--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (8 พ.ค. 63) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวโควิด-19 หรือ ศบค. นะครับ ประจำวันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2563 นะครับ วันนี้นอกจากประเด็นสำคัญและก็สถานการณ์ประจำวัน โดยท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการเดินทางโดยเฉพาะหลายคนเริ่มที่จะเข้าสู่ผ่อนปรนผ่อนคลายต่าง ๆ แล้ว หลายท่านนี่หยุดเชื้อเพื่อชาติ แต่ว่าการเดินทางต่าง ๆ จำเป็นการให้ความดูแล การให้ความอำนวยความสะดวกในช่วงนี้กระทรวงคมนาคม มาให้ข้อมูลกับคุณผู้ชมด้วยนะครับ วันนี้ โดยสถานการณ์ประจำวัน ศบค. โดยท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เรียนเชิญคุณหมอครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ครับ รายงานตัวในฐานะโฆษกของ ศบค. ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 ท่านผู้ชมครับ เดินไปไหนมาไหนในพื้นที่สาธารณะ อย่าลืมใส่หน้ากากนี้เสมอเลยนะครับ จะเป็นหน้ากากผ้า หน้ากากอะไรก็แล้วแต่ ใส่ไว้เพื่อที่จะป้องกันหยุดเชื้อเพื่อชาตินะครับ นี่คือความสำคัญ ตอนนี้เราเปิดพื้นที่มากมาย ทั้งในเรื่องของตลาดคนเดินนะครับ ตลาดนัดอะไรทั้งหลายนี่ครับ ถ้าท่านไปแล้วต้องป้องกันตัวเองเสมอนะครับ และเช่นกันคนที่เป็นเจ้าของกิจการก็ต้องใส่ตลอดเวลา ทำให้ดี แล้วจะมีลูกค้ามาอุดหนุนท่านมาก ๆ นะครับ ก็เป็นสิ่งสำคัญทีเดียว วันนี้ วันที่ 8 พฤษภาคม ก็ย่างเข้าวันที่ 6 วันแล้วนะครับ ก็จากที่เรามีการเปิดมาตรการนี้ มาดูตัวเลขกันว่า เป็นอย่างไรบ้างนะครับ วันนี้มีรายงานผู้ป่วยยืนยันสะสมไปอยู่ที่ 3,000 ถ้วน ๆ สวยก็ไม่อยากจะพูดคำนี้นะครับ เพราะมีตัวเลขเยอะขึ้น เท่ากับเรามีป่วยมากขึ้น วันนี้ใหม่ 8 รายนะครับ แต่ที่ดี ก็คือหายป่วยไปแล้ว 2,784 เสียชีวิตยังคงเท่าเดิมไม่มีเพิ่มนะครับ ก็โดยเฉลี่ยแล้ว ยังอยู่วัย 39 ปีนะครับ แล้วก็กรุงเทพมหานครเจอมากที่สุดเลยนะครับ ภาคใต้รองลงมา ภาคกลาง ตามด้วยตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ยังอยู่ในกลุ่มวัย 20 - 29 นะครับ ความที่ตอนนี้บุคคลที่ตอนนี้บุคคลที่เป็นผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้เหลืออยู่ 161 รายครับ ก็มี 68 จังหวัดนะครับ ตัวเลขเดิม 55 ไปดูในรายละเอียดของผู้ที่เจ็บป่วย 8 ราย ในวันนี้ตามตารางนี้จะพบว่า ตารางบนสุดที่เราเคยรายงานนะครับ มักจะเป็นคนที่อยู่ในประเทศไทยเรา มักจะติดจากผู้สัมผัสอะไรทั้งหลาย ที่มาจากในคนไทยกันเองตอนนี้ไม่มีแล้วนะครับ แต่จะลงมาที่ข้อที่ 2 และข้อที่ 3 คือเป็นค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก แล้วก็ค้นหาผู้ป่วยที่ติดเชื้อในชุมชน ซึ่งในข้อ 2 นี้ ไปค้นพบผู้ป่วย 3 รายแรกนี้เป็นการค้นหาเชิงรุก เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 45 ปี ประวัติเป็นผู้ป่วยกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ที่กลับมาจากต่างประเทศ คือมาเลเซียทั้งสิ้นนะครับ เขาบอกว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ก็คือติดจากผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศแล้วก็ต่อ ๆ กันตรงนี้นะครับ อายุ 45 ปี 1 ราย และ 51 ปี 1 ราย ก็อยู่ที่จังหวัดยะลานะครับ อีก 5 ราย เป็นคนต่างด้าวนะครับ เป็นเพศหญิงทั้งสิ้นนะครับ อายุ 19-30 ปี พบที่ศูนย์กักกันผู้ต้องกักที่ตรวจคนเข้าเมืองที่จังหวัดสงขลา อำเภอสะเดา นี่คือสิ่งที่ต้องรายงาน แล้วก็ให้ความสำคัญนะครับ กับเรื่องของแหล่งที่มาของการติดเชื้อ เราก็พยายามนะครับ พูดง่าย ๆ ว่า ตอนนี้เราซีลรอบประเทศของเรานะครับ จะมีคนที่กลับมาจากต่างประเทศได้รับการกักตัวและดูแลพื้นที่รอบ ๆ ที่เรียกว่า Local Quarantine หรือสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ก็ออกแบบระบบไว้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ แล้วก็มาดูการทำในเรื่องของ Active Case Finding ที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ก็พบว่าตอนนี้ทั่วประเทศไทยเกือบจะทั้งหมดเลยที่ไม่มีนะครับ ก็ขอให้ทุก ๆ ท่านได้ช่วยกันรักษาระดับของความที่ไม่ติดเชื้อนี้ต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ ดังที่เราปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทยนี้นะครับ เราก็จะเห็นสีเขียวเต็มไปหมดนะครับ ในช่วงตอนนี้ ก็จะเห็นว่ากล่องตรงกลางนี่นะครับ สงขลามีศูนย์กัก 5 คน แล้วก็ยะลา เกิดจาก Active Case Finding 3 คน แล้วก็อยากให้สีเขียว ๆ นี้เยอะขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ มาดูครับว่าในจังหวัดที่ไม่มีรายงานเลย ยังอยู่ที่ 9 จังหวัด สีเขียวข้างล่างนะครับ และก็ไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วันที่ผ่านมานะครับ ก็คือตอนนี้ดีขึ้นนะครับ บวกเพิ่มไปอีก 4 จังหวัด ทำให้ลงที่ 43 จังหวัด จังหวัดที่ลงมาจากข้างบนก็มีฉะเชิงเทรา อยู่ในกรุงเทพภาคกลางและภาคตะวันออก ภาคเหนือก็มีนครสวรรค์ พะเยา ลงมาตรงนี้นะครับ แล้วก็ภาคใต้ก็มีสุราษฎร์ธานีก็ลงมาในกล่องด้านนี้ด้วย ก็ทำให้ข้างบนเหลือ 25 จังหวัดนะครับ ต้องชมภาคเหนือ ซึ่งตอนนี้จะเห็นนะครับ เป็นขีดเดียว ก็หมายถึงว่า ภาคเหนือทั้งหมดลงมามีการปลอดเชื้อ ในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ก็เกือบ ๆ ทั้งเดือนแล้วนะครับ ก็ขอส่งกำลังใจให้กับทุก ๆ จังหวัด ที่ช่วยกันทำให้เรามีตัวเลขที่ดี สถิติที่ดีนะครับ มาดูกันต่อครับว่า ในการรายงาน เพื่อที่จะดึงผู้ป่วยที่มีอาการสำคัญที่ใกล้เคียงกับเรื่องของการติดเชื้อไวรัส COVID-19 มาสู่กระบวนการของการตรวจหาเชื้อ แล้วก็เข้าสู่ระบบการรักษานะครับ ที่เราพูดคุ้นเคยกันบ่อย ๆ ก็คือคือ PUI ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สงสัย เราปรับกันมาหลายรอบ รอบล่าสุดนะครับ จะเห็นว่ามีกล่องสีเขียว ๆ ที่อยู่ข้างบน อันขวามือที่เขียนว่า เปลี่ยนเกณฑ์ PUI ล่าสุดคือวันที่ 1 พฤษภาคม ก็เปลี่ยนมาเพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเปลี่ยนมาเรื่อย ๆ เราก็จะต้องเปลี่ยนมาแต่ละครั้ง เอาอาการที่น้อยลง ๆ สมัยก่อนจำได้ไหมครับ PUI ต้อง 1 ต้องไปสัมผัส หรือมาจากต่างประเทศ ต้องมีไข้ ต้องกี่องศา ๆ ตอนนี้ปรับลงมาเรื่อย ๆ ตอนนี้เบาลงมาอีกนะครับ เดี๋ยวผมจะบอกนะครับ ว่าเท่าไร เพื่อที่จะเรียกเคสเข้ามา แล้วก็จะเห็นเคสก็เข้ามาจากวันที่ 1 ที่เราปรับเปลี่ยนเกณฑ์ วันที่ 4, 5, 6 นะครับ ก็ขึ้นมาโดยมาพีคสูงก็คือวันที่ 5 ก็นำเรียนว่า ท่านที่มีประเด็นสงสัยว่าตัวเองจะป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีอาการดังต่อไปนี้นะครับ มาดูนะครับว่า สำหรับประชาชนทั่วไปมีอะไรบ้าง อาการแสดงนำมาก่อนเลยครับ ถ้าท่านไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก รวมถึงผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ มีแค่ข้อใดข้อหนึ่งมาเลยครับ แล้วตอนนี้เราบวกเพิ่มขึ้นไปอีก มีการรายงานในระดับโลกทั้งประเทศจีน และอีกหลายประเทศบอกว่า เออ อาการแรก ๆ ที่มีการแสดงออก อาการแรกเลย ก็คือบางคนบอกไม่ได้กลิ่น จมูกไม่ได้กลิ่นนะครับ เพราะฉะนั้นใส่ข้อนี้เข้าไปด้วย เผื่อจะมีคนที่มีอาการตั้งแต่เริ่มแรกนี้เข้ามารักษา จะมีและหรือ หรือก็ได้นะครับ ระหว่างข้อ 1 กับข้อ 2 แต่จะมีแค่ข้อที่ 1 แค่ไม่ได้กลิ่นอย่างเดียว แค่สงสัยท่านก็เดินเข้าไปปัจจัยเสี่ยงที่อยู่กล่องด้านขวานะครับ จะมีไข้หรือไม่มีไข้ก็ไม่ว่ากัน หรือจะบอกว่า มีไข้มาก่อนก็ไม่ว่ากันนะครับ ถ้ามีไข้มาด้วยก็อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไป ก็มาตรวจเลยครับ นี่คือสิ่งที่เรามีเขาเรียกว่าอะไรครับ ขยายในเรื่องของอาการมากขึ้น เพื่อให้คนได้เข้ามารับการตรวจได้มากขึ้น ถ้ามีประวัติเสีีี่ยงในขวามืออย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ ก็คือในช่วง 14 วันที่ผ่านมา เช่น 1. มีประวัติเดินทางไปยัง หรือมาจาก หรืออยู่อาศัยในพื้นที่เกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะบอกว่า กลับมาจากต่างประเทศ จะอยู่ใน state quarantine ทั้งหมด ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในจังหวัดที่ติดเชื้อมาก่อน อย่างกรณีในจังหวัด 3 ชายแดนภาคใต้ จังหวัดที่อยู่ภาคใต้ก็ได้ 2. ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว หรืออยู่ในสถานที่แออัด หรือติดต่อกับคนจำนวนมากก็ได้ หรือ 3. ไปในที่ชุมนุมชน หรือสถานที่มีการรวมกลุ่มของคน เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือขนส่งสาธารณะ มีข้อใดข้อหนึ่ง ถ้าท่านสงสัย บวกรวมกับข้อ 1 ทางซ้ายมือมาเลยครับ แล้วก็สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนากันบ่อย ๆ นะครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน อันนี้ก็ได้เลย หรือข้อที่ 5 ตัวเอง ตัวท่านเองไม่ได้รู้หรอกครับ แต่คุณหมอสงสัย ข้อที่ 5 นี้เปิดโอกาสให้คุณหมอส่งได้เลยนะครับ คือแพทย์สงสัยว่า จะติดไวรัสโคโรนา 2019 หรือมีประวัติต่าง ๆ อาจจะไม่ได้มีทั้งหลาย แต่คุณหมอสงสัย คุณหมอส่งตรวจได้เลยนะครับ และนี้ก็คือหมายความว่า ถ้าท่านอยู่ในเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจเลยนะครับ นี่คือสิ่งที่รัฐฯ จัดให้นะครับ ครับ มาดูในต่างประเทศนะครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง ณ ตอนนี้ ตัวเลขที่ไปในจำนวนที่มากแล้วนะครับ ก็คือ ทั้งโลกนี้ 3,900,000 กว่าคน เกือบ ๆ แตะ 4 ล้าน เชื่อว่าภายใน 2-3 วันนี้ จะแตะ 4,000,000 สำหรับคนที่ป่วยทั่วโลก อาการหนัก 84,000 ราย หายไปแล้วประมาณ 1,300,000 แล้วก็เสียชีวิตประมาณ 270,000 กว่าคน สหรัฐอเมริกาเป็นการยอดผู้ป่วยสะสม อันนี้เราเรียงตามยอดผู้ป่วยสะสมทั่วโลกนะครับ สหรัฐอเมริกาอันดับที่ 1 2 คือ สเปน อิตาลี 4 สหราชอาณาจักร 5 ฝรั่งเศส บราซิล ตุรกี อิหร่าน ตามลำดับนะครับ ประเทศไทยเราลงไปที่ 64 แล้วนะครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ลำดับต่าง ๆ ไปอยู่ท้าย ๆ น่ะดีนะครับ ไม่ต้องมาอยู่อันดับต้น ๆ มาดู 10 อันดับแรก จำแนกตามผู้ป่วยรายใหม่นะครับ ใครบ้างครับ สหรัฐอเมริกาก็อยู่ในชาร์ทนี้อยู่เหมือนเดิม คือผู้ป่วยรายใหม่เมื่อวานนี้เจอ 29,000 กว่าคน รัสเซียเจอไป 11,000 กว่าคน บราซิลอันดับ 3 9,000 กว่า แล้วก็สหราชอาณาจักร ก็คืออังกฤษเจอไปครึ่งหมื่นกว่าเจอไปครึ่งหมื่นกว่านะครับ 5,600 นะครับ อินเดีย สเปน เม็กซิโก และซาอุดิอาระเบียอยู่ใน Top Ten หรือ 10 อันดับแรกนะครับ มาดูการอัตราไม่ใช่ครับ ประเทศอันดับ 10 อันดับแรก ของตามจำนวนผู้เสียชีวิตรายใหม่ ก็พบว่าสหรัฐอเมริกาก็อยู่ในทั้ง 3 ชาร์ทนี้เลย สหรัฐอเมริกา 2,129 ที่เสียชีวิตไปเมื่อวานนี้ บราซิล 602 สหราชอาณาจักร 539 อิตาลี เม็กซิโก อินเดีย สเปน ฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมัน อินเดียนะครับ นี่คือสิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นมาทั้งประเทศทั้งโลกนี้ มาดูกลุ่มประเทศอาเซียนบวกกับเอเชีย อันดับที่ 1 คืออินเดีย 56,351 ปากีสถาน 24,000 กว่า สิงคโปร์ 20,000 ญี่ปุ่น 15,000 อินโดนีเซีย 12,000 บังกลาเทศ เกาหลีใต้ 11,000 แล้วก็ฟิลิปปินส์ 10,000 มาเลเซีย 6,000 กว่า ไทยอยู่ที่ 3,000 นะครับ มาดูสรุปรายงานข่าวที่น่าสนใจ ประเด็นที่น่าสนใจของทางต่างประเทศ มาเจอข่าวนี้ครับ เกี่ยวข้องกับนักวิจัยชี้ COVID-19 กลายพันธุ์อาจจะเพิ่มปัญหาในการพัฒนาวัคซีน ซึ่งเป็นข่าวที่ออกมาจากทางกระทรวงพลังงาน สหรัฐอเมริกา นะครับ เป็นนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Los Alamost ในห้องปฏิบัติการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความกังวลว่า ที่เกิดขึ้นที่ครั้งแรกจากอู่ฮั่น ประเทศจีน 4 เดือนที่แล้วมามีกลายพันธุ์เป็นพันธุ์ใหม่ที่ติดต่อได้ไวขึ้น และแพร่ระบาดในสหรัฐอเมริกา อาจจะทำให้เรื่องของการที่จะเร่งพัฒนาวัคซีนนี้อาจจะช้าไปนะครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของการกลายพันธุ์ และจะทำให้เกิดข้อจำกัดเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ที่ทั่วโลกกำลังพัฒนาอยู่ เนื่องจากวัคซีนส่วนหนึ่งใช้ลำดับพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาของการระบาดมาตั้งแต่ตอนต้นของการพัฒนาวัคซีน ที่พูดตรงนี้ก็อยากจะเสริมต่อครับ ณ ตอนนี้เป็นนโยบายระดับประเทศที่ส่งลงมาแล้วนะครับว่า เราในฐานะประเทศที่มีความก้าวหน้าในทางการแพทย์ มีนักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง ๆ อยู่จำนวนมาก ก็ได้มีการถ่ายทอดนโยบายนี้ลงมา โดยทาง วช. เอง ก็ได้มีการรวบรวมโครงการทั้งหมด ตอนนี้มี 5 โครงการที่เกิดขึ้นในการพัฒนาวัคซีนในประเทศไทย ทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย กำลังช่วยกันทำตรงนี้อยู่ ถ้าร่วมมือกันได้กับประเทศทางอาเซียน