สหราชอาณาจักรคืออังกฤษสูงที่สุดเลย ๔,๔๑๙ รายครับ แล้วก็สหรัฐอเมริกา 2,402 ราย สเปนอีก 2,453 ราย จะเห็นว่าความรุนแรงของโรคประเทศทางตะวันตกก็ยังมากเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้มีส่วนของตะวันออกด้วย ก็คืออินเดียที่เราวงไว้เป็นสีเหลืองนะครับ วันเดียวเมื่อวานนี้เจอเข้าไป 1,738 ราย รวมทำให้ตัวเลขสะสมของเขา 33,000 กว่ารายนะครับ ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับ ๕๙ ซึ่งเป็นลำดับที่เลื่อนลงมาเรื่อย ๆ ก็ต้องชื่นชมกับพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ช่วยกันทำให้อันดับของเรา อันดับต้น ๆ ไม่ค่อยดี หลัง ๆ ถึงจะดี เราก็อยากจะเลื่อนลำดับลงไปเรื่อย ๆ มาดูในทางโซนเอเชียนะครับ จะอยู่ในหน้าที่ 2 นี้ ไล่มาตั้งแต่ลำดับที่ 25 นะครับ สิงคโปร์ เมื่อวานนี้บวกไป 650 นะครับ ก็แตะไปที่ 15,000 กว่า ก็แซงทางญี่ปุ่นไปมากแล้วนะครับ เมื่อวานนี้ญี่ปุ่นอยู่ที่ ๑๓,๐๐๐ เมื่อวานนี้ แค่ 159 เกาหลีใต้พอ ๆ กันกับเรา ตอนนี้หมายถึงตัวเลขใหม่นะครับ เลขหลักเดียว บวกไป 4 แต่ตัวเลขสะสมรวมเขามากกว่าเรา ประมาณ ๑๐,๗๖๕ ครับ 10,765 อินโดนีเซียเกือบ ๆ หมื่นแล้วนะครับ ตอนนี้ 7,900 นะครับ บวกใหม่ 260 ฟิลิปปินส์ แล้วก็บังกลาเทศ ๖๔๑ อันนี้เพิ่มเยอะนะครับ บังกลาเทศรวมแล้วเป็น 7,000 กว่า มาเลเซียก็ยังเป็นตัวเลข 2 หลัก วันนี้เพิ่มขึ้นนะครับ เป็น 94 ราย ทำให้ตัวเลขรวม 5,900 ที่ต้องนำเรียนอย่างนี้ทุกวันเพราะว่าสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ดีเฉพาะบ้านเราอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูไปรอบ ๆ บ้านเราด้วย มาจัดเรียงลำดับประเทศของประเทศกลุ่มอาเซียน และเอเชียนะครับ เป็นอย่างไรบ้าง อินเดียเป็นอันดับ 1 30,000 กว่า รองลงมา ปากีสถาน แล้วก็ญี่ปุ่น เกาหลี อันนี้ประเทศไทยเรามาเป็นแผนที่ 2 อยู่ในด้านขวามือ รองลงมาจากมาเลเซียนะครับ คือ 2,900 ไม่อยากจะให้เพิ่มไปกว่านี้ ก็เป็นประเด็นที่เราต้องมาคุยกันทุกวัน ๆ เพื่อให้ตัวเลขอยู่อย่างนี้ ไปดูในเชิงของภาพฉายที่เป็นลักษณะของกราฟอาจจะทำให้เห็นแนวโน้มได้ดีกว่าตัวเลข ท่านจะเห็นสหรัฐ โดยทิศทางแล้วก็น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ลดลงแต่อย่างไรก็ตามแต่ ตัวเลขเขาเป็นหลักหมื่น เพิ่มขึ้นวันหนึ่ง ๆ ก็จำนวนมากทีเดียว กับรัสเซียแนวโน้มก็ยังคงที่ หรือออกไปทางจะเยอะขึ้น เพราะเจอรายใหม่มากขึ้น แต่ส่วนประเทศทางกลุ่มยุโรปก็จะเห็นเกาะกลุ่มอยู่ทางด้านทั้งหมดนะครับ มาดูทางด้านล่างเกือบทั้งหมดนะครับ มาดูในผู้ป่วยรายใหม่จะเห็นว่าของทางเอเชียเรานะครับ อินเดียยังมีแนวโน้มทะแยงขึ้น ทิศทางยังสูงตลอดเวลา อันเนื่องมาจากเขาก็มีประชากรจำนวนมาก พื้นที่เขากว้างใหญ่ทีเดียว ส่วนทางปากีสถานก็ออกมาทางทรง ๆ ออกมาทางลงนะครับ ของสิงคโปร์นะครับ ยังดูเหมือนกับยังทรง ๆ อยู่นะครับ แล้วก็อินโดนีเซียเห็นเกาะกลุ่มกันด้านขวามือ ประเด็นของต่างประเทศก็ประมาณนี้ แล้วก็มีข่าวที่น่าจะแตะท้ายไว้สักนิดหนึ่งนะครับว่าตอนนี้ สิ่งที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวทั้งหลายนี่ หลาย ๆ จังหวัดก็อยากจะได้มีระบบในการดูแลตัวเองอย่างดี กระบี่เป็นจังหวัดหนึ่งนะครบ ตอนนี้ได้มีการเปิดศูนย์ตรวจเชื้อ COVID-19 แห่งแรกนะครับ ซึ่งก็จะทราบผลภายใน 14 ชั่วโมง ก็เป็นการร่วมมือกันนะครับ โดยการบริการองค์การส่วนจังหวัดของกระบี่ กับโรงพยาบาลกระบี่นะครับ แล้วก็ทำห้องแล็บขึ้นมา ก็ทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มั่นใจมากขึ้นว่าระบบสาธารณสุขสามารถที่จะไปได้ทุกที่ แล้วก็มีมาตรฐานเหมือนกันหมดนะครับ ในระบบตรงนี้เพื่อให้เราตรวจรายใหม่ ๆ ได้เจอโดยเร็ว แล้วก็ปรากฏว่ากระบี่เองเป็น ๑ ในจังหวัดที่ทำเรื่องของ Active Case Finding แล้วเจอ Case ขึ้นมาด้วย ผมขออนุญาตจบประเด็นของการรายงานสถานการณ์รายวันเพียงแค่นี้นะครับ ก็จะนำเรียนในสถานการณ์ที่ต้องเข้ากับในช่วงเวลาตอนนี้นะครับ ซึ่ง 30 เมษายน ก็เป็นวันที่ประกาศสิ้นสุดของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงแรกนะครับ แล้วก็ได้มีการประกาศต่อออกไปถึงวันที่ 31 พฤษภาคมไปแล้วตามที่ท่านผู้ชมทุกท่านได้รับทราบนะครับ วันนี้ผมจะมานำเรียนนะครับ ขออนุญาตได้เป็นตัวแทนของทางผู้บริหารผู้ใหญ่ทั้งหลายนะครับ ที่ได้มีการประชุมกันนะครับ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะท่านเป็น ผอ. ศูนย์ ศบค. นี้นะครับ แล้วก็เป็นตัวแทนของอีก 7 ท่าน ซึ่งวันนี้ท่านก็ได้มาอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลตรงนี้ด้วยนะครับ ซึ่งประกอบไปด้วยศาสตราจารย์คลินิกเกีรยติคุณ นายแพทย์ ปิยสกล ในฐานะที่ท่านเป็นที่ปรึกษาของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ศบค. นี้ แล้วก็มีท่านฉัตรชัย พรมเลิศ นะครับ ในฐานะปลัดของกระทรวงมหาดไทย และนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านพลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศาสตราจารย์พิเศษดอกเตอร์ ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขานุการเศรษฐกิจและสังคม หรือ ศสช. นายประทีป กีระติ เลขานุการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แล้วก็นายกริณ สารสินธ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศ ซึ่งผมเองขออนุญาตเป็นตัวแทนของทุกท่านนี้นะครับ ได้มารายงานถึงข้อสรุปที่จะเป็นการเดินหน้าต่อในมาตรการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นนะครับ ก่อนอื่นนั้นขออนุญาตนำเรียนนะครับ สาส์นจากทางท่าน ผอ. ศบค. ในนามของทางท่านนายกรัฐมนตรี ต่อการเริ่มดำเนินการมาตรการผ่อนปรน ในวันที่เราประกาศวันนี้ คือ 30 เมษายนนี้นะครับ ท่านนำเรียนว่า เน้นย้ำว่าการดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้ตัดสินใจร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID19 ไปด้วยกัน ทั้งในการเรื่องของการระบาด และผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยหากเราสามารถควบคุมสถานการณ์ทางด้านสาธารณสุขในระยะแรกนี้ได้ ก็จะมีการดำเนินมาตรการผ่อนปรนในระยะต่อ ๆ ไปได้ 2. นะครับ ท่านขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทำให้ประชาชนปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพ ค่าใช้จ่าย วิถีชีวิตของประชาชน และป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ หากเราควบคุมได้ไม่ดีทุกอย่างอาจจะแย่ลง ทุกคนเข้าใจดีว่าภารกิจนี้อาจจะเป็นงานที่ยาก ท้าทาย แต่หากเราทุกคน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ ผู้อุปโภค บริโภค และประชาชนร่วมมือกัน ด้วยความตั้งใจ มุ่งเน้นในเรื่องของการป้องกันตนเองและผู้อื่น มีสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เผื่อแผ่แบ่งกันก็จะสำเร็จได้ แล้วข้อสุดท้ายท่านก็ฝากมาว่าต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกันในคณะกรรมการพิจรณามาตรการผ่อนปรน ซึ่งประกอบไปด้วยภาครัฐ ธุรกิจ เอกชน ประชาชน ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ให้ข้อเสนอและหามาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการมาอย่างรอบคอบ และคงไม่ใช่เพราะคำสั่ง หรือการตัดสินใจของนายกฯ เพียงคนเดียว และต่อจากนี้จะเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศที่ต้องช่วยกัน ร่วมมือกัน มาตรการครั้งนี้ถึงจะสำเร็จได้นะครับ ก็นำเรียนนะครับว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ที่มีมาตรการที่จะประกาศกันนะครับในวันนี้นั้น ก็ผ่าก็ผ่านมาหลายเวทีจริง ๆ ครับ อย่างที่ท่านได้เห็นนะครับ ทั้งในเวทีของทั้งภาคของธุรกิจ ของภาคกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ภาคของทาง สสช. นะครับแล้วก็ฝ่ายมั่นคงเข้ามาร่วมกันมากมายเดเดียวนะครับ ก็นำเรียนว่าวันนี้ผมขออนุญาตทวนความสักนิดหนึ่ง ถ้าท่านผู้ชมได้รับทราบเราได้มีการประกาศนะครับ การขยายระยะเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินอันนี้คือก้อนที่ ๑ นะครับ และส่วนที่ ๒ คือตอนนี้ที่เราจะต้องบอกก็คือกำหนดมาตรการผ่อนปรนนะครับ พูดง่าย ๆ ตอนแรกนี้เราตรึงกันไว้ก่อน เราตรึงด้วย แล้วตึงด้วยนะครับ ทั้งในเรื่องของความเข้มในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ซึ่งยาวมาแล้ว ๑ เดือนนะครับ แล้วก็มีการประกาศว่า ในเดือนที่ 2 ก็ต้องยาวต่อไป ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม แต่การตรึงมาตรการ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นี่ยาวไปจนถึง 31 พฤษภาคม นี้เกิดขึ้นแน่ แต่ความตึงอันเดิม ที่มาตรการต่าง ๆ กิจการทั้งหลายต้องหย่อนเดิม ที่มีมาตรการกิจการต่าง ๆ ต้องหย่อนลงมาบ้าง ซึ่งอันนี้เป็นหลักการนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ซึ่งการติดเชื้อตอนนี้ เหลือเลขหลักหน่วยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแต่อย่างไรก็ตามแต่การผ่อน การคลายทั้งหลายล้วนแล้วแต่จะมีผลต่อตัวเลขของการติดเชื้อทั้งสิ้น เนื่องจากการผ่อนคลายตรงนี้เกี่ยวข้องกับคน ซึ่งคนก็เป็นพาหะของโรค ถ้าเราผ่อนมากเกินไปการกลับเข้ามาของการติดเชื้อจะเหมือนประเทศที่ข้างเคียงของเรา ซึ่งเขาต้องกลับมามีมาตรการที่จะต้องตึงมาเหมือนเดิม ผ่อนไปแล้วก็ต้องปรับได้ ตึงมากเกินไปก็ไม่ดี มีผลกระทบต่อทางด้านเศรษฐกิจนะครับ ผมขออนุญาตทวนความเรื่องของการตรึงสถานการณ์อันแรก ก็คือเรื่องของฉุกเฉินนั้นยังคงตรึงอะไรบ้างครับ ก็คือ 1. คือเรื่องของมาตรการเคอร์ฟิว ยังคงที่ที่ 4 ทุ่ม ถึง ตี 4 อันนี้เน้นย้ำนะครับ 2. คือเรื่องของการเดินทางเข้า-ออก ราชอาณาจักร ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ วันนี้คุยกันเรื่องตรงนี้นะครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้บอกว่าตามนโยบาย ของท่าน ผอ. ศบค. ในการที่ให้มี State Quarantine หรือสถานกักกันนะครับ ตอนนี้มีคนเข้าไปอยู่จำนวนมาก หลาย ๑,๐๐๐ คน เราตรวจพบคนที่มีการติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 80 กว่าคนนะครับ ซึ่งถ้า 80 กว่าคนนี้เราไม่ได้ให้เขาอยู่ State Quarantine สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ จะกระจายไปอยู่ในสังคม อาจจะมีคนที่ติดเชื้อขึ้นมาร่วมหมื่นคน ซึ่งตัวเลขไม่ใช่วันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นนโยบายทางท่าน ผอ. ศบค. ตัดสินใจให้มuทำให้เกิดผลตรงนี้ เพราะฉะนั้นยังคงต่อครับว่า ยังควบคุมการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรนะครับต่อไปก็คือข้อที่ 4 ก็คือเรื่องของการจำกัดการบิน อันแรกเป็นเรื่องภายในประเทศ อันที่ ๔ นี้ครับ เป็นการจำกัดการบินเข้าออกของสายการบินระหว่างประเทศ อันนี้นำเรียนว่าเกี่ยวโยงกันกับเรื่อง State Quarantine อย่างที่บอกนะครับ โดยอนุญาตให้ส่งสินค้าอะไรทั้งหลาย แล้วก็กรณีรับคนที่เราได้ตกลงกันไว้นะครับ อีกเป็นระยะเวลา 1 เดือน ก็คือ 1-31 พฤษภาคม และยังคงงด หรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น อันนี้เป็นข้อที่ 5 แล้วข้อที่ 6 ก็คือ ยังคงแนวทางการทำงานที่บ้านให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 แล้วก็ข้อสุดท้ายก็คือ เข้มงวดไม่ให้ประชาชน เข้าไปในพื้นที่ หรือสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ไปทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคเป็นการชั่วคราว อันนี้คือการตรึงมาตรการเดิมคงไว้นะครับ ส่วนมาตรการผ่อนปรนนะครับ ได้มีข้อกำหนดที่จะเกิดขึ้น โดยมาตาการผ่อนปรนนี้จะกำหนดให้มีมาตรฐานกลาง ของแต่ละกิจการ กิจกรรม ขอเน้นย้ำคำว่าท่านจะคุ้นเคยกับคำว่ากิจการและกิจกรรมนะครับ กิจการนี้จะเป็นเรื่องของผู้ประกอบการ เช่น แผงลอย หาบเร่ อะไรทั้งหลายนี่ เราจะเรียกว่าเป็นกิจการย่อย ๆ ขึ้นมา กิจกรรมจะเป็นเรื่องของรายบุคคล เช่น ถ้าท่านเข้าไปสวนสาธารณะ จะไปทำการรำไทเก๊กร่วมกัน ตรงนี้ถือว่าเป็นกิจกรรม เราจะมีตรงนี้ขึ้นมา ตรงนี้นะครับก็บอกว่าทาง ศบค. จะเป็นผู้กำหนดมาตรการผ่อนปรน โดยกำหนดมาตรฐานกลางนะครับ ของแต่ละกิจการ กิจกรรมในทุกพิื้นที่ ให้ยึดถือปฏิบัติ แล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำหนดรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้รายละเอียดของการปฏิบัติของแต่ละพื้นที่ สามารถมีความเข้มข้นมากกว่าได้ แต่มีความเข้มข้นน้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ อันนี้หลายท่านคงจะจำได้ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนแถลงตอนช่วงแรก ๆ ที่ท่านอาจารย์วิษณุ เครืองาม ท่านได้มาที่นี่ และก็เป็นผู้ที่อธิบายเรื่องนี้นะครับ ในแต่ละจังหวัดต้องยึดมาตรฐานของกลางเอาไว้ แต่ถ้าจะไปเพิ่มข้อที่จะเข้มขึ้นกว่านี้ได้ แต่ถ้าจะลดหย่อนกว่ามาตรฐานการของ ศบค. ไม่ได้ อันนี้นำเรียนเพื่อความเข้าใจกันทุกท่านนะครับ แล้วต่อจากนั้นมีอะไรบ้างครับ แนวทางการดำเนินงานจะต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และนำปัจจัยด้านสังคม และปัจจัยด้านเศรษฐกิจมาประกอบการพิจารณา เน้นย้ำนะครับ เอาเรื่องของสาธารณสุขเป็นหลักขึ้นมาก่อนนะครับ สังคม เศรษฐกิจตามมา เหมือนอย่างที่เราคุยกันมาตลอด เพราะว่าเรื่องของการติดโรคนะครับ หรืออะไรทั้งหลาย หลักการทางวิชาการด้านสาธารณสุขจะเป็นผู้รู้ก็จะแจ้งขึ้นมาให้ได้รับทราบนะครับ ถัดมาจะมีเรื่องของการยึดถือข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปีพุทธศักราช 2548 ฉบับที่ ๑ ข้อ ๑๑ นะครับ ซึ่งมีมาตรการดำเนินการดังต่อไปนี้ ซึ่งในรายละเอียดนี้หลายท่านคงคุ้นเคย ข้อ 11 ฉบับ 1 นี่นะครับ ก็เช่น การทำความสะอาดพื้นผิวของสถานที่ที่เกี่ยวข้อง ในก่อนและหลังการทำกิจกรรม รวมถึงการกำจัดเรื่องของมูลฝอย การใส่หน้ากากผ้าอยู่เสมอนะครับ ทั้งผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการนะครับ การล้างมือ การเว้นระยะนั่ง 1 เมตร อันนี้กำหนดไว้ในตรงนี้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วครับ ระยะนั่งหรือยืน อันนี้หลายคนก็คงจะต้องไปปรับใช้ถ้ามีการเปิดเรื่องของกิจการ เช่น ถ้าหากมีการอนุญาตให้มีการนั่งรับประทานอาหารในร้านจะต้องมีตรงนี้ อย่างน้อยมาตรฐานตรงนี้ในเรื่องของข้อกำหนดนี้จะต้องมีอยู่นะครับ แล้วก็ไม่ให้แออัด อาจจะต้องมีแอปพลิเคชันตามตัว ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันไป มาตรการต่าง ๆ ตอนนี้มาถึงจุดสำคัญแล้วครับ ที่คนอยากจะรอคอยว่าคืออะไร วันนี้เดี๋ยวขออนุญาตขึ้นเป็นภาพฉาย ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมแรกนะครับ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทาง ผอ. ศบค. และทีมงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันพิจารณา มีทั้งหมดประมาณ 6 กลุ่มกิจกรรมและกิจการนะครับ 1. ก็คือเรื่องของตลาด ในเรื่องย่อย ๆ ของตลาดนี้มีอะไรบ้างครับ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอยนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่เรามีการผ่อนปรนให้ท่านทำ อันที่ 2 คือร้านจำหน่ายอาหาร คือร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม ซึ่งอันนี้อยู่นอกห้างสรรพสินค้านี้ครับ สามารถที่จะเปิดดำเนินการได้ ร้านอาหารริมทางนะครับ รถเข็น หาบเร่ซึ่งอันนี้จะกระทบต่อพี่น้องส่วนใหญ๋ที่ได้เป็นผู้ที่ พูดง่าย ๆ ในภาษาเราก็คือทำงานกันหาเช้ากินค่ำทั้งหลายนี้นะครับ ได้ดูแลตัวเอง แล้วก็สามารถที่จะประกอบกิจการได้นะครับ 3 คือกิจการค้าปลีก-ส่งนะครับ คือมีอะไรบ้างครับ นะครับ คือมีอะไรบ้าง Supermarket ร้านสะดวกซื้อ บริเวณพื้นที่นั่ง ยืน รับประทาน เดิมนี่ไม่มี อันนี้อนุญาตให้มี รถเร่ หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภคนะครับ อันนี้ก็มีภาพที่จะเห็นว่าจะได้สามารถทำงานได้นะครับ กระจายไปทั่วทุกที่ได้ ร้านค้าปลีกขนาดย่อม ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านค้าปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมนะครับ ๔. ก็คือ กีฬาสันทนาการ มีกิจกรรมอะไรบ้าง กิจกรรมในสวนสาธารณะ อันนี้ได้แก่ เดิน นะครับ รำไทเก๊กนะครับ เป็นกิจกรรมที่เป็นตัวอย่าง สถานกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกาย โดยไม่ได้เล่นเป็นทีม และไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ และสนามซ้อมนะครับ 5. คือกลุ่มร้านตัดผม เสริมสวยนะครับ ก็เป็นการเปิดร้านตัดผมให้ทำได้ โดยตัดเฉพาะตัด สระ ไดร์ผม นะครับ แล้วก็ธุรกิจอื่น ๆ คือ 6. ร้านตัดขนสัตว์ หรือร้านรับเลี้ยงแล้วฝากสัตว์ นี่คือข้อกว้าง ๆ นะครับ ในรายละเอียดปลีกย่อยจะมีประเด็นต่าง ๆ ซึ่งเดี๋ยวคงจะมีการนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนนะครับ ว่าในรายละเอียดแต่ละเรื่อง แต่ละกลุ่มกิจการและธุรกิจนี้ จะมี ๑. คือ มาตรการการควบคุมหลัก ซึ่งเมื่อกี้ที่บอกมาก็ถอดออกมาจากเรื่องของมาตรา เมื่อกี้ที่พูดไปน่ะนะครับ เรื่องของข้อกำหนดในกฎหมายอันแรกที่ว่ากันไว้นะครับ แล้วก็ในข้อ 11 ในข้อกำหนดข้อ 11 ในของฉบับที่ 1 ที่ออกมา อันนี้มาตรการหลักก็จะเหมือนกัน คล้าย ๆ กันนะครับ ส่วนมาตรการเสริมจะมีความเชื่อมโยงกัน ปรับไปตามสถานการณ์ของแต่ละที่ เช่น ตลาดสดอาจจะมีเรื่องของการคัดกรองคนเข้ามาอย่างไรนะครับ เข้ามาแบบไหนนะครับ หรือว่าเรื่องของที่นั่งของร้านอาหาร จะมีมาตรการเสริมอยู่ในอีกรายละเอียดหนึ่ง ซึ่งเราคงจะต้องใช้เวลากันพอสมควร ในการที่จะลงในรายละเอียดนี้ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยนะครับ ทางท่านเลขาฯ ศสช. นะครับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขคงจะได้ร่วมกัน รวมถึงท่านประธานหอการค้าจะได้มีชุดข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเป็นชุดข้อมูลที่จะส่งไปถึงแต่ละจังหวัด แต่ละหน่วยกิจการ กิจกรรมที่จะประชาสัมพันธ์ แล้วก็ไปบอกต่แพี่น้องประชาชน เพื่อให้ได้รับทราบ ความสำคัญตรงนี้สำคัญอย่างยิ่งนะครับเพราะว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่เราต้องการดูแลผู้ประกอบการอย่างเดียวให้เขาได้รับโอกาสในการที่จะผ่อนคลายตรงนี้ แต่ความสำคัญของเขา ยังมีความสำคัญต่อผู้รับบริการด้วย ว่าผู้รับบริการจะต้องไม่รับความเสี่ยงในการเกิดโรคขึ้นมาอีกเลย อย่าว่าแต่ผู้รับบริการเลยครับ ผู้ให้บริการเองก็ต้องระวังด้วยว่าผู้รับบริการอาจจะเอาโรคมาติดท่าน เพราะฉะนั้นการมีมาตรการอย่างนี้ ภาครัฐเราออกมาเพื่อคุ้มครองท่านทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าท่านเห็นด้วยกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ในการที่จะผ่อนคลาย ก็ฝากท่านทุกท่านช่วยให้ความร่วมมือ แล้วก็นำมาศึกษา แล้วค่อย ๆ ปรับปฏิบัติกันไป ซึ่งแนวโน้มที่เราบอกไปนั้นนะครัับ อาจจะมีเว้นวันเวลาช่วงว่างนะครับ สัก ๒ - ๓ วันนี้นะครับ เมื่อเช้านี้ทางท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. ก็อาจจะบอกว่าสักวันที่ 3 ก็ได้นะครับ ถ้าท่าน ธุรกิจบางธุรกิจสามารถที่จะปรับตัวได้เร็ว วันที่ 3 ก็เริ่มกิจกรรมต่าง ๆ นี้ไป แล้วเราจะใช้ช่วงเวลาประมาณ ๑๔ วัน หลังจากนี้ไป หรืออาจจะช่วงเวลาตลอดตรงนี้ไปถึง 14 วันนี้คอยติดตามนะครับ ประเมินผลผลอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีตัวเลขของการคงที่ของการติดเชื้อไปเรื่อย ๆ แสดงถึงท่านให้ความร่วมมืออย่างดี ท่านรู้วิธีการจัดการตัวเอง จัดการกิจการ จัดการกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดี เราก็จะสามารถเลื่อนลำดับขึ้นไปในกิจการและกิจกรรมที่มีความผ่อนคลายได้กว่านี้ แต่ถ้าใน 14 วันนี้ตัวเลขที่ผมต้องมารายงานสถานการณ์ให้ท่านผู้ชมฟังทุกวันนี้ มันเพิ่มขึ้นเป็น 2 หลัก เพ่่ิมขึ้นเป็น 3 หลัก ท่านต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่ง ว่าพวกเราคงจะต้องมาร่วมกันคิด แล้วต้องถอยหลังกลับมาในความตรึง หรือในความตึงของชุดกิจการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องถูกทบทวนใหม่ทั้งหมด เราจะพยายามเดินไปด้วยกันนะครับ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แจ้งเอาไว้ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดนี้ ไม่ใช่ระดับของผู้บริหารอย่างเดียว ภาครัฐอย่างเดียว หรือภาคเอกชนเจ้าเดียว ทุกคนมีส่วนร่วมเหมือนกันทั้งหมด เคยนำเรียนว่า ตามหลักการแล้วเราต้องร่วมกันให้ได้เราถึงจะคุมโรคได้ขนาดนี้ ตัวเลข 7 รายในวันนี้นี่ เกิดขึ้นจากท่านทำงานกันอย่างดีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย ผมเชื่อว่าร่วมมือกัน ผมเชื่อว่าเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำครับตอนนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ของทุกท่านอยากจะให้มาร่วมมือกันในอีกความ ในอีกมาตรการหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง อย่างที่บอกนะครับหลายประเทศเพลี้ยงพล้ำไปนิดเดียว กลับไปเป็นเหมือนเดิมเลย ในครั้งนี้ของเราเราไม่ต้องการความเสี่ยงแม้แต่น้อยนะครับ ใครที่จะติดเชื้อขึ้นมาเป็นเลข 2 หลัก 3 หลักอยู่ในข้างหน้า เราไม่รู้อาจจะเป็นญาติพี่น้องของเราด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดของเรา ผมต้องขออนุญาตใช้เวลานี้มากหน่อยหนึ่ง ในการเน้นย้ำความสำคัญ แล้วในทุก ๆ วันที่จะต้องมาพูดในกรณีของการรายงานสถานการณ์ แล้วก็ไปเห็นภาพของความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนที่เราจะเกิดขึ้นอีก ๑๔ วันข้างหน้านี้ ขอให้พวกเราประสบความสำเร็จเหมือนอย่างที่เราทำกันมาในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานะครับ ครับผมขออนุญาตได้จบในกรณีของการแถลงข่าวนะครับในเชิงของภาพของการต่อมาตรการนี้นะครับ คงจะเป็นช่วงเวลาที่จะรอคำถามจากสื่อมวลชนนะครับ เพื่อที่จะได้ให้ท่านผู้บริหารระดับสูงที่มารออยู่ตรงนี้ ได้เป็นผู้ให้คำตอบในวันนี้ด้วยนะครับผม (คุณปวีณา) ขอเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถามคำถามเลยนะคะ ไมโครโฟนจะอยู่ด้านขวามือของทุก ๆ ท่านนะคะ รบกวนเดินไปถามคำถามที่ไมโครโฟน เพื่อที่จะให้คุณผู้ชมที่ติดตามอยู่ทางบ้านได้ยินคำถามด้วย แล้วจะเรียนเชิญแต่ละท่านผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละด้านเข้ามาสอบถามและชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ เรียนเชิญสื่อมวลชนก่อนค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เชิญเลยครับ (ผู้สื่อข่าว) ขออนุญาตสอบถามนะคะ สุมณทาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดนะคะ ตอนนี้ทุกคนก็ทราบว่าหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนร่วมมือในการแก้ปัญหา แล้วก็มีมาตรการต่าง ๆ ออกมาทุกฝ่ายก็ร่วมมือกันดี คือมีพฤติกรรมหลาย ๆ อย่าง ที่หลาย ๆ คนเป็นห่วงอย่างการฆ่าตัวตาย หรือการหาทางออกไม่ได้ แล้วก็คล้าย ๆ จะมีพฤติกรรมเลียนแบบ ตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมสุขภาพจิต จะแก้ปัญหา และมีมาตรการตรงนี้อย่างไรคะ อีกอย่างหนึ่งคือหน่วยงานที่ช่วยเหลือความเดือดร้อนกับความเดือดร้อนซึ่งอาจจะผูกเนื่องกัน กับการคิดสั้นของคนเราจะมีปัญหา แล้วก็แก้ไขอย่างไร ให้เขาไม่ติดสินใจอย่างนี้ ขอบคุณค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ขออนุญาตได้เป็นผู้ให้คำตอบแทนนะครับ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็มอบผมคงเป็นในฐานะผมเป็นจิตแพทย์ด้วยนะครับ นำเรียนว่าข้อมูลต่าง ๆ เรื่องของการฆ่าตัวตายนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขนะครับก็โดยตั้งแต่ท่านผู้บริหารระดับสูง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดกระทรวงได้นำชุดข้อมูลนี้มาคุยกันในที่ประชุมของ EOC กันหลายครั้ง แล้วก็มีการเทียบเคียงนำกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์มา แล้วรวมถึงการดูบทความทางวิชาการที่เกิดขึ้น สิ่งที่ได้รับทราบมานั้น ก็ต้องของคุณนักวิชาการ ขอบคุณทางสื่อมวลชนที่นำเสนอภาพนี้ เรามาย้อนดูจากทางด้านกรมสุขภาพจิต ได้นำรายงานขึ้นมานะครับ ตัวเลขที่มีการรายงานกันขึ้นมาในปีนี้ก็น่าห่วงจริง ๆ ครับ เพราะว่าสถานการณ์นี้เป็นวิกฤติทั่วโลก แล้วเป็นวิกฤติของคนไทย การยอมรับว่าเป็นสถานการณ์วิกฤติสิ่งที่จะกระทบกลับมา นอกจากเรื่องของทางด้านการป่วยทางกายแล้ว การป่วยทางจิตเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าเป็นผลกระทบที่ชัดเจน แล้วก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเทศไทยเราเท่านั้นครับ แล้วแนวโน้มการพยากรณ์ด้านนี้ ก็เหมือนการพยากรณ์โรคติดโรคว่าคงจะต้องเห็นตัวเลขของการเสียชีวิตจากการพยายามทำร้ายตัวเอง แล้วก็ฆ่าตัวตายนี้เหมือนกัน การพยากรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ แล้วไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดไปจากความคาดหมาย แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ในเรื่องของการเผชิญกับความเป็นจริง เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องทำคล้าย ๆ กัน ของการดูแลควบคุมโรคติดต่อ ถึงแม้จะมากขึ้น บอกว่าจะต้องเพิ่มขึ้น แต่หน้าที่ของกระทรวงเราก็ต้องเข้าไปศึกษา และหาทางในการที่จะลดจำนวนการสูญเสียในเรื่องของการฆ่าตัวตาย ซึ่งในหลักการของการดูแลเรื่องของปัญหาการฆ่าตัวตาย เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ เพราะฉะนั้นสัญญาณของการฆ่าตัวตาย สัญญาณของการเจ็บป่วยทางจิต ทางกายต่าง ๆ ที่มีมาก่อน เป็นกระบวนการที่พี่น้องทางด้านสาธารณสุขจะต้องเข้าไปดู บวกรวมกับทางด้านภาคของเศรษฐกิจต่าง ๆ การแก้ไขปัญหาที่ตรงเหตุก็จะช่วยทำให้เกิดการลดการสูญเสียทางด้านนี้ได้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนทีเดียวนะครับ ในหลาย ๆ ประเทศก็ต้องมีร่วมกันในระดับประเทศ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ระดับของกระทรวงเท่านั้น ต้องเป็นการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือมาตรการส่วนบุคคล ถ้าตอนนี้ประชากรคนไทยทั้งหลายหรือคนที่มีความคิด หรือมีเรื่องของผลกระทบทางด้านสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ การมีความคิดเรื่องของการฆ่าตัวตายนี่ หลายคนเคยบอกกันนะครับ ในเชิงวิชาการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นจะมีลักษณะของการแสดงออก ขอให้ประชาชนคนไทย ที่อยู่ใกล้ชิด หรือเป็นญาติ เป็นอะไรทั้งหลาย ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ แล้วร้องขอความช่วยเหลือมายังกระทรวงสาธารณสุข เรามีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 24 ชั่วโมง สามารถเรียกใช้บริการได้ทั้นทีนะครับ แล้วเราก็จะเข้าไปช่วยกันแก้ไข เราเคยเจอวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงของปี 2540 ที่เราเรียกว่าต้มยำกุ้ง ตอนนั้นตัวเลขผู้ที่สียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย เพิ่มขึ้นเป็น 8.3 ต่อ 1 แสนประชากร แต่ครั้งนี้ยังไม่ถึงตอนนั้น ยังมีมาตรการที่พวกเราสามารถที่จะป้องกันทำให้ตัวเลขลดลงได้ แต่ต้องร่วมมือกันในทุก ๆ ภาคส่วนครับผม ครับ (ผู้สื่อข่าว) สวัสดีค่ะ สุภา สิริเดช อยากถามที่ทางภาครัฐมีการผ่อนปรนในตอนนี้ กิจการหรือกิจกรรมอะไรตรงนี้ 14 วันหลังจากนี้คือการประเมินผลในกิจกรรม กิจการที่ได้มีการอนุมัติไป และถามว่า 14 วันนี้จะเป็นตัวชี้วัดในกิจการที่รอคอยใช่ไหมคะว่าจะสามารถผ่อนปรนได้หรือเปล่า ตรงนี้ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ผมขออนุญาตได้เรียนถามท่านเลขาฯ ศสช. มาตอบตรงนี้ครับ กราบเรียนครับ (เลขาธิการ ศสช.) ก็เป็นคำถามที่สำคัญนะครับ ก็อยากจะเรียนให้เห็นภาพรวมก่อนว่าในการทำงานของเรานี่ เราได้มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงเป็น 4 ระยะนะครับ ระยะแรกนี่คือกิจการและกิจกรรมที่คิดว่ามีความเสี่ยงน้อย ที่ทางคุณหมอทวีศิลป์ได้อธิบายไปแล้วนะครับ ก็จะมีการเปิดในวันที่ 3 นี้นะครับ ส่วนกิจกรรม หรือกิจการบางอย่างที่มีความเสี่ยงมากนะครับ คนอยู่แออัดมีโอกาสสัมผัส เช่น จัดคอนเสิร์ต สนามมวย สนามฟุตบอล พวกนี้นะครับ เราก็จะเก็บเอาไว้ในระยะที่ 4 นะครับ ส่วนที่เหลือก็หมายความว่า ก็อยู่ในระยะที่ 2 ระยะที่ 3 นะครับ ระยะที่ 2 กับระยะที่ 3 ได้เมื่อไร ก็ขึ้นอยู่กับตัวแปร ๒ ตัว อันที่ 1 ที่เมื่อกี้คุณหมอได้อธิบายไปแล้วก็คือถ้า 14 วันนี้นะครับ เมื่อมีการเปิดออกมาแล้วนะครับ ปรากฏว่าผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ หรือเพิ่มขึ้นค่อนข้างน้อย เราก็จะมีความมั่นใจในการที่จะต่อไประยะที่ 2 และระยะที่ 3 นะครับ ในระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ก็จะกราบเรียนนะครับว่า จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะเป็นกิจการที่อาจจะเป็นกิจการในระบบปิด ที่มีอยู่ในห้างสรรพสินค้าก็ดี หรือร้านค้าก็ดี ซึ่งตรงนั้นนี่ เราได้มีการเตรียมการนะครับ ว่าห้างร้านที่จะเปิดในระยะถัดต่อจากนี้ไป ก็จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งจะต้องมีการขออนุญาตเข้ามานะครับ แล้วทางราชการคือท้องถิ่นนี่ ก็จะมีการอนุมัติ แล้วก็จะให้ QR Code ไปติดที่หน้าร้าน ก็แสดงว่าเป็นร้านที่ปลอดภัย ประชาชนจะไปใช้บริการก็ใช้มือถือ scan สำหรับคนที่ใช้ไม่ได้ทางร้านก็จะช่วย Key ข้อมูลต่าง ๆ ให้นะครับ ฉะนั้นในระยะที่ 2 นี่ ก็จะมีระบบที่ดูแลรายละเอียดชัดเจนมากขึ้นนะครับ โดยเราจะกลับไปใช้ในระบบของดิจิทัลเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่ลืมท่านที่อาจจะไม่ถนัดในการใช้ระบบดิจิทัล ฉะนั้น คำตอบ หัวใจสำคัญก็คือ 1 ระยะที่ 1 นี่ล่ะ ว่าผลออกมาเป็นอย่างไร แล้วจะไประยะที่ ๒ ได้ ห้างร้าน สถานประกอบการเหล่านั้นก็จะต้องมีความพร้อมนะครับ ฉะนั้นตอนนี้ผมบอกโจทย์ได้เลยว่าทุกห้างร้านนี่ เตรียมตัวนะครับ จัดร้านตัวเอง จัดห้างตัวเองเอาไว้ สำหรับระยะที่ 2 นะครับ เมื่อเหตุการณ์ระยะที่ ๑ ผ่านไป แล้วท่านมีความพร้อม ตรวจกันได้เรียบร้อยเราก็จะก้าวไปสู่ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ต่อไปครับ ขอบคุณครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เชิญต่อเลยครับ (ผู้สื่อข่าว) ภัทธิรา จากข่าวสดคือถามเรื่องหนึ่งที่หลาย ๆ คนยังมีความรู้สึกว่ายังไม่ชัดเจน แม้จะมีประกาศเมื่อวานนี้ไปแล้ว เรืื่องเล่าแอลกอฮอล์ เรื่อง ๖ หมวดที่ผ่อนปรนไปก็ยังไม่ชัดเจนว่า ตกลงขายได้หรือเปล่า อันนี้คืออยากรู้ความชัดเจนว่าขายได้หรือเปล่า หรือว่าซื้อกลับบ้านได้ไหม เปิดให้ขายแล้วกับไปที่บ้านได้ไหม 2. ในการเปิดช่วงแรก คือ กรณี ๑๔ วัน ที่เราจะต้องดูประเมินสถานการณ์ใช่ไหมคะ ทางศูนย์ฯ นี้ ได้มองยาว ๆ ไปว่า จากวันนี้ 14 วันช่วงแรกถึงวันสุดท้ายทุกอย่างที่จะมาเปิดสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องใช้เวลานานแค่ไหน คือตรงนี้สามารถบอกประชาชนได้ไหมว่าเขาจะกลับมา โอ.เค. เป็น New Normal แต่ว่า New Normal นี่ เขาสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้แบบใหม่ ชีวิตวิถีใหม่แบบคุณหมอบอกอย่างนี้จะเป็นไปได้ในเมื่อไหร่คะ ขอบคุณค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับผม มี 2 คำถามนะครับ คำถามที่ 2 ก่อน เรื่องเล่าต้องนำเรียนว่าเรียนเชิญท่านปลัดมหาดไทย ได้มาตอบตรงนี้ แต่เรื่องของ 14 วันนี้ แล้วก็เมือ่ไหร่ที่จะกลับมาเป็นปกตินี่ นำเรียนว่า ถ้าตามระยะที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกไว้ เราแบ่งเป็น 4 ระยะไว้ แล้วก็จะค่อย ๆ ขยับทีละ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ 4 ครั้งก็จะพบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ระยะเวลาจะเท่าไร ท่านก็ให้ช่วงเวลาไว้ 14 วัน 14 วันนี้มาจากไหน ก็คือมาจากระยะของโรคที่ถ้าทำอะไรขึ้นมาแล้วจะเห็นผลว่า จะเพิ่ม-ลด จำนวนของการติดเชื้อหรือเปล่าก็เป็นหลักการ เพราะฉะนั้นถ้าตาม ถ้าเป๊ะแบบดีหมดทุกอย่างนะครับ 14 วันแรกผ่านไปอย่างดี 14 วันที่ 2 ผ่านอย่างดีนะครับ แบ่งเป็น ๔ ช่วง ก็เท่ากับว่า ประมาณ 2 เดือน ถ้าดูโดยประมาณนะครับ ซึ่งก็แต่จะเป๊ะอย่างนั้นหรือเปล่า โรคจะหายไปภายใน 2 เดือนหรือเปล่า ไม่ได้เกิดจากข้อมูลของประเทศไทยอย่างเดียวนะครับ ถ้าเรายังเห็นสิงคโปร์ เห็นมาเลเซีย ยังเห็นกัมพูชา .... รอบประเทศเรายังมีจำนวนมากต่าง ๆ เหล่านี้ในผู้ติดเชื้อ ก็อาจจะเป็นอีกตัวแปรหนึ่งในการเอาเข้ามาในการที่จะตอบตรงนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คงไม่ได้เป็นคำตอบที่จะบอกเป็นแบบชัดเจนนะครับ แต่อีกนั่นล่ะครับ ก็ยังมีเมื่อวานนี้เห็นใครส่งกันมา ในเรื่องของการพยากรณ์โรค ในเรื่องของการใช้สถิติว่าตัวเชื้อโรคจะหายไปเมื่อไหร่นะครับ จะเห็นว่า ออกมาเข้าใจว่าถ้าจำไม่ผิด จะเป็นของทางสิงคโปร์ เป็นนักวิชาการ เอาสถิติมาร้อยเรียงกันจะหมดเชื้อ 100 เปอร์เซ็นต์ วันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งก็เป็นข่าวดีครับ แต่อีกนั่นล่ะ นั่นคือการใช้ข้อมูลสถิติมาอเมื่ออดีตมาอธิบายข้างหน้า แต่ถ้าวันนี้เราร่วมมือกันดีไปกว่านั้น อาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้ หรืออาจจะถ้าวันนี้เราหย่อนกันมาก พรุ่งนี้มีติดเชื้อเพิ่มเลยทันที ไม่ได้มีอะไรแน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเราก็ยังอยากจะมี เขาเรียกอะไรครับ ความหวังในเชิงบวก ซึ่งเกิดขึ้นมาร่วมมือกันอย่างนี้ครับ ส่วนเรื่องคำถามเรื่องเล่ากราบเรียนท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบเรียนครับ (ปลัดกระทรวงมหาดไทย) กราบเรียนครับ และพี่น้องประชาชนนะครับ ผมขอเรียนชี้แจงในส่วนของกระทรวงมหาดไทยนั้น มีหน้าที่อย่างแรกเลยคือสร้างความเข้าใจเพื่อแสวงความร่วมมือจากประชาชน ส่วนที่ 2 คือการกำกับการปฏิบัติงานตามข้อกำหนดหรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประเด็นำคำถามเรื่องเล่านั้นผมขอเรียนว่าห้วงที่ผ่านมานั้น เนื่องจาก เรามองว่าเหล้านั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ความเสี่ยงในการที่เกิดโรคนี้นะครับ ในการชุมนุมคนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นได้มีมาตรการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ได้ออกเป็นข้อกำหนดการปฏิบัติว่า ให้มีผลถึงวันที่ 30 เมษายน ที่ไม่ให้มีการจำหน่าย โดยสรุปอย่างนี้ แต่เนื่องจากมีรัฐบาล โดย ศบค. ได้ออกข้อสั่งการเป็นข้อกำหนดว่าการสั่งการใด ที่มีถึง 30 เมษายนนั้น ให้มีผลต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งในส่วนนี้ทางกระทรวงมหาดไทยเองก็จะดำเนินการตามข้อสั่งการที่เพิ่งออกมานี้ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ โอ.เค. ไหมครับ ครับ ผม (ผู้สื่อข่าว) สรุปว่าขายหรือไม่ขาย ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) อย่างน้อยผมบอกอีกทีนะครับ ว่ายืดออกไป การยืดของมาตรการข้อกำหนดต่าง ๆ นะครับ ที่ออกมานี้ ให้ยืดเวลาออกไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านปลัด Meaning ก็คือว่ายังไม่ต้องขาย ทำอย่างไรมา ทำอย่างนั้นต่อไปนะครับ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ณ ตอนนี้ไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นเรื่องของการขายสุรายังไม่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ครับ (คุณปวีณา) ระหว่างที่รอสื่อมวลชนถามคำถาม เพราะว่ามีข้อท้วงติงมานะคะ ใน Facebook Live กังวล เรื่องที่เราเปิดโอกาสให้ทุกท่านขึ้นไปใช้ทั้งโพเดียม และไมโครโฟนแล้วก็ไม่ได้ใส่หน้ากาก ต้องแจ้งให้ทราบนะคะว่า ในช่วงของการเปลี่ยนท่านผู้ชี้แจงทุก ๆ ครั้ง เรามีการฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ทุกครั้งนะคะ ให้คุณผู้ชมนั้นมีความสบายใจว่าเรานั้นดูแลเรื่องของความสะอาดแล้วก็ป้องกันเรื่องของการแพร่เชื้อด้วยค่ะ ไม่เกิดความเข้าใจผิด ลำดับต่อไปเชิญถามคำถามเพิ่มเติมค่ะ (ผู้สื่อข่าว) จารุณีจากสำนักข่าว TNN นะคะ อยากถามที่แบบว่าเปิดผ่อนปรนในเรื่องของแผงลอย ตลาดสดอันนี้คือให้จำหน่วย รวมกระทั่งขายเสื้อผ้าและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างอื่น นี่คือเปิดหมดในกิจการอย่างนี้เลยใช่ไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ผมขออนุญาตนำเรียนให้ทางท่านประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยนะครับ ท่านกลิน สารสินธุ์ ได้ตอบคำถามนี้ครับ เรียนเชิญครับ (คุณกลินท์) สวัสดีพ่อแม่พี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ ประชาชนในที่บ้าน เมื่อกี้ตอบคำถามว่าพวกหาเร่แผงลอยพวกนี้เปิดได้ทั้งหมดครับพวกนี้ยังขายได้ เปิดได้ทั้งหมดครับ แล้วก็ต้องทิ้งระยะห่างด้วยเวลาขายต้องแต่ละร้าน ต้องไม่ห่างกัน 1 เมตร คนขายก็ต้องควรใส่หน้ากาก คนซื้อก็ต้องใส่หน้ากากด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าเผื่อมีเจลล้างมือยิ่งดีเข้าไปใหญ่ครับ เสื้อผ้าได้ครับ อาหารเราให้อยู่แล้วนะครับ มีเสื้อผ้าด้วยครับ (คุณปวีณา) เสื้อผ้าขายได้ อาหารขายได้ แต่ต้องจัดระยะห่างใช่ไหมคะ (คุณกลินท์) ถูกต้องครับ ตามมาตรฐานหลักและมาตรฐานเสริมครับ (คุณปวีณา) ค่ะ แล้วก็จะมีถามว่าคนไปครอบครัวเดียวกัน อันนี้เรามีการพูดคุยนโยบายอย่างไรคะ ทานอาหารโต๊ะเดียวกันหรือเปล่า (คุณกลินท์) คงต้องทิ้งระยะห่าง 1 เมตรตามกติกา ถ้าเผื่อเป็นไปได้ก็อาจจะต้องเอาของกลับไปกินที่บ้านเหมือนเดิมก่อน ช่วงที่เราประกาศไปก่อนนะครับ (คุณปวีณา) เชิญสื่อมวลชนค่ะ (ผู้สื่อข่าว) กมลเนตร จากช่อง ๙ ค่ะ กรณีกิจการกลุ่มประเภทร้านอาหาร อันนี้จะเป็นเฉพาะนอกห้างสรรพสินค้าเท่านั้นหรือไม่ แล้วก็กลุ่มร้านที่อยู่นอกห้างสรรพสินค้า แต่ว่าเขาอาจจะติดแอร์ ตรงนี้เขาสามารถเปิดได้ไหม แล้วเขาใช้วิธีการเขาไม่เปิดแอร์ แต่ใช้วิธีเปิดหน้าต่างแทน แบบนี้เปิดได้ไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์)คือตอนนี้ที่ประกาศคือร้านอาหารทั่วไปนะครับ ร้านอาหารทั่วไป ที่จำกัดความ คือ ไม่เกิน 2 คูหา อันนี้เป็นเรื่องที่บอกขอให้เป็นอย่างนั้นนะครับ แล้วก็ร้านอาหารใหญ่ ๆ ยังไม่เปิด เป็นเฟสถัดไปนะครับ ถ้าเผื่อติดแอร์นี่ก็ตอนนี้ ณ ปัจจุบัน ก็อยากจะถ้าเป็นไปได้ ณ ตอนนี้ให้มีที่ดูดอากาศออกหน่อยก็จะเป็นประโยชน์ แต่ขณะเดียวกันก็จะมีมาตรการหลักและมาตรการเสริมนะครับ แต่ขณะเดียวกัน จะมีมาตรการหลัก และมาตรการเสริมให้ เดี๋ยวจะมีคู่มืออกให้ด้วยนะครับ คู่มือนี่ก็สามารถ เป็นคู่มือกลาง และแต่ละแห่งจะสามารถเอาไปช่วยได้ แต่ตอนนี้ถ้าร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ายังไม่เปิดครับ (คุณปวีณา) เรียนเชิญค่ะ (ผู้สื่อข่าว) อมรรัตน์ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนะคะ กรณีร้านอาหารอย่างเมื่อสักครู่ถามอีกนิดหนึ่ง กรณีที่เป็นห้องแถวอย่างนี้ เปิดได้ใช่ไหมคะ (คุณกลินท์) ห้องแถว ที่บอกร้านอาหารทั่วไปนะครับ คือห้องแถวไม่เกิน 1 คูหา ตามความจำกัดความของกระทรวงพาณิชน์ (ผู้สื่อข่าว) แต่การที่ต้องนั่งห่างกัน 1 เมตรร้านอาหารที่เป็นห้องแถวเขาจะต้องจัดโต๊ะอย่างไรคะ (คุณกลินท์) ต้องจัดโต๊ะห่างพอสมควรนะครับ (ผู้สื่อข่าว) แล้วถ้าไปนั่งห่างถูกไหมครับ ผมคิดว่าอาจจะเป็นเฟสที่ 2 จำกัดคน อย่าให้ไปมาก ขณะเดียวกันก็สามารถนั่งในร้านได้ครับ (ผู้สื่อข่าว) ร้านอาหารประเภทสุกี้ ชาบู พวกนี้ให้เปิดได้หรือยังคะ (คุณกลินท์) แต่ลำบากหน่อยครับ ต้องกินคนเดียว อาจจะหม้อเดียว ก็ลำบากหน่อยครับชาบู คือ เมื่อกี้บอกไปแล้วนะครับ ต้องเป็นร้านอาหารทั่วไปคือ 2 คูหา (ผู้สื่อข่าว) ต้องแยกหม้อด้วยใช่ไหมคะ ทีนี้โดยรวมแล้ว ร้านอาหารวิธีการปฏิบัติที่มอง ณ ตอนนี้ก็คือว่ายังอยากให้ซื้อกลับไปทานที่บ้านอยู่เหมือนเดิมใช่ไหมคะ คือว่าไปเป็นครอบครัวก็คือต้องนั่งแยกกัน ต้องมีการตรวจอุณหภูมิด้วยใช่ไหมคะ (คุณกลินท์) จะเพื่อความปลอดภัยของเจ้าของสถานประกอบการ ถามหน่อยว่าคุณตัวร้อนหรือเปล่า แล้วขณะเดียวกัน คนมาใช้บริการถามเจ้าของร้านตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง อาการเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้ที่เฟสแรกออกมาคืออยากให้ปฏิบัติให้ง่ายที่สุด ก็เลยประกาศออกมาเลยประกาศมาแบบนี้ครับ (ผู้สื่อข่าว) ขอถามอีกนิดหนึ่งค่ะ เฟสแรกที่ผ่อนปรนนี้กิจการค้าปลีกค้าส่งนะคะอย่างซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ถึงมาอยู่ในนี้ด้วย ที่ผ่านมาเรายังไม่มีกติกาชัดเจนนะครับ แต่ตอนนี้ซุปเปอร์มาเก็ตต่าง ๆ เรามีกติกาชัดเจนว่าเข้าไปต้องใส่หน้ากาก คนอยู่ในนั้นต้องใส่หน้ากาก ขณะเดียวกันการจ่ายเงินควรจะห่าง 1 เมตร ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีกติกาอันนี้ เลยบอกว่า ขอประกาศอันนี้มาขอให้ใช้กติกาหลัก และกติกาเสริมที่บอกไปนะครับ แล้วเราจะมีคู่มือให้ด้วยนะครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เชิญครับ ใช้เวลาทำความสะอาดทุกครั้งนะครับ (ผู้สื่อข่าว) จากช่อง 3 นะคะ คือ อย่างถนนคนเดินก็จะเหมือนสถานที่ท่องเทีี่ยวกลาย ๆ ไปด้วย ตรงนี้จะมีมาตรการควบคุมอย่างไรบ้างคะ พอเป็นถนนคนเดินก็จะมีสินค้ามากมายให้จับจ่าย ไม่เหมือนตลาดสดทั่วไป มาตรการจะมีมาตรการที่เข้มกว่าตลาดอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าคะ (คุณกลินท์) ถนนคนเดินที่ผ่านมานะครับ อยากจะให้มีผู้ประกอบการขอให้ทิ้งระยะห่างด้วย อย่างน้อย 1 เมตร นะครับ แล้วก็ควรจะใส่หน้ากากในการปฏิบัตินะครับ ส่วนคนจัดสถานที่ก็คงต้องเผื่อระยะหน่อยนะครับ อาจจะเว้นให้มากขึ้นได้ไหมอะไรต่าง ๆ พวกนี้ ที่มันแตกต่างจากปกติที่ทำอยู่นะครับ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ แล้วก็คนขายด้วยครับ (ผู้สื่อข่าว) แล้วถ้าในส่วนของแผงลอยตลาดนัด อย่างเช่น พวกไม่ปฏิบัติตามอย่างนี้เราอาจจะมีโทษเล็ก ๆ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไหม หรือว่าอย่างไร (คุณกลินท์) ผมอยากให้ประชาชนช่วยตักเตือน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ให้ทุกคนช่วยกันดูต้องดูเรื่องสุขภาพแต่ละคนครับ สุดท้ายนี้ก็ขอให้พวกเราทุกคน Work From Home ให้มากที่สุดนะครับ เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ขอบคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สักครู่นะคะ ขออนุญาตทำความสะอาดไมโครโฟนหน่อขออนุญาตทำความสะอาดไมโครโฟนก่อนนะคะ เพื่อให้ท่านต่อไปได้มีโอกาสถามคำถาม (นายแพทย์ ทวีศิลป์) อีกสัก 1 ท่านก็แล้วกันนะครับ ขออนุญาตพอดีหมดเวลา เชิญครับ (ผู้สื่อข่าว) มี 2 คำถาม เกี่ยวกับสายการบิน ปัจจุบันนี้สายการบินในประเทศสามารถบินได้ปกติเลยใช่ไหมคะ แล้วก็คำถามที่ 2 ค่ะ คือจากปัจจุบันนี่ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงเรื่อย ๆ นี่ สังเกตว่าตามรถสาธารณะต่าง ๆ ประชาชนได้ออกมาเดินทางปกติแล้ว แสดงให้เห็นว่า คนเริ่มออกไปทำงานปกติ แต่ว่าหน่วยงานรัฐยังคงขอความร่วมมือให้ Work Form Home 50 เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เราจะเช็กอย่างไร จะควบคุมอย่างไรว่าจะให้ Work From Home ยังคง Work From Home ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบเรียนเชิญท่านเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านพลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ให้ชุดข้อมูลนี้ครับ ทั้ง 2 ข้อนะครับ (พลเอกสมศักดิ์) สวัสดีท่านผู้ชมทางด้านนะครับ ประเด็นแรกเรื่องอากาศยาน เรื่องการบินภายในประเทศ ต้องขออนุญาตเรียนก่อนนะครับว่า การเดินทางในประเทศ ทีี่จริงยังอยู่ในห้วงที่เรายังไม่ได้ผ่อนปรนมากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับจะห้าม เพียงแต่ว่าให้จำกัดการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดหากไม่จำเป็นนะครับ แต่ว่าในการขึ้นเครื่องบินโดยสารต้องมีมาตรการรองรับ เช่น การทำความสะอาดโดยสารในห้องโดยสาร การเว้นระยะห่าง การไม่เสิร์ฟอาหารในอากาศยาน เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็ตอบคำถามแรก กรณีของการ Work Form Home ยังประกาศให้ส่วนราชการต่าง ๆ ยังคงปฏิบัติการ Work From Home การ Work From Home ก็เชิญชวนภาคราชการ ภาคเอกชนก็คงจำเป็นที่จะต้องให้ทำในลักษณะเดียวกันต่อไปครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับผม ยังมีอีกไหมครับ อีกสัก 1 ต่อเนื่องนะครับ (ผู้สื่อข่าว) รบกวนสอบถามนิดหนึ่งนะคะ ในเมื่อตอนนี้เราเริ่มมีการผ่อนปรน จะนำไปสู่ทำให้มีคนทะลักผ่านด่านทางชายแดนมากขึ้นไหมคะ แล้วก็ในส่วนของคนไทยเอง แรงงานต่างด้าวที่อาจจะแฝงเข้ามาด้วย หรือจะมีการจำกัดปริมาณอย่างไรบ้างค่ะ (คุณสมศักดิ์) เรื่องคนไทยกลับประเทศ อันนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วที่จะอำนวยความสะดวกให้คนไทยกลับประเทศให้มากที่สุดนะครับ แต่ว่าเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้สอดคล้องกับ State Quarantine ขีดความสามารถในการของทั้ง State Quarantine และ Local Quarantine เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการบริหารจัดการไป แต่ว่าโดยพื้นที่ฐานก็คือเรายินดีที่จะรับกลับประเทศตามขีดความสามารถที่เรามี ในกรณีของแรงงานทางฝั่งมาเลเซียก่อนแล้วกันนะครับ มาเลเซียก็ทะลักเข้ามา ซึ่งเราก็พยายามที่จะอำนวยความสะดวกแต่ก็จำกัดจำนวนที่อยู่ในระดับที่พวกเราควบคุมได้ เช่น วันละประมาณ 350-400 คนนะครับ แต่เชื่อว่าในระยะยาวนี่ สถานการณ์ในประเทศเราก็ดีขึ้น สถานการณ์ในมาเลเซีย ก็ดีขึ้น เรื่องการทะลักกลับมาของคนไทยก็น่าจะน้อยลง ในกรณีของแรงงานต่างด้าวที่จะกลับเข้ามา เช่น เข้ามาสู่ชายแดนจังหวัดไหน จังหวัดนั้นก็จะกักตัวตามมาตรฐาน ๑๔ วันตามมาตรฐานปกติครับ (ผู้สื่อข่าว) แสดงว่าช่วงนี้จะยังไม่มีการเพิ่มโควตาใช่ไหมคะ การเพิ่มโควตากลับมาผ่านด่านทางบก หรือทางเรื่อนี่้เข้ามา จะยังไม่เพิ่มใช่ไหมคะ (พลเอกสมศักดิ์) โควตามีอยู่แล้วครับ ประมาณ ๓๕๐-๔๐๐ คนครับ ทางอากาศก็ประมาณ 200 คน การที่จะเพิ่ม การที่จะลด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการกักตัว 14 วัน ถ้าสถานที่กักตัวเรามากขึ้นก็ยินดีที่ให้ยอดนี้มีจำนวนมากขึ้น (ผู้สื่อข่าว) ทาง ศบค. มีประเมินไหมคะว่า ตัวเลขจากนี้ต้องเพิ่มอีกสักเท่าไรถึงจะระงับเรื่องการผ่อนปรนทั้งหมดค่ะ (พลเอกสมศักดิ์) เรื่องอะไรครับ ตัวเลขเรื่องอะไรครับ ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อต้องจำนวนเท่าไรถึงจะระงับเรื่องผ่อนปรนมาตรการทั้งหมดน่ะค่ะ (คุณสมศักดิ์) อันนี้เราพูดไปแล้วครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เดี๋ยวให้ทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการคาดการณ์ เพื่อที่จะเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อไร เชิญท่านปลัดสุขุม กาญจนพิมาย ครับ (นายแพทย์สุขุม) กราบเรียนพี่น้องสื่อมวลชนนะครับ ก็จากการคาดการณ์ตอนนี้ของประเทศไทยตอนนี้เรามีสถิติผู้ป่วยใหม่ ประมาณวันละ 7-9 คนมา 4 วันแล้ว แล้วก็ที่สำคัญผู้ป่วยในของโรงพยาบาลคือ ผู้ป่วยใน ในโรงพยาบาล 200 นิด ๆ แล้วก็สังเกตว่าเนื่องจากมาตรการท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ ศบค. ได้ดำเนินการ ทำให้เราลด ถ้าเผื่อเราไม่มี State Quarantine นี่ เราจะมีคนไข้คาดว่าจะเป็นหมื่น เนื่องจากว่าตอนนี้ที่เราทำอยู่ 80 กว่าคน เพราะฉะนั้น ตอนนี้นี่สิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่าตอนนี้เรามีสถิติประมาณหลักไม่เกิน ๑๐ คน แล้วตอนนี้เรายังมีการควบคุมการนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นคิดว่าสถานการณ์ในประเทศไทย การผ่อนปรนได้ดี ถ้ายังดำเนินการตามมาตรการก็คือ Social Distancing เว้นระยะห่าง แล้วก็ดูแลตัวเอง ใช้หน้ากากอนามัย ใช้ล้างมือ แล้วก็หลีกเลี่ยงที่ชุมชน กิจกรรมเราพยายามผลักเพื่อให้ทำให้ง่ายที่สุด แล้วก็มีผลกระทบน้อยที่สุด ระยะแรกที่เป็นสีขาวที่ท่านโฆษกและกรรมการท่านอื่นได้กล่าวไปแล้ว ผมคิดว่าท่านอื่นได้กล่าวไปแล้วนี่นะครับ ผมคิดว่าน่าจะดำเนินการได้ทันที แล้วก็ทำให้ลด ถ้าระหว่างนี้พี่น้องประชาชนช่วยกันก็ยังดำเนินการอยู่ หน่วยงานภาคเอกชน ยังอาศัย Work From Home ยังไม่เลิกนะครับ พยายามออกมาสู่ที่ชุมชน การใช้รถสาธารณะหรืออะไร เราดำเนินการได้ดีใน 14 วันนี้เราคิดว่าจำนวนผู้ป่วยไม่น่าเพิ่มเกิน 20-30 คน ถ้าในระหว่างนี้ 20-30 คนนี้ ก็สามารถดำเนินการเฟสที่ ๒ และ ระยะที่ 2 ที่ 3 ต่อไปได้ครับ (ผู้สื่อข่าว) ถามนิดหนึ่งนะคะ ตัวเลขที่ติดเชื้อ 7 คนนี้ หมายถึงรวมพนักงาน กกต. ที่ติดเชื้อด้วยหรือเปล่าคะ (นายแพทย์สุขุม) ครับ สถิติที่พูดไป 7 คน วันนี้ท่านสังเกตว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องกับรายใหม่เลย คือ บางครั้งที่สื่อมวลชนได้มันช้า เราเก็บไปเรียบร้อย รายงานไปเรียบร้อยแล้ว ผลวันนี้เป็นการเก็บมาจาก ๑. คือจากต่างประเทศ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ก็คือเป็นการนำเข้าครับ (ผู้สื่อข่าว) แล้วรายงานของ กกต. ได้มีการรายงานมาหรือยัง (นายแพทย์สุขุม) มีการรายงานแล้วเราส่งทีมเราไปดูหลายวันแล้วครับ ที่ กกต. เราส่งทีมไปดูแลที่ศูนย์ราชการเรียบร้อย แล้วมีการไปตรวจสกรีนเพิ่มเติม ทั้งในหน่วยราชการ กกต. และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องครับ (ผู้สื่อข่าว) จากการตรวจโรคมีการติดต่อจากทางด้านไหน (นายแพทย์สุขุม) ขอเก็บไว้ในส่วนของ ศบค. แต่ว่าเรามีการส่งทีมไปเรียบร้อยแล้วครับ (ผู้สื่อข่าว) ขอบคุณค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เดี๋ยวผมเอามานำเรียนเสนอในวันถัด ๆ ไปก็แล้วกันครับ ทางด้านกลุ่มนี้นะครับ ถ้าอย่างนั้นจะใช้เวลาพอสมควร ขอบพระคุณท่านปลัดครับ (คุณปวีณา) สุดท้ายขอฝากฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงคุณผู้ชมที่ติดตามถึงการแถลงนะคะ เพื่อที่จะได้รวบรวมประเด็นได้ครบถ้วนแล้วเข้าใจประเด็นตรงกัน เรียนเชิญท่านค่ะ ก็นำเรียนท่านว่า ตอนนี้เป็นช่วงเป็นเวลาการเปลี่ยนผ่านจากระยะเวลาที่เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพี่น้องประชาชน แล้วเรากำลังจะเข้าสู่อีก 14 วันข้างหน้านี้ เรียกว่าเป็นการ เรียกว่าหัวเลี้ยวหัวต่อแล้วกันครับ ที่พูดเมื่อสักครู่นี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ก็ยังต้องการความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม ถ้าเราเข้าใจถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะเราทำดีมาพร้อม ๆ กัน เราทำให้เกิดตัวเลขตัวเดียวขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าท่านร่วมมือกันครั้งนี้ต่อไป ก็ยังคงตัวเลขตัวเดียวได้ แถมยังได้เรื่องของการมีอิสระในเชิงของการได้ไปจับจ่ายใช้สอย หรือประกอบอาชีพ สัมมาอาชีพที่ท่านทำกันอยู่นั้นยังเหมือนเดิมด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดความร่วมมือกัน เชิงของส่วนบุคคล เชิงของกิจการของท่าน และเชิงของที่ท่านต้องคิดถึงลูกค้าของท่านด้วย แล้วขณะเดียวกันหน่วยตรวจสอบ เมื่อกี้นี้ใครตรวจสอบได้ดี ผมมาคิดโดยเร็วตอนนี้นะครับ ผมคิดว่าผลตรวจสอบได้ดีที่สุดตอนนี้ คือพี่น้องประชาชนทุกคนแหละครับ ถ้าท่านไปที่ร้า้นประกอบการ กิจการหรือกิจกรรมนั้น ๆ แล้วเห็นผู้ประกอบการทำดี ท่านชมเขาเลยครับ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขายังทำได้ไม่ดี แล้วไม่ตรงกับสิ่งที่เราคุยกันตอนนี้ ฝากท่านช่วยแนะนำนะครับ อย่าเพิ่งไปต่อว่าต่อขานกันนะครับ แนะนำให้เขาทำให้เข้ามา เพราะตอนนี้ก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นมานะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงของ 14 วันนี้ อาจจะเป็น 14 วัน ของการเปลี่ยนแปลง อาจจะเป็น 14 วันของการปรับตัว อาจจะเป็น ๑๔ วันของการที่เราจะมาใช้ชีวิตวิถีใหม่อย่างที่เราว่ากัน เพราะฉะนั้นถ้าเราช่วยกันได้ตรงนี้ ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จ เราจะเห็นตัวเลข 1 หลักอย่างนี้ ไปอีก 3 เดือนข้างหน้า เราก็จะพ้นภัยไปได้ทั้งประเทศนะครับ แล้วจะแตกต่างจากที่อื่นทั่วโลกเลยนะครับ ขอกราบ ขอเรียนทุกท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างสูงตรงนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ กราบขอบพระคุณครับ (คุณปวีณา) กราบของพระคุณนะคะ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. รวมถึงผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ที่มาร่วมในการแถลงข่าว วันนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นทางศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์สกล ปิยะสกล ท่านที่ปรึกษา ศบค. นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านฉัตรชัย พรมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศาสตรจารย์พิเศษ ดร. ทศพร เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านประทีป กีรติรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และคุณกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กราบขอบพระคุณทุกท่านนะคะ ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญติดตามสรุปผลการแถลงข่าวภาษาอังกฤษเพื่อที่จะให้ทั้งชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย และชาวต่างชาติที่อยู่ทั่วโลกได้ติดตามสถานการณ์รวมถึงภายในประเทศไทย เรียนเชิญทางท่านคุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษ เรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] เราก็จะค่อย ๆ ทยอยเปิดธุรกิจใช่ไหมครับ ค่อย ๆ ทยอยผ่อนคลาย เราก็ดำเนินการด้วยความมั่นใจและด้วยความมั่นคง ก็อย่างที่นิทานกระต่ายกับเต่าบอกว่า ทุกคนจะเข้าใจกันดี ส่วนใหญ่แล้วเต่าก็จะชนะกระต่างในที่สุด [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณท่าน คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้มาสรุปประเด็นการแถลงข่าววันนี้ในภาคภาษาอังกฤษเพื่อให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทย และที่อยู่ในทั่วโลกนั้นนั้นได้ติดตามเรื่องของสถานการณ์ในประเทศ วันนี้หมดเวลาแล้วสำหรับข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อนสวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր