--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (2 พ.ค. 63) subtitle: date: วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เงื่อนไข เมื่อกี้ทงท่าน ผอ. ก็บอกว่าแต่ว่าถ้าเราทำอาชีพค้าขาย ในการทำอาชีพแบบนี้เพื่อเอาไปยืนยันเขา (คุณปวีณา)สวัสด่ค่ะ ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่แถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ศบค. ทำเนียบรัฐบาลนะคะ เช่นเคยค่ะ วันนี้เรายังมีเรื่องของสถานการณ์ของไวรัส COVID-19 ที่จะต้องติดตามกัน แต่ว่าวันนี้การแถลงของเรานั้นมีความเป็นพิเศษยิ่งขึ้นนะคะ เนื่องจากหลายคนติดตาม ณ ขณะนี้ ก็คือเรื่องของข้อปฏิบัติหลังราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ข้อกำหนดในการผ่อนปรนผ่อนคลายต่าง ๆ ในรายละเอียดจะมีอะไรบ้าง วันนี้จะมีคำตอบให้ได้ติดตามกันค่ะ แต่ลำดับแรกเรื่องของสถานการณ์โรคทั้งในประเทศต่างประเทศ รวมถึงมาตรการสาธารณสุขมีความคืบหน้าอย่างไร เรียนเชิญ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงในรายละเอียดค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) สวัสดีพี่น้องประชาชนครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ขอรายงานตัวในวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 นะครับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาจำเป็นที่ท่านจะต้องใช้หน้ากากอนามัยทุกครั้งนะครับ ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับในตอนนี้ มีความสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างสูงมากเลยในช่วงที่เรามีมาตรการผ่อนปรนตรงนี้ขึ้นมานะครับ ท่านผู้ชมครับวันนี้ผมจะกระชับเวลาของตัวเองให้ได้มาก ๆ เพื่อท่านผุู้ชมท้ายต่อจากที่ผมได้สรุปในเรื่องของสถานการณ์ประจำวัน วันนี้ ขอท่านได้ติดตามนะครับ วันนี้จะมีท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตาและก็ปลัดทระทรวง ประทานโทษครับ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านฉัตรชัย พรมเลิศ จะมาร่วมกันกับทางโฆษกรัฐบาล ศาสตราจารย์ ดร. นะครับ จะมาพูดกันในเรื่องของการให้คำอธิบายข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรตรา 9 ตามพระราชกำหนดบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะฉบับที่ ๕ และฉบับที่ ๖ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ออกไปแล้วนะครับ แล้วก็ได้มีความเข้าใจ และมีข้อสงสัยอะไร วันนี้คงได้ความกระจ่างนะครับ เดี๋ยวได้ดูกันในต่อไปนี้ ขออนุญาตรายงานวันนี้อีกวันหนึ่งที่เป็นข่าวดีของพี่น้องชาวไทยนะครับ เรายังคงตัวเลขที่ ๖ คน ๖ ราย ที่ได้เพิ่มขึ้นมานะครับ ซึ่งทำให้ตัวเลขยอดสะสมผู้ป่วยยืนยันเป็น 2,966 แล้วก็ผู้ป่วยที่หายไปแล้วตอนนี้ 2,732เสียชีวิตก็เป็นข่าวดีวันนี้ไม่มีรายงานเพิ่มอีกเลยนะครับ ยังอยู่ในกลุ่มของวัยเฉลีี่ย 39 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเดินทางเข้าและออกนะครับ ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ณ ตอนนี้ที่เป็นข่าวคราวกันอยุ่ ต้องขอให้ท่านช่วยดูแลตรงนี้ด้วย เพราะว่าท่านเป็นกลุ่มเสี่ยง มาดูกันในเรื่องของการรักษาผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้ ตัวเลขแตะที่ 180 ราย ที่อยู่ในโรงพยาบาล แล้วก็วันนี้เราก็ได้พบผู้ป่วยที่อยู่ใน State Quarantine หรือสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย เดี๋ยวมีรายละเอียด ผมแจ้งดังนี้ครับ ก็จะเห็นวันนี้ 6 ราย 2 รายแรกนี่ก็จะเป็นผู้ป่วยที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันที่มีอยู่ 2 รายครับ รายแรกนี่ อยู่ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ เป็นผู้ป่วยชายอายุ 48 ปี อยู่ใน ประทานโทษครับภูเก็ตนะครับเป็นหญิงอายุ 22 ปี แล้วก็ผู้ป่วยชายอายุ 18 ปี ที่อยู่ก่อนหน้านี้รายก่อนหน้านี้นะครับ แล้วก็ไปค้นหาเชิงรุกนะครับ ที่เราเรียกว่า Active Case Finding ที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตนะครับ จำนวน 2 คนนะครับเป็นหญิงนะครับ เป็นผู้หญิงวัย 21 ปี และ 58 ปี อันนี้เป็นความสามารถของทีมสอบสวนโรค แล้วก็ทีมที่เข้าทำงานอยู่ในพื้นที่นะครับ ที่ไปพบ 2 รายนี้นำเข้าสู่การรักษา แล้วก็ไปพบอีก 2 ราย ที่อยู่ใน State Quarantineหรือสถานที่กักตัว กักกันให้พื้นที่รัฐฯ จัดให้นะครับ เป็นผู้ชายวัย 52 ปี มีประวัติเดินทางในประเทศญี่ปุ่น โดยรถไฟฟ้า ร่วมกับคนญี่ปุ่น กับมาในเมืองไทยวันที่ 21 เมษายน อันนี้รายที่ 1 รายที่ 2 ก็เป็นผู้ป่วยหญิง 52 ปี เป็นนักบวชนะครับแล้วก็เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศอินเดีย แล้วก็กลับมาเมืองไทยในวันที่ 24 เมษายนนี่ถึงแสดงถึงความสำคัญของระบบนะครับ ที่ได้มีในเรื่องของ Local และ State Quarantine ทำให้เราสามารถที่จะพบผู้ที่ติดเชื้อที่กลับมาจากการเดินทางมาจากต่างประเทศได้ ต้องขอบคุณทางทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกท่าน แล้วก็ขอบคุณทางพี่น้องในทุกที่ที่อนุญาตให้มีการดูแลเคสต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยนะครับ ไปดูครับว่าในช่วงที่ผ่านมา 28 วันที่ผ่านมานี้นะครับมีรายงานมาจำนวน 39 จังหวัด ตอนนี้เราปรับสีนะครับ ก็จะเป็นสีที่บ่งบอกนะครับว่า ถ้าแดงก็จะเยอะหน่อย มากกว่า 10 ต่อแสนประชากร แล้วก็สีต่าง ๆ จะออกไปในโทนที่ดี ๆ แล้วนะครับ ทุกท่านที่เป็นเจ้าของพื้นที่ก็ขอฝากให้ท่านได้ช่วยดูแล ถ้าเป็นสีเขียวได้หมดทั้งประเทศเลยก็จะเป็นความหวังของเราในระยะเวลาอันใกล้นี้ อยากให้เป็นจริงอย่างนั้นนะครับ เราจะจำแนกให้เห็นนะครับว่ากรุงเทพมหานครก็ยังมีจำนวนผู้ป่วยมากอยู่ ในวงเล็บคืออัตราต่อแสนประชากร ภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ถ้าจำนวนก็กรุงเทพฯ เป็นอันดับ 1 นี่ก็คือเป็นตารางที่ท่านจะเอาไปอ้างอิงในการกระจายของทางจังวัดต่าง ๆ นะครับที่ลงมาตอนนี้เหลือ 3 สีเท่านั้น ก็มีระยองที่ลงมาจากที่เกินกว่า 28วันนะครับ ในช่วงรายงาน ไม่มีรายงานในช่วง 28 วัน ที่ผ่านมาก็คือ ระยองตาก แล้วก็อุดรธานีนะครับ นอกนั้นก็ดี ๆ ทั้งหมดเลยนะครับ มาดูสถานการณ์ของโลกครับ ตอนนี้ของโลกก็อยู่ในตัวเลข 3,401,002 รายนะครับ ตัวเลขเช้าวันนี้ ในช่วงเช้าวันนนี้ 10.00 นาฬิกา 239,602 รายะครับ แล้วก็หายแล้ว ประมาณ 1,000,000 เศษ ๆ นะครับ ก็อาการก็ดีขึ้นถึงหายได้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่การเสียชีวิตยังอยู่ตัวเลขที่สูงอยู่คือ 7 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เป็นที่น่ากังวลใจ ถ้าตัวเลขต่ำ ๆ ก็ไม่เป็นอะไร แต่ว่าโรคนี้ทำให้เสียชีวิตจำนวนมากที่เดียวนะครับ แล้วก็ตัวเลขที่ทางการเสียชีวิตมากที่สุดยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวานนี้พบเพิ่ม 1,9 15 รายนะครับทำให้ยอดสะสมตอนนี้ 65,000 กว่ารายแล้วนะครับ 56,000 กว่ารายแล้วแล้วก็อังกฤษก็739 ราย ทำให้ตัวเลขสะสมนะครับ ของอังกฤษ ก็เป็น 27,000 กว่ารายที่เสียชีวิต แล้วก็บราซิลเพิ่มขึ้นมา 406 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตออกเป็น 6,400 กว่า ส่วนการเจอรายใหม่อันนี้น่าตกใจนะครับ เพราะว่าทางสหกรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้นเลย36,242 รายนะครับ แล้วก็รัสเซียรองลงมา 7,933 แล้วก็อังกฤษ 6,201 รายนะครับ มีอินเดียครับ อยู่ในประเทศทางฝั่งในตารางทางขวาเมือง ตัวเลขพุ่งขึ้นไปถึง2,394 ในวันเดียว เมื่อวานนี้ ทำให้มียอดถึง 37,000 ซึ่งก็สอดคล้องกันกับที่เราต้องคัดกรองกับผู้ที่ไปแสวงบุญแล้วกลับมาจากอินเดียก็เป็นผู้ที่มีความเสี่ยง และเราก็เจอเชื้อกับกลุ่มนี้ได้บ้างแล้ว ซึ่งก็เป็นระบบที่เราเฝ้าระวังอยู่ ไปดูนะครับ ปากีสถานนะครับ สิงคโปร์ 2 ประเทศนี้มีการเพิ่มของปากีสถานนี้ 1,297 ใน 1 วัน สิงคโปร์ก็ยังไม่ถึงพันแต่ก็แตะ ๆ แล้วนะครับ 932 นะครับ ญี่ปุ่นลงมาที่ 217 ยังเป็นเลข 3 หลักอยู่นะครับ ส่วนทางเกาหลีใต้นี่เหมือนกันเลยนะครับตอนนี้ แล้วก็อินโดนีเซีย 433 ฟิลิปปินส์ 284 แล้วก็มาเลเซียมาที่ 69 ก็ยัง 2 หลักอยู่นะครับ มาดูลำดับในอาเซียนแล้วก็เอเชียนะครับ ก็พบว่าอินเดียเป็นอันดับที่ 1 ปากีสถานรองลงมา แล้วก็สิงคโปร์ แล้วก็ำญี่ปุ่น แล้วก็เกาหลีใต้ด้วยนะครับ อันนี้ก็เป็นอันดับของไทยเราไปอยู่ข้างหลังแล้ว 60 มาดูแนวโน้มของทางสหรัฐอเมริกานะครับยังดูทรง ๆ นะครับอาจจะยังไม่น่าไว้วางใจ แต่วันนี้ที่รายงานไปเพิ่มขึ้นตั้ง30,000 กว่านะครับ ส่วนทาง รัสเซีย บราซิล อังกฤษทั้งหลายเกาะกลุ่มอยู่ด้านล่าง ด้านภาพแนวโน้มของทางเอเชียเราอินเดียยังเส้นทะแยงขึ้นไปน่ากังวลเหมือนกันนะครับ ทางด้านปากีสถาน ส่วนสิงคโปร์แนวโน้มลดลง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มของอาเซียนเรา ครับมีข่าวคราวประเทศรอบบ้านของเราอย่างไรบ้าง ก็พบว่าทางมาเลเซียก็บอกว่ามีการเสียชีวิตจาก COVID-19 เกิน 2 คนนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็พบว่ามีข้อความสำคัญ ที่ตรงนี้นะครับ ก็คือว่ามาเซีย อยู่ภายใต้มาตรการระดับเดียวกันทั่วประเทศ แต่คงต้องต่อเวลามาตรการดังกล่าวทุก 14 วัน เขาทำคล้าย ๆ เราเลยนะครับ โดยกำหนดการปัจจุบันจะสิ้นสุดลง แต่ระหว่างนี้ภาครัฐก็ผ่อนคลายมาตรการเป็นลำดับขั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตไม่ให้มีความตึงเครียดเกินไป อันนี้ก็คล้ายกันอีก แล้วก็ให้มีการขับเคลื่อนทางอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นก่อน ซึ่งจะเริ่มวันที่ 4พฤษภาคม ของเรา 3 นะครับ ของเขา 4 คงต้องดูกันนะครับ ประเทศเพื่อนบ้านเราต่างคนต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันนะครับ มาดูประเทศยอกฮิต ที่เราเคยไปกัน คนไทยไปเที่ยวกัน ฮอกไกโดปิดเมืองอีกครั้งหนึ่งหลังเจอโควิดรอบ 2 อันนี้เขาก็มีรายงานขึ้นมาว่าฮอกไกโดพบการระบาดของโรคโคโรนาไวรัสระรอกที่ 2 นะครับ คาดว่าจากที่สืบเนื่องรัฐบาลท้องถิ่นคลายมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไป อันนี้มีข้อความสำคัญคือตรงนี้ โดยทางการท้องถิ่นฮอกไกโดได้ผ่อนคลายมาตรการตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว แล้วก็ให้ถาคธุรกิจ โรงเรียนเปิดมาทำการอีกครั้ง หลังจากที่ยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายวันเหลือเพียงเลขหลักเดียว เขาเคยผ่านของเรามาก่อน คล้าย ๆ กับตอนนี้พฤษภาคมที่เหลือหลักเดียวแต่ปรากฏว่าเขาเจอเข้าไปแล้ว ทำให้มาตาการผ่อนคลายของเขาทั้งหลายนี่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเร็วเกินไปนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ของเราต้องเฝ้าดูตัวเลขของเราเหมือนกันครับ ไปดูทางสหรัฐอเมริกามี 2 รัฐฯ ที่รายงานอยู่นะครับก็เขาก็อยากจะคลาย lock เหมือนกัน แล้วก็ก็ไม่ให้คลายล็อกนะครับ เขาเริ่มล็อกบางที่ด้วยซ้ำนะครับ ทางรัฐแคลิฟอร์เนียสั่งปิดชายหาดทุกแห่งในภูมิภาค ออเร้นท์ เคาน์ตี้นะครับที่อยู่ทางตอนใต้อย่างไม่มีกำหนดนะครับ เพราะว่าหลังรับรายงานว่าประชาชนจำนวนมากไปรวมตัวพักผ่อนกันอย่างต่อเนื่อง ก็นี่คือภาพอย่างนี้นะครับ แล้วก็ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการละเมิดรักษาระยะห่างความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขก็ต้องทำอย่างนี้เหมือนกันนะครับ แล้วก็ทางฃรัฐนิวยอร์กก็ประกาศว่านับตั้งแต่วันนี้รถไฟใต้ดินในทุกเส้นทางของ Nwe York จะปิดทำการ ระหว่างตี 1 ถึงตี 5 โดยประมาณนะครับในแต่ละวันเพื่อทำความสะอาด อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แล้วก็มาดูนะครับ ของคนวันนี้ 2 พฤษภาคม ก็จะมาจากคาซักสถาน ดูไบ 55 เนเธอร์แลนด์ 50 ดูไบ 29 สเปน สิงคโปร์แล้วก็รัสเซีย รวม ๆ กันมาแล้วพรุ่งนี้ก็ประมาณสัก 200 เศษ ๆ ตอนนี้3,584 คน ทุกคนต้องเข้าสู่ที่รัฐจัดให้นะครับทางภาคพื้นดินนะครับ ก็ยังมีคนลงทะเบียนเข้ามานะครับ 466 แล้วเดินเข้ามา 546 นะครับ ตามตัวเลขที่ว่ามากที่สุดก็คือทางมาเลเซียซก็ต้องขอยังอยู่ในมาตตอนนี้เมื่อวานนี้ก็มีตัวเลขที่ลดลงดีขึ้น การชุมนุมมั่วสุม ลดลงไปแล้วก็การออกนอกเคหาะสถานลดลงไป แต่ว่ามาตรการเหตุของการชุมนุมมั่วสุมก็ยังคงนะครับ คือการเล่นการพนัน ดื่มสุรา เล่นการพนันนี่คิดเป็น ดื่มสุรา 39 ก็พอ ๆ กันนะครับ 2 อันนี้ เพราะฉะนั้นส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ต้องฝากท่านช่วยกันดูแล ผมขอฝากทิ้งท้ายนะครับ ในตอนนี้ วันนี้เป็นการที่เราต้องเข้าสู่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน ผ่านจากช่วงเวลาที่เรามีมาตรการเข้มของการอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแต่ว่า ณ ตอนนี้เราเราผ่อนคลายขึ้นมา ผ่อนคลายเพื่ออะไรครับ หลาย ๆ ท่านทราบว่ามีผลกระทบต่อเรื่องของการ การทำมาหากิน พูดง่าย ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่เรื่องของการเกิดโรคระบาดยังเกิดอยู่ ตอนนี้เราต้องมีมาตรการผ่อนคลาย แล้วก็มีมีข้อกำหนดออกมานี่ วัตถุประสงค์จะมี 2 ข้อนะครับที่อยากจะฝากไว้ คือที่มีทั้งฉบับ 6 ออกมา 5 ก็คือเรื่องคล้าย ๆ เดิม 6 นี่จะเป็นมาตรการการผ่อนปรน เดี๋ยวทางทั้ง 3 ท่านคงจะมาพูดคุยกัน แต่หลักการอยู่ที่การป้องกันการระบาดของโรค อันที่ 2 ก็คือขอให้มาตรการเหล่านี้ทำให้ประชาชนดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยนะครับ โดยดำรงชีวิตภายใต้ปรัชญาพอเพียง ซึ่ง 2 อย่างนี้ต้องทำให้สมดุลกัน ซึ่งเดี๋ยวในรายละเอียดคงจะได้พูดคุยกันต่อ แต่อยากจะฝากที่สำคัญที่สุดนะครับตอนนี้ 2 ข้อครับ หน้ากากอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ ยังขอให้พวกท่านช่วยกันอยู่เพิ่มระยะห่างสักนิดนะครับ เวลาขับรถไปแล้วเห็นท่านต่อคิวกัน ซื้อของอยู่ในห้าง หรืออยู่ตลาดอะไรทั้งหลายแล้วใกล้ชิดกันเกินไป หน้ากากอนามัยโดยเฉพาะแบบผ้า ป้องกันได้ครับ แต่ไม่ 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากที่จะปลอดภัยในตัวเองและต้องลดระยะห่าง ต้องเพิ่มระยะห่าง แล้วสวมหน้ากากอนามัยเพื่อจะลดโรคต่อไปได้นะครับ วันนี้ผมขอได้ยุติการแถลงข่าวตรงนี้ เดี๋ยวมอบเวทีที่เหลือนี้ให้กับทั้ง 3 ท่านต่อไปนะครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ท่านก็ได้มาสรุปเรื่องของสถานการณ์ด้านสาธรณสุข เรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นะคะ เน้นย้ำกันอีกครั้งหนึ่งเรื่องของจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อกัน แม้ว่าเราจะได้รับฟังข่าวดีมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงวันนี้ด้วย แต่ก็ยังชะล่าใจไม่ได้นะคะก็ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อนี่อยู่ที่ 6 คน ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยสะสม 2,966 คน ในจำนวน 6 คนที่เป็นผู้ป่วยและติดเชื้อในวันนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน ค้นพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาเชิงรุก และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่อยู่ใน State Quarantine ที่กลับมาจากต่างประเทศซึ่งก็เห็นว่าทั้ง 3 กลุ่มนี้มาจากกลุ่มคนที่เราติดตามทั้งกลุ่มคนที่เคลื่อนย้ายมาจากต่างประเทศ ทั้งกลุ่มคนที่มีความเสี่ยง หรือว่าสุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ แต่นอกจากนี้ค่ะ เรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่จะมีการเพิ่มขึ้นมา อย่างเมื่อสักครู่ที่ทางท่านโฆษกได้แจ้งไปว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้เรายังอยู่ในช่วงของการประกาศคอร์ฟิว จากเคอร์ฟิว ในช่วงของเคอร์ฟิวนี่ที่เพิ่มขึ้น แล้วถึงแม้ตัวเลขดีทรงตัวและปรับลดลง แต่ 3 อันดับแรกเราก็ยังเห็นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเล่นการพนัน การดื่มสุรา รวมถึงยาเสพติด ถึงแม้จะมีกฎหมายห้าม แต่ยังมีการกระทำความผิดอยู่ณ วันนี้เราเริ่มมีการผ่อนคลายแล้ว แต่ว่ามาตรการหลังจากการผ่อนคลายเป็นอย่างไร ทำอย่างไรทำให้เรื่องของการใช้ชีวิตของเราคล่องตัวมากยิ่งขึ้น แต่การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 วันนี้เราต้องมาสอบถามรายละเอียด เรามีผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้เกียรติมาให้รายละเอียดเรา 3 ท่านด้วยกันนะคะ แต่ว่า 2 ท่านแรกจะเป็นผู้แถลงแล้วก็ชี้แจงในรายละเอียดนะคะ ประกอบด้วยท่านพลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา และท่านศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญศิลวัฒน์ โฆษกนายกรัฐมนตรี และหากมีประเด็นเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องกระทรวงมหาดไทย คุณผู้ชมก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะว่านี้เรามีท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ มาให้ข้อมูลด้วย โอกาสนี้ดิฉันขออนุญาตส่งต่อเวทีให้กับทั้ง 2 ท่าน เรียนเชิญค่ะโฆษกรัฐบาล ขออนุญาตถอดหน้ากากนะคะ วันนี้มาพร้อมกับท่านเลขาฯ พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา สวัสดีค่ะ ก็ขออนุญาตเริ่มต้นที่ข่าวดีเมื่อสักครู่ เราก็สามารถที่จะรักษาระดับของผู้ติดเชื้อได้ในแต่ละวัน 2 หลักมาหลายวันต่อเนื่องแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านนายกฯ ก็ได้กล่าวชื่นชมความพยายามและความร่วมมือกันของบุคลากรทางแพทย์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ส่วน และที่สำคัญก็คือท่านนายกฯ ฝากชื่นชมมา คือ ความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ที่ทำให้เราสามารถมาถึงตัวเลขหลักเดียวได้นะคะ แล้วก็นำมาสู่การหารือใน ศบค. ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงมาตรการต่าง ๆ ว่าจะต้องคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินไว้หรือไม่ แล้วก็นำมาสู่ครม เมื่อวันอังคารนะคะ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขยายระยะเวลาของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ก็คือเริ่มตั้งแต่เมื่อวานนี้ 1 พฤษภาคม สิ้นสุด 31 พฤษภาคม ข้อกำหนดต่าง ๆ ได้ออกมาในประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันนี้ซึ่งโดยหลักการพิจารณาข้อมูลของ ศบค นี่ ก็พิจารณาผลกระทบด้านสาธารณสุข ปัจจัยด้านสาธารสุขเป็นหลัก ส่วนปัจจัยด้านสังคมนั้นก็เป็นปัจจัยที่เป็นลำดับถัดมานะคะ โดยที่แนวทางที่ท่านนายก ได้มอบให้กับทาง ศบค. ได้รับการปฏิบัติ ในการกำหนดมาตรการและทางในการปฏฺบัติ มีมาตรฐานกลางจาก ศบค. นะคะ แล้วก็ที่จะออกเป็นแนวปฏิบัติในแต่ละจังหวัดในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดก็เข้มข้นกว่ามาตรฐานกลางได้ แต่เข้มข้นน้อยกว่านั้นไม่ได้ และท่านก็กำชับให้มีมาตรการควบคุม ก็คือที่ระดับจากส่วนกลาง คือ ศบค. มาตรฐานกลางที่ว่า แล้วก็ควบคุมผ่านระดับที่ 2 คือเรื่องของส่วนการประเมินที่จะต้องมีการสุ่มตรวจว่าปฏิบัติไปตามที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ แล้วก็ลำดับที่ 3 ก็คือในการควบคุมก็คือ ที่ลำดับพื้นที่ ต้องกำหนดแนวปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนจะได้เข้าใจปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ในรายละเอียดของตัวข้อกำหนดนะคะเป็นประกาศราชกิจจา เมื่อวานนี้ก็จะเห็นว่ามีอยู่ 2 ด้าน สำคัญ ก็คือที่มีการผ่นคลายนะคะ ที่มีกิจการ ด้าน นั่นก็คือด้านเศรษฐกิจและด้านการดำเนินชีวิต ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะใช้ชีวิตกลับมาใกล้เคียงปกติ แต่จะเป็นการค่อย ๆ ผ่อนปรนในข้อกำหนดที่ออกมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตจะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวท่านเลขาฯ สมช. พลเอก สมศักดิ์ นะคะ นอกจากนั้นก็จะมีด้านการออกกำลังกายหรือดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนด้วยก็จะมีการผ่อนปรนในหลาย ๆ กิจกรรมด้วยกันในตอนนี้ก็จะขออนุญาตเรียนเชิญท่านเลขาฯ สมช. เล่าให้ท่านฟังถึงรายละเอียดว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง // ขอบคุณครับ ๆ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า เราเริ่มประกาศสถานการณ์ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม แล้วก็มีผลฉบับแรกก็คือมีผลถึงสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งเราก็พบว่าเป็นมาตรการที่ค่อนข้างจะเคร่งครัด เหตุผลประการเดียว เพื่อสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเป็นเหตุผลสำคัญ แต่เมื่อ 1 เดือนผ่านไป ถึงแม้ว่าเราจะต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน เหตุผลของเราก็อยู่เช่นเดิมเราต้องการรักษาประสิทธิภาพให้มีต่อไปเช่นเดิมนะครับ แต่เนื่องจากว่า เข้าใจดีว่า มาตรการที่เราเคร่งครัดในช่วงเดือนเมษายนทำให้เกิดความไม่สะดวกนักในการดำเนินชีวิต หรือรวมทั้งเศรษฐกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบผ่อนปรนมากยิ่งขึ้น ก็เลยเป็นที่มาของการออกมาตรการที่จะผ่อนปรนยิ่งขึ้นในช่วงเดือน พฤษภาคมนี้ แต่ว่าการผ่อนปรนก็ต้องทำเป็นระยะ ๆ ก็ต้องประเมินแต่ละระยะ ๆ ว่าแต่ละระยะนั้นสามารถผ่อนปรนได้มากได้น้อย ประการสำคัญขึ้นอยู่กับความร่วมมือของพ่อแม่พี่น้องปัจจัยสำคัญ ในการประเมิน ในการที่จะปลดล็อก หรือผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ต่อไป ในห้วงตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมเป็นต้นไป เป็นเวลาอย่างน้อย14 วันที่จะมีมาตรการผ่อนปรนที่ออกไปแล้ว ยังคงรักษามาตรฐานของความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก แต่ยังมีการผ่อนปรนเรื่องการดำรงชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทางด้านเศรษฐกิจก็มีมาคำนึงถึงด้วยประกอบกัน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่รายละเอียดอยู่ในข้อกำหนดที่เราออกไปแล้ว ซึ่งเป็นที่รับทราบโดยทั่วไปแล้วนะครับ เช่น ในด้านการดำรงชีวิต ก็ยังอนุญาตให้ผ่อนปรนนะครับ ให้มีการเปิดร้านค้า ร้านค้า ร้านอาหารในโรงแรม ในสนามบิน ในโรงพยาบาล ในร้านสะดวกซื้อ รถเข็นหาบเร่ แผงลอย ให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างปกติสุขยิ่งขึ้น แต่ว่าทั้งหมดนี้ก็ยังมีมาตรการกำกับ มีการรักษาระยะห่าง มีการตรวจวัดอุณหภูมิตามความเหมาะสม มีการทำความสะอาดพื้นผิวของสถานประกอบการ มีการจัดให้มีเจลล้างมือ อันนี้เป็นมาตรการเป็นมาตรฐานแต่อย่างไรก็ตามมาตรการที่เข้มข้นยิ่งขึ้นก็สามารถออกได้โดยผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัด รวมทั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครนะครับ ต่อมาที่มีการผ่อนปรนกันคือห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น การขายอาหารในร้าน super market ร้านขายยา ร้านเบ็ดเตล็ด ที่ทำการรัฐวิสาหกิจ ที่ทำการที่อยู่ในห้างนั้น หรือธนาคาร ร้านอาหารเปิดได้ แต่ว่าจะต้องเอากลับบ้านเท่านนั้น ซื้อกลับบ้านห้ามรับประทานในสถานที่ที่ขาย ร้านค้าปลีกส่ง ตลาด ๆ ต่าง ก็เปิดได้ ตลาดน้ำเช่นเดียวกันก็เปิดได้ เช่นเดียวกัน ก็เปิดได้ มาตรการก็ยังมีอยู่นะครับ ทำความสะอาดพื้นผิว การรักษาระยะห่าง การตรวจวัดอุณหภูมิสถานเข้าออกสถานบริการต้องมีอยู่ต่อไป ร้านเสริมสวย ร้านแต่งผม ก็เปิดได้ อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตเหมือนกันว่าเราคิดจากอะไร ประการสำคัญก็คือ อันดับแรกมันเป็นมาตรการผ่อนคลายให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องถูกกำกับโดยข้อกำหนดหรือมาตรการที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าการแพร่ระบาดของโรคจะไม่เกิดขึ้น เราอนุญาตให้มีการสระ การตัด การซอยผม แต่ยังไม่มีการอนุญาติโกรกผม หรืออื่น ๆ ไม่ว่าจะเรื่องการโกรกสีผม เหตุผลก็คือว่าอย่าใช้เวลานานในสถานบริการเหล่านี้เพราะว่ายิ่งอยู่ใช้บริการนานเท่าไร ก็ยิ่งจะที่รับเชื้อมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันทั้งที่ผู้ให้บริการต้องมีมาตรการเข้มข้น บังคับกัน เช่น ผู้ให้บริการอาจจะต้องล้างเจลล้างมือให้เห็น ใส่หน้ากาก ใส่เฟสชิลต่าขยะมูลฝอยในร้านต้องเททำความสะอาดทุกวัน ในขณะเดียวผู็รับบริการก็ต้อง ต้องใส่หน้ากากในจังหวะที่เหมาะสม เข้าใจดีว่าบางมาตรการอาจจะทำได้ลำบาก เช่น ขณะตัดผมใส่หน้ากากอาจจะลำบากไหม ก็มีท่านอาจารย์บางท่านบอกใช้วิธีใช้มือปิดหน้ากากลักษณะนี้ อาจจะผ่อนสายรัดหูลงเพื่อตัดผมได้ เพราะอย่างนั้นก็ต้องดูแลตัวเองทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ อันนี้ก็จะเป็นกรณีของร้านเสริมสวย เช่นเดียวกันมาตรการที่ผ่อนปรนเช่นเดียวกันก็คือการออกกำลังกายกลางแจ้ง เหตุผลก็เพราะว่าเราทราบดีกว่าการระบาดของเชื้อโควิดนี้ ร่างกายมนุษย์ก็ยังมีโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ ที่ยังรุมเร้าอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งของทุก ๆ คนก็คือการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงเนื่องจากมันเป็ฯมาตรการป้องกันเป็นมาตรการเชิงป้องกันสำหรับทุกโรคอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องแข็งแรงได้ ก็ต้องไปออกกำลังกาย ในการออกกำลังกายในที่แจ้ง ก็มีคำถามว่าทำไมเราอนุญาตให้เล่นเทนนิสได้ แต่ไม่อนุญาตให้เล่นแบดมินตัน เป็นต้นหรือว่ายน้ำก็ไม่ได้เป็นต้น เหตุผลก็ง่าย ๆ ครับในที่โล่งแจ้ง การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นเทนนิส กอล์ฟ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำที่โล่งแจ้ง การถ่ายเทอาการทำได้สะดวก การติดเชื้อมีโอกาสเกิดขึ้น้อย แต่ในขณะที่แบดมินตันเป็นกีฬาที่คล้าย ๆ กัน ถ้าไปเล่นในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นต้น หลักการก็ง่าย ๆ เท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นสวนสาธารณะจะเปิดเช่นเดียวกัน ให้วิ่งได้ ให้ปั่นจักรยานได้ เป็นต้น แต่กิจกรรมที่รวมคนหมู่มาก ก็มีคำถามว่ารำไทเก๊กทำได้ไหม คำตอบคือได้ แต่ว่าต้องผู้ร่วมจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมก็อาจจะต้องใส่หน้ากากในบางกรณีเป็นต้น ไม่ได้ห้ามถึงกับห้ามเคร่งครัด ก็ขึ้นอยู่กับว่าท้องถิ่นหรือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้กำกับดูแลสวนสาธารณะเหล่านั้นไปกำกับมาตรการเพิ่มเติมแต่มาตรการที่ต้องใช้ร่วมกันก็คือรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากาก หรือถ้าเป็นไปได้ก็ตรวจวัดอุณหภูมิ หรือจำกัดคนเข้าคนออก หรือจำกัดเวลาในทำกิจกรรมเหล่านั้นเป็นต้นนะครับ สถานที่ให้บริการอื่น ๆ สถานพยาบาล สถานทันตกรรม สถานพยาบาลต่าง ๆ ก็ให้บริการปกติอยู่แล้ว อันนี้ไม่ได้ห้ามแต่อันนี้ก็เป็นการผ่อนปรนว่าสถานบริการที่ได้รับการอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเปิดได้ มีมาตรการจำกัดเช่นเดียวกัน เรื่องการป้องกัน การใส่หน้ากากก็ดี การตรวจวัดอุณหภูมิ หรือการใช้บริการที่น้อยที่สุดในสถานบริการเหล่านั้นนะครับ ร้านตัดขนสัตว์ สปา เหล่านี้ก็ยังเปิดได้ เพราะยังไม่ได้มีหลักฐานเชื่อมั่นได้ว่า สามารถติดจากคนไปสู่สัตว์ หรือสัตว์มาสู่คน เพราะฉะนั้นสถานบริการที่เกี่ยวกับสัตว์ก็ยังเปิดให้บริการ เพียงแต่ก็ต้องรักษามาตรการปกตินะครับ การรักษาระยะห่าง การตรวจวัดอุณหภูมิ การจำกัดผู้เข้ารับบริการเป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ก็จะเป็นมาตรการผ่อนคลาย แต่ภายใต้มาตรการผ่อนคลายเหล่านี้ผมก็อยากจะเรียนว่ามาตรการบังคับปกติที่ยังมีผลอยู่ก็คือการห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22 นาฬิกา ถึงตี 4 ของวันรุ่งขึ้น อันนี้ยังคงใช้บังคับอยู่ การจำกัดการเคลื่อนย้ายของผู้คนข้ามจังหวัดก็ยังกระทำอยู่ มีมาตรการบังคับอยู่เช่นเดียวกัน รวมถึงการรักษาที่ผมพูดย้ำอยู่เสมอก็คือการวัดอุณหภูมิ การจำกัดผู้เข้าร่วมกิจกรรม การจำกัดเวลาในการจัดกิจกรรม มาตรการที่จะกำกับกิจการเหล่านั้นต่อไปครับ เรียนว่าอันนี้คือมาตรการผ่อนคลาย บวกกับมาตรการบังคับทั่ว ๆ ไป ในระยะต่อไปหากเรามีการประเมินว่าสถานการณ์เหล่านี้ลดน้องลง มากยิ่งขึ้น สถิติผู็ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวน้อยลง มีสิ่งบ่งชี้ได้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ป่วยมีน้อยลงอย่างต่อเนื่องก็จะพิจารณาเปิดการผ่อนปรนระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ระยะที่ 4 จนครบต่อไป ซึ่งแต่ละระยะตามนโยบายของท่านนายกฯ ก็จะมีการประเมิน และมีการเปิดอย่างระมัดระวัง ทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นทางของมาตรการสาธารณสุขเป็นหลักครับ แล้วก็เรื่องความสะดวก สบาย เรื่องเศรษฐกิจก็จะเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณา แต่ก็เป็นเรื่องประกอบมาตรการทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็ฯหลักครับ // ขอบพระคุณท่านสมศักดิ์ เลขาธิการ สมช. นะคะ ท่านนายกฯ ยังได้ฝากความห่วงใยมาถึงพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องนะคะ ถึงแม้ว่าตัวเลขจะยังเป็นตัวเลขที่หลักเดียว แต่ยังอยากขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในมาตรการและแนวปฏิบัติต่าง ๆ แล้วก็เดี๋ยวทางจังหวัดจะได้มีมาตรการพื้นที่ที่ชัดเจนเพิ่มเติมต่อมา นอกจากห่วงใยในเรื่องของสาธารณสุขแล้วนะคะ ท่านนายกฯ ยังมีความเป็นห่วงเป็นอย่างมากถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเมื่อวานนี้เอง ท่านจึงลงนามในคำสั่งแต่งตั้งที่จะมาดูแลให้คำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ 13 ท่านนะคะ ซึ่งจะทำหน้าที่ในทางวิชาการ แล้วก็เสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นทางสังคมเพื่อจะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที แล้วก็ถูกต้องตามแนวทางตามหลักวิชาการ เสริมกับคณะกรรมการกรั่นกรอง การใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชน ก็ทำงานอย่างเข้มข้นนะคะ ในการดูโครงการต่าง ๆ ที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชนให้ครอบคลุม นอกจานั้นเองเมื่อวานนี้มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการท่านนายกฯ ก็ได้ย้ำกับปลัดฯ ทุก ๆ กระทรวงนะคะ ภารกิจที่สำคัญในขณะนี้ก็คือการรับใช้ดูแลพี่น้องประชาชน ช่วยกันแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจและทางสังคม หากมีโครงการใด ๆ ที่สามารถจะสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ก็ขอให้พิจารณาดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานในท้องถิ่น แล้วก็นำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นในวันที่ผ่านมา สั่งคำสั่งไปยังกระทรวง พม. นะคะ แล้วก็ทางผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วยว่าให้เตรียมดูแลที่พัก แล้วก็ดูแลช่วยเหลือผู้ที่ตกงาน ผู้ที่ไร้ที่พักทั้งหลายซึ่งหลายจังหวัดได้เริ่มดำเนินการแล้ว ร่วมดำเนินการด้วย จึงอยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนค่ะ ท่านห่วงใยพี่น้องประชาชนจากใจจริงในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข และเศรษฐกิจและสังคม มีสิ่งใดที่เสนอแนะเข้ามาท่านนายกรับฟังตลอดนะคะ แล้วก็ขอให้เสนอแนะเข้ามาผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่ทางภาครัฐจะเสนอแนะท้องถิ่นก็ได้นะคะ และตอนนี้มีคณะที่ปรึกษาเดี๋ยวก็คงจะได้มีแนวทางที่จะออกมาเพิ่มเติมต่อไปค่ะขอบพระคุณค่ะ (คุณปวีณา) ค่ะถึงแม้ว่าวันนี้เราจะติดตามเรืื่องของการทำข่าวพิื้นที่ ก็มีประเด็นคำถามเข้ามานะคะ โดยเฉพาะประเด็นออกมา จะรวบรวม 5-6 ประเด็นนะคะ เพื่อจะสอบถามและให้เกิดความชัดเจน เบื้องต้นขออนุญาตสอบถามจากช่อง 9 ก่อนนะคะในเรื่องของข้อกำหนด คลินิก สถาบันทันตกรรม หรือสถานพยาบาลทั่วประเทศที่จัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถเปิดได้ ในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ คำถามก็คือ คลินิกเสริมความงามจำพวกที่จัดตั้งอย่างถูกต้องสามารถเปิดได้ด้วยหรือไม่คะ ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องของการฉีดโบท็อก หรือว่าการทำศัลยกรรมต่าง ๆ // ก็พื้นฐานก็คือว่า สถานพยาบาลมีผลต่อชีวิตประจำวัน ชีวิตความเป็นอยู่สุขภาพของเรา เรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขโดยเฉพาะที่ผมเรียนไปแล้วว่า กิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่มีวิธีคิดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าใช้เวลานาน ๆ ในการทำกิจกรรมเหล่านั้น มันก็มีความเสี่ยงที่จะติดโรคจากผู้รับบริการและผู้ให้บริการ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในกรณีนี้ก็อาจจะประเมินเดี๋ยวผมจะประเมินอีกทีหนึ่งนะครับว่าสมควรที่จะไปอยู่ในเฟส 2 หรือ เฟส 3 หรือไม่ ถ้าเกิดวันที่ 3 เป็นต้นไปนี่ สถาบันเสริมความงามยังคงห้ามอยู่ต่อไปครับ (คุณปวีณา) ขออนุญาตถามเพิ่มเติมค่ะ อย่างเรื่องกรอบเวลาทางฝ่ายความมั่นคงของเราได้พูดคุยกับทั้งทางผู้ประกอบการและสาธารณสุขไหมคะว่าถ้าคุณผู้ชมกลับไปใช้บริการในพื้นที่ต่าง ๆ ต้องใช้เวลาสักเวลาเท่าไรถึงจะเรียกว่าปลอดภัยและลดเรื่องของความเสี่ยงเรื่องของการแพร่เชื้อค่ะ // ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าตอนที่เรากำหนดมาตรการผ่อนปรนก็ดีหรือมาตารการกำกับกิจกรรมเหล่านั้น หรือมาตรการเหล่านั้น ได้มีการหารือกับทางฝ่ายความมั่นคง ทางสภาพัฒฯ ก็คือตัวแทนของผู้ประกอบการ ก็คือคุณหมอทั้งหลายที่เป็นฝ่ายสาธารณสุข เพราะฉะนั้นมาตรการทั้งหลายที่ออกมาจะเป็นผ่อนปรนก็ดีหรือมาตรการกำกับกิจการเหล่านั้น เป็นความเห็นชอบพร้อมกันทั้ง 3 ฝ่าย เพราะฉะนั้นก็คือ ไม่ว่าจะเป็นเฟสที่ 1 เฟสที่ 2 หรือเฟสที่ 3 มีการหารือกันเป็นระยะ ๆ ต่อไป ปัจจัยในการพิจารณาผมก็ได้เรียนแล้วครับว่า 1 ความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนกับผู้ประกอบการ ความพร้อมของผู้ประกอบการเอง หรือที่สุดคือกิจกรรม หรือกิจการเหล่านั้น เอื้อประโยชน์ตอสาธารณสุข และกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นฐานมากน้อยขนาดไหนครับ (คุณปวีณา) ประเด็นของช่อง 9 เพิ่มเติม เรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตกลงตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมนี้สามารถขายได้แล้วหรือไม่คะ // ได้แล้วครับ วันที่ 3 ก็คือขายได้ สถานที่หรือห้างร้านที่ได้รับใบอนุญาตแต่แรกหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถเปิดขายได้ตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไปก็ตามยังคงเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หากเห็นว่าในพื้นที่ของตนมีการละเมิด มีการแพร่เชื้อเนื่องจากกิจกรรมของการขายสุรา ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านก็สามารถไปสั่งปิดในภายหลังได้ แต่ในขั้นต้นนี้อนุญาตให้ทุกร้านที่ได้รับใบอนุญาตเดิมให้ขายได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไปครับนะคะ จากสำนักข่าว PPTV นะคะ ว่าแล้วจะมั่นใจได้อย่างไรบ้าง เมื่อซื้อแอลกอฮอล์จากร้านจริงกลับไปที่บ้านจริงจะไม่เกิดการมั่วสุม รวมกลุ่มในเคหะสถานเช่นที่บ้าน หอพัก คอนโดทั้งหลังแล้วก็ก่อนเคอร์ฟิว เอาล่ะให้ซื้อกลับบ้านได้ ไปทานกับในสมาชิกในครอบครัว แต่ก็อย่าถึงในลักษณะมั่วสุม เพราะว่าการมั่วสุมจะไปผิดข้อกำหนดในลักษณะอื่นอีกซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิ์ที่จะไปตักเตือนหรือดำเนินคดีได้ในกรณีของการมั่วสุม แต่ถ้าเกิดมีแบบนี้หลาย ๆ ครั้งเข้า มีหลาย ๆ พื้นที่เข้า ก็จะกลายเป็นวา การจำหน่ายสุราเป็นต้นเหตุของการมั่วสุม จะนำไปสู่ว่าอาจจะต้องจำกัดหรืองดการขายสุราในที่สุด เพราะฉะนั้นก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกท่านนะครับว่าถ้าไม่อยากห้ามปรามเพิ่มเติมจากนี้ ก็คงต้องให้ความร่วมมือ 1.ห้ามดื่มสุราที่ร้าน ที่ห้ามจำหน่ายอยู่แล้ว เมื่อกลับไปถึงที่บ้านก็พอสมควรน่ะครับ ไอ้คำว่าพอสมควรก็คงต้องแล้วแต่ดุลพินิจของท่าน หรือเจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบท่านเป็นระยะ ๆ นะครับ (คุณปวีณา) ค่ะมาดูเรื่องของประเด็นการเดินทางกลับต่างจังหวัดของประชาชนกันบ้างนะคะ เมื่อวานนี้มีภาพของคนมีคนที่เดินทางไปต่างจังหวัดเยอะมาก หลายคนมีข้อกังวลใจ มาจากทั้งสำนักพิมพ์เดลินิวส์ ข่าวสด ถามกรณีที่คนแห่เดินทางกลับต่างจังหวัด ในแต่ละจังหวัดควรมีมาตรการอย่างไร และถ้าหากคนเหล่านั้นเดินทางกลับมากรุงเทพจะต้องถูกกักตัวหรือไม่ เพราะเดินทางมาจากเสี่ยง อย่างเช่นจังหวัดภูเก็ตค่ะ ขออนุญาตเชิญทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบคำถามประเด็นนี้ เรียนเชิญท่านค่ะ // ขอบคุณครับ ก็อยากจะเรียนให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศนะครับว่าอยากให้ทราบว่าการปฏิบัติในต่างจังหวัดมีมาตารฐานอย่างไร ผมเรียนว่าผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ จะยึดกรอบในเรื่องของข้อกำหนดของทางส่วนกลางนี้ แล้วก็คำสั่งต่าง ๆ ของ ศบค. เป็นหลัก จะไม่มีการปฎิบัติอะไรต่างไปจากข้อกำหนดนะครับ ส่วนความหนักเบาในการดำเนินการตามข้อกำหนัดนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความเสี่ยงแต่ละพื้นที่ ที่แตกต่างกันบ้าง แต่ในหลักการนะครับ ถามว่าสาระสำคัญก็คือทำอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นการรักษาประโยชน์สาธารณะป้องกันการยับยั้งอันนี้เป็นเรื่องที่เป็นสาระสำคัญ ส่วนที่ 2 ในข้อห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี ของรัฐบาล การดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพของประชาชน ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้สำรวจปัญหาข้อจำกัดความต้องการของประชาชนได้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านนะครับ โดยมอบให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดำเนินการ คำถามที่ว่ามีการเดินทางได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร จะมีการกักกัน ตรวจสอบหรือไม่นั้น ผมเรียนนะครับว่าเนื่องจากข้ากำหนดนี่นะครับ ยังกำหนดว่าให้งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตจังหวัดอันนี้เป็นสาระหลักที่เป็นข้อกำหนดครับ ส่วนบุคคลที่มีเหตุผลความจำเป็นต้องอธิบายพร้อมกับหลักฐานประกอบนะครับ หลักฐานที่ว่านั้น ก็ตามแต่กรณีของการเดินทางนั้น ๆ แต่หลักคือทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองของจุดตรวจต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศนะครับ ขณะเดียวกันนอกจากมีการตรวจ ณ จุดตรวจแล้ว เป้าหมายในพื้นที่ที่เป็นภูมิลำเนา ในการที่จะดูแลคนเหล่านั้นในพื้นที่ อันนี้คือประเด็นที่ผมอยากนำเรียนนะครับ โดยสรุปแล้วถ้าถามว่าการเดินทางของคนนั้นจะเจออะไรบ้าง อย่างแรกคือเจอการตรวจคัดกรองครับ ส่วนจะโดนกักตัว 14 วันไหม ขึ้นอยู่กับเหตุผล แล้วก็เป็นกรณี ๆ ไปนะครับ โดยสรุปแล้วคนที่จะเดินทางนี่ที่ท่านสอบถามถึงว่าภูเก็ต หรือผมอยากจะเรียนว่ายังมีอีกหลายจังหวัด คนที่เดินทางปกติต้องอธิบายมีเหตุผล แต่คนกลุ่มที่ 2 คือคนที่ผ่านกระบวนการที่ว่าState Quarantine หรือ Local Quarantine แล้วก็มีใบรับรอง ท่านเดินทางแล้วแสดงว่าท่านผ่านกระบวนการแล้วยืนยันว่าไม่มีการกักตัวแน่นอนครับ ส่วนกลุ่มที่ 3 ครับมาจากพื้นที่เสี่ยงนะครับ ในส่วนนี้ถ้ามีการเดินทางจริงจะต้องมีหลักฐานชัดเจน ส่วนที่ 4 ผมเรียนนะครับ เพื่อให้พี่น้องทุกคนนะครับ รวมทั้งจังหวัดที่เป็นทางผ่านของคนที่เดินทางออกจากภูเก็ต โดยมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าคนเหล่านี้ครับโดนคำสั่งจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ให้กักตัวเขามามากกว่าเป็นเวลา30 วันแล้ว คำว่า "กักตัว" คือจังหวัดทั่วประเทศออกคำสั่งนะครับ ไม่ให้เข้าเขตและไม่ให้ออกนอกเขต คนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่เหมือนกับมีการ Quarantine มาแล้วและเขาจะเดินทางไปไหนนี่จะมีใบรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตต้องแจ้งที่เป็นถูมิลำเนาให้ทราบว่า จะมีเส้นทางกลับไปนะครับ แล้วก็เส้นทางผ่านทั้งหมดผมได้ทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้แจ้งกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ว่าบุคคลเหล่านี้มากกว่า 30 วัน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเหตุผลที่จะเรียนชี้แจง เป็นที่มาที่มีที่มาที่ไป ลแะมีเหตุผล และมีคำอธิบายนะครับ อย่ามีความกังวลนะครับ เพียงแต่ท่านอยู่ในขอบข่ายของกลุ่มเป้าหมายใดก็แสดงข้อมูลและเหตุผลนั้นนะครับ กราบเรียนเป็นข้อมูลและสิ่งสำคัญที่สุด และขอร้องพี่น้องประชาชนทุกคนได้โปรดเข้าใจและเห็นใจกับคนที่ทำงานจุดตรวจ จุดตรวจจุดสะกัดนะครับ ฝนตก แดดออก ทำงานเกิน 6 ชั่วโมง ทั้งเป็นข้าราชการ อาสาสมัคร สาธารณสุข อสม. ตำรวจ ฝ่ายปกครอง พี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อเหล่านี้ เขาจะทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จุดไหนอาจจะมีทำความไม่สะบายใจ หรือว่าจะทำให้ท่านไม่สะดวก ต้องผมเองในฐานะกระทรวงมหาดไทยและได้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้วให้พูดจาละมุนละม่อม ให้ชี้แจงทำความเข้าใจนะครับว่าทุกอย่างมีทางออกครับ ที่จะดูแลซึ่งกันและกันครับ ขอบขอบพระคุณครับ (คุณปวีณา) ขอขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยนะคะ ขอเรียนเชิญท่านเลขาฯ เพิ่มเติมในประเด็นเรื่องนี้ด้วยค่ะ เรียนเชิญค่ะ // เรียนว่าการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดยังคงเป็นมาตรการที่เรากำหนดไว้ในข้อกำหนดนะครับ ก็ไม่สนับสนุนวิธีการใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็นผอ. ศบค. เอง และในฐานะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม ครม. นะครับ ที่ประชุม ครม. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีมติออกมาชัดเจนว่าในช่วง 1-11 พฤษภาคม ซึ่งมีวันหยุดหลายวัน วันแรงงานวันที่1 วันฉัตรมงคล วันวิสาขบูชา วันพืชมงคลวันพืชมงคล วันวิสาขบูชา มีวันหยุดหลายวัน เป็นมติ ครม. ออกมาแล้วนะครับว่าข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจจะห้ามลาในช่วงนี้ ห้ามลาก็คือห้ามเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา มาตารการต่าง ๆ ก็จะออกมาจำกัดไม่ให้ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บังคับบัญชาก็ต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัดจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ นอกนั้นจะไม่อนุญาตให้ลานะครับ แล้วก็อย่างที่ท่านปลัดฯ มหาดไทยระหว่างทางท่านก็จะเจอมาตาการที่เข้มข้น มาตรการที่เข้มข้นที่จะไม่ได้รับความสะดวกสบายนัก ทำให้การแพร่ระบาดของโรคเกินไปกว่าขีดความสามารถที่ควบคุมได้นะครับ ก็ขออนุญาตเรียนเป็นข้อมูลเพิ่มเติมครับ (คุณปวีณา) ค่ะโอกาสนี้ขอขอบพระคุณนะคะ พลเอกสมขอบคุณท่าน (พลเอก สมศักดิ์) ดร.นฤมล กราบขอบพระคุณทั้ง 2 ท่านค่ะ รวมถึงกราบขอบพระคุณท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มาให้ประเด็นข้อซักถามเพิ่มเติมสำหรับคุณผู้ชมนะคะที่รับชมแล้วยังมีข้อสงสัยในเรื่องของข้อปฏิบัติในคำสั่งศูนย์บริหารสถานการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส 2019 หรือว่า COVID-19 นะคะ ณ ขณะนี้จะมีแนวทางปฏิบัติ ข้อกำหนดที่ออกมา และสามารถที่จะเข้าไปอ่านทำความเข้าใจได้ ใครเปิดร้านแบบไหน ประกอบการแบบไหน และต้องการได้ข้อมูลเพิ่มเติม ในรายละเอียดของคำสั่งนี้ค่ะ ก็จะมีคำสั่งของข้อปฏิบัตินะคะ ลักษณะไหนควรจะทำอย่างไร มีแนวทางในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออย่างไร นอกจากเข้าไปดูได้ผ่านทางเว็บไซต์ของราชกิจจานุเบกษาแล้วนะคะ ข้อมูล ศูนย์โควิด - 19 อันนี้เราก็จะเป็นการแยกย่อย สลับเซ็ต เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น รวมถึง Facebook ไทยคู่ฟ้า หรือว่าเพจศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่เราจะให้ข้อมูลให้คุณผู้ชมนั้นติดตามข้อเท็จจริงและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง อย่าลืมนะคะวันที่ 1 และวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ เรายังคงข้อปฏิบัติเหมือนกับเดือนเมษายนที่ผ่านมา วันนี้ยังไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่มีการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ แต่ตั้งแต่วันพรุงนี้เป็นต้นไป วันที่ 3 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มีมาตาการการผ่อนคลาย การผ่อนปรนมากยิ้งขึ้น แต่มาตรการการผ่อนปรนมากน้อยขนาดไหน สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับคนไทยทั้งประเทศที่ตอนนี้จะให้ความร่วมมือกัน ลำดับต่อไปขออนุญาตเรียนเชิญทางรองสารนิเทศ ท่าน คุณณัฐภาณุ นพคุณ สรุปประเด็นการแถลงในวันนี้ในภาคภาษาอังกฤษ เรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะท่านOSณณัฐภาณุ นพคุณ กรมสารนิเทศของการแถลงข่าว ศูนย์บริการสถานการ์โควิด-19 ดิฉันปวีณา ฟักทอง และทีมงานลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]