--- title: การแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ช่วง 11.30-12.30 (16 พ.ค. 63) subtitle: date: วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.42 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) อย่างเมื่อครู่ที่เรียนไป อาหารแห้งหรือของใช้นะคะ ด (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ตอนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลการแถลงข่าววันนี้นอกจากเรื่องของสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่จะต้องติดตามกันวันนี้เในมาตรการ 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารสถานการณ์ มีทั้งคำถาม ข้อสงสัยและข้อเสนอแนะเป็นจำนวนมาากวันนี้จะมาตอบข้อสักถามต่าง ๆ เพื่อให้เรามีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น รวมถึงมาตรการเยียวยาต่าง ๆ หลายคนอาจสงสัยว่า พยายามดูแลเป็นภาพรวมให้ได้รับการช่วยเหลือและเยียวยาทั้งระบบ วันนี้จะได้มาเห็นภาพรวมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ แต่ลำดับแรกนะคะ สถานการณ์รื่องของสถานการณ์ของไวรัสวันนี้เป็นอย่างไร ติดตามสถานการณ์การบริหารสถานการณ์โควิด-19 นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ รายงานตัวฐานะโฆษกของ ศบค. นะครับ วันนี้ใจร้อนมาก อยากจะรีบมาและอยากจะอยู่กับการแถลงข่าวโดยเร็วนะครับเพราะว่าวันนี้เป็นวันที่มีข่าวดีอีกวันหนึ่ง ซึ่งเรามีตัวเลขเป็น 0 ครับ ขอบคุณกับเสียงปรบมือ ขอบคุณกับพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ความร่วมมือกันมาตลอด พรุ่งนี้เราจะเป็นวันแรกที่เราจะเข้าสู่มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 นะครับ ซึ่งก็วันนี้มีศูนย์ 2 ตัวครับ 58 ประทานโทษครับ 56 คนของผู้ที่เสียชีวิตก็ยังเป็นตัวเลขเดิม ส่วนผู้ป่วยที่หายแล้ว 2,855 เพิ่มขึ้น 1 ราย แล้วก็รวมทำให้ยอดยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,025 ยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,025 ครับ ก็ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอยู่เหลือเพียง 114 รายนะครับ อยากให้ไปดูในช่วงของกราฟที่ว่า ก็อยากจะให้อยู่กับเรานาน หรืออย่างน้อยก็เป็นตัวเลขเดียวนะครับ วันพรุ่งนี้ซึ่งจะเป็นวันที่เราจะเปิดกิจการกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมายนะครับ ไปดูกราฟอีกเส้นหนึ่งซึ่งจะเห็นเรื่องของวันที่เราผ่านความทุกข์มาด้วยกัน 188 ราย ในการรายงานวันเดียวในวันที่ 22 มีนาคม มีนาคม เมษายนแล้วก็พฤษภาคม แล้วก็เข้าสู่พฤษภาคมนะครับ เกือบ ๆ 2 เดือนนี้ ทำให้ยอดที่สูง ๆ ในวันนั้นลงมาต่ำเตี้ยเรี้ยดินนะครับ ในเมื่อวันก่อนแล้วก็มาวันนี้ ก็ทำให้ต้องขอบพระคุณกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่ได้ร่วมกัน เราทำคนเดียวไม่ได้เราต้องทำร่วมกันทั้งประเทศและทำเพียงแค่ครึ่งค่อนประเทศก็ไม่ได้ ต้อง 90-100 เปอร์เซ็นต์ นี้คือพลังชัยชนะของคนไทยต่อโรคร้ายที่กำลังระบาดไปทั่วโลกนะครับแต่ว่าเราก็ประสบความสำเร็จ 0 ตัวที่ 2 วันนี้นะครับ แต่เราต้องทำต่อนะครับ มาดูครับในการกระจายของทั้งประเทศตอนนี้จังหวัดที่ไม่มีรายงานใน 28 วันที่ผ่านมา เหลืออยู่ 18 จังหวัด แล้วก็ไม่มีรายงาน 28 วันที่ผ่านมา ประทานโทษครับอันแรกมีรายงาน 18 จังหวัด ไม่มีรายงาน 28 วันที่ผ่านมา 50 จังหวัด ยังคงเดิมอยู่อย่างเหนียวแน่นนะครับ แล้วก็สูงสุดก็ยังเป็นกรุงเทพมหานครต่อแสนประชากร ไปดูครับ ปัจจัยเสี่ยงที่เราจะต้องเฝ้าระวังข้อมูลชุดต่าง ๆ เหล่านี้ ผมต้องให้ประชาชนทุกท่านนะครับ คนไทยทุกท่านนะครับได้รับทราบว่าจะต้องระมัดระวังกันตรงไหน สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้า รวมแล้วก็ยังเป็นอันดับที่ 1 จะเห็นยอดตัวเลขที่วงกลมไว้นะครับ 3 อันดับแรกคืออันนี้ ผู้ต้องกักนะครับอยู่ที่ 65 แล้วก็ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชนอยู่ที่ 48 ซึ่งตอนนี้ข้อที่ 3 ตอนนี้ก็ยังทำกันอยู่นะครับ อย่างที่เมื่อวานนี้ที่นำเรียนความสำคัญของ อสม. สามารถที่จะค้นหาเชิงรุกแล้วก็เอามารับการรักษาได้ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยอยู่ในวัยทำงาน ไม่มีอาการหรืออาการน้อย ๆ เราเราต้องไม่ประมาทการ์ดอย่าตก ยังต้องว่ากันอย่างไรนี้ เช่นเดียวกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 15 คือไปในสถานที่ชุมชน ตลาดนัด ท่องเที่ยวนะครับ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ 10 กับ 16 1 ราย ก่อนหน้านั้นก็รายงานอีก 1 รายข้อที่ 5 ข้อที่ 6 อาชีพเสี่ยงที่ทำงานในสถานที่แออัดอาทิตย์ที่แล้วยังมีอยู่ 3 ราย อาทิตย์นี้มี4 ราย บวกกับข้างบน 1 ราย ในข้อที่ 1 คือ 5 ราย รวมแล้วเป็น 9 รายที่ว่านี้ก็คือยังอยู่ในประเทศไทยเรา แล้วก็ค้นหาเชิงรุกอีก 10ซึ่งตรงนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีอยู่ที่ติดเชื้ออยู่แต่ว่าไม่แสดงอาการ อยู่ใกล้ ๆ ตัวเราแต่ไม่รู้อยู่ตรงไหนนะครับ แต่สิ่งที่เราไปพบท่านแล้วเอามารับการรักษาตรงนี้ก็เป็นทั้งจากกระบวนการทางกระทรวงสาธารณสุขที่รุกไปหาท่าน กับมีอีกทางหนึ่งก็คือถ้าท่านเองมีโอกาสก็ต้องเข้ามาหาเราถ้าท่านเป็นกลุ่มเสี่ยงนะครับ เราจะได้ผ่านพ้นกันไป ไปสถานการณ์ของโลกครับ 4,628,356 เป็นตัวเลขเมื่อ 10 นาฬิกาวันนี้นะครับ บวกเพ่ิมขึ้นมาวันเดียวเป็นแสนเลยนะครับ แสนกับอีกสองพันนะครับแล้วก็เสียชีวิตไป แตะที่ 300,000 ไปแล้วนะครับ วันนี้เพิ่มขึ้นมาอีก 5,274 นะครับ เสียชีวิตเพิ่มเติมขึ้นมาวันเดียวอีกครึ่งหมื่นนะครับ แล้วก็ประเทศที่มีอัตราการตายสูงสุดก็ยังเป็นสหรัฐอเมริกา 95 บราซิลอันดับ 2 963 แล้วก็สหราชอาณาจักร 384 นะครับ แล้วก็รายใหม่ของโลกก็ยังเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 26,692 วันเดียวนะครับ 20,000 กว่าเลยนะครับแล้วก็บราซิลที่ 17,000 กว่า 10,000 กับอีก 500 เศษ ๆ นะครับ นี้เป็นสถานการณ์ทั่วโลกนะครับ มาดูทางเอเชียเราบ้างมีอินเดียที่เยอะนะครับ รวมสะสมไปแล้ว 80,000 กว่านะครับ เจอเมื่อวานนี้เคสใหม่ ก็ติดอินเดียนี่นะครับ 38,000 ใหม่นี่ 3,000 กว่าพอ ๆ กันเลยนะครับ ไทยเราตกไปอยู่อันดับเมื่อวานนี้ 68 นะครับ ก็เป็นรายงานของสถานการณ์โลกไป มาดูในตารางที่ 2 อันนี้ก็จะเป็น tot fifty ใน 50 อันดับนี้มีอะไรบ้าง สิงคโปร์นี้เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 793 นะครับ แล้วก็บังคลาเทศเพิ่มขึ้นอีก 1,202อันนี้ขึ้นพรวดเลยครับ เกิน 1,000 แล้วก็อินโดนีเซียอีก 190 ญี่ปุ่นอยู่ที่ ก็ยังเยอะอยู่นะครับเป็นเลข 2 หลัก ฟิลิปปินส์อีก 215 แล้วก็เกาหลีใต้ เขาที่มีการกังวลจะเข้าสู่การระบาดระรอกที่ 2 อยู่ที่ 19 ครับ เมื่อวานนี้ แล้วก็มาดูที่กลุ่มอาเซียนและเอเชียนะครับ ตามด้วยปากีสถาน สิงคโปร์ บังคลาเทศ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลี มาเลเซียและไทยก็มาดูข่าวต่างประเทศบ้างนะครับ ว่าเป็นอย่างไร การ์ตาบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้านนะครับเมื่ออกจากบ้าน ฝ่าฝืนปรับสูงสุดถึง 1.76 ล้านบาท สูงมากเลย ทางคณะรัฐมนตรีของประเทศการ์ตาประกาศให้มีสวมหน้ากากอนามัย เป็นสิ่งจำเป็นเมื่อต้องออกจากบ้าน ไม่ว่าเหตุผลใดแล้วก็ขับรถยนต์เพียงคนเดียวเพียงลำพังนะครับอันไหนคือได้ครับ เขาบอกว่าโทษเขาเป็นอย่างไรครับ ก็ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงปรับสูงสุดคิดว่าประมาณ 1.76 ล้านบาท ซึ่งเพราะว่าเขามียอดตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น1,733 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ทุบสถิติสูงสุดรายวันนะครับ เกาหลีใต้ล่ะครับเป็นอย่างไรบ้าง ก็เขาพบว่าสายการบิน Korea Air เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุด ระหว่างบินภายในประเทศ โดยจะเริ่มขึ้นภายในสัปดาห์หน้านะครับแล้วก็กำลังพิจารณาออกระเบียบ สวมหน้ากากอนามัยในเส้นทางบินระหว่างประเทศด้วย พูดง่าย ๆ คือต้องตลอดเวลา ตอนนี้เราเอง คนไทยเราเองก็สวมใส่กันตลอดวันไหนผมไม่ได้ใส่มาและเดินเข้าไป ลืมอยู่ในรถหรือว่าลืมไว้อยู่ที่ทำงาน เลยนะครับ ในเรื่องของการไม่มีหน้ากากอนามัย ตอนนี้อยากให้เป็นอย่างนั้น อยากให้เป็นอวัยวะหนึ่งของเราเลยไปไหนมาไหนต้องพกไว้ตลอด เกาหลีใต้ ข่าวเกาหลีใต้ต่อครับ เผยเคสที่อีแทวนยังไม่หยุด ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 61 รายนะครับจำได้นะครับเพราะว่ามีผู้ชาย 1 คน ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่อิแทวอน เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี้เอง ช่วงต้นเดือนคือ 16 วัน เพิ่มขึ้นไปแล้ว 161 ราย ก็เพิ่มขึ้นอีก 9 ราย รวมเป็นตรงนี้ ยอดรวมของเขาเข้าไปที่ 11,037 รายนะครับ แล้วต้องสอบสวนแบบไม่ระบุตัวตนนะครับขึ้นไปถึง 46,000 ราย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ 5 ราย ที่ติดเชื้อจากการไปเที่ยงคาราโอเกะ ในย่านหงแดทางตะวันตกของCase จากอีแทวอนไปเที่ยวมา นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำความรู้สึกร่วมของเรา จำได้ไหมครับของเราก็สถานที่บันเทิงแถวทองหล่อก็ถูกพูดถึงในช่วงเวลาหนึ่งในประเทศไทยเรา เขาก็มาเจอทีทางเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เขาพูดนะครับนะครับไปดูครับในเรื่องของการนำคนไทยคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศไทยนะครับ วันที่ 16 กลับมา 2 เที่ยวบินจากสหรัฐอเมริกาผ่านมาทางเกาหลีใต้204 คน แล้วก็อีกเที่ยวบินหนึ่ง 187 คน พรุ่งนี้ก็จะเป็นมับดีฟและแคนนาดา ผ่านมาทางนะครับผ่านมาทางญุี่ปุ่น นะครับ 80 คนนะครับ ส่วนอื่น ๆ ใน 1 สัปดาห์ข้างหน้าโดยประมาณเป็นอย่างไรบ้าง วันที่ 18, 19 18 เป็นสหราชอาณาจักร สิงคโปร์ 19 เป็นสหรัฐอเมริกา จีน ญุี่ปุ่น ฝรั่งเศส 20 มี 3 เที่ยวบินนะครับ จากรัสเซีย อาเจนตินา แล้วก็อินเดีย อาร์เจนตินาก็จะเป็นน้อง ๆ ทั้งหลาย ที่ผมเคยกล่าวนำไป ที่เขารอกลับมาแล้วก็ได้รับการช่วยเหลือจากทางสถานทูตนะครับมีอาหาร ถุงยังชีพไปให้เขาก็ดีใจนะครับเขาได้กลับมาหาคุณพ่อคุณแม่แล้ว 20 จะได้กลับมาหาคุณพ่อคุณแม่ 21จีน นะครับ ออสเตรเลียนะครับ เวียดนาม และ 22 สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ กาตานะครับแล้วก็ทาง 23 เยอรมณี บังคลาเทศนะครับ ทางด้านรอบ ๆ เขตชายแดนเราก็ยังมีภาระเข้ามาอยู่นะครับ เมียนมาร์ 14 มาเลเซียลา 15 และกัมพูชา 6 ดูกัมพูชาก็จะเป็นจาก 400 เป็น 300 เป็น 200 แล้วครับ ก็ทุกคนอยากจะกลับมายังประเทศไทยเรานะครับ ก็พี่น้องคนไทยทั้งสิ้นก็ขอทุก ๆ ท่านได้ช่วยกันดูแลแล้วก็เป็นยอดสะสม ผู้เข้ากักกันสะสม รวม 19,428 คน ยังกักอยู่ในปัจจุบันนี้ 9,527 และกลับบ้านไปแล้ว 9,900 กว่าคนนะครับ ก็ทำงานมาครึ่ง ๆ มีติดเชื้อที่ต้องเข้าอยู่โรงพยาบาล 97 คนนะครับ ไปดูศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ออกไปตรวจเคอร์ฟิวนะครับอันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานมา มี 40 คน ที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่กระทำผิดด้านการมั่วสุมชุมนุม ยาเสพติดเป็นอันดับที่ 1ดื่มสุราอันดับ 2 และอื่น ๆ อยู๋ตรงนี้นะครับ แล้วก็ไปดูเรื่องของการร้านค้า กิจกรรม กิจการทั้งหลาย เมื่อวานนี้ตรวจไปเพิ่มอีก 23,000 กว่าแห่งนะครับ แล้วก็พบว่าโดยส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติการได้ดีนะครับ ไม่ครบอยู่ 0.7 เปอร์เซ็นต็เท่านั้น ไม่ปฏิบัติตามแค่ 1รายละเอียดก็อยู่ในกราฟต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ขอบพระคุณที่ต้องปฏิบัติตามมากเป็นส่วน ไม่ปฏิบัติตามก็ลดน้อยถอยลงมานะครับ ครับผมวันนี้เดี๋ยวรอคำถามครับมีอะไรบ้าง เชิญครับ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้มีคำถามที่ฝากมาจากสื่อมวลชนที่ติดตามการแถลงข่าวในวันนี้นะคะ คำถามแรกเป็นคำถามเรื่อง Application ไทยชนะ ที่มีการสอบถามมาจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ไทยชนะมีการเปิดใช้งานหรือยังคะ แล้วก็ช่วยวิธีใช้งานอย่างละเอียดว่าในส่วนของภาคประชาชนทำอย่างไร ในภาคผู้ประกอบการควรจะทำอย่างไร เชิญท่านโฆษกค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) อันแรกขออนุญาตแยกแยะก่อนนะครับ ในที่เราพูดติดปากคือแอฟ ๆ ตอนนี้เราได้ศึกษามาบอกว่าคุณหมอตอนนี้ไม่ใช่แอปฯ แล้วครับ เพราะแอปนี่จะต้องมีหลายแอปเหลือเกิน มันเป็นระบบที่ใหญ่กว่าแอปที่เราเรียกวา่ platform เขาบอกว่าเป็นศัพท์ของทางด้านคอมพิวเตอร์นี่ล่ะครับ plat form ใหญ่กว่านั้น app. อยู่ข้างล่าง เราขอเรียกใหม่ว่าเป็น Platform Platform ไทยชนะ ซึ่งเอาไปวางไว้อยู่ใน www.ไทยชนะ เขียนเป็นภาษาไทยเลยนะครับ ดอทคอม ที่เป็นสีเหลือง ๆ ข้างบนนี้นะครับ ก็คือ www.