--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (11 พ.ค. 63) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...ՐՐ (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชม เข้าสู่การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือว่า ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะคะ คุณผู้ชมคะ วันนี้การแถลงข่าวนะคะ นอกจากการแถลงข่าวที่เราจะมาติดตามกันแล้วก็เรื่องของมาตรการต่าง ๆ ให้ความร่วมมือต่าง ๆ แล้ว เนื่องจากวันนี้เป็นวันพืชมงคลแล้ว วันนี้จึงมีข้อมูลที่เป็นเรื่องของข่าวดี ของพี่น้องเกษตรกรนะคะ โดยเฉพาะเรื่องของการประกันรายได้สินค้าเกษตร การกระจายสินค้าเกษตรในวันนี้ ภาครัฐบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ขณะนี้อย่างไรบ้าง วันนี้สามารถติดตามได้ จากการแถลงข่าวของเราค่ะ ลำดับแรกเรียนเชิญ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. สรุปประเด็นเรื่องของสถานการณ์ไวรัสและมาตรการต่าง ๆ เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชน ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ ในฐานะโฆษกของ ศบค. ขออนุญาตรายงานตัวในวันหยุดราชการอีก 1 วัน วันที่ 11 พฤษภาคม ท่านที่รับฟังข่าวก็ต้องเน้นย้ำนะครับ เรื่องของใส่หน้ากากอนามัยไปในที่ที่เป็นสาธารณะออกจากบ้านทุกวันต้องใส่ด้วยนะครับ แล้วก็เรื่องของล้างมือบ่อย ๆ กับเลี่ยงที่จะไปในที่ที่คนแออัด นี่คือสิ่งสำคัญ 3 ข้อที่เน้นย้ำทุกครั้งนะครับ ช่วงแรกผมจะไปที่การรายงานสถานการณ์ประจำวัน 6 ราย สำหรับตัวเลขวันนี้ที่เพิ่มเติมขึ้นมา เมื่อวานนี้แจ้งอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว 4 2 เพิ่มเติม เดี๋ยวรายละเอียดจะเป็นอย่างไรจะแจ้งเพิ่มเติมนะครับ รวมทำให้ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,015 ราย นะครับ แล้วก็หายป่วยไปแล้ว 2,796 ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย วันนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม การกระจายตัวก็ยังอยู่ในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ภาคใต้เป็นส่วนใหญ่นะครับ นอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาลเหลืออยู่ 163 รายครับ ในรายละเอียดของ ทั้ง 6 รายนี้เป็นอย่างไรบ้าง อยู่ในกลุ่มที่ 1 คือ ผู้ป่วยรายใหม่ คือผู้ป่วยจากการเฝ้าระวัง เฝ้าระวังและระบบการบริการ รายแรกเป็นผู้ป่วย เด็กชายไทยอายุ 6 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ก็คือไปเฝ้าไข้คุณพ่อ แล้วก็ตัวเด็กเองไม่มีอาการ ก็นำมาตรวจ เพราะอยู่ใกล้ชิดกับคนที่ยืนยันรายก่อนหน้า ก็คือคุณพ่อ ก็พบว่าเด็กก็มีผลยืนยันขึ้นมาอีก 1 รายนะครับ อีก 4 ราย เป็นรายที่แจ้งไปไม่เป็นทางการเมื่อวานนี้นะครับ ก็ชัดเจนว่า มีประวัติเสี่ยง จากการไปทำงาน หรือหรือสถานที่ชุมนุมชน ในจังหวัดภูเก็ต รายละเอียดของรายที่ 2 ก็เป็นชายไทย อายุ 19 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต มีประวัติไปที่สถานที่ชุมนุมชน เริ่มมีอาการป่วยด้วยอาการไข้ ปวดศรีษะ ถ่ายเหลว หายใจเหนื่อย ในวันที่ 5 พฤษภาคม รายที่ 3 เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 29 ปี เป็นตำรวจนะครับ เริ่มป่วยด้วยอาการไอ เจ็บคอ มีเสมหะ แล้วก็ไปตรวจในวันที่ 2 พฤษภาคม รายที่ 4 เป็นหญิงไทย อายุ 23 ปี อาชีพ พนักงานบริษัท พบลูกค้าในบางโอกาส แล้วก็เริ่มป่วยด้วย อาการไข้ หายใจเหนื่อย นะครับ มาวันที่ 2 พฤษภาคม รายที่ 5 เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 29 ปี เป็นพนักงานขายของในร้านค้า เริ่มป่วยด้วยอาการไข้ หายใจเหนื่อย ปวดกล้ามเนื้อในวันที่ 7 มาโรงพยาบาล 7 พฤษภาคม แล้วรายสุดท้าย คือรายที่ 6 เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 22 ปี อันนี้อยู่ในกลุ่มของ Active Case Finding หรือ การค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชนเชิงรุก ที่จังหวัดยะลา โดยเป็นการพบผู้ป่วยที่ ที่ไปสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า ที่มาเลเซีย แล้วก็เริ่มมีอาการด้วยอาการน้ำมูก เสมหะแล้วก็มารักษาในวันที่ 1 พฤษภาคม จะเห็นว่า ตั้งแต่รายที่ 2 ถึงรายที่ 6 อยู่ในกลุ่มอายุ 27 - 39 ปี ทั้งสิ้น 20 -29 ปีด้วยซ้ำนะครับ อยู่ในกลุ่มแรกเลย มีอีกคนหนึ่ง 19 19 กับ 29 ปี นี่คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ที่เราเคยรายงานทุกครั้งนะครับ ว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่อยู่อันดับสูงสุดของประเทศไทยเรา ซึ่งมีความเสี่ยงมาก ๆ อันนี้นำเรียนว่า ก็ยังเป็นกลุ่มนี้อยู่ ขอให้ทุกท่านระมัดระวังด้วยนะครับ ในการเดินทางไปไหนมาไหนนะครับ มาดูในตารางกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ ก็พบว่า หลาย ๆ จังหวัดยังคงที่ ยกเว้นวันนี้นครพนมครับ ลงมาจากทางจังหวัดของกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากกลุ่มที่มีรายงานช่วงที่มีรายงาน 28 วันที่ผ่านมา ตกมาอยู่ในกลุ่มที่ไม่มีรายงานในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ก็ขอแสดงความยินดี กับทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คงเหลืออยู่ประมาณ 3 จังหวัดนะครับ ภาคเหนือยังคงที่ไม่มีรายงานอยู่ในกลุ่มที่ 28 วันที่ผ่านมาเลยนะครับ 9 จังหวัดก็ยังต้องชมอยู่คงเดิมนะครับ ที่มีมาตรการดี ทำให้ไม่มีรายงานผู้ป่วยเลย มาดูเรื่องของ 10 อันดับแรกของโลก ก่อนถึง 10 อันดับแรกนะครับ ก็ไปที่รายจำนวนรวม รายยืนยันของทั่วโลก วันนี้ ณ เวลา 10.00 น. โดยข้อมูลของเวิลด์โดมิเตอร์ อยู่ที่ 4,080,000 เพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวานนี้ 79,000 กว่าราย หายแล้ว 7,000 กว่ารายนะครับ หายแล้วประมาณ 1,490,000 กว่ารายแล้วก็เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 3,428 นะครับ รวมเป็น 283,000 กว่าราย 10 อันดับแรก ก็ยังคงเดิมอยู่ มีสลับกันมา เพียงแค่อังกฤษกับอิตาลี สลับกันอยู่ 2 ประเทศนี้ เมื่อวานนี้อิตาลีอยู่ 3 วันนี้ลงมา 4 นะครับ แล้วก็สหราชอาณาจักรจาก 4 มา 3 แล้วอันดับหนึ่งยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา ยอดรวม 1 ล้าน 3 แสนกว่า แล้วไทยก็ยังอยู่ที่อันดับเท่าเดิม คืออันดับที่ 66 ครับ ไปดูจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของโลกนะครับ ก็ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา อันดับที่ ๑ อยู่ เมื่อวานนี้วันเดียว 20,000 กว่าราย แล้วก็รัสเซียรองลงมา 11,000 กว่าราย ส่วนลำดับที่ 4 อื่น ๆ นี้ยังสลับกันบ้างนิดหน่อย นะครับ มีของอินเดียจาก 6 มาเป็น 4 แล้วก็เปรูก็ลงไปตรงนั้นนะครับ ส่วนของซาอุดิอาระเบีย จาก 9 มาเป็น 7 นะครับ ที่สลับกันไปมานิดหน่อย ขอประทานโทษครับ ในผู้ป่วยที่เสียชีวิตรายใหม่นะครับ สหรัฐอเมริกาเช่นเดิมนะครับ ก็ 3 สไลด์นี้ ก็ยังเป็นสหรัฐอเมริกาอันดับที่ ๑ ตลอด 750 ที่เสียชีวิตเมื่อวานนี้ บราซิลเป็น 467 แล้วก็ สหราชอาณาจักร 268 ก็เป็น 10 อันดับที่ตามสไลด์นี้นะครับ ไปดูข่าวคราวที่น่าสนใจ ของทั่วโลกนะครับ วันนี้ก็พบว่า จีนเขาบอกว่าน่าเป็นห่วงจีน ยอดติดเชื้อ COVID-19 พุ่งอีก จากรายงานนี้ ก็พบว่า วันเดียวกัน หน่วยงานสาธารณสุขจีน รายงานยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 14 ราย อันนี้ข้อมูลเมื่อวานี้ ข้อมูลวันนี้เป็น 17 นะครับ นับเป็นยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ ที่มีจำนวนตัวเลข 2 หลัก เป็นครั้งที่ 2 แล้วตอนนี้ ในรอบ 10 วัน โดยรายงานระบุว่า จำนวนผู้ที่ติดเชื้อเป็นการติดเชื้อกันเองในประเทศ จำนวน 12 ราย โดย 11 รายเป็นผู้ติดเชื้อที่พบในมลฑลจี๋หลิน และอีก 1 ราย พบในมณฑลหูเป่ย หลายท่านคงจะคุ้นเคยกับหูเป่ย เป็นที่ตั้งของเมืองอู่ฮั่นที่เป็นที่ตั้งของการแพร่ระบาดนะครับ ของโรคนี้ แล้วก็ไปทั่วโลกนะครับ จำนวนผู้ติดเชื้อให้ทางการจีนต้องยกระดับภัยคุกคาม จากการระบาดจากที่เมืองซูหลาน ซึ่งเมืองในมณฑลจี๋หลิน ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงนะครับ เพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลประกาศลดระดับภัยคุกคาม เป็นระดับเสี่ยงต่ำในทุกภูมิภาคของประเทศ ก็คือพอผ่อนลงมาหน่อย ผ่อนทั่วทุกภูมิภาค ตอนนี้ต้องยกระดับขึ้นมาเฉพาะ เมืองซูหลานนี่นะครับ เพราะว่ามีความเสี่ยงสูง เพราะว่ามีตัวเลข 2 หลักขึ้นมา อันนี้ก็เป็นบทเรียนของทางต่างประเทศที่เราต้องเฝ้าดูนะครับ เพราะจีนเองก็บอกว่า ประสบความสำเร็จแล้ว ตัวเลขเป็นตัวเลข 0 ก็เคยแตะ ตัวเลขเดี่ยว ๆ นี้มานาน ตอนนี้เป็น 2 หลักอีกแล้ว เช่นเดียวกันกับ ที่ข่าวคราวเมื่อวานนี้ ที่ผมพูดถึงเกาหลีนะครับ เมื่อวานี้ก็มีรายงานตัวเลขเพิ่มขึ้นมาอีก 35 วันนี้คือ 35 เมื่อวานคือ 34 2 วันก็ร่วม ๆ 70 แล้วครับ นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วที่เขาบอกว่า ต้องมีการติดตามกันถึง 1,500 กว่าคน ที่โน่นเขาใช้เทคโนโลยีในการติดตามคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแอปหรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งก็วันนี้เราจะมาพูดคุยกันตรงนี้นะครับ ไปดูการนำคนไทยกลับบ้าน ก็วันนี้ก็วันที่ 11 ตามที่ปรากฏอินเดีย 219 แล้วก็ญี่ปุ่นอีก 71 แล้วก็รัสเซีย ภูฏานอีก 1 แล้วก็สหรัฐอเมริกา ผ่านทางเกาหลีใต้อีก 200 คนนะครับ แล้วก็มาดูทางเรื่องของการวางแผน สำหรับใน 1 สัปดาห์ข้างหน้านี้ มี 3 เที่ยวบินนะครับ มีสหรัฐอเมริกา มาเลเซีย ภูฏาน ก็จะเป็นฟิลิปปินส์ แล้วก็อินเดีย เยอรมัน 14 จะเป็นบังกลาเทศ 15 จะเป็นฝรั่งเศส แล้วก็ 16 เป็นสหรัฐอเมริกา คืออินเดีย แคนาดา มัลดีฟส์ ท่านใดมีญาติอยู่ต่างประเทศ มีภาระจำเป็นที่เรียกว่าเร่งด่วน และด่วนอย่างที่ผมได้นำเรียน แล้วกล่าวไปน่ะนะครับ ก็ท่านก็ติดต่อกับทางสถานทูตนะครับ ก็ต้องติดต่อกับสถานทูต เพื่อที่จะได้รับความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นตรงนี้ เราไม่ทอดทิ้งใครนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็ต้องจัดลำดับ ให้คนที่มีภาระเร่งด่วนที่สุดมากนี่กลับมาก่อนนะครับ ก็ขออนุญาตได้จัดลำดับกันตามที่เราได้มีการประชุมกันและตกลงกันเพื่อให้ทุก ๆ ท่านได้รับทราบกัน ผมได้เคยกล่าวในเรื่องของเกณฑ์ไว้แล้ว มาดูว่าในสถานที่ที่ต้องกักกันในสถานที่ที่รัฐจัดให้ ได้ทำกันไปแล้วเท่าไรนะครับ ยอดรวมก็ 16,000 กว่ารายนะครับ แล้วก็สะสมกลับบ้านได้แล้ว 6,000 กว่าราย แล้วก็สะสมสำหรับคนที่ป่วย ที่เราเจออยู่ในระบบนี้ 90 รายนะครับ มาเป็นหน้าที่ของทางกระทรวงกลาโหมที่ต้องดูในการทำ State Quarantine หรือสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ในส่วนกลางนะครับ สีแดง ๆ นะครับ แล้วก็ในส่วนของทางภูมิภาค โดยทางกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นสีเขียวนะครับ ก็มีการนำเอาก็มีการนำเอาคนไทย เข้าไปอยู่ในส่วนนั้นพอสมควร แล้วส่วนของภาคของกราฟนะครับ ตอนนี้ก็จะเห็นนะครับว่า มีการสะสมขึ้นไปแล้ว ถึงจำนวนที่เข้ารับการสะสม ก็คือสะสมนี่ 16,331 รายนะครับ แล้วก็กลับบ้านได้ทั้งหลาย อันนี้มาดูเป็นแนวโน้ม ยังพุ่งทแยงขึ้นนะครับ ครับ ก็มีอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของทางด้านจำนวนของด่านทั้งหลายนะครับ ที่ได้มีการดำเนินการ ในด่านทั้งหลายมีอะไรบ้าง ก็จะพบว่าด่านของทางมาเลเซีย สไลด์ไม่ตรงกันแล้วนะครับ ในส่วนของทางด้าน อะไรอย่างไรครับ เดี๋ยวถอยหลังกลับไป มาดูตรงนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่ทางด่านทั้งหลายที่สีแดง ประทานโทษครับ เอาสีเหลืองก่อน คือด่านมาเลเซียก็คือ 8,620 อยากให้ท่านเห็นนะครับว่า เรามีภาระงานเพิ่มขึ้น ที่เกิดขึ้นจากการที่ต้อนรับคนไทยกลับเข้าสู่ประเทศ กระจายกันไปทั่วประเทศ ก็จะพบว่าทางมาเลเซีย ที่เป็นสีเหลือง มียอดตัวเลขจะเห็นสูงสุดเลยนะครับ กัมพูชาก็จะลดน้อยลงมาเป็นสีชมพูนะครับ ด่านลาว 388 แล้วก็เมียนมาร์เป็นสีเขียว จำนวนก็ยังไม่มากเท่าไร แต่ว่าภาระงานหนักจะอยู่ที่ภาคใต้ ต้องขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ แล้วก็ประชาชนผู้ที่กำลังจะเข้ามานะครับ ได้เห็นภาพของตรงนี้แล้ว คงได้เข้าใจนะครับ มาดูที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ความมั่นคงนะครับ เมื่อวานนี้มีเรื่องของคนที่ดื่มสุราเป็นอันดับที่ 1 55 เปอร์เซ็นต์ ผมก็ได้ข่าวคราวไม่ค่อยสบายใจเลย จากที่มีเขาพาดหัวข่าวไว้ว่า แก๊งโจ๋ที่ชลบุรีนะครับ ยกพวกอาละวาด ถล่มร้านชำ เกิดขึ้นจากตรงนี้ด้วยหรือเปล่า ในข่าวนี้ก็พบว่าวัยรุ่น 10 กว่าคน บุกเข้าไปทำร้ายเจ้าของร้าน พังข้าวของ เพราะว่าอยากจะซื้อเหล้านะครับ แต่ว่าทางเจ้าของร้านบอกว่า มันเป็นเวลาที่ไม่ใช่ ไม่เหมาะเนื่องจากเป็นเวลาเคอร์ฟิวแล้ว ก็ทำให้เขาโกรธแล้วก็เข้าไปเอะอะโวยวาย แล้วก็พังข้าวของ ของร้านตรงนั้น ซึ่งต้องใช้ทั้งกลุ่มวัยรุ่นนี้ใช้ทั้งอาวุธมีดดาบ ไม้เบสบอล มันไม่น่าเกิดขึ้นน่ะนะครับ ในเวลาอย่างนี้ ก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนี่คือภาระงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะได้ดูแลกลุ่มพวกนี้ เช่นเดียวกับเรื่องของเรื่องพนันก็ยังปรากฏอยู่เช่นเดียวกันนะครับ ไปดูการปฏิบัติการในการตรวจกิจการกิจรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย ครั้งนี้นะครับ ก็เข้าไปตรวจเพิ่มเติมขึ้นมาอีก 18,000 กว่าสถานที่นะครับ ก็พบว่ามีการตรวจตามมาตรการ 18,000 กว่า พบว่าไม่ตรง ไม่ปฏิบัติตามแค่ 2.37 เปอร์เซ็นต์ คือ 449 ในเมื่อวานนี้นะครับ แต่เพิ่มเติมขึ้นมาอีกทีหนึ่งก็คือ มีกล่องเพิ่มขึ้นมาเป็นสีเหลือง ก็คือปฏิบัติตามแต่ไม่สมบูรณ์ อันนี้ก็ตรวจละเอียดขึ้น ของ ศปม. ขออนุญาตเรียกสั้น ๆ คือ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงนี่ ตรวจก็พบว่ามีพบ 5 ข้อครับ มีทำความสะอาดพื้นผิว ใส่หน้ากาก ที่ผมพูดบ่อย ๆ แต่ทำแล้วไม่ได้คุณภาพที่ยังไม่ดีเพียงพอ นี่เขาตรวจละเอียดอย่างนี้ครับ พบถึง 30.49 เปอร์เซ็นต์ จากที่ตรวจทั้งหมด 18,000 กว่านะครับ พบว่ายังพบแบบตรวจละเอียดแล้วไม่ได้ดีเพียงพอ ก็ให้คำแนะนำไปตรงนี้ ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ คือ 1 ใน 3 ต้องทำให้เนียบขึ้น ทำให้ดีขึ้น เพื่อที่จะได้ป้องกันโรคได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องขอบคุณทางทีมตรวจด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ภาพรวมของเมื่อวานนี้ไม่ปฎิบัติตามมาตรการนี้เพียง เป็นอะไรในภาคไหน มีภาพต่อมาครับ ก็เห็นว่าทั้งร้านอาหารนะครับ ก็ดีขึ้น ตัวเลขกดลงไป ร้านค้าปลีกนะครับช่องที่ 3 ช่องจากซ้ายมือนับมานะครับ ก็ดีขึ้นนะครับ ร้านตัดผม เสริมสวยก็ดีขึ้น แต่ว่าห้างร้านในร้านซูเปอร์มาร์เก็ต พุ่งขึ้นนิดหน่อย มาเรื่องสนามกอล์ฟ ไม่ปฏิบัติอยู่ 2 นะครับ สนามกีฬาไม่ปฏิบัติอีก 2 ส่วนสาธารณะนะครับ ก็ตามตัวเลขตรงนี้นะครับ ที่ผมนำชุดข้อมูลมาตรงนี้ ก็เพื่อที่จะให้ทุก ๆ ท่านได้ช่วยกันนะครับ ไปสู่คำถามเลยครับ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้มีคำถามฝากมาจากภาคประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ติดตามข่าวสาร และเห็นการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรการของการผ่อนปรนระยะที่ 2 ทำเป็นภาพ Infographic ทำเป็นข้อมูลการชี้แจงบ้างว่า สถานประกอบการนั้นนี้ จะเปิดในวันที่เท่าไร ๆ ในตอนนี้เราสามารถเปิดเผยมาได้หรือยังว่า จะมีสถานประกอบการประเภทไหน ที่สามารถผ่อนปรนได้หรือไม่ได้ รวมถึงเรื่องของการนำเสนอผ่านสื่อนั้นมีข้อเท็จจริงอย่างไรคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ผมก็เห็นภาพนั้นแล้วก็ร่อนไปตาม social media ทำเป็น อินโฟกราฟิกอย่างสวยงาม ผมก็ได้พูดคุยกันในระดับผู้บริหาร ส่วนของทางท่านเลขาฯ สมช. นะครับ ผบ.ทบ. ในฐานะรองส่วนกลางได้รับทราบว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่ได้เป็นเรื่องข้อสรุป ชัดเจนสุดท้ายจริง ๆ นะครับ ต้องรอวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งจะมีการประชุม ศบค. แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ผมได้รับการมอบหมายจากท่านว่า วันนี้ก็ได้ประกาศแบบไม่เป็นทางการไปก่อน เพราะว่าส่วนสำคัญคือ ผู้ประกอบการจะได้มีการไปเตรียมตัว แต่ว่ายังไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ เดี๋ยวผมจะกล่าวต่อไปมีอะไรบ้าง ยังไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องสุทธิจริง ๆ คือวันที่ 15 นะครับ มีกิจการอะไรบ้างนะครับ เดิมที่เราประกาศไว้ 3 กลุ่มนะครับ คือกลุ่มกิจการ กิจกรรมด้านเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็คืออยู่ในกลุ่มที่ระยะที่ 2 มีอะไรบ้าง ก. เป็นตัวอย่างนะครับ อย่าเพิ่งไปชัดเจน ก. คือ การจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มในภัตราคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร และร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวานไอศครีม ในอาคารสำนักงาน นี่คือกลุ่ม ก. กลุ่ม ข. ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า Community Mall ยกเว้นโรงภาพยนต์ Fitness Bowling สวนสนุก สวนน้ำ ศูนย์ประชุม และศูนย์พระเครื่อง สนามพระ พระบูชาผมใช้คำว่า ยกเว้นนะครับ อันหลังที่พูดไปนี้คือยกเว้น เดี๋ยวไปตีความอื่น ๆ นี่ก็เดี๋ยวไปตีความอีกทีหนึ่งนะครับ ข้อ ค. ร้านค้าปลีกค้าส่งอื่น ๆ นะครับ อันนี้คือกลุ่ม ค กลุ่ม ง คือร้านเสริมสวยนะครับ ในวงเล็บ ย้อมผม ดัดผม หรือกิจกรรมอื่น ๆ ภายในเวลาการบริการไม่เกิน 2 ชั่วโมง และร้านทำเล็บ แล้วก็มาอันนี้อยู่ในกลุ่มกิจกรรมที่ 1 กลุ่มกิจกรรมที่ 2 คือกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย หรือการดูแลด้านสุขภาพมีอะไรบ้าง กลุ่ม ก. คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม คุมน้ำหนัก ควบคุมน้ำหนักนะครับ กลุ่ม ข สนามกีฬา เฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้ง และตามกติกาเล่นเป็นทีม ไม่มีผู้ชม อันนี้กำหนดว่าอย่างนี้นะครับ ข้อ ค. สวนดอกไม้ สวนพฤษศาสตร์ แล้วก็พิพิธพันธ์ แกลลอลีห้องสมุดสาธาราณะ ในวงเล็บเข้าเป็นรายคน แล้วก็กลุ่ม ค. ต่อนะครับก็คือ สถานประกอบการนวดแผนไทย ในวงเล็บเฉพาะนวดเท้า แล้วก็อันนี้หมดกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 ก็คือกลุ่มอื่น ๆ ก็คือ การประชุม ณ สถานที่ภายในหรือภายนอกองค์กร ลักษณะการบรรยาย ร่วมกับ VDO conference จำนวนคนตามพื้นที่ แล้วก็มีอีกกลุ่มหนึ่งครับ ทีมถ่ายทำรายการโทรทัศน์ โฆษณา ถ่ายแบบ ทำคลิป ในจำนวนไม่เกิน 5 คน ใน 3 กลุ่มนี้นะครับ เน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ผมได้รับหน้าที่ในการมอบหมายมาบอกกล่าวว่า ร่างอยู่นะครับ ซึ่งจะต้องมีการประชุมกันหลายครั้ง และนำเรียนว่า หลาย ๆ ร่างนี้ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงกันไปอยู่ เพราะว่ามีการประชุมพูดคุยกันหลายฝ่าย ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง ผู้ประกอบการนะครับ ทางสภาพัฒน์ ที่เข้ามาพูดคุยกันยังมีบางรายการก็เข้าใหม่ บางรายการเข้าแล้วก็ออก เข้าแล้วก็เอามาใหม่อีก ต่าง ๆ เหล่านี้ ยังไม่นิ่ง แต่หน้าที่ผม คือมาสื่อไว้ก่อนว่ามีภาพคร่าว ๆ ประมาณนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะดึงเอาความเสี่ยงที่ต่ำกว่าเข้ามา ท่านเองที่เป็นเจ้าของกิจการ ควรจะมีเวลา ไปทำในพื้นที่ที่กล่าวมาทั้งหมด ท่านต้องแจกแจง แล้วทำให้มั่นใจว่า ลูกค้ามารับบริการจากท่านแล้ว ไม่ติดโรคแน่นอน แล้วท่านเองก็ปลอดโรคปลอดภัย ไม่ติดโรคมาจากผู้ป่วยของที่แฝงมาในนามลูกค้า เป็นมาตรการที่สำคัญครับ (คุณปวีณา) ต่อเนื่องกันเมื่อสักครู่นี้ ที่คุณหมอบอกว่า ถ้ามีการเปิดการให้บริการห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์คอมมิวนิตี้ มอลล์ อาจจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูล เมื่อวานนี้คุณหมอพูดถึงเรื่องแอปพลิเคชัน วันนี้ถ้าดูแล้ววันที่ 11 อีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ ณ วันนี้ เรื่องของ application ที่จะติดตามตัว ติดตามต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด มีความชัดเจนมากน้อยแค่ไหนคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ปรากฏอยู่ในข้อกำหนดของทางการประกาศออกมาแล้ว แต่หลาย ๆ คนบอกว่า แอปอย่างนี้ฉันรู้สึกว่าติดตามตัวฉันไม่ติดตามดีกว่า เราก็อยากจะนำเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย หลาย ๆ คนอาจจะเข้าไปทำร้าน แล้วก็ขอชื่อ ขอนามสกุล จดเบอร์โทรศัพท์ไป ก็คล้าย ๆ อย่างนั้นครับ คือถ้าพูดเป็นภาษาที่เราใช้พวก Social Media คือ Check-in และ check in เข้าไป แอพจะทำหน้าที่อย่างนั้น ท่านคิดถึงกรณีที่เกิดขึ้นสิครับ อย่างกรณีของทางที่เกาหลีใต้ ก็คือมีการเข้าไปสถานที่บันเทิงเข้ามาแล้ว แล้วมีคน 1,500 กว่าคน เขาบอกได้เป็นจำนวนหน่วยเลยนะครับ 1,570 คน จะต้องไปตาม ระบบของทางเกาหลีใต้เขาใช้ IT ตามคนได้อย่างนี้ เราก็ต้องมีระบบคล้าย ๆ อย่างนี้ เพื่อจะได้ติดตาม เอามาไม่ใช่เพื่ออะไร เอามารักษานะครับ ถ้าท่าน Check-in เข้าไปแล้ว เพราะว่าจะปรากฏว่า ร้านที่ท่านเข้าร้านที่ท่านเข้า ท่านสามารถให้เรตติ้งเป็นอย่างไร เขาทำได้ดี ท่านก็ให้เรตติ้งสูง ๆ ถ้าเขาทำไม่ดีท่านก็บอกคนอื่นนะครับ เราเคย Shop Online ไหมครับ ร้านนี้ส่งของคุณภาพดีมาเราให้เขา 5 ดาวเลย เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ จะได้เข้ามาบ้าง เช่นเดียวกันครับ application ต่าง ๆ เหล่านี้ ก็บอกท่านด้วย หรือท่านจะเดินเข้าไปปุ๊บ เห็นร้ายอยู่ 3-4 ร้านนี้ ท่านจะเข้าร้านไหนล่ะ ท่านก็ต้องเลือกเข้าร้านที่มี Rating สูง ๆ ใช่ไหมครับ นี่คือสิ่งที่ท่านจะได้ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นมาจากภาครัฐ ก็คือเพื่อที่จะตอบแทนสังคมให้ได้ว่า เราจะมีสังคมที่ปลอดภัยปลอดโรคอย่างไร เพราะฉะนั้นขณะเดียวกันก็จะได้คุณภาพของการบริการที่ดีด้วย ก็ได้ทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ได้มีใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะได้ฝ่ายเดียว อันนี้เราทำกันเพื่อสังคม จำได้ไหมครับ คำหนึ่งคำหนึ่งที่สำคัญคือ ความแน่นแฟ้นของสังคม คือ social coation ทำให้เราได้มีการที่เราจะผ่านอุปสรรค วิกฤตที่ผ่านมาได้ เพราะฉะนั้นที่ทำให้เราสามารถผ่านระยะที่ 2 ไประยะที่ 3 ที่ 4 ไปด้วยกัน (คุณปวีณา) สุดท้ายให้ทางท่านโฆษกฝากประเด็นเพิ่มเติม ฝากความคิดเห็นข้อเสนอแนะไปยังประชาชนที่ติดตามการแถลงข่าวในวันนี้เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ผมก็เป็นความเห็นอกเห็นใจกัน ที่อยากจะมาต่อกันเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนไม่กี่คนที่เริ่มต้นขึ้นมา เป็นภาพที่แพร่กระจายกันไปทั่วประเทศ ผมก็ขออนุญาตเอามาจากทางเว็บไซต์ที่คุณ supakit bank นำขึ้นไปเสนอนะครับ จะเห็นนะครับว่าเริ่มต้นจากตู้ปันสุข เมื่อวานนี้ผมพูดมาไม่กี่จังหวัด ตอนนี้ขึ้นมา 43 จังหวัด เป็นตู้เติมใจให้กัน ตู้ปันสุข ตู้ปันใจ ตู้แบ่งสุข ตู้อิ่มใจ ตู้กับข้าวนะครับ แล้วก็มีตู้กับข้าวตำรวจทางหลวง ถังปันสุขมีเยอะแยะไปหมด นี่คือสิ่งเป็นปรากฏการณ์คนไทยด้วยกันให้ความรัก แล้วก็ให้การแบ่งปันน้ำใจกัน ซึ่งเป็นภาพที่อยากให้เห็นอย่างนี้ แล้วก็ยั่งยืน แล้วก็อยู่ได้ตลอดไปครับ ไม่ได้ต้องเกิดขึ้นจากใครเลย เกิดขึ้นจากคนไทยทุกคน มีคนมาหยิบออกไปก็มีคนมาเติมให้ เห็นภาพของเด็ก ๆ ได้มามีโอกาสได้เป็นผู้ให้ ได้เป็นผู้รับ เขาอยากจะชอบอันไหน เขาก็เอามากิน และขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้ให้ด้วยนะครับ นี่คือสิ่งที่ปันสุขจริง ๆ ครับ เห็นแล้วก็มีความสุข ผมก็เชื่อว่าใครที่อ่านข่าวอย่างนี้ขึ้นมานี่นะครับ ก็ได้แพร่กระจายกันไป ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ไม่กี่จังหวัดนี้ ผมเชื่อว่าเรามีทั้งหมด 77 จังหวัด ก็คงอาจจะปรากฏ ได้ครบทุกจังหวัดนะครับ ถ้าเป็นไปได้อยากจะเห็นภาพนี้เกิดขึ้นมาตลอดเลยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณนะครับ (คุณปวีณา) กราบของพระคุณนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ท่านโฆษก ศบค. นะคะ จากเรื่องการส่งมอบความสุขผ่านตู้ต่าง ๆ หลายคนก็มีการแสดงความคิดเห็นเข้ามานะคะ เรื่องความห่วงใยว่า ตู้ต่าง ๆ อาจจะเป็นจุดที่นำเชื้อไปสู่ผู้อื่นหรือเปล่า เรื่องนี้ต้องบอกว่า เราสามารถช่วยกันได้ ช่วยกันได้ใน 3 ส่วน ส่วนแรกคือจุดการตั้งตู้ สามารถเลือกจุดที่มีผู้เข้าไปดูแล เข้าไปช่วยเหลือทำความสะอาด หรือว่าดูสิ่งของต่าง ๆ ได้ ผู้ที่สิ่งของไปส่งมอบให้ก็สามารถทำความสะอาดสิ่งของต่าง ๆ ก่อนที่จะนำไปใส่ไว้ในตู้ ความช่วยเหลือต่าง ๆ และอีกหนึ่งส่วน คือคนที่จะไปหยิบของ เพื่อนำมาใช้ หรือว่าใช้ในการบริโภค อุปโภค ก็สามารถช่วยได้ด้วยการดูแลภาพรวมของตู้กันให้เกิดความสะอาด ก็จะทำให้ตู้ส่งความสุขนั้นจะเป็นการส่งความสุขจริง ๆ ไม่ใช่จุดที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ลำดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญทางท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ท่านบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ประเด็นเรื่องของการดูแลช่วยเหลือสินค้าเกษตร การดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งตอนนี้ท่านพร้อมแล้วเรียนเชิญค่ะ (คุณบุญยฤทธิ์) สวัสดีครับ ผมก็ทำตามทำตามที่คุณหมอทวีศิลป์ ท่านโฆษก ศบค. ได้แนะนำเอาไว้นะครับว่า เราต้องใส่หน้ากากกันตลอดนะครับ แต่ว่าตอนนี้ก็อยู่ห่างจากพวกเราในห้องนี้พอสมควร ก็ขออนุญาตถอดหน้ากากเพื่อความชัดเจนในการสื่อสารนะครับ ครับ วันนี้ก็เป็นวันพืชมงคล ก็คิดว่าคงจะต้องเริ่มต้นด้วยเรื่องดี ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรก่อนนะครับ ตอนนี้เข้าใจว่าตอนนี้พี่น้องเกษตรกรก็ได้รับข่าวดีกันมาแล้วเมื่อหลาย ๆ วันที่ผ่านมาแล้ว ว่ารัฐบาลมีมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศเป็นการทั่วไป ก็จ่ายเงินเยียวยาให้รายละ 5,000 ต่อเดือนนะครับ ก็คงจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม อันนั้นก็เป็นการช่วยแบบเป็นการทั่วไปข่าวดีอีกนิดหนึ่งที่อยากจะมานำเรียนกับพี่น้องเกษตรกร ก็คือว่าเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา จริง ๆ เรื่องนี้นี่ท่าน ดร.รัชดา เรียนไปแล้วนะครับ แต่ผมขออนุญาตนำเรียนให้กับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ก็คือว่าวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมามีการประชุมกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ท่านเป็นประธาน นะครับ คณะกรรมการกองทุนได้มีมติในหลักการว่า จะให้มีการพักชำระหนี้กับพี่น้องเกษตรกร ชำระหนี้ การพักชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ก็จะมีผลต่อพี่น้องเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้กองทุนฟื้นฟู รวมทั้งกองทุนเกษตรกร ที่เป็นลูกหนี้องค์กรฟื้นฟูอยู่ด้วย ก็วงเงินประมาณราว ๆ 900 ล้านบาท ที่จะได้รับการพักชำระ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ในครั้งนี้ ซึ่งอันนี้ก็คงจะเป็นข่าวดี ตอนนี้กองทุนฟื้นฟูก็จะต้องไปแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพราะระเบียบเดิมนี่ คือเขาพูดถึงแค่การขยายเวลา การชำระหนี้ แต่ว่าไม่ได้พูดถึงเรื่องการพักชำระหนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องแก้ไข ประชุมคณะกรรมการครั้งต่อไปโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะออกมาเป็นมาตรการให้สอดคล้องกับระเบียบใหม่ที่จะแก้ไข นั่นก็เป็นเรื่องดี ๆ เรื่องแรกนะครับ ที่อยากจะนำมาเล่าให้พี่น้องเกษตรกรในวันพืชมงคลวันนี้นะครับ ครับ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะรายงานรายงานเป็นความคืบหน้า แล้วก็เล่าสู่กันฟัง ก็คือโครงการประกันรายได้ ซึ่งโครงการประกันรายได้เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาตั้งแต่ที่เข้าบริหารประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมปีที่แล้ว การประกันรายได้ ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ คน ก็คงได้ประสบการณ์กับการช่วยเหลือกับโครงการประกันรายได้ไปแล้วนะครับ โครงการประกันรายได้นี้ ไม่ใช่การประกันราคา เราไม่ได้ไปสั่งให้ราคาสินค้าเกษตรขึ้นลงเท่านั้นเท่านี้ แต่ว่าเป็นวิธีคิดของรัฐบาลที่จะคิดว่า พี่น้องเกษตรกรนี่ ควรจะขายผลผลิตได้ในราคาประมาณไหน จึงจะมีรายได้พอกับการยังชีพ เพราะฉะนั้นเราก็เอาราคาตรงนั้นมาเป็นเกณฑ์ ถ้าหากว่าผลผลิตราคาตกต่ำลง รัฐบาลก็จ่ายชดเชยในส่วนต่างให้ นั่นก็คือพี่น้องประชาชนก็จะมีเงินกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา กระเป๋าขวาก็คือ รับชดเชยจากส่วนต่าง ที่ราคาผลผลิตอาจจะตกต่ำลง ก็ใส่กระเป๋าขวาไป ส่วนกระเป๋าซ้าย ก็คือสินค้าเกษตรเก็บเกี่ยวมาได้ ก็ยังเป็นของพี่น้องเกษตรกรอยู่ ได้ตามปกติ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาถึงตอนนี้ เราก็ได้ทำไปแล้วทั้งหมด มีสินค้าอยู่ 5 ชนิด ก็มีข้าว มีปาล์มน้ำมัน มีมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา เรื่องที่เป็นข่าวดีกับพี่น้องเกษตรกร ก็มีจ่ายชดเชยไปเกือบครบถ้วนแล้ว อาจจะเหลือบางส่วนที่ถือบัตรสีชมพูอยู่ ก็ทางกระทรวงเกษตรก็เร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ส่วนข้าว ก็เหลืออีก 3 งวด ก็จะสิ้นสุดปีการผลิตนี้แล้ว ในสิ้นเดือน 31 พฤษภาคมนี้ ก็จะเป็นการประกาศราคาขั้นสุดท้าย แต่ว่าสำหรับรอบการผลิตปีต่อไป เนื่องจากเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลก็จะมีการพิจารณาในเร็ว ๆ นี้ว่า จะดำเนินการมาตรการนี้ เมื่อไหร่อย่างไร ส่วนมันสำปะหลังกับกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็ยังไม่สิ้นสุดการผลิตดีนะครับ มันสำปะหลังจะไปเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะไปสิ้นสุดเดือนตุลาคม พี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิก็ขอให้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งจริง ๆ เรื่องที่ผ่านมาว่า สินค้าต่าง ๆ ทั้ง 5 ชนิดนั้น ที่ผมได้กล่าวมาแล้วว่า รัฐบาลใช้โครงการประกันรายได้ นี่ 4 ชนิดหลัก มีราคาที่ปรับตัวดีขึ้นหมดเลย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปลายปีที่แล้วที่เริ่มใช้มาตรการใหม่ ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้มาตรการใหม่ ๆ มันสำปะหลังหรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่ยางพาราก็จะมีการปรับตัวขึ้นมาก็จะเห็นจากสไลด์ ตอนล่างของสไลด์นี้นะครับ ที่มีการเปรียบเทียบราคาเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมาก็อาจจะมีอยู่ชนิดหนึ่ง ก็คือเรื่องของปาล์มน้ำมัน ที่มีการปรับตัวลง สาเหตุก็คือช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมานะครับ เป็นช่วงที่ผลปาล์มมีผลผลิตมาก ช่วงฤดูที่ปาล์มออก ขณะเดียวกันที่มีมาตรการจำกัดการเดินทางอะไรต่าง ๆ ของตามสถานการณ์โควิดนะครับ ทำให้การใช้ปาล์มน้ำมันในเรื่องของพลังงาน ในส่วนของ bio ดีเซล หรืออะไรก็ลดน้อยลงนะครับ ก็ทำให้ความต้องการในส่วนนั้นลดน้อยลง ราคาในสวนปาล์ม แต่ว่าเท่าที่คุยกับสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล สถานการณ์ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น เพราะว่ารัฐบาลก็เริ่มผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ไปเยอะแล้ว การเดินทางสัญจรไปมาก็จะกลับสู่ภาวะที่ดีขึ้นนะครับ รวมถึงการขนส่งต่าง ๆ ด้วย ก็จะมีการกลับมาใช้มากขึ้น ก็จะมีการรับซื้อผลปาล์มมากขึ้นนะครับ นอกจากนี้ก็มีสัญญาณที่ดีนะครับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ ให้มีการซื้อน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อใช้เป็นพลังงานผลิตไฟฟ้านี่นะครับ ก็จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มด้วย ตอนนี้ ครม. อนุมัติไว้ ยังเหลือที่จะต้องรับซื้ออีก 30,000 ตัน ก็มีสัญญาณที่ดีว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็อาจจะรับซื้อในเร็ว ๆ นี้ ก็จะช่วยดูดทรัพย์อุปทาน ก็จะทำให้ราคาผลปาล์มขยับสูงขึ้น นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรี ยังกำหนดไว้อีกว่า ยังสำรองให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต สามารถรับซื้อเพิ่มได้อีก 1 แสนตัน ถ้าเสถียรภาพราคาปาล์มยังไม่ดีขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็เชื่อได้ว่าอีกไม่นานนี้ ก็จะเห็นราคาปาล์มขยับตัวขึ้นนะครับ รวมมทั้งมาตรการต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับซื้อผลปาล์มในราคาที่เป็นธรรม สอดคล้องกับราคาที่มันควรจะเป็นตามตลอดนะครับ ไม่กดราคากับชาวสวนปาล์ม ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ก็ฝากไปถึงผู้รับซื้อผลปาล์มทั้งโรงงานสกัดอะไรทั้งหลาย ถ้าหากท่านมีการกดราคารับซื้อ กดราคาโดยไม่เป็นธรรม ก็มีความสุ่มเสี่ยงนะครับ ที่อาจจะขัดกับข้อกฎหมายมาตรา 29 ของ พ.ร.บ. สินค้าและบริการ ข้อหาจงใจกดราคาทำให้ราคาต่ำเกินสมควร ตรงนี้ก็มีความผิดนะครับ จำคุกไม่เกินเจ็ดปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก็ขอให้ผู้รับซื้อผลปาล์มนะครับ ได้รับซื้อในราคาที่เป็นธรรม ถ้าไม่อย่างนั้นก็ผิดกฏหมายที่กล่าวถึงได้นะครับ ครับ ในส่วนนี้อยากจะขอพูดต่อไปนิดหนึ่ง ด้วยตอนนี้ก็จะเป็นฤดูที่ผลไม้กำลังออกนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็คงจะเกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรโดยตรง เรื่องของผลไม้ต่าง ๆ ตอนนี้ฤดูกาลที่เพิ่งผ่านมาก็จะเห็นว่ามะม่วงนะครับ มะม่วงที่ออกมาจากสถานการณ์โควิดก็เลยเกิดผลกระทบนิดหนึ่ง ทำให้เรื่องของการส่งออกต่างประเทศ ก็มีข้อจำกัด ด้วยมีการลดเที่ยวบิน หรือมีการปิดด่านตรงโน้นตรงนี้ อย่างที่เราจะส่งไปประเทศจีนก็สำคัญมากเลย เพราะว่าการขนส่งไปประเทศจีน ต้องผ่านประเทศลาวหรือเวียดนามนะครับ ตามเส้นทางการขนส่ง เพราะฉะนั้นจากสถานการณ์โควิดแต่ละประเทศนี่ก็มีการปิดด่านพรมแดนทำให้การขนส่งยากขึ้น กระทรวงพาณิชย์เอง ก็เข้ามาช่วยเหลือชาวสวน โดยร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญมาก ๆ ต้องให้เครดิตเยอะ ๆ เลย บริษัทไปรษณีย์ไทย เข้ามาช่วยจำหน่ายผลไม้ออนไลน์ครับ แล้วในระยะแรก ๆ นี่ก็จะมีบริษัทไปรษณีย์ไทยเข้ามา ซึ่งก็จะทำให้การจำหน่ายผลไม้มีช่องทางที่เกิดขึ้นมาใหม่ แล้วก็ผลไม้ที่ส่งออกไปต่างประเทศ แล้วก็ไปไม่ได้ ก็มีช่องทางที่จะขายในลักษณะของออนไลน์ ก็เป็นการเปิดช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ มากขึ้น ต่อมาก็มีพันธมิตรเพิ่มเติมครับ ที่เราเข้าไปทาบทามแล้วก็ทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันดีมากเลย เป็นแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ที่ทุกท่านรู้จักกันดีก็มาร่วมกัน ดังนั้นท่านจะเห็นว่า ตอนนี้ท่านจะเริ่มซื้อผลไม้ออนไลน์ได้แล้ว ตอนนี้มะม่วงหมดฤดูกาลไปแล้วนะครับ ต่อไปก็อื่น ๆ ตามมา มีมังคุด มีเงาะ มีอะไรก็ตามมา ก็จะเป็นการขายผลไม้ออนไลน์ช่องทางต่าง ๆ สำหรับไปรษณีย์ไทยน่ารักมากเลยครับ มีการช่วยกันในลักษณะของการเข้าไปรับของถึงสวนเลย เพราะไปรษณีย์ไทยนี่เขาสามารถที่ทำโลจิสติกส์การขนส่งทั้งหมดของเขาเองได้ เพราะฉะนั้นเขาก็ไปรับถึงสวน แล้วก็ทำการส่งให้ด้วย คือครบวงจรเลย ในขณะที่ platform อื่น ๆ เรื่องของการขนส่งบางทีก็เป็นเรื่องของผู้ขายนะครับ อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ผู้ขายต้องพยายามปรับตัว เพื่อที่รับกับการค้าใหม่นี้ด้วยกันนะครับ นอกจากนี้ในเรื่องของผลไม้นี่ ก็ยังมีความร่วมมือจากจาก