--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (13 พ.ค. 63) subtitle: date: วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ....Ր [เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชม เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาลนะคะ วันนี้ค่ะ เรื่องของสถานการณ์ไวรัส COVID-19 แล้ว ยังมีเรื่องของการจัดตั้งโรงทาน พระราชดำริ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกด้วยนะคะ ว่าวันนี้ประชาชนพื้นที่ใดบ้างที่จะได้รับการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนค่ะ เรื่องของสถานการณ์โลกนะคะ เรื่องของการวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้สถานการณ์เดียวกัน ขออนุญาตเรียนเชิญทางโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ชี้แจงรายละเอียด เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชน ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มารายงานตัวพร้อมกับหน้ากากผ้าสบาย ๆ โปร่งแล้วก็ซักได้ง่าย ๆ นะครับ ติดตัวไว้ทุกวันนะครับ ครับ วันนี้มารายงานโรคติดเชื้อ ประจำวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นะครับ วันนี้มีข่าวดีครับ เป็นวันแรกของการรายงานที่มีการติดเชื้อ 0 รายนะครับ แล้วก็ทำให้การรายงานผู้ป่วยยืนยันสะสมยังเท่ากับเมื่อวานนี้ คือ 3,017 ราย ผู้ป่วยหายแล้วนะครับ เพิ่มขึ้นเป็น 2,844 ราย วันนี้ก็มีข่าวดีอีก ก็คือไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม อยู่ที่ 56 คน เหมือนเดิมนะครับ ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 117 รายนะครับ เรื่องของอายุน้อยที่สุดยังอยู่ที่ 1 เดือน อายุเฉลี่ย 39 ปีนะครับ สูงสุดอยู่ที่ 97 นะครับ ภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือสูงสุดนะครับ รองลงมา คือ ภาคใต้เหมือนเดิมนะครับ 0 รายวันนี้ ก็ต้องเรียกว่าดีใจกับพวกเราทุกคน พี่น้องประชาชนทุกท่านนะครับ ที่พยายามทำกันมาหลากหลายวันนะครับ กลับไปผมให้ดูภาพสไลด์ที่เป็นกราฟ จะได้เห็นถึงเส้นทางเดินของเรา ที่ทำกันมา ตั้งแต่ประกาศเคอร์ฟิวนะครับ คือวันที่ 3 เมษายน นะครับ ตรงนั้นก็ทำให้กราฟของตัวเส้นสีแดงข้างล่างนี้ครับ ก็ไม่ได้ขยับขึ้น ก็ยังนิ่ง ๆ โดยเฉพาะถ้ารวบรวมไปแล้วนี่ ทำให้เส้นที่เป็นสีน้ำเงิน ที่อยู่ข้างบนนี่ ความชันก็ไม่มาก แล้วเราก็มาทำได้ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เห็นถึงตัวเล็ก ๆ ข้างบน ขอประทานโทษไม่ได้ทำเส้นให้เห็นชัด ๆ คือ ผ่อนปรนในกิจการสีขาว ที่เห็นเป็นกล่องสีเขียวนี่นะครับ คือ วันที่ 3 นะครับ 3 พฤษภาคมนะครับ ซึ่งในวันนั้นนี่ ก็เราก็กังวลใจว่า มาวันนี้ คือวันที่ 13 ก็คือประมาณ 10 วันทำการ 10 วันนะครับ ที่เราก็กังวลว่าเอ๊ะ เพิ่มขึ้นไหม ก็ดูในตัวเลขต่าง ๆ นะครับ มีแค่วันที่ 4 เท่านั้นที่ตัวเลขคือ 18 แต่ 18 นี้ ก็นำเรียนว่า เป็นตัวเลขที่พบการติดเชื้ออยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ซึ่งวันนั้นเป็นวันแรก ที่ไม่มีรายงานการติดเชื้อภายในประเทศ แต่อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ วันนั้นคือวันที่ 4 พฤษภาคม จะเรียกว่าวันนั้น เป็นวันที่ 0 วันแรกของการติดเชื้อภายในประเทศก็ได้ แต่ว่ามันไม่ได้เป็นทางการ เพราะว่าต้องรวบรวมตัวเลขศูนย์กักกันเข้าไปด้วยนะครับ แล้วก็มาวันที่ 13 คือ วันนี้ครับ ก็เป็น 0 ที่เป็นทางการสำหรับตัวเลขจริง ๆ คือ วันนี้นะครับ ฉะนั้นถ้าเราย้อนกลับไป ไล่กลับไป วันนี้เป็นตัวเลขหลักเดียวนะครับ ถ้าไม่นับวันที่ 4 ซึ่งมี 18 ราย ที่มาจากศูนย์กักกันนะครับ ก็เป็นวันที่ 17 แล้วนะครับ ที่เรามีตัวเลขตัวเดียวนะครับ หลักเดียวที่ติดต่อกันมานะครับ นี่ก็คือสิ่งที่อยากจะบอกให้ทุก ๆ ท่านได้ภาคภูมิใจในสิ่งที่เรามีความสมัครสมานสามัคคี ที่เราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยกัน ก็ทำให้ตัวเลขตรงนี้จริง แล้วเกิดขึ้นได้ด้วยฝีมือคนไทยทุกคน ต้องกราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ขอให้ทุกท่านได้ช่วยกันทำต่อครับ เพราะอะไรครับ 0 ตัวนี้ อาจจอยู่กับเราได้ อันนี้ก็ไม่อยากจะบอกว่า เป็นข่าวที่ทั้งดีและไม่ดี แต่ว่าต้องมองในทางที่ไม่ดีไว้สักหน่อยหนึ่งนะครับ เพราะอย่างนั้น จำได้ไหมครับ ที่ผมพูดว่าในเรื่องของ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี่ เมื่อวานนี้พูดกันไป เอา 5 อันดับแรก ที่เราพูดกันไปบ่อย ก็คือ 1. มาจากศูนย์กักกันที่ต้องกัก การค้นหาเชิงรุก ในผู้ที่ติดเชื้อในชุมชน และ 3. คือ สัมผัสผู้ใกล้ชิดรายก่อนหน้า ซึ่งเมื่อวานนี้ ก็รายงานไปว่ามี กทม. 1 ราย แล้วก็มีนราธิวาสอีก 1 ราย ซึ่งตอนนี้ก็มีสอบสวนกันอยู่นะครับ ซึ่งอาจจะไม่ได้ติดเชื้อวันนี้อาการพรุ่งนี้มะรืนนี้ เกิดขึ้นได้ทุกที่ ณ ตอนนี้ ก็ให้สบายใจได้นิดหนึ่งนะครับ เบาใจขึ้นได้ แต่อย่าวางใจ คำนี้ ผมอยากจะใช้อยู่นะครับ เบาใจ คือ เราทำงานมาหนัก ๆ วางหน่อยสักนิด ผ่อนคลายดูสักนิดหนึ่ง แต่อย่าวางใจทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้ถูกปฏิบัติ ในทั้งหมด 5 ข้อ นะครับ ที่เราพูดกันบ่อย ๆ นะครับ หรือเอา 3 ข้อหลัก ๆ นะครับ ล้างมือนะครับ แล้วก็เว้นระยะห่างนะครับ แล้วก็ใส่หน้ากากอนามัย จริง ๆ นะครับ ครับ ไปดูแผนภูมิอีกอันหนึ่งนะครับ อันนี้ก็จะเห็นว่า สีแดงนะครับ กับสีแดงนี่ก็คือจังหวัดอื่น ๆ คือต่างจังหวัด สีน้ำเงินก็คือเป็นของทาง กทม. วงกลมนี้ก็คือ วันนี้ที่เป็นวันแรก ที่เป็น 0 นะครับ ไปดูในการกระจายตัว อยู่ในภาคต่าง ๆ นะครับ ก็พบว่า ตอนนี้มีจำนวนจังหวัดที่มีรายงานในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ลดลงเหลือ 18 จังหวัดนะครับ แล้วก็จังหวัดที่ไม่มีรายงานในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ก็เพิ่มเป็น 50 จังหวัดนะครับ ไม่มีรายงานในผู้ป่วยมาก่อนเลข 9 จังหวัด ยังเหนียวแน่นอยู่นะครับ ทางขวามือก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนะครับ กรุงเทพมหานครยังเจอผู้ป่วยสูงสุด แต่ความชุกสูงสุด แต่ความชุกรองจากภูเก็ตนะครับ ความชุกนี่ภูเก็ตเป็นอันดับที่ 1 นะครับ ที่ต้องบอกไว้ก่อนนะครับ ที่ต้องหาคำตอบไว้ก่อนเลยว่า เพราะคุณหมอตรวจน้อยหรือเปล่า ก็วันนี้ผมมีตัวเลขมายืนยันอีกทีหนึ่งนะครับ มีการปรับเกณฑ์ของการตรวจ ผู้ที่มีนิยามในการเฝ้าระวังนะครับ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พอยอดตรวจลดลง ๆ ก็ไปเพิ่มเกณฑ์ขึ้นมา ก็อย่างที่บอกนะครับ ว่าท่านมีอาการแค่ คัดจมูก หรือว่า รู้สึกว่าดมกลิ่น แล้วความรู้สึกในการดมกลิ่นมันลดลง แค่นี้ก็ได้แล้วครับ มีประวัติว่ามีไข้ หรือไม่มีไข้อะไรก็ได้ มีประวัติสัมผัสกับคนเสี่ยงอะไร ไปสถานที่อะไรทั้งหลาย ที่เราเคยพูดไปนี่ อาการน้อย ๆ ท่านก็รีบมาตรวจ ก็ทำให้คนเข้ามาตรวจเราเยอะขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เข้ามานี่นะครับ เรามีการตรวจเพิ่มเข้าไป 34,444 ราย พบผู้ป่วยในช่วงระยะเวลาช่วงนี้นะครับ 63 รายนะครับ อัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 0.18 น้อยจริง ๆ นะครับ แต่เราก็ตรวจขึ้น เมื่อวานนี้ผมก็รายงานไปแล้วว่า ตรวจกันไปตั้ง 200,000 กว่าแล้วนะครับ ตอนนี้ เป็นเรื่องที่เราต้องมีการตรวจเพิ่มเติมขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ วันนี้ครับ มาพูดถึงเรื่องของสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้ ส่วนกลางและก็ส่วนของจังหวัดทั้งหลายนี่นะครับ ต่างจังหวัดในพื้นที่ท้องถิ่นทั้งหลายนี่นะครับ ก็เลยเอาบทวิเคราะห์จากทางกรมควบคุมโรคมาให้ดูนะครับ มีการเก็บข้อมูลตั้งแต่กุมภาพันธ์ จนถึงพฤษภาคมนะครับ ก็ได้จำนวนผู้ป่วย 90 ราย จำแนกแจกแจงมาเป็น ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงครับ ก็อาจจะเป็นวัยแรงงานครับ ที่เขากลับเข้ามา ผู้ชาย 8 ผู้หญิง 1 แล้วก็เฉลี่ยอยู่ที่ 41 ปี ต่ำสุด 15 สูงสุด 71 สัญชาติไทยเป็นส่วนใหญ่ มีอเมริกา 1 เปอร์เซ็นต์ อังกฤษอีก 1 เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็จังหวัดที่เข้ารับการรักษานะครับ ไล่เลียงลงมาซ้ายมือ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา อันนี้นำเรียนว่า ไม่ได้บอกว่า เป็นเหตุจากจังหวัดนี้ แต่ว่าจังหวัดต่าง ๆ เหล่านี้ เสียสละทุกท่านเข้ามาอยู่ในการดูแล ต้องขอขอบพระคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหาร ทั้งส่วนท้องถิ่น ทั้งส่วนภาครัฐ และประชาชนทุกท่านที่ช่วยกัน มีใครมาบ้าง มาจากประเทศไหนบ้าง ในกล่องตรงกลางนะครับ ที่เขียนว่าประเทศต้นทาง ที่ผู้ป่วยเดินทางมา อันดับที่ 1 คือ อินโดนีเซีย อันดับที่ 2 คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นะครับ 3 สหรัฐอเมริกา 4 คือมาเลเซีย 5 นี่มี 4 ประเทศครับ คาซัคสถาน ญี่ปุ่น ปากีสถาน สหราชอาณาจักร อันนี้รวมกันขึ้นมา นี่คือความชุกที่เจอบ่อย ๆ นะครับ แล้วก็ขวามือ ก็จะเป็นเรื่องของสัญชาตินะครับ เมียนมาร์ เวียดนาม เยเมน อินเดียนะครับ อย่างไรก็ตามแต่ครับ นี่คือสิ่งที่จะต้อง อันนั้นอยู่ในศูนย์กักกัน ประทานโทษ คนละส่วนกัน ก็คือแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาแบบผิดกฎหมายที่อยู่กับเรา ตรงนี้เราก็ดูแลเขาอยู่ อีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 60 ทั้งหมดมี 65 จาก 74 คน ที่เราเข้าไปดูอายุประมาณเฉลี่ย 25 ปีนะครับ รายละเอียดอยู่ที่กล่องสีเหลืองที่ว่านี้ ครับ ไปดูสถานการณ์ของต่างประเทศครับ 4,342,345 ราย ที่เป็นรายยืนยันทั่วโลกนะครับ และเสียชีวิตไปเมื่อวานนี้ 292,893 อีกไม่นานน่าจะแตะที่ 300,000 แล้วนะครับ ลำดับนะครับ ก็ยังคง ๆ เดิมกันอยู่นะครับ ประเทศไทยอยู่ที่ 66 นะครับ สหรัฐอเมริกายังเป็นอันดับ 1 กับเรื่องของรายใหม่ ก็อันดับก็ยังใกล้เคียง กับของเดิมนะครับ สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 1 22,000 รัสเซียก็หมื่นกว่านะครับ เหมือนเดิมนะครับ แล้วก็ไปดูเสียชีวิตรายใหม่ สหรัฐอเมริกาก็ยังเป็นลำดับที่ 1 1630 ราย และก็บราซิล 808 นะครับแล้วก็มีสลับอันดับกันบ้างนะครับ ในส่วนหลัง ๆ นะครับ ของทางอังกฤษจาก 4 มาเป็น 3 ในวันนี้ แล้วก็เม็กซิโก จาก 8 ตกมาเป็น 5 ในวันนี้ ฝรั่งเศสจาก 3 ตกมาเป็นอันดับ 5 วันนี้อันนี้ครับ ไปดูที่จำนวนสะสมของผู้ป่วยในกลุ่มอาเซียนและเอเีชยนะครับ อินเดียอันดับ ๑ ปากีสถานรองลงมา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สลับอันดับกันในวันนี้กับเมื่อวานนี้ มาที่ 4 วันนี้ ไทยยังอยู่อันดับ 10 คงเดิมครับ ไปดูแนวโน้มภาพกราฟ ก็จะเห็นนะครับ สหรัฐอเมริกา ก็เริ่มดูเหมือนดีขึ้นนะครับ จะลดลงไปนะครับ แต่รัสเซียยังเพิ่มขึ้น บราซิลดูเหมือนจะทรง ๆ ตัวนะครับ แล้วก็อังกฤษก็เช่นกัน ทรง ๆ ตัวนะครับ ไปดูที่อินเดีย แนวโน้มยังเพิ่มขึ้นพุ่งขึ้นไป ทิศทางแนวโน้มยังสูงอยู่ ส่วนปากีสถานดูเหมือนยังทรง ๆ อยู่นะครับ และออกมาทางลดลงนะครับ ส่วนบังกลาเทศก็ลดลง สิงคโปร์ก็ยังทรง ๆ อยู่นะครับ ในต่างประเทศ จีนครับ รายงานไปเมื่อวานนี้ พบรายใหม่เป็นเลขสองหลักที่อู่ฮั่นนะครับ ทางการจีนก็พบการติดเชื้อ 6 รายที่อู่ฮั่น นำเข้าจากต่างประเทศนะครับ 7 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้นะครับ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ก็พบการระบาดของเมืองซูหลาน มณฑลจี๋หลิน เขาก็ตัดสินใจแล้วครับว่า จะต้องมีการตรวจประชาชน ในอู่ฮั่นทุกคนนะครับ หลังพบการติดเชื้อรอบใหม่ ซึ่งประชากรของเขามีทั้งหมด 11.08 ล้านคน พอ ๆ กับกรุงเทพมหานครนะครับ นี่เขากำลังจะมีการตรวจทั้งหมดเลยนะครับ นี่เขากำลังจะมีการตรวจทั้งหมดด้วยตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางการจีน ก็ลงทุนในการที่จะดูแลสุขภาพของเรา มาดูที่เกาหลีใต้นะครับ ยอดผู้ป่วยก็พุ่งนะครับ ตอนนี้ล่าสุดติดเชื้อ 102 คน เร่งตามตัวกลุ่มเสี่ยง 2,000 คน ที่ยังไม่รายงานตัว ที่ย่านในอิแทวอน กรุงโซลนะครับ ซึ่งเริ่มจากผู้ชายอายุเพียง 29 ปี ที่เขาป่วย แล้วก็ไปใช้สถานบันเทิง ถึง 5 แห่งนะครับ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมานะครับ ตอนนี้ก็มีรายงานที่ 102 คน นะครับ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องติดตามกันต่อนะครับ ในขณะเดียวกัน เขาก็เลื่อนเปิดเทอมนะครับ หลังจากมีการสถานการณ์โควิด-19 กลับมาอีกรอบหนึ่งนะครับ เลื่อนจากเดิมนี่นะครับ บอกว่าจะเปิดเทอม ในต้นเดือนมีนาคมนะครับ ก็เลื่อนไปเป็น 20 พฤษภาคม แล้วก็จะค่อย ๆ แบบเริ่มแบบทีละน้อย ๆ แล้วก็เริ่มมาเรียนเดือนมิถุนายนนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่เขา ได้วางแผนเอาไว้นะครับ เพราะว่าเรื่องของเด็ก ๆ ก็เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องดูแลด้วย ส่วนทางด้านเยอรมนี ก็ทางนายกรัฐมนตรีของทางเยอรมันนะครับ ได้บอกว่ามีการมาตรการการผ่อนคลายทั่วประเทศนะครับ ให้เปิดธุรกิจขนาดเล็กและโรงเรียนนะครับ หลังจากสถานการณ์ในประเทศของเขา ลดความรุนแรงลง แล้วก็บอกว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันอังคารเพิ่มขึ้น 933 ราย คิดเป็นก่อนหน้านี้ 1 วัน มีรายงานของรัฐบาลท้องถิ่น ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์นะครับ เพิ่มความเข้มข้นอีกครั้งหนึ่ง หากตัวเลขระบาดยังเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 170,000 กว่าคนนะครับเสียชีวิตไปแล้ว 7000 กว่า นะครับ เกณฑ์ที่ทางของนายกรัฐมนตรีของเยอรมัน หากมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 50 รายต่อแสนประชาชกร หรือมี R ก็คืออัตราการติดเชื้อจากคนไปอีกคน ถ้าเป็นตัวเลข 1 นี่คือก็ยังดีนะครับยังไม่มาก แต่ถ้าเกิน 1 ถ้าเกินกว่าเท่าตัวนะครับ เป็น 1 กว่า ๆ 1 ครึ่ง 2 อะไรทั้งหลายนี่ อาจจะพิจารณาการใช้มาตรการ Emergency Break หรือเบรกฉุกเฉินในพื้นที่ที่มีการระบาดนะครับ ต้องนำเรียนว่า แต่ละประเทศมีมาตรการแตกต่างกันไป เยอะแยะเลยนะครับ เราไม่สามารถเทียบเคียงอะไรกับใครได้ แต่ของไทยเราใช้วิธีอย่างนี้มา แล้วก็เกิดผลอย่างนี้ ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนทุกท่าน เราคงเข้าใจแล้วก็รู้ในสถานการณ์ แล้วก็ปรับตัวกันอยู่ตลอด ต้องขอขอบพระคุณนะครับ เช่นเดียวกันเราก็ไม่อยากจะเห็นภาพ ที่เราต้องระบาดมากขึ้นเป็น 900 กว่ารายอย่างนี้ ไม่อยากให้เกิดขึ้นได้เลย ของเรานี่เป็นหลักเดียว 2 หลักเราก็ไม่อยากให้เกิด ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนนะครับ มาที่การรับคนไทยทีตกค้างกลับประเทศไทยนะครับ โดยเร็ว ๆ นะครับ 13 คือซ้ายมือนะครับ มาจากยูเครน ฟิลิปปินส์ อินเดีย 14 คือ พรุ่งนี้ เยอรมนี บังกลาเทศ ที่จะกลับเข้ามานะครับ ก็ขอต้อนรับทุก ๆ ท่านเข้าสู่แผ่นดินแม่ของเรานะครับ แล้วก็มองไปไปอีกประมาณสัก 1 สัปดาห์ 15, 16, 17, 18, 19, 20 นะครับ ท่านก็จะเห็นว่า มีการจัดเตรียมนะครับ หลายเที่ยวบิน ตามปรากฏอยู่ที่แผ่นสไลด์นี้นะครับ ก็นำเรียนว่าญาติพี่น้องของใครที่อยู่ที่จังหวัด ประทานโทษครับ ประเทศ ได้ปรากฏนี้อยากให้เขาได้กลับมา ให้ประสานกับทางสถานทูตนะครับ เพื่อที่จะนำความสะดวกที่จะนำเขาได้กลับเข้ามา ต้องเป็นกลุ่มที่มีความด่วนที่สุด ส่วนการเดินทางเข้าในพื้นที่ที่เป็นจุดผ่านแดนทางบกนะครับ ของเราดูเหมือนตัวเลขจะทรง ๆ อยู่ที่ 300 กว่านะครับ โดยเฉพาะที่มาเลเซีย 328 คน แล้วเมียนมาร์ 4 สปป. ลาว 6 มาเลเซียก็ผ่อนปรนให้คนไทยอยู่ทางนู้นบ้างนะครับ มาตรการเขาก็เบาลงเหมือนกัน บางคนอยากจะกลับไปทำงานในที่เดิมของตัวเองที่ทำงานอยู่ที่มาเลเซีย ตรงนี้ก็ได้ข่าวมา 2-3 วันก่อนก็ลดลง ตอนนี้ก็เป็นการที่เราจะได้ให้คน ได้เข้ามาพอเหมาะพอสมนะครับ เพราะต้องจัดสถานที่อยู่ด้วย ไปดูศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ซึ่งเรามีมาตรการเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ เมื่อวานนี้พบว่า ลดน้อยลงครับ คนที่ชุมนุมมั่วสุม ลดไป 21 นะครับ เหลืออยู่ 47 ออกนอกเคหสถาน รวมกันเป็น 551 ก็ยังคงเดิม ดื่มสุรา ลักลอบเล่นการพนัน ดื่มสุราตอนนี้ 57 เปอร์เซ็นต์ 28 เปอร์เซ็นต์ ยาเสพติดอีก 21 เปอร์เซ็นต์ รายวันเป็นเรื่องสุดท้ายแล้วครับ เมื่อวานนี้ก็มีการไปตรวจนะครับ ในรอบ 24 ชั่วโมง จำนวนทั้งหมด 23,575 นะครับ กิจการกิจกรรม และพบว่าปฏิบัติไม่ครบคำแนะนำ 1,310 เท่ากับ 5.92 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ปฏิบัติการตอนนี้ เป็น 0 ครับ ผมก็ตั้งคำถามเมื่อเช้านี้กับ ศบค. เล็ก กราฟลงมาเป็น 0 เลย เมื่อวานนี้ยัง 2 กว่า วันนี้เป็น 0 เลยหรอ ก็ตีความได้หลายอย่าง เราผ่อนปรนมาตั้งแต่วันที่ 3 วันนี้วันที่ 13 แล้ว 10 วันแล้ว ทุกคนเป็นคนดี มีวินัยมาก ปฏิบัติตัวได้อย่างดีเลยกลายเป็น 0 หรือเปล่า เขาก็บอกน่าจะมีส่วนด้านนั้น หรืออันที่ 2 ก็คือ เรามีข้ออันหนึ่ง คือปฏิบัติไม่ครบ คือตั้งใจทำละ แต่อาจจะไม่ครบบ้าง ก็แนะนำกันไป ซึ่งอันนี้เป็นการตรวจในเชิงคุณภาพ แต่ตัวเลขก็ไม่สูงนะครับ ลงมาอยู่ที่ประมาณสัก 5.92 เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็ทำให้ค่าเฉลี่ยนี่ไม่ครบ หรือเปล่า 26 กว่า ก็ตรวจซ้ำ ๆ แบบนี้ทุกวันหรือเปล่า ใช่บางร้านก็ต้องเข้าไปตรวจซ้ำ ต้องขอขอบคุณพี่น้องคนไทย พี่น้องที่ดูแลอยู่ตอนนี้ นี่ครับที่เราจะบอกว่า เราต้องเข้าไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ เรียกว่า New Normal ที่ท่านปฏิบัติตัวไปแล้ว ที่สุดแล้วเป็นเรื่องธรรมดา เข้าไปตรวจกี่ครั้ง ๆ ท่านก็ผ่านทั้งหมด เราต้องการแล้วท่านก็จะมีสุขภาพที่ดี ตัวเลขของท่านก็จะได้เป็นตัวเลขเดียวหรือตัวเลข 0 ได้อย่างนี้ทุก ๆ ท่านนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้นอกจากคำถามจากทางสื่อมวลชนที่มาจากช่องทางต่าง ๆ ขออนุญาตถามคุณหมอ เป็นความรู้สักนิดหนึ่ง วันนี้เราแถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อนี้เป็น 0 ซึ่งหมายความว่า ประเทศไทยนี่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 0 แล้ว ในขณะที่คนที่เดินทางจากต่างประเทศ 14 วัน มาอย่างนี้จะสรุปได้เลยไหมคะ ว่าในประเทศเรามีความปลอดภัย จนสามารถใช้ชีวิตตามปกติหรือยังคะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ยังไม่ได้ คือ อย่างที่บอกนะครับว่า การเป็น 0 อาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ แต่พรุ่งนี้คนที่ฟักเชื้ออยู่ที่ไปสัมผัสกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ ซึ่งเรารายงานกันมาตลอด ถ้าดูแลกันไม่ดีก็อาจจะ 1 คน อย่างเช่นที่เกาหลีนะ 1 คน ติดไปแล้ว 100 กว่าคนนะครับ แล้วก็ต้องตามอีก 2,000 กว่าคน ของเราก็เหมือนกันถ้ามีแม้แต่ 1 คน ที่ยังเกิดอยู่นะครับ เมื่อวานนี้เขาอาจจะไปสัมผัสกับใครมา หน้าที่นี้เป็นของกรมควบคุมโรค คนที่อยู่ในท้องถิ่นนะครับ ต้องช่วยกันดู แม้กระทั่งญาติ ๆ กันเอง ของตัวเองด้วยเหมือนกันว่า จะติดหรือไม่ เพราะฉะนั้นต้องดูกันไป เป็น 0 ไปตลอดนี่นะครับ มีบางทฤษฎี 21 วันสะด้วยซ้ำ คือ 0 ทั้งหมดเลย แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายงาน แม้กระทั่งจีนเอง ถึงแม้ 0 มาหลายวันแล้ว ยังกลับมาเลยครับ อย่างอู่ฮั่นเองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีแล้ว ตอนนี้กลับมาใหม่อีกแล้วนี่ครับ เพราะฉะนั้นยังไว้วางใจไม่ได้ วางใจไม่ได้ครับ (คุณปวีณา) ค่ะ มาที่คำถามจากสื่อมวลชนนะคะ จาก PPTV นะคะ สอบถามเรื่องของตู้ปันสุขทั่วประเทศนี่ ตั้งใจนำตู้ไปตั้งเพื่อจะส่งมอบ ความช่วยเหลือให้กับ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ PPTV เขามีความกังวลใจว่า ตู้ปันสุข จะเป็นความเสี่ยงโรค ในการแพร่ระบาดหรือไม่ เพราะว่าเป็นการที่มีสิ่งของนั้นจากที่บ้าน ส่งต่อกันค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ผมก็เห็นทางทีวี ทางข่าวเหมือนกันนะครับว่า ก็เป็นเหตุการณ์ของหลาย ๆ คนที่อยากเข้าไปเอาของในเวลาที่เขาเพิ่งจะเอามาวาง ซึ่งอาจจะแออัดกัน ซึ่งก็เป็นภาพที่ไม่ค่อยน่าดูนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วอย่างที่บอก เราต้องอยู่ในชีวิตวิถีใหม่นี้ ผมฝากอยู่ 5 ข้อ แล้วเป็น 5 ข้อ ที่เป็นเป็นมาตรการหลักที่เอาไว้ตรวจ ที่เมื่อกี้บอกว่าเป็น 0 ทุกคนร่วมมือกันดูอยู่แล้วครับ ท่านจำได้กันไหมครับ ความอีกทีหนึ่ง 1. คือล้างมือ 2. คือใส่หน้ากาก 3. คือ เว้นระยะ อันนี้อยู่ที่ตัวท่าน ท่านทำไว้เลยครับ ท่านจะไปยืนอยู่ต่อหน้าตู้ ต่อหน้าตู้ ถ้าท่านเป็นคนที่จะเอาของไปใส่ในนั้น ท่านล้างมือก่อนที่จะหยิบข้าวของ แล้วก็เอาของไปใส่ มือท่านสะอาดของก็สะอาดข้างในนั้น เช่นเดียวกันกับผู้รับครับ ผู้รับก็ต้องทำ 3 ข้อนี้เหมือนกันครับ ก็ต้องให้มือสะอาดนะครับ มือสะอาด เว้นระยะแล้วก็ไปยืนรอคิวกัน ระยะกันนะครับ ส่วน 2 ข้อข้างล่าง เวลา อันนี้ทำความสะอาดพื้นผิวคือ ใครที่ดูแลตรงนั้นหน่อยหนึ่งนะครับ เดี๋ยวนี้เป็นตู้กับข้าวไปวางไว้ ถ้าหมดชั้นแล้ว ท่านก็ทำความสะอาดนิดหนึ่งครับ น้ำยาทำความสะอาด ง่าย ๆ คือ ผ้าเช็ดนี่ครับ เช็ดด้วย อาจจะแอลกอฮอล์เช็ดไว้หน่อย ให้แห้งตรงนั้นนะครับ แล้วก็ค่อยเอาของไปวางทำความสะอาดพื้นผิว แล้วที่สำคัญ อย่าแออัด อย่าไปในที่ที่แออัดแล้วเขามุงกัน เข้าไปเยอะ ๆ ตอนนี้เข้าใจว่ากระจายไปจังหวัดหนึ่งก็หลายแห่ง ก็แล้วก็หลายที่ 76 จังหวัด บวกกับ กทม. ด้วย ก็มีจำนวนมากทีเดียว แล้วรวมถึงอื่น ๆ ด้วย เรายังมีวัด ยังมีที่ ๆ จะให้ด้านพวกนี้อีกมากมาย ผมก็เห็นแถวบ้านนะครับ ก็เป็นร้านอาหารก็แจกอาหาร เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีตู้ตรงนี้ ดูแลสุขภาพท่านด้วยนะครับ ได้อาหารไปนะครับ ถ้าไม่ได้ดูแลกันอย่างดี ก็เป็นโอกาสแพร่โรคนะครับ หรือ หนุ่มสาววัยทำงานเป็นแหล่งรังโรค เพราะฉะนั้นท่านต้องดูแลสุขภาพของตัวท่านเอง เพื่อจะดูแลทุกคนในสังคมนะครับ (คุณปวีณา) ค่ะ สุดท้ายฝากให้ท่านโฆษกฯ ฝากประเด็นเพิ่มเติมถึงประชาชน ที่ติดตามการแถลงข่าวอยู่วันนี้ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ชื่นชมกับตัวเลขที่เป็น 0 ร่วมกันแล้ว ก็ขอให้ทุก ๆ ท่าน ได้ทำตัวเองอยู่ในในชีวิตวิถีใหม่ 5 ข้อฃนี้ เพื่อเราจะได้เห็นตัวเลข ที่น่าพอใจอย่างนี้นะครับ ต่อไปเรื่อย ๆ แล้วที่สุดแล้ว เราอาจจะเป็นประเทศแรก ๆ ที่จะพ้นความทุกข์เรื่องของโรคนี้ก่อนคนอื่นเขาก็ได้ครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณ ท่านนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือว่า ศบค. นะคะ ก็เป็นการสรุปข้อมูลสถานการณ์ไวรัสโควิดในวันนี้นะคะ และระหว่างทำความสะอาดโพเดียมนะคะ วันนี้นอกจากประเด็นเรื่องของไวรัสแล้ว เรายังมีเรื่องของการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนค่ะ ก็ได้เดินทางลงพื้นที่ที่วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งถือว่าเป็นการตรวจเยี่ยมการจัดตั้งโรงทานตามพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นหนึ่งความช่วยเหลือที่บรรเทาความเดือดร้อน ณ วันนี้ โรงทาน และการช่วยเหลือต่าง ๆ เป็นอย่างไรนะคะ เรียนเชิญทางท่านผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านณรงค์ ทรงอารมณ์ รวมถึงภาพรวมการจัดตั้งโรงทานในวันนี้ค่ะ (คุณณรงค์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชน ที่รับชมอยู่ทางบ้านนะครับ สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นสำนักงานที่จัดตั้งขึ้นมา เพื่อดูแลและสนองคณะสงฆ์ ในขณะเดียวกันนี่ ในสถานการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 นี่ คณะสงฆ์ไทยนี่โดยการนำเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ท่านก็มีพระบัญชาลงมา เนื่องว่า ท่านมองว่า การช่วยเหลือพี่น้อง ที่ประสบความยากลำบาก ในสถานการณ์นี้นะครับ เราจะทำอย่างไรได้บ้าง พระองค์ท่านก็มีพระบัญชาให้จัดตั้งโรงทานขึ้นมา โดยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้ประสานงานกับวัดทั่วราชอาณาจักร ซึ่งจะต้องเป็นวัดที่มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะจัดตั้งโรงทานช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบาก โรคระบาดไวรัสโคโรนานี่ โดยให้กำหนดแนวทางประสานงานร่วมมือ แล้วก็คำนึงถึงความพร้อมของแต่ละวัดเป็นปัจจัยสำคัญ ร่วมกับการสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชน และก็ภาคประชาชนในชุมชนนั้น ๆ และให้ปฏิบัติตามคำสั่งปฏิบัติงาน และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด การจัดตั้งโรงทาน ก็มีการดำเนินจัดตั้งโรงทานไปแล้วทั้งหมด 77 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เป็น 914 ศูนย์ หรือ 14 โรงทาน ซึ่งในแต่ละโรงทานนะครับ ก็จะมีพี่น้องประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือในแต่ละวันนะครับ ในแต่ละวันนี่ 274,000 คน จาก 914 ศูนย์ ถ้าคิดเป็นงบประมาณที่ใช้ในการจัดตั้งโรงทานที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน คิดเป็นเงิน 10,968,000 เราคิดเฉลี่ยค่าหัว แต่ละโรงทานนี่ คน ต่อ 40 บาทนะครับ ใช้ 40 บาท ซึ่งข้อเท็จจริงนี่ เงินที่ปัจจัยที่ใช้ในการดูแลพี่น้องประชาชนนะครับ มากกว่า 40 บาท แต่เฉลี่ยให้กับวัดเล็ก ๆ ที่มีศักยภาพยังไม่มาก ซึ่งที่เราไปพบวัดเล็ก ๆ ที่อยากจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นคนที่ได้รับผลกระทบนี่ ต้องมีการจัดตั้งโรงทานอีกประเภทหนึ่งเหมือนกัน ที่คุณหมอได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ก็คือ โรงทานที่เป็นลักษณะของตู้แบ่งปันความสุข