เราก็อาจมีโอกาสที่จะต้องเป็น 1 ในประเทศที่จะมีโอกาสได้ใช้วัคซีนในประเทศอันดับแรก ๆ ตรงนี้ต้องให้กำลังใจกับนักวิทยาศาสตร์ไทย การแพทย์ของไทย บวกรวมกันกับบุคคลมากมายทั้งในเชิงบริหาร วิชาการ แล้วก็ในเรื่องของการจัดการ เพื่อให้ได้วัคซีนขึ้นมา ก็ฝากกำลัง และส่งกำลังใจและ ความหวังของคนไทย ชาติไทย ที่เราจะภูมิใจในความเป็นไทย ที่มีความก้าวหน้า เรื่องนี้ติดตามกันต่อ ถ้ามีเรื่องดี ๆ ผมจะเอามาเพิ่มเติมต่อไปครับ แล้วก็เรื่องของข่าวอีกข้อหนึ่ง ในเมื่อเรามีเรื่องที่คุยกันว่า มีภาพที่เป็นลักษณะแออัด ณ ตอนนี้เขาปรับปรุงและดีขึ้น เป็นภาพที่ เห็นภาพกลางไหมครับ คือคนยืนรอคิวอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้า เป็นระยะห่างกันขึ้นมา ทางทีมผมก็เอาคนแน่น ๆ มาเต็มจอนะครับ ตรงนี้อยากจะเป็นภาพกลาง ขยายภาพกว้าง ๆ เสียหน่อย ก็จะได้เห็นว่า ภาพเดิมซ้ายมือ ภาพเดิมขวามือ แต่ว่าขวามือก็นั่งระยะห่างกันแล้วนะครับ 2 ภาพนี้ของการยืน ที่มีการเว้นช่องว่าง ก็เป็นการทำเพื่อที่เรา จะได้หยุดเชื้อเพื่อชาตินะครับ แล้วก็ได้มีการปรับพฤติกรรม ของผู้ให้บริการ และผู้รับบริการให้เหมาะสม ลดความแออัด นี่คือสิ่งที่เราจะต้องร่วมมือกัน ไปดูเรื่องของเที่ยวบิน การนำคนไทยกลับจากต่างประเทศนะครับ นี่ก็เป็นการรายงานประจำวัน วันนี้วันที่ 8 จะมี 2 เที่ยวบิน จากอียิปต์ 199 UAE อาบูดาบี 100 คน แล้วก็วันพรุ่งนี้อีก 4 กลุ่มใหญ่นะครับ เวียดนาม ญี่ปุ่น มี ๒ เที่ยวบิน แล้วก็เนเธอร์แลนด์ นำเรียนว่าแม้จะมีความเสี่ยงใด ๆ เกิดขึ้นก็ตาม ในเมื่อเขาเป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง หรือแม้กระทั่งกลุ่มที่ต้องการการที่จะช่วยเหลือ เป็นหน้าที่ของรัฐฯ ที่จะต้องจัดให้เขากลับมา และเราจัดพื้นที่ร้องรับไว้ ที่เรียกว่า state และ local รองรับไว้นะครับ ที่เรียกว่าเป็น State และ Local Quarantine เรียบร้อย สร้างความอุ่นใจให้คนไทยที่อยู่ในประเทศนะครับ แล้วก็นำเรียนผังของการจะมีตารางเที่ยวบินที่จะกลับมา 9 10 11 12 13 ตามที่ปรากฏอยู่ในนี้ จากวันที่ 9 มีญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เวียดนาม 10 ญี่ปุ่น 11 อินเดีย ญี่ปุ่น 12 สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และ 13 คือฟิลิปปินส์ อินเดีย ถ้าท่านเป็นญาติพี่น้องของคนที่มีความเสี่ยง มีกลุ่มเสี่ยงอย่างที่ผมเคยนำเรียนไปแล้ว ก็ให้กลับมาได้ กลุ่มที่ว่านี้ ด่วนที่สุด คือกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ป่วย คนตกค้างสนามบิน วีซ่าหมดอายุ นักท่องเที่ยวที่ตกค้าง ก็กลับมาได้ก่อน กลุ่มที่ด่วนมากกลุ่มที่ 2 คือ พระสงฆ์ นักเรียน นักศึกษา และคนตกงาน ราก็จะให้เดินทางก่อนนะครับ ในทางบกนะครับ ซึ่งมีพื้นที่ที่ติดขอบ 4 ประเทศนะครับ เมียนมาร์ มาเลเซีย สปป. ลาว และกัมพูชา เยอะที่สุดก็อยู่ที่มาเลเซียนะครับ 348 คน จัดพื้นที่ให้คนเหล่านี้ได้กลับมาเช่นเดียวกันครับ มาดูโดยรวมนะครับว่า พื้นที่ที่รัฐจัดให้เพียงพอไหม ตอนนี้ยอดสะสมทั้งหมดที่เราได้ทำงานกันไป 14,372 คน เราใช้เป็นรายแล้วกันนะครับ แล้วก็สะสมกลับบ้านไปแล้ว 5,080 เพิ่มขึ้น 562 แล้วก็ตรวจพบเชื้อนะครับ 87 นะครับ นี่คือสิ่งที่เป็นผลงานที่เราทำกันไป แล้วกระจายตามวันเห็นแนวโน้มของวันต่าง ๆ นะครับ ในช่วง 5 - 6-7 นี้ มีช่วงวันหยุด แต่ว่าโดยส่วนใหญ่ก็อยู่ในระดับ 500 600-700 โดยประมาณนี้ของต่อวัน มาดูมาตรการที่ด้านความมั่นคงที่กำกับติดตามกรณีของเคอร์ฟิวนะครับ ที่ผมรายงานอยู่บ่อย ๆ วันนี้ในรอบ 24 ชั่วโมง 8 พฤษภาคม ก็มีคนกระทำผิด 28 คน ด้านการชุมนุมมั่วสุม ซึ่งขยายออกมาเป็นกล่องสีเขียวด้านขวามือ ก็พบว่าดื่มสุรายังเป็นอันดับที่ 1 อยู่ ตอนนี้ 56 เปอร์เซ็นต์ เล่นการพนัน 31 เปอร์เซ็นต์ และยาเสพติดอีก 12 เปอร์เซ็นต์ ก็ขอเน้นย้ำนะครับว่า สิ่งที่ท่านต้องการการผ่อนคลาย ก็ต้องมีเรื่องของการเรียกว่าอะไรครับ จำกัดพฤติกรรมในบางส่วนด้วยนะครับ ต้องไม่ผิดกฏหมาย ต้องไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ อยากจะดื่มก็ดื่มคนเดียว หรือว่าต้องระมัดระวัง และต้องไม่ไปเรื่องของขับ หรืออะไร อันนั้นยังยึดถือเหมือนเดิมอยู่ เพราะว่าการดื่มนอกจากที่จะทำให้เรื่องของการชุมนุมมั่วสุมมากขึ้นแล้วก็มีความเสี่ยงในเรื่องของอุบัติเหตุอยู่ด้วย อันนี้มาตรการของทางคุณตำรวจก็พยายามกำกับติดตาม เพื่อที่จะลดความเสี่ยงทั้งหลายในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดกันมา มาดูเรื่องของการตรวจกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนนะครับ ก็ตารางข้างบนก่อนนะครับในรอบ 24 ชั่วโมงนะครับ ทุกท่านทำงานหนักกันมาก ตรวจไปเพิ่มขึ้นนะครับ ในจำนวน 15,414 พบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 421 แต่ว่าถ้ามาดูในรายวัน ก็พบว่าดีขึ้นนะครับ ทำเป็นพรอทเป็นกราฟ 4.88 เปอร์เซ็นต์ ของวันที่ 3 ลงมาวันนี้ 2.73 เปอร์เซ็นต์ ก็คือคนที่ไม่ปฏิบัติน้อยลง ๆ ก็หมายความว่า ท่านก็ให้ความร่วมมือดีขึ้น ทั้งคนที่ทำกิจการ ทั้งคนที่ทำกิจกรรม ผู้คนทั้งหลายร่วมมือกันดี ก็มาปรากฏเป็นกราฟแท่งทางขวามือ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารนะครับ ตรวจไป 19,000 กว่า ผิดไปประมาณ 885 supermarket ตรวจไป 2,770 ปิดไปสัก 74 โดยประมาณ ก็ตารางต่าง ๆ ก็จะเห็นทางขวามือ ผมคงไม่กล่าวทั้งหมด แล้วไปตรวจอะไรคนกลุ่มนี้ ชุดตรวจทั้งหลายนี่ไปตรวจอะไร ตรวจอยู่ประมาณอยู่ 4-5 ข้อนะครับ มาจากไหน มาจากมาตรการหลักที่ปรากฏอยู่ในข้อกำหนดตั้งแต่ฉบับแรก ๆ เลย เป็นข้อกฏหมาย ซึ่งเขียนมาเพื่อป้องกันควบคุมโรคครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กำหนดมานี่เอา 5 ข้อง่าย ๆ ถ้าท่านเองเป็นคนที่ทำกิจการ หรือถ้าท่านเองเป็นคนที่จะทำกิจกรรมอยู่ในสวนสาธารณะอะไรทั้งหลายขอให้ยึด 5 ข้อนี้นะครับ ตรวจวัดไข้ แยกผู้ป่วย อันนี้ก็คือคัดกรอง ระบบคัดกรองนะครับ ถ้าเข้าตลาดมีระบบของการคัดกรอง เลยครับเพราะเราทำกันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว 3 คือนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร นี่คือสิ่งที่ปรากฏ เอาแค่ 1 เมตร ทำให้ได้ถือว่าเยี่ยมแล้ว 4 คือ จัดจุดล้างมือมีเจลแอลกอฮอล์ เพื่อทำความสะอาด 5. งดกิจกรรมรวมตัวที่คนหมู่มากนะครับ นี่คือสิ่งที่ไม่ได้ยากเกินไป และเราก็ทำกันมาตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มาดูนะครับว่า กิจการกิจกรรมต่าง ๆ นี้ เราไปตรวจแล้วเจออะไรบ้าง ลำดับที่ 1 ที่มีความผิดที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการนี้เยอะหน่อย คือ 32.6 เปอร์เซ็นต์ มุมซ้ายล่างนี่นะครับ คือตลาดร้านค้าปลีก นี่คือเราเจอกันบ่อย ๆ ตรงนี้ ก็นำเรียนว่า เป็นเรื่องที่เราจะต้องช่วยกัน ท่านจะต้องช่วยกันนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของตลาดนัดอะไรทั้งหลาย ถ้ามาอยู่ในกลุ่มพวกนี้ด้วยท่านต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ คนที่อยากจะขายของก็ต้องปฎิบัติตามให้ได้ดี ๆ คนที่จะมาซื้อของก็ต้องใส่หน้ากาก และปฏิบัติตามทั้ง 5 ข้อนี่ล่ะครับ ก็จะลดจำนวนลงได้ วันนี้เราจำตัวเลขนี้ไว้นะครับ เรื่องของ พรุ่งนี้อยากจะให้ท่านได้ช่วยทำถ้าท่านอยู่ในกิจการตรงนี้ด้วย ขอให้ลดลงเถอะ อย่ามาเป็นอันดับ 1 เลย เช่นเดียวกันอันดับ 2 คือ ร้านเครื่องดื่มก็ไม่ปฏิบัติตามอยู่ 2-3 เปอร์เซ็นต์ ก็ขอให้ลดลงไปอีก ก็ร่วมมือกันให้มาก ๆ เรามีรูปกราฟิกเล็ก ๆ นี่นะครับ เรานั่งโต๊ะหนึ่งคนหนึ่งนะครับ ห่าง ๆ อย่างนี้ดีนะครับ แล้วก็ลำดับที่ 3 คือ ซูเปอร์มาร์เก็ต 2.7 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มาร้านเสริมสวยตัดผมก็ไม่ปฏิบัติไปประมาณแล้วก็มาดูที่สนามกีฬานะครับ ก็เป็นลำดับที่ 5 ไม่ปฏิบัติตามไป 1.9 เปอร์เซ็นต์ 6. ก็คือซ้ายล่างนี้นะครับ ก็คือเรื่องของสวนสาธารณะส่วนสนามกอล์ฟกับร้านสัตว์เลี้ยงก็เท่า ๆ กันนะครับ ครับก็ทิ้งท้ายด้วยว่า ถ้าท่านมีข้อสงสัย หรืออยากจะได้ร้องว่า มีโน่นนี่นั่น อยากจะให้เขาปรับปรุงกิจการนะครับ เตือนแล้วบางทีอาจจะรู้สึกว่า ไม่เหมาะหรือไม่ควรอะไรทั้งหลาย ก็มีเบอร์นะครับ 1138 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่นคง และสายด่วนอีกอันหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทางตำรวจเลย หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1551 191 นะครับ ก็จะได้ภาพของการที่จะมานำเรียนท่านในเรื่องของกิจการ กิจกรรมให้ได้ดีขึ้น ๆ ทุกวัน จบวันนี้ในการแถลงข่าวในช่วงตอนนี้ เดี๋ยวรอคำถามครับ เชิญครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ยังมีพี่ ๆ สื่อมวลชนที่ฝากคำถามเข้ามา เพื่อจะลดความแออัดในพื้นที่แถลงข่าวตรงนี้นะครับ ขออนุญาตเริ่มที่คำถามของทางช่อง 3 และของทางไทยรัฐนะครับ สอบถามเรื่องความชัดเจนในการถอนชื่อประเทศจีนและเกาหลีใต้ครับ ออกจากประเทศโรคติดต่ออันตรายครับ ประชาชนกังวลว่าจะมีชาวต่างชาติเข้ามาแล้วก็จะมีผลอย่างไร แล้วก็ขออนุญาตถามไปร่วมกับทางของจีนนะครับบอกว่าถ้าในอนาคตนะครับ ถ้ามีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ประเทศไทยเราปลอดภัยครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็อันดับแรกเลยการเสนอถอนออกจากลิสต์ยังไม่ได้เสร็จสิ้นตอนนี้ เป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้นจากที่ประชุม ศบค. เมื่อวานนี้โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ จะต้องมีขั้นตอนถัด ๆ ไป จะต้องมีการประชุมปรึกษา และท้ายที่สุดต้องมีการนำเข้าของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อที่จะนำรายชื่อเข้าหรือออกอะไรก็แล้วแต่ตรงนี้ ยังมีขึ้นตอนอยู่ อันที่ 2 กลัวว่าคนที่จะเข้ามาในประเทศไทยเรา โดยเฉพาะคนจีนที่จะเข้ามา เกี่ยวข้องกับเรื่องของโรคติดต่อทั้งหลาย ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเรายังมีมาตรการต่าง ๆ เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นมีการจำกัดเที่ยวบิน ตอนนี้ยังไม่ได้ให้เครื่องบินโดยสารทั่ว ๆ ไปเข้ามา และอันที่ 2 ก็คือต้องมีการทำในเรื่องของ Fit to Fly หรือมีการออกใบอนุญาตรับรองแพทย์เข้ามา และอันที่ 3 ก็คือ ถ้าท่านเข้ามาตอนนี้ต้องถูก State Quarantine หรือ Local Quarantine ก็คืออยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ เจอเข้าไป 3 ข้อนี้ก็ยังไม่ได้เหมาะสำหรับการเปิดให้กับผู้ที่เป็นนักท่องเที่ยวที่เขาอยากจะเข้ามาหรอกครับ เขาเจอ 3 ข้อนี้ เขาต้องคิดหนักทีเดียว ก็ตอนนี้ยังไม่ใช่ลักษณะการเดินทางแบบเสรี ก็ให้มั่นใจได้ครับ (คุณสุภนันท์) ในเรื่องของทาง CTGN นะครับ ถ้าเกิดในอนาคต ในช่วงอาจจะซัก 6 เดือน หรือ 1 ปี ข้างหน้า เขาจะมั่นใจได้อย่างไรในประเทศไทย เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ประเทศเราปลอดภัยครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ถ้าเป็นในระยะยาว เราก็ต้องพยายามกลับไปเหมือนเดิม สิ่งหนึ่งที่พวกเราดูแลคนไทยอย่างไร ผมเชื่อว่า พวกเราเชื่อว่าจะดูแลคนต่างชาติได้เหมือนเดิม เหมือนอย่างที่ผ่านมา มีคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนชาติจีนที่ป่วยเป็นรายแรก เราดูแลจนกระทั่งเขาหายกลับบ้านไป ก็เหมือนที่เราดูแลคนไทย แล้วเรามีการแพทย์ที่ดีแค่ไหนอย่างไร ว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ครับ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจของการเดินทางระหว่างประเทศ ที่เราเปิดประเทศหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นที่มั่นใจได้ครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับคำถามถัดไปนะครับ ฝากคำถามมาจาก PPTV และไทยพีบีเอสนะครับ สอบถามว่าที่จังหวัดยะลากับทางทหารเรือนะครับ ที่มีการเก็บตัวอย่างด้วยวิธีการเดียวกัน แต่ว่าผลการตรวจไม่เหมือนกันและต้องมีการตรวจซ้ำถึง 3 แล็บครับ หลายคนอาจจะยังไม่มั่นใจ ในการตรวจของประเทศไทยนะครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) นำเรียนนะครับ ในกรณีอย่างนี้ก็เป็นเรื่องของการทวนสอบ ซึ่งก็เป็นมาตรฐานโดยปกติทั่วไป ถ้าไม่ได้มั่นใจก็ต้องตรวจซ้ำ ในกรณีของ 40 ราย ก็ชัดเจนแล้วนะครับ ก็เกิดขึ้นจากการพัฒนาศูนย์แล็บขึ้นมา มีลักษณะของต้องมีพี่เลี้ยงที่ต้องตรวจสอบ ในเมื่อ Lab 1 Lab 2 มีผลตรงกันข้ามกัน ก็ต้องมี Lab 3 ครับ เป็นเรื่องปกติ ส่วนในเรื่องของทางด้านการตรวจของทางผู้ป่วยที่มาจากกองทัพเรือ ก็ได้ทราบข้อมูลก็ชุด 1 ตรวจแล้วเป็นบวก แล้วตรวจครั้งที่ 2 เป็นลบ เพราะฉะนั้นก็ทวนสอบอีกสักรอบหนึ่ง เพื่อเป็นการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งถ้าในระบบตรงนี้มีความมั่นใจ ก็ไม่ต้องถึง 3 ต่อไปก็เพียงแค่ 2 ก็ได้ครับ ถ้ามีความมั่นใจในการตรวจสอบของระบบในตอนแรกนะครับ ซึ่งอันนี้นำเรียนว่า ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ค่อนข้างสูงนะครับ ถ้าตรวจเป็นบวก อันนี้ยืนยันได้เลย แต่เป็นลบนี่ต้องพยายามจะไม่ปล่อยคนที่จะออกไป แล้วมีข้อสงสัยนะครับ ถ้าอันที่ 1 ลบ แล้วอันที่ 2 บวกเรารักษาเลย แต่ถ้าอันที่ 1 บวก แต่อันที่ 3 ลบ ถ้าดูแล้วตามคลินิก ลักษณะของผู้ป่วยด้วย จะมีกระบวนการของการบอกว่าจะตรวจซ้ำไหม ขึ้นอยู่กับดุลพินิจบอกสบายดีอาจจะไม่มีครั้งที่ 3 เลยก็ได้ ซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับทางคลินิกด้วย ทางแพทย์เท่านั้นที่เป็นทางออกด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้นำเรียนนะครับว่า ท่านต้องมั่นใจในระบบนี้ แล้วเช่นเดียวกันครับ คุณหมอเองที่ใกล้ชิดกับคนไข้นี่ล่ะครับ ร้องขอเอง จะเป็นคนบอกเองนะครับ เพราะเขาก็ต้องการความมั่นใจกับตัวเองด้วยว่า คนที่เป็นแพทย์ คนที่เป็นบุคลากรทางสาธารณสุขกับคนที่มาเป็นผู้ป่วย เพราะฉะนั้นระบบตรวจสอบกันเองจะเกิดขึ้นทั้งหมด และสร้างความมั่นใจให้คนรักษา คนรับการรักษา และสังคมโดยรวม นี่คือสิ่งที่เราทำกันมาตลอด แล้วก็จะต้องทำต่อไปเรื่อย ๆ ครับ (คุณสุภนันท์) ครับ คำถามต่อไปเพิ่มเติมจากทางไทยพีบีเอส สอบถามมาว่า นอกจาก ศบค. จะเร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยง 2 กลุ่มหลักแล้ว แนวโน้มจะมีการสุ่มตรวจกลุ่มเสี่ยงอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ที่ผมได้นำเรียนรายงานไปนะครับ ในเรื่องนี้ทางอธิบดีกรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำว่า การค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสีี่ยงเป็นเรื่องที่สำคัญ ตอนนี้ไม่ใช่ 2 กลุ่มนะครับ มีถึง 6 กลุ่มครับ กลุ่มที่ 1 คือ บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่ 2 คือผู้ต้องขัง หรือผู้ต้องกักที่อยู่ในศูนย์กักทางชายแดนทั้งหลาย 3. คือกลุ่มคนขับรถสาธารณะ 4 คือ ไปรษณีย์ หรือส่งของ 5.คือแรงงานต่างด้าว 6. อาชีพเสี่ยงต่าง ๆ เช่น คนที่ทำงานในสถานบันเทิง คนต่าง ๆ เหล่านี้ จะอยู่ในกลุ่มก้อนของประมาณ 85,000 กว่าคน ที่ต้องจัดการเรื่องของรูปแบบการเข้าถึงของคนกลุ่มนี้ แล้วก็เข้าไปตรวจขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เรามียอดตัวเลขของคนที่ตรวจนี่สูงเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า เรามั่นใจในระบบของเราครับ (คุณสุภนันท์) ขออนุญาตเป็นคำถามสุดท้ายนะครับ สอบถามถึงกรณีผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ศบค. จะมีมาตรการเข้มอย่างไร กับผู้ที่ฝ่าฝืนและจะมีมาตรการเตือนผู้ประกอบการที่จะเปิดในเฟส 2 อย่างไรครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็ ศบค. ก็มีวางเรื่องของการตรวจนี้นะครับ มีชุดตรวจ ทุกเช้าจะมีการมาประชุมปรึกษากันนะครับ โดยท่านรอง ผบ.ทบ. ท่านพลเอก ณัฐพลก็จะมาพูดคุยว่าสิ่งที่มาจัดการตรวจทั้งหลายนี่ จะมีอะไรบ้าง แล้วจะต้องทำอย่างไร อย่างที่บอกว่าโทษจริง ๆ ทั้งหลายนี่ถ้าทางกฏหมายเราไม่อยากจะให้เป็นมีการมารับโทษที่รุนแรง หรือทำอะไรให้เกิดการที่จะต้องปรับให้เกิดปัญหามากมาย ไม่ใช่เลยนะครับ เราต้องการเพียงแค่ ให้เกิดความปลอดภัย ถ้าทำได้ดีเปิดต่อ ถ้าทำไม่ดียังปิดครับ ปิดเพื่ออะไรครับ ปิดเพื่อไปปรับปรุงใหม่ แล้วเดี๋ยวพอปรับปรุงเสร็จแล้วก็มาเปิดใหม่ได้ นี่คือสิ่งที่ชุดตรวจทั้งหลายไม่ว่า เป็นการสนธิกำลังทางด้านของฝ่ายมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็สาธารณสุขเข้าไปดูแลท่าน เพื่อให้ท่านปลอดภัยด้วย แล้วก็คนมารับบริการก็ปลอดภัยด้วย ตรงนี้จะเป็นข้อตกลงกันระหว่างพื้นที่ที่เข้าไปตรวจ แล้วมีมาตรการหลักกับมาตรการเสริม เมื่อกี้ที่บอกมาตรการหลัก คือ 5 ข้ออย่างที่ว่า ถ้ามาตรการเสริม เช่น คนที่ตัดผมต้องเปลี่ยนผ้าคลุมบ่อย ๆ อะไรทั้งหลายเหล่านี้ ก็จะมีข้อย่อยออกมา แค่นั้นเองครับ พื้นที่ที่ย่อย ๆ เข้าไป จะเป็นในส่วนของจังหวัดหรือในส่วนของ กทม. ก็เข้าไปให้คำแนะนำ ถ้าท่านทำได้ดี ท่านก็เปิดมาใหม่ได้ นี่คือสิ่งที่เราจะได้มีความมั่นใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ท่านทำเองท่านก็ปลอดภัย เพราะว่าคนที่จะมาติดโรคกับท่านก็น้อยลง ขณะเดียวกันคนที่มารับบริการก็มั่นใจกับท่าน ท่านอาจจะได้ลูกค้ามากขึ้น เขาเห็นว่าแค่มองเห็นอย่างนี้ก็มั่นใจได้แล้วว่าร้านของท่าน กิจการของท่านปลอดภัยแน่นอนก็จะเรียกลูกค้าได้เยอะขึ้นทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ (คุณสุภนันท์) สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมนะครับ คุณหมอมีอะไรจะฝากไปยังคุณผู้ชมที่ฟังและรับชมไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ผมก็อยากจะได้เปิดพื้นที่มาก ๆ ฝากช่วยกันทำให้ได้ทั้งมาตรการทั้งหลัก แล้วก็มาตรการเสริม ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นจากคน 90 เปอร์เซ็นต์ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ร่วมกัน ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. มีคนสอบถามเข้ามาถึงรายละเอียดสำหรับวันนี้ case ใหม่ 8 รายด้วยกันทำให้ยอดตัวเลขสะสมอยู่ที่ 3,000 รายนะครับ ต่อไปที่จะมีการแถลงข่าว ก็คือเรื่องของการให้บริการพี่น้องประชาชน การขนส่ง การคมนาคมเป็นอย่างไร สักครู่เองสไลด์ของคุณหมอแอบมีภาพข่าวที่หลายท่านคุ้นตากัน ก็คือภาพของการเดินทางโดยรถโดยสารที่มีความหนาแน่นนะครับ จะเป็นอย่างไร ขออนุญาตกราบเรียน ท่านปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านชัยวัฒน์ ทองคำคูณ เรียนเชิญครับ (คุณชัยวัฒน์) สวัสดีครับ จะขออนุญาตถอดหน้ากากอนามัยเพื่อที่จะได้ชี้แจงได้ชัดเจนนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนเรื่องของการเดินทางนั้น ก็เป็นงานอันหนึ่งของกระทรวงคมนาคมครับ ที่ต้องการจะให้ผู้เดินทางนั้น เดินทางสะดวก มีความปลอดภัย ถึงจุดหมายปลายทางนะครับ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิดนั้นนี่ ก็ทำให้เราต้องมีการปรับในเรื่องของการให้บริการการเดินทาง ในหลายรูปแบบนะครับ ส่วนหนึ่งที่เราทำงานอยู่ก็คือ เรื่องของการจัดการขนส่งสาธารณะ ซึ่งมีทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ แล้วก็ทางอากาศนะครับ แล้วก็เป็นการขนส่งหรือการเดินทาง การให้บริการเดินทางกับพี่น้องประชาชนทั้งระหว่างจังหวัดนะครับ แล้วก็ภายในเขตพื้นที่จังหวัดด้วย เพราะฉะนั้นก็จึงเป็นงานที่ใหญ่ แล้วก็มีความสำคัญมากนะครับ แต่ว่าในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด 1-2 เดือนที่ผ่านมานั้นนี่ เราได้มีการออกประกาศคำสั่งนะครับ ในเรื่องของการควบคุมพื้นที่ก็ดี ในเรื่องของการควบคุมกิจกรรม กิจการต่าง ๆ ก็ดีนะครับ รวมทั้งในเรื่องของการกำหนดเวลาในการเดินทางที่จะมีช่วงเวลาเคอร์ฟิว หลัง 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ก็เดินทางไม่ได้ ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญที่กระทรวงคมนาคมมีการจัดการ บริหารจัดการนะครับ เราได้มีการลด หรืองด หรือการออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางที่ให้บริการระหว่างจังหวัดนะครับ หลายเส้นทางครับ 200 กว่าเส้นทาง จากเดิมที่เรามีรถโดยสารประจำทางวิ่งทั้งประเทศประมาณ 800 กว่าเส้นทาง เราก็งดประมาณกว่า 200 กว่าเส้นทาง ที่เป็นอย่างนั้น เพราะว่าต้องการที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดนะครับ อีกส่วนหนึ่งที่เราทำอยู่ ก็คือเรื่องของการระงับหรืองดการเดินรถไฟนะครับ ระหว่างจังหวัดนะครับ ปกติเราเดินรถไฟทุกวัน รถไฟขนส่งผู้โดยสารประมาณ 500 ขบวนต่อวันนะครับ ปัจจุบันนี้เราลดลงเหลือแค่ 43 ขบวน แล้วก็ไม่เป็นการเดินรถ เพื่อเป็นเส้นทางระยะไกลนะครับ เนื่องจากถ้าเรารถไฟเส้นทางที่ไกลนั้นก็จะใช้เวลามากทั้งขาไปและขากลับ ดังนั้นก็จะเจอปัญหาเรื่องของการเจอเคอร์ฟิว ดังนั้นก็จะตัดรถไฟหลายเส้นทางไม่เกิน 300 กิโลเมตรเท่านั้นเอง นอกจากนั้นนี่เราจะเห็นว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้นทางรัฐบาลก็ได้มีมาตรการในเรื่องของการผ่อนคลาย กิจการ กิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ก็เป็นที่มาของการเดินทางของประชาชนเพิ่มมากขึ้นครับ ก็เราพบว่า เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมานั้น มีประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่เดินทางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑลนั้น ท่านเหล่านั้นก็ได้ใช้รถไฟฟ้าเป็นระบบหลักในการเดินทางนะครับ ก็จะมีความหนาแน่นแออัด วันนั้นผมต้องขอชี้แจง และกราบขออภัยนะครับ ด้วยเหตุที่ว่าเกิดปัญหาเรื่องความขัดข้องของระบบของการเดินรถนะครับ ก็ทำให้มีขบวนรถที่ไม่สามารถที่่จะเดินรถได้อยู่ 3-4 ขบวน ในช่วงเวลาเร่งด่วนในช่วงเช้า ก็เลยทำให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางนั้นหนาแน่น แล้วก็แออัดเข้ามา การควบคุมในเรื่องของการเว้นระยะห่างก็ดี ในเรื่องของการจัดการคนที่จะเข้ามาในสถานีก็ดี ขึ้นไปบนรถก็ดีก็ทำได้ยากมาก อันนั้นก็เป็นบทเรียนสำคัญครับ แล้วก็ได้มีการมอบหมายหน่วยงาน และจัดเตรียมระบบซักซ้อมวิธีการปฏิบัติ โดยเน้นหลักการสำคัญก็คือ ในเรื่องของการเว้นระยะห่างทางสังคมให้ได้ ในการใช้ระบบรถไฟฟ้านะครับ เมื่อวันอังคาร วันพุธที่ผ่านมา ได้มีการหยุดงาน เราได้มีการฝึกซ้อมวิธีปฏิบัติในเรื่องของการจัดการ ที่จะทำอย่างไรให้ผู้โดยสารสามารถที่จะมาใช้รถไฟฟ้าได้ด้วยความมั่นใจ และไม่มีปัญหาเรื่องความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคโควิดนะครับ จากการติดตามก็ปรากฏว่า เมื่อวานกับวันนี้ การจัดการดีขึ้นมากครับ ส่วนหนึ่งนั้นด้วยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนครับ ที่ให้ความปฏิบัติตามข้อแนะนำต่าง ๆ ที่เราได้กำหนดไว้นะครับ แล้วก็มีการเดินทางได้ด้วยความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีพี่น้องบางส่วนที่มาใช้บริการ แล้วก็ร้องเรียนว่า ต้องรอคิวนาน ต้องใช้เวลานานในการเดินทาง อันนั้นก็ยอมรับครับว่า โดยปกตินั้นเราสามารถจะขนคน โดยใช้รถไฟฟ้าได้ประมาณ 1,000 - 1,100 คน ใน 1 ขบวน แต่เมื่อมีสถานการณ์โควิดนั้น แล้วก็ใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เราไม่สามารถที่จะเอาคน 1,000 คนนะครับ อัดเข้าไปในรถไฟฟ้า 1 ขบวนได้นะครับ โดยมาตรฐานของสาธารณสุขต้องเว้นระยะห่าง ดังนั้นใน 1 ขบวน สามารถจะบรรจุคนนะครับ ที่ขึ้นไปนั่งแล้วก็ยืนในรถขบวนนั้นได้ ก็เหลือแค่เพียงแค่ 250 คนเท่านั้นเองนะครับ ก็แปลว่าลดลง 1 ใน 4 เหลือ 1 ใน 4 ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของผู้ที่ใช้บริการรถไฟฟ้านะครับ ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าเราได้มีมาตรการที่รองรับในเรื่องของการเดินทางนอกจากการเว้นระยะห่างนะครับ ก็คือเรื่องของการต้องให้ผู้เดินทางสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าในการป้องกันตลอดเวลาตั้งแต่ท่านเข้ามาใช้ระบบ ตั้งแต่อยู่ในสถานี อยู่บนรถท่านต้องสวมหน้ากากตลอดเวลานะครับ แล้วก็มีการคัดกรองวัดอุณหภูมิต่อเนื่องนะครับ ของผู้ที่จะเข้ามาใช้ระบบขนส่งสาธารณะนะครับ อย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนเข้าสถานี และก่อนขึ้นรถแล้วก็เมื่อท่านเดินทางถึงปลายทางแล้วท่านก็ต้องวัดอุณหภูมิอีกด้วยนะครับ อันนี้ก็คือมาตรการที่เราใช้ในการปฏิบัติ เช่นกันครับในการเดินทางโดยใช้รถเมล์ ซึ่งในกรุงเทพมหานครนะครับ ก็จะมีรถเมล์มากมายนะครับ ที่จะให้บริการทั่วพื้นที่นะครับ ก็มีเรื่องของการแออัดเหมือนกัน แต่ก็ใช้มาตรการเช่นกันครับ จะต้องมีการเว้นระยะห่างของประชาชนที่มาใช้บริการ มีการสวมหน้ากาก วมทั้งเรื่องของการวัดอุณหภูมิคัดกรองผู้โดยสารนะครับ เช่นกันครับ ในการเดินทางโดยใช้เรือ ก็จะมีมาตรการควบคุมการเว้นระยะห่างเช่นกันครับ ตั้งแต่ท่านยืนคอยที่ท่าเรือนะครับ ท่านขึ้นไปบนเรือ ก็อยากจะขอให้ท่านปฏิบัติตามที่เราขอไว้ ส่วนในเรื่องของการเดินทางทางอากาศนั้น ในเดือนพฤษภาคมนี้ ก็มีสายการบิน 5 สายการบินด้วยกันที่กลับมาให้บริการขนส่งทางอากาศนะครับ เราเปิดภาคอากาศยาน เพื่อรองรับการเดินทางทางอากาศทั้งสิ้น 18 แห่งนะครับ ในภูมิภาค รวมทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมืองเพื่อรองรับการเดินทางเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางในประเทศเท่านั้นนะครับ ผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศเข้ามา หรือจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศนั้นก็ยังมีการควบคุมของศูนย์อยู่ดีนะครับ แต่การเดินทางภายในประเทศนั้นก็จะมีข้อกำหนด ท่าอากาศยานแต่ละแห่ง 18 แห่งนั้น ก็จะปิดเปิดการให้บริการกำหนดระยะเวลาครับ คือเราให้เปิดให้บริการตั้งแต่ 7 นาฬิกา ถึง 19 นาฬิกา เท่านั้นเอง เนื่องจากว่ามีเวลาที่เราต้องควบคุมตามเคอร์ฟิวนะครับ 22.00 - 04.00 น. ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน เมื่อผู้โดยสารได้เดินทางไปถึงปลายทางที่สนามบินปลายทางแล้ว ท่านก็จะต้องเดินทางต่อกลับเข้าที่พักอาศัยหรือเดินทางต่อ หรือภูมิลำเนา ก็ต้องใช้ระยะเวลาอีกช่วงหนึ่ง ดังนั้นก็จำเป็นครับที่จะต้องปิดสนามบินในเวลา 19 นาฬิกา สิ่งที่กระทรวงคมนาคมผมอยากจะเน้นย้ำนะครับว่า เราห่วงใยในเรื่องของผู้โดยสารที่เดินทางไม่ว่าจะเป็นระบบใดก็ตามนะครับ เราก็ได้กำหนดมาตรการ เพื่อเป็นข้อปฏิบัติ ทั้งผู้โดยสารที่ต้องการเดินทาง แล้วก็เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการให้บริการนะครับ เราจะมีการข้อแนะนำนะครับเราเรียกเป็นข้อแนะนำ ผู้ที่มีไข้ก็ไม่ควรจะเดินทางนะครับ ก็อยากจะขอความกรุณานะครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนนะครับ ที่ท่านมีความจำเป็นต้องเดินทาง ถ้าหากท่านมีไข้ก็ขอความกรุณาว่า ขอให้งดเดินทางเสียนะครับ ขอให้อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ส่วนที่ 2 ที่เรียนไปแล้วเรามีเครื่องคัดกรองอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว ก็มีการวัดอุณหภูมิ ตอนนี้มีเครื่องเทอร์โมสแกนเกือบทุกสถานีแล้วครับ ดังนั้นก็ต้องขอความกรุณาว่า ท่านต้องผ่านจุดเทอร์โมสแกนนะครับ ก่อนที่ท่านจะเข้าสู่ตัวอาคาร รวมทั้งก่อนขึ้นยานพาหนะ ส่วนที่ 3 เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เรามีการบริการอย่างปลอดภัย ยานพาหนะที่เราให้บริการจะมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ รวมทั้งพื้นที่อาคารด้วยนะครับ ก็จะมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อีกส่วนหนึ่งก็คือพนักงานผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถนะครับ พนักงานเก็บค่าโดยสาร พนักงานขายตั๋วต่าง ๆ ก็ดูแลสุขภาพอย่างดีนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นที่แหล่งเพาะเชื้อด้วยกัน อีกส่วนหนึ่งก็คืออยากจะเน้นนะครับว่า การเว้นระยะห่างทางสังคมนั้น ไม่ว่าท่านจะเข้ามาที่สถานีก็ตาม ท่านจะขึ้นไปบนรถไฟฟ้า รถโดยสาร รถเมล์ หรือเรือก็ตามจะขอความกรุณาท่านปฏิบัติตามมาตรการอันนี้นะครับ ท่านอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ว่าเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของพวกเราทุกคนนะครับ ก็ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะ แล้วก็ เราก็บังคับนะครับ ขอให้ท่านได้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้านะครับ เพื่อเป็นการป้องกันการกระจายเเพร่เชื้อนะครับ ตลอดระยะเวลาที่ท่านเข้ามาใช้บริการในการขนส่งสาธารณะนะครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ ถ้าท่านต้องการที่จะเดินทางไปในต่างจังหวัด ท่านจะต้องศึกษาข้อมูลของจังหวัดนั้นว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นประกาศมาตรการข้อกำหนดไว้อย่างไร บางจังหวัดอาจจะมีมาตรการในการควบคุมคนที่จะเข้าจังหวัด เช่น อาจจะต้องมีหนังสือรับรองเอกสาร ปลอดเชื้อโควิด บางจังหวัดอาจจะมีเรื่องของการต้องกักตัวที่พักอาศัย 14 วันนะครับ ดังนั้นท่านต้องศึกษาข้อมูลนั้นให้ดีนะครับก่อนจะเดินทาง เพื่อที่เมื่อเดินทางถึงปลายทางแล้วจะได้ไม่มีปัญหานะครับ ก็สุดท้ายอยากจะฝากว่า เรามีศูนย์รับข้อมูลข่าวสารนะครับ แล้วก็รับข้อร้องเรียนของกระทรวงคมนาคมครับ ที่เราเป็นศูนย์ปลอดภัยคมนาคมนะครับ ท่านโทร. เข้ามาได้นะครับ 1356 เพื่อสอบถามข้อมูล ฝากข้อร้องเรียนต่าง ๆ นะครับ ที่เกี่ยวข้องกับงานคมนาคมนะครับ หรือถ้าเป็นเรื่องของขนส่งทางบก ขนส่งทางทางถนนท่านสามารถจะโทร. ไปที่กรมการขนส่งทางบกครับ โทร. 1584 ครับ ขอบคุณมากครับ หากใครมีคำถามขอเชิญนะครับ (คุณสุภนันท์) ขออนุญาตสอบถามจากทางสื่อมวลชนจากทางช่อง One ครับ อย่างเมื่อเช้าเองทางรถไฟฟ้าเอง ระบุเป็นทางใต้ดินไม่ได้มีเหตุขัดข้อง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอต่อการใช้บริการของผู้โดยสาร หรือไม่เพราะว่ามีการรอคิวยาวจนออกมานอกภายนอกสถานี แล้วก็ใน social media ว่าจะมีการลดความหนาแน่นในขบวนเป็น 1 ใน 4 มีความจำเป็นต้องเพิ่มความถี่ (คุณชัยวัฒน์) ก็ขอบคุณสำหรับคำถามครับ เรื่องของการ 1 ความจำเป็นนะครับ ที่จะเว้นระยะห่างทางสังคมหรือในสถานี รวมทั้งในขบวนรถไฟฟ้า กรณีของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT นะครับ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส เหมือนกันครับ เมื่อมีประชาชน หรือผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น จำเป็นครับ ที่จะต้องปรับขบวน เพิ่ม เขาเรียกว่าเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งให้เต็มพิกัด เรื่องนี้ต้องชี้แจงนะครับ ทาง รฟม. ก็ดีนะครับ ทางบริษัทรถไฟฟ้าก็ดี ได้มีการปรับขบวนรถ เราได้มีการเก็บข้อมูลครับ ต้องขอบคุณสำหรับการแจ้งนะครับ ข้อขัดข้องอันนี้ขึ้นมาว่า ถึงแม้ว่าเราจะมีการให้บริการก็ตาม แต่ว่าหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการปรับ ตอนนี้ได้มีการปรับ เพื่อให้วิ่งได้มากขึ้นเต็มพิกัด แต่อย่างไรก็ตามขออนุญาตเรียนว่า เราไม่สามารถจะเพิ่มความถี่ของขบวนรถให้ถี่มากนะครับ เนื่องจากมีการเว้นระยะเวลาของการให้บริการในช่วงของขบวนรถแต่ละขบวนนะครับ อย่างมากที่สุดนะครับ อย่างน้อยที่สุด ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 นาที ก็แปลว่าถ้าเราลดมากกว่า 3 นาทีนั้น อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยของการให้บริการ ดังนั้นมาตรฐาน ก็คือว่า 3 นาที ก็คือมาตรฐานเวลาที่เรากำหนดเอาไว้นะครับ ปัจจุบันนี้เราใช้มาตรฐาน 3 นาที เป็นตัวตั้ง แล้วก็ให้มีการลด ในช่วงเวลาเช้าเย็นที่เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนของการเดินทางนั้น ก็จะปรับขบวนรถให้วิ่งถี่ขึ้นในระยะเวลา 3 นาที ให้ได้ อันนี้คือปัญหา นี่คือวิธีการแก้ปัญหาอันหนึ่ง แต่ที่สำคัญครับการให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า ถึงแม้เรามีการปรับขบวนรถให้มีความถี่มากที่สุดแล้วก็ตามนะครับ แต่ก็ยังมีจำนวนของผู้โดยสารที่ต้องมารอขึ้นขบวนรถและต้องรอเข้าคิว ดังนั้นต้องดำเนินการก็คือ เราจัดเป็นพื้นที่ให้บริการเป็นช่วง ๆ นะครับ ตั้งแต่ก่อนขึ้นสถานี หลังจากที่ขึ้นสถานีมาแล้วก็จะต้องไปผ่านประตูที่จะเข้าไปในพื้นที่ชั้นในนะครับ แล้วก็อีกชั้นหนึ่ง ก็คือป็นชั้น ๆ ก็ต้องขอความกรุณานะครับว่า ต้องขอให้เข้าใจสถานการณ์อันนี้ นี่ซึ่งเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ซึ่งจะต้องมีการจัด หรือป้องกันการแพร่ระบาดนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ขอยืนยันว่าเราได้มีการปรับขบวนรถนะครับ แล้วก็จะมีการติดตามกระบวนผลว่า หากการให้บริการนั้นยังไม่เพียงพอนั้น จะต้องมีมาตรการเพิ่มหรือเสริมต่อไปครับ (คุณสุภนันท์) ครับ พอดีมีคำถามจาก Facebook Live อย่างภายในขบวนรถตรงที่นั่งจะมีการเว้นระยะห่าง แล้วส่วนที่ยืนละครับมีการเว้นระยะห่างภายในขบวนอย่างไรครับ (คุณชัยวัฒน์) อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เราได้มีเครื่องหมายที่เก้าอี้ว่า ตัวไหนที่เราให้นั่ง ตัวไหนที่ห้ามนั่งนะครับ เช่นกันครับที่พื้นก็จะมีเครื่องหมายแสดงเอาไว้นะครับ แต่จริง ๆ แล้วผมอยากจะเรียนว่า ท่านที่เดินทางท่านต้องรู้ตัวเองครับว่า ท่านจะต้องเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่น อย่างที่คุณหมอทวีศิลป์ได้กล่าวไว้ในตอนก่อนนะครับ ว่า 1 เมตร นี่เป็นระยะที่น้อยที่สุด ดังนั้นนี่ทุกท่าน ต้องเตือนตัวเองว่า ต้องเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตรนะครับ ผมมีอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ผมคิดว่าจะช่วยในเรื่องของการเดินทางที่มีความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดมากขึ้น ตอนนี้ก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงาน หน่วยงานราชการ แล้วก็รัฐวิสาหกิจได้ทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home ครับ อันนี้จะเป็นสิ่งที่จะช่วยลดการเดินทางของประชาชนลงอย่างแน่นอนนะครับ ก็อยากจะขอความกรุณาทางภาคเอกชน มีพนักงาน หรือลูกจ้างจำนวนมากถ้าท่านสามารถที่จะให้ลูกจ้าง หรือพนักงานท่านนี่ทำงานที่บ้าน หรือ working from home ได้ มากเลยทีเดียวครับ อีกส่วนหนึ่งของการปรับหรือสลับ การเหลื่อมเวลาเป็น 3 ช่วง อันนี้ท่านนายกฯ ท่านก็ได้มอบเป็นนโยบายนะครับ ให้หน่วยงานราชการนะครับ หรือรัฐวิสาหกิจได้มีการปรับในเรื่องของการเข้าทำงานเหลื่อมเวลานะครับ เป็นช่วง 7 โมง 8 โมง แล้วก็ 9 โมง ซึ่งอันนี้ก็จะช่วยในเรื่องของการกระจาย ถึงแม้ว่าจะ Working From Home ทำงานที่บ้านไม่ได้ จำเป็นจะต้องเดินทาง ก็เหลื่อมเวลาสลับเวลาในการเดินทาง ซึ่งก็จะเป็นการช่วยในเรื่องของความหนาแน่นในการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน ที่จำเป็นจะต้องมาใช้รถไฟฟ้าก็ดี รถเมล์ก็ดีลงได้มาก ก็ฝากแค่นี้ครับ (คุณสุภนันท์) สุดท้ายนะครับเป็นคำถามเพิ่มเติมนะครับ โดยเที่ยวบินภายในประเทศ พี่น้องประชาชนจะต้องทำอะไร ต้องมีเอกสารอะไรในการเดินทางหรือไม่ครับ (คุณชัยวัฒน์) ครับอันนี้อย่างแรก ที่ผมเรียนไปแล้วครับ ท่านจะต้องศึกษาข้อมูลว่า ที่จังหวัดปลายทางที่ท่านจะเดินทางไปถึงนั้นนี่ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีประกาศเงื่อนไขว่าอย่างไร แต่ละจังหวัดจะแตกต่าง บางจังหวัดจะแตกต่างกันบ้าง ขึ้นกับความหนักเบาของสถานการณ์โควิดส่วนที่ 2 ครับ ท่านจะต้องมีการกรอกเอกสาร เขาเรียกว่าเป็นเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพนะครับ ซึ่งเรามีเอกสารนี้ให้บริการที่ท่าอากาศยานนะครับ สายการบินก็จะแจกให้ท่าน ท่านจะต้องกรอกข้อมูล ว่าท่านเดินทางมาจากไหน ท่านมีโรคประจำตัวไหม ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์นะครับ เอกสารข้อมูลนี้ไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่จะเก็บเอกสารนี้ไว้เพื่อจะใช้ในการติดตามนะครับว่า ในกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดก็จะได้ติดตามได้ถูก ส่วนนี้ครับ จะเป็นส่วนที่จะช่วยกัน การแพร่ระบาดนั้นสามารถจะควบคุมได้ แล้วก็จะเป็นข้อมูลสำคัญครับ ที่จะทำให้หน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขได้มีการติดตามแล้วก็ประเมินผลด้วย อันนี้ก็ขอความกรุณาครับ ที่ประชาชนที่ต้องการเดินทางทางอากาศนั้น จะต้องมีการเตรียมความพร้อมนะครับ และสนามบินนะครับ ปิด 1 ทุ่ม สายการบินบินไปมากกว่านั้นไม่ได้ ดังนั้นเมื่อท่านไปถึงสนามบินปลายทางแล้ว ท่านจะต้องเดินทางต่อไปยังจังหวัดข้างเคียงหรือกลับเคหสถานนะครับต้องใช้เวลา ก็จะต้องนัดหมายผู้ที่มารับตัวท่านให้พร้อมด้วยนะครับ (คุณสุภนันท์) วันนี้กราบขอบพระคุณท่านชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมนะครับ ขอบคุณมากครับ (คุณชัยวัฒน์) ครับขอบคุณมากครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะพยายามเน้นย้ำให้ทุกท่านนั้นเดินทางเท่าที่จำเป็นจริง ๆ แต่ถ้าใครมีความจำเป็นทางกระทรวงคมนาคม ก็ให้คำยืนยันแล้วนะครับ ในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างไรก็ตามครับ แม้ว่าในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครจะมีความจำเป็น แต่ก็มีการเน้นย้ำเรื่องของการ work from home เรื่องของการเหลื่อมเวลาการทำงาน ระยะเวลาในการทำงาน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้บริการในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ลดลดความแออัดเรื่องของการเดินทางใช้รถโดยสารสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถบัส ขสมก. รถไฟฟ้าต่าง ๆ ลำดับต่อไปจะเป็นการแถลงข่าวภาคภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยนะครับ รวมทั้งสื่อมวลชนหลายสำนักเองติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณสุภนันท์) ครับขอบพระคุณนะครับ ท่านณัฐภานุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และทั้งหมดคือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันนี้ครับ แต่สำหรับรายการพิเศษในช่วงบ่ายวันนี้นะครับ พ่อแม่ผู้ปกครองรวมถึงนักเรียนนักศึกษานะครับ ต่อการเปิดเทอมเป็นอย่างไร จะปรับเปลี่ยนการสอนหรือไม่ แต่ก่อนจะไปถึงการปิดเทอม ช่วงรอยต่อระหว่างนักเรียนชั้นป. 6 จะเข้า ม.1 ชั้น ม. 6 แล้วจะเข้ารั้วมหาวิทยาลัย การสอบ การสมัครเข้าศึกษาเป็นอย่างไร ช่วงบ่ายมีคำตอบนะครับ ช่วงนี้ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี และทีมงานทั้งหมดขอลาไปก่อน สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]Ր