จริง ๆ นะครับ เดี๋ยวรอให้การไฟฟ้า(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านเข้าสู่การแถลงข่าวจากนะครับประจำวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2563 นะครับวันนี้นอกเหนือจากสถานการณ์ประจำวันและประเด็นของ ศบค. แล้ว หลายคนยังมีข้อสงสัยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นอย่างไร วันนี้มีทั้งท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงมหาดไทยและปลัดกระทรวงให้ข้อมูล ให้คำตอบกับเรา แต่ว่าก่อนอื่นช่วงแรกของเราเริ่มที่ประเด็นสถานการณ์ประจำวัน โดยท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ครับ เรียนเชิญครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ ผมนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ของศูนย์ ศบค. ประจำวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 นะครับ วันนี้เป็นวันแรกนะครับท่านผู้ชมครับ เรื่องของการประกาศให้มีมาตรการผ่อนปรนเกิดขึ้นในประเทศไทย หลังจากที่เราได้มีมาตรการที่เข้มกันมาเดือนกว่า ๆ นะครับ วันนี้ก็จะเริ่มเป็นการผ่อนคลาย ผ่อนปรนขึ้นมา วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 ในช่วงของเวลาการเปลี่ยนผ่านนี้ก็จะมีข้อสงสัย ข้อซักถามสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับจะถูกนำมาชี้แจง วันนี้ 3 ท่าน หลังจากที่ผมได้สรุปสถานการณ์เสร็จเรียบร้อยนะครับ ก็จะมี พลเอก เบญศรีนะครับ ซึ่งในฐานะท่านเป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงนะครับก็จะมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของท่าน ในเรื่องของทางด้านการเดินทางเข้าจังหวัด ออกจังหวัดที่มีประเด็นกันขึ้นมานะครับ ท่านฉัตรชัย พรมเลิศ ในฐานะปลัดกระมหาดไทย ก็จะได้มาชี้แจงในประเด็นที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้อง แล้วก็มีคำถามมากมายทีเดียวครับ เรื่องของการเดินทางทางอากาศหรือว่าทางบกอะไรก็แล้วแต่ที่จะมีการเปิดให้ขึ้นเครื่องบินพูดง่าย ๆ นะครับ ข้ามจังหวัดอะไรทั้งหลายนี่นะครับ ทางท่านชัยวัต ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม จะมาชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกันนะครับวันนี้ ขออนุญาตไปในเรื่องของรายงานสถานการณ์เลยนะครับ วันนี้เป็นข่าวดีนะครับ ที่ตัวเลขลงมาเป็นเลข 3 นะครับ 3 ของกรณีที่เป็นรายใหม่ แล้วก็มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,569 หายป่วยแล้ว 2,739 และข่าวดีอีกด้านหนึ่งก็คือไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเลยในวันนี้นะครับ มาดูภาพของการนำเสนอเป็นกราฟ 176 รายก็ลดน้อยลงกว่าเมื่อวานนี้แล้วก็ขณะเดียวกันก็กลับบ้านได้ 2,000 กว่าจะเห็นว่ากล่องทางซ้ายมือ เดี๋ยวจะมีรายงานใน 3 รายนี้เป็นอย่างไรนะครับ ก็คือเพิ่มใน State Quarantine หรือสถานกักกันที่รัฐจัดให้ 2-3 คนนี้เป็นอย่างไรนะครับ เป็น 2 รายเกิดขึ้นจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านะครับ แล้วก็เป็นคนในกรุงเทพมหานครทั้งคู่นะครับ เป็นชายวัย 45 ปี และหญิงวัย 51 ปีนะครับ มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้นะครับ ในกรุงเทพมหานคร อีก 1 รายมาจากจังหวัดนราธิวาสนะครับ อยู่ที่สถานกักกันที่รัฐจัดให้นี่นะครับ เป็นชายวัย 24 ปี ไปทำงานกลับมาจากมาเลเซีย และเข้าในพื้นที่วันที่ 18 เมษายน เข้าสู่ Local Quarantine หรือพื้นที่รัฐจัดให้นะครับ มีประเด็นที่เกิดขึ้นจากทางสื่อมวลชนในพื้นที่นะครับ แล้วก็ออกลงในโซเชียลมีเดียว่าพบว่ามีการรายงานว่าจะมีผู้ป่วยที่ยืนยันตัวเลขถึง บางกระแสก็ว่า 30 บางกระแสก็ว่า 40 รายนะครับ ผมขออนุญาตชี้แจงในการที่จะนำเรียนข้อเท็จจริงนะครับ เหตุเกิดที่จังหวัดยะลานะครับ หลายคนก็เห็นภาพที่เอารถแอมบูแลนซ์นะครับ เคลื่อนย้ายอะไรทั้งหลาย แล้วก็ลงว่าคงจะมีจำนวนของผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในวันนี้ ขอนำเรียนว่าได้มีการทาง ศบค. นะครับ โดยทางท่านผู้บริหารระดับสูงทั้งหลายได้ให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบดังนี้ครับ การรายงานที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นก็คือเป็นการทำในลักษณะ Active Case FindingCase Finding นะครับ ก็คือการค้นหาเชิงรุก โดยไปค้นหาใน 8 อำเภอของจังหวัดยะลา ซึ่งมียอดตัวเลขซึ่งเป็นทางการ คือ ท่านนายแพทย์ สสจ. หรือนายแพทย์สาธารรายงานนะครับว่ามีประมาณ 311 คน ผลตรวจเบื้องต้นนี่ติดลบไป แล้วก็มีผลยืนยันเบื้องต้น 40 คนนะครับ ใน 40 นี่นะครับ ก็ลงไปในรายละเอียดแต่ละอำเภอ ปรากฎว่ามีข้อสงสัยตรงนี้ครับ ปรากฏว่าบางอำเภอ ผลบวกยืนยัน ผลยืนยันที่ว่าที่พบเชื้อมากถึง 30.77 เปอร์เซ็นต์ซึ่งมากผิดปกตินะครับ ก็น่าสงสัยด้วยว่ากระบวนการของการตรวจเหมือนที่นำเรียนว่าที่เราลงไปสแกนหาพื้นที่จริง ๆ นี่ อยู่เอย่างเก่งก็ไม่น่าจะเกิน 4 - 5 เปอร์เซ็นต์ แต่อันนี้มากถึง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ จึงต้องนำมาวิเคราะห์ทั้งผู้ที่ได้รับการตรวจนะครับ แล้วก็เลยมีข้อสรุปนะครับ ซึ่งเป็นการหารือในระดับของผู้ปฏิบัติในพื้นที่นะครับ แล้วก็ในส่วนของการควบคุมโรค แล้วก็ระดับของจังหวัด แล้วก็ในทางกระทรวงสาธารณสุข ในทางกรมควบคุมโรค ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ให้มีการทวนชุดข้อมูลตรงนี้อีกสักครั้งหนึ่ง ซึ่งการพบเป็นกลุ่มก้อนใหญ่นี้ที่หมายถึงระบบของการคัดกรอง การตรวจสอบเชิงรุกเป็นเรื่องที่ดี แต่กลุ่มก้อนใหญ่ถึงขนาดมีตัวเลขนำขึ้นมาเป็น 2 หลัก และตัวเลขข้างหน้าถึงขนาดเลข 4ก็เลยต้องขอทวนสอบอีกสักนิดหนึ่ง ถึงแม้มีความสำคัญแต่ความถูกต้องต้องมาก่อนครับ ก็เลยจะขอเวลาในช่วงวันนี้จะมีการเข้าไปเก็บตัวอย่างใหม่อีกรอบหนึ่ง คนต่าง ๆ ที่ถูกตรวจเหล่านี้จะถูกแยกกักแล้วก็นำตัวเข้าไปสู่พื้นที่ที่ทำให้เกิดมีความเชื่อมั่นและปลอดภัยนะครับ แล้วก็จะมีการตรวจซ้ำนะครับ ในชุดของการตรวจซ้ำในมาตรการระดับที่เชื่อถือได้ จะเป็นเพื่อที่จำได้ไหมครับ ที่มีการตรวจ 1 ตัวอย่างจะตรวจ 2 ที่นะครับ อันนี้ก็เหมือนกันครับ เดี๋ยวเราจะเอาตัวอย่างมาตรวจซ้ำในการที่จะดู เพราะฉะนั้นช้าสักนิดหนึ่ง แต่ว่ายืนยันเมื่อออกมาต้องแน่นอนจริง ๆ นี่คือสิ่งที่ทางผู้บริหารมีมติและก็ขณะเดียวกันทางภาคในส่วนของภาคทางด้านคลินิกหมายถึงผู้เป็นแพทย์ที่จะเข้าไปดูแลก็จะได้มีโอกาสมาซักประวัติและสอบสวนโรค เพื่อที่มาดูแล้วหากลุ่มก้อนที่จะขยายผลขึ้นไปอีกนะครับ เราจะได้ตัวเลขตรงนี้ นำเรียนว่ากระบวนการต่าง ๆ นี้ทางการแพทย์ของเราจะพยายามทางด้านสาธารณสุขของเราจะพยายามถึงที่สุดชุดของข้อมูลที่ถูกต้อง และนำมารายงานท่านโดยเร่งด่วนครับ ซึ่งอันนี้ทางพื้นที่รับทรรแล้วก็เป็นนโยบายที่จะได้ทำร่วมกัน วันนี้ก็ขอยืนยันในตัวเลขอยู่ที่ 3 คนไปก่อน แต่ในตัวเลข 40 นี้ ไม่มีการปกปิดแต่อย่างใด อันนี้ยืนยันในเรื่องนี้ ทางผู้บริหารทุกระดับเข้าใจและนำเสนอข้อเท็จจริงตามความเป็นจริงให้มากที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบข้อมูลตรงกัน แล้วก็มีระบบของการเฝ้าระวังตลอดอย่างดี ยังคงความเป็นเรื่องของการมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเต็มที่อยู่ อันนั้นนำเรียนไปในเรื่องของการรายงานในกลุ่มจังหวัดนะครับ พบว่า 36 จังหวัดนะครับ มีรายงานผู้ป่วยในช่วงเวลา 28 วันที่ผ่านมา อยู่ในกลุ่มที่ออกเป็นสีส้ม ๆ นี่นะครับซึ่งก็เป็นกลุ่มก้อนใหญ่นะครับ แล้วก็ช่วงที่เป็นสีเหลืองก็จะเห็นว่าในจังหวัดที่ไม่มีรายงานในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ก็เป็นอยู่ที่ 32 จังหวัด ซึ่งก็รวมแล้วจังหวัดก็ใกล้เคียงกันมีจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ สุรินทร์ที่เลื่อนระดับลงมาตรงนี้นะครับที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนยังคงเดิมอยู่นะครับ ไปดูการวิเคราะห์นะครับ ผมอยากให้ดูขวามือเร็ว ๆ หลายท่านคงจะชินกับภาพนี้นะครับ เอา 2 สัปดาห์ล่าสุดมาดูปัจจัยเสี่ยง จำแนกตามปัจจัยเสี่ยงเลยนะครับ ก็จะเห็นว่าสูงสุดยังคงเดิมนะครับ สัมผัสกับผู้ป่วยรายยืนยันก่อนหน้า รองลงมาก็คืออยู่ในศูนย์กักคนเข้าเมือง ซึ่งอันนี้ก็ถือเป็นประสิทธิภาพประสิทธิผลของผู้ป่วยตามระบบที่เราทำไว้ แล้วมาลำดับที่ 3 ก็คือการค้นหาเชิงรุก นี่ก็คือประสิทธิภาพ ประสิทธิผลที่เราวางระบบกันไว้นะครับแล้วก็อยู่ใน State รวมกัน เพราะฉะนั้น 1 - 4 มีมาตรการรองรับ แต่ 5 นี่ครับ การไปในสถานที่ชุมชน ตลาดนัด เจอถึง 11 คน 11 รายนะครับ แล้วก็อาชีพเสี่ยง ลำดับที่ 5 ลำดับที่ 6 นี้ครับ ทำงานในสถานที่แออัดถึง 17 ราย ในนี้แสดงถึงชุดพฤติกรรมซึ่งอย่างที่ว่า ผมว่ามีความสำคัญสูงมากที่จะปรับชุดพฤติกรรมไปสู่ชุดพฤติกรรมใหม่ทันทีทันใดนะครับ เพื่อที่จะเข้าได้กับสถานการณ์การผ่อนปรน เพราะไม่อย่างนั้นแล้วการไปในสถานที่ที่เราจะเปิดไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดหรือสถานที่ที่เริ่มจะมีคนแออัดอาจเป็นเหตุทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ อันนี้นำเรียนด้วยนะครับ มาดูสถานการณ์ของโลกนะครับ เมื่อวานนี้รายงานเช้านี้คือ 3 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ของโวลโดมิเตอร์นะครับ ่24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีผู้ป่วยยืนยัน 3,480,000 กว่าคนนะครับ แล้วก็อาการหนักนี้ 50,000 กว่าคน แล้วก็หายไปแล้ว 1,120,000 กว่าคน แล้วก็เสียชีวิต 244,7รวมหนักกับรวมเสียชีวิตก็เกือบ ๆ 10 เปอร์เซ็นต์ นะครับ 8 กว่า ๆ นะครับ ก็นำเรียนว่านี้คือสิ่งที่มีความรุนแรงของโรคนี้อยู่ 3 อันดับแรกของการมีรายใหม่ ก็คือสหรัฐอเมริกาก็คือ 29,332 24 ชั่วโมงที่ผ่าน รัสเซียเกือบ ๆ หมื่น 9,600คน แล้วก็บราซิลนี่ 4,898 ส่วนการเสียชีวิตก็ยังเป็นสหรัฐอเมริ1,668 อังกฤษรองลงมา 621 แล้วก็อิตาลี กรอบทางขวามืออยากจะให้เห็นคืออินเดีย เสียชีวิตไปวันเดียว 100 คนนะครับ ทำให้ยอดรวมเป็น1,323 นะครับ มีรายใหม่เพิ่มขึ้นในวันเดียว 2,400 กว่า ประเทศในเอเชียที่เราจะต้องเฝ้าระวังกันด้วยนะครับซึ่งก็อยู่ใกล้ ๆ กับปากีสถานจำนวนตัวเลขก็เยอะในหน้าถัดไปนี้นะครับ สิงคโปร์ก็ยังประมาณ 447 นะครับ ใน 1 วันเมื่อวานนี้ 17,000 ก็พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ทีเดียว ส่วนทางด้านญี่ปุ่นก็ 266 ใน 1 วันที่ผ่านมา แล้วก็มาดูอินโดนีเซียก็ยังเยอะอยู่ 3 หลัก เกาหลีเมื่อวาน 6 วันนี้เพิ่มมาเป็น 13 นะครับ ทำให้แตะ 10,783 นะครับ 156 เป็น 8,900 แล้วก็มาเลเซียก็เป็นเลข 3 หลักอีกวันนะครับ เมื่อวาน 105 เท่ากับ 6,176 ก็ยังไม่น่าไว้วางใจอย่างที่ว่านะครับ เพราะแต่ละส่วนแต่ละประเทศก็ยังเป็นกราฟขาขึ้นอยู่ บางประเทศก็ทรง ๆ ตัว ตรงนี้เลยก็ทำให้ WHO หรือองค์การอนามัยโลกเตือนทั่วโลกว่าต้องคลายล็อกอย่างช้า ๆ เตรียมรับโควิด - 19 พุ่งอีกรอบหนึ่ง นี่คือการเตือนโดย ดร. ไมค์ไรอันภาวะฉุกเฉินขององค์การอนามต้องเฝ้าระวังติดตามเชื้อที่จะพุ่งขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะการรับมือกับการแพร่ระบาดนะครับ การแพร่กระจายของเชื้อในพื้นที่ที่มีลักษณะจำเพาะ เช่นอะไรบ้าง เรือนจำ ที่พักแรงงานต่างชาตินะครับ แล้วต้องให้ชุมชนปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอีกต่อไป นี่ก็คือสิ่งที่มาตรการเหล่านี้เราไม่ได้เป็นคนกำหนดอย่างเดียวนะครับ องค์การอนามัยโลกก็นำทีมมาประเทศไทยเรา เราก็กำหนดมาก่อนหน้านี้และทำยืนยันมาตลอดนะครับ บางเรื่องเราทำก่อนเสียด้วยซ้ำ ทำให้เกิดผลอย่างนี้ ทุกวันนี้ที่ตัวเลขอย่างนี้อยู่ ก็ทำให้เราสบายใจขึ้นมาได้ ก็เพราะทุกท่านร่วมมือกัน และตัวเลขหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรึยนว่า ต้องใกล้เคียงกับ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้อง 90 เปอร์เซ็นต์ upถึงจะได้ผลอย่างนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำมาวันนี้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะครับ แต่ ณ วันนี้ที่ออกมากันมากมาย แต่ถ้าทุกท่านยังใส่ใจในเรื่องของหน้ากากอนามัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ล้างมือ กินร้อนช้อนช้อนส่วนตัวแล้วก็เรื่องของการพยายามWork form Home นะครับ ทำอะไรต่าง ๆ ตามที่ ศบค. นะครับ แนะนำนะครับ แล้วก็เป็นข้อกำหนดขึ้นมา เราก็จะผ่านเดือนนี้ไปได้อย่างดีเช่นกันนะครับ ไปดูการช่วยเหลือคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศ วันนี้เข้ามา 3 เที่ยวบินครับ สเปน สิงคโปร์ แล้วก็รัสเซียนะครับ รวม ๆ กันแล้วประมาณ 200 เศษ ๆ แล้วก็มัลดีฟในพรุ่งนี้ที่จะมาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เรารับกลับมาแล้วทั้งหมด 3,981 คนจาก 23 ประเทศนะครับ แล้วก็มีคนไทยที่เดินทางเข้ามาผ่านจุดผ่านแดนทางบกอีกนะครับ เมื่อวานนี้ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เดินทางเข้ามารวม 594 คนนะครับ แต่ว่าเข้ามาจริง ๆ 228 แล้วก็ไม่ได้ลงทะเบียนอีก ต้องรายงานว่าทำไมต้องรายงานว่าลงทะเบียน ก็คนไทยเหมือนกัน เอกสารต่าง ๆ ไม่ครบ หรือบางคนผิดกฎหมายของต่างชาติ เขามาขอกลับบ้านเราในฐานะเราเป็นแผ่นดินแม่นะครับ ต้อนรับทุกคนนะครับ นโยบายของทางผู้บริหารทุกท่านก็ให้ความเมตตากับคนไทยทุกคน ขณะเดียวกันเราก็มีสิทธิ์ที่จะกลับเข้ามายังประเทศไทย ฝากคนในพื้นที่ คนไทยทุกคนช่วยต้อนรับเขา ให้พื้นที่เขาในการที่จะอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดให้นะครับ แล้วก็ในเรื่องของการกระทำความผิดนะครับ ในตอนนี้วันที่ 2 ที่ผ่านมา มีคนกระทำผิดในเรื่องการชุมนุมมั่วสุม 107 คน รวมแล้ว 32 คนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในเมื่อวานนี้554 คน ที่ออกนอกเคหสถานเพิ่มขึ้น 4 คน อันดับสูงสุดก็ยังเป็นเล่นพนันนะครับ 36 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ดื่มสุรา 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เล่นพนัน 20 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขตัวนี้พูดหลายครั้งแล้วนะครับว่า เราในฐานะพี่น้องคนไทยคงต้องช่วยกันลดการกระทำต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะช่วยกันให้เราได้มีพื้นที่ที่ปลอดภัยกันทั้งประเทศครับผม วันนี้ก็ได้มีเวลาในการนำเสนอเรื่องของทางด้านเกี่ยวข้องกับการผ่อนปรนอีก 3 ท่านจะมาไปนะครับ ผมขออนุญาตกราบลาเพียงเท่านี้นะครับ สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบคุณครับท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ โฆษกจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 นะครับ ได้นำเรียนในส่วนของสถานการณ์ในช่วงแรกไป ก็ยังมีข้อสงสัยสอบถามเข้ามาถึงตัวเลขที่จังหวัดยะลานะครับ ท่านโฆษกก็ได้มีการรายงานไปแล้วนะครับ สำหรับตัวเลขในวันนี้ยืนยันตัวเลขใหม่ 3 ราย ลำดับต่อไปนะครับ จะเป็นการแถลงจากพลเอกพรพิพัฒน์ เบญศรีนะครับ ในฐานะของหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินของ ศบค. ครับทั้งเรื่องของการดำเนินการด้านความมั่นคงตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การดูแลจุดตรวจ ด่านตรวจต่าง ๆ เรื่องของการให้การดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับคนไทยที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศครับ อาจจะยังไม่ได้ลงทะเบียน รวมทั้งกลุ่มคนที่เข้ามาผ่านทางธรรมชาติ ขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่าน พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดครับ // เรียนพี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่านครับ วันนี้ผมมาในนามของหัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการฉุกเฉินทางด้านความมั่นคงก็เพื่อความชัดเจนในการสื่อสาร แล้วก็ผมอยู่คนเดียวมีการเว้นระยะที่เหมาะสม ขออนุญาตถอดหน้ากากเพื่อการชี้แจงที่ชัดเจนนะครับ ก็ต้องเรียนพี่น้องประชาชนว่าผมได้มาพบกับท่านครั้งหนึ่งนานมาแล้ว 38 วันมาแล้ว คือวันแรกของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ผ่านมาจนถึงวันนี้ 38 วัน ประเทศไทยก็ได้ผ่านความกังวลมาจนอยู่ในขั้นที่รัฐบาลโดยท่านพลเอกประยุทธ์ได้เห็นว่าสมควรจะมีมาตรการผ่อนคลายบางประการผมเรียนว่าในตลอด 38 วันที่ผ่านมาในด้านของความมั่นคง งานที่ดำเนินการส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ตำรวจ ทหาร แล้วก็ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในด้านความสงบเรียบร้อย ในด้านความปลอดภัยของชีวิตทรัพย์สิน ซึ่งไม่ใช่บทบาทหลัก เพราะว่าในสถานการณ์โควิด พระเอกแล้วก็นักรบของเรานี่ก็คือคุณหมอ คือบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นผู้บอกว่าอะไรควรทำ อะไรควรเว้น ทหาร ตำรวจ ก็จะมีหน้าที่เพียงสนับสนุนและปฏิบัติในมาตรการต่าง ๆ แล้วก็ที่ผ่านตำรวจในเวลาที่ผ่านมาก็คือการจัดตั้งจุดตรวจ ทั้งจุดตรวจโควิด จุดตรวจเคอร์ฟิว แล้วก็การแก้ไขสถานการณ์วิกฤติ ณ ช่องทางเข้าออก สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง รวมทั้งการปฏิบัติ ณ จุดผ่านแดนของประเทศรอบบ้าน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ อาจจะมีจุดที่รั่วไหล อาจจะมีจุดที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาทางบก ทางกองทัพบก กองทัพภาคที่ 4 ก็ให้ความจริงจังในการปฏิบัติงาน ทุกอย่างขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ และบุคคลที่เข้าประเทศไทยเข้ามาในราชอาณาจักรก็ได้รับการกักกันในสถานควบคุมโรคแห่งรัฐครบถ้วน ก็ขอให้ประชาชนคนไทยสบายในการกับการกลับเข้ามาในราชอาณาจักรของคนไทยครับ ทีนี้จากวันนี้ วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มใช้มาตรการผ่อนคลาย ที่จริงรัฐบาลได้กำหนด ได้ประกาศมาตั้งแต่วันที่ 1 แล้วก็ให้เวลาอีก 2 วัน เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการมีผลบังคับใช้ในวันนี้เป็นวันแรก ผมคิดว่าในช่วงของการเตรียมการเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ แล้วก็เราทุกคนคงจะอยากทราบว่ามีการผ่อนคลายแล้วนี่ ชีวิตเราจะมีการเปลี่ยนแปลอย่างไรบ้าง ก็จะมี 2 ส่วนหลัก ๆ ครับ การผ่อนคลายนี่ก็คือการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทที่เคยปิดให้กลับมาดำเนินการได้ คือ กิจการอันจำเป็นแก่การดำรงชีวิต เช่น ที่เพิ่มขึ้นก็จะมีเรื่องของการเสริมสวย เรื่องของการออกกำลัง เรื่องของโรงพยาบาล เรื่องของสัตว์ได้รับการรักษาก็จะมีอยู่ประมาณ 4 - 5 เรื่องหลัก ๆ ประชาชนคนไทยทุกคนคงจะได้รับทราบมาผ่านจากสื่อมาหลายวันแล้ว ทีนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สำหรับประชาชน ก็คือท่านสามารถจะได้รับการบริการเหล่านี้เพิ่มขึ้น แต่จุดสำคัญก็คือ ใน 2 -3 วันที่ผ่านมาเกิดการเดินทางในจำนวนมาก โดยอาจจะมีการคลาดเคลื่อนในการสื่อความหมายของการผ่อนคลาย คือการผ่อนคลายคือการผ่อนคลายมาตรการที่เคยปิดให้มาเปิดได้ แต่ไม่ใช่เราผ่อนคลายตัวเอง ไม่เคยมีคำแนะนำใด ๆ จากทางรัฐบาลและทางภาครัฐให้ท่านการ์ดตกได้ ให้ท่านผ่อนคลายความเข้มงวดที่เราจะมีต่อตนเอง อันนี้เราจะต้องเข้าใจใหม่ ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจ บางท่านซึ่งเราคอยมา 38 วัน แล้วเมื่อรัฐได้ประกาศมาตรการผ่อนคลาย อาจจะเข้าใจไปว่านั่นคือการพักผ่อน อาจจะเข้าใจว่านั่นคือการที่เราการ์ดตกได้บ้าง ซึ่งต้องกลับมาทำความเข้าใจกันใหม่ครับว่า เรายังการ์ดตกไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเดินทางไม่ใช่คำแนะนำที่รัฐบาลประสงค์ให้พวกเราปฏิบัติในเวลานี้ ในข้อ 5 ของข้อกำหนดที่รัฐบาลได้ประกาศออกมา ยังกำหนดไว้ว่าให้งดหรือลดการเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นแสดงหลักฐาน เอาล่ะที่นี้เมื่อเดินทางไปแล้วท่านก็จะต้องเจอกับมาตรการการตรวจเข้มข้มของจุดตรวจทั้งหลาย ซึ่งท่านก็ต้องรับสภาพว่าทั้งไปและกลับท่านจะต้องพบกับความไม่สะดวกเหล่านั้นนะครับ อันนี้ที่จะเปลี่ยนแปลงไปมาก ๆ สำหรับการผ่อนคลายครั้งนี้ก็คือผู้ประกอบการครับ เพราะเหตุว่า ผู้ประกอบการนี่จะต้องจัดให้มีการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อยู่ 4-5 มาตรการ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการคำสั่งที่ 2 ซึ่งผมขออนุญาตยกตัวอย่างสัก 4-5 ประกาศ อันดับแรกก็คือ สถานประกอบการใด ๆ ก็ตามที่ได้รับการผ่อนผันให้เปิดบริการได้ 1. จะต้องจัดให้มีการสัมผัสตลอดเวลา 2. จะต้องจัดให้ทุกท่านในสถานบริการนั้นมีหน้ากาก 3. จะต้องจัดให้มีเจล สบู่หรือแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือ 4 จะต้องจัดให้มีมาตรการเว้นระยะ แล้วก็ 5. จะต้องทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความแออันในสถานบริการนั้น นี่คือหลักใหญ่ ๆ ในการประกาศของรัฐบาล ผมอยากทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ความรับผิดชอบจะเกิดขึ้น 3 ส่วนในรายละเอียดในการปฏิบัติ หลักใหญ่ ๆ มีอยู่ 5 ข้อ ซึ่งเรียกว่ามาตรการหลัก ต่อไปเดี๋ยวจะมีมาตรการเสริม ไปกำหนดเอา แต่ว่าการกำกับว่าสถานประกอบการที่เปิดทำตามนั้นไหม อันนี้ภาระหนักไปอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประคณะกรรมการควบคุมโรค ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านจะต้องรับหน้าที่ ท่านจะต้องจัดทีมไปตรวจ ข้อกำหนดที่ออกมาเป็นคู่มือ ก็คือกระทรวงสาธารณสุข ตอนนี้กำลังทำออกมาอยู่ 1 ปึก ประมาณ 100 กว่าหน้า สุดท้ายก็จะต้องมีชุดตรวจ ซึงทาง ศบค. ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงซึ่งประกอบด้วยทหารตำรวจ และส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ในการไปตรวจ เพราะฉะนั้นผมจึงมาเกี่ยวข้องตรงนี้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มทำการตรวจ ก็จะมาเล่าภาพเหล่านี้ให้ทุกคนได้ทราบว่า ก่อนที่จะไปตรวจนี่ว่ามีหลักการใหญ่ ๆ ของการผ่อนคลายในเรื่องใดบ้างนะครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นว่า เมื่อคืนวันที่ 1 เป็นวันหยุดของภาคเอกชน เป็นวันแรงงาน ซึ่งยังไม่ถึงการเริ่มต้นของมาตรการผ่อนคลายของคนมากมายแล้ว ไป shopping ไปร้านค้า ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ ท่านก็ได้ทราบข่าวว่า อาจจะมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด ท่านก็ได้มอบหมายให้ผมไปดู ผมก็ได้ไปสุ่มดูในบางห้างซูปเปอรOS์์มาร์เก็ตพบว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนหรือขาดความพิถีพิถันในการดำเนินการไปบ้าง ก็ได้รับการแก้ไข ขอตัวอย่าง ใช้เวลานี้สั้น ๆ ขออภัยครับ super market เราให้เปิดได้ แต่ว่าเป็นหน้าที่ของสถานประกอบการที่จะต้องทำตาม 5 มาตรการที่ผมได้ยกขึ้นมาตัวอย่างห้างหนึ่งแล้วกัน มีพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร เขาก็หารออกมาว่าจะมีคนอยู่ในสถานประกอบการในเวลาเดียวกันได้นี่ 10 ตารางเมตรต่อคน แสดงว่าจะมี 700 คน อยู่ในซุปเปอร์เก็ตได้พร้อม ๆ กัน ใน 700 คน เป็นเจ้าหน้าที่สัก 300 หักออก เพราะฉะนั้นเขาจะรับคนเข้า 400 คน เขาต้องเข้มงวด นับคนเข้า นับคนออก มีคนเกินไม่ได้ อย่างนี้ครับ คือมาตรการที่จะต้องไปตรวจ ตั้งแต่ท่านผู้ว่าฯ ก็ต้องไปตรวจ ชุดตรวจที่เป็นของฝ่ายความมั่นคงซึ่งจะประกอบกำลังจากหลายส่วน กระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ ที่เกี่ยวข้องก็จะลงไปตรวจสอบซ้ำ ถ้าสถานประกอบการไม่ทำตามนั้น เตือน ถ้าไม่ทำอีก ปิด เพราะว่านี่คือความรับผิดชอบต่อคนเป็นภาพรวมนะครับ มิใช้เพื่อประสงคของการกลั่นแกล้ง แต่ว่าเพื่อให้คนไทยทุกคนที่ไปใช้บริการนี่ เกิดความสบายใจและเกิดความมั่นใจว่าที่ที่เขาไปปลอดภัยพอเพียง นี่คือความหยืดหยุ่น นี่คือความผ่อนคลาย ภาระอย่างที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่ามันจะไปตกกับทางผู้ประกอบการเป็นส่วนใหญ่ ทีนี้จะมีรายละเอียดมากมายครับ จะมีความกังวลอยู่ใน social มากมายว่า กิจการเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนั้นจะทำอะไรได้ ทั้งหมดในระยะเวลาไม่นาน เดี๋ยวกระทรวงสาธารณสุขก็จะกำหนดออกมาเป็นคู่มือ แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะลงไปตรวจจะเริ่มด้วยการให้คำแนะนำ ผมยกตัวอย่างแล้วก็ให้เครดิตอย่างกรุงเทพมหานครแล้วกันนะครับ กรุงเทพมหานครมี 50 เขต แบ่งออกไปเป็น 150 แขวง ใช้คนเยอะมากเขาก็ทั้งเป็นทีมที่จะไปตรวจ ซึ่งมีทั้ง ผอ. เขต สำนักอนามัย มีทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีแม้กระทั่งโยธาธิการ ประกอบกำลังสนธิกำลังมาจะออกตรวจสถานประกอบการที่กลับมาเริ่มเปิดดำเนินการว่าได้ทำตามนั้นหรือไม่ ก็จะเริ่มจากคำแนะนำ แต่ถ้าเตือนแล้วทำก็จบ แต่ถ้าเตือนแล้วไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ก็จะต้องมีมาตรการที่เพิ่มขึ้น อันนี้ก็ขอเรียนทำความเข้าใจ ทีนี้ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปอย่างไรครับสำหรับคนไทยทุกคน ต่อให้มีเป็นหมื่นเป็นแสนชุดตรวจก็ไม่สามารถไปได้ทุกตรอกซอกซอย ทีนี้เรามาลองดูมุมของผู้ให้บริการ มุมของผู้ใช้บริการ มุมของสิทธินะครับ คือผู้ใช้บริการย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้สถานบริการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยได้ที่รู้สึก เอ๊ะ มาตรการดีไม่พอ ปล่อยให้คอยคิวอัดแน่นอยู่ในร้าน หรือไม่มีเครื่องมือทำความสะอาดตามที่ผมได้กล่าวไปแล้ว 5 ประการอย่างเบื้องต้น ก็เป็นสิทธิที่คนไทยทุกคนก็สามารถที่จะเรียกร้องจากสถานประกอบการได้ ด้วยวิธีนี้นี่ รัฐคำนึงถึงครับว่า เราไม่สามารถที่จะไปตรวจจับ แล้วก็ปรับให้ทุกสถานประกอบการดำเนินการอย่างนั้นได้ ดังนั้นนี่มันก็อาจจะมีช่องทางของการร้องเรียน อย่าง กทม. เขาก็จะมีสายด่วน 1555 ในภาพรวมของทำเนียบรัฐบาลก็จะมี 1111 หรือในท้องถิ่นก็จะมีหมายเลขแตกต่างกันไป ผมเข้าใจว่าทุก ๆ ท่านก็คงจะทราบอยู่แล้ว นั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต แต่ต้องกลับมาตรงจุดที่ว่านี่คือการผ่อนคลายมาตรการให้กิจการบางประเภทกลับมาดำเนินการ แต่มิใช่เราผ่อนคลายตัวเอง การเดินทางไปที่ใดของเราทุกคนนี่ ยังคงเป็นไปตามคำแนะนำของรัฐ ก็คือท่านจะต้องสวมหน้ากาก ท่านจะต้องเว้นระยะห่างจากบุคคลให้เหมาะสม ท่านจะต้องมีการทำความสะอาดมือ ท่านจะต้องคงวินัยในตัวเองเช่นนี้ตลอดต่อไป ไม่ใช่เวลาที่มีการผ่อนคลาย เพราะฉะนั้นถ้าท่านใดก็ตามที่เข้าใจผิดในช่วงวันที่ 1 ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางไปแล้วท่านก็ต้องรับมาตรการที่จะมีการตรวจสอบท่านในการเดินทางขากลับ แต่เราดูนะครับว่าการประกาศมาตรการของรัฐบาลวันนี้เริ่มวันที่ 3 ไปจบวันที่ 28 วันพอดีเลยครับ 28 หาร 2 เท่ากับ 14 วัน 2 ครั้งมันก็จะไปตรงกับเงื่อนไขทางการแพทย์ก็คือระยะแสดงอาการของโรคหากมีนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าเราไปที่ละขั้นวันที่ 1 ผ่านไปแล้วไม่เป็นไร นับวันที่ 3 นี่ เรายังมีวันข้างหน้าอีกก็คือวันที่ 4 ซึ่งเป็นวันหยุดวันพรุ่งนี้ เรายังมีวัน 6 วันที่ 6 วิสาขเรายังมีวันจันทร์ที่ 10 ซึ่งราชการ รัฐวิสาหกิจหยุด ถ้าวันหยุด เราไม่เดินทาง เราทำแบบเมื่อเดือนที่แล้วคือวันหยุดแต่เราทำกิจกรรมอื่น เพราะตรงนี้รัฐฯ ชดเชขให้แล้วว่าคุณไปเล่นกีฬาได้ คุณไปโรงพยาบาลได้ คุณพาสัตว์สุนัขเลี้ยงทำไปรักษาพยาบาลได้ เราไปเน้นตรงกิจกรรมที่รัฐได้ผ่อนคลายให้ แล้วทุกคนได้อยู่กับบ้าน ยังยึดหลักอันเดิมนะครับอยู่กับบ้าน แล้วก็ถ้าผู้ประกอบการทุก ๆ กิจการได้เข้าใจในทางเดียวกันก็คือว่ายังสนับสนุนให้มีการทำงานที่ หรือที่เรียกว่า Work from Home หรือทำงานแบบเหลื่อมเวลา หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งลดการแออัดคับคั่งของที่ทำงาน เราก็จะประคองตัวเลขอันนี้ไปได้อีกสักระยะหนึ่ง แล้วก็ 14 วัน เดี๋ยวทางคุณหมอทวีศิลป์หรือทางกระทรวงสาธารณสุขก็คงจะนำตัวเลขที่ดี ๆ มาเล่าให้พวกเราฟังนะครับ ในส่วนของการปฏิบัติของชุดตรวจ จุดตรวจซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงในระยะต่อไป ปัจจุบันงานหลักของฝ่ายความมั่นคงคือการจัดตั้งจุดตรวจ อย่างที่ผมเรียนแล้วมีทั้งจุดตรวจโควิด และจุดตรวจเคอร์ฟิว การแก้ไขปัญหาวิกฤตณ ช่องทางเข้าออก ทางอากาศและทางบก บัดนี้ได้รับผิดชอบมากขึ้น คือการตรวจประเมินความพร้อมของสถานประกอบการนะครับ ผมเรียนให้ทราบว่าจะมีการดำเนินการอย่างจริงจัง เข้มข้นในช่วง 28 วันจากนี้ไปซึ่งภาระทั้งปวงจะตกอยู่กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไปจัดทีมรอง ๆ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจัดทีมรอง ๆ ฝ่ายส่วนกลางที่จะต้องจัดทีมที่ดูแลในภาพรวม ผมเรียนว่าปัจจุบัน การปฏิบัติในด่านตรวจ ยังคงเข้มงวดแม้จะมีการปรับจำนวน ปัจจุบันด่านตรวจโควิดปรับจำนวนลงเหลือ 312 จุด แล้วก็ด้านตรวจเคอร์ฟิวก็จะปรับเหลือ 690 จุด จำนวนที่เราปรับลด เราก็จะไปปรับเพื่อใช้กำลังในการออกสุ่มตรวจ ผมเชื่อว่านี่คือชีวิตที่เราจะเปลี่ยนไปในช่วงระยะเวลาจาก 28 วันจากนี้ แล้วก็ถ้าเราทุกคนยังคงมาตรฐานการ์ดสูงไว้ ไม่ผ่อนคลาย แล้วทำให้การ์ดตก ผมเชื่อว่าในอีก 28 วัน เราน่าจะมีข่าวดีครับ ในส่วนของส่วนปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงมีเรื่องเรียนให้กับพี่น้องทราบเพียงเท่านี้ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะของ ศบค. วันแรกของการผ่อนคลายนะครับแต่ว่ามาตรการต่าง ๆ นั้นที่ออกมาอย่างที่ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้นำเรียนไปแบ่ง 28 วัน เป็น 14 และ 14 วันนะครับ และก็ตัวเลขกันอย่างต่อเนื่อง แต่ภาระด้านต่อไปก็คือการดูแลในแต่ละจังหวัด โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ต่อไปขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่านฉัตรชัย ผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เรียนเชิญครับ (ฉัตรชัย) กระผม ฉัตรชมหาดไทยซึ่งรับผิดชอบทำทั่วประเทศนะครับ มีประเด็นที่จะรายงานกับพี่น้องประชาชนอยู่ 3 เรื่อง เรื่องแรก กรณีการเดินทางข้ามเขตจังหวัดครับ ในส่วนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับการผ่อนผันให้ออกจากภูเก๋ให้ออกจากจังหวัดภูเก็ต ส่วนที่ 3 เป็นเรื่องของการปฏิบัติงานซึ่งกลไกในทำงานของพื้นที่นะครับ อยากกราบเรียนว่าในส่วนของการเดินทางข้ามเขตจังหวัด ท่านคงทราบโดยทั่วไปแล้วว่างดหรือชะลอนะครับ เว้นแต่ความจำเป็น ถ้าท่านใดมีความจำเป็นก็จะต้องมีเหตุผลและหลักฐานในส่วนของเจ้าหน้าที่นั้นต้องปฏิบัติการคัดกรองแล้วควบคุมด้านการควบคุมโรค นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าเป็นความร่วมมือของพวกเราทุกคนทั้ง 3 ฝ่าย คือฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ในส่วนที่ 2 นี่อันนี้สำคัญมากครับ คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ และผ่านการคัดกรอง และมีความเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัยในพื้นที่แล้ว ส่วนที่ 3 พี่น้องประชาชนที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ภูมิลำเนา 3 ส่วนนี้ต้องทำให้สิ่งเดียวกัน เพื่อป้องกันยับยั้งการระบาดนะครับ นะครับ ในส่วนแรกนั้น ประเด็นที่เป็นข่าวแล้วอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนจำนวนมากก็คือ ถ้าผ่านแล้วต้องถูกกัก 14 วันในเส้นทางผ่านหรือไม่ ข้อที่ 2 สงสัยว่าท่านมีความจำเป็นในการเดินทางเพียง 2-3 วัน เช่น ไปขึ้นศาล หรือไปทำธุรกรรม หรือความจำเป็นเพียง 2 - 3 วัน เมื่อไปถึงภูมิลำเนาแล้วท่านจะถูกกัก 14 วันหรือไม่นะครับ ผมขอกราบเรียนนะครับคือว่าพวกเราทุกคนในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าใจข้อเท็จจริง ชีวิตจริงและปัญหาที่ต้องปฏิบัติร่วมกันทั้ง 3 ภาคส่วนดังกล่าว ผมยืนยันว่า เนื่องจากท่านต้อง... เมื่อมีความจำเป็นจะต้องอธิบายให้ได้ว่าเหตุผลความจำเป็นเป็นอย่างไร แล้วก็มีหลักฐานประกอบ เพียงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าใจถึงเหตุผลตามข้อกำหนดของกฎหมายในส่วนนี้ และประเด็นที่ถามว่าจะถูกกักในระยะที่ผ่าน 14 วัน 14 วันไปตลอดหรือไม่ อันนี้ไม่เป็นความจริง เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ความเป็นจริงก็คือเมื่อมีต้นทาง ระหว่างนั้นจะมีด่านตรวจ ตามที่ผมนำเรียนแล้ว แล้วจะไปสู่กระบวนการกักเพื่อคัดกรองโรคนี่ในปลายยทางนะครับ ในส่วนนี้เป็นการปฏิบัติที่เหมือนกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นหลักเกณฑ์ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเองนะครับได้ประชุมผู้ว่า และผู้บริหารท้องถิ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว มหาดไทยจะปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกันนะครับ ส่วนความหนักเบาในการปฏิบัติในแต่ละพื้นที่นั้น ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและสถานการณ์ของพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องรายละเอียดการปฏิบัติ ท่านยืนยันว่าเมื่อท่านเดินทางออกจากรุงเทพฯ จะไปสุรินทร์ ไปอุบลราชธานี ท่านไม่ถูกกัก 14 วันที่โคราช และจังหวัดอื่น ๆทุกภาคก็เช่นเดียวกัน เว้นท่านไปพักในโคราชซึ่งถือว่าเป็นการพัก อย่างนี้จะเข้ากระบวนการการตรวจสอบคัดกรองความปลอดภัย แต่ที่ว่าเมื่อเหตุไปอยู่ภูมิลำเนาแล้ว เหตุความจำเป็นของท่านอยุ่ 2 - 3 วัน ท่านไม่ต้องอยู่ 14 วัน ข้อเท็จจริงก็คือจะมีการ Home Quarantine ในพื้นที่ภูมิลำเนาตามเวลาอยู่จริง แต่สิ่งที่ต้องร่วมกันปฏิบัติอย่างเคร่จะมีการบันทึกข้อมูลการ Quarantine เมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่ และจะบันทึกเป็นหลักฐานแล้วสืบค้นย้อนได้ที่ท่านกลับมาแล้วมีประเด็นที่ไปเกี่ยวข้องกับการระบาดของโรค อันนี้ก็เรียนเพื่อความเข้าใจตรงกันนะครับ ประเด็นที่ 2 ครับ กรณีที่มีการสอบถามเพิ่มเติมมาก ที่ปล่อยคนจากจังหวัดภูเก็ตไปจำนวนมากมาย ผมขอเรียนนะครับ ผมได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตชี้แจงข้อมูลจากทั้งตำรวจ ทั้งทหาร หน่วยงานที่ปฏิบัติในพื้นที่และยืนยันว่ามีพี่น้องคนไทยที่ไม่มีภูมิลำเนาในจัวหวัดภูเก็ต ไปทำหน้าที่ต่าง ๆ อยู่ในจังหวัดภูเก็ตประมาณ 1 แสนคน ใน 1 แสนกว่าคนที่ปฏิบัติตัวปกติได้ประกาศห้ามเข้าและออกจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมนี่ ในจำนวนนี้มีคนประมาณ 50,000 คนเศษ ได้แจ้งความจำนงว่าไม่มีงานทำแล้ว และอยู่ไปก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไร และมีความจำเป็นเรื่องเศรษฐกิจขอออกจากภูเก็ต แล้วจังหวัดยังไม่อนุญาตให้ออกจนกระทั่งเมื่อสิ้นวันที่ 30 เมษายน นะครับ ก็ได้มีการทำทะเบียนนะครับ ให้มีการลงทะเบียนผู้ที่ประสงค์จะออก ผมเรียนเป็นสาระสำคัญครับ ทุกคนที่ออกนั้นไม่ได้แปลว่าออกได้ทั้งหมด จังหวัดภูเก็ตมีอยู่ 14 ตำบลครับ ตำบลที่อนุญาตให้ออกเนื่องจากผ่านกระบวนการคัดกรองที่เป็นมาตรฐานเป็นที่เชื่อมั่นแล้วอีก 3 ตำบลที่มาอาศัยอยู่นั้นยังไม่ออก เมื่อออกจะมีหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และทีมงานไม่ว่านายอำเภอหรือสาธารณสุข รับรองว่าผ่านกระบวนการที่คัดกรองหรืออยู่ในพื้นที่ 14 วัน ตามมาตรฐาน เท่านั้นยังไม่พอยังได้แจ้งไปจังหวัดปลายทางทุกจังหวัด วันนี้ได้ตรวจสอบข้อมูลถึง 9.00 น. นะครับ มีผู้เดินทางออกตามทะเบียนนี่ 3,600 คน ใน 3,600 คนจะมีหลักฐานเช่นที่ว่านี้ ส่วนใหญ่นะครับ 11 จังหวัดภาคใต้ 2,500 กว่าคน นอกนั้นกระจายไปจังหวัดละ 1 คน 2 คน ทั่วประเทศ 56 จังหวัดนะครับ ทุกคนคือคนที่ผ่านกระบวนการ แล้วก็เมื่อไปถึงปลายทางจะทราบ ผู้ว่าราชการจังหวัดปลายทางจะทราบข้อมูลแล้วว่าจะมีคนมาจากภูเก็ตก็เป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อไปในส่วนนั้น ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดหรือด้านระหว่างทางจะทราบว่านี่คือหนังสือรับรองมาจากภูเก็ตที่ผ่านกระบวนการแล้ว ผมเรียนชี้แจงเพื่อความสบายใจ และให้ความมั่นใจว่ากระบวนการของราชการนั้นได้คัดกรองในมาตรฐานตามเกณฑ์ที่ได้ยอมรับแล้วแล้วจึงส่งมานะครับ ประเด็นที่ 3 ในเรื่องกลไกการปฎิบัติในพื้นที่ในกรณีมีการปฏิบัติและมีผลนะครับ ปฏิบัติในขณะนี้ ผมขอเรียนนะครับว่าทุกพื้นที่ไม่ว่าท่านจะเดินทางไปจังหวัดใด จะใช้ข้อกำหนดและมาตรฐานเดียวกันในการปฏิบัติ จุดประสงค์หลัก 2 เรื่องที่ผมเคยนำเรียนแล้วในก่อนหน้ามาตรการยับยั้งการระบาดของโรค อันนี้เป็นความจำเป็นที่ผมเชื่อว่าทุกท่านยอมรับได้ และเป็นการปฏิบัติร่วมกัน เพราะถือว่าเป็นความร่วมมือของพวกเราทุกคนครับ ส่วนที่ 2 ครับ ข้อปฎิบัติที่ลดหย่อนผ่อนปรนต่าง ๆ นั้น ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยนะครับ สำคับที่สุดต้องผ่านจุดคัดกรองต้องอธิบายและชี้แจ้งนะครับ และสำคัญที่สุด การเดินทางไม่ว่าจะได้รับการลดหย่อนผ่อนปรนอย่างไรนะครับ ต้องนึกเสมอว่าถึง 04.00 นาฬิกาวันใหม่ ยกเว้นในส่วนนี้นะครับ ส่วนอีกส่วนหนึ่งที่เดินทางจากภูเก็ตแล้ว หลายท่านอาจยังสงสัยว่ายังมีอยู่นะครับ เช่น คนที่ผ่านการ local Quarantine ที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ หรือผ่านกระบวนการ State Quarantine ต่าง ๆ ถ้ามาจากภาคใต้ก็จะมีขบวนรถไฟจัดส่งให้พี่น้องเพื่ออำนวยความสะดวกนี่คือบุคคลที่ได้ผ่านการคัดกรองตามมาตรฐานแล้ว กระผมมีเรื่องนำเรียนแล้วขอความร่วมมือเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำเรียนนะครับประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการต่าง ๆ ในพื้นที่ ถ้าเกิดเรานี่เดินทางจากกรุงเทพฯ จากภูเก็ตนี่จะต้องมีมาตรการอย่างไร ระหว่างทางจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร จะมีมาตรการอย่างไรครับ เน้นย้ำในทุกจังหวัดก็ถือว่าเป็นไปตามการป้องกันการรแพร่ระบาดของโรค ลำดับต่อไปครับ หลายคนยังสงสัยครับ เรื่องของการดูแลการเดินทางของพี่น้องประชาชนนะครับ ว่างดการเดินทางถ้าในกรณีที่ไม่จำเป็น แต่ว่าบางส่วนมีความจำเป็นจะมีมาตรการดูแลคนเหล่านี้ รถโดยสาร รถไฟหรือว่าเครื่องบิน ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่านชัยวัฒน์ ในการแก้ไขสถานการณฉุกเฉินกับการคมนาคมและการขนส่งทั่วราชอาณาจักร (ชัยวัฒน์)ขออนุญาตถอดหน้ากากอนามัยนะครับ กระผมมีด้วยกัน 3 ส่วน ส่วนแรกตามประกาศข้อกำหนดของรัฐบาลในข้อที่ 5 นะครับ ได้พูดไว้ว่า ของประชาชนนั้นงดชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีความจำเป็็น อันนี้ชี้แจงให้เข้าใจว่าเจตนารมณ์ของประกาศข้อกำหนดในข้อนี้นี่ต้องการที่จะให้ประชาชนอยู่บ้านนะครับ ไม่อยากให้เดินทางข้ามจังหวัด เนื่องจากว่าการข้ามจังหวัดนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคแล้วก็จะควบคุมไม่ได้ ดังนั้นถ้าหากท่านมีความจำเป็นก็ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดครับ ก็คือแสดงเหตุผล แล้วก็หลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ที่จะมีการตรวจสอบ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้นเราได้มีมาตรการนะครับที่เป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข แล้วก็อยากจะขอความร่วมมือประชาชนนะครับ เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ต้องปฎิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ในการเดินทาง ผมขอพูดถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางโดยใช้ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสาธารณะนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน รถไฟ รถโดยสาร หรือว่าเรือนะครับ ก็ท่านต้องปฏิบัติตามมาตรฐานจริง ๆ นะครับ ก็ตั้งแต่เรื่องของการคัดกรอง วัดอุณหภูมิ ผู้โดยสารถ้าหากว่าอุณหภูมิเกินก็ไม่อนุญาตนะครับให้เดินทาง ไม่อนุญาตให้ขึ้นยานพาหนะ ตามที่เรากำหนดนะครับ ตั้งแต่เข้ามาในสนามบินนะครับ เข้าไปในสถานีก็จะมีการคัดกรองแล้วนะครับ รวมทั้งก่อนที่ท่านจะขึ้นยานพาหนะ ก็จะมีการคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการเว้นระยะอันนี้ก็เป็นมาตรฐานสาธารณสุขนะครับ ที่ให้ประชาชนทุกคนที่เป็นผู้โดยสารจะต้องปฏิบัตินะครับ ทั้งนี้นี่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นสายการบิน ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง ผู้ประกอบการเรือ หรือว่ารถไฟนั้นก็ได้มีการกำหนดนะครับว่า จุดที่จะยืน จุดที่จะนั่งนั้นต้องเว้นระยะ ก็ทราบมาว่านะครับ มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ในช่วงวันหยุดยาวนะครับ แต่ก็ต้องขอความกรุณานะครับว่าขอให้ปฏิบัติตามมาตรการที่เรากำหนดนะครับ เก้าอี้ตัวไหนที่นั่งไม่ได้ ก็นั่งไม่ได้เราขายตั๋วตามจำนวนที่นั่งได้จริง ๆ นะครับ อีกเรื่องหนึ่งคือการสวมหน้ากาก ก็เรียกว่าเป็นข้อปฏิบัติที่เหมือนกับเป็นข้อห้าม ข้อบังคับว่าประชาชนทุกคนที่เป็นผู้โดยสารนี่ เวลาเดินทางต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาของการเดินทางนะครับ อันนี้คือข้อบังคับ ก็คือเรื่องของการให้บริการของผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่สถานี ที่สนามบิน เราก็จะมีเจล มีสบู่ล้างมือให้ แล้วก็ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านได้ใช้บริการ แล้วก็ถือว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องส่วนรวมนะครับ ที่ต้องการจะให้พวกเราทุกคนนี่มีความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมขอชี้แจงว่าให้ความมั่นใจกับผู้เดินทางนะครับว่าเราได้มีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ในสถานที่ให้บริการ ทั้งสถานี สนามบิน นะครับ รวมทั้งยานพาหนะที่ใช้นะครับ ทุกครั้งหลักจากที่ใช้จะมีการทำความสะอาดทุกรอบ ทุกวัน มีการทำความสะอาดอย่างเป็นประจำ รวมทั้งในเรื่องของการเช็กสุขภาพอนามัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พนักงานขับรถ กัปตัน ผู้ให้บริการในเครื่องบิน แอร์โฮสเตสต่าง ๆ สุขภาพว่าปลอดเชื้อ ปลอดภัยนะครับ ได้มีการป้องกันปฏิบัติเช่นเดียวกันครับ ก็คือให้มีความปลอดภัยตลอดการเดินทางเช่นกันนะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมให้ประชาชนที่ต้องเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือว่าเดินทางโดยรถส่วนบุคคลก็ตาม ท่านจะเข้าไปในพื้นที่อย่างที่ท่านปลัดมหาดไทยได้พูดถึง ที่ท่านจะไปในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่นั้นมีมาตรการในการควบคุมนี่หนักเบาเป็นไปตามสถานการณ์ของจังหวัด ต้องตรวจสอบว่ากำหนดว่าจังหวัดนั้นได้กำหนดนะครับมาตรการต่าง ๆ หรือวิธีปฏิบัติอย่างไร ก่อนที่ท่านจะเดินทางนะครับ แล้วก็ปรากฏว่าท่านขาดนั่นขาดนี่ บางจังหวัดนี่ก็ต้องมีหนังสือรับรอง บางจังหวัดก็ต้องมีการตรวจว่าท่านไม่มีเชื้อโควิดก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ดังนั้นนี่อยากจะให้ประชาชนทุกท่านได้ทราบรายละเอียดพวกนี้เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น เรื่องสุดท้ายครับ ก็อยากจะขอความกรุณาให้ประชาชนทุกท่านนะครับได้ปฏิบัติตามขัอกำหนดดังกล่าวนะครับ แล้วก็ขอให้ท่านได้เข้าใจ แล้วก็เห็นใจนะครับ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทุกส่วนนะครับ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ถึงปลายทางนะครับ ก็ทุกท่านปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง เพื่อที่อยากจะให้เกิดความปลอดภัยนะครับกับประชาชนทุกคนในการที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสงบนะครับ แล้วก็ขอให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราช่วยกันทุกคนนะครับ เพื่อให้โรคร้ายนี้ผ่านไปได้ รวมทั้งในเรื่องของการที่จะร่วมมือกันทุกภาคส่วน ก็ต้องบอกว่าภาคราชการ ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ร่วมกันในการที่จะทำงานหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ก็กราบขอบพระคุณครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านชัยวัฒน์ ปลัดกระทรวงคมนาคมนะครับ ไม่ว่าเราจะอำนวยในความ ต่าง ๆ สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นในเรื่องของการเดินทางนะครับว่าให้งดหรือว่าชะรอ สำหรับการเดินทางในช่วงนี้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด ไม่มีใครอยากเห็นครับว่าสถิติที่เราทำมาดีอย่างต่อเนื่องนะครับ จะมีการระบาดระรอกใหม่ ทุกมาตรการจึงมีความสำคัญ ลำดับต่อไปจะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ รวมทั้งสื่อต่างประเทศ ตอนนี้หลายสำนักติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องครับ เรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริการสถานการณ์โควิด - 19 (ศบค.)ผมสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] งประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริการสถานการณ์โควิด - 19 (ศบค.)ผมสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานทั้งหมดลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]