บมจ. ท่าอากาศยาน ในการจัดพื้นที่ที่สนามบินให้มีการจำหน่ายผลไม้นะครับ ในช่วงที่ผลไม้มันออกมาเยอะ ก็ขายที่สนามบินได้เผื่อใครที่จะซื้อผลไม้กลับบ้านในช่วงที่ผ่านมา ในช่วงที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จ ตอนนี้ก็เนื่องจาก หวังว่าสถานการณ์ก็คงจะคลี่คลายได้โดยเร็วไม่นานนี้ ถ้าหากว่ามีการกลับมาทำการบินได้เหมือนเดิม ทุกอย่างก็สามารถที่ระบายผลไม้ขึ้นเครื่องบินได้อีกนะครับ โดยที่สายการบินหลาย ๆ สาย ก็ช่วยในการขนส่งฟรีไม่เกิน 20 กิโลกรัม ที่ผ่านมาก็ได้ประโยชน์มากในเรื่องนี้ครับ นอกจากนี้สถานบริการน้ำมันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมันยี่ห้อต่าง ๆ ก็จัดพื้นที่พร้อมที่จะให้ผู้ค้าผลไม้ เข้าไปวางจำหน่ายได้ ก็ขอให้ติดต่อที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ทุกแห่งในเรื่องนี้นะครับ ในเบื้องต้นก็อยากจะให้เล่าใหัฟังประมาณนี้ก่อนครับ (คุณปวีณา) ค่ะ เห็นว่ามี 1 โครงการที่น่าสนใจมาก ๆ คือการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร เพราะว่าเราจะเห็น ยกตัวอย่างเช่น เราจะเห็นข้าวไปแลกกับปลาบ้าง โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการลักษณะไหน และมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนะคะ (คุณบุณยฤทธิ์) เรื่องนี้นะครับ เป็นแนวคิดที่ว่ากระทรวงพาณิชย์ เรามีกลไกของพาณิชย์จังหวัดอยู่ 76 จังหวัดทั่วประเทศไทย เราก็มีความคิดว่า ถ้าพาณิชย์จังหวัดจะต้องทำตัวเป็นเซลล์แมนขายสินค้าด้วย แล้วก็แต่ละจังหวัดนี่ก็จะรู้ว่าตัวเองนี่มีสินค้าอะไร ซึ่งอาจจะล้นตลาดหรือมีเยอะ อยากจะระบายไปที่อื่นบ้าง ในขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ก็สามารถรู้ได้ว่าตนเองมีความต้องการอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นแนวคิดนี้ก็เลยทำให้จากมูลค่าการค้าปกตินะครับ ซึ่งใช้ร่วมกับหอการค้าจังหวัด ร่วมกับสหกรณ์การเกษตร ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน อย่างเช่น จังหวัดไหน มีผลไม้มาก ก็อาจจะเสนอไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง พาณิชย์จังหวัดอีกที่หนึ่ง อาจจะมีสินค้าอาหารทะเล หรืออะไรที่อยากจะระบายออกนอกพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิต ก็จับคู่กัน เพราะฉะนั้นตรงนี้นี่ก็ทำให้เกิดมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า หมายถึงว่า ส่วนนี้เป็นส่วนเพิ่มจากการค้าปกตินะครับ ปกติก็คือหมายถึงว่า ที่ขายตามห้างตามร้านค้าต่าง ๆ ที่ร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างที่บอกแล้ว ตอนนี้มีมูลค่าประมาณ 900 กว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องมีการส่งมอบกันไป มีการแลกเปลี่ยนออเดอร์กันเรียบร้อยแล้วนะครับ ในแต่ละจังหวัด แต่ละภาค แต่ละภูมิภาค ก็มีสินค้าอยู่หลาย ๆ อย่าง มีทั้งผลไม้มีทั้งข้าวสาร มีทั้งสัตว์น้ำ อาหารทะเล อาหารแปรรูป เนื้อสัตว์ แล้วก็อื่น ๆ ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งซึ่งทำให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรออกนอกพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตมากยิ่งขึ้นครับ (คุณปวีณา) ฟังแล้วคุณผู้ชมอาจจะรู้สึกแปลกใจ และอาจจะมีข้อสงสัยนิดหนึ่ง ขอขยายความนิดหนึ่ง ในการสินค้าไปแลกกัน อย่างเช่น จันทบุรีมีมังคุด อยากจะไปแลกกับปลาที่พื้นที่ภาคใต้ จะต้องเอาจำนวนมังคุดนี่เท่ากับจำนวนมูลค่าของปลาเลยไหมคะ หรือว่าการแลกเปลี่ยนจะเป็นแบบไหน เพื่อที่จะให้ผลประโยชน์ลงตัว จังหวัดนี้ได้ในสิ่งที่เราต้องการ แล้วก็ในขณะเดียวกัน คนส่งได้ราคาอย่างที่เราต้องการด้วยค่ะ (คุณบุณยฤทธิ์) คือเราใช้หลักการประมาณ ๆ น่ะนะครับ เพราะว่าอย่างที่เรียนให้ทราบว่า ไม่ใช่การค้าปกติที่เขามีการขายผ่านหีบ แต่เป็นหลักการที่เราใช้องค์กรนอกเหนือจากการค้าปกติมาช่วยกันนะครับ ท้องถิ่นด้วย สหกรณ์ด้วย วิสาหกิจชุมชนด้วย หรือว่าจะเป็นหอการค้า และเราก็มีกลไกการค้าอีกอันหนึ่งนี่เป็นหน่วยงานของภาคเอกชนที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพาณิชย์ ก็จะเป็นพวกนักธุรกิจรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งจริง ๆ เขาก็ไม่ได้ทำการค้าการขาย บางคนอาจจะทำธุรกิจบริการ เป็นเจ้าของโรงแรม เป็นบริษัทขนส่ง แต่ว่าเวลานี้ทุกคนอยากจะช่วยกันนะครับ เขามีเครือข่ายทั่วประเทศ เป็นสมาคมบริดคลับทั่วประเทศ กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญมาก ๆ อีกกลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ประมาณว่าราคามูลค่าก็ใกล้ ๆ เคียงกัน เพราะฉะนั้นมันไม่ต้องจ่ายเงินจ่ายทองอะไรกันมากมาย ก็อาจจะมีส่วนต่างว่าอย่างจันทบุรีท่านพิธีกรพูดถึง ถ้ามังคุดสักจำนวนเท่าไร 500,000 แล้วก็จะไปแลกกับข้าวสารที่อีกจังหวัดหนึ่ง ก็คำนวณมูลค่าที่มันใกล้เคียงกันก็จะมีการแลกเปลี่ยนได้โดยง่ายสะดวก แล้วก็จะส่งเสริมให้กลไกนี้ทำงาน (คุณปวีณา) แน่นอน เมื่อสักครู่นี้พูดไปแล้วถึงกลไกในประเทศ พูดถึงการส่งออกนอกประเทศบ้าง หลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่าปัจจุบันสถานการณ์ไวรัสโควิดแบบนี้ การส่งออกการขายสินค้าไปต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรทุกวันนี้เรายังทำได้ไหมคะ (คุณบุณยฤทธิ์) ที่ผ่านมาต้องเรียนนิดหนึ่งว่า ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดนี่ ทุกประเทศก็มีการจำกัดในเรื่องการเคลื่อนย้าย ขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสินค้านะครับ ข้ามพรมแดน ปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในช่วงที่ผ่านมาก็คือการขนส่งสินค้าไปประเทศที่เป็นคู่ค้าหลักของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน จีนนี่มีความต้องการสินค้าทางการเกษตรของเราค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะผลไม้ ในช่วงที่ผ่านมา วิธีการที่เราจะส่งไปได้นี่เราอาจจะส่งไปผ่านเส้นทางที่อาจจะผ่านเวียดนาม ออกทางมุกดาหาร หรือว่าอาจจะผ่านไปทางนครพนม ออกไปทางลาว ทะลุขึ้นไป แต่ในช่วงที่ผ่านมาทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว หรือว่าประเทศจีน ก็พยายามที่จะใช้มาตรการล็อกที่ด่านพรมแดน เดิมทีนี่รถขนส่งสินค้าสามารถจากไทยวิ่งยาวไปได้ถึงจีนเลย แต่ว่าจากการที่แต่ละประเทศมีการล็อกทางพรมแดน ก็เลยทำให้เกิดความยากลำบาก แล้วการขนส่งก็มีปัญหา ดังนั้นนะครับ ในส่วนนี้นี่ทางรัฐบาลก็ได้ใช้การเจรจาในทุกระดับ ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันนี้ก็ต้องให้เครดิตกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีการเจรจาในระดับ ในด้านการทูตด้วย แล้วก็ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศช่วยกันหมดเลย ด่านที่มีปัญหามาก ๆ เลย ในช่วงตอนช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ก็คือเป็นด่านบ่อเต็นอยู่ สปป. ลาว ที่จะขึ้นไปที่จีนตอนใต้ เรียกว่ามณฑลยูนานนะครับ ตอนนั้นมีปัญหามาก ตอนนี้ในที่สุดนี่ปัญหานี้ได้คลี่คลายแล้วครับ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมาทาง สปป. ลาว ก็ได้ประกาศออกมานะครับ เป็นการเปลี่ยนถ่ายสินค้า กำหนดจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า แล้วก็เปลี่ยนคนขับ คือ แทนที่จะให้คนชาติใดชาติหนึ่งขับวิ่งยาวไปตลอดนี่ ก็เปลี่ยนอยู่ในดินแดนของประเทศไหน ก็ให้คนที่นั่นขับ แล้วก็มีจุดขนถ่ายสินค้าที่แน่นอนอยู่ตรงจุดพรมแดน วิธีการนี้ก็เลยทำให้เกิดความสะดวกขึ้น เพราะไม่อยากนั้นแล้ว คนชาติไหนขับข้ามเข้าไปอีกชาติหนึ่ง ก็จะถูกกักตัว ซึ่งก็เป็นมาตรการของแต่ละประเทศ ก็เลยยุ่งยากมาก ต่อไปนี้ก็เลยใช้คนของแต่ละประเทศนั้นเป็นคนขับ ปัญหานั้นก็ได้คลี่คลายไปแล้ว แล้วเรื่องนี้ก็อยากจะเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับว่า ทางทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็หารือกับทางรัฐบาลจีนด้วย เพื่อที่จะให้เปิดด่านพรมแดนมากขึ้น ซึ่งประสบความสำเร็จในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางการจีนก็เปิดด่านนำเข้าผลไม้ทางบกเพิ่มขึ้นอีก 2 ด่าน เรียกว่าด่านตงซิง ตงซิงนี่อยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ที่ต่อกับประเทศเวียดนามตรงนั้นนี่ ถ้าวิ่งขึ้นมาก็จะวิ่งเข้าหนานหนิงได้เลย ถ้าวิ่งผ่านเวียดนามก็ผ่านทางฮาลองผ่านทางอะไรต่าง ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ อันนี้เป็นด่านใหม่ที่เพิ่งเปิด แล้วที่เปิดเพิ่มเติมก็คือ ผู้ที่อยู่ในวงการค้าผลไม้ อาจจะเคยได้ยินชื่อด่านผิงเสียน ซึ่งเป็นด่านที่ผลไม้ไทยวิ่งเข้าจีนได้มากที่สุด แล้วก็วิ่งเข้าหนานหนิงได้ด้วย ตรงนี้ก็มีการเปิดด่านรถไฟเพิ่มขึ้นมาอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเดิมทีมีแต่ด่านรถยนต์ ตรงนี้ก็เป็นวิวัฒนาการในช่วงไม่เกิน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็อยากจะนำเรียนให้ทราบว่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่ทางภาครัฐได้พยายามที่จะเจรจาให้การค้าการขายในช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด และมีการปิดด่านล็อกโน่นล็อกนี่ ให้มีการคลี่คลายโดยเร็วที่สุด ในส่วนของด่านตงซินและด่านรถไฟผิงเฉียง จนมีการลงนามในพิธีสารที่สามารถรับรองเรื่องการค้าด่านสุขอนามัย ผลไม้ เข้าไปในประเทศจีนได้ครับ 2 จุดนี้นะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นเรื่องล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาทางท่านรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ท่านให้หารือกับทางการมาเลเซียกับรัฐมนตรีการค้าของมาเลเซียมาตลอด เพราะมันมีปัญหามาโดยตลอด ด่านปาดังเบซาเดิมทีทางการมาเลเซียเขายอมให้เข้า ธรรมดาปกติก็ไปได้ แต่ว่าในช่วงสถานการณ์โควิด ก็อย่างที่เรียนให้ทราบว่า ทุกประเทศจำกัดโน่นนี่นั่น ทางประดังเมซา ก็ให้สินค้าของไทยผ่านไปได้แค่เพียงสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา เพราะเขาต้องการเอายางพาราไปเป็นวัตถุดิบ เพราะฉะนั้นเขาก็ให้ผ่านได้แค่เฉพาะผลิตภัณฑ์ยางพาราที่เขาจะไปใช้เป็นวัตถุดิบ สิ่งที่สำคัญ คือด่านปาดังเบซาร์สำคัญที่เราส่งออกผลไม้ แล้วอีกสินค้าสำคัญที่เป็นสินค้าสำคัญทางใต้ ก็คือไม้ยางพาราไม้นะครับ ไม่ใช่ตัวยาง เราออกทางด่านปาดังเบซาร์เยอะมาก แล้วก็ผลไม้เยอะมาก พอเขาจำกัด ตรงนี้ก็เลยเกิดปัญหาขึ้นมา เมื่อวานที่ 7 พฤษภาคม นี่มีข่าวดีมาก ๆ ก็คือว่าทางการมาเลเซียนี่ก็ได้เปิดให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าอุปโภคได้แล้ว ซึ่งรวมทั้งผลไม้ แล้วก็ไม้ยางพารา ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญที่ออกทางด่านปาดังเบซาร์เป็นจำนวนมากด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะนำมาเรียนให้ทราบนะครับว่า นี่คือความพยายามของทางรัฐบาลไทย ที่พยายามที่จะอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้า เพื่อคลี่คลายปัญหาในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นี่ให้มากที่สุดครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ดูเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรไปแล้ว ขออนุญาตถามถึงเรื่องสินค้าอุปโภค บริโภค เพราะว่าตอนนี้หลายคนบอกว่า รายรับลดลง อยากให้รายจ่ายลดลงด้วยได้ไหมคะ กระทรวงพาณิชย์จะมีโอกาสในการจัดกิจกรรมอะไรที่เราได้ไปเข้าถึงสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ถูกลงบ้างไหมคะ (คุณบุณยฤทธิ์) หลักการในการจัดการสินค้าอุปโภค บริโภค ก็คือว่าเราก็ต้องมีข้อที่ 1 สินค้าจะต้องมีปริมาณเพียงพอ ไม่ขาดแคลน ข้อที่ 2 ก็คือว่าราคานี่ก็จะต้องเป็นธรรม และก็มีทางเลือกที่หลากหลาย ใครอยากกินของแพง ใครอยากใช้ของแพง ก็ต้องมีให้นะครับ ถ้าหากว่ามีรายได้ไม่มากนัก ก็ต้องมีทางเลือกที่จะมีการบริโภค หรืออุปโภคสินค้าที่มีราคาที่ย่อมเยาลงมาได้ ข้อที่ 3 ก็คือผู้บริโภคก็ต้องสามารถเข้าถึงสินค้าได้ สามารถซื้อหาได้ทั่วไป ไม่มีการกักตุนสินค้า เพราะฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่าในสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดในช่วงเริ่มต้น นี่ก็จะมีพี่น้องประชาชนที่อาจจะมีความกังวลที่อาจจะออกจากบ้านไม่ได้ หรือสินค้าอาจจะขาดแคลน ไปซื้อสินค้าทั้งอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมาก เราก็อาจจะเห็น ได้ยินข่าว อย่างเช่นเรื่องไข่ไก่ที่ขาดแคลนนะครับ ซึ่งจริง ๆ ผมอยากจะเรียนให้กับพี่น้องประชาชน ว่าในฐานะกระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลสินค้าอุปโภค บริโภค ตามหลักการทั้ง 3 ข้อที่เรียนแล้วนี่นะครับ ก็อยากจะเรียนว่า พี่น้องประชาชนไม่ต้องมีความกังวลครับ สินค้าในประเทศไทยจะไม่อยู่ในภาวะขาดแคลน เรื่องการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิดไม่เหมือนกับภัยพิบัติกับกรณีที่เกิดน้ำท่วม หรือกรณีที่เกิดภัยพิบัติอื่น ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อโรงงานที่ผลิตสินค้านะครับ เช่น น้ำท่วมมา โรงงานก็หยุดผลิตไป เพราะว่าเครื่องจักรเสียหายอะไรบ้าง แต่สถานการณ์อย่างนี้ ผมเรียนว่ากำลังการผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภค ในประเทศไทยยังมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ยกตัวอย่างเช่น สถานการณ์เรื่องไข่ไก่ที่ผ่านมา ไก่เขาก็ไข่ของเขาทุกวัน ไม่ได้มีการไข่ลดน้อยลง หรือแม้แต่อาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปลากระป๋อง กระดาษทิชชู หรือโรงงานการผลิตทำอยู่เหมือนเดิม แล้วกำลังการผลิตที่ใช้อยู่ที่สอบถามจากโรงงานการผลิต ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือสินค้าอุปโภคยังไม่เต็มกำลังการผลิตนะครับ ยังสามารถผลิตเพิ่มขึ้นได้อีก ถ้ามีความจำเป็น มีความต้องการ ดังนั้นพี่น้องประชาชนก็ไม่ต้องเป็นการกังวลครับ เรื่องสินค้าอุปโภค-บริโภค จะไม่มีความขาดแคลนแน่ ๆ ยกตัวอย่างไข่ไก่ ก็เห็นแล้วทุกวันนี้ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ นะครับ สินค้าอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน สำหรับส่วนนี้ กระทรวงพาณิชย์เอง แล้วก็ผมเองในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านสินค้านะครับ ก็ต้องมีภาระกิจที่ได้รับมอบจาก ศบค. นี่ให้ดูแลในเรื่องของสินค้าทั้งปริมาณและราคาด้วย ทางกระทรวงพาณิชย์จัดทำโครงการขึ้นมา เราก็จะมีโครงการธงฟ้าสู้ภัยโควิดนะครับ คำว่า "ธงฟ้า" คงรู้จักกันดี ตอนนี้ก็เกือบจะเป็นสัญลักษณ์ของกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว โครงการธงฟ้าสู้ภัยโควิดจริง ๆ เราเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม แล้วก็ต่อมาเดือนเมษายน แล้วก็กำลังจะเริ่มเฟสที่ 3 ภายในวันที่ 13 พฤษภาคม ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ ที่ผ่านมาเราทำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหลัก เฟสแรกเรามีรถเร่ 250 คัน ก็วิ่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เป็นสินค้าธงฟ้า ก็มีข้าว ข่าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย เป็นต้นนะครับ ใน Phase ที่ 2 เราทำช่วงเดือนเมษายน เราเพิ่มรถเร่เป็น 350 คัน แล้วก็มีเรือ เราก็ยังไม่เคยทดลองทำ ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีพอสมควร เรือก็วิ่งไปตามคลองต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครนะครับ สำหรับวันที่ 13 พฤษภาคมที่จะเป็น เฟส 3 เราเลือกจังหวัดใกล้ ๆ กรุงเทพมหานครก่อนนะครับ เป็นจังหวัดนำร่อง ดูจังหวัดที่เป็นแหล่งชุมชน มีหมู่บ้าน มีที่ที่ประชาชนอยู่เป็นจำนวนมากนะครับ แล้วมีความต้องการรถเร่ ความต้องการในเรื่องรถเร่เราก็เตรียมรถไว้ 300 คน วิ่งในเขต 7 จังหวัด มีสมุทรปราการ ปทุมธานี อยุธยา แล้วก็นครปฐม ก็จะเปิดตัววันที่ 13 พฤษภาคมนี่นะครับ ท่านที่อยู่ในเขตจังหวัดนี้ก็ท่านที่มีความหนาแน่น มีความต้องการรถเร่ที่วิ่งเข้าไปนะครับ ก็จะพบกับรถเร่ธงฟ้าเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ (คุณปวีณา) ค่ะ แล้วอย่างเรื่องนมผงล่ะคะ เรื่องนมผงก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคุณแม่ที่มีลูกอ่อนอยู่แล้วจะต้องซื้อจะต้องจับจ่ายมา (คุณบุณยฤทธิ์) อันนี้เข้าใจว่าเป็นกระแสที่มาจากทาง social นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาก็มีกระแสโซเชียลบอกว่านมผงขึ้นราคา ราคาแพง แล้วก็มีเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามมา ก็ขอเรียนนะครับว่า กระทรวงพาณิชย์ก็ได้ติดตามราคา ในเรื่องของสินค้านมผง คิดว่าเป็นสินค้าจำเป็น เด็ก แต่ว่าทางกระทรวงสาธารณสุข ก็แนะนำว่าอายุถึงไม่เกิน 1 ปีนี่ น้ำนมมารดาจะดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามแต่ตลาดนมผงไม่ได้มีการปรับขึ้นราคา ที่เป็นตามกระแสโซเชียล ถ้าดูจากกราฟที่เห็นวันนี้ ก็คือขอถอนยี่ห้อออกไปนิดหนึ่งนะครับ แต่ว่า 3 ยี่ห้อที่เห็นนะครับ ที่เห็นท้ายตารางนี่ สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดง เป็น 3 ยี่ห้อที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าไม่มีการปรับขึ้นราคา ในทางตรงกันข้าม ราคาเฉลี่ย ณ ปัจจุบัน ถ้าเปรียบเทียบกับราคาเฉลี่ยในปีที่แล้ว ปี 2562 จะเห็นว่าราคาเฉลี่ยปัจจุบันนี่ ยังลดต่ำลงมาจากราคาเมื่อปลายปีที่แล้วเสียอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงไม่ได้ไม่ได้เป็นไปตามที่กระแส ขอนุญาตฝากอีกนิดหนึ่งได้ไหมครับ ในช่วงนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังจัดโครงการอยู่ ก็คือโครงการพาณิชย์ลดราคาเพื่อประชาชน เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์โควิด เพราะว่าพี่น้องประชาชนก็อาจจะมีการขาดรายได้ไปบ้างในช่วงที่ผ่านมา อาจจะไม่ได้ทำงานเป็นปกตินะครับ เพราะฉะนั้นโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน เริ่มต้นแล้วตอนนี้ก็เป็นเฟสที่ 2 แล้ว แล้วก็กำลังจะเตรียมเฟสที่ 3 ในอีกไม่นานนี้ โครงการนี้ก็มีทุกห้างนะครับ ห้างโมเดิลเทรดต่าง ๆ ก็มาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้วย ในเฟสแรกที่เราเริ่มทำเมื่อวันที่ 16 เมษายน มีสินค้าเข้าร่วมโครงการเพียง 12 แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีนะครับ ในเฟสที่ 2 เราก็มีการหารือแล้วก็ผู้ประกอบการทุกท่านเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือเป็นห้างโมเดิลเทรดหรือห้างสะดวกซื้อก็เป็นการสร้างลักษณะของ CSR เฟสที่ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน เป็นต้นมา มีสินค้าที่ร่วมรายการถึง 3,025 รายการนะครับ เพิ่มเติมเดิมจากแค่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมทั้งหมดนี่ 51 ราย จากเดิม 30 ราย ตอนนี้ก็มีรายการลดราคาอยู่มาก อย่างข้าวหอมมะลินี่ตอนนี้นี่ ข้าวหอมมะลิร้อยเปอร์เซ็นต์ 5 กิโลกรัม ราคาเหลือต่ำสุด ไม่เคยมีมาก่อนในราคาขนาดนี้ หรือว่าข้าวขาว ถุงบรรจุ 5 กิโล 75 บาท แต่ละที่ก็อาจจะมีแตกต่างกันไป แล้วแต่ยี่ห้อแล้วแต่ขนาด ถ้าจะหาซื้อได้ อันนี้ก็เช็กได้จากเว็บไซต์กรมการค้าภายในว่าที่ไหนขายอะไร อย่างไรกันบ้างก็สามารถเข้าไปดูกันได้ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดนะครับ ก็ขออนุญาตนิดหนึ่ง ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมากนะครับ 7eleven ก็เข้ามาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์นะครับ คือลดราคาอาหารเป็นอาหารแช่แข็ง ปกติที่เราเข้าไปในร้านพวกนี้ ก็จะมีตู้อาหารแช่แข็ง ยอดนิยม 6 เมนู เดิมทีขายราคาประมาณ 30-32 บาท ไม่ว่าจะเป็นข่าวกระเพราหมู ผัดเผ็ดหน่อไม้ไก่ ข้าวไข่เจียว เดิมทีขายในราคา 30 - 32 บาท ตอนนี้เซเว่นอิเลเว่นจับมือกับกระทรวงพาณิชย์ ขายราคาเดียว 20 บาท ซึ่งเป็นการลดแบบหนักมากนะครับ ต้องเรียกว่าจัดหนักมาก แล้วล่าสุดที่ผ่านมานะครับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ก็ร่วมมือกับบริษัท สหพัฒนพิบูลย์ มาม่าคัพ ซึ่งเป็นของที่เรียกว่า เรามีติดบ้านไว้ทานตอนหิว หรือเรียกว่าบางทีก็ทานเอาอิ่มนะครับ ทุกรส 14 รส ลดราคาจาก 13 บาท เหลือ 10 บาท 13 บาท เหลือ 10 บาท ทุก 14 รส มาม่าคัพ เพราะฉะนั้นตรงนี้คิดว่าจะเป็นอะไรที่ช่วยพี่น้องประชาชนให้สามารถซื้อหาสินค้าราคาถูกนะครับ แล้วก็สามารถที่จะลดค่าครองชีพไปได้ส่วนหนึ่งก็อิ่มด้วย อร่อยด้วย ก็ขอนำเรียนไว้ครับ ขอบคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ กราบขอบพระคุณท่านค่ะ ต้องบอกคุณผู้ชมค่ะว่า วันนี้ข้อมูลที่เรานำมาถ่ายทอดถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์นะคะ แบบนี้หากเรารู้ข้อมูลซื้อสินค้าที่จุดไหน ได้ในราคาที่ย่อมเยาว์ จุดไหนที่ลดราคาพิเศษก็จะทำให้เรานั้นจับจ่าย แล้วก็ใช้เงินในจำนวนที่ไม่มากนัก แต่เราสามารถได้สินค้าที่มีคุณภาพได้ หากสนใจก็เข้าไปดูได้นะคะ ที่เว็บไซต์กรมการค้าภายในหรือที่สายด่วนกรมการค้าภายใน หมายเลข 1569 ค่ะ และลำดับถัดไป ขอเรียนเชิญทางรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นการแถลงข่าววันนี้ในภาคภาษาอังกฤษเรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะคะ และทั้งหมดนี้คือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล ดิฉัน ปวีณา ฟักทองและทีมงานลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր