--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (4 พ.ค. 63) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.44 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับต้อนรับทุกคน เข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ วันนี้นอกจากจะมีการแถลงในส่วนของสถานการณ์ประจำวัน และประเด็นสำคัญของ ศบค. แล้วนะครับ สำหรับผู้ประกันตนเอง วันนี้ทางด้านของสำนักงานประกันสังคมก็จะมีมาตรการการช่วยเหลือต่าง ๆ สำหรับผู้ที่รอมาตรการเยียวยาจากทางในรายละเอียดมาตรการต่าง ๆ ด้วยครับ สำหรับช่วงแรกครับ เช่นเคยครับ เริ่มต้นโดยของทางท่านโฆษก ศบค. นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ กระผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับมารายงานตัวในฐานะโฆษกของ ศบค. ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 นะครับ ใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ท่านออกจากบ้าน ตอนนี้เราผ่อนปรนกันให้ท่านได้ใช้ชีวิตเหมือนที่เคยเป็นมา สิ่งที่เคยเป็นมาให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามแต่ยังต้องมีข้อจำกัดนะครับ เรื่องของการปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น เพราะว่าเชื้อโรคของไวรัส COVID-19 ยังอยู่ข้าง ๆ บ้านเรา รอบบ้านเรา และรวมถึงมีบางอย่างก็ยังอยู่ในสิ่งที่ ในคนที่รอบ ๆ ของเรา แล้วก็เชื่อว่าบางทีอาจจะไม่แสดงอาการอยู่บ้างนะครับ เพราะฉะนั้นต้องใส่หน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้า แล้วก็บังคับในเรื่องของหลาย ๆ ข้อบังคับที่เราได้ออกมาแล้วนั่นนะครับ หรือเป็นข้อกำหนดที่ว่า ท่านต้องทำตามข้อกำหนดที่ว่าด้วยนะครับ เดี๋ยวเราคงจะได้เน้นย้ำกันอีกทีหนึ่ง วันนี้เข้าสู่เรื่องของการรายงานนะครับ วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่นะครับ 18 รายนะครับ ทุกรายอยู่ในศูนย์กักกันที่จังหวัดสงขลา ี่ ที่สะเดานะครับ เดี๋ยวผมนำเรียนเพิ่มเติม แล้วก็มีผู้ป่วยหายแล้ว 2,740 เพิ่มขึ้นวันนี้หาย 1 ราย ทำให้ยอดสะสมนะครับ 2,987 ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มก็เป็นข่าวดี แล้วก็กลุ่มวัยที่สูงที่สุดก็ยังอยู่ที่ 20-29 ปีนะครับ รวมถึงมีจำนวนถึง 763 รายนะครับ ไปดูในรายละเอียดนะครับ ของกลุ่มคนที่เป็นรายใหม่ 18 รายนี้ อยู่ที่ศูนย์กักกัน เป็นศูนย์ต้องกักนะครับ ตรวจคนเข้าเมืองที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลานะครับ จำนวน 18 ราย เป็นคนต่างด้าวทั้งหมดนะครับ เพศหญิง อายุระหว่าง 13 - 22 ปี แล้วก็เพศชาย 1 ราย อายุ 10 ปีนะครับ จะเห็นแนวโน้มภาพของกราฟนี้ก็จะบ่งบอกว่า มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ 193 รายนะครับ แล้วก็เป็นผู้ป่วยที่ในกล่องทางด้านซ้ายมือนี่นะครับ ประทานโทษครับ เป็นศูนย์กักกันที่เห็นข้างบน รวม ๆ แล้วทั้งหมด 18 รายนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คือ เดือนเมษายน เราเจอมานะครับ ในวันที่ 25 นี่ 42 ราย แล้วก็มาในวันที่ 4 พฤษภาคม อีก 18 ราย รวมเป็น 60 รายแล้วนะครับ ก็ไปที่ตารางนะครับ อันนี้เมื่อกี้เมื่อสักครู่ได้อธิบายไปแล้วนะครับ 18 ราย มาจากศูนย์กักกัน ผู้ต้องกักทั้งสิ้นเลยนะครับตรงนี้ ไปดูที่ในรายละเอียดนะครับ แผนที่ประเทศไทย การกระจายตัวยังคงคล้าย ๆ เดิมอยู่ เรามาดูที่ภาพของจังหวัดสงขลานะครับ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีผู้ต้องกักอยู่ตรงนี้นะครับ ก็ทำให้ตัวเลขที่ผู้ต้องกักออกไปที่ 60 นะครับ 60 รายแล้วนะครับ แล้วก็ทำให้อย่างไรก็ตามแต่เราก็แยกตัวเลขนี้ออกจากทางจังหวัดสงขลานะครับ ในจังหวัดสงขลามีคนของจังหวัดสงขลาเองที่มีการติดเชื้ออยู่แค่ที่ 44 ราย เท่ากับ 3.07 ต้องขอบคุณพี่น้องชาวสงขลาที่ให้พื้นที่ในการดูแลนะครับ แรงงานต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองมาแล้วก็ไปอยู่ในพื้นที่ของท่าน สามารถกักกันโรคให้อยู่ในพื้นที่เฉพาะได้ ต้องกราบขอบคุณชาวสงขลาเป็นอย่างสูงกับชาวสงขลา มนุษยธรรม ยึดหลักมนุษยธรรม ทุก ๆ คนที่มาในผืนแผ่นดินไทย ได้รับการดูแล ป่วยก็ต้องรักษา ตอนนี้ก็อยู่ในการดูแลของแพทย์แล้วนะครับ ไปที่กลุ่มจังหวัดนะครับ ตอนนี้ก็มีข่าวดีที่ทางสระบุรีก็เลื่อนลำดับลงมา ทำให้นะครับ ในภาคกรุงเทพฯ ภาคกลาง แล้วก็ภาคตะวันออกนะครับ ดูแล้วจังหวัดก็พอ ๆ กัน แล้วก็อุบลราชธานี ก็ทำให้จังหวัดนี่ทำให้ทางจังหวัดของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มากทีเดียวนะครับ มากองอยู่ในกลุ่มที่ไม่มีรายงานในช่วง 28 วันที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าใน 2 ช่อง ข้างบนกับตรงกลางนี่นะครับ 34 จังหวัดเท่ากันแล้ว แล้วแนวโน้มก็น่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่นี่เป็นผลของการที่พี่น้องพวกเราทำงานกันมาช่วงของ 7 - 14 วันก่อน ก็เลยทำให้ภาพนี้เกิดขึ้น แต่หลายคนห่วงมากครับว่า ภาพของวันนี้ที่จะไปสะท้อนภาพของ 7-14 วันข้างหน้า จะเป็นอย่างไร ก็เกิดคำถามอยู่มากมาย เพื่อขยายความชุดข้อมูลที่เมื่อวานนี้ ผมได้รับคำถามนะครับ จากสื่อมวลชนนะครับ ในจังหวัดยะลา ซึ่งเมื่อวานนี้มีข้อค้นพบ ว่ามีผล lab ออกมา พูดง่าย ๆ นะครับ ว่ามีผลทางห้องตรวจออกมาว่ามีผู้ที่สงสัยว่า จะเป็นผู้ป่วยยืนยัน อีก 40 รายนี้มาอย่างไร วันนี้ขออนุญาตนำชุดข้อมูลของกรมควบคุมโรคนะครับ นำมาให้ท่านผู้ชมได้เห็นนะครับ ว่าในทิศทางของทางจังหวัดยะลา ที่บอกว่าเป็น Active Case Finding มาอย่างไร ไม่ได้ตอบแค่ในช่วงตอนปลาย ๆ นี่เท่านั้นนะครับ ผมลากยาวมาเอาตั้งแต่รายแรกที่เจอเลย วันที่ 16 มีนาคมนี่นะครับ เราจะเห็นนะครับ การรายงานรายแรก กลุ่มนี้มาจากพิธีทางศาสนา จากทางมาเลเซีย ก็จะเห็นเวฟแรกขึ้นมา ในช่วงของเดือนมีนาคม แล้วก็จะเป็นกลุ่มก้อนที่ 2 นะครับ ในกลุ่มสีฟ้าจะมาจากพิธีทางศาสนา แล้วก็กลุ่มสีส้มก็เป็นผู้ที่ไปสัมผัสกับกลุ่มสีฟ้า ก็จะเห็นเป็นเวฟที่ 2 ขึ้นมา แล้วกลุ่มที่ 2 ก็ยังประกอบไปด้วยผู้สัมผัสกับกลุ่มสีส้ม กับกลุ่มสีฟ้าอีกทีหนึ่ง ก็จะเห็นกลุ่มนี้ทำให้กลุ่มก้อนของคนที่ติดเชื้อ ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นมาจำนวนมากทีเดียวนะครับ พอปลาย ๆ หรือกลาง ๆ เดือนของเมษายน ทางทีมงานของทั้งจังหวัด แล้วก็กรมควบคุมโรค และศูนย์ควบคุมโรคในพื้นที่ก็ได้มีการประชุมปรึกษากันพร้อมกันทางจังหวัดด้วย ก็ต้องใช้วิธีการค้นหาที่เรียกว่า วิธีการ Active Case Finding เป็นแท่งสีน้ำเงินที่ขวามือนี้ครับ เริ่มปฏิบัติการกันมาตั้งแต่วันที่ 21 ที่เราเห็นนะครับ ก็จะเห็นว่าจะมาเจอเคสเพิ่มขึ้น