แต่พออยู่ในวัดนี่ ปัญหาต่าง ๆ ในการจัดการจะหมดไป ในเรื่องของความแออัดเรื่องของการจัดคิวนี่ จะมาอยู่ในโรงทานที่อยู่ในวัดทั้งหมด เพราะโรงทานที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี่นะครับ เป็นโรงทานที่ต้องมีจุดคัดกรองนะครับ แล้วพี่น้องประชาชนที่สำคัญ จะต้องมาใส่ Mask ทุกครั้งที่จะเข้าไป ไปรับเครื่องอุปโภค บริโภคอะไรก็แล้วแต่ แล้วก็มีทางให้การเข้าออกที่ชัดเจน จากทางหนึ่ง ไปทางหนึ่ง ระยะห่าง 1.5 เมตร ถึง 2 เมตรนะครับ ตรงนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญนะครับ สำหรับผู้ที่จะมารับอาหาร รับความช่วยเหลือนะครับ การประกอบอาหารผู้ที่ประกอบอาหารนี่ เรามีแม่ครัวที่เราเรียกว่า แม่ครัวที่เป็นจิตอาสา คือ แม่ครัวที่ได้รับผลกระทบเฉกเช่นเดียวกับเรา ๆ คือ ไม่ได้เปิดร้านอาหาร ใช้ช่วงที่มีมาตรการหยุดเชื้ออยู่บ้าน เขาก็ให้เขาก็มาช่วยเหลือวัดโดยการเป็น ซึ่งแม่ครัวแต่ละคนนี่นะครับ จะมีการสวมผ้ากันเปื้อนนะครับ มีใส่หมวกคลุมผม นะครับ มีการล้างมือด้วยเจลก่อนที่จะประกอบอาหาร มีการตรวจวัดไข้ วัดอุณหภูมิก่อน ถึงจะเข้าไปทำอาหาร ตรงนี้เป็นหลักหนึ่งที่ทางวัด หรือว่าทางโรงทานของเรานี่ ได้วางมาตรการไว้เลยว่า อาหารต้องสะอาดนะครับ มาตรการการรับอาหารจะต้องเป็นไปตามกระทรวงสาธารณสุข หรือรัฐบาลได้จัด ได้มีการเผยแพร่นะครับ ทุกประการต้องไม่ขาด วันนี้เราก็ยินดี แล้วก็มีความสุขมาก ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปตรวจเยี่ยมโรงทานวัดระฆังฯ ซึ่งเป็นโรงทานต้นแบบ โรงทานที่เปิดมาแล้ว วันที่ 27 มีนาคม จนถึงวันนี้ มาถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 1 เดือนกว่า ๆ โรงทานนี้ไม่เคยปิดตัว และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตกทุกข์ได้ยาก ในทุก ๆ ชุมชน หรือแม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซค์ หรือแม้กระทั่งพี่น้องที่ขับแท็กซี่นะครับ ซึ่งโครงการในอนาคตก็เป็นเรื่องของการให้ความช่วยเหลือ ในลักษณะ ก็คือ drive thru ขับรถเข้ามารับ และออกไปเลย ตรงนี้ก็จะเป็นวิธีคิด เป็นแนวทางคณะสงฆ์ไทยนี่ โดยที่ทางเจ้าพระคุณของสมเด็จพระสังฆราช ได้มีพระบัญชา ในขณะเดียวกัน พระเอง ซึ่งเป็นเจ้าของวัด ที่เป็นผู้ดำเนินการกิจการโรงทาน ก็มีความคิดต่อยอดในเรื่องเหล่านี้อีก เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทุกกลุ่มชน (คุณปวีณา) ค่ะ แล้วอย่างนี้ในกรณีของประชาชนที่ไม่ได้อยู่ใกล้พื้นที่วัดนะคะ อาจจะอยู่ในชุมชน หรือว่าอยู่กันเป็นจำนวนมาก หรือเป็นประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ มีการปรับรูปแบบ หรือว่าต่อยอดแนวคิดเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในจุดต่าง ๆ ได้อย่างไรบ้างคะ (คุณณรงค์) สิ่งที่ตัวผมเองนี่ซึ่งดูแลงานพระพุทธศาสนาคิดไม่ถึง แต่พระเดชพระคุณที่อยู่ที่วัดที่ตั้งโรงทาน คิดได้มากกว่าเรา คือ ท่านได้ตั้งโรงทานเคลื่อนที่ โดยการนำอาหารเข้าสู่ชุมชนนั้น ๆ เลย เราเรียกว่า ถ้าภาษาชาวบ้าน เรียกว่า delivery นะครับ โดยการจัดทำ ปรุงอาหารที่สดใหม่ แล้วก็มีการสื่อสารโดยผู้นำชุมชน ว่าวันนี้จะเข้าชุมชนไหนนะครับ เวลาเท่าไร พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถทำมาหากินได้ มีหน้าที่เตรียมจาน เตรียมถ้วยให้เรียบร้อย พอเสียงจากรถโรงทานเคลื่อนที่ของวัดวาอารามต่าง ๆ ของโรงทานเคลื่อนที่ของวัด ที่จัดกิจกรรมเหล่านี้เข้าไป ถึงปั๊บ ก็สามารถที่จะมาที่รถได้เลย ไม่ต้องมาแออัดชุมชนอยู่ที่วัด มาชุมนุมกันอยู่ที่วัด ขณะเดียวกันวัดก็จะต่อยอดออกไปอีก ซึ่งวันนี้วัดที่เป็นตัวอย่างมีหลายวัด ก็คือการใช้เขาเรียกว่า หลักธรรมของพระพุทธศาสนา กับศาสตร์พระราชาเข้ามาหลอมลวม เข้ามาเป็นประโยชน์ได้ นั่นก็คือการใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ เราจะใช้วัดในการปลูกผักที่ปลอดสารพิษ วันนี้ได้ทำไปแล้ว โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเอง วัดวาอาราม นั้นคือเรื่องวิถีพุทธ วิถีเกษตร วัดนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ธงเสวยนะครับ วัดพรหมมหาจุฬามณีนะครับ วัดประดู่นะครับ ที่จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้วัดต่าง ๆ เหล่านี้ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชน ยังไม่ได้กลับไปทำงานเข้ามาปลูกผัก ปลูกผัก ไม่ว่าจะเป็นผักชนิดใด ๆ ก็แล้วแต่ ปลูกเสร็จ ให้นำผักเหล่านั้นมาขายที่วัด ขายให้กับที่วัด วัดก็เอาผักเหล่านั้นนะครับ ไปปรุงอาหาร แล้วก็ไปแจกพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้ทำให้เศรษฐกิจ มันสามารถทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แล้วก็ช่วยพี่น้องประชาชนได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราเองในภาครัฐบาล ภาคราชการนี่ยังคิดไม่ถึง พระท่านคิดล่วงหน้าไปก่อนแล้ว คือ ท่านนำหลักของพระพุทธศาสนามาหลอมรวมกับศาสตร์พระราชา คือ เศรษฐกิจพอเพียง แล้วทำได้ดี ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนรอบ ๆ วัดได้มาทำกิจกรรม แล้วก็วัดมีความสุข ที่จัดกิจกรรมเหล่านี้ (คุณปวีณา) เห็นว่านอกจากพื้นที่ในประเทศไทย ได้จัดตั้งโรงทาน 900 กว่าแห่งนะคะ แล้วก็เป็นแบบอย่างศูนย์กลางชุมชนแบบ New Normal แล้วนี่ค่ะ เรามีการต่อยอดไปดำเนินการในพื้นที่วัดไทยในต่างประเทศ แล้วก็การดำเนินการต่าง ๆ ด้วยใช่ไหมคะ (คุณณรงค์) โรงทานนี่ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย โรงทานยังมีวัดที่อยู่ในต่างประเทศ 550 กว่าวัด ในทั้งทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกามีมากที่สุดอยู่ประมาณ 190 กว่าวัด ก็ได้จัดตั้งโรงทาน ให้กับพี่น้องประชาชน เรามองเห็นโรงทานที่เป็นโรงทานที่อยู่ในประเทศไทย เราจะเห็นพี่น้องที่เป็นชาวพุทธศาสนา แต่ในอีกมุมหนึ่ง ศาสนาอื่น ที่เป็นคนไทย เขาก็ก็ได้รับความเดือดร้อน เขาก็เข้ามาขอความช่วยเหลือในโรงทานเช่นเดียวกัน ในตางประเทศนี่นะครับ จะมีเป็นฝรั่ง หรือเราเรียกชาวต่างประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์ ต้องมาใช้บริการ วัดอรุณก็จะมีอยู่ที่อังกฤษ เปิดโรงทานเป็นปกติ สหรัฐอเมริกานี่ก็มีโรงทานของประเทศไทยนี่ ซึ่งไปสร้างวัดอยู่ เราก็จัดตั้งเป็นโรงทานนะครับ วันนี้เราไปพบเห็นสิ่งที่น่าประทับใจนะครับ สำหรับพระภิกษุ หรือคณะสงฆ์ไทยทำ คณะสงฆ์ไทยไม่ได้ทำเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบ ของเชื้อโรคไวรัสโคโรนาเท่านั้น วันนี้คณะสงฆ์ไทยได้เข้าไปเจาะลึกถึง เขาเรียกว่า บุคคลผู้ยากไร้นะครับ แล้วก็เจาะเข้าไปถึง วันนั้นก็ได้ไปกับท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่าน เทวัญ ลิปตพัลลภ ไปพบเห็นการทำงานของคณะสงฆ์ ที่เข้าไปถึงตัวประชาชนที่ได้รับความตกทุกข์ได้ยาก แล้วก็เอาข้าวของไปมอบ น้ำตาแห่งความดีใจของประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยาก ขณะนั้นไหลออกมา ที่เข้าไปเห็นภาพนั้น ก็อดที่จะน้ำตาไหล เฉกเช่นเดียวกัน ภาพในภาพสังคม ในสมัยเก่าก่อนนี่กลับมาแล้ว คือ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้รู้สึกว่า ประเพณีวัฒนธรรมของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอดให้กับเรานี่ ภาพมันเกิดชัดขึ้นในวันนี้ แล้วก็ยังความดีใจให้กับผู้ที่ทำงาน เราทำงานได้อย่างตรงประเด็น และตรงเป้าหมาย เป็นการช่วยเหลือรัฐบาล ในการทำงาน ในมุมที่รัฐบาลท่านอาจจะเข้าไปไม่ถึง ก็ได้ประสานงานกับคณะสงฆ์ กราบเรียนกับมหาเถรสมาคมอยู่ตลอดเวลาว่า สิ่งใดที่เราควรจะทำ สิ่งใดที่เราควรจะให้ความช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน ในอนาคตต่อไป เราจะทำอะไร อย่างเช่นที่ท่านได้ถามว่าต่อไป New Normal ของพุทธศาสนาจะทำอะไร ผมคงจะต้องถวายรายงาน มหาเถรสมาคม โดยการที่จะใช้วัด เป็นศูนย์การเรียนรู้ อย่างชัดเจน เป็นการเปลี่ยนแนวคิด ของคนในประเทศ ในเรื่องของการช่วยเหลือเผื่อแผ่ ซึ่งอันนี้วัดสามารถทำได้ การเปิดวัดให้มาทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งอนาคตเรามองว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนา ที่มีผู้คนนับถือมากที่สุดในประเทศไทย จะต้องเป็นองค์กร เป็นผู้นำพี่น้องประชาชน เข้าใจคำว่าพอเพียง และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคมนี้ (คุณปวีณา) ค่ะ มีคำถามจากผู้ที่ติดตามผ่าน Facebook Live นี่นะคะ เรามีการจัดโรงทาน ในพื้นที่ 914 แห่งด้วยกัน ประชาชนในแต่ละพื้นที่จะทราบได้อย่างไร ในวันนี้มีการจัดโรงทานบ้าง เพราะประชาชนบางส่วนต้องยอมรับว่า อยากเป็นผู้ให้ อยากไปเป็นผู้ให้ อยากมีส่วนร่วม ก็ต้องการได้รับการช่วยเหลือ จะได้เดินทางเข้าไปถึงจุดนั้น ๆ จะทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างไรคะ (คุณณรงค์) ครับ สืบเนื่องจากพระดำริของพระสังฆราช พระราชดำริให้จัดตั้งโรงทานนี่ ทางพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็มีการประสานงานไปยังสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด การผ่านงานไปยังสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัด ไปยังพุทธศาสนาจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ก็ให้การตอบรับ โรงทาน เพราะว่า เป็นดำริของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช การจัดตั้งโรงทานนี่ก็ต้องมีคณะกรรมการทุกฝ่ายเข้าไป ไม่ได้มีเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีทุกหน่วยงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวง แต่ละพื้นที่ในภูมิภาค ก็มีการประชาสัมพันธ์เฉกเช่นเดัยวกัน ก็ประชาสัมพันธ์ไปว่า จะมีวัดใดบ้างในจังหวัดนั้น ๆ ที่จะเป็นศูนย์ หรือเป็นโรงทานให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้ไปทางสื่อก็รับทราบ แล้วก็มารับการช่วยเหลือ นี่คือวิธีหรือว่าช่องทางในการสื่อสารครับที่ทำอยู่ (คุณปวีณา) เห็นว่ามีการบอกผู้นำชุมชนแต่ละพื้นที่ด้วยใช่ไหมคะ (คุณณรงค์) ใช่ครับ ไม่ว่าจะ อสม. หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่อนามัยชุมชนนี่ สารวัต กำนัน หรืออะไรแล้วแต่ ที่เขาอยู่ในระบบของราชการนี่ จะรับข่าวสาร การประชุมจากหัวหน้าหน่วยงานราชการในทุก ๆ เดือน ก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะมีการประชุม ท่านนายอำเภอก็นำหัวข้อต่าง ๆ นี่ ไปคุยกับพี่น้องประชาชน คุยระดับอำเภอ ทำให้ข่าวสารออกไปทำให้การทำงานนี่พี่น้องประชาชน ได้รับข่าวสารอย่างทั่วถึงและได้รับการช่วยเหลือครับ (คุณปวีณา) ค่ะ แสดงว่าถ้าประชาชนอยู่ในพื้นที่ไหน สอบถามไปทางจังหวัดก็จะได้ข้อมูลที่ชัดเจน (คุณณรงค์) ได้ข้อมูลทั้งหมดครับ แล้วก็เข้าไปทางวัดวาอารามรู้เขาจะรู้เลยว่า วัดไหนเป็นวัดที่มีศักยภาพ ในการที่จะจัดตั้งโรงทาน เพราะว่าแต่ละวัด จะตั้งป้ายใหญ่โตครับ เอาให้รับรู้ว่า ให้ผู้คนรับรู้ว่า วันนี้นะมีการจัดตั้งโรงทาน มีการแจกทานนะครับ ขอให้พี่น้องประชาชน มารับการช่วยเหลือได้ การระบบของการมาตรการการดูแลของอย่างเคร่งครัดนะครับ ไม่ออกจากบ้าน ปราศจาก Mask ไม่ให้ ลักษณะเหมือนร้านค้าเหมือนกัน ถ้าไม่ใส่แมสก์ ก็ไม่รับการช่วยเหลือ (คุณปวีณา) ค่ะ สุดท้ายค่ะ ฝากให้ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฝากประเด็นเพิ่มเติมให้แก่พุทธศาสนิกชน ประชาชนคนไทย ทั้งที่อยู่ในประเทศไทย และในต่างประเทศ เรียนเชิญค่ะ (คุณณรงค์) ครับ อย่างแรกก็อยากจะกราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณทุกรูปนะครับ ที่จัดตั้งโรงทานตามพระราชดำริของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นคุณูปการที่มีกับพี่น้องประชาชน ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาใด ๆ พระเดชพระคุณทำเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างดียิ่ง แล้วก็เป็นเรื่องของการสาธารณะสงเคราะห์ สาธารณสงเคราะห์ ที่เป็นพระเดจพระคุณ ต้องกราบขอบพระคุณอย่างยิ่ง และกราบขอบพระคุณอย่างสูง ในขณะเดียวกัน ก็ต้องกราบขอบพระคุณ ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ที่ให้ความสำคัญและจัดตั้งโรงทาน และให้การช่วยเหลือ ให้ความช่วยเหลือ การดำเนินการและให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขณะเดียวกัน ก็ขอขอบคุณบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหลายบริษัทนี่ก็เข้าไปบริจาค แม้กระทั่งผู้ที่ไปบริจาคโรงทาน และอยากจะฝากไปยังพี่น้องประชาชน อยากจะเรียนว่า หลักของพระพุทธศาสนานี่ บอกว่าให้เรามีความอดทน ให้เรามีความพอเพียง ให้เราเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อมีสิ่งที่เกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็มีสิ่งที่ดับไป ไม่มีอะไรหรอกครับ ที่จะมาทำร้ายตัวเราได้ นอกจากตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราต้องอดทน อดกลั้น แล้วก็ประพฤติปฏิบัติตามสิ่งที่รัฐบาล หรือแม้กระทั่งในส่วนภูมิภาค ที่ให้เราปฏิบัติ ให้หยุดเชื้ออยู่บ้าน เราก็หยุดนะครับ อยากให้เราใส่ Mask ออกมานอกบ้าน เราก็ใส่ ถ้าเราทำได้อย่างนี้นะครับ อีกไม่นานสถานการณ์การแพร่ระบาดมันก็จะหายไป เฉกเช่นท่านนายแพทย์ทวีศิลป์ได้บอกเมื่อสักครู่นี้ เพราะเราอยากจะให้เลข 0 ยังคงอยู่นาน ๆ ที่สุดเลข 0 มันก็จะหายไป ขอให้อดทนนะครับ ถ้าเดือดร้อน สิ่งใดก็แล้วแต่ โรงทานที่ใกล้สถานที่ที่ท่านอยู่นี่ ท่านไปขอความช่วยเหลือได้นะครับ วัดวาอารามยังเป็นที่พึ่งของท่านอยู่เสมอ ในสถานการณ์ปกติ พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชนทุกท่านนี่ให้การช่วยเหลือวัด ทำนุบำรุงพุทธศาสนานะครับ สร้างวัดสร้างวาให้กับพระสงฆ์ ในขณะที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ตอนนี้คณะสงฆ์กลับไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้ว เป็นการตอบแทนซึ่งกันและกัน นี่ล่ะครับ เป็นประเพณีของคนไทยครับ (คุณปวีณา) วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณนะคะ ท่านณรงค์ ทรงอารมณ์ จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กราบขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งนะคะ (คุณณรงค์) ขอบคุณครับ (คุณปวีณา) ก่อนที่จะไปดูเรื่องการสรุปประเด็นการแถลงข่าววันนี้ในภาษาอังกฤษ ทำความสะอาดไมโครโฟนและโพเดียมนะคะ เน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขณะนี้ค่ะ เรามีการจัดตั้งโรงทาน เพื่อช่วยพี่น้องประชาชนแล้ว 914 โรงทานด้วยกันนะคะ ในพื้นที่ 77 จังหวัด ซึ่งรวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย สำหรับคุณผู้ชมที่ต้องการที่จะเข้าไปส่งมอบการช่วยเหลือต่าง ๆ เข้าไปติดต่อทางพุทธศาสนาแห่งชาติได้ เพราะ ณ วันนี้ ศาสนาพุทธเป็นศูนย์กลางที่เป็นศูนย์กลางในการผ่านวิกฤตนี่ด้วยกันได้ค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นการแถลงข่าววันนี้ เป็นภาคภาษาอังกฤษเรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ]Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะ ท่าน ณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงต่างประเทศ ค่ะ และนี่ก็คือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ดิฉันปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ] Ր