ไทยชนะนี่จะมีชุดของการให้ลงทะเบียนเดี๋ยวมีแอปฯ เดี๋ยวมีให้ดาวน์โหลดโน้นนี่นั่น เอกสารอะไรต่าง ๆ ขอให้เรียกใหม่ว่าเป็น platform ไทยชนะอันนี้แบ่งเป็นอย่างไรครับ แบ่งเป็นว่า จะมีให้ส่วนของผู้ที่เป็นผู้ประกอบการ หรือคนที่ทำกิจการกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นนี่ ต้องไปลงทะเบียนเพื่อที่จะได้ QR Code ออกมา ซึ่งท่านก็มีหน้าที่ที่จะลง เปิดลง ลงได้เมื่อไหร่ครับ พรุ่งนี้ครับ 17 พฤษภาคม 6 นาฬิกา ก็คือ 6 โมงเช้าของพรุ่งนี้ถึงจะทำการ แล้วทำไมไม่ลงตอนนี้ ตอนนี้กำลังลงอยู่ครับ ประกาศในราชกิจจาฯ มีข้อปรับในบางข้ออยู่อย่างเมื่อวานนี้บอกตอนนี้บอกว่ามีแล้ว ก็ต้องไปปรับแต่งข้อมูลชุดใหญ่จากคณะกรรมการชุดใหญ่ที่ได้มีมติตัดสินมา ขอเวลาวันนี้นะครับอีก 1 วัน พรุ่งนี้ท่านมีกิจการกิจกรรมใด ๆ นะครับที่เกี่ยวข้อง ท่านก็ไปลงทะเบียนได้เลยนะครับ ลงทะเบียนก็คือเข้าไปในเว็บกรอกโน้นกรอกนี่ถ้าวันนี้จะเข้าไปก่อนก็ได้ครับ ไปดาวน์โหลดเอกสารมา ตรงส่วนของด้านล่างของเว็ปไซต์จะให้ดาวโหลดเอามานั่งอ่านก่อนก็ได้ครับ มันก็จะมีเป็นหน้า ๆ ไปฉาก ๆ ๆ เลยครับว่าจะให้ทำอะไรอย่างไรบ้าง 2 ส่วนครับ ส่วนแรกเป็นส่วนของผู้ประกอบการอย่างที่ว่าเข้าไปในเว็บพรุ่งนี้ 6 โมงเช้า เข้าไปคีย์เข้าไป ใส่รายละเอียดของท่าน เข้าไปแล้วท่านทำอะไร ท่านจะได้ลงทะเบียน ลงทะเบียนแล้วได้อะไร ได้ QR Code ขึ้นมา ท่านก็ปริ้น QR Code ตรงนั้นมาแล้วติดที่ร้านจะทำหน้าที่แทนท่านในการที่ให้ท่านมาจด คนเข้า คนออก อะไรทั้งหลาย แล้วก็ให้เห็นภาพเพียงแค่แนะนำกับคนที่มารับบริการ ให้สแกนเข้า Check-in นะครับ Check-in กับ Check out นะครับ หน้าที่ท่านก็เตือนกับผู้ใช้เท่านั้นเองครับ ไม่ยากอะไรเลยนะครับ ส่วนผู้รับบริการคือพวกเรากันเองที่จะไปพรุ่งนี้จะไปห้าง ทั้งหลาย ก็มีหน้าที่ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ เดินเขาไปก็เปิดกล้องมาแสปึ๊บ ใช้ตรงนี้ครับสแกนอ่าน QR Code หรือใช้แอปอะไรของท่านที่มีในการอ่าน QR Code ก็เรียบร้อยครับ ทุกอย่างระบบทำให้หมด Platform จะทำเอง และตอนออกท่านก็ chek out QR code จบครับใครได้อะไรบ้างระหว่าง 2 อย่างนี้ การเข้าไปในแพลตฟอร์มของไทยชนะนี่ คนที่เป็นเจ้าของกิจการจะได้คือไม่ต้องมาทำระบบ ระเบียบในการที่จะเช็กคนโน่นนี่นั้นครับ ท่านปล่อยให้เป็นภาระของ ไทยชนะ ทำหน้าที่ไป ท่านมีแค่บอกว่า สมมติว่าข้อของความหนาแน่นนี่จะทำอย่างไร เรื่องกวาดเช็ดถูใส่หน้ากากอะไรทั้งหลาย หรืออันหนึ่งคือความหนาแน่นจะไปรู้ได้อย่างไร ท่านไม่ต้องยากเลยครับ ท่านใส่ร้านอาหารของท่าน คนนั่งได้ ๑๐ คน เต็มร้านแล้ว ท่านก็ใส่หมายเลขลงไปนะครับจำนวนลงไปนะครับ พอคนเข้าร้านท่านเต็มนี่นะครับ จะไปปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ www.ไทยชนะ ผมอยากจะเข้าไปเห็น ว่ามีอยู่ 8 คน หรือ มีแค่ 3 คน ผมเข้าไปได้ หรือมีอยู่แค่ 3 คน ผมก็ไปได้ ออกจากบ้านไปขับรถไปถึงร้านท่านก็ว่างนะครับ แต่ถ้าเต็มแล้ว เป็น 10 แล้ว ไม่อยากไปยืนรออยู่นะครับ ก็เปลี่ยนร้านใหม่ไปได้ ท่านก็ลดความแออัดตรงนี้ไปได้ ไม่ต้องเป็นหน้าที่ของท่าน ก็จะได้ประโยชน์นะครับ อย่างที่บอกไม่ต้องไปยืนรอร้านไหนเยอะแยะ ร้านอาหารที่เป็น Restuarant ยี่ห้อนี่แต่ไม่ขี้เกียจไปยืนรอ ไปดูห้างโน้นว่างกว่าไหม สามารถเช็กได้ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ท่านจะได้ประโยชน์ ตรงนี้เดี๋ยวอย่างไรก็ตามแต่ ท่านเลขาฯ สมช. จะได้มาลงในรายละเอียดให้โดยหลักการกว้าง ๆ เป็นอย่างนี้ พรุ่งนี้ 6.00 น. นะครับ 6 โมงเช้า สำหรับท่านผู้ที่เป็นคนดำเนินกิจการเข้าเว็บสำหรับท่านที่เป็นผู้ให้บริการ ส่วนคนที่เป็นประชาชนไม่ต้องเข้าเว็ปอะไรเลย ถือแค่โทรศัพท์มือถือไป แล้วผมฝากเบอร์ไว้ 1119 1 3 ตัวและ 9 อีกตัวหนึ่ง เป็นหมายเลขโทรศัพท์ไไว้เผื่อท่านมีคำถามว่า พรุ่งนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นเวลาที่อยากจะเปิดร้านแล้วทำถึงมาบอก ชั่วโมงนะครับจะได้โทร. เช็กถาม เขาเรียกเข้าไปในเว็บไซต์นั้นหนาแน่นมาก อันนี้ไม่ต้องกังวลครับ ไม่มีใครมาจับท่าน แล้วไม่มีใครมาทำอะไร แล้วค่อย ๆ ลงไปกันนะครับ แล้วก็ประสบการณ์ของผู้ที่ดูแลเว็ปไซต์ไทยชนะดอทคอม ทางธนาคารกรุงไทย ซึ่งเขารับผิดชอบเรื่องของการลงทะเบียนชุดใหญ่ ๆ มาก่อนแล้ว ก็เชื่อว่าพรุ่งนี้เขาจะทำงานหนัก ไม่ว่าพรุ่งนี้ ตั้งแต่วันนี้เพื่อท่านเอง แต่ถ้าเกิดความขลุกขลักขออภัยในฐานะโฆษก ศบค. ณ ขณะนี้ เป็นเรื่องใหม่นะครับ เราต้องไปด้วยกันเป็นระบบที่ใหม่ไปด้วยกันทั้งคู่ ทั้งคนที่จะใช้นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะค่อย ๆ ปรับตัวเองเข้ากับเรื่องนี้แล้วตัวระบบจะปรากฏอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข ติดตามตัวเลขของการที่ถ้าเกิดติดเชื้อตรงโน้นตรงนี้มา เดิมนี่นะครับเราจะต้องกวาดคนมาเป็นพัน ๆ คน แต่ถ้ามีระบบไทยชนะนี่ ถ้าติดเชื้อในร้านอาหารนี่ 10 คนนี่ เราไม่ต้องไปเอาคนพันคนหรือร้อยคนมา เอาแค่ 10 คนที่อยู่ในร้านนั้นน่ะครับ ดูแค่นั้นพอ นั้นคือสิ่งที่เราจะได้ เพราะฉะนั้นคนอื่น ๆ ที่ไปในห้างนั้นหรือไปในช่วงเวลานั้นแล้วไม่ได้ไปอยู่ในร้านอาหารนี้ ท่านก็รอดตัว ก็ไม่จำเป็นจะต้องถูก Quarantine หรือมาให้สังเกตอาการอะไรทั้งสิ้น นี่คือสิ่งที่เราได้ประโยชน์ร่วมกันแล้วเราก็จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยนะครับ การเขาเรียกว่าทำอย่างง่าย ๆ ต้องขอบคุณผู้ที่คิด ขอบคุณผู้ที่ทุ่มเทในด้านนี้ ออกมาแล้ว แล้วเราก็ไม่ได้ความเป็น privacy ความเป็นส่วนคแค่มีโทรศัพท์มือถือเท่านั้นเอง ไม่ยุ่งยากอะไรทั้งนั้นเลยพรุ่งนี้เราจะได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ขอเมืองไทยเรา ซึ่งจะไปสู่ platform ไทยชนะ ซึ่งจะเป็นการปกป้องระบบของคนในประเทศไทยเรา ฝากทุกท่านให้ความร่วมมือด้วยครับ (คุณปวีณา) ค่ะ แต่ก็ยังมีคำถามนะคะ จากคุณผู้ชมที่ติดตามผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ แล้วถ้าไม่มีโทรศัพท์ล่ะคะ ทำอย่างไร ไม่ได้นำลงไปด้วย หรือบางส่วนอาจจะไม่มีโทรศัพท์ที่เป็น smart phone ที่สามารถสแกน QR Code ได้ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็ไม่เป็นอะไรครับ ตอนช่วงแรก ๆ นี้ก็อาจจะต้องใช้ระบบทั้ง manual ก็คือด้วยมือนี่แหละครับ ทางร้านก็คงจะต้องช่วยกัน ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านต้องใช้ทั้ง ๒ อย่างนี้ไปด้วยกัน แต่อย่างที่ว่าอยากจะให้ทุกท่านได้ใช้ระบบ อย่างที่เรามีชุดข้อมูลก็คือเรามีโทรศัพท์มือถือกัน 80 เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับของคนไทย เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีก็ผู้สูงอายุกับเด็กเล็ก ๆ ซึ่ง 2 กลุ่มนี้ไม่ควรจะต้องออกจากบ้านครับ เพราะออกจากบ้านมีความเสี่ยง จะเป็นคนที่ออกมาในร้านอาหาร ในอะไรทั้งหลาย จะเป็นคนวัยทำงาน เราก็ซื้ออาหารไปแล้วก็ไปฝากท่านดีกว่า ถ้าท่านไม่มีโทรศัพท์มือถือก็ไม่ควรออกมาเลย เป็นความสุ่มเสี่ยงครับ (คุณปวีณา) คำถามต่อไปทั้งจาก NBT และช่อง 9กรณีราชกิจจานุเบกษาสาธารณสุข เรื่องของการยกเลิกท้องที่ราชอาณาจักร ซึ่งประกอบไปด้วย เกาหลี แล้วก็จีน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้ค่ะ ยังมีเรื่องของการระบาดกลับมาอยู่ พอมีการนำออกจากเขตโรคติดต่ออันตรายแล้วก็จะมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อยากให้ท่านโฆษกอธิบายเหตุออกของพื้นที่ดังกล่าว ออก และการถอดพื้นที่ดังกล่าวออกนี่จะส่งผลต่อการติดเชื้อในประเทศหรือไม่ เพราะประชาชนกังวลว่าจะกลายเป็นช่องโหว่ให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ขอตอบสัก 2 - 3 ประเด็น อันแรกก็คือขอระบุว่า ไม่ใช่เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย เราใช้คำว่า เขตติดโรค เท่านั้น ซึ่งตาม พ.ร.บ. เขตติดโรคเท่านั้นตาม พ.ร.ก. โรคติดต่อ ซึ่งคำว่าเขตติดโรคหมายถึงเป็นประเทศก็ได้ ซึ่งเราก็ใช้ในการประกาศตรงนี้มาทั้งเกาหลี ทั้งจีนนี้นะครับ 2 ประเทศนี้เป็นประเทศแรก ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวในการที่เกิดการระบาด เราก็จะได้เห็นภาพของข่าวมาตั้งนานแล้วนะครับ เหตุที่ต้องเอาออกเพราะว่าเขาอยู่ปรากฎตั้งแต่แรก ๆ เรามาใช้ พ.ร.บ. ตั้งแต่แรก ๆ นะครับ แต่นี้ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว สถิติของการเกิดโรคของเขาก็ต่ำลงมาเป็นหลักหน่วยแล้ว แล้วเขาก็มีระบบในการควบคุมการระบาดได้อย่างดี เพราะฉะนั้นก็เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกร้อยกว่าประเทศสูงกว่านี้อีกทำไมไม่ปรากฏในประกาศเขตโรคแบบอย่างเขาด้วย ดูก็ไม่ยุติธรรมถ้าพูดถึงในเชิงด้านนี้ ในถ้าพูดถึงในเชิงด้านนี้ก็เอาออกครับ ก็ต้องเอาออก ไม่เป็นไร เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่คงค้างไว้ เพราะว่าการระบาดของเขาก็ผ่านมา เพราะฉะนั้นนี้คือเหตุผลที่ต้องเอาออกการคงอยู่ของบางประเทศอยู่ ที่ยังคงมีตัวเลขสูง ๆ นะครับที่ยังคงอยู่อย่าง อิหร่าน อิตาลี มาเลเซีย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ที่มีขอบชายแดนที่ติดกันอยู่ อัตราการเกิดและการนำเข้าของโรงมายังเมืองไทยก็ยังคงอยู่ แต่ 2 ประเทศนี้ค่อนข้างควบคุมได้ดี อันที่ ๒ คือ แล้วพอเอาออกเสร็จแล้วจะทำให้เกิดความเสี่ยงไหม เสร็จนี่จะทำให้เกิดความเสี่ยงไหม มีนักข่าวบอกว่าอย่างนี้เหมือนกับเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสิ เพราะเดิมคนจีนเป็นนักท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดหรือเปล่า ไม่เกี่ยวกันนะครับ การเอาออกจากการเอาออกจากรายชื่อของเขตติดโรค ก็เป็นเรื่องหนึ่งแต่การกำกับติดตามนะครับแล้วก็ป้องกันไม่ให้คนเข้าประเทศนี่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จำได้ไหมครับ ที่เราพูดว่าคนจะเข้าประเทศไทยเราต้องมีอะไร ต้องมีใบรับรองแพทย์ การตรวจเรื่องของ fit to fly ประกันอะไรทั้งหลาย เราใช้มาตรการต่าง ๆ จัดการแทน และแถมถ้ามาเมืองไทยอีกจะต้องอยู่ใน State Quarantine หรือสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 14 วัน นักท่องเที่ยวไหนอยากจะมา มาตรการนี้เรายังไม่ยกเลิกครับ มาตรการ 3 -4 ข้อนี้ยังคงอยู่ สิ่งต่าง ๆ ที่เขาถึงแม้จะเอาชื่อปลดลงไปแล้ว แต่มาตรการที่ตรึงไว้ สนามบินยังไม่ได้เปิดทุกที่ เครื่องบินยังลงไม่ได้อย่างเสรี อันนี้เรายังเป็นอย่างนี้อยู่ มั่นใจได้เลยครับว่าระบบของเรายังควบคุมได้อย่างดี แล้วไม่ได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามา ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ยกเว้นมีไม่กี่คนอย่างนักการทูต เราบอกเห็นบินกันมาก็จะมีคนไทยเราเอง ให้กลับมา อย่างนักการทูต อย่างนี้เป็นต่างชาติก็ให้เข้ามา หรือเขามี work permit อนุญาตในการทำงาน ซึ่งเขาจำเป็นจะต้องมาดูแลธุรกิจของเขาก็พวกนี้จะต้องเขามา อย่างนี้เราต้องมีการกรอง เข้ามาเสร็จคนกลุ่มนี้จะต้องมีระบบเข้ามาดูแลย่อย ๆ ไปอีก ถ้าเป็นนักการทูตต้องอยู่ในสถานทูตที่เราจัดไว้อีกได้ ถ้าเป็นรักธุรกิจก็ต้องมี state quarantine ดูแลเขาอย่างดี เพราะฉะนั้นเราออกแบบระบบมา 2-3 เดือน 4 เดือนนี่นะครับ เข้าเดือนที่ ๕ ทำได้อย่างดีอย่างนี้สามารถที่จะช่วยการันตีได้ และเรากำลังกำลังเปิดธุรกิจภายในของเรา เปิดกิจกรรม เปิดกิจการของเรา เพราะฉะนั้นด้านนอกเราซิวแน่ ๆ ฃการบินทั้งหลายไว้ให้ดี แต่ข้างในนี่ล่ะครับ เราต้องทำให้ดีไปด้วยกันเราถึงจะไปด้วยกันได้นะครับ (คุณปวีณา) สุดท้ายฝากให้ทางท่านโฆษก ศบค. ฝากถึงเรื่องต่าง ๆ และคุณผู้ชมที่ติดตามการแถลงข่าววันนี้ค่ะ (นายแพทย์ ทวีศิลป์) ก็เป็นประเด็นที่ความสำคัญนะครับของการที่จะเข้าสู่วันที่ 17 คือพรุ่งนี้นะครับ มีประเด็นอยู่ก็คือ เรื่องของการดูสุขอนามัยส่วนบุคคล 5 ข้อ ที่เราจะต้องทำด้วยกัน เรื่องของหน้ากากอนามัย เรื่องของการล้างมือบ่อย ๆ เรื่องของการทำเรื่องของการทำล้างมือบ่อย ๆ นะครับ เรื่องของระยะห่างนะครับ แต่เรื่องของการทำความสะอาดพื้นผิว อันนี้ส่วนของห้างร้านต้องทำ เพราะฉะนั้นมี 2 ส่วนเพราะฉะนัั้นมี 2 ส่วน กับส่วนของคนที่ทำกิจการนอกจากจะคิดถึงตัวเองแล้วต้องคิดถึงส่วนรวมด้วยนะครับ อยากจะฟากคำนี้ แยกกันเราจะอยู่กันได้ แต่ถ้าเรารวมหมู่กันให้ดี ๆ เราจะไปต่อได้ครับ เรามีระยะที่ 3 รออยู่ ระยะที่ 4 รออยู่ เราอาจจะกลับไปเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นอิสระทั้งหมดนี่นะครับยังมีอีก 3 บวกกับ 2 นี่นะครับ เราเพิ่งผ่าน 1 มา ต้องเป็น 2 3 และ 4 เพราะฉะนั้นจะไป 3 ได้ 2 ต้องผ่าน ต้องร่วมมือกันตอนนี้ เราถึงจะไประยะถัด ๆ ไปได้ แยกกันเราอยู่ รวมหมู่เพื่อไปต่อนะครับ ฝากคำนี้ด้วยนะครับ (คุณปวีณา) ค่ะกราบขอบพระคุณนะคะ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. นะคะ และอย่างที่ทางท่านโฆษกบอกไปผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจะเป้น 0 ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญที่เราจะต้องร่วมมือกันต่อไป โดยเฉพาะในวันพรุ่งนี้เราจะเข้าสู่ช่วงของการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 2 หรือ Phase 2 ที่ทุกคนรอคอย แต่มาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนี่จะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากที่สุด ณ วันนี้มีคำถามมาเป็นจำนวนมากนะคะ วันนี้ทางศูนย์ ศบค. จึงได้มีการเรียนเชิญทางท่านสมศักดิ์ มุ่งสิตา สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติมากขึ้นค่ะ ท่านเลขาฯ ค่ะ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตสอบถามก่อนนะคะ เรื่องของข้อกังวลใจข้อคลายล็อก ระยะที่ 2 มีข้อกังวลว่าหากเรามีการปลดล็อกในระยะที่ 2 แล้วแต่หากจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ภาครัฐเรามีมาตรการวางแผนเตรียมการไว้อย่างไร ล่วงหน้าหรือไม่ค่ะ (พลเอกสมศักดิ์​) ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ก่อนนะครับว่า ในที่ประชุม ศบค. เมื่อวานนี้ก็ได้มีการอนุมัติให้มีการผ่อนระยะที่ 2 เพิ่มมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นผลจากก่อนที่เราเสนอมาตรการผ่อนคลาย เราได้ประเมินว่าในระยะที่ ๑ เราได้ทำไว้ค่อนข้างดี ตัวเลขผู้ติดเชื้อความร่วมมือของประชาชนโดยทั่วไปก็อยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก ซึ่งก็เป็นผลดีที่ทำให้การผ่อนคลายในระยะที่ 2 ออกมาซึ่งก็มีออกมาเป็นข้อกำหนดฉบับที่ 7 เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมว่าการที่เราผ่อนคลายระยะที่ 2 คือกิจการ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดโรคอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่ว่ามีผลต่อเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องสังคมค่อนข้างสูง หมายความว่าเสี่ยงที่จะให้ความมั่นคงด้านสาธารณสุขมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่เราพยายามที่จะให้ผ่อนปรนเพื่อให้การดำรงชีวิตมีความสะดวกสะบายมากยิ่งขึ้น แล้วก็เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าได้ต่อไป เพราะฉะนั้นทุกช่วงระยะที่ 3 ที่ 4 ที่เราดำเนินต่อไปนั้น ก็เป็นความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่เป็นความเสี่ยงที่ใคร่ครวญแล้วนะครับ อันนี้คือประเด็นใจความสำคัญเป็นความเสี่ยงที่เราใคร่ครวญแล้ว ต่อให้มีความเสี่ยงก็ยังอยู่ในความสามารถที่ควบคุมได้ ประสิทธิภาพด้านสาธารณสุขยังคงมีขีดความสามารถที่จะรองรับความเสี่ยงนี้ได้ คำถามคือว่าถ้าเราพบว่ากิจการใดหรือกิจกรรมใดก่อให้เกิดการแพร่เชื้อสิ่งที่เราจะทำก็คือ ไปสำรวจดูว่า กิจการหรือกิจกรรมแพร่เชื้อแล้วอาจจะต้องปิดเป็นจุด หรือปิดเป็นรายกิจกรรม อันนั้นขึ้นอยู่กับความหนักเบาของตัวเลขการแพร่เชื้อ เพราะฉะนั้นคำตอบขอบคำถามก็คือว่ากิจการที่เปิดไปแล้ว คือกลุ่ม 1 กลุ่ม 2 ถ้าเกิดพบว่าเป็นต้นเหตุของแพร่เชื้อก็สามารถปิดได้ ก็สามารถเพิ่มมาตรการได้ (คุณปวีณา) คำถามต่อไป คำถามที่ถามมาเป็นจำนวนมาก กรณีว่าเราปลดล็อกใน Phase ที่ 2 แล้ว ในวันที่ 17 พฤษภาคม เป็นต้นไป ยังสามารถเดินทางไปต่างจังหวัดเป็นปกติหรือไม่ หรือว่าเดินทางไปแล้วจำเป็นจะต้องกักตัวด้วยหรือเปล่า (พลเอกสมศักดิ์​) ครับ ผมอยากจะเรียน (สมศักดิ์) ผมอยากจะเรียนมาตรการที่เราออกมากับการผ่อนคลายใน Phase ที่ 2 ก็ยังมีอยู่นะครับ ก็คืออันดับแรกก็คือเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศยังมีความเข้มข้นซึ่งเมื่อสักครู่ท่านโฆษกก็ได้เรียนไปแล้ว ยังคงมีความเข้มข้นในระดับเดิม นั่นหมายความว่าเราไม่ต้องการให้มีการแพร่เชื้อเกิดจากการนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ การอนุญาตให้อากาศยานปินเข้าประเทศไทยยากลำบาก ยังไม่อนุญาตให้เครื่องบินพาณิชย์ ประการที่ 2 คือการปรับระยะเวลาเคอร์ฟิว เคหสถาน ขยับไปอีก 1 ชั่วโมงนะครับก็คือ 23.00 น. ของวันนี้จนถึงตี 4 ในวันรุ่งขึ้นและที่สำคัญยังคงเชิญชวนให้ชะลอการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดอยู่ เราเข้าใจว่ามีโอกาสที่ประชาชนทั่วไปมีความจำเป็นที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด อันนั้นก็ไม่ได้ถึงกับห้ามเด็ดขาด บ้านยังคงเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยที่สุด การเดินทางข้ามจังหวัดยังสามารถกระทำได้ ความจำเป็นจริง ๆ เมื่อไปถึงปลายทาง ต้องไปดูอีกทีหนึ่งว่า เมื่อไปถึงปลายทางจังหวัดมีมาตรการที่เข้มข้นท่านก็ต้องปฎิบัติตามที่จังหวัดนั้นกำหนดครับ (คุณปวีณา) ค่ะ และอย่างที่ท่านบอกนะคะว่าเราปรับเวลาเป็น 23.00 - 04.00 มีประชาชนบางส่วนที่เสนอแนะมาว่า อยากให้ปรับช่วงเวลาเป็นตี 3 ได้หรือเปล่า เพราะว่าเวลาประชาชนบางคนขายของที่ตลาดเวลาเช้าจะได้ไม่กระทบต่อการขายของค่ะ ก็ขอรับไว้นะครับ รับไว้เป็นข้อพิจารณาว่าจะพิจารณาลดระยะเวลาเคอร์ฟิวส์ ผมขอรับตัวเลขนี้ไว้ว่าเป็น 03.00 นาฬิกาถึง 01.00 ในวันรุ่งขึ้นหร้ือเป็นตัวเลขอื่น จะขออนุญาตรับไว้ครับ (คุณปวีณา) ค่ะมาที่เรื่องข้อกำหนดนะคะที่เรากำหนดว่าเราอนุญาตให้คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม ร้านทำเล็บสามารถที่จะเปิดได้ในกรณีที่ทำได้ในเฉพาะเรือนร่างและผิวพรรณ ไม่รวมถึงเรื่องของการเสริมความงามบริเวณใบหน้า ข้อสอบถามที่มาเยอะพอสมควรที่สอบถามว่า ในเมื่อทำฟัน ทำทันตกรรมได้ ทำไมถึงไม่อนุญาตเสริมความงามบริเวณใบหน้าคะ (พลเอกสมศักดิ์​) (สมศักดิ์) ประการแรกหลักความสำคัญไม่ว่าจะเปิดเฟส 1 หรือเฟส 2 จะเปิดในวันพรุ่งนี้นี่ครับ สิ่งที่เราทำก็คือเรายอมเสี่ยง เรายอมเสี่ยงในบางเรื่องเพื่อที่จะชดเชยกับความสะดวกสบายของประชาชน ชดเชยกับเศรษฐกิจที่จะกระตุ้น ได้รับการกระตุ้น เพราะฉะนั้นกรณีของทำฟัน ทันตกรรมเป็นกิจกรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตก็ยอม แต่ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดน่ะนะครับ แต่ในเรื่องเสริมความงามก็ยอม แต่ยอมให้ทำช่วงล่าง ช่วงที่ไม่ใช่ใบหน้า เหตุผลก็เพราะว่า การกระทำเสริมความงามบนใบหน้ามีความเสี่ยงอยู่ เพราะว่าการติดเชื้อจากดวงตา บริเวณอื่นที่อยู่บนในใบหน้าก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ด้วยเหตุนี้เราถึงต้องมีมาตรการล้างมือเป็นประจำ เพราะเราได้รับการบอกเสมอ ๆ ว่าขอให้ล้างมือเป็นประจำ อย่าเอามือใบจับใบหน้าก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน และด้วยกิจกรรมเราจะสังเกตุว่าเราจะมีมาตรการควบคุมอันหนึ่งก็คือ จำกัดการใช้เวลาในกิจกรรมนั้น ๆ ให้น้อยที่สุด เพราะว่ายิ่งมีเวลามากขึ้นโอกาสในการติดเชื้อก็ยิ่งมากขึ้นครับ (คุณปวีณา) แล้วกรณีนี้จะมีการพิจารณาในเร็ว ๆ นี้จะเป็นเฟส 3 หรืออะไรไหมคะ (พลเอกสมศักดิ์​) ก็ขอรับพิจารณาไว้ในเฟส 3 เฟส 4 ต่อ ๆ ไป ครับ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับคุณหมอ ถ้าคุณหมออนุญาตก็ไม่เป็นรอะไรครับผมก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ (คุณปวีณา) ค่ะขอสอบถามเพิ่มเติมเป็นคำถามจากสำนักข่าวไทยรัฐทีวีนะคะที่บอกว่า มีการแจ้งและร้องเรียนเข้ามาว่าร้านอาหารในซอย ซึ่งขายของเป็นจำนวนมากขออนุญาตไม่บอกเชื่อ บอกว่าที่แห่งนี้ไม่มีมาตรการป้องกันไม่มีจุดตรวจ ไม่มีการเว้นระยะห่าง อย่างกรณีนี้นี่ทาง ศบค. รวมถึงรัฐบาล กรุงเทพมหานครนี่จะเข้าไปปฏิบัติหรือเข้าไปตักเตือนหรือว่าตรวจสอบดำเนินการอย่างไรบ้าง (พลเอกสมศักดิ์​) เดี๋ยวหลังไมค์ขอชื่อร้าน เพราะว่าเรามีเจ้าหน้าที่ที่จะไปตรวจสอบอยู่แล้วที่เราออกไปก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ หน่วยงานความมั่นคงเอง หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร หรือเจ้าหน้าที่ของจังหวัดที่ถูกแต่งตั้งขึ้น ที่เราออกไปก็มีคนไปตรวจเพราะอาจจะไม่ทั่วถึงบ้าง เพราะเจ้าหน้าที่เราก็มีอย่างจำกัด แต่ว่าก็ต้องขอความร่วมมือนะครับว่า จะออกไปซึ่งภายในวันนี้ก็จะออกมาตรการกำกับ หรือกิจการที่เราผ่อนคลายในเฟสที่ 2 นี่ ภายในวันนี้ท่านนายกฯ ก็จะลงนามออกมาตรการเหล่านั้นไป โดยเคร่งครัดนะครับ เจ้าหน้าที่ก็จะไปตรวจ ถ้าพบเรื่องความบกพร่องครั้งแรกอาจจะตักเตือน แต่ถ้าเป็นไปได้ที่จะปิด ปิดเป็นจุด ๆ ไป กิจกรรมเหล่านั้นเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าทำให้การแพร่ระบาดของโรคเป็นวงกว้างก็จำเป็นจะต้องปิดกิจกรรมเหล่านั้นต่อไป ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (คุณปวีณา) สุดท้ายฝากท่านเลขาธิการสภามความมั่นคงแห่งชาติฝากประเด็นถึงประชาชนนิดหนึ่ง เพราะว่าในช่วงที่เราจะผ่อนคลายในเฟสที่ 2 หลายคนรอคอยมาเป็นเวลานาน แต่การรอคอยอาจจะทำให้การแพร่ระบาดกลับมาอีกความเป็นห่วงเรื่องของการแพร่ระบาด (คุณสมศักดิ์) อย่างที่เราเรียนแล้วว่า กิจกรรม กิจการใดหรือกิจกรรมใดในแต่ละระยะหรือแต่ละ Phase นี่ เราคำนึงถึงอย่างน้อยที่สุดก็ 2 ปัจจัย ปัจจัยหนึ่งก็คือเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศเราเอง เราดูเทียบเคียงกับต่างประเทศด้วยนะครับ ว่ามีหลายประเทศที่ผ่อนคลายเร็วแล้วก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา เราก็ไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นการผ่อนแต่ละ Phase ด้วยความระมัดระวัง ที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จากประชาชนทุกคน จากผู้ประกอบการ ผู้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ก็ต้องให้ความร่วมมือ ถ้าให้ความร่วมมือดี กิจกรรมมีความเสี่ยงก็ยังสามารถจะมาทำให้สมดุลได้นะครับก็การณ์สำคัญก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากประชาชนทุกคนครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะ สภาความมั่นคงแห่งชาติ พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา นอกจากเรื่องของมาตรการความมั่นคง การผ่อนคลายในเฟสที่ 2 1 ประเด็นที่ประชาชนสอบถามกันมามากมากแล้วก็รอคอยนั่นก็คือการเยียวยาช่วยเหลือ หลายคนบอกว่าได้ยินข่าวเรื่องของ 5,000 บาท ประกอบอาชีพอิสระ 5,000 บาทในการช่วยเหลือเกษตรกร แต่จริง ๆ แล้ว ภาพรวมที่ภาครัฐออกมานั้น ของการช่วยเหลือคนทุกกลุ่ม แต่ว่าการช่วยเหลือมีอย่างไรบ้างและมีรายละเอียดอย่างไร ขออนุญาตเรียนเชิญท่าน ผอ. เศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ท่านลวรณ แสงสนิท แล้วก็อธิบายในการชี้แจงต่าง ๆ (รวรณ) ใน ศบค. มีศูนย์ปฎิบัติการด้านช่วยเหลือเยียวยาอยู่อีกหนึ่งศูนย์ ซึ่งศูนย์นี้มีภารกิจสำคัญ คือการดูแลการเยียวยาของภาครัฐให้ครอบคลุม ให้ถึงพี่น้องทุกกลุ่ม เพราะฉะนั้นมาตรการเยียวยาของภาครัฐมีมาตรการอื่น ๆ ยังมีออกมาเป็นระยะ ๆ นะครับ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมกับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ผมขออนุญาตเล่าความคืบหน้าของศูนย์นี้ได้ดำเนินการไปอย่างไร แล้วมีมาตรการอะไรบ้างที่จะออกมาในอนาคตอันใกล้นี้ ผมขออนุญาตเร่ิมต้น วันนี้เรามีพี่น้องประชาชนคนไทย 66 ล้านคนใช่ไหมครับ ถ้าเราดูในกลุ่มของแรงงานนะครับ ในข้อที่ 1 แรงงานในระบบมี 11 ล้านคนวันนี้ที่ได้รับการเยียวยาผ่านทางสำนักงานประกันสังคมดูแลให้อยู่แล้ว อันนี้เป็นกลุ่มที่ 1 ท่านมาดูกลุ่มที่ 2 คือแรงงานอิสระกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่กระทรวงการคลังรับมาเยียวยานะครับ ถ้าเกิดท่านคุ้นชินก็คือมาตรการเราไม่ทิ้งกัน การเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน วันนี้เราได้ดำเนินการมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ณ วันนี้เลยมีผู้ผ่านเกณฑ์ 15 ล้านคน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่าปลายทางนี่ครับ ซึ่งเพิ่งมีมาตรการออกไปเมื่อวานนี้คือกลุ่มของเกษตรกร กลุ่มนี้มีประมาณสัก 10 ล้านคน กระทรวงเกษตรเริ่มต้นเมื่อวานนี้พี่น้องกลุ่มนี้ก็จะได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท แต่ว่าเป็นต่อครอบครัว หัวหน้าครัวเรือนเกษตรเป็นผู้ได้รับเงินส่วนที่ 4 ที่อยู่ในกำลังแรงงาน ในหน่วยงานของรัฐครับ จะเป็นข้าราชการ จะเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือจะเป็นหน่วยงานราชการในท้องถ่ิน 3 ล้านคนครับ รัฐบาลดูแลนะครับ ดูแลอย่างไร การดูแลที่่ว่าวันนี้ยังไม่มีการลดการทำงาน ลดเวลาทำงาน หรือว่าลดเงินเดือนอันนี้รัฐบาลดูแลท่านอยู่ ถ้าเราเอากลุ่มที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 มาบวกรวมกันนี่จะได้ตัวเลขประมาณ 40 ล้านคน ก็คือตัวเลขตรงกับในกลุ่มแรงงานของประเทศไทย ณ วันนี้ที่มีนะครับ เรียนว่าได้รับการดูแลแต่ละมาตรการดีแล้ว ได้กลุ่มที่ 1 กลุ่มของแรงงานแล้วนี่ เข้าไม่ถึงการช่วยเหลือมาตรการของภาครัฐ ยังมีอยู่ไหมกลุ่มไหน แล้วภาครัฐดำเนินมาตรการอย่างไรที่ควบคู่กันไปหรือว่ามีมาตรการที่ออกมาในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ขออนุญาตดูกลุ่มที่ 5 เรียกว่ากลุ่มเปาะบาง กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยเด็กแรกเกิด ประกอบด้วยผู้สูงอายุ แล้วก็ประกอบด้วยกลุ่มคนพิการ กลุ่มนี้มีจำนวนประมาณ 13 ล้านคน ทางกระทรวง พม. กระทรวงพัฒนาสังคมของมนุษย์ เพื่อจะมาดูแลพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ก็จะออกมาในระยะเวลาอันใกล้นี้ความชัดเจนมีแล้ว กลุ่มที่ 6 ครับ คือกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย กลุ่มนี้เรียกว่าถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนเต็มมีอยู่ทั้งหมด 4,600,000 คน การเยียวยาของภาครัฐ เน้นครับว่าการเยียวยาจะต้องไม่มีความซ้ำซ้อนกันระหว่างกลุ่มนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราเอา 14.6 ล้านคนของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี่ ก็ไปหักออกในกลุ่มที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4ในกรณีที่มีความซ้ำซ้อน จะเหลือที่ยังไม่มีมาตรการของรัฐเข้าไปถึงประมาณแค่ 14.6 ล้านคนนะครับ กลุ่มที่ 7 คือกลุ่มที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่มีผู้มาร้องทุกข์ ร้องเรียนเยอะ เยอะนะครับ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ ได้เปิดให้ดูแลพี่น้องประชาชนอยู่ อันนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่มาร้องเรียนว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จ ทางรัฐบาลเข้าใจนะครับ การลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันนี่ทั้งหมดเป็นการลงทะเบียนออนไลน์ทั้งหมด ไม่คุ้นชิน หลายท่านไม่ชำนาญในการลงทะเบียนออนไลน์ ทำให้ท่านลงทะเบียนไม่สำเร็จ นะครับที่จะกลับมาดูแล้วนะครับเพราะฉะนั้นคนที่จะมาร้องเรียนที่กระทรวงการคลังหรือกรมประชาสัมพันธ์ตอนนี้ปิดแล้ว สัปดาห์ท่านไปได้ที่สาขาของธนาคารของรัฐนะครับ ท่านไปได้ แต่ถึงท่านไม่ได้ไป แต่ตรงนี้เราเจอตัวตนท่านแล้ว เราเจอตัวตนท่านแล้วครับ มี 1.7 ล้านคนยังมีกลุ่มที่ 8 ครับกลุ่มที่อันนี้เป็นมาตรการที่กระทรวง พม. มีระเบียบมีกลไกรองรับอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้กระทรวง พม. ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 1 ล้านคน ที่นี้เราต้องรวมดูกันครับ กลุ่มที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 วันนี้จะต้องไปดำเนินการกำจัดความซ้ำซ้อน ครับที่กลุ่มที่ 5 อาจจะไปอยู่ในกลุ่มที่ 6 กลุ่มที่ 7 ด้วยอย่างนี้นะครับ จะต้องหาตัวตนของท่านที่ไม่ซ้ำซ้อนกัน เราประเมินครับว่า กลุ่มที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 ที่ 8เมื่อขจัดความซ้ำซ้อนแล้วจะไม่จำนวนเหลือไม่เกิน 13.5 แารึรชนะครับ เมื่อเราไปรวมกับกลุ่มของเยาวชน 18 ปีลงมานี่ อีก 13,500,000 คน ท่านจะเห็นว่ารวมแล้วคือ 66 ล้านคน นะครับ รัฐบาลจะดูแลคนทุกกลุ่มอย่างนี้นะครับ กลุ่ม 1-4 เคลียร์แล้ว หลายมาตรการกำลังจะจบหลายมาตรการกำลังจะเริ่มขึ้น กลุ่ม 5 6 7 8 ผมเรียนว่ากลุ่ม 5 เริ่มขยับแล้วมาตรการจะออกมาในระยะเวลาอันใกล้ นะครับ กลุ่มที่ 6 กับ 7 กระทรวงการคลังรับมาดู ทีนี้ทั้ง 1-7 มีฐานข้อมูลทำงานของภาครัฐสะดวกขึ้นเยอะ การเยียวยาของภาครัฐท่านได้รับในช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้นนะครับ แต่ว่ารัฐบาลดูแลท่านในมาตรการหนึ่งมาตรการใด ทุกคนแน่นอนครับ อันนั้นคือส่วนแรกการดูแลที่เป็นตัวเงิน ดูแลพี่น้องประชาชนครบทุกคน ทีนี้รัฐบาลไม่ได้ทำแค่นี้ รัฐบาลยังมีการดูแลพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการผ่านมาตรการอื่น ๆ อีก ผมขออนุญาตให้ไปดูกลุ่มพี่น้องประชาชนก่อน นะครับ อันนี้เป็นการจัดกลุ่มแบบง่าย ๆ เพื่อให้ดูง่าย ๆ นะครับ เพื่อให้ดูว่าสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือลดค่าใช้จ่าย รัฐบาลต้องการดูแลเรื่องการป้องกันโรค รัฐบาลต้องการจะเพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชน ในช่วงที่เรามีวิกฤติโควิด เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเราดูยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ การบรรเทาค่าใช้จ่าย จะเห็นว่ากลุ่มหนึ่งที่ได้ประโยชน์แน่ ๆ คือการยืดการเสียภาษีบุคคลธรรมดานะครับซึ่งจริง ๆ จะต้องเสียภาษีในเดือน ถูกยืดออกไปเป็นเดือนสิงหาคม อันนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ การชะลอหรือการลดการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ อันนั้นก็เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่พี่น้องประชาชนได้ ป้องกันโรค วันนี้นโยบายของรัฐคือถ้าตรวจเจอโควิด ตรวจฟรี รักษาฟรี นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลให้กับพี่น้องประชาชน ยังไม่พอนะครับรัฐบาลมีการแจกหน้ากากอนามัยให้กับพี่น้องประชาชนให้กับประชาชนที่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงรัฐบาลดูแลท่านในทุกมิติ การป้องกันโรค ยังไม่พอครับ พี่น้องประชาชนยังมีการดูแลการเพิ่มสภาพคล่องนะครับ การเยียวยาจากภาครัฐไปคือ 5,000 ผ่านเราไม่ทิ้งกัน ต่อครัวเรือนของเกษตรกร ถ้ายังไม่พอรัฐบาลเตรียมสินเชื่อฉุกเฉินเอาไว้ให้ สำหรับพี่น้องประชาชนวงเงิน 40,000 ล้านบาทนี่ ท่านสามารถไปกู้ได้ที่หลักประกันอะไรเลยนะครับ ที่ธนาคารออมสิน และ ธกส. แห่งละ 20,000 ล้านบาท เตรียมรองรับพี่น้องประชาชนอีก 4 ล้านคน เป็นการกู้ที่ไม่ต้องมีหลักประกัน และดอกเบี้ยต่ำมา 0.1เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนเท่านั้น ส่วนที่ 2 ถ้าตรงนี้ยังไม่พอต่อการ... บางท่านมีภาระค่าใช้จ่ายสูงนะครับ ก็จะมีสินเชื่อพิเศษอีกก้อนหนึ่งวงเงินประมาณ 50,000 บาท ต่อคน อีกประมาณ 4 แสนคนที่สามารถรองรับ ของธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยสูงขึ้นมานิดหนึ่ง ก็คือดอกเบี้ยจาก 0.1 มาเป็น 0.35 ต่อเดือน แล้วก็มีหลักประกันบ้างแต่ว่าไม่ใช่หลักประกันที่ท่านเดินไปกู้ตามธนาคาร แค่สลิปเงินเดือนที่ท่านเคยได้แค่นี้เอง ท่านถูกลดเวลาทำงาน ท่านมีผลกระทบทางรายได้ อันนี้ก็เป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้วนะครับต่อการกู้เงินก้อนนี้ อันนั้นคือกลุ่มของพี่น้องประชาชน ถ้าเรามาดูในกลุ่มของผู้ประกอบการบ้าง ผู้ประกอบกาเราก็ดูแล 3 มิติ คือลดค่าใช้จ่าย แล้วก็เพิ่มสภาพคล่องให้นะครับ ทีนี้ค่าใช้จ่ายที่สำคัญนี่นะครับ ผมว่าเรื่องหนึ่งเลยเกี่ยวกับการจ้างงานในช่วงนี้ก็คือ ถ้าธุรกิจใดครับ มีการรักษาระดับการจ้างงานเหมือนเดิม ในช่อง เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน เอาค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานเหล่านั้นไป 3 เท่านะครับ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่จูงใจให้ท่านช่วยดูแลแรงงานของท่านเอาไว้รักษาการจ้างานเอาไว้นะครับ ส่วนที่ 2 นะครับ คือส่วนที่ การยืดระยะเวลาในการเสียภาษี อันนี้ก็จะยืดสภาพคล่องในมือ ของนิติบุคคลนะครับก็มีการเลื่อนออกไปเท่ากับเสียภาษีบุคคลธรรมดา ในเรื่องของการป้องกันโรคนะครับ มีการยกเว้นภาษีอากรนำเข้า อุปกรณ์ทั้งหมดทางการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด จะใช้ในการป้องกันก็ได้จะใช้ในการรักษาก็ได้ มีการใช้ในประเทศ ยกเว้นภาษีให้หมดทุกรายการ อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลดูแลอยู่นะครับ แต่สิ่งสำคัญของผู้ประกอบการครับ วันนี้ผมเชื่อมั่นครับ ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือสภาพคล่อง สิ่งที่จะเติมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการตอนนี้ได้นะครับ ถ้าเราดูในหน้าต่อไป มาตรการอันหนึ่งเลยที่จะช่วยเติมเงินรักษาสภาพคล่องให้กับธุรกิจได้การลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปกติต้องเสียในอัตรา 3 เปอร์เซ็นต์ วันนี้เสีย 1.5 เปอร์เซ็นต์ อยู่นะครับ อันนี้พี่น้องประชาชนได้อยู่นะครับนะครับ การคืน VAT อาจจะใช้ระยะเวลานานหน่อย การตรวจสอบละเอียดในช่วงที่ผ่านมา ชัดเจนครับ การขอคืน VAT ถ้ายื่นทางเน็ต ยื่นผ่านระบบ 15 วัน ท่านได้เงินคืน นะครับ แต่ถ้าเกิดท่านยื่นเป็นเอกสารเป็นกระดาษ 45 วันนะครับ อันนี้จะเร็วกว่าเดิมมาก การคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม อันนี้รัฐบาลกระทรวงการคลังช่วยท่าน สินเชื้อดอกเบี้ยต่ำ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของผู้ประกอบการ วันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เตรียมเงินให้ 500,000 ล้านของ ซอฟต์โลน กระจายลงไปจนถึงกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ นะครับ อันนี้เราเชื่อว่าทั่วถึงเพียงพอ แต่ถ้าในกรณีที่มีบางธุรกิจเข้าไม่ถึง ไว้เบื้องต้นเลยว่า รัฐบาลกำลังดู จะเตรียมเงินให้ท่านอีกก้อนหนึ่ง ที่อาจจะวันนี้อ่อนแอมาก ๆ นะครับ อาจจะเข้าไม่ถึงสินเชื่อ 5 แสนล้านนี่ จะมีมาตรการมารองรับเร็ว ๆ นี้ครับ ในส่วนสุดท้ายนะครับ การผ่อนคลายต่าง ๆของภาครัฐ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของของธนาคารแห่งประเทศไทย ของเดิมมีหลักเกณฑ์กว่าท่านเป็นลูกหนี้ที่เป็น NPL กว่าท่านกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติได้วันนี้ขั้นตอนต่าง ๆ ถูกยกเว้นให้ ถูกยกเว้นให้ ถูกผ่อนคลายให้ วันนี้ท่านกลับมาเป็นลูกหนี้ที่ดี รัฐบาลอยากเห็นนะครับ และเราได้ผ่อนคลายหลาย ๆ มาตรการให้แล้ว ก็อยากจะขออย่างนี้ว่า ยืนยันอีกครั้งว่า อยากให้ความมั่นใจกับทุกท่าน ว่ารัฐบาลดูแลคนทุกคน ดูแลพี่น้องประชาชนโดยถ้วนหน้านะครับไปยังทุกกลุ่ม และมาตรการที่เหมาะสมแตกต่างกันไปนะครับ และรัฐบาลพร้อมที่จะออกมาตรการดูแลอย่างทันถ่วงที มาตรการใหม่ ๆ ก็ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลมีมาตรการรองรับอย่างทันถ่วงทีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ทััั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน ทั้งผู้ประกอบการ ผ่านวิกฤตโควิดไปได้ด้วยกัน ขอบคุณครับ (คุณปวีณา) แน่นอนวันนี้เรามาพูดถึงเรื่องของการช่วยเหลือ แต่คำถามที่หลายคนยังกังวลใจค่ะ อย่างที่ทางคุณลวรณบอก เรามีตัวเลขที่ชัดเจน ว่าจริง ๆ แล้วนี่เรามีตัวเลขที่ชัดเจน มีจำนวนเท่าไร แต่ก็มีความห่วงใยโดยเฉพาะผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์จากการเยียวยา 5,000 บาท ก่อนหน้านี้อาจถูกตัดสิทธิ์ เพราะมีรายชื่อไปอยู่ในเกษตรกรเราจะจ่ายวันหนึ่งประมาณ 1 ล้านกว่าคน คนที่ยังไม่ได้เงินก็เลยกังวลใจว่าเราจะตกหล่นหรือว่าเราจะได้รับการช่วยเหลือ อย่างนี้มีโอกาสจะตกหล่นบ้างหรือเปล่าคะ // ก็ในช่วงวันพฤหัสบดีมีการส่งเอสเอ็มเอสจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน ไปถึงผู้ลงทะเบียนก็แจ้งว่าท่านมีสถานะเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรครับว่าตามข้อเท็จจริงนี่ฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรให้เป็นปัจจุบันนะครับ ทำให้ฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังใช้กับฐานข้อมูลที่กระทรวงเกษตรใช้ ที่ได้รับ SMS ประมาณ 470,000 คน ทางกระทรวงการคลังได้กลับมาตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว นะครับเมื่อวันศุกร์เมื่อคืนแล้วก็การจ่ายเงินให้กับพี่น้องกลุ่มนี้นะครับจะดำเนินการได้ทั้งหมดภายในวันพุธหน้า (คุณปวีณา) อย่างที่คุณลวรณบอกเมื่อสักครู่ที่บอกว่า คนที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จประมาณ 1,700,000 คน อันนี้เรากำลังพิจารณาถูกต้องครับอันนั้นคือกลุ่มที่ 7 ใช่ไหมครับ ที่เราดูกว่ากลุ่มนี้ไม่ตกหล่น ที่ท่านลงทะเบียนไม่สำเร็จ ไม่คุ้นเคย แบบออนไลน์ กระทรวงการคลังกลับไปดูแน่นอนครับ (คุณปวีณา) ลงทะเบียนไม่สำเร็จ กับไม่ได้ลงทะเบียนอันนี้จะแตกต่างกันไหมคะ ตอนแรกช่วงที่เปิดลงทะเบียนตอนนั้นยังไม่เดือดร้อน เริ่มเดือดร้อนมาก ก็เลยตัดสินใจมาแจ้งเรื่องไม่ว่าจะผ่านทางกรมประชาสัมพันธ์หรือว่าผ่านศูนย์ดำรงธรรมต่าง ๆ อันนี้เป็นกลุ่มเดียวกันไหมคะ (คุณลวรณ) อันนี้เป็นคนละกลุ่มกันครับ สำเร็จคือท่านเคยลงทะเบียนแล้ว เรามีข้อมูลของท่านแล้ว ได้ครับเพราะว่าจริง ๆ ท่านลงทะเบียนไม่สำเร็จด้วยเรื่องของบัตรประชาชนอะไรอย่างนี้ แต่ข้อมูลที่ท่านลงเอาไว้อย่างนี้เรามีครบถ้วน เราดำเนินการต่อได้เลย ต้องเรียนว่าโครงการเราไม่ทิ้งกันปิดรับไปแล้ว เพราะฉะนั้นท่านที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน จะต้องไปดูมาตรการอื่น ๆ ของรัฐที่จะออกมาในข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ที่ออกมารองรับอีกทีหนึ่ง เพื่อไม่ให้การตกหล่นในกลุ่มใดเลย (คุณปวีณา) และอย่างการช่วยเหลือเกษตรกรมีบางกลุ่มเป็นข้าราชการด้วย ตอนนี้เรามีข้อสรุปหรือยังคะ เราจะเป็นไปในทิศทางไหน เป็นเกษตรกรด้วยเป็นข้าราชการด้วย ทางกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นข้าราชการและทำประกอบอาชีพเกษตรด้วยกี่ท่าน ได้ส่งข้อมูลชุดนี้ให้กับทางกระทรวงเกษตรไปแล้ว จะมีการดำเนินการมาตรการที่เหมาะสมต่อไปครับ (คุณปวีณา) สุดท้ายค่ะ อยากฝากไปถึงคุณผู้ชมที่ ณ วันนี้อยากจะมีเรี่องร้องเรียน ไปให้หน่วยงานภาครัฐไปช่วยแก้ไขปัญหาอยู่ แน่นอนบอกว่ากรมประชาสัมพันธ์ตอนนี้เราไม่ได้เปิดให้เข้าไปยื่นเรื่องร้องเรียนหรือว่า เข้าไปทบทวนสิทธิ์ต่าง ๆ แล้ว ให้เน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเดินทางไปได้ที่ไหน (คุณลวรณ) ครับสัปดาห์หน้ากรมประชาสัมพันธ์เราปิดแล้วนะครับ แต่เราเปิดให้ใหม่ที่สาขาธนาคารของรัฐนะครับ ท่านสามารถ ท่านเดือดร้อน ท่านมีข้อร้องเรียน ท่านเรียนเชิญสาขาของธนาคารของรัฐ ทีนี้ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เพื่อประหยัดเวลาของพี่น้องประชาชน ปัญหาหลักของพี่น้องประชาชนมีอยู่ด้วยกัน ไปร้องเรียนนี่มีอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเลยจะทำอย่างไร วันนั้นไม่เดือดร้อนแต่วันนี้เดือดร้อนก็ต้องดูมาตรการอื่นที่มีอยู่ในข้อ 1-8 ที่ผมได้นำเสนอไปแล้ว ท่านไม่ต้อง ท่านอาจจะไม่จำเป็นต้องเดินทางมา รัฐบาลอาจจะช่วยท่านนะครับ กลุ่มที่ 2 ครับเป็นกลุ่มที่ลรัฐบาลกลับมาดูแลท่านให้ในกลุ่มที่ 7 ในกลุ่มที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ กลุ่มที่ 7 อันนี้ท่าน ถึงท่านจะมาร้องเรียน เราก็ยินดีดูแลท่านอยู่ดี เพราะฉะนั้น 1.7 ล้าน ที่ลงทะเบียนไม่ตกหล่นไปไหนนะครับ ส่วนกลุ่มที่ 3 บัญชีไม่ตรง กลุ่มนี้ก็มีเยอะพอสมควร ก็มีข่าวดีครับว่าหลาย ๆ ท่านที่เราทำการสื่อสารประชาสัมพันธ์ไป ท่านได้ไปผูกพร้อมเพย์แล้ว เราได้เห็นข้อมูล ในวันอังคารมีปัญหาเรื่องทางบัญชีไม่ตรงนี่ครับ 700,000 กว่าคนนะครับในวันอังคารนะครับ วันพุธจะโอนเงินให้กลุ่มที่เป็นเกษตรที่เคยได้รับแจ้งเอสเอ็มเอสกลุ่มนั้นประมาณ 400,000 คน เราจะโอนให้วันพุธนะครับ วันจันทร์จะมีอีก 2 แสนกว่าคน จันทร์ อังคารประมาณ 400,000 คน ครับที่จะรับการเยียวยาครับ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้กรอบขอบพระคุณนะคะ สำหรับการชี้แจงเรื่องของมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ กราบขอบพระคุณท่านาสำหรับท่านผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลังและโฆษกระทรวงการคลัง คุณลวรณ แสงสนิท กลุ่มข้อที่เรานั้นได้อยู่ในกลุ่มไหนแล้วการช่วยเหลือเป็นอย่างไรนะคะ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะตกหล่น เพราะว่าภาครัฐพยายามดูตัวเลขทุกตัวเลข ชื่อคนทุกคนเพื่อที่จะให้ได้รับการเยียวยาและช่วยเหลือกัน ใครยังไม่ได้มีการสอบถามต่าง ๆ ใจเย็นสักนิดหนึ่งนะคะ แล้วก็รอช่วงเวลาเพื่อที่จะให้หน่วยงานนั้นและให้ความช่วยเหลือทุก ๆ กลุ่มค่ะ ลำดับต่อไปนะคะเรียนเชิญทางท่านรองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศท่านณัฐภาณุ นพคุณ ได้สรุปการแถลงการณ์วันนี้เป็นภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณนะคะ ท่าน ณัฐภานุ นพคุณ อธิบดีกรมสารสนเทศ จากศูนย์บริหารสถานกาณ์โควิด-19 ดิฉันปวีณา ฟักทองพร้อมทีมงานลาไปก่อน สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี] [สิ้นสุดการถอดความ]