--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (7 พ.ค. 63) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ที่ว่านี้ ขอให้ช่วยกันนะครับ มาดูสถานการณ์ของโลก รวมแล้วนะครับในทั้งโลกนี้คือ 3,822,860 นะครับ ซึ่งอีกไม่กี่วันนี้น่าจะแตะเข้าไปที่ 4 ล้านแล้วนะครับ แล้วก็อาการหนักนี่ 48,000 นะครับ หายดีแล้ว 1 ล้าน 3 แสนคนโดยประมาณ แล้วก็หายดีแล้ว 265,000 กว่านะครับ สหรัฐอเมริกายังเป็นอันดับ 1 นะครับ สเปนรองลงมา อิตาลี สาธารณะเห็นที่กราฟที่จะเป็นกราฟแท่งทำให้ดูง่ายขึ้นนะครับ มาดูที่จำนวนรายใหม่นะครับ ก็ปรากฏว่าสหรัฐอเมริกายังเป็นอันดับ 1 เช่นกันนะครับ ต่อวันนะครับก็คือ 25,000 กว่าคน บราซิลรองลงมาครับ หมื่นกับอีกหกร้อยเศษ ๆ ครับ แล้วก็รัสเซีย 10,500 กว่านะครับ 6,100 กว่า แล้วก็ฝรั่งเศษประมาณ 1,000 กว่า ที่เหลือเป็น อินเดีย สเปน ตุรกี และอียิปต์ มาดูเรื่องของการเสียชีวิตบ้างนะครับ สหรัฐอเมริกายังเป็นการนำในเรื่องของการเสียชีวิตต่อวัน เมื่อวานยังกว่าคนนะครับ สหราชอาณาจักรรองลงมาก็คือ 649 แล้วก็บราซิล 630 369 แล้วก็เบลเยียมอีก 323 กราฟอาจจะดูสลับไปสลับมานิดหน่อยนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วเราจะดูเฉพาะสีแดง เดี๋ยวจะปรับการพัฒนาในเรื่องการนำเสนอดีขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องของจำนวนผู้ป่วยสะสม ในกลุ่มของอาเซียนและเอเชียก็พบว่า อินเดียเป็นอันกับที่ 1 เลยนะครับ ยืนยันก็คือ 50,000 ปากีสถาน 24,000 สิงคโปร์ 20,000 แตะที่ 20,000 แล้วนะครับ อินโดนีเซีย 12,000 ของไทยนี่ไปอยู่ท้ายตารางก็ต้องชื่นชมกับคนไทยด้วยนะครับ นำเรียนว่าเมื่อวานนี้มีข่าวนักเรียนไทยที่ตกค้าง ที่ลาตินอเมริกานะครับ ก็มีการพูดคุยกันนะครับที่จะนำเขากลับมาถึงประเทศไทยก็พบว่าทางสถานเอกอัครราชทูตบัวโนสไอเรสก็เตรียมนักรียนไทยที่จะกลับมาจากอเจนตินา 52 คน อีก 2 คน ก็จะกลับมาถึงเมืองไทย วันที่ 20 นะครับ พฤษภาคมนะครับ โดยใช้เครื่องบินเหมาลำมายังประเทศบราซิล แล้วก็จะเดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์ไปยังเนเธอร์แลนด์ แล้วก็กลับมาประเทศไทยต่อ มีประเด็นก็คือสิ่งที่ทางประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ ปิดน่านฟ้าต่าง ๆ ของเขา ความต้องมีกระบวนการต่าง ๆ หลายอย่าง ซึ่งต้องขอขอบพระคุณ ทางกระทรวงการต่างประเทศ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายนะครับ ช่วยกันทำให้เขากลับมาครับผม ก็นี่คือประเด็นที่สรุปสถานการณ์โดยเร็ว ผมขออนุญาตไปสรุปในเรื่องของประเด็นที่ทางท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในตำแหน่งด้วย ท่านได้ประชุมเต็มคณะวันนี้ ซึ่งประกอบด้วยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ แล้วก็ปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ ศบค. นี้นะครับ ก็ได้เริ่มประชุม ตั้งแต่ 9.30 น. ของวันนี้นะครับ ผมเองในฐานะโฆษก ศบค. ขอนำเสนอสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้รับทราบ ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ. ศบค. ก็ได้กล่าวเกริ่นนำในที่ประชุมนะครับ แล้วมอบแนวทางการทำงานนะครับ ท่านได้กล่าวว่าขอให้ทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญ และดูแลช่วงระยะการเปลี่ยนผ่านในเฟสต่าง ๆ อย่างเข้มงวด รวมทั้งลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโควิดในภาคส่วนต่าง ๆ โดยท่าน ผอ. ได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ แล้วก็ทุกคนที่มีส่วนที่ทำให้เกิดความสำเร็จนี้ แล้วก็สถานการณ์ยังอยู่ ในเกณฑ์ที่น่าพอใจนะครับ แต่ก็ยังต้องดำเนินการในเชิงรุก พร้อมทั้งดูแลอย่างเข้มงวดนะครับ ทั้งนี้ในการเข้าออกต่างประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ ยังขอให้ควบคุมดูแลไม่ให้มีการนำเชื้อเข้าจากต่างประเทศ และต้องมีการทำเรื่องของ State Quarantine หรือ Local Quarantine ที่เรียกว่า สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ อันนี้มีความสำคัญ และมาตรการการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ระยะที่ 1 นั้นได้ดำเนินการมาอย่างเคร่งครัด และห้ามละเลย และขอให้ด้านสาธารณสุข ทั้งทหาร ตำรวจ ทั้งหลายนั่นนะครับให้ไปตรวจให้เป็นมาตรฐานและข้อกำหนด และดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด ในโอกาสนี้ท่าน ผอ. ศูนย์ก็ยังได้สั่งการให้ ศบค. พิจารณาในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการต่างประเทศ พร้อมขอให้รายงานถึงผลกระทบการผ่อนคลายสถานการณ์ ช่วยเหลือเยี่ยวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้ รวมทั้งข้อเสนอของผู้ประกอบการนะครับ รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ. ศบค. ก็ขอให้ศูนย์ช่วยเหลือทั้งหลายนี่นะครับ ช่วยเร่งดำเนินการและประชาสัมพันธ์ให้ทราบนะครับ แล้วก็เก็บตกผู้ที่ตกหล่นทั้งหลายนี่นะครับ ให้เข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยาด้วยนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกถึง และรวมถึงท่านก็ยังให้ดูแลถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานต่าง ๆ อย่างหนักนี่นะครับ ให้ได้รับเบี้ยเลี้ยงด้วยตามสิทธิของเขา นี่ก็คือสิ่งที่ท่านได้กล่าวถึง ครับ ต่อไปนั้นก็เป็นกรณีของการนำเสนอของท่านประธานศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ นำเสนอนโยบายทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้นำเสนอภาพของการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รายงานสถานการณ์ แล้วก็ซ้ำกับสิ่งอื่น ๆ ที่ท่านได้กล่าวถึง โดยสรุปท่านก็ได้พูดถึงเรื่องของในต่างประเทศนี่ ตอนนี้ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่องอยู่นะครับ พูดถึงภาพรวมของสถานการณ์นี่นะครับ แล้วก็สิ่งที่ผลกระทบ ก็คือมีคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศก็ยังกลับมา แล้วก็มีการติดเชื้อเข้ามาในประเทศนะครับ แล้วก็ประเทศต่าง ๆ ในต่างประเทศที่เคยมีการระบาด ดีขึ้นแล้วผ่อนปรนไป ปรากฏว่ามีการระบาดขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง นี่คือสถานการณ์ในประเทศก็เกิดขึ้นจากการรายงานของผู้ติดเชื้อ ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศนะครับ แล้วก็เป็นผู้ที่สัมผัสจากต่างประเทศ ปัจจัยที่ 2 ก็คือเป็นการเคลื่อนย้ายของประชากรนะครับ ก็มีชุดข้อมูลจากเรื่องของการเคลื่อนย้ายของประชากรจำได้ไหมครับ ที่เราเคยคุยกันว่า ช่วงปิดเมืองมีคนกรุงเทพมหานครออกไปต่างจังหวัด ก็ทำให้มีการติดเชื้อที่ต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ปริมณฑล แล้วก็ภูเก็ต ก็จะมีความกังวลในเรื่องของจำนวนของผู้ที่ติดเชื้ออยู่ในจังหวัดนะครับ ที่เรากังวลว่าพอออกไปข้างนอกจะมีการติดเชื้อด้วยไหม ก็คือปัจจัยภายในประเทศที่มีความสำคัญ คือการมั่วสุม ที่เรียกว่าการดื่มสุรา ที่เรามีการรายงานกันอยู่นะครับ แล้วก็ทำให้เกิดการมั่วสุม และทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นมา ก็เป็นข้อเสนอว่า ให้คงมาตรการในประเทศให้เข้มข้นและตรึงการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศให้ได้ ๒ ข้อนี้ ก็จะทำให้เรา ยังมีตัวเลขตัวเดียว หรือทำให้เรามีตัวเลขนี้ไปเรื่อย ๆ ตรงนี้ทางท่านนายกฯ ก็ได้มีข้อชี้แนะนะครับ ในฐานะ ผอ. ของ ศบค. เฉพาะของกิจการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของรถไฟฟ้านี่ ต้องมีการพูดถึงมาตรการต่าง ๆ ทั้งจำนวนบุคคลที่รออยู่ ความแออัด มาตรการในส่วนของส่วนของผู้ให้บริการเอง เช่นว่าถ้ารถเสียจะเกิดอะไรขึ้นจะทำอะไรอย่างไร ล่วงหน้าไหม การจะขายตั๋วให้เพียงพอ ให้พอเหมาะกับสิ่งที่ ในสถานการณ์นั้น ๆ นี่ ท่านก็ยังลงในรายละเอียด แล้วก็ยังพูดถึงว่างานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่ส่วนของ ศบค. อย่างเดียว ทั้ง 20 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ก็ให้ต้องมีการประชาสัมพันธ์ในภารกิจของแต่ละกระทรวงที่เชื่อมโยงตรงนี้ด้วยนะครับ สิ่งที่สำคัญที่สรุปในที่ประชุม ก็คือที่เห็นตรงกัน คือ 1. คือการเหลื่อมเวลาการทำงาน เพราะว่าในภาคราชการบางแห่งก็มีการรายงานว่า ให้เหลื่อมกันว่า 30 นาที อาจจะไม่พอ อาจจะต้องมีการเหลื่อมหลายช่วงเวลา อันนี้ให้ท่านวิษณุ เครืองาม ซึ่งควบคุมกำกับดูแลของทางสำนักงานข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ได้เข้าไปดูด้วยว่า จะมีการเหลื่อมมากขึ้นไหม เพราะการไปแออัดกันในสถานที่ที่เป็นก็เป็นเพราะว่า เรายังมีการทำงานกันอยู่ ซึ่งมันมีความจำเป็น แต่การเหลื่อมเวลานั้นช่วยได้ อันที่ 2 คือ work from home หรือการทำงานที่บ้าน ซึ่งเป็นนโยบายของทางท่านคณะรัฐมนตรีมาแล้วว่าจะให้เกิดขึ้นมากที่สุด 50 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านั้นก็ยิ่งจะดี ซึ่งอันนี้ก็มีการพูดคุยกันครับว่า จะเกิดมาตรการนี้ได้อย่างไร และมาตรการนี้สามารถที่จะช่วยลดการเคลื่อนย้ายของคนได้ด้วยนะครับ อันนี้ก็คงจะเข้ากันกับกระแสของยุค New Normal นะครับ 3. สถานศึกษา ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการเตรียมการที่จะขยายช่วงเวลาของการเปิดเรียนออกไป ยังมีการให้เทคโนโลยีเข้ามาในการเรียนการสอน ซึ่งตอนนี้ทั้งการใช้การสอนผ่านโทรทัศน์ดาวเทียม ออนไลน์นะครับ ก็คือเรื่องของการทดลอง ทดสอบในห้องปฏิบัติการอะไรทั้งหลายนี่ อันนี้เพื่อประสบการณ์ของเด็ก ก็มีการทดลองในรูปแบบต่าง ๆ ออกไป ยังพูดถึงกรณีที่เป็นกรณีของสื่อมวลชนที่พูดกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกิจกรรมที่อยู่ในสวนสาธารณะ วิ่งอะไรทั้งหลาย ต้องมีข้อสรุปว่าจริง ๆ แล้วเปิดขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนให้มีสุขภาพที่ดี แต่ว่าต้องไม่แพร่กระจายโรค เพราะฉะนั้นการเดินในสวนสาธารณะจะดีที่สุดนะครับ การวิ่งก็ต้องระมัดระวังที่บางท่านใส่หน้ากากผิดแบบไปนะครับ หรือแม้กระทั่งแบบกันน้ำนะครับ จะทำให้ท่านไม่สามารถหายใจได้เพียงพอในตอนวิ่ง ก็ไม่แนะนำ แล้วก็หลาย ๆ เรื่องก็เป็นความห่วงใยของที่ประชุม ก็ได้มีการพูดคุยกันนะครับ ในประเด็นที่ 2 ที่เกี่ยวโยงกันกับการรายงานดำเนินการมาตรการผ่อนปรนจากการปิดสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยนะครับ ได้นำเสนอในจำนวนต่าง ๆ ที่ท่านได้มีมาตรการออกไปนะครับ ก็ที่มีประเด็นสำคัญที่มีคำถามเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งก็มีประเด็นว่า ผู้ที่จำเป็นได้รับการดูแล ก็ได้รับผลกระทบด้านนี้ เพราะว่าการดูแลผู้สูงอายุมีทั้ง 2 ประเภท ก็คือประเภทที่นอนค้างคืนนะครับ ที่อยู่กันหลาย ๆ วันแล้วก็เป็นหน่วยงานทั้งของรัฐและของเอกชน ซึ่งมีจำนวนหนึ่งนะครับ กับอีกประเภทหนึ่ง คือ เป็นประเภทไป - กลับ ซึ่งประเภทที่ 1 ที่เรียกว่าติดเตียง ก็มีความจำเป็น เป็นอย่างมากที่ต้องได้รับการดูแล แต่ประเภทไปกลับนี่ละครับ จะขออนุญาตปิดไป เพราะว่าจะมีส่วนในการแพร่เชื้อได้ เพราะว่าคนที่พาไป พามาทั้งหลาย ประเภทของการนอนค้างคืนก็จะอยู่กับที่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ยังต้องมีการพูดคุยปรึกษากัน เพราะว่าข้อกำหนดที่เกิดขึ้นจากทาง ศบค. เป็นกฎที่จะออกมาทั้งประเทศในแต่ละส่วนของทางจังหวัดนั้น เรียกว่าต้องดำเนินการตามข้อกำหนดที่เป็นกฎหมายฉบับที่ใหญ่กว่า อย่างไรก็ตามแต่ครับ ตรงนี้ยังมีพ่วงประเด็นไปกับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น เรื่องของประเภทวัสดุก่อสร้าง ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ที่ตั้งเป็นเอกเทศ ประกันภัยในห้าง ซึ่งจะโยงไปกับตอนนี้มีเรื่องของทางด้านภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เป็นพายุฤดูร้อนที่เข้ามาทั้งหลาย ชาวบ้านก็จำเป็นที่จะต้องไปซื้อวัสดุอุปกรณ์มาซ่อมแซมบ้านทั้งหลาย ทั้ง 2 - 3 ประเด็นนี้นะครับ ทางข้อสรุปของที่ประชุมก็เห็นชอบในระดับหนึ่ง แต่ว่าในเชิงของทางด้านกฎหมายก็คงจะต้องให้ทางด้านท่านรองฯ วิษณุ เครืองาม ไปดูในเรื่องข้อกฏหมายในเรื่องที่ผ่อนปรนจากกรณีที่ต้องปิด ก็ต้องค่อย ๆ ดูว่า ส่วนไหนที่ไม่ขัดกับกฎหมายใด ๆ แต่ว่าก็คงต้องให้ทางด้านกระทรวงมหาดไทยได้เป็นผู้ที่จะลงในรายละเอียดต่อไปนะครับ ในสรุปของที่ประชุมก็ยังเป็นประเด็นประมาณนี้ครับ แล้วก็มีเรื่องของคนถามมาเยอะ เรื่องของการมีช่วงระยะเวลา อันนี้ประทานโทษครับ ผมขออนุญาตก่อนไปว่า จากทาง สมช. ของท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาตินะครับ ได้เป็นผู้ที่เสนอตรงนี้มา แล้วก็ได้พูดถึง timeline มีคนถามถึงระยะที่ 2 นะครับ อันนี้สีขาวแล้วนะครับ ที่เราเคยไปคุ้นชินกันสีเขียวนี่จะเกิดขึ้นเมื่อไร ก็ขออนุญาตได้แจ้งให้ทราบไว้ในประเด็นตรงนี้ ซึ่งอาจจะเป็นชุดข้อมูลตารางเวลาคร่าว ๆ เพื่อท่านจะได้มีโอกาส ได้เตรียมการ ช่วง 8-12 นี้นะครับ ก็จะเป็นช่วงของการฟัง 8-12 พฤษภาคมนี่นะครับ จะเป็นช่วงของการรับฟังความคิดเห็นว่า เราประกาศมาตรการมาตั้งแต่วันที่ 3 อย่างที่ว่า เพราะฉะนั้นเราจะดูชุดข้อมูลที่จะนำเข้ามา ทั้งเชิงสถิติ ทั้งเชิงสถานการณ์ แล้วก็ในความคิดเห็นต่าง ๆ แล้วก็ในวันที่ 13 พฤษภาคม จะมีการซักซ้อมความเข้าใจนะครับ แล้ววันที่ 14 พฤษภาคม จะเป็นมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 และนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่มีตัวเลขอะไร ทะลุไปมากมายขนาดนี้ 17 พฤษภาคม ก็จะเป็นการเริ่มออกของมาตรการของระยะที่ 2 มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ไปนะครับ อันนี้ก็จะเป็นข่าวดีที่เราต้องไปด้วยกัน กว่าจะถึงในวันที่ 17 นี้ ทุกท่านต้องช่วยกัน วันนี้ วันที่ 7 ถ้าท่านทำกันอย่างดี ๆ วันที่ 17 คืออีก 10 วันข้างหน้า เราก็จะเข้าสู่มาตรการระยะ 2 ได้ ระยะ 2 ก็จะเป็นกิจการขนาดใหญ่ได้ คนเข้าไปพลุกพล่านมากขึ้น กิจการขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเรา เปิดแล้ว ไม่ทำให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากมายอย่างที่เราไม่ต้องการให้เกิด นี่ระยะที่ 2 ก็จะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับทุก ๆ ท่านนะครับ ทั้งประชาชนผู้ใช้บริการต้องขอความร่วมมือนะครับ มาดูเรื่องของการดำเนินการในมาตรการผ่อนปรนของในช่วงของระยะที่ 2 ประทานโทษครับ ระยะที่ 1 ที่เกิดขึ้น เมื่อสักครู่นี้ประเมินในภาพของทางด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติในภาพใหญ่ อันนี้มาในเรื่องของทางด้านกระทรวงสาธารณสุขที่มีประเด็นในการเสนอกับทางท่าน ผอ. ศูนย์ กับที่ประชุมก็คือ การตรวจเพื่อเฝ้าระวัง และค้นหาในกลุ่มประชากรกลุ่มเสี่ยง หรือสถานที่เสี่ยงนะครับ ในเนื้อหาก็คือว่า ในประเด็นที่ทางการต้องพัฒนา ก็คือการตรวจหาประชากรเสี่ยงให้เยอะที่สุด ก็คือการตรวจจากสารคัดหลั่งที่อยู่ในโพรงจมูกนี่ละครับ มีตั้งข้อคำถามว่า ตรวจน้อยเกินไปหรือเปล่า ทางท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคนะครับ ก็ได้เสนอว่า เป้าหมายจะต้องตรวจให้ได้โดยประมาณการ สักประมาณ 6,000 ราย ต่อ 1,000,000 ประชากรนะครับ ก็ไม่มากไม่น้อยนะครับ ก็อยู่กลาง ๆ ประเทศที่เขาพัฒนาแล้วมาก ๆ ตรวจเยอะ ๆ อย่างทางด้านสหรัฐอเมริกาก็อาจจะเป็นหมื่น แต่ของเราเอาแค่ 6,000 ราย ก็ถือว่าอยู่ในกลาง ๆ ของในระดับโรค ซึ่งถ้าคิดคำนวนออกมาแล้วก็ประมาณสัก 400,000 ราย เพราะฉะนั้น 400,000 ราย จำได้ไหมครับ ผมรายงานอยู่บ่อย ๆ ตรวจไปแล้ว 130,000 เหลือประมาณสัก 170,000 ถึงจะเข้าเป้าหมายที่เราวางไว้ แล้วเอา 170,000 กว่าคนนี้ล่ะครับ เอามาแบ่งกันนะครับ ตอนนี้เราขยายเกณฑ์การตรวจที่มีอาการเจ็บป่วยที่เมื่อวานนี้ผมบอกว่ามีไข้บ้าง ไม่มีไข้ก็ได้นะครับ มีอาการคล้าย ๆ ไข้หวัด หรือแม้กระทั่งตอนนี้ปล่อยให้เบาไปกว่านี้ ก็คือจมูกไม่ค่อยได้กลิ่น อย่างนี้มาเลย กลุ่มนี้คือกลุ่มที่มีการเจ็บป่วยนี่เอามาตรวจ คาดว่ามีกว่าคน แล้วก็แบ่งใน 170,000 มาอีก 75,000 ไปหาในประชากรกลุ่มเสี่ยงนะครับ ที่บอกว่าประชากรกลุ่มเสี่ยงมีใครบ้าง บุคลากรทางการแพทย์นะครับ ผู้ต้องขังแรกรับ ผู้ต้องกักที่เราบอกกันไปนะครับ พวกแรงงานที่เข้ามาในเมืองไทยผิดกฎหมาย คนขับรถสาธารณะนะครับ พนักงานไปรษณีย์ พนักงานส่งของ แรงงานต่าวด้าว อาชีพเสี่ยงต่าง ๆ กลุ่มพวกนี้หามาให้ได้ประมาณสัก 85,000 เราจะได้กวาดเอาคนที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบของการรักษา เพื่อจะได้มั่นใจได้ด้วย แล้วก็โจทย์ได้ด้วย เราตรวจกัน 4 แสนกว่าคนทั้งประเทศ ในช่วงเวลานี้ คือเป็นการเก็บรายละเอียดของแต่ละกลุ่มย่อย ๆ อย่างที่บอกว่าจะหว่านแห ปูพรม แต่ทฤษฎีตรงนี้ที่เราทำกันมาได้ผล และเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะใช้เงิน งบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างถูกต้อง นี่คือสิ่งที่ทางท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคได้เสนอขึ้นมาในที่ประชุมนะครับ ก็รับหลักการแล้วก็ไปดำเนินการไป ส่วนในกรณีของทางกระทรวงมหาดไทยที่มีมาตรการในการที่จะดูแลสถานบริการต่าง ๆ นะครับ ก็ได้รายงานนะครับว่า ได้ปิดสถานที่ที่เป็นตามมาตรการของสถานการณ์ฉุกเฉินไปประมาณ 46,458 แห่งนะครับ แล้วก็เปิดสถานที่ตามมาตรการผ่อนปรนไปประมาณ 148,180 แห่งนะครับ ในรายละเอียดต่าง ๆ นี้ ทางกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้นำเสนอนะครับ การกระทำการดำเนินการในช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ ก็ยังมีทางกรุงเทพมหานคร ก็ได้แจ้งด้วยนะครับว่า ก็ได้จัดทีม จัดชุดตรวจออกไป ซึ่งประกอบไปด้วยฝ่ายของทาง กทม.เอง ฝ่ายของเทศกิจ ของทางทหาร ของทางตำรวจแล้วรวมถึงทางด้านสาธารณสุขนะครับ ก็ตรวจไปก็พบว่า มีประมาณสัก 3,000 กว่าแห่ง ในการที่เป็นกิจการ กิจกรรม มีความผิด แล้วก็ได้ตักเตือนไปนะครับ แล้วส่วนของทางด้านรถไฟฟ้านะครับ ก็ได้แจ้งไปนะครับ เรื่องที่มีปัญหา ก็ต้องให้มีการหยุดขายตั๋วในช่วงเวลาที่แออัดมาก ๆ มีกรณีของรถไฟฟ้าไม่สามารถที่จะเข้ามาทดแทน อันเนื่องมาจากการต้องซ่อม ต้องอะไรทั้งหลายนี่ครับ ต้องมีที่พักคอย ต้องจัดพื้นที่ไม่ให้แออัดนะครับ เพื่อเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่นะครับ ตรงนี้ก็โดยสรุปนะครับ ก็ท่านนายกฯ ก็ได้มีการสั่งการนะครับ พูดถึงการเดินทางของคนในกรุงเทพมหานครก็มีจำนวนมากทีเดียวนะครับ โดยสรุปต้องให้มีการรายงานนะครับ นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจรายงานการทำงาน Work From Home นะครับ เกิดขึ้นอย่างไร และการเหลื่อมเวลาการทำงานขึ้นมา ซึ่งต้องมีระบบ เพราะว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติไปแล้วเรื่องของ Work From Home ตรงนี้ต้องเน้นย้ำว่า ตอนนี้ต้องเริ่มรายงานตรงนี้ขึ้นมา เพื่อให้มาตรการของการเดินทางการเคลื่อนย้ายของคนนี้ เป็นไปตามนโยบายของทางท่านคณะรัฐมนตรีออกมา ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นที่ 5 ก็เป็นประเด็นของทางกระทรวงการต่างประเทศนะครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีฯ ได้มารายงานเรื่องของคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งก็มีประเด็นที่น่าสนใจนะครับ มีหลักเกณฑ์ครับว่า ใครจะกลับเข้ามาก่อนหลังอะไรอย่างไร เพราะมีจำนวนพอสมควรที่อยากจะกลับมายังประเทศไทยนะครับ เกณฑ์มีอยู่ 2 เกณฑ์ใหญ่ ๆ นะครับ เกณฑ์ที่ 1 เป็นกลุ่มเปราะบางนะครับ มีใครบ้างครับ 1. คือ ผู้ป่วยนะครับ เป็นคนป่วย 2. คือ คนที่ตกค้างจากสนามบินต่าง ๆ 3. คือบุคคลที่วีซ่าหมดอายุ 4. คือนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง 4 กลุ่มเปราะบางนี่นะครับ 4 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเปราะบางที่กลับมายังประเทศไทยก่อน อีกกลุ่มหนึ่งอันนี้เป็นกลุ่มด่วนที่สุดนะครับ กลุ่มที่ 2 คือ ด่วนมาก ก็เป็นกลุ่มพระสงฆ์ ซึ่งไปธุดงค์หรือไปปฏิบัติธรรมในต่างประเทศนะครับ กลุ่มนักเรียน นักศึกษานะครับ ที่ไปมีไปเรียนมาแล้วก็ต้องได้กลับมานะครับ และกลุ่มที่ ๓ คือคนตกงานแล้วก็ตอนนี้ ก็เหมือนกันกับในหลายประเทศที่การจ้างงานเขาลดน้อยลง ตกงานก็ต้องเข้ามา อันนี้ก็นำเรียนว่า ตอนนี้กระบวนการของการนำคนไทยเข้ามาก็ได้รับคำชื่นชมนะครับ ก็ช่วยเหลือกันทุก ๆ ส่วน ทุก ๆ ฝ่าย เป็นรายวันที่ผมต้องเข้ามานำเสนอ วันนี้ผมต้องขออภัยนะครับ เพราะว่ามีเนื้อหาที่มากมาย วันพรุ่งนี้ผมจะนำรายละเอียดมารายงานต่อ ได้รายงานกันเป็นสัปดาห์ ๆ กันไปแล้วนะครับ มีข้อสรุปสุดท้ายนะครับ ที่ประชุมได้แจ้งขึ้นมาว่า มีข้อเสนอขึ้นมา ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีข้อสรุปอีกประมาณสัก 2-3 ข้อนะครับ ก็คือเรื่องของการต่างประเทศนะครับ มีความสำคัญอันดีของระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญ ท่านก็หยิบยกขึ้นมานะครับ ตอนนี้สถานการณ์ของการติดเชื้อของสถานการณ์แต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป อย่างที่ประเทศจีนเขาควบคุมได้ เป็นเลขหลักหน่วยมาอย่างนี้ ประเทศเกาหลีใต้ที่เรารายงานบ่อย ๆ ก็เป็นตัวเลขหนักหน่วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เสนอขึ้นมาว่า น่าจะมีการปรับนะครับ ในเรื่องของการประกาศรายชื่อ และถอนประเทศบางประเทศออกไป เพื่อให้มีเรื่องของการที่จะได้ทำงาน หรือมีความสัมพันธ์ในเรื่องของเศรษฐกิจสังคมที่ดีไปด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมก็เห็นชอบ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ก็คงจะต้องนำไปสู่การดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นตามขั้นตอนไป ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ก็พึ่งพาการเดินทางอะไรต่าง ๆ ซึ่งจะต้องระมัดระวังด้วย เพราะว่า ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเข้าประเทศได้ทันที ต้องมีมาตรการจัดการต่าง ๆ อยู่ ซึ่งอันนี้ยังการคุยในที่ประชุมกันต่อ ท่านนายกรัฐมนตรียังเติม ในฐานะท่านเป็น ผอ. ศูนย์ ก็ยังพูดถึงเรื่องของการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศอาเซียน ซึ่งการประชุมครั้งที่แล้ว ได้มีการพูดคุยกันว่า น่าจะมีการลงทุนทางด้านวัคซีนนะครับ หรือการทำงานร่วมกัน เพื่อศึกษาเรื่องของ COVID-19 ไปด้วยกัน ซึ่งถ้ามีประเทศที่มีศักยภาพทำงานร่วมกัน เรื่องของวัคซีนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน ใครที่ผลิตขึ้นมาก่อนนะครับ หรือมีโอกาสได้ใช้ก่อน ก็จะต้องเกิดขึ้นในกระบวนการผลประโยชน์ร่วมกันทางด้านสาธารณสุข อันนี้เป็นความสำคัญทีเดียว ท่านก็ให้แนวทางนโยบายมา ซึ่งในทางเชิงปฏิบัติแต่ละกระทรวง ก็จะได้รับมอบกันไปนะครับ แล้วก็ยังพูดถึงในข้อถัดไปนะครับ มาตรการการผ่อนผันให้มีแรงงานที่มีความสามารถนี่เข้ามาได้ ซึ่งตอนนี้ที่เรียกว่าอาจจะให้เป็น Smart Visa ซึ่งอันนี้เรื่องของการเคลื่อนย้ายหรือคนที่เก่ง ๆ อยากจะกลับมาจากต่างประเทศอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ก็จะได้มีบุคลากรที่ดี ๆ เข้ามาทำงาน อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถัดมาอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องของการติดตั้งเทสแล็บหรือการพัฒนาชุดอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์นะครับ ท่านก็ได้กล่าวถึงเรื่องของการทำในชุด PPE Personal Protective Equipment ขาดตลาดกันไปทั่วโลกนะครับ ถ้าเราสามารถทำได้ แล้วออกมาเป็นในเชิงการมีมาตรฐานที่ทดสอบได้ อันนี้เราต้องส่งไปยังต่างประเทศเพื่อทดสอบ ถ้ามีระดับการทดสอบอยู่ในประเทศไทยก็จะดี ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเยียวยา ผู้ที่มีผลกระทบต่อทางด้านเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะเรื่องของนักธุรกิจ การกู้เงินซอฟต์โลนนะครับ ที่ยังคงมีประเด็นกันอยู่ตรงนี้นะครับ ก็ให้แก้ปัญหา มอบให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าถึงนะครับ ทั้งในเรื่องของการค้ำประกันนะครับ ทั้งในเรื่องของสินค้าบางประเภทที่อาจมีข้อ เช่น อัญมณีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ให้ได้มีโอกาสที่จะเข้าถึงให้ได้แล้วก็สุดท้าย ก็ท่านก็ได้พูดถึงเรื่องของการฟื้นฟู ซึ่งเป็นความสำคัญที่สุดที่อาจจะต้องมองไปทุกช็อตนั้นแล้วว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีผลกระทบทางมันเกิดขึ้นจากทางด้านประเด็นทางสาธารณสุข และไปเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสังคม เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องฟื้นฟู ท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. ในฐานะนายกรัฐมนตรี บอกว่าตอนนี้ก็ได้รับแผนมาแล้ว จาก 20 ผู้นำทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ก็เห็นว่าหลาย ๆ เรื่อง สามารถที่จะลงไปถึงระดับของพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศได้ ซึ่งท่านก็บอกว่า ต้องใช้แนวทางต่าง ๆ เหล่านี้ประกอบกันกับทางภาครัฐ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและฟื้นฟูกันได้ อันนี้เป็นข้อสรุปที่เกิดขึ้นจากวันนี้ จากการประชุมชุดใหญ่ ก็เป็นแนวทางที่ดี แล้วเราก็จะมีอย่างนี้มาเรื่อย ๆ ติดตามมาให้ท่านผู้ชมได้รับทราบนะครับผม มีข้อคำถามอะไรในวันนี้ไหมครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับประเด็นคำถามเหล่านี้ ฝากมาจากทางด้านสื่อมวลชนหลายสำนักนะครับ ขอเริ่มจากคำถามจากช่อง 9 และช่อง 7 ครับ ถามว่าหลังจากสถานการณ์อย่างต่อเนื่องมีโอกาสที่จะผ่อนคลายแล้วก็เปิดห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ประมาณช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้จริงหรือไม่ แล้วถ้าเกิดมีการเปิดจริงนี่ จะต้องมีมาตรการมีเรื่องการเน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) แน่นอนครับ ถ้าดีได้เปิดแน่นอน ทุก ๆ คนอยากจะกลับไปสู่ภาวะปกติของการใช้ชีวิตที่เราจะได้มีการเคลื่อนไหวทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมเหมือนเดิมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ตอนนี้ ไทม์ไลน์หรือช่วงระยะเวลาของการดำเนินการไป อย่างที่บอกนะครับ ตั้งแต่ ๘ - ๑๒ 13 ซักซ้อมความเข้าใจ 14 ยกร่างมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 และ 17 เริ่มต้นมาตรการระยะที่ 2 อันนี้ผมก็ว่าในธุรกิจทั้งหลาย ถ้าท่านมีความมั่นใจ ถ้าท่านมีมาตรการที่ดี อันนี้ผมก็ไม่ได้ลงเฉพาะเจาะจงนะครับ เรื่องของทางห้างสรรพสินค้าอะไรหรือเปล่า อาจจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวโยง แล้วก็ท่านเองมีความคิดว่า จะมีมาตรการที่ดีนะครับ ต้องเป็นผู้ที่คิดด้วย แล้วก็อาจจะรวมกลุ่มกันที่เราเห็นภาพชัดเจน เป็นเรื่องของสมาคม องค์กรรวมกัน แล้วก็จัดการทำกันมา แล้วมีมาตรการการตรวจสอบด้วยซึ่งกันและกันนี่ ผมคิดว่าเราจะได้ทำงานด้วยกันโดยเร็วขึ้น ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เป็นหลักการอย่างนี้อยู่ ก็อยากจะเห็นภาพความเป็น เรียกอะไรครับ ความเป็นไปได้ ที่คุณอยากเห็น ผมก็อยากเห็น แต่ไม่ได้ขึ้นของภาคกิจการอย่างเดียว ไม่ได้ขึ้นกับภาครัฐอย่างเดียว แต่ภาคของประชาสังคม ประชาชนทั้งหายจะต้องช่วยกันด้วย ท่านเองก็จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ทำอย่างไร ประชาชนถึงจะร่วมมือกันท่าน ออกกฎนี้มา แล้วถ้าเขาไม่ร่วมมือ ท่านจะมีมาตรการอะไร อย่างไร แต่ขณะเดียวกันผมก็ต้องพูดกับภาคประชาชนด้วยครับ ถ้าท่านอยากจะมีพื้นที่ในการไปเดินผ่อนคลาย หรือไปดูสิ่งของสวยงาม ๆ ที่เราอยากจะกลับไปดูเหมือนเดิม ท่านจะต้องทำวันนี้ให้ดี วันนี้วันที่ 7 นะครับ ตามมาตรการนี่ วันที่ 17 จะเริ่มระยะที่ 2 อย่างที่ผมเน้นย้ำ ท่านต้องทำวันนี้ให้ดี วันที่ 17 นั้น คือ 10 วันข้างหน้า เชื้อก็ยังเป็นตัวเลขหลักเดียว แล้วเราก็ไปอีกหลายที่ครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับคำถามต่อไป ฝากคำถามเพิ่มเติมมาจากทางช่อง 9 นะครับ ขอสอบถามเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ทหารเรือที่มีการติด COVID-19 ตกลงมีการติดโควิดหรือไม่ ขออนุญาตสอบถามให้ ศบค. มีการชี้แจงครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) หมายถึงที่ไหนนะครับที่ติด (คุณสุภนันท์) ทหารเรือครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) เดี๋ยวอย่างไรในรายละเอียด ผมยังไม่ได้รับรายงานจากตรงนี้นะครับ เช้านี้ยังอยู่ตรงนี้อยู่นะครับ เดี๋ยวขอส่งคำถามนี้กลับไปที่กระทรวงสาธารณสุขที่จะได้หาข้อมูลต่อให้อีกทีนะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับคำถามต่อไปมาจากทางช่อง 7 บอกว่าตอนี้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา รัสเซีย เริ่มเปิดประเทศ แล้วก็มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้ว ประเทศเหล่านั้นเองอาจจะยังมีการแพร่ระบาดสูง แล้วถ้าเกิดประเทศเหล่านั้น เริ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ต้องมีการติดต่อ ต้องมีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยนี่ จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร และทาง ศบค. มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็อย่างที่พูดคุยกันไปเมื่อสักครู๋ 2 ประเทศนี้ไม่ได้อยู่ในลิสต์รายชื่อนะครับ แต่ในขณะเดียวกันเราเองก็ยังไม่ได้กล่าวถึงการทำการค้ากับทาง 2 ประเทศนี้ แต่ว่ากล่าวถึงทางจีนกับทางเกาหลีใต้นะครับ ซึ่งมีประกาศรายชื่อกันไป ซึ่งอย่างไรก็ตามแต่จะอยู่ในรายชื่อ ไม่อยู่ในรายชื่อ เรามีมาตรการในการควบคุมป้องกันตั้งแต่การบินลงมานะครับ การที่ผมเคยใช้คำว่า แย้มน่านฟ้า ไม่ได้ปิดน่านฟ้า เราแย้มน่านฟ้าให้ลงได้ ต้องมีการขออนุญาต ต้องมีใบเขาเรียกว่า Fit to Fly อย่างที่เราเคยพูดนะครับ ใบรับรองแพทย์นะครับ ต้องมีการลงทะเบียนก่อน หลายประการ จะมีชื่อ ไม่มีชื่อนะครับ ยิ่งถ้ามีการติดเชื้อรุนแรงในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นการเข้มงวดในระบบของระบบของการตรวจคนเข้าเมืองนี่มีความสำคัญยิ่งกว่าการประกาศต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเป็นระบบที่เราใช้อยู่ ณ ตอนนี้นะครับ ยังคงตรึงไว้อยู่อย่างที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอในที่ประชุมนะครับว่า ตอนนี้สาเหตุของการติดเชื้อในประเทศมาจากการนำเข้าทั้งสิ้นครับ เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วงครับ นี่คือสิ่งที่เรามองเห็นว่าเป็นประเด็น เพราะฉะนั้นถ้ายังไม่ดีเพียงพอ ไม่นำเข้าแน่นอนนะครับ ขอยืนยันตรงนั้นนะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมแล้วนะครับ คุณหมอมีอะไร ฝากผู้ชมที่กำลังติดตามการแถลงข่าวอยู่นิดหนึ่งครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็อยากจะนำเรียนพี่น้องประชาชนครับ ในการทำงานของทาง ศบค. โดยนำโดยท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. แล้วก็ได้มีการดำเนินงานตอนนี้ก็มีภาพของการทำงานแบบวงกว้างนะครับ นำเอาในทุกภาคส่วนทั้งภาคประจำของทางข้าราชการ นะครับ แล้วก็ยังมีภาคของทางด้านคณะผู้บริหาร ทางด้านฝ่ายการเมืองก็เข้ามาด้วย แล้วก็ยังนำเอาเรื่องของทางด้านภาคของธุรกิจนะครับ 20 นักธุรกิจที่เป็นผู้นำทั้งประเทศไทย และระดับโลกก็มาช่วยกันด้วย แลยังรวมถึงเรื่องของคณะที่ปรึกษา ที่เป็นคณะทางด้านวิชาการที่มีความรู้สูงมาก ที่มีความสามารถมาประกอบกัน เราผ่านตรงนี้กันมาได้ด้วยทีมไทยแลนด์ ที่ท่านนายกฯ ได้พูดนะครับ ในฐานะ ท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. ซึ่งต้องภูมิใจในความเป็นไทยของเรา ซึ่งเรามีคนที่เก่งกล้าสามารถหลากหลายท่าน เรายังต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา ทุกภาคส่วนมีความสำคัญทั้งสิ้น แต่สำคัญที่สุดแล้วท่านนายกฯ ในฐานะ ท่าน ผอ. ศูนย์ ศบค. ก็ขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ถึงแม้จะมีคนเก่งมากมายก่ายกองนะครับ แต่ว่าความร่วมมือเกิดขึ้นได้จากประชาชนเท่านั้นครับ ปัจจัยของความสำเร็จที่สูงที่สุด ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 ระหว่างรอทีมงานของเราทำความสะอาดโพเดียมและไมโครโฟนนะครับ ท่านที่จะมาร่วมแถลงข่าวท่านต่อไปนะครับ สำหรับวันนี้พบผู้แถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ 3 ราย อยู่ใน2 ราย แล้วก็เกิดจากการ Active Case Finding 1 ราย ทำให้ตอนนี้ตัวเลขยืนยันผู้ป่วยสะสมอยู่ในประเทศไทย 2,992 รายนะครับ ลำดับต่อไปนะครับจะเป็นภาพรวมนะครับ สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด - 19 จากกระทรวงการคลัง ที่มีการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com รายละเอียดทั้งหมดเป็นอย่างไร ขออนุญาตเรียนเชิญท่านลวรณ แสงสนิท นะครับ ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังครับ เรียนเชิญครับ (คุณลวรณ) วันนี้กระทรวงการคลังนะครับ ขออนุญาตมาสรุปความคืบหน้าของโครงการเราไม่ทิ้งกัน มาตรการ 5,000 บาท ซึ่งถ้าทำได้คือเราลงทะเบียนกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมนะครับ แล้วก็ผ่านมา 1 เดือนเศษ ๆ นี่ มากพอสมควรครับ ผมขออนุญาตสรุปจากตัวเลขผู้ที่ลงทะเบียนทั้งหมดนะครับ วันนี้เรามียอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 28 ล้าน 8 แสนคน ทีนี้ถ้าเกิดเรามาหักจำนวนการลงทะเบียนซ้ำนะครับ 4,800,000 คน ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จไม่ผ่านนะครับ ข้อมูลของพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียน ได้ถูกนำมาเข้าสู่ระบบกระบวนการคัดกรองครับ ผู้ที่ผ่านเกณฑ์รอบแรกเลยมีจำนวน 4,400,000 คนนะครับ ในกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ขอข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนใหญ่ได้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว แล้วก็มีการพิจารณาผ่านเกณฑ์ไปแล้ว กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ มีทั้งหมด 10,400,000 คน แต่ 10,400,000 คน นี้ สามารถยื่นทบทวนสิทธิ จำนวน 5,600,000 คน ในจำนวน 5,600,000 ได้พิจารณาผ่านเกณฑ์ไปแล้ว ผู้ที่ขอทบทวนสิทธินี้ จะมีผู้พิทักษ์สิทธิจะลงไปเจอท่านนะครับ ตามสถานที่ที่ท่านได้แจ้งเอาไว้ วันนี้เราทำงานทุกวันนะครับ ไม่ได้มีวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ พยายามจะขอไปพบเจอกับท่าน สำหรับท่าน วันนี้มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์ 3.8 ล้านคน เมื่อเรารวมตัวเลขที่ผ่านเกณฑ์ ในเบื้องต้นนะครับ ผู้ที่ผ่านเกณฑ์จากรอบแรก และผู้ที่ผ่านเกณฑ์จากกระบวนการ ขอทบทวนสิทธิวันนี้ข้อมูลล่าสุดนะครับ เรามีผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งสิ้น 13 ล้าน 4 แสนคน ซึ่ง 13,400,000 คนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ครับ 11 ล้านคน จะมีการโอนเงินให้กับท่าน เสร็จสิ้นในวันที่ 8 คือวันพรุ่งนี้นะครับ 11 ล้านคน ส่วนที่เหลือ 2,400,000 จะมีการโอนเงินให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้พี่น้องส่วนใหญ่สบายใจได้นะครับว่า 13,400,000 ผ่านเกณฑ์แล้ว และท่านสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่า ท่านเป็นส่วนนั้นหรือไม่ ที่เว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน.com ไปที่ปุ่มสีเทานะครับ ที่เขียนว่า ตรวจสอบสถานะ ที่เป็นปัจจุบันทันที อันนี้ขอนำเรียนว่า ไม่จำเป็นต้องรอ SMS มายืนยันว่า ท่านผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ เราไม่ทิ้งกัน ในช่องตรวจสอบสถานะปุ่มสีเทา นะครับ ทีนี้ครับ ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ได้เปิดช่องทางในการรับข้อร้องเรียน ที่ผ่านทาง Call Center ต่าง ๆ นี่ มีข้อร้องเรียนที่เป็นข้อร้องเรียนสำคัญนะครับ ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้อง ข้อติดขัดบางประการกับมาตรการเยียวยา 5,000 บาท ผมขออนุญาตสรุปอย่างนี้ครับว่า ส่วนแรกเลย เป็นชื่อบัญชีที่ไม่ตรง คือใน 13 ล้าน 4 แสนคน จะมีความพยายามโอนเงินเข้าบัญชีที่ท่านลงทะเบียนไว้ แต่ว่ามีหลายท่านครับ ที่แจ้งบัญชีเอาไว้นี่ ไม่สามารถโอนเงินเข้าไปได้นะครับ ท่านก็จะได้รับการแจ้งข้อความว่า ขอให้ท่านมาเปลี่ยนข้อมูลในช่องทางการรับเงิน ทีนี้หลาย ๆ ท่านก็ได้เข้ามาแก้ไขแล้ว แล้วก็ได้รับข้อความว่า เราอยู่ระหว่างการตรวจสอบวิธีการใช้การรับเงินของท่านนี่นะครับ เงิน 5,000 บาท ยังเป็นของท่านอยู่ทุกเดือน เราพยายามจะโอนเงินให้ท่านให้ได้นะครับ ถ้าท่านที่แก้ไขในบัญชี 1 ครั้ง สำเร็จ บัญชีถูกต้อง เงินก็จะโอนเข้าในบัญชีของท่านที่ท่านได้แก้ไขนี่ในรอบต่อไปของการโอนเงินนะครับ โอนเงินจะมีทุกวัน มีกรณีหลายกรณีที่ท่านแก้ไขบัญชี ครั้งที่ 1 แล้วก็ไม่สำเร็จ แล้วได้แก้ไขครั้งที่ 2 3 4 พยายามจะแก้ไข อันนี้จะประสบปัญหาอย่างนี้ครับ ท่านจะได้รับข้อความว่า ไม่สามารถทำรายการต่อได้ หรือไม่อย่างไรนะครับ ทีนี้ผมขออนุญาตแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดในกรณีนี้ ขอให้ท่านไปสมัครพร้อมเพย์ เป็นพร้อมพ์เพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน อันนี้เพื่อให้การโอนเงินถูกต้อง ถูกตัวของท่านจริง ๆ นะครับ แล้วท่านไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกครับ ผูกกับบัตรประชาชนเท่านั้น ถ้าท่านผ่านเกณฑ์ในการคัดกรอง ระบบจะโอนเงินเข้าพร้อมเพย์ให้ท่าน ก็ตามระบบจะมีการโอนเงิน พยายามโอนเงินให้ท่านทุก ๆ สัปดาห์นะครับ ว่าบัญชีที่ท่านแก้ไขนี่ถูกต้องหรือยัง พยายามที่จะโอนเงินให้ วิธีนี้จะสะดวกที่สุด ระบบจะเจอตัวท่านได้ง่าย และเงินจะถึงท่านได้เร็วที่สุดนะครับ อันนั้นคือปัญหาที่ได้รับการร้องเรียน ปัญหาหนึ่ง แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่งครับ ที่มีข้อร้องเรียนเข้ามาเยอะนะครับ ก็คือการที่ท่านที่ไม่สามารถเรียกว่า ลงทะเบียนไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง อันนี้จะมีข้อร้องเรียนเข้ามาเยอะนะครับ ถ้าท่านได้รับ SMS ในลักษณะนี้ ท่านจะอยู่ในกลุ่มของคนที่ ถ้าท่านกลับไปดูตารางที่เรามีการแยกแยะกลุ่มลงทะเบียนในรูปที่ 1 นะครับ อันนี้จะหมายถึงว่า ท่านจะอยู่ในกลุ่มสีเหลืองด้านบนขวา 1.7 ล้าน คน ที่ลงทะเบียนไม่ผ่าน ท่างยังไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองของเราเลย แต่เพื่อความสบายใจของท่านนะครับ ตอนนี้กระทรวงการคลังได้รับทราบปัญหาตรงนี้แล้วนะครับ แล้วก็จะกลับไปพิจารณากับ 1.7 ล้านรายของท่านอย่างไร จะมีมาตรการดูแล มาตรการเยียวยา ที่เหมาะสม เพื่อออกมารับจำนวน 1.7 ล้านคน ตรงนี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตสรุปความคืบหน้าทั้งหมดของมาตรการเราไม่ทิ้งกันนะครับ การเยียวยา 5,000 บาทครับ (คุณสุภนันท์) ครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้จะมีรายใหม่เข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมแล้ว (คุณลวรณ) ถูกต้องครับ การลงทะเบียนสิ้นสุดไปแล้ว มีผู้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด เราพยายามจะคัดกรองออกมาเร็วที่สุด ให้ได้ผลออกมามากที่สุด เร็วที่สุด ตอนนี้ 13.4 ล้านคนนี่เป็นยอดที่เรามาปลายทางแล้วครับ (คุณสุภนันท์) เพราะฉะนั้นจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิ13.4 นอกจากนี้ก็จะอยู่ระหว่างทบทวนสิทธิ์ ก็มีทางเจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่ไปตรวจสอบสิทธิใช่ไหมครับ (คุณลวรณ) ถูกต้องครับ ตัวเลข 13.4 ล้านคนนะครับ แต่ว่าตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน เปลี่ยนแปลงทุกวัน 2 ส่วนด้วยกันก็คือ ส่วนที่ท่านให้ข้อมูลเพิ่มเติม เราไปคัดกรอบแล้วท่านผ่านเกณฑ์นะครับ ซึ่งเรียนว่า อีกประมาณ 5 แสนท่าน ที่ท่านยังไม่ได้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็ขอความกรุณาครับ ให้ท่านรีบมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมตรงนี้ เพื่อที่การคัดกรองท่านจะได้ทราบผลโดยเร็ว อีกอันหนึ่งก็คือที่ผู้พิทักษ์สิทธิลงไปพบเจอท่าน แล้วก็ได้มีการยืนยันข้อมูลการประกอบอาชีพของท่านแล้วนี่ ระบบก็จะมีการผ่านเกณฑ์ให้ท่านโดยเร็ว ตัวเลข 13.4 นี่พรุ่งนี้ผมเชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นจากตัวเลขนี้ขึ้นไปอีกครับ (คุณสุภนันท์) มีสอบถามเข้ามาครับว่า มีผู้พิทักษ์สิทธิติดต่อมาหาคนที่ลงทะเบียนไว้ แต่ตัวผู้ที่ลงทะเบียนอยู่ต่างจังหวัดหรือว่าจังหวัดอื่นนี่นะครับ ไม่สามารถจะไปเจอผู้พิทักษ์สิทธิ จะเสียสิทธิหรือไม่ สามารถส่งข้อมูลให้กับผู้พิทักษ์สิทธิตามช่องทางอื่น ๆ ได้หรือไม่ครับ (คุณลวรณ) กรณีนี้ขอเรียนยืนยันว่าจะไม่มีการเสียสิทธินะครับ ท่านที่ได้แจ้งให้เราไปทบทวนสิทธิในตอนกระบวนการทบทวนสิทธิเจ้าหน้าที่จะไปหาท่านที่ ที่อยู่ที่ท่านได้แจ้งไว้ รับทราบผลแล้วว่าท่านไม่ได้อยู่ในที่ที่ท่านแจ้งไว้ ท่านมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปสถานที่อื่น ข้อมูลของท่านจะถูกส่งกลับมาในส่วนกลาง ในปัจจุบันลงไปพบท่าน อันนี้ขอให้ท่านรอนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าที่อยู่ท่านไม่ตรงกับที่ให้ไว้ในตอนแรก แต่ว่าเราไม่ได้ทิ้งท่าน เราจะไปหาท่านในที่ที่ท่านอยู่ในปัจจุบันครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้วไม่เข้าสิทธิ์ว่า ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือครับ ที่คนที่กำลังรอสิทธิอยู่จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าจะได้รับสิทธิ หรือไม่ได้รับสิทธิ์ (คุณลวรณ) กระทรวงการคลังตั้งกระบวนการการคัดกรองทั้งหมดของมาตรการเราไม่ทิ้งกันจะสิ้นสุดภายในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้นะครับ เชื่อว่า 98 99 เปอร์เซ็นต์นี้ แต่ว่าส่วนใหญ่ผมเชื่อว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 17 พฤษภาคม ครับ (คุณสุภนันท์) ตอนนี้มีสื่อมวลชนกังวลนะครับว่า กระทรวงการคลังย้ายสถานที่จากกระทรวงการคลังให้กับพี่น้องประชาชนที่มายื่นเรื่องในตอนนี้นะครับ มีภาพรวมของการดูแลพี่น้องประชาชนที่มายื่นเรื่องจากกรมประชาสัมพันธ์ ได้จัดสถานที่ให้ผู้ที่มีความประสงค์จะร้องเรียนความไม่สะดวกในเรื่องของการมาตรการเยียวยา 5,000 บาทนะครับ ก็ไปอยู่ในสถานที่ที่กว้างขวาง แล้วก็มีการจัดระยะห่างทางสังคมตามที่ ศบค. ต้องการนะครับเพื่อทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ไหมครับ แล้วก็สถานที่แห่งใหม่กว้างขวาง มีการดูแลเรื่องน้ำ เรื่องอาหาร เรื่องต่าง ๆ ให้ท่านได้รับความสะดวกอย่างเต็มที่ สิ่งที่เราห่วงที่สุด ก็คือการรวมตัวกันมาก ๆ จะเกิดมีโอกาสแพร่ระบาดในโรคโควิดได้นะครับ กระทรวงการคลังรับกลับไปดู รับกลับไปพิจารณา หลัก ๆ นี่อยู่ที่ 2 เรื่อง ของท่านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ต้นเลย ข้อมูลไม่ตรงกับบัตรประชาชนนะครับ ซึ่งอันนี้รับทราบและดูแลแก้ไขนะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำคัญวันนี้ไม่มีประเด็นเพิ่มเติมนะครับ ท่านมีอะไรจะฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ติดตามการแถลงข่าวเพิ่มเติมหรือไม่ (คุณลวรณ) มาตรการเยียวยา 5,000 เป็นหนึ่งในมาตรการหลาย ๆ เรื่องที่ดูแลพี่น้องประชาชน ในการเยียวยาพี่น้องประชาชน มาตรการนี้จะตอบโจทย์กลุ่มที่ประกอบอาชีพอิสระ ไม่ได้อยู่ในประกันสังคม แต่ว่าหลังจากนี้ไปจะมีมาตรการออกมาดูแลพี่น้องประชาชน ออกมาเยียวยาพี่น้องประชาชนในกลุ่มอื่น ๆ อีก ตอนนี้กระทรวง พม. กำลังเร่งดำเนินการให้อยู่ แล้วก็จะออกมาดูแลและเก็บตกผู้ที่เข้าไม่ถึงมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการดูแลแล้วก็สมบูรณ์มากที่สุด (คุณสุภนันท์) ขอบคุณท่านผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คุณผู้ชมครับ นี่เป็นภาพรวมมาตรการการให้ความช่วยเหลือจากทางด้านกระทรวงการคลังนะครับ ที่ท่านโฆษกกระทรวงการคลังนำมารายงานความคืบหน้านะครับ ตอนนี้ทราบว่าที่มีการลงทะเบียนแล้วก็ผ่านการตรวจสอบสิทธิน่าจะสามารถโอน และได้รับเงินภายในวันพรุ่งนี้ครับ รวมแล้ว 13.4 เท่ากับว่าผู้ที่ผ่านเกณฑ์ แล้วก็ได้รับสิทธิทั้งหมดนี่จะได้รับเงิน ได้รับความช่วยเหลือภายในช่วงสัปดาห์หน้านะครับ แล้วลำดับถัดไปในภาคภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติ ภาพรวมการแถลงข่าวสถานการณ์ในประเทศไทย ในวันนี้ ขออนุญาตเรียนเชิญท่าน ณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ขอบคุณครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี และทีมงานทั้งหมดขอลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր