--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (6 พ.ค. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือ ศบค. ประจำวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 นะครับ สำหรับประเด็นสำคัญในวันนี้ และสถานการณณ์ประจำวันจาก ศบค. แล้วนะครับ สำหรับพี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 วันนี้จะมีมาตรการช่วยเหลือ อธิบายชี้แจงมาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลือผู้พิการและผู้ประสบปัญหาทางสังคมก็จะมีทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยนะครับ เช่นเคยครับ เริ่มต้นช่วงแรกประเด็นสำคัญจาก ศบค. โดยท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) สวัสดีครับพี่น้องประชาชนครับ กระผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกของ ศบค. ขออนุญาตรายงานในเรื่องของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วันนี้เป็นวันสำคัญของชาวพุทธเรานะครับ ก็คือวันวิสาขบูชาหวังว่าทุก ๆ ท่าน คงจะได้ร่วมบุญกันอย่างปลอดโรคและปลอดภัย ไปที่วัดไปทำบุญอะไรทั้งหลายนี่นะครับ อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ ท้ายการติดตามนะครับ จากน้องแจ็คได้รายงานไปนะครับ ผมขออนุญาตรายงานประจำวันก่อนนะครับ วันนี้จะกระชับเวลาเนื่องจากวันนี้จะมีแขกมาในช่วงท้ายรายการนะครับ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เรามีตัวเลขเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 รายนะครับ ทำให้ตัวเลขยืนยันสะสมอยู่ที่ 2,989 ราย แล้วก็หายป่วยไปแล้วนะครับ 2,761 ราย และวันนี้มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย ครับ แล้วก็ทำให้ตอนนี้นะครับ การเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 55 ราย ทั้งหมดนะครับ ในรายละเอียดของผู้ที่เสียชีวิตนะครับ ก็เป็นผู้ที่อายุ 69 ปี สัญชาติออสเตรเลีย เป็นผู้ป่วยชาย โรคประจำตัว คือ หอบหืด อาชีพก็คือเป็นผู้จัดการโรงแรมที่จังหวัดพังงานะครับ เริ่มป่วยวันที่ 25 มีนาคม ด้วยอาการ ไอ และอ่อนเพลีย ไปรับการรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ด้วยอาการไข้ 37.9 องศา เหนื่อยหอบ และมีความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดลดลง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต แล้วก็ได้ส่งตรวจ x-ray ปอด พบว่ามีการติดเชื้ออักเสบของปอดนะครับอย่างรุนแรง แล้วก็ผลยืนยันโควิด-19 ต่อมาก็มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ก็ได้ใส่เครื่องช่วยหายใจนะครับ แล้วก็มีภาวะแทรกซ้อนทางไต และเสียชีวิตในวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขอแสดงความเสียใจกับทางญาติผู้ป่วยด้วยนะครับ ในกรณีที่เราเจอมา 1 รายนี้นะครับ ก็เป็น 1 รายที่เป็น กลับมาจากประเทศรัสเซียนะครับ วันนี้ก็ทำให้ผู้ป่วย 1 รายนี้ ก็อยู่ในเส้นสีแดง ทำให้สามารถคงระดับที่ตัวเลขหนักหน่วยได้นะครับวันนี้ แล้วก็ทำให้ผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลลดน้อยลง เหลือ 173 ราย กลับบ้านเพิ่มขึ้น 74 ราย เป็น 2,761 นะครับ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ได้เห็นนะครับ ในรายละเอียดของผู้ที่ป่วยใหม่นะครับ เป็นผู้ป่วยหญิง อายุ 27 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์นะครับ อาชีพเป็นพนักงานนวด ซึ่งกลับมาจากประเทศรัสเซีย แล้วก็วันที่ 3 พฤษภาคม ก็นั่งเครื่องบินกลับมาในลำนั้นมี 70 คน เมื่อกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็ได้เข้าไปยังสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ หรือ State Quarantine ซึ่งรวมทั้งตัวเธอและคนที่มาในเที่ยวบินลำนั้นด้วยนะครับ ที่จังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็มาตรวจพบว่ามีไข้ 38 องศา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนะครับ ซึ่งอันนี้ก็มีอาการไข้ ไอ หายใจเหนื่อยนะครับ จริง ๆ แล้วตรงนี้ก็นำเรียนว่า เรามีระบบของการคัดกรอง มี State Quarantine เหล่านี้ ก็ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นนะครับว่า บุคคลกับผู้ป่วยเหล่านี้ ก็ถูกแยกกันตั้งแต่ตอนต้น ตอนนี้ระบบทำงานหน้าที่อย่างเข้มแข็งนะครับ ก็เราจะเห็นว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ด้านอื่น ๆ ก็ทั้งหาเชิงรุกในชุมชน แล้วก็ระบบเรื่องเฝ้าระวังในชุมชน และระบบที่เฝ้าระวัง เรื่องของสัมผัสทั้งหลายไม่มี ก็เท่ากับว่าเจอ 1 รายเท่านั้น แล้วก็ที่นำเรียนบอกว่า ผลของ 40 รายเป็นอย่างไร ก็เบื้องต้นได้รับรายงานจากทางกระทรวงสาธารณสุข โดยทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็พบว่าตัวเลขนี้ก็ไม่พบผู้ป่วยยืนยันเลยนะครับ แล้วรายละเอียดในเมื่อไม่ได้เป็นผลบวกนะครับ การยืนยันผลลบทั้งหลาย ก็จะเป็นหน้าที่ของทางกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ซึ่งในวันนี้จะมีการแถลงข่าวลงในรายละเอียด ก็ขอให้ทางพี่น้องสื่อมวลชนที่สนใจนะครับ ได้เข้าไปซักถามในรายละเอียด ที่เป็นเทคนิควิธีการต่าง ๆ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็จะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด แล้วก็แสดงความมั่นใจในระบบที่เรากำลังทำอยู่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบในทุก ๆ กระบวนการ แล้วก็เราก็จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ มาดูในแผนที่ประเทศไทย ก็จะเห็นว่า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีเขียวนะครับ สีเหลืองอ่อน แล้วก็อะไรทั้งหลายเยอะแยะนะครับ จำนวนของผู้ป่วยก็ยังคงเดิมในกลุ่มจังหวัด 28 วัน ที่ผ่านมามีรายงานก็อยู่ในจังหวัด แล้วก็ไม่มีรายงานในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ก็ 34 จังหวัดยังคงเดิมเหมือนเมื่อวานนี้นะครับ สมุทรปราการเป็น State Quarantine อยู่ 1 คนเท่านั้นนะครับ มาดูครับในเรื่องของจำนวนการตรวจผู้ป่วย PUI หรือ ผู้ป่วยที่อยู่ในเข้าข่ายเกณฑ์สงสัยที่ต้องตรวจเชื้อนี่นะครับ ก็จะเห็นว่า ในตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมานะครับ ก็ 1 เดือนพอดีนะครับ ผู้ป่วยที่เป็นเข้าข่าย PUI เข้ามา 54,600 รายนะครับ จะเห็นเป็นกล่องสีเขียวอยู่ข้างบนน่ะนะครับ พอมันต่ำ ๆ ลง เขาก็จะปรับเกณฑ์ทีหนึ่งนะครับ PUI ที่ว่านี่ ปรับทีหนึ่ง มาเห็นกล่องสีเขียวอีกทีหนึ่ง ในวันที่ 1 พฤษภาคมจะเห็นว่ายอดมันก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ๆ พอวันที่ 28 พุ่งสูงสุดเลยนะครับ แล้วมันก็เริ่มลดต่ำลง พอลดต่ำลงตรงนี้ล่ะครับ เกณฑ์เท่ากับว่า มันหย่อนลงไปหรือเปล่า หน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กับกรมการแพทย์ที่ดูแลหน้าที่พวกนี้อยู่ ก็ต้องปรับเกณฑ์นะครับ ก็ถือโอกาสนี้ปรับเกณฑ์ คำว่า ปรับเกณฑ์ คืออะไรครับ เดิมบอกว่า ต้องมีไข้จำได้ไหมครับ สมัยแรก ๆ ต้องมีไข้ ต้องมีประวัติเดินทางจากต่างประเทศ ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยจีนอะไรต่าง ๆ ก็ใช้มาตั้งแต่ตอนต้น หลัง ๆ มาก็ผ่อนลงมา ผู้ป่วยที่ยืนยันก่อนหน้านี้อะไรทั้งหลาย ก็ปรับมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ปรับอีกล่าสุด เดี๋ยวผมคงต้องเอามารายงานให้ทราบอีกทีหนึ่งนะครับ ล่าสุดที่บอกว่า มีไข้ หรือมีประวัติมีไข้ก็ได้ ได้ตรวจแล้วนะครับ ตอนนี้เรื่องของไข้เอาไว้ทีหลังแล้ว เอาเรื่องของมีอาการคล้าย ๆ ไข้หวัดมาได้เลย แล้วเขาบอกว่า เดี๋ยวนี้มีเหมือนกันนะ ไม่มีอาการอะไรเลย แต่เรื่องของการดมกลิ่น ไม่ได้กลิ่นอย่างนี้ พอได้ไหม ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขก็ใจดีแล้วครับ เดี๋ยวจัดให้เอาเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะนำเกณฑ์นี้ที่ปรับครับ จะปรับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พอปรับเกณฑ์ครับ ลง ๆ มา ก็เพิ่มขยับขึ้น 2 วันที่ผ่านมา วันที่ 4 กับวันที่ 5 เพิ่มขึ้นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องประกาศแล้วบอกทุก ๆ ท่านนะครับ เกณฑ์ใหม่นี้ทุก ๆ ท่านต้องมีส่วนร่วมด้วย รู้ด้วย เพื่อที่จะเข้ามารับการตรวจให้มากขึ้น ยิ่งตรวจเยอะเรามีโอกาสที่จะได้เจอ แต่จะเจอเยอะ เจอน้อย ไม่ได้ว่ากัน แต่ว่าตรวจให้มากไว้ก่อน นี่คือสิ่งที่ทางการสาธารณสุขนะครับ โดยการระบาดวิทยาก็ใช้วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ปรับใช้ปรับเกณฑ์กันมาเรื่อย ๆ พรุ่งนี้หรือวันถัด ๆ ไป ผมไม่แน่ใจว่า พรุ่งนี้จะทันไหม วันถัด ๆ ไป จะมาบอกกันนะครับ สถานการณ์ของโลกเป็นอย่างไรบ้างครับ มาดูกันนะครับ ตอนนี้วันนี้ปรับสไลด์ใหม่นะครับ ลองดูภาพนี้ก็จะเห็นว่า ยืนยันทั่วโลก 3,727,000 กว่าคนนะครับ ที่ยืนยันนะครับ แล้วก็อาการหนัก 9,248 นะครับ อาการหนักนี้ลดลงก็เป็นข่าวที่ดี และหายดีขึ้น บวกเพิ่มวันเดียว 40,000 กว่าคน ทำให้คนที่หายนี่ 1,200,000 กว่าคน เสียชีวิต น่าเสียใจเกือบ 6,000 ราย เมื่อวานนี้นะครับ ทำให้ยอดเสียชีวิต ทำให้ไปแตะ 258,000 กว่าคน เรามาเรียงอันดับ อันนี้ดูง่ายหน่อย หลายคนบอกดูตารางและดูยาก เรามาดูประเทศที่มียอดสะสม 10 อันดับแรกนะครับ คืออะไร แท่งซ้ายมือสูงสุดนี่คือ สหรัฐอเมริกา 1,200,000 กว่าคน ที่เป็นยอดผู้ป่วยสะสม ถัดมาก็คือ ผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้นในวันเดียว 24,000 กว่าคน ถัดมา ยอดตัวที่สีแดง ๆ เล็ก ๆ นั่นนะครับ ยอดปลายนะครับ ที่เป็นสีแดง ก็คือ 72,271 คน แล้วก็ยอดตายรายวันนี่ครับ 2,350 คน นะครับ เอาตัวเลขสะสมก่อนแล้วกันนะครับ สเปนรองลงมา อิตาลี สหราชอาณาจักรอันดับ 4 ฝรั่งเศส 5 เยอรมนี อันดับ 6 รัสเซีย 7 ตุรกี 8 อิหร่าน 10 นะครับจะเห็นว่า จะอยู่ในกลุ่มประเทศทางเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง แล้วก็ประเทศทางประเทศทางตะวันตกทั้งหมดนะครับ ที่มีจำนวนสูงนะครับ แล้วก็มีบาซิลอยู่ทางใต้ขึ้นมาด้วยนะครับ ไปดูทางอาเซียนอันดับที่สุดอยู่ที่ไหน อินเดียครับ อินเดียเป็นอันดับที่ 1 รองลงมาเป็นปากีสถาน ติดกันเลยนะครับ แล้วก็สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ประทานโทษ สิงคโปร์มี 2 อันน่าจะผิดพลาดนะครับ มีเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ขอเช็กดูตรงนี้ก่อนแล้วกันนะครับ มีสิงคโปร์ 2 สิงคโปร์ เดี๋ยวขอปรับ slide กันอีกรอบ ตอนนี้เราเห็นนะครับ ภาพสถานการณ์ของทางเอเชียนี่ยังมีประเด็นตรงนี้อยู่ แล้วเราก็มาดูการดูแลของพวกเราให้ได้อย่างดี ว่าการเดินทางไปต่างประเทศ ไหน ๆ นี่มีประเด็นอะไรอย่างไร มาดูข่าวกันครับว่า ทางกรุงนิวเดลีเขามีปัญหาเรื่องของการขายแอลกอฮอล์เหมือนเราเลยนะครับ ขึ้นภาษีดื่มแอลกอฮอล์ หลังคนแย่งกันซื้อ ก็พบว่าในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ เพียงวันเดียวหลังมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ขั้นแรก แล้วประชาชนแห่แหนกันไปซื้อ ประเภทนี้จนเกิดความวุ่นวาย ภาพนี้เกิดขึ้นกับเราเมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน ก็เกิดขึ้นกับอินเดียเหมือนกัน ทั้งนี้ได้ออกประกาศเตือนด้วยว่า พบมีการฝ่าฝืนอีก ได้รับการผ่อนผันก่อน แต่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมก็จะสั่งยกเลิก การผ่อนปรนในทันที นะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในอินเดีย กัมพูชาเป็นอย่างไร ก็เป็นประเทศเมืองพุทธเหมือนกับเรานะครับ เขาก็ยกเลิกการจัดงานวันวิสาขบูชาบนเขาอุดงนะครับ แล้วก็ในปีนี้ หลังจากที่มีคำสั่ง ห้ามชุมนุมทางศาสนา หรือชุมนุมขนาดใหญ่ ในสถานที่สาธารณะชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ ใกล้เคียงกับเราเลยนะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวพุทธนะครับ มาดูนะครับ เรื่องของศูนย์ปฏิบัติการ การนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศไทยในวันที่ 6 คือวันนี้นะครับ มี 3 เที่ยวบิน มีเมียนมาร์ เยอรมัน ปากีสถาน พรุ่งนี้มี 2 เที่ยวบิน เกาหลีใต้ แอฟริกา จำนวนก็ปรากฏอยู่ตรงนี้นะครับ ทำให้ยอดรวมสะสม 4,337 คน จาก 27 ประเทศ กลับมายังบ้านของเราแล้วนะครับ แล้วก็จะมีการวางแผน ตรงนี้ก็ต้องนำเรียนว่า แล้วทำไมจะต้องพูดตัวเลข มันก็ปรับไปปรับมาหรือเปล่า แต่ว่าต้องบอก ข้างหน้า เผื่อพี่น้องประชาชน คนที่ดูแล คนที่อยากจะเดินทาง กลับจากต่างประเทศ หรือรายการของเราบางคน เขาดูทางช่องทางออนไลน์อยู่ต่าง ๆ ประเทศนัั้น ๆ จะได้รู้ว่า มีเที่ยวบินไหนกลับได้บ้างนะครับ วันที่ 7 2 เที่ยวบินครับ จากแอฟริกาใต้ โซลนะครับ วันที่ 8 2 เที่ยวบินจากอาบูดาบีนะครับ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์จากไคโร วันที่ 9 4 เที่ยวบินจากโตเกียว 2 เที่ยวบินนะครับ จากเนเธอร์แลนด์ อัมสเตอร์ดัม เวียดนามจากฮานอย วันที่ 10 3 เที่ยวบินจากไต้หวัน สหรัฐอเมริกานะครับ จากโตเกียว วันที่ 11 4 เที่ยวบิน นิวเดลี แล้วก็ญี่ปุ่น โตเกียว ฮ่องกง แล้วก็เกาหลีใต้จากโซล ที่อยู่ใกล้เคียงหรืออยู่ในประเทศนั้น ติดต่อทางเจ้าหน้าที่ทางการทูตจะได้ดูแลท่าน ทั้งในเรื่องของการคิว จัดลำดับแต่อย่างไรก็ตามคงไม่ได้ทันใจนะครับ อย่างที่บอกว่าต้องมีองค์ประกอบพร้อมกัน 3 อย่าง คือพร้อมกัน 1. คือมีคนที่ลงทะเบียน 2. คือมีเที่ยวบิน และ 3. คือ State Quarantine โรงแรมที่เราจัดหาให้ทั้งหลายอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม มีพื้นที่ว่างกับทางนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น 3 ข้อนี้ เป็นเรื่องที่เราจะต้องพิจารณา มีเรื่องของการทำงานของคนไทยมีหลายคนไทยที่ยังต้องอยู่ในประเทศนั้น ๆ นี่ก็ยังคงอยู่ได้ครับ อย่างตัวอย่างที่ผมจะนำเรียนครับ มีคนไทยที่อยู่ที่ประเทศมาเลเซียอยู่จำนวนมากทีเดียว หลายคนยังอยู่ได้ แล้วก็อยู่ได้อย่างดีแล้วก็ได้รับการดูแลจากทางสถานเอกอัครราชทูต แล้วก็สถานกงสุลใหญ่ ที่มาเลเซียอย่างดี อันนี้ที่เราได้รวบรวมมา 39,291 คน ได้รับความช่วยเหลือ เรารู้แล้วว่าท่านอยู่ที่ไหน แล้วก็มีอาสาสมัครที่อยู่ต่างประเทศ นำเอาข้างของเครื่องใช้ ต่างคนต่างดูแลกัน ซึ่งคนไทยที่อยู่ที่นั่น ลงหลักปักฐานกันอยู่นาน ๆ แล้วก็พอรู้ว่าเป็นคนไทยด้วยกันเอง แล้วก็อยู่ที่นั่นก็ช่วยกันกับภาครัฐ ก็คือทางเอกอัครราชทูต แล้วก็เข้าไปดูแลกัน ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ นี่คือคน 20,000 กว่าคน ได้รับการดูแลอย่างดี มีถุงยังชีพ มีโน่นมีนี่ให้ดูแลกันนะครับ ก็ไม่จำเป็นการเคลื่อนย้ายอย่างที่บอก ก็จะเป็นการที่จะแพร่เชื้อ หรือนำโรคมาด้วย ถ้าท่านอยู่ได้นะครับ พอได้ลักษณะของอาการของโรคยังไม่มีก็อยู่กับที่ดีที่สุดนะครับ มาดูครับว่ารายงานข้อมูลสถานการณ์ผู้เดินทางเข้าประเทศที่ต้องกักตัวอยู่ในสถานกักกันของรัฐ เรารวมกันเลย ทั้ง State Quarantine Local Quarantine บอกชาวบ้านไม่รู้หรอก มันเป็นที่กักกัน เอามารวมกันเลยนะครับ ทั้ง 2 อย่างนี้ เข้ามาเท่าไรแล้วนะครับ 12,847 รายนะครับ มาอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยเราแล้วนะครับ ในช่วงเวลา 2-3 เดือนที่เราผ่านงานนี้ ผ่านการแพร่ระบาดนี้นะครับ แล้วก็ส่งกลับบ้านอย่างแท้จริง แล้วไม่ต้องอยู่ในสถานที่กักกันแล้ว 3,921 คนนะครับ แล้วก็พบว่า มีติดเชื้อสะสมทั้งใน State Quarantine และ Local Quarantine รวมแล้ว 85 ราย วันนี้เพิ่มมา 1 นะครับ แล้วก็ทั้ง 2 ที่นี้นะครับ ก็คือพูดง่าย ๆ ถ้า state quarantine ก็คือบินมาแล้วมาลงแล้วอยู่แถว ๆ ส่วนกลางกรุงเทพฯ ปริมณฑล หรืออู่ตะเภาแถวนี้นะครับ สีเขียวก็ไปอยู่ตามขอบชายแดนจังหวัดที่มีด่านพรมแดนที่ทางบกทั้งหลายนะครับ ก็จะเห็นตัวเลขลักษณะนี้ วันที่ผ่านมาคือวันที่ 5 นี่ มี State Quarantine อยู่ 16 คน จริง ๆ มี 2 เที่ยวบินครับ เที่ยวบินที่ 2 นี่ลง ออกมาจากทางโน่นเที่ยงคืนครับ ก็ลงมาถึงเราก็ประมาณหลังเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นตัวเลขจริง ๆ มี 200 กว่า ๆ แต่ว่านับในรอบ 24 ชั่วโมง ก็เลยตกที่ตัวเลขที่ 26 คน ไม่ได้ผิดพลาดอะไรนะครับ ตัวเลขนี้เราเอามายืนยัน อาจจะมาสมทบอีกทีหนึ่งนะครับ อาจจะตัวเลขเยอะหน่อยหนึ่ง แล้วก็โดยรวมแล้วเป็นอย่างไร ก็เป็นกราฟเส้นนี้ครับ ภาระงานของพี่น้องที่ทำงานด้านความมั่นคง ทางด้านสาธารณสุขก็จะเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้น ทาง วช. ช่วยกันรวบรวมให้ สีแดงที่ติดเชื้อนะครับ อยู่ที่ 85 คนนะครับ สีเขียวกลับบ้านได้ก็เพิ่มมากขึ้น สีน้ำเงินก็คือกักตัว ณ ปัจจุบันนี้ ใครมีพี่น้องเป็นห่วงเป็นใยอะไรทั้งหลาย ก็จะกลับบ้านได้เพิ่มมากขึ้น 12,000 อย่างที่รายงานกันแล้ว มาดูว่าในรอบ 24 ชั่วโมงนี้ มาดูครับว่า ผู้ใดกระทำผิดบ้าง พบว่ากระทำความผิดทางด้านชุมนุมมั่วสุมเพิ่มขึ้น 6 คน เป็น 104 นะครับ ออกนอกเคหสถานเพิ่มขึ้น ของชุมนุม มั่วสุม ก็ยังเป็นดื่มสุรา 45 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวานนี้ลดลงมานิดหน่อยนะครับ แล้วเล่นพนันยังเป็นอันดับที่ 2 คือ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์อื่น ๆ นี่เมื่อกี้ซักถามพวกชอบชุมนุมกัน แว้นรถอะไรกันทั้งหลาย ถือว่าอยู่ในกลุ่มพวกนี้ด้วยนะครับ ก็อยู่ที่ 18 เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้นดื่มสุรายังเป็นปัญหาอยู่ ณ ตอนนี้ พอยิ่งเปิดให้ขายสุราได้ ก็กลับกลายเป็นว่า ท่านก็เอาโอกาสนี้ มาทำให้เกิดการชุมนุมมั่วสุม แล้วก็ผิดกฎหมายกันไปครับ มาอีกชุดข้อมูลอีกด้านหนึ่งก็คือ เรื่องของการไปมีชุดตรวจนะครับ เป็นอีกภารกิจหนึ่งที่ทางท่าน ผอ. ศูนย์ ก็อยากให้ชุดตรวจนี้ ก็สนธิกำลังกันอย่างที่บอกกัน ทั้งฝ่ายมั่นคงโดยทหาร ตำรวจ แล้วก็ทางด้านมหาดไทยนะครับ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มาช่วยกันด้วยนะครับ ก็ทางสาธารณสุขร่วมกันไป เมื่อวานนี้ตรวจไปเพิ่มถึง 12,996 ราย กิจการ กิจกรรม แล้วก็พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการอยู่ 449 เขาเอามาเทียบกัน ดูกราฟด้านซ้ายมือนะครับ 312 ไม่ร่วมมือ 4.8 4 พฤษภาคม 3.74 เปอร์เซ็นต์ 5 พฤษภาคม นะครับ ไม่ร่วมมือ 3.45 นะครับ ก็ดูแล้วลดลงนะครับ ต้องชมว่าคนที่ไม่ปฏิบัติตาม ไม่ร่วมมือก็ลดน้อยลงนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็มาดูกันนะครับ แยกตามขวามือ มีร้านค้าต่าง ๆ อะไรต่าง ๆ เป็นอย่างไร ก็ตามปรากฏอยู่นี้ โดยส่วนใหญ่ สีฟ้า ๆ นี่คือร่วมมือ ต้องขอบพระคุณครับ เพราะว่าข่าวต่าง ๆ ที่ออกมา มักจะไปหยิบประเด็นที่ไม่ร่วมมือมาเสียมากกว่า พอไม่ร่วมมือ เดี๋ยวภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของสื่อจะมีเยอะ สีเขียวต่างหากที่ร่วมมือดี ๆ มีเยอะเลย ได้เห็นภาพของการร้านอาหารที่กั้น เป็นฟิล์มพลาสติกอะไรทั้งหลายขึ้นมา ส่วนใหญ่ทำ ต้องกราบขอบพระคุณดีขึ้นด้วยนะครับ ไปดูแยกตามประเภทเครื่องดื่มนะครับ วันนี้ให้ความร่วมมือดีขึ้นมาก ๆ ตรวจไป 4,599 แห่งนะครับ ก็พบว่าไม่ปฏบัติเพียงแค่ 153 ลดลงจากเมื่อวานนะครับ ไปประมาณ เหลือ 3.4 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่เพิ่ม คือซูเปอร์มาร์เก็ตนะครับ สินค้าจำเป็นในห้าง พบว่าไม่ปฏิบัติการนี่เพิ่มขึ้นไปเป็น 2.7 เปอร์เซ็นต์ เรื่องของการตลาด ร้านค้าปลีก อันนี้ก็กระจัดกระจายอยู่มากทีเดียว ตรวจไป 3,690 แห่ง พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 161 แห่ง ก็เพิ่มขึ้น 2.6 เปอร์เซ็นต์ นะครับ ส่วนเรื่องของร้านเสริมสวย อันนี้ก็ดีขึ้นนะครับ ก็พอเราบอกอย่างนี้ แล้วท่านก็พอเข้าใจนะครับว่า จะต้องทำอะไรอย่างไร สนามกอล์ฟเมื่อวานชมไปว่าไม่มีเลย วันนี้มีมาเพิ่มขึ้น คือไม่ปฏิบัติตามไป 1 เรื่องของสนามกีฬานะครับ ก็ลดลงดีครับ เรื่องของสาธารณะอันนี้ก็ยังบวกเพิ่มอยู่ เรื่องของร้านสัตว์เลี้ยง อันนี้ก็คงที่นะครับ ไม่ได้มีประเด็นอะไร ก็อยากจะให้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ช่วยกันทำให้ดี และให้เกิดความปลอดภัยและมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ที่ถูกสั่งออกมา ช่วยกันที่จะทำตามนั้น ก็จะเป็นการป้องกันและควบคุมโรคได้ในที่สุดครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับคำถามนะครับ วันนี้มีฝากมาจากท่านผู้ชมนะครับ ที่ติดตามผ่าน เฟสบุ๊กไลฟ์ ศบค. มีบทลงโทษร้านค้าหรือผู้ประกอบการหรือกิจการต่าง ๆ ที่ไม่ปฏิบัติตามาตรการหรือฝ่าฝืนคำสั่งต่าง ๆ อย่างไรครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็บทลงโทษจริง ๆ ถ้าตราตามกฏหมายสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นตามข้อกฎหมายนะครับ ผมเองก็ไม่ใช่นักกฎหมาย แต่จริง ๆ แล้ว โดยนำเรียนครับ เจตนาของกฎหมายที่ออกมา ไม่ได้ต้องการให้ท่านถูกลงโทษ แต่มาตรการมีการกำหนดโทษเพื่อให้ ท่านได้ร่วมมือ เพราะฉะนั้น ถ้าร่วมมือ แล้วเกิดผลก็คือเราควบคุมโรคได้ ป้องกันโรคได้ ดีต่อตัวของท่านเอง และดีต่อประเทศไทยของเราด้วย เพราะฉะนั้นที่ผมจะต้องมาตั้งพูดทวน ว่ากฎหมายเป็นอย่างไร แต่ก็เป็นเหตุที่จะบอกว่ามีตัวอย่างดี ๆ เยอะแยะที่คนร่วมมือนะครับ ถึงแม้ไม่ร่วมมือมีตัวอย่างดี ๆ ด้วยนะครับ อย่างที่ผมเห็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านสีเกา จังหวัดตรัง ลงโทษผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยด้วยการอะไรครับ ในการคัดกรอง โดยการทำอะไรครับ วิดพื้นครับ ก็ดีต่อสุขภาพนะครับ นั่นลงมาจากรถเลยมา หรือเปล่า หรือถ้าเขาขี่มอเตอร์ไซด์บอกให้เป็นอย่างนั้น วิดพื้น กระโดดตบบ้าง ได้ผลเกิดคาดเขาบอกว่า ไม่พบผูู้กระทำผิดซ้ำ ในเรื่องของการป้องกัน การแพร่ระบาดในเรื่องนี้เลย ก็ดีนะครับ อันนี้ก็นะบางทีเขาก็รู้จักกันนะ ก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ก็เตือนกันอย่างญาติ อย่างพี่อย่างน้อง ถ้าเขาทำแล้วเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันครับ ถ้าร้านค้าต่าง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเตือนนะครับ เมื่อเช้าผมก็ผ่านตลาด บางตลาดแม่ค้าตักของอยู่ก็ใส่หน้ากากอนามัยครับ แต่ก็มีบางคนครับ เอาหน้ากากอนามัยมาแค่ตรงปากอย่างเดียว จมูกก็โผล่ไว้ ปิดให้หมดก็ดีนะครับ ไม่ต้องโผล่ตรงไหนเลยนะครับ หน้ากากมีมาเพื่อครอบในส่วนของทั้งปาก ทั้งจมูก ซึ่งเป็นส่วนที่มีสารคัดหลั่งออกมาได้ทั้งคู่ เพราะฉะนั้นอยากให้ครอบทั้งหมดเลย แล้วถ้าแม่ค้าคนไหนไม่ใส่หน้ากากอนามัย ท่านไม่ต้องรอให้ผู้ใหญ่บ้านมาตรวจครับ ท่านเองบอกเลยใส่เถอะ เพราะระหว่างที่เขาพูดคุยกับท่าน ว่าจะเอาเท่าไหร่ จะเอากี่ถุง จะเอากี่บาท ระหว่างที่พูดออกมานี่น้ำลายมันลงออกมาแล้วครับ ตรงนั้นแล้ว เรียบร้อยนะครับ แล้วท่านยังมีความมั่นใจอยู่หรือ เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องบอก ณ เดี๋ยวนั้นเลย ว่าใส่หน้ากากตอนขายของอยู่ จะตักอะไรให้ฉัน เป็นของแห้ง ๆ เป็นผลไม้อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ถ้าท่านหยิบจับขึ้นมาละอองฝอยจากที่แม่ค้าพูดคุยไม่รู้กี่สิบคน ก่อนที่เราจะมาซื้อ อาจจะมีละอองฝอยของสารคัดหลั่งที่ออกจากปากทางจมูก ลงไปอยู่ที่ผลไม้ชิ้นนั้นแล้วก็ได้ เพราะฉะน้้นสิ่งที่ท่านจะต้องทำ ก็คือเตือนทุกคนที่ท่านเห็น แล้วก็ช่วยทำให้ระบบต่าง ๆ มันถูกทำงานโดยตัวท่านเอง อันนี้ต้องบอกกันทุกคนเลยครับ (คุณสุภนันท์) คำถามต่อไปนะครับ มีประเด็นคำถามที่ฝากมา ช่องทางโซเชียลมีเดีย มีการสอบถามว่าอยากให้ ศบค. เน้นย้ำเรื่องของการวิ่งในสวนสาธารณะหน่อยครับ เพราะว่าบางข้อมูลบอกว่า การวิ่งแล้วสวมใส่หน้ากากอนามัยจะมีอันตราย แต่ว่าทาง ศบค. เองก็เน้นย้ำว่าเราอยากให้สวมใส่หน้ากากอนามัยร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเมื่อไปในที่สาธารณะครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) การเข้าไปในที่เปิดในที่สวนสาธารณะ ก็คือเพื่อให้ท่านได้พักผ่อนหย่อนใจบ้างนั้น หลังจากที่เรามีมาตรการฉุกเฉินมา 1 เดือน การพักผ่อนหย่อนใจ ก็จะทำให้มีโอกาสได้ออกกำลังกายได้บ้างนะครับ การออกกำลังกายที่ดี เดินตอนนี้ครับดีที่สุด เดินแล้วก็ใส่หน้ากากอนามัยไม่เป็นปัญหา แต่หลายคนบอกว่า แล้ววิ่งล่ะ ใส่หน้ากากอนามัยได้ไหม นะครับ ถ้าหน้ากากนั้นไม่ได้เป็นหน้ากากแบบปิดทึบอย่าง N95 เป็นหน้ากากผ้า การวิ่ง โอ.