ๆ ให้ ซึ่งรวมทั้งสิ้นเราเจอตอนนี้ 126 ราย ตัวหนังสือสีแดงข้างบนนั่น มาแยกแยะดูครับว่า สิ่งที่ต้องค้นหาเชิงรุกที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 - 24 นี่มีอะไรบ้างนะครับ ท่านจะเห็นวงกลมแรกนะครับ จำนวนของรวมทุก ๆ อำเภอ ในจังหวัดยะลา 3,277 คน ที่เราใช้วิธีการค้นหาเชิงรุก ปูพรมไปทุก ๆ อำเภอที่มีอยู่นะครับ ก็ตรวจ 327 คน พบเชื้อมา 20 คนนะครับ บางอำเภอก็เจอบางอำเภอก็ไม่เจอนะครับ อย่างยะลาเจอ 3 ยะหา เจอ 3 บะ บันนังสตาเจอ 14 นอกจากนั้นตรวจกันเป็นหลายร้อยคนก็ไม่ได้เจอ นอกจากนั้นจาก 20 คนนี่นะครับ แล้วก็ไปเจาะลงว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับ 20 คนนี้เท่าไร ก็พบว่า 671 คน ครับ ที่ไปเชื่อมโยงกับคน 20 คน ที่ผลตรวจยืนยัน ก็เอาคน 671 คนนี่ เอาทีมเข้าไปนั่งซักประวัติ เอาทีมเข้าไปพูดคุย แล้วก็หาแน่ ๆ ว่าสัมผัสจริง ๆ นี่เท่าไร ก็ออกมาเป็นตัวเลขด้านขวามือ สีส้ม 222 คน อย่างที่บอกนะครับ เราไม่ได้ปูพรมกันเยอะ เราก็จะเจาะกลุ่มคนที่ชัด ๆ จากประวัติจากอะไรทั้งหลาย ตรงนี้ทีมสอบสวนโรคเขาก็จะมีวิธีการนะครับ ก็ไปพบ 222 คนนี่ ต้องส่งตรวจหาเชื้อ พบมาอีก 6 คน ตรงวงขวามือ 6 คนนี่ล่ะครับ เป็นที่มาของการตรวจเพิ่ม อีกกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ได้มาอีก 311 คน ที่ผมนำเรียนไปเมื่อวานนี้ 6 คน ไปเกี่ยวข้องกับ 311 คน 311 คนนี้นะครับ ก็เพิ่งตรวจกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ที่มีข่าวว่า พบ 40 คน นำเรียนว่า การตรวจพบ 40 คนนี้เกิดขึ้นจากมาตรการที่เรากระจายศูนย์แล็บไปทั่วประเทศ ศูนย์แล็บที่ทางยะลาเองก็เพิ่งจะเริ่มต้นกัน Setup กันขึ้นมา เดิมต้องใช้พึ่งที่สงขลา ถ้าย้อนกลับไป ท่านผู้ชมคงจะนึกได้นะครับ ช่วงแรก ๆ ของมกราคมที่บอกว่าทำไมออกผลช้าจังเลย ผมก็พูดอยู่เป็นประจำว่า ส่ง 2 แล็บ ต้องส่ง 2 แล็บ เพราะว่าแล็บที่มีสำคัญ มีความเชี่ยวชาญจะอยู่ส่วนกลางเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นมาตั้งศูนย์แล็บที่ต่างจังหวัดนี่ ก็กลัวข้อมูลจะไม่เท่ากัน เพราะว่าโรคนี้เป็นโรคใหม่ อย่างที่เคยนำเรียนว่าเราเพิ่งรู้จักกับเขาไม่กี่เดือนนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการส่ง 2 Lab แต่มาตรการเราก็ถูกถามว่า ส่งน้อยเกินไปหรือเปล่า แล็บมีจำนวนศูนย์ก็น้อย เลยทำให้ตัวเลขออกมาน้อยหรือเปล่า เลยเกิดมาตรการในการที่จะต้องเพิ่มจำนวนศูนย์ lab ให้ได้มากขึ้น ยะลาที่โดยโรงพยาบาลศูนย์อันนี้ต้องชมนะครับว่า ศูนย์ยะลาก็พยายามที่จะพัฒนาตัวเอง ตั้งศูนย์แล็บขึ้นมา และเพิ่งทำได้แค่ 2 สัปดาห์ ตรงนี้เองนะครับ ที่บอกว่าจะต้องมีพี่เลี้ยง ก็คือทางศูนย์ทางด้านของกรมวิทยาศาสตร์ที่สงขลาก็จะต้องมาควบคุมกำกับ หรือเซ็ตมาตรฐานให้เท่ากัน บังเอิญว่าชุดข้อมูลที่ทางศูนย์ยะลาทำ ทำขึ้นมานี่ได้ถูกออกไปทางสื่อมวลชนไปก่อน หรือทางโซเชียลมีเดียไปก่อนนะครับ ยังไม่ได้เป็นทางการ เพราะฉะนั้นชุดข้อมูลชุดนี้ ก็เลยจะต้องมีการตรวจสอบชุดข้อมูล กับทางศูนย์ของทางกรมวิทยาศาสตร์ที่สงขลา ผลของวันนี้อย่างไม่เป็นทางการที่ผมรับทราบเมื่อเช้านี้เอง ก็ออกมาว่า ที่ศูนย์ของทางกรมวิทย์ฯ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่สงขลา ยืนยันว่าไม่พบเลยทั้ง 40 ราย ตอนนี้เอาแล้วครับ อันแรกบอกว่าเจอทั้ง 40 อันนี้เอา 40 มาตรวจเอง ไม่เจอทั้ง 40 มันตรงกันข้ามกันเลย เช้านี้ทางท่านผู้บริหารฯ ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรีว่าการฯ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เห็นควรต้องกันทั้งหมดนะครับว่า แค่ 2 แล็บไม่พอแล้ว จะต้องมีการส่งแล็บที่เป็นกลางมากที่สุด ก็คือจะเข้ามาที่ส่วนกลาง ก็คือใช้ lab ของทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็น Lab อ้างอิงระดับประเทศ เพราะฉะนั้นวันนี้ยังไม่ยืนยันจนกว่าเราจะมีการทวนสอบทุกกระบวนการตั้งแต่การเก็บตัวอย่างให้ใหม่ เราจะไปทวนทั้งหมดเลยนะครับว่า ถูกต้องแค่ไหน การเก็บ การขนส่งมาอันนี้ต้องส่งมาจากใต้มาถึงกรุงเทพมหานครก็ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน แล้วก็ใช้ห้องแล็บที่เป็นห้องแล็บมีความเชี่ยวชาญ เพราะทำงานมา ตอนนี้ก็เกือบ 4-5 เดือนแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นมีความน่าเชื่อถือสูงที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นนำเรียนว่า 40 รายนี้ ยังไม่มีการยืนยันในการที่จะประกาศผล ณ วันนี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ถ้าผลออกมาอย่างไร ไม่มีการปกปิดเด็ดขาดนะครับ เพราะว่าในยุคตอนนี้ อย่างที่นำเรียนว่า การที่ท่านได้รับรู้ข้อมูลมากที่สุด ในระดับของอำเภอ ในระดับของตำบล หรือหมู่บ้านก็ดีที่สุดเท่าที่เราจะช่วยกันได้ แล้วทำให้ท่านได้รับรู้ว่า ปัญหามันอยู่ตรงไหน ท่างเองในระดับของส่วนบุคคล จะช่วยทั้งจังหวัด จะช่วยทั้งประเทศชาติ ที่จะทำให้เราพ้นจากการติดเชื้อนี้ไปได้ นำเรียนว่าส่วนวันเวลานั้นผมได้เรียนถามจากท่านอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็บอกว่าคงจะโดยเร็ว จะต้องมีการเก็บใหม่ คัดกรองไม่ต้องแล้ว ต้องไปเก็บใหม่อย่างไร ถ้าตัวอย่างนั้นมีความน่าเชื่อถือสูงสุดการขนส่งถูกต้อง แล้วก็มาทำ เพราะ 40 คน ถ้ามาพร้อม ๆ กันก็ตรวจได้แล้ว แต่ถ้ามาคนละช่วงเวลาก็ต้องใช้เวลาหน่อยหนึ่ง ซึ่งนำเรียนว่าความถูกต้อง มีความสำคัญที่สุด ณ ตอนนี้ ที่เราจะได้วางมาตรการต่าง ๆ มาดูรายละเอียดของตรงนี้นะครับ ของยะลาว่าเจอกันทั้งหมด 126 ราย นะครับ เป็นในช่วงไหน นำเรียนเลยครับว่า ก่อน 28 วัน เราเจอประมาณ 52 คน 52 ราย ในช่วงเวลา ก็คือก่อน 28 วันนะครับ แล้วมาถึงตอนนี้ ก็คือช่วง 28 วันล่าสุดมา เจอเข้าไปอีก 74 เพราะฉะนั้นยิ่งเจอเยอะเรายิ่งชอบนะครับ ไม่ได้ว่าอย่างไร เพราะว่าแสดงถึงกระบวนการของการค้นหาผู้ป่วย เป็นเรื่องที่เป็นความสามารถ เป็นสมรรถนะของคนในพื้นที่ เดี๋ยวข้อมูลต่าง ๆ โดยละเอียดทาง ศบค. เราก็จะนำมาเสนอท่านผู้ชมเป็นประจำนะครับ เพื่อที่จะให้ได้รับทราบ แล้วก็ติดตามกันตรงนี้ ส่วนโยงมาอีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของการตรวจตัวอย่าง ที่ผ่านมาอันนี้เพียงพอกันแล้วหรือยัง ผมอยากจะให้เห็นภาพ ตอนนี้ผมเห็นตัวเลข 200,000 กว่าแล้วนะครับ 227,860 ตัวอย่าง เดี๋ยวต้องให้ font เขาตัวโต ๆ หน่อย ผมมองต้องตาหยีถึงจะเห็นนะครับ เอกชนนะครับ ก็มีตัวเลขที่สูงที่สุดในช่วงตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ถ้าเอาภาครัฐมารวมกัน ภาครัฐก็ช่วยกันที่จะทำให้เห็นเรื่องของการช่วยกันทำงานในการตรวจสอบกลุ่มตัวอย่างได้มากกันแล้วนะครับ แต่ยังต้องทำต่อไปนะครับ อันนี้ตัวเลข 200,000 กว่า ถามว่าพอใจไหม ก็พอใจระดับหนึ่ง แต่ต้องทำเพิ่มขึ้นอีกนะครับ แล้วมาดูอีกครับว่า จากการตรวจเยอะ ๆ แล้ว เรามีผลเป็นอย่างไรนะครับ กราฟเส้นสีแดง คือการตรวจสะสม พุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ จากระดับหลักหมื่น จนกระทั่งหลักหมื่น พุ่งทะยานขึ้นมาตอนแรกที่รายงานกันขึ้นมานะครับ แล้วก็ขึ้นมาเป็นหลักแสนนะครับ แล้วก็ตอนนี้เป็นหลัก 200,000 แต่... ไม่แต่แล้วครับ เส้นสีเขียวก็จะเห็นเป็นความสามารถของการทำรายวัน ซึ่งจะสอดคล้องกับที่เรามีศูนย์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือโรงพยาบาลของรัฐ และเอกชนต่าง ๆ ที่พัฒนากันได้มากกว่าร้อยกว่าศูนย์นี่ทั่วประเทศ ก็จะทำให้ตัวเลขมันเพิ่มขึ้น แต่มาดูเส้นประเส้นสีดำ เส้นประสีดำที่เราเจอ ตอนแรก ๆ เราทำน้อย แต่เจอเยอะนะครับ แล้วก็เส้นก็ค่อย ๆ เตี้ยลงชิดลงมาเกือบข้างล่างในวันที่ 1 พฤษภาคมนี่ครับ นั่นหมายความว่า เราตอนแรกเราตรวจน้อยเจอเยอะ แต่หลัง ๆ เราตรวจเยอะแต่เจอน้อย ก็เพราะว่ามาตรการของการควบคุมโรคของเราทำได้ดีในระดับหนึ่ง ก็ทำให้ตัวเลขออกมาเป็นดังที่ได้แสดงเห็นตรงนี้ครับ นำภาพของการรายงานของระดับต่างประเทศ ตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่ 3,560,000 กว่ารายนะครับทั่วโลก เพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ 81,000 โดยประมาณ เสียชีวิตไป 248,000 กว่ารายนะครับ เมื่อวานนี้เพิ่มวันเดียวที่เสียชีวิต คือ 3,507 ราย ยังเป็นอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม รายใหม่เจอมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา 27,000 กว่าคน แล้วก็รัสเซีย 10,000 กว่าคน ขึ้นมากทีเดียวนะครับ วันเดียวเมื่อวานนี้เพิ่มมาเป็นหมื่นเลย อันนี้ก็น่ากังวลใจ เขากับทางประเทศทางฝั่งเราก็อยู่ใกล้กัน บราซิล ก็อยู่ที่ 4,700 นะครับ ประเทศที่เสียชีวิตมากที่สุดยังเป็นสหรัฐอเมริกา 1,154 แล้วก็อังกฤษ 315 แล้วก็บราซิลอยู่ที่ 290 นะครับ นี่คือประเทศทางฝั่งทางตะวันตกเกือบทั้งสิ้น แล้วก็ไปที่ทางอินเดียนะครับ เมื่อวานนี้มีรายใหม่ 2,800 กว่า ทำให้รวมสะสมของเขาพุ่งไปอยู่ที่ 42,000 กว่านะครับ มาดูประเทศทางกลุ่มของเอเชียนะครับ ปากีสถาน ก็จะนำมามากที่สุดนะครับ บวกเมื่อวานนี้ 981 ทำให้เป็นยอดรวม 20,000 นะครับ ของทางสิงคโปร์บวกรวมเมื่อวานนี้ 657 เกือบ ๆ 20,000 ตอนนี้ 18,000 กว่าแล้วนะครับ แซงญี่ปุ่นไปมากทีเดียว ญี่ปุ่นบวกแค่ 306 นะครับ ยังอยู่ที่ 14,000 เศษ ๆ นะครับ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ก็เลขหลักเดียว คล้าย ๆ กันกับเรา สลับกันกับเรา มาดูที่มาเลเซียเมื่อวานนี้ตัวเลข 122 ยังเยอะอยู่นะครับ มีข่าวคราวของทางญี่ปุ่น ก็มีรายงานจากสำนักข่าว NHK World Japan รายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินเพิ่มเติมขึ้นมาจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม เหมือนกันกับของประเทศไทยเรา นี่คือความเคลื่อนไหวของทางประเทศที่อยู่ทางแถบเอเชียนะครับ คนไทยที่ตกค้าง กลับบ้านไทย กลับเมืองไทยเรา วันนี้ 2 เที่ยวบินนะครับจากมัลดีฟส์ ฮ่องกง 162 คน พรุ่งนี้ฝรั่งเศส 16 คน แล้วก็อินเดียนะครับ 220 ทุกท่านจะต้องเข้าอยู่ที่สถานกักกันตัวของรัฐ ส่วนทางบกเข้ามา เมียนมาร์ 1 มาเลเซีย 387 สปป.ลาว 54 กัมพูชา 23 ก็รวมเดินทางเข้ามานะครับ 465 คน ก็เป็นจำนวนที่สะสมแล้ว ที่จะต้องอยู่ในการกักกัน 7,284 อยากให้เห็นปริมาณงานนะครับ ตอนนี้หลักคนหลักหมื่น อย่างไรก็ตามแต่ประเทศไทยเราก็เป็นที่พึ่งของคนไทยที่จะกลับเข้ามานะครับ จำนวนของคนที่ชุมนุม มั่วสุมของเมื่อวานนี้นะครับ บวกเพิ่มไป 22 คน เป็น 129 แล้วก็ออกนอกเคหสถานบวกเพิ่มไป 136 เป็น 690 นะครับ ตอนนี้ก็ดำเนินคดีออกไปเมื่อวานนี้ ก็ 666 ของกลุ่มออกนอกเคหสถาน แล้วก็ 129 คน ของกลุ่มที่ชุมนุมมั่วสุม ดื่มสุรามาเป็นอันดับ 1 ครับเมื่อวานนี้ เป็นเพราะว่าร้านขายสุราเปิดหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนะครับ ตรงนี้ แต่ว่าก็เป็นสาเหตุอันหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขทะลุขึ้นไปถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ลักลอบเล่นการพนัน อันนี้ไม่อนุญาตแน่นอนครับ 21 เปอร์เซ็นต์ เสพยาเสพติดอีก 11 เปอร์เซ็นต์ครับ รวมยอดสะสมรายสัปดาห์อันนี้มีกล่องของรายสัปดาห์เพิ่มเติมขึ้นมานะครับ ก็ทำให้เห็นเหตุตั้งแต่ช่วงของ 27 เมษายน จนกระทั่งถึงพฤษภาคมนะครับ ของการชุมนุมมั่วสุมนี่ 684 แล้วก็การออกนอกเคหสถาน 3,729 นะครับราย แล้วก็มาเป็นเรื่องของภาระงานในการตรวจค้นยานพาหนะแล้วก็ตรวจบุคคลที่ด่านอีกประมาณ 180,000 ครับผม ขออนุญาตนำเรียนรายงานเบื้องต้นเท่านี้ครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้ยังมีพี่น้องสื่อมวลชนฝากคำถามมาหลายคำถามด้วยกันนะครับ ขออนุญาตเริ่มที่สถาบันเสริมความงาม หลายคนสงสัยว่า ตกลงสถาบัน สถานเสริมความงามต่าง เปิดได้หรือไม่ เพราะมีข้อมูลออกมาว่า สถานพยาบาล หรือว่าสถานเสริมความงาม ที่สามารถเปิดให้บริการได้ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ยืนยันว่า ตามข้อกำหนดฉบับที่ 5 นะครับ ซึ่งได้ออกมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม นะครับ มีข้อที่ (6) นะครับ ยืนยันออกมาว่า คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ต้องมีคำสั่งปิดสถานที่เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่โรค ซึ่งก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับทางโรงมหรสพ สถานบริการ ผับบาร์ต่าง ๆ เหตุผลตรงนี้นี่ ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคให้ความเห็นว่า เนื่องจากว่าต้องใช้เวลาในการที่จะทำกิจกรรมกิจการต่าง ๆ อยู่ในคลินิกเสริมความงามนี่นานนะครับ แล้วก็เหตุผลของความจำเป็นนะครับ ณ ช่วงเวลาอย่างนี้ ก็ถือว่ามีความจำเป็นค่อนข้างน้อย ก็เลยขอให้มาอยู่กลุ่มนี้ก่อน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขอยืนยันว่ายังต้องปิดอยู่ครับ (คุณสุภนันท์) ครับสำหรับคำถามต่อไปนะครับ จากช่อง 7 นะครับ สอบถามถึงมาตรการที่การตรวจตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่จังหวัดยะลา เมื่อวานนี้ 30-40 ราย แต่พอมาตรวจซ้ำนี่ ผลกลับเป็น Negative แบบนี้ ทำให้หลายคนกังวล แล้วก็สงสัยในเรื่องของความน่าเชื่อถือของข้อมูล แล้วก็ผลการตรวจแล้วก็มีสอบถามเพิ่มเติมเขามาจากช่อง 9 นะครับ จากกรณีอื่น ๆ อย่างเคสเจอใหม่ที่สงขลา 18 ราย จะต้องมีการตรวจซ้ำหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ แน่นอนครับ ในหลักการตรวจที่มากนะครับ จากที่เราได้เห็นว่า คนที่มีโอกาสติดเชื้อได้สูง ซึ่งอันนี้ก็เป็นมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขก็ยึดหลักนี้มานาน แล้วก็ยังทำอยู่ แล้วก็เพิ่มศักยภาพไปเรื่อย ๆ ชัดเจนครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ณ ตอนนี้ก็มันต้องมีการสิ้นเปลืองทรัพยากร ก็ไม่ใช่ว่าจะปูพรมอย่างที่เขาใช้ศัพท์ตรงนี้กันไปทั้งหมดนะครับ ก็จะมีการสิ้นเปลืองทรัพยากร กรณีที่ได้โชว์ให้เห็นของจังหวัดยะลาก็ปูพรมไปก่อนตอนแรกตั้ง 3,000 กว่า แต่ตรวจจริง ๆ บางอำเภอก็ไม่มีเลย ซึ่งอันนี้ก็ใช้หลักการต่าง ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ทางสถิติทั้งหลายเข้ามาด้วย แต่ดีที่สุดต้องเอาข้อมูลชัด ๆ แล้วก็เจาะเป็นกลุ่มอันนี้จะดีที่สุด ซึ่งเราก็เป็นที่ยอมรับของทั้งระดับของประเทศแล้วก็นานาชาติ ยืนยันว่ามีการดำเนินการตรงนี้อยู่ โดยประสานกับกรมควบคุมโรค ก็ประสานกับพื้นที่อยู่ แล้วก็ทำกันอย่างเต็มที่ครับ (คุณสุภนันท์) ครับสำหรับคำถามต่อไปนะครับ สอบถามมาทั้ง Facebook Live ทั้งบนโซเชียลมีเดีย สื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นช่อง 3 ช่อง 7 ช่อง One ช่อง 9 นะครับ ของการที่พี่น้องประชาชนนี่ ไปซื้อเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์ก็มีภาพของการแออัด ภาพของการรวมกลุ่มกันจำนวนมาก ๆ แบบนี้รวมถึงการรวมกลุ่มประเภทอื่น ๆ ครับ อย่างเช่น เรื่องของการรวมตัวไปรับของบริจาคต่าง ๆ แบบนี้จะส่งผลต่อการทบทวนมาตรการผ่อนคลายหรือไม่ แล้วจะต้องมีการเน้นย้ำเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็เห็นภาพข่าวเช่นเดียวกันนะครับ ก็ส่งกันมาตามคลิป ตาม มีเดียกัน ก็ต้องขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในชุดภาพต่าง ๆ เหล่านั้นด้วยนะครับ จริง ๆ อาจจะเป็นตัวอย่าง ที่ได้เห็นแล้วก็เป็นข้อเตือนใจ แล้วก็เปลี่ยนผ่านตอนนี้ เพราะเราเพิ่งผ่านวันที่ 3 มา วันนี้วันที่ 4 วันสองวัน ซึ่งก็อย่างที่บอกนะครับว่า ต้องพยายามทำความเข้าใจและท่านก็จะได้เข้าใจครับว่า การปรับพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้นี่ ถ้าท่านทำได้ ท่านเองครับ จะปลอดภัย แล้วก็เป็นข้อกำหนด มาตรการป้องกันโรคที่เราได้แจ้งกันมาตั้งแต่ฉบับที่ 1 กันมาแล้วนะครับ ผมขออนุญาตนำเรียนว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ได้เกินเลย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เป็นสิ่งที่ท่านเคยทำมา และให้ความร่วมมือมาอย่างดี แล้วก็เป็นผลของวันนี้ที่ทำให้ตัวเลขเราเป็นหลักเดียว โอ.เค. 2 หลักในวันนี้ก็เป็นคนที่เป็นพื้นที่ที่เป็นคนต่างด้าวที่มาอยู่กับเรา ถ้าพูดถึงว่าคนที่อยู่ภายในประเทศของเราก็ยังมีน้อยมาก ๆ เพราะอย่างนั้น ถ้าท่านยึดหลักอยู่ เอาแค่ 5 ข้อนี้ เหมือนเดิม ที่เราประกาศมา ถ้าท่านทำได้เหมือนเดิม 1 ก็คือทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส 2 คือใส่หน้ากากอนามัย 3 คือ ล้างมือ 4. คือเว้นระยะ และ 5. อย่าให้มีการแออัดหรือลดเวลาที่ไปอยู่ที่คนแออัดให้มาก ๆ แค่นั้นเองครับ ซึ่งอันนี้เป็นมาตรการที่เป็นข้อกำหนด แล้วก็เป็นสิ่งที่ท่านทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว จนเราประสบความสำเร็จเป็นแห่งหนึ่งในโลกนี้ของท่านเหมือนเดิมให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ เพื่อเราจะได้ใช้เวลาตอนนี้ให้โรคมันออกไปจากพื้นที่ประเทศไทยให้ได้ ขอให้ตัวเลขเป็น 0 ที่จะมีรายงาน แล้วติดต่อกันยาวนาน อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์นี่ละครับ เพื่อให้มั่นใจว่า คนในประเทศเรา ไม่มีคนที่ติดเชื้อ ถึงตอนนั้นเราจะใช้ชีวิตแบบปกติได้ แล้วเราก็จะผ่อนคลายตามสถานการณ์แต่ละขั้น ๆ ไปได้ อย่างที่เราได้นำเรียนนะครับ เรามี 14 วัน ของช่วงเวลานี้ เปลี่ยนผ่านตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไป วันนี้วันที่ 4 วันที่ ๒ แล้ว มีชุดมาตรการ ถ้าเรามีชุดมาตรการออก และท่านร่วมมือกันมา 14 วันนี้ จะเป็น 14 วันที่ เราใช้มันได้อย่างคุ้มค่า แล้วตัวเลขการติดเชื้อจะกลับมาน้อย เราก็จะเห็นระยะที่ 2 ของ 14 วันที่ 2 ขึ้นมา เราก็จะมีพื้นที่ในการที่จะไปได้ไกลมากกว่านี้อีก จากความร่วมมือของเราทุกคน 100 เปอร์เซ็นต์ นำเรียนว่ามีความสำคัญสูงมากทีเดียวครับผม (คุณสุภนันท์) ครับ ขออนุญาตเป็นคำถามสุดท้ายนะครับ สำหรับสำนักข่าว CGTN ของประเทศจีนนะครับ บอกว่าจากรูปแบบพฤติกรรม ณ ปัจจุบัน จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น มาตรการต่าง ๆ จะถูกยกเลิก เราจะต้องกลับมาตรึงเหมือนเดิมหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็นำเรียนว่า ชุดข้อมูลสถิติทั้งหลาย ตอนนี้ทางหน่วยงานของทาง ศบค. ก็จะมีการจัดชุดข้อมูล แล้วก็จัดเก็บรวบรวมเป็สถิตินะครับ สอดคล้องกันกับเรื่องของ อันนี้ชุดพฤติกรรมที่จะมีการผ่อนปรน สอดคล้องกันกับชุดข้อมูลที่จะเกิดขึ้นจากทางการติดเชื้อ ยืนยันเชื้อจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ก็ต้องเอา 2 ยอดนี้มาประกอบกัน เราประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่า เราใส่มาตรการผ่อนปรนไปแล้ว ตัวเลขการติดเชื้อยังเท่าเดิมหรือลดลง หรือน้อยลง มาตรานี้ก็จะถูกขยับต่อไป แต่ถ้ามาตรการนี้ทำไปเรื่อย ๆ แล้วตัวเลขตัวนี้เพิ่มขึ้น ตัวเลขของการติดเชื้อเพิ่มขึ้น มาตรการต้องถูกทบทวนครับ จะต้องมีการถูกทบทวนไม่ว่าจะเป็นการหยุด หรือกลับไปเป็นการบังคับให้กลับไปที่เดิม ซึ่งจะต้องมีข้อจำกัดมากมายขึ้นมา เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้ทำเพื่ออะไรกับใครนะครับ ทำเพื่อให้เราไม่ต้องป่วย ทำให้เราไม่ต้องตาย จากการเป็นโรคนี้ เหมือนอย่างตัวเลขจากต่างประเทศ สิ่งที่เราร่วมมือกันมา 1 เดือน มีความหมายกับเรามาก เพราะฉะนั้น 14 วันถัดไปตรงนี้ ก็มีความหมายกับท่านมาก ขอเถอะครับ เพราะว่าท่านเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะได้ทำมาหากินได้เปิดพื้นที่ ท่านมีเรื่องของส่วนตัวคือ ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดระยะห่างพื้นที่ ถ้าท่านเป็นผู้ประกอบการนะครับ ท่านต้องทำมากกว่าผู้มาใช้บริการ ถ้าท่านเป็นผู้ใช้บริการ ท่านก็ต้องร่วมมือกับผู้ประกอบการ และตรวจสอบผู้ประกอบการด้วย ส่วนที่ 3 ตทอผู้ที่เข้าไปติดตามเป็นภาครัฐก็จะกำกับทั้ง 2 ส่วนนี้ ซึ่งตอนนี้ทางผู้กำกับทางภาครัฐ ทางผู้กำกับติดตามสิ่งต่าง ๆ มาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐนี้ ก็เตรียมต่าง ๆ อยู่ ก็นำเรียนว่าต้องทำงานร่วมกันทั้ง 3 ส่วน ทั้งผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ และผู้ใช้บริการ และผู้กำกับติดตามของภาครัฐ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้า 2 ส่วนแรกถ้าทำกันเองแล้ว ส่วนที่ 3 แทบจะไม่ต้องมายุ่งเลย เพราะฉะนั้นขอให้ท่านดูแลกัน เราพี่น้องกัน เราเป็นชุมชนเดียวกัน เราเป็นผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการด้วยกัน ที่ดีท่านเตือนกันเอง ท่านแนะกันเอง มาตรการต่าง ๆ ที่จะหนักไปกว่านี้ไม่ต้องเกิดขึ้นกับใครเลย ชุมชนดูแลกันเองดีที่สุดครับ (คุณสุภนันท์) สุดท้ายนี้ คุณหมอมีอะไรจะฝาก กับพี่น้องประชาชนที่ติดตามการแถลงข่าวอยู่บ้างครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็คงต้องฝากเรื่องของการดูแลเรื่องปากท้อง ซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็เดี๋ยวช่วงเวลาถัดจากผมไปนี้ ท่านทศพล กฤตวงศ์วิมาน ซึ่งท่านเป็นเลขาของทางสำนักงานประกันสังคมจะมาดูแลเรื่องนี้นะครับเพราะว่าเป็นเรื่องที่สำคัญก็ขอฝากให้ติดตามในช่วงเวลาถัดไป ผมขออนุญาตลาเพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ ตอนนี้มีตัวเลขมีหลายท่านสอบถามเข้ามาถึงจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ที่พบในวันนี้นะครับตัวเลขในวันนี้ 18 รายนะครับ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในศูนย์กักกัน ผู้ต้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ด้วยกัน ทำให้ตัวเลขยืนยันในประเทศไทยทั้งหมด 2,987 คน ขณะที่ผู้ที่ได้รับการรักษาหาย และกลับบ้านเรียบร้อยแล้วอยู่ที่ 2,700 กว่าคน และเป็นอีก 1 วัน ที่วันนี้เราไม่มีตัวเลขความสูญเสียจากกรณี COVID-19 นะครับ ทำให้ตัวเลขจำนวนยืนยันผู้เสียชีวิตประเทศไทย ณ ขณะนี้ อยู่ที่ 54 คน ด้วยกันนะครับ สำหรับในช่วงต่อไปจะเป็นช่วงที่ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน ที่เป็นผู้ประกันตนรอมาตรการความช่วยเหลือต่าง ๆ จากทางสำนักงานประกันสังคม หลายคนบอกว่า เริ่มลงทะเบียนมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ที่ผ่านมา สถานประกอบการบางแห่งถูกปิด ผู้ลงทะเบียนเข้าไปแล้ว แต่พอเข้าไปในระบบยังมีการแจ้งเตือนบอกว่า ไม่พบข้อมูลมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมามีเงื่อนไขอย่างไร มาตรการเป็นอย่างไร และทำไมถึงตอน ณ ปัจจุบันนี่ยังไม่สามารถที่จะจ่ายเงินให้กับพี่น้องประชาชนได้ ทำไมล่าช้า รวมทั้งมีบางกระแสข่าวออกมาว่า มีปัญหาในเรื่องของการจัดการกองทุนหรือไม่ ไม่มีเงินเพียงพอต่าง ๆ ที่จะเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนหรือเปล่า วันนี้หลากหลายคุณผู้ชมยังสามารถส่งคำถามต่าง ๆ มาที่แฟนเพจ Live NBT 2 HD กันเข้ามาได้ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตเป็นตัวแทนในการสอบถามแทนพี่น้องประชาชนที่ตอนนี้หลายท่าน อาจจะยังต้องการรอคอยมาตรการความช่วยเหลือต่าง ๆ สำหรับหลาย ๆ ท่าน ณ ปัจจุบันได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทำให้สถานประกอบการหลายแห่ง ไม่สามารถดำเนินธุรกิจ ไม่สามารถประกอบการได้ตามปกติ สำหรับในช่วงต่อไปนะครับ จะมีผู้แทนจากประกันสังคมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม หัวหน้าในฐานะของโฆษก สำนักงานประกันสังคม และท่านนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์นะครับ หลากหลายข้อสงสัยไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการลงทะเบียนไปแล้ว อาจจะยังไม่พบข้อมูล เรื่องของการล่าช้าต่าง ๆ เรื่องของการจ่ายเงินสมทบต่าง ๆ นะครับ ที่เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ช่วงนี้ขอกราบเรียนเชิญทั้ง 3 ท่านครับ (คุณทศพล) สวัสดีครับ ท่านผู้ชมที่เคารพทุกท่านครับ วันนี้ครับ สำนักงานประกันสังคมนะครับ จะมาขอรายงานผลการดำเนินการในเรื่องของการจ่ายประโยชน์ทดแทน ในเหตุกรณีสุดวิสัยนะครับ ต้องกราบเรียนท่านพี่น้องที่เคารพทุกท่านครับ ณ ขณะนี้นะครับ ที่สำนักงานประกันสังคมมีผู้ประกันตนนะครับ มาขอยื่นใช้สิทธิ์ทั้งสิ้น 1,177,184 ราย ซึ่งได้ดำเนินการยื่นมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2563 จนถึง 2 พฤษภาคม 2563 นะครับ สำหรับข้อมูลนะครับ ที่ได้ยื่นเข้ามา จากการใช้ระบบของเราตรวจสอบนะครับ พบว่ามีข้อมูลที่ยื่นซ้ำ หรือไม่ใช่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่จะได้สิทธิทั้งสิ้น 219,537 19,000 กว่าราย ต้องกราบเรียนว่าในจำนวนที่ยื่นมานะครับ เมื่อหักลบกับจำนวนผู้ที่ยื่นซ้ำ แล้วก็ผู้ที่มีสิทธิทั้งสิ้น ณ ขณะนี้จำนวน 958,304 ราย นะครับ ในจำนวนผู้ประกันตน ที่ขอใชสิทธิ์ 98,304 รายนั้นนะครับ เราจะดำเนินจ่ายได้ ก็คือวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งก็คือวันที่ 17เมษายน ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งในเรื่องนี้นะครับ สำนักงานได้เร่งดำเนินการ โดยได้ทำการสั่งวินิจฉัย สั่งจ่ายให้กับผู้มีสิทธิได้เป็นจำนวนแล้วทั้งสิ้น 455,717 ราย ก็คือตั้งแต่จ่ายตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมาถึงวันที่ 2 พฤษภาคม ข้อมูลตรงนี้นะครับ ก็เหลืออีกทั้งสิ้นนะครับ 207,895 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราได้ดำเนินการเร่งรัดในการดำเนินการ มีการเร่งอัตรากำลังจากที่เคยปฏิบัติงานปกติ มีการทำงานล่วงเวลา มีการทำงานในวันหยุด ซึ่งเราทำตลอดเวลานะครับ แล้วมีอีกจำนวนหนึ่งนะครับ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องขอความกรุณาก็คือ การที่สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินได้นั้นต้องมีการมายื่นมา 2 ทาง ก็คือผู้ประกันตนที่ขอใช้สิทธิกับนายจ้างที่ต้องมารับรองสิทธิให้ลูกจ้าง มีลูกจ้างจำนวน 294,600 กว่าราย ที่จะมารับรองสิทธิ จำนวนนายจ้างประมาณ 20,000 รายครับ ในเรื่องนี้สำนักงานประกันสังคมขอความร่วมมือนะครับ ทางนายจ้างทุกท่านนะครับทุกราย ช่วยมารับรองสิทธิให้กับผู้ประกันตนด้วยนะครับ ทีนี้ในช่วงนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็ได้สั่งเร่งรัดนะครับ ตัวเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานทุกคนนะครับ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคออกประสานงานกับทางนายจ้างนะครับว่า ช่วยมารับรองสิทธิด้วย สำนักงานฯ จะได้ดำเนินการวินิจฉัยให้ และอีกทางหนึ่งนะครับ ท่านอาจจะได้รับ SMS หรือ e-Mail จากสำนักงานประกันสังคมนะครับให้ดำเนินการมารับรองสิทธิให้กับลูกจ้าง และขณะเดียวกันนะครับ ในเรื่องนี้ก็จะมีหนังสือจากสํานักงานประกันสังคมถึงนายจ้างนี่นะครับ ให้มาดำเนินการรับรองสิทธิอีกทาง ถ้าท่านเห็นหนังสือท่านก็รีบมาดำเนินการเลยนะครับ เพื่อที่เราจะได้สั่งจายเงินให้กับลูกจ้าง ต้องกราบเรียนว่าในจำนวนที่เราได้สั่งจ่ายไป 455,717 ราย 717 รายนั้น เราจ่ายเงินของกองทุนไปทั้งสิ้นนี่ 2,354 ล้านบาทนะครับ ก็ถือว่าตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่นะครับ เราขอยืนยันว่า สำนักงานประกันสังคมนั้นมีเงินเพียงพอที่จะจ่าย เงินนั้นไม่ได้หายไปไหน อยู่ทุกบาททุกสตางค์ เพราะเป็นเงินของพี่น้องประชาชน เป็นเพียงเงินของพี่น้องผู้ประกันตน โดยสรุปแล้วนะครับว่า ในแต่ละวัน ในขณะนี้ ก็มีผู้ว่างงานตกเฉลี่ยประมาณวันหนึ่ง 30,000 คน ทีนี้ถามว่าในส่วนที่มีข้อสงสัย มีข้อสอบถามนะครับ ที่จะติดต่อสํานักงานประกันสังคมนี่ เรามีช่องทางใดที่จะติดต่อให้ง่ายที่สุดนะครับ เรามีสายด่วน 1506 ซึ่งมีคู่สายอยู่เป็นจำนวน 250 คู่สาย ในการให้บริการ แต่ในช่วงนี้ต้องกราบเรียนว่าอาจจะช้าบ้าง เพราะว่าในวันวันหนึ่งนี่ปริมาณของคู่สายนี่เพิ่มเข้ามานี้ หลายหมื่นคู่สายนะครับ คิดแล้วประมาณ 11 เท่าตัวของงานปกติ เพราะฉะนั้นอาจจะนานนิดหนึ่ง แต่ว่ารับรองว่า เรามีผู้ปฎิบัติงานตลอดเวลานะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้นำเรียนนั้นเป็นสิ่งที่สํานักงานประกันสังคมได้ดำเนินการครับ ขอบพระคุณมากครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ท่านต่อไปเลยครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านพิศมัย นิธิไพบูลย์ ในฐานะของโฆษกสำนักงานประกันสังคมครับ (คุณพิศมัย) การดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์ เหตุสุดวินัยจากโรคโควิดนะคะ ก็ขอนำเสนอแผนที่นะคะ ในการทำงาน หรือชาร์ตในการจ่ายสิทธิประโยชน์ ในเบื้องต้นโดยในประโยชน์ทดแทน กรณีนี้เนื่องจากว่า เป็นเหตุที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนะคะ เราก็ได้ทำ Flow Chart ให้กับผู้ประกันตน แล้วก็นายจ้างได้สามารถตรวจสอบได้นะคะ จากเว็บไซต์สํานักงานประกันสังคม ในช่องประชาสัมพันธ์นะคะ การดำเนินการให้นายจ้างและลูกจ้างยื่นเอกสารเข้ามาตาม flowchart ที่ขึ้นมาให้เห็น ว่าดูไม่ทันหรืออย่างไรก็แล้วแต่ สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของประกันสังคมได้ว่า ลูกจ้างจะยื่นด้วยวิธีไหน นายจ้างจะยื่นด้วยวิธีไหน เพราะว่าปัจจุบันนี้เราได้พัฒนา การยืนรับรองเข้าสู่ระบบ e-Service บนหน้าเว็บไซต์ประกันสังคม ซึ่งจะทำให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจนและสามารถนำมาประกอบการวินิจฉัยได้เร็วยิ่งขึ้น นายจ้างท่านใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับ User และ Password ในการทำข้อมูลตรงนี้ สามารถทำได้ในหน้า website ได้เลย เราจะมี User กับ Password ให้ ท่านก็สามารถที่จะดำเนินการยื่นรับรองให้ท่านได้เหมือนกันนะคะ ในส่วนของการดำเนินงานที่ผ่านมา ตามที่ท่านเลขาธิการได้กล่าวแล้วนะคะ เนื่องจากว่าการที่เราได้ระดมกำลังในการติดตามให้นายจ้างกลุ่มที่จะต้องรับรองให้กับลูกจ้างนี่ยื่นเข้ามาแล้วแต่ยังไม่ได้รับสิทธินี่ เราพบปัญหาว่า ข้อมูลที่เรามีอยู่นั้น มีบางส่วนที่เป็นกรณีที่นายจ้างยังประกอบกิจการอยู่นะคะ แต่ลูกจ้างยื่นเข้ามานะคะ ในกรณีนี้ไม่สามารถรับเงินเยียวยาตรงนี้ได้ เนื่องจากมีการประกอบกิจการ ลูกจ้างยังได้รับค่าจ้างอยู่นะคะ เราจะวินิจฉัยจ่ายเงินให้ อีกกรณีหนึ่งก็คือนายจ้างมีการหยุดงานก็จริง แต่ยื่นขอใช้มาตรา 75 ของกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน ก็คือมีการจ่ายเงินให้กับลูกจ้าง ซึ่งสำนักงานประกันสังคมถือว่า เงินตรงนั้นเป็นค่าจ้าง นำส่งสํานักงานประกันสังคมนะคะ ลูกจ้างก็จะไม่ได้ใช้สิทธิของสำนักงานประกันสังคม กรณีนี้สำนักงานฯ จะนำข้อมูลทั้งหลายมาหักออกจากจำนวนลูกจ้างที่เราให้นายจ้างยื่นรับรอง เพื่อจะได้เหลือจำนวนที่เราต้องไปบริหารต่อ เพื่อจะได้เร่งจ่ายเงินเยียวยาให้นะคะ ก็มีคำถามนะคะ แล้วก็คอมเมนต์เข้ามามากมายเหมือนกันนะคะที่ว่า ทำไมมีการยื่นเข้ามาแล้ว เงินเดือนเท่ากัน แต่ทำไมได้รับเงินไม่เท่ากัน ขอแจ้งดังนี้นะคะ เนื่องจากว่าการวินิจฉัยจ่ายเงินมีการยื่นรับรอง ยื่นว่างงานเข้ามาตั้งแต่ช่วงแรก มีเหตุสุดวิสัย แต่ว่ากฎประกันสังคมนี่มีผลใช้วันที่ 17 เมษายนนี่ เพราะฉะนั้นนี่เราได้นำมาวินิจฉัยให้ก่อน ซึ่งวันวินิจฉัยเราก็จะตัดจ่ายเงินให้กับลูกจ้างรายนั้นไปก่อนลูกจ้างบริษัทเดียวกันที่เห็นฐานค่าจ้าง ที่นำส่งประกันสังคมมาว่า เอ๊ะ ทำไม่ได้รับเงินไม่เท่ากัน สมมติว่าลูกจ้าง ยืนว่างงานมาตั้งแต่ 1 เมษายน เราวินิจฉัยวันที่ 16 เมษายน เราก็นำเงินให้ 26 วัน นะคะ ส่วนว่าอีกรายหนึ่งนะคะ วินิจฉัยในวันที่ 30 เมษายน ลูกจ้างรายนี้ หยุดงานพร้อมกัน จำนวนเงินที่เข้าบัญชี 30 วันนะคะ ตรงนี้อาจจะไม่เท่ากันในครั้งแรก แต่ในครั้งถัดไปนี่ เราจะประมวลผลให้เท่ากันในเดือนถัดไป เพราะฉะนั้นเมื่อนำมารวมกันแล้ว ลูกจ้างก็จะได้เงินจำนวนเท่ากัน พอเดือนที่ 3 จะเข้าทั้ง 3 ครั้ง รวมกันลูกจ้างจะได้รับเท่ากัน 90 วัน เงินเท่ากันนะคะ อีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับคำถามมานะคะ กรณีที่การคำนวณนะคะ เงินสมทบ ทำไมคำนวณต้องนำมาคำนวณเป็นรายวัน หารกันอย่างไรนะคะ เนื่องจากว่า เงินสมทบสิทธิประโยชน์ให้ เราใช้ฐานค่าจ้างสูงสุดที่ผู้ประกันตนนำส่งเข้ามานะคะ นำมารวมกันนะคะ 3 เดือนภายใน 15 เดือนนะคะ ค่าจ้าง ถ้าไม่เท่ากันนี่ แล้วก็หาร 90 วันออกมา ก็จะเป็นค่าจ้างต่อวัน 3 เดือนสูงสุด แล้วเอาไปแต่ละคนก็สงสัยว่า ทำไมได้รับเงินไม่เท่ากัน เงินเดือน 15,000 นี่ เท่ากันทุกเดือนนี่ก็สามารถที่จะหารออกมา เป็นรายวันที่เท่ากันได้ เพราะฉะนั้นอาจจะดูว่าฐานเงินเดือนเท่ากัน แต่อย่าลืมว่าลูกจ้างมีการได้รับค่าครองชีพหรืองเงินอื่น ๆ เป็นค่าจ้างนำส่งเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นจะดูแต่ฐานเงินเดือนอย่างเดียวไม่ได้นะคะ อีกข้อหนึ่งนะคะ ที่สอบถามเข้ามานะคะว่า ผู้ประกันตนขอแจ้งรับสิทธิเป็นจำนวนมาก แต่รอนายจ้างยืนยัน กลุ่มนี้จะได้รับเงินเมื่อไร นะคะหลังจากที่่เราได้รับแจ้งนะคะ หน่วยปฏิบัติทั้งทางจังหวัด ทางประกันสังคมกรุงเทพมหานคร เราจะรีบนำจำนวนนายจ้างที่รับรองเข้ามาเหล่านั้นนะคะ รีบมาบริหารจัดการให้ เพื่อวินิจฉัยโดยเร็ว กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เราดำเนินการเป็นยอดสุดท้าย ที่เราจะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุดนะคะ จะได้รับเงินครบถ้วน ช้านิดหนึ่ง แต่ว่าด้วยเหตุสุดวิสัยอย่างที่บอกเหมือนกันว่า นายจ้างอาจจะไม่ได้รับรองมานะคะ เนื่องจากนายจ้างเรายังจ่ายอยู่ หรือจะใช้มาตรา 75 เพราะฉะนั้นการใช้มาตรา 75 อาจจะใช้ระยะเวลารอคอยเพราะว่าเราจะส่งให้กรมสวัสดิการแรงงานตรวจสอบให้ก่อนว่า นายจ้างจะยื่นกลับมาที่เรา เพื่อวินิจฉัยจ่ายเงินให้ค่ะ (คุณสุภนันท์) ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญนะครับ ท่านนันทัชย ปัญญาสุรฤทธิ์ สำนักเงินสมทบ อธิบายในรายละเอียดครับ (คุณนันทชัย) ขอบพระคุณครับ ก็ครับตามที่ท่านเลขาธิการได้นำเรียนในเบื้องต้นถึงเงินกองทุนประกันสังคมนะครับ ไม่ต้องกังวลนะครับว่า ยังอยู่ครบถ้วน ผมขออนุญาตนะครับ นำเรียนว่าเงินกองทุนประกันสังคมนะครับ ที่อยู่ในส่วนของการลงทุนนั้น 2.03 ล้านล้านบาทนะครับ ในวันนี้นะครับก็ ร้อยละ 82 ก็เป็นการนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงนะครับ ขออนุญาตนำเรียนว่า เรานำไปลงทุนเป็นส่วนใหญ่เลย เป็นการลงทุนในพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับแล้วก็เป็นการลงทุนในพันธบัตรของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังนั้น เข้ามาค้ำประกันให้ แล้วก็ในส่วนร้อยละ 18 นะครับ สำนักงานประกันสังคม ก็ไปลงทุนในหน่วยลงทุนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ที่เรียกว่า infrastructure นะครับ ซึ่งวันนี้ราคาก็สูงขึ้น แล้วก็เป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ อยากจะขออนุญาตนำเรียนนะครับ ทุกท่านได้มั่นใจได้ในความมั่นคง เสถียรภาพของกองทุนนะครับ ผมขอยืนยันแทนท่านเลขาธิการทศพล กฤตวงศ์วิมาน ในวันนี้ว่าเรามีความพร้อม มีความเพียงพอ มีความพร้อมที่จะจ่ายสิทธิประโยชน์ในทุก ๆ กรณี เฉลี่ยย้อนไป 10 ปี สำนักงานประกันสังคมนั้นมีผลงานของการ การนำไปลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นขออนุญาตนำเรียน ย้ำเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมนะครับ มีคณะกรรมการประกันสังคม ที่กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรรมการประกันสังคมนั้น มีตัวแทนนายจ้าง มีตัวแทนลูกจ้าง มีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายองค์กรนะครับ ของประเทศนะครับ นอกจากนั้นเรายังมีคณะอนุกรรมการบริการลงทุนอีก ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้ จะมีผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจาก ก.ล.ต. จากธนาคารแห่งประเทศไทย และองค์กรสำคัญแห่งประเทศนะครับ ขออนุญาตนำเรียนด้วยความมั่นใจเลย เรามีความเพียงพอ แล้วก็พร้อมจ่ายสิทธิประโยชน์ในทุกกรณีนะครับ ทุกท่านไม่ต้องกังวลนะครับ ขออนุญาตอีก 1 คำถามที่ถามกันเข้ามา ก็คือเรื่องของการคืนเงินสมทบนะครับ กรณีนี้ผมต้องขอขอบพระคุณ ผู้ที่ให้ความสนใจในมาตรการให้ความช่วยเหลือของสำนักงานประกันสังคม ก็คือมาตรการที่สำนักงานประกันสังคมนั้น ลดอัตราเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนจากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 1 แล้วก็ลดอัตราเงินสมทบให้กับผู้ประกอบการจากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 4 ซึ่งก็มีการสื่อสารกันนะครับ แล้วก็ให้ความรู้กันว่า จะมีเงินเหลือเดือนละ 600 นะครับ ขออนุญาตยกตัวอย่างว่า หากท่านเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไปนะครับ สำนักงานประกันสังคมจะคำนวณเงินสมทบจากฐานสูงสุด ซึ่งเป็นเพดานอยู่ นะครับ 15,000 5 เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านจะส่งเป็นเงินสมทบที่กองทุนนั้น เดือนละ 750 บาท เพราะฉะนั้นเมื่อลดท่านจะมีเงินคืนกลับเข้าไปในส่วนของผู้ประกันตนตรงนี้ก็มีการไปสื่อสารกันด้วยว่าจะได้เงินคืนมา 1,800 บาท คือ 3 เดือน ก็ต้องขอขอบคุณครับ ที่ได้ให้ความสนใจในประเด็นนี้นะครับ ก็อยากจะนำเรียนว่า สำนักงานนั้นได้เตรียมการ รับเงินนะครับ ในอัตราที่ลดให้นี่นะครับ ตั้งแต่การกลางเดือนเมษายน เพราะฉะนั้นอาจจะมีสถานประกอบการบางแห่งได้หักเงินสมทบไว้ในอัตราเดิมนะครับ ในเดือนเมษายนนะครับ คาดว่า ณ วันนี้ก็ได้มีการคืนให้กับผู้ประกันตนไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าเกินนี่นะครับ แล้วถ้าเกิดยังไม่ส่งเงินนี่นายจ้างก็จะส่งเงินเลย แต่ถ้าเผื่อนำส่งสำนักงานประกันสังคมแล้ว ก็สำนักงานประกันสังคมก็จะคืนเงินตรงนี้ ให้กับนายจ้างก็จะเป็นผู้ที่นำเงินตรงนี้นำเข้าบัญชีให้กับลูกจ้างผู้ประกันตนต่อไป เพราะฉะนั้นต่อไปนะครับ ต่อไปที่ได้นำส่งแล้ว เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือตั้งแต่เดือนที่แล้วเป็นต้นมานี่ครับ ท่านสามารถที่จะคืนเงินที่จ่ายไว้เกินตรงนี้ได้นะครับ ก็อยากจะนำเรียนตัวเลขให้ฟังนิดหนึ่ง การลดอัตราสมทบตรงนี้นะครับ ก็จะมีเงินกลับเข้าไปสู่วงเงินของผู้ประกันตนทั้งระบบ 17,000 กว่าล้านบาทนะครับ ซึ่งเป็นมาตรการที่จะช่วยให้ผู้ประกันตนได้มี ได้ลดอัตราเงินสมทบนะครับ แล้วก็มีเงินกลับเข้าไปใช้ครับ (คุณสุภนันท์) ทราบว่าท่านเลขาธิการจะมีประเด็นเพิ่มเติมนะครับ ขอกราบเรียนเชิญครับ (คุณทศพล) พี่น้องที่อยู่ทางบ้านครับ และผู้ประกันตนที่เคารพครับ มีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ ในเรื่องของสิทธิในการรักษาพยาบาลนะครับ เนื่องจากว่าโรค COVID-19 เป็นโรคที่อุบัติใหม่ขึ้นมา เรื่องนี้ทางกองทุนประกันสังคมนั้นดูแลนะครับ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาพยาบาลนะครับ จากการเป็นโรคโควิดนั้น เทียบเท่ากันกับกองทุนข้างราชการ หรือกองทุน สปสช. เราดูแลอย่างเต็มที่ แล้วก็ไม่ต้องกังวล ถ้าสมมติว่าถ้าท่านมีการป่วย กองทุนประกันสังคมพร้อมดูแล แล้วก็ได้ดำเนินการนะครับ วางมาตรการของระเบียบ ระบบในการที่จะดูแลเยียวยารักษาผู้ประกันตนทุกท่านนะครับ ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องการเจ็บป่วย แล้วก็อีกเรื่องก็คือขอย้ำในความมั่นใจของประกันสังคมขอย้ำว่าเงินกองทุนทุกบาททุกสตางค์ไม่หายไปไหนเพราะว่าเงินประกันสังคมนั้นเกิดจาก 3 ฝ่าย คือฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง แล้วก็รัฐบาล ต้องเป็นเงินที่จ่ายไปตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด หรือบัญญัติให้ไว้ ไม่มีใครที่จะเอาเงินตรงนี้ไปได้ เพราะว่าเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ที่เราจะต้องดูแลพี่น้องผู้ประกันตนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงครับ เรามีพอ แล้วก็อยู่ในสถานะที่มั่นคงครับ (คุณสุภนันท์) มีประเด็นสอบถามมาทางท่านพิศมัยเพิ่มเติมครับ สอบถามเรื่องของขอทราบช่องทางการขอหยุดงานครับ ไม่แน่ใจว่าในส่วนของผู้ประกันตน หรือทางสถานประกอบการครับ แต่สามารถแจ้งหยุดงานได้อย่างไรครับ (คุณพิศสมัย) น่าจะเป็นการขอให้สิทธิใช่ไหมคะ ลูกจ้างก็สามารถยื่นผ่านระบบ e-From นะคะ แต่ของนายจ้างนี่เราพัฒนาให้นายจ้างยื่นให้ทาง E-Form ได้ในระบบประกันสังคมในหน้า website เหมือนกัน E-Service นี่จะง่ายกว่า เพราะเราได้ดึงข้อมูลลูกจ้าง เราได้ดึงไว้เรียบร้อยแล้ว ให้ลูกจ้างคนไหนก็แล้วแต่ สามารถเข้าไปคลิกได้ นาย ก หรือนาย ข หรือนาย ฉ. เข้าไปคลิกได้เลย ไม่ต้องมายื่นเป็นแบบกระดาษ รับรองโดยรายชื่อที่เขียนด้วยมือหรือพิมพ์นี่ค่ะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ได้อำนวยความสะดวกให้นายจ้างแล้ว นายจ้างสามารถที่จะยื่นได้เลยในระบบ e-Service ถ้านายจ้างไม่ได้ขอใช้ E-Service มาก่อน ข้อมูลลูกจ้างยังไม่ได้ขึ้นมาในระบบตรงนี้ จะต้องรีบดำเนินการเดี๋ยวนั้นเลย โดยการขอใช้ระบบบนหน้าเว็บไซต์เลย User Password นี่จะส่งทาง SMS ต้องกรอก e-Mail มาให้เราเดี๋ยวนั้นเลย เราจะตอบกลับไป ก็สามารถที่จะกลับเข้ามายื่นนะคะ ได้เหมือนกันในส่วนของลูกจ้างหรือนายจ้างนะคะ หากไม่สามารถดำเนินการบนระบบอิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เลยนะคะ ช่องทางที่ดีที่สุด นายจ้างและลูกจ้างยื่นฟอร์มการว่างงานสามารถดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ประกันสังคมได้เหมือนกันนะคะ ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ประกันสังคมได้เลย ผ่านทางไปรษณีย์ ตอนนี้ทางสำนักงานอาจจะมีการให้บริการได้ไม่ครบทั้งวัน เนื่องจากว่าเราต้องมีการดำเนินการ Back Office ด้วย ก็ทำให้อาจจะไม่มีเจ้าหน้าที่รับแบบ หรือมีอาจจะหลงลืม หรือว่าลืมใช้ข้อมูลที่จะนำมาให้เร็วที่สุด เพราะว่าถ้าเจ้าหน้าที่เขาจะวางกล่องไว้หน้าสำนักงานให้ยืนตามกล่อง ตามชื่อนะคะ เพราะฉะนั้นยื่นให้ตรงกล่องแล้วกันนะคะ แล้วสำนักงานจะได้นำมาวินิจฉัยให้ได้เร็วยิ่งขึ้น ช่องทางอื่นก็มีนะคะ ทาง E-mail ดูใน google mail ได้ทั่วประเทศนี่ที่อยู่ที่ไหน แล้วอีเมลอะไร หรือ Fax เบอร์อะไร (คุณสุภนันท์) มีประเด็นเพิ่มเติมจากทางสื่อมวลชน มีประเด็นคำถามเข้ามา จากเดลินิวส์ และก็ TNN นะครับ ขออนุญาตสอบถามระยะเวลากำหนดหรือว่าเดดไลน์ให้นายจ้างเข้ามารับรองหรือไม่ แล้วอย่างบางออฟฟิศนี่อยู่บริษัทเดียวกัน บางคนได้ บางคนไม่ได้ นั่นหมายความว่านายจ้างต้องมีการรับรองด้วยหรือเปล่า (คุณพิศสมัย) ถ้านายจ้างต้องคุยกับลูกจ้างว่า มีใครเข้ามายื่นเพราะว่าเราให้ลูกจ้างยื่นด้วยตนเอง เพราะว่าบางครั้งกิจการหยุดอยู่ ลูกจ้างอาจจะกลับบ้าน ก็ไปยื่นที่จังหวัดที่อยู่ แต่นายจ้างนี่อยู่ กทม. สมมตินะคะ นายจ้างต้องคุยกับลูกจ้างด้วย หรือต้องให้นายจ้างเข้าไปรับรองการว่างงานในระบบด้วย ถ้ายื่นเข้ามาพร้อมกันได้ก็จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด (คุณสุภนันท์) ครับ แล้วสำหรับกลุ่มที่นายจ้างยังไม่ได้ยื่นนี่ หรือว่ามีช่องทางในการประสาน แล้วก็ติดตามในการยื่นไหมครับ (คุณพิศสมัย) ไม่มี deadline แต่ว่าข้อมูลที่เรากำลังตามอยู่ คือข้อมูลก้อนสุดท้ายที่บอกท่านรับรอง เพราะรู้อยู่แล้วว่ากิจการนั้นแจ้งหยุดชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมยื่นให้ไม่ครบทุกคน ก็จะมีรายชื่อไปให้ตรวจสอบ อย่างที่ดำเนินการอยู่ แต่ว่าเราไม่อยากให้ตรวจสอบแล้ว นายจ้างควรจะเข้ามาทำในระบบ E-service ของประกันสังคมเลยดีกว่า แต่หากว่ารับรองเข้ามาแล้ว ยังไม่มีข้อมูลปรากฏให้เราเห็นนี่นะคะ เราก็จะมีวิธีการติดตามด้วยหนังสือ เพราะว่าเราจะมีแบบฟอร์ม หรือตอนนี้ข้อมูลที่ดีที่สุดเลย ที่เราทำให้นายจ้างได้ คือหลังจากที่นายจ้างรับรองให้ลูกจ้างแล้วว่า ได้รับแบบเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเราก็จะมาวินิจฉัยให้เงินให้กับลูกจ้างค่ะ (คุณสุภนันท์) สุดท้ายครับ มีท่านใดฝากประเด็นอะไรไหมครับ ขออนุญาตท่านเลขาธิการประกันสังคมฝากข้อความทิ้งท้ายให้กับคุณผู้ชมหน่อยครับ (คุณทศพล) สำหรับประเด็นที่เราเป็นห่วงมาก ๆ นะครับ แล้วก็เร่งรัดติดตามนะครับคือเรื่องของการที่นายจ้างต้องยื่นรับรองก็อยากให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ครับ ในเรื่องของการมายื่นคำรับรองนะครับ ก็ฝากความหวัง แล้วก็ขอความร่วมมือนายจ้างทุกท่านด้วย เปิดงานมาแล้วนะครับ วันพรุ่งนี้เราจะได้เร่งดำเนินการวินิจฉัย เร่งดำเนินการตัดจ่าย เร่งดำเนินการให้ลูกจ้างใช้สิทธิ เพราะยิ่งรอนานวันไป ลูกจ้าง ผู้ประกันตนก็เดือดร้อน ผมก็ขอความร่วมมือ แล้วก็ขอความกรุณาว่า ถ้าเป็นไปได้พรุ่งนี้เลยครับมายื่น มาติดต่อสำนักงาน ติดขัดอะไร ผมเองในฐานะที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของสำนักงานนั้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้เร่งระดมสรรพกำลังที่อยู่ทั้งหมดนะครับ เร่งทำงานในการที่จะสนองความต้องการ ของพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะทำให้ผู้ประกันตน ได้รับสิทธิเขากำลังรออยู่ให้ไวที่สุด เร็วที่สุด สุดความสามารถครับ ขอกราบเรียนครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้ขอบพระคุณทั้ง 3 ท่านครับ ขออนุญาตกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านทศพล กฤตวงศ์วิมาน ท่านพิศสมัย นิธิไพบูลย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการประกันสังคม ท่านนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ คุณผู้ชมครับ ก็ได้ทราบในรายละเอียดนะครับ ส่วนผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคมนะครับ ตอนนี้เท่ากับว่า มีการวินิจฉัยสั่งจ่ายไปแล้วนะครับ 455,417 ราย ส่วนที่เหลืออาจจะยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการรอในส่วนของนายจ้างตัวเลขล่าสุด 24,692 รายนะครับ ตรงนี้เป็นส่วนของสำนักงานประกันสังคม แจ้งมานะครับ อยากให้นายจ้างรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จไว ๆ เพื่อที่จะให้ผู้ประกันสังคมได้รับความช่วยเหลือต่าง ๆ นะครับลำดับต่อไปครับขออนุญาตเรียนเชิญท่าน คุณณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นำเรียนแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษครับ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 ประจำวันนี้นะครับ กระผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี และทีมงานทั้งหมดขอลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]Ր