--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (15 พ.ค. 63) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.45 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ...Ր [เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้เราเลื่อนเวลาการแถลงนะคะ ปกติเราจะพบกันเวลา 11.30 น. ของทุกวัน วันนี้ขยับมา 1 ชั่วโมง เนื่อจากช่วงเช้ามีการประชุม ศบค. ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ดังนั้นวันนี้ นอกจากเรื่องของสถานการณ์ของโลกแล้ว สถานการณ์ต่าง ๆ จะมีเพิ่มเติมอย่างไร เรื่องของการผ่อนคลายในระยะที่ 2 มีรายละเอียดอย่างไรบ้างคะ เราไปติดตามรายละเอียดจากโฆษก ศบค. นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญคุณหมอค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนครับ ผม นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน มารายงานตัวในฐานะโฆษก ศบค. ในเช้าวันนี้นะครับ วันที่ 15 พฤษภาคม มีการประชุมชุดใหญ่ ของคณะกรรมการ ศบค. วันนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะใช้เวลาช่วงที่ 2 ในการที่จะรายงานผลการประชุมที่สำคัญ ๆ นะครับ ในเบื้องต้นก็เป็นเรื่องของการรายงานสถานการณ์ประจำวันก่อนนะครับ วันนี้มีรายงานผู้ป่วยใหม่ 7 รายนะครับ ทำให้ตัวเลขรวมสะสมขึ้นไปอยู่ที่ 3,025 7 รายนี้อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ทั้ง 7 ราย เดี๋ยวมาบอกรายละเอียดกันอีกทีหนึ่งครับ 2,854 ราย เพิ่มขึ้น 4 ราย คือผู้ป่วยที่หายแล้วนะครับ แล้วก็เสียชีวิตไป 56 ราย วันนี้เป็นข่าวดีอีกวันหนึ่ง ที่ไม่มีการเสียชีวิตเพิ่ม และจำนวนผู้ป่วยที่รักษาอยู่ยังอยู่ที่ 115 รายนะครับ วันนี้ในรายละเอียดของผู้ที่ไปรายงาน 7 รายนี้คือ พบการดำเนินการจากการคัดกรอง และดูแลใน State Quarantine เป็นชาย 6 ราย หญิง 1 รายนะครับ อยู่ในช่วงอายุที่เป็น 17 -31 ปีนะครับ โดยเป็นผู้ป่วย ที่เดินทางกลับมาจากทางประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมนะครับ อันนี้คือ 7 รายทั้งหมดนะครับ ครับไปดูว่า การกระจายตัวนะครับ ของกราฟสีน้ำเงินกับสีแดง ที่จะเป็นการกระจายตัวนี้ ก็จะเห็นนะครับ ว่า จาก State Quarantine หรือสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ หรือศูนย์กักกันที่มีแรงงานต่างชาติที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายนะครับ จะเป็นป้ายสีเหลือง ๆ กำกับเอาไว้ จะเกิดที่ต่างจังหวัดเกือบทั้งสิ้นเลยนะครับ ก็เลยทำให้ตัวเลขลงมาอยู่ที่ตรงนี้นะครับ วันนี้ก็เท่ากับยังไม่พบการติดเชื้อในรายที่เป็นปกติ ที่เราเห็นในพื้นที่ของประเทศไทย แต่เห็นแต่ในเฉพาะสถานกักกันที่รัฐจัดให้นะครับ มาดูในรายละเอียดของกราฟถัดไปนะครับ ก็จะเห็นแนวโน้มนะครับ ที่เส้นสีน้ำเงินข้างบนสุด สีม่วง สีน้ำเงิน สะสมก็จะนิ่ง ๆ ไป เช่นเดียวกับผู้ป่วยใหม่ สีแดงข้างล่างก็เป็นรูปแบบกราฟที่เราพึงพอใจ ที่อยากจะเห็นภาพอย่างนี้นะครับ ครับ ไปดูประเทศต้นทางที่เป็นประเทศที่เรารับคนไทยกลับเข้ามาเป็นอย่างไรบ้าง เราจะเห็นว่าอินโดนีเซียที่เป็นต้นทางที่คนไทยกลับเข้ามาจะมีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมสูงที่สุดก็คือ 65 คน ปากีสถานรองลงมา 9 เดิมแล้วบวกกับ 7 ในวันนี้ แล้วก็อังกฤษนะครับ กับคาซัคสถานจะ 2 แล้วก็มาเลเซียผ่านทางท่าอากาศยาน 3 นะครับ อันนี้น่าสนใจ ก็คือในกลุ่มที่เป็นทางด้านอื่น ๆ นะครับ ของมาเลเซียมี ๒ ทาง ก็คือทางท่าอากาศยานกับทางด่านพรมแดน ซึ่งอยู่ด้านล่างเลยนะครับ มีคนไทยกลับมาทางด้านพรมแดน 9,695 แต่มีผู้ป่วยยืนยันเพียงแค่ 1 รายนะครับ แต่ทางอากาศนี่ยืนยันเพียงแค่ 194 ราย แต่ว่ายืนยันประมาณ 3 ราย ก็ถือว่าในจำนวนอัตราส่วน ของทางขวามือนะครับ ก็จะเห็นร้อยละของผู้ป่วยยืนยัน 2 อย่างนี้ ก็จะรวมกันก็จะมีจำนวนพอสมควรนะครับ แล้วก็ทางอากาศก็ยังเป็นทางที่เราจะต้องเพ่งเล็ง ดูแลความปลอดภัยในการติดเชื้อให้มากขึ้น ส่วนทางภาคพื้นพรมแดน ที่เป็นทางบกก็ยังต้องดูแลอยู่นะครับ อันนี้เป็นถัดมาก็จะเป็นรายงาน ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ PUI สะสม ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็จะเป็น 1,000 กว่านะครับ ก็ยังยืนยันว่าเราจะเรียกผู้ป่วยที่จะมีความสงสัยเข้ามารับการตรวจมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จะเห็นกราฟสีส้มข้างล่างนี้ ก็จำนวนที่จะพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็จะเป็น เขาเรียกว่า เป็นมาตรการที่เราจะได้ดึงเอาคนที่มีความเสี่ยงทั้งหลายเข้ามา ได้รับการตรวจห้องปฏิบัติการจะเป็นการช่วยทำให้เรายืนยันได้ว่า ผู้ติดเชื้ออยู่ที่ไหน มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เกิดขึ้นมาต่อเนื่องมาอย่างตลอดนะครับ ถัดไปครับ เป็นเรื่องของทางต่างประเทศ เราก็จะพบว่ามีตัวเลขสะสมล่าสุดเมื่อ 10.00 น. นี้นะครับ ยืนยันอยู่ที่ 4,520,000 กว่ารายแล้วนะครับ แล้วก็เสียชีวิตไปแตะที่ 300,000 วันแรกแล้วนะครับ 303,000 กว่ารายแล้ววันนี้ สหรัฐอเมริกายังเป็นการเสียชีวิตเป็นอันดับที่ 1 วันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,715 นะครับ แล้วก็บราซิลรองลงมา รวมกับสหราชอาณาจักรนะครับ 3 อันดับแรกก็จะเป็นสหรัฐอเมริกา บราซิล รัสเซีย จำนวนของสหรัฐอเมริกายังพุ่งขึ้น 27,000 กว่า บราซิลก็พุ่งขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ๆ นะครับ 13,000 กว่า ทั้ง 2 ประเทศนี้ คล้ายกันก็คือ ในนโยบายของผู้นำประเทศ ก็คือก็ให้มีการเปิดเสรีในเรื่องของทางด้านการค้า การขายนะครับ ทางด้านเศรษฐกิจนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็มีความเหมือนกันในเรื่องตรงนี้ แล้วก็ทำให้เหมือนกันในเรื่องของการเรื่องผู้ติดเชื้อนะครับ มาดูทางประเทศทาง 50 อันดับหลัง 21-50 ก็จะพบว่า สิงคโปร์อยู่ในนี้นะครับ เมื่อวานนี้ 752 รายนะครับ บังกลาเทศอยู่ที่ 1,000 กว่า อันนี้เพิ่มขึ้นมาเป็นบังกลาเทศ แล้วก็ญี่ปุ่นนะครับ 71 แล้วก็อินโดนีเซียนะครับ 568 ฟิลิปปินส์ 258 แล้วเกาหลีเมื่อวานนี้ ก็เพิ่มขึ้นอีก 27 นะครับ ตรงนี้ก็เป็นที่ทำให้ ตัวกราฟถัดมา สหรัฐอเมริกายังทรง ๆ ตัวที่มีแนวโน้มที่จะทรง ๆ ตัวออกมาทางลดลงนิดหน่อยนะครับ แต่บราซิลยังคงทรง ๆ ตัวออกไปทางสูง ๆ ขึ้น รัสเซียก็ยังทรงตัวอยู่ มาดูประเทศทางเอเชียนะครับ อินเดียแนวโน้มยังสูง เช่นเดียวกันกับบังกลาเทศ ส่วนอินเดียยังทรง ๆ ทรง ๆ นะครับ ไปดูเรื่องสถานการณ์ในเพื่อนบ้านเราในเขตรอบชายแดนนะครับ ก็จะเห็นว่ามาเลเซียมีตัวเลขของ new case หมายถึง รายใหม่มากที่สุดนะครับ คือ 40 แล้วก็ประเทศไทย คือ 7 เวียดนาม 24 เมื่อวานนี้ ส่วนเมียนมาร์ แล้วก็กัมพูชาบวกกับทางลาวไม่มีรายงานเคสใหม่เลย นะครับ นี่คือสถานการณ์รอบบ้านของเรานะครับ ไปดูเรื่องของผลการตรวจของทางกรมอนามัย เมื่อวานนี้ เมื่อวานก่อน หลายวันก่อนได้ให้ข้อมูลข่าวมา ก็พบว่ามีการไปตรวจสำรวจสถานประกอบการ 77 จังหวัดนะครับ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ก็พบว่า 2 กลุ่มกิจการ คือ ร้านเสริมสวยแต่งผมกับทางด้านร้านสปา อาบน้ำ ตัดขน หรือรับฝากสัตว์ ก็พบว่า ทางด้านเรื่องของทางเสริมสวยนี่ดีเยี่ยมผ่านไป ผ่านเกณฑ์มาตรฐานดีเยี่ยมนี่ถึง 27.18 แล้วก็ผ่านเกณฑ์มาตรฐานธรรมดาร้อยละ 9.7 แต่ว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ถึง 63.08 คำว่า "ไม่ผ่านเกณฑ์" นี้ เดี๋ยวท่านจะสับสนกับที่เรารายงานมา 5 มาตรการหลักมานะครับ ใครเป็น 0 เป็น 0 กระทรวงมหาดไทยกับทาง ศปม. ก็คือทางกลาโหมที่ไปตรวจนะครับ คือ มาตรการหลัก ๆ อันนั้น แต่ของทางกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยจะไปตรวจกับทางคู่มือเลย คือละเอียดยิบเข้าไปอีกนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเห็นว่า ไม่มีบันทึกนะครับที่อยู่ เบอร์โทร วันเวลา จุดคัดกรอง ของผู้ที่เป็นพนักงาน หรือผู้มารับบริการ ต้องสวมหน้ากาก หรือหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย รวมถึงต้องใส่แผ่นใสครอบหน้า ลงรายละเอียดตรงนี้ เห็นข้อที่ต้องพัฒนากันอยู่ถึงจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกันกับเรื่อง ของทางด้านร้านสปาที่เกี่ยวข้องกับสัตว์นะครับ ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ถึงร้อยละ 53 ซึ่งก็คล้าย ๆ กัน ก็คงต้องไปดูในเรื่องของผู้ให้บริการต้องใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า Face Shield อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารตรงนี้ ก็คือต้องขอความร่วมมือทุกท่าน เพราะเราจะเข้าสู่มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ความเข้มข้นตรงนี้ ต้องมีความไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน ทางฝ่ายของทาง ศบค. อยากให้ท่านได้มีการผ่อนคลาย ในมาตรการห้างร้าน กิจการต่าง ๆ ก็ขอให้ทุกท่านได้ช่วยกันปรับปรุงเพิ่มตัวเลขตรงนี้ จาก 50 กว่า 60 กว่าเพิ่มขึ้นไปให้ได้ 70, 80 หรือ 90 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เราเคยบอกกันไว้นะครับ ความร่วมมือต้อง 90 เปอร์เซ็นต์ ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ครับ เราถึงจะสู้กับ COVID-19 นี้ได้ ต้องฝากตรงนี้ด้วย ครับ จบเรื่องสถานการณ์รายวัน ผมขออนุญาตรายงานในผลการประชุมที่เป็น ศบค. ชุดใหญ่นะครับ ซึ่งท่าน ผอ. ศบค. ท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในวันนี้ มีประเด็นที่ท่านได้รายงาน ได้แจ้งที่ประชุมทราบก่อนนะครับในช่วงต้นนี้ อันแรกท่านก็กล่าวขอบคุณต่อทางผู้ที่เป็นทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ข้าราชการ ขอบคุณรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์โควิดทั้งหลายนะครับ ที่ทำให้ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่คนไทยผ่อนคลายมากที่สุด เพราะว่ามีตัวเลขของผู้ติดเชื้อ เป็น 0 ผ่านมาในสัปดาห์นี้แล้ว ก็ท่านก็บอกว่า ทราบดีต้องเสียสละทำงานหนักทุกวัน เพื่อแก้ไขปัญหา และสถานการณ์ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา การทำงานครั้งนี้แสดงถึงบูรณาการความร่วมมือทั้งระหว่างหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และกลไกอื่น ๆ ในสังคม รวมทั้งมีการแสดงให้เห็นถึงการรวมศูนย์อำนาจ และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ก็สามารถที่จะช่วยควบคุมในเรื่องของการติดเชื้อนี้ได้ ก็ขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่นทุกระดับ ที่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปท่านก็ได้ขอบคุณกับหน่วยงาน ทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ และการสร้างการรับรู้ เพราะว่าที่สำคัญปัจจัยความสำเร็จของงานนี้ คือการสร้างความรับรู้ของประชาชน มีความเข้าใจในสถานการณ์ และให้ความร่วมมือกับภาครัฐซึ่งเป็นหัวใจสำคัญเลย ในการที่จะส่งเสริมให้มาตรการของรัฐนั้นสัมฤทธิ์ผลนะครับ ตรงนี้ก็โดยเฉพาะ ท่านก็ยังให้ความสำคัญต่อไป เพราะว่าเราจะต้องเข้าสู่มาตรการในระยะที่ 2 นะครับ ซึ่งจำเป็นต้องรับความร่วมมือมากขึ้นไปอีก ทั้งในเรื่องของ Social Distancing ที่พูดถึงนะครับ รวมถึงมาตรการควบคุมต่าง ๆ ที่อาจจะต้องออกมา แล้วทำให้มีผลกระทบต่อชีวีตของประชาชนนะครับ จากอดีตมาถึงใหม่นี้ ที่เรียกว่าเป็น new normal หรือทับศัพท์กันตรงนี้นะครับ หรือชีวิตวิถีใหม่ อยากจะให้ทางเราทั้งหลาย นักวิชาการทั้งหลาย ที่หลาย ๆ ฝ่ายก็บอกว่า คาดการณ์เชิงบวกว่า ถ้าเราจะผ่านวิกฤตนี้ ประเทศไทยจะสามารถวางแผน แล้วปรับเปลี่ยนสู่ฐานวิถีชีวิตใหม่ได้ ก็จะเพิ่มศักยภาพ ของประเทศไทยในอนาคตด้วยศักภาพของประเทศไทยเรา ที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ท่านก็ได้ชม กล่าวชมถึงเรื่องของตู้ปันสุข ที่เป็นข่าวคราวออกมา ตู้ปันสุขนี่นะครับ แล้วก็ฝากว่าจะฝากการบ้านนี้ให้กับทางรัฐมนตรีทุกกระทรวงนะครับ ให้สั่งการออกแบบการทำงาน ในระบบใหม่ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ไป แล้วท่านก็พูดถึงหัวข้อถัดไป พูดถึงมาตรการผ่อนปรน การตัดสินใจเข้าสู่มาตรการการผ่อนปรนระยะที่ 2 ตรงนี้ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะผ่อนคลายให้เศรษฐกิจ ดำเนินการไปได้ อย่างไรก็ตามแต่ก็ยังมีความกังวลใจ ในเรื่องที่อาจจะมีที่เราเรียกว่า Second Wave ของโรคในคลื่นลูกที่ 2 อันนี้ ท่านก็บอกว่าต้องขอความร่วมมือจากสื่อสารมวลชนทั้งหมดในสังคมนี้นะครับ เพื่อให้ข้อมูลทำความเข้าใจ กับประชาชนทุกระดับ อย่างกว้างขวาง ให้สื่อต่าง ๆ ที่มีได้รับชุดข้อมูลนี่ ชุดเดียวกันนะครับ แล้วก็ช่วยกัน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อเสริมกลไก และช่องทางการสื่อสารของภาครัฐ ตัวอย่างอันหนึ่งที่ท่านอยากให้เห็น คือการคาดการณ์ข้อมูลว่า ถ้ารัฐไม่ดำเนินการอะไรนี้ ในมาตรการเข้มงวดช่วงที่ผ่านมาจะเกิดอะไรขึ้น ประชาชนหรือว่าผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตจะเป็นอย่างไรนะครับ ถ้าเทียบกับปัจจุบันนี้ จะเป็นอย่างไรนะครับ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวก็จะมีชุดข้อมูลที่จะนำมา แล้วก็ชุดข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ควรจะต้องให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อสร้างความรับรู้ในพื้นฐานที่ตรงกัน แล้วให้เกิดความตระหนักในสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจจะกลับมา แพร่ระบาดได้อีก แล้วก็ทำให้ชุดข้อมูลเดียวกันนี้ สร้างความร่วมมือในการดำเนินการมาตรการที่รัฐบาลกำหนดได้อย่างเคร่งครัดด้วยนะครับ ถัดไปก็จะพูดถึงเรื่องของมาตรการการ่อนปรนนะครับ ท่านก็ได้มอบว่าจะให้มีหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลางนะครับ เป็นประธาน ซึ่งให้หลักการว่า จะต้องมีการประเมินสถานการณ์ เป็นระยะ ๆ โดยใช้ข้อมูลผลการปฏิบัติตามมาตรการ ข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างที่ท่านเห็นนะครับ ทั้ง มท. ผบ.สส. ท่านได้มารายงานต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เพื่อที่จะได้จัดทำเป็นแนวทาง ผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม และร่างข้อกำหนดเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมต่อไป โดยคำนึงปัจจัยทางด้านสาธารณสุขเป็นหลัก แล้วก็รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนด้วยนะครับ ถัดไปท่านก็ได้พูดถึง การนำ Platform แอปพลิเคชันไทยชนะนะครับ ที่ได้พัฒนาขึ้นมา เพื่อสนับสนุนการติดตามการดำเนินงาน ของผู้ประกอบการ กิจการ หรือกิจกรรมอะไรทั้งหลายนี่ ให้เป็นไปตามที่ราชการกำหนด ที่สำคัญคือต้องประชาสัมพันธ์นะครับ ให้ประชาชนสร้างความรับรู้เข้าใจทั้งผู้ใช้บริการ ทั้งผู้ให้บริการ หน่วยงานภาครัฐ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าตรงนี้ คือต้องใช้เครื่องมือตัวนี้ล่ะครับ เพื่อใช้ในการป้องกัน ปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของพลเมืองเรา ก็เหมือนกับที่หลาย ๆ ประเทศใช้เทคโนโลยี ในการติดตามนี่นะครับ เพื่อมาให้ประชาชนได้รับทราบ แล้วก็ที่เรียกว่า เป็นการ scan qr code หรือว่า Help Code นี้ ทุกครั้งที่เข้าออกสถานที่ต่าง ๆ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องให้ความมั่นใจในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้ประชาชนด้วย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นหลักการนะครับ ส่วนทางด้านเรื่องที่เป็นกฎหมายก็ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจทางด้านกฎหมายช่วยดูนะครับ เรื่องของความจำเป็นในการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 ท่านให้เทียบว่า หากกรณีมีใช้กฎหมายปกติเพื่อควบคุมการระบาด คือให้ศึกษาเรื่องของกฎหมายนี้นะครับ เรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่ กับกฎหมายปกติครับ เพื่อควบคุมการระบาด เพื่อเป็นข้อพิจารณาให้กับคณะกรรมการ ศบค. ในการประกาศขยายเวลาหรือจะยกเลิกการประกาศในการใช้พระราชกำหนดบริหารราชการฉุกเฉินนี้ต่อไป ก็คือตอนนี้เรายังใช้อยู่นะครับ หลาย ๆ คนบอกว่า ยกเลิกได้ไหม ถ้ามีกฎหมายปกติ ก็ให้ไปศึกษามา แล้วเอา 2 อย่างนี้มาเทียบเคียงกันนะครับ แล้วก็ยังแสดงความห่วงใยไปทางกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ต้องให้กำหนดการเปิดภาคเรียนในเดือนกรกฎาคม ก็อยากจะให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการประชาสัมพันธ์นะครับ เตรียมความพร้อมนะครับ ทั้งสถานที่ทั้งเรื่องของเจ้าหน้าที่ ทั้งการปฎิบัติต่าง ๆ ในโรงเรียนนะครับ ยังมีเรื่องของการควบคุมการเดินทางเข้าออกประเทศนะครับ ท่านก็ให้พูดถึงว่า ตอนนี้มีศูนย์ปฏิบัติการในเรื่องของมาตรการในการเดินทาง เข้า - ออก ประเทศ แล้วก็ดูแลคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งก็รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนไทยที่อยากกลับมา มาตรการการเพิ่มจำนวนอะไรอย่างไรตรงนี้ความสมดุลของจำนวนผู้ลงทะเบียน กับจำนวนของทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีอยู่นะครับ และประกอบกับขีดความสามารถ ในการที่จะดูแลในสถานกักกันที่รัฐจัดให้แบบ State Quarantine นะครับ โดยให้ผู้เดินทางเข้าประเทศทุกรายต้องอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้นี้นะครับ แล้วก็ให้ดำเนินการการป้องกันโรคทางราชการอย่างเคร่งครัด อันนี้ก็เป็นความสำคัญที่ท่านได้นำเรียนมา แล้วก็มารวมถึงอีกข้อหนึ่ง ก็คือการพิจารณาแรงงานกลับประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ก็ให้เป็นการดูแล เขาอยากจะกลับบ้าน ก็ให้เขาได้กลับไปอย่างดี แต่ก็ต้องดูแลด้วยเรื่องของการไป ๆ มา ๆ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคด้วยหรือไม่ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านที่เราได้รับทราบ ก็ต้องดูแลกันอย่างดีนะครับ แล้วก็ที่สำคัญท่านก็ให้สำรวจดูพื้นที่การพักอาศัยของแรงงานต่างด้าว ที่อยู่ที่เมืองไทยด้วยนะครับ ความแออัดก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ของการแพร่กระจายโรคของประเทศเพื่อนบ้านหน่วยงานได้ดูแลกันนะครับ ครับ ที่คือที่แจ้งที่ประชุมทราบนะครับในเบื้องต้น ต่อไปก็เป็นการรายงานการคาดการณ์รูปแบบการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข โดยทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้นำเสนอนะครับ จะเห็นฉากทัศน์ 3 นะครับ ถ้าการติดเชื้อรายใหม่รายวันนี้ ซ้ายมือสุดนะครับ ที่เป็นฉากทัศน์ 1 นี่ ก็คือใช้สถานการณ์ปัจจุบันที่มีการควบคุม ใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินใช้มาตรการต่าง ๆ ปัจจุบันนี่ ถึงเดือนกันยายนจะเห็นเส้นกราฟสีแดงนะครับ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของจำนวนผู้ติดเชื้อ สีแดงนี้ คือ คาดการณ์ผู้ที่ได้รับการตรวจแล้วรายงานมานะครับ ส่วนสีน้ำเงินจะเป็นคาดการณ์ในอนาคตนะครับ ว่าเป็น ประทานโทษครับ สีน้ำเงินจะเป็นจำนวนที่ติดเชื้อทั้งหมด ที่เห็นเป็นอย่างนั้น ที่สีแดง ซึ่งจะมีการคาดการณ์กับสีน้ำเงินว่า จะเป็นอย่างไร เป็นอย่างนี้นี่ทำอย่างนี้ทุกอย่าง ทุกวันนี้ตัวเลขเป็นหลักหน่วย ก็คือมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 คนต่อวัน โดยประมาณนี้ออกไป วิกฤตก็จะอยู่สัก 15 คน ต่อวัน เพราะฉะนั้น วิกฤตต้องอยู่ โรงพยาบาลก็ยังรับไว้ ถ้า 15 คน เหมือนตอนนี้ที่เราเป็นอยู่ ซ้ายมือที่ 2 ครับ ผ่อนปรนบ้าง ที่เราจะเข้าไปสู่ระยะที่ 2 ที่ว่านี้ ก็คาดการณ์ว่า เมื่อผ่อนขึ้นมานี่ ต้องมีผู็ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแน่ ติดเชื้อให้ได้สักเท่าไร ปล่อยให้มีได้สักเท่าไร ถ้าปล่อยให้มีติดเชื้อใหม่ได้ประมาณสัก 144 คนนะครับต่อวัน ประทานโทษครับ 24 คนต่อวัน แล้ววิกฤตที่จะเกิดขึ้นคือ 105 คนต่อวันนะครับ อันนี้นี่ ก็จะเกิดปริมาณที่พอรับได้ พอรับไหวนะครับ ที่อยู่ตรงกลางนี้ เลย relax โมสมาก ๆ เลย เปิดทุกกิจการกิจกรรมอะไรประมาณนั้น จะเกิดการติดเชื้อรายใหม่มากขึ้นนะครับ ได้ถึง 65 คนต่อวัน แล้วก็จะมีคนที่จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ห้อง ICU อย่างที่ว่านี้ครับ ถึง 289 คน ซึ่งมันจะสะสมเยอะมากขึ้น อันนี้ก็เราจะเลือกในอันที่ 2 น่าจะดีที่สุดนะครับ ไปที่ภาพถัดไปเลยครับ มาดูเรื่องภาพถ้าลดการติดเชื้อ ลดการติดเชื้อในชุมชนลดได้ ภาพดีที่สุดคือยู่ข้างล่างครับ จะเห็นว่าเส้นประ ๆ เส้นสีแดง ๆ อยู่ตรงกลาง เส้นประ 50 เปอร์เซ็นต์ ขอประทานโทษครับ 30 เปอร์เซ็นต์ซ้ายบน 50 เปอร์เซ็นต์ ขวาบนนะครับ หลังจากนี้เป็นต้นไปจะพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ แต่ถ้าให้การติดเชื้อได้ ลดได้สักประมาณ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ จะอยู่ที่รูปของกราฟด้านล่างครับ ซึ่งเป็นกราฟที่พึงประสงค์ ก็คือจะกดลงมาแล้วทำให้เรามีตัวเลขที่ไม่ได้สูงขึ้นมากมายนัก อันนี้เราต้องการภาพข้างล่าง นั้นหมายความว่า ประสิทธิผล มาดูถัดไปครับ บทเรียนจากการจำลองระบาดวิทยาในระดับประเทศ ต้องลดอัตราในการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนเป็น 77 เปอร์เซ็นต์ การแพร่เชื้อในชุมชนในระยะก่อนมีมาตรการเข้นข้นระยะสั้น จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเลี่ยงการระบาดใหญ่ได้ แล้วก็อันนี้นะครับ มาตรการที่สำคัญ ต้องมี 3 T ครับ คือค้นหา คือทดสอบ แล้วทรีตส์คือรักษา 3 อันนี้เป็นปัจจัยความสำเร็จ ที่สำคัญนะครับ ก็เป็นเรื่องที่เราคงจะเป็นวิชาการสักนิดหนึ่งครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ก็เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงสาธารณสุขก็พยายามที่จะได้แจ้งให้กับที่ประชุมได้รับทราบว่า มีฉากทัศน์ มีซินนาริโอ นะครับ ว่ามันจะมีหลากหลายรูปแบบอย่างไร ผ่อนปรนอย่างนี้ ต้องยอมรับได้นะครับว่า จะมีคนไข้เพิ่มขึ้น 2 หลัก แล้วก็ห้องของเตียงต่าง ๆ ของ ICU ต้องเพิ่มขึ้น อันนี้ต้องทำใจกันในระดับหนึ่ง ซึ่งก็เป็นตามนั้นครับ มาดูการรายงานของ ทางท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในเรื่องของ ศปม. นะครับ คือท่านไปตรวจแล้วได้ผลงานของการตรวจในระยะที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ก็จะเห็นกราฟนะครับที่อันนี้ตรวจหลัก ๆ แค่ 5 ข้อนะครับ ก็อย่างที่เห็นเส้นสีแดงนะครับ ก็ลงมาแตะลงมาที่ 0 อย่างในช่วงวันหลัง ๆ ที่เคยรายงาน ตรวจไปแล้วทั้งหมด แสนกว่าแห่ง 170,000 กว่าแห่ง ไม่ครบนี่ 40,000 กว่า ไม่ปฏิบัติตามมาตรการอยู่ 4,800 กว่า ก็ขอขอบคุณโดยส่วนใหญ่ที่ร่วมด้วยช่วยกันนะครับ ถัดไปนี้ก็จะเป็นกราฟที่แสดงถึง รายกิจการกิจกรรม ผมก็เคยนำรายงาน ก็มาให้เห็นภาพทบทวนนะครับ ย้อนหลังเป็นภาพสะสมนะครับ ก็ตามนั้นเลยนะครับ ตามภาพเลยครับ รวมไปถึงสนามกอล์ฟ สนามกีฬาอะไรต่าง ๆ ไปด้วยนะครับ แล้วก็มาเห็นว่าทางฝ่ายของทางการดำเนินคดี โดยส่วนของทางตำรวจก็พบว่า มีคดีที่ต้องดำเนินการผ่านไปนะครับตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินนะครับ คดีทั้งหมดนี่นะครับถึง 7,000 กว่าคดีนะครับ แล้วก็มีในช่วงหลังนี่นะครับ ก็คือตั้งแต่ 3 พฤษภาคม 7,300 กว่าคดี แล้วก็ทางด้านการออกนอกเคหสถานอีก 6,000 กว่าคดีนะครับ แยกแยะออกมาเป็นเรื่องของ การดื่มสุรานะครับ ยาเสพติด ชุมนุมมั่วสุม กลุ่มชุมนุมมั่วสุมนี้ ก็จะเห็นภาพของการดำเนินคดีขึ้นไปนะครับ ก็จะเห็นว่าดื่มสุรานี้ก็จะเยอะที่สุดเลย แล้วก็เป็นเรื่องของทางเสพยาเสพติด ลักลอบเล่นการพนันนะครับ เป็นภาระงานของเรานะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีการดูแลลูกหลานของท่าน หรือคนที่เป็นวัยที่ทำด้านนี้เยอะ ๆ ก็คือวัยทำงานกับวัยรุ่น ก็ต้องพยายามดูแลตัวเอง จะได้ไม่เป็นเรื่องคดี มาดูเรื่องของกระทรวงมหาดไทย โดยท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ครับว่าในการดูแลเรื่องของกิจการกิจกรรมต่าง ๆ นี้นะครับ ก็ได้ดูแลเรื่องของการปิดสถานที่ที่มีคนแออัดไปถึง 61,262 แห่งนะครับ แล้วก็ได้มีการผ่อนปรนให้มีการเปิดกิจการกิจกรรม แล้วมาดูว่าผู้ประกอบกิจการนี่นะครับ ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามตามมาตรการการป้องกันโรค ตามพระราชกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยส่วนใหญ่ก็ร่วมมือดีครับ เปอร์เซ็นต์นะครับ ผู้ใช้บริการก็ให้ความร่วมมือ คนที่ร่วมมือที่เป็นกิจการก็มีห้างสรรพสินค้า 3 อันดับแรกก็มีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร แล้วก็สถานบริการดูแลสัตว์ ส่วนที่ให้ความร่วมมือน้อย ต้องไปตรวจบ่อย เยอะ ๆ หน่อย ต้องขอความร่วมมือจริง ๆ ครับ ประชาชนคนทั่วไปก็เข้าถึงด้วยรถเข็น หาบเร่ แผงลอย อันนี้อันดับ 1 เลย ที่ให้ความร่วมมือน้อยที่สุด นะครับ ก็ต้องขอ อันนี้นำมานำเรียนนี่ไม่ได้อะไรนะครับ เพื่อที่จะได้ให้ท่านได้รับทราบ แล้วช่วยกันพัฒนาขึ้นมา แล้วก็ท่านที่เป็นผู้ที่ไปใช้บริการนะครับ บางทีผมก็ไปซื้อเหมือนกันนะครับ เขาเรียกอะไรครับ หาบเร่ แผงลอย ข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่างนี้ ถ้าเขาใส่หน้ากาก ถ้าเขาไม่ใส่เราก็เตือนขานะครับ ตลาดน้ำ ตลาดนัด เราอยากให้ระดับเศรษฐกิจรากหญ้าได้เดินออกไปก็ต้องช่วยกันนะครับ แล้วก็ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งขนาดย่อม รวมถึงร้านค้าปลีกร้านค้าส่งของชุมชน อันนี้ต้องช่วยกันนะครับ ก็มาตรการต่าง ๆ ดูตามนี้เลยแล้วกันนะครับ เพื่อที่จะประหยัดเวลา ไปเรื่องที่สำคัญวันนี้ คือทางท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เสนอนะครับ มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 หลายคนคงอยากจะรอฟังว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น ณ ตรงนี้ ในที่ประชุมนะครับ โดยทางท่าน ผอ. ศบค. นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในตำแหน่ง ท่านได้ให้ทางท่านเลขาฯ ได้นำเสนอนะครับ มีทั้งหมด 4 กลุ่ม อย่างที่เราเคยรับทราบกัน คือสีขาว สีเียว สีเหลือง สีแดง วันนี้เสนอกลุ่มสีเขียวครับ คือกิจการหรือกิจกรรมที่มีต่อการแพร่ระบาดของโรค ไปหลายพื้นที่ และการแพร่เชื้อในสถานที่ อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ครั้งที่แล้วสีขาวเกณฑ์ต่ำ นะครับ และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในเกณฑ์ที่สูง เพราะฉะนั้นกิจการกิจกรรมที่เลือกมานี่จะอยู่ในช่องสีเขียวนี้ ต้องใช้เกณฑ์ตรงนี้เอามา มีอะไรบ้างครับ กิจกรรมที่ 1 คือด้านเศรษฐกิจ กิจกรรมด้านเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิต ผมจะขอพูดเฉพาะกลุ่มกลาง คือเปิดเพิ่มในกลุ่มที่ 2 นะครับ มีอะไรบ้างครับใน ก.ไก่ ก็คือ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ครั้งนี้เปิดเพิ่ม คือร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มในอาคารสำนักงาน โรงอาหาร หรือศูนย์อาหารภายในหน่วยงาน ซึ่งก็จะมี Bullet ย่อย ๆ หัวข้อย่อย ๆ ว่า ให้เปิดได้ อาจให้นำกลับไปบริโภคที่อื่น หากเปิดให้ใช้บริการในสถานที่นั้น ก็สามารถทำได้โดยต้องจัดระเบียบการเข้าใช้บริการ ให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันโรค และใช้บริการของทางราชการ ที่ห้ามคือ ห้ามบริโภคสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านนะครับ เดี๋ยวรายละเอียดอะไรอย่างไร เดี๋ยวคงจะได้มีการนำเรียนเพิ่มเติมตรงนี้ ไปดูในกลุ่มที่ กลุ่ม ข. ครับ ห้างสรพพสินค้า หลายคนนี่อยากไปเดินห้างนะครับ กลุ่ม ข. นี้ คืออะไรบ้าง ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ห้าง Community mall ให้ปิดบริการช่วงเวลาคือ 21.00 นาฬิกา คือ 3 ทุ่ม ตอนนี้ปรับเปลี่ยนมาเป็น 2 ทุ่มนะครับ น่าจะเป็น 2 ทุ่มนะครับ ตอนท้ายของการประชุม ขออนุญาตได้แก้ไขตรงนี้ เพราะว่าเดี๋ยวอย่างไร เดี๋ยวผมจะนำเรียนนะครับ สินค้าอุปโภค บริโภค ร้านค้าปลีก ธุรกิจคอมพิวเตอร์ หนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เยอะเหลือเกินนะครับ เอาตามนี้ก็แล้วกันนะครับ ถ้าพุดตรงนี้เดี๋ยวใช้เวลาทั้งหมดไป ท่านคงได้ถ่ายภาพหน้าจอแล้วไปดูกัน แต่ที่ยังปิดต่อไป คือขวามือครับที่ยังเป็นสีแดง ๆ นะครับ มีคนถามโรงภาพยนต์์เปิดหรือยัง เพราะมีความเสี่ยงสูง ตู้เกมอะไรทั้งหลายอันนี้ยังนะครับ ก็อยู่ขวามือนะครับ แต่ Food Court อะไรทั้งหลาย เปิดแล้วนะครับ รวมถึงคลินิกเวชกรรม สถานทันตกรรม หลายคนบอกว่าต้องไปทำฟันตรงนี้ได้แล้วนะครับ ตรงนี้นะครับ แล้วก็ไปดูในกลุ่ม ค. ควาย นะครับ ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งขนาดใหญ่นะครับ ซึ่งอันนี้ก็มีความสำคัญ จำเป็นอย่างที่บอกนะครับ พายุฤดูร้อนก็มากันหลายที ก็จะต้องจำเป็นที่จะต้องเปิดให้ รวมถึงตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดผลไม้ก็เปิดด้วย ก็มีข้อสำคัญที่เป็นข้อกำหนดข้างล่างนี้ ก็ต้องมีการควบคุมการเข้าออกอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ไปดูอีกกลุ่มหนึ่งครับ กลุ่มกิจกรรมที่ 2 คือ ด้านการออกกำลังกาย หรือการดูแลสุขภาพเป็นกิจกรรมนะครับ อันนี้เปิดให้แล้วครับ คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม อันนี้เน้นย้ำนะครับ ทำเฉพาะเรือนร่าง และผิวพรรณ และเลเซอร์ แต่ยกเว้นครับ คือความงามบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นความสุ่มเสี่ยง เพราะว่าโรคนี้เป็นทางเดินหายใจ เขาจะออกมาก็คือ จมูก ปาก อะไรทั้งหลายนี่นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าไปเกี่ยวข้องสัมผัสแถวหน้านี้ยังเป็นความเสี่ยง ก็เลยให้ไปทำในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ก่อนนะครับ ในเรื่องของการเสริมความงาม แต่ที่ยังต้องปิดถัดไป ก็คือสถานเสริมความงาม ควบคุมน้ำหนัก สัก เจาะผิวหนังแล้วก็อบ อาบน้ำสมุนไพรอะไรทั้งหลาย อาบ อบ นวด ทั้งหลายนี้ยังต้องปิดอยู่ เพราะเป็นความเสี่ยงที่สูงนะครับ ไปดูกิจกรรมข้อ ก. แล้วนะครับ มาที่ ข้อ ค. คือโรงยิม สถานที่ออกกำลังกายในร่ม ยิม สถานที่ออกำลังหรือฟิตเนสนะครับ เฉพาะกีฬากติกาสากลที่ไม่มีลักษณะของการปะทะกัน โดยอาจเล่นเป็นทีม ไม่เกินทีมละ 3 คน ไม่มีผู้ชมในการชมการแข่งขันนั้น ๆ เช่น แบทมินตัน เซปักตะกร้อ โยคะ สควอช ฟันดาบ และปีนผา ส่วนทางด้านของสถานออกกำลังกาย ฟิตเนส ให้เปิดเฉพาะส่วนนะครับ คือไม่มีการออกกำลังกายแบบรวมกลุ่ม และห้ามใช้เครื่องลู่วิ่ง จักรยานปั่น เครื่องที่เป็นเขาเรียกอะไร ที่ปั่นด้วยเท้าหมุน ๆ น่ะครับ ผมอ่านถูกไหมนี่ L 2 ตัว หรือ L ตัวเดียวครับ หรือเครื่องออกกำลังกายอื่น ๆ หรือสิ่งที่ตรงนี้ เพราะว่ามีการสัมผัส ต้องจับแล้วต้องมีเหงื่อกระจาย ถ้าไม่ได้มีการทำความสะอาดให้เพียงพออาจจะมีการสัมผัส แล้วก็ไปติดต่อกันได้ สระว่ายน้ำได้ไหมนะครับ กลางแจ้งและในร่ม ได้นะครับ แต่ว่าต้องจำกัดจำนวนผู้ใช้ตามจำนวนเลนของผู้ใช้ การว่ายน้ำส่วนใหญ่ ก็จะมีการขีดกั้นไว้ ไม่อย่างนั้นก็ว่ายน้ำกันแขนก็จะไปก่ายกันก็อาจจะไปชนกันได้ โดยอาจมีอุปกรณ์ขึงกันเลนนะครับ การว่ายนะครับ ความกว้างของเลนไม่น้อยกว่า 7 ฟุต แล้วก็จำกัดการใช้บริการไม่เกิน 1 ชม. ส่วนขวามือที่ยังต้องปิดถัดไปนะครับ ก็คือสนามมวย โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ ยิมทั้งหลาย สวนน้ำบึงธรรมชาติ ทางน้ำทั้งหลายนะครับ แล้วก็ไปดูกิจกรรมสุดท้ายคือกิจกรรมอื่น ๆ มีอะไรบ้างครับ ห้องประชุมอันนี้ได้แล้วนะครับ ศูนย์ประชุมนะครับ ให้เปิดเฉพาะในเรื่องของการจัดประชุม องค์กร หน่วยงาน ที่จัดประชุมขององค์กร หน่วยงานนะครับ ลักษณะนั่งประชุมแบบจำกัดจำนวนผู้เข้าประชุม และสามารถติดตามได้ด้วยนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะทำให้โรงแรมสามารถออกมาเปิดได้แล้วครับตรงนี้ แล้วก็ห้องสมุดสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทั้งหลายนะครับ อันนี้ก็เปิดขึ้นมาได้ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ก็คือกองถ่าย กิจกรรมถ่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์นะครับ มีคนบุคคลต่าง ๆ รวมทีมงานหน้าฉาก และทุกแผนกได้ไม่เกิน 50 คน อันนี้ตอนแรกอันนั้นที่บอกไป บอกว่ามี 5 คน ตก 0 ไปหรือเปล่า มีการมาพูดคุยกันอยู่หลายรอบ อย่างไรก็ตามแต่ครับ มติที่ประชุมออกมาก็อนุมัติอยู่ที่ 50 คนได้นะครับ แล้วก็ยังมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่ยังคงไว้ การเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบก น้ำ อากาศ ยังคงมาตรการเดิมครับ ก็คือว่าของต่างประเทศนี้ ยังไม่ได้เปิดสนามบินให้ลงนะครับ ก็ยังเฉพาะสนามบินบางประเภทที่ขนส่งหรืออะไรบางอย่างเท่านั้น แต่ตรงนี้ครับ ข้อตรงกลาง คือ ปรับระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน จากเดิม 4 ทุ่ม เป็น 5 ทุ่ม ครับ 5 ทุ่ม ตี 4 ยังเหมือนเดิม แต่ห้างสรรพสินค้าที่เมื่อกี้บอกคนจะไปกันเยอะนี่ ให้ปิด 2 ทุ่ม เพื่อมีเวลา 2 ชั่วโมง ไม่ใช่สิ 3 ชั่วโมงหรือเปล่าครับ 5 ทุ่ม ถึงจะให้กลับได้ ตรงนี้ก็เป็นเวลา เดี๋ยวเวลารอการประกาศอีกรอบหนึ่งนะครับ ผมอาจจะจำสับสน อันโน้นเดี๋ยวอันนี้ แต่อันนี้ 5 ทุ่มแน่ ๆ แต่เดี๋ยวดูเวลาอีกทีหนึ่งนะครับ ถ้าการประกาศในช่วงวันนี้ ไม่ค่ำวันนี้ ก็พรุ่งนี้นะครับ ในรายละเอียดจากการที่ที่ประชุม จะสรุปออกมา ประกาศในราชกิจจานะครับออกมาชัดเจน แต่ 3 ข้อนี้ยังชัดเจนนะครับ งดหรือชะลอการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด อันนี้ยังคงอยู่นะครับ หลายคนบอกว่าอันนี้ทำไมถึงต้องใช้ 2 คำ เพราะว่า จะได้เป็นการปฏิบัติแล้วแต่ แต่ละจังหวัดจะมีการปฏิบัติแยกย่อยออกไป ซึ่งตรงนี้ต้องเป็นภาพกว้าง ๆ เอาไว้ เพื่อให้มาตรการของแต่ละจังหวัด ได้มีโอกาสที่ปรับเข้มขึ้นอะไรต่าง ๆ ได้นะครับ นี่คือสรุปโดยภาพรวมของการประชุมในวันนี้ครับ เดี๋ยวรอคำถามเลยครับ เชิญครับ (คุณปวีณา) วันนี้เราเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน เข้ามาถามคำถามนะคะ เพื่อที่จะให้สอบถามเพิ่มเติมนะคะ เรียนเชิญสื่อมวลชนนะคะ มีการจัดตั้งไมโครโฟนไว้ 2 ด้าน รบกวนแจ้งสำนักของแต่ละท่านก่อน แล้วก็สอบถามคำถามได้ เรียนเชิญค่ะ (ผู้สื่อข่าว) จากช่อง 5 ครับ มีกรณีอยากจะเรียนถามคุณหมอและ ศบค. ครับ จากการที่ให้มีการนั่งเว้นระยะห่างบริเวณ ตามรถสาธารณะ แล้วก็รถไฟฟ้าอย่างนี้ครับ พบว่าเมื่อมีการใช้ชีวิตปกติของคนมากขึ้น คนก็เริ่มกลับมาใช้บริการนี้มากขึ้น พอมีคนขึ้นมาใช้บริการเพิ่มขึ้น นี่ก็จะมีการยืนชิดกัน มันก็เลยไม่สอดคล้องกับแนวทางในเรื่องของการเว้นระยะห่าง คิดว่าน่าจะยกเลิกในเรื่องของการนั่งที่เว้นที่ดีไหมครับ แต่ว่ามาประชาสัมพันธ์ ในเรื่องของการป้องกัน โดยการใส่หน้ากากอนามัยมากขึ้น (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ทั้ง 2 ประเด็น ทั้งการเว้นระยะห่าง รวมถึงการใส่หน้ากากอนามัยสำคัญทั้งสิ้นนะครับ อยู่ใน 5 มาตรการหลัก ที่เราเน้นย้ำกันนะครับ ในส่วนบุคคลนี่ การใส่หน้ากาก การล้างมือ การเว้นระยะห่าง 3 เรื่องนี้ เป็นความสำคัญ แล้วก็ตรงนี้ทางผู้ที่ประกอบการจะต้องเอาไปใช้ ถ้าเห็นว่าเป็นผลของการออกมาตรการไปแล้ว ประชาชนให้ความร่วมมือในระดับหนึ่งที่ยังมีการพัฒนา ก็ฝากสื่อมวลชนสะท้อนภาพนี้ไปยังผู้ประกอบการด้วยครับ เพราะว่าลงในรายละเอียดมาก ๆ เกินไปทาง ศบค. ก็คงจะเข้าใจนะครับว่า มันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ขณะเดียวกันก็จะเป็นความอึดอัด จะต้องออกกฎระเบียบอะไรต่าง ๆ มากมายนะครับ เราออกแค่หลักคร่าว ๆ 5 ข้อ ส่วนการเข้าไปกำกับติดตาม เรามีมาตรการของผู้คน ที่ทาง ศปม. เข้าไปกำกับติดตาม แน่นอนครับว่า ต้องมีผู้ที่ปฏิบัติตาม และผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เราถึงได้รายงานอย่างนี้ ถ้าสื่อมวลชนเองจะเป็นแรงหนึ่งที่จะขอความร่วมมือ เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็เห็นภาพขึ้นมาของทางสถานีรถไฟฟ้ามีการจัดระยะห่างขึ้น แต่พอเข้าไปในรถกลับไม่ได้จัดครับ ตรงนี้ก็คงจะต้องขอความร่วมมือต่อ เพื่อเราจะได้ปลอดภัยปลอดโรค หรืออย่างน้อยที่สุดมีหน้ากากอนามัยถ้าอยู่ในระยะห่างใกล้กันมาก อยู่ในบนรถ ซึ่งถ้าเราไม่พูดไม่จากันก็มีโอกาสที่จะแพร่กระจายก็จะน้อยลงด้วยเหมือนกัน อันนี้เป็นรายละเอียด ทั้งในฝ่ายผู้ให้บริการและรับบริการจะต้องร่วมมือกันอย่างดีมาก ๆ ครับ อย่างไรก็ตามแต่อย่างที่บอกนะครับ ถ้าเรายอมที่จะมาสู่มาตรการของการผ่อนปรนนั่นคือความเสี่ยงแล้ว มาตรการผ่อนปรนมาพร้อมกับความเสี่ยง ที่ผมบอกตั้งแต่ตอนต้น ที่มีตรงนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นทุกคนที่ออกจากบ้าน ต้องยอมรับว่าตัวเองต้องมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นไม่อยากมีความเสี่ยงก็อยู่ที่บ้านกัน แต่ว่าถ้าท่านจำเป็นที่จะต้องมาประกอบกิจการ ทำต่าง ๆ เหล่านี้ความเสี่ยงเหล่านี้ ท่านต้องปกป้องเอง ปกป้องคนอื่น ได้ด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็นำเรียน เราทราบ เราเข้าใจนะครับ แต่ว่าก็คงขอความร่วมมือ คำตอบคือขอความร่วมมือเหมือนเดิมครับ (คุณปวีณา) เชิญค่ะ (ผู้สื่อข่าว) จากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์นะครับ เรียนถามว่า ที่ผ่านมาสถานการณ์ของประเทศไทยนี่ ระดับที่เทียบว่าระดับต้น ๆ ของโลกที่เรารับมือกับโควิด ส่วนสำคัญส่วนหนึ่ งคือประชาชนได้เรียนรู้ข้อมูลจากทาง ศบค. ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะข้อมูลสาธารณสุข แต่ผมคิดว่าเพื่อการที่จะเตรียมตัวรับสู่ระลอกที่ 2 ในการเตรียมพร้อมนี่ จะมีข้อมูลใหญ่อีกทีหนึ่ง ที่อาจจะต้องฝากเป็นการบ้านทาง ศบค. ช่วยไปรวบรวมมาแจกแจงให้ด้วย เพื่อที่เราจะรับรู้ร่วมกัน นั่นคือข้อมูลเรื่องการใช้งบประมาณด้านต่าง ๆ ของการรับมือ อย่างน้อย ศบค. แบ่งเป็น 6 ด้านนี่ ถ้าสามารถแจกแจงได้ว่า ส่วนไหนใช้งบประมาณไปเท่าไร ส่วนไหนเป็นค่าใช้จ่ายที่อยู่ในระบบราชการเดิม ก็คือเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องมีงบประมาณเพิ่ม เราจะได้มาเรียนรู้ว่า กว่าเราจะฟันฝ่าระลอกที่ 1 ได้นี่ เราต้องเสียต้นทุน และงบประมาณไปเท่าไร แล้วก็ประโยชน์ในเชิงที่จะลงไปถึงในเชิงพื้นที่ก็คือว่าถ้ามีรายละเอียดถึงขั้นว่า มาตรการบางเรื่อง เช่น เรื่องของน้ำยา รัฐใช้งบประมาณเท่าไหร่ ในท้องถิ่นเขาจะได้ตรวจสอบว่า ท้องถิ่นแต่ละแห่งนี่ เขาแจกแจงข้อมูลตัวเลขที่จะใช้งบประมาณนั้น เมื่อเทียบกับของรัฐแล้ว สูงเกินจริงหรือไม่อย่างไร อันนี้ถ้าไม่มีคำตอบในวันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่อยากจะให้แจกแจงในโอกาสต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ขอบพระคุณครับ เดี๋ยวรับไว้ครับ (คุณปวีณา) ขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ ทำความสะอาดไมโครโฟนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ ท่านนะคะ ก็มีการทำความสะอาดทุก ๆ ครั้ง เรียนเชิญค่ะ (ผู้สื่อข่าว) จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ถามคุณหมอนิดหนึ่งว่า เมื่อกี้คุณหมอยังไม่ได้บอกระยะเวลา ในการที่จะ start ระยะ 2 ที่ผ่อนคลายในระยะที่ 2 เชื่อว่าผู้ประกอบการรอฟังคำนี้อยู่ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) 17 ครับ 17 พฤษภาคมครับ ขออภัยครับ ไม่ได้แจ้งตรงนี้ครับ ที่ประกาศในราชกิจจาฯ จะเห็นชัดเจนขึ้นครับ สลับมาใช้ไมค์อีกตัวหนึ่งได้นะครับ จะได้เร็วขึ้นนะครับ (ผู้สื่อข่าว) ขอบคุณค่ะ จากสำนักข่าว TNN นะคะ สอบถามคุณหมอที่พูดถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ที่จะต้องมีการเตรียมการเว้นระยะห่าง และการเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นที่จังหวัดลำปางค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับผม ขออภัยครับ พอดีประเด็นตรงนี้ ก็เป็นประเด็นที่ย่อย อาจจะมีการให้ข่าว ถ้าอยากจะทราบก็ได้เลยนะครับ ในที่ประชุมนะครับ ก็ได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการที่จะมีประมาณสัก 4 ข้อ คือ ให้ใช้สถานศึกษาเป็นหน่วยเลือกตั้งได้ แล้วก็ให้สามารถมีการจัดกิจกรรมที่จะต้องมีการรวมพลได้ เรื่องของเวลาอาจจะมีการเกินเวลาเคอร์ฟิวที่ในช่วงของการปิดหีบนับคะแนน ซึ่งอันนั้นก็คงจะขอผ่อนผันกันไปนะครับ ขณะเดียวกันเรื่องของการเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งนี้ ดูตามกฏหมายแล้วก็จะทำได้นะครับ ก็อันนี้ทั้ง 4 ข้อ ทางที่ประชุม โดยท่าน ผอ. ก็เห็นชอบอนุมัติครับ (ผู้สื่อข่าว) ขออนุญาตอีกคำถามหนึ่งนะคะ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี บอกในที่ประชุมบอกว่าให้มีการศึกษา ในเรื่องของพระราชกำหนดฉุกเฉิน หากจะไปใช้หากจะกลับไปใช้ในเรื่องข้อกฏหมายปกตินี่ ได้มีการพูดไหมคะว่า จุดไหนสถานการณ์แค่ไหน ถึงกลับไปใช้มาตรการปกติได้ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ยังไม่ได้มีการพูดครับ เป็นเชิงนโยบายให้ทางทีมคณะที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ได้ไปศึกษาต่อ แล้วมานำเสนอใน ศบค. ในช่วงเวลาถัดไปครับ (ผู้สื่อข่าว) จากไทยรัฐทีวีนะคะ คุณหมอขอรายละเอียดเพิ่มเติมนิดหนึ่ง ที่บอกเมื่อกี้ว่าวันที่ 17 จะมีการผ่อนปรนมาตรการระยะ 2 โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้านี่ ถ้าเปิดห้างวันแรกคนก็จะเฮโลไปกันเยอะ จะมีมาตรการในการที่จะมีการจำกัดคน เข้าไปใช้บริการในห้างเพิ่มเติมไหมคะ แล้วก็รายละเอียดเพิ่มเติม อย่างสถานบริการบางอย่าง ที่อาจจะเปิดให้ได้ อย่างเช่น สระว่ายน้ำ แล้วก็อย่างที่คุณหมอบอกเมื่อกี้ค่ะ ฟิตเนส โซนฟรีเวทนี้คือมีอะไรบ้างคะ ที่จะเข้าไปใช้บริการได้ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ เดี๋ยวเอาเรื่องของทางห้างก่อนนะครับ เรื่องทางห้างนี่ก็ต่อไปจะต้องมีการอย่างที่บอกว่า การใช้ application ในการที่จะได้เช็กอิน เช็กเอาต์ เพื่อที่เรารับทราบปริมาณความหนาแน่นของบุคคลที่จะไปใช้บริการ ซึ่งก็อีกด้านหนึ่งรับข้อความหนาแน่นอีกด้านหนึ่ง ก็คือเอาไว้ที่เรียกว่าให้ได้รับทราบนะครับว่า มีบุคคลใดเข้าไปอะไรอย่างไรบ้างนะครับ ซึ่งอันนี้ถา้เข้าใจว่า น่าจะพร้อมใช้แล้ว แล้วทุกร้านค้าก็สามารถที่จะสามารถใช้ได้ ร้านค้านั้นหรือห้างนั้นเต็มแล้วหรือยัง จำนวนคนที่เข้าไปเพียงพอ มากเกินไปก็ไม่ต้องไป อันนี้ก็จะตัวนี้ ตัวเขาบอกว่า เขาเรียกว่าเป็น platform ไม่ใช่แอปฯ ไม่ต้องมีการใช้แอปฯ อะไรเลย แค่เอาตัวสแกน QR Code นี่เข้าไปเช็กอินแค่นั้นเอง ดูได้ว่าเขาเป็นอย่างไร แต่ร้านค้าจะต้องมีการสแกน มีการติดตั้งแอปพลิเคชันเอาไว้ เพื่อลงทะเบียนนะครับ แต่ของเรานี้แค่ใช้โทรศัพท์เข้าไปครับ อันนี้ทางห้างร้านจะต้องเป็นคนที่จะคำนวณของตัวเอง ศปค. กลางนี้ ก็คือให้หลักการว่าต้องอยู่ใน 5 ข้อนี้ อย่างที่เราบอกนะครับ 3 ข้อแรกนี้ ก็คือคนปฏิบัติต้องสวมหน้ากาก มีจุดให้ล้างมือแล้วก็มีเว้นระยะห่าง 2 อัน ที่มีอยู่ของส่วนที่เป็นการทำความสะอาดบ่อย ๆ แล้วก็ลดความหนาแน่น ซึ่ง 5 ข้อนี้ ส่วนที่เป็นผู้ทำกิจการต่าง ๆ เหล่านั้น ต้องปฏิบัติให้ได้ เขาจะเป็นผู้กำหนดเองครับว่า เขาจะเข้าได้เท่าไร ศปม. ก็จะเข้าไปตรวจด้วย ศปม. คือทางฝ่ายมั่นคงก็จะเข้าไปตรวจ เพราะฉะนั้นถ้าเขามีห้างใหญ่ แล้วก็จุคนได้เยอะ เขาก็จะมียอดจำนวนคน เหมือนกับที่จอดรถเห็นไหมครับ ที่จอดรถที่เขาจะมีจำนวนซองเข้าไปจอด เพราะฉะนั้นมันเพียงพอเท่าไร เต็มก็ต้องบอก เพราะฉะนั้นต้องมีวิธีการที่จะมาสื่อสารกัน แต่นำเรียนครับว่าช่วงแรก ๆ อาจจะมีความขลุกขลักหน่อยหนึ่ง พอ 17 ปุ๊บจะได้เหมือนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วก็เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด ก็ต้องขอแรงประชาชนพวกเราทุกท่านนะครับ ได้ช่วยกันไปสำรวจตรวจสอบสักนิดหนึ่ง เราที่เราคิด ที่เราพยายามวางแผนกันมาเป็นเดือน หรือบางทีก็บางกลุ่มนี่อาจจะนานกว่านั้นเสียด้วยซ้ำว่า เป็นไปอย่างที่เราคิดไหม แต่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราทำงานเข้มกันมาก เพราะเราไปสู่ผ่อนปรนมาตรการที่ 1 ไปสู่มาตรการที่ 2 นี่ อาจจะมีช่องว่างหรืออะไรอย่างไร ก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ เราจะได้ช่วยกันนะครับ (คุณปวีณา) ขออนุญาตนะคะ เนื่องจากมีการสอบถามเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นใน Facebook Live หรือว่าในช่องทางต่าง ๆ นะคะว่า ในกรณีที่นักข่าวถามคำถามนะคะ แล้วก็นำหน้ากากออกหลายคนไม่สบายใจว่า เวลานั่งทำไมถึงสวมใส่หน้ากาก แล้วบางคนเวลามาพูดก็นำหน้ากากออกก็ต้องขอเรียนนะคะ เรามีการทำความสะอาดไมโครโฟนทุกครั้ง และที่สำคัญหลาย ๆ คน มีความกังวลว่าถ้าคุณผู้ชม ฟังคำถามไม่ชัดเจน ก็อาจจะทำให้การสื่อสารความชัดเจนนะคะ ก็ทำให้แต่ละท่านมีความสบายใจที่แตกต่างกัน แต่ยืนยันว่าเราทำความสะอาดกันในทุก ๆ ครั้ง ที่มีการเปลี่ยนผู้ที่มาถามคำถามนะคะ แต่เนื่องจากขณะนี้เรากินเวลาการแถลงข่าวมาประมาณ 1 ชั่วโมง จะขออนุญาตเป็นคำถามสุดท้ายนะคะ และรายละเอียดจะมีการให้เพิ่มเติมในวันถัด ๆ ไป เพื่อให้เกิดความสบายใจ เรียนเชิญค่ะ (ผู้สื่อข่าว) ขอเหมือนท่านโฆษกขอถอดครับ ครับ จากวิทยุประเทศไทยครับ เพิ่มเติมนิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาออนไลน์ ที่ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงมาก เพราะว่าได้ย้ำมาหลายครั้งที่ท่านได้พูดน่ะครับ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะว่าทางด้านกระทรวงศึกษาที่ได้พูดคุยกัน ที่มีรายละเอียด ที่มีปัญหา ในการปฏิบัติจริง แล้วก็เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีบอกด้วยว่า ถ้าพ้นจากโควิดไปแล้วมันก็อาจจะเกี่ยวกับ New Normal ด้วย พิจารณามาใช้ เพราะมันแก้ปัญหาของจราจรด้วย มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ยังไม่ได้ลงในรายละเอียดที่จะมีข้อสรุปนะครับ ท่านนายกฯ ก็ได้มอบให้กับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าไปดูแลเพื่อที่จะอย่างที่บอกจะปรับเข้าไปสู่ New Normal อย่างที่ว่านี้นะครับ แต่มีประเด็นหนึ่ง แต่อันนี้ขอค้างไว้ก่อน แล้วถ้าทางกระทรวงมีอะไรที่เพิ่มเติมมาอาจจะไปเจาะได้อีกทีนะครับ แต่อย่างหนึ่งที่เพิ่มเติมมา บอกไปก็คือเรื่องของการเปิดสอบ ม. 1 กับ ม. 4 อันนี้สำคัญกว่านะครับ ช่วงระยะเวลาที่จะถึงนี้ 6-7 มิถุนายนนี่นะครับ ทาง สพฐ. ที่จะเปิดสอบ ม.1 - ม.4 เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ กับการศึกษานี้ เราหยุดเขาไม่ได้นะครับ เราต้องมีการดำเนินการไป ขออนุญาตใช้ตรงนี้ในการประชาสัมพันธ์ต่อ ซึ่งเมื่อกี้สุดท้ายแล้วนะครับ ผมต้องขอรับไว้ถึงความยังไม่แน่นอนของกิจกรรมบางอย่างที่ต่อว่า ฟรีเวทเป็นอะไร เดี๋ยวรอดูจาก เรื่องนั้นคงจะเป็นเรื่องของลักษณะของเวทครับ เวทเทรนนิ่งอะไรทำนองนั้นครับ ส่วนเรื่องของสควอช ยังบวกอยู่นะครับ ชุดข้อมูลที่เมื่อกี้นี้ส่งกันมาบอกว่า ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ กับช่วงของเวลา เมื่อกี้ที่บอกว่าจะปิดถึงเวลาเท่าไรนะครับ จะติดไว้ 2 ข้อ ซึ่งจะเป็นคำตอบที่จะเกิดขึ้นอยู่ในราชกิจจานุเบกษา ไม่เย็นนี้ก็พรุ่งนี้นะครับขออนุญาตไม่ยืนยันความแน่นอนของ 2 ประเด็นนี้นะครับ เดี๋ยวเช็กอีกรอบหนึ่ง ไม่มั่นใจ ยังไม่กล้าที่จะพูดตรงนี้ ต้องขออภัย ที่จะเก็บข้อมูลมาทั้งหมดจากที่ประชุมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วก็รายละเอียดจะปรากฏอย่างชัดเจนที่นั่น ครับผม (คุณปวีณา) ค่ะ แน่นอนในราชกิจจาฯ ถ้าเกิดว่ามีรายละเอียดเพิ่มเติมมาอย่างชัดเจน วันพรุ่งนี้น่าจะมีการแถลงเรื่องของรายละเอียด ถึงเรื่องหลักการ และเหตุผลให้ทุกคนนั้นสบายใจมากยิ่งขึ้น สุดท้ายฝากให้ท่านโฆษกฝากถึงคุณผู้ชมที่ติดตามอยู่หลายคนยังมีคำถาม มากแล้วก็เยอะมาก อาจจะมีข้อสงสัย แต่อยากให้ทิ้งท้ายไว้ก่อน ๆ ที่เราจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ครับ ก็เราเจอกับโรคนี้มาไม่กี่เดือนเอง แล้วเราก็จะต้องคิดทุกอย่างภายในช่วงเวลาอันสั้น ๆ นี้ แต่ความสำเร็จนี้ไม่ได้อยู่ที่คนคิดอย่างเดียว ทุก ๆ ท่านในฐานะที่ท่านเป็นพี่น้องประชาชนที่จะต้องร่วมมือกับพวกเรา แล้วก็ทำให้สำเร็จ ขอความร่วมมือทุกท่านในทุก ๆ กิจการ กิจกรรม มีสิ่งใดที่ผมเองที่เป็นตัวแทนของทาง ศบค. ก็จะต้องได้รับทราบ เพื่อเอามาปรับปรุงทำให้มันดีขึ้น เราจะต้องเดินไปข้างหน้า ตัวเลขเราจะต้องดีอย่างนี้ เพื่อเราจะกลับไปสู่ระยะที่ 3 ที่ 4 ข้างหน้า ซึ่งก็คือการกลับไปสู่สภาวะปกติของเรานั่นเอง แต่ปกติของเราก็ไม่ได้ปกติทั้งหมด ซึ่งก็จะต้องปกติเป็นวิถีชีวิตใหม่ ซึ่งท่านจะต้องคาดหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ อยู่ดี เพราะยังไม่มีวัคซีน ยังไม่มียารักษา นั่นคือสิ่งที่เราต้องปรับตัว ปรับใจกัน แล้วก็กลับมาดูแลสุขภาพเราได้ เศรษฐกิจเราดีขึ้น เราจะเป็นชาติต้น ๆ หรือเปล่าของในโลกนี้ อยู่ที่จังหวะไม่กี่วันข้างหน้านี้ นี่คือสิ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงนะครับ ที่ต้องไม่กระพริบตา และขอความร่วมมือของท่าน เช่นเดียวกันครับ กับ 90-100 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ และมีเศรษฐกิจที่ดีกลับคืนมาเหมือนเดิม ที่โรคนี้ยังมีอยู่ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ทุกท่านให้ความร่วมมือครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. นะคะ แน่นอนค่ะวันนี้เราเห็นตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นมีจำนวน 7 คนด้วยกัน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,025 คน แต่คำถามที่ตามมานอกจากเรื่องของจำนวนผู้ติดเชื้อ เรื่องมาตรการต่าง ๆ ที่ยังมีคำถามอยู่นะคะ อดทนรอประกาศจากราชกิจจานุเบกษา จากนั้นเรานำรายละเอียดเข้ามาพูดคุยกันก็น่าจะมีความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติมากยิ่งขึ้นค่ะ ลำดับต่อไปนะคะ เรียนเชิญทางท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ แถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษ เรียนเชิญค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ]Ր (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และทั้งหมดนี้คือการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ดิฉันปวีณา ฟักทอง พร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ] Ր