เค. ครับ ก็พอไหว แต่ถ้าวิ่งแรง ๆ มาก อากาศก็ไปสู่ในร่างกายเราอาจจะไม่เพียง เพราะฉะนั้นไม่แนะนำ ให้วิ่งไปด้วยใส่หน้ากากไปด้วยตามที่กรมอนามัยบอกนะครับ ขอให้ท่านเดิน เดินดีกว่าครับ เดินก็ยังมีหอบเหนื่อย แต่ว่ายังเพียงพออยู่ แต่ว่าถ้าท่านต้องวิ่ง ต้องดูนะครับ มีคนตามหลังท่านนี่อยู่ในระยะถึง 10 เมตรไหม ถ้าไม่ถึงก็ไม่ควรครับ เพราะว่าสถานที่ที่พื้นที่มันไม่เพียงพอนี่ ละอองฝอยที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ หรือบางทีท่านจะต้องใช้ปากเป่าหายใจฟืดฟาด ๆ ออกมาทางปากด้วย ท่านวิ่งไปข้างหน้าละอองไปข้างหลังครับ 10 เมตร โดยประมาณที่เขาบอกว่า อาจจะสามารถที่กระจายไปอยู่ข้างหลังได้ เพราะฉะนั้นอย่าใช้วิิธีการวิ่งเลย ถึงแม้จะอนุญาต ก็ให้ทำในที่โล่งมาก ๆ นะครับ แต่ถ้ามีคนตามหลังมา ใส่หน้ากากอนามัยแล้วเดินกันครับ แค่เดินอย่างเดียว นี่ก็ทำให้หัวใจเต้นได้เร็ว แล้วก็ระยะประมาณ มากกว่า 30 นาทีท่านออกกำลังกายได้เหงื่อแล้ว เพราะฉะนั้นเพียงพอแล้ว ไม่มีละอองฝอยที่จะออกมาจากปากท่านครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมครับ คุณหมอมีอะไรอยากจะฝากไปยังพี่น้องประชาชนไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา เป็นวันที่ชาวพุทธ เราถือว่าเป็นวันพระใหญ่นะครับ ทุกคนก็ถ้าได้อยากจะทำบุญก็เวียนเทียนที่บ้านได้ ตามที่มหาเถรสมาคมบอกไปนะครับ ตั้งจิต เราขอบูชาต่อทางพระรัตนตรัย ตั้งมั่นที่จะนำเรื่องที่ดี ๆ เข้ามา วันนี้เป็นวันพระใหญ่ ถ้าเราร่วมกันขอเรื่องของการขอพรพระที่สำคัญที่สุดคือ การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ซึ่งก็เป็นอันหนึ่ง วิถีธรรมะ ทางพุทธศาสนาก็เคยพูดอย่างนี้มา ขอพวกเราน้อมจิตน้อมใจด้วยกัน ขอให้จิตที่เป็นกุศล ทำให้ประเทศชาติของเราผ่านพ้นเรื่องของภัยพิบัตินี้ที่เจอกันมาทั้งโลกนี้ ด้วยการทำจิตภาวนาไปพร้อม ๆ กัน ขอให้พวกเราพ้นกันไปทุกคน ทุกคนปลอดภัยด้วยกัน ใช้เวลาโอกาสนี้ทำจิตเป็นสมาธิเป็นทุกท่านนะครับ แล้วก็ปลอดโรคปลอดภัยทุกท่านครับ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) กราบขอบพระคุณนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 นะครับ ระหว่างที่รอทีมงานของเราทำความสะอาดบริเวณโพเดียม แล้วก็ไมโครโฟน สำหรับผู้ร่วมแถลงต่อไปซึ่งก็คือ ท่าน อนันต์ สุวรรณรัตน์ วันนี้จะนำเรียนในรายละเอียด เรื่องของมาตรการต่าง ๆ ในการเยียวยา การชดเชยรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร ผลกระทบจากโควิด-19 จากผลการตรวจสอบสถานะ บางท่านไปที่เกษตรอำเภอ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถยืนยันสถานะการเป็นเกษตรและสหกรณ์ได้ครับ รวมทั้งรูปแบบรายละเอียดต่าง ๆ ของการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเป็นอย่างไร มาตรการต่าง ๆ ที่พี่น้องเกษตรกรจะได้รับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีรายละเอียดอย่างไร เรียนเชิญท่านอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียนเชิญครับ (คุณอนันต์) สวัสดีครับ ผมขออนุญาตถอดหน้ากากนะครับ ผม อนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตชี้แจงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามคณะกลั่นกรอง ตามคณะใช้จ่ายเงินกู้ เมื่อวันที่ 28 ผ่านมาทางกระทรวงเกษตรฯ เอง ก็ได้ดำเนินการ ขั้นทะเบียนของเกษตรกรจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในกระทรวงเกษตรและที่กระทรวงอุตสาหกรรมที่กระทรวงการคลัง กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืช กรมประมง เกษตรที่เลี้ยงสัตว์น้ำ กรมปศุสัตว์ และเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมยางแห่งประเทศไทย อ้อยและน้ำตาล ซึ่งจะเป็นการลงทะเบียนของผู้ปลูกอ้อย แล้วก็ยาสูบของกระทรวงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรปลูกยาสูบ ซึ่งวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ถือว่าเป็นนายทะเบียนด้านการเกษตรได้รวบรวมมาทั้ง 7 ฐานข้อมูลนั้น เข้ามาทำการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเกษตรกรทั้งหมดแล้วก็ได้ส่งข้อมูล ฐานข้อมูลของเกษตรกร ซึ่งมีอยู่ประมาณ 8.3 ล้าน ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งจะขอให้กระทรวงการคลังช่วยตรวจสอบความซ้ำซ้อนที่กระทรวงการคลังได้ดำเนินการช่วยเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเรื่องเราไม่ทิ้งกัน มาตราการของข้าราชการบำนาญ หรือระบบประกันสังคม คาดว่าในชุดแรกที่เราส่งข้อมูลฐานข้อมูลเกษตรกรไป แล้วเมื่อส่งให้กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อน และทาง ธ.ก.ส. ก็จะขึ้นเว็ปไซต์ของ ธ.ก.ส. วางแผนการโอนเงินให้เกษตรกรในชุดนี้ เพราะอาจจะมีเกษตรบางราย ซึ่งไม่มีบัญชีของ ธ.ก.ส. แต่ทั้งนี้ ธ.ก.ส. แจ้งว่าเกษตรกรแจ้งบัญชีของธนาคารไหนก็ได้ ถ้าคนที่ยังไม่มีบัญชีของ ธ.ก.ส. แต่ส่วนใหญ่แล้ว บัญชีเกษตรกรของเราส่วนใหญ่ จะมีบัญชีเกษตรกรของเราส่วนใหญ่น่ะ จะมีการช่วยเหลือผ่าน ธ.ก.ส. เป็นส่วนใหญ่ ก็จะมีบัญชีทาง ธ.ก.ส. ที่อยากจะเน้นย้ำ ก็คือกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่ได้มาปรับปรุงบัญชี ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 8 ล้านนั้น กับกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นบัญชีเกษตรกร แต่มีอาชีพทำเกษตรกรรม ก็จะขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่ได้ปรับปรุงบัญชีเดิม มาปรับปรุงบัญชี แล้วก็เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ก็ให้มาขึ้นทะเบียนใน 7 หน่วยงานที่ผมว่า คือ ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร การปศุสัตว์ การประมงแห่งประเทศไทย สำนักงานอ้อยและน้ำตาล และยาสูบ ก็อยากจะเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ไปขึ้นทะเบียน เรากำหนดให้ขึ้นทะเบียนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือ ซึ่งทาง ครม. มีมติเห็นชอบ ให้ช่วย 3 เดือน คือ เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ก็อยากจะฝากเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรไปปรับปรุงทะเบียน แล้วก็ขึ้นทะเบียน ในส่วนของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ก็มีการปรับปรุงขึ้นทะเบียนแล้วในปี 2562/2563 ในกลุ่มเกษตกรกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องทำอะไร สามารถเช็กข้อมูล จากกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ติดข้อมูลไว้ในหมู่บ้าน กับใน Website ของทั้ง 7 หน่วยงาน กับในเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นรายชื่อที่ส่งไปแล้ว ซึ่งเป็นรายชื่อที่อยู่ในชุดนี้นี่ไม่ต้องทำอะไร อาจจะเช็กในตรงนั้น เพราะมันผ่านกระบวนการแล้ว แต่จะมีเกษตรกรอีกล้านกว่า ที่จะต้องขึ้นทะเบียนใหม่ ในช่วงนี้ถึงวันที่ 15 ในการขึ้นทะเบียน ให้สามารถขึ้นทะเบียนกับผู้นำท้องถิ่นกับอาสาสมัครเกษตร สามารถไปยื่นแบบกับผู้นำท้องถิ่น หรืออาสาสมัครในหมู่บ้าน ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนั้น ก็จะรวบรวมให้กับเจ้าหน้าที่ ส่งให้เกษตรอำเภอ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปที่เกษตรอำเภอโดยตัวเองได้ และสามารถมอบอำนาจได้ทางกระบวนการเจ้าหน้าที่จะไปตรวจสอบ แล้วให้ผู้นำหมู่บ้าน หรือผู้นำท้องถิ่นในส่วนของกระทรวงเกษตร ก็คิดว่าวันที่ 15 พฤษภาคม ในชุดแรกที่ส่งไปแล้ว แล้วก็ตรวจสอบความซ้ำซ้อน ในวันที่ 15 พฤษภาคมครับ แล้วจะทยอยจ่ายไปครับ (คุณสุภนันท์) การจ่ายนี่ ก็คือจะจ่ายเป็นเดือนละ 5,000 3 เดือน เหมือนกับเราไม่ทิ้งกันดอทคอมใช่ไหมครับ (คุณอนันต์) ครับรายละ 5,000 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ถ้าเกิดเขายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรนี่ สักครู่ท่านปลัดฯ ว่าให้ผ่านทางรูปแบบของอาสาเกษตรในหมู่บ้าน หรือว่าผู้นำในชุมชน หรือถ้าเขาบอกว่า ไปติดต่อที่เกษตรอำเภอได้หรือไม่ครับท่าน (คุณอนันต์) ติดต่อได้ครับ ทั้งเกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านกำชับให้พี่น้องเกษตรกรในเรื่องการขึ้นทะเบียนใหม่ ให้ขึ้นทะเบียนที่ค้างอยู่ที่ยังไม่ได้ปรับปรุงให้ทำทุกวันไม่มีวันหยุด ให้บริการได้ทุกคนให้สามารถทำให้ทันภายในวันที่ 15 พฤษภาคมครับ (คุณสุภนันท์) พอดีมีคำถามฝากมาเพิ่มเติมทางเฟซบุ๊กครับ ที่เป็นแบบรับจ้างครับ เช่น รับจ้างกรีดยาง แล้วขึ้นกับการยางแล้วกลุ่มนี้จะได้รับความช่วยเหลือด้วยหรือไม่ครับ (คุณอนันต์) ได้รับครับ เพราะผมได้รับฐานข้อมูลในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทั้ง 7 หน่วยงานเข้ามา เพียงแต่ว่าเอามาตรวจสอบความซ้ำซ้อนแค่นั้นครับ (คุณสุภนันท์) ครับ การตรวจสอบเรื่องของความซ้ำซ้อนในครัวเรือนที่เป็นเกษตรกรที่ก่อนหน้านี้อาจจะมีปัญหาว่า ไม่สามารถลงทะเบียนไม่ทิ้งกัน.com ได้ อยากให้ท่านได้ชี้แจงในรายละเอียดนิดหนึ่งครับ (คุณอนันต์) จริง ๆ แล้วไปทำอาชีพอื่น ตอนนี้สามารถยื่นอุทธรณ์แล้วก็สมัครเข้าไปได้ เพราะว่าในการขึ้นทะเบียนของเกษตรกร ที่ผมเรียนว่าเราได้ส่งรายชื่อไปให้ทางกระทรวงการคลัง ก็คือเป็นไปตามรายชื่อผู้ที่ขึ้นทะเบียนในกลุ่มของที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริม ก็คือขึ้นเฉพาะหัวหน้าครัวเรือนครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สุดท้ายคนที่ไม่มีบัญชีของ ธ.ก.ส. ต้องทำอย่างไร เมื่อสักครู่ได้ย้ำ ท่านย้ำอีกสักรอบ เพราะว่ายังมีเกษตรกรหลายท่านที่ไม่มีบัญชีกับทาง ธ.ก.ส. ครับ (คุณอนันต์) ครับ สำหรับบัญชีที่ยังไม่มีบัญชีกับทาง ธ.ก.ส. ได้เรียนหารือกับทาง ธกส. แล้ว ทาง ธกส. บอกว่า ท่านสามารถแจ้งบัญชีใดก็ได้ เข้าไปไม่จำเป็นต้องไปเปิดไปทำไปเปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. ใช้บัญชีที่ท่านมีอยู่แจ้งให้ นั้นได้ครับ (คุณสุภนันท์) ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติม ท่านมีอะไรฝากติดตามการแถลงข่าวทางบ้านเพิ่มเติมไหมครับ (คุณอนันต์) ครับ อยากจะฝากพี่น้องที่ยังไม่ได้ปรับปรุงทะเบียนกับพี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนขอให้รีบดำเนินการ แล้วก็ไปติดต่อกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรทั้งหมดตาม 7 หน่วยงานที่ผมว่า สามารถไปติดต่อกับผู้นำเกษตรกร หรือว่าอาสาสมัครเกษตรกรในพื้นที่ได้ และอยากให้ทุกคนได้ตรวจสอบรายชื่อของตัวเอง ที่ตอนนี้ทางกรมส่งเสริมได้เอารายชื่อทั้งหมดนี่ไปติดหมู่บ้านแล้ว ว่ากลุ่มที่สามารถขึ้นบัญชีได้เลยตามที่ทดสอบบัญชีแล้วกับกลุ่มที่ต้องมาปรับปรุงบัญชี แล้วก็จะเปิดโอกาสให้มาขึ้นทะเบียนใหม่ครับผม (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อสักครู่ท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้นำเรียน ขออภัยนะครับ สำหรับมาตรการการช่วยเหลือสำหรับเกษตรกรทั่วประเทศ ตอนนี้มีตัวเลขอยู่ราว 8,300,000 ราย ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีการตรวจสอบรายละเอียด เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าของกระทรวงการคลังผ่าน Website เราไม่ทิ้งกัน.com รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่เขาอาจจะได้รับรายได้ หรือว่ามีมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นนะครับ ลำดับต่อไปขอกราบเรียนเชิญ ท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ ท่าน ปรเมธี วิมลศิริ เรื่องมาตรการช่วยเหลือเยียวยาช่วยเหลือผู้พิการครับ (คุณปรเมธี) ครับสำหรับในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในลำดับแรกต้องดูแลกลุ่มของผู้ในสังคม เช่น ในส่วนของเด็กในครอบครัวที่ยากจน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ คนเร่ร่อนไร้บ้าน หรือว่าคนที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าทางสังคมที่ไม่มีที่พึ่ง ของกระทรวงนะครับ ผมได้เคยมานำเรียนที่ศูนย์สถานการณ์โควิดนี้ในช่วงเริ่มต้นว่ากระทรวงได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง มาตรการนั้นก็เดินหน้าแล้วนะครับ เช่น ในมาตรการของการลดภาระทางด้านการเงินของกลุ่มคนที่กระทรวงได้ดูและนะครับ เช่น การลดในเรื่องของค่าเช่าที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ของการเคหะแห่งชาตินะครับ ค่าผ่อนที่อยู่อาศัยของบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน การลดในเรื่องของหนี้กองทุน หนี้กู้ยืมต่าง ๆ ที่กระทรวงฯ ดูแล ในส่วนผู้สูงอายุ ผู้พิการ ในส่วนของคนที่มีความจำเป็นเดือดร้อนในช่วงนี้ที่ต้องเอาของมาจำนำของมารับจำนำโรงรับจำนำของรัฐ โรงสถานธนานุบาลของรัฐอันนี้ก็มีมาตรการที่มีดอกเบี้ยถูกเป็นพิเศษนะครับ 0.125 แล้วก็ยืดอายุในการจำนำ นะครับขยายตั๋วจำนำให้ ไม่ต้องรีบหาเงินมาผ่อนในช่วงนี้ มาตรการเหล่านี้ที่เป็นมาตรการลดภาระทางด้านการเงินก็เดินหน้าไปแล้ว ในเรื่องของการบริการดูแลสวัสดิการของกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายในทุกกลุ่มที่ผมได้พูดถึง วันนี้ก็อยากจะมานำเรียนนะครับ สำหรับมาตรการใหม่ ๆ หรือว่าที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ ในกลุ่มของคนพิการ อันนี้คนพิการตอนนี้ท่านก็จะได้รับเบี้ยรายเดือนที่ท่านเคยได้รับอยู่เป็นปกติ เดือนละ 800 บาท ก็ยังจ่ายอยู่นะครับ อันนี้ในหลังสุดทาง ครม. ก็มีมติเห็นชอบเงิน 800 บาทต่อเดือน ของคนพิการที่มีบัตรสวัสดิการของรัฐ ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะได้รับเพิ่มเป็น 1,000 บาท นะครับ เริ่มต้นในเดือนตุลาคมหน้า ตุลาคม 2563 ในช่วงระหว่างนี้ที่ท่านเดือดร้อนนะครับ กองทุนคนพิการ ซึ่งก็มีเงินของกองทุนอยู่ ก็จะให้มีเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้พิการทั้ง 2 ล้านคน คนละ 1,000 บาท จ่าย 1 ครั้ง ครม. ก็มีมติเห็นชอบ ช่วงนี้ก็อยู่ระหว่างที่ทางกระทรวงกำลังประสาน กับกระทรวงการคลังนะครับ ที่จะจ่ายไปในระบบนะครับ เข้าบัญชีที่ท่านได้รับอยู่ทุกเดือน เพราะฉะนั้นเงินนี้ก็คงจะได้รับภายในเดือนนี้ครับ ในส่วนของกลุ่มอื่น ๆ ในเรื่องของเด็ก ช่วงที่ผ่านมาก็ความเดือนร้อนที่ได้รับแจ้งก็มีเด็กอ่อนที่แต่ก่อน ก็ไปในศูนย์เลี้ยงเด็ก แล้วก็ได้ไปทานนมที่ศูนย์ อันนี้ศูนย์ปิดกลับมาอยู่บ้าน ก็ไม่มีนมทาน นะครับ อันนี้ก็แจ้งมากันจำนวนมาก ที่กระทรวงก็ได้จัดสรรเงินคุ้มครองเด็ก คุ้มครองเด็ก แล้วก็มีการรับบริจาค เพราะฉะนั้นเด็กที่เคยมาอยู่ที่ศูนย์ดูแลต่าง ๆ มีชื่ออยู่ อันนี้เราก็เอานมผงไปให้ที่บ้านนะครับ ในส่วนของเด็กก็มีอีกส่วนหนึ่ง ผู้ปกครองบางส่วนบอก ตอนนี้กำลังจะเริ่มกลับไปทำงานแล้ว ศูนย์เด็กอ่อนบางศูนย์ก็ยังไม่เปิดก็อาจจะเดือดร้อน ตอนนี้ทางกระทรวงก็จัดทำในเรื่องของระเบียบวิธีปฏิบัตินะครับ อันนี้ก็จะเป็นแนวทางให้ปฏิบัติ แล้วก็อาจจะกลับมาเปิดได้นะครับ ในเรื่องของความเดือดร้อนของคนในช่วงนี้ ซึ่งก็อาจจะมีในเรื่องของรายได้ลดลง มีความเดือดร้อนในเรื่องของอาหาร เรื่องของสิ่งของอุปโภค บริโภค ความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน อันนี้ทางกระทรวงที่มีศูนย์รับในเรื่องของการร้องทุกข์ปัญหาทางสังคม หมายเลข 1300 ของกระทรวง ตอนนี้ก็รับเรื่องเข้ามาเยอะมาก เราต้องขยายคู่สาย ขยายเจ้าหน้าที่มารับสาย ก็ติดต่อเข้ามาวันละเกือบ 20,000 กว่ารายนะครับ ในปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อน ในเรื่องของอาหารความเป็นอยู่ อันนี้กระทรวงกำลังเริ่มดำเนินการในโครงการหนึ่งนะครับ ซึ่งเป็นการดูแลคนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ร่วมกับชุมชนดูแลชุมชน เรียกว่า โครงการสำรวจพบจบที่ชุมชน ที่กรุงเทพฯ ก็มีชุมชนที่กระทรวงดูแลใกล้ชิดทำงานกันมา อยู่ประมาณ 286 ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนเล็ก ๆ อาจจะแออัด แล้วก็ยังไม่เข้มแข็งมากนัก เราก็ลงไปสำรวจที่ชุมชนว่า ชุมชนมีความต้องการอะไรบ้างนะครับ แล้วก็มีใครในชุมชนที่ขาดแคลนเรื่องใด ในเรื่องของอาหาร ก็พบว่า 230 ชุมชนนะครับ ก็มีคนที่อยากได้รับการสนับสนุนในเรื่องของอาหาร อันนี้เราก็เริ่มจัดตั้งในรูปแบบต่าง ๆ นะครับ มีทั้งครัวกลางที่จะทำอาหารให้มารับได้ มี food bank ที่มารับวัตถุดิบไปทำอาหารที่บ้านนะครับ แล้วก็เป็นไปตามความต้องการของชุมชน ถึงคนที่ต้องการเรื่องนี้โดยตรง แล้วก็ในรูปแบบที่เหมาะสมนะครับ แล้วก็บางชุมชนก็ต้องการเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ที่ไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้านนะครับ หรือว่าบางชุมชนก็อาจจะต้องการตอนเย็นทุกวันต่าง ๆ นะครับ ก็เป็นเรื่องสำรวจ แล้วก็จัดให้ตรงกับความต้องการในชุมชน เราได้ประสานกับทาง กทม. นะครับ กทม. ก็คงจะดูแลกับชุมชนที่ลงทะเบียนกับ กทม. อีกประมาณ 2,000 กว่าชุมชน ที่ กทม. ดูแลในรูปแบบคล้าย ๆ กัน เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแล และก็บรรเทาความเดือดร้อน แล้วก็อาจจะมีชุมชนนอกเหนือจากนี้อีก ใน กรุงเทพฯ ปริมณฑลที่แออัดเดือดร้อนอยู่ เยอะอยู่ ซึ่งอันนี้อาจจะต้องมีการกระจายผลออกไป ในต่างจังหวัดเอง ทางท่านผู้ว่าร่วมกับทางพัฒนาสังคมของจังหวัด อันนี้ก็จะทำในลักษณะคล้าย ๆ กัน เป็นคนที่ดูแลความเดือดร้อน สำรวจความเดือดร้อน ร่วมกับเครือข่ายต่าง ๆ ที่จะทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องต่าง ๆ ได้รับการตอบสนองนะครับ ในเรื่องที่มีความต้องการนะครับ ในส่วนของเรื่องของการดำเนินการของกระทรวง ก็อยากจะเรียนว่า ทางกระทรวงนี่ทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับทางกระทรวงอื่น ๆ แล้วก็ทางภาคเอกชนนะครับ ทางมูลนิธิ หรือองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการเข้ามาดูแล ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในเรื่องของคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน อันนี้ก็จะร่วมกับส่วนต่าง ๆ นะครับ อย่างเช่น มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย มูลนิธิกระจกเงานะครับ สลัม 4 ภาคนะครับ สถานการณ์ก็ดีขึ้นในช่วงนี้ ในช่วงก่อนอาจจะกะทันหันที่จะมีการยกเลิก ตกลงานแล้วก็เดินทางข้ามจังหวัดกลับบ้านก็ไม่ได้ สถานที่ที่มีการแจกอาหารก็มีไม่กี่ที่ ก็มีการมารวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก แต่ว่าตอนนี้ท่านก็จะเห็นว่า สถานการณ์ก็เริ่มเบาลงนะครับ มีคนที่กลับบ้านต่างจังหวัดได้ หรือว่าการแจกอาหารในจุดต่าง ๆ ที่เราร่วมกัน กทม. อันนี้ก็มีเยอะนะครับ ก็ทำให้ได้มีการนอนในที่สาธารณะต่าง ๆ เหมือนที่เห็นในข่าวช่วงก่อน มีเอกชนแล้วก็คนอื่น ๆ ที่เข้ามาช่วยเยอะ ซึ่งสามารถทำให้เราทำงานนี้ได้ ทางโลตัสเอาผักสดมาช่วยทำครัวกลางนะครับ ทางแม็คโครก็ทำ Application เพื่อให้การบริจาคของทุกท่าน อยากบริจาคให้กับกระทรวงที่ไหน บ้านไหนก็เข้าไปสั่งของ เขาก็เอาไปสั่งให้เลย อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ทางชมรมผู้ปลูกข้าวจังหวัดยโสธรเอาเข้ามาบริจาคให้ทางครัวกลางนะครับ ก็อยากเชิญชวนทุกท่านร่วมกันเข้ามาดูแลในสังคมนะครับ ที่กระทรวงก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ ในหมายเลขหลักนะครับ 1300 อันนั้นก็แจ้งแล้วติดต่อ ได้ทุกเรื่อง ทางเว็บไซต์นะครับ ก็จะมีเว็บไซต์ของ danation อยู่ในต่างจังหวัดก็ติดต่อได้ในทุกสถานที่ที่เป็นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ดูแลร่วมกันในสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ (คุณสุภนันท์) ครับ มีคำถามเพิ่มเติม สอบถามเรื่องของเงินกองทุนช่วยเหลือผู้พิการ ที่บอกว่าจะช่วยเหลือผู้พิการ 2,000,000 คน 1,000 บาท ใช่ไหมครับ มีการแยกประเภทของความพิการหรือไม่ จำเป็นต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือเปล่า หรือมีการให้การช่วยเหลือไปถึงผู้พิการนี่เมื่อไหร่ครับ (คุณปรเมธี) ในส่วนของเงินกองทุนคนพิการนะครับ ที่จะให้กับคนพิการท่านละ 1,000 บาท อันนี้ก็คือคนพิการที่ได้ลงทะเบียน มีบัตรคนพิการครอบคลุมความพิการในทุกประเภท แล้วก็เป็นอันที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้องมีบัตรสวัสดิการหรือไม่ต้องมีบัตรสวัสดิการตรงนั้นก็จะได้ทุกคนครับ (คุณสุภนันท์) และสำหรับมติ ครม. ที่เพิ่มจำเป็นต้องอายุไม่เกิน 18 ปี หรือเปล่าครับ (คุณปรเมธี) ในกลุ่มนั้นก็จะมีกลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการของรัฐที่เป็นคนพิการ ที่มีรายได้น้อยนั้นก็ประมาณ 1,000,000 คน แล้วก็มีกลุ่มอายุไม่ถึง 18 ปี อีกประมาณ 1 แสน กว่าคนครับ ก็จะเป็นกลุ่มที่ได้รับเพิ่มใน 800 - 1,000 ในเดือนตุลาคม (คุณสุภนันท์) ครับ ย้ำเรื่องของการดูแลคนไร้บ้านอีกสักครั้งนะครับ ต่อเนื่องแต่หลายคนก็ยังกังวลครับว่ามีผู้ไร้บ้าน อาจจะมีโอกาสแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ครับ (คุณปรเมธี) ครับ ในกลุ่มของคนไร้บ้านนะครับ ในช่วงที่ผ่านมาที่โควิดระบาดรุนแรง อันนั้นก็พยายามชักชวน ให้เข้ามาอยู่ในสถานที่ดูแลของกระทรวงนะครับ ก็มีคนที่เข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น ในกรุงเทพฯ ก็ประมาณ 200 คน ในต่างจังหวัดก็ 400-500 คน ก็อีกส่วนหนึ่งที่ยังสะดวกกับการอยู่อิสระข้างนอก อันนี้ก็เป็นคนที่บริการให้การแจกหน้ากาก แอลกอฮอล์ ให้ความรู้ในการดูแล แล้วก็แวะเวียนมารับอาหาร หรือว่าเปลี่ยนหน้ากากนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวที่พอจะช่วยดูแลให้ตัวของผู้เร่รอนเองก็ปลอดภัย แล้วก็อยู่ในสังคมก็ปลอดภัย (คุณสุภนันท์) ขออนุญาตเรียนสอบถามเกี่ยวกับเรื่องดูแลผู้สูงอายุครับ มีมาตรการดูแลอย่างไรครับ (คุณปรเมธี) ครับ ผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มเปราะบางนะครับ ซึ่งก็คงต้องดูแลตัวเองแล้วก็รวมถึงผู้ใกล้ชิด ก็ต้องดูแลตัวเองที่ไม่เอาไวรัสไปติดท่านผู้สูงอายุได้ อันนี้ก็จะมีวิธีปฏิบัติ หรือว่าข้อแนะนำในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุของกระทรวงก็ปฏิบัติอย่างเข้มงวด แล้วก็มีคู่มือนะครับ เป็นออกมาเป็น ไกด์ไลน์เป็นตัวอย่าง ณ ตอนนี้ของกระทรวงก็ไม่มีผู้สูงอายุที่เราดูแลสักคนเดียวเลยครับที่ติดไวรัส และก็ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เข้ามาตรวจสอบก็เห็นว่า เป็นวิธีปฏิบัติที่ดี อันนี้เราก็มีคู่มือเผยแพร่แล้วก็ได้แจกไปให้สถานดูแลผู้สูงอายุ ที่เป็นเอกชนและสถานอื่น ๆ ด้วยครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ท้ายนี้ท่านมีอะไรอยากจะเน้นย้ำไปสู่พี่น้องประชาชนไหมครับ (คุณปรเมธี) ครับ ก็ในความหลากหลายนะครับ แล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ก็มีความหลากหลายในสังคม ซึ่งเราก็พยายามดูแลให้หมด เพราะฉะนั้นทุกปัญหาโทร. มาหารือ มาปรึกษากันก่อนกับกระทรวงได้ แล้วเราก็จะช่วยเหลือ หรือว่าเชิญชวนหน่วยงานอื่น ๆ ที่สามารถช่วยเหลือท่านได้ เอกชนหรือว่าเครือข่ายอื่น ๆ ที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือกันได้ให้เราอยู่รอด เดินหน้าต่อไปได้ด้วยครับ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้กราบขอบพระคุณนะครับ ท่านปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ ขอบพระคุณครับ ครับและเมื่อสักครู่ท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มาตรการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการที่อาจจะประสบปัญหามาเป็นพิเศษในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 การใช้ชีวิตปกติก็มีความยากในระดับหนึ่งแล้ว ในยามแบบนี้ก็จำเป็นต้องผ่านมาตรการต่าง ๆ ที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เข้าไปดำเนินการแล้วก็ให้ความช่วยเหลือนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของเงินเยียวยาต่าง ๆ โดยจะเริ่มในเร็ว ๆ นี้นะครับ 2 ล้านคน รวมถึงปรับเงิน 800 บาท เป็น 1,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีด้วยนะครับ ลำดับถัดไปเป็น ภาคภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ที่ติดตามสถานการณ์ของประเทศไทยนะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ]Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ขอบพระคุณนะครับ ท่าน ณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาล กระผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี และทีมงานทั้งหมดขอลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]Ր