--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (1 พ.ค. 63) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชม เข้าสู่การแถลงข่าวสถานการณ์จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ แน่นอนช่วงเวลา 11.30 น. ที่เราจะมาติดตามเรื่องของสถานการณ์ไวรัส COVID-19 รวมถึงเรื่องของการวิเคราะห์ เพื่อให้หลาย ๆ ท่านสามารถเข้าใจเรื่องของข้อมูล ข้อเท็จจริงการแก้ไขปัญหาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ลำดับแรกนะคะ เรียนเชิญ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงรายละเอียดต่าง ๆ เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่าน ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษก ศบค. ขออนุญาตมารายงานตัวในวันแรงงาน วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 วันนี้พี่น้องประชาชนที่เป็นชาวแรงงานก็เป็นวันหยุดอีก 1 วันนะครับ อยู่ที่บ้านดีที่สุด อยู่ที่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาตินะครับ ครับ ผมขออนุญาตมารายงานเรื่องของสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทย วันนี้เป็นอีก 1 วัน ที่ตัวเลขลดลงต่ำสุดนะครับ เท่าที่ได้เห็นภาพมาในรอบ 1 เดือนนี้นะครับ คือรายใหม่ วันนี้คือ 6 ราย แล้วก็เป็นทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมอยู่ที่ 2,960 หายป่วยไปแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 362 ราย ตอนนี้ตัวเลขยอดรวมคือ 2,719 วันนี้ไม่มีตัวเลขเพิ่ม ก็ไม่มีเพิ่มต้องขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน ที่ดูแลสุขภาพกันอย่างดีนะครับ แล้วก็ทีมแพทย์พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยตอนนี้ที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลอย่างเต็มที่ 54 ราย ตัวเลขอายุเฉลี่ยของคนที่ป่วยเจ็บ ตอนนี้ก็คือ 39 ปี ที่ผมอยากจะเน้นย้ำ คือ ก็เป็นวัยแรงงานที่ท่านแข็งแรงดี เดินทางไปไหนมาไหนก็ต้องระมัดระวัง ทราบข่าวนะครับว่า ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ ถนนหนทางตอนนี้รถเต็มไปหมด แล้วถนนบางส่วนก็แน่นขนัดไปด้วย คล้าย ๆ กับวันหยุดหลาย ๆ ครั้งนะครับ อันนี้ก็เป็นความห่วงใย เดี๋ยวคงได้พูดคุยกันในช่วงท้ายรายการ มีสถิติมาให้ท่านผู้ชมทุกท่านได้ช่วยกันดูนะครับ มาตรการของการผ่อนปรน แต่มาตรการเราจะจัดสมดุลตรงนี้ให้อย่างไร ไม่ให้มีการติดเชื้อรอบที่สองนะครับ ไปดูเรื่องของตรงนี้นะครับ ผู้ป่วยที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้ 187 ราย ต่ำกว่า 200 เป็นครั้งแรกด้วยเหมือนกันในวันนี้ ทำให้มีผู้ป่วยที่กลับบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 2,719 ราย กลับบ้านเพิ่มขึ้น 32 รายนะครับ ก็เห็นภาพนี้แล้วก็ชื้นใจกันทุกวัน แต่อย่างไรก็ตามแต่ ยังวางใจไม่ได้นะครับ ยังต้องมีการทำงานกันอย่างเต็มที่ แล้วก็ระยะของการผ่อนปรนนี้ก็ยังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ที่ต้องขอความร่วมมือกับทุก ๆ ท่านด้วยนะครับ มาดูเรื่องของ 6 ราย ที่เป็นรายที่มารายงานในวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง พบว่าเมื่อวานนี้เพิ่งชมว่าหายไปแล้ว ในกลุ่มที่เกิดใหม่ในสังคมในชุมชน วันนี้กลับมาใหม่ 1 ราย เป็นสถานที่ที่ผู้ป่วยนะครับ รายใหม่นี้ไปสถานที่ชุมชน ก็คือ ตลาดนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตลงรายละเอียดเลยนะครับ เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 64 ปี ตอนนี้ยังไม่มีงานทำ มีประวัติไปตลาดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ก่อนจะมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งตรงนี้ถึงต้องเน้นย้ำว่า มาตรการของการผ่อนปรน ในเรื่องพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ ตลาดก็เป็นอีก 1 พื้นที่ ที่เราจะผ่อนปรน ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัด นะครับ ถนนคนเดินอะไรทั้งหลาย แต่นี่คือ 1 ราย ที่เพิ่งติดเชื้อขึ้นมา แล้วรายงานในระบบนี้ 1 ราย จะเป็น 1 ราย 5 ราย 10 ราย มีความสำคัญทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็บวกกับอีก 6 ราย ซึ่งเป็นการค้นหาเชิงรุก คือ ที่ยะลา บันนังสตา ตอนนี้ก็ตัวเลขรวมคือ 6 รายนะครับ โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่อายุ 21-51 ปี เกิดขึ้นมาจากการสัมผัสผู้ป่วยที่กลับมาจากการทำพิธีทางศาสนาจากประเทศมาเลเซีย ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน แล้วก็เกษตรกรนะครับ นำเรียนไว้ในรายละเอียดนะครับ ครับไปดูการกระจายตัวนะครับ ก็ในภาพนี้ตอนนี้เราใช้สี ที่ดูว่าถ้าเข้มมากกว่า 10 คนต่อแสนประชากร ก็จะอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้ แล้วก็กรุงเทพมหานคร กับปริมณฑลนะครับ ต่อแสนประชากรก็จะเป็นสีส้มอ่อน ๆ มา ซึ่งก็ยังอยู่ที่ภาคใต้กับภาคตะวันออกก็รองลงมาก็น้อยลง ๆ เรื่อย ๆ เราจะเห็นสีเขียวกับสีเขียวอ่อนนี้เต็มทั้งประเทศแล้ว เพราะฉะนั้นระบบการรายงานของเราก็จะไปอยู่ที่สี 3 สีในหน้าถัดไปนะครับ ก็คือรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วันที่ผ่านมาที่ยังเจอผู้ป่วยอยู่ เกินกว่า 28 วันนะครับ 28 วันที่ผ่านมามีอยู่ 42 จังหวัด แล้วไม่มีรายงานในช่วงเวลา 28 วันที่ผ่านมาหมายความว่า เกือบเดือนมาแล้วนะครับ ก็คือประมาณ 26 จังหวัด แล้วก็ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนเลยมาอีก 9 จังหวัด ก็ตามรายการที่ได้เรียงลำดับลงมาตรงนี้นะครับ จะเห็นว่าจังหวัดกาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และหนองคาย ดีขึ้นนะครับ ก็คือเกินกว่าเดือนแล้วที่ไม่ได้มีผู้ป่วยรายงานออกมาเลย ก็ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนในทุก ๆ จังหวัด ส่วนจังหวัดที่ออกสีเนื้อ ๆ นั้นนะครับ ก็ต้องช่วยกันทำให้ตัวเลขลงมาให้เกินเดือนให้ได้ จะได้เลื่อนลำดับลงมาข้างล่างให้ได้ ก็นำเรียนทุกท่านครับ ตอนนี้ก็ยังคงเดิม ตอนนี้สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับที่ 1 เคสรวมสะสมนะครับ 1 ล้านกว่านะครับ 1,095,210 ที่เป็นที่ 1 ทั้งในเรื่องของตัวเองเป็นทั้งรายที่เสียชีวิต และรายที่เกิดใหม่นะครับ เกิดใหม่เมื่อวานนี้รายใหม่ ก็คือ 30,667 นะครับ และรายใหม่คือ บราซิลนะครับ 7,502 ต่อมา คือรัสเซียเป็นรายใหม่ อันดับ 3 คือ 7,099 นะครับ แล้วก็ส่วนการเสียชีวิต สหรัฐอเมริกายังเป็นอันดับ 1 2,193 แล้วก็สหราชอาณาจักร UK หรืออังกฤษ 674 ระบาดอยู่ 493 ทำให้ตัวเลขรวมของทั้งโลก ไปที่ 3,300,000 เศษ ๆ เกิดขึ้นใหม่เมื่อวานนี้ 88,000 รายเดียวเลยนะครับ แล้วก็รายที่เสียชีวิต นะครับ เป็นรายใหม่ 5,582 เมื่อวานนี้ผมก็ได้เห็นข่าว พูดถึงการเสียชีวิตในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเสียชีวิต 2,000 กว่า มีข่าวว่าตู้คอนเทนเนอร์อยู่หน้าสถานที่ที่เขาจัดพิธีในงานศพมีศพอยู่ในนั้น 100 กว่าศพ ไม่สามารถที่จะดูแลได้ ส่งกลิ่นออกมาก็ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นได้กลิ่นขึ้นมา เป็นเพราะว่าตู้คอนเทนเนอร์รักษาอากาศในการทำงาน เพื่อทำรักษาสภาพศพ ก็เลยทำให้กลิ่นโชยออกมา ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นกลางมหานครนิวยอร์ก ก็รู้สึกสะเทือนใจไปทั้งหมดนะครับ ก็เป็นเรื่องที่น่าสลดใจของทางภาคประเทศทางตะวันตกที่ได้ข่าวออกมา มาดูในกรณีของทางฝั่งของทางของเอเชียด้วยนะครับ ปากีสถานก็จะเห็นว่าเป็นลำดับที่ 24 ขอประทานโทษครับ 16,817 แล้วก็สิงคโปร์ 16,000 ต่างกันไม่มาก แต่ว่าสิงคโปร์ก็ลดลง เหลือ 528 นะครับ ญี่ปุ่นลงมาเมื่อวานนี้รายใหม่ 193 นะครับ เกาหลีพอ ๆ กันกับเราเลยนะครับ เมื่อวานลงมา 9 เรา 6 เขา 9 วันก่อนเขา 4 นะครับ ก็สลับตัวเลขกันกับเราตอนนี้ อินโดนีเซีย 347 ฟิลิปปินส์รายใหม่ 276 564 มาเลเซียเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงเรา 57 ยังเลข 2 หลักอยู่นะครับ ครับ ก็มีข่าวคราวของทางในต่างประเทศมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ก็พบว่าแพทย์ที่ทำเนียบขาวก็เตือนสหรัฐฯ ว่าโรคโควิดระบาดรอบ 2 จะหนักขึ้นกว่าเดิม ผู้อำนวยการโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้และก็นักระบาดวิทยาที่อยู่ในทีมนะครับ ของทางด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัส COVID-19 ที่ทำเนียบของประธานาธิบดี ก็เตือนให้ชาวอเมริการะมัดระวังการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวระลอก 2 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2563 นี้ ต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2564 หากแต่ละรัฐเร่งกระบวนการกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็วและไม่ระมัดระวัง ตอนนี้ตัวเลขเขาเพิ่งจะลงมานิด ๆ หน่อย ๆ เขาเรียกว่า เปิดเมืองแล้วนะครับ เขาผ่อนคลายกันเร็วมาก ทาง ดร.แอนโทนี่ ก็กังวลใจกับจำนวนมากหากมีการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 พร้อมกันนี้ยังย้ำทุกรัฐฯ ให้มีการตรวจสอบโรคอย่างทั่วถึง และติดตามการแพร่ระบาดของโลก และการคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากสหรัฐฯ ให้ได้ เพื่อลดความรุนแรงระบาดของระลอก 2 ซึ่งอันนี้ก็มีความสำคัญ แล้วก็เชื่อมโยงกันกับทางผู้มีชื่อเสียงธุรกิจของทางสหรัฐอเมริกาอย่างมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เตือนว่าอย่าเปิดพื้นที่สาธารณะเร็วเกินไป เพราะว่าจะเป็นกรณีการหวั่นการระบาดขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งอันนี้เขาก็ให้ความกังวลใจอยู่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ตอนนี้ภาพของสหรัฐอเมริกาก็ต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ เป็นหลักล้านไปแล้วนะครับ มาดูครับว่า ในสถานการณ์ของศูนย์ ทำงานกันเป็นอย่างไร ที่นำคนไทยกลับมา ก็พบว่าวันนี้ วันที่ 1 จะมี 2 เที่ยวบินครับ คือ สิงคโปร์ และเนปาล 38 คนที่จะกลับมานะครับ แล้วก็เรื่องของวันพรุ่งนี้นะครับ อีกวันที่ 2 มี 3 เที่ยวบินครับ คาซัคสถาน 35 คน แล้วก็เนเธอร์แลนด์ 35 คน อันนี้รวบรวมคนที่ตกค้างอยู่ในทวีปยุโรปหลาย ๆ ประเทศกลับมา แล้วก็ UAE หรือที่ดูไบอีก 130 คน ตอนนี้เราทำงานกันไปอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นเดือน 4 เมษายน ถึง 30 เมษายนนี้ รับคนไทยกลับบ้านแล้ว 3,000 กว่าคนนะครับ จาก 23 ประเทศนะครับ อันนี้ต้องขอขอบคุณทีมงานนี้เป็นอย่างสูง และเมื่อวานนี้ท่าน ผอ. ศบค. ก็ชื่นชมนะครับ กับทีมคณะทำงานชุดนี้ ที่สามารถกักกันคนไทย ที่กลับมาทำให้ตัวเลข ที่สามารถกักกันได้ถึง 88 คน ก่อนได้รับการรักษา ก่อนที่จะไปแพร่ระบาดกันเป็นหมื่น ๆ คน อันนี้ก็เป็นผลงานของทีมนะครับ มาดูที่ State Quarantine หรือสถานกักกันที่รัฐจัดให้ตอนนี้นะครับ มีการกักกันผู้กักตัวสะสมนี่ 4,218 คน กักกันเพิ่มขึ้นวันนี้ 189 คน เพิ่มขึ้นเป็น 2,775 คน ตอนนี้ 2,775 275 คน อยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดให้ แล้วก็มาดูในส่วนของสถิติคนเดินทางเข้าประเทศผ่านจุดตรวจเมียนมาร์ 34 คน 371 สปป. ลาว 10 และ กัมพูชา 24 อันนี้ก็ทุกคนถึงจะเดินเท้าเข้ามา นั่งรถเข้ามาก็ต้องมาสู่สถานกักกันที่รัฐจัดให้เป็นพื้นที่รอบ ๆ ประเทศไทยเรา สะสมคนเข้าไปอยู่ใน Local Quarantine กันไปแล้ว 7,628 คน อยู่ระหว่างการกักตัว อีก ถ้ารวมของการสะสมทั้ง 2 ส่วนนี้ ระหว่าง 7,600 กับ 4,000 กว่า ที่ผ่านเข้ามายังประเทศไทยได้รับการดูแลอย่างดีนะครับ ตอนนี้เดี๋ยวไปดูอีกสถิติหนึ่งที่เรารายงานอยู่เป็นประจำ คือ เรื่องของผู้ที่กระทำผิดในช่วงของเคอร์ฟิวนี้นะครับ วันนี้ก็เพิ่มขึ้นนะครับ เป็น 154 ราย เพิ่มขึ้นถึง 87 รายนะครับ แล้วก็ผู้ที่ออกนอกเคหสถาน โดยไม่มีเหตุอันควร ต่าง ๆ เหล่านี้ เห็นกราฟเพิ่มขึ้นก็ไม่ค่อยสบายใจ เพราะว่าอาจจะเป็นความรู้สึกเบาใจ แล้วก็รู้สึกผ่อนคลายเกินไปไหม ท่านเองมีความสุ่มเสี่ยง เมื่อเช้านี้เห็นตัวเลขอันนี้ ส่วนใหญ่นะครับ แล้วมีที่เป็นต้องขอสะท้อนภาพนี้กลับไปถึงพี่น้องประชาชน แล้วก็ครอบครัวได้แน่นอน และขอฝากสไลด์สุดท้ายครับ นี่คือภาพของการเดินทางที่เมื่อต้นรายการบอกนะครับว่า สื่อมวลชนถ่ายภาพมาว่ามีรถบนถนน มากเหลือเกิน เดินทางออกนอกบ้าน ก็คงจะเห็นภาพคล้ายกันครับ เส้นสีแดงนั้นก็คือรถยนต์ส่วนตัว เริ่มออกมามากขึ้น พุ่งขึ้นมาเลย ส่วนกราฟสีฟ้าขนส่งสาธารณะ ก็มีแนวทแยงขึ้น เหมือนกัน เช่นเดียวกันกับสีแดง ซึ่งเป็นการขนส่งสาธารณะทางราง ก็คือพวกรถไฟฟ้าทั้งหลายก็แนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น มาดูนะครับว่า ยอดรวมสะสมถ้าเห็นภาพ 3 ตัวเลข เดือนเมษายนเอาหมดเลย ช่วงกลางเดือน 8 แสนคน พอ 23 เมษายน ถัดมาสักประมาณ 1 สัปดาห์ ขึ้นมา 848,000 กว่าคน แล้วพอ 30 เมษายน คือเมื่อวานนี้เองครับ ขึ้นมาถึง 960,000 กว่าคน ที่เดินทางมาแต่ละวัน ซึ่งตัวเลขที่พุ่งอย่างนี้ก็เข้าใจได้ ทุกคนคงสบายใจ ก็ออกจากบ้านมากขึ้น แต่ยังต้องจดจำไว้นะครับ อยู้บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ เมื่อเราออกจากบ้าน ก็มีความเสี่ยงกันทั้งนั้น เพราะตัวเลขของการติดเชื้อยังไม่ได้เป็นศูนย์ เราคิดว่ายังมีคนที่เป็นพาหะอยู่ในสังคมของเรากันอยู่ เพราะฉะนั้นก็ฝากให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย ถ้าออกจากบ้านมีความจำเป็นก็สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าทุกครั้งและใส่ไว้ติดตัวจนกระทั่งเป็นอวัยวะหนึ่งของเราเลยครับผม (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้เริ่มคำถามของในสื่อมวลชนนะคะ ต้องบอกว่ามีหลากหลายประเด็นพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของการผ่อนปรน การผ่อนคลายต่าง ๆ หลังจากที่เรามีการแถลงเรื่องของรายละเอียดเบื้องต้นไปเมื่อวานนี้นะคะ เริ่มจากคำถามของ Thai PBS นะคะ อยากให้ท่านโฆษกช่วยชี้แจงเรื่องของคู่มือมาตรฐานกลางด้วย เพราะผู้ประกอบการจะได้เตรียมตัวปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ณ ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการจัดทำ และจัดประกาศออกมาในราชกิจจานุเบกษา หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ที่จะออกมาเป็นข้อกำหนด หรือข้อบังคับ ก็เร็ว ๆ นี้ คาดว่าน่าจะภายในวันนี้ วันพรุ่งจะได้เห็นมาตรฐานกลางออกมาในแต่ละเรื่อง แต่ว่าวันนี้เอาหลักการก่อนแล้วกันนะครับ ผมว่าถ้าท่าน จะต้องไปทำงาน หรือกิจการ 1 ใน 6 กิจการหรือกิจกรรมที่ว่า หลักการกว้าง ๆ ของท่านอยู่ในพื้นที่เปิดแล้วก็ไม่ใช่พื้นที่ปิด หรือจะเป็นพื้นที่ปิด แต่พยายามทำเป็นพื้นที่เปิดให้ได้ ต้องพยายามทำเป็นที่ถ่ายเทให้ได้ หลายคนพูดถึงร้านอาหารที่อยากจะเปิด ฉันติดแอร์อยู่เก่าจะทำอย่างไร ก็เปิดทำให้มีการ flow ของอากาศให้ได้ อะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้หลักการของ ศบค. ที่จะออกไปนี้เป็นภาพกว้าง ๆ ข้อที่ 1 คือ พื้นที่ต้องเป็นพื้นที่เปิดกว้าง ข้อ 2 เรื่องความหนาแน่น พื้นที่ต่อหน่วยการบริการนะครับ หรือการจะไปจัดกิจกรรมอะไรต่าง ๆ พื้นที่คนห่างกันให้ได้สัก 1 เมตร อย่างที่ว่ากันนี่ ขั้นต่ำที่สุด หรือ 1.5 เมตร 2 เมตร ยิ่งดีนะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นกิจกรรมอะไรจัดเป็นร้านอาหาร จะต้องเป็นร้านตัดผมอะไรทั้งหลาย ก็ต้องดูในข้อนี้ และอันที่ 3 กิจการหรือกิจกรรมนั้น ๆ ต้องไม่เป็นปฏิสัมพันธ์ที่มีความใกล้ชิดกันมาก หรือถ้าใกล้ชิดกันมากต้องพยายามทำภายในเวลาสั้น ๆ อย่างเช่น เรื่องตัดผมจะให้เกิด 1 เมตร ก็คงจะยืดแขนยาวเกินกว่านั้นคงไม่ได้ เห็นที่เขาส่งกันมาตัดผ่านกรรไกรยาว ๆ ก็คงไม่ได้เป็นข้อปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไป เพราะฉะนั้นทำให้สั้นที่สุด อย่างที่บอกนะครับว่า ตัด สระ ไดร์ ถ้าจะต้องมาทำอะไรที่ยาว ๆ ก็เพื่อให้เวลาที่อยู่ด้วยกันตรงนั้นให้สั้นที่สุด ความจำเป็นนะครับ ถ้า 3 ข้อนี้ ถ้าท่านไปปรับใช้กับมาตรการของท่านในเรื่องของร้านค้า และคิดถึง 3 ส่วนนะครับ 1 คือท่านเป็นผู้ให้การบริการ ท่านจะต้องป้องกันตัวเองอย่างไร ไม่ให้ติดโรคจากลูกค้านะครับ 2. นะครับ คิดในแง่มุมของลูกค้านะครับ หรือผู้มาใช้บริการ จะต้องป้องกันตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้ไปรับเชื้อจากผู้ให้บริการด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นต้องคิดทั้ง 2 มุม ข้อที่ 3 หรือ ผู้ที่ไปกำกับการใช้หรือภาครัฐ แล้วเขาจะมาตรวจเรา เขาจะให้เราผ่านไหม ภาครัฐก็ต้องไปดูด้วยว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องไปรวมอย่างไร หรือไม่ได้ ต้องมีความเข้มข้นอย่างไร 3 ส่วนที่เป็นหลักการกับ 3 ส่วนที่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง เราก็จะได้รับทราบและใช้ชีวิต หรือใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New normal นะครับ ชีวิตวิถีใหม่ที่เราต้องคุ้นเคยกับด้านนี้มากขึ้น เพราะเราจะต้องอยู่กับเชื้อนี้ไปสักระยะหนึ่งครับ (คุณปวีณา) ค่ะ แน่นอนนะคะ พอท่านโฆษกได้อธิบายเรื่องผ่อนปรน ผ่อนคลายต่าง ๆ แต่เมื่อวานนี้เราพูดคุยกันว่า การผ่อนปรนจะเริ่มใช้ในช่วงวันที่ 3 พฤษภาคม ทีนี้จะมีคำถามจากภาคประชาชนว่า วันนี้กับวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 1 และวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ นี่จะต้องทำตัวอย่างไร เพราะว่าหลายคนยังมีความสับสนกันอยู่บ้างค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ผมก็อธิบายให้เข้าใจสักนิดหนึ่งนะครับ ตอนนี้เราอยู่ใน พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่เราประกาศออกมาแล้ว แล้วแต่ละส่วนก็มีข้อกำหนดที่เราประกาศออกมาแล้วเช่นกัน แต่ทุก ๆ อย่างก็จะมีข้อบรรจบมาถึงวันที่ 30 เมษายน คือ เมื่อวานนี้นะครับ แต่ว่าเพื่อที่จะรอมาตรการใหม่นะครับ มาตรการการผ่อนปรนชุดใหม่ที่จะออกวันที่ 3 ที่ต้องบริหารจัดการคือ 2 วันนี้ หลายคนตั้งคำถามว่า จะต้องทำอย่างไรดี จริง ๆ มีออกมาแล้วครับ ที่ประกาศเป็นข้อกำหนดในราชกิจจานุเบกษา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่ประกาศคำสั่งนี้ออกมา ผมขออนุญาตได้นำข้อความบางส่วนที่จะอธิบายว่าการใช้กฎหมายเก่าที่ทางผู้ว่าฯ เอง หรือจะเป็น ศบค. เก่าเอา เอามาใช้ ให้ยืดได้ต่ออีกจนกระทั่งถึงวันที่จะออกข้อคำสั่งใหม่ เนื้อความเป็นอย่างนี้ครับ ให้บรรดาประกาศหรือคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ และกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนข้อกำหนดนี้ ใช้บังคับไม่ว่าจะเป็นการห้าม การให้การกระทำการ หรือการผ่อนคลายใด ๆ ซึ่งถือว่าเป็นประกาศหรือสั่งตามข้อกำหนด ที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม จนกว่าจะมีข้อกำหนดประกาศหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ก็คือวันนี้ครับ ลงนามโดยท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือเมื่อวันที่ 29 เมษายน คือเมื่อวานก่อนนี้เอง เพราะฉะนั้นกฎหมายข้อเดิมไม่ว่าจะเป็นข้อห้าม ข้อผ่อนปรนอะไรก็แล้วแต่ จังหวัดอะไรก็แล้วแต่นะครับ ใช้ต่อไป ซึ่งเราใช้เป็นหลักการของเมื่อวันก่อนว่า จะขายอะไรต่าง ๆ ได้บ้างไหม ก็ใช้หลักกฎหมายเดิมไปก่อน เป็นคำตอบครับ (คุณปวีณา) ค่ะ มาประเด็นเรื่องของการเดินทางกันบ้างนะคะ มีคำถามจากหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็น Thai PBS PPTV ช่อง 9 ไทยรัฐทีวี บอกว่าวันนี้นี่เป็นวันที่ 1 วันแรงงาน ตอนนี้มีภาพทั้งในโลกออนไลน์ แล้วก็ในสื่อต่าง ๆ ถนน 304 วังน้ำเขียว มุ่งหน้าการจราจรหนาแน่น ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัด เพราะว่าวันหยุดยาว ศบค. เอง ได้มีการเน้นย้ำเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ และถ้าหากมีการระบาดเพิ่มขึ้นจากที่กำลังผ่อนคลาย จะกลับมาตรึงต่อหรือไม่ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็เป็นที่น่ากังวลใจนะครับ เห็นสถิติของการเดินทางเมื่อกี้นี้ที่ผมได้นำเรียนท่านผู้ชมแล้ว แล้วก็ภาพข่าวของพี่น้องประชาชนที่สะท้อนภาพ ของการเดินทางจำนวนมาก ข้อสำคัญข้อหนึ่งของการป้องกัน ควบคุมโรค คือการเคลื่อนย้ายคน เพราะคนเป็นแหล่งโรค และเป็นคนที่จะไปติดโรคด้วย เพราะฉะนั้นการเดินทางเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ทุกนานาประเทศทั่วโลกที่มีการแพร่ระบาดของโลก สิ่งที่เขาต้องใช้ข้อมาตรการกำกับคือเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงของการผ่อนปรน แต่การผ่อนปรนนี้จะไม่มากไปกว่าเดิม ถ้าเดินทางไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องเดินทางนะครับ ขอให้ท่านช่วยกันลดการเดินทาง ถ้าท่านเดินทางไปแล้ว ก็ขออย่าให้ท่านกลับภูมิลำเนาขอให้ท่านอยู่แต่กับบ้าน ไปด้วยกันก็ใส่หน้ากากอนามัย มีโอกาสที่ท่านจะติดเชื้อจากคนที่อยู่ในรถ ก็แล้วแต่ ให้ใส่หน้ากากตลอดเวลา แต่ถ้าเดินทางถึงเมืองของท่านแล้วก็ให้อยู่แต่ในบ้าน วัตถุประสงค์ของการกลับบ้านท่านก็คงอยากจะอยู่กับพ่อแม่พี่น้อง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปพบปะสังสรรค์อะไรกับใคร ก็ทำตัวเหมือนคนที่อยู่จังหวัดนั้น ๆ ที่ดูแลตัวเองอย่างดีนะครับ ก็ฝากท่านปรับตัวให้เป็นคนของจังหวัดนั้น แล้วก็ให้เคารพจังหวัดนั้น ๆ ที่เขาดูแลคนในพื้นที่ของเขาอย่างดี ก็อย่าไปทำให้ของการที่จะเป็นความเสี่ยงในการที่จะแพร่โรคต่อไปนะครับ ขอความร่วมมือทุกท่านด้วย เพราะว่าถ้าเราทำดีนะครับ อย่างที่เมื่อวานนี้ท่านของทราบนะครับ ที่คณะผู้ใหญ่ที่มาพูดคุยกันว่า 14 วัน ถ้าเราทำดี ทำให้ตัวเลขต่ำลงไปได้ ยังคงสภาพนี้ได้ เราจะมีพื้นที่เปิดขยายให้เราได้มีเดินไปมากกว่านี้อีก ที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่ทุกคนอยากจะไปอะไรทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นเวลาใกล้ ๆ นี้ ถ้าเราประสบความสำเร็จใน 14 วันนี้ให้ได้ครับ (คุณปวีณา) ต่อประเด็นเรื่องจากการเดินทางนะคะ เรื่องของมาตรการดูแลประชาชนที่โดยสารเครื่องบินข้ามจังหวัด คำถามก็คือ ถ้าคนใช้เครื่องบินโดยสารข้ามจังหวัดนี่ต้องมีการกักตัว 14 วันหรือไม่ หรือจะต้องมีใบรับรองอะไรบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดข้ามจังหวัดค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ อันนี้ก็ต้องดูที่ประกาศของจังหวัดเป็นพื้นฐานก่อนนะครับ ถ้าจังหวัดแต่ละที่มีข้อกำหนดอย่างไร ให้ท่านดำเนินการตามที่จังหวัดกำหนดไว้ อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องดูแลในข้อกำหนดนั้น ๆ เองนะครับ อันที่ 2 จะต้องมีการขอใบรับรองอะไรต่าง ๆ ไหม ในหลักการจะมีเฉพาะ การเดินทางมาจากต่างประเทศนะครับ ของในประเทศนี้ยังไม่ได้เห็นข้อกำหนดนี้ ยกเว้นถ้าท่านจะต้องดูในรายจังหวัดถ้าไปเกี่ยวข้องกับข้อที่ 1 ท่านก็ดูไปนะครับ เยอะอีกเหมือนกัน เหมือนทางบกที่พูดไปเมื่อสักครู่ แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องปลอดภัย การนั่งรถโดยสารบนเครื่องบินนี่ แน่นอนครับ เป็นระบบปิด ในอากาศข้างบนนั้น การใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา แล้วก็การที่เว้นระยะห่างซึ่งอันนี้ทางสายการบินก็ต้องมีมาตรการในฐานะผู้ให้บริการก็ต้องคิดแทนผู้รับบริการ และผู้รับบริการก็ต้องให้ความร่วมมือ กับผู้ให้บริการเช่นกันครับผม (คุณปวีณา) จากเรื่องการเดินทางด้วยเครื่องบิน มาดูการเดินทางด้วยรถยนต์กันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถยนต์สาธารณะ มีความจำเป็นหรือเดินทางในช่วงมาจากภาคประชาชนว่า รถ 1 คัน จริง ๆ แล้ว สามารถนั่งได้กี่คน เพื่อเป็นการป้องกันเรื่องของการระบาด และยังสามารถที่จะเดินทางข้ามจังหวัดได้ ถูกต้องไหมคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ข้อกำหนดนี้ด้วยส่วนตัวยังไม่ทราบนะครับ ยังไม่ได้เห็นที่จะมีลงไปในระดับของรถส่วนบุคคลว่า มีการห้ามอะไรไหม แม้กระทั่งเรื่องของรถสาธารณะอะไรทั้งหลาย คงจะต้องดูข้อกำหนดที่จะออกมาใหม่ แต่ในหลักการนี้อย่างที่ผมบอกนะครับว่า 1 คือเรื่องของการเปิดพื้นที่ให้โล่ง ถ้ารถนั้นเป็นรถที่เรียกว่าอะไรนะครับ Open Air รถร้อน ว่านี่ก็อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงน้อยกว่า แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ครับ ถ้าลมพัดมาข้างหน้า ผู้โดยสารที่อยู่ข้างหน้านะครับ แค่ไอ จาม อะไรทั้งหลาย แล้วไม่ได้ใส่หน้ากากไปทั้งคันรถเหมือนกัน ซึ่งอันนี้ก็ใช้หลักการค่อนข้างยาก แต่ความหนาแน่นข้อที่ 2 ก็ใช้ชัดเจนนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ครับ การนั่งที่นั่ง เว้นที่นั่งอะไรก็แล้วแต่ ที่จะเกิดขึ้น อันนี้ผู้ให้บริการควรจะต้องเป็นคนคิด แต่ถ้าเป็นรถส่วนบุคคลท่านต้องนั่งกันไป 4 คน ต่อ 1 คัน เป็นรถเก๋งคันเล็ก ๆ ก็ขอให้ท่านมีพื้นที่เพียงพอที่ไม่แออัดเกินไป และมีหน้ากากอนามัยใส่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ ประทานโทษครับ ตลอดเวลาที่นั่งรถอยู่ตรงนั้นนี่นะครับ เพื่อที่จะป้องกันละอองฝอยไม่ไห้ไปถึงคนอื่นนะครับ อันนี้คงจะต้องพยายามช่วยกันให้มากที่สุด ใกล้เคียงกับมาตรฐานสูงสุด อยากจะให้เป็นนะครับ แต่เราก็เข้าใจนะครับว่า ความเป็นจริงคงจะทำได้ยาก แต่อย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์นะครับ พยายามทำให้ได้นะครับผม (คุณปวีณา) ค่ะคำถามจากสำนักพิมพ์อูริยูริชินบุน แม้ขณะนี้นี่ มีคนไทยที่จะต้องเดินทางกลับประเทศไทยกี่คน มีแรงงานต่างด้าวที่ต้องเดินทางกลับประเทศกี่คน ทั้งนี้มีจำนวนแรงงานที่ติดอยู่ที่ด่านบ้างหรือไม่ และมีจำนวนกี่คนค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ อันนี้ก็เรามีระบบของการรายงานอยู่ แต่ว่าวันนี้ว่า ขอเก็บไว้เป็นโจทย์ไว้อีกวันหนึ่งนะครับ ซึ่งจะนำชุดข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการสะสมตัวเลขต่าง ๆ มานำเรียนรายงานในวันต่อ ๆ ไป ซึ่งเราก็มีท่านรองอธิบดีฯ ของทางกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ที่จะมาเป็นล่ามที่จะแปลภาษาตรงนี้ให้เราด้วย เดี๋ยวท่านรองนิ้งนะครับ จะช่วยผมที่จะเอาชุดข้อมูลนี้ ไปทำการบ้าน แล้วกลับมานำเสนอท่านผู้ชมต่อไปในวันต่อไปนะครับ ต้องขอติดไว้ 1 ข้อครับ (คุณปวีณา) สุดท้ายให้ทางท่านโฆษกฝากถึงพี่น้องประชาชนทางบ้านค่ะ เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เมื่อวานนี้ได้มีผู้สื่อข่าวถามผม ในกรณีที่มีข่าวผู้ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย เมื่อวานนี้ได้ให้คำตอบไปในเชิงของท่านด้านภาพของกระทรวงสาธารณสุข แต่วันนี้ขออนุญาตทำหน้าที่ในฐานะของจิตแพทย์คนหนึ่งด้วยแล้วกันนะครับ ก็ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต เนื่องจากกรณีของการฆ่าตัวตายทุก ๆ ท่าน ผมเองในฐานะจิตแพทย์ ก็มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดในวิชาชีพของผมด้วย ซึ่งในเรื่องของการเสียชีวิตนี้ ทุกเรื่องมีความสำคัญในฐานะแพทย์ต้องช่วยทุกคนให้ได้มากที่สุดครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ เราก็จะพยายามนำมาเรียนรู้หาวิธีทางในการช่วยเหลือ โดยเฉพาะในเรื่องของการที่เป็นทางกายหรือเป็นทางสุขภาพจิต โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีชุดข้อมูลที่บอกว่า จะมีสัญญาณนำมาก่อนในเรื่องของการป้องกันการฆ่าตัวตาย ก็เป็นเรื่องที่ทางจิตแพทย์ทุก ๆ คนพยายามที่จะต้องหาทางช่วยเหลือ ผมเองก็อยู่กับเรื่องพวกนี้มานาน ก็เข้าใจในความรู้สึก แล้วก็อยากให้พี่น้องประชาชนคนไทย ได้เห็นใจความบีบคั้นต่าง ๆ ลักษณะของการที่พยายามทำร้ายตัวเอง หรือเรียกว่าอะไร เรียกเขาเรียกว่าอะไรบอกอย่าไปบอกเขาว่าเขาเรียกร้องความสนใจ หรือในภาษาทางด้านสุขภาพจิต Cry For Help การแปลความตรงนี้ผมเข้าใจดี และทุก ๆ ข้อความที่เข้ามา แล้วผมก็เชื่อว่าในฐานะของการเป็นโฆษกของทาง ศบค. เราก็รับฟังทุกเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาแก้ไข ซึ่งก็เป็นกระบวนการอันหนึ่ง ซึ่งทาง ศบค. ก็ยึดหลักนี้อยู่ ในนามของตัวผมเองในฐานะที่เป็นจิตแพทย์จะพยายามประกอบด้วยทุกเรื่องเข้ามา แล้วก็หาวิถีทางทุกวิถีทางที่มีความทุกข์ด้านนี้ให้เข้าสู่กระบวนการของการช่วยเหลือเยียวยาอย่างที่สุด แต่ที่สุดแล้วนะครับ ในกระบวนการของการดูแลตรงนี้ ในด้านของทางด้านสุขภาพจิตเรามีทีมช่วยเหลือเยียวยา ที่เรียกว่า เอ็มแคททีม ที่จะมีอยู่ทั่วประเทศจะเข้าไปพูดคุยกับญาติจะเข้าไปในงานศพ จะเข้าไปพูดคุยกับผู้ที่เสียหายทุก ๆ อย่างนะครับ เพื่อที่จะเก็บข้อมูลกระบวนการเยียวยาช่วยเหลือตรงนี้ ก็ขอให้ท่านให้ความร่วมมือได้ให้ทีมเข้าไปได้ทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนคนอื่น ๆ เพราะว่าการได้ช่วยเหลือเยียวยาก็จะทำให้ท่านได้บรรเทาทุกข์ลงไป แล้วเราก็ได้รับทราบปัญหานั้น และนำมาสู่กระบวนการจัดการในภาพกว้างขึ้นนะครับ ก็ขอนำเรียนว่า มีแนวทางที่พวกเราจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างไร ผมจะได้มานำเสนอต่อไปก็กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. นะครับ ซึ่งก็ได้พูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์ภาวะทางจิตใจของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 นะคะ ณ วันนี้ต้องบอกว่าเราทุกฝ่ายยังช่วยเหลือกันได้นะคะ ยังมีเรื่องของความชัดเจน มาตรฐานกลางที่แจ้งไปนะคะว่า 3 ส่วนที่จะพิจารณาก็คือพื้นที่เปิดโล่ง ความหนาแน่นต่ำที่สุด ลักษณะของกิจกรรม กิจการนั้นก็จะต้องไม่ใกล้ชิดกันเกินไปและเราก็ต้องคิดว่าเราจะควบคุมเรื่องของสถานการณ์ของโรคได้มากน้อยขนาดนั้น ลำดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่าน คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงชี้แจงข้อเท็จจริง เรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะ ท่านณัฐภานุ นพคุณ รองอธิบดีกรมกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และทั้งหมดนี้ก็คือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จากทำเนียบรัฐบาล ดิฉัน ปวีณา ฟักทอง และทีมงานลาไปก่